คลังเก็บป้ายกำกับ: SAMSUNG

Samsung Galaxy A72 จะเป็นสมาร์ตโฟนกล้องหลัง 5 ตัวรุ่นแรกของ Samsung คาดเปิดตัวต้นปี 2021

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว Samsung ได้เปิดตัว Galaxy A71 ตามมาด้วย Galaxy A71 5G เมื่อช่วงค้นปีที่ผ่านมา ล่าสุดมีรายงานว่า Samsung กำลังทำงานกับ Galaxy A72 รุ่นใหม่ และมีข่าวลือว่าจะเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นแรกของ Samsung ที่มาพร้อมกล้องหลัง 5 ตัว

Samsung Galaxy A72

สื่อสิ่งพิมพ์ของเกาหลีใต้รายงานโดยอ้างข้อมูลจากแหล่งอุตสาหกรรมว่า Samsung มีแผนที่จะเพิ่มพิ้นที่ด้านหลังของ Samsung A72 ว่าที่สมาร์ตโฟนตระกูล A Series รุ่นใหม่ โดยคาดว่าจะติดตั้งกล้อง 5 ตัวเป็นรุ่นแรกของ Samsung ซึ่งประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล,
  • กล้องตัวที่ 4 เลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล
  • กล้องตัวที่ 5 เลนส์ Bokeh ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล

ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล

นอกจากนี้ตามรายงานที่เคยเผยออกมาเมื่อเดือนกรกฎาคมอ้างว่า Galaxy A72 จะมาพร้อมกล้องที่รองรับระบบกันสั่น OIS รุ่นที่ 2 ในตระกูล A Series ต่อจากรุ่น Galaxy A5 2016 edition และคาดว่ามีรองรับการซูมแบบออปติคอล 3 เท่าเท่าด้วย ซึ่งเดิมมีเฉพาะในรุ่นเรือธงอย่าง Galaxy S20 และ Galaxy S20 FE ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเร็วๆ นี้เท่านั้น ส่วนสเปกอื่นๆ ยังไม่มีข้อมูลเผยออกมาในตอนนี้

อย่างไรก็ตาม สื่อสิ่งพิมพ์เกาหลีใต้ยังรายงานอีกว่า นอกจาก Galaxy A72 แล้ว ยังมี Galaxy A52 ที่คาดว่าจะเปิดตัวพร้อมกันในช่วงต้น 2021 โดยจะมาพร้อมกล้องหลัง 4 ตัวเหมือน Galaxy A51 แต่มาพร้อมกล้องหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล และเลนส์ Macro และคาดว่าจะมีทั้งรุ่น 4G และ 5G

ที่มา : Playfuldroid

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Samsung ได้ที่นี่ >>> http://bit.ly/2EOTbN5

from:https://www.mobileocta.com/samsung-galaxy-a72-will-be-samsungs-first-5-camera-smartphone/

รายชื่อมือถือใหม่ผ่าน กสทช. นำโดย Motorola RAZR 5G, Moto G9 Play, Lenovo Tab P11 Pro และ Vivo V20 SE [ก.ย. 2020]

รายชื่อมือถือและแท็บเล็ตที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากสำนักงาน กสทช.ประจำเดือนกันยายนได้เผยออกมาแล้ว โดยในเดือนนี้มีมือถือรุ่นที่น่าสนใจเพียบเลย ไม่ว่าจะเป็น Motorola RAZR 5G มือถือจอพับสุดล้ำ Moto G9 Play ที่มีแบตเตอรี่ความจุ 5000mAh จากค่ายเดียวกัน Lenovo Tab P11 Pro แท็บเล็ต Android ฟีเจอร์ครบในราคาสุดคุ้ม รวมถึง Vivo V20 SE และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งเราได้รวบรวมเอาไว้ให้หมดแล้ว เข้ามาดูกันได้เลย

หมายเลข

ตราอักษร

แบบ/รุ่น

B38546-20 NOKIA TA-1272
B38549-20 NOKIA TA-1276
B38557-20 Lenovo
Lenovo TB-J706L (Lenovo Tab P11 Pro)
B38568-20 HUAWEI FRL-L22 (Y9a)
B38569-20 Motorola
XT2071-4 (motorola razr 5G)
B38570-20 vivo vivo 2018 (V20 Pro)
B38573-20 POCO
M2007J20CT (POCO X3 NFC)
B38571-20 vivo V2022 (V20 SE)
B38577-20 SONY
XQ-AT52 (Xperia 1 II)
B38579-20 vivo V2029 (Y20s)
B38584-20 Motorola
XT2083-5 (Moto G9 Play)
B38589-20 SAMSUNG SM-G780F/DS (Galaxy S20 FE)

Samsung

เริ่มกันด้วย Galaxy S20 FE สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดของ Samsung ด้วยความที่เป็นสมาร์ทโฟนที่ออกแบบมาโดยเข้าถึงทุกไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งาน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่มือถือรุ่นนี้เองก็มีกระแสตอบรับอย่างล้นหลามเช่นกัน มีสีตัวเครื่องให้เลือกมากถึง 6 สี สเปคนั้นอยู่ในระดับเรือธง ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอ Super AMOLED ขนาด 6.5 นิ้ว อัตราการรีเฟรช 120Hz กล้องหลังเกรดโปร 3 ตัว ความละเอียด 12MP ครอบคลุมทุกช่วงระยะ ไวด์ อัลตร้าไวด์ และเทเลโฟโต้ กันน้ำและฝุ่น IP68 ลำโพงคู่สเตอริโอ

โดยแบ่งเป็น 2 รุ่นย่อย คือ รุ่นที่ใช้ Exynos 990 (4G) และรุ่นที่ใช้ Snapdragon 865 (5G) แม้จะมีรายชื่อในลำดับท้ายสุด แต่พอผ่านการรับรองจาก กสทช.มาแล้วก็วางขายแทบจะทันทีเลย ซึ่ง Galaxy S20 FE มีราคาเริ่มต้นนั้นอยู่ที่ 20,900 บาท

