คลังเก็บป้ายกำกับ: SAMSUNG

Samsung เปิดตัว Galaxy Watch 4 และ Buds 2 Maison Kitsune Edition ราคา 13,500 และ 8,500 บาท (จำนวนจำกัด)

Galaxy Watch 4 และ Buds 2 รุ่นพิเศษในคอลเลคชัน Maison Kitsune เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว โดยตัวอุปกรณ์และแพ็กเกจจะมาในโทนสีเบจ พร้อมกับลวดลายสุนัขจิ้งจอกที่เป็นมาสคอตของแบรนด์ และสำหรับแฟน ๆ ชาวไทยก็ไม่ต้องรอกกันนาน เพราะตอนนี้ Samsung เปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าอย่างเป็นทางการแล้ว ในราคา 13,500 บาท และ 8,500 บาท ตามลำดับ ถ้าช้า…หมด…อดแน่นอน เพราะของมีจำนวนจำกัด


Galaxy Watch 4 Maison Kitsune Edition

ภายในกล่องของ Galaxy Watch 4 Maison Kitsune Edition จะมีสายมาให้ 2 เส้น ในสีเบจและสีเทาอมเขียว รวมถึงแท่นชาร์จนาฬิกา ซึ่งทั้งหมดนี้จะอยู่ในธีมเดียวกันทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีแผ่น NFC สำหรับใช้ดาวน์โหลดธีมลายพิเศษของ Maison Kitsune ด้วย ส่วน Galaxy Buds 2 Maison Kitsune Edition นอกเหนือจากตัวหูฟังแล้วจะมีเคสกับสายชาร์จในโทนสีและลาย Maison Kitsune ที่เข้าชุดกัน


Galaxy Buds 2 Maison Kitsune Edition

สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่สนใจ Galaxy Watch 4 และ Buds 2 Kitsune Edition สามารถพรีออร์เดอร์ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ที่เว็บไซต์ Samsung ประเทศไทย ตามลิงก์ด้านล่างครับ

ปล. ย้ำอีกที หากอยากได้ อย่ามัวลังเล เพราะคอลเลคชันพิเศษแบบนี้จะหมดไวมากครับ คนแย่งกันซื้อ

from:https://droidsans.com/samsung-galaxy-watch-4-buds-2-maison-kitsune-edition/

Samsung เปิดตัว Galaxy Z Flip3 Bespoke Edition เลือกสีฝาหลังแบบ Mix-and-Match ได้เอง

มือถือจอพับอย่าง Samsung Galaxy Z Flip3 ปกติก็เรียกว่างามหยดย้อยน่าใช้จะแย่อยู่แล้ว แต่ล่าสุดทาง Samsung ก็ได้เปิดตัวเวอร์ชั่นพิเศษอย่าง Galaxy Z Flip3 Bespoke Edition ออกมา โดยรุ่นนี้จะไม่ได้มีการปรับปรุงสเปคอะไรนะครับ แต่มันพิเศษตรงที่ก่อนจะสั่งซื้อ ลูกค้าสามารถเลือกสีฝาหลังแบบ Mix-and-Match ด้านบนกับด้านล่างให้เป็นสีที่เราชอบได้เลย

สำหรับลูกค้าที่ต้องการซื้อ Galaxy Z Flip3 Bespoke Edition ที่สามารถเลือกสีฝาหลังด้านบน-ล่าง เพื่อ Mix-and-Match ตัวเครื่องให้ออกมาเป็นสไตล์ที่เราชอบ ก็แค่เข้าไปที่เว็บไซต์ Galaxy Z Flip3 Bespoke Studio จากนั้นก็เริ่มเลือกสีของฝาหลังด้านบน, ด้านล่าง และเฟรมเครื่องตามที่เราต้องการ

จากนั้นเมื่อกดสั่งซื้อแล้ว คำสั่งก็จะถูกส่งไปให้ทาง Samsung เพื่อประกอบเครื่อง Galaxy Z Flip3 ใหม่ด้วยสีตัวเครื่องตามที่เราต้องการ จากนั้นก็รอรับของอยู่ที่บ้านได้เลย แต่เนื่องจากทุกเครื่องต้องมีการประกอบใหม่หมด เลยต้องใช้เวลาราว ๆ 5 – 6 สัปดาห์ กว่าที่จะได้รับของนะครับ

สเปค SAMSUNG GALAXY Z FLIP 3

  • จอภาพด้านใน : Dynamic AMOLED 2X Infinity Flex ขนาด 6.7 นิ้ว
    – ความละเอียด 2640 x 1080 พิกเซล
    – ความหนาแน่นพิกเซล 425 จุดต่อนิ้ว
    – สัดส่วน 22:9
    – อัตรารีเฟรช 120Hz
  • จอภาพด้านนอก : Super AMOLED ขนาด 1.9 นิ้ว
    – ความละเอียด 260 x 512 พิกเซล
    – ความหนาแน่นพิกเซล 302 จุดต่อนิ้ว
  • ชิป : Qualcomm Snapdragon 888
  • หน่วยความจำ : RAM 8GB + ROM 128GB / 256GB
  • กล้องหลัง :
    – กล้องหลัก 12MP, รูรับแสง f/1.8, ระบบโฟกัส Dual Pixel, ระบบกันสั่น OIS
    – กล้องอัลตราไวด์ 12MP, รูรับแสง f/2.2, มุมกว้าง 123 องศา
    – กระจก Corning Gorilla Glass with DX
  • กล้องหน้า : 10MP, รูรับแสง f/2.4, ขนาดพิกเซล 1.22μm
  • เครือข่าย : LTE, 5G (NSA / SA)
  • พอร์ต : USB Type-C
  • เซนเซอร์ : สแกนลายนิ้วมือ (ด้านข้าง)
  • แบตเตอรี่ : 3300mAh
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 11
  • ความทนทาน :
    – กระจก Corning Gorilla Glass Victus (ตัวเครื่องด้านหน้าและด้านหลัง)
    – ทนน้ำตามมาตรฐาน IPX8
  • ขนาด :
    – ตอนกาง 72.2 x 86.4 x 17.1 มม.
    – ตอนพับ 72.2 x 166 x 6.9 มม.
  • น้ำหนัก : 183 กรัม

