คลังเก็บป้ายกำกับ: SERVER

ไมโครซอฟท์ออกโรงเชียร์ ให้มีการวางดาต้าเซ็นเตอร์ใต้น้ำ

เมื่อปี 2014 ทางไมโครซอฟท์มีความเชื่อว่าการใช้ตู้คอนเทนเนอร์ที่ปิดผนึกอย่างดี วางบนพื้นมหาสมุทร จะช่วยยกระดับความเสถียรโดยรวมของดาต้าเซ็นเตอร์ได้ ทำให้ตัดสินใจทดสอบวางดาต้าเซ็นเตอร์ใต้น้ำเป็นครั้งแรกในปีถัดมา

และหลังจากพัฒนาการออกแบบ ทดสอบความเป็นไปได้มาอย่างต่อเนื่อง ไมโครซอฟท์ก็ได้วางระบบเซิร์ฟเวอร์ใต้น้ำเต็มรูปแบบที่บริเวณห่างจากชายฝั่งของเกาะ Orkney ในสก็อตแลนด์เมื่อปี 2018 ที่ผ่านมานี้เอง

ดาต้าเซ็นเตอร์ในเขต Northern Isles นี้ถูกสร้างขึ้นโดยบริษัท Naval Group และบริษัทลูกอย่าง Naval Energies โดยมีบริษัท Green Marine ที่ตั้งอยู่บนเกาะ Orkney คอยสนับสนุนทั้ง Naval Group และไมโครซอฟท์อีกทีหนึ่ง

ในบล็อกของไมโครซอฟท์ที่เขียนสนับสนุนโครงการนี้ระบุว่า ด้วยอุณหภูมิเย็นสม่ำเสมอใต้ทะเลทำให้ออกแบบดาต้าเซ็นเตอร์ให้ใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก โดยเฉพาะการใช้ระบบแลกเปลี่ยนความร้อนเหมือนในเรือดำน้ำ

ที่มา : ZDnet

from:https://www.enterpriseitpro.net/microsoft-touts-viability-of-underwater-data/

[Guest Post] “หัวเว่ย” เผยเซิร์ฟเวอร์ FusionServer Pro 2488H V6 ผ่านการรับรอง SAP HANA Appliance Certification

เซินเจิ้น จีน-เมื่อไม่นานมานี้ เซิร์ฟเวอร์ตัวใหม่ล่าสุดอย่าง FusionServer Pro 2488H V6 ของหัวเว่ย ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน SAP ICC และได้รับการรับรอง SAP HANA Appliance Certification ส่งผลให้ขณะนี้ชื่อของหัวเว่ยอยู่ในรายการการรับรองผลิตภัณฑ์รวมของ SAP

การรับรองนี้ช่วยเสริมการทำงานของระบบนิเวศ SAP และมอบโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ สำหรับทั้งลูกค้าและพาร์ทเนอร์ของระบบนิเวศ

นับตั้งแต่ที่ความร่วมมือทางเทคนิคระดับโลกได้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี 2555 หัวเว่ยและ SAP มุ่งมั่นที่จะผนวกรวมจุดแข็งของกันและกัน ขีดความสามารถด้านซอฟต์แวร์ของ SAP ผนวกกับศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐานของหัวเว่ย ได้ร่วมกันส่งมอบโซลูชันที่เปี่ยมประสิทธิภาพและเชื่อถือได้สำหรับตลาดองค์กร และบริการที่มีคุณภาพสูงสำหรับการพลิกโฉมสู่ความเป็นดิจิทัลของลูกค้าทั่วโลก ศูนย์ SAP Partner Adoption Center ช่วยอำนวยความสะดวกด้านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างทั้งสองฝ่าย โดยขับเคลื่อนกระบวนการสร้างสรรค์ร่วมกัน เพื่อให้บริการแบบครบวงจรสำหรับลูกค้าและพาร์ทเนอร์

ดูผลการรับรองจาก SAP HANA สำหรับ FusionServer Pro 2488H V6 ของหัวเว่ย ที่เว็บไซต์ทางการของ SAP ได้ที่ https://bit.ly/3jVoojz

from:https://www.techtalkthai.com/huawei-fusionserver-pro-2488h-v6-server-passes-sap-hana-appliance-certification/

