คลังเก็บป้ายกำกับ: SCB

เปรียบเทียบบัตรเดบิตท่องเที่ยว (Travel Card) ใครน่าใช้และคุ้มค่าที่สุด

เรียกว่ามากันครบทั้ง 4 แบงค์ใหญ่ PLANET SCB, Krungthai Travel Card, TMB All Free, และ  Journey จาก KBANK ที่ต่างปล่อยบัตรเดบิตลงตลาดมาช่วงชิงเค้กการใช้จ่ายเงินในต่างประเทศกันอย่างดุเดือด แต่ละบัตรก็จะมีจุดดีจุดเด่นที่ต่างกันออกไป จนดูในรายละเอียดแล้วไม่มีความเหมือนกันเลยก็ว่าได้ มีความยิบย่อยค่อนข้างสูง วันนี้เราเลยจะเอามาเปรียบเทียบให้ทราบกันครับ

ที่มาบัตรเดบิตเพื่อการท่องเที่ยว

ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรฯ บอกว่าคนไทยมีการเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศที่ราว 11 ล้านคนต่อปี ใช้จ่ายกันที่ราว 390,000 ล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้นักท่องเที่ยวจำนวนมากได้ใช้บริการแลกเงินจากร้านรับแลกเงินต่างๆ ซึ่งจะมีเรตที่ประหยัดกว่าธนาคารพาณิชย์กันมาโดยตลอด ทางธนาคารก็ทราบดีถึงช่องว่างเรื่องนี้ จนธนาคารกรุงไทยก็ได้ออกบัตร Travel Card มาเป็นรายแรก ตั้งแต่ เมษายน 2561 ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง จากการที่สามารถล็อคเรตค่าเงินตามวันที่แลกได้ เรตดีชนร้านแลกทั่วไป และไม่ต้องจ่ายค่าความเสี่ยง 2.5% อีกด้วย ซึ่งความสำเร็จนี้ก็ทำให้มีธนาคารพาณิชย์อื่นเริ่มตามมา โดยเจ้าแรกก็คือธนาคารทหารไทยเมื่อ พฤศจิกายน 2561 ที่ปรับคอนเซปต์จากกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ เป็นสามารถรูดได้เลยโดยไม่ต้องแลกก่อน จนมาปีนี้เราก็ได้เห็น SCB ตามมาด้วย KBANK ที่ลงมาร่วมแจมในตลาดนี้

Timeline การออกบัตรเดบิตเพื่อการท่องเที่ยว

ในที่นี้จะหาเอาทั้งบัตรเครดิตและเดบิตซึ่งไม่คิดค่าความเสี่ยงของอัตราแลกเปลี่ยน 2.5% มารวมให้ทั้งหมดนะครับ

  • Krungthai Travel Card @ April 2018
  • TMB All Free @ Nov 2018
  • Citibank Global Wallet @ Dec 2018
  • TMB Absolute @ Jul 2019
  • PLANET SCB @ Aug 2019
  • KBANK Journey @ Oct 2019

โดยตารางด้านล่างนี้ ทางผมจะขอดึงเอามาเปรียบเทียบเพียงแค่ 4 ใบที่เป็นบัตรเดบิตจากธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ของไทยกัน ได้แก่

  • Krungthai Travel Card
  • TMB All Free
  • PLANET SCB
  • KBANK Journey

แต่ละบัตรมีรายละเอียดอย่างไร มีจุดเด่นที่ต่างกันอย่างไรบ้าง มาดูกันได้เลยครับ

PLANET SCB Krungthai Travel Card TMB All free Kbank Journey
การสมัคร
ค่าสมัคร 200 บาท
ฟรี ถึง 31 ธ.ค.2562
200 บาท
ฟรี ถึง 31 ม.ค.2563
500 บาท
ฟรี เมื่อสมัครผ่าน Call Center
700 บาท
ค่าธรรมเนียมรายปี ไม่มี ไม่มี 350 บาท (ยกเว้นตามเงื่อนไข) 550 บาท​ (ฟรีปีแรก)
อายุบัตร 3 ปี (นับจากวันสมัคร) 2 ปี (นับจากวันผลิตบัตร) 5 ปี 5 ปี
ลักษณะบัตร
รูปแบบ บัตรเติมเงิน บัตรเติมเงิน Debit Card Debit Card
แลกเก็บหรือรูดได้เลย แลกเก็บไว้ในบัตร รูดได้เลยไม่ต้องแลก รูดได้เลยไม่ต้องแลก
ล็อคเรตได้ ล็อคเรตได้ เรตแปรผันตามวันที่ใช้ เรตแปรผันตามวันที่ใช้
บัตร VISA VISA / UNIONPAY VISA VISA
payWave (แตะจ่าย) ☑ ☑ ☑ ☑
ถอนเงินในไทย ไม่ได้ ไม่ได้ ได้ทุกตู้ทุกธนาคาร ได้แบบจำกัด
ปิดบัตรหลังใช้งาน ได้ ผ่านแอป ได้ ผ่านแอป ได้ ผ่านแอป ได้ ผ่านแอป
การใช้งานต่างประเทศ
สกุลเงินที่ใช้จ่ายได้ ทุกสกุลเงินทั่วโลก เฉพาะ 14 สกุลเงินในบัตร ใช้จ่ายในไทยไม่ได้ ทุกสกุลเงินทั่วโลก ทุกสกุลเงินทั่วโลก
ค่าความเสี่ยง 2.5%
รูดใช้จ่ายผ่าน EDC ต่างประเทศ ไม่มีชาร์จ ไม่มีชาร์จ ไม่มีชาร์จ ไม่มีชาร์จ
ซื้อสินค้าออนไลน์ ไม่มีชาร์จ ไม่มีชาร์จ ไม่มีชาร์จ มี สำหรับการซื้อสินค้าออนไลน์
เบิกเงินจากตู้ ATM ต่างประเทศ ไม่มีชาร์จ ไม่มีชาร์จ ไม่มีชาร์จ มี สำหรับการเบิกเงินจากตู้ ATM
เบิกเงินจากตู้ ATM ต่างประเทศ 100 บาท + fee ธ.ต่างประเทศ ชาร์จเป็นสกุลเงินต่างประเทศที่กด 75 บาท + fee ธ.ต่างประเทศ 100 บาท + fee ธ.ต่างประเทศ
ยกเว้น 100 บาทถึง 31 ธ.ค. 62
สกุลเงินที่แลกเก็บได้ USD
EUR
GBP
JPY
AUD
CHF
SGD
HKD
NZD
CAD
CNY
KRW
TWD
USD
EUR
GBP
JPY
AUD
CHF
SGD
HKD
NZD
CAD
CNY*
SEK
NOK
DKK
RUB
*ต้องสมัครบัตรUnion แยกอีกใบ
ไม่ต้องแลกใช้ได้เลยทั่วโลก ไม่สามารถล็อคเรตได้ ไม่ต้องแลกใช้ได้เลยทั่วโลก ไม่สามารถล็อคเรตได้
รูดโดยไม่แลก ได้ ไม่ได้ ได้ ได้
เรตอ้างอิง เรทพิเศษของ SCB เรทพิเศษของ KTB เรท VISA เรทพิเศษของ KBank + เรท VISA
วิธีแลกเงิน เติมเงินเข้าบัตร และแลกผ่าน SCB EASY 100-500,000 บาท/วัน โอนเงินเข้าบัญชีและแลกผ่าน Krungthai NEXT ไม่ต้องแลก ใช้ได้ตามยอดเงินในบัญชี ไม่ต้องแลก ใช้ได้ตามยอดเงินในบัญชี
ถอนเงินในต่างประเทศ 500,000 บาท ต่อวัน 50,000 บาท ต่อวัน 200,000 บาท ต่อวัน สูงสุด 200,000 บาท/บัตร/วัน
ยอดใช้จ่ายสูงสุดต่อวัน 500,000 บาท 500,000 บาท 500,000 (ไม่มีชื่อ) / 2,000,000 (มีชื่อ) บาท 200,000 บาท
จำนวนการแลกต่อวัน 5 ครั้ง 5 ครั้ง N/A N/A
จำนวนเงินในบัตรสูงสุด 500,000 บาท ไม่เกิน 1 ล้านบาท (รวมทุกสกุลเงิน) ไม่จำกัด ไม่จำกัด
ถอน/แลกเงินสกุลอื่นในไทย ไม่ได้ ถอนได้ 2 แห่ง (นานาเหนือ และ แอร์พอร์ตลิงค์) ไม่ได้ แลกได้จากบูธและสาขาธนาคาร
☑ สาขานานาเหนือ/จุดให้บริการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ Airport Link สุวรรณภูมิ ☑ สำนักงานแลกเปลี่ยนเงินต่างประเทศและสาขาธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา
เรตการแลกคืน ตามที่แสดงในแอป ตามที่แสดงในแอป N/A N/A
อื่นๆ
ออกบัตรใหม่ 200 บาท (ฟรี ถึง 31 ธ.ค.62) 200 บาท (ฟรี ถึง 31 ม.ค.63) ฟรี 550 บาท
โปรโมชั่นและสิทธิพิเศษ
ประกันเดินทาง มี มี มี มี
ประกันซื้อสินค้า ไม่มี ไม่มี คุ้มครองช้อปออนไลน์ 5,000 บาท/ครั้ง ไม่มี
SIM ไม่มี ไม่มี ไม่มี SIM GO INTER (Asia – Australia – USA) 6 GB 10 วัน มูลค่า 399 บาท
Lounge ฟรี Miracle Lounge 1 สิทธิ์ เมื่อลงทะเบียนและแลกเงินตามเงื่อนไข ไม่มี ไม่มี Miracle Lounge 1 ครั้ง / ปี
สมัครภายในปี 62 รับ 3 ครั้ง / ปี
ส่วนลด จอง ร.ร. ผ่าน Agoda ลดสูงสุด 8% ส่วนลดเรียก Grab ไปสนามบิน 100 บาท
ส่วนลด Grab 50 บาท
ส่วนลด Grab Food 100 บาท
จอง ร.ร. ผ่าน Expedia ลด 8%
จอง ร.ร. ผ่าน Agoda ลด 5%
ซื้อ Lazada ครั้งแรกลด 20%
ซื้ือตั๋ว Major / SF ใบละ 100 บาท 2 ใบต่อเดือน
ลุ้น ตั๋วไป-กลับญี่ปุ่น พร้อมที่พัก 5 คืน และ Pocket money อีก 10,000 บาท ไม่มี ไม่มี ไม่มี