POCO

แทบจะทันทีหลังจากการประกาศวางจำหน่ายในประเทศไทย POCO X3 NFC ก็ได้รับความสนใจอย่างถล่มทลาย ด้วยสเปคสุดโหดแบบไม่เกรงใจชาวบ้านในเซกเมนต์เดียวกัน กับหน้าจอ IPS LCD ขนาดใหญ่ 6.67 นิ้ว อัตราการรีเฟรช 120Hz ชิปเซ็ต Snapdragon 732G พร้อมระบบระบายความร้อน LiquidCool Technology 1.0 Plus กล้องหลัง 4 ตัว  64MP มีลำโพงคู่สเตอริโอที่รองรับ Hi-Res Audio อีกทั้งยังกันน้ำและฝุ่น IP53 ด้วย ทั้งหมดนี้ในราคาเริ่มต้นแค่ 6,499 บาท

Motorola

ถัดมากับ Motorola RAZR 5G กันก่อน เจ้านี่ถือเป็นมือถือจอพับรุ่นที่สองของ Motorola ต่อจาก Motorola RAZR ที่เปิดตัวในปี 2019 ซึ่งรุ่นแรกไม่ได้มีการนำเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยแต่อย่างใด โดย Motorola RAZR 5G ถูกขับเคลื่อนด้วย Snapdragon 765G ชิปเซ็ตจาก Qualcomm แน่นอนว่า ต้องรองรับ 5G ตามชื่อของมัน บานพับได้รับการปรับปรุงให้ทนทานมากขึ้น ผ่านการทดสอบกว่า 200,000 ครั้งก็ยังอยู่รอดปลอดภัย สำหรับราคาทางฝั่งอเมริกานั้นเปิดมาที่ 1,399 เหรียญ ตีเป็นเงินไทยราว 44,200 บาท ส่วนราคาของประเทศไทยอย่างเป็นทางการก็ต้องมาลุ้นกันครับ

ต่อกันด้วย Moto G9 Play เป็นมือถืออีก 1 รุ่นของ Motorola ที่จ่อเปิดตัวในประเทศไทย โดยมีสเปคระดับกลาง ๆ มาพร้อมหน้าจอ IPS LCD ขนาด 6.5 นิ้ว กล้องหลังจำนวน 3 ตัว ความละเอียดสูง 48MP ชูจุดเด่นแบตอึด 5000mAh รองรับชาร์จไว 20W คาดราคาอยู่ระหว่าง 5,000 – 6,000 บาท

ถือเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับแฟน ๆ Motorola ในบ้านเรา ที่มีสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่เตรียมจะวางจำหน่ายพร้อมกันถึง 2 รุ่น เพราะช่วงที่ผ่านมาหลายเดือน Motorola ประเทศไทยดูจะเงียบ ๆ ไม่ค่อยมีความเคลื่อนไหวอะไรเท่าไหร่ ตั้งแต่เปิดตัว Moto G8 Power Lite ไปเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

Lenovo

สำหรับ Lenovo Tab P11 Pro จะเป็นแท็บเล็ตระบบปฏิบัติการ Android ที่มีราคาอยู่ในเกณฑ์กลาง ๆ ของ Lenovo แม้หน่วยประมวลผล Snapdragon 730G ของมันจะไม่ใช่ชิปเซ็ตระดับท็อป แต่ฟีเจอร์การใช้งานอื่น ๆ ต้องบอกว่า ใส่มาให้เยอะไม่แพ้แท็บเล็ตระดับเรือธงค่ายอื่นเลยทีเดียว โดยเฉพาะด้านความบันเทิงนี่จัดหนักจัดเต็มมาก เพราะแท็บเล็ตรุ่นนี้จะมาพร้อมกับหน้าจอ OLED ขนาด 11.5 นิ้ว ใหญ่กำลังดี รองรับการแสดงผล Dolby Vision และ HDR10 แถมลำโพงที่ให้มานั้นเป็นลำโพงจากแบรนด์เครื่องเสียงระดับโลกอย่าง JBL ด้วยจำนวนถึง 4 ตัว และถูกปรับจูนเสียงโดย Dolby Atmos อีกต่างหาก นอกจากนี้ Lenovo Tab P11 Pro ยังรองรับการใช้งานร่วมกับเคสคีย์บอร์ดและปากกาสไตลัสด้วย แต่อุปกรณ์ทั้ง 2 ชิ้นนี้ต้องซื้อแยกนะครับ โดยค่าตัวของ Tab P11 Pro จะอยู่ที่ประมาณ 15,500 บาท

Huawei

ตามรายชื่อที่เผยออกมาของ กสทช.ในเดือนกันยายนนี้มีสมาร์ทโฟนจาก Huawei เพียงรุ่นเดียว คือ Y9a ถือเป็นมือถือสุดคุ้มอีกรุ่นที่น่าสนใจ เพราะเปิดตัวที่ต่างประเทศด้วยราคาเพียง 1,099 ริยัลซาอุดีอาระเบีย หรือราว 9,300 บาท แต่สเปคที่ให้มานั้นดุเดือดมาก ๆ ด้วยหน้าจอ IPS LCD ขนาดใหญ่ 6.63 นิ้ว แสดงผลได้อย่างเต็มตา เพราะกล้องหน้าเป็นแบบ pop-up ที่ซ่อนอยู่ด้านใน จึงไม่รบกวนหรือกินพื้นที่หน้าจอ

กล้องหลังให้มาครบชุด 4 ตัว ประกอบด้วย กล้องหลักความละเอียด 64MP กล้องอัลตร้าไวด์ 8MP มุมกว้าง 120 องศา กล้องมาโครและกล้องจับความลึก ที่มีความละเอียด 2MP เท่ากัน ภายในมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 4300mAh รองรับชาร์จไว 40W สามารถชาร์จจาก 0-70% ได้ในเวลาเพียง 30 นาที ส่วนชิปเซ็ตของ Huawei Y9a รุ่นนี้คือ Helio G80 จาก MediaTek

Vivo

เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา Vivo ได้เปิดตัว V20 Pro 5G ในประเทศไทยพร้อมทั้งประกาศราคาไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่หากดูจากรายชื่อของ กสทช.จะเห็นได้ว่า ยังมีสมาร์ทโฟนของ Vivo เหลืออยู่อีก 1 รุ่น ในชื่อรหัส V2022 หรือก็คือ V20 SE นั่นเอง ซึ่งพึ่งเปิดตัวกันไปสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อคืนนี้ในต่างประเทศ โดยจะยังคงมีจุดเด่นที่กล้องหลัง 3 ตัว 48MP สุดเทพเช่นเดียวกับในรุ่น Pro แต่จะมีสเปคโดยรวมที่ลดหลั่นลงมาเล็กน้อย ด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 665 หน่วยความจำ 128GB และ RAM 8GB ส่วนหน้าจอยังมีขนาดเท่าเดิมที่ 6.44 นิ้ว พาแนล AMOLED