IBM Z เมนเฟรมที่รองรับธุรกรรมทางการเงิน รวมถึงระบบ core banking และ mission-critical ให้กับ SCB มายาวนานกว่า 20 ปี

“เวลาที่ลูกค้าถอนเงิน ชำระเงินโดยใช้บัตรเครดิต หรือทำธุรกรรมผ่านบริการธนาคารทางมือถือ มีน้อยคนที่จะทราบว่าเบื้องหลังคือเทคโนโลยีที่มีความซับซ้อน… IBM Z เมนเฟรม คือแพลตฟอร์มที่รันแอพ core banking และ mission-critical ให้กับ SCB มายาวนานกว่า 20 ปีแล้ว” คุณตรัยรัตน์ สุวรรณประทีป รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงาน Technology ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าว

วันนี้ IBM Z ช่วยให้ธนาคารสามารถส่งมอบประสบการณ์และการบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าและองค์กร ธุรกิจหลายล้านรายได้ทุกวันตลอด 24 ชม ผ่านช่องทางดิจิทัลและโมบายแบงค์กิ้ง พร้อมด้วยนวัตกรรม Tailored Fit Pricing ที่ช่วยให้ธนาคารสามารถรองรับเวิร์คโหลดที่มักจะพุ่งสูงในช่วงปลายเดือนและช่วงวันหยุดที่มีการช็อปปิ้งออนไลน์กันมาก โดยคาดว่าธนาคารจะสามารถลดค่าไลเซ่นส์ซอฟต์แวร์ลงได้ถึง 14% ในระยะเวลาห้าปีข้างหน้า ทั้งนี้ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่สามารถลดได้ในเรื่องของการบริหารจัดการระบบอีกด้วย

ปัจจุบัน ฐานลูกค้าออนไลน์และโมบายล์แบงค์กิ้งของ SCB เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยที่ข้อมูลระบุตัวตน ข้อมูลการใช้งาน และความเป็นส่วนตัวของลูกค้าหลายล้านคนเหล่านี้ยังคงได้รับการปกป้องด้วยระบบการเข้ารหัสของ IBM Z ทุกที่ทุกเวลา พร้อมด้วยขีดความสามารถในการเรียกคืนข้อมูลได้ทันที

ศักยภาพในการทำงานได้อย่างต่อเนื่องของแพลตฟอร์ม IBM Z ช่วยให้ SCB สามารถหันมามุ่งเน้นที่พันธกิจและการทรานส์ฟอร์มเพื่อพลิกโฉมอุตสาหกรรม และเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวนำในยุคของข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ โดยปล่อยให้เรื่องความปลอดภัยขั้นสูงสุด ประสิทธิภาพ และศักยภาพในการทำงานได้อย่างต่อเนื่องของระบบ เป็นหน้าที่ของแพลตฟอร์ม IBM Z

วันนี้ 80% ของข้อมูลองค์กรในโลกได้รับการจัดเก็บหรือมีที่มาจากเมนเฟรม และเกือบ 100% ของธุรกรรมบัตรเครดิตทั้งหมดยังใช้ระบบเมนเฟรมของไอบีเอ็ม

“โดยวิสัยทัศน์ของธนาคารเอง เราต้องการจะเป็นธนาคารที่น่าชื่นชมที่สุดหรือ The Most Admired Bank และไอบีเอ็มเมนเฟรมก็ช่วยให้เราสร้างความแตกต่างข้อนี้ได้” คุณตรัยรัตน์กล่าวทิ้งท้าย

from:https://www.techtalkthai.com/ibm-z-mainframe-supports-scb-core-banking-and-mission-critical-applications/

GIGABYTE เปิดตัว HPC server ใหม่ G242-Z11 มาพร้อมกับ PCIe 4.0 เพื่อ AMD EPYC Platform

GIGABYTE Technology ผู้นำในอุตสาหกรรมเซิร์ฟเวอร์และเวิร์กสเตชันประสิทธิภาพสูงประกาศเปิดตัว GIGABYTE G242-Z11, High Performance Computing Server พร้อม PCIe 4.0 เพิ่มเข้าไปในสายผลิตภัณฑ์ซีรีส์ G242 ที่เปิดตัวไปแล้วก่อนหน้านี้ เป็นเซิร์ฟเวอร์ซีรีส์ที่ออกแบบมาสำหรับ AI, Deep Learning, Data Analytics และการคำนวณทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ อินเทอร์เฟซความเร็วสูง เช่น Ethernet, Infiniband และ PCI Express ต้องอาศัยการถ่ายโอนข้อมูลที่รวดเร็วและด้วยโปรเซสเซอร์ตระกูล AMD EPYC ™ 2nd Gen ที่มาพร้อมกับ PCIe Gen 4.0 ช่วยแก้ปัญหาคอขวดสำหรับแอปพลิเคชันที่ต้องการแบนด์วิดท์สูง

