คลังเก็บป้ายกำกับ: ROG_PHONE_5

ROG Phone 5 มือถือเกมมิงตัวเทพจาก ASUS เคาะราคาเริ่มต้น 22,990 บาท วางขายแล้ววันนี้

ASUS ประเทศไทย ประกาศเปิดตัว ROG Phone 5 มือถือเกมมิงระดับไฮเอนด์ที่หลายคนรอคอยอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ มาพร้อมกับดีไซน์ใหม่ สวย หรู พรีเมียมกว่าเดิม มีไฟ RGB วิบวับที่ด้านหลัง ประสิทธิภาพตัวเครื่องโดดเด่นทั้งภาพ เสียง การประมวลผล และการเล่นเกม ราคาไม่ได้แพงอย่างที่คิด เริ่มต้นแค่ 22,990 บาท

ROG Phone 5 เป็นมือถือสายเกมมิงที่ยัดฮาร์ดแวร์มาให้แบบดุเดือดทุกภาคส่วน หน้าจอขนาด 6.78 นิ้ว ใช้พาเนล Super AMOLED อันเลื่องชื่อของ Samsung ขอบเขตสีกว้าง 111.23 ของสเปกตรัม DCI-PC ความคลาดเคลื่อนต่ำ Delta-E < 1 ผ่านมาตรฐานทั้ง HDR10 และ HDR10+ เลย รับประกันคุณภาพแน่นอน แถมยังมีอัตรารีเฟรชสูงสุด ๆ ถึง 144Hz อีกต่างหาก

กล้องหลังนั้นใส่มาให้ 3 ตัว กล้องหลักมีความละเอียด 64MP เซนเซอร์ภาพ IMX666 จาก Sony เสริมด้วยกล้องอัลตร้าไวด์ 13MP และกล้องมาโคร สามารถถ่ายวิดีโอได้ที่ระดับ 8K ที่ 30 เฟรมต่อวินาที และ 4K ที่ 60 เฟรมต่อวินาที สุดจัด ปลัดบอก

ทางด้านระบบเสียงนั้นดุเดือดไม่แพ้กัน กับลำโพงสตอรีโอคู่เสียงกระหึ่ม ปรับแต่งโดยผู้เชี่ยวชาญจาก Dirac แบรนด์เครื่องเสียงระดับโลก ใช้ชิปเสียงแยก ESS ของ SABRE และมีแจ็ก 3.5 มม.ด้วย ภาพแจ่ม เสียงแจ๋ว เล่นเกมเพลิน ๆ แน่นอน

ที่ขาดไม่ได้คือชิปประมวลผลซึ่งเป็นหัวใจหลัก โดย ASUS เลือกใช้ Snapdragon 888 จาก Qualcomm มาเป็นตัวขับเคลื่อน เรียกได้ว่า แรงที่สุดของ Android ในตอนนี้แล้ว เรื่องประสิทธิภาพคงไม่ต้องพูดกันให้มากความ มี 3D Vapor Chamber ที่ช่วยระบายความร้อนจากซีพียูได้โดยตรง ควบคุมอุณหภูมิได้อยู่หมัด และสามารถใช้งานควบคู่ไปกับพัดลมระบายอากาศ Aeroactive Cooler 5 ที่เป็นอุปกรณ์เสริมได้ด้วย

นอกจากนี้ในส่วนของ AirTrigger เองก็ได้รับการปรับปรุงใหม่เช่นกัน คราวนี้เดินทางมาถึงเจเนอเรชันที่ 5 แล้ว ทำงานโดยอาศัยเซนเซอร์อัลตร้าโซนิก ตอบสนองได้ฉับไวกว่าเก่า รองรับการควบคุมหลากหลายรูปแบบทั้งแนวตั้งและแนวนอน ปรับแต่งกันได้ตามสะดวก

สเปค ASUS ROG Phone 5

  • จอภาพ : Super AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว
    – ความละเอียด FHD+ (2448 x 1080 พิกเซล)
    – อัตรารีเฟรช 144Hz
    – ขอบเขตสี 150.89% ของ sRGB, 111.23% ของ DCI-P3, 87% ของ NTSC
    – ความคลาดเคลื่อนสี Delta-E < 1
    – ความสว่าง 800 นิต (สูงสุด 1200 นิต)
    – ผ่านมาตรฐาน HDR10 และ HDR10+
    – กระจกหน้าจอ Corning Gorilla Glass Victus
  • ชิป : Qualcomm Snapdragon 888
  • หน่วยความจำ : LPDDR5 8/16GB
  • สตอเรจ : UFS 3.1 128/256GB
  • กล้องหลัง :
    – กล้องหลัก 64MP, เซนเซอร์ภาพ Sony IMX666
    – กล้องอัลตร้าไวด์ 13MP
    – กล้องมาโคร
  • กล้องหน้า : 24MP
  • เสียง : ลำโพงสเตอรีโอ
    – ชิปเสียง ESS SABRE
    – ปรับแต่งเสียงโดย Dirac
  • การเชื่อมต่อ :
    – Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac
    – Bluetooth 5.2
  • พอร์ต :
    – USB Type-C x2
    – แจ็ก 3.5 มม. x1
  • เซนเซอร์ : Fingerprint, ultrasonic (AirTrigger 5)
  • แบตเตอรี่ : 6000mAh, รองรับ Quick Charge 5.0 และ PD Charging
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 11
  • สี : Phantom Black, Storm White

ราคาและการวางจำหน่าย

ROG Phone 5 ที่เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย แบ่งเป็น 2 รุ่นย่อยตามหน่วยความจำ คือ RAM 8GB + 128GB และ RAM 16GB + 256GB มีโปรโมชันและของแถมเพียบ รวมถึงอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ทาง ASUS ได้เอามาขายด้วยเช่นกัน

  • ROG Phone 5 : RAM 8GB – ราคา 22,990 บาท
  • ROG Phone 5 : RAM 16GB – ราคา 29,990 บาท
  • ROG Kunai 3 Gamepad – ราคา 3,990 บาท
  • ROG Clip – ราคา 990 บาท

พิเศษ ! สำหรับผู้ที่สั่งซื้อ ROG Phone 5 ระหว่างวันที่ 10 – 11 มิถุนายน 2564 โมเดล RAM 8GB รับฟรี ROG Cap มูลค่า 990 บาท และโมเดล RAM 16GB รับฟรี ROG Kunia 3 Gamepad มูลค่า 3,990 บาท หมดเขตตอน 21.00 นาฬิกา (จำนวนจำกัด)

ช่องทางการวางจำหน่ายคราวนี้หลากหลายมาก ๆ นอกเหนือจากร้านค้าตัวแทนจำหน่ายของ ASUS แล้ว ยังหาซื้อกันได้ผ่านร้านค้าไอทีชั้นนำ รวมถึงช่องทางออนไลน์ที่มีสีขาว Storm White เป็นเอ็กคลูซีฟด้วย

from:https://droidsans.com/asus-rog-phone-5-specs-price/

รีวิว ROG Phone 5 สะใจ โคตรแรง! เพื่อสายพันธุ์เกมตัวจริง

ASUS ROG Phone 5 สมาร์ทโฟน Android ที่ทรงพลังด้วยความเป็น ROG ที่มาจากสายเกมมิ่ง อุปกรณ์ที่ทำออกมาจำหน่ายจึงเน้นไปที่การเล่นเกม ให้มีความทรงพลังมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

แรงมากครับ แน่นอนว่าต้องเลือกใช้หน่วยประมวลผลที่แรงที่สุด Qualcomm Snapdragon 888 5G Mobile Platform และแรมใหม่สุด LPDDR5 ขนาดใหญ่สุดที่ 16GB และหน่วยความจำเร็วสุด UFS 3.1 มีขนาดความจำ 128GB และ 256GB ให้เลือก

จอแสดงผลขนาดใหญ่มาก 6.78 นิ้ว ความละเอียด 2448×1080 รีเฟรชเรทสูงมาก ระดับ 144Hz ใช้เทคโนโลยีจอ AMOLED จาก Samsung และมีระบบเสียงลำโพงคู่สุดกระหึ่มครับ ผมไม่เคยได้ยินเสียงลำโพงสมาร์ทโฟนที่หนักและแน่น เสียงมันสะใจขนาดนี้มาก่อน

ใช้ลำโพงคู่วางด้านหน้า Cirrus Logic amplifiers หันหาผู้ใช้โดยตรง แต่ทิศทางเสียงออกกว้างกระจายรอบตัว ปรับแต่งเสียงมาให้โดย Specialist Dirac เสียงลำโพงของมือถือรุ่นนี้ดีกว่าโน๊ตบุ๊คหลายๆ ตัวซะอีกครับ พร้อมมีรูหูฟัง 3.5mm มาพร้อมกับ ESS  DAC รองรับ Hires Audio

การสั่นของตัวเครื่อง ก็ใช้มอเตอร์แบบสองแกน ให้ความสั่นที่แตกต่างกัน จะรู้สึกถึงการสั่นของเครื่องในการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบครับ

แบตเตอรี่ใหญ่ระดับแท็บเล็ต ให้มาเยอะมาก 6000mAh เพราะมีฟังก์ชั่นที่กินพลังงานอยู่ในเครื่องหลายอย่างครับ รองรับการชาร์จไว 65W Hyper Charge ซึ่งเป็นการชาร์จไวในระด้บกลุ่มท็อปของตลาดในปัจจุบัน ผมทดสอบการชาร์จจากแบตประมาณ 20% แบตขนาด 6000mAh กลับมาเต็มได้ในเวลาประมาณ 50 นาทีครับ