Sony

สมาร์ทโฟนเรือธงของ Sony ที่เปิดตัวไปตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ แต่พึ่งจะได้ฤกษ์เปิดให้ลงชื่อจองในประเทศไทยไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี่เอง Xperia 1 II เป็นสมาร์ทโฟนที่จัดเต็มทั้งในด้านของประสิทธิภาพการใช้งานและความบันเทิง ด้วยหน้าจอ CinemaWide ขนาด 6.5 นิ้ว พาแนล OLED ความละเอียด 4K UHD บนสัดส่วน 21:9 ซึ่งเป็นสัดส่วนเดียวกับที่ใช้ในโรงภาพยนตร์ ทำให้ดูหนังได้เต็มอรรถรส มาพร้อมลำสเตอริโอคู่ด้านหน้า ระบบเสียงจัดเต็มตามสไตล์ Sony ในขณะที่หน่วยประมวลผลเลือกใช้เป็น Snapdragon 865 5G จาก Qualcomm โดยเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าในราคา 35,990 บาท แถมฟรีหูฟังไร้สายตัวเทพ WF-1000XM3 ถึงวันที่ 30 กันยายนนี้

Nokia

ฝั่ง Nokia มีมาด้วยกัน 2 รุ่น ในชื่อรหัส TA-1272 และ TA-1276 นั้นยังไม่มีข้อมูลที่สามารถยืนยันได้ในตอนนี้ว่าทั้งคู่คือรุ่นอะไร มีเพียงเรื่องเดียวในตอนนี้ที่บอกได้คือ สมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่นนี้รองรับการเชื่อมต่อเครือข่ายเพียงแค่ 4G และไม่รองรับ 5G ครับ

 

ที่มา : กสทช.

from:https://droidsans.com/nbtc-new-phones-sept-2020/

Galaxy F41 มือถือเน้นกล้องซีรีส์ใหม่ของ Samsung เตรียมเปิดตัววันที่ 8 ตุลาคมนี้ ที่ประเทศอินเดีย

มีข่าวลืออย่างหนักหน่วงเกี่ยวกับ Galaxy F41 มือถือซีรีส์ใหม่ของ Samsung ที่ชูจุดเด่นด้านกล้องและการถ่ายภาพเป็นหลักตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุด Flipkart ผู้ให้บริการ e-commerce รายใหญ่ของประเทศอินเดียก็ได้ฤกษ์ออกประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่า สมาร์ทโฟนรุ่นดังกล่าวจะเปิดตัวในวันที่ 8 ตุลาคมนี้ เวลาหนึ่งทุ่มของประเทศไทยครับ

แม้ในตอนนี้จะยังไม่มีข้อมูลสเปคอย่างเป็นทางการของ Galaxy F41 ออกมาก็จริง แต่จากรายละเอียดที่อยู่ในคู่มือการใช้งานบนหน้าเว็บไซต์ของ Samsung ประกอบกับผลทดสอบ Geekbench ทำให้เราทราบข้อมูลในเบื้องต้นว่า Galaxy F41 จะมาพร้อมกล้องหลังจำนวน 3 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลัก กล้องอัลตร้าไวด์ และกล้องอีกตัวที่อาจเป็นกล้องมาโครหรือกล้องจับความลึก ขับเคลื่อนด้วย Exynos 9611 ซึ่งเป็นชิปเซ็ตของทาง Samsung เอง พ่วงด้วย RAM 6GB และจะทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 10

ส่วนภาพโปสเตอร์บนหน้าเว็บไซต์ Flipkart ที่เผยออกมาล่าสุด แสดงให้เห็นว่า Galaxy F41 เลือกใช้หน้าจอแบบ Infinity-U ทั้งติ่งกล้องเซลฟี่และขอบหน้าจอทั้ง 4 ด้านนั้นมีขนาดที่เล็กและบางเฉียบมาก ๆ ส่วนพาแนลจะเป็นชนิด Super AMOLED ในขณะที่แบตเตอรี่จะมีความจุอยู่ที่ 6000mAh

เหลือเวลาอีก 2 สัปดาห์เป๊ะ ๆ  ก็จะได้ฤกษ์เปิดตัว Galaxy F41 รุ่นนี้ ในวันที่ 8 ตุลาคม โดยมีการคาดการณ์กันว่า สมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะมีราคาอยู่ที่ราว ๆ 15,000-20,000 รูปี หรือตีเป็นเงินไทยก็ตกประมาณ 6,000-8,000 บาท

 

ที่มา : Flipkart

from:https://droidsans.com/samsung-galaxy-f41-launch-date-is-october-8/

หรือจะมี Galaxy Note 20 FE ด้วย…? Samsung เผยจะเปิดตัวมือถือเรือธงรุ่น Fan Edition ทุกปี

ย้อนกลับไปราวๆ 3 ปีที่แล้ว Samsung ได้เปิดตัว Galaxy Note FE มือถือซีรีส์ Fan Edition รุ่นแรกของทางค่าย แต่หลังจากนั้นมาพวกเขาก็ไม่เคยเปิดตัวมือถือรุ่นใหม่ในซีรีส์นี้อีกเลย จนกระทั่งเมื่อคืนได้นำ Galaxy S20 FE เรือธงรุ่นเล็กที่จะบอกว่าเป็น “นักฆ่าเรือธง” ก็ไม่เชิงมาเปิดตัว มากับสเปคสุดเทพในราคาเริ่มต้น 20,900 บาท โดยภายในงาน Samsung ประกาศว่าต่อไปนี้พวกเขาจะเปิดตัวมือถือเรือธงรุ่น Fan Edition เป็นประจำทุกปี

ภายในงาน Galaxy UNPACKED ที่จัดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา Samsung ได้ประกาศว่า พวกเขาจะสร้างมาตรฐานใหม่ในการผลิตสมาร์ทโฟนขึ้นมา โดยพวกเขาตั้งใจให้คนหลากหลายกลุ่มสามารถเข้าถึงมือถือสเปคเรือธงกันในราคาที่ไม่แพงมากมากขึ้น ซึ่งต่อไปนี้ Samsung จะเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงซีรีส์ Fan Edition เป็นประจำเหมือนซีรีส์อื่นๆ ที่มีตอนนี้

