คลังเก็บป้ายกำกับ: SAMSUNG

ซื้อ Galaxy S21 ที่ไหนดี? พาไปดูโปรโมชั่นจาก AIS ที่มีส่วนลดเพิ่มหลายต่อ และผ่อนได้ยาว 40 เดือน

เปิดตัวและเปิดจองกันไปได้ช่วงนึงแล้วสำหรับ Galaxy S21 Series 5G ซึ่งหลายคนก็น่าที่จะสนใจรุ่นนี้และลังเลกันอยู่ว่าจะเลือกซื้อ Samsung เครื่องนี้ที่ไหนอย่างไรดี เราเลยจะขอมาแนะนำโปรโมชั่นของทาง AIS แบบละเอียดๆ ให้ได้ทราบกันว่ามีความน่าสนใจกว่าอย่างไรบ้าง มีส่วนลดและของแถมอะไรบ้าง รวมถึงทำไม AIS ถึงได้น่าใช้กับ Galaxy S21 Series 5G เอาซะมากๆ

พิเศษช่วง pre-order สำหรับลูกค้า AIS จอง Galaxy S21 Series 5G รุ่นไหน ก็มีสิทธิ์ รับฟรี! Galaxy S21 Ultra 5G 128GB อีก 1 เครื่อง!!! ระหว่างวันที่ 15 ม.ค. 64 – 28 ม.ค. 64

สามารถร่วมกิจกรรมได้ง่าย ๆ ที่หน้าเพจ AIS Facebook ตั้งแต่วันนี้ถึง 28 ม.ค. ก่อน 5 โมงเท่านั้น กดกันให้ไวก่อนหมดเวลาที่ https://web.facebook.com/AIS/posts/10159788748221554

 

สรุปโปร AIS x Galaxy S21 Series 5G แบบสั้นๆ

  • มีโปรสำหรับลูกค้าปัจจุบัน/Serenade ลดสูงสุดถึง 22,000 บาท
  • โปรสำหรับลูกค้าใหม่/ย้ายค่ายเบอร์เดิม ลดสูงสุด 17,000 บาท
  • ส่วนลดได้เพิ่มมากขึ้นตามแพ็กเกจรายเดือนที่เพิ่มตาม
  • แพ็กเกจยิ่งสูง จะได้ดาต้าซิมใช้ฟรีๆ 1-4 ซิม ทุกเดือน
  • ซื้อเครื่องเปล่าไม่ติดสัญญาก็มีส่วนลดให้ทันทีสำหรับลูกค้าปัจจุบัน
  • มีบริการเสริมด้าน 5G ให้ใช้ มากกว่าเจ้าไหนๆ ทั้ง VR, AR, Cloud Gaming
  • ของแถมอื่นๆ มีให้ตั้งแต่หัวชาร์จ รวมถึงหูฟัง TWS และ Smart Tag

สำหรับรายละเอียดแบบลึกๆ สามารถติดตามอ่านได้ตามด้านล่างนี้เลยครับ

 

โปรพรีออเดอร์สั่งซื้อ Galaxy S21 Series 5G ล่วงหน้าสามารถแบ่งออกมาได้สำหรับลูกค้า 3 กลุ่ม คือ

  1. สำหรับลูกค้าใหม่ (HotDeal)
  2. สำหรับลูกค้าปัจจุบัน (BestBuy/HotDeal)
  3. สำหรับลูกค้าเซเรเนด (Serenade)

ซึ่งทั้ง 3 แบบนี้ จะมีส่วนลดค่าเครื่องที่แตกต่างกันไปตามแต่แพ็กเกจที่ใช้งาน ซึ่งสามารถสรุปส่วนลดที่ได้จากค่าแพ็กเกจออกมาได้ประมาณนี้

รุ่น ความจุ ราคาปกติ โปรโมชั่น ส่วนลดเมื่อสมัครแพ็กเกจ
699 1199 1399 1699
Galaxy S21 128GB 27900 Serenade 7000 11000 12500 18000
BestBuy / HotDeal 4000 6500 7500 9000
256GB 29900 Serenade 6500 8500 11000 13000
BestBuy / HotDeal 4000 6000 7000 8500
Galaxy S21+ 128GB 33900 Serenade 6500 9000 10500 15000
BestBuy / HotDeal 4500 7000 9000 10000
256GB 35900 Serenade 6500 9000 10500 15000
BestBuy / HotDeal 4500 7000 9000 10000
Galaxy S21 Ultra 128GB 39900 Serenade 8500 14000 15000 20000
BestBuy / HotDeal 5500 8000 10000 12000
256GB 41900 Serenade 8500 14000 15000 20000
BestBuy / HotDeal 5500 8000 10000 12000
512GB 45900 Serenade 7500 10000 11000 15000
BestBuy / HotDeal 5500 8000 10000 12000

ส่วนลด Galaxy S21 Ultra สูงสุด 22,000 บาท ได้มาอย่างไร

จากรูปจะเห็นได้ว่ามีโปรส่วนลดโหดๆอยู่ไม่ใช่น้อย แต่บางคนอาจจะยังสงสัยว่าที่บอกว่าลดค่าเครื่อง Galaxy S21 Series 5G สูงสุดถึง 22,000 บาท ได้มาได้อย่างไร เพราะตามตารางลดสูงสุดก็เพียง 20,000 บาทเท่านั้น ซึ่งในส่วนนี้จะเป็นการลดเพิ่มโดยใช้ AIS Points เพียง 1,000 คะแนน มาแลกเพิ่มได้อีกถึง 2,000 บาท รวมกับ 20,000 บาทข้างต้น ก็จะกลายเป็น 22,000 บาทแล้ว

ส่วน AIS Points จะเป็นคะแนนสำหรับลูกค้า AIS ได้รับเมื่อมีการจ่ายค่าบริการโทรศัพท์หรือเน็ตไฟเบอร์ ก็จะได้แต้มเข้ามาที่บัญชี รวมถึงจะมีกิจกรรมการตลาดที่คอยแจกแต้มให้อยู่เรื่อยๆ สามารถนำไปแลกรับส่วนลดอย่างอื่น หรือของรางวัลต่างๆ ได้อีกมากมาย สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เอไอเอส พอยท์

ทำไมต้องสมัครโปรรายเดือนเป็นพัน

ปัจจุบันโปรโมชั่นของเอไอเอสมีความแตกต่างจากปีก่อนๆค่อยข้างมาก จากที่ให้ค่าโทรและเน็ตที่เพิ่มมากขึ้น ตามค่าบริการที่เพิ่มขึ้น ซึ่งก็ไม่ตอบโจทย์การใช้งานอีกต่อไป จากความเร็วแรงของ 5G หลายคนเรียกร้องให้สามารถใช้งานได้แบบ Unlimited และการมีอุปกรณ์ที่หลากหลายขึ้น AIS จึงได้ปรับเปลี่ยนให้เราสามารถใช้เน็ตได้ไม่จำกัดตั้งแต่แพ็กเกจราคา 1,199 บาท และยังมีซิมแถมมาให้ใช้งานฟรีๆ อีก 1 ใบ สำหรับใส่อุปกรณ์อื่น ซึ่งสามารถใช้งานไปได้ตลอดเท่าที่เรายังใช้แพ็กเกจนี้อยู่ และยิ่งจ่ายค่าบริการรายเดือนสูงขึ้นไป ก็จะมีจำนวนนาทีการโทร และจำนวนซิมที่ได้เพิ่มขึ้นไปสูงสุดถึง 4 ซิม (รวมซิมหลักเป็น 5 ซิม) ซึ่งหากหารเฉลี่ยแล้ว จะเท่ากับว่าแต่ละซิมจะมีค่าใช้จ่ายราว 4 ร้อยกว่าบาทต่อซิมเท่านั้น เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการใช้งานหลายซิมเพื่อนำไปใส่อุปกรณ์อื่น หรือในเอาไปให้คนในครอบครัวใช้งาน และกลุ่มคนที่บริษัทออกค่าบริการมือถือให้นั่นเอง

