คลังเก็บป้ายกำกับ: SD-WAN

Fortinet เปิดตัว FortiGate 40F ราคาย่อมเยาว์สำหรับธุรกิจ SMB

Fortinet ประกาศเปิดตัวอุปกรณ์ Secure SD-WAN รุ่นใหม่ซึ่งถูกออกแบบมาสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (SMB) โดยเฉพาะ คือ FortiGate 40F โดยมาพร้อมกับชิปประมวลผล SoC4 SD-WAN ASIC ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อเครือข่าย WAN และฟีเจอร์ด้านความมั่นคงปลอดภัยแบบครบครัน

FortiGate 40F ถูกแบ่งออกเป็น 3 เวอร์ชัน ตอบโจทย์การใช้ 3 รูปแบบ ได้แก่

  • FortiGate 40F แบบพร้อมใช้งานทันที – สำหรับองค์กรที่มีสาขาขนาดเล็กเป็นจำนวนมาก และมีพนักงานแต่ละสาขาจำนวนจำกัด FortiGate 40F ถูกออกแบบมาให้พร้อมติดตั้งและใช้งานด้านความมั่นคงปลอดภัยและ SD-WAN ได้ภายในไม่กี่นาที พร้อมเพิ่ม Visibity และยกระดับประสบการณ์ใช้งานแอปพลิเคชัน SaaS อย่าง Office 365 ได้เป็นอย่างดี
  • FortiGate 40F แบบ LTE – สำหรับสำนักงานที่ต้องการการเชื่อมต่อตลอดเวลา FortGate 40F มาพร้อมกับ Built-in LTE เพื่อใช้เป็นทางเลือกในการเชื่อมต่อ WAN หากลิงค์อินเทอร์เน็ตหลักเกิดปัญหา
  • FortiGate 40F แบบ Wi-Fi – สำหรับสำนักงานขนาดเล็ก FortiGate 40F มาพร้อมกับ Built-in Wireless Access Point ในตัว ซึ่งช่วยให้พนักงานสามารถเชื่อมต่อเครือข่ายแบบไร้สายได้ทันที

FortiGate 40F มาพร้อมกับพอร์ตการเชื่อมต่อ Ethernet แบบ 1 GbE จำนวน 3 พอร์ต และ WAN แบบ 1 GbE อีก 1 พอร์ต รองรับ Firewall Throughput สูงสุด 5 Gbps, NGFW 800 Mbps และ Threat Prevention 600 Mbps ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://www.fortinet.com/content/dam/fortinet/assets/data-sheets/fortigate-fortiwifi-40f-series.pdf

ที่มา: Fortinet Thailand User Group

from:https://www.techtalkthai.com/fortinet-launches-fortigate-40f-for-smb/

6 สิ่งที่ควรทำเพื่อรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์ในปี 2020

Phil Quade, CISO ของ Fortinet ได้ออกมาให้คำแนะนำถึง 6 สิ่งที่องค์กรควรพิจารณาเพื่อการปกป้องสินทรัพย์ดิจิทัลและรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์อย่างมีประสิทธิภาพในปี 2020 ดังนี้

1. แบ่งระบบเครือข่ายออกเป็นส่วนๆ

สินทรัพย์ดิจิทัลที่สำคัญควรถูกแบ่งแยกออกมาจัดเก็บไว้ในส่วนที่มีการป้องกันเป็นอย่างดี พร้อมทั้งทำ Intent-based Segmentation เพื่อให้มั่นใจว่า อุปกรณ์ สินทรัพย์ และข้อมูลที่วิ่งเข้าออกระบบเครือข่ายจะถูกจัดแบ่งไปยังแต่ละส่วนบนระบบเครือข่ายตามนโยบายแบบไดนามิก เมื่อเครือข่ายส่วนหนึ่งมีปัญหาจะได้ไม่ส่งผลกระทบต่อเครือข่ายส่วนอื่นๆ

2. รักษาช่องทางสื่อสารสำรองไว้เสมอ

WAN ยุคเก่ามักมีปัญหากับการโจมตีแบบ DDoS การปรับไปใช้ SD-WAN ที่มีความมั่นคงปลอดภัยจะช่วยให้องค์กรเปลี่ยนเส้นทางการติดต่อสื่อสารได้อย่างยืดหยุ่นตามปัจจัย ณ ขณะนั้น เช่น ความพร้อมในการใช้งาน (Availability)

3. คุ้มครองข้อมูลสำคัญ

ทุกองค์กรควรหมั่นสำรองข้อมูลสำคัญและจัดเก็บข้อมูลสำรองนั้นแบบออฟไลน์ นอกจากนี้ควรทดสอบการกู้ข้อมูลกลับมาบ่อยๆ เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลจะกลับมาพร้อมใช้งานได้เสมอแม้จะถูก Ransomware โจมตี