จุดเด่นของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ไม่ใช่แค่เรื่องสเปคประมวลผลหรือตัวเครื่อง แต่ในเรื่องของเทคโนโลยีการเชื่อมต่อไร้สายก็ให้มาในระดับสูงเช่นกัน รองรับการใช้งาน 5G SA/NSA รองรับสัญญาณ Bluetooth 5.2, NFC, และ Wi-Fi เทคโนโลยีใหม่ 802.11a/b/g/n/ac/ax (พร้อมรองรับ 6E ในบางประเทศ) 4×4 MIMO

สามารถเชื่อมต่อสัญญาณ Wi-Fi แบบคู่ Dual 2.4Ghz และ 5.0Ghz จับพร้อมกันสองสัญญาณ เพิ่มความเสถียรและการตอบสนองของ Wi-Fi ได้เต็มประสิทธิภาพที่สุด

และระบบพิเศษที่เหนือกว่าใครคือระบบ HyperFusion ที่รวมเอาสัญญาณมือถือเข้าไปกับสัญญาณ Wi-Fi คู่ ให้กลายเป็นสามสัญญาณร่วมกัน ถ้าสัญญาณใดมีปัญหาหรืออ่อนลงไปก็จะมีอีกสองสัญญาณคอยประคอง ให้อินเตอร์เน็ตนิ่งตลอดเวลาในขณะใช้งาน

โดยเมื่อเปิดใช้เราจะเห็นไอคอน Wi-Fi สองไอคอน ที่มีสัญลักษณ์ + แสดงร่วมอยู่ด้วยครับ

ตัวเครื่องออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมโดยเฉพาะ มีปุ่มพิเศษบนขอบเครื่อง เรียกว่า “ปุ่มทริกเกอร์” จะถูกติดตั้งเป็นจุดรับสัมผัสบริเวณขอบเครื่องด้านบนซ้ายและด้านบนขวา เราสามารถกำหนดสองปุ่มนี้แทนการทัชด้วยนิ้วบนหน้าจอโดยตรงได้ ระบุตำแหน่งที่เราต้องการให้ปุ่มทริกเกอร์ทำงานแทนการทัช อาจจะใช้ในการกดไอคอนสั่งยิง หรือกดเพื่อเลือกใช้สกิล ได้เปรียบมากสำหรับการเล่นเกมโดยเฉพาะเกมแบบ FPS

มีพอร์ทพิเศษ POGO Pin ใช้ฝาจุกยางปิดเอาไว้กลางเครื่อง (มีจุกปิดสำรองมาให้ในกล่องอีกหนึ่งชิ้น) เป็นพินที่เอาไว้ใช้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกของทาง ROG

อย่างเช่น Aero Active Cooler ชุดพัดลมช่วยระบายความร้อนที่เป็นอุปกรณ์เสริมขาตั้งและปุ่มกดพิเศษในตัว ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ผมได้มารีวิวพร้อมกัน ยังอุปกรณ์เสริมที่ออกแบบมาใช้คู่กันอีกมากมายครับ ต่อยอดในอนาคตที่เราต้องการจะอัพเกรดให้กลายเป็นเครื่องเกมอย่างเต็มตัวมากกว่าเดิมได้

มีการวางตำแหน่งพอร์ทชาร์จใหม่และมีถึงสองตำแหน่ง พอร์ทด้านล่างจะถูกย้ายให้เยื้องไปด้านข้างเล็กน้อยเพื่อหลบการถือจับ และมีพอร์ทชาร์จตรงกลางเครื่องเป็นช่องที่สอง เอาไว้ใช้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมภายนอกที่ออกแบบมาใช้งานคู่กันและเป็นช่อง Type C ที่ใช้เสียบชาร์จได้ในตัว จะได้ถือเล่นเกมในแนวนอน ไม่ลำบากเวลาชาร์จไฟไปด้วยเล่นไปด้วยครับ

การออกแบบสวยเท่ สไตล์เกมมิ่ง ถ้าใครชอบอุปกรณ์แนวเกมมิ่งเกียร์อย่างการออกแบบที่ใช้แสงไฟ รุ่นนี้จัดให้! กับสัญลักษณ์ ROG ด้านหลังตัวเครื่องที่ปรับลักษณะไฟได้ด้วยซอฟท์แวร์ในตัวเครื่อง


ปรับแต่งได้ทั้งรูปแบบการกระพริบ การเปลี่ยนสีไฟ รูปแบบการไล่เฉดสี และการซิงก์ไฟให้เข้ากับการใช้งานของเครื่องในขณะนั้นแบบเรียลไทม์ ปรับเล่นได้เหมือนอุปกรณ์เกมมิ่งบน PC เลยครับ ^^

ตัวเครื่อง ROG Phone 5 จะมีความหนาและหนักสักหน่อย หนา 10 มิลลิเมตร หนัก 237 กรัม ด้านหลังตัวเครื่องให้กล้องมาสามตัว คุณภาพสูง กล้องดีครับ Sony IMX686 64 ล้านพิกเซล และกล้อง macro และ ultra-wide ความละเอียด 13 ล้านพิกเซลทั้งสองเลนส์ และกล้องหน้า 24ล้านพิกเซล

อุปกรณ์ภายในกล่องสวยงามทั้งแพ็กเกจ เขาใส่ใจมากครับ บนกล่องมีสกรีนตัวละคร AKIRA เป็นการ์ตูน AR ภาพเคลื่อนไหว ให้เราสแกนดูได้จากแอพพลิเคชั่น Armoury Crate ในตัวเครื่องโทรศัพท์ และเป็นแอพหลักที่ใช้ในการปรับแต่งระบบเครื่องระบบไฟทั้งหมดของ ROG Phone 5 เครื่องนี้ด้วย

สายชาร์จเป็นสายถักแบบ TypeC-To-TypeC ดูทนทาน ตัว Adaptor และเคสออกแบบได้เท่มาก มาพร้อมโลโก้จาก ROG

มีความใส่ใจในงานออกแบบไปจนถึงเข็มจิ้มซิมและถาดใส่ซิม ดูสวยงามน่าใช้ไปทุกชิ้นครับ

การใช้งานภายใน

ใช้ระบบภายในที่ออกแบบใหม่เพื่อการเล่นเกม ระบบหลักใช้ Android 11 แต่ต้องยอมรับว่ามีฟังก์ชั่นที่เกินคาดใส่มาเยอะมากครับ โดยเฉพาะใครที่ไม่เคยสัมผัสการใช้งานสมาร์ทโฟนเกมมิ่งตัวพ่ออย่าง ROG Phone รับรองว่าได้มีอะไรให้เรียนรู้ ตื่นตา และใช้งานสนุกแน่นอน



พูดกันในเรื่องของประสิทธิภาพกันก่อน ซึ่งจริงๆ แล้วเครื่องสเปคระดับนี้ความแรงไม่ต้องถามถึงแล้วนะครับ นี่มันคือสุดยอดของสมาร์ทโฟนในระบบ ไอ้ที่เคยคิดว่าเร็วแรง ตัวนี้ดันทะลวงการตอบสนองออกไปให้เร็วได้อีก ทั้งการเปิดปิดแอพ การเข้าออกสลับฉากของเกม การตอบสนองการสั่งงาน อยู่ในระดับที่ไม่เคยสัมผัสได้มาก่อนแม้ในกลุ่มเครื่องเรือธง เพราะมันไม่ได้เร็วแค่คำว่าลื่นไหลหรือผลทดสอบคะแนน Benchmark แต่มันเร็วไปหมดในการใช้งานจริง เร็วไปถึงการเชื่อมต่อดึงข้อมูล รู้สึกได้ถึงคุณภาพที่ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมจริงๆ ครับ สรุปได้สั้นๆ ว่า “โคตรแรง!”

เพราะนอกจากเรื่องของประสิทธิภาพในชุดประมวลผลที่ใช้ของดีทุกชิ้นแล้ว ระบบ Wi-Fi ของรุ่นนี้ก็มีความสามารถกว่ามาตรฐานทั่วไปครับ สามารถเชื่อมต่อ Wi-Fi คู่ Dual 2.4Ghz และ 5.0Ghz ได้พร้อมกันสองสัญญาณ  รวมเอาสัญญาณมือถือเข้าไปกับสัญญาณ Wi-Fi ให้กลายเป็นสามสัญญาณร่วมกัน ในโหมด HyperFusion



รองรับสัญญาณ WiFi ทั้ง 802.11a/b/g/n/ac/ax ยังมีความสามารถในการปล่อยสัญญาณ Wi-Fi Hotspot เป็น Wi-Fi 6 ด้วยนะ!!! ^^ เอากันให้สุดไปเลย


การทำงานหลักผมอยากจะเริ่มที่ตัวแอพ Armoury Crate กันก่อน เป็นแอพหลักเลยครับ การทำงานต่างๆ จะถูกควบคุมเอาไว้ในแอพนี้ทั้งหมด ต้องการใช้งานในประสิทธิภาพระดับใด? แรงขั้นเทพ ก็เปิด “โหมด X” กลางๆ ใช้งานได้เต็มที่ก็ “ไดนามิค” เน้นทำงานทั่วไป แบตเตอรี่อยู่ยาวหน่อย ก็เปิด “โหมดคงทนพิเศษ”

เป็นโหมดแบบพรีเซ็ตระดับการใช้พลังงานและทรัพยากรเครื่องครับ ทำเอาไว้ให้เรียกใช้ง่าย สลับโหมดง่าย เพราะในแต่ละวันเราใช้งานหลากหลายรูปแบบครับ ต้องการความแรงสำหรับการเล่นเกมเต็มขั้น หลังจากนั้นอาจจะอยากพักรักษาแบตเตอรี่เอาไว้ใช้งานนานๆ ก็แค่เปลี่ยนโหมดเท่านั้นเอง