ดูรายละเอียดของแพ็กเกจ 5G MaxSpeed ได้ที่

ไม่ต้องเปลี่ยนแพ็กเกจ ไม่ต้องติดสัญญา แค่เป็นลูกค้าเก่าก็มีส่วนลดให้ทันที

สำหรับใครที่ดูแพ็กเกจแล้ว ยังคิดว่าแพ็กเกจปัจจุบันที่ใช้งานอยู่ยังตอบโจทย์มากกว่า ก็สามารถเลือกสมัครแพ็กเกจ BestBuy เพื่อรับส่วนลดได้เช่นเดียวกัน ซึ่งจำนวนส่วนลดที่ได้นี้ ก็จะขึ้นกับค่าบริการรายเดือนที่เราใช้งานอยู่ เริ่มตั้งแต่ 699 บาท เป็นต้นไป และมีข้อดีคือไม่ต้องจ่ายค่าบริการล่วงหน้าแต่อย่างใด โดยจะมีเงื่อนไขว่าจะติดสัญญาใช้บริการ AIS ต่อไปอีก 12 เดือน

แต่ถ้าไม่ต้องการติดสัญญาใดๆ ทางเอไอเอสก็จะยังมีส่วนลดให้อยู่เช่นกัน เพียงใช้งานมาไม่น้อยกว่า 3 เดือน และมียอดค่าบริการต่อเดือนเกิน 150 บาท ก็รับไปเล่นส่วนลดค่าเครื่อง 1,000 บาท ให้กับ Galaxy S21 Series 5G ทุกรุ่น

ヾ(•ω•`)o———————

ทีนี้เพื่อนๆก็น่าจะพอเข้าใจภาพรวมทั้งหมดของแพ็กเกจ Galaxy S21 Series 5G จาก AIS กันแล้ว ด้านล่างนี้จะเป็นตารางสรุปรายละเอียดของแพ็กเกจ AIS Serenade, AIS BestBuy, และ AIS 5G Hot Deal Max Speed

โปรโมชั่น Galaxy S21 Series 5G ทุกรุ่น จาก AIS

สำหรับลูกค้า SERENADE

รุ่น ความจุ ราคาปกติ ราคาพิเศษ (พร้อมแพ็กเกจ)
699 1,199 1,399 1,699
Galaxy S21 128GB 27,900 20,900 16,900 15,400 9,900
256GB 29,900 23,400 21,400 18,900 16,900
Galaxy S21+ 128GB 33,900 27,400 24,900 23,400 18,900
256GB 35,900 29,400 26,900 25,400 20,900
Galaxy S21 Ultra 128GB 39,900 31,400 25,900 24,900 19,900
256GB 41,900 33,400 27,900 26,900 21,900
512GB 45,900 38,400 35,900 34,900 30,900

โปรโมชั่นอื่นๆ

  • ผ่อน 0% นานสูงสุด 40 เดือน
  • รับ AIS 5G service และ AIS PLAY VR มูลค่า 950 บาท เมื่อสมัครแพ็กเกจ 1,199 บาทขึ้นไป
  • ใช้ AIS Points 1,000 คะแนน รับส่วนลดเพิ่ม 2,000 บาท และรับ Galaxy Butler X

AIS BEST BUY / AIS 5G Hot Deal Max Speed สำหรับลูกค้าใหม่ + ปัจจุบัน ติดสัญญา 12 เดือน 

รุ่น ความจุ ราคาปกติ ราคาพิเศษ (พร้อมแพ็กเกจ)
699 1,199 1,399 1,699
Galaxy S21 128GB 27,900 23,900 21,400 20,400 18,900
256GB 29,900 25,900 23,900 22,900 21,400
Galaxy S21+ 128GB 33,900 29,400 26,900 24,900 23,900
256GB 35,900 31,400 28,900 26,900 25,900
Galaxy S21 Ultra 128GB 39,900 34,400 31,900 29,900 27,900
256GB 41,900 36,400 33,900 31,900 29,900
512GB 45,900 40,400 37,900 35,900 33,900

โปรโมชั่นและเงื่อนไขอื่นๆ ที่น่ารู้

    • AIS BestBuy สำหรับลูกค้าปัจจุบันเท่านั้น, AIS 5G Hot Deal Max Speed สามารถใช้ได้ทั้งลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่-ย้ายค่ายเบอร์เดิม
    • แพ็กเกจ BestBuy จะไม่ต้องจ่ายค่าบริการล่วงหน้า ไม่ต้องเปลี่ยนแพ็กเกจ เมื่อมีแพ็กเกจขั้นต่ำยอดที่กำหนด
    • แพ็กเกจ 5G Hot Deal Max Speed จะต้องจ่ายค่าบริการล่วงหน้า 
      • แพ็กเกจขั้นต่ำ 699 บาท จ่ายล่วงหน้า 2,000 บาท
      • แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,199 บาท จ่ายล่วงหน้า 3,000 บาท
      • แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,399 บาท จ่ายล่วงหน้า 3,500 บาท
      • แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,999 บาท จ่ายล่วงหน้า 4,500 บาท
      • โดยจะนำเงินส่วนนี้ไปแบ่งหักในค่าบริการรายเดือนเป็นเวลา 12 เดือน เช่น 2000/12 จะนำไปหักค่าบริการรายเดือนเดือนละ 166.67 เหลือจ่ายรายเดือน (699-166.67)*VAT = 569.59 บาท
    • ลูกค้าปัจจุบันสมัคร AIS 5G Hot Deal Max Speed แล้วจะได้สิทธิ์ Serenade ทันที ซึ่งสิทธิพิเศษของค่ายนี้เค้าให้เยอะ และน่าสนใจอยู่ ไปดูรายละเอียดกันเพิ่มเติมได้ที่ AIS Serenade
      • 899 บาท รับสิทธิ์ Serenade Emerald
      • 1,199 / 1,399 / 1,699 บาท รับสิทธิ์ Serenade Gold
      • 1,999 บาท รับสิทธิ์ Serenade Platinum
    • จำกัด 1 เลขหมายบัตรประชาชน รับสิทธิ์ซื้อได้ไม่เกิน 2 สัญญา (1 เบอร์โทร รับสิทธิ์ซื้อได้ 1 เครื่อง)
    • ใช้ AIS Points 2,000 แต้ม แลกส่วนลดเพิ่มได้อีก 2,000 บาท
    • ย้ายค่ายเบอร์เดิมรับส่วนลดเพิ่มได้อีก
      • ส่วนลดเพิ่ม 3,000 บาท เมื่อสมัครแพ็กเกจ 699 – 1,199 บาท
      • ส่วนลดเพิ่ม 5,000 บาท เมื่อสมัครแพ็กเกจ 1,399 บาท ขึ้นไป
    • ผ่อน 0% นานสุด 24 เดือน รับเครดิตเงินคืน สูงสุด 28% กับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ
  • ผ่อน 0% นานสุด 40 เดือน (ไม่ได้รับเครดิตเงินคืน)