แต่แฟน ๆ Samsung ในบ้านเราตอนนี้ต้องรอก่อนนะครับ เพราะว่า Galaxy Z Flip3 Bespoke Edition จะเริ่มวางจำหน่าย (ออนไลน์เท่านั้น) ใน US, UK, แคนาดา, ออสเตรเลีย, เยอรมนี, ฝรั่งเศส และเกาหลีใต้ก่อน จากนั้นถึงจะเริ่มขยายไปตามประเทศอื่น ๆ หลังจากนี้

ที่มา : Samsung

from:https://droidsans.com/samsung-galaxy-z-flip3-bespoke-edition/

เผย Samsung อาจติดต่อ BOE และ CSOT มาช่วยผลิตจอ OLED สำหรับใช้บน Galaxy A Series ปีหน้า

มีข่าวลือจากเกาหลีใต้เปิดเผยว่า Galaxy A Series ในปี 2022 นอกจากจะเปลี่ยนมาใช้ชิปลูกหม้อของ Samsung อย่าง Exynos แล้ว ดูเหมือนว่าผู้ผลิตพาแนลจอ OLED จะเปลี่ยนมือจาก Samsung Display มาเป็นแบรนด์จีน BOE และ CSOT ซะแล้ว โดยสาเหตุของการเปลี่ยนก็เพื่อที่จะลดต้นทุนการผลิตให้ถูกลงนั่นเอง

ในปีหน้า Samsung มีแผนที่จะลดการพึ่งพาจาก Qualcomm และ MediaTek หันมาใช้ชิป Exynos บนสมาร์ทโฟนตระกูล Galaxy ให้มากขึ้น หลังจากในปัจจุบันมีเพียงแค่ 20% เท่านั้นที่ขับเคลื่อนด้วยชิปตัวกลั่นของบริษัทฯ โดย Samsung มีตัวเลขในใจว่าจำนวนมือถือ Galaxy ที่ใช้ชิป Exynos ต้องแตะหลัก 50 – 60% เรียกได้ว่าเกือบ ๆ สามเท่าตัวเลยทีเดียว

แต่พอเป็นเรื่องพาแนลจอ OLED แล้ว ตรงนี้เหมือน Samsung จะมีแผนที่ตรงกันข้าม จากปกติให้ Samsung Display ผลิตจอให้กับสมาร์ทโฟนตระกูล Galaxy ทุกรุ่น แต่ในปีหน้า Galaxy A Series (บางรุ่น) อาจจะมาพร้อมกับจอ OELD จากแบรนด์จีนอย่าง BOE และ CSOT เนื่องจาก Samsung ต้องการลดต้นทุนการผลิตนั่นเอง

โดยสาเหตุของการเปลี่ยนจาก Samsung Display มาเป็น BOE หรือ CSOT ก็อย่างที่เกริ่นไปข้างต้นเลย คือ Samsung ต้องการลดต้นทุนการผลิตของ Galaxy A Series ปี 2022 ลง คาดว่าน่าจะตั้งใจมาสู้กับเหล่ามือถือแบรนด์จีนที่มักจะอัดสเปคมาแบบจัดเต็มในราคาที่ถูกกว่าแบรนด์จากชาติอื่น ๆ

ตอนนี้ลือ ๆ กันว่าทั้ง BOE และ CSOT กำลังพัฒนาพาแนลจอ OLED สำหรับ Galaxy A73 อยู่ ซึ่งทั้งสองไม่ถือเป็นหน้าใหม่ของวงการนะ BOE ตอนนี้พัฒนาไปไกลมากแล้ว จนถึงขั้นโดน Apple จับเซ็นสัญญาผลิตหน้าจอ OLED ให้กับ iPhone ของพวกเขา ส่วน CSOT ก็เคยมีข่าวว่าซุ่มพัฒนาพาแนล LCD ที่มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือฝังเอาไว้ใต้จอ (แต่ตอนนี้ยังทำไม่สำเร็จ)

สำหรับ Galaxy A73 คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงครึ่งแรกของปี 2022 (อาจจะมาพร้อมกับ Galaxy A53) ใช้เซ็นเซอร์หลักความละเอียด 108MP และอาจรองรับระบบกันสั่นแบบ OIS กันทั้ง Galaxy A Series ไม่จำกัดแค่เฉพาะ A73

 

ที่มา: sammobile

from:https://droidsans.com/samsung-galaxy-a-series-2022-might-outsource-oled-panels-china/

Samsung แชมป์ส่งออกมือถือทั่วโลก Q3 2021 ตามติดด้วย Apple – แต่โดยรวมตลาดทั่วโลกยอดต่ำลง 6%

ตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกในช่วงไตรมาสสามของปีที่ผ่านมา จัดว่าเป็นอีกหนึ่งช่วงที่ซบเซาสุด ๆ เนื่องจากปัญหาวิกฤตชิปเซ็ตขาดแคลน ที่ระบาดมาต่อเนื่องตั้งแต่ประมาณช่วงปีที่แล้ว ยอดส่งออกในภาพรวมลดลงถึง 6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ส่วนแชมป์ส่งออกยังคงเป็น Samsung เหมือนเดิม ตามมาด้วย Apple ที่ยอด Market Share เพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยท็อปไฟว์รอบนี้แน่นอนว่ายังไร้เงา HUAWEI ที่หลุดวงจรไปนานแล้วเช่นเคย

Canalys รายงานว่า Samsung คือบริษัทฯ ที่มีส่วนแบ่งการตลาด หรือ Market Share ในตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกในช่วงไตรมาสสามที่ผ่านมามากที่สุด กวาดไปได้ทั้งหมด 23% ตามมาด้วย Apple ที่ยอดกระเตื้องขึ้นจากปีก่อน 3% ขณะที่สามอันดับที่เหลือต่างเป็นแบรนด์จีนด้วยกันทั้งหมด ไล่ตั้งแต่ Xiaomi ไป Vivo และ OPPO

อย่างไรก็ตาม ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี หรือ Quarter 4 ตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกน่าจะกลับมาคึกคักเหมือนเดิม เนื่องจากเข้าใกล้ถึงเทศกาลจับจ่ายเข้ามาทุกที ไม่ว่าจะเป็นที่จีน หรือ Black Friday ของฝั่งโลกตะวันตก โดยต้องรอติดตามว่า iPhone 13 Series จะทำให้ Apple ทำยอดแซงหน้า Samsung ได้หรือไม่