G242-Z11 ถูกสร้างให้รองรับความสามารถของโปรเซสเซอร์ตะกูล AMD EPYC 7002 2nd Gen ซึ่งรวมถึง AMD EPYC 7H12 แบบ 64-core (128 Threads),  280W นอกเหนือจากจำนวนคอร์ที่สูง ซีรีส์ 7002 ยังประกอบไปด้วย 128 PCIe Lanes และรองรับ PCIe Gen 4.0 มีความเร็วและแบนด์วิดท์เป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับ PCIe 3.0 การมี PCIe 4.0 ช่วยให้สามารถรองรับ 16GT/s ต่อเลนและแบนด์วิดท์รวม 64GB/s ทางด้านหน่วยความจำ G242-Z11 รองรับ 8-channel DDR4 ที่มีพื้นที่สำหรับ DIMM สูงสุด 8 ตัว ในการกำหนดค่า 1 DIMM ต่อ Channel ทำให้สามารถรองรับหน่วยความจำได้สูงสุด 2TB ที่ความเร็วสูงถึง 3200MHz

G242-Z11 เป็นระบบ 2U ที่สร้างขึ้นสำหรับเวิร์กโหลดการประมวลผล GPU และรองรับช่องขยาย PCIe Gen 4.0 x 16 สูงสุดสี่ช่องสำหรับ GPU (GPU แต่ละตัวเชื่อมต่อโดยตรงกับโปรเซสเซอร์ผ่าน PCIe Root) และสล็อตสำหรับต่อขยายแบบ Low Profile Half Length สองช่อง และ OCP 3.0 Mezzanine หนึ่งชุด  G242-Z11นำเสนอการประมวลผลแบบขนานจำนวนมากและสล็อตส่วนขยายช่วยให้สามารถเพิ่มเครือข่ายหรือที่เก็บข้อมูลได้ G242-Z11 มีช่องใส่ SATA HDD แบบ Hot-swap ขนาด 3.5” สี่ช่องที่ด้านหน้าและช่องใส่ SSD 2.5″ NVMe/SATA สองช่องที่ด้านหลัง นอกจากนี้ยังมีพอร์ต Management LAN หนึ่งพอร์ตที่ด้านหลังสำหรับการจัดการระยะไกล

G242-Z11: Front View

GIGABYTE ซีรีส์ G242 ประกอบไปด้วย G242-Z11 และ G242-Z10 ทั้งสองระบบมุ่งเน้นไปที่ประสิทธิภาพในขณะที่ต้นทุนลดลง

ความแตกต่างของทั้งสองรุ่นถูกเน้นไว้ในตารางต่อไปนี้

GIGABYTE เซิฟเวอร์มาพร้อมกับซอฟต์แวร์การจัดการเซิร์ฟเวอร์ฟรี GIGABYTE Server Management (GSM) สำหรับผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดของเรา GSM เป็นโซลูชันที่สามารถจัดการเซิร์ฟเวอร์หลายเครื่องจากระยะไกลได้ ทำงานเข้ากันได้กับ IPMI หรือ Redfish API รวมถึงส่วนประกอบต่อไปนี้:

  • GSM Server: โปรแกรมซอฟต์แวร์ GUI ที่ใช้งานง่ายบนเบราว์เซอร์ที่สามารถตรวจสอบและจัดการเซิร์ฟเวอร์ GIGABYTE จากระยะไกลผ่าน BMC ของแต่ละโหนดเซิร์ฟเวอร์
  • GSM CLI: อินเทอร์เฟซการจัดการบรรทัดคำสั่งช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถตรวจสอบและจัดการเซิร์ฟเวอร์หลายเครื่องผ่าน BMC ของระบบ
  • GSM Agent: รับข้อมูลเซิร์ฟเวอร์อื่น ๆ ผ่านเลเยอร์ OS เช่นโปรเซสเซอร์, หน่วยความจำ, ฮาร์ดดิสก์ เป็นต้นและรวบรวมไว้ใน BMC เพื่อให้การเข้าถึง GSM Server หรือ GSM CLI
  • GSM Mobile: ซอฟต์แวร์การจัดการระยะไกลที่ติดตั้งในอุปกรณ์มือถือรองรับระบบ Android หรือ iOS
  • ปลั๊กอิน GSM: ช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดการเซิร์ฟเวอร์และตรวจสอบจาก VMware vCenter