4. ใช้ประโยชน์จากการบูรณาการและระบบอัตโนมัติ

การบูรณาการโซลูชันด้านความมั่นคงปลอดภัยหลายๆ แบบเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียวช่วยให้มั่นใจว่าจะสามารถแชร์ข้อมูลภัยคุกคามระหว่างกันและร่วมกันรับมือกับภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพ แนะนำให้ศึกษาเทคโนโลยีใหม่อย่าง Endpoint Detection & Response (EDR) และ Security Orchestration Automation & Response (SOAR) ซึ่งจะเข้ามาช่วยเพิ่มความเร็วในการตรวจจับและรับมือกับการโจมตีโดยอัตโนมัติ

5. ตรวจสอบช่องทางสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์

อีเมลยังคงเป็นช่องทางยอดนิยมที่แฮ็กเกอร์แพร่มัลแวร์ นอกจากการอบรมเพื่อสร้างความตระหนักให้แก่พนักงานในองค์กรแล้ว องค์กรควรเลือกใช้ Secure Email Gateway และ NGFW เพื่อเพิ่มมาตรการในการตรวจจับและป้องกันไปอีกขั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่องทางสื่อสารที่มีการเข้ารหัส

6. ติดตามข้อมูลภัยคุกคามจาก Theat Intelligence Feeds

การติดตามข้อมูลภัยคุกคามจาก Threat Intelligence Feeds แหล่งต่างๆ ช่วยให้องค์กรพร้อมรับมือกับเทคนิคการโจมตีและมัลแวร์รูปแบบใหม่ๆ นอกจากนี้การผสานข้อมูลเหล่านี้เข้าด้วยกันกับแพลตฟอร์มด้านความมั่นคงปลอดภัยยังช่วยเพิ่มโอกาสในการป้องกันภัยคุกคามก่อนที่จะรุกล้ำเข้ามายังระบบเครือข่ายได้อีกด้วย

รายละเอียดเพิ่มเติม: https://www.fortinet.com/blog/industry-trends/six-essentials-defending-against-looming-cyber-threats.html

ที่มา: Fortinet Thailand User Group

from:https://www.techtalkthai.com/6-things-you-should-do-to-prevent-cyber-threats-in-2020/

สัมภาษณ์พิเศษ Silver Peak : เมื่อ SD-WAN ตอบโจทย์ได้มากกว่าธุรกิจสาขา

SD-WAN เป็นเทคโนโลยีที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากในไม่กี่ปีมานี้ โดยจากสถิติหลายแห่ง เช่น Gartner เองยังคงเชื่อว่าการเติบโตดังกล่าวจะดำเนินต่อไปในอีกหลายปีข้างหน้า อย่างไรก็ตามหลายคนอาจจะเข้าใจว่า SD-WAN เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีสาขาจำนวนมากเท่านั้น ซึ่งวันนี้เองทางทีมงาน TechTalkThai ได้มีโอกาสเข้าสัมภาษณ์ผู้บริหารของ Silver Peak ที่ Gartner ยกว่าเป็นหนึ่งในกลุ่ม Leader ของผลิตภัณฑ์ด้าน WAN Optimization หลายปีซ้อน เราจึงของสรุปมุมมองดังกล่าวมาให้ได้ติดตามกันครับ

จริงอยู่ที่ทุกวันนี้หลายบริษัทก้าวเข้ามาในตลาด SD-WAN ซึ่งเรื่องสำคัญคือองค์กรจะต้องมองไปถึงอนาคต ไม่ใช่แค่ว่าวันนี้ Vendor เสนอโซลูชันอะไร แต่ต้องคิดด้วยว่าในอนาคตพวกเขาจะยังตอบโจทย์ไหม ดังนั้นวิสัยทัศน์ของ Silver Peak คือเราไม่ได้แค่วันนี้และไม่ใช่แค่บริษัทด้าน WAN Optimization แต่เราคือบริษัทที่ทำ WAN Transformation ที่จะช่วยทุกองค์กรก้าวผ่านสู่เทคโนโลยี WAN แห่งอนาคต” — นี่คือบทสนทนาของ Mr. Dean Vaughan , Vice President Asia Pacific and Japan ของบริษัท Silver Peak ที่ให้เกียรติมาให้สัมภาษณ์แก่ TechTalkThai ในวันนี้

รู้จักกับ SD-WAN กันหน่อย

กล่าวโดยย่อ Software-define WAN เป็นเทคโนโลยีด้านการเชื่อมต่อระดับ WAN โดยเรียกได้ว่าจะมาแทนเราเตอร์แบบเดิมๆ ซึ่งภายในมีความสามารถหลายฟังก์ชัน เช่น รองรับการเชื่อมได้หลากหลายทั้ง 4G/LTE, MPLS และ Broadband เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถทำฟังก์ชันด้าน Security และ WAN Optimization ได้ด้วย จึงตอบโจทย์ทั้งในด้าน Availability, Scalability, Flexibility, Reliability และ Security ซึ่งเชื่อว่านี่คือยุคใหม่ของเราเตอร์สาขา

SD-WAN ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ธุรกิจที่มีสาขาจำนวนมาก