 

ที่มา: Canalys via GSMArena

 

from:https://droidsans.com/global-smartphone-shipments-2021-q3-samsung-topped/

AIS เปิดบริการ VoNR การสื่อสารด้วยเสียงคุณภาพสูงระดับ 5G ให้ผู้ใช้งาน Galaxy S21 Series ครั้งแรกในไทย

AIS เปิดให้บริการ Voice over 5G New Radio (VoNR) หรือเทคโนโลยีการโทรผ่าน 5G SA บนสมาร์ทโฟนเรือธงของ Samsung อย่าง Galaxy S21, S21+ และ S21 Ultra ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวจะมีประสิทธิภาพในการสื่อสารด้วยเสียงที่มีคุณภาพสูง หรือพูดง่าย ๆ คือการสนทนาโทรศัพท์จะชัดเจนและใสขึ้นกว่าเดิมนั่นเอง

จุดเด่นที่ทำให้บริการ Voice over 5G New Radio หรือ VoNR เหนือกว่าบริการการโทรอื่น ๆ ก็คือ เทคโนโลยีนี้จะทำให้เวลาเรียกเข้ารับสายเร็วกว่าเดิม รวมถึงปรับปรุงคุณภาพเสียงและภาพ ทำให้ประสบการณ์ใช้งานการโทรเข้า – ออกของเจ้าของสมาร์ทโฟน Galaxy S21, S21+ และ S21 Ultra ดีขึ้นกว่าบริการการโทรแบบปกติทั่วไป

คาดว่าในอนาคต ทาง AIS น่าจะมีการอัปเดต เปิดให้โทรศัพท์มือถือรุ่นอื่น ๆ ได้ใช้บริการ VoNR กันอย่างถ้วนหน้า แบบเดียวกับเจ้าของสมาร์ทโฟน Galaxy S21 Series เป็นแน่

 

ที่มา: อีเมลประชาสัมพันธ์

from:https://droidsans.com/ais-enable-vonr-on-samsung-galaxy-s21-series/

[ลือ] ซัมซุงเตรียมใช้ Exynos ในมือถือ 50-60% ที่จะขายปีหน้า, แก้ปัญหาความร้อนได้แล้ว

ที่ผ่านมา มือถือของซัมซุงใช้ชิปจากหลายค่าย ทั้ง Exynos ของซัมซุงเอง, Snapdragon ของ Qualcomm และชิปจาก MediaTek ในมือถือรุ่นล่างๆ หากคิดสัดส่วนมือถือซัมซุงที่ใช้ Exynos อาจมีเพียง 20% ของมือถือทั้งหมดเท่านั้น

ปีหน้าแนวทางของซัมซุงอาจเปลี่ยนไป เว็บไซต์ ET News ของเกาหลีใต้รายงานว่า ซัมซุงมีแผนเพิ่มสัดส่วนมือถือที่ใช้ Exynos มาเป็น 50-60% เลยทีเดียว

เหตุผลหลักๆ คงเป็นว่า ซัมซุงเตรียมคัมแบ็คอย่างยิ่งใหญ่กับ Exynos ของปี 2022 ที่จะใช้จีพียูจาก AMD บนชิปมือถือเป็นครั้งแรก และน่าจะทยอยใช้งานกับชิประดับรองๆ ตัวอื่นๆ ในระยะถัดไป

ET News ยังอ้างแหล่งข่าวในอุตสาหกรรมว่าซัมซุงแก้ปัญหาเรื่องประสิทธิภาพ 5G และปัญหาความร้อนของ Exynos ได้แล้วด้วย

ที่มา – ET News, ภาพจาก Samsung

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/125296

Google ออกโฆษณา โชว์ความสามารถมัลติทาสกิง Android พร้อมประโยชน์ของมือถือจอพับใน Galaxy Z Fold 3 และ Flip 3

Google ปล่อยโฆษณาโชว์ความสามารถการใช้งานในลักษณะมัลติทาสกิงบนระบบ Android พร้อมการปรับเปลี่ยนเลย์เอาต์ของแอปอย่างยืดหยุ่น ตอบรับกับอุปกรณ์ประเภทจอพับที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน โดยใช้ Galaxy Z Fold 3 และ Flip 3 ของ Samsung ในการโปรโมต

ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วจนถึงตอนนี้ Google ออกโฆษณาที่มี Galaxy Z Fold 3 และ Flip 3 เป็นพระเอกมาแล้วเป็นจำนวนรวม 5 ตัว ทั้งหมดอยู่ในกรอบเนื้อหาเดียวกัน (ตามที่กล่าวไปแล้วข้างต้น) นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้จับมือกับ Samsung ในการสร้างหน้าแลนดิงเพจของ Galaxy Z Fold 3 และ Flip 3 บนเว็บไซต์ unfold.withgoogle.com อีกด้วย โดยเน้นไปที่หัวข้อ Watch, Work และ Play ดังนี้

  • Watch – รับชม YouTube ได้อย่างเต็มตาบนหน้าจอขนาดใหญ่ในโหมด Fold และแบ่งหน้าจอออกเป็นสองส่วนเพื่อทำงานอย่างอื่นไปด้วยขณะดูวิดีโอด้วยโหมด Flex
  • Work – แสดงให้เห็นถึงการทำงานที่ต่อเนื่องของ Maps อย่างราบรื่นจากหน้าจอด้านนอกสู่หน้าจอด้านใน รวมถึงสัดส่วนและอินเทอร์เฟซของแอปที่ถูกออกแบบให้เหมาะสมกับมือถือจอพับ จากนั้นต่อด้วยการแบ่งหน้าจ่ออย่างรวดเร็วผ่าน Edge panels เพียงแค่แตะค้างที่ Calendar หรือแอปอื่น ๆ ที่ต้องการ แล้วลากไปวางยังตำแหน่งที่ต้องการ
  • Play – นำเสนอถึงประสิทธิภาพฮาร์ดแวร์ที่ทรงพลังและหน้าจอ Infinity Flex Display คุณภาพสูงของ Galaxy Z Fold 3 ทำให้สามารถเล่นเกมต่าง ๆ ได้อย่างลื่นไหลเต็มอรรถรส


 

