คลังเก็บป้ายกำกับ: SECURITY

Slack รีเซ็ตรหัสผ่านผู้ใช้ กระทบประมาณ 1 แสนบัญชี เหตุจากการถูกแฮกเมื่อ 4 ปีก่อน

Slack ประกาศว่าได้ทำการรีเซ็ตรหัสผ่านของผู้ใช้งาน จำนวนประมาณ 1% ของผู้ใช้งาน ซึ่งหากอ้างอิงตัวเลขจำนวนผู้ใช้ที่ Slack เคยรายงาน จะอยู่ราว 1 แสนบัญชี

บัญชีผู้ใช้งานที่ได้รับผลกระทบนั้น Slack บอกว่าต้องมีเงื่อนไขตรงกัน 3 ข้อ คือ เป็นบัญชีที่สร้างก่อนมีนาคม 2015 และ ไม่เคยเปลี่ยนรหัสผ่านเลย และ ไม่ถูกกำหนดให้ต้องล็อกอินผ่าน single-sign-on (SSO)

การรีเซ็ตรหัสผ่านครั้งนี้ Slack บอกว่าเกี่ยวเนื่องจากเหตุการณ์ถูกแฮกในเดือนมีนาคม 2015 ซึ่งแฮกเกอร์ได้แก้ไขโค้ดที่สามารถดักจับรหัสผ่านเป็น plaintext ไว้ได้ ในตอนนั้น Slack ได้รีเซ็ตรหัสผ่านผู้ใช้งานส่วนหนึ่ง และเพิ่มการยืนยันตัวตนขั้นตอนที่สองเข้าไป อย่างไรก็ตามในปีนี้ Slack ได้รับการแจ้งข้อมูลผ่านระบบแจ้งช่องโหว่ ว่าพบข้อมูลรหัสผ่านผู้ใช้งานหลุดออกมาเพิ่มเติม จากการตรวจสอบแล้วคาดว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในปี 2015 จึงตัดสินใจรีเซ็ตรหัสผ่านผู้ใช้งานกลุ่มที่เข้าข่ายทั้งหมด

ที่มา: Slack ผ่าน Engadget

alt="Slack"

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/110920

โฆษณา

พบมัลแวร์ ตัวใหม่ ‘EvilGnome’ มุ่งโจมตีผู้ใช้งานลีนุกซ์

นักวิจัยด้านความมั่นคงปลอดภัยจาก Intezer ได้ออกมาเปิดเผยการค้นพบ Backdoor ตัวใหม่ชื่อว่า ‘EvilGnome’ ซึ่งปลอมตัวเป็น Gnome Extension ทั้งนี้ยังมีความสามารถหลากหลาย เช่น ถ่ายภาพหน้าจอ ขโมยไฟล์ แอบบันทึกเสียงจากไมโครโฟน หรือเรียกดาวน์โหลดโมดูลอื่นเพิ่มเติม

โดยจากหลักฐานชี้ว่ามัลแวร์น่าจะอยู่ในเวอร์ชันพัฒนาเพราะยังทิ้งคอมเม้นต์ประกอบไว้มากมายจึงคาดว่าตัวที่พบบน VirusTotal นั้นอาจถูกอัปโหลดขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ ทั้งนี้เริ่มแรกมัลแวร์จะมาในรูปแบบของ Self-extracting Archive ที่ถูกสร้างด้วย makeself ซึ่งการติดมัลแวร์สามารถเกิดขึ้นได้อย่างอัตโนมัติจาก Argument ใน Payload ที่จะไปออกคำสั่งให้รัน setup.sh ซึ่งนำไปสู่การติดตั้งมัลแวร์ไว้ที่ Path ‘ ~/.cache/gnome-software/gnome-shell-extensions/’ นั่นเอง ดังนั้นจะเห็นได้ว่ามัลแวร์ปฏิบัติตัวเหมือนเป็น Gnome Extension นั่นเอง

