คลังเก็บป้ายกำกับ: Samsung_Galaxy

รีวิว Galaxy Tab S5e ความพยายามอีกเฮือกของแท็บเล็ตแอนดรอยด์

พูดถึงแท็บเล็ต เชื่อว่าส่วนใหญ่ย่อมนึกถึง iPad ของแอปเปิลกันน่าจะเกือบหมด ฝั่งของแอนดรอยด์เองไม่ว่าจะออกมากี่รุ่นก็แทบจะตีตลาด iPad ไม่ได้เลย จนขนาด Google เองยังยอมถอยและเลิกพัฒนา Pixel Slate ที่เป็นแท็บเล็ตของตัวเอง

อย่างไรก็ตามดูเหมือนทางซัมซุงจะยังไม่ยอมแพ้กับเกมนี้ ที่ล่าสุดเปิดตัวแท็บเล็ต Galaxy Tab S5e ตัวท็อปออกมา (ล่าสุดมีภาพหลุดของ Tab S6 อีก) ซึ่งก็ถือว่าน่าสนใจและคุณภาพก็ถือว่าไม่ใช่แย่ แต่ก็ต้องยอมรับว่ายังสู้ iPad ไม่ได้ในแง่ของซอฟต์แวร์

ดีไซน์และงานประกอบ

ส่วนตัวรู้สึกว่าดีไซน์เป็นหนึ่งในความโดดเด่นของ Galaxy S5e เลยก็ว่าได้ ด้วยหน้าจอขนาด 10.5 นิ้ว ขอบจอบาง แถมตัวเครื่องก็บางแค่ 5.5 มม. บอดี้เป็นโลหะ ดังนั้นความสวยงามและสัมผัสค่อนข้างดีไม่แพ้ iPad Pro เลย ขณะที่น้ำหนักก็เบามากแค่ 400 กรัมเท่านั้น เหมาะกับการถือนอนดู Netflix ด้วยซ้ำ

Galaxy S5e มาในไซส์เดียวกับ iPad Air หน้าจอเป็น AMOLED สีสันสดใส สวย สู้แดดได้ดี หรือดูตอนกลางคืนก็สามารถปรับความสว่างลงและเปิดโหมดตัดแสดงสีฟ้า ก็ยังใช้งานได้สบายตา

No Description

Galaxy S5e ไม่มีรูหูฟังมาให้ ต้องใช้หูฟังที่เป็น USB-C แทน แต่คาดว่าจุดประสงค์ที่ถอดออกน่าจะเพราะต้องการชูลำโพง AKG 4 ตัว (บน 2 ล่าง 2) ของเครื่องมากกว่า เพราะหากวางแนวนอน ลำโพงจะออกซ้ายขวาเลย ช่วยเพิ่มประสบการณ์เวลาดูหนังหรือ YouTube ได้ค่อนข้างดี

No Description

No Description

สเปคและการใช้งาน

ชิปประมวลผลเป็น Snapdragon 670 แรม 4GB ซึ่งก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปอย่างไม่มีปัญหาหรือแม้แต่เล่นเกม หน่วยความจำ 64GB รองรับ microSD สูงสุด 512GB

เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือจะอยู่ที่ปุ่มล็อคหน้าจอด้านขวา ต้องกดแล้วแช่นิ้วค้างไว้เล็กน้อยเพื่อปลดล็อค ซึ่งจากที่ใช้มามีบางครั้งที่รู้สึกว่าการปลดล็อคค่อนข้างช้า กินเวลาเป็นวินาทีได้ ยิ่งเมื่อเทียบกับความคุ้นเคยกับความเร็วเวลาปลดล็อคสมาร์ทโฟนแล้ว ยิ่งรู้สึกว่าช้าเข้าไปใหญ่

No Description

ตัวแท็บเล็ตมีแบตเตอรี่มาให้ถึง 7,040 mAh ซึ่งมากเพียงพอต่อการใช้งานใน 1 วัน ในหลายๆ กรณีสามารถใช้ได้ถึง 2 วันด้วยซ้ำไป หากไม่ได้ใช้เปิด YouTube หรือ Netflix มากนัก

No Description

No Description

นอกจากนี้ Galaxy S5e มาพร้อม DeX Mode ด้วย แต่ต้องเข้าไปเปิดใน Setting และค่อนข้างลึก อย่างไรก็ตามส่วนตัวไม่ได้ทดลองใช้ฟีเจอร์นี้อย่างเต็มที่นัก เพราะไม่มีอุปกรณ์ต่อพ่วงกับหน้าจอ รวมถึงคีย์บอร์ดหรือเม้าส์ไร้สาย

