คลังเก็บป้ายกำกับ: SERVER

7 บริษัทด้านซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ของจีน กำลังโดนอเมริกา เพ่งเล็ง!

ถือเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวในการจำกัดการพัฒนาทางเทคโนโลยีของจีน เมื่อกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เพิ่มรายชื่อองค์กรด้านซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ของจีน 7 แห่งในรายชื่อกลุ่มที่คอยสนับสนุนด้านการทหารของรัฐบาลจีน

บริษัทน้องใหม่ที่โดนขึ้นบัญชีดำนี้ได้แก่ Shanghai High-Performance Integrated Circuit Design Center, Sunway Microelectronics, Tianjin Phytium Information Technology รวมทั้งศูนย์ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์แห่งชาติประจำเมืองจีหนาน, เสินเจิ้น, อู่ซี, และเจิ้งโจว

ทำให้บริษัทเหล่านี้ถูกแบนไม่ให้มีการซื้อขายชิ้นส่วนและอุปกรณ์ต่างๆ กับบริษัทของสหรัฐฯ นอกจากจะผ่านการอนุญาตจากรัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ ทางกระทรวงให้เหตุผลว่ากลุ่มองค์กรดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการสร้างซุปเปอร์คอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในทางการทหารของจีน

โดยมีเป้าหมายในการทำลายสมดุลทางทหาร รวมทั้งพัฒนาอาวุธที่มีอำนาจทำลายล้างสูง ซึ่งความสามารถของซุปเปอร์คอมพิวเตอร์นั้นถือว่าจำเป็นต่อการพัฒนาอาวุธสมัยใหม่เกือบทั้งหมด รวมถึงระบบความปลอดภัยของประเทศ อย่างอาวุธนิวเคลียร์และไฮเปอร์โซนิกด้วย

ที่มา : ZDNet

from:https://www.enterpriseitpro.net/us-adds-seven-chinese-supercomputing/

[Guest Post] Microsoft Exchange Server โดนโจมตีผ่านช่องโหว่ ส่งผลต่อความมั่นคงด้านความปลอดภัยของข้อมูล

ฮือฮาวงการธุรกิจ Microsoft Exchange Server โดนโจมตีผ่านช่องโหว่จนนำไปสู่การโจมตีผ่านอีเมลเซิร์ฟเวอร์กว่า 500 เซิร์ฟเวอร์ ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่อังกฤษ ส่งผลให้องค์กรเหล่านั้นสูญเสียความน่าเชื่อถือเป็นอย่างมาก ในขณะที่ไต้หวันก็โดนโจมตีผ่านอีเมลเซิร์ฟเวอร์เช่นกัน

 

ทุกอย่างเริ่มต้นเมื่อวันที่ 2 มีนาคม และในช่วงแรกคาดว่าเป็นฝีมือของกลุ่มแฮกเกอร์ Halfnium ที่มีเบื้องหลังเป็นรัฐบาลจีน แต่ทางจีนก็ออกมาปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ส่วนประเทศไทยก็ควรเตรียมการในการรับมือกับการโจมตีดังกล่าว เนื่องจากมีหลายองค์กรที่ใช้ Microsoft Exchange Server

สำหรับเหตุการณ์นี้ทาง Microsoft เองก็ได้ออกการอัปเดตใหม่เพื่อปิดช่องโหว่ดังกล่าว แต่ถ้าหากแฮกเกอร์ได้แทรกซึมเข้าไปได้แล้ว การอัปเดตนั้นก็ไม่มีความหมาย นี้จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมการใช้โซลูชันความปลอดภัยสำหรับองค์กรจึงสำคัญ เนื่องจากเราไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่าจะมีการโจมตีรูปแบบใดเกิดขึ้นได้บ้าง และ ESET Protect Advanced สามารถปกป้องได้ทั้งเครื่อง Endpoint และ Server พร้อมป้องกันภัยคุกคามที่ไม่เคยพบมาก่อน รวมไปถึงโปรแกรมเรียกค่าไถ่ (Ransomware) ด้วย Cloud Sandbox Analysis

ให้ทุกองค์กรเข้าถึงโซลูชันความปลอดภัยมากขึ้นด้วยการลด 20% สำหรับ ESET Protect Advanced เพื่อความปลอดภัยที่มากกว่าเดิม

 

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-microsoft-exchange-server-promotion/

NVIDIA เปิดตัวชิป CPU ในดาต้าเซ็นเตอร์ตัวแรก พร้อมนวัตกรรมใหม่ๆในงาน GTC 2021

ที่งาน Graphics Technology Conference (GTC) 2021 ของ Nvidia มีข่าวใหม่น่าตื่นตาตื่นใจจาก Nvidiaหลายอย่าง โดยไฮไลต์คือการประกาศเปิดตัว CPU ระดับดาต้าเซ็นเตอร์ตัวแรก รวมถึง Data Processing Unit (DPU) รุ่นใหม่ แพลตฟอร์มด้าน Autonomous Driving และ Framework สำหรับงานด้าน Quantum Computing และ Cybersecurity เราจึงขอสรุปไฮไลต์เหล่านั้นมาให้ได้ติดตามกันครับ

credit : zdnet.com

1.) GRACE – CPU ในดาต้าเซ็นเตอร์ตัวแรกจาก Nvidia

เมื่อปีก่อนเราคงได้ยินข่าวการเข้าซื้อ ARM ของ Nvidiaแล้ว (ติดตามข่าวเก่าได้จาก TechTalkthai https://www.techtalkthai.com/nvidia-to-acquire-arm-about-40-billions-from-softbank/) โดยผลงานจากวันนั้นคือการเปิดตัวชิปบนสถาปัตยกรรม ARM สำหรับงานด้าน AI หรือที่ต้องการประมวลผลแรงสูงอย่าง HPC ภายใต้ชื่อ ‘GRACE’

CPU ตัวใหม่นี้ทาง Nvidia คุยว่าสามารถเทรนพารามิเตอร์ในงาน Natural Language Processing (NLP) หลักล้านล้านตัวได้เร็วกว่าระบบ Nvidia DGX บน x86 ถึง 10 เท่า นอกจากนี้ด้วยเทคโนโลยี NVLink interconnect 4th ยังเร่งเร้าการเชื่อมต่อระหว่าง GRACE และ Nvidia GPU ได้ถึง 900 GB/s ซึ่งสูงกว่าแบนด์วิดท์ที่ทำได้ในเซิร์ฟเวอร์ทุกวันนี้กว่า 30 เท่า ไม่เพียงเท่านั้นยังรองรับ LPDDR5x ที่ให้แบนด์วิดท์สูงกว่า DDR4 2 เท่าและมีประสิทธิภาพด้านพลังงานดีกว่า 10 เท่า รวมถึงสถาปัตยกรรมแบบใหม่ยังสามารถบูรณาการ Cache เข้าด้วยกันใน Memory Address Space เป็นผืนเดียวกันง่ายต่อการโปรแกรมเข้าไปอีก