วิเคราะห์จุดเด่น-ด้อยของแต่ละบัตร

PLANET SCB

จุดเด่น

  • ใช้ได้ทั่วโลก แม้สกุลเงินที่แลกไม่ได้
  • ใช้จ่ายในประเทศไทยได้
  • รองรับการแลกสกุลเงินหยวน, วอน, และไต้หวันดอลล่าห์
  • ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพ

จุดด้อย

  • ต้องโอนเงินเข้ากระเป๋าของบัตรก่อน (ซึ่งอาจมองเป็นข้อดีก็ได้)

จากบรรดาบัตรเดบิตเพื่อการท่องเที่ยวทั้งหมด Planet SCB น่าจะเป็นใบที่ตอบโจทย์ได้ครบถ้วนความต้องการที่สุด โดยบัตรอื่นจะเน้นที่เรื่องการใช้งานในไทยควบคู่ไปด้วย แต่ Planet SCB จะค่อนข้างเน้นไปที่การใช้งานต่างประเทศแบบชัดเจน และที่สำคัญคือสมัครฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี หรือค่าธรรมเนียมอื่นๆหยุมหยิ๋ม และสามารถทำได้ทั้งแลกเงินเพื่อล็อคเรตที่ดีไว้ในบัตรก่อนได้ หรือจะรูดเลยไม่ต้องแลกก่อนก็ได้อีก สะดวกสุดๆตามต้องการ แถมยังมีประกันการเดินทางเอาไว้ให้เรียบร้อย

เรตความน่าใช้ ⭐⭐⭐⭐⭐

 

Krungthai Travel Card

จุดเด่น

  • ไม่มีค่าธรรมเนียม
  • แลกสกุลเงิน Norway, Sweden, Denmark และ Russia ได้

จุดด้อย

  • ไม่สามารถใช้จ่ายเงินสกุลที่ไม่รองรับได้เลย
  • ไม่สามารถรูดได้ทันที หากไม่แลกในสกุลเงินที่รองรับก่อน
  • ไม่มีโปรโมชั่นดึงดูด

เป็นบัตรที่ออกมาก่อนใครเพื่อน และทำให้หลายคนเรียกบัตรเดบิตเพื่อการท่องเที่ยวทั้งหมดว่าเป็น Travel Card ได้เลย หลายอย่างเรียกว่าเป็นต้นแบบของ Planet SCB ก็ว่าได้ ล่าสุดก็มีการเพิ่มสกุลเงินที่รองรับเข้าไปอีก แต่ก็จะยังไม่มีรวมเงินหยวน, วอน, และไต้หวัน เข้าไปในบัตรอยู่ดี โดยเงินหยวนหากต้องการใช้งานต้องสมัครบัตรอีกใบเป็น Union เพิ่ม ไม่สามารถใช้งานเสร็จในใบเดียวได้ ทำให้วุ่นวายเล็กน้อย และด้วยความที่ออกมาก่อนใครเพื่อน ฐานลูกค้ามีมากในระดับนึงแล้ว ปัจจุบันจึงไม่ค่อยเห็นการทำโปรสักเท่าไหร่นัก

เรตความน่าใช้ ⭐⭐⭐½

 

TMB All Free

จุดเด่น

  • รูดได้ทั่วโลกโดยตรงไม่ต้องแลกก่อน
  • บัตรหายออกบัตรใหม่ฟรี
  • มีประกันซื้อของออนไลน์ โดนโกงมีชดใช้
  • สิทธิประโยชน์อื่นๆ
  • ใช้จ่าย ถอนเงิน ในประเทศไทย

จุดด้อย

  • ไม่สามารถล็อคเรตได้
  • มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี

เป็นรายแรกที่ทำบัตรเดบิตให้สามารถรูดใช้ง่ายสกุลเงินต่างประเทศได้โดยไม่ต้องแลกเงินเข้ากระเป๋าอิเล็กทรอนิกส์ (e-wallet) ก่อน ได้เรื่องความสะดวกสบาย เพียงแค่มีเงินในบัญชีก็พร้อมใช้งานได้เลย ด้วยความที่มีการจ่ายค่าแรกเข้าและรายปี เสมือนเป็นบัตรเดบิตทั่วไป ทำให้ตัวบัตรมีโปรโมชั่นและทำได้มากกว่า Travel Card ของ SCB และ KTB ทั้งเบิกเงินสดได้จากตู้ ATM ทุกธนาคารทั่วไทย โดยไม่ต้องมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม และมีส่วนลด-สะสมแต้มสำหรับการใช้จ่ายในประเทศที่มากมาย ซึ่งถ้าไม่มีบัตรเครดิตอยู่แล้วก็ช่วยทำให้ใช้ชีวิตแบบไร้เงินสดได้สบายขึ้น แต่ก็น่าเสียดายที่ไม่สามารถแลกเงินเก็บเอาไว้ได้ ซึ่งจะจำเป็นมากในช่วงที่ค่าเงินผันผวน

เรตความน่าใช้ ⭐⭐⭐⭐

 

KBANK Journey

จุดเด่น

  • รูดได้ทั่วโลกโดยตรงไม่ต้องแลกก่อน
  • โปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์เพียบ
  • สามารถใช้จ่าย-เบิกเงินสดในไทยได้
  • แลกเงินสดสกุลอื่น เรตเท่าแอป ได้จากช่องทางธนาคารกว่า 1,000 แห่ง