การที่ Google ปล่อยโฆษณาความเข้ากันได้ของ Android กับมือถือจอพับออกมาถี่ ๆ แถมเล่นใหญ่ขนาดนี้ ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า…มีความเกี่ยวข้องอะไรกับ Pixel Fold ที่มีข่าวลืออย่างหนาหูแอบแฝงหรือไม่ เพราะ Samsung ถือเป็นพันธมิตรที่สำคัญของ Google ในช่วงหลัง นอกเหนือจากการมีส่วนร่วมพัฒนาชิป Tensor แล้ว บริษัทสัญชาติเกาหลีใต้ยังน่าจะเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนรายใหญ่ให้แก่ทั้ง Pixel 6 และ Pixel Fold ด้วย (เช่น จอภาพ ชิปเซต และเซนเซอร์กล้อง) ในขณะที่ซอร์สโค้ดของ Android 12.1 เองก็ถูกพัฒนาโดยให้ความสำคัญกับอุปกรณ์จอพับและจอคู่เป็นพิเศษเหมือนกัน

ทั้งนี้ Google มีกำหนดการจะเปิดตัว Pixel 6 และ 6 Pro อย่างเป็นทางการในวันที่ 19 ตุลาคมในต่างประเทศ ซึ่งจะตรงกับเวลา 00.00 น.ของวันที่ 20 ตุลาคมในประเทศไทย ส่วน Pixel Fold อาจตามมาทีหลังภายในไตรมาส 4 ของปีนี้ (ยังไม่ยืนยัน)

 

ดูเพิ่มเติม : Google × Samsung

from:https://droidsans.com/google-samsung-galaxy-z-fold-3-flip-3-ads/

Samsung ออกเกมมิงมอนิเตอร์ Odyssey G5 32″ รุ่นใหม่ รีเฟรช 165Hz ความละเอียด QHD รองรับ HDR400

Samsung เปิดตัวเกมมิงมอนิเตอร์จอแบนรุ่นใหม่ในไลน์อัป Odyssey G5 รหัส S32AG52 โดยรวมแล้วไม่แตกต่างจาก S27AG52 ในซีรีส์เดียวกัน แต่ขยายขนาดจอภาพขึ้นเป็น 32 นิ้ว จากเดิม 27 นิ้ว บนสัดส่วน 16:9 มีไฮไลต์ที่สำคัญคือ อัตรารีเฟรชสูง 165Hz เวลาตอบสนองต่ำ 1 มิลลิวินาที (GtG) รองรับทั้ง FreeSync Premium ของ AMD และ G-SYNC ของ NVIDIA ผ่านมาตรฐานการแสดงผล HDR400 แต่ยังไม่มีการประกาศราคา

Odyssey G5 รหัส S32AG52 ใช้พาเนลชนิด IPS LCD มุมมองกว้าง 178 องศาทั้งแนวตั้งและแนวนอน ความลึกสี 10-bit ครอบคลุม 99% ของ sRGB ขาตั้งปรับได้ทั้ง สูง-ต่ำ, ก้ม-เงย, ซ้าย-ขวา และรองรับการหมุน 90 องศาเพื่อเปลี่ยนมาใช้งานในแนวตั้งด้วย ส่วนพอร์ตที่ให้มาประกอบด้วย HDMR 2.0, DisPlay 1.2 และแจ็ก 3.2 มม. อย่างละ 1 ช่อง เบื้องต้นมีให้เลือกเพียงสีเดียว คือสีดำครับ

สเปค Samsung Odyssey G5 32″ (S32AG52 )

  • ขนาด 32 นิ้ว
  • หน้าจอแบน
  • สัดส่วนภาพ 16:9
  • ความสว่างปกติ 350 cd/m2
  • ความสว่างสูงสุด 400 cd/m2
  • ผ่านมาตรฐาน HDR400
  • ความลึกสี 10-bit
  • ความละเอียด QHD (2560 x 1440 พิกเซล)
  • เวลาตอบสนอง 1 มิลลิวินาที (GtG)
  • มุมมอง 178 องศา (ทั้งแนวตั้งและแนวนอน)
  • อัตรารีเฟรช 165Hz
  • รองรับ AMD FreeSync Premium, NVIDIA G-SYNC
  • พอร์ต
    – Display Port 1.2 (x1)
    – HDMI 2.0 (x1)

ถ้าอ้างอิงจากราคาของรุ่นก่อนหน้า Odyssey G5 รหัส S32AG52 น่าจะมีราคาใกล้เคียงกัน หรือแพงขึ้นเล็กน้อย ซึ่งสุดท้ายน่าจะอยู่ที่ประมาณ 20,000 บาทต้น ๆ ครับ (ยังไม่รวมภาษีนะ)



 

ดูเพิ่มเติม : Samsung

from:https://droidsans.com/samsung-odyssey-g5-32-s32ag52-specs/

Samsung ตั้งเป้า ลดการพึ่งพาจาก Qualcomm และ MediaTek – ปีหน้ามือถือตระกูล Galaxy ต้องใช้ Exynos มากขึ้น

แม้ว่า Samsung จะมีชิปเซ็ตซีรีส์ Exynos ที่พัฒนาและผลิตขึ้นมาเอง แต่ปัจจุบันมีสมาร์ทโฟนในตระกูล Galaxy เพียงแค่ 20% เท่านั้น ที่ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตดังกล่าว ที่เหลือต่างเป็นชิปจากคู่แข่งอย่าง Qualcomm หรือ MediaTek กันทั้งหมด แต่ในปี 2022 ที่จะถึงนี้ บริษัทฯ วางเป้าหมาย จำนวนตัวเลขต้องเพิ่มจาก 20% เป็น 50 – 60% ให้ได้ เพื่อลดการพึ่งพาแบรนด์อื่น ๆ หันมาใช้ทรัพยาการในมือมากขึ้น

ส่วนมาก สมาร์ทโฟนรุ่นเริ่มต้นไปจนถึงระดับกลาง ๆ ของ Samsung ต่างมาพร้อมกับชิปเซ็ตจาก Qualcomm หรือไม่ก็ MediaTek หายากมาก ๆ ในปีนี้ที่จะเป็น Exynos ชิปลูกหม้อของบริษัทฯ ที่พวกเขาลงทุนเม็ดเงินมหาศาลพัฒนารวมถึงมีโรงงานผลิตเป็นของตัวเอง

