คลังเก็บป้ายกำกับ: SERVER_AND_STORAGE

Dell Technologies Webinar: VxRail – Accelerate Innovation and Data Center Modernization Across the Core, Edge and Cloud [26 ม.ค. 2021 – 9.30น.]

Dell Technologies ร่วมกับ Intel และ VMware ขอเชิญท่านผู้สนใจร่วมงานสัมมนาออนไลน์เพื่ออัพเดทเทคโนโลยีสุดล้ำด้าน HCI VxRail ที่จะช่วยให้การบริหารจัดการ Data Center ขององค์กรเป็นเรื่องง่ายสำหรับทั้ง Edge, Core และ Cloud และช่วยทลายความท้าทายเรื่อง Workload และ Applications ที่หลากหลายในองค์กรได้อย่างดี รับฟังความล้ำสมัยของ VxRail และ Use Cases ต่างๆ ที่ผู้เชี่ยวชาญของเราจะมาเล่าสู่กันฟัง ในวันอังคารที่ 26 ม.ค. 2021 เวลา 9.30น. – 12.20น. โดยมีรายละเอียด กำหนดการ และวิธีการลงทะเบียนเข้าร่วมงานดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: VxRail – Accelerate Innovation and Data Center Modernization Across the Core, Edge and Cloud
ผู้บรรยาย: ทีมงาน Dell Technologies
วันเวลา: วันอังคารที่ 26 ม.ค. 2021 เวลา 9.30น. – 12.20น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
ภาษา: ไทย
ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน: https://dell.zoom.us/webinar/register/WN_wVJeOUpeSsKgqdSSLmervQ

งานสัมมนานี้เหมาะสำหรับ

ผู้บริหาร ทีมงานไอที และ ทีม Developer ขององค์กรที่ใช้ VMware องค์กรที่มี Applications และ Workloads ที่หลากหลาย และองค์กรที่ใช้ HCI อยู่แล้วหรือกำลังพิจารณาการนำ HCI มาใช้ในองค์กรทั้งในส่วนของ Edge, Core และ Cloud

กำหนดการ

09:30 – 10:05 hrs. The Ultimate HCI Appliance Platform for Edge, Core, and Cloud

พบกับ VxRail ซึ่งเป็น HCI Appliance ที่ถูกสร้างมาให้องค์กรสามารถใช้งาน Workload ทั้งในรูปแบบ Traditional และ Cloud Native ได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าที่สุด VxRail ของ Dell Technologies ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ Workload ต่างๆ ด้วยเทคโนโลยีใหม่ที่ล้ำสมัย และยังสามารถประสานการทำงานระหว่าง Edge Computing ไปยัง Core และต่อไปยัง Cloud ได้แบบไร้รอยต่อ

10:10 – 10:45 hrs. Accelerate Innovation and Data Center Modernization, Unlock the Challenges of Applications and Workloads

“VxRail” มาตรฐาน HCI สำหรับ Data Center Modernization ที่รองรับการรัน Applications ต่างๆ ทั้งเก่าและใหม่ ช่วยปลดล็อคทุกข้อจำกัด ง่ายต่อการดูแล ลดความเสี่ยงผ่าน End-to-End Lifecycle Management ลดผลกระทบต่อธุรกิจ ให้ประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่เหนือชั้น พบกับคุณสมบัติที่โดดเด่นของ VxRail ใน Use Cases และ Solutions ต่างๆ จากหัวข้อนี้

10:50 – 11:20 hrs. Unlock Innovation and Productivity with VxRail Kubernetes at the Speed of Cloud

การขับเคลื่อนธุรกิจขององค์กรมีการนำ Kubernetes เทคโนโลยีมาใช้กันมากขึ้นในการ Deploy แอพพลิเคชั่น และบริหารจัดการในรูปแบบของ Container ผสมผสานกับ Virtualization เทคโนโลยี รวมถึงบริหารจัดการแอพพลิเคชั่นที่หลากหลายในองค์กร เพื่อประโยชน์ด้านนวัตกรรม, ประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่ดีขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่ง Developer และ IT Operator ในหัวข้อนี้คุณจะได้อัพเดทในเรื่อง VMware Tanzu on VxRail ซึ่งให้ทางเลือก Infrastructure ที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ความต้องการทางธุรกิจองค์กรของคุณไม่ว่า Kubernetes Journey ของคุณจะเป็นอย่างไร

11:25 – 11:55 hrs. Extend the Agility, Scalability and Simplicity of VxRail Beyond the Datacenter to Space-Constrained, Remote, and Harsh Environments