จุดด้อย

  • ค่าธรรมเนียมที่แพงกว่าคนอื่น
  • มีค่าความเสี่ยง 2.5% สำหรับการซื้อของออนไลน์และเบิกเงินสด

ทำเอาหลายคนงงที่ออกมาช้าสุดแต่มีการเก็บค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าบริการรายปีที่แพงกว่าชาวบ้าน แต่ก็แลกมากับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เพียบ คิดซะว่าจ่ายเพื่อซื้อของแถมเหล่านี้ก็อาจจะยังคุ้มได้ และถ้าต้องการจะแลกเงินสดติดตัวก่อนบินก็ไม่ต้องวิ่งวุ่นหาร้านรับแลกแต่อย่างใด เพราะบูธรับแลกของกสิกรที่มีอยู่เยอะก็พร้อมจะให้รับแลกเรตเท่ากับในแอปได้เลยเพียงโชว์บัตรเท่านั้น อย่างไรก็ดีจุดด้อยเรื่องซื้อของ จองที่พัก ในเงินสกุลเงินอื่นยังคิดค่าความเสี่ยงตามปกติ เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาให้ดี อาจทำให้ต้องมีการถือบัตรมากกว่า 1 ใบเพื่อความคุ้มค่าสูงสุด

เรตความน่าใช้ ⭐⭐⭐

 

ทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อมูลที่เรารวบรวมมาเอาไว้ให้นะครับ ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ต่อไปจากแต่ละธนาคาร ซึ่งถ้าใครมีข้อท้วงติงอย่างไรสามารถแจ้งมาเพื่ออัพเดทข้อมูลเพิ่มเติมได้ในคอมเม้นต์เลยนะครับ

 

รีวิวประสบการณ์ใช้งานบัตร

แชร์ประสบการณ์ใช้งานส่วนตัวจากบัตร Travel Card สักเล็กน้อย ส่วนตัวค่อนข้างประทับใจกับการใช้บัตรเดบิตเพื่อการท่องเที่ยวในต่างประเทศมากๆ ด้วยความสะดวก คุ้มค่า และปลอดภัย จ่ายบัตรก็ไม่ต้องกลัวจ่ายแพงกว่าเหมือนแต่ก่อน ปลอดภัยที่ไม่ต้องพกเงินสดเยอะๆ บัตรหายก็กดปิดได้ทันทีผ่านแอป คือแนะนำให้ใช้มากๆๆๆๆๆๆๆ แต่อย่างไรก็ดีแม้ว่าในหลายประเทศทั้งที่พัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา จะรับบัตรเครดิต/เดบิต VISA อย่างแพร่หลาย แต่พึงระวังเอาไว้หน่อยว่ามีอีกหลายร้าน พ่อค้าแม่ขายบางเจ้าที่เค้าก็ไม่รับบัตรอยู่ก็มี และยังไม่รวมถึงปัญหาการใช้งานจริงที่บางครั้งอาจเกิดความขัดข้องในการเชื่อมต่อกับ Server ของธนาคารทำให้ไม่สามารถตัดเงินจากบัตรได้ จนทำให้การจับจ่ายใช้สอยในต่างประเทศเกิดความติดขัด แนะนำว่าเดินทางต่างประเทศก็เอาเงินสดติดตัวเอาไว้กันบ้าง โดยประเทศในแถบเอเชียก็อาจจะต้องพกเอาไว้เยอะหน่อย ส่วนในทวีปยุโรป อเมริกา หรือออสเตรเลีย ก็อาจจะน้อยลงมา ตาม Penetration ของการใช้งานบัตรเครดิตในแต่ละประเทศไปครับ

เรตอัตราแลกเปลี่ยนบัตร Travel Card ใบไหนดีที่สุด?

เรตอัตราแลกเปลี่ยนน่าจะเป็นเรื่องที่หลายคนให้ความสนใจกันมากที่สุด เมื่อต้องการจะใช้จ่ายกันสักทีนึง แต่จากการสำรวจ + สังเกตของทีมงาน พบว่าเรตจะเปลี่ยนแปลงในแต่ละวันไม่เท่ากัน ทำให้ไม่สามารถชี้ได้ชัดเจนว่าของบัตรใบไหนดีกว่า โดยเฉพาะบัตรที่เพิ่งออกมาใหม่จะเจอว่าเรตดีมาก แต่พอผ่านไปไม่กี่เดือน เรตกลับแพงกว่าของเจ้าอื่นไปหลายสิบสตางค์เลยก็มี ดังนั้นถ้าต้องการเรตที่ถูกที่สุด ขอแนะนำว่าก่อนจะใช้จ่ายก็เช็คดูอีกรอบเพื่อความชัวร์ เคยเจอมาแล้วว่ารูดจ่ายต่างกันหลักนาที เรตเปลี่ยนไปแล้วก็ยังมีเลย แต่อย่างไรก็ดีถ้าไม่ได้ซื้อของจำนวนมากๆ ก็ไม่ต้องซีเรียสไป เอาความสะดวกไว้ก่อนน่าจะดีกว่าครับ

ยกตัวอย่าง ความแตกต่างของอัตราแลกเปลี่ยนที่ต่างกัน

  • ถ้าเราต้องการซื้อของที่ราคา USD10
  • เรตราคาบัตร A @ 31.15 บาทต่อดอลล่าห์ คิดเป็นเงินไทย 311.50 สตางค์
  • เรตราคาบัตร B @ 31.18 บาทต่อดอลล่าห์ คิดเป็นเงินไทย 311.80 สตางค์

คิดเป็นเงินไทยต่างกันไม่ถึงบาทเลยด้วยซ้ำ ถ้าจะเอาคุ้มแต่ต้องแลกมาด้วยความวุ่นวายที่ต้องสลับบัตร คอยเช็คเรตตลอดเวลา ก็ลองคิดดูละกันครับว่ายอมเสียเวลาเที่ยว เวลาเดินช้อปต่อรึเปล่าครับ

from:https://droidsans.com/travel-card-comparison/

โฆษณา

SME ไทยต้องสู้กับอะไรในปี 2020 บทสรุปจากงานเสวนารับมือการเปลี่ยนแปลงโดย SCB

SME ไทย กำลังอยู่ท่ามกลางความท้าทาย ทั้งเรื่องการแข่งขันจากทุกทิศ สภาพเศรษฐกิจชะลอตัว การต้องปรับตัวให้ทันกับเทคโนโลยี และต้องเรียนรู้ความต้องการของผู้บริโภคที่แตกต่างไปจากเดิม

จึงเกิดเป็นคำถามว่า SME ไทยต้องสู้กับอะไรบ้างในปี 2020?