แต่ผมจะบอกว่า เจ้า ROG Phone 5 ขนาดเปิดโหมดประหยัดแบต มันยังเล่นเกมได้ลื่นๆ เลย

ในแอพ Armoury Crate ยังเป็นแหล่งรวมรายชื่อเกมที่ ROG คัดสรรมาให้ โดยการแบ่งประเภทเอาไว้ตามการรองรับรีเฟรชเรทของเกมครับ รวมถึงรายชื่อเกมที่รองรับการใช้งานกับปุ่มทริกเกอร์ และรองรับการใช้จอยคอนโทรลเลอร์ในการควบคุม หมดปัญหาการหาเกมไม่ที่ต้องการไม่เจอครับ ทาง ROG จัดไว้ให้เป็นแคตตาล็อกให้เลือกเลย


รวมถึงเป็นแอพหลักที่ใช้การตั้งค่าไฟด้านหลังเครื่อง และตั้งค่าอุปกรณ์เสริมที่เชื่อมต่อเข้ากับตัวเครื่องด้วยครับ




หน้าจอแสดงผลใหญ่ เล่นอะไรก็เต็มตากว่า อันนี้สำคัญมากเลยเพราะหน้าจอขนาด6.78 นิ้วใหญ่มากจริงๆ ครับ สะใจเลยแหละ หน้าจอสีสวยเป็น AMOLED ความละเอียดดีครับ 2448×1080 และรีเฟรชเรทระดับ 144Hz ที่ไม่ต้องเดาว่าทำงานอยู่ในระดับไหน

เพราะในโหมดการใช้งานโดยเฉพาะการเล่นเกม จะมีชุดเครื่องมือสำหรับการปรับระบบให้เข้ากับการเล่นเกมโดยเฉพาะ เช่นเปลี่ยนโหมดประสิทธิภาพ ปิดกั้นการแจ้งเตือน และที่สำคัญ คือมีฟังก์ชั่นที่จะแสดงข้อมูลการทำงานของเครื่องขึ้นบนหน้าจอเอาไว้ได้ครับ โดยจะมีข้อมูลความร้อนของเครื่องและระดับรีเฟรชเรทที่กำลังทำงานของหน้าจออยู่นั้นเองครับ เพราะคนเล่นเกมหลายคนชอบที่จะรู้ประสิทธิภาพเครื่องของตัวเองครับ ^^

จอภาพสวย แล้วลำโพงยังโหดมากอีกด้วย เรียกว่าถ้าเปิดกันดังสุด คุณภาพเสียงอาจจะมีกลบรัศมีจากเสียงทีวีหรือลำโพงหลายๆ ตัวในบ้านเราเลยครับ

หน้าจอก็มีโหมดถนอมสายตาด้วยนะครับ ลดแสงสีฟ้าเมื่อเวลาใช้งานนานๆ หรือใช้ตอนกลางคืนอ เราก็เปิดฟังก์ชั่นนี้ช่วยลดภาระให้ดวงตากันสักหน่อย





มีหน้าจอ Alway-on Panel แสดงผลตลอดเวลาแม้จะล็อกเครื่องไว้ ออกแบบมาได้ดูเป็นเกมมิ่งดีครับ ^^ มีหลายแบบให้เลือก เอาไว้ดูเวลาหรือการแจ้งเตือนที่เราพลาดไป โดยไม่ต้องกดปลดล็อคเครื่องก่อน

แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ แต่เครื่องก็ใช้พลังงานเยอะเช่นกัน แบตขนาด 6000mAh ถ้าใช้งานแบบเปิดโหมด X ทำงานแบบเต็มประสิทฺธิภาพ ก็อยู่ได้นานปกติเหมือนเครื่องอื่นๆ ครับ ใช้งานต่อเนื่องได้ประมาณ 7 ชั่วโมง แต่ได้ความแรงมาเต็มพิกัด 100%  ถ้าเปิดโหมดประหยัดพลังงานแบบคงทน จะใช้แบตแค่ชั่วโมงละ 8-10% เท่านั้นเองครับ ดูหนังกันได้สามถึงสี่เรื่อง เล่นเกมได้นานประมาณ 10 ชั่วโมงต่อเนื่อง

ส่วนความร้อนของเครื่องถ้าใช้งานอยู่ในห้องแอร์ก็ปกติเลยครับ ประมาณราวๆ 40 องศาในขณะใช้งานเล่นเกม

ถ้าเอาไปใช้ข้างนอก ร้านอาหาร ไม่ใช่ห้องแอร์ ความร้อนจะรู้สึกมากขึ้นหน่อย ราวๆ 45% แต่ยังไม่เคยออกอาการผิดปกติมาให้ผมเห็นครับ

ทาง ROG ได้ออกแบบพัดลมระบายความร้อนมาให้ใช้งานคู่กันด้วย Aero Active Cooler ออกแบบเท่และมีปุ่มพิเศษที่ออกแบบมาให้สามารถกดโดยแม็บปิ้งเข้ากับจอทัชสกรีนของเครื่องเป็นปุ่มเพิ่มเติม และเป็นพัดลมที่จะช่วยลดความร้อนของเครื่อง




และเป็นขาตั้งให้กับเราเวลาใช้งานรับชมภาพยนตร์ และยังเพิ่มความเท่ไปในตัวด้วย เพราะมีไฟ RGB สวยๆ บนตัวอุปกรณ์ครับ ^^




ปุ่มด้านหลังของ Aero Active Cooler จะสามารถกำหนดให้เป็นปุ่มคำสั่งใช้งานบนหน้าจอทัชสกรีนโดยตรงได้ เราเข้าไประบุตำแหน่งทัชที่เราต้องการในแอพ Armoury Crate

เมื่อรวมกับปุ่มทริกเกอร์ด้านบนตัวเครื่องแล้ว ก็จะมีปุ่มพิเศษมากถึง 4 ปุ่มให้ใช้งานเพื่อความได้เปรียบและความสะดวกในการเล่นเกมครับ ^^ เสียบไฟชาร์จได้ไม่ต้องถอดครับ

ตัว Aero Active Cooler ออกแบบมาให้ใช้งานได้แม้เราจะใส่เคสของเครื่องที่แถมมาให้กล่องเอาไว้ครับ ไม่ต้องถอดเคส และยังเว้นช่องสำหรับการชาร์จแบตด้านข้างเครื่องเอาไว้ให้ พร้อมช่องหูฟัง 3.5 ที่สามารถต่อได้จากตัว Aero Active Cooler เองเลยครับ

กล้องถ่ายภาพ

พูดถึงด้านการถ่ายภาพสักหน่อยในปิดท้ายรีวิว จะบอกว่า ROG Phone 5 กล้องดีด้วยนะครับ คุณภาพสูงทีเดียว ด้านหลังตัวเครื่องให้กล้องสามตัว กล้องหลักเป็น Sony IMX686 ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล และกล้องที่สองเป็นกล้อง macro 13 ล้านพิกเซล และ Ultra-wide ความละเอียด 13 ล้านพิกเซลเช่นกัน และใช้กล้องหน้า 24 ล้านพิกเซล


UI ของกล้องก็ออกแบบเรียบง่าย มีโหมดถ่ายหน้าชัดหลังเบลอ โหมดถ่ายภาพกลางคืน สามารถซูมภาพได้ตั้งแต่มุมกว้าง 0.6x ไปจนถึง 8x คุมการซูมได้ดีครับ ซูมระดับ 8X ภาพยังไม่แตกจนดูเละครับ ถ่ายหวังผลได้เลย




กล้องคมครับ คุณภาพสูงตามระดับมาตรฐานเครื่องที่มาในกลุ่มตัวท็อป ด้านกล้องก็เช่นกัน ไม่ได้ด้อยไปกว่าด้านอื่นๆ ถ่ายง่าย ภาพคม เลนส์มีคุณภาพที่ดีครับ

ตัวอย่างภาพถ่ายจาก ROG Phone 5












สรุปท้ายรีวิว

แรง ทรงพลังมาก การันตีให้เลยว่าเต็มอิ่มสมใจทั้งภาพและเสียงและความทรงพลั เกมที่เราเคยเล่นมันยังเร็วขึ้นไปได้อีก ตอบสนองไวทั้งการใช้งานและการเชื่อมต่อดึงข้อมูลของตัวเกม

การออกแบบสวยทุกชิ้น ตัวเครื่องเท่ออกแบบมาในสไตล์เกมมิ่งตัวจริง ไฟ RGB สวยๆ ด้านหลังเครื่องที่ปรับแต่งได้ และอุปกรณ์เสริมที่ออกแบบมาได้เข้ากันในแนวคนเล่นเกมทุกชิ้น ใครชอบงานออกแบบลักษณะนี้ยิ่งใช้แต่ละชิ้นจะยิ่งชอบครับ

ระบบซอฟท์แวร์ออกแบบมาเพื่อคนเล่นเกม เข้าใจคนเล่นเกม มีปุ่มพิเศษและการช่วยเหลือคนเล่นเกมเยอะมากๆ สมบูรณ์แบบในการใช้งานสุดๆ เลยครับ

ROG Phone 5 เปิดราคา RAM 8+ ROM 128GB ที่ 22,990 บาท ส่วนรุ่น RAM 16 + ROM 256 ราคา 29,990 บาท เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน เป็นต้นไป พิเศษ!

 

ข่าว: รีวิว ROG Phone 5 สะใจ โคตรแรง! เพื่อสายพันธุ์เกมตัวจริง มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/review-rog-phone-5-asus-gaming-smartphone/

พรีวิว ROG Phone 5 พาชมตัวจริงเกมมิ่งเกียร์สุดแรง ที่มาในร่างสมาร์ทโฟน!!