Dell EMC VxRail D Series เป็นแพลตฟอร์มที่ทนทานซึ่งให้พลังเต็มรูปและรองรับ Workload ในสภาพแวดล้อมที่ท้าทายหรือพื้นที่จำกัด อีกทั้งยังมีระบบอัตโนมัติและการควบคุมอย่างเต็มประสิทธิภาพด้วยซอฟต์แวร์ระบบของ VxRail HCI และมีระบบที่ช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันทำให้ ลูกค้าตอบสนองต่อความต้องการทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็วไม่ว่าจะอยู่ในสถานที่ใดก็ตาม

12:00 – 12:20 hrs. สรุป

ลงทะเบียนเข้าร่วม Webinar ได้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม Webinar ในหัวข้อนี้ได้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายที่ https://dell.zoom.us/webinar/register/WN_wVJeOUpeSsKgqdSSLmervQ โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

from:https://www.techtalkthai.com/dell-technologies-webinar-vxrail-accelerate-innovation-and-data-center-modernization-across-the-core-edge-and-cloud/

TSMC เผยเทคโนโลยีผลิตชิประดับ 3nm จะพร้อมเปิดตัวใน 2021 และวางจำหน่ายใน 2022

TSMC บริษัทผู้ผลิตชิปชื่อดังสัญชาติไต้หวันได้ออกมาเผยว่าทางบริษัทมีแผนจะเริ่มผลิตชิปด้วยเทคโนโลยี 3 นาโนเมตรแล้วภายในปี 2021 และจะเริ่มผลิตเพื่อจำหน่ายในเชิงพาณิชย์เป็นวงกว้างช่วงครึ่งหลังของปี 2022

Credit: ShutterStock.com

TSMC เผยว่าชิปที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี 3nm นี้จะมีความหนาแน่นมากกว่าชิปแบบ 5nm ถึง 70% โดยมีประสิทธิภาพสูงขึ้น 15% และใช้พลังงานน้อยลง 30%

นอกจากนี้ TSMC ยังเผยถึงแผนในอนาคตว่าธุรกิจของ TSMC เองน่าจะยังเติบโตต่อไปได้อีก ทั้งด้วยแผนการขยายโรงงานในสหรัฐอเมริกา, ความต้องการของการผลิตชิปในจีนที่จะสูงขึ้นจากนโยบายการกีดกันทางการค้าของสหรัฐอเมริกาทำให้ต้องมีการขยายกำลังการผลิตที่จีน และการมาของ 5G ที่ทำให้ในอุปกรณ์ต่างๆ ต้องมีชิปประมวลผลภายในมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ความต้องการพลังประมวลผลบน Data Center สูงขึ้นตามไปด้วย

ทั้งนี้การมาของ COVID-19 เองก็ส่งผลให้พฤติกรรมของลูกค้า TSMC เปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน กล่าวคือลูกค้าของ TSMC นั้นมีการกักตุนชิปเอาไว้ในคลังของตนเองสำหรับเตรียมผลิตเพิ่มเติมมากกขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันอันอาจกระทบต่อ Supply Chain ทั่วโลกได้เหมือนที่ผ่านมา ซึ่ง TSMC ก็เชื่อว่าพฤติกรรมนี้จะยังคงอยู่กับอุตสาหกรรมนี้ต่อไปอีกระยะหนึ่งจนว่าวิกฤตจะคลี่คลาย ซึ่งที่ผ่านมา TSMC เองก็เคยได้มีโอกาสทำงานให้กับลูกค้ารายใหม่ๆ ที่เข้ามาเนื่องจาก Supply Chain เดิมไม่สามารถผลิตชิปหรือส่งชิปให้ได้ทันเช่นกัน

ที่มา: https://www.theregister.com/2021/01/15/tsmc_q4_2020/

from:https://www.techtalkthai.com/tsmc-3nm-chip-will-come-by-2021-and-2022/

ทีมวิจัยทดลองผลิตหน่วยประมวลผลด้วย Superconductor พบประหยัดพลังงานกว่า Semiconductor ถึง 80 เท่า

ทีมนักวิจัยจากญี่ปุ่นได้ทดลองทำการพัฒนาหน่วยประมวลผลในแบบ Superconducting Microprocessor ขึ้นมาใช้งานแทนหน่วยประมวลผลในปัจจุบันที่มักใช้ Semiconductor และพบว่าที่ประสิทธิภาพการประมวลผลในระดับที่เท่ากันนี้ Superconducting Microprocessor ใช้พลังงานน้อยกว่าถึง 80 เท่าเลยทีเดียว