No Description

อย่างไรก็ตามปัญหาที่พบกับแท็บเล็ตแอนดรอยด์ ก็ยังคงเป็นที่ตัวแอนดรอยด์ ที่รู้สึกว่าไม่ลื่นไหลเท่า iPad รวมถึงแอปหลายๆ ตัวเป็นเพียงการขยายหน้าจอจากแอปแอนดรอยด์ปกติเท่านั้น ไม่ได้ถูกออกแบบใหม่ให้เหมาะสมกับหน้าจอขนาดใหญ่ของแท็บเล็ต

No Description

สรุป

ด้วยราคาค่าตัวของ Galaxy S5e ที่ 18,900 ถือว่าน่าสนใจหากนำมาใช้งานด้านความบันเทิง ด้วยลำโพง 4 ตัว หน้าจอกว้างและน้ำหนักเบา หน้าจอสีสวย แบตเตอรี่ใช้งานได้ข้ามวัน เรียกว่าเป็นแท็บเล็ตแอนดรอยด์ที่น่าสนใจตัวหนึ่งก็ว่าได้

ทว่าก็อาจต้องแลกมาด้วยปัญหาจากตัวแอนดรอยด์ ที่อาจเจอการหน่วงหรือแล็คบ้าง ซึ่งก็อาจเป็นข้อด้อยยิ่งเมื่อนำมาเทียบกับ iPad Air ที่ประสบการณ์ใช้งานลื่นไหลกว่าในราคาที่ใกล้เคียงกัน

No Description

from:https://www.blognone.com/node/110854

โฆษณา

ภาพหลุด Galaxy Note 10 กล้องหน้าย้ายมาอยู่ตรงกลาง, กล้องหลังจัดชิดมุมซ้ายบน

ใกล้วันเปิดตัว Galaxy Note 10 วันที่ 7 สิงหาคม เข้ามาเรื่อยๆ ก็มีข้อมูลและภาพหลุดออกมาเรื่อยๆ ตามปกติ

ภาพหลุดรอบนี้มาจากเว็บจีน MySmartPrice เป็นภาพเรนเดอร์ของ Galaxy Note 10 ที่เปลี่ยนมาใช้ดีไซน์กล้องหน้าเจาะรู (punch hole) แต่จัดอยู่ตรงกลาง, กล้องหลังสามตัว จัดชิดมุมซ้ายบน (ปกติกล้องหลังซัมซุงอยู่ตรงกลาง) มีภาพหลุดออกมา 2 สีคือเงินและดำ โดยรุ่น Note 10+ มีขนาดหน้าจอใหญ่ขึ้นกว่า Note 10 รุ่นปกติ และรุ่น Note 10+ มีกล้อง depth sensor เพิ่มเข้ามา

ก่อนหน้านี้มีข่าวหลุดว่า Galaxy Note 10 จะตั้งราคาเริ่มต้น 999 ดอลลาร์ และ Note 10+ ตั้งราคา 1,149 ดอลลาร์

ที่มา – Android Police

No Description

from:https://www.blognone.com/node/110848

เผยคลิปกลไกภายในของ Samsung Galaxy A80 ว่ากล้องหมุนหน้า-หลังได้อย่างไร

มือถือรุ่นสำคัญของซัมซุงในช่วงนี้คือ Galaxy A80 ที่เพิ่งเปิดราคาในไทย 21,990 บาท มีจุดเด่นที่กล้อง 3 ตัวแบบป๊อปอัพ หมุนได้สองทิศ ใช้ได้ทั้งเป็นกล้องหน้าและกล้องหลัง

Galaxy A80 เริ่มวางขายในสัปดาห์นี้ ช่วงนี้เลยมีวิดีโอออกมาจากวิศวกรของซัมซุงในประเทศจีน สาธิตกลไกการทำงานว่ากล้องของ A80 หมุนได้อย่างไร กลไกนี้ค่อนข้างซับซ้อนและกินพื้นที่พอสมควร จึงไม่น่าแปลกใจว่าตัวเครื่องของ A80 ถือว่าค่อนข้างใหญ่เช่นกัน