ขั้นตอนถัดมามัลแวร์จะรันสคิร์ปต์ที่ชื่อ gnome-shell-ext.sh เพื่อเข้าแทรกซึม Crontab ให้เช็คทุกนาทีว่า Spyware Agent ยังรันอยู่หรือไม่ จากนั้นจะมีการเรียก Agent ตัวหลักที่ชื่อ gnome-shell-ext ที่ถูกพัฒนาขึ้นด้วย C++ สไตล์ Object Oriented ด้วย ซึ่งภายใน Agent จะประกอบด้วย 5 โมดูลที่มีความสามารถต่างๆ คือ แสกนระบบเพื่อหาไฟล์ใหม่ ดักจับเสียงของไมโครโฟน บันทึกภาพหน้าจอ รับคำสั่งจากเซิร์ฟเวอร์ควบคุม และดักจับการกดคีย์บอร์ด(ยังไม่สมบูรณ์) นอกจากนี้แต่ละโมดูลจะมีการรัน Thread แยกกันและป้องกัน Race condition ด้วย Mutex ยังไม่เพียงเท่านั้นยังมีการใช้การเข้ารหัสและถอดรหัสระหว่างสื่อสารกับเซิร์ฟเวอร์ควบคุมด้วย RC5 โดยใช้คีย์คือ ‘sdg62_AS.sa$die3’

ทั้งนี้นักวิจัยได้ตั้งข้อสันนิษฐานว่าพฤติกรรมของมัลแวร์นั้นดูคล้ายกับกลุ่มคนร้ายรัสเซียที่มีนามแฝงว่า ‘Gamaredon’ สาเหตุเพราะใช้บริการโฮสต์ที่เดียวกันและพอร์ต 3436 เหมือนกันด้วย รวมถึงเทคนิคและโมดูลที่ใช้ก็คล้ายกับประวัติการโจมตีในฝั่ง Windows ของกลุ่มนี้

ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากบล็อกของ Intezer (มี IOCs แจกไว้ด้วย)

ที่มา :  https://www.securityweek.com/evilgnome-malware-helps-hackers-spy-linux-users และ  https://www.bleepingcomputer.com/news/security/new-evilgnome-backdoor-spies-on-linux-users-steals-their-files/

from:https://www.techtalkthai.com/found-evilgnome-backdoor-focus-on-spying-linux-user/

Symantec ประกาศอัปเดตโซลูชันคลาวด์ใหม่เร่งตอบโจทย์ Zero Trust

Symantec ได้มีการอัปเดตโซลูชัน Cloud Access ใหม่เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถตอบโจทย์ Zero Trust การใช้งานคลาวด์ อินเทอร์เน็ต และอีเมลได้อย่างมั่นใจ

Credit: Symantec

ความสามารถใหม่ที่ Symantec ประกาศมีดังนี้

  • SaaS Application Security – CloudSOC Mirror Gateway ใช้ความสามารถ Web Isolation เพื่อใช้ CASB ไปควบคุมอุปกรณ์ที่ไม่ได้รับการจัดการ (Unmanaged Device) และ SaaS Application ทั้งหมดได้
  • IaaS Application Security – จากการเข้าซื้อกิจการของ Luminate เมื่อต้นปีทำให้ได้รับความสามารถ Software Defined Parameter (SDP) เข้ามาซึ่งความสามารถใหม่นี้คือการบังคับใช้ Symantec DLP, Antivirus และ Sandboxing กับการอัปโหลดและดาวน์โหลดที่เกิดขึ้นระหว่างแอปพลิเคชันบน IaaS หรือสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้
  • Web&Internet Security – บริการ Secure Web and Internet ได้เข้าร่วมกับ Secure Access Cloud ทำให้เกิดการแชร์ข้อมูลระหว่าง Web Session และ Authenticated User จึงมีข้อมูลมากขึ้น ทั้งนี้บริการ Web Security จะสามารถรองรับอุปกรณ์ Windows 10 และ Chromebook ได้แล้ว
  • Email Security – จะสามารถแยกอีเมลต้องสงสัยออกมาก่อนเพื่อทำการตรวจสอบทำให้สามารถป้องกันภัยคุกคามต่างๆ ที่อาจมากับอีเมล เช่น Ransomware, Phishing และ Account Takeover เป็นต้น