โดย Nvidia ประมาณการว่า GRACE จะออกสู่ตลาดได้ราวปี 2023 ซึ่งมีลูกค้าอย่าง Swiss National Supercomputing Centre (CSCS) และ the US Department of Energy’s Los Alamos National Laboratory มารอแล้วใน Supercomputer ที่จะถูกผลิตโดย HPE ในปี 2023

2.) Ominiverse Enterprise

Ominiverse Design เป็นโซลูชันที่ถูกเปิดตัวมาตั้งแต่ธันวาคมปีก่อน โดยสามารถบูรณาการ GPU เข้าด้วยกันเพื่อสร้างระบบ Simulation ประกอบกับรวบรวมแพลตฟอร์มที่จำเป็นกับการทำงาน 3D สำหรับ Omniverse Enterprise ก็เป็น License สำหรับองค์กรที่มาพร้อมกับ เซิร์ฟเวอร์ Nucleus สำหรับการปฏิบัติงานตอบโจทย์ทุกสเกลของงาน โดยปัจจุบัน Ominiverse มีลูกค้าแล้วกว่า 400 บริษัทอย่าง BMW ในโรงงานแบบ Digital Twin สำหรับการผลิตรถยนต์หรือผู้ผลิตเกมต่างๆ

ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ https://developer.nvidia.com/nvidia-omniverse-platform

3.) DPU BLUEFIELD-3 

credit : Zdnet.com

Data Processing Unit (DPU) รุ่นใหม่ของ Nvidia หรือ BlueField-3 โดย DPU เป็นแนวคิดแยกส่วนประมวลผลเพื่อเร่งเร้าประสิทธิภาพของการทำงานให้ SDN, Storage หรือ Cybersecurity โดยชิปรุ่นใหม่ BlueField-3 มาพร้อมกับ Arm A78 16 คอร์ ซึ่งสามารถยกระดับการประมวลผลทราฟฟิคด้านเครือข่ายได้ถึง 400 Gbps หากเมื่อเทียบกับ DPU รุ่นก่อน BlueField-3 มีประสิทธิภาพด้านการเข้ารหัสได้ดีว่าถึง 4 เท่าและมีพลังการประมวลผลได้ดีกว่า 10 เท่า นอกจากนั้นยังรองรับกับ PCIe 5

โดย Nvidia เตรียมความพร้อมในการโปรแกรม BlueField ให้ผ่าน DOCA 1.0 SDK ปัจจุบันมีเสียงตอบรับแล้วจากพาร์ทเนอร์อย่าง Dell Technologies, Inspur, Lenovo และ Supermicro รวมถึงผู้ให้บริการคลาวด์อย่าง Baidu, JD.com, UCloud และแพลตฟอร์มชั้นนำอย่าง Canonical, Red Hat และ VMware ในด้านตลาด Cybersecurity และ Storage ตัว BlueField ยังสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้เล่นชั้นนำด้านนี้อย่าง Fortinet, Guardicore, DDN, NetApp, Cloudflare, F5 และ Juniper Networks คาดว่า BlueField-3 จะพร้อมลงสนามได้ราว Q1 ปี 2022

4.) CUQUANTUM SDK

ถึงแม้ Nvidia จะไม่ใช้ผู้ผลิต Quantum Computer แต่ก็มีส่วนในการพัฒนางานนี้ สำหรับการใช้ Classical เพื่อทำ Quantum Simulation ที่อาศัย GPU ตัว cuQuantum SDK ที่ Nvidia ประกาศออกมานี้ จะช่วยให้นักวิจัยเข้าไปดึงความสามารถจาก GPU มาใช้ตอบโจทย์นั้น โดยนักวิจัยจาก Caltech ได้สร้างสถิติใหม่ด้วยการใช้ cuQuantum กับ Google Sycamore circuit ซึ่งให้ประสิทธิภาพสูงขึ้นถึง 9 เท่าต่อ GPU

5.) EGX AI Platform for Enterprise

ไอเดียคือการทำ Certified ให้การใช้งานระหว่างแพลตฟอร์มระดับองค์กร โดยมีการทำ Certified 2 ส่วนคือแพลตฟอร์ม NVIDIA EGX กับ Atos, Dell Technologies, GIGABYTE, H3C, Inspur, Lenovo, QCT และ Supermicro อีกส่วนคือ Nvidia A10 และ A30 แพลตฟอร์มอย่าง VMware vSphere ซึ่งแพลฟอร์มเหล่านี้เป็นโครงสร้างพื้นฐานในแอปพลิเคชันขององค์กรอยู่แล้ว เมื่อเพิ่ม Nvidia เข้ามาก็เพิ่มความสามารถด้าน AI Workload เข้ามาด้วย หรือกล่าวคือเพิ่มความสามารถ AI จากโซลูชัน Nvidia ให้แอปพลิเคชันขององค์กรนั่นเอง ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ https://nvidianews.nvidia.com/news/nvidia-and-global-computer-makers-launch-industry-standard-enterprise-server-platforms-for-ai

6.) Data Center Security Framework ‘Morpheus’ 

Morpheus เป็น AI Framework ด้าน Cybersecurity ที่ Nvidia แนะว่าจะสามารถดึงเข้าความสามารถ AI ของตนและ BlueFiled-3 ซึ่งอย่างหลังอาจวางอยู่บน Edge อยู่แล้ว โดย Morpheus จะช่วยให้สามารถประมวลผลแพ็กเก็ตที่วิ่งผ่าน Data Center ได้แบบเรียลไทม์ หลังจากนั้นจะส่งข้อมูลต่อไปยัง EGX Server เพื่อวิเคราะห์เชิงลึกต่อไป ทั้งหมดนี้พาร์ทเนอร์อย่าง ARIA Cybersecurity Solutions, Cloudflare, F5, Fortinet, Guardicore, Canonical, Red Hat และ VMware  ได้ขานรับ Framework นี้เพื่อทำงานร่วมกันกับ Nvidia แล้ว