Photo: Christopher Ayala

ถึงแม้หน่วยประมวลผลแบบ Superconducting Microprocessor นี้จะต้องทำงานในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิเย็นจัดต่ำกว่า -263 องศาเซลเซียส แต่ตัวเลขของการใช้พลังงานที่น้อยกว่า Semiconductor 80 เท่านี้ ก็ได้รวมถึงพลังงานที่ต้องใช้ในการรักษาความเย็นเอาไว้ด้วยแล้วเช่นกัน

เบื้องหลังงานวิจัยนี้คือการวิจัยสร้าง Superconducting Microprocessor ที่มีคุณสมบัติ Adiabatic คือในระหว่างที่มีการประมวลผลนั้นจะไม่เกิดการสรา้งหรือสูญเสียพลังงานแต่อย่างใด และนำแนวคิดนี้มาพัฒนาเป็น Prototype ที่มีชื่อว่า Monolithic Adiabatic iNtegration Architecture หรือ MANA ด้วยการผสานระหว่าง Superconducting Niobium เข้ากับฮาร์ดแวร์ที่มีชื่อว่า Adiabatic Quantum-Flux-Parametron (AQFP) ซึ่งใช้พลังงานน้อยมากในการประมวลผล

อย่างไรก็ดี เทคโนโลยีการประมวลผลด้วยการใช้ Superconductor นี้ในทางทฤษฎีแล้วจะมีความเร็วได้ถึงหลายร้อย GHz แต่ในงานวิจัยนี้เมื่อนำมาผสานเข้าเป็นระบบประมวลผลด้วยแนวคิดดังกล่าวแล้ว ทีมวิจัยเชื่อว่าจะสามารถมีความเร็วได้สูงสุดราวๆ 10GHz เท่านั้น ซึ่งการวิจัยในครั้งนี้ทีมวิจัยได้ประสบความสำเร็จในการทำความเร็วอยู่ที่ 2.5GHz ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับเทคโนโลยีประมวลผลที่เราใช้ในยุคปัจจุบัน และยังมีช่องว่างให้พัฒนาได้อีกมากสำหรับงานวิจัยนี้

การนำ MANA Superconducting Microprocessor นี้ไปใช้งานจริงอาจมีข้อจำกัดในแง่ของการรักษาอุณหภูมิให้ต่ำมากๆ เอาไว้ ทำให้การประยุกต์ใช้งานนั้นยังเหมาะกับการนำไปใช้งานภายใน Data Center หรือระบบ Supercomputer เท่านั้น แต่ด้วยคุณสมบัติของการประหยัดพลังงานได้มากถึง 80 เท่านี้ก็ถือว่าน่าสนใจไม่น้อยทีเดียวสำหรับโลกในยุคปัจจุบันที่ใช้พลังงานมหาศาลไปกับการประมวลผลทั่วโลกเพื่อตอบรับต่อการมาของเทคโนโลยีและงานวิจัยใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง

งานวิจัยฉบับนี้ถูกตีพิมพ์อยู่ที่ https://ieeexplore.ieee.org/document/9295318

ที่มา: https://spectrum.ieee.org/tech-talk/computing/hardware/new-superconductor-microprocessor-yields-a-substantial-boost-in-efficiency

from:https://www.techtalkthai.com/superconducting-microprocessor-consumes-80-times-less-power-than-semiconductor/

เปิดตัว GIGABYTE S251-3O0 ระบบ Storage Server รองรับ 3.5″ Disk 24 ชุดและ 2.5″ Disk 2 ชุดในขนาด 2U

GIGABYTE ได้ออกมาประกาศเปิดตัวถึง Storage Server รุ่นใหม่ที่ถือว่ามีดีไซน์แปลกใหม่ ด้วยการรองรับการใส่ 3.5″ Disk จากด้านข้างถึง 24 ชุดและรองรับการใส่ 2.5″ Disk ด้านหลังของเครื่องได้อีก 2 ชุด ทั้งหมดนี้เป็นแบบ Hot-Swap ในขณะที่ยังคงมีช่องสำหรับ M.2 ภายในตัวเครื่องให้อีกด้วย

Credit: StorageReview, GIGABYTE

Server เครื่องนี้ใช้หน่วยประมวล Intel Xeon Scalable 1 Socket และรองรับการใช้งานได้ทั้ง DDR4 RAM และ Intel Optane PMem ในตัว โดยสามารถเสริมการ์ด PCIe ได้มากถึง 7 ช่องเพื่อรองรับการเสริม NIC, Storage และ Accelerator หลากหลาย รวมถึงยังมีระบบ GMC สำหรับทำการบริหารจัดการได้จากระยะไกล