ซึ่งจากที่เห็นกันในงานเปิดตัว สเปคของ Galaxy S20 FE ถือว่าค่อนข้างใกล้เคียงกับ Galaxy S20 series อยู่พอสมควร ทั้งหน้าจอรีเฟรชเรท 120Hz (แถมไม่โค้งด้วย) ชิปตัวท็อป Snapdragon 865/Exynos 990 เหมือนกัน ฯลฯ แต่อาจจะมีการลดต้นทุนนิดหน่อยตรงที่ฝาหลังที่ทำจากพลาสติก Reinforced Polycarbonate ไม่ใช่กระจก Gorilla Glass

พอ Samsung บอกมาแบบนี้ ก็มีกระแสออกมาว่าหรือไม่แน่ พวกเขาอาจนำ Galaxy Note 20 FE มาเปิดตัวในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้าที่จะถึงนี้ ซึ่งถ้าจะให้เดา ก็คาดว่าสเปคน่าจจะอยู่ในช่วงกึ่งกลางระหว่าง Galaxy Note 20 และ Galaxy Note 20 Ultra นี่แหละ

 

ที่มา: sammobile

 

 

from:https://droidsans.com/samsung-promises-to-continue-fan-edition-phone-series/

มีทีวี ต้องมีพลัส รู้จัก Samsung TV Plus บริการดูทีวีออนไลน์ของซัมซุง

Samsung TV Plus (ใช้คำว่า Plus ไม่ใช่ + เดี๋ยวจะซ้ำ) เป็นแอปดูทีวีฟรีบนสมาร์ททีวีของ Samsung ในสหรัฐ ที่เปิดให้ใช้งานบนมือถือ Samsung บางรุ่นแล้ว โดยจะมีรายการต่างๆ ให้ดูแบบสตรีมมิ่ง (ทั้งแบบดูสดและดูย้อนหลัง) มีช่องทีวีในสหรัฐอเมริกาให้เลือกรับชมทั้งหมด 135 ช่อง เช่น CBSN, Bloomberg TV+ UHD, ช่องทำอาหาร Tastemade, ช่องเกม IGN, และช่องสำหรับเด็ก 9 ช่อง (รูปแบบโดยรวมคล้ายคลึงกับแอป AIS Play หรือ TrueID ในบ้านเรา)

บริษัทต่างๆ ที่ตั้งใจจะขายสมาร์ททีวี หรืออุปกรณ์ต่อพ่วงทีวีประเภท box ต่างๆ ในยุคนี้ ทำแค่ฮาร์ดแวร์น่าจะไม่เพียงพออีกต่อไป หลังพฤติกรรมผู้บริโภคหันมาดูทีวีผ่านสตรีมมิ่งมากกว่า (แม้ดูผ่านทีวีจอใหญ่ก็ตาม) การรวมฟรีทีวีไว้ในแอปเดียวกับที่ดูสตรีมมิ่งได้ น่าจะเป็นอีกกลยุทธ์ดึงดูดผู้บริโภคที่น่าสนใจ

Samsung TV Plus ใช้งานได้บนสมาร์ททีวี Samsung รุ่นปี 2016 เป็นต้นไป และเพิ่งเปิดให้ดาวน์โหลดผ่าน Google Play Store และ Samsung Store บนมือถือ ตระกูล Galaxy S10, S20, Note10 และ Note 20 ขึ้นไป เมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา แต่ยังใช้งานได้เฉพาะในสหรัฐอเมริกา

ที่มา – Samsung

No DescriptionNo DescriptionNo Description

from:https://www.blognone.com/node/118619

Hands-on | จับเครื่องจริง Galaxy S20 FE พรีวิวฟีเจอร์เด็ดของเรือธงรุ่นเล็ก สเปคสุดแรง พร้อม 6 สีสุดปัง

หลังที่ปีที่แล้วเราได้เห็นมือถือรุ่นเล็กที่แยกออกมาจาก Galaxy S series อย่าง Galaxy S10 Lite ที่มาพร้อมกับ ราคาที่น่าจับต้องแต่ยังคงไว้ซึ่งสเปคสุดแรงกับฟีเจอร์ระดับมือถือเรือธง แต่ล่าสุดปีนี้ทาง Samsung ก็ได้เปิดตัวมือถือรุ่นใหม่ที่ไม่ใช่ Lite แต่มาในชื่อ FE (Fan Edition) ที่ดีไซน์มือถือซีรีส์ S20 ผ่านการรวบรวมความคิดเห็นและความต้องการของผู้ใช้งาน รวมมาเป็นมือถือดีไซน์สุดเหมาะเจาะ เปี่ยมไปด้วยฟีเจอร์เจ๋ง ๆ มากมาย วันนี้ Droidsans จะพาไปดูเครื่องจริงกันว่ามันเจ๋งยังไง

Galaxy S20 FE ตัวนี้ก็มาพร้อมกับหน้าตาที่เราน่าจะคุ้นเคยกันดีกับหน้าจอ sAMOLED ขนาด 6.5 นิ้วความละเอียดระดับ FHD+ เป็นจอแบบ Flat ไม่โค้งกินขอบเหมือนพี่ ๆ พร้อมกล้องหน้าจอรูแบบ Infinity O

อีกความเจ๋งก็คือหน้าจอรีเฟรชเรท สูงที่ 120Hz ค่า Touch Sampling ที่ 240Hz ทำให้สามารถลากจอหรือเล่นเกมได้อย่างง่ายดายไม่มีสะดุดเลย

ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 32MP ดูแล้วก็ทำให้นึกถึงตัวพี่อย่าง S20+ มาตะหงิด ๆ เลยครับ แต่ถ้าหันมาด้านหลังของตัวเครื่องเราก็จะได้เห็นกับฝาหลังดีไซน์ใหม่เป็นแบบ ขุ่น ๆ ด้าน ๆ สวยงามมีความพรีเมียมมาก ๆ

สัมผัสฝาหลังให้ความรู้สึกเหมือนจับซีรีส์ Note 20 เลย นุ่มนิ่มเรียบ ๆ  แถมไม่ติดลายนิ้วมือซึ่งทาง Samsung ก็ใช้ชื่อฝาหลังแบบนี้ว่า Haze Finished นั่นเองซึ่งวัสดุก็จะเป็น Reinforce Polycarbonate แบบ Glasstic ตัวเดียวกับที่ใช้บนมือถือ Galaxy Note 20