ของแถมเมื่อซื้อ Galaxy S21 Series 5G กับทาง AIS

เป็นอันรู้กันว่าปัจจุบันทาง Samsung ได้ทำการเลิกแจกหัวชาร์จ และหูฟังมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานภายในกล่องเป็นที่เรียบร้อย แต่ในช่วงโปรโมชั่นสั่งจองล่วงหน้านี้ เค้าก็ทำการแถมมาให้พิเศษแบบครบๆ พร้อมอุปกรณ์เสริมอื่นๆ ที่เปิดตัวมาพร้อมกันอย่าง Galaxy Buds Pro และ Galaxy Smart Tag ด้วย

รุ่น ความจุ ราคา ของแถม
Galaxy S21 128GB 27,900 Galaxy Buds Live Galaxy Smart Tag Travel Adapter 25W
256GB 29,900
Galaxy S21+ 128GB 33,900
256GB 35,900
Galaxy S21 Ultra 128GB 39,900 Galaxy Buds Pro
256GB 41,900
512GB 45,900

 

แต่ข้อควรรู้คือของแถมทั้งเซทนี้จะได้เมื่อทำการซื้อด้วยโปร BestBuy เท่านั้น หากซื้อด้วยโปร Serenade และ AIS 5G Hot Deal Max Speed จะได้รับเพียง Travel Adapter 25W เท่านั้น

มูลค่าสินค้าแต่ละชิ้น ประกอบการพิจารณา

  • Galaxy Buds Pro มูลค่า 6,990  บาท
  • Galaxy Buds Live มูลค่า 5,990 บาท
  • Galaxy Smart Tag มูลค่า 890 บาท
  • Travel Adapter มูลค่า 490 บาท

 

ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกรุ่นไหนใน Galaxy S21, S21+ และ S21 Ultra เรามีสรุปเอาไว้ให้เรียบร้อย พร้อมสรุปจุดเด่นว่ามีอะไรน่าสนใจบ้างใน Galaxy S Series ใหม่นี้

ทำไม Galaxy S21 Series 5G ถึงน่าใช้บนเครือข่าย AIS

โดยปัจจุบันทาง AIS ได้เปิดให้บริการเครือข่าย 5G แล้วทั่วประเทศ พร้อมสถานีฐาน 5G จำนวนมากกว่า 5,000 แห่ง สัญญาณครอบคลุมพื้นที่ในกรุงเทพมากกว่า 60% และในตัวเมืองทุกจังหวัด ทำให้มั่นใจได้ว่าถ้าใช้ Galaxy S21 Series 5G รุ่นไหนก็ตาม จะมีโอกาสได้ใช้ 5G มากที่สุด และ AIS ยังเป็นเครือข่ายที่มีปริมาณคลื่นสำหรับให้บริการมากที่สุดในประเทศไทย สูงถึง 1420MHz โดยล่าสุดเตรียมเปิดให้บริการคลื่น 5G บนความถี่ 700 MHz ที่จะสร้างความครอบคลุมได้มากกว่าเดิม คาดการณ์ว่าจะสามารถขยายพื้นที่ให้บริการเครือข่าย 5G ให้ครอบคลุมประชากรมากกว่า 75% ได้ในอีก 4-5 ปีข้างหน้าเท่านั้น

สามารถตรวจสอบพื้นที่การครอบคลุมของสัญญาณ AIS 5G ในปัจจุบันได้จาก AIS 5G Coverage Map

Galaxy S21 Series 5G กับเทคโนโลยีล่าสุด 5G SA (Standalone) 

นอกเหนือจากความครอบคลุมของสัญญาณที่เหนือกว่าแล้ว AIS ยังเป็นเครือข่าย ที่มีการนำเอาเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของเน็ตเวิร์ค 5G มาให้บริการอยู่เสมอ ปัจจุบันเป็นเพียงเครือข่ายเดียวที่ให้บริการ 5G แบบ Stand Alone หรือเครือข่าย 5G ที่ใช้ระบบโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ 5G โดยเฉพาะ ทำให้ได้ความเร็วและการตอบสนองที่เหนือกว่า และ Galaxy S21 Series 5G ทุกรุ่น ปัจจุบันอยู่ระหว่างการทดสอบเพื่อใช้งาน 5G SA ในเร็ว ๆ นี้อีกด้วย

ทำความรู้จัก 5G SA เพิ่มเติมได้ที่

ทั้งหมดนี้ก็เป็นรายละเอียดโปรโมชั่น Galaxy S21 ทุกรุ่น จากเอไอเอส ที่นำมาฝากกัน ให้ทำความเข้าใจได้ง่ายๆ ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้เพื่อนๆที่กำลังพิจารณาซื้อสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นนี้กันนะครับ

 

from:https://droidsans.com/galaxy-s21-series-ais-preorder-promotion/

ซัมซุงกลายเป็นเจ้าแห่งการอัพเดต Android เร็ว ครอบคลุมหลายรุ่น ไม่ใช่แค่เรือธง

เว็บไซต์สาย Android บางแห่งออกมาชมซัมซุง ที่สามารถออกอัพเดต Android 11 ได้รวดเร็วเกินหน้าเกินตาบริษัทอื่นๆ (ไม่นับกูเกิล) ไปมาก

SamMobile เว็บข่าวสายซัมซุง ชี้ว่าซัมซุงปรับแก้ระบบหลังบ้านเรื่องการอัพเดตซอฟต์แวร์มาสักพักแล้ว และประกาศเมื่อเดือนสิงหาคม 2020 ที่จะการันตีอัพเกรด OS ให้มือถือเรือธงนาน 3 รุ่นใหญ่ ถือเป็นประกาศครั้งสำคัญ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ซัมซุงไปไกลกว่าเรือธงมาก มือถือรุ่นกลางอย่าง Galaxy M31 หรือแท็บเล็ต Galaxy Tab S ก็ได้อัพเดตเป็น OneUI 3.1 แล้ว ก่อน Galaxy S21 เริ่มวางขายจริงด้วยซ้ำ

ส่วน Droid-Life รวบรวมตัวเลขมือถือที่ได้อัพเดต Android 11 ว่ามีอย่างน้อย 14 รุ่นแล้ว กระบวนการอัพเดตเริ่มต้นจากการเปิด Beta Program หลังกูเกิลออก Android 11 เพียง 1 เดือน และตอนออกรอม OneUI รุ่นเสถียรก็สามารถทำได้ก่อนกำหนดที่ประกาศไว้ด้วย

Droid-Life เปรียบเทียบกับคู่แข่ง LG และ Motorola ที่ตอนนี้ยังไม่อัพเดต Android 11 เลยแม้แต่รุ่นเดียว ส่วน OnePlus ที่เคยชูจุดเด่นเรื่องรอมใกล้เคียงกับรอมกูเกิล ก็ยังอัพเดตแค่ 2 รุ่นคือ OnePlus 8 และ 8 Pro เท่านั้น

SamMobile ชี้ว่าเหตุผลที่ซัมซุงอัพเดตเร็ว มาจาก Project Treble ที่กูเกิลวางรากฐานเอาไว้ดี แต่ก็ต้องชมความพยายามของซัมซุงด้วย ที่สามารถใช้ประโยชน์จาก Treble ให้เกิดเป็นผลได้จริงตามที่กูเกิลวางแผนไว้