เมื่อก่อนเราอาจจะเคยได้ยินกันมาว่าการใช้งาน SD-WAN นั้นจำกัดอยู่กับองค์กรที่มีหลายสาขาเท่านั้น อันที่จริงแล้วปัจจุบันนี้มี Use Cases มากมายที่สามารถแก้ปัญหาได้ด้วย SD-WAN เช่น ลดค่าใช้จ่ายของการพึ่งพา MPLS หรือ Optimize เส้นทางระหว่างอุปกรณ์ไปสู่บริการบน Cloud ดังนั้นจะเห็นได้ว่าแม้กระทั่งบริษัทเล็กๆ ที่ใช้ Broadband ราคาถูก แค่ใช้งาน Multi-cloud หรือ Hybrid Cloud ก็ล้วนแล้วแต่สามารถนำ SD-WAN เข้าไปแก้ปัญหาได้ทั้งนั้น ด้วยเหตุนี้เอง SD-WAN จึงไม่ถูกจำกัดอยู่กับธุรกิจที่มีสาขาหรือเป็นองค์กรขนาดใหญ่เท่านั้น

Silver Peak กับมุมมองด้าน Security

Security เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ลูกค้าถามหาจากโซลูชัน SD-WAN อันที่จริงแล้วในโซลูชันของ Silver Peak มี Stateful Firewall มาให้อยู่แล้ว ซึ่งหากองค์กรต้องการโซลูชันด้าน Security เต็มตัว Silver Peak เองก็มีพาร์ทเนอร์ที่แข็งแกร่งอย่าง Check Point หรือ Zscaler เข้ามาตอบโจทย์ตรงนี้ซึ่งทำงานร่วมหันได้แบบ Seamless (คลิกเดียว Provision มาได้) อย่างไรก็ตามคุณ Dean ก็ชี้ว่าในอนาคตเขาไม่เชื่อว่า Firewall จะต้องวางอยู่ที่สาขานั่นเองจึงไม่มีประเด็นที่จะต้องมุ่งไปนอกลู่นอกทาง อีกหนึ่งเหตุผลคือการใช้อุปกรณ์ด้าน Security แล้วเพิ่ม SD-WAN เข้าไปก็ไม่ได้ประหยัดอย่างที่คิดเพราะหากจะทำฟังก์ชัน WAN ได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงก็ต้องใช้ Box ใหญ่ขึ้นนั่นเอง

เทรนด์ของ SD-WAN

ปัจจุบันจุดมุ่งหมายของการใช้ SD-WAN มีความแตกต่างไปคือในอดีตจะเน้นแก้ปัญหาการเชื่อมลิงก์สาขากลับไปผ่านสำนักงานใหญ่ซึ่งไม่มีประสิทธิภาพ แต่ปัจจุบันจะถูกผลักดันจากเรื่องของการใช้งาน Cloud อย่างไรก็ตามความต้องการขององค์กรก็เปลี่ยนไปจากเดิมที่ implement เองดูแลเอง สู่เทรนด์ของการที่ใช้ผู้รับเหมาหรือผู้ให้บริการ (Third-party) ทำและดูแลให้ รวมถึงเทรนด์ที่ Third-party วางระบบแต่ต้องเปิดให้ลูกค้าบริหารจัดการลิงก์เองได้

อย่างไรก็ตามถ้าพูดถึงเทคโนโลยีที่อาจสอดแทรกเข้ามาในอนาคตของ SD-WAN คงจะหนีไม่พ้นเรื่อง AI โดยคุณ Dean เองเผยว่าในอนาคตซอฟต์แวร์อาจจะสามารถตัดสินใจการใช้งานได้เองไม่ได้พึ่งพา Policy อีกต่อไป รวมถึงการทำ Self-healing ที่จะพัฒนาอย่างชาญฉลาดกว่านี้

อัปเดตตลาด SD-WAN ในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิคและประเทศไทย

สำหรับภูมิภาคเอเซียแปซิฟิค SD-WAN ถือเป็นเทคโนโลยีที่ยังใหม่อยู่ อย่างไรก็ดีปัจจัยเบื้องหลังในแต่ประเทศในมีความต่างกันอยู่บ้างอย่างกรณีของญี่ปุ่นและสิงค์โปร์คือมีแรงผลักดันมาจากการใช้งาน Cloud (เป็นฐานของ Public Cloud รายใหญ่ครบทั้งหมด) ที่ต้องการความสเถียรของการเชื่อมต่อ โดยสามารถทำการ Breakout ทราฟฟิคไปสู่ SaaS หรือ IaaS และบริการอื่นๆ ได้โดยตรง

ในมุมมองของประเทศไทย ฟิลิปินส์ อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย มีปัจจัยหลักคล้ายกันคือลิงค์ MPLS มีราคาค่อนข้างแพงไม่เหมือนกับ 2 ประเทศข้างต้น ทำให้ SD-WAN สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายเพราะสามารถรองรับการเชื่อมต่อได้หลากหลาย โดยเฉพาะ Broadband ซึ่งมีราคาต่ำกว่าแต่ไม่สเถียรในบางช่วงจังหวะ จึงสามารถใช้เป็นลิงก์สำรองหรือทำ Load balance ทราฟฟิคได้แทนที่จะต้องเช่า MPLS ทุกทาง นอกจากนี้ SD-WAN ยังสามารถทำ QoS แอปพลิเคชันที่ต้องการความสเถียรได้ในแอปพลิเคชันด้าน VoIP หรือ Steaming เช่น Skype, Zoom หรืออื่นๆ