จากในคลิปจะเห็นว่าตำแหน่งของมอเตอร์ที่ใช้ดันตัวเลื่อน (ตรงที่เป็นมือคนจับแทนการใช้มอเตอร์) สามารถทำงานได้แม้ดันเพียงข้างเดียว ก็น่าจะช่วยให้แก้ปัญหามอเตอร์บางตัวไม่ทำงานเมื่อใช้ไปนานๆ ก็ยังสามารถหมุนกล้องได้เช่นกัน

ที่มา – SamMobile

from:https://www.blognone.com/node/110720

ซัมซุงประกาศจัดงานแถลงข่าว Galaxy Note 10 วันที่ 7 สิงหาคมนี้

ซัมซุงประกาศออกหมายเชิญรับชมงานแถลงข่าว Galaxy Unpacked 2019 เพื่อเปิดตัว Galaxy Note 10 ที่นิวยอร์กในวันที่ 7 สิงหาคมนี้

ในภาพและคลิปโปรโมทเป็นปากกา S Pen สีดำ และเลนส์กล้อง ส่วนข้อความโปรโมทมีพูดถึง new devices designed (devices เติม s) และ Galaxy ecosystem’s connectivity

ก่อนหน้านี้มีข่าวหลุดมาว่าเราจะได้เห็น Galaxy Note 10 สองรุ่นย่อย โดยอีกรุ่นจะใช้ชื่อว่า Note 10 Pro หรือ Note 10+ ที่มีหน้าจอใหญ่ขึ้นไปอีก

ที่มา – Samsung

No Description

from:https://www.blognone.com/node/110664

เงียบไปนาน ซัมซุงเปิดขาย Galaxy A80 ในยุโรปแล้ว ตั้งราคา 649 ยูโร (22,500 บาท)

ซัมซุงเปิดตัว Galaxy A80 มือถือกล้องสไลด์ ตั้งแต่เดือนเมษายน หลังจากนั้นก็เงียบหายไปนานถึง 3 เดือน ท่ามกลางความสงสัยของหลายๆ คนว่าเกิดขึ้นอะไรกับมือถือรุ่นนี้ที่เปิดตัวซะใหญ่โต แต่ไม่ขายสักที

ล่าสุดซัมซุงได้ประกาศวางขาย Galaxy A80 ในบางประเทศแล้ววันนี้ โดยตั้งราคาขายในยุโรปที่ 649 ยูโร (ประมาณ 22,500 บาท) ส่วนการวางขาย Galaxy A80 ในประเทศไทย ซัมซุงจะแถลงข่าวในวันพุธนี้ ซึ่งก็คงจะเปิดราคาในวันนี้เช่นกัน

ที่มา – Samsung, SamMobile

No Description

ภาพจาก Samsung Facebook

No Description

ภาพจาก Samsung Germany

from:https://www.blognone.com/node/110658

รีวิวเชิงเปรียบเทียบ Galaxy Fit vs Galaxy Fit e สายรัดข้อมือสุขภาพล่าสุดจากซัมซุง

ต้นเดือนที่ผ่านมา ซัมซุงเพิ่งเปิดตัวสายรัดข้อมือด้านสุขภาพ (Fitness Tracker) 2 รุ่นใหม่ในไทยอย่าง Galaxy Fit และ Galaxy Fit e โดยภาพรวมความสามารถของ 2 ตัวนี้คล้ายๆ กัน มีความแตกต่างกันบ้างเพราะถูกวางตัวทางการตลาดเอาไว้กันคนละตำแหน่ง โดย Galaxy Fit e เป็นรุ่นราคาถูก ฟีเจอร์จำกัดกว่า

บทความนี้จึงจะรีวิวในเชิงเปรียบเทียบระหว่างสายรัดข้อมือสุขภาพทั้ง 2 รุ่น

No Description

แตกต่างเหมือนกัน

ด้วยความที่ Galaxy Fit และ Fit e เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ดีไซน์ตัวเครื่องจึงแทบไม่แตกต่างกันมากนัก สายรัดข้อมือเป็นแบบเก็บสายด้านใน ตอนใส่ตอนถอดมีแอบยากอยู่บ้าง เนื่องจากความเคยชินกับสายนาฬิกาปกติที่สายอยู่ด้านนอก ทว่าด้วยความที่ Galaxy Fit ทั้งสองรุ่นถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ยาวนาน คำโฆษณาของซัมซุงคือ 1 อาทิตย์และกันน้ำ สามารถใส่อาบน้ำได้เลย ดังนั้นดีไซน์สายแบบนี้จึงพอเข้าใจได้ว่าถูกออกแบบมา ไม่ใช่แค่เพียงความเรียบร้อย แต่ตอบโจทย์การใส่ทีเดียว สามารถอยู่ยาวทั้งอาทิตย์