ที่มา – SamMobile, Droid-Life

from:https://www.blognone.com/node/120828

Samsung Galaxy XCover 5 โผล่บน Geekbench เตรียมเปิดตัวภายในปีนี้

Galaxy XCover 5 มือถือสุดแกร่งในตระกูล rugged device ที่มีคุณสมบัติด้านความทนทานขั้นเทพจาก Samsung ที่มีข่าวลือจะเปิดตัวในปีนี้ ในที่สุดก็มีผลทดสอบประสิทธิภาพไปโผล่บนเว็บไซต์ Geekbench เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เผยให้เห็นข้อมูลตัวเครื่องบางส่วน โดยจะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 11 ตั้งแต่แกะออกจากกล่อง

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2563 ได้มีข้อมูลเกี่ยวกับ Galaxy XCover 5 หลุดมาแล้วหนหนึ่ง โดยในตอนนั้นเป็นชื่อรหัส SM-G501B ซึ่งเป็นรุ่นที่รองรับ 5G แต่ที่โผล่บน Geekbench ล่าสุดนี้ มีชื่อรหัสที่แตกต่างออกไป คือ SM-G525F

ผลการทดสอบแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพการประมวลผล single-core ที่ 182 แต้ม และ multi-core 1,148 แต้ม มี RAM 4GB และทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 11 แม้จะไม่มีการระบุรายละเอียดของชิป แต่ก็น่าจะเป็น Exynos 850 ที่เผยโฉมไปเมื่อปีที่แล้วสำหรับสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้น

จุดแข็งของ Galaxy XCover 5 คือ ความทนทานระดับสูง ทั้งกันน้ำ กันฝุ่น ทนแรงกระแทก ได้รับการรับรองมาตรฐานที่กำหนดโดยกองทัพสหรัฐฯ ซึ่งหากใกล้ถึงช่วงเวลาเปิดตัวกว่านี้ คงมีข้อมูลเพิ่มเติมทยอยโผล่ออกมาให้เราได้เห็นกันเรื่อย ๆ ครับ

ปล. Galaxy XCover 4s, Galaxy XCover Pro และ Galaxy Tab Active 3 ต่างก็มีขายในบ้านเรานะครับ แต่ไม่วางจำหน่ายในหน้าร้านปกติ การสั่งซื้อต้องติดต่อ Samsung ประเทศไทยโดยตรงเท่านั้น ในนามบุคคลก็ซื้อได้เช่นกัน

 

ที่มา : Geekbench

from:https://droidsans.com/samsung-galaxy-xcover-5-appears-on-geekbench/

กล้องมือถือ Samsung Galaxy พัฒนาจากรุ่นแรกไปมากแค่ไหน ใน 11 ปีที่ผ่านมา?

ทุกวันนี้กล้องมือถือได้พัฒนาไปไกลมาก ๆ หากเทียบกับช่วงเวลา 10 กว่าปีก่อน ซึ่งมือถือในซีรีส์ Galaxy S จาก Samsung ก็ถือเป็นหนึ่งในผู้นำของอุตสาหกรรมนี้ และก็ได้เดินทางเข้าสู่ปีที่ 11 เรียบร้อยแล้ว โดยในช่วงเวลาที่ผ่านมาก็มีทั้งการปรับปรุงและพัฒนาทั้งในส่วนของฮาร์ดแวร์รวมถึงซอฟต์แวร์ จนมาถึง Galaxy S21 ในปัจจุบันนี้

Samsung Galaxy S : Panorama Shot

มือถือ Galaxy ยุคบุกเบิกรุ่นแรกจาก Samsung ที่ประสบความสำเร็จด้านยอดขายอย่างน่าพึงพอใจ มาพร้อมกับกล้องหลังความละเอียด 5M รองรับการบันทึกวิดีโอที่ความคมชัดระดับ HD มีระบบออโต้โฟกัสในพร้อม คุณสมบัติการจดจำใบหน้า และฟังก์ชั่นลดการสั่นไหว นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์พาโนรามา ถ่ายภาพหลาย ๆ ใบแล้วนำมาต่อกันยาว ๆ ได้อีกด้วย ซึ่งอาจเป็นฟีเจอร์ที่ดูธรรมดาสำหรับสมัยนี้ แต่จริง ๆ แล้วในตอนนั้นต้องบอกว่า มีประโยชน์มากทีเดียว เพราะกล้องอัลตร้าไวด์ในสมาร์ทโฟนก็ยังไม่มี แถมเวลาจะทำภาพพาโนรามาปกติต้องมาทำเองในโปรแกรมแต่งรูปอีก

ส่วนกล้องหน้าของ Galaxy S มีความละเอียดในระดับ VGA เน้นการใช้งานด้านวิดีโอคอลเป็นหลัก เนื่องจากการถ่ายภาพเซลฟี่ยังไม่ได้รับความนิยมเท่าไหร่นักในตอนนั้น จึงไม่จำเป็นต้องอัดความละเอียดสูง ๆ มาให้

Samsung Galaxy S2 : Flash LED

หนึ่งปีหลังจากนั้น Samsung ไม่รอช้า ต่อยอดความสำเร็จของ Galaxy S ด้วยการเปิดตัว Galaxy S2 ตามออกมา คราวนี้ถูกยกเครื่องทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง โดยการเพิ่มความละเอียดขึ้นเป็น 2MP และ 5MP ตามลำดับ แถมยังใส่แฟลช LED มาให้อีก 1 ดวง (รุ่นแรกไม่มี) ระบบการโฟกัสเองก็ถูกปรับปรุงขึ้นด้วยเช่นกัน อีกทั้งยังมีลูกเล่นเจ๋ง ๆ ในการแปลงภาพถ่ายให้มีลักษณะเป็นภาพการ์ตูนเก๋ ๆ ด้วย

Samsung Galaxy S3 : Burst Shot

ถัดมากับ Galaxy S3 ที่เผยโฉมในปี 2012 กันบ้าง กล้องหลังความละเอียด 8MP ของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้สามารถบันทึกภาพได้แบบไม่มีดีเลย์ ด้วยโหมด Zero Shotter Lag กดชัตเตอร์ปุ๊บ บันทึกรูปปั๊บ และสามารถถ่ายภาพแบบ Burst Shot รัว ๆ ได้ 20 รูป ภายในเวลา 3.3 วินาที พร้อมกันนี้ก็มีอัลกอริทึม Best Photo คัดเลือกภาพที่ดีที่สุดให้โดยอัตโนมัติด้วย ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียดอยู่ที่ 1.9MP

Samsung Galaxy S4 : Dual Shot

เป็นครั้งแรกของ Samsung ที่ได้ก้าวผ่านกำแพงของกล้องความละเอียด 10MP ด้วย Galaxy S4 ที่มาพร้อมกับกล้องหลัง 13MP และกล้องหน้า 2MP และในคราวนี้ ชิปประมวลผลภาพ (ISP) จำนวน 2 ตัว ที่อยู่ใน Exynos 5410 ได้ถูกดึงมาใช้ประโยชน์กับฟีเจอร์ Dual Shot ซึ่งจะเป็นการถ่ายภาพจากทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังพร้อม ๆ กันในเฟรมเดียว ส่วนฟีเจอร์การถ่ายภาพอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้แก่ Sound & Shot ถ่ายภาพพร้อมกับบันทึกเสียงลงไปด้วย และ Drama Shot ถ่ายภาพติดกันหลาย ๆ ใบ แล้วนำมารวมกันเพื่อบอกเล่าเรื่องราว