ในส่วนของขอบนั้นก็บางเฉียบสวยงาม มาพร้อมวัสดุเงางามตัดกับผิวขุ่นด้านหลังได้ดีเลย โดยเราจะได้เห็นเป็นปุ่มล็อค และปรับเสียงขึ้นลงอยู่ทางขวา ด้านบนก็จะประกอบไปด้วย ตัวไมค์ แล้วก็ถาดใส่ซิม ส่วนสุดท้ายด้านล่างก็จะเป็นส่วนของช่องเสียบสายชาร์จ USB-C แล้วก็ลำโพงนั่นเองครับ

มาดูในส่วนของกล้องกัน บ้างซึ่งคราวนี้ตัวโมดูลกล้องนั้นจะมีการออกแบบดีไซน์ที่ออกไปทางของ Galaxy Note 20 และ Galaxy Note 20 Ultra ที่เป็นโมดูลกล้องแบบเหลื่ยม ๆ ที่ประกอบไปด้วยกล้องสามตัวได้แก่ Ultra Wide 12MP, Wide 12MP และ Telephoto 8MP พร้อมฟีเจอร์กล้องที่ครบครันมากมายเอาใจสายโซเชี่ยล อย่าง Optical Zoom 3X และยังสามารถซูมต่อได้อีก 30X ผ่านการซูมแบบ Digital

จากที่จับแล้วตัวบอดี้ก็มีดีไซน์ที่จับสบายเหมาะมือไม่หนักเลย เหมาะกับการใช้งานทั่วไปมาก ๆ ไม่ว่าจะใส่กระเป๋าหรือเดินถือปกติก็ทำได้สะดวกสบายมาก

ในส่วนของตัวชิปบน Galaxy S20 FE ก็จะมาพร้อมกับชิปเซ็ตตัวเรื่องธงอย่าง Snapdragon 865 ที่นับว่าเป็นชิปเรือนำไปใช้ในมือถือระดับพรีเมียมมากมาย ไม่ว่าจะเอาไปเล่นเกม หรือใช้งานปกติก็รวดเร็วลื่นไหลไม่มีสะดุดแน่นอน พ่วงมากับ RAM ขนาด 8GB และ ความจุ 128GB/256GB อีกด้วย แต่สำหรับเครื่อง LTE ก็จะได้เป็น Exynos 990 แทนครับ

ฟีเจอร์กล้องแบบจัดเต็ม

อีกทั้งความเจ๋งของ Galaxy S20 FE ตัวนีก็จะอยู่ที่ฟีเจอร์กล้องที่จัดมาให้อย่างเต็มอิ่มเลย ไม่ว่าจะเป็นกล้องซูม 30X แบบ Digital ที่สามารถซูมระยะไกลได้อย่างง่ายดาย แต่ก็อาจจะยังเป็นรองตัวพี่อย่าง Galaxy S20 Ultra ที่สามารถซูมได้ถึง 100X อยู่ แต่ที่ใส่มาในเครื่องนี้ก็ทำงานได้อย่างดีเยี่ยมไม่เบาเลยครับ แถมตัวกล้องยังสามารถอัดวิดิโอความละเอียดสูงสุดที่ 4K/60FPS ทั้งกล้องหน้า และหลังได้อีกด้วย ส่วนใครที่ถ่ายกลางคืนหรือแสงน้อยก็ไม่ต้องห่วงเพราะ Galaxy S20 FE ก็มาพร้อมกับ Bright Night โหมดช่วยให้ถ่ายภาพแสงน้อยออกมาได้สว่างขึ้นหายห่วงเลย

Single Take

ระบบ Single Take ในมือถือซีรีส์ Galaxy ต่าง ๆ ก็มีพ่วงมาให้เราได้ใช้งานกันใคร Galaxy S20 FE เครื่องนี้กันด้วย เพียงแค่กดค้างก็สามารถถ่ายได้ทั้งรูปนิ่ง วิดีโอสั้น ๆ ไปพร้อม ๆ กันไม่พลาดทุกจังหวะสำคัญ และอื่น ๆ อีกมากมาย ที่น่าจะถูกใจสาย Vlog หรือสายถ่ายรูปแน่นอนครับ แถม Galaxy S20 FE ก็ยังมาพร้อมกับระบบ Live Focus ทั้งกล้องหน้า และกล้องหลังที่จะช่วยแต่งภาพถ่าย Portrait ให้เกิด Depth of field ที่ละลายหลังสวยงามโบเก้กระจายแน่นอน

Pro Video Mode

อีกฟีเจอร์กล้องที่น่าสนใจมากที่ติดมาใน Galaxy S20 FE อย่าง Pro Video Mode ที่อัปเดตมาให้เราได้เห็นกันในมือถือซีรีส์ Note 20 ที่ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงเครื่องมือการถ่ายวิดีโอแบบมืออาชีพได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นการซูมแบบแม่นยำ Smooth Zoom ไปจนถึงการปรับตั้งค่ากล้องแบบ Manual ได้ทั้งหมด ทำให้ผู้ใช้งานระดับสูงที่ต้องการอิสระในการถ่ายวิดีโอสามารถควบคุมกล้องได้อย่างแม่นยำง่ายได้มา อีกทั้งยังมาพร้อมกับระบบ Super Steady ถ่ายวิดีโอได้นิ่งแม่เคลื่อนไหวอยู่ แถมยังสามารถสลับเปลื่ยนกล้องหน้า และ หลังระหว่างถ่ายได้อีกด้วย





นอกจากฟีเจอร์หลัก ๆ แล้วสำหรับผู้ใช้งานคนไหนที่ติดใจ Samsung DeX ก็ไม่ต้องห่วงเพราะ Galaxy S20 FE ก็รองรับทั้ง DeX และ Wireless DeX เลยทีเดียว แถมยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ Powershare สามารถใช้งานคู่กับหูฟัง Galaxy Buds Live หรือ Galaxy Watch ก็ได้ถือว่าครบ Eco-system เลยทีเดียว

อีกความเจ๋งของ Galaxy S20 FE นั้นก็จะเป็นในเรื่องของสีที่มาให้เลือกมากถึง 6 สีสุดจ๊าบเริ่มจากสีแดง Cloud Red สีกรมท่า Cloud Navy  สีม่วงอมชมพู Cloud Lavender สีเขียวมิ้น Cloud Mint สีขาว Cloud White และ สีส้ม Cloud Orange (สีขาว และสีส้มจะมีให้ซื้อผ่านร้านออนไลน์เท่านั้น)

