คลังเก็บป้ายกำกับ: SELF-DRIVING_CAR

Waymo ทดสอบรถยนต์ไร้คนขับบน simulator ได้ถึง 1 หมื่นล้านไมล์แล้ว

Waymo บริษัทรถยนต์ไร้คนขับของ Alphabet ประกาศหลักไมล์สำคัญครั้งใหม่ว่าตอนนี้รถยนต์ในระบบ simulator ทดสอบการขับได้ระยะทางถึงหนึ่งหมื่นล้านไมล์แล้ว

Dmitri Dolgov ซีทีโอของ Waymo กล่าวในงาน Sessions: Mobility ของ TechCrunch ว่า ตอนนี้ ​Waymo ขับรถได้ถึงสิบล้านไมล์บนถนนจริงแล้ว ส่วนบนระบบจำลองก็ขับไปได้ถึงหนึ่งหมื่นล้านไมล์ ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วถือเป็นจะช่วยเติมเต็มความสามารถของระบบให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

Dolgov ยังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า เขาคิดว่าสิ่งที่ทำให้ simulator นั้นดีและมีประสิทธิภาพมีสองอย่าง หนึ่งคือความแม่นยำ ซึ่งความแม่นยำนั้นไม่ใช่ที่ดูดีแค่ไหน แต่หมายถึงปฏิบัติอย่างไร ซึ่งนี่คือสิ่งที่จะต้องพบในโลกแห่งความจริง ส่วนอย่างที่สองคือขนาด

สำหรับ Waymo แล้ว การขับรถในระบบ simulator สำคัญมาก เนื่องจากในระบบเป็นการทดสอบเสมือนจริง เมื่อประกอบกับการทดสอบบนท้องถนนจริง ๆ แล้ว ดาต้าเซ็ทที่เก็บมานี้จะมีประโยชน์มากในการเทรนนิ่งซอฟต์แวร์

ที่มา – TechCrunch

No Description
ภาพจาก Waymo

from:https://www.blognone.com/node/110819

โฆษณา

ในอนาคต Tesla อาจขายรถในราคาแพงมากๆ เพราะไม่มีความจำเป็นต้องซื้อรถขับเองแล้ว

เมื่อปี 2016 Elon Musk เคยเผยแผนระยะยาวของ Tesla ในชื่อ “Master Plan, Part Deux” (Deux แปลว่า 2 ในภาษาฝรั่งเศส) ซึ่งระบุไว้ว่าสุดท้ายแล้วผู้คนจะไม่มีความจำเป็นต้อง “ซื้อ” รถยนต์อีกต่อไป แต่จะใช้วิธีเรียกรถไร้คนขับจากแอพแทนเพื่อเดินทางไปจุดหมาย อีกทั้งยังสามารถส่งรถ Tesla ของเราออกไปวิ่งหารายได้ได้ในเวลาที่เราไม่ใช้รถ เช่นช่วงกลางวันที่เราทำงานอยู่

ล่าสุด Elon Musk ได้พูดคุยทางทวิตเตอร์เรื่องฮาร์ดแวร์ FSD ที่เพิ่งใส่มาในรถยนต์ Tesla ทุกคันเมื่อราว 3 เดือนที่แล้ว และมีคนทวีตไปถามว่าหากต่อไปความต้องการรถยนต์ลดลง (เพราะทุกคันขับอัตโนมัติได้หมด) เพื่อให้อุปสงค์และอุปทานสมดุลกัน Tesla จะต้องขึ้นราคารถอีกหลายเท่า นี่แปลว่าลูกค้าจะมีเวลาที่จำกัดเพื่อซื้อรถยนต์ในราคาปัจจุบันใช่หรือไม่ ซึ่ง Elon Musk ก็ตอบสั้นๆ ตรงๆ ว่า “ใช่”

Elon ย้ำว่าลูกค้าจะยังสามารถซื้อรถ Tesla ได้ แต่ราคาจะแพงขึ้นมาก เนื่องจากแท็กซี่ขับอัตโนมัติ หรือที่ Elon เรียกว่า “Robotaxi” นั้นมีค่ามากกว่ารถปกติมาก

ในงาน Autonomy Investor Day เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา Telsa ทำนายว่า Robotaxi จะทำกำไรขั้นต้น (gross profit) ได้ปีละ 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 924,000 บาท) โดยรถหนึ่งคันจะใช้งานได้ 11 ปี แปลว่าตลอดอายุของรถจะทำกำไรได้ 330,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 10 ล้านบาทเลยทีเดียว

alt="K7q27J.jpg"