Samsung Galaxy S5 : Rich Tone HDR

Galaxy S5 เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของ Samsung ที่ได้ใช้เซนเซอร์ภาพภายใต้แบรนด์ ISOCELL (ก่อนหน้านี้ยังเป็นชื่อรหัสยาว ๆ อยู่) มีความละเอียดอยู่ที่ 16MP บนขนาด 1/2.6 นิ้ว การถ่ายภาพในที่แสงน้อยถูกปรับปรุงให้ดีขึ้น ทั้งในด้านของความสว่างที่เพิ่มขึ้นและปริมาณนอยส์ที่ลดลง ทางด้านของการถ่ายภาพแบบ HDR เองก็ถูกพัฒนาขึ้นเช่นเดียวกัน แถมยังใช้งานในการถ่ายวิดีโอได้ด้วย สีสดใจถูกใจวัยรุ่นเลยทีเดียว

Samsung Galaxy S6 : พร้อมถ่ายภาพในเวลา 0.7 วินาที

เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถถ่ายรูปได้อย่างรวดเร็วในทุกสถานการณ์ Samsung ได้เพิ่มฟีเจอร์ Quick Launch เข้ามาใน Galaxy S6 วิธีการก็ง่าย ๆ เพียงแค่กดไปที่ปุ่มโฮมติดกัน 2 ครั้ง โทรศัพท์จะเข้าสู่แอปกล้องและพร้อมใช้งานในเวลาเพียงแค่ 0.7 วินาทีเท่านั้น ฟังก์ชั่นการโฟกัสติดตามวัตถุถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่สำคัญ ส่วนกล้องหน้า 5MP คราวนี้มีรูรับแสงกว้างถึง ƒ/1.9 ช่วยให้ภาพเซลฟี่มีความสว่างมากขึ้น

Samsung Galaxy S7 : เซนเซอร์ภาพ Dual Pixel

Galaxy S7 พัฒนาอย่างก้าวกระโดดแบบติดเทอร์โบมาก ๆ ทั้งในเรื่องของคุณภาพและระบบโฟกัสอัตโนมัติ จากที่ก่อนหน้านี้ Samsung มักโดนบ่นว่า โฟกัสได้ช้า ไม่ทันใจ Samsung ก็เลยจับเอาเทคโนโลยี dual pixel มายัดใส่ในเซนเซอร์ภาพซะเลย ซึ่งในตอนนั้นเป็นเทคโนโลยีที่มีอยู่แค่ในกล้อง DSLR รุ่นสูง ๆ เท่านั้น ผลลัพธ์ที่ได้ก็น่าพอใจมาก ๆ อาจกล่าวได้ว่า สมาร์ทโฟนรุ่นนี้มีออโต้โฟกัสที่รวดเร็วและแม่นยำที่สุดในตลาด ณ ขณะนั้นเลยก็ว่าได้ (กว่าคู่แข่งจะตามทันก็ใช้เวลาหลังจากนั้นอีกพอสมควรเลยทีเดียว)

หลักการทำงานของ dual pixel นั้นตรงตามชื่อ คือ แบ่งพิกเซลทุกจุดบนเซนเซอร์ออกเป็น 2 ส่วน สำหรับตรวจจับวัตถุในลักษณะ phase detection ซึ่งทำงานได้ดีในแทบทุกสภาวะแสง จนถึงปัจจุบันก็ยังมีการใช้งานกันอย่างแพร่หลายอย่าง นอกจากจะโฟกัสได้อย่างรวดเร็วแล้ว ในแง่ของคุณภาพโดยรวมเองก็สุดยอดไม่แพ้กัน เพราะ Galaxy S7 สามารถทำคะแนนรีวิวจาก DXOMARK ไปได้ถึง 88 แต้ม คว้าอันดับ 1 ไปครอง

Samsung Galaxy S8 : อัลกอริทึมประมวลผลสัญญาณภาพใหม่

การที่เราจะถ่ายออกมาให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุดต้องอาศัยองค์ประกอบและปัจจัยหลายอย่าง เช่น แสงสว่างที่เพียงพอและการเคลื่อนไหวของตัวแบบ อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้อาจไม่ใช่อะไรที่สามารถควบคุมได้ในสถานการณ์จริง Samsung จึงได้ปรับปรุงอัลกอริทึมประมวลผลภาพขึ้นมาใหม่ใน Galaxy S8 โดยการถ่ายภาพต่อเนื่องติดกัน 3 เฟรม จากนั้นจึงค่อยเลือกรูปที่มีคุณภาพดีที่สุดออกมา

และเนื่องจากสมาร์ทโฟนเริ่มมีขนาดใหญ่มากขึ้นจนยากที่จะใช้งานด้วยมือเดียวได้ถนัด Samsung เลยได้นำการควบคุมด้วยท่าทางเข้ามาประยุกต์ใช้กับแอปกล้องของตัวเอง หากเราปัดหน้าจอไปทางซ้ายหรือขวา ก็จะเป็นการสลับใช้งานโหมดต่าง ๆ หรือหากเราปัดหน้าจอขึ้นหรือลง ก็จะเป็นการสลับใช้งานระหว่างกล้องหน้าและกล้องหลัง อะไรแบบนี้เป็นต้น

Samsung Galaxy S9 : Dual Aperture

กล้องหลักของ Galaxy S9 มีรูรับแสงกว้างที่สุดในโลก ณ ขณะนั้น ด้วย ƒ/1.5 รับแสงได้มากกว่า Galaxy S8 ราว 28% ทำให้ถ่ายภาพได้คมชัดแม้ในที่มืด แถมยังเป็นรูรับแสงแบบคู่ Dual Aperture สลับไปใช้งาน ƒ/2.4 ได้อีกด้วย ซึ่งจะว่าไปแล้ว หลักการทำงานของคุณสมบัตินี้บน Galaxy S9 ก็เป็นลักษณะเดียวกับกลไกการทำงานของดวงตามนุษย์ ที่ม่านตาจะขยายออกในสภาวะแสงน้อย และหรี่เข้าในสภาวะแสงจ้านั่นเองครับ

Galaxy S9 สามารถถ่ายวิดีโอ Super Slow-mo ได้สูงสุดที่ 960 fps และสามารถนำมาสร้างเป็นไฟล์ GIF เพื่อโพสต์ขึ้นโซเชี่ยลมีเดียได้อย่างง่ายดายอีกต่างหาก ส่วนฟีเจอร์ AR Emoji ที่ใช้สร้างอวตาร AR น่ารัก ๆ เองก็เจ๋งและน่าสนใจไม่แพ้กัน

Samsung Galaxy S10 : Super Steady

การสร้างคอนเทนต์วิดีโอด้วยสมาร์ทโฟนเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ Samsung ได้ตอบสนองต่อเทรนด์นี้โดยการใส่ฟังก์ชั่น Super Steady กันสั่นขั้นเทพให้กับ Galaxy S10 ในปี 2019 เสริมด้วย HDR10+ ที่มีขอบเขตสีกว้างสุด ๆ ก็ยิ่งเพิ่มความสมจริงเข้าไปอีก ในขณะที่กล้องอัลตร้าไวด์ 16MP นั้นให้ภาพมุมกว้างถึง 123 องศา (กว้างมาก) ใกล้เคียงกับมุมมองจากดวงตามนุษย์เลย

Samsung Galaxy S20 : Space Zoom

จากการผสมผสานการซูมแบบออปติคอลเข้ากับการซูมแบบดิจิทัล แล้วนำปัญญาประดิษฐ์มาช่วยประมวลผล ทำให้เกิดฟีเจอร์ที่ชื่อว่า Space Zoom ขึ้นมาใน Galaxy S20 Ultra ทำให้ซูมได้ไกลสุด ๆ ถึง 100 เท่าหากเทียบกับระยะเลนส์ปกติเลยทีเดียว ส่วนคุณสมบัติ Super Steady ก็ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากรุ่นก่อน มีการนำปัญญาประดิษฐ์มาช่วยประมวลผลเช่นเดียวกัน อีกทั้งยังเปิดใช้งานขณะบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงระดับ 8K ได้อีกด้วย