ROG Phone 5 สมาร์ทโฟน Android ที่ทรงพลังเกินเบอร์ เพราะด้วยความเป็น ROG ที่มาจากสายเกมมิ่งตัวจริงเสียงจริง อุปกรณ์ที่ทำออกมาจึงไม่ได้คิดในขอบเขตของการเป็นแค่สมาร์ทโฟน แต่มันต้องเป็นเครื่องเกมที่ทรงพลังที่สุด งานออกแบบก็จะเอาใจสายเกมกันเต็มที่เลยครับ

ซึ่งในพรีวิวนี้ผมจะพามาดูตัวจริงกันก่อนการเปิดตัว จะไม่เน้นไปที่สเปคนะครับ ^^ แกะกล่องให้ดูงานออกแบบความสวยงามที่โคตรเท่! ของมันกันก่อน

อุปกรณ์ส่วนใหญ่ของ ROG Phone 5 จะไม่เหมือนใครครับ เพราะคิดมาเพื่อความเท่! ที่เข้ากับการเล่นเกมเป็นสำคัญ ^^ ไม่ว่าจะเป็นทรงเครื่อง อุปกรณ์เสริม แต่แน่นอนว่าการเล่นเกมที่ดีก็ต้องมาพร้อมกับพลังแห่งการใช้งานที่ “ทรงพลังที่สุด” เท่าที่สมาร์ทโฟน Android เคยใส่เข้ามาให้ในทุกๆ ด้านครับ

จอแสดงผลขนาดใหญ่มาก ใช้เทคโนโลยีจอจากผู้ผลิตที่ดีที่สุด Samsung AMOLED และระบบเสียงที่ได้คะแนนทดสอบสูงที่สุดในโลกของสมาร์ทโฟน ลำโพงคู่หน้า Cirrus Logic amplifiers ปรับแต่งเสียงมาให้โดย Specialist Dirac เสียงลำโพงดังกระหึ่มจนโน๊ตบุ๊คบางเครื่องต้องอาย

แบตเตอรี่ใหญ่ยักษ์ดั่งกับแท็บเล็ต รองรับการชาร์จไวด้วย adapter รองรับการเทคโนโลยีการเชื่อมต่อไร้สายระดับสูงทั้งหมด ทั้ง 5G และสามารถเชื่อมต่อสัญญาณ Wi-Fi คู่ Dual 2.4Ghz และ 5.0Ghz ได้พร้อมกันสองสัญญาณ เพิ่มความเสถียรและการตอบสนองของ Wi-Fi ได้เต็มประสิทธิภาพที่สุด

ตัวเครื่องออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมโดยเฉพาะ มีปุ่มทริกเกอร์พิเศษบนขอบเครื่องซ้ายและขวา เอาไว้เพื่อใช้สั่งงานได้ด้วยการแตะแทนการทัชหน้าจอ นิยมมีไว้เพื่อกดลั่นไกปืนใน FPS โดยเฉพาะ ^^

และมีพอร์ทพิเศษข้างเครื่อง เป็นพินที่เอาไว้ใช้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอก อย่างพัดลมหรืออุปกรณ์เสริมที่ ROG ออกแบบมาใช้คู่กัน การวางตำแหน่งพอร์ทชาร์จถูกย้ายไปให้เยื้องหลบการถือจับไปด้านข้าง ไม่ได้อยู่ตรงกลางให้เกะกะมือเหมือนรุ่นอื่นๆ ครับ ออกแบบมาเข้าใจคนใช้งานมากๆ




ประสิทธิภาพสูงสุดๆ ไปทุกด้านครับ การออกแบบก็ยอดเยี่ยม ความแรงไม่ต้องถามถึง เพราะจากที่ลองทดสอบเบื้องต้น ไอ้ที่เคยคิดว่าเร็วแรง ตัวนี้ดันทะลุการตอบสนองออกไปได้อีก การสลับฉาก การเข้าออกเกม การโหลดข้อมูลหน้าเกม ทุกอย่างฉับไวไปหมด รู้สึกได้ถึงคุณภาพที่ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมได้อย่างเต็มที่จริงๆ ครับ

การออกแบบด้านความสวยงามก็สุดๆ ถ้าใครชอบอุปกรณ์แนวเกมมิ่งเกียร์ เด่นทั้งรูปทรง งานประกอบ การออกแบบที่ใช้แสงไฟ โดยเฉพาะสัญลักษณ์ ROG ด้านหลังตัวเครื่อง ปรับได้ลักษณะไฟได้ด้วยซอฟท์แวร์ในระบบ เพราะเขาไม่ได้ทำมาให้แค่เพียงภายนอก แต่ภายในยังเต็มไปด้วยระบบสำหรับคนเล่นเกม ใครที่สนใจรายละเอียดสเปคอย่างเป็นทางการ รอติดตามรีวิวการใช้งานของเครื่องรุ่นนี้ได้จาก Appdisqus เราจะเอาแนะนำพร้อมกับราคาจำหน่ายอย่างแน่นอน

ตัวเครื่อง ROG Phone 5 จะมีความหนาหนักสักหน่อยจากสิ่งต่างๆ ที่ใส่เข้ามาให้ 173 x 77 x 10 มิลลิเมตร หนัก 237 กรัม ด้านหลังให้กล้องสามตัว พร้อมสัญลักษณ์ ROG ที่ปรับแต่งแสงไฟได้เหมือนอุปกรณ์เกมมิ่ง และสามารถซิงก์การแสดงไฟให้เข้ากับการเล่นเกมและการใช้งานได้หลากหลายมากๆ อีกด้วย

อุปกรณ์ภายในกล่อง สวยงามยันตัวแพ็กเกจเพราะใส่ใจมากครับ มีตัวละคร AKIRA เป็น AR ให้สแกนดูได้จากแอพพลิเคชั่น Armoury Crate ซึ่งเป็นแอพหลักที่ใช้ในการปรับแต่งระบบไฟและประสิทธิภาพเครื่องต่างๆ และยังเป็นแหล่งโหลดเกมที่ ROG คัดสรรมาให้แล้ว โดยเป็นเกมที่เข้ากันกับสเปคเครื่องแรงๆ ของรุ่นโดยตรงครับ




สายชาร์จให้มาก็เป็นสายถักสีดำ งานดีดูทนทาน ตัว Adaptor และเคสออกแบบสวย ตีตราโลโก้จาก ROG ใส่ใจไปจนถึงเข็มจิ้มซิมและถาดใส่ซิม ดูสวยงามน่าใช้ไปทุกชิ้น ยังกับสินค้า Limited Edition พิเศษเลยครับ




ROG Phone 5 จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทยเร็วๆ นี้ ก็รอติดตามรายละเอียด สเปค ราคา และโปรโมชั่นต่างๆ รวมถึงรอติดตามรีวิวเต็มๆ ของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ได้จากทาง Appdisqus เช่นกันนะครับ ^^

ข่าว: พรีวิว ROG Phone 5 พาชมตัวจริงเกมมิ่งเกียร์สุดแรง ที่มาในร่างสมาร์ทโฟน!! มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/preview-rog-phone-5-gaming-phone/

รวมมือถือเกมมิ่งตัวท็อปช่วงครึ่งแรกของปี 2021 สเปคแรงพอกัน แต่ฟีเจอร์ใครเด่นตรงไหนบ้าง

ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2021 ที่ผ่านมา มีเหล่ามือถือเกมมิ่งสเปคเทพระดับไฮเอนด์เปิดตัวมาเอาใจเกมมเอร์กันหลากหลายรุ่น ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกก็มีเปิดตัวมาทั้งหมด 4 ซีรีส์เข้าไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Nubia Red Magic 6 Series, ROG Phone 5 Series, Black Shark 4 Series และ Lenovo Legion Phone Duel 2 แน่นอนว่าแต่ละรุ่นก็จัดสเปคมาให้แบบไฮเอนด์ทั้งนั้น ด้วยหน้าจอรีเฟรชเรทสูง และชิปตัวแรงอย่าง Snapdragon 888 ส่วนฟีเจอร์สำหรับคอเกมที่แต่ละรุ่นจัดมาให้นั้น จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง และจะแตกต่างกันแค่ไหน…มาดูกันครับ

Red Magic 6 Series : จอ 165Hz, พัดลมในตัว, ชาร์จไว 120W

เริ่มต้นด้วย Nubia Red Magic 6 และ Red Magic 6 Pro มือถือเกมมิ่งซีรีส์แรกที่เปิดตัวก่อนใคร มากับจุดเด่นคือหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.8 นิ้ว ความละเอียด FHD+ พร้อมรีเฟรชเรทสูงกว่ามือถือรุ่นอื่น ๆ ที่ 165Hz แถมยังเป็นหน้าจอแบบ Adaptive Refresh Rate ปรับรีเฟรชเรทตามการใช้งานอัตโนมัติ เช่นการใช้หน้าจอทั่วไปจะปรับลงมาที่ 30Hz จะปรับเป็น 120Hz ทันทีที่มีการไถหน้าจอ หรือใช้แอปที่รองรับ และจะดันขึ้นไปสูงสุดถึง 165Hz เมื่อเล่นเกมที่รองรับ ทำให้ประหยัดแบตเตอรี่ได้มากกว่า

หมดห่วงเรื่องความร้อนจากการเล่นเกมยาว ๆ ด้วยพัดลมระบายอากาศในตัว โดยพัดลมของ Red Magic 6 ทำความเร็วได้ถึง 18,000 รอบต่อนาที ส่วนรุ่น Pro ทำได้ถึง 20,000 รอบต่อนาที แถมยังมีระบบรายความร้อนแบบ Heat Sink อีกต่างหาก ช่วยให้เฟรมเรทคงที่ไม่มีสะดุดเพราะเครื่องร้อนเกินไป