ที่มา :  https://investor.symantec.com/About/Investors/press-releases/press-release-details/2019/Symantec-Introduces-the-Industrys-Most-Comprehensive-Cloud-Access-Security-Solution/default.aspx และ  https://betanews.com/2019/07/16/symantec-zero-trust-cloud-access/

from:https://www.techtalkthai.com/symantec-update-cloud-access-solution-for-zero-trust/

เปิดตัวศูนย์ True IDC Regional Command Center ยกระดับสู่ยุคใหม่ของบริการ Managed Services

True IDC ยกระดับบริการ Managed Services ไปอีกขั้น ด้วยการเปิดให้บริการ Regional Command Center ที่รวมศูนย์การควบคุม สั่งการ และเฝ้าระวัง True IDC Data Center ทั้ง 5แห่งไว้ในที่เดียวเป็นการลดระยะเวลาในการสื่อสาร เพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการวิเคราะห์ต้นตอของปัญหา ลดภาระการดูแลระบบไอทีช่วยให้องค์กรสามารถโฟกัสกับการดำเนินธุรกิจได้อย่างไร้กังวล

เปิดตัว Command Center ศูนย์สั่งการและเฝ้าระวัง Data Centerแบบครบวงจร

โดยทั่วไปแล้ว Data Center แต่ละแห่งจะมีศูนย์ Network Operation Center (NOC) เป็นของตนเอง เพื่อคอยเฝ้าระวังเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นกับระบบโครงสร้างพื้นฐานของ Data Center เช่น ระบบไฟฟ้าหรือระบบปรับอากาศ รวมไปถึงระบบเน็ตเวิร์กสู่ภายนอก และปัจจุบันยังมีศูนย์ Security Operation Center (SOC) เข้าไปเพื่อเฝ้าระวังและแจ้งเตือนเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยแก่ผู้ใช้บริการ แต่ที่ผ่านมาทั้งสามส่วนยังทำงานเป็นอิสระต่อกันทำให้การติดตามการใช้งานและแก้ไขปัญหาอาจเกิดความล่าช้า

USE CASE: Command Center ช่วยยกระดับการทำ Internal Incident Management ให้ดียิ่งขึ้น

ดังนั้นเพื่อประสานการทำงานร่วมกันระหว่างศูนย์ NOC, SOC และหน่วยงานอื่นๆ ทั้งภายในและระหว่างData Centerทั้งหมดอย่างไร้รอยต่อTrue IDC จึงได้เปิดให้บริการ Regional Command Center ที่เป็นศูนย์ควบคุมData Centerทั้ง 5 แห่ง ได้แก่ North Muang Thong, Midtown Pattanakarn, Midtown Ratchada, East Bangna และ Myanmar ไว้ในที่เดียว ศูนย์ Command Center นี้จึงถือว่าเป็นหัวใจหลักของ True IDC Data Center เพราะนอกจากจะมีเจ้าหน้าที่ที่เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน อาทิ วิศวกรระบบ เครือข่ายและความมั่นคงปลอดภัย คอยเฝ้าระวังตลอดเวลาแบบ 24/7 ผ่านระบบเฝ้าระวังและแจ้งเตือนอันทันสมัยแล้ว ลูกค้ายังสามารถแจ้งเรื่องมาที่ Command Center โดยตรง และทีมผู้เชี่ยวชาญก็จะช่วยวิเคราะห์พร้อมแก้ไขปัญหาแบบรวมศูนย์

Command Center ถูกออกแบบมาโดยมีวัตถุประสงค์หลัก 2 ประการ คือ

  1. เป็นศูนย์กลางในการควบคุม เฝ้าระวัง และบริหารจัดการ NOC, SOC และยูนิตอื่นๆของData Center ทั้งหมดภายในเครือของ True IDC ทั้งในและต่างประเทศ
  2. เป็นศูนย์กลางการเฝ้าระวังบริการ Managed Services เพื่อดูแลบริหารจัดการระบบงานไอทีให้ลูกค้า