ทางด้านกล้องหลักของ Galaxy S21 Ultra มีความละเอียด 108MP ในขณะที่ Galaxy S21+ และ S21 มีความละเอียด 64MP ซึ่งต่างก็มีประสิทธิภาพที่เหลือล้นและให้ผลลัพธ์ที่น่าพึ่งพอใจสุด ๆ โดยได้คะแนนรีวิวจาก DXOMARK ไปที่ 122 แต้ม และ 118 แต้ม ตามลำดับ

Samsung Galaxy S21 : การถ่ายภาพและวิดีโอระดับโปร

ในปี 2021 นี้ Samsung ยังคงจัดเต็มเรื่องกล้องและการถ่ายภาพอย่างต่อเนื่อง นำโดย Galaxy S21 Ultra ตัวท็อปสุดที่มีกล้องเทเลโฟโต้ 2 ตัว 2 ระยะ และมีจำนวนกล้องรวมทั้งหมดถึง 5 ตัวด้วยกัน ดังนี้

  • กล้องหลัก : 108MP ƒ/1.8
  • กล้องอัลตร้าไวด์ : 12MP ƒ/2.2
  • กล้องเทเลโฟโต้¹ : 10MP ƒ/2.4
  • กล้องเทเลโฟโต้² : 10MP ƒ/4.9
  • กล้องเซลฟี่ : 40MP ƒ/2.2

ทางด้าน Galaxy S21+ และ S21 เอง แม้จะมีกล้องเทเลโฟโต้เพียงตัวเดียว แต่ได้รับการอัปเกรดความละเอียดเพิ่มขึ้นเป็น 64MP เพื่อใช้เทคนิคการซูมแบบดิจิทัลเข้ามาทดแทน โดยรวมแล้ว ทั้งคู่มีกล้องทั้งหมด 4 ตัว ดังนี้

  • กล้องหลัก : 12MP ƒ/1.8
  • กล้องอัลตร้าไวด์ : 12MP ƒ/2.2
  • กล้องเทเลโฟโต้ : 64MP ƒ/4.9
  • กล้องเซลฟี่ : 10MP ƒ/2.2

สมาร์ทโฟนในซีรีส์ Galaxy S21 ทุกรุ่น ต่างก็มีคุณสมบัติมากมายที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถถ่ายภาพได้ง่ายดายในทุกช่วงเวลาและทุกสถานการณ์ เช่น การนำเอาคุณสมบัติป้องกันการสั่นไหวมาต่อยอดเป็นฟีเจอร์ Zoom Lock ช่วยให้การถ่ายภาพในระยะ 10 เท่าด้วยกล้องเทเลโฟโต้ง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก ด้านการโฟกัสเองก็จัดจ้านสุด ๆ จากการทำงานร่วมกันของ dual pixel และ laser AF ซึ่งหากดูเฉพาะส่วนนี้อย่างเดียว อาจกล่าวได้ว่า Galaxy S21 มีประสิทธิภาพการโฟกัสมากกว่ากล้องถ่ายภาพ D-SLR ระดับไฮเอนด์หลาย ๆ รุ่นเสียอีก

ยิ่งไปกว่านั้น Samsung ยังได้ดึงเอาประโยชน์ของชิปประมวลผลภาพจำนวนหลายตัวที่อยู่ภายในออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เกิดเป็นฟีเจอร์เก๋ ๆ ที่ชื่อว่า Director’s View ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้งานมองเห็นภาพพรีวิวจากกล้องทุกตัวพร้อมกันได้แบบเรียลไทม์ เวลาสลับกล้องขณะกำลังบันทึกวิดีโอจะมีความลื่นไหลและต่อเนื่องมากขึ้น อีกทั้งยังมองเห็นเฟรมล่วงหน้าตลอดเวลาโดยที่ไม่ต้องมาคาดเดาเอาเอง พร้อมกันนี้ก็สามารถบันทึกภาพนิ่งหรือวิดีโอจากทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังในคราวเดียวกันได้อีกต่างหาก

กล้องทุกตัวจะรองรับการบันทึกวิดีโอ 4K ที่ 60 fps เป็นจุดที่พัฒนาขึ้นจากรุ่นก่อนเช่นกัน ไม่โดนลดความละเอียดเวลาสลับกล้องเหมือนรุ่นก่อน ๆ แล้ว

สำหรับ Galaxy S21 Ultra พี่ใหญ่ในซีรีส์ จะพิเศษกว่าใครเพื่อน เพราะเซนเซอร์ ISOCELL HM3 ตัวใหม่นั้นรองรับการบันทึกไฟล์ RAW แบบ 12-bit สามารถเก็บเฉดสีได้มากถึง 68.7 พันล้านสี เพิ่มขึ้นจากเดิม 64 เท่า หากเทียบกับไฟล์แบบ 10-bit ที่มี 1.07 พันล้านสี และมีเทคโนโลยี nona-binning รวมพิกเซล 9 เป็น 1 จุด ช่วยเพิ่มขนาดพิกเซลจากปกติ 0.8 μm เป็น 2.4 μm เพื่อการถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้เฉียบคมและมีคุณภาพมากขึ้นกว่าเดิม

…ถือเป็นการเดินทางที่ยาวนานจริง ๆ สำหรับทั้ง Samsung และมือถือในซีรีส์ Galaxy S ของตัวเอง แม้จะผ่านมา 11 ปีแล้ว แต่บริษัทก็ยังคงรักษามาตรฐานและคุณภาพได้เป็นอย่างดี ในแต่ละปีก็มีเทคโนโลยีที่พัฒนาไปและมีฟีเจอร์ใหม่ ๆ ตลอด โดยเราจะเห็นได้ว่า แทบไม่มีปีไหนเลยที่กล้องถ่ายภาพของ Galaxy จะเป็นรองคู่แข่งในตลาด

พอมาไล่ดูไทม์ไลน์แบบนี้แล้ว ก็ชวนทำให้คิดตามว่า ในปี 2022 เราจะได้เห็นอะไรเด็ด ๆ ว้าว ๆ จาก Samsung กันอีกนะ ? แค่ลองจินตนาการดูเล่น ๆ ก็รู้สึกตื่นเต้นแล้วล่ะครับ

 

อ้างอิง : Samsung | Wikipedia (1, 2, 3)

from:https://droidsans.com/samsung-galaxy-s-series-camera-technologies-11-years/

Samsung เตรียมผลิตชิปเซ็ต 5nm สำหรับขับเคลื่อนรถยนต์ไฟฟ้าให้ Tesla

เป้าหมายหลักๆ ตอนนี้ของ Samsung นอกจากจะเป็นเรื่องรักษาความเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดสมาร์ทโฟนแล้ว พวกเขายังตั้งเป้าว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในด้านชิปเซ็ตสำหรับใช้ในอุปกรณ์ต่างๆ อีกด้วย โดยล่าสุดมีรายงานออกมาว่า Samsung ได้ผลิตชิปเซ็ต 5 นาโนเมตรสำหรับใช้ในรถยนต์ไฟฟ้าของ Tesla แล้ว