7.)  Jarvis conversational AI framework

Nvidia ได้ประกาศพร้อมใช้งาน Javis หรือ conversational AI framework ให้นักพัฒนาได้นำไปเทรนโมเดล Deep Learning เพื่อสร้าง AI ในการสนทนาแล้ว โดย Framework มีจุดเด่นอย่างการทำ Speech Recognition ได้อย่างแม่นยำ มีความสามารถในการแปลได้หลายภาษาในระดับเรียลไทม์ รวมถึง Text-to-Speech ยิ่งเมื่อรวมกับปัจจัยจาก Nvidia GPU จะยิ่งแสดงศักยภาพได้ดีขึ้น

8.) Autonomous Platform

ในมุมของพาหนะขับเคลื่อนอัตโนมัติ Nvidia ได้ประกาศนวัตกรรมใหม่คือ Atlas หรือแพลตฟอร์มที่มีศักยภาพของโปรเซสเซอร์ถึง 1000 TOPS ซึ่งแรงกว่ารุ่นก่อนหน้า 4 เท่า โดย System-on-chip (SOC) อาศัยสถาปัตยกรรม GPU และ Arm CPU ใหม่ผสานพลังกับ BlueField ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ช่วยป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ชนกับแพลตฟอร์มรุ่นก่อนอย่าง Orin (254 TOPS) ที่กำหนดเริ่มปี 2022 ทาง Nvidia ได้ประกาศแผนของ Atlas ในปี 2025

โดยผลงานของ Orin ทาง Nvidia คุยว่าลูกค้าอย่าง Volvo ได้เตรียมนำไปใช้ในรถยนต์อัตโนมัติรุ่นใหม่ ซึ่งคาดว่ารุ่นแรกน่าจะเป็น Volvo XC90 อย่างไรก็ดี Autonomous Platform เป็นสิ่งที่ควบคู่กันไปกับ Omniverse ในการทำเทรนโมเดลในระบบ Perception ในงานด้านนี้เพื่อจำลองกระบวนการตัดสินใจได้

9.) DGX Superpod

DGX superPOD เป็น Cloud-Native Supercomputer (https://www.nvidia.com/en-us/data-center/dgx-superpod/) ซึ่งในรุ่นต่อไปจะมีการพัฒนาไปใช้ DGX A100 มากกว่า 20 ตัวที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี Nvidia InfiniBand HDR networking โดยย้อนไปที่รุ่นปัจจุบันของ superPOD มีการใช้งาน BlueField-2 อย่างไรก็ดีคาดว่า superPOD ใหม่จะสามารถให้บริการผ่านทางพาร์ทเนอร์ได้ใน Q2 ปีนี้ ในวาระเดียวกัน Nvidia ยังได้ประกาศถึง DGX Station A100 หรือเดสก์ท็อปสำหรับงาน AI สนนราคา Subscription ที่ 9,000 เหรียญสหรัฐฯต่อเดือน 

ที่มา : https://www.zdnet.com/article/everything-announced-at-nvidias-gtc-2021-a-data-center-cpu-a-new-autonomous-driving-soc-an-sdk-for-quantum-circuit-simulations-and-more/

from:https://www.techtalkthai.com/nvidia-launches-first-cpu-grace-omniverse-enterprise-bluefield3-morpheus-cuquantum-sdk-and-more-in-gtc-2021/

ไมโครซอฟท์เริ่มการทดลองระบบหล่อเย็น สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดเล็ก

ดาต้าเซ็นเตอร์ของไมโครซอฟท์ในเมืองควินซี่ รัฐวอร์ชิงตัน กำลังทำโปรเจ็กต์ทดลองทางวิทยาศาสตร์ด้วยการนำเซิร์ฟเวอร์ที่กำลังใช้งานจริง ประมวลผลเวิร์กโหลดงานหนักๆ อยู่ทั้ง Rack แช่อยู่ในของเหลวที่มีการออกแบบทางวิศวกรรมมาอย่างดี

การทดลองนี้คล้ายกับ Project Natick ที่สร้างแคปซูลขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยคอมพิวเตอร์ที่นักวิทยาศาสดร์ด้าน R&D ใช้งานอยู่ ซีลล็อกไม่ให้อากาศผ่านเข้าออก แล้วเอาจมลงไปใต้พื้นมหาสมุทรบริเวณชายฝั่งหมู่เกาะ Orkney ในสก็อตแลนด์

สำหรับโปรเจ็กต์ล่าสุดนี้ ใช้เซิร์ฟเวอร์หลายสิบตัวรันซอฟต์แวร์ที่กำลังใช้งานอยู่จริง ใส่อยู่ในอ่างที่มีของเหลวจุดเดือดต่ำ ซึ่งการทดลองใน Quincy ดังกล่าวเป็นหนึ่งในการหาคำตอบที่ยังตั้งข้อสงสัยก่อนที่จะขยายไปสู่การทดลองสเกลใหญ่ขึ้นอีกทีหนึ่ง

รองประธานกลุ่มพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์ขั้นสูงของไมโครซอฟท์ Christian Belady กล่าวให้สัมภาษณ์กับทางสำนักข่าว DataCenter Knowledge ว่า เฟสปัจจุบันนั้นเป็นการทดลองเพื่อดูการทำงานพื้นฐานว่าระบบหล่อเย็นแบบแช่จมในของเหลวนั้นกระทบกับประสิทธิภาพของเซิร์ฟเวอร์อย่างไรบ้าง

อ่านทั้งหมดที่นี่ – Datacenterknowledge

from:https://www.enterpriseitpro.net/microsoft-s-tiny-data-center-liquid-cooling/

เปิดตัว 3rd Gen Intel Xeon Scalable สูงสุด 40 Cores รองรับ AI ได้ในตัว เร็วขึ้นกว่าเดิม 46% โดยเฉลี่ย

Intel ได้ออกมาประกาศเปิดตัว 3rd Gen Intel Xeon Scalable หน่วยประมวลผลรุ่นล่าสุดสำหรับ Server แล้วอย่างเป็นทางการ โดยมีความสามารถใหม่ๆ ที่น่าสนใจมากมาย ดังนี้