ประเทศไทยเองยังถือว่ามีความโดดเด่นในการเติบโตและการขยายผลทางการตลาดได้อีกมาก เพราะคุณ Dean มองว่าประเทศไทยเป็นฐานของธุรกิจข้ามชาติจำนวนมากไม่ใช่แค่บริษัทสัญชาติไทยเท่านั้น รวมถึงยังมี Use Cases อีกจำนวนมากที่สามารถแก้ปัญหาได้ด้วย SD-WAN ควบคู่ไปกับการเติบโตของ Cloud ในอนาคต

อย่างไรก็ตามคุณ Dean ฝากทิ้งท้ายเอาไว้ว่า “ผมอยากให้ลูกค้าทุกท่านเปิดใจ ไม่ใช่แค่ทำ PoC คือจบแล้ว แล้วคุณจะพบว่า Silver Peak ช่วยคุณได้มากกว่าที่คุณคิด

ผู้สนใจสามารถศึกษาเรื่อง SD-WAN และโซลูชันของ Silver Peak ได้ลิงก์ตามด้านล่าง

  • เส้นทางสู่ปรากฏการณ์แห่งสมรรถนะของ WAN ตอนที่ 1 [ลิงก์]
  • เส้นทางสู่ปรากฏการณ์แห่งสมรรถนะของ WAN ตอนที่ 2 [ลิงก์]
  • เส้นทางสู่ปรากฏการณ์แห่งสมรรถนะของ WAN ตอนที่ 3 [ลิงก์]
  • ก้าวข้ามการพึ่งพา Router สำหรับสำนักงานสาขา ตอนที่ 1 [ลิงก์]
  • ก้าวข้ามการพึ่งพา Router สำหรับสำนักงานสาขา ตอนที่ 2 [ลิงก์]
  • ไขข้อข้องใจ SD-WAN ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อได้อย่างไร [ลิงก์]

from:https://www.techtalkthai.com/silver-peak-interviewed-when-sd-wan-not-limited-only-for-branch/

Case Study: UIH มั่นใจใช้ Juniper Networks วางระบบเครือข่าย Data Center และให้บริการลูกค้าทุกอุตสาหกรรม

ทีมงาน TechTalkThai ได้มีโอกาสไปสัมภาษณ์คุณสันติ เมธาวิกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด (UIH) เกี่ยวกับการนำโซลูชันของ Juniper Networks มาวางระบบเครือข่าย Data Center และให้บริการลูกค้าที่ต้องการยกระดับการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายในยุคดิจิทัล ซึ่งสามารถสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

UIH ผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและโซลูชัน

บริษัท ยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด เป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและโซลูชัน (Digital Infrastructure and Solution Provider) ที่มีโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติกความเร็วระดับเทราบิตครอบคลุมทั่วประเทศไทย ทั้งยังขยายโครงข่ายสื่อสารต่อไปยังชายแดนของประเทศ เชื่อมต่อกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน รวมไปถึงมีการจัดตั้ง PoP (Point of Presence) ที่ประเทศสิงคโปร์และฮ่องกงเพื่อเป็นจุดศูนย์กลางการสื่อสารระดับภูมิภาค นอกจากนี้ UIH ยังให้บริการ Managed Services อย่างครบวงจร ทั้งการดูแลบริหารจัดการเครือข่าย ศูนย์ข้อมูล คลาวด์ ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และโซลูชันบนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ครอบคลุมทั้งลูกค้าภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรธุรกิจชั้นนำ

“ในช่วง 2 – 3 ปีมานี้ ลูกค้ามีความต้องการทำ Digital Transformation มากขึ้น จึงเสาะหาบริการดิจิทัลที่เหมาะกับตน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริการแบบ End-to-end ที่สามารถจบได้ในที่เดียว UIH จึงขยายการให้บริการจากแค่ Data Center และ Network ไปสู่ Cloud, Security และโซลูชัน ICT อื่นๆ แบบครบวงจร เพื่อตอบรับความต้องการของลูกค้า” – คุณสันติกล่าวถึงแนวโน้มความต้องการของลูกค้าในปัจจุบัน

เลือก Juniper Networks วางระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและ Data Center

เพื่อให้สามารถบริการโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและ Data Center ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมตอบสนองต่อความต้องการขององค์กรในยุคดิจิทัลที่ต้องการความเสถียรและแบนด์วิดท์ที่สูง UIH ได้เลือกใช้โซลูชัน Switching & Routing ของ Juniper Networks ในการวางระบบเครือข่าย MPLS หลักของ UIH และทำหน้าที่เป็น Core Switches ภายใน Data Center ของตนสำหรับให้บริการลูกค้าตั้งแต่ธุรกิจ SME ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ทุกอุตสาหกรรมทั่วประเทศ