ความแตกต่างในแง่ดีไซน์ หลักๆ มีแค่ 2 จุดคือ Galaxy Fit มาพร้อมหน้าจอ OLED ทัชสกรีน พร้อมปุ่มด้านซ้ายของตัวเครื่อง สำหรับกดเปิดหน้าจอ เพื่อดูนาฬิกาหรือจำนวนก้าว (กรณีที่ยกข้อมือขึ้นมาแล้วหน้าจอไม่ติด) ซึ่งสามารถตั้งค่าได้ว่า เมื่อกดปุ่มค้าง จะให้ Galaxy Fit ตรวจจับการออกกำลังกายประเภทไหน และในแอป Galaxy Wear มีให้เลือกถึง 96 ตัวเลือก

ขณะที่ Galaxy Fit e ไม่เพียงไม่มีปุ่ม แต่หน้าจอยังเป็น PMOLED แบบโมโนโครมและไม่รองรับระบบสัมผัส ไม่สามารถปัดซ้ายขวาเพื่อเลือกดูข้อมูลได้ แต่อาศัยการเคาะหน้าจอ 2 ครั้ง เพื่อเปิดหน้าจอแทน (กรณีที่ยกข้อมือขึ้นมาแล้วหน้าจอไม่ติด) และอาศัยการเคาะหน้าจอนี่แหละ เพื่อเปลี่ยนการแสดงผลข้อมูลต่างๆ

ส่วนความสามาถรวมๆ ไม่ต่างกัน ตั้งแต่การตรวจจับการออกกำลังกาย, จังหวะการเต้นหัวใจ, การนอน รวมถึงกันน้ำ ผ่านมาตรฐาน 5ATM หรือสามารถอยู่ในน้ำได้ลึกสุด 50 เมตรนานสุด 10 นาที

No Description

การใช้งาน

อย่างไรเกริ่นไปแล้วว่าซัมซุงเคลมว่าทั้ง Galaxy Fit และ Galaxy Fit e สามารถอยู่ได้ยาว 6-7 วัน ซึ่งจากการใช้งานจริง ทั้งสองรุ่นสามารถใช้งานได้ราวๆ 6-7 วันจริงต่อการชาร์จ 1 ครั้งจริง อาจลดหลั่นลงไปหลักชั่วโมงถึงครึ่งวัน หากใช้งานหนัก

ด้านการเชื่อมต่อ Galaxy Fit ทั้ง 2 รุ่นจะทำงานร่วมกับแอป Galaxy Wear และ Samsung Health ผ่าน Bluetooth LE ซึ่งโดยภาพรวมทำงานได้ปกติตามความคาดหวัง ไม่พบปัญหาใดๆ นอกจากเวลาเชื่อมต่อทั้ง Galaxy Fit และ Fit e ทำให้ตัวแอป Galaxy Wear และสมาร์ทโฟนสับสนว่าควรเชื่อมกับเครื่องไหน และมีอาการหลุดบ่อยๆ

อย่างไรก็ตามด้วยความที่ไม่ได้เลือกให้ตัว Galaxy Fit แสดงการแจ้งเตือนใดๆ จากสมาร์ทโฟนยกเว้นโทรศัพท์เข้า กลับพบปัญหาความน่ารำคาญ เวลาลงแอปใหม่ ตัว Galaxy Wear จะตั้งค่าเปิดการแจ้งเตือนแอปใหม่นั้นมายัง Galaxy Fit ให้อัตโนมัติ ซึ่งต้องมาคอยไล่ปิดทุกครั้ง

ส่วนเมื่อเทียบการใช้งานระหว่าง Galaxy Fit และ Fit e แทบไม่ต่างกันมากนัก นอกจากแค่ว่า Galaxy Fit รองรับการแจ้งเตือนที่มากกว่า (แต่ส่วนตัวไม่ได้ใช้) เพราะ Fit e แค่สั่นเตือนเท่านั้น ไม่ได้แสดงผลใดๆ ที่หน้าจอ และความเคยชินในการกดปุ่มและปาดหน้าจอบน Galaxy Fit และต้องเปลี่ยนมาเป็นเคาะหน้าจอบน Fit e เท่านั้น