Credit: Intel
  • ใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ 10nm
  • รองรับสูงสุด 40 Core ต่อ CPU
  • รองรับ RAM สูงสุด 6TB ต่อ Socket
  • รองรับ PCIe Gen4 สูงสุด 64 Lane ต่อ Socket
  • มี AI Acceleration ในตัว สามารถรองรับ AI Workload ได้ทั้งใน Edge, Network และ Cloud ประมวลผล AI ได้เร็วกว่ารุ่นก่อน 74% และเร็วกว่า AMD EPYC 7763 ถึง 1.5 เท่าในการทดสอบ และยังเร็วกว่า NVIDIA A100 GPU 1.3 เท่าในการทดสอบ
  • เสริมความสามารถด้าน Security ใหม่ๆ และสามารถถูกเสริมความปลอดภัยเพิ่มเติมได้อย่างต่อเนื่อง โดย Intel SGX สามารถแยกการประมวลผลของโค้ดและข้อมูลขนาด 1TB ได้แล้วในระบบ 2-Socket
  • เพิ่มการทำ Intel Total Memory Encyrption และ Intel Platform Resilience เพื่อเพิ่มความมั่นคงปลอดภัย
  • มี Intel Crypto Acceleration สำหรับรองรับ Cryptographic Algorithm ได้ด้วยความเร็วสูง ตอบโจทย์ตลาดเช่นค้าปลีกออนไลน์ที่ต้องประมวลผลธุรกรรมจำนวนมากอยู่ตลอดเวลา
  • มี oneAPI เพื่อให้นักพัฒนานำไปปใช้ในการเร่งความเร็วการประมวลผลให้กับ Application ต่างๆ ได้

CPU รุ่นใหญ่สุดที่ถูกเปิดตัวมาในครั้งนี้ ได้แก่รุ่น 8380 ที่มีแกนประมวลผลมากถึง 40 Cores @2.3GHz และรุ่น 8380HL ที่มีแกนประมวลผล 28 Cores @ 2.9GHz

โดยใน 3rd Gen Intel Xeon Scalable นี้จะถูกออกแบบมาเพื่อรองรับ Workload ที่แตกต่างกัน 3 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่

  • Cloud สำหรับการใช้งานภายใน Cloud Data Center โดยเฉพาะ
  • Network รุ่น Network-Optimized ที่จะมีตัว N อยู่ในชื่อรุ่น สำหรับใช้งานภายในอุปกรณ์เครือข่ายและ 5G เพื่อรองรับระบบ vRAN, NFVI, Virtual CDN และอื่นๆ อีกมากมาย
  • Intelligent Edge รุ่นสำหรับรองรับ Edge Computing โดยเฉพาะโดยเน้นการประมวลผลทางด้าน AI ที่สูงกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 1.56 เท่าเลยทีเดียว

สำหรับรุ่นต่างๆ ที่เปิดตัวออกมาในครั้งนี้ก็มีมากกว่า 50 รุ่นเลยทีเดียว ผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบรายละเอียดได้ที่ https://newsroom.intel.com/wp-content/uploads/sites/11/2021/04/3rd-Gen-Intel-Xeon-Scalable-Processor-SKU-Stack-294943.pdf

นอกจากนี้ Intel ยังได้ทำการเปิดตัว Intel Optane Persistent Memory 200 Series, Intel Optane Solid State Drive (SSD) P5800X, Intel SSD D5-P5316 NAND SSD, Intel Ethernet 800 Series Network Adapter และ Intel Agilex FPGA รุ่นใหม่ด้วย

ที่มา: https://www.intc.com/news-events/press-releases/detail/1457/intel-launches-its-most-advanced-performance-data-center

from:https://www.techtalkthai.com/3rd-gen-intel-xeon-scalable-processor-for-cloud-and-data-center-is-announced/

[Video Webinar] ก้าวสู่ Hybrid Multicloud อย่างมั่นใจ รองรับได้ทุก Workload ด้วย IBM Power Systems

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าฟังการบรรยาย Webinar ในหัวข้อเรื่อง “ก้าวสู่ Hybrid Multicloud อย่างมั่นใจ รองรับได้ทุก Workload ด้วย IBM Power Systems” เพื่อเรียนรู้โซลูชันล่าสุดทางด้าน Hybrid Multicloud จาก IBM สามารถเข้าชมวิดีโอบันทึกย้อนหลังได้ที่บทความนี้ครับ

ผู้ที่สนใจสามารถรับชมคลิปต่างๆ เกี่ยวกับเทคโนโลยีทางด้าน Enterprise IT รวมถึง Webinar ย้อนหลังจากทาง TechTalkThai ได้ที่ https://www.youtube.com/channel/UCfPhExRni82PH-N7-5Eyq2g?sub_confirmation=1

from:https://www.techtalkthai.com/video-webinar-hybrid-multicloud-with-ibm-power-systems/

Sangfor Technologies ขอเชิญเข้าร่วม Webinar ในหัวข้อ “อัพเดทเทคโนโลยี Hyper-Converged (HCI) และ Cloud Solution สำหรับปี 2021” [7 เม.ย. 2021]

Sangfor Technologies ขอเรียนเชิญ IT Manager, ผู้ดูแลระบบ IT และผู้ที่สนใจทุกท่าน เข้าร่วมฟังสัมมนาออนไลน์ เพื่ออัพเดทเทคโนโลยี Hyper-converged (HCI) และ Cloud Solution ในปี 2021 ในวันพุธที่ 7 เมษายน 2021 เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป

หัวข้อ : อัพเดทเทคโนโลยี Hyper-Converged (HCI) และ Cloud Solution สำหรับปี 2021

วันเวลา : วันพุธที่ 7 เมษายน 2021 เวลา 14.00 น.

ลงทะเบียนได้ที่ : http://go.sangfor.com/hci-webinar-th-2021-04-07

เนื้อหาในการสัมมนามีดังนี้

1. New Highlight Feature เพื่อการประยุกต์ใช้ Cloud Data Center ภายในองค์กร

2. Use Cases สำคัญ ในการนำเทคโนโลยี Hyper-converged มาใช้งาน

  • การป้องกันและรับมือกับ Ransomware เพื่อลดความเสียหายทางธุรกิจ
  • DR Site เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝันในยุค New Normal
  • สร้าง Private Cloud และ PaaS ได้ง่ายๆ ด้วย Sangfor HCI

3. HCI Partner Program สำหรับผู้ที่สนใจนำเทคโนโลยี Software Defined ไปให้บริการลูกค้า และบริการ Managed Cloud Service (MCS)

**หมายเหตุ ตอบคำถามช่วงท้าย เพื่อลุ้นรับ Voucher มูลค่า 1,500 บาท

from:https://www.techtalkthai.com/sangfor-technologies-webinar-hci-and-cloud-solution-for-2021/

[Guest Post] AMD เปิดตัวโปรเซสเซอร์ AMD EPYC™ 7003 Series กำหนดมาตรฐานใหม่ของโปรเซสเซอร์กลุ่มผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์ประสิทธิภาพสูงสุด