Credit: StorageReview, GIGABYTE

ค่อนข้างเห็นได้ชัดว่า GIGABYTE ตั้งใจออกแบบเครื่องนี้มาสำหรับตลาด Software-Defined Storage, Big Data, Virtualization และการจัดเก็บข้อมูลสำหรับธุรกิจสื่อโดยเฉพาะ ซึ่งด้วยขนาดที่เล็กและการดูแลรักษาแก้ไขปัญหาที่ง่ายนี้ ก็น่าจะกลายเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ดีสำหรับ Storage Server ในขนาด 2U ได้เลย

ที่มา: https://www.storagereview.com/news/gigabyte-s251-3o0-hits-over-400tb-in-2u

from:https://www.techtalkthai.com/gigabyte-s251-3o0-storage-server-has-26-drives-in-2u/

Qualcomm เข้าซื้อกิจการ Nuvia ผู้ผลิตชิป Arm สำหรับ Server มูลค่า 42,000 ล้านบาท

Qualcomm ได้ออกมาประกาศถึงการเข้าซื้อกิจการของ Nuvia ธุรกิจ Startup ผู้ผลิตชิป Arm สำหรับ Server ซึ่งก่อตั้งขึ้นมาเมื่อปี 2019 ที่มูลค่าสูงถึง 1,400 ล้านเหรียญหรือราวๆ 42,000 ล้านบาท

Credit: Nuvia

Qualcomm นั้นมีแผนที่จะนำเทคโนโลยี CPU ของ Nuvia มาใช้ในผลิตภัณฑ์จำนวนมากของตนเอง ตั้งแต่ Smartphone, Notebook, ระบบต่างๆ บนรถยนต์, อุปกรณ์ Extended Reality และผลิตภัณฑ์กลุ่มระบบเครือข่าย ซึ่งถือว่ากว้างกว่าขอบเขตเดิมของ Nuvia ที่พัฒนาชิปเพื่อ Server เท่านั้นเป็นอย่างมาก

การประกาศการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย เพราะลูกค้าของ Qualcomm เองก็มีหลากหลายและมีบริษัทชื่อดังอย่าง Microsoft, Google, Samsung และผู้ผลิตอุปกรณ์อื่นๆ อีกมากมาย การนำเทคโนโลยีของ Nuvia มาผสานในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการประมวลผลให้กับชิปของ Qualcomm ได้เป็นอย่างมาก และถึงขั้นสามารถแข่งขันในตลาด High Performance Computing ได้ด้วย

อย่างไรก็ดี ดีลนี้มีความซับซ้อนอยู่หลายประกาศ ประการแรกคือ Nuvia นั้นมีอดีตผู้ออกแบบสถาปัตยกรรมให้กับชิปของ Apple เป็นผู้ก่อตั้งจึงอาจเกิดข้อขัดแย้งกับ Apple ได้ ในขณะที่การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ก็อาจทำให้เกิดประเด็นปัญหาการผูกขาดขึ้นมาได้เช่นกัน จึงต้องจับตามองต่อไปว่าในแง่ของกฎหมาย ดีลนี้จะสามารถเกิดขึ้นและปิดลงได้สำเร็จหรือไม่

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถศึกษาข้อมูลของ Nuvia ได้ที่ https://nuviainc.com/

ที่มา: https://venturebeat.com/2021/01/13/qualcomm-will-acquire-nuvia-server-cpu-maker-led-by-ex-apple-chip-architect/

from:https://www.techtalkthai.com/qualcomm-to-acquire-nuvia-arm-server-cpu-designer/

เตรียมพบกับการปะทะกันระหว่าง Intel 10nm Xeon Scalable และ AMD EPYC 3 ในครึ่งแรกของปี 2021 นี้!

หลังจากที่เปิดปี 2021 มาได้ไม่ถึงครึ่งเดือน สองค่ายยักษ์ใหญ่ทางด้าน CPU สำหรับ Server อย่าง Intel และ AMD ต่างก็เริ่มเผยข้อมูลเกี่ยวกับ CPU รุ่นใหม่สำหรับใช้งานภายใน Data Center ของตนเองกันออกมาแล้ว

Credit: ShutterStock.com

ทางด้าน Intel นั้นข้อมูลที่เผยออกมาจากทางบริษัทเองยังมีไม่มากนัก โดย CPU รุ่นใหม่ที่จะออกมาสำหรับตลาด Data Center โดยเฉพาะนี้ก็คือ Intel Xeon Scalable รุ่นใหม่ที่จะใช้สถาปัตยกรรม 10nm ของ Intel เองเป็นครั้งแรกภายใต้โค้ดเนม Ice Lake ซึ่งจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการผลิตภายในช่วงปลายไตรมาสแรกของปี 2021 นี้