ในเรื่องของประสิทธิภาพและการใช้งานจะเป็นอย่างไรก็คงต้องรอดูในรีวิวตัวเต็มอีกครั้งหนึ่ง แต่ในเรื่องของการใช้งานคร่าว ๆ แล้วเป็นอีกหนึ่งมือถือเรือธงรุ่นเล็กที่น่าสนใจมากเลยทีเดียวครับ

สเปค Galaxy S20 FE

  • หน้าจอ Infinity-O แบบ sAMOLED ขนาด 6.5 นิ้ว FHD+ รีเฟรชเรท 120Hz
  • CPU : Snapdragon 865 (เวอร์ชั่น 5G)/ Exynos 990 (เวอร์ชัน LTE)
  • GPU : Adreno 650
  • RAM : 8GB
  • ความจุ : 128GB / 256GB รองรับ MicroSD card สูงสุด 1 TB UFS 3.1
  • กล้องหลัง :
    – กล้อง Ultra wide 12MP
    – กล้อง Wide 12MP
    – กล้อง Telephoto 8MP, 3x Optical, 30x Digital
  • กล้องหน้า : 32MP
  • ระบบเสียง : ลำโพง Stereo ปรับแต่งโดย AKG
  • สแกนนิ้วมือใต้หน้าจอ
  • มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น : IP68
  • แบตเตอรี่ 4500 mAh รองรับชาร์จไว 25W ไร้สาย 15W
  • ระบบ Android 10
  • รองรับ 5G N41, N28 คลื่น 700 และ 2600
  • Hybrid SIM Slot

 

ใครสนใจลองไปดู โปรจอง Samsung Galaxy S20 FE จากร้านออนไลน์และ 3 ค่าย AIS, truemove H และ dtac กันได้ ราคาเริ่มต้น 20,900 บาทเท่านั้น

 

ส่วนใครที่อยากจะลองเทียบสเปคกับ Samsung S20 FE กับรุ่นพี่ๆ ในตระกูล S20 Series เราก็จัดมาให้ชมแล้วเช่นกัน

from:https://droidsans.com/preview-samsung-galaxy-s20-fe/

เปิดราคาไทย Galaxy S20 FE รุ่น 4G เริ่ม 20,900 บาท รุ่น 5G เริ่ม 23,900 บาท

Samsung Galaxy S20 FE เปิดราคาไทยแล้ว ทั้ง 6 สี คือ Cloud Navy, Cloud Lavender, Cloud Mint, Cloud Red, Cloud Orange และ Cloud White และมี 3 รุ่น 3 ราคาดังนี้

  • รุ่น 4G หน่วยความจำภายใน 128GB ราคา 20900 บาท
  • รุ่น 5G หน่วยความจำภายใน 128GB ราคา 23900 บาท
  • รุ่น 5G หน่วยความจำภายใน 256GB ราคา 25900 บาท

เปิดให้จอง 24 กันยายนนี้ เวลา 10.00 น. ถึง 11 ตุลาคม 2563 เวลา 18.00 น. ที่ Samsung Experience Store หรือร้านที่ร่วมรายการ ถ้าสั่งจองล่วงหน้า รุ่น 4G ได้อัพเป็น 5G /128GB ฟรี จองรุ่น 5G / 256GB เหลือราคา 22900 บาท และได้ Samsung Care+ 1 ปี ฟรี

ที่มา – จดหมายประชาสัมพันธ์

from:https://www.blognone.com/node/118612

Samsung เปิดตัว SSD 980 Pro อินเทอร์เฟส PCIe 4.0 ตัวแรกของบริษัท ราคาเริ่ม 89.99 เหรียญ

Samsung เปิดตัว SSD 980 Pro ฮาร์ดดิสก์ SSD แบบ M.2 ที่เชื่อมต่อผ่านอินเทอร์เฟส PCIe 4.0 ตัวแรกของบริษัท มี 3 ความจุ คือ 250GB, 500GB และ 1TB

ความเร็วอ่านเขียนแบบลำดับอยู่ที่สูงสุด 7,000/5,000 MB/s แบบสุ่มอยู่ที่ 1,000K/1,000K IOPS ประกัน 5 ปี ค่า TBW อยู่ที่ 600TB (1TB), 300TB (500GB), 150TB (250GB) เริ่มขายแล้วที่ราคา 89.99 (ราว 2,850 บาท) ในรุ่น 250GB และจะมีขนาด 2TB วางจำหน่ายเพิ่มเติม ภายในสิ้นปีนี้

ที่มา – Samsung

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/118611

“Samsung Galaxy S20 FE” พร้อมเปิดจองล่วงหน้าแล้วตั้งแต่วันนี้ – 11 ต.ค. 63 เริ่มต้น 20,900 บาท

พร้อมเปิดจองให้เป็นเจ้าของแล้ววันนี้! สำหรับสมาร์ทโฟนแฟลกชิปรุ่นล่าสุด Samsung Galaxy S20 FE (กาแลคซี่ เอส 20 เอฟอี) หรือS20 Fan Edition (เอส 20 แฟน อิดิชั่น) ที่เพิ่งเปิดตัวพร้อมกันทั่วโลกเมื่อคืนวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา โดยสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ถูกสร้างมาเพื่อเอาใจกาแลคซี่แฟน จากการรวมเอาสเปคเด่นของสมาร์ทโฟนรุ่นท็อปของซัมซุงมาในราคาที่ใช่ ตอบโจทย์ความเป็นที่สุดในทุกไลฟ์สไตล์ของคุณ

ซึ่งสำหรับในประเทศไทย Galaxy S20 FE มีวางจำหน่ายทั้งในรุ่น Galaxy S20 FE และ Galaxy S20 FE 5G มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ Cloud Navy, Cloud Lavender, Cloud Mint, Cloud Red, Cloud Orange และ Cloud White ในราคาเริ่มต้นเพียง 20,900 บาท เปิดให้จองล่วงหน้าแล้วตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน เวลา 10.00 น. ถึง 11 ตุลาคม 2563 เวลา 18.00 น. ได้ที่ Samsung Experience Store หรือร้านค้าที่ร่วมรายการ

Samsung Galaxy S20 FE

พิเศษสุดสำหรับช่วงพรีออเดอร์ ลูกค้าที่สั่งจองเครื่องเปล่า Galaxy S20 FE รุ่น 128GB รับสิทธิ์อัพเกรดเป็น Galaxy S20 FE 5G รุ่น 128GB มูลค่า 3,000 บาท ฟรีทันที! และลูกค้าที่สั่งจอง Galaxy S20 FE 5G รุ่น 256GB จะได้รับสิทธิ์ซื้อสินค้าในราคาพิเศษเพียง 22,900 บาท 