ถ้าสรุปแบบคร่าวๆ ในเบื้องต้นอาจแบ่งได้ 3 ส่วนหลัก คือ เศรษฐกิจ, เทคโนโลยี และผู้บริโภค ซึ่งในงาน Coffee Talk Series ที่จัดโดย SCB ที่ Business Center สยามสแควร์ ซอย 2 ให้คำตอบใน 3 เรื่องนี้จาก 3 ผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ ดร.ยรรยง ไทยเจริญ จาก SCB EIC, อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ จาก BLOGNONE และ พุทธศักดิ์​ ตันติสุทธิเวท จาก WISESIGHT

เศรษฐกิจน่าห่วง SME ควรปรับตัวรับมือ

ดร.ยรรยง ไทยเจริญ จาก SCB EIC บอกว่า เวลานี้สถานการณ์เศรษฐกิจโลกกำลังเต็มไปด้วยปัจจัยเสี่ยง ทั้งเรื่องสงครามการค้า Trade War สหรัฐ-จีน, Brexit ของสหราชอาณาจักร, วิกฤตความขัดแย้งของกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง, การประท้วงของฮ่องกง หรือ การทดลองนิวเคลียร์ในเกาหลีเหนือ ส่งผลให้เศรษฐกิจของโลกน่าจะเข้าสู่สภาวะชะลอตัว

ขณะที่ปัจจัยลบในประเทศไทย พบว่า มีอัตราหนี้สินในครัวเรือนสูง ขณะที่รายได้ภาคการเกษตรลดต่ำลง แต่ค่าเงินบาทกลับแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการส่งออกของไทย หากดูจากสถิติการส่งออกของไทย ตลอดปี 2019 อยู่ในสภาพติดลบมาโดยตลอด

สำหรับ SME เป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมากสำหรับการปรับตัวและเตรียมรับมือ ยังมีเรื่องการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี มีระบบ Automation, AI เข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งกระทบกับการจ้างงาน และรายได้ของลูกจ้าง ส่งผลต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภค

ส่วนการแข่งขันนั้น SME ต้องเจอกับ Digitization โดยเฉพาะผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซ ซึ่งมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังต้องแข่งขันกับผู้ประกอบการรายใหญ่ในประเทศที่มีเงินทุนมหาศาล สามารถปรับตัวได้ดีกว่า ทำให้ในปี 2020 จะเป็นปีที่หนักหน่วง และต้องดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ

ตัวเลขการส่งออกไทย

อย่างไรก็ตาม ดร.ยรรยง บอกว่า ยังมีปัจจัยเสริมที่ดีอยู่เช่นกัน เช่น ไทยยังมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ดี แตกต่างจากวิกฤตปี 40 ต้มยำกุ้ง ทำให้ค่อนข้างมั่นใจว่าจะไม่เกิดวิกฤตซ้ำรอย รวมถึงนโยบายทางการเงินของประเทศ โดยปัจจุบันดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.5% ยังไม่มีการปรับลด ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาต่ำสุดอยู่ที่ 1.25%

นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีโครงการเมกะโปรเจค โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ โครงการลงทุน EEC และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอื่นๆ

เงินบาทแข็งค่า

เทคโนโลยี กับ การปรับตัวของ SME

อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ จาก BLOGNONE บอกว่า สิ่งแรกตอนตื่นนอนและสิ่งงสุดท้ายก่อนเข้านอน คนส่วนใหญ่จะหยิบมือถือขึ้นมา และแอพพลิเคชั่นส่วนใหญ่ที่มีการใช้งาน ไม่ใช่แอพจากไทยเลย แต่มาจากอเมริกา, ญี่ปุ่น, เกาหลี หรือ จีนทั้งนั้น เช่น Facebook, LINE, Instagram, Google หรือ YouTube

นี่คือสิ่งงที่แสดงว่า ไทย ไม่สามารถต่อต้านคลื่นเทคโนโลยีที่ถาโถมเข้ามาจากต่างประเทศได้ ซึ่งรวมถึงบริการต่างๆ จากต่างประเทศที่เข้ามาในประเทศไทย เช่น Lazada, Shopee, JD Central ที่เป็นกลุ่มทุนจากจีน หรือ Grab, GET, Kerry Express ก็มาจากต่างประเทศด้วย

เวลานี้ พรมแดนสุดท้ายของบริการที่ไทยยังรักษาไว้ได้ คือบริการธนาคาร ซึ่ง SCB เป็นหนึ่งในธนาคารที่ปรับตัวได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ กระโดดเข้ามาพัฒนาบริการจนมีลูกค้าอยู่หลายล้านรายในปัจจุบัน แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีคู่แข่ง เช่น Alipay, Rabbit LINE Pay ก็มีให้บริการอยู่เช่นเดียวกัน

หากเปรียบเทียบแล้ว เหมือนกับอดีตสมัยยุคซามูไรในประเทศญี่ปุ่น ที่ชาติตะวันตกนำเรือดำน้ำมาปิดน่านน้ำ ญี่ปุ่นสมัยนั้นเลือกที่จะพัฒนาระบบทหารเรือ ต่อเรือเอง เพื่อให้ทัดเทียมกับชาติตะวันตก จนในที่สุดกองทัพเรือญี่ปุ่น สามารถเอาชนะและยิ่งใหญ่ได้

สำหรับประเทศไทย ธุรกิจ SME ที่อ่านเกม ปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น JIB ร้านขายสินค้าไอที ที่แต่เดิมเปิดหน้าร้านหลายสาขาทั่วประเทศ​ เริ่มทำระบบขายสินค้าออนไลน์ และพัฒนาการจัดส่งด้วยตัวเอง จนสามารถส่งในเขตกรุงเทพได้ตลอด 24 ชั่วโมง และยังมีส่งด่วนภายใน 2-3 ชั่วโมงด้วย

หรือในธุรกิจก่อสร้าง ที่แต่เดิมมีขายเฉพาะหน้าร้าน มีร้าน One Stock Home ได้เริ่มต้นพัฒนาเว็บไซต์ และทำระบบขายสินค้าออนไลน์ เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่ปรับตัว จนสามารถรบออเดอร์จากลูกค้าในหลากหลายจังหวัด คำถามที่ SME ไทยต้องถามตัวเองคือ โลกไปไกลขนาดไหนแล้ว และจะปรับตัวอย่างไรให้ทันโลก

เข้าใจผู้บริโภค เข้าใจการทำตลาด

พุทธศักดิ์​ ตันติสุทธิเวท จาก WISESIGHT บอกว่า การทำตลาดในยุคปัจจุบันแตกต่างไปจากเดิม เครื่องมือสำคัญที่ต้องมี ประกอบด้วย Data, Insight, Personalized, Experience และ Be Real

4 ส่วนแรกเกี่ยวข้องกับ “ข้อมูล” ทั้งหมด คือ ต้องมีข้อมูล ต้องวิเคราะห์หาความต้องการที่แท้จริง ต้องเข้าใจความต้องการนั้น และต้องสร้างประสบการณ์ที่ดีให้เกิดขึ้น ทำให้รู้ว่าผู้บริโภค คิดอะไร และ ทำอะไร นำไปสู่ความสำเร็จทางธุรกิจ

SME หลายรายรู้ว่า ผู้บริโภคทำอะไร แต่ไม่รู้ว่าคิดอะไร ซึ่งต้องอาศัยเครื่องมือในการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์

SCB Business Center สยามสแควร์ ธนาคารทดลองบริการ 24 ชั่วโมง ครั้งแรกในไทย

อภิพันธ์ เจริญอนุสรณ์ ผู้จัดการใหญ่ ของ SCB บอกว่า SCB มีพื้นที่ของธนาคารในหลายๆ สาขา ที่สามารถพัฒนาให้เกิดประโยชน์ได้มากขึ้น โดยครั้งนี้ใช้สาขาสยามสแควร์ ซอย 2 พัฒนาเป็น Business Center เปิดให้บริการเต็มรูปแบบ 24 ชั่วโมงเป็นแห่งแรก

“แนวคิดคือ เวลาปกติ SME ก็ทำงาน ไม่สะดวกมาใช้บริการธนาคาร ดังนั้นจึงเกิดเป็น Business Center ที่ให้บริการ 24 ชั่วโมง ไม่ว่า SME จะมาเวลาไหน SCB สแตนด์บายพร้อมให้บริการเสมอ”

นอกจากนี้ การร่วมมือกับ Class Café พัฒนาเป็นพื้นที่ Co-Working Space ภายใต้ชื่อ CLASS.SCB มีกาแฟให้บริการมานั่งทำงานได้ รวมถึงพันธมิตรชั้นนำอื่นๆ มาพร้อมให้ความช่วยเหลือด้านธุรกิจ เพื่อให้ Business Center เป็น One Stop Service มาที่เดียวมีครบทุกอย่าง เพื่อให้ SME เลือกใช้ SCB เป็นธนาคารหลัก