สำหรับสเป็คเชิงเทคนิคนั้นยังไม่ถูกเผยออกมา แต่ Gregory Bryant ผู้ดำรงตำแหน่ง Executive VP และ GM ในส่วนของ Client Computing ของ Intel ก็ได้แง้มข้อมูลออกมานัยว่าเราอาจจะได้เห็น Intel Xeon Scalable รุ่นใหม่ที่ใหญ่กว่า 28 Core ก็เป็นได้ แต่ที่แน่ๆ การมาของ Ice Lake นี้จะเพิ่มทั้งจำนวน Core, ประสิทธิภาพ, ความสามารถด้าน AI และความสามารถด้าน Security เข้ามา โดยจะถูกออกแบบให้รองรับการทำงานในระบบที่หลากหลาย

ประเด็นเหล่านี้ยังถือว่าไม่เหนือความคาดหมายนักเพราะที่ผ่านมาเราก็เห็นชัดแล้วว่า Intel ต้องการแตกไลน์ CPU ในฝั่ง Data Center เพื่อให้เหมาะสมกับงานแต่ละรูปแบบให้มากที่สุด ทำให้การเปิดตัวแต่ละครั้งนั้นเราจะได้เห็น SKU ใหม่ปริมาณมหาศาลกันมาระยะใหญ่แล้ว

ส่วนทางด้าน AMD นั้นก็ได้เพิ่งเผยข้อมูลล่าสุดในงาน CES 2021 ที่ผ่านมา ถึง AMD EPYC รุ่นที่ 3 หรือ AMD EPYC 3 ที่จะใช้โค้ดเนมว่า Milan ซึ่งจะเปิดตัวและพร้อมวางจำหน่ายภายในช่วงปลายไตรมาสแรกของปี 2021 นี้เช่นเดียวกัน โดยภายในจะมีการใช้ Zen 3 Core ซึ่งจะรเ็วกว่าเดิมถึง 19% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า และจะมีรุ่นใหญ่สุดที่รองรับถึง 64 Core ต่อ CPU ด้วยการใช้เทคโนโลยี 7nm จาก TSMC (ยังไม่มีการใช้เทคโนโลยี 5nm แบบเดียวกับที่ Apple ใช้)

ในเชิงประสิทธิภาพ AMD ระบุว่า AMD EPYC 3 นี้ได้ถูกทดสอบด้วยการรัน Weather Research and Forecasting (WRF) Model มาแล้ว และสามาราถทำงานได้รวดเร็วกว่าชิปของคู่แข่งที่ไม่ระบุนามในรุ่นที่วางตลาดอยู่ก่อนแล้วถึง 68%

ที่มา: https://www.sdxcentral.com/articles/news/amd-teases-epyc-3-intels-10nm-xeons-enter-volume-production/2021/01/

from:https://www.techtalkthai.com/intel-10nm-xeon-scalable-vs-amd-epyc-3-in-h1-2021/

Lenovo ThinkStation P620 – The Game Changer

Lenovo ThinkStation P620 เป็นคอมพิวเตอร์แบบ Workstation รุ่นแรกในกลุ่มของ Tower ที่มาพร้อม AMD Ryzen Threadripper PRO Processor ซึ่งเลอโนโวเป็นรายแรกที่มีการนำเสนอ Processor ดังกล่าว ที่ให้ขุมพลังแรงสุดและฉีกกฏเกณฑ์เดิมๆ ทั้งประสิทธิภาพ และความคล่องตัวในระดับแอดวานซ์ผ่านแพลตฟอร์มซ็อกเก็ต CPU เดียว แต่ได้ทั้ง Clock และ ได้ทั้ง Core