สนับสนุนด้วยบริการ Managed Services ลดภาระการดูแลระบบไอที

Command Center ช่วยดูแลระบบไอทีของลูกค้าทั้ง Data Centerและ Cloud ผ่านบริการ Managed Services แบบครบวงจร ตั้งแต่การวิเคราะห์ความต้องการเชิงธุรกิจ การค้นหาโซลูชันไอทีที่สอดคล้องกับความต้องการ การออกแบบ ติดตั้ง และปรับปรุงระบบให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ไปจนถึงการเฝ้าระวังและบำรุงรักษาระบบไอทีโดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ ลดภาระการดูแลระบบของลูกค้า และช่วยให้ลูกค้าสามารถพลิกโฉมสู่ธุรกิจดิจิทัลได้อย่างไร้กังวล

บริการ Managed Services ของ True IDC ประกอบด้วย Pentagon ทั้ง 5 ด้าน ได้แก่

  1. Customer Support – บริการช่วยเหลือลูกค้าเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น โดยจะคอยรับเรื่อง ประสานงานกับผู้ที่เกี่ยวข้อง และอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า
  2. Facilities Management – บริการดูแลสิ่งอำนวยความสะดวกใน Data Center เช่น ระบบไฟระบบปรับอากาศ รวมถึงมีบริการ DSIM (Data Center Infrastructure Management) ซึ่งเป็นระบบ Facilities Monitoring แบบ 3D Graphic
  3. System Management – บริการดูแลระบบเซิร์ฟเวอร์และระบบ Cloud ที่ติดตั้งอยู่ภายใน Data Center รวมไปถึง Public Cloud อย่างเช่น AWS, Azure, Huawei, Tencent และ Google Cloud Platform เป็นต้น
  4. Network Management – บริการดูแลระบบเครือข่ายและการเชื่อมต่อ เช่น อินเทอร์เน็ต, MPLS รวมถึงการเฝ้าระวังระบบเน็ตเวิร์กภายในของลูกค้า
  5. Security Management – บริการดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยสำหรับการตรวจจับและรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์ เช่น DDoS Protection, Web Application Firewall

USE CASE: การบริหารจัดการทรัพยากรแบบไดนามิกสำหรับธุรกิจ Online Streaming

พื้นฐานสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของธุรกิจ Online Streaming คือการมีทรัพยากรและแบนด์วิดท์เพียงพอต่อการให้บริการลูกค้าในทุกๆ สถานการณ์ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการเตรียมทรัพยากรไว้ล่วงหน้าจะเป็นเรื่องดี แต่ก็ต้องแลกกับการลงทุนที่สูงและการใช้ทรัพยากรอย่างไม่เต็มประสิทธิภาพในสถานการณ์ปกติ ก่อให้เกิดความไม่คุ้มค่าในการลงทุน ในขณะที่การจัดเตรียมทรัพยากรให้พอเหมาะกับการใช้งานในยามปกติก็อาจจะไม่ยืดหยุ่นต่อบางสถานการณ์ เช่น เมื่อมีการจัดแคมเปญการตลาดหรือออกโปรโมชันใหม่ ที่อาจมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมากในช่วงระยะเวลาหนึ่งได้

บริการ Managed Services ของ True IDC เข้ามาช่วยตอบโจทย์เรื่องความยืดหยุ่นในการจัดการสรรทรัพยากร ซึ่งนอกจากจะช่วยจัดเตรียมทรัพยากรและแบนด์วิดท์ให้สอดคล้องกับการใช้งานในสถานการณ์ปกติแล้ว ยังช่วยเตรียมโซลูชันเมื่อต้องการขยายระบบเพื่อรองรับการใช้งานที่เพิ่มขึ้นชั่วขณะอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการขยายแบนด์วิดท์ การทำ Load Balancing หรือจัดเตรียมเซิร์ฟเวอร์เพื่อเพิ่มพลังในการประมวลผล เป็นต้น True IDC จะดำเนินการให้ทุกอย่างให้โดยอัตโนมัติ พร้อมมีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยติดตามและเฝ้าระวังระบบไอทีให้ตลอดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ช่วยให้ธุรกิจสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตลอดเวลา ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการด้วยตนเอง