ꟷ โปรเซสเซอร์ AMD EPYC ตัวใหม่นี้ขยายความเป็นผู้นำด้านประสิทธิภาพการประมวลต่อซ้อกเก็ตและต่อคอร์ที่ดีสุด ด้วยสถาปัตยกรรมคอร์ประมวลผลใหม่ “Zen 3” และฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยที่ล้ำสมัย 

ꟷ พร้อมความร่วมมือจากพันธมิตรทั่วโลก รวมถึง AWS, Cisco, Acer, Dell Technologies, Google Cloud, HPE, Lenovo, Microsoft Azure, Oracle Cloud, Tencent และกลุ่มพันธมิตร EPYC ที่มีการเติบโตอื่นๆที่พร้อมนำโปรเซสเซอร์ AMD EPYC เข้ามาใช้เครื่องอินสแตนซ์คลาวด์กว่า 400 รุ่น และบนแพลตฟอร์ม OEM ใหม่อีกกว่า 100 รุ่น ภายในสิ้นปี 2564 

AMD เปิดตัวผลิตภัณฑ์โปรเซสเซอร์สำหรับเซิร์ฟเวอร์ใหม่ AMD EPYC™ 7003 Series ประกอบด้วย AMD EPYC 7763 โปรเซสเซอร์ที่มีประสิทธิภาพการประมวลผลที่สูงที่สุดในโลก[i]* โดยโปรเซสเซอร์ใหม่ซีรีย์ AMD EPYC 7003 จะช่วยให้ลูกค้ากลุ่ม HPC, ผู้ให้บริการคลาวด์ และลูกค้าองค์กรทำงานได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวดเร็วยิ่งขึ้น จากการนำเสนอประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมที่สุดในกลุ่มผลิตภัณฑ์โปรเซสเซอร์สำหรับเซิร์ฟเวอร์ด้วยประสิทธิภาพด้าน IPC (Instruction per clock) ที่เพิ่มขึ้นถึง 19%[ii]

นายฟอร์เรสต์ นอร์รอด (Forrest Norrod) รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไปฝ่าย Data Centre และ Embedded Solution Business Group บริษัท AMD กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่ได้นำเสนอโปรเซสเซอร์สำหรับเซิร์ฟเวอร์ 3rd Gen AMD EPYC ที่มีประสิทธิภาพการประมวลผลเร็วที่สุดในโลก เพื่อย้ำความเป็นผู้นำกลุ่มดาตาร์เซ็นเตอร์ และช่วยให้ลูกค้าสามารถแก้ปัญหาด้านไอทีที่ซับซ้อนที่สุดในปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันทำให้ระบบนิเวศน์ในผลิตภัณฑ์ของเราเติบโตอย่างยั่งยืน เราไม่เพียงแต่เพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลของผลิตภัณฑ์โปรเซสเซอร์ AMD สำหรับเซิร์ฟเวอร์ให้มากกว่าคู่แข่งในด้าน HPC, คลาวด์และเวิร์คโหลดงานในระดับองค์กร แต่เมื่อทำงานร่วมกันกับกราฟิกการ์ด AMD Instinct ทำให้เราสามารถทลายกำแพงด้านการประมวลผลของซูเปอร์คอมพิวเตอร์และช่วยแก้ไขปัญหาในอดีตที่เกินขีดความสามารถของมนุษย์ลงได้”

 

ขับเคลื่อนประสิทธิภาพการประมวลผลของศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์อันล้ำสมัยด้วยโปรเซสเซอร์ AMD EPYC

      โปรเซสเซอร์ AMD EPYC 7003 Series พร้อมให้ใช้งานแล้ว มาพร้อมคอร์ประมวลผล “Zen 3” จำนวน 64 คอร์ต่อโปรเซสเซอร์ และหน่วยความจำแคชต่อคอร์ประสิทธิภาพสูงใหม่ และยังคงรองรับเทคโนโลยี PCIe® 4 และหน่วยความจำแบนด์วิดท์ระดับสูงที่อยู่บนโปรเซสเซอร์ AMD EPYC 7002 Series โปรเซสเซอร์ 3rd Gen AMD EPYC ได้รวบรวมฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยที่ล้ำสมัยอย่าง AMD Infinity Guard และฟีเจอร์ใหม่ที่ชื่อ Secure Encrypted Virtualization-Secure Nested Paging (SEV-SNP) ขยายฟีเจอร์ SEV ที่มีอยู่ในโปรเซสเซอร์ AMD EPYC รุ่นก่อนหน้าเข้ามา เพิ่มความสามารถที่ยอดเยี่ยมด้านการป้องกันหน่วยความจำเพื่อป้องกันการโจมตีรูปแบบไฮเปอร์ไวเซอร์ที่เป็นอันตราย โดยการสร้างสภาพแวดล้อมการดำเนินงานแยกออกมา สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟีเจอร์ใหม่บนโปรเซสเซอร์ 3rd Gen AMD EPYC ได้ที่นี่

การรวมฟีเจอร์และคุณสมบัติทั้งหมดนี้ไว้ด้วยกัน เพื่อให้ผลลัพธ์และการพัฒนาผลลัพธ์ทางธุรกิจของลูกค้ากลุ่ม HPC, ผู้ให้บริการคลาวด์ และลูกค้าระดับองค์กรมีความรวดเร็วมากขึ้น