ซอฟต์แวร์ GSM ของ GIGABYTE ไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนการบำรุงรักษาของลูกค้าเท่านั้น แต่ยังช่วยลดความยุ่งยากในการจัดการสภาพแวดล้อมระบบคลาวด์แบบไฮบริดด้วย G242-Z11 มีพลังการประมวลผลที่จำเป็นเพื่อตอบสนองปริมาณงานตามที่ต้องการ จำนวนคอร์และแบนด์วิดท์ที่สูงทำให้สามารถบรรลุประสิทธิผลของภารกิจที่มีความสำคัญอย่างมีประสิทธิภาพและยังเป็นเซิร์ฟเวอร์ที่มีความน่าเชื่อถือสูง

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:  https://www.gigabyte.com/GPU-Server/G242-Z11-rev-100

สำหรับเซิร์ฟเวอร์ GIGABYTE ทั้งหมดโปรดไปที่  https://www.gigabyte.com/

หากต้องการสอบถามเพิ่มเติมหรือขอความช่วยเหลือคุณสามารถติดต่อเราโดยตรงผ่าน server.grp@gigabyte.com

from:https://www.techtalkthai.com/gigabyte-launches-g242-z11-hpc-server-with-pcie-4-for-amd-epyc-platform/

[Video Webinar] Accelerate Your Hybrid Cloud Infrastructure with CSL

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าฟังการบรรยาย CSL Webinar เรื่อง “Accelerate Your Hybrid Cloud Infrastructure with CSL” เพื่อเรียนรู้การประยุกต์ใช้ Hybrid Cloud กับระบบ IT ขององค์กร รวมไปถึงแนะนำเทคโนโลยีจาก Lenovo, VMware และ Veeam ภายใต้แนวคิด Agile – Simplified – Reliable ที่เพิ่งจัดไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือต้องการรับชมการบรรยายซ้ำอีกครั้ง สามารถเข้าชมวิดีโอบันทึกย้อนหลังได้ที่บทความนี้ครับ

สถานการณ์ COVID-19 ทำให้ธุรกิจมีความผันผวนไม่แน่นอน หลายองค์กรธุรกิจต้องปรับตัวให้ระบบต่างๆ สามารถทำงานได้จากทุกที่และทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ผู้ดูแลระบบเองก็ต้องมองหาระบบ IT ที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ในขณะที่ยังคงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามที่องค์กรต้องการ

ภายใน Webinar นี้ ท่านจะได้รู้จักกับ Hybrid Cloud อีกทางเลือกของการวางระบบ Cloud ด้วยการผสานคุณสมบัติของ Public Cloud และ Private Cloud ไว้ด้วยกัน ทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถเลือกใช้ Cloud ที่เหมาะสมที่สุดให้แต่ละ Workload หรือแต่ละรูปแบบของการทำงานได้อย่างอิสระ ทั้งยังสามารถเคลื่อนย้าย Workload เหล่านั้นไปในสภาวะแวดล้อม IT ต่างๆ ได้อีกด้วย ตอบโจทย์ความรวดเร็วในการขยายระบบ และยังคงไว้ซึ่งความง่ายในการบริหารจัดการ

นอกจากนี้ ท่านได้เรียนรู้เทคโนโลยีจาก Lenovo, VMware และ Veeam ซึ่งจะช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถสร้างและติดตั้งระบบต่างๆ บน Cloud ได้อย่างไร้ข้อจำกัด ตอบโจทย์เรื่องความคล่องตัวพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง (Agile) ความง่าย (Simplified) และให้ความมั่นใจในการใช้งาน (Reliable)

from:https://www.techtalkthai.com/video-webinar-accelerate-your-hybrid-cloud-infrastructure-with-csl/