Red Magic 6 ให้แบตเตอรี่มา 5050 mAh พร้อมระบบชาร์จไว 66W ส่วนรุ่น Pro ให้แบตเตอรี่มาน้อยกว่าที่ 4500 mAh แต่ถูกแทนที่ด้วยระบบชาร์จไวที่สูงถึง 120W ซึ่งสามารถชาร์จจาก 0% – 50% ได้ในเวลาเพียง 5 นาที และใช้เวลาแค่ 17 นาที เพื่อชาร์จให้เต็ม 100%

สเปค NUBIA RED MAGIC 6 / RED MAGIC 6 PRO

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.8 นิ้ว ความละเอียด FHD+, รีเฟรชเรท 165Hz, Touch Sampling 500Hz,  รองรับการแสดงผลสี 10-bit
  • CPU : Snapdragon 888
  • GPU : Adreno 660
  • RAM : (รุ่นธรรมดา) 8GB / 12GB, (รุ่น Pro) 12GB / 16GB, (รุ่น Transparent Edition) 16GB / 18GB
  • ความจุ : 128GB / 256GB / 512GB (รุ่น Transparent Edition เท่านั้น)
  • กล้องหลัง
    – กล้องหลัก 64MP
    – กล้อง Ultrawide 8MP
    – กล้อง Macro 2MP
  • กล้องหน้า : 8MP
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอคู่, DTS X Ultra, รูหูฟัง 3.5 มม.
  • การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, BT 5.1
  • เซ็นเซอร์ : Fingerprint (ใต้จอ), accelerometer, gyro, proximity, compass
  • แบตเตอรี่ : (Red Magic 6) 5050 mAh รองรับชาร์จไว 66W, (Red Magic 6 Pro) 4500 mAh รองรับชาร์จไว 120W
  • ระบบ Android 11 ครอบด้วย RedMagic OS 4.0
  • ขนาด / น้ำหนัก : 169 x 77.09 x 9.7 มม. (รุ่น Pro 9.6 มม.) / 220 กรัม

 

ROG Phone 5 Series : แถบกราฟิกหลังเครื่อง, 4 ปุ่ม L-R ปรับแต่งได้, แบต 6000 mAh

ต่อด้วยเจ้าตลาดมือถือเกมมิ่งที่ได้รับผลตอบรับดีมาตลอดอย่าง ROG Phone 5 Series ซึ่งแม้ว่ารูปร่างหน้าตาโดยรวมจะไม่ค่อยเปลี่ยนไปแปลงไปจากรุ่นก่อนหน้าเท่าไหร่นัก แต่คราวนี้ในรุ่น ROG Phone 5 Pro และ ROG Phone 5 Ultimate จะล้ำขึ้น เพราะไม่ใช่แค่แถบไฟธรรมดา ๆ เท่านั้น แต่มาเป็นหน้าจอ ROG Vision ที่สามารถแสดงผลเป็นกราฟิกสีเคลื่อนไหวได้แบบเก๋ ๆ เมื่อชาร์จแบตเตอรี่, มีสายเข้า, เปิด X Mode หรืออื่น ๆ ตามที่เราตั้งค่า (รุ่น Ultimate แสดงผลเป็นขาว-ดำ)

ส่วนปุ่ม L R ที่เรียกว่าเป็นของจำเป็นสำหรับมือถือเกมมิ่งพันธุ์แท้ ซึ่ง ROG Phone 5 Pro และ Ultimate ก็มีมาให้ถึง 4 ปุ่ม โดย 2 ปุ่มจะอยู่ที่ขอบเครื่องตามปกติ ส่วนปุ่ม L2 R2 ที่เพิ่มเข้ามาจะอยู่บริเวณฝาหลังเครื่องให้ใช้นิ้วนางกดเอา (อาจต้องสร้างความเคยชินซักนิดนึง แรก ๆ อาจกดไม่ถนัด)

ยังไม่หมดแค่นั้น เพราะปุ่ม L R ด้านบนยังตั้งค่าเพิ่มเติมให้กลายเป็นปุ่มอื่น ๆ ได้อีก ตัวอย่างเช่นการกดปุ่ม R ปกติ จะเป็นการยิงปืน แต่หากตั้งค่าให้การแตะปุ่ม R แล้วลากนิ้วมาทางขวาจะกลายเป็นการเติมกระสุน, ปุ่ม L ปกติจะใช้กดเพื่อเล็งเป้า แต่ตั้งค่าให้การแตะปุ่ม L แล้วลากมาทางซ้ายกลายเป็นการขว้างระเบิดได้ เป็นต้น

แม้ว่า ROG Phone 5 Series จะให้ระบบชาร์จไวมา 65W ซึ่งจริง ๆ ก็นับว่าเร็วอยู่แหละ แต่หากเทียบกับมือถือเกมมิ่งรุ่นอื่นยังถือว่าช้ากว่ามาก…ASUS ก็เลยยัดแบตเตอรี่มาให้มากกว่าชาวบ้านอยู่ที่ 6,000 mAh ทำให้ใช้งานต่อเนื่องได้ยาวกว่าใครนั่นเอง

ยังมีฟีเจอร์เด็ด ๆ อย่าง Bypass charging ที่เราสามารถเสียบสายชาร์จเพื่อส่งไฟเข้าตัวเครื่องโดยตรงแบบไม่ต้องผ่านแบตเตอรี่ ทำให้แบตเตอรี่ไม่เสื่อมสภาพเร็ว และเครื่องยังไม่ร้อนจากการชาร์จไปเล่นไปอีกด้วย

สเปค ASUS ROG PHONE 5 / PRO / ULTIMATE

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละอียด FHD+ รีเฟรชเรท 144Hz, Touch Sampling 300Hz, รองรับการแสดงผล HDR10+
  • CPU : Snapdragon 888
  • GPU : Adreno 660
  • RAM (LPDDR5) : 8GB / 12GB / 16GB / 18GB (เฉพาะรุ่น Ultimate)
  • ความจุ (UFS 3.1) : 128GB / 256GB / 512GB (เฉพาะรุ่น Pro และ Ultimate) ไม่รองรับ microSD Card
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    – กล้องหลัก 64MP
    – กล้อง Ultra wide
    – กล้องมาโคร
  • กล้องหน้า : 24MP
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอคู่แบบ Front Facing, Dirac Sound, มีรูหูฟัง 3.5 มม.
  • การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, BT 5.2
  • เซ็นเซอร์ : Fingerprint (ใต้หน้าจอ), accelerometer, gyro, proximity, compass
  • แบตเตอรี่ : 6000 mAh รองรับชาร์จไว 65W
  • ระบบ Android 11 ครอบด้วย ROG UI
  • ขนาด / น้ำหนัก : 172.8 x 77.3 x 10.3 มม. /238 กรัม

 

Black Shark 4 Series : จอ Touch Sampling 720Hz, ปุ่ม L R ของจริง, ชาร์จไว 120W

มือถือเกมมิ่งซีรีส์นี้ จะแบ่งออกเป็น 2 รุ่นคือรุ่นธรรมดา และรุ่น Pro ซึ่งความแตกต่างชัด ๆ เลยก็คือรุ่นธรรมดาใช้ชิป Snapdragon 870 ส่วนรุ่น Pro ใช้ Snapdragon 888 แต่ฟีเจอร์เด่นของซีรีส์นี้จะให้มาเหมือนกัน อย่างเช่นหน้าจอ E4 AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว รีเฟรชเรท 144Hz ที่มี Touch Sampling สูงถึง 720Hz ทำให้การตอบสนองต่อการควบคุมเกมรวดเร็ว และแม่นยำสุด ๆ มีความหน่วงแค่ 8.3 มิลลิวินาที ซึ่งแทบจะไม่สังเกตเลย

จริงอยู่ที่มือถือเกมมิ่งในตอนนี้มีปุ่ม L R มาให้ทั้งนั้น แต่ส่วนมากก็จะเป็นแค่ปุ่มแบบสัมผัสเท่านั้น ทำให้บางทีก้เมื่อยนิ้วชี้ที่ต้องคอยยกอยู่ตลอดเวลาเล่นเกม เพราะหากเอานิ้วลงมาโดนปุ่มนิดหน่อยไกปืนก็ลั่นแล้ว…แต่สำหรับ Black Shark 4 Series จะพิเศษกว่าใครด้วยปุ่ม L R ของจริงที่ยื่นออกมาจากขอบเครื่อง ต้องใช้แรงกดลงไปถึงจะตอบสนองเหมือนกับคอนโทรลเลอร์เกมจริง ๆ นั่นเอง ทำให้การเล่นเกมได้อารมณ์เหมือนเครื่องเกม แถมเวลาไม่ใช้งานปุ่ม L R ยังหดลงไปเก็บในตัวเครื่องได้อีกด้วย

แม้ว่า Black Shark 4 Series จะมีแบตเตอรี่แค่ 4500 mAh แต่มันมากับระบบชาร์จโคตรไว 120W ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 0 – 100% ได้ในเวลาแค่ 15 นาทีเท่านั้นเอง…หรือถ้าใครรีบหน่อย จะชาร์จแค่ 5 นาที ก็ยังได้แบตเตอรี่ไปใช้ตั้ง 50% เลยนะ