Centralized, Proactive และ Managed Service เป็นหัวใจสำคัญของ Command Center

จากประสบการณ์การกว่า 16 ปีที่เราได้ดูแลเรื่อง Data Center และ Cloud ทำให้เราได้เรียนรู้ในจุดเด่นและข้อควรระวังเพื่อนำมาปรับใช้ เพื่อสร้าง Command Center ที่ได้มาตรฐานสากล เป็นศูนย์กลางการควบคุมและเฝ้าระวังที่มีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าได้มากที่สุด และเรามั่นใจว่าสามารถยกระดับการดูแลระบบไอทีของลูกค้าให้ล้ำหน้าไปอีกระดับ พร้อมก้าวทันการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในยุคดิจิทัล — คุณนัครพล นิพัทธ์ศานต์ ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ True IDC กล่าว

ผู้ที่สนใจบริการ Command Center และ Managed Services ของ True IDC สามารถติดต่อเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือเยี่ยมชมสถานที่จริงได้ที่ sales@trueidc.co.th หรือ โทร 02-980-6611

from:https://www.techtalkthai.com/true-idc-opens-regional-command-center/

ประกาศรายชื่อผู้เข้ารอบ Cisco Innovation Challenge 2019

ขอแสดงความยินดีกับทีมผู้เข้ารอบ 10 ทีมสุดท้าย!

จากผู้เข้าสมัครจำนวนมาก คณะกรรมการได้คัดเลือกไอเดียเด็ดๆ จนเหลือเพียงไอเดียที่เข้าตา และมีศักยภาพจะเปลี่ยนสังคมได้จริง และนี่คือรายชื่อผู้เข้ารอบ Cisco Innovation Challenge 2019 ที่จะได้พัฒนาไอเดียให้กลายเป็นจริงร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจาก Cisco Systems (Thailand)

  1. ทีม Parkspace / ผลงาน Parking Space Application
  2. ทีม ฮีโร่จิ๋ว..สู้ไฟป่า / ผลงาน Forest fire monitoring using IoT and WSN
  3. ทีม mVillage / ผลงาน นวัตกรรมบ้านเพื่อผู้สูงอายุ
  4. ทีม Ricult / ผลงาน Digital Platform to help Farmers make Data-Driven Farming Decision
  5. ทีม Quarter / ผลงาน อุปกรณ์ตรวจวัดกระแสน้ำ
  6. ทีม Hello World!! / ผลงาน ทุ่นลอยน้ำตรวจสอบคุณภาพน้ำ
  7. ทีม Nuovo futuro, TD. / ผลงาน Intelligent Traffic Vehicle Emergency
  8. ทีม Captain Thai-Nichi Team / ผลงาน การควบคุมฟาร์มนกนางแอ่น
  9. ทีม Tree story / ผลงาน Tree Tracking System
  10. ทีม SaveTheBulb / ผลงาน Preventive Maintenance for Suvarnabhumi Airport

ทีมที่มีรายชื่อเข้ารอบจะต้องเข้าร่วมกิจกรรม Cisco Innovation Challenge 2019 รอบสุดท้ายเพื่อพรีเซนต์ไอเดียสดๆ ต่อหน้าคณะกรรมการในวันที่ 16 สิงหาคม 2019 ณ SF World Cinema ศูนย์การค้า Central World

ผู้ที่ผ่านเข้ารอบจะได้รับการติดต่อจากทีมงานของ Cisco Innovation Challenge ต่อไป

from:https://www.techtalkthai.com/cisco-innovation-challenge-2019-results/

ZYXEL Webinar: บริหารจัดการเน็ตเวิร์กผ่าน Cloud ด้วย ZYXEL Nebula

ZYXEL Thailand ขอเรียนเชิญเหล่า IT Manager, Network Engineer และ IT Admin เข้าร่วมฟังบรรยายพิเศษในหัวข้อเรื่อง “บริหารจัดการเน็ตเวิร์กผ่าน Cloud ด้วย ZYXEL Nebula” พร้อมอัปเดตแนวโน้มด้าน SaaS Cloud Networking ล่าสุดโดยทีมวิศวกรจาก ZYXEL Thailand ในวันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม 2019 ผ่านช่องทาง Live Webinar ฟรี