[Video Webinar] Why Hyper-converged Infrastructure for the New Normal Era

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าฟังการบรรยาย CSL Webinar เรื่อง “Why Hyper-converged Infrastructure for the New Normal Era” พร้อมแนะนำเทคโนโลยี Hyper-converged Infrastructure แบบ Next-generation ของ HPE ที่ผสานการทำงานของ HPE SimpliVity เข้าไป ลดค่าใช้จ่ายด้าน Backup & DR และความเสี่ยงที่ระบบจะหยุดชะงัก ที่เพิ่งจัดไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือต้องการรับชมการบรรยายซ้ำอีกครั้ง สามารถเข้าชมวิดีโอบันทึกย้อนหลังได้ที่บทความนี้ครับ

ผู้บรรยาย: คุณธนวิทย์ ชาญสุไชย Data Center Consultant จาก HPE และคุณวัชระ กิ่งแก้ว ICT Partner Management Specialist จาก CSL

ภายใน Webinar นี้ ท่านจะได้รู้จักเทคโนโลยี Hyper-converged Infrastructure แบบ Next-generation ของ HPE ที่ผสานการทำงานของ HPE SimpliVity เข้าไป ลดค่าใช้จ่ายด้าน Backup & DR การเฝ้าระวัง และความเสี่ยงที่ระบบจะหยุดชะงัก ยกระดับ Data Center ให้พร้อมใช้งานในยุค New Normal

หัวข้อการบรรยายประกอบด้วย

  • Next Generation Hyper-Converged infrastructure
  • Work Life Balance with Security Platform (PDPA)
  • How to Prevent Ransomware Attacks: on HCI
  • Q&A

from:https://www.techtalkthai.com/video-webinar-why-hyper-converged-infrastructure-for-the-new-normal-era/

[Video Webinar] Lenovo DCG Portfolio 2020 – มุ่งสู่ Data Center แห่งอนาคต

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าฟังการบรรยาย Lenovo Webinar เรื่อง “Lenovo DCG Portfolio 2020 – มุ่งสู่ Data Center แห่งอนาคต” เพื่ออัปเดตเทคโนโลยีด้าน Data Center ล่าสุดจาก Lenovo ที่พร้อมทำงานภายใต้ทุกสภาวะแวดล้อม ที่เพิ่งจัดไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือต้องการรับชมการบรรยายซ้ำอีกครั้ง สามารถเข้าชมวิดีโอบันทึกย้อนหลังได้ที่บทความนี้ครับ

ผู้บรรยาย: Nawakit Leelaudomlipi, Advisory Sales Specialist, Lenovo Data Center Group Thailand

ภายใน Webinar นี้ท่านจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับโซลูชันแบบ End-to-end ของ Lenovo ที่ครอบคลุมทั้งส่วน Compute, Storage และ Networking เพื่อสร้างรากฐานอันแข็งแกร่งทั้งทางด้านประสิทธิภาพ ความเสถียร และความมั่นคงปลอดภัยให้แก่ Data Center พร้อมผสานการทำงานแบบไร้รอยต่อกับทุกๆ สภาพแวดล้อม นอกจากนี้ โซลูชันของ Lenovo ยังผ่านการทดสอบและกระบวนการเชิงวิศวกรรมสำหรับการใช้งานร่วมกับทุก Workload ช่วยให้การวางระบบและส่งมอบบริการสู่ตลาดทำได้อย่างรวดเร็วและคุ้มค่าต่อการลงทุน

from:https://www.techtalkthai.com/video-webinar-lenovo-dcg-portfolio-2020/

Lenovo Webinar: Lenovo DCG Portfolio 2020 – มุ่งสู่ Data Center แห่งอนาคต

Lenovo ขอเชิญเหล่าผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานด้าน Data Center เข้าฟังบรรยาย Lenovo Webinar เรื่อง “Lenovo DCG Portfolio 2020 – มุ่งสู่ Data Center แห่งอนาคต” เพื่ออัปเดตเทคโนโลยีด้าน Data Center ล่าสุดจาก Lenovo ที่พร้อมทำงานภายใต้ทุกสภาวะแวดล้อม ในวันอังคารที่ 11 สิงหาคม 2020 เวลา 10:30 น. ผ่าน Live Webinar ฟรี