สื่อจากเกาหลีใต้ได้ออกมาเปิดเผยว่าตอนนี้ Samsung และ Tesla กำลังคุยกันถึงความเป็นไปได้ของการผลิตชิปเซ็ตขนาด 5 นาโนเมตรสำหรับใช้เอาไว้ช่วยขับเคลื่อนรถยนต์ไฟฟ้าของ Tesla บริษัทสุดที่รักของ Elon Musk ที่ตอนนี้ก้าวขึ้นมาเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกคนใหม่ไปแล้ว

โดยเทรนด์รถยนต์ไฟฟ้าตอนนี้ถือว่ามาแรงสุดๆ ซึ่ง Samsung เองก็เล็งเห็นช่องทางเติบโตของบริษัทตรงนี้ อีกทั้งบวกกับที่ตอนนี้พวกเขาสามารถตัดชื่อของ HUAWEI ออกจากคู่แข่งเนื่องจากรายนั้นได้รับผลกระทบอย่างหนักจนไม่สามารถผลิตชิปเซ็ต Kirin ได้ ทำให้ Samsung คิดว่าตอนนี้แหละ ถือเป็นโอกาสที่เหมาะที่สุดที่จะเข้ามาจริงจังในตลาดชิปเซ็ตรถยนต์

ตอนนี้ทางทีมวิศวกรของ Samsung เองกำลังคุยกันในทีม Research and Development ถึงความเป็นไปได้และสเปคต่างๆ ของชิปเซ็ตขนาด 5 นาโมเมตรนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนนำไปใช้งานกับรถยนต์ไฟฟ้าของ Tesla นั้นเอง โดยชิปรุ่นนี้น่าจะผลิตบนสถาปัตยกรรมขนาด 5 นาโนเมตรแบบ EUV ซึ่ง ณ ปัจจุบัน มีเพียงแค่ Samsung และ TSMC เท่านั้นที่มีศักยภาพมากพอที่จะผลิตชิปสเปคเทพแบบนี้ได้ 

แต่เอาตรงๆ ตอนนี้ Samsung ก็เป็นคนผลิตชิปเซ็ตสำหรับใช้งานบนรถยนต์ไฟฟ้าให้กับ Tesla อยู่แล้ว ทว่าชิปดังกล่าวกลับผลิตบนสถาปัตยกรรมที่ขนาดค่อนข้างใหญ่ที่ 14 นาโนเมตร

บอกเลยว่าหากดีลชิป 5 นาโนเมตรระหว่าง Samsung และ Tesla สำเร็จขึ้นมาจริงๆ คู่แข่งอย่าง TSMC มีหนาวแน่ๆ เพราะตอนนี้ชิปรถยนต์ไฟฟ้าที่ล้ำที่สุดของพวกเขายังเป็นขนาด 7 นาโนเมตรอยู่เท่านั้น

 

ที่มา: gizmochina

from:https://droidsans.com/samsung-tesla-partner-5nm-chip-rumor/

ไม่เจ็บนิ้ว! สมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่จาก Apple และ Samsung อาจมาพร้อมฟีเจอร์ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดด้วยเซ็นเซอร์

ช่วงนี้เราจะเห็นได้ว่าค่ายมือถือต่าง ๆ ก็หันมาทำ Smart Watch ของตัวเองกันเกือบหมดแล้ว ซึ่งหลาย ๆ รุ่นก็จะมากับความสามารถในด้านสุขภาพไม่ว่าจะวัดชีพจร, อ๊อกซิเจนในเลือด, วัดระดับความเครียด ฯลฯ  ซึ่งล่าสุดมีรายงานว่าสมาร์ทวอทช์รุ่นที่จะเปิดตัวในปี 2021 อย่าง Galaxy Watch 4 และ Apple Watch Series 7  อาจมาพร้อมกับฟีเจอร์ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดได้โดยที่ไม่ต้องเจาะเลือด แต่จะใช้เซ็นเซอร์ Optical แทน โดยคาดว่าน่าจะพร้อมเปิดตัวในช่วงปลายปี 2021 นี้

ปกติแล้วการวัดระดับน้ำตาลในเลือดเพื่อตรวจหาเบาหวาน หรือ Fasting Blood Sugar (FBS/FPG) จะต้องทำโดยการเจาะเลือดที่ปลายนิ้วเพื่อหาค่าระดับน้ำตาลในเลือด และแม้ว่าจะมีชุดอุปกรณ์สามัญประจำบ้านที่เราสามารถตรวจหากันเองได้โดยไม่ต้องไปโรงพยาบาล แต่หลายคนก็อาจจะไม่ชอบที่ต้องเจ็บตัวเพราะโดนเข็มจิ้มนิ้วกันบ่อย ๆ

โดยก่อนหน้านี้ Verily Life Sciences บริษัทในเครือ Google Alphabet ที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อการค้นคว้าด้านยาและเวชภัณฑ์ กำลังหาวิธีการที่สะดวกสบายที่สุดให้ผู้ตรวจไม่ต้องเจ็บตัวทุกครั้งเมื่อมีการระดับน้ำตาลในเลือด ด้วยการคิดค้นคอนแทคเลนส์อัจฉริยะขึ้นมา ซึ่ง Google ก็เคยเผยโฉม Smart Contact Lens ที่มีความสามารถในการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดออกมาเมื่อปี 2014 แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ค่อยสะดวกกับคนที่ไม่คุ้นชินกับการใส่คอนแทคเลนส์มาก่อนอยู่ดี

และจากการรายงานล่าสุด ได้เผยว่า Galaxy Watch 4 หรือ Galaxy Watch Active 3  (ยังไม่ฟันธงว่าจะมากับรุ่นไหน) ที่จะเปิดตัวในปีนี้ อาจใส่ฟังก์ชันการวัดระดับน้ำตาลในเลือดด้วยเซนเซอร์ออปติคอล โดยตอนนี้ Samsung และมหาวิทยาลัย MIT กำลังร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวอยู่ ซึ่งฟังก์ชันนี้จะมีการทำงานคล้ายกับการวัดระดับออกซิเจนในเลือด (SpO2) โดยจะใช้เทคโนโลยี Raman Spectroscopy ในการตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ด้วยการวัดค่าการสั่นสะเทือนของโมเลกุลเมื่อกระทบกับแสง

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลออกมาด้วยว่าสมาร์ทวอทช์ Apple Watch Series 7 จะเปิดตัวมาพร้อมกับฟีเจอร์วัดระดับน้ำตาลในเลือดเหมือนกัน ซึ่งตอนนี้ทาง Apple กำลังทดสอบและพัฒนาอยู่ แต่อาจใช้เทคโนโลยี และวิธีการที่แตกต่างออกไปจาก Samsung

อย่างไรก็ตาม การใช้สมาร์ทวอทช์ที่มีฟีเจอร์ในการตรวจสอบสุขภาพต้องผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของแต่ละประเทศซะก่อน ถึงจะใช้งานได้จริง ซึ่งอาจจะเหมือนกับฟีเจอร์ ECG วัดคลื่นหัวใจบน Apple Watch ที่เพิ่งจะอนุมัติให้ใช้งานในประเทศไทยหลังจากที่เปิดตัวมากว่า 3 ปี

 

ที่มา : SlashGear

from:https://droidsans.com/galaxy-watch-4-and-apple-watch-7-will-come-with-blood-sugar-measurement/

สำรวจส่วนแบ่งตลาดหูฟังไร้สายทั่วโลก ไตรมาส 3 ปี 2020

หูฟังไร้สายและสมาร์ทวอทช์ยังคงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในในปี 2020 โดย Counterpoint บริษัทวิจัยด้านผลิตภัณฑ์เทคโนโลยี คาดว่าตลาดอุปกรณ์สวมใส่เติบโตกว่า 83% หรือคิดเป็นยอดขายกว่า 238 ล้านชิ้นทั่วโลก