ผู้เล่นอื่นในวงการแท็กซี่ไร้คนขับก็เช่น Uber และ Waymo

ที่มา – Electrek

from:https://www.blognone.com/node/110755

Toyota, Geely (บ.แม่ Volvo) จับมือ Baidu เข้าร่วมโครงการพัฒนารถไร้คนขับ Apollo

Baidu ประกาศความร่วมมือกับ Toyota และ Zhejiang Geely Holding Group บริษัทรถยนต์จีนที่ถือหุ้นใหญ่ใน Volvo Group ในการพัฒนารถไร้คนขับร่วมกันบนแพลตฟอร์ม Apollo ของ Baidu

ในส่วนของ Toyota จะรถบัส e-Paletteมาทดสอบกับ Apollo Minibus แพลตฟอร์มรถบัสไร้คนขับ และจะการหาทางนำเทคโนโลยีไร้คนขับมาใช้งานจริงเพิ่มเติมต่อไป ขณะที่ Geely เบื้องต้นจะร่วมมือในแง่การนำ AI มาใช้งานประเภท Intelligent Connectivity หรือ Smart Mobility

ที่มา – ITNews

No Description

from:https://www.blognone.com/node/110732

Waymo จับมือ Lyft เริ่มทดลองให้บริการรถยนต์ไร้คนขับแล้ว

Waymo เริ่มขยายอาณาเขตบริการรถยนต์ไร้คนขับให้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ หลังสัปดาห์ก่อนมีข่าวว่าไปร่วมมือกับ Renault–Nissan–Mitsubishi ให้บริการรถยนต์ไร้คนขับที่ฝรั่งเศสและญี่ปุ่น และเมื่อเดือนพฤษภาคมก็ประกาศความร่วมมือกับ Lyft เช่นกัน

ล่าสุดบริการรถยนต์ไร้คนขับของ Waymo กับ Lyft เริ่มขึ้นแล้วที่เมือง Phoenix รัฐ Arizona โดยตอนนี้มีรถให้บริการไม่ถึง 10 คัน แต่จะเพิ่มให้ครบตามเป้าของการทดลองนี้ที่ 10 คัน ซึ่งคนที่จะได้นั่งรถของ Waymo จะต้องเรียกรถจากต้นทางและไปยังปลายทางในขอบเขตที่กำหนดไว้เท่านั้น

นอกจากนี้ผู้โดยสารยังสามารถเลือกก่อนเรียกรถได้ว่าจะไปกับรถยนต์ไร้คนขับ หรือจะไปกับรถธรรมดา ทั้งนี้ในรถของ Waymo ยังมีคนนั่งหลังพวงมาลัยเพื่อความปลอดภัยอยู่ตลอด

ที่มา – TechCrunch

No Description
ภาพโดย Waymo

from:https://www.blognone.com/node/110652

Monet บริษัทรถยนต์ไร้คนขับของ Toyota และ SoftBank ได้พาร์ทเนอร์บริษัทรถญี่ปุ่นอีก 5 ราย

Monet บริษัทร่วมทุนรถยนต์ไร้คนขับโดย Toyota และ SoftBank ได้พาร์ทเนอร์ร่วมลงทุนในเทคโนโลยีเพิ่มเติมเป็นบริษัทรถยนต์ญี่ปุ่น 5 ราย

บริษัทรถยนต์อีก 5 รายที่เข้าร่วมได้แก่ Isuzu, Suzuki, Subaru, Daihatsu และ Mazda โดยแต่ละบริษัทจะร่วมทุนบริษัทละ 2% ทำให้บริษัทที่ถือหุ้นอยู่เดิมลดสัดส่วนการถือหุ้นลง โดย Toyota จะเหลือสัดส่วน 34.8%, SoftBank 35.2% ส่วนที่เหลือคือ Honda และ Hino จะถือหุ้นอีกบริษัทละ 10%

Junichi Miyakawa ซีอีโอของ Monet กล่าวว่า การได้บริษัทพาร์ทเนอร์มาร่วมทุน จะช่วยให้ Monet ได้รับข้อมูลเพื่อการพัฒนารถยนต์ด้วย เพราะการจะพัฒนาแพลตฟอร์ม Mobility-as-a-Service จำเป็นต้องมีดาต้าเซ็ทที่กว้างขวาง ดังนั้นการร่วมมือกันจะช่วยให้การพัฒนาแพลตฟอร์มเป็นไปได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