แต่เหมือนว่าปีหน้า Galaxy A73 และ A53 (รวมถึงซีรีส์ A และ M รุ่นอื่น ๆ อีกหลายตัว) อาจเปลี่ยนมาใช้ Exynos แทน ซึ่งการที่ Samsung ตัดสินใจแบบนี้ ก็น่าจะแปลได้ว่าชิป Exynos ในปี 2022 น่าจะมีพัฒนาการอัปเกรดขึ้นจากเดิมไม่น้อยเลยทีเดียว

โดยชิปเซ็ตตัวความหวังของบริษัทฯ อย่าง Exynos 2022 ก็มีการยืนยันออกมาแล้วว่าจะเลือกใช้ GPU RNDA 2 จาก AMD ประสิทธิภาพความแรงและการจัดการพลังงานดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งในส่วนนี้คาดว่าน่าจะมาต่อกรกับ Snapdragon 898 (สื่อบางสำนักเรียกว่า Snapdragon 895) จาก Qualcomm ได้อย่างสูสีพอตัวเลยล่ะ จากที่ผ่าน ๆ มาเป็นรองอยู่พอสมควร

นอกจากนี้ ยังมีรายงานเพิ่มเติมอีกว่า Samsung ตั้งเป้าหมายขายสมาร์โฟนมากขึ้นกว่าเดิม 50 – 60 ล้านเครื่อง แต่ต้องมารอดูกันต่อไปว่าพวกเขาจะทำได้ไหม เพราะตอนนี้สถานการณ์ชิปเซ็ตขาดแคลน ยังไม่ดีขึ้นเลย แถมแร่ซิลิคอนยังมาขาดตลาดอีกต่างหาก

 

ที่มา: sammobile

from:https://droidsans.com/samsung-plans-to-use-more-exynos-in-its-smartphones-next-year/

REVIEW | รีวิว Samsung Galaxy Z Flip 3 มือถือจอพับสุดน่ารัก ในราคาเป็นมิตรกว่าเดิม

Samsung ได้นำเอาฟีดแบ็กจาก Galaxy Z Flip มาใช้สำหรับการพัฒนาให้ Galaxy Z Flip 3 ขยับเข้าใกล้กับการเป็นมือถือจอพับในอุดมคติมากยิ่งขึ้น โดยมีการยกเครื่องวัสดุใหม่เกือบทั้งตัว ปรับปรุงความทนทานของบานพับ และเพิ่มคุณสมบัติทนน้ำตามมาตรฐาน IPX8 เข้าไปอีก นอกจากนี้ “ราคา” ที่อาจเคยเป็นอุปสรรคในรุ่นก่อน ตอนนี้ได้ถูกปรับลดลงมาเรียบร้อย ทำให้รวม ๆ แล้วน่าใช้ขึ้นกว่าเดิมมากเลย

สเปค Samsung Galaxy Z Flip 3

  • จอภาพด้านใน : Dynamic AMOLED 2X Infinity Flex ขนาด 6.7 นิ้ว
    – ความละเอียด 2640 x 1080 พิกเซล
    – ความหนาแน่นพิกเซล 425 จุดต่อนิ้ว
    – สัดส่วน 22:9
    – อัตรารีเฟรช 120Hz
  • จอภาพด้านนอก : Super AMOLED ขนาด 1.9 นิ้ว
    – ความละเอียด 260 x 512 พิกเซล
    – ความหนาแน่นพิกเซล 302 จุดต่อนิ้ว
  • ชิป : Qualcomm Snapdragon 888
  • หน่วยความจำ : RAM 8GB + ROM 128GB / 256GB
  • กล้องหลัง :
    – กล้องหลัก 12MP, รูรับแสง f/1.8, ระบบโฟกัส Dual Pixel, ระบบกันสั่น OIS
    – กล้องอัลตราไวด์ 12MP, รูรับแสง f/2.2, มุมกว้าง 123 องศา
    – กระจก Corning Gorilla Glass with DX
  • กล้องหน้า : 10MP, รูรับแสง f/2.4, ขนาดพิกเซล 1.22μm
  • เครือข่าย : LTE, 5G (NSA / SA)
  • พอร์ต : USB Type-C
  • เซนเซอร์ : สแกนลายนิ้วมือ (ด้านข้าง)
  • แบตเตอรี่ : 3300mAh
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 11
  • ความทนทาน :
    – กระจก Corning Gorilla Glass Victus (ตัวเครื่องด้านหน้าและด้านหลัง)
    – ทนน้ำตามมาตรฐาน IPX8
  • ขนาด :
    – ตอนกาง 72.2 x 86.4 x 17.1 มม.
    – ตอนพับ 72.2 x 166 x 6.9 มม.
  • น้ำหนัก : 183 กรัม
  • สี : ครีม, เขียว, ม่วง, ดำ, เทา, ขาว, ชมพู

เหมือนตลับแป้งมากกว่าโทรศัพท์ พกพาสะดวกแบบไร้คู่แข่ง


พับแล้วเครื่องเหลือแค่นี้เอง

เมื่อได้ลองจับ Galaxy Z Flip 3 เป็นครั้งแรก สำหรับผมแล้วค่อนข้างแปลกใหม่ทีเดียว เพราะขณะที่เครื่องพับอยู่นั้น ไม่มีความรู้สึกเหมือนกำลังถือโทรศัพท์อยู่ในมือเลย แต่คล้ายกับตลับแป้งหรือเครื่องประดับอะไรสักอย่างที่แพง ๆ เสียมากกว่า ที่ชอบที่สุดคือ เวลาใส่กระเป๋ากางเกงหรือกระเป๋าเสื้อมันจะไม่ล้น ทำให้รู้สึกคล่องตัวและมั่นใจสุด ๆ ไม่กลัวหล่นหรือนั่งทับจนเกิดความเสียหาย

งานประกอบทำได้เนี้ยบ พรีเมียมตามมาตรฐาน Samsung เก็บรายละเอียดตรงขอบและมุมได้ดี ไม่มีเหลี่ยมมาบาดมือแม้แต่น้อย โดยรวมแล้วไม่มีจุดให้ติอะไร ปุ่มกดแน่นปั้กทั้งปุ่มเพาเวอร์และปุ่มปรับระดับเสียง