  • สำหรับลูกค้ากลุ่ม HPC ที่ต้องการประสิทธิภาพด้านการประมวลผลมากที่สุดเพื่อสามารถทำการจำลองการประมวลผลได้มากขึ้นในช่วงเวลาที่กำหนด หรือใช้ชุดข้อมูลที่ใหญ่ขึ้นหรือซับซ้อนมากขึ้น โปรเซสเซอร์ AMD EPYC 7003 Series จะช่วยให้เวลาในการหาผลลัพธ์มีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้นด้วยระบบ I/O[iii] และสถาปัตยกรรมคอร์ประมวลผล “Zen 3”ที่ทรงพลังให้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 2 เท่าสำหรับกลุ่มเวิร์คโหลดงานด้าน HPC เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่ง[iv]
  • สำหรับผู้ให้บริการระบบคลาวด์ ที่ต้องการการประมวลผลที่มีความหนาแน่นและมีความปลอดภัย โปรเซสเซอร์ AMD EPYC 7003 Series นำเสนอคอร์ประมวลผลที่มีความหนาแน่นสูงที่สุด[v] ฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยขั้นสูง และประสิทธิภาพด้านการประมวลผลที่เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับคู่แข่ง[vi]
  • สำหรับลูกค้าในระดับองค์กร เน้นประสิทธิภาพและเวลาที่คุ้มค่าคือส่วนสำคัญในการสนับสนุนการทำงานในรูปแบบ “การทำงานได้จากทุกที่ (work from anywhere)” โปรเซสเซอร์ AMD EPYC 7003 Series เข้ามาช่วยพัฒนาประสิทธิภาพ และส่งมอบความคุ้มค่าให้กับผู้ใช้ โดยช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลฐานข้อมูลด้านธุรกรรมเพิ่มขึ้นถึง 19%[vii] พัฒนาประสิทธิภาพด้านการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ของซอฟต์แวร์ Hadoop เพิ่มขึ้นถึง 60% ด้วยประสิทธิภาพต่อราคาที่ดีกว่าคู่แข่งถึง 61%[viii] และส่งมอบประสิทธิภาพที่เหนือกว่าในการทำงานด้านโครงสร้างพื้นฐานไฮเปอร์คอนเวิร์จ ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยให้ CIO (Chief Information Officer) เปลี่ยนข้อมูลต่าง ๆ ให้เป็นข้อมูลเชิงลึกเพื่อนำไปดำเนินงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

 

พันธมิตรที่ใช้โปรเซสเซอร์ AMD EPYC 7003 Series

          คาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์โปรเซสเซอร์ AMD EPYC จะเติบโตขึ้นอย่างมากภายในปลายปี 2564 โดยจะมีระบบอินสแตนซ์คลาวมากกว่า 400 รุ่นที่ใช้โปรเซสเซอร์ AMD EPYC และแพลตฟอร์มเซิร์ฟเวอร์ใหม่อีกกว่า 100 รุ่น ที่ใช้โปรเซสเซอร์ใหม่ 3rd Gen AMD EPYC โซลูชั่นที่ใช้โปรเซสเซอร์ AMD EPYC 7003 Series พร้อมวางจำหน่ายแล้วผ่านทาง OEM, ODM, ผู้ให้บริการระบบคลาวด์ และช่องทางต่าง ๆ ของพันธมิตรทั่วโลก

  • Acerเปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ใหม่ Altos BrainSphere™ R385 F5 มาพร้อมโปรเซสเซอร์รุ่นล่าสุด AMD EPYC™ 7003 (Milan) และ 7002 พร้อมประสิทธิภาพการประมวลผลที่ทรงพลัง เหมาะสำหรับแอปพลิเคชั่นที่มุ่งเน้นเรื่องการวิเคราะห์บิ้กดาต้า การทำเวอร์ชวลไลเซชั่น การประมวลผลบนระบบคลาวด์ และด้าน AI/DL
  • Dell Technologies – ประกาศเปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ PowerEdge XE8545 รุ่นใหม่ทั้งหมด ที่มาพร้อมโปรเซสเซอร์ AMD EPYC 7003 Series และบริษัทจะสนับสนุนโปรเซสเซอร์ใหม่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์กลุ่ม PowerEdge
  • Google Cloud – ประกาศว่าโปรเซสเซอร์ AMD EPYC 7003 Series จะขับเคลื่อประสิทธิภาพการประมวลผลเครื่องเซิร์ฟเวอร์ VM และ C2D รุ่นใหม่ ที่เพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผล และขยายขอบเขตการทำงานเครื่อง N2D VM เพื่อวัตถุประสงค์การใช้งานทั่วไปในช่วงปลายปีนี้ โดยฟีเจอร์ Google Cloud Confidential Computing จะพร้อมให้ใช้งานได้ทั้งใน C2D และ N2D
  • HPEประกาศว่าจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์โซลูชั่นที่ขับเคลื่อนประสิทธิภาพด้วยโปรเซสเซอร์ AMD EPYC จำนวน 2 รุ่น โดยนำโปรเซสเซอร์ AMD EPYC 7003 Series มาใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องเซิรฟเวอร์ HPE ProLiant, ระบบ HPE Apollo และซูเปอร์คอมพิวเตอร์ HPE Cray EX
  • Lenovoเปิดตัวเครื่องเซิร์ฟเวอร์ Lenovo ThinkSystem และโซลูชั่น ThinkAgile HCI ที่ขับเคลื่อนประสิทธิภาพการประมวลผลด้วยโปรเซสเซอร์ 3rd Gen EPYC จำนวนสิบรุ่น และบรรลุความสำเร็จในระดับโลกมากว่า 25 รายการจากการทำสถิติด้านการเปรียบเทียบประสิทธิภาพสำหรับพื้นฐานด้านอุตสาหกรรมที่มีความหลากหลายในด้านเวิร์คโหลด
  • Microsoft Azure – เปิดตัวเครื่องเวอร์ชวลแมชชีนใหม่จำนวนหลายรุ่น ที่ขับเคลื่อนประสิทธิภาพโดยโปรเซสเซอร์ AMD EPYC 7003 โดยเครื่องเวอร์ชวลแมชชีน Azure HBv3 สำหรับแอปพลิเคชั่นด้าน HPC พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ และเครื่องเวอร์ชวลแมชชีน Confidential Computing ที่ใช้ฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยเต็มรูปแบบของโปรเซสเซอร์ใหม่ AMD EPYC 7003 นั้น ยังอยู่ในขั้นตอน private preview
  • Oracle Cloud Infrastructure – ประกาศว่ากำลังพัฒนาเครื่องเวอร์ชวลแมชชีนที่มีความยืดหยุ่นและนำเสนอการประมวลผลแบบ bare metal บนแพลตฟอร์มใหม่ E4 ซึ่งใช้โปรเซสเซอร์ 3rd Gen AMD EPYC
  • Supermicro – นำโปรเซสเซอร์ AMD EPYC 7003 Series ใช้ในเครื่องเซิร์ฟเวอร์ Supermicro A+ ในแบบซิงเกิลซ็อคเก็ตและดูอัลซ็อคเก็ตในตระกูล Ultra, Twin, SuperBlade®, Storage และ GPU Optimized Systems
  • Tencent Cloudประกาศเปิดตัวเครื่องอินสแตนซ์เซิร์ฟเวอร์ใหม่ Tencent Cloud SA3 ที่ใช้โปรเซสเซอร์ 3rd Gen AMD EPYC
  • VMwareประกาศเปิดตัว VMware vSphere 7 รุ่นล่าสุด ซึ่งได้รับการพัฒนาให้ใช้ประโยชน์ด้านประสิทธิภาพการจำลองเสมือนจากโปรเซสเซอร์ AMD EPYC รองรับฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยขั้นสูงอย่าง SEV-ES บนเครื่องเวอร์ชวลแมชชีนและบนแอปพลิเคชั่นคอนเทนเนอร์

ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปเยี่ยมชมทาง เว็บไซต์ AMD เพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมของเหล่าพันธมิตรของ AMD วิธีที่แต่ละแบรนด์จะนำประสิทธิภาพความเป็นผู้นำและความสามารถของโปรเซสเซอร์ AMD EPYC 7003 Series มาใช้ คุณสามารถดูคำกล่าวสนับสนุนจากพันธมิตรของ AMD เพื่อดูการรับรองประสิทธิภาพของโปรเซสเซอร์จากพันธมิตรทั่วโลก

 

AMD EPYC 7003 Series Processor SKU Table

Model # 

Cores 

Threads 

Base Freq (GHz) 

Max Boost Freq (up to GHz[ix]) 

Default  

TDP (w) 

cTDP  

Min (w) 

cTDP  

Max (w) 

L3 Cache (MB) 

DDR Channels 

Max DDR Freq (1DPC) 

PCIe®4 

1Ku Pricing 

7763

64

128

2.45

3.50

280

225

280

256

8

3200

x128

$7,890

7713

64

128

2.00

3.675

225

225

240

256

8

3200

X128

$7,060

7713P

64

128

2.00

3.675

225

225

240

256

8

3200

X128

$5,010

7663

56

112

2.00

3.50

240

225

240

256

8

3200

x128

$6,366

7643

48

96

2.30

3.60

225

225

240

256

8

3200

x128

$4,995

75F3

32

64

2.95

4.00

280

225

280

256

8

3200

x 128

$4,860

7543

32

64

2.80

3.70

225

225

240

256

8

3200

x128

$3,761

7543P

32

64

2.80

3.70

225

225

240

256

8

3200

X128

$2,730

7513

32

64

2.60

3.65

200

165

200

128

8

3200

x128

$2,840

7453

28

56

2.75

3.45

225

225

240

64

8

3200

x128

$1,570

74F3

24

48

3.20

4.00

240

225

240

256

8

3200

x128

$2,900

7443

24

48

2.85

4.00

200

165

200

128

8

3200

x128

$2,010

7443P

24

48

2.85

4.00

200

165

200

128

8

3200

X128

$1,337

7413

24

48

2.65

3.60

180

165

200

128

8

3200

X128

$1,825

73F3

16

32

3.50

4.00

240

225

240

256

8

3200

x128

$3,521

7343

16

32

3.20

3.90

190

165

200

128

8

3200

x128

$1,565

7313

16

32

3.00

3.70

155

155

180

128

8

3200

X128

$1,083

7313P

16

32

3.00

3.70

155

155

180

128

8

3200

X128

$913

72F3

8

16

3.70

4.10

180

165

200

256

8

3200

x128

$2,468

 

 

Supporting Resources

 

เกี่ยวกับ AMD

เป็นเวลากว่า 50 ปีที่ AMD ขับเคลื่อนให้เกิดนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพสูงทั้งในส่วนของการประมวลผลกราฟิก และเทคโนโลยีเวอร์ชวลไลเซชั่นต่าง ๆ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญสำหรับวงการเกม เป็นแพลตฟอร์มระดับมืออาชีพ และเป็นศูนย์กลางข้อมูล ผู้บริโภคหลายร้อยล้านคน องค์กรธุรกิจชั้นนำที่จัดอยู่ในกลุ่ม Fortune 500 และหน่วยงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ทั่วโลก ต่างใช้เทคโนโลยีของ AMD เพื่อการพัฒนาศักยภาพด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การใช้ชีวิต การทำงาน และความบันเทิง พนักงานของ AMD ทุกคนทั่วโลกล้วนมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่จะก้าวข้ามขอบเขตของข้อจำกัดทั้งหลาย ท่านสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ AMD (NASDAQ: AMD) และกระบวนการสร้างสรรค์ต่าง ๆ ที่เราทำในปัจจุบันและที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตได้ที่เว็บไซต์ website, blog, Facebook และ Twitter

[i] MLN-016: Results as of 01/28/2021 using SPECrate®2017_int_base. The AMD EPYC 7763 a measured estimated score of 798 is higher than the current highest 2P server with an AMD EPYC 7H12 and a score of 717, https://spec.org/cpu2017/results/res2020q2/cpu2017-20200525-22554.pdf. OEM published score(s) for 3rd Gen EPYC may vary.  SPEC®, SPECrate® and SPEC CPU® are registered trademarks of the Standard Performance Evaluation Corporation. See http://www.spec.org for more information.
[ii] MLN-003: Based on AMD internal testing as of 02/1/2021, average performance improvement at ISO-frequency on an AMD EPYC™ 72F3 (8C/8T, 3.7GHz) compared to an AMD EPYC™ 7F32 (8C/8T, 3.7GHz), per-core, single thread, using a select set of workloads including SPECrate®2017_int_base,SPECrate®2017_fp_base, and  representative server workloads. SPEC® and SPECrate® are registered trademarks of Standard Performance Evaluation Corporation. Learn more at spec.org.
[iii] MLN-055: AMD EPYC 7003 CPUs with PCIe4 lanes have 2X the I/O throughput capacity per lane than any Intel Xeon Scalable CPU which use PCIe3. PCIe4 provides 16GB/s of link bandwidth versus PCIe3 with 8Gb/s, https://pcisig.com/pci-express-delivering-needed-bandwidth-open-compute-project.
[iv]MLN-074K: Based on SPECrate®2017_fp_base on 02/20/2021, a server powered by two 64c AMD EPYC 7763 CPUs has a score of 636 a compliant result run on an ThinkSystem SR665; with Memory: 512 GB (16 x 32 GB 2Rx4 PC4-3200AA-R); OS: Red Hat Enterprise Linux release 8.3 (Ootpa); Compiler: C/C++/Fortran: Version 3.0.0 of AOCC.  Versus  the current highest score Intel Cascade Lake Refresh server with  a score of 309 with a 2P  Intel Gold 6258R based server, https://spec.org/cpu2017/results/res2020q3/cpu2017-20200915-23979.pdf. SPEC®, SPECrate® and SPEC CPU® are registered trademarks of the Standard Performance Evaluation Corporation. See http://www.spec.org for more information.
[v] EPYC-10: AMD EPYC has up to 64c/128t and Intel Scalable has up to 56c/112t, per processor.
[vi] MLN-073K: Based on SPECrate®2017_int_base on 02/20/2021, a server powered by two 64c AMD EPYC 7763 CPUs has a score of 819 in a compliant result run on an ThinkSystem SR645; with Memory: 2 TB (32 x 64 GB 2Rx4 PC4-3200AA-R), OS: SUSE Linux Enterprise Server 12 SP5 (x86_64) Kernel 4.12.14-120-default; Compiler: C/C++/Fortran: Version 3.0.0 of AOCC.  Versus the current  highest score Intel Cascade Lake Refresh server with a score of 397 using 2P Intel Gold 6258R, https://spec.org/cpu2017/results/res2020q3/cpu2017-20200915-23981.pdf. SPEC®, SPECrate® and SPEC CPU® are registered trademarks of the Standard Performance Evaluation Corporation. See http://www.spec.org for more information.
[vii]MLN-006: HammerDB 4.0 OLTP comparison based on AMD internal testing on Oracle® 19c RDBMS as of 02/01/2021 on a server using 2x AMD EPYC 75F3 versus a server using 2x AMD EPYC 7542 for ~19% more [~1.2x the] performance. TPROC-C: OLTP workload profile in HammerDB derived, from the TPC-C specification using 2000 Warehouses. Results may vary.
[viii] MLN-069K: TPC Benchmark Express™ HSph@3TB comparison based on highest system results published as of 03/12/2021. Configurations: 17-node, 1x AMD EPYC 75F3 (34.52 HSph@3TB, $35,615.50/HSph@3TB, http://www.tpc.org/5548, available 3/15/2021, Framework 1 MapReduce) versus 17-node, 2x Intel Xeon Gold 6262V (21.52 HSph@3TB, $91,276.91/HSph@3TB, http://www.tpc.org/5544, available 11/09/2020, Framework 2 Spark) for 60% higher [1.6x the] Hadoop Sort throughput performance at 61% better price/performance.
[ix] EPYC-18: Max boost for AMD EPYC processors is the maximum frequency achievable by any single core on the processor under normal operating conditions for server systems.