Workstation ที่รองรับคอร์ได้สูงสุดถึง 64 Core เจ้าแรกในโลก

ThinkStation P620 ให้พลังและประสิทธิภาพการทำงานเครื่องที่เหนือชั้นในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนในผลิตภัณฑ์ Workstation ด้วยหน่วยประมวลผล AMD Ryzen Threadripper PRO ที่รองรับคอร์สูงสุดได้ถึง 64 คอร์ ได้เข้ามาปฏิวัติวงการและยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ Workstation ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  โดย Threadripper PRO Processors มีความเร็วของ Clock Speed สูงถึง 4.0GHz, 128 Lanes of PCIe 4.0 Bandwidth และยังสามารถรองรับหน่วยความจำ 8-Channel ได้อีกด้วย นอกเหนือจากความเร็วและความยืดหยุ่นในการซัพพอร์ทการทำงานแล้ว ด้วยความสามารถในการรองรับ Core สูงสุดได้ถึง 64 คอร์ อาจกล่าวได้ว่า ThinkStation P620 เป็นคอมพิวเตอร์แบบ Workstation รุ่นแรก ที่ตอบโจทย์การทำงานแบบ Multi-Thread ภายใต้แพลตฟอร์มแบบ single socket ได้อย่างแท้จริง ในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน เหมาะสำหรับการสร้างสรรค์งานดิจิทัลที่มีความซับซ้อน และขนาดใหญ่ อาทิ สร้างแบบจำลอง, การเรนเดอร์ หรืองาน AI ตลอดจนการสตรีมวีดีโอความระเอียดระดับ 8K ในแบบเรียลไทม์ ที่สามารถลด Processing Time ลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่ได้ Productivity ที่สูงขึ้น

ปัจจุบัน จำนวนคอร์สูงสุดที่ Single Socket Platform CPU สามารถรองรับได้คือ 18 คอร์ ในขณะที่ Dual-Socket Platform CPU สามารถรองรับได้สูงสุดที่ 56 คอร์ แต่ ThinkStation P620 ได้ปลดล็อกและสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการ Workstation ด้วยจำนวนคอร์ที่มากกว่า ผู้ใช้งานจึงสามารถสร้างสรรค์งานขนาดใหญ่ และซับซ้อน บน  Multi-Thread Software Application  ได้โดยไม่ต้องใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ Workstation แบบ Dual Socket Platform ซึ่งมีราคาสูงกว่า นอกจากจำนวนคอร์ที่สูงกว่า ในราคาแบบ Single Socket CPU แล้ว ThinkStation P620 AMD Threadripper PRO Processors นั้น ยังมอบการใช้งานในมิติใหม่ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องเลือกว่าจะเน้นที่ Clock หรือ Core เนื่องจาก AMD Threadripper PRO Processors นั้นได้นำเสนอ CPU ประมวลผลที่ให้ทั้ง Clock Speed และจำนวนคอร์ที่สูงในเวลาเดียวกัน

ในส่วนของฟีเจอร์และขุมพลังเพื่องานสร้างสรรค์ระดับมืออาชีพนั้น ThinkStation P620 ได้มาพร้อมฟีเจอร์ที่ครบครัน ครอบคลุมทุกรูปแบบการใช้งานไม่ว่าจะเป็น จำนวนคอร์ที่สามารถเลือกได้ตั้งแต่ 12 คอร์, 16 คอร์, 32 คอร์, และ 64 คอร์ ตลอดจนมีหน่วยความจำ และการโอนถ่ายข้อมูลที่รวดเร็วขึ้น โดยมาพร้อมกับ Built-in Ethernet ขนาด 10GB ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ในการเชื่อมต่อ นอกจากนี้ ThinkStation P620 ยังเป็น Workstation สำหรับ Creator อย่างแท้จริง ที่ให้ความยืดหยุ่นในการเลือกใส่การ์ดจอ เพื่อสามารถตอบสนองความต้องการ และรองรับรูปแบบการใช้งานที่หลากหลายรูปแบบได้มากที่สุดที่เคยมีมา โดย ThinkStation P620 สามารถรองรับการ์ดแสดงผล NVIDIA Quadro RTX 8000 ได้สูงสุดถึง 2 การ์ด หรือ RTX 4000 ได้สูงสุดจำนวน 4 การ์ด พร้อมกันนั้น ยังรองรับหน่วยความจำสูงสุด 1TB และพื้นที่เก็บข้อมูล 20TB และที่พิเศษสุด ในโลกปัจจุบันที่ความเร็วคือสิ่งสำคัญ อาจกล่าวได้ว่า ThinkStation P620 ตัวนี้เป็น Workstation รายแรกที่รองรับ PCIe Gen 4 ซึ่งสามารถให้ความเร็วในการอ่าน และเขียน ตลอดจน Bandwidth ได้ถึง 2 เท่าของ PCIe 3.0