สเปค Black Shark 4

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ความละอียด FHD+ รีเฟรชเรท 144Hz, Touch Sampling 720Hz
  • CPU : Snapdragon 870
  • GPU : Adreno 650
  • RAM (LPDDR5) : 6GB / 8GB / 12GB
  • ความจุ (UFS 3.1) : 128GB / 512GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    – กล้องหลัก 48MP
    – กล้อง Ultra wide 8MP
    – กล้องมาโคร 5MP
  • กล้องหน้า : 20MP
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอคู่, มีรูหูฟัง 3.5 มม.
  • การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, BT 5.2
  • เซ็นเซอร์ : Fingerprint (ด้านข้าง), accelerometer, gyro, proximity, compass, barometer
  • แบตเตอรี่ : 4500 mAh รองรับชาร์จไว 120W
  • ระบบ Android 11 ครอบด้วย Joy UI 12.5
  • ขนาด / น้ำหนัก : 163.8 x 76.4 x 9.9  มม. /210 กรัม

สเปค Black Shark 4 Pro

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ความละอียด FHD+ รีเฟรชเรท 144Hz, Touch Sampling 720Hz
  • CPU : Snapdragon 888
  • GPU : Adreno 660
  • RAM (LPDDR5) : 8GB / 12GB / 16GB
  • ความจุ (UFS 3.1 + SSD) : 256GB / 512GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    – กล้องหลัก 64MP
    – กล้อง Ultra wide 8MP
    – กล้องมาโคร 5MP
  • กล้องหน้า : 20MP
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอคู่, มีรูหูฟัง 3.5 มม.
  • การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, BT 5.2
  • เซ็นเซอร์ : Fingerprint (ด้านข้าง), accelerometer, gyro, proximity, compass, barometer
  • แบตเตอรี่ : 4500 mAh รองรับชาร์จไว 120W
  • ระบบ Android 11 ครอบด้วย Joy UI 12.5
  • ขนาด / น้ำหนัก : 163.8 x 76.4 x 9.9  มม. /210 กรัม

 

Legion Phone Duel 2 : กล้องเซลฟี่ป๊อปอัพด้านข้าง, พัดลมคู่ในตัว, ปุ่มสำหรับเล่นเกม 8 ปุ่ม

สำหรับ Legion Phone Duel 2 (ถ้าดูจากรูปร่างหน้าตาและฟีเจอร์ทั้งหมดแล้วน่าจะเรียกว่าเครื่องเกมที่โทรได้มากกว่า) คราวนี้ยังมากับฟีเจอร์เอาใจสายแคสท์เกมโดยเฉพาะด้วยกล้องเซลฟี่ป๊อปอัพที่อยู่ด้านข้างเครื่อง ทำให้เหมาะสุด ๆ สำหรับการแคสท์เกม เพราะไม่โดนมือบัง หรือหน้าไม่ตรงกล้องเหมือนมือถือทั่วไป แถมยังมีความละเอียดสูงถึง 44MP และยังมีซอฟท์แวร์สำหรับการแคสท์เช่นตัดฉากหลังได้ หรือจะเปลี่ยนหน้าเป็น Avatar ก็ยังได้

เล่นเกมยาว ๆ แบบไม่กลัวร้อนด้วยพัดลมคู่ในตัว แถมยังมีระบบระบายความร้อนแบบ Vapor Chamber Liquid Cooling เข้ามาช่วยอีกแรง ทำให้หมดห่วงเรื่องเครื่องร้อนจนเฟรมเรทตกไปได้

มือถือเกมมิ่งรุ่นอื่น ๆ จะมีปุ่ม L – R ตรงขอบเครื่องมาให้แค่ 2 ปุ่ม แต่ Legion Duel Phone 2 จัดมาให้เลย 4 ปุ่ม และยังมีปุ่มด้านหลังเครื่องอีก 2 ปุ่ม แถมด้วยปุ่มที่ซ่อนไว้ใต้หน้าจออีก 2 ปุ่ม รวมเป็นทั้งหมด 8 ปุ่ม ให้ตั้งค่ากันได้แบบเต็มที่เหมือนกับใช้คอนโทรลเลอร์จริง ๆ กันไปเลย

สเปค LENOVO LEGION PHONE DUEL 2

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.92 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 144Hz
  • CPU : Snapdragon 888
  • GPU : Adreno 660
  • RAM (LPDDR5) : 12GB / 16GB / 18GB
  • ความจุ (UFS 3.1) : 256GB / 512GB
  • กล้องหลัง : กล้องหลัก 64MP (f/1.9) และกล้อง Ultra Wide ความละเอียด 16MP (f/2.2)
  • กล้องหน้าป๊อปอัพ : 44MP (f/2.0)
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอคู่ด้านหน้าแบบแม่เหล็ก 7 ชิ้น, Dolby Atmos, ไมโครโฟน 4 ตัว พร้อมระบบลดเสียงรบกวน, ไม่มีรูหูฟัง 3.5 มม.
  • เซ็นเซอร์ : Fingerprint sensor (ใต้จอ), 3D Motion Sensor, E-Compass, Gyroscope, Proximity, Ambient Light, Quad Ultrasonic Shoulder keys, Dual Capacitance keys, Dual Force Touch Sensor
  • แบตเตอรี่ : 5500 mAh (2750 mAh 2 ก้อน) รองรับชาร์จไว 90W
  • ระบบ Android 11 ครอบด้วย ZUI 12.5
  • ขนาด / น้ำหนัก : 176 x 78.5 x 9.9 มม. (12.56 มม. กลางเครื่อง) / 256 กรัม

 

รุ่นไหนเหมาะกับใคร

  • Red Magic 6 Series : สำหรับคนที่อยากได้มือถือเกมมิ่งแบบครบเครื่องจบในตัว หน้าจอลื่นปรื๊ด พัดลมในตัวไม่ต้องซื้อแยกมาติดเครื่องให้ดูเทอะทะ แถมยังชาร์จแบตไวสุด ๆ
  • ROG Phone 5 Series : สำหรับคนอยากได้มือถือแบตอึด ๆ มีปุ่มสำหรับเล่นเกมที่ตั้งค่าได้หลากหลาย แถมยังเท่ด้วยแถบไฟด้านหลังที่แสดงกราฟิกได้ด้วย (รุ่น Pro / Ultimate) และยังคงมีรูหูฟังมาให้อยู่
  • Black Shark 4 Series : สำหรับคอเกมที่อยากสัมผัสประสบการณ์การเล่นเกมที่เหมือนได้ใช้คอนโทรลเลอร์ด้วยปุ่มที่กดได้จริง ๆ บวกกับหน้าจอที่ตอบสนองไวจัด ๆ ถึง 720Hz พร้อมระบบชาร์จไว 120W
  • Legion Phone Duel 2 : เหมาะสุด ๆ สำหรับสายแคสท์เกมด้วยกล้องป๊อปอัพด้านข้างความละเอียดสูงถึง 44MP พร้อมปุ่มสำหรับเล่นเกมมากถึง 8 ปุ่ม และยังระบายความร้อนด้วยพัดลมคู่อีก

เห็นแบบนี้ก็บอกได้เลยว่าเลือกยากจริง ๆ เพราะแต่ละรุ่นมีสเปคที่แรงพอกันจนแทบไม่ต้องห่วงเรื่องประสิทธิภาพของเกมเลย แต่จะแตกต่างกันก็ตรงที่ฟีเจอร์อื่น ๆ ที่ใช้ในการเล่นเกมนั่นแหละ เพราะบางคนก็อาจคิดว่าฟีเจอร์นี้จำเป็นมาก ๆ ในขณะที่บางคนก็คิดว่าฟีเจอร์นี้คงไม่ค่อยได้ใช้เท่าไหร่ (ถ้าเลือกประกอบเองได้เหมือน PC คงจะดีเนาะ 555) รวมถึงดีไซน์ตัวเครื่องแต่ละรุ่นที่เรียกว่าใครเห็นก็รู้เลยว่าไม่ใช่มือถือทั่วไปแน่นอน…ซึ่งก็ไม่แน่ว่าส่วนนี้อาจเป็นตัวเลือกหลักในการตัดสินใจซื้อมือถือเกมมิ่งของบางคนก้ได้นะครับ

นอกจากนี้ก็ยังไม่สามารถตัดสินใจดูจากราคาได้อีกต่างหาก เนื่องจากมือถือเกมมิ่งทั้ง 4 รุ่น ยังไม่มีรุ่นไหนที่วางขายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเลยซักรุ่นเดียว…ก็เลยต้องมารอลุ้นกันต่อไปครับ ว่าราคาในบ้านเราจะอยู่ที่เท่าไหร่กันบ้าง

from:https://droidsans.com/gaming-phones-1st-half-2021/

ASUS ROG Phone 5 หักคามือ JerryRigEverything เหตุเพราะประกอบตัวเครื่องแบบใหม่ทำให้ความทนทานลดลง

ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน YouTuber ชื่อดังอย่าง JerryRigEverything ได้ปล่อยคลิปทดสอบความทนทานของ ROG Phone 5 มือถือเกมมิ่งระดับเรือธง จนตัวเครื่องหักครึ่งดังเป๊าะไปอย่างง่ายดาย ซึ่งล่าสุด YouTuber คนดังกล่าวก็ได้มาแงะเข้าไปดูในโครงสร้างตัวเครื่องเพื่อหาสาเหตุว่าทำไม ROG Phone 5 หักได้ง่ายดายขนาดนี้ โดยพบว่าสาเหตุก็มาจากการประกอบเครื่องแบบใหม่ที่แบ่งแบตเตอรี่ออกเป็น 2 ฝั่งนั่นเอง