สำหรับลูกค้าของ SCB สามารถติดตามข่าวสารจาก SCB Business Center เพื่อเข้าร่วมงานเสวนาให้ความรู้ หรือมาเพื่อใช้บริการธุรกรรมต่างๆ

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/sme-fighto-2020-scb-business-center/

SCB ABACUS จับมือไปรษณีย์ไทย ให้ลูกค้า COD เข้าถึง “สินเชื่อแม่มณีศรีออนไลน์”

เอสซีบี อบาคัส ผู้นำด้านการพัฒนาเทคโนโลยี AI เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจและผู้ให้บริการสินเชื่อออนไลน์รายแรกในประเทศไทย ผนึกกำลัง ธนาคารไทยพาณิชย์ จับมือ ไปรษณีย์ไทย เปิดตัวแพลตฟอร์ม “สินเชื่อแม่มณีศรีออนไลน์” ด้วยการนำเทคโนโลยี AI มาใช้เพื่อพิจารณาสินเชื่อออนไลน์แก่ธุรกิจรายย่อยที่ใช้บริการส่งด่วน EMS แบบเก็บเงินปลายทาง (Cash on Delivery: COD) ผ่านแอปพลิเคชัน Wallet@POST ของไปรษณีย์ไทย ชูจุดเด่นเรื่องความสะดวกในการยื่นขอสินเชื่อออนไลน์ พร้อมทราบผลการอนุมัติทันที โดยไม่ต้องส่งเอกสารเพิ่มเติม เพื่อสนองต่อความต้องการที่รวดเร็วของผู้ประกอบการ SME ยุคดิจิทัล

สุทธาภา อมรวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี อบาคัส จำกัด กล่าวว่า เอสซีบี อบาคัส ได้พัฒนาบริการ ‘สินเชื่อแม่มณีศรีออนไลน์’ ขึ้นเพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยที่ต้องการเสริมสภาพคล่องทางการเงินและสร้างโอกาสในการทำธุรกิจ โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Machine Learning มาใช้ในการวิเคราะห์และพิจารณาวงเงินสินเชื่อให้ตรงกับความต้องการเฉพาะเป็นรายบุคคล ทั้งด้านวงเงินและระยะเวลาการกู้ยืมที่เหมาะสม โดยไม่ต้องส่งเอกสารเพิ่มเติม พร้อมทราบผลการอนุมัติทันที รับเงินใน 24 ชม. ซึ่งจะทำให้การยื่นขอสินเชื่อและการพิจารณาอนุมัติเป็นไปอย่างสะดวก อีกทั้งยังช่วยประหยัดเวลา และขั้นตอนในการขอสินเชื่อทำให้ผู้ประกอบการขยายธุรกิจได้อย่างรวดเร็วทันต่อการแข่งขันในยุคที่ธุรกิจกำลังก้าวสู่ความเป็นดิจิทัลในปัจจุบัน

บริการสินเชื่อแม่มณีศรีออนไลน์ของ เอสซีบี อบาคัส เปิดตัวให้บริการมานับตั้งแต่กลางปี 2561 ปัจจุบันมีพันธมิตรที่เป็นแพลตฟอร์มด้านดิจิทัลที่หลากหลาย นับตั้งแต่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซและออนไลน์มาร์เก็ตเพลสรายใหญ่ ไปจนถึงแพลตฟอร์มด้านไลฟ์สไตล์และแพลตฟอร์มฟรีแลนซ์ชั้นนำ ทั้งนี้ เพื่อให้บริการสินเชื่อแม่มณีศรีออนไลน์สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น

ล่าสุดเอสซีบี อบาคัส ได้ร่วมมือกับธนาคารไทยพาณิชย์ และไปรษณีย์ไทยซึ่งเป็นหน่วยงานที่เชี่ยวชาญด้านการส่งที่เป็นที่นิยมอันดับหนึ่งในกลุ่ม SME เพื่อนำเสนอบริการสินเชื่อออนไลน์ที่ทันสมัยด้วยระบบ AI ให้แก่ผู้ประกอบการที่ใช้วิธีการจัดส่งพัสดุแบบเก็บเงินปลายทาง (COD) ของไปรษณีย์ไทย ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งการใช้ประโยชน์ของ AI เพื่อสร้างความเจริญเติบโตของธุรกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นได้อย่างมั่นคงในระยะยาว ขณะเดียวกันก็เป็นการตอกย้ำถึงความเป็นผู้นำของเอสซีบี อบาคัส ในฐานะผู้บุกเบิกแพลตฟอร์มสินเชื่อออนไลน์ (Digital Lending) รายแรกของไทย และสะท้อนให้เห็นความมุ่งมั่นของ เอสซีบี อบาคัส ที่จะเป็นแรงผลักดันที่ช่วยสนับสนุนภาคธุรกิจก้าวหน้าได้อย่างยั่งยืน

อรรัตน์ ชุติมิต รองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ Retail and Business Banking ธนาคารไทยพาณิชย์จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารไทยพาณิชย์มองเห็นความสำคัญของกลุ่มลูกค้าธุรกิจรายย่อยในประเทศไทยที่เป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มอีคอมเมิร์ซเติบโตอย่างต่อเนื่องและก้าวกระโดด โดยที่ผ่านมาเราได้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการและโซลูชั่นมากมายเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมทางการเงินให้กับลูกค้ากลุ่มนี้อย่างต่อเนื่อง และหนึ่งในบริการที่เรามีความภาคภูมิใจคือการร่วมมือกับไปรษณีย์ไทยให้บริการเก็บเงินปลายทาง (COD) สำหรับผู้ใช้บริการไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ในประเทศ ผ่านแอปพลิเคชัน Wallet@POST เพื่อตอบสนองผู้ใช้บริการของไปรษณีย์ไทยในด้านธุรกรรมทางการเงินให้สามารถ “เติม โอน ถอน จ่าย…ง่ายแค่ปลายนิ้ว” โดยธนาคารไทยพาณิชย์เป็นธนาคารหลักในการเชื่อมแอปพลิเคชัน Wallet@POST ไปยังบัญชีธนาคารของลูกค้า ทำให้สามารถโอนเงินจาก Wallet@POST เข้าบัญชี SCB ได้โดยไม่มีค่าธรรมเนียม” 

จากการให้บริการเก็บเงินปลายทาง (COD) มาตั้งแต่เดือนมกราคม ทำให้เราได้มองเห็น Pain Point ของผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนมากที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง แต่ต้องเผชิญกับปัญหาในการขยายธุรกิจเพราะขาดสภาพคล่องด้านเงินทุน จึงได้ผนึกความแข็งแกร่งกับ เอสซีบี อบาคัส บริษัทในเครือฯ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาเทคโนโลยี AI เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจ และการพัฒนาแพลตฟอร์มสินเชื่อออนไลน์ (Digital Lending) ผ่านเทคโนโลยี AI ในการนำ ‘สินเชื่อแม่มณีศรีออนไลน์’ มาช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อลดช่องว่างและข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้กับลูกค้าที่ใช้บริการเก็บเงินปลายทาง (COD) ของไปรษณีย์ไทย ด้วยวิธีการที่สะดวก ง่าย รวดเร็ว สามารถอนุมัติได้ทันกับความต้องการในการใช้งานเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการรายย่อยได้อย่างทันท่วงทีผ่านช่องทางออนไลน์” 

สมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ทุกวันนี้ ทั้งธุรกิจอีคอมเมิร์ซและผู้ประกอบการ SME ได้กลายมาเป็นตลาดกลุ่มใหญ่ของไปรษณีย์ไทย เราจึงมุ่งมั่นพัฒนาบริการต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในนั้นคือ บริการเก็บเงินปลายทาง (COD) สำหรับผู้ใช้บริการส่งด่วน EMS ในประเทศ ผ่านแอปพลิเคชัน Wallet@POST ซึ่งปัจจุบันมีฐานผู้ใช้งานกว่า 120,000 ราย เพื่ออำนวยความสะดวกในการเก็บเงินแก่ผู้ขายและการชำระเงินแก่ผู้ซื้อสินค้าซึ่งใช้บริการ COD ของไปรษณีย์ไทยให้ได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับหมุนเวียนในธุรกิจได้โดยสะดวก