แข็งแรงมากขึ้น น้ำหนักเบาเท่าเดิม


วัสดุตัวเครื่องดูดีกว่าเดิมเยอะมาก ๆ สัมผัสได้ถึงความแข็งแรงทุกจุด

โครงหลักของ Galaxy Z Flip 3 เลือกใช้วัสดุเป็นอะลูมิเนียม ประกบด้วยกระจก Gorilla Glass Victus ตัวท็อปจาก Corning ทั้งด้านบนและด้านล่าง Samsung เคลมว่า แข็งแรงขึ้น 10 และ 4 เท่า ตามลำดับ โดยน้ำหนักยังคงเบาเท่าเดิมที่ 183 กรัม (ขอปรบมือให้เลย) กระจกด้านบนนั้น ตอนแรกเห็นจากในรูปแล้วดูเหมือนเป็นกระจกคนละชิ้น เพราะครึ่งบนที่เป็นแถบสีดำนูนขึ้นมาจากครึ่งล่างเล็กน้อย แต่จริง ๆ แล้วเป็นกระจกชิ้นเดียวกัน เต็ม ๆ แผ่นเลย


ยังไม่ถึงกับพับสนิท 100%

ตัดมาที่ด้านใน Galaxy Z Flip 3 ยังมีช่องว่างตรงกลางขณะพับอยู่นิดหน่อย เนื่องจากข้อจำกัดทางกายภาพของ UTG (Ultra Thin Glass) ที่เป็นวัสดุปิดทับหน้าจอนั้นยังไม่สามารถพับได้แนบสนิท ไม่อย่างนั้นจะแตกเอาได้ ส่วนในเรื่องความทนทานต่อรอยขีดข่วนแม้ Samsung จะปรับปรุงให้ดีขึ้น แต่ฟิล์มชั้นนอกสุดที่เป็นพลาสติกยังโดนเล็บจิกลงไปตรง ๆ แล้วเป็นรอยอยู่นะครับ เวลาใช้งานต้องระมัดระวังกันนิดหนึ่ง

รอยพับ…ยังมีอยู่นะ แต่ไม่ได้รบกวนสายตาเท่าไหร่


ถ้าไม่จงใจขยับให้แสงมาสะท้อน ปกติก็มองไม่ค่อยเห็นรอยพับนะ

เกี่ยวกับรอยพับตรงกลาง น่าจะเป็นหนึ่งในประเด็นที่เพื่อน ๆ สนใจกันเยอะที่สุด ซึ่งยังคงมีอยู่ มองเห็นได้ชัดตอนที่ปิดหน้าจอหรือแสดงผลเป็นสีเดียวเต็ม ๆ พื้นที่ แต่ในการใช้งานปกติในแนวตั้งแทบจะไม่รู้สึกอะไรเลยถ้าจะไม่จงใจเอียงเครื่องให้แสงมาสะท้อน ส่วนการใช้งานในแนวนอนนี่หามุมไม่ให้สะท้อนกับแสงได้ยากกว่า สร้างปัญหาให้กับผมบ้างอยู่เหมือนกัน หลาย ๆ ครั้งต้องขยับอยู่หลายท่ากว่าจะเจอตำแหน่งที่ลงตัว ดังนั้นสำหรับใครที่ดูวิดีโอในแนวนอนบ่อย ๆ อาจต้องเก็บเรื่องนี้เอาไว้พิจารณา

อัตรารีเฟรชหน้าจอขยับขึ้นเป็น 120Hz แล้ว


อัตรารีเฟรชของ Galaxy Z Flip 3 เป็นแบบไดนามิก ปรับตามคอนเทนต์โดยอัตโนมัติเพื่อประหยัดแบต

พาเนลแสดงผลใน Galaxy Z Flip 3 อัปเกรดจาก Dynamic AMOLED ธรรมดา ขึ้นมาเป็น Dynamic AMOLED 2x สิ่งที่เพิ่มเข้ามาหลัก ๆ คือ อัตรารีเฟรช 120Hz ในขณะที่คุณภาพการแสดงผลจะอยู่ในเกณฑ์เดียวกับสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นอื่น ๆ ของ Samsung ซึ่งเพื่อน ๆ น่าจะทราบถึงความเทพกันดีอยู่แล้ว คะแนนเต็ม 10 ไม่มีหักเหมือนเดิม

สำหรับอัตรารีเฟรชสามารถเลือกปรับได้ 2 รูปแบบ ได้แก่ Adaptive และ Standard โหมดแรกจะเป็นการทำงานในลักษณะไดนามิก โดยอัตรารีเฟรชจะแปรผันให้สอดคล้องไปตามคอนเทนต์ที่กำลังแสดงผลแบบเรียลไทม์ ต่ำสุดเท่าที่เห็นคือ 60Hz ไปจนถึงสูงสุดที่ 120Hz ส่วนโหมดหลังจะล็อกเอาไว้ที่ 60Hz เพื่อประหยัดพลังงาน ทั้งนี้ผมไม่ได้บันทึกมาเป็นข้อมูลเชิงตัวเลขให้ดูนะครับ เพราะตัวแปรเรื่องการใช้งานไม่สามารถควบคุมได้ แต่เอาเป็นว่า กินแบตต่างกันชัดเจนเลยแหละ (เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว)

อัปเกรดลำโพง ระบบเสียงสเตอรีโอ


ลำโพงหลักจะอยู่ที่ด้านล่าง ลำโพงอีกตัวใช้ร่วมกับลำโพงสนทนา

อีกสิ่งหนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงไปจาก Galaxy Flip คือ ลำโพง จากเดิมที่เป็นลำโพงเดี่ยว ตอนนี้เป็นลำโพงคู่แล้ว ความอิ่มเอมและมิติเสียงอาจไม่ได้ไปสุดทางเหมือน Galaxy S หรือ Note ถ้าจ้องจับผิดดี ๆ ยังมีความอู้อี้ให้พอรู้สึกได้อยู่บ้าง แต่ไม่น้อยหน้าเรือธงแบรนด์อื่น ๆ แน่นอน เพราจากประสบการณ์ส่วนตัว ลำโพงของมือถือ Samsung เทียบกับคู่แข่งในช่วงราคาเดียวกันมักทำได้ดีกว่าเป็นส่วนใหญ่