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: Lenovo DCG Portfolio 2020 – มุ่งสู่ Data Center แห่งอนาคต
ผู้บรรยาย: Nawakit Leelaudomlipi, Advisory Sales Specialist, Lenovo Data Center Group Thailand
วันเวลา: วันอังคารที่ 11 สิงหาคม 2020 เวลา 10:30 – 12:00 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 500 คน
ภาษา: ไทย
ลิงค์ลงทะเบียน: https://zoom.us/webinar/register/WN_A55y3euSRzOmUK3KTJ8oRg

ภายใน Webinar นี้ท่านจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับโซลูชันแบบ End-to-end ของ Lenovo ที่ครอบคลุมทั้งส่วน Compute, Storage และ Networking เพื่อสร้างรากฐานอันแข็งแกร่งทั้งทางด้านประสิทธิภาพ ความเสถียร และความมั่นคงปลอดภัยให้แก่ Data Center พร้อมผสานการทำงานแบบไร้รอยต่อกับทุกๆ สภาพแวดล้อม นอกจากนี้ โซลูชันของ Lenovo ยังผ่านการทดสอบและกระบวนการเชิงวิศวกรรมสำหรับการใช้งานร่วมกับทุก Workload ช่วยให้การวางระบบและส่งมอบบริการสู่ตลาดทำได้อย่างรวดเร็วและคุ้มค่าต่อการลงทุน

กด Interested หรือ Going เพื่อติดตามอัปเดตและรับการแจ้งเตือนบน Facebook Event: https://www.facebook.com/events/615297789368684/

from:https://www.techtalkthai.com/lenovo-webinar-lenovo-dcg-portfolio-2020/

Supermicro เปิดตัว Top-Load Storage Systems รุ่นใหม่ ใส่ 2.5″/3.5″ Disk ได้ 60-90 ชุดใน 4U

Supermicro ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Top-Load Storage Systems รุ่นใหม่ซึ่งเป็นระบบ Storage Server ที่ออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมการติดตั้ง 3.5″ HDD จากด้านบนของเครื่องแทนด้านหน้า ทำให้มีความจุของ HDD สูงขึ้น สามารถติดตั้ง 2.5″/3.5″ Diks ได้มากถึง 60 – 90 ชุดในขนาด 4U และยังสามารถติดตั้ง SSD เสริมได้ รองรับความจุสูงสุด 1,440TB หรือ 1.44PB ภายในระบบเดียว พร้อมจุดเด่นอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย ดังนี้

Credit: Supermicro
  • รองรับ 2nd Gen Intel Xeon Scalable Processor จำนวน 2 ชุด และติดตั้ง RAM ได้ 16 DIMM ต่อ Node
  • สามารถเลือกใช้งานได้ทั้งแบบ Single Node และ Dual Node แบบ Hot Swappable
  • สามารถเชื่อมต่อ Disk ในแบบ Storage Bridge Bay (SBB) เพิ่มความทนทานให้สูงขึ้น และแบบ JBOD เพิ่มความจุในราคาที่คุ้มค่า
  • ระบบเป็นแบบ Modular และ Tool-less พร้อมความสามารถหลากหลายในระบบเดียว ทำให้ง่ายต่อการดูแลรักษาระบบ
  • รองรับการเพิ่มขยายได้ทั้งแบบ Scale-Up และ Scale-Out
  • ติดตั้ง Redundant Power Supply ระดับ Platinum Level ใช้พลังงานได้อย่างคุ้มค่า

Storage Server รุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับ Workload ขนาดใหญ่อย่างเช่นระบบ Cloud Storage หรือระบบ Storage สำหรับงาน High Performance Computing (HPC) โดยเฉพาะ แต่ก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในองค์กรได้เช่นกัน

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถศึกษาข้อมูลได้ที่ https://www.supermicro.com/en/products/top-loading-storage

เกี่ยวกับ Throughwave Thailand

Throughwave Thailand เป็นตัวแทนจำหน่าย (Distributor) สำหรับผลิตภัณฑ์ Enterprise IT ครบวงจรทั้ง Server, Storage, Network และ Security พร้อมโซลูชัน VMware และ Microsoft ที่มีลูกค้าเป็นองค์กรชั้นนำระดับหลายหมื่นผู้ใช้งานมากมาย โดยทีมงาน Throughwave Thailand ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าจากทีมงาน Engineer มากประสบการณ์ ที่คอยสนับสนุนการใช้งานของลูกค้าตลอด 24×7 ร่วมกับ Partner ต่างๆ ทั่วประเทศไทยนั่นเอง

ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อทีมงาน Throughwave Thailand ได้ที่ 02-2100969 หรือ info@throughwave.co.th หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ https://www.throughwave.co.th

ที่มา: https://www.supermicro.com/en/pressreleases/supermicro-unveils-new-generation-top-loading-storage-systems-high-capacity-cloud

from:https://www.techtalkthai.com/supermicro-announces-new-top-load-storage-systems/

Cisco ออก UCS C240 SD M5 ตอบโจทย์การทำงานระดับ Edge

Cisco ได้ประกาศออก UCS รุ่นใหม่หรือ C240 SD M5 ซึ่งเน้นไปตลาดการใช้งานระดับ Edge อย่างแท้จริง

credit : Cisco

หลังจากที่ได้สอบถามความต้องการจากลูกค้าในการทำงานของอุปกรณ์ระดับ Edge มาแล้ว วันนี้ทาง Cisco จึงได้ออกแบบอุปกรณ์ใหม่มาให้ตอบโจทย์เหล่านั้นผ่าน UCS C240 SD M5 โดยจุดเด่นมีดังนี้

  • Physical Design – สามารถเสียบอุปกรณ์ได้จากด้านหน้าของเครื่องได้เลย (ตามภาพด้านบน) จึงเข้าถึงได้ง่าย และด้านหลังมีเพียงพัดลมเท่านั้น นอกจากนี้ยังสามารถทำ Stack กันได้ถึง 4 โดยไม่ต้องอาศัยแร็ก รวมถึงยังสามารถติดกับผนังได้โดยง่าย ทั้งหมดนี้เพราะ Cisco ตระหนักดีว่าการติดตั้งอุปกรณ์นอกไซต์นั้นอาจจะไม่ค่อยสะดวกนักเหมือนในดาต้าเซ็นเตอร์ จึงต้องทำให้ทะมัดทะแมงและเข้าถึงได้ง่าย
  • Easy Deploy & Management – Cisco ตั้งใจไว้แล้วว่าการบริหารจัดการระดับ Edge ต้องทำได้โดยคนที่แม้จะไม่มีพื้นฐานไอทีเลย ดังนั้นตั้งแต่ก่อนยกไปติดตั้งองค์กรสามารถทำ Pre-staging ไว้ก่อนแล้วยกไปใช้งานได้เลย นอกจากนี้ผู้ใช้งานยังสามารถบริหารจัดการผ่าน Cisco Intersight ได้หลายรูปแบบทั้ง SaaS, Connected Virtual Appliance หรือ Private Virtual Appliance ซึ่งไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับ Cisco ตลอดเวลา เพราะตระหนักดีว่าพื้นที่ของ Edge อาจไม่ค่อยสะดวกนัก
  • Security – ในพื้นที่นอกดาต้าเซ็นเตอร์เราไม่มีทางมั่นใจได้ว่าใครจะทำอะไรกับข้อมูลของเราบ้าง ดังนั้นด้วยเทคโนโลยีของ ACT2 จะสามารถช่วยตรวจสอบ Hardware, Booting Process และ Firmware ทุกตัวได้ นอกจากนี้ยังสามารถทำ Drive Encryption เพื่อป้องกันข้อมูลที่เก็บอยู่ด้วย
  • Performance – ถึงแม้เป็นอุปกรณ์ระดับ Edge ก็ตามแต่ UCS C240 SD M5 ก็ยังเป็นเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูงมาพร้อมกับ Intel Xeon SP, Intel N3000 FPGA, nVidia T4 และรองรับ PCI ได้ถึง 6 สล็อตและรองรับทั้ง SAS/SATA

ความตั้งใจทั้งหมดนี้ก็เพื่อเจาะตลาดกลุ่ม Edge Processing ซึ่ง Cisco เชื่อว่ากำลังเติบโตขึ้นอีกมากในอนาคต

ที่มา :  https://blogs.cisco.com/datacenter/introducing-the-cisco-c240-sd-m5-server-for-the-performance-edge

from:https://www.techtalkthai.com/cisco-launches-ucs-c240-sd-m5/