นอกจากนี้ ผู้ที่สั่งจอง Galaxy S20 FE และ S20 FE 5G ทุกรุ่นความจุ จะได้รับบริการ Samsung Care+ เป็นระยะเวลา 1 ปี มูลค่า 2,939 บาท รวมประกันอุบัติเหตุตัวเครื่อง ครอบคลุมถึงกรณีหน้าจอแตกระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี

ดูเงื่อนไขเพิ่มเติมที่ https://www.samsung.com/th/offer/samsung-care-plus/ และสิทธิรับชม YouTube Premium ฟรี 4 เดือน ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.samsung.com/th/smartphones/galaxy-s20/s20-fe/pre-order

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Samsung ได้ที่นี่ >>> http://bit.ly/2EOTbN5

from:https://www.mobileocta.com/samsung-galaxy-s20-fe-ready-to-open-for-pre-orders/

เปรียบเทียบ Galaxy S20 FE เรือธงรุ่นเล็กกับรุ่นพี่อย่าง Galaxy S20 | S20+ | S20 Ultra ซื้อรุ่นไหนดี

เปิดตัวไปเรียบร้อยแล้วสำหรับสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นเล็กที่สเปคแทบจะขี่คอรุ่นพี่อยู่แล้วอย่าง Galaxy S20 Fan Edition ที่รอบนี้มีให้เลือกทั้งตัวชิปเซ็ต Snapdragon 865 และ Exynos 990 เลย …ว่าแต่ถ้านำเจ้า Galaxy S20 FE ไปเทียบกับเรือธงต้นปีในซีรีส์เดียวกันอย่าง Galaxy S20, S20+ และ S20 Ultra จะเป็นยังไงกันบ้างนะ ซื้อรุ่นไหนจะคุ้มกว่ากัน สเปคเหมือน-ต่างกันตรงไหนบ้าง?

ขนาดตัวเครื่อง

เริ่มด้วยขนาดตัวเครื่อง และความยากง่ายของการพกพากันดีกว่า โดยแต่ละรุ่นก็จะมีขนาดตัวเครื่องตามนี้

  • Galaxy S20 FE ขนาดตัวเครื่อง 74.5 x 159.8 x 8.4 มม. น้ำหนัก 190 กรัม
  • Galaxy S20 ขนาดตัวเครื่อง 151.7 x 69.1 x 7.9 มม. น้ำหนัก 163 กรัม 
  • Galaxy S20+ ขนาดตัวเครื่อง 162 x 73.7 x 7.8 มม. น้ำหนัก 186 กรัม
  • Galaxy S20 Ultra ขนาดตัวเครื่อง 167 x 76 x 8.8 มม. น้ำหนัก 220 กรัม

จะเห็นว่าถ้าวัดกันในเรื่องนี้ Galaxy S20 จะเป็นมือถือที่พกพาง่ายที่สุด น้ำหนักเบาที่สุด ส่วน Galaxy S20 Ultra นี่หนักสุดเลยที่ 220 กรัม ขณะที่ Galaxy S20 FE นั้นจะอยู่กลางๆ ที่ 190 กรัม ซึ่งตรงนี้บอกเลยว่าแอบหนักอยู่นิดนึง แต่ถ้าไม่ซีเรียสอะไร สมาร์ทโฟนทั้ง 4 รุ่นก็ถือว่าไม่ได้มีน้ำหนักที่มากเกินไปขนาดนั้น (ยกเว้น Galaxy S20 Ultra ที่หนักเกิน ฮ่าๆ)

หน้าจอ

ในเรื่องของหน้าจอ ตรงนี้ Galaxy S20 FE แม้ว่าจะใช้เป็นแบบ AMOLED เหมือนกัน ค่ารีเฟรชเรท 120Hz เท่ากัน แต่เมื่อลงลึกไปอีกนิดจะสังเกตเห็นว่าชื่อเรียกจะแตกต่างกันเล็กน้อย

  • Galaxy S20 FE ใช้หน้าจอ Super AMOLED
  • Galaxy S20, S20+ และ S20 Ultra ใช้หน้าจอ Dynamic AMOLED 2X

ซึ่งแน่นอนว่าหากเทียบกันแบบนี้ หน้าจอของ Galaxy S20 Series ทั้ง 3 รุ่น ย่อมเหนือกว่าหน้าจอของ Galaxy S20 FE อยู่แล้ว อีกทั้งความละเอียดยังใส่มาให้ที่ WQHD+ อีกด้วย ขณะที่ Galaxy S20 FE มีความละเอียดที่ Full HD+ เท่านั้น

อย่างไรก็ดี ถ้าจะปรับรีเฟรชเรท 120Hz บน Galaxy S20 Series ก็จะต้องดันความละเอียดลงเหลือแค่ Full HD+ เท่านั้น

ประสิทธิภาพการใช้งาน

ส่วนด้านชิปเซ็ต Galaxy S20 FE น่าจะได้เปรียบอยู่หน่อยๆ เพราะมีให้เลือกทั้ง 2 รุ่นเลย ทั้ง Snapdragon 865 ตัวกลั่นจาก Qualcomm และชิป Exynos 990 ในส่วน Galaxy S20 Series ทั้ง 3 รุ่น จะมีเพียงแค่ Exynos 990 ให้เลือกเท่านั้น

ซึ่งความแตกต่างระหว่างชิป Snapdragon 865 กับ Exynos 990 ตรงนี้ทาง JerryRigEverything ได้ทำการทดสอบเอาไว้ให้แล้ว ใครที่สนใจอยากอ่านเพิ่มเติม ก็สามารถกดไปที่บทความด้านล่างได้เลยนะคร้าบ~

อีกหนึ่งจุดที่ Galaxy S20 FE นัันดูจะกุมความได้เปรียบเหนือ Galaxy S20 Series ก็น่าจะเป็นเรื่องการใช้งาน 5G เพราะรองรับการใช้งานทั้งคลื่น 700MHz และ 2600MHz เลย ส่วนในตระกูลรุ่นพี่อย่าง Galaxy S20 Series นั้น จะมีเพียงแค่ Galaxy S20 Ultra เท่านั้น ที่มาพร้อมกับความสามารถในการเชื่อมต่อ 5G แต่จะรองรับเพียงแค่คลื่น 2600MHz เท่านั้น