“การเปิดบริการสินเชื่อออนไลน์สำหรับผู้ใช้บริการเก็บเงินปลายทาง (COD) ในวันนี้ จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญของไปรษณีย์ไทยในการตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าธุรกิจได้มากขึ้น อีกทั้งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ไปรษณีย์ไทยในปัจจุบัน เราเชื่อว่าบริการสินเชื่อแม่มณีศรีออนไลน์ที่ไปรษณีย์ไทยร่วมมือพัฒนากับเอสซีบี อบาคัส จะเป็นสะพานเชื่อมระหว่างธุรกิจกับแหล่งเงินทุนที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการรายย่อยยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี”

เอสซีบี อบาคัส เป็นผู้ให้บริการสินเชื่อออนไลน์รายแรกในประเทศไทยภายใต้ชื่อแม่มณีศรีออนไลน์ โดยเริ่มให้บริการมาแล้วกว่า 1 ปี นับตั้งแต่กลางปี 2561 ปัจจุบันมีแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ร่วมเป็นพันธมิตร ได้แก่ ธุรกิจ
อีคอมเมิร์ซและออนไลน์มาร์เก็ตเพลสยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Amazon และ ผู้นำธุรกิจอีคอมเมิร์ซและออนไลน์มาร์เก็ตเพลสในประเทศไทยอย่าง Lazada ตลอดจนแพลตฟอร์มบริหารร้านค้าออนไลน์อย่าง LnwShop (เทพช็อป) แพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์ด้านอาหารชื่อดังอย่าง Wongnai รวมถึงแหล่งรวมฟรีแลนซ์คุณภาพอันดับหนึ่งของประเทศไทยอย่าง Fastwork โดย

บริการสินเชื่อแม่มณีศรีออนไลน์พร้อมขยายขอบเขตการให้บริการไปยังธุรกิจรายย่อยที่ใช้บริการ COD ผ่านแอปพลิเคชั่น Wallet@POST ของไปรษณีย์ไทยผ่านเว็บไซต์แม่มณีศรีออนไลน์ http://clickcash.scb.co.th/ แล้ววันนี้

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/scb-abacus-post-cod/

ตามรอยเส้นทาง แม่มณี จาก SCB กับแคมเปญ SME Fighto ที่ย้ำว่า “อย่ายอมโดนเก็บ”

2-3 ปีก่อน ช่วงแรกๆ หลายคนเจอ “แม่มณี” อาจจะมีงงบ้างว่าเป็นใคร ทำไมอยู่ไปทุกที่ ทั้งหน้าร้านขายข้าว ร้านขายของ หน้าปั๊มน้ำมัน รวมถึงหน้าห้างสรรพสินค้า หรือนี่จะเป็นนางกวักเวอร์ชั่นใหม่

แต่สุดท้ายก็ได้รู้ว่า แม่มณี คือ สัญลักษณ์ ที่ SCB สร้างสรรค์ขึ้นมาสะท้อนความเป็นไทยแต่ไม่โบราณ มีความเป็นเทคโนโลยี QR Code และยังบ่งบอกถึงความเป็น SCB ได้ด้วย

แต่สำคัญสุดคือ ทำให้ SME เข้าใจโลกของดิจิทัลมากขึ้น เรื่องราวเส้นทางของแม่มณี จะเป็นอย่างไร โปรดติดตาม

จาก มันนี่ ถึง นางกวักยุคดิจิทัล

ธนา เธียรอัจฉริยะ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานการตลาด บอกเล่าเรื่องราวของแม่มณีว่า เป็นการสร้างแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดครั้งหนึ่ง เพราะสามารถทำให้พ่อค้าแม่ค้ายอมรับ แล้วนำไปวางไว้หน้าร้านได้ มีน้ำแดง มีพวงมาลัย มีสร้อยทอง นี่คือตัวชี้วัดได้ดีที่สุด

แม่มณี คล้ายกับคำว่า Money (มันนี่) ซึ่งสอดคล้องกับเรื่องเงินๆ ทองๆ ที่ SCB ต้องการเข้ามาช่วยผู้ประกอบการ และต้องการให้รู้สึก “อยาก”​ วางไว้หน้าร้านเพื่อโปรโมทการใช้ QR Code แต่สุดท้าย แม่มณี กลายเป็นตัวแทน “นางกวัก” ยุคดิจิทัล ที่ดูน่ารัก ใครเห็นใครก็รัก

นั่นทำให้ แม่มณี กลายเป็น “วัตถุมงคล” ที่ใครๆ ก็อยากได้ แม้จะไม่ได้ทำมาจำหน่าย แต่ด้วยจำนวนที่มีจำกัด ทำให้มีคนประกาศขาย 500 – 3,000 บาท

เกร็ดเล็กน้อยเกี่ยวกับแม่มณี

  • แม่มณี บางรุ่นที่ผลิตออกมา มีการปลุกเสกจากวัดท่าไม้ เพราะ SCB ต้องการช่วยให้ SME สามารถนำไปใช้แทนนางกวักได้จริงๆ
  • มีหลายคนคิดว่าแม่มณีมี 3 ปาง แต่แท้จริงแล้ว เกิดจากกำลังผลิตไม่ทันกับความต้องการ จึงต้องใช้จาก 3 โรงงานทำให้หน้าตาออกมาไม่เหมือนกัน
  • แม่มณีของแท้ต้อง “นั่ง” เท่านั้น ถ้ายืนแล้วจะดูไม่ใช่แม่มณี

มณีเกิร์ลคนแรก “ใหม่ ดาวิกา”

ย้อนกลับไปก่อนหน้านั้น ทีมงาน SCB ได้คิดค้นแม่มณี และออกแบบมาในเวอร์ชั่นต่างๆ คิดกันอย่างละเอียด ตั้งแต่กระเป๋าที่ถือ ลายของชุดที่เป็นโฮโลแกรม จนถึงหน้าตาที่ต้องดูเป็นมิตรกับทุกคน พร้อมกับเชิญชวนทุกคนมาเปลี่ยนมาใช้ช่องทางดิจิทัล

เมื่อได้ แม่มณี ในเวอร์ชั่นที่เราทุกคนได้เห็นกันแล้ว หรือจะเรียกว่า ปางแรก ก็ได้ SCB ก็ได้เลือก ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ มาทำหน้าที่ มณีเกิร์ล คนแรกเช่นกัน เพื่อชวนให้พ่อค้าแม่ค้าเข้าสู่โลกดิจิทัล

หลายคนคิดกันว่า เบลล่า ราณี แคมเปน คือ มณีเกิร์ลคนที่สองหรือไม่ คำตอบคือ ไม่ใช่ แต่เป็นแคมเปญ เบลล่า มานี ที่ออกมาเพื่อโปรโมทเรื่อง ฟรีค่าธรรมเนียมของ SCB EASYโดยเฉพาะ

ส่งไม้ต่อ มณีเกิร์ลคนที่สอง “คริส หอวัง”​

อภิพันธ์ เจริญอนุสรณ์ ผู้จัดการใหญ่ ของ SCB บอกว่า ปี 2019 แม่มณีออกปางใหม่ ในชื่อว่า มณีชยา ที่มีความหมายถึง ชัยชนะ ซึ่ง SCB ต้องการสื่อว่าในยุคที่เศรษฐกิจไม่ดี ค้าขายลำบาก ส่งออกชะลอตัว SME ยังมี SCB อยู่เคียงข้าง ต่อสู้เพื่อนำไปสู่ชัยชนะด้วยกัน