 

 

 

 

 

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-amd-epyc-7003-series/

เปิดตัว AMD EPYC 7003 Series มาพร้อม Zen 3 Core ตอบโจทย์ Data Center ด้วยประสิทธิภาพและความมั่นคงปลอดภัยที่เหนือยิ่งขึ้น

AMD ได้ออกมาประกาศเปิดตัว AMD EPYC 7003 Series หน่วยประมวลผลรุ่นล่าสุดสำหรับ Server ภายใน Data Center และ Cloud ที่ใช้ Zen 3 Core โดยมีจุดเด่นที่ประสิทธิภาพที่สูงยิ่งขึ้น และความสามารถด้านความมั่นคงปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นมาดังนี้

Credit: AMD
  • ผลิตด้วยเทคโนโลยี 7nm ในสถาปัตยกรรม x86
  • มีหน่วยประมวลผล Security ในตัวภายใต้ชื่อ AMD Infinity Guard
  • รองรับ L3 Cache ต่อ Core สูงสุด 32MB
  • ออกแบบหน่วยความจำแบบ 4-6-8 Memory Channel Interleaving เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานหลาย DIMM ร่วมกัน
  • รองรับ 8 DDR Channel ทุกรุ่น
  • รองรับ PCIe 4 x128 ทุกรุ่น
  • สามารถประมวลผล Instruction ต่อ Clock ได้มากขึ้น 19%
  • ทดสอบการทำ HCI ด้วย VMmark มีประสิทธิภาพสูงกว่า Intel ถึง 280%
  • ทดสอบ VSI ได้ผลลัพธ์ดีกว่า Intel 214%
  • ทดสอบ Database ได้ความเร็วเหนือกว่า Intel 227%
  • ทดสอบ HPC ได้ความเร็วเหนือกว่า Intel 181%
  • ทดสอบ Integer ได้ความเร็วเหนือกว่า Intel 206%
  • รองรับการทำ Confidential Computing ได้ด้วย AMD Secure Encrypted Virtualization พร้อม Secure Nested Paging
Credit: AMD

รุ่นสเป็คแรงสุดที่เปิดตัวออกมาปัจจุบันนี้คือ AMD EPYC 7763 ที่มี 64 Cores/128 Threads ด้วยความถี่ 2.45GHz พร้อม Boost ได้ถึง 3.675GHz และ Cache ขนาด 256MB โดยราคาเปิดตัวตามข่าว PR นั้นอยู่ที่ 7,890 เหรียญต่อ CPU

AMD ระบุว่าในเวลาที่เปิดตัวนี้ ผู้ผลิต Server และผู้ให้บริการ Cloud ทั่วโลกต่างก็เปิดตัวผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เกี่ยวกับ AMD EPYC 7003 Series ออกมาอย่างพร้อมหน้า ไม่ว่าจะเป็น AWS, Cisco, Dell Technologies, Google Cloud, HPE, Lenovo, Microsoft Azure, Oracle Cloud Infrastructure, Supermicro, Tencent Cloud และ VMware

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ AMD EPYC 7003 Series สามารถศึกษาข้อมูลได้ที่ https://www.amd.com/en/processors/epyc-7003-series และสามารถเปรียบเทียบสเป็คของรุ่นต่างๆ ได้ที่ https://www.amd.com/en/press-releases/2021-03-15-amd-epyc-7003-series-cpus-set-new-standard-highest-performance-server

ที่มา: https://www.amd.com/en/press-releases/2021-03-15-amd-epyc-7003-series-cpus-set-new-standard-highest-performance-server

from:https://www.techtalkthai.com/amd-epyc-7003-series-is-announced/

เดลล์ เทคโนโลยีส์ ขอเชิญเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ “PowerEdge Innovations Launch” [18 มีนา 2021]

เดลล์ เทคโนโลยีส์ ขอเชิญท่านร่วมเปิดประสบการใหม่ก่อนใครใน South Asia กับการเปิดจัว PowerEdge ซึ่งนับเป็นการพลิกโฉมนวัตกรรมครั้งสำคัญของ เดลล์ เทคโนโลยีส์ ในวันพฤหัสบดีที่ 18 มีนาคม 2564 เวลา 11.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย)

**หมายเหตุ งาน Virtual Event ครั้งนี้ดำเนินรายการด้วยภาษาอังกฤษทั้งหมด

from:https://www.techtalkthai.com/dell-technologies-virtual-event-poweredge-innovations-launch-18-mar-2021/