** พิเศษสำหรับลูกค้าองค์กรที่ลงทะเบียนและเข้าร่วมฟังบรรยาย รับไปเลย ZYXEL NebulaFlex Access Point ไปใช้งานฟรี

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: บริหารจัดการเน็ตเวิร์กผ่าน Cloud ด้วย ZYXEL Nebula
ผู้บรรยาย: คุณเกียรติกรณ์ สมบัติโต Technical Manager จาก Zyxel Thailand
วันเวลา: วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม 2019 เวลา 14.30 – 15.30 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
ภาษา: ไทย
ลิงค์ลงทะเบียน: https://zyxel.zoom.us/webinar/register/2315615235999/WN_dkGSbTOITWmvBQkxZDOasQ

หัวข้อและกำหนดการ

ในยุค Thailand 4.0 องค์กรทั่วไทยต่างนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาประยุกต์ใช้เพื่อพลิกโฉมธุรกิจสู่ยุคดิจิทัล หลายองค์กรต้องปรับปรุงระบบเน็ตเวิร์กเพื่อรองรับการเปลี่ยนไปของระบบ IT ส่งผลให้ระบบเน็ตเวิร์กมีความซับซ้อน บริหารจัดการและติดตามการใช้งานได้ยาก โดยเฉพาะในธุรกิจ SMB ที่มีทรัพยากรบุคคลจำกัด

ด้วยเหตุนี้ ZYXEL Thailand จึงได้นำเสนอโซลูชัน ZYXEL Nebula Cloud ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการเน็ตเวิร์กผ่าน Cloud โดยมีจุดเด่นที่สามารถรวมศูนย์การบริหารจัดการและติดตามอุปกรณ์บนระบบเน็ตเวิร์กมากกว่า 30 ชนิดไว้ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็น Switch, WLAN หรือ Security พร้อมด้วยฟีเจอร์ Zero-touch Deployment ซึ่งช่วยให้สามารถติดตั้งอุปกรณ์ใหม่ให้พร้อมใช้งานได้อย่างรวดเร็วโดยอัตโนมัติ ภายในเวลาไม่กี่นาที ลดภาระของผู้ดูแลระบบและช่วยให้องค์กรสามารถโฟกัสกับการดำเนินธุรกิจได้อย่างไร้กังวล

ภายใน Webinar นี้ท่านจะได้พบกับ

  • อัปเดตแนวโน้มด้าน SaaS Cloud Networking ล่าสุด
  • รู้จักกับ ZYXEL Nebula ระบบบริหารจัดการเน็ตเวิร์กผ่าน Cloud
  • การทำ Zero-touch Deployment เพื่อตั้งค่าอุปกรณ์ล่วงหน้าโดยไม่ต้องแกะกล่อง
  • เทคนิคการบริหารจัดการ ติดตาม แจ้งเตือนปัญหา และจัดทำรายงานโดยอัตโนมัติ
  • แนะนำผลิตภัณฑ์ Switch, WLAN และ Security สำหรับธุรกิจ SMB เพื่อตอบรับความต้องการในยุค Thailand 4.0
  • ถามตอบปัญหาเกี่ยวกับระบบเน็ตเวิร์กโดยผู้เชี่ยวชาญจาก ZYXEL Thailand

รับฟรีทันที ZYXEL Access Point สำหรับผู้เข้าฟังบรรยาย

สำหรับลูกค้าองค์กรที่ลงทะเบียนและเข้าร่วมฟังบรรยายตั้งแต่ต้นจนจบ จะได้รับ ZYXEL Access Point รุ่น NWA1123-AC V2 ไปใช้งานฟรี 1 เครื่อง โดยทาง ZYXEL จะแจ้ง URL สำหรับการลงทะเบียนรับ Access Point ดังกล่าวภายในเซสชันการบรรยาย โดยมีเงื่อนไขและข้อตกลงดังนี้