กล้องไม่ได้แย่อย่างที่หลายคนกังวล

ด้วยความที่กล้องหลังมีความละเอียดเพียง 12MP หรืออย่างไรไม่ทราบ ทำให้หลายคนจึงกังวลเรื่องคุณภาพของภาพถ่าย แต่เท่าที่ได้ใช้งานมาผมโอเคกับมันนะ ไม่มีกล้องมาโครมาให้ แต่กล้องหลักโฟกัสได้ค่อนข้างใกล้อยู่แล้วและสามารถขยายเพิ่มได้อีกด้วยการซูม ทดแทนได้หมดจด ส่วนกล้องเทเลโฟโต้แก้ขัดได้โดยการซูมเช่นกัน

Corning Gorilla Glass with DX เลนส์คุณภาพสูง ลดการเกิดแสงแฟลร์บนภาพ

Galaxy Z Flip 3 เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมกับกระจก Gorilla Glass with DX ที่ Corning อ้างว่า ส่งผ่านแสงไปยังเซนเซอร์ภาพได้ดีขึ้น และสะท้อนแสงน้อยลง หรือพูดอีกนัยหนึ่งคือ ช่วยลดทอนการเกิดแสงแฟลร์ ซึ่งทำได้ดีตามที่เคลมจริง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการถ่ายภาพตอนกลางคืนที่มีแสงจากไฟถนนเต็มไปหมด จนอดแปลกใจไม่ได้ที่ Samsung แทบไม่โปรโมตตรงจุดนี้เลย (ดูตัวอย่างได้จากภาพถ่ายด้านล่าง แสงแฟลร์น้อยอย่างเห็นได้ชัด)

เสมือนมีขาตั้งกล้องในตัวเอง


ถ่ายรูปได้แทบทุกที่ ไม่ง้อขาตั้งกล้อง

ความได้เปรียบของ Galaxy Z Flip 3 คือ คุณสมบัติในการพับ เราจึงสามารถวางไว้กับพื้นแล้วถ่ายด้วยความเร็วชัตเตอร์ต่ำ ๆ เพื่อถ่ายภาพไฟรถเป็นเส้นยาว ๆ ถ่ายวิดีโอไทม์แลปส์ หรืออื่น ๆ โดยไม่ต้องพึ่งพาขาตั้งกล้องให้วุ่นวาย อันนี้ตามแต่จะนำไปประยุกต์ใช้เลย ทำอะไร ๆ ได้เยอะแยะ


วางตั้งกับพื้นแล้วถ่ายด้วยความเร็วชัตเตอร์ต่ำ ๆ ได้เลย

ตัวอย่างภาพถ่าย Samsung Galaxy Z Flip 3


เป็นความละเอียด 12MP ที่น่าพอใจ ถ่ายง่าย โฟกัสไว






ถ้าเจอกับแสงไฟทังสเตนจะอมเหลือง ๆ บ้าง เป็นปกติของกล้องดิจิทัลในปัจจุบัน


โหมดกลางคืนประมวลผลได้เร็วพอสมควร


ภาพนี้ถ่ายย้อนแสงตรง ๆ ไดนามิกเรนจ์ยังพอโอเค


ไม่มีเลนส์มาโครและเลนส์เทเลโฟโต แต่ใช้การซูมดิจิทัลแก้ขัดเอาได้

หน้าจอด้านนอกทำอะไรได้บ้าง ?


หน้าจอด้านนอกจับวิดเจ็ตมาใส่ได้หลายอย่าง

  • ดูเวลา วันที่ และแบตเตอรี่
  • นาฬิกามีให้เลือกปรับได้ทั้งรูปแบบและสี รวมถึงภาพพื้นหลังซึ่งรองรับไฟล์ประเภท GIF ด้วย (เจ๋งมาก)
  • ดูสถานะการชาร์จแบต
  • ดูการแจ้งเตือนต่าง ๆ
  • บางการแจ้งเตือนสามารถเรียกดูได้เต็มหรือเกือบเต็มรูปแบบจากตรงนี้ เช่น อีเมล
  • สามารถกดตอบกลับแชตหรืออีเมลได้ทันที แต่ในการพิมพ์ต้องกางเครื่องออกมานะ (ประโยชน์คือ การใช้งานที่ต่อเนื่อง ลดความซ้ำซ้อน)
  • เรียกใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ ผ่านวิดเจ็ต เช่น เครื่องเล่นเพลง สภาพอากาศ นาฬิกาจับเวลา เป็นต้น
  • ใช้เป็นหน้าจอพรีวิวขณะถ่ายรูป



รองรับการเปลี่ยนรูปแบบนาฬิกาและภาพพื้นหลัง รวมถึงภาพเคลื่อนไหวนามสกุล GIF

โหมด Flex

หากแอปไหนที่รองรับโหมด Flex เมื่อมีการพับหน้าจอขึ้นมาแม้เพียงเล็กน้อย Galaxy Z Flip 3 จะเข้าสู่โหมดนี้โดยอัตโนมัติทันที ลักษณะการทำงานจะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับแอปที่กำลังใช้งาน แต่โดยรวมแล้วจะค่อนข้างคล้ายกันเป็นส่วนใหญ่ คือ ครึ่งบนจะเป็นส่วนสำหรับแสดงผลคอนเทนต์หลัก ในขณะที่ครึ่งล่างจะเป็นแผงสำหรับควบคุมการทำงาน


ซ้าย กล้องโหมดปกติ ; ขวา กล้องโหมด Flex

นอกจากแอปของ Samsung บางตัวที่รองรับโหมด Flex แล้ว ตอนนี้ยังมีแอป Duo และ YouTube ของ Google ด้วย แต่ไม่ได้มีอะไรพิสดารมาก หลัก ๆ ยังแค่เป็นการแบ่งอินเทอร์เฟซระหว่างด้านบนและด้านล่างเฉย ๆ แอบลุ้นให้มีอัปเดตเพิ่มเติม อย่าง YouTube นี่เสียดายสุด ๆ น่าจะใส่แผงควบคุมการเล่นมาให้จะมีประโยชน์มากกว่า


ซ้าย Spotify โหมดปกติ ; ขวา Spotify โหมด Flex

สำหรับแอปอื่น ๆ ที่ยังไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รองรับโหมด Flex สามารถ “บังคับ” ให้ใช้งานในโหมดนี้ได้จากการเปิดฟังก์ชันใน Labs (Settings > Advanced features > Labs > Flex mode)