กล้องถ่ายรูป

Galaxy S20 FE มากับกล้องหลังทั้งหมด 3 ตัว ประกอบด้วยเซ็นเซอร์หลักความละเอียด 12MP, กล้อง Ultra-Wide 12MP และกล้อง Telephoto 8MP สามารถซูม Optical ได้ 3x และดัน Digital ได้ไกลสุดที่ 30x

ส่วน Galaxy S20 นั้นจะให้มาที่ 3 ตัวเช่นกัน แต่กล้อง Telephoto จะมีความละเอียดสูงกว่าที่ 64MP ขณะที่ Galaxy S20+ มีเซ็นเซอร์ DepthVision (ToF) เพิ่มขึ้นมาอีก 1 ตัว สำหรับเอาไว้วัดระยะเบลอฉากหลังเวลาถ่ายโหมดหน้าชัดหลังเบลอนั่นเอง

ขณะที่รุ่นพี่ใหญ่สุดอย่าง Galaxy S20 Ultra อันนี้จะใส่กล้องมาแบบโหดจัดแบบชัดเจน กล้องตัวหลักความละเอียด 108MP, กล้อง Ultra-Wide 12MP, กล้อง Telephoto เป็นแบบ Periscope 48MP และเซ็นเซอร์ DepthVision (ToF) สามารถดันซูมได้ไกลสุดลูกหูลูกตา 100x 

Galaxy S20 Ultra มาพร้อมกับเซ็นเซอร์หลักความละเอียด 108MP

ซึ่งแน่นอนว่าพอมาเทียบแบบนี้ Galaxy S20 FE จะมีสเปคกล้องที่ด้อยกว่า Galaxy S20 Series อยู่ชัดเจน แต่ถ้าใครที่ใช้งานทั่วไปเฉยๆ บอกเลยว่าตามสเปคกระดาษ Galaxy S20 FE ก็ไม่ได้ดูแย่อะไรนะ เอาเป็นว่าอันนี้อาจจะต้องรอดูการรีวิวแบบเต็มๆ อีกทีนะคร้าบ

แบตเตอรี่ และระบบชาร์จไว

ทั้ง Galaxy S20 FE, S20+ และ S20 Ultra มาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาด 4500 มิลลิแอมป์ รองรับระบบชาร์จไว 25W ด้วยกันทั้งหมด (ยกเว้น Galaxy S20 Ultra ที่รับได้สูงสุดถึง 45W) ส่วน Galaxy S20 นี่เหมือนจะไม่ได้อ่านไลน์กลุ่ม ใส่แบตมาให้แค่ 4000 มิลลิแอมป์เท่านั้น

สรุปซื้อรุ่นไหน?

Galaxy S20 FE Galaxy S20 Galaxy S20+ Galaxy S20 Ultra
หน้าจอ Super AMOLED 6.5″ Dynamic AMOLED 2X 6.2″ Dynamic AMOLED 2X 6.7″ Dynamic AMOLED 2X 6.9″
ความละเอียด Full HD+ WQHD+
รีเฟรชเรท 120Hz
ชิปเซ็ต Snapdragon 865 (รองรับ 5G)

Exynos 990 (รองรับแค่ 4G)

Exynos 990
RAM 8GB (LPDDR5) 12GB (LPDDR5)
ความจุ 128GB / 256GB รองรับ microSD Card 128GB รองรับ microSD Card
กล้องหลัง

3 ตัว

  • Wide: 12MP
  • Ultra-Wide: 12MP
  • Telephoto: 8MP Optical 3x, Digital 30x

3 ตัว

  • Wide: 12MP
  • Ultra-Wide: 12MP
  • Telephoto: 64MP Hybrid Optic 3x, Space Zoom 30x

4 ตัว

  • Wide: 12MP
  • Ultra-Wide: 12MP
  • Telephoto: 64MP Hybrid Optic 3x, Space Zoom 30x
  • ToF: DepthVision

4 ตัว

  • Wide: 108MP
  • Ultra-Wide: 12MP
  • Telephoto: 48MP Hybrid Optic Zoom 10x, Space Zoom 100x
  • ToF: DepthVision
กล้องหน้า 32MP 10MP 40MP
ลำโพง คู่สเตอริโอ
เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ใต้หน้าจอ (Optical) ใต้หน้าจอ (Ultrasonic)
แบตเตอรี่ 4500 mAh 4000 mAh 4500 mAh
ระบบชาร์จไว 25W 45W
การใช้งาน 5G คลื่น 700MHz และ 2600MHz ไม่รองรับ คลื่น 2600MHz
มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68
ระบบปฏิบัติการ One UI 2.5 บนพื้นฐาน Android 10 One UI 2.0 บนพื้นฐาน Android 10
ขนาดน้ำหนัก 190 กรัม 163 กรัม 186 กรัม 220 กรัม

 

ะเห็นว่าสเปคในภาพรวมของ Galaxy S20 FE นั้นแทบจะไม่ได้ด้อยไปกว่า Galaxy S20 Series ซักเท่าไหร่เลย แถมราคาเปิดตัวก็เริ่มต้นมาเพียงแค่ $699 หรือราวๆ 22,000 บาทเท่านั้น เรียกว่าถูกกว่า Galaxy S20 รุ่นเริ่มต้นอยู่หลายพันเลยทีเดียว แต่สเปคที่ได้นี่แทบจะขี่คอกันแล้ว

ซึ่งถ้าใครที่ไม่ได้ซีเรียสกับเรื่องสเปคอะไรขนาดนั้นว่ามือถือของเราต้องเป็นที่หนึ่งของทุกเรื่อง ตรงนี้บอกเลยว่า Galaxy S20 FE เหมาะมากๆ เลยนะ เพราะอย่างที่เห็นในตารางสเปคด้านบน จะเรียก Galaxy S20 FE เป็น “มือถือเรือธง” ก็สามารถพูดได้เต็มปากแบบไม่เคอะเขิน ทั้งจอ Super AMOLED รีเฟรชเรท 120Hz, ชิป Snapdragon 865, กล้องหลัง 3 ตัว ซูม 30x, ใช้งาน 5G ได้ทุกเครือข่ายในไทย และแบตเตอรี่ขนาด 4500 mAh รองรับชาร์จไว 25W แถมได้มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68 อีก

…แต่ถ้าใครอยากได้แบบจัดเต็มจริงๆ อันนี้ยังไงก็ต้อง Galaxy S20 Ultra แหละ 

 

from:https://droidsans.com/samsung-galaxy-s20-fe-compare-s20-series/