“Juniper Networks ครองตำแหน่ง Leader บน Gartner Magic Quadrant ทางด้าน Data Center Networking ทำให้เรามั่นใจที่จะใช้โซลูชันของ Vendor รายนี้ ที่สำคัญคือเราเชื่อมั่นใน Roadmap ของ Juniper Networks ที่มีการพัฒนาฮาร์ดแวร์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง และซอฟต์แวร์ให้มีฟีเจอร์หลากหลาย ครอบคลุมความต้องการของเรา เช่น การนำ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ปัญหาและเพิ่มความเร็วในการตอบสนองต่อเหตุการณ์ผิดปกติที่เกิดขึ้น” — คุณสันติให้ความเห็นเกี่ยวกับการนำโซลูชัน Juniper Networks มาใช้ในเครือข่ายและ Data Center ของ UIH

Gartner ระบุในรายงาน Magic Quadrant ปี 2019 เกี่ยวกับ Juniper QFX Switch และซอฟต์แวร์ Junos สำหรับให้บริการ Data Center Networking ว่า มีฮาร์ดแวร์ให้บริการหลากหลายและมีซอฟต์แวร์ที่มีฟีเจอร์ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรได้เกือบทั้งหมด ที่สำคัญคือ Roadmap ของ Juniper Networks ที่ต้องการนำเสนอคุณสมบัติ Self-healing จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานบนระบบเครือข่ายได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับการใช้บนสภาพแวดล้อมขนาดใหญ่ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงอย่างผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตและองค์กรขนาดใหญ่

อ่านรายงานของ Gartner ฉบับเต็มได้ที่: https://www.juniper.net/us/en/forms/2019-gartner-magic-quadrant-datacenter-networking-leader/

ให้บริการ Juniper SRX Series ในการวางระบบเครือข่ายแก่ลูกค้า

สำหรับลูกค้าที่ต้องการใช้บริการ Managed Services สำหรับการดูแลระบบเครือข่ายภายในองค์กรและระหว่างสำนักงานสาขา UIH ได้เลือกใช้ Juniper SRX Series ซึ่งเป็น Secured Router แบบ All-in-one ที่รองรับฟังก์ชัน Next-generation Firewall, Full Routing, Switiching Service และ SD-WAN ภายในอุปกรณ์เดียว ตอบโจทย์ทั้งด้านการเชื่อมต่อและความมั่นคงปลอดภัย เหมาะสำหรับองค์กรที่มีสำนักงานสาขาเป็นจำนวนมากและมีการเชื่อมต่อกับระบบ Cloud

“ในการให้บริการ Managed Services แก่ลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพนั้น จำเป็นต้องมี 2 ปัจจัยหลัก หนึ่งคือระบบหรืออุปกรณ์ต้องมีความเสถียรและดูแลได้ง่าย ซึ่ง Juniper SRX ตอบโจทย์ตรงจุดนี้ คุณสมบัติ Orchestration และ Automation ช่วยให้เราสามารถบริหารจัดการและติดตามการทำงานได้อย่างรวดเร็ว ลดภาระของผู้ดูแลระบบและช่วยให้มั่นใจได้ว่าอุปกรณ์ทั้งหมดจะถูกตั้งค่าและทำงานอย่างถูกต้อง อีกปัจจัยหนึ่งคือ บุคลากรต้องมีความเชี่ยวชาญ ซึ่ง UIH มีทีมวิศวกรที่ผ่านการอบรมและได้รับใบรับรองจาก Juniper Networks เป็นจำนวนมาก พร้อมทำงานร่วมกับทีม Juniper Networks ประเทศไทยในการสนับสนุนลูกค้าอย่างสุดความสามารถ” — คุณสันติกล่าว

วางรากฐานการทำ Digital Transformation ให้องค์กรทั่วไทย

แน่นอนว่ารากฐานสำคัญของการทำ Digital Transformation ยังคงหนีไม่พ้นการมี Infrastructure และ Data Center ที่พร้อมรับส่งและประมวลผลข้อมูลปริมาณมหาศาล UIH จึงได้จับมือเป็นพันธมิตรกับ Juniper Networks เพื่อให้บริการ Managed Network & Security Services อย่างครบวงจร ตั้งแต่การให้คำปรึกษา วิเคราะห์ความต้องการเชิงธุรกิจ ออกแบบ ติดตั้ง ไปจนถึงดูแลรักษาระบบเครือข่ายและความมั่นคงปลอดภัยอย่างครบวงจร ที่สำคัญคือลูกค้าสามารถต่อยอดการใช้โซลูชันดิจิทัลอื่นๆ เช่น Data Analytics, Robotics Process Automation (RPA) หรือ Face Recognition กับทาง UIH ได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องไปเสาะหาผู้ให้บริการรายอื่นๆ การใช้บริการแบบ One-stop Service นี้ นอกจากจะช่วยให้สามารถส่งบริการใหม่ออกสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็วแล้ว ยังช่วยให้ค้นหาต้นตอและตอบสนองต่อปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพออีกด้วย