บังคับแอปให้ใช้งานโหมด Flex ได้จากการตั้งค่าใน Labs

เครื่องเร็ว…แรง แต่อุ่นง่ายอยู่เหมือนกัน

Galaxy Z Flip 3 ขับเคลื่อนด้วย Snapdragon 888 จาก Qualcomm ซึ่งเป็นชิปตัวท็อปที่สุด ณ ตอนนี้แล้ว (ถ้าไม่นับ Snapdragon 888+ ที่ถูกโอเวอร์คล็อกเพิ่มความเร็วสัญญาณนาฬิกาขึ้นมาอีกกระจึ๋งหนึ่ง) การใช้งานทุกอย่างทำได้รวดเร็ว ลื่นไหลอย่างที่ควรจะเป็น ถ้าจะมีเรื่องให้พูดถึงคงมีแค่เรื่องของอุณหภูมิที่รู้สึกว่า “อุ่น” ไว้ไปหน่อยตอนเล่นเกม แต่ในทางเดียวกันก็โล่งใจตรงที่มันไม่ร้อน (ฮ่า ๆ) เริ่มอุ่น ๆ ปุ๊บ แล้วก็นิ่ง ๆ อยู่แค่นั้นเลย

หน้าตาอินเทอร์เฟซของระบบ One UI 3.1









แบตเตอรี่น้อย อาจไม่เหมาะที่จะเน้นเล่นเกม

ในขณะที่มือถือส่วนใหญ่ในตลาดมักอัดมาให้ที่ 4,000 – 5,000mAh แต่แบตเตอรี่ของ Galaxy Z Flip 3 ยังมีความจุเท่ากับรุ่นก่อนที่ 3300mAh เป็นตัวเลขที่น้อยอย่างไม่ต้องสงสัย และหมดค่อนข้างไวในการใช้งานจริงแบบไม่ต้องสืบ ยิ่งถ้าเอาไปเล่นเกมนี่ผมบอกเลยว่า…แบตไหลเป็นน้ำ บางเกมเปิดกราฟิกระดับสูงสุด เล่น 1 ชั่วโมง แบตอาจหายไปได้มากถึง 20 – 25% หรือมากกว่านี้ขึ้นอยู่กับระดับความสว่างหน้าจอและอุณหภูมิ วันไหนที่ต้องใช้งานทั้งวัน การพกเพาเวอร์แบงก์เผื่อไว้ก่อนน่าจะปลอดภัยกว่า

สรุปแล้ว Samsung Galaxy Z Flip 3 เหมาะกับใคร น่าซื้อไหม ?

ข้อสังเกตที่ต้องพิจารณาเกี่ยวกับ Galaxy Z Flip 3 จะมีในส่วนของแบตเตอรี่ที่ให้ความจุมาน้อยและความทนทานของหน้าจอด้านใน จึงอาจไม่เหมาะสำหรับคนที่เน้นการเล่นเกมและอย่างได้ตัวเครื่องที่ใช้งานแบบสมบุกสมบันสักเท่าไหร่

แต่สำหรับตัวผมที่ไม่ค่อยจะเล่นเกมและใช้มือถืออย่างถนอมอยู่แล้ว เลยไม่มีปัญหาอะไรกับเรื่องพวกนี้ ผมมองว่า Galaxy Z Flip 3 น่าซื้อมาก การใช้งานในภาพรวมไม่มีอะไรด้อยกว่าเรือธงทั่ว ๆ ไป แต่ได้ความพิเศษของ “จอพับ” ที่ไม่เหมือนใครเสริมเข้ามา ทำให้พกพาสะดวก ใส่กระเป๋ากางเกงได้อย่างมั่นใจ เป็นความรู้สึก “คล่องตัว” ที่อยากให้เพื่อน ๆ ได้ลองสัมผัสด้วยตัวเอง (มันดีมากจริง ๆ) นอกจากนี้ หน้าจอด้านนอกกับโหมด Flex ยังเป็นตัวช่วยเพิ่มความสนุกในการใช้งานได้ดี

เหนือสิ่งอื่นใด “ราคา” ที่เปิดมาถูกกว่ารุ่นก่อนถึง 1 หมื่นบาท จากเดิม 44,900 บาท ตอนนี้เริ่มต้นแค่ 34,900 บาท น่าจะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้หลายคนตัดสินใจซื้อ Galaxy Flip 3 ได้ง่ายมากขึ้น เพราะค่าตัวไม่ได้ห่างจากเรือธงทั่ว ๆ ไปแล้ว (ราคาถูกกว่าหลาย ๆ รุ่นเสียด้วยซ้ำไป)

จุดเด่น

  • จอพับและหน้าจอด้านนอก พลิกแพลงได้หลายอย่าง เพิ่มความสนุกในการใช้งาน
  • หน้าจอ sAMOLED คุณภาพสูง ทั้งด้านนอกและด้านใน
  • ลำโพงคู่ระบบสเตอรีโอ เสียงสมดุลกันทั้งซ้ายและขวาหากใช้งานในแนวนอน
  • ชิป Snapdragon 888 แรงหายห่วง
  • ทนน้ำ IPX8 ไม่ต้องกลัวเปียก
  • เครื่องสวย เหมือนตลับแป้ง งานประกอบประณีต มีให้เลือกหลายสี
  • พกพาสะดวก น้ำหนักเบา
  • อัปเดตระบบปฏิบัติการและแพตช์ความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ ขั้นต่ำ 3 และ 4 ปี ตามลำดับ
  • ราคาไม่ได้แพงไปกว่าเรือธงปกติสักเท่าไหร่ น่าคบหากว่าเดิมเยอะ

จุดสังเกต

  • แบตเตอรี่ให้มาน้อย หมดไว และใช้เวลาชาร์จค่อนข้างนาน
  • ไม่มีแจ็ก 3.5 มม.สำหรับเสียบหูฟัง
  • ฟิล์มหน้าจอด้านในไม่ทนทานต่อรอยขีดข่วน
  • บางคนอยากได้กล้อง Tele มากกว่า Ultrawide

from:https://droidsans.com/review-samsung-galaxy-z-flip-3-5g/