ก่อนหน้านี้ในคลิปแรกได้มีการทดสอบความทนทานของ ROG Phone 5 หลากหลายรูปแบบ ทั้งรอยขีดข่วนที่บริเวณหน้าจอ จอเครื่อง ด้านหลังเครื่อง และโมดูลกล้อง ซึ่งผลที่ออกมาก็เป็นรอยขีดข่วนปกติ เพราะวัสดุส่วนใหญ่เป็นอลูมิเนียม ทำให้เป็นรอยได้ง่ายมาก ๆ แต่พอเริ่มทดสอบหักครื่องด้วยมือเปล่าก็ต้องตกใจทันทีเพราะบริเวณขอบ ๆ ของเสาสัญญาณ ROG Phone 5 มีการแตกร้าวเกิดขึ้น ทำให้โมเตอร์สั่นหยุดทำงานไปเสียอย่างนั้น

พอใช้แรงหักต่อไปเรื่อย ๆ ตัว Panel หน้าจอภายในก็เสียหายจนจอดับไปเลย (แต่กระจก Gorilla Glass Victus ด้านนอกยังอยู่ดีนะ) จากนั้นก็พลิกมาอีกด้านแล้วลองหักอีกที ปรากฎว่าฝาหลังก็แตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ จนมือถือหยุดการทำงานไป (แต่ไฟ RGB ด้านหลังยังใช้งานได้อยู่นะ 🤣) ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตกใจมากเพราะ Zack ได้มีการให้ข้อมูลว่าเขาทำการทดสอบแบบเดียวกันนี้กับมือถือทุกเครื่องมาตลอด 6 ปี และมือถือส่วนใหญ่ก็สามารถผ่านการทดสอบไปได้สบาย ๆ 

หลังจากนั้นทางช่องก็ได้ปล่อยคลิปออกมาเพิ่มเติมเพื่อทำการชำแหละเครื่องดูด้านใน และหาสาเหตุว่าทำไม ROG Phone 5 ถึงสามารถหักได้ง่ายขนาดนี้ ซึ่งหลังจากแงะออกมาก็ทราบสาเหตุของปัญหาทันที

ปกติแล้วสมาร์ทโฟนทั่วไปจะวางแบตเตอรี่มือถือเป็นแนวตั้ง และมีแผ่นโลหะรองไว้ข้างใต้แบตเตอรี่อีกทีนึงเพื่อแยกตัวแบตออกจากเมนบอร์ดทำให้โครงสร้างมือถือมีความแข็งแรงขึ้นนั่นเอง แต่สำหรับ ROG Phone 5 มากับแบตเตอรี่แบบ Dual-cell เพื่อรองรับการชาร์จไว 65W ทำให้จำเป็นต้องวางแบตเตอรี่แยกออกเป็น 2 ก้อน ส่งผลให้มือถือมีจุดอ่อนตรงช่องว่างระหว่างแบตเตอรี่

แถมตรงส่วนช่องว่างบริเวณนั้นยังประกอบไปด้วยช่องเสียบ USB-C และแผ่นแม่เหล็กสำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมเป็นพัดลมระบายอีกด้วย พลาสติกแถบนั้นจึงบางกว่าส่วนอื่น จนมีความบอบบางมากนั่นเอง

นอกจากแบตเตอรี่แบบ Dual-cell แล้ว ในคลิปยังมีการให้ข้อมูลด้วยว่าส่วนประกอบภายในของ ROG Phone 5 ส่วนใหญ่ถูกวางเป็นแนวนอน ทำให้ง่ายต่อการหักเข้าไปอีก เห็นแบบนี้แล้ว สำหรับใครที่กำลังเล็งซื้อ หรือใช้งาน ROG Phone 5 กันอยู่ก็ต้องระวัง ๆ หน่อยนะครับ ยิ่งถ้าใครชอบเอามือถือเหน็บกระเป๋ากางเกงด้านหลังเอาไว้นี่จะยิ่งเสี่ยงมากขึ้นไปอีก

 

Source: GSMArena, JerryRigEverything 

from:https://droidsans.com/asus-rog-phone-5-snaps-due-to-structural-issue/

เปิดตัว ROG Phone 5 Series เจนเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดของเกมมิ่งสมาร์ทโฟนสุดล้ำ

ASUS Republic of Gamers เปิดตัว ROG Phone 5 Series ได้แก่ ROG Phone 5, ROG Phone 5 Pro และ ROG Phone 5 Ultimate เจนเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดของเกมมิ่งสมาร์ทโฟนที่ล้ำหน้าที่สุดของโลก มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Qualcomm® Snapdragon ™ 888 5G รองรับการเชื่อมต่อไร้สายแบบ 5G และคุณสมบัติระดับพรีเมียม Qualcomm Snapdragon Elite Gaming ™ ระบบระบายความร้อน GameCool 5 ที่ได้รับการอัพเกรดพร้อมกับการจัดการระบบด้วยแอปพลิเคชั่น Armory Crate ช่วยให้มั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับทุกสถานการณ์การเล่นเกม

ROG Phone 5 ซีรีส์มาพร้อมกับจอแสดงผล AMOLED HDR10 + 144 Hz / 1 มิลลิวินาทีของ Samsung   อัตรารีเฟรชเรทที่ 300 Hz ค่าตอบสนองการสัมพัสเพียง (touch sampling rate) 24.3 ms ด้วยคุณสมบัติเหล่านนี้ทำให้ได้ ภาพการเล่นเกมที่ราบรื่นและการตอบสนองต่อการกดเร็วเป็นพิเศษ

นักเล่นเกมสามารถเล่น ROG Phone 5 ซีรีส์ได้นานขึ้นด้วยแบตเตอรี่ขนาด 6000 mAh และมาพร้อมกับอะแดปเตอร์ HyperCharge 65 วัตต์ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้รวดเร็วที่สุด การออกแบบสำหรับเกมเมอร์ด้วย ROG Vision ซึ่งเป็นจอแสดงผลแบบแมททริกซ์ด้านหลังตัวเครื่องแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน – มีเฉพาะใน ROG Phone 5 Pro และ ROG Phone 5 Ultimate ซึ่งแสดงภาพเคลื่อนไหวที่ปรับแต่งได้ ไม่ว่าจะเป็นภาพเคลื่อนไหว การแจ้งเตือน และ สถานะของเครื่อง

นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงระบบควบคุม AirTrigger 5 จากเดิมให้ดีขึ้นในทุกด้าน และระบบเสียง GameFX อันทรงพลังยังได้รับการยกเครื่องใหม่เพื่อให้ได้เสียงที่สมจริงยิ่งขึ้น

ขุมพลังของหน่วบประมวลผล Snapdragon 888 ถือเป็นซีพียูเรือธงรุ่นล่าสุดซึ่งบรรจุนวัตกรรมชั้นนำของอุตสาหกรรมในเทคโนโลยี 5G, AI, เกมและกล้องถ่ายภาพ Snapdragon Elite Gaming ช่วยให้เกมเมอร์สามารถควบคุมพลังของการเล่นที่ลื่นไหลเป็นพิเศษในระดับคุณภาพ HDR สูงสุด พร้อมความสามารถระดับเดสก์ท็อป นอกจากนี้ยังเปิดตัว Qualcomm Game Quick Touch เพื่อให้ผู้เล่นสัมผัสได้ถึงการตอบสนองต่อการสัมผัสที่เร็วขึ้นถึง 20% และความหน่วงจากการทัชสกรีนที่ต่ำลง ด้วยประสิทธิภาพของ GPU ที่เพิ่มขึ้นถึง 35% และประสิทธิภาพของ CPU 25% แม้แต่เกมส์มือถือ 3 มิติที่มีความต้องทรัพยาการของเครื่องมากที่สุดก็ยังทำงานได้อย่างราบรื่นแม้จะตั้งค่าสูงสุด

เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดอย่างต่อเนื่องด้วยระบบระบายความร้อน GameCool 5 ในซีรีส์ ROG Phone 5 จึงมีโครงสร้างระบายความร้อนที่เหมาะสมโดยมีซีพียูอยู่ตรงกลางขนาบข้างด้วยแบตเตอรี่ที่แบ่งออกเป็นสองส่วนคือด้านซ้ายและด้านขวาของซีพียู สิ่งนี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่าความร้อนที่เกิดจาก CPU จะถูกถ่ายเทไปยังฮิทไปป์เพื่อประสิทธิภาพในการระบายความร้อนที่ดีที่สุดสูง ด้วยvapor chamber  3 มิติรูปทรงใหม่และแผ่นกราไฟท์ที่กว้างช่วยกระจายความร้อนไปทั่วทั้งอุปกรณ์เพื่อลดการสะสมความร้อนที่อยู่ตรงกลางเครื่อง

AeroActive Cooler 5 ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพการระความร้อน ช่วยลดอุณหภูมิของซีพียู ได้ถึง 10° C ระบบการจัดการประสิทธิภาพใหม่ทั้งหมดที่มีอยู่ใน Armory Crate ยังมี X Mode พร้อมด้วยโปรไฟล์ที่หลากหลาย เพื่อให้เหล่าเกมเมอร์สามารถตั้งค่าการใช้งานให้ตรงกับความต้องการได้อย่างไร้ขีดจำกัด

นอกจากนี้ ROG Phone 5 Ultimate ยังเป็นสมาร์ทโฟนเครื่องแรกของโลกที่ใช้แรมมาถึง 18 GB LPDDR5 ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกมโดยรวมอย่างมากและยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้ไปอีกขั้น