“UIH ค้นหาโซลูชันดิจิทัลใหม่ๆ และพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา เพื่อสร้าง Ecosystem ที่ครอบคลุมความต้องการลูกค้า ตอบโจทย์ความท้าทายใหม่ๆ ในยุคดิจิทัล ลูกค้าสามารถเริ่มต้นที่เรา และจบที่เรา ตั้งแต่การวางรากฐานไปสู่การนำเทคโนโลยีล่าสุดมาประยุกต์ใช้เพื่อพลิกโฉมธุรกิจ” — คุณสันติกล่าวปิดท้าย

สนับสนุนโดยโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะของ UIH

บริการของ UIH ทั้งหมดพัฒนาอยู่บนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะ (Intelligent Digital Infrastructure) ซึ่งทางบริษัทฯ ได้ร่วมมือกับพันธมิตรด้าน IT จากทั่วโลกในการสร้างโครงข่ายระดับ Terabit ที่พร้อมรองรับทราฟฟิกปริมาณมหาศาล ครอบคลุมการใช้งานทั่วประเทศ ตอบโจทย์การใช้แบนด์วิดท์แบบก้าวกระโดดของลูกค้า ทั้งยังเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการ Cloud ระดับโลกหลายรายเพื่อให้บริการลูกค้าในรูปแบบ Multicloud ช่วยให้ลูกค้าสามารถพลิกโฉมธุรกิจตนเองสู่ยุคดิจิทัลได้อย่างมั่นใจ

นอกจากนี้ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอิจฉริยะของ UIH ยังมีความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการ และสามารถต่อยอดบริการใหม่ๆ ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าในการทำ Digital Transformation ได้อย่างไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าจะเป็น โซลูชันดิจิทัล ความมั่นคงปลอดภัย การวิเคราะห์และนำข้อมูลไปใช้ ไปจนถึง AI และ Machine Learning ช่วยให้การใช้งานโซลูชันดิจิทัลและแอปพลิเคชันของลูกค้าเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และสร้างผลกำไรคืนได้อย่างรวดเร็ว

from:https://www.techtalkthai.com/case-study-uih-chooses-juniper-networks-for-data-center-networking/

Aruba ประกาศเสริมความแข็งแกร่งให้โซลูชัน SD-Branch

HPE Aruba ได้ประกาศเสริมความสามารถหลายด้านให้โซลูชัน SD-Branch ของตนเพื่อตอบโจทย์ด้าน Security, Availability และ Manageability

Credit: HPE Aruba

ซอฟต์แวร์ SD-Branch ของ Aruba มีคอนเซปต์ที่รันบน Branch Gateway ซึ่งภายในมี Firewall ที่สามารถรองรับ LAN, WAN, Wi-Fi และทำ Segmentation รวมถึงทำงานร่วมกับ ClearPass Policy และ Aruba Central ที่อยู่บนคลาวด์ได้ พร้อมกันนี้ยังสามารถเสริมแพ็กเกจจากพาร์ทเนอร์อย่าง Check Point, Palo Alto Networks และ Z-Scaler เข้ามาได้ด้วย

ฟีเจอร์ใหม่เรื่องแรกคือการตอบโจทย์ Zero-trust ที่ได้มีการอัปเดตความสามารถ SD-WAN Orchestrator ใน Aruba Central ให้สามารถ Deploy และบริหารจัดการ Branch ได้อย่างมั่นคงปลอดภัยและมีประสิทธิภาพตั้งแต่ระดับ Edge ถึง Cloud ด้วยหน้าจอเดียว

เรื่องที่สองคือผู้ใช้งาน Aruba Gateways รุ่น 9004 จะมีโมดูล Cellular มาให้ (LTE) ซึ่งสามารถเลือกใช้เป็นการเชื่อมต่อหลักหรือสำรองหรือทำเป็น load-sharing แบบ Active-Actice กับ Broadband ก็ได้ ทั้งนี้การเชื่อมต่อจึงทำได้ต่อเนื่องอย่างไม่มีสะดุด

สุดท้ายคือการเพิ่มฟีเจอร์ role-based IDS/IPS ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าหรือเข้าดู Policy ได้อย่างเฉพาะเจาะจงตามหน้าที่ของสาขา โดยอาศัยการทำงานร่วมกับ ClearPass Policy Manager และ Policy Enhancement Firewall ฟีเจอร์ดังกล่าวยังเปิดให้ผู้ใช้งานดูภาพภัยคุกคามและวิเคราะห์เทรนด์ร่วมกับข้อมูล Security Events จาก Site, Client และ Network หรือ Third-party SIEM ได้

ที่มา :  https://www.networkworld.com/article/3513357/aruba-reinforces-sd-branch-with-security-management-upgrades.html และ  https://www.eweek.com/networking/aruba-combines-several-components-in-new-sd-branch-package

from:https://www.techtalkthai.com/aruba-enhances-new-features-in-sd-branch-solution/