สำหรับแผนการปล่อยรถยนต์ไร้คนขับมาใช้งานจริง Monet ระบุว่ามีแผนเริ่มจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปีหน้า ต่อด้วยญี่ปุ่นในปีเดียวกัน

ที่มา – TechCrunch

No Description

from:https://www.blognone.com/node/110640

Jony Ive เคยนำเสนอแนวคิด Apple Car ที่ขับเคลื่อนด้วย Siri โดยไม่มีพวงมาลัย

Jony Ive นักออกแบบที่ทรงอิทธิพลที่สุดของ Apple ได้ตัดสินใจลาออกจาก Apple แล้ว หลังจากทำงานที่นี่มาเกือบ 30 ปี โดยเขาจะสิ้นสภาพการเป็นพนักงานของ Apple ในปลายปีนี้ แต่ผลงานการออกแบบของเขาที่สร้างไว้กับ Apple จะยังคงอยู่ตลอดไป และอาจรวมถึงผลิตภัณฑ์ที่กำลังจะเปิดตัวในอนาคตอย่างรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ที่เรียกกันว่า Apple Car

แหล่งข่าวรายงานว่า Jony Ive มีส่วนร่วมในการออกแบบรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติของ Apple ด้วย และ Jony Ive ก็ดีไซน์ไว้หลายแบบ หนึ่งในนั้นทำมาจากไม้และหนัง แต่ไม่มีพวงมาลัย

Jony Ive ต้องการให้ Apple Car ถูกควบคุมโดย Siri เขายังเคยนำเสนอแนวคิดนี้กับ Tim Cook ด้วยการให้ผู้หญิงที่อยู่ใกล้ มาแสดงเป็น Siri คอยตอบสนองต่อคำสั่งเสียงจากผู้บริหารของ Apple แต่ไม่มีรายงานว่า Tim Cook จริงจังกับต้นแบบของ Jony Ive มากแค่ไหน

นอกจาก รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ Jony Ive ยังได้ออกแบบทีวีให้กับ Apple แต่ยังไม่เคยได้รับการเปิดตัวทางการ และยังสร้างต้นแบบ Apple Watch ด้วย

Bloomberg รายงานว่า Jony Ive ถูกลดบทบาทลงเรื่อยๆ นับตั้งแต่ Apple Watch เปิดตัวในปี 2015 โดยเวลาส่วนใหญ่ของ Jony Ive ถูกใช้ไปกับการออกแบบ Apple Park

เมื่อพ้นปีนี้ Jony Ive จะไม่ได้เป็นส่วนของ Apple อีกแล้ว แต่ Apple ยืนยันว่ายังคงทำงานกับ Jony Ive ต่อไปในฐานะลูกค้าของ LoveFrom สตูดิโอออกแบบอิสระที่มี Jony Ive เป็นเจ้าของ

ที่มา – MacRumors

from:https://www.flashfly.net/wp/257747

ยืนยัน!! Apple เข้าซื้อบริษัทสตาร์ทอัพ Drive.ai ที่พัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง

เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน มีข่าวลือว่า Apple กำลังอยู่ในระหว่างเจรจาซื้อบริษัทสตาร์ทอัพ Drive.ai เพื่อพัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง และล่าสุดมีการยืนยันแล้วว่า ข่าวลือดังกล่าวเป็นเรื่องจริง

รายงานจาก Axios ยืนยันว่า Apple ตัดสินใจซื้อบริษัท Drive.ai ที่มี่มูลค่า 200 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 6.15 พันล้านบาท พร้อมจ้างทีมวิศวกรของบริษัทฯ ให้ทำงานต่อ ซึ่งมีประมาณสิบกว่าคน

การซื้อกิจการ Drive.ai ของ Apple เป็นการยืนยันว่าโครงการ Apple Car ยังอยู่ในแผนของ Apple แม้จะมีข่าวว่าได้ปลดพลังงานในโครงการนี้ออกไปเกือบ 200 คน เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

สำหรับบริษัท Drive.ai ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในปี 2015 โดยกลุ่มนักศึกษาของมหาวิทยาลัย Stanford ซึ่งได้ร่วมกันสร้างรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง สำหรับใช้บริการรับ-ส่งในเท็กซัส

ที่มา – Axios

from:https://www.flashfly.net/wp/257314