ตลาดอุปกรณ์สวมใส่แบ่งเป็น 5 กลุ่มซึ่งหูฟังไร้สายและสมาร์ทวอทช์ถือเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุด คิดเป็นมูลค่ากว่า 93% ของตลาด ในแง่ของตลาดสมาร์ทวอทช์คาดว่าจะมีความต้องการลดลงในปี 2020 แต่จะได้รับความนิยมมากขึ้นควบคู่กับกระแสออกกำลังกายและการดูแลสุขภาพ

สำหรับสัดส่วนแบรนด์ที่มียอดขายอุปกรณ์หูฟังไร้สายคือ Apple 29% Xiaomi 13% Samsung 5% โดยรวมมีรายได้เพิ่มขึ้นทุกแบรนด์ โดยเฉพาะซัมซุงที่หันมาเสริมความแข็งแกร่งให้กับตลาดไฮเอนด์

Realme เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ราคาประหยัดที่ขึ้นมาติดอันดับ 10 เป็นครั้งแรก ตอกย้ำความความสำเร็จเช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนและครองตำแหน่งแบรนด์ม้ามืดมาแรงในตลาดอุปกรณ์สวมใส่แห่งปี 2021

ที่มา

Counterpoint research

from:https://www.thumbsup.in.th/explore-marketing-share-wearables?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=explore-marketing-share-wearables

[ลือ] ซัมซุงเป็นพาร์ทเนอร์กับ Tesla ผลิตชิป Exynos Auto สำหรับระบบไร้คนขับ

Asian Economy สื่อเกาหลีรายงานว่าซัมซุงจะเป็นพาร์ทเนอร์กับ Tesla Motors ในการพัฒนาและผลิตชิป Exynos Auto รุ่นใหม่ขนาด 5 นาโนเมตร กระบวนการผลิตแบบ EUV สำหรับการใช้งานกับระบบ Autopilot ของ Tesla

ปัจจุบันชิป Exynos Auto ของซัมซุงอยู่ที่ขนาด 8 นาโนเมตรและ 10 นาโนเมตรเท่านั้น และชิปล่าสุดอย่าง Exynos Auto V9 ก็เพิ่งจะนำมาใช้งานบนรถที่จะออกในปีนี้เท่านั้น ดังนั้นความร่วมมือระหว่างซัมซุงกับ Tesla น่าจะใช้เวลาอีกหลายปี (ในแง่กระบวนการผลิตชิปด้วย) กว่าจะออกเป็นผลิตภัณฑ์จริง

ที่มา – [Asian Economy[https://www.asiae.co.kr/article/2021012511343965414) via Notebookcheck

from:https://www.blognone.com/node/120813

[ลือ] เราอาจได้เห็นจีพียู AMD บน Samsung Galaxy Z Fold 3 ในไตรมาสหน้า

หลังจากที่ Samsung ซื้อไลเซนส์ Radeon เพื่อมาพัฒนาใช้บนมือถือตั้งแต่ปี 2019 และเปิดเผยในงาน Unpacked ปีนี้ ว่าจีพียู AMD มาแน่ในชิปเรือธงรุ่นถัดไป ล่าสุดมีข่าวลือจากทวิตเตอร์ Ice Universe ที่ปล่อยข่าวหลุดเกี่ยวกับ Samsung ได้แม่นยำพอสมควร ตั้งแต่สมัย Samsung เปลี่ยนมาใช้ชื่อ S20 แทน S11

คราวนี้เขาบอกว่าเราอาจได้เห็นจีพียู AMD บนมือถือ Samsung Galaxy Z Fold 3 ในไตรสมาสหน้า ซึ่งจะมาพร้อมชิป Exynos 2xxx และ Exynos 1xxx รุ่นถัดไป รวมถึง Samsung จะปล่อยชิปประมวลผลรุ่นใหม่เร็วขึ้น และอาจไม่ได้ออกปีละรุ่นเหมือนเคย

น่าสนใจว่าประสิทธิภาพของจีพียู AMD บนมือถือ เมื่อเทียบกับจีพียูอื่นอย่าง Adreno หรือ Mali แล้วจะมีประสิทธิภาพแตกต่างกัน หรือกินไฟมากน้อยกว่ากันมากแค่ไหน ถือเป็นพัฒนาการที่น่าสนใจอีกขั้นของวงการกราฟฟิกบนมือถือเลยทีเดียว

ที่มา – @UniverseIce

Galaxy Z Fold 2

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/120810

เผยชิปเซ็ต Exynos ที่มากับ GPU Radeon ของ AMD อาจมาเปิดตัวอย่างไวสุดกลางปีนี้

หากใครยังจำกันได้ในงาน Exynos On ที่จัดขึ้นเมื่อกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา Samsung ได้นำชิปตัวท็อป Exynos 2100 (5nm) มาเปิดตัว ท้าชนทุกค่าย แต่น่าเสียดายที่ GPU ที่ใช้ยังคงเป็น Mali-G78 เหมือนเดิม ล่าสุดมีแหล่งข่าวใกล้ชิดออกมาเผยว่า ปีนี้เราอาจได้เห็น GPU Radeon ของ AMD ในชิปเซ็ตตระกูล Exynos แล้ว

โดย Samsung Cat คนดีคนเดิมอย่าง Ice Universe ได้ออกมาเปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาสที่ 2 – 3 ของปี 2021 นี้ Samsung วางแผนที่จะเปิดตัวชิปเซ็ต Exynos รุ่นใหม่ ที่รอบนี้จะได้ AMD ยักษ์ใหญ่แห่งวงการชิปเซ็ตมาช่วยพัฒนา GPU

คาดว่ามือถือรุ่นแรกๆ ที่จะได้ใช้ชิปเซ็ตรุ่นนี้น่าจะเป็น Galaxy Z Fold 3 (หรือ Galaxy Note 21 ถ้า Samsung ยังตัดสินใจไม่ยุบซีรีส์นี้ทิ้ง)

พักหลังๆ ต้องบอกว่าชิปเซ็ตตระกูล Exynos ของ Samsung นั้น มักจะเป็นที่วิจารณ์ของชาวเน็ตและนักรีวิวมือถืออยู่บ่อยๆ ว่าการจัดการพลังงานไม่ดี อีกทั้งเล่นไปซักพักยังทำให้เครื่องร้อนเป็นเตาอบอีกด้วย แถมยังชอบโดนเอาไปเปรียบเทียบกับคู่แข่งอย่างชิปตระกูล Snapdragon ของ Qualcomm อีกว่าทำไมราคาเท่ากัน แต่ลูกค้าที่ได้ชิป Exynos ไปกลับได้รับมือถือที่ประสิทธิภาพด้อยกว่า

นั่นอาจเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ Samsung ได้ตัดสินใจยุบแผนก CPU Custom ของตัวเอง พร้อมกับหันไปใช้บริการ ARM Cortex-X1 และ Cortex-A78 แทน อย่างไรก็ตาม เหมือนว่าประสิทธิภาพของ GPU ในชิป Exynos 2100 ก็ยังไม่ทัดเทียมกับของคู่แข่งอย่าง Snapdragon 888 อยู่ดี

 

ที่มา: sammobile

 

from:https://droidsans.com/samsung-might-launch-exynos-amd-gpu-sooner-than-expected/