SD-WAN กับการใช้งานในรูปแบบต่างๆ

ทาง networkcomputing ได้นำเสนอถึง use cases ของ SD-WAN ซึ่งเราเห็นว่าน่าสนใจดึ จึงขอสรปุมาให้ทุกท่านติดตามกันสั้นๆ ครับ

Credit: ShutterStock.com

Use Cases ทั้ง 3กล่าวถึงรูปแบบกว้างๆ ของการใช้งาน SD-WAN ที่พบเห็นได้ในปัจจุบัน มีดังนี้

1.Branch-to-Branch SD-WAN

บริษัทไหนที่ต้องการเชื่อมสาขาเข้าด้วยกัน ปกติต้องทำผ่าน VPN และ MPLS ซึ่งท่านี้สิ่งที่โซลูชัน SD-WAN ทั่วไปนำมาเสนอขายกับองค์กรต่างๆ โดยจะช่วยให้ลด Cost ของการเชื่อมต่อด้วยซอฟต์แวร์ที่สามารถทำ Virtulize Network Function ผ่านการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไม่ว่าจะเป็น MPLS, Broadband และ 4G LTE

ข้อดีของ SD-WAN กรณีนี้

  • สามารถทำ QoS ให้แอปที่วิ่งข้าม WAN 
  • ใช้ Load Balance หลายการเชื่อมต่อได้
  • การเชื่อมต่อระหว่างสาขาหรือไปยังคลาวด์ได้รับความมั่นคงปลอดภัยและมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น
  • สามารถปรับแต่งการไหลของทราฟฟิคที่วิ่งข้ามอินเทอร์เน็ตได้

2.Dedicated Network SD-WAN

การใช้งานแบบนี้จะเป็นรูปแบบที่องค์กรต้องการให้ ISP วางระบบให้เพื่อ Dedicate การเชื่อมต่อความเร็วสูงเข้าหา Backbone เพื่อลด latency แต่ท่านี้ค่าใช้จ่ายจะสูงเพราะถือเป็นการจองใช้ นอกจากนี้องค์กรก็ยังทำ QoS และบังคับใช้ Policy ได้กับการเชื่อมต่อ รวมถึงได้เรื่องของ Visibility จากศูนย์กลางด้วย

ข้อดีของ SD-WAN กรณีนี้

  • Integrate เชื่อมต่อกับ ISP เกือบสมบูรณ์เพราะวางระบบให้แต่องค์กรได้เครื่องมือมาบริหารจัดการ
  • อาจมี Multi-circuit หรือทำ ISP Load Balancing ได้
  • ตอบสนองระดับเรียลไทม์และ Latency ต่ำ
  • ตอบโจทย์เรื่อง Redundant และ Seamless Environment

3.Application Centric SD-WAN

กรณีนี้เป็นการโฟกัสที่ปลายทางว่าเป็นแอปพลิเคชันอะไร โดยเฉพาะแอปบนคลาวด์ที่ยังต้องเชื่อมต่อกลับมาหาข้อมูลใน On-premise ซึ่งไม่ได้มองที่องค์รวมทราฟฟิคขององค์กร ดังนั้นปัจจัยสำคัญคือมักมี API ให้ทีม DevOps ใช้งานฟีเจอร์ระดับ Network ด้วย โดยเหมาะกับกรณีที่ต้องการทำ Centralize Deployment ให้ 2 องค์กรหรือเป็น Heterogeneous Environment (ต้องรองรับตามลำดับขั้นว่าใครสำคัญกว่าใคร) ซึ่งทราฟฟิคส่งผ่านการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตปกติได้

ข้อดีของ SD-WAN กรณีนี้

  • ได้เรื่องของความมั่นคงปลอดภัยให้การเชื่อมต่อแบบส่วนตัวไปยังหลายองค์กร
  • Deploy ง่ายโดยไม่ต้องใช้ไอทีไป On-site
  • ดูแลจัดการได้อย่างอัตโนมัติจากศูนย์กลาง
  • การันตีเรื่อง Uptime และ DR รวมถึงการ Failover ข้าม Region 
  • มี API ให้ใช้ทำฟังก์ชันด้าน Network

ที่มา :  https://www.networkcomputing.com/networking/sd-wan-evolves-solve-different-use-cases

from:https://www.techtalkthai.com/3-sd-wan-use-cases/

5 แนวโน้มด้าน Enterprise Networking ปี 2020 โดย Cisco

Cisco ผู้ให้บริการโซลูชันด้านเครือข่ายและ Data Center ชั้นนำของโลก ออกมาเปิดเผยแนวโน้มทางด้าน Enterprise Networking ที่ควรจับตามองในปี 2020 ไม่ว่าจะเป็น Wireless, 5G หรือ SD-WAN รวมทั้งหมด 5 ข้อ ซึ่งสามารถสรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