ในส่วนของการออกแบบ เพื่อยกระดับความเสถียรในการใช้งานเครื่อง ThinkStation P620นั้น ทางเลอโนโวและ AMD ได้ร่วมมือกันออกแบบพัฒนาชุดระบายความร้อนขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาการระบายความร้อนของเครื่องโดยเฉพาะ เพื่อให้มั่นใจได้ว่า การใช้งานโปรเซสเซอร์ขั้นสูงซึ่งมักก่อให้เกิดความร้อนในเครื่องระหว่างการทำงานนั้น จะไม่เป็นอุปสรรคต่อความเสถียรของระบบ โดยโซลูชั่นระบายความร้อนได้ถูกออกแบบ และทดสอบมาอย่างมีประสิทธิภาพ ให้สามารถรองรับการทำงานที่หนักหน่วงและยาวนาน เพื่อการทำงานที่ลื่นไหล ไม่สะดุด  และสามารถตอบสนองทุกรูปแบบและขนาดการใช้งานได้อย่างไร้ข้อจำกัดแบบ Zero Downtime

สำหรับผู้ที่สนใจหรือต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับ ThinkStation P330 และสินค้ากลุ่ม Lenovo  สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บริษัทควิกเซิร์ฟโปรไวเดอร์จำกัด

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:
Call Center: +66 2-496-1234
Facebook: quickserv.enterprise
Email: sales@quickserv.co.th
Website: www.quickserv.co.th

from:https://www.techtalkthai.com/lenovo-thinkstation-p620-the-game-changer/

Intel เปิดตัวหน่วยประมวลผลใหม่ 4 ตระกูลในงาน CES 2021 เจาะตลาดคอมพิวเตอร์หลากหลายกลุ่ม

ในงาน CES 2021 นี้ Intel ได้ทำการเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่มากมาย โดยได้มีการเปิดตัวหน่วยประมวลผลใหม่ด้วยกันถึง 4 ตระกูล และหน่วยประมวลผลรวมกันทั้งสิ้นมากกว่า 50 รุ่น ทำให้ในปี 2021 นี้จะมีอุปกรณ์ PC และ Notebook จำนวนมหาศาลออกสู่ตลาดอย่างแน่นอน

Credit: Intel

สำหรับหน่วยประมวลผล 4 ตระกูลที่ถือว่าเป็นไฮไลท์ของช่วงต้นปีนี้สำหรับ Intel นั้นได้แก่

11th Gen Intel Core vPro Platform และ Intel Evo vPro Platform ซึ่งเป็นรุ่นที่มีประสิทธิภาพสูงสุด และมาพร้อมกับความสามารถ Hardware Security สำหรับตลาดกลุ่มธุรกิจองค์กรโดยเฉพาะ โดย 11th Gen Intel Core vPro Platform นี้จะมีเทคโนโลยีที่โดดเด่นได้แก่

  • Intel Hardware Shield โดยมีชิปที่รองรับการใช้ AI เพื่อตรวจจับภัยคุกคามสำหรับหยุด Ransomware และ Crypto-mining Attack ได้ในตัว พร้อม Intel Control Flow Enforcement Technology ที่จะช่วยหยุดการโจมตีได้เหนือกว่าการใช้ Software จัดการ
  • Intel 10-nm SuperFin, Intel Iris Xe และ Intel Wi-Fi 6/6E สำหรับช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในทุกแง่มุม
  • การประมวลผล AI ได้รวใดเร็วกว่าเดิมถึง 8 เท่า และการตัดต่อวิดีโอได้เร็วกว่าเดิมถึง 2.3 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า
  • การใช้แอปทำงานอย่าง Office 365 ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นถึง 23% และการใช้ Video Conference ได้เร็วขึ้น 50%

ส่วน Intel Evo vPro Platform นี้คือชื่อที่จะใช้รองรับเครื่อง Notebook ที่ออกแบบมาในรูปแบบบางเบาแต่ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตามข้อกำหนดของ Intel โดยทาง Intel ระบุว่าปีนี้จะมีเครื่องที่อยู่ภายใต้ Intel Evo vPro Platform นี้ถูกปล่อยออกมามากกว่า 60 รุ่นจากผู้ผลิตชั้นนำรายต่างๆ ทั่วโลกเลยทีเดียว

N-series 10-nanometer Intel Pentium Silver และ Intel Celeron Processor รุ่นที่ออกมาเพื่อรองรับตลาดด้านการศึกษาโดยเฉพาะ โดยจะมีสมดุลที่ดีระหว่างประสิทธิภาพ, การแสดงสื่อ และการสื่อสาร เพื่อใช้ในการเรียนทางไกล โดยจะสามารถใช้งานทั่วไปได้เร็วขึ้น 35% และสามารถประมวลผลกราฟฟิกได้ดีขึ้น 78%