จอแสดงผลล้ำยุคเป็นคุณลักษณะเฉพาะของ ROG Phone ตั้งแต่เริ่มต้นและ ROG Phone 5 ซีรีส์ยังคงยืดหลักการนี้ ด้วยจอแสดงผลแบบ AMOLED HDR10 + 144 Hz / 1 มิลลิวินาที ผลิตโดย Samsung – มอบประสบการณ์การเล่นเกมที่ราบรื่นขั้นกว่า พร้อมการตอบสนองการสัมผัสที่ต่ำเป็นพิเศษ ได้รับความร่วมมือจากบริษัทชั้นนำทางด้านการประมวลภาพ Pixelworks® ทำให้ภาพที่ยอดเยี่ยมได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นไปอีกด้วยความแม่นยำได้มาตราฐานของสีที่ เดลต้าอีน้อยกว่าหนึ่ง (Delta-E <1) โดดเด่นระดับโลกเทคโนโลยี HDR แบบเปิดตลอดเวลา และหน้าจอเป็นแบบ Corning®Gorilla® Glass Victus ™ ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยมีมา ROG Phone 5 ซีรีส์สร้างมาเพื่อความทนทานและสร้างมาเพื่อให้ได้รับชัยชนะ

เพื่อยืดเวลาการอยู่หน้าจอและอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ Monster 6000 mAh ROG Phone 5 series ได้รับการปรับให้เหมาะสมกับการใช้งานโดยใส่ซอฟต์แวร์ใหม่เพื่อช่วยในการจัดการกับพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีระบบการจัดการพลังงานแบบพาสซีฟเพื่อจำกัดแอปที่ไม่ได้ใช้งาน สามารถประหยัดพลังงานได้มากขึ้นถึง 67%  ทำให้ ROG Phoชาร์จได้อย่างรวดเร็วด้วยอะแดปเตอร์ HyperCharge 65 วัตต์ที่ให้มา ซึ่งช่วยให้เกมเมอร์กลับมาใช้งานได้อีกครั้งในเวลาอันรวดเร็ว

ROG Vision ที่เป็นนวัตกรรมใหม่

ROG Phone 5 Ultimate และ ROG Phone 5 Pro บ่งบอกความเป็นตัวตนด้วย ROG Vision ซึ่งเป็นจอแสดงผลเมทริกซ์ด้านหลังเครื่องครั้งแรกที่ไม่เคยมีมาก่อนในสมาร์ทโฟน ROG Phone 5 Pro มีหน้าจอ ROG Vision เป็นดอทแมททริกซ์แสดงผลเป็นสี ในขณะที่ ROG Phone 5 Ultimate จะใช้หน้าจอแบบโมโนโครม

ROG Vision สามารถแสดงภาพเคลื่อนไหวได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแสดงสถานะการชาร์จ, สายเรียกเข้า และยังสามารถสร้างภาพเคลื่อนไหวด้วยตัวเองเพื่อให้ROG Phone 5 ของคุณโดดเด่นไม่ซ้ำใคร

สร้างขึ้นสำหรับนักเล่นเกม

AirTrigger 5 ที่ได้รับอัพเกรดในทุกๆด้านเพื่อช่วยให้เหล่าเกมเมอร์สามารถความคุม ROG Phone 5 ได้ถึง 4 วิธีที่แตกต่างกัน และยังสามารถเพิ่มระดับการควบคุมเกมที่เหนือชั้นด้วย AeroActive Cooler 5 ที่มีปุ่มทางด้านหลังของAeroActive อีกสองปุ่มเพื่อให้ประสบการณ์การเล่นแบบเดียวเกมคอนโซลเลยทีเดียว

ROG Phone 5 ซีรีส์ยังสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวที่แตกต่างกันได้ถึง 10 แบบเป็นครั้งแรกดังนั้นเหล่าเกมเมอร์จึงสามารถเลือกการเคลื่อนไหวให้เข้ากับเกมส์ได้อย่างง่ายดาย ตัวอย่างเช่นในเกมแข่งรถเกมเมอร์สามารถหมุนโทรศัพท์เพื่อบังคับทิศทางหรือดึงเข้าหาตัวเพื่อเบรก การควบคุมเกมไม่เคยง่ายเช่นนี้มาก่อน

ROG Phone 5 Pro และ ROG Phone 5 Ultimate ยังมีเซ็นเซอร์สัมผัสด้านหลังที่ซ่อนอยู่ที่ฝาหลังเครื่องซึ่งมีฟังก์ชั่นทริกเกอร์ L2 / R2 เช่นเดียวกับตัวควบคุมคอนโซลเกมส์ และยังทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์อัลตราโซนิกปุ่มของ AeroActive Cooler 5 สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวได้หลากหลาย เพิ่มประสบการณ์การเล่นเกมได้แบบไร้ขีดจำกัด

ระบบเสียง GameFX ใน ROG Phone 5 ซีรีส์ตอนนี้มีลำโพงคู่แบบที่ใช้แม่เหล็ก 7 ตัวต่อข้าง แบบสมมาตรเพื่อให้ได้เอฟเฟกต์เสียงแบบสเตอริโอที่สมดุลอย่างแท้จริง ได้รับการปรับให้เหมาะสมโดยทำงานร่วมกับ Dirac ผู้เชี่ยวชาญด้านเสียงคุณภาพ ให้คุณภาพเสียงที่ดึงดูดประสาทสัมผัสของเกมเมอร์และนำพวกเขาไปสู่โลกที่แตกต่างออกไป นอกจากนี้ยังมีแจ็คหูฟัง 3.5 มม. และ ESS DAC ระดับไฮไฟพร้อม แอปปรับแต่งเสียง AudioWizard ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมดเพื่อปรับแต่งเสียงให้เหมาะกับสไตล์เสียงที่ต้องการไม่ว่าจะเป็นตั้งค่าเพื่อเล่นเกม, ดูภาพยนตร์และฟังเพลง เสียง GameFX บน ROG Phone 5 ซีรีส์มอบเอฟเฟกต์เสียงในเกมที่คมชัดและเสียงที่ทรงพลังที่เหล่าเกมเมอร์ไม่คาดคิดว่าจะมีในสมาร์ทโฟนมาก่อนแน่นอน

นอกจากนี้ ROG Phone 5 ยังได้ร่วมมือกับเกมยอดนิยมบางเกมเพื่อมอบชุดธีมที่แตกต่างกันให้กับเกมเมอร์สำหรับการปรับแต่งอุปกรณ์ ด้วยตัวละครและหน้าจอที่เกมเมอร์ชื่นชอบ เหล่าเกมเมอร์ยังสามารถแบ่งปันพูดคุยและโต้ตอบผ่าน ROG Connect ซึ่งเป็นชุมชนออนไลน์สำหรับเหล่าเกมเมอร์ ROG Phone

ASUS ROG Phone 5 Series 

Processor 2.84 GHz Qualcomm® Snapdragon™ 888 5G Mobile Platform with 5 nm, 64-bit Octa-Core Processor
GPU Qualcomm® Adreno™ 660
UI Android™ 11 with new ROG UI
Display 6.78″ 20.4:9 (2448 x 1080) 144 Hz / 1 ms Samsung AMOLED display

800 nits outdoor readable brightness

1,200 nits peak brightness

Delta-E < 1

111.23% DCI-P3 color gamut coverage

Corning® Gorilla® Glass Victus™

Supports Always-On HDR display

HDR10 and HDR10+ certified

Capacitive touchscreen with 10-point multitouch (supports glove touch)

Dimensions 173 x 77 x 9.9 mm
Weight 239 g
Battery 6000 mAh typical capacity
Memory ROG Phone 5 Ultimate: 18 GB LPDDR5 RAM

ROG Phone 5 Pro and ROG Phone 5: Up to 16 GB LPDDR5 RAM

Storage ROG Phone 5 Ultimate and Pro: 512 GB UFS 3.1 ROM

ROG Phone 5: Up to 256 GB UFS 3.1 ROM

Sensors In-display fingerprint sensor, face recognition, accelerometer, e-compass, gyroscope, proximity sensor, ambient-light sensor, ultrasonic sensors for AirTrigger 5 and grip press
Wireless Technology Integrated WiFi 6E (802.11a/b/g/n/ac/ax, 2×2 MIMO)vii

Bluetooth® 5.2 (HFP + A2DP + AVRCP + HID + PAN + OPP), supports Qualcomm® aptX™ Adaptive

WiFi Direct

NFC

GPS GNSS support GPS (L1/L5), Glonass (L1), Galileo (E1/E5a), BeiDou(B1i/B1c/B2a), QZSS (L1/L5) and NavIC (L5)
I/O Ports Side and bottom:

USB-C®

Front Camera 24 MP
Rear Camera 64 MP (Main camera Sony® IMX686) + 13 MP (125° ultrawide-angle lens) + 5 MP (Macro)
Voice Wakeup Yes
Speaker Symmetrical dual front-facing speakers powered by Dirac technologies

7-magnet stereo speaker with Cirrus Logic amplifier for louder, deeper and less distorted sound effect

NFC Supported
Color ROG Phone 5 Ultimate: Storm White

ROG Phone 5 Pro: Phantom Black

ROG Phone 5: Phantom Black and Storm White

 

ข่าว: เปิดตัว ROG Phone 5 Series เจนเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดของเกมมิ่งสมาร์ทโฟนสุดล้ำ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2021/03/10/launch-rog-phone-5-series.html

ROG Phone 5 โผล่บน Geekbench อาจมี RAM 18GB เป็นรุ่นแรกของโลก

ROG Phone 3 เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่มาพร้อม RAM 16GB และในเร็ว ๆ นี้ ROG Phone 5 กำลังจะเดินตามรอยด้วย RAM 18GB เพราะล่าสุดได้มีข้อมูลไปโผล่บนเว็บไซต์ยืนยันถึงเรื่องดังกล่าว โดยมีกำหนดการเปิดตัวในวันที่ 11 มีนาคม 2