ดังนั้น แม่มณี2019 จึงสะท้อนออกมาเป็นลักษณะของนักสู้ที่สู้ไม่ยอมแพ้ ได้แรงบันดาลใจมาจาก มวยคาดเชือก ดูทะมัดทะแมง คล่องแคล่วมากกว่าเดิม

และได้ คริส หอวัง มาทำหน้าที่เป็นมณีเกิร์ลคนที่สอง มีคาแรกเตอร์ของนักสู้ และมาพร้อมกับสโลแกนที่บอกว่า “อย่ายอมโดนเก็บ” ค่าธรรมเนียมหยุมหยิม

 

มณี Free Solution ให้ SME ฟรีค่าธรรมเนียม

คริส หอวัง บอกว่า “อย่ายอมโดนเก็บ” คือข้อความที่สื่อไปถึง SME โดยตรงว่า อย่ายอมโดนเก็บค่าธรรมเนียม โดย SCB ได้จัดแคมเปญล่าสุด SME Fighto เพื่อให้ SME สู้ต่ออย่ายอมแพ้ และมาพร้อม “มณี Free Solution” 3 สิ่งพิเศษ

  1. ฟรีค่าธรรมเนียมทุกธุรกรรม อาทิ รับฝากเช็คข้ามเขต, โอนเงินต่างธนาคารแบบทันที, โอนเงินต่างธนาคารแบบล่วงหน้า 1 วัน, โอนเงินต่างธนาคารแบบไม่จำกัดยอดเงินสูงสุด การจ่ายเงินเดือนพนักงานทุกธนาคาร และจ่ายบิล ชำระค่าสินค้าและบริการ โดยต้องทำธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัล และมีบัญชีมณีมั่งคั่ง
  2. ฟรีอัพเกรดดอกเบี้ย ด้วย “บัญชีมณีมั่งคั่ง” เป็นบัญชีเดินสะพัด ให้ดอกเบี้ยสูงสุด 1% รับดอกเบี้ยทุกสิ้นเดือน ตอบโจทย์ดอกเบี้ยขาลง เมื่อฝากตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด
  3. ฟรีบริการ Co-Working Space จัดสัมมนาต่อยอดธุรกิจ ช่วยผลักดันธุรกิจให้ก้าวหน้า โดยมีพันธมิตร เช่น ไปรษณีย์ไทย, GET, Wongnai, Google My Business คอยให้ความช่วยเหลือด้านธุรกิจ

ตามด้วยการทดลองเปิดให้บริการสาขา 24 ชั่วโมง  มุ่งหวังให้ลูกค้าผู้ประกอบการสามารถเข้ามาทำธุรกรรมทางการเงินได้เต็มรูปแบบ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ SME ที่ใช้เวลาเต็มที่ไปกับการทำธุรกิจ และใช้นอกเวลาธุรกิจมาติดต่อธนาคารได้ โดยเปิดสาขาทดลองแห่งแรกที่ SCB Business Center สยามสแควร์

สรุป

SCB เดินหน้ารุกตลาด SME รายย่อย โดยจัดหนัก ยกเลิกค่าธรรมเนียมเมื่อทำธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัลแพลตฟอร์มและมีบัญชีมณีมั่งคั่งให้กับ SME ให้ดอกเบี้ยบัญชีเดินสะพัด และมีบริการ Co-Working Space ถือเป็นประโยชน์ที่ SME จะได้โดยตรงทันที เป้าหมายคือ ต้องการให้ SME ใช้ SCB เป็นธนาคารหลักในการทำธุรกิจ

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/scb-sme-fighto-manee-2019/

เร็วแรงได้ง่ายๆ…. ทรูมูฟ เอช ผนึก ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดบริการใหม่ล่าสุด ซื้อแพ็กเสริมง่ายๆ ผ่านแอป SCB Easy เพิ่มความสะดวกเอาใจลูกค้าเติมเงิน

 

ทรูมูฟ เอช เครือข่าย 4G ยอดเยี่ยมในเอเชียแปซิฟิก โดยนายสกลพร หาญชาญเลิศ (ซ้าย) ผู้อำนวยการ ธุรกิจโมบายล์ พรีเพย์ และการตลาดด้านบริการใหม่ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมกับธนาคารไทยพาณิชย์ โดยนายอิทธิพันธ์ เจียกเจิม (ขวา) ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารฝ่าย Global Transaction Banking Services เปิดบริการใหม่ล่าสุด เพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้าทรูมูฟ เอช แบบเติมเงิน ซื้อแพ็กเกจเสริมได้ง่ายๆ ผ่านช่องทาง SCB Easy App เริ่มตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน ถึง 31 ธันวาคม 2562 เท่านั้น

 

truemove H

โปรโมชั่นสุดคุ้มกับ 2 แพ็กเกจเน็ต ในราคาพิเศษจากทรูมูฟ เอช

1.เน็ตซูเปอร์มันส์ ความเร็วสูงสุด 4Mbps รวม 2 GB นาน 24 ชั่วโมง (FUP128 Kbps) ราคา 41.-บาท
2.เน็ตซูเปอร์มันส์ ความเร็วสุงสุด 512Kbps รวม 5GB นาน 7 วัน (FUP 128Kbps) ราคา 120.- บาท

พบประสบการณ์ความสะดวก คุ้ม ง่าย ได้แล้ววันนี้ เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน SCB Easy หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://link.scb/2knbzpk

 

from:http://mobileocta.com/true-move-h-joins-hands-with-scb-to-open-simple-purchase-packages-via-scb-easy-app/

SCB EIC ประเมินตัวเลขส่งออกไทยปี 2562 ทั้งปีติดลบมากกว่า 2%

ภาพจาก Shutterstockเราเพิ่งเห็นตัวเลขของกระทรวงพาณิชย์ ที่ระบุว่าตัวเลขการส่งออกของประเทศไทยในเดือนสิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา ติดลบ -4% และสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ ยังคงตัวเลขประเมินว่าการส่งออกของไทยทั้งปี 2562 จะเติบโตอยู่ที่ 0%

วันนี้มีการประเมินของอีกสำนักออกมาคือ SCB EIC ที่ประเมินว่ามูลค่าการส่งออกไทยเดือน ส.ค. 2019 โดยรวมหดตัวที่ -4.0%YOY แต่หากหักทองคำที่มูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้น ตัวเลขการส่งออกหดตัวถึง -9.8%

หากย้อนดูตัวเลขการส่งออกตลอดปี 2562 จำนวน 8 เดือนที่ผ่านมา มีเพียงเดือนกรกฎาคมเพียงเดือนเดียวที่การส่งออกกลับมาเป็นบวก และหากรวมตัวเลข 8 เดือน การส่งออกไทยหดตัว -3.3% และถ้าหักทองคำด้วย การส่งออกหดตัวที่ -5.3%

ตัวเลขนี้ทำให้ SCB EIC ประเมินตัวเลขการส่งออกของไทยตลอดปี 2562 จะต่ำกว่าที่เคยประมาณการไว้คือ -2% โดยอีก 4 เดือนที่เหลือ การส่งออกน่าจะยังติดลบเกือบทุกเดือน ยกเว้นในเดือนกันยายนที่อาจพลิกตัวกลับมาเป็นบวกได้ เพราะฐานของเดือนกันยายน 2561 ค่อนข้างต่ำ