สรุป

ถ้าถามถึงความแตกต่างในการใช้งานของทั้ง 2 รุ่น ก็บอกได้แค่ว่าไม่ได้ต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ หากใครต้องการแต่การแสดงผลข้อมูลการออกกำลังกายอย่างเดียว ก็แนะนำ Galaxy Fit e ที่ราคาค่อนข้างถูกที่ 1,290 บาท เท่านั้น ส่วนใครที่อยากได้ฟีเจอร์และความสามารถแบบเต็มรูปแบบของสมาร์ทแบนด์ก็คงต้องไป Galaxy Fit ที่ราคาสูงกว่าหน่อยที่ 3,290 บาทแทน

from:https://www.blognone.com/node/110609

หลุดภาพกระจกกันรอย และเคสของ Samsung Galaxy Note 10 ออกมาเป๊ะตามขาวลือ

หลังจากที่มีภาพเรนเดอร์ของ Samsung Galaxy Note 10 และ Note 10 Pro ออกมาว่อนเน็ตว่าจะมาในดีไซน์กล้องหน้าเซลฟี่แบบเจาะรูตรงกลาง พร้อมกล้องหลัง 3 ตัวออกมาให้เราเห็น ล่าสุดมีข้อมูลยืนยันเพิ่มเติมแบบเน้นๆ คราวนี้มาทั้งเคสและกระจกกันรอยเลยทีเดียว

ข้อมูลที่ว่าถูกเปิดเผยโดยแหล่งข่าวเจ้าประจำอย่าง @ Ice Universe ซึ่งจากภาพจะเห็นได้ว่ากระจกกันรอยของทั้งสองรุ่นนั้นมาในดีไซน์ขอบโค้งคล้าย ๆ Galaxy S10 และมีการเจาะรูกล้องหน้าตรงตำแหน่งกึ่งกลางของเครื่อง ซึ่งก็ไปตรงเป๊ะกับข่าวลือที่ออกมาก่อนหน้านี้  ซึ่งกระจกกันรอยดังกล่าวถูกออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อรองรับเซนเซอร์สแกนนิ้วแบบ  ultrasonic in-display ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อมองจากมุมด้านข้างก็จะเห็นขอบโค้งอย่างชัดเจน

มองจากมุมหน้าชัดๆ กันบ้าง

จากภาพนี้จะเห็นได้ชัดว่า Samsung Galaxy Note 10 จะใช้เซนเซอร์สแกนนิ้วแบบ  ultrasonic in-display

นอกจากกระจกกันรอยที่สามารถยืนยันได้ว่า ทั้ง  Galaxy Note 10 และ Note 10 Pro  จะมาพร้อมดีไซน์เจาะรูกล้องหน้าตามข่าวแล้ว เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ก็มีภาพหลุดของเคสฝาหลังแบบซิลิโคนออกมาย้ำๆ ข่าวลือตามเรนเดอร์อีกด้วย และเมื่อเราสังเกตุจากภาพเคสจะเห็นได้ว่าช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.ด้านล่างของเครื่องหายไป ส่วนด้านบนจะมีช่องสำหรับ เซ็นเซอร์ IR  ด้านข้างก็ยังคงมีปุ่ม Power และ ปุ่มปรับเพิ่ม-ลดเสียง รวมถึงด้านหลังมีรูเจาะสำหรับตำแหน่งกล้องสามตัวเรียงยาวลงมา ส่วนข้างๆ จะมีช่องสำหรับ flash และเซนเซอร์ที่คาดว่าอาจใช้วัดอัตราการเต้นของหัวใจ และความดันเลือด

ถึงยังจะไม่มีการยืนยันอย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะจากทางค่าย แต่เมื่อมีทั้งกระจกกันรอยและเคสหลุดออกมาแมทซ์กันซะขนาดนี้ก็คงจะค่อนข้างชัดเจนกันแล้วว่าหน้าตาจะออกมาประมาณไหน  นอกจากนี้ยังมีการคาดว่า  Samsung Galaxy Note 10 Series  อาจจะเปิดตัวในราวๆ 10 สิงหาคม ซึ่งก็เหลือเวลาอีกหลายเดือนก่อนเปิดตัว ระหว่างนี้ก็คงจะมีข้อมูลเพิ่มเติมออกมาให้เราทราบกันเรื่อย ๆ หากมีข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจ เราจะรีบนำมาอัพเดทให้ทราบกันทันทีค่ะ

ที่มา gsmarena2 , sammobile

from:https://droidsans.com/leak-shows-film-protector-and-case-of-the-galaxy-note-10-and-note-10-pro/