เงื่อนไข

  1. ต้องทำงานในตำแหน่งหรือรับผิดชอบในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดูแลระบบ IT หรือระบบเครือข่ายขององค์กรหรือบริษัท
  2. ต้องลงทะเบียนด้วยข้อมูลที่เป็นจริง
  3. ต้องลงทะเบียนด้วยอีเมลขององค์กรเท่านั้น
  4. โปรแกรมนี้สำหรับองค์กรภาคเอกชนหรือบริษัทที่อยู่ในประเทศไทยเท่านั้น
  5. พนักงาน ZYXEL และบริษัทตัวแทนจำหน่ายค้าปลีก ค้าส่ง ตัวแทนติตตั้งไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมโปรแกรมนี้

ข้อตกลง

  1. ผู้ลงทะเบียนยินยอมเปิดเผยข้อมูลที่ลงทะเบียนให้แก่ฝ่ายขายของ ZYXEL
  2. อุปกรณ์ที่ผู้ลงทะเบียนที่เป็นไปตามเงื่อนไขและผ่านการตรวจสอบแล้ว จะได้รับคือ รุ่น NWA1123-AC v2 AC1200 NebulaFlexTM Access Point
  3. ผู้สนใจจากภาครัฐและรัฐวิสาหกิจสามารถขอรับการสาธิตผลิตภัณฑ์ (Proof-of-Concept) ได้โดยตรงจาก ZYXEL แทนการขอรับอุปกรณ์ฟรี
  4. กรณีองค์กรหรือบริษัทของผู้ลงทะเบียนมีมากกว่า 1 สาขา ให้ถือว่าสำนักงานใหญ่ขององค์กรหรือบริษัทถือสิทธิ์ในการขอรับอุปกรณ์ฟรีตามเงื่อนไขโปรแกรม
  5. อุปกรณ์ฟรีตามเงื่อนไขโปรแกรมไม่มีการรับประกันสินค้า ยกเว้นกรณี DOA (Dead-on-Arrival) โดยต้องแจ้งภายใน 30 วันหลังได้รับอุปกรณ์
  6. ผู้ได้รับอุปกรณ์ฟรีตามเงื่อนไขโปรแกรมไม่สามารถขายหรือโอนสิทธิ์ความเป็นเจ้าของอุปกรณ์ได้
  7. ZYXEL อาจขอเอกสารยืนยันตัวตนหรือเอกสารรับรององค์กรหรือบริษัทจากผู้ลงทะเบียนเพิ่มเติม
  8. ZYXEL อาจเรียกคืนอุปกรณ์ฟรีจากผู้ได้รับอุปกรณ์หาก ZYXEL พบว่าผู้เข้าร่วมโปรแกรมไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือข้อตกลง
  9. ZYXEL ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาผู้ลงทะเบียนตามข้อมูลที่ลงทะเบียน และให้ถือว่าคำตัดสินของ ZYXEL เป็นที่สิ้นสุด

from:https://www.techtalkthai.com/zyxel-webinar-introducing-zyxel-nebula-cloud/

Apple ออกแพตช์ macOS เพิ่มเติม เพื่อลบ web server จากซอฟต์แวร์พาร์ทเนอร์ของ Zoom

แอปเปิลได้ออกแพตช์ลบซอฟต์แวร์สำหรับผู้ใช้ macOS ทุกคน เป็นครั้งที่สอง โดยซอฟต์แวร์ที่ถูกถอนออกคือ RingCentral และ Zhumu ซึ่งเป็นแอปประชุมทางวิดีโอที่ใช้เทคโนโลยีของ Zoom ที่มีรายงานช่องโหว่ออกมา และแอปเปิลได้ออกแพตช์ไปก่อนหน้านี้

อัพเดตดังกล่าวเป็นการแพตช์แบบเงียบ ๆ (Silent Update) ผู้ใช้ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติม ซึ่งจะทำการลบ web server ที่ทั้งสองโปรแกรมลงเพิ่มเติมเข้ามา

ทั้งนี้แอปเปิลชี้แจงว่าแอปเปิลต้องการแก้ไขปัญหาของแอปจาก Zoom ตลอดจนแอปของพาร์ตเนอร์ทั้งหมดให้เรียบร้อย

ที่มา: The Verge

alt="MacBook"

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/110885