ภาพจาก SCB EIC

หลายสินค้าส่งออกสำคัญยังคงหดตัวอย่างต่อเนื่อง และหดตัวในเกือบทุกตลาด

  • สินค้าส่งออกสำคัญที่หดตัวได้แก่ รถยนต์-อุปกรณ์และส่วนประกอบ (-12.6%) ข้าว (-44.7%) เครื่องคอมพิวเตอร์-อุปกรณ์และส่วนประกอบ (-10.5%) เครื่องใช้ไฟฟ้า (-6.9%) แผงวงจรไฟฟ้า (-14.3%) และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป (-40.0%) เม็ดพลาสติก (-18.3%) และเคมีภัณฑ์ (-22.2%) เนื่องจากราคาน้ำมันดิบในเดือน ส.ค. 2019 หดตัวในระดับสูงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า (ประมาณ -20%)
  • ตลาดส่งออกสำคัญที่หดตัวได้แก่ อาเซียน-5 (-24.6%) CLMV (-22.7%) อินเดีย (-18.0%) EU15 (-6.2%) จีน (-2.7%) ฮ่องกง (-6.5%) ญี่ปุ่น (-1.2%) เกาหลีใต้ (-6.5%) อย่างไรก็ดี การส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ ยังขยายตัวได้ที่ 8%
ภาพจาก SCB EIC

สินค้านำเข้าหดตัวในระดับสูง ส่วนหนึ่งเกิดจากปัจจัยฐานสูงในปีก่อนหน้า โดยการนำเข้าสินค้าเมื่อเดือน ส.ค. ปี 2018 ขยายตัวมากถึง 22.2% จึงเป็นฐานที่สูงเมื่อเทียบกับมูลค่านำเข้าในเดือน ส.ค. ปีนี้ ซึ่งหดตัวมากถึง -14.6% นับเป็นการหดตัวในทุกหมวดสินค้า โดยสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูปมีการหดตัวมากที่สุด
ที่ -27.7% ขณะที่การนำเข้าสินค้าทุนหดตัวรองลงมาที่ -7.9% ในส่วนของสินค้าหมวดอื่น ๆ ได้แก่ เชื้อเพลิง อุปโภคบริโภค และยานพาหนะ หดตัวที่ -0.8% -0.9% และ -0.4% ตามลำดับ

ภาพจาก SCB EIC

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/scb-eic-thai-export-2019/

แม่มณี 2019 ย้อนดู SCB Easy จุดเริ่มต้นและการเดินทางของ “แม่มณี” จากอดีตถึงปัจจุบัน

พาดหัวซะดูเหมือนนาน แต่ แม่มณี เกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ตั้งแต่ปี 2017 มาพร้อมๆ กับ การรีแบรนด์ Mobile Banking ของ ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB เป็น SCB Easy ที่อยากให้เรื่องธนาคารกลายเป็นเรื่องง่ายๆ ในมือถือของผู้ใช้

วันนี้ SCB แถลงเวอร์ชั่น แม่มณี 2019 พร้อมเปิดตัว คริส หอวัง เป็นพรีเซนเตอร์คนใหม่ หรือเรียกว่า มณีเกิร์ล ที่เน้นภาพลักษณ์ของความกระฉับกระเฉง มีกำลังใจพร้อมต่อสู้กับอุปสรรคทางธุรกิจ สะท้อนภาพของ SME รายย่อย ที่ทุกวันนี้ต้องเจอกับสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัว พร้อมปรับตัวสู่ Digital ทำให้อดย้อนกลับไปดูไม่ได้ว่า ตั้งแต่จุดเริ่มต้น 2017 เกิดอะไรขึ้นกับแม่มณีบ้าง

แม่มณี ความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ของ คน Bank x คน Non-Bank

ธนา เธียรอัจฉริยะ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส Chief Marketing Officer ของ SCB บอกว่า แม่มณี กลายเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่ง มีความเป็นไทยแต่ดูไม่โบราณ ใครเห็นใครก็รัก โดยเฉพาะพนักงาน SCB จะรักแม่มณีมาก เป็นสิ่งที่สามารถเชื่อมโยง ความเป็นไทย+SCB+เทคโนโลยี ได้อย่างชัดเจน

“กล้าพูดได้ว่าเป็นความภาคภูมิใจของทีมงานในการสร้างสรรค์แม่มณีขึ้นมา เพราะมีทั้ง Emotional และ Functional ในตัวเอง แม่มณี 2019 เรียกว่าเป็น ปางใหม่ ใช้ชื่อว่า มณีชยา แปลว่า ชัยชนะ ได้แรงบันดาลใจมาจากมวยคาดเชือก ก็ดูเข้ากับสถานการณ์ อนาคตอาจจะมีปางใหม่ๆ ออกมาอีก”

จุดกำเนิดของแม่มณีนั้น เกิดขึ้นจากการให้ คน Bank ที่เข้าใจเรื่องของบริการทางการเงินอย่างดี มาทำงานร่วมกับคน Non-Bank ที่สะท้อนมุมมองจากภายนอก เปรียบเสมือน ความรู้+ความไม่รู้ แล้วผสมผสานอย่างลงตัว เป็นความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ ที่ตอนนี้ทุกร้านค้าอยากมีไปวางไว้

ย้อนอดีต 2017 จุดเริ่มต้นและการผจญภัยของ แม่มณี

ย้อนกลับไปปี 2017 ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ คือ พรีเซนเตอร์ แม่มณี คนแรก (คริส หอวัง คือคนที่สอง) ตอนนั้น SCB ต้องการโปรโมท SCB Easy แอพที่เพิ่งรีเฟรชใหม่ ออกแบบใหม่หมด โดย ใหม่ ดาวิกา เป็นตัวแทนของผู้ประกอบการ SME ที่กำลังก้าวเข้าสู่ Digital เริ่มต้นใช้ QR Code จึงมีคาแรกเตอร์ที่ต่างจากตอนนี้

ความตั้งใจแรก ต้องการสร้าง แม่มณี ให้ร้านค้าอยากวางไว้ ไม่ว่าจะใช้ QR Code หรือไม่ก็ตาม แต่สิ่งที่ได้ตามมาโดยความบังเอิญ คือ แม่มณี กลายเป็น “นางกวัก”​ ไปโดยปริยาย และผู้ประกอบการยังมองว่า แม่มณี ไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่เป็น “ของมงคล”​ ประจำร้านที่ช่วยให้ค้าขายดี

ทำให้ แม่มณี ติดตลาดได้ไว และทำให้ผู้ประกอบการหลายรายอยากได้แม่มณีไปไว้ในครอบครอง แม้ SCB จะไม่ได้จำหน่าย แต่ปรากฎว่า แม่มณี มีมูลค่าซื้อขายในตลาด 500 – 3,000 บาท แล้วแต่รุ่น แล้วแต่ขนาด

เกร็ดเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับ แม่มณี

  • SCB คิดชื่อ แม่มณี เพราะอยากให้ดูไทยๆ แต่ก็ออกเสียงคล้ายๆ มันนี่ (Money) ได้ด้วย
  • แม่มณีเวอร์ชั่นแรก มีคนสังเกตว่ามี “ปาก” 3 แบบ และพยายามตามหาให้ครบ แต่ความจริงแล้ว เกิดจากโรงงานผลิตไม่ทัน เลยต้องกระจายกันผลิต จึงได้​ “ปาก” ของแม่มณีไม่เหมือนกัน
  • แม่มณีทั้งเวอร์ชั่นแรก และ แม่มณีชยา มีบางตัวที่ผ่านการปลุกเสกมาแล้ว เพราะ SCB ต้องการให้ผู้ใช้ได้รับประโยชน์แบบรอบด้าน ไหนๆ จะเอาไปตั้งเหมือนเป็นนางกวักแล้ว ก็ปลุกเสกให้ซะเลย
  • ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ คือ พรีเซนเตอร์ แม่มณีคนแรก ส่วนคนที่สอง คือ คริส หอวัง
  • เบลลา ราณี แคมเปน ไม่ได้เป็น พรีเซนเตอร์ แม่มณีแต่อย่างใด แต่เป็นแคมเปญ เบลลา มานี
  • แม่มณี ผ่านการออกแบบมามากถึง 40 รูปแบบ แต่ทุกแบบต้อง “นั่ง” ไม่สามารถยืนได้ เพราะถ้า “ยืน”​ จะดูไม่ใช่แม่มณี

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/manee-journey-scb-easy/