1. Wi-Fi 6 VS. 5G

ในปี 2020 Wi-Fi 6 จะถูกนำเข้ามาใช้ในองค์กรมากขึ้น เนื่องจากทั้งอุปกรณ์ Access Point และอุปกรณ์พกพารุ่นล่าสุดจาก Apple, Samsung และผู้ผลิตรายอื่นๆ ต่างเริ่มรองรับการใช้ Wi-Fi 6 กันแล้ว ในขณะที่ 5G ก็เตรียมเข้าสู่สนามสำหรับทดสอบและเริ่มใช้งานอย่างจริงจังในปี 2020 เช่นกัน อย่างไรก็ตาม 5G ในช่วงแรกอาจจะยังไม่สามารถให้บริการได้ด้วยความเร็วสูงมากอย่างที่ระบุไว้ แต่ก็ช่วยลดภาระของเครือข่าย Wi-Fi ลงได้เป็นอย่างมาก นอกจากนี้เราอาจจะได้เห็นการใช้ย่านความถี่ใหม่ เช่น คลื่นระดับมิลลิเมตร (24 – 100 GHz) สำหรับ 5G ความเร็วสูงระยะสั้น หรือ CBRS ที่ 3.5 GHz เป็นต้น

2. เครือข่ายกลายเป็นเซ็นเซอร์อัจฉริยะ

ธุรกิจจะเริ่มใช้ระบบเครือข่ายของตนให้ทำงานเป็นเซ็นเซอร์สำหรับตรวจจับสภาพแวดล้อมบนตัวของมันเอง แทนที่จะใช้รับส่งข้อมูลเพียงอย่างเดียว ด้วยการใช้ซอฟต์แวร์สำหรับติดตามและบริหารจัดการเครือข่ายในปัจจุบัน ช่วยให้ระบบเครือข่ายสามารถสร้าง Rule Set สำหรับปกป้องอุปกรณ์และตรวจจับปัญหาด้านความมั่นคงปลอดภัย รวมไปถึงจัดการแก้ไขปัญหาได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งช่วยลดภาระของ Help Desk ในยุคที่เครือข่ายมีความซับซ้อนและขนาดใหญ่ลงได้เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ การเก็บข้อมูลและตำแหน่งของอุปกรณ์บนระบบเครือข่ายไร้สายยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อนำทาง ปรับแต่งการจัดวางพื้นที่ หรือทำการตลาดสำหรับร้านค้าได้อีกด้วย

3. SD-WAN จะเป็นที่นิยมมากขึ้น

สถานที่ทำงานแบบเสมือน (Virtual Workplace) จะกลายเป็นที่นิยมในปี 2020 นั่นคือ พนักงานสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ เช่น ร้านกาแฟ ไซต์ลูกค้า หรือที่บ้าน ที่สำคัญคือบริการบนระบบ Cloud จะถูกใช้งานมากขึ้น ส่งผลให้เทคโนโลยี SD-WAN จะถูกนำมาใช้งานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อ คาดการณ์ว่าเกือบ 95% ขององค์กรขนาดใหญ่จะหันมาใช้ SD-WAN ภายใน 24 เดือน ในขณะที่ Managed Serviced Provider ก็จะเริ่มให้บริการ SD-WAN as a Service มากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ครอบคลุมทั้งธุรกิจขนาดเล็ก ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่

4. Network, Security และเทคโนโลยีอื่นๆ จะบูรณาการรวมกัน

โมเดล Intent-based Networking เริ่มถูกนำมาใช้งานอย่างกว้างขวางในปี 2019 เพื่อลดความซับซ้อนในการบริหารจัดการระบบเครือข่าย อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีอื่นๆ เช่น Security ยังคงถูกบริหารจัดการแยกออกจากกัน เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและความง่ายในการบริหารจัดการให้มากยิ่งขึ้น หลายๆ เทคโนโลยีเหล่านี้จะถูกหลอมรวมกัน และติดต่อสื่อสารกันผ่านทาง API ส่งผลให้ทุกเทคโนโลยีสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างบูรณาการและอัตโนมัติ

5. Network Engineer จะก้าวไปสู่ Network Programmer

ยุคที่ต้องตั้งค่าอุปกรณ์เครือข่ายโดยใช้ CLI กำลังจะหมดไป ด้วยเทคโนโลยี Intent-based Networking ในปัจจุบันที่ควบคุมการทำงานผ่านทางซอฟต์แวร์ช่วยให้เราสามารถบอกระบบเครือข่ายได้ว่า เราต้องการให้มันทำอะไร อัปเดต แก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงอะไร รวมไปถึงสามารถติดต่อกับระบบอื่นๆ ได้ผ่านทาง API เหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยทักษะการเขียนโปรแกรมเพื่อควบคุมการทำงานทั้งสิ้น ส่งผลให้เหล่า Network Engineer ต้องเตรียมฝึกฝนทักษะเพื่อยกระดับตัวเองเป็น Network Programmer สร้างความก้าวหน้าในวิชาชีพของตน

ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://blogs.cisco.com/enterprise/enterprise-networking-in-2020-5-trends-to-watch

from:https://www.techtalkthai.com/5-enterprise-networking-trend-in-2020-by-cisco/