11th Gen Intel Core H-series Mobile Processor สำหรับรองรับ Notebook รุ่นเล่นเกมโดยเฉพาะ ซึ่งจะมี Intel Core i7 Special Edition ที่เป็นรุ่น 4-Core แต่แรงถึง 5GHz Turbo เลยทีเดียว โดยในอนาคตจะออก CPU รุ่น 8-Core ที่มีความถี่สูงตามมาอีกครั้งหนึ่งในปีนี้

11th Gen Intel Core S-series Desktop Processor ที่จะเปิดตัวมาทีหลังสุดโดยมีโค้ดเนม Rocket Lake-S และรุ่นถัดไปที่มีโค้ดเนม Alder Lake ซึ่งในงานนี้ Intel ได้นำมาแสดงแบบ Preview โดยตัว Rocket Lake-S นี้จะเร็วขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้า 19% ส่วนรุ่น Alder Lake นี้ Intel ระบุว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในสถาปัตยกรรม x86 และจะเป็นการเปิดตัวระบบ System-on-Chip ที่ทรงพลังและเพิ่มขยายประสิทธิภาพได้ ด้วยการผสานแกนประมวลผลแบบ Performance สูงและ Efficiency สูงเข้าไว้ด้วยกัน โดยรุ่น Alder Lake นี้จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในครึ่งหลังของปี 2021 นี้

ที่มา: https://newsroom.intel.com/news-releases/ces-2021-intel-announces-four-new-processor-families/

from:https://www.techtalkthai.com/intel-announces-4-new-cpu-families-at-ces-2021/

Veeam แจกฟรี แนวทางการออกแบบระบบ MULTI-CLOUD BACKUP สำหรับธุรกิจองค์กรไทยปี 2021 ฉบับภาษาไทย

สำหรับธุรกิจองค์กรที่กำลังวางแผนด้านระบบ Multi-Cloud Backup ให้ตอบโจทย์กับการใช้งาน Veeam ร่วมกับ TechTalkThai ได้จัดทำ Whitepaper ภาษาไทยฟรีในหัวข้อ “แนวทางการออกแบบระบบ Multi-Cloud Backup สำหรับธุรกิจองค์กรไทยปี 2021” เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถนำไปศึกษาได้ทันที โดยครอบคลุมประเด็นดังต่อไปนี้

  • ข้อมูลบนระบบ Cloud จะสูญหายไปได้อย่างไรบ้าง?
  • ความสามารถของระบบ Backup ที่ควรมีสำหรับการใช้ Multi-Cloud ในองค์กร
  • ตอบโจทย์การจัดการข้อมูลและการสำรองข้อมูลบน Multi-Cloud ด้วย Veeam

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มดังต่อไปนี้เพื่อโหลด Whitepaper ได้ทันที https://go.techtalkthai.com/2020/12/veeam-free-multi-cloud-backup-for-thai-businesses-2021-whitepaper/

from:https://www.techtalkthai.com/veeam-free-multi-cloud-backup-thai-whitepaper-2021/

Intel เพิ่มความสามารถตรวจจับแรนซัมซัมแวร์ใน 11th Gen Intel Core vPro

ที่งาน CES 2021 ทาง Intel ได้เปิดเผยฟีเจอร์ใหม่ของ 11th Gen Intel Core vPro ที่มีความสามารถตรวจจับแรนซัมแวร์ในระดับฮาร์ดแวร์ได้

credit : Intel

Intel ได้อาศัยความสามารถพิเศษ 2 ตัวคือ Hardware Shield ซึ่งเป็นฟีเจอร์การป้องกันระดับ UEFI/BIOS อีกฟีเจอร์หนึ่งคือ Threat Detection Technology (TDT) สำหรับใช้งานข้อมูลจาก CPU เพื่อการตรวจจับโค้ดอันตราย โดยทั้งสองเป็นส่วนหนึ่งของ Intel vPro จากรูปภาพประกอบจะเห็นได้ว่าปกติแล้วโซลูชันด้าน Antivirus มักจะถูกจำกัดที่ระดับซอฟต์แวร์เท่านั้น ดังนั้นประเด็นของเทคโนโลยีที่ Intel นำเสนอคือแชร์ข้อมูลต่อให้โซลูชันเหล่านั้นได้

นอกจากนี้เอง Intel ได้ร่วมมือกับ Cybereason ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ซึ่งจะคอยช่วยดูแลฟีเจอร์ใหม่ในช่วงครึ่งปีแรกนี้

ที่มา : https://www.zdnet.com/article/ces-2021-intel-adds-ransomware-detection-capabilities-at-the-silicon-level/

from:https://www.techtalkthai.com/11th-gen-intel-core-vpro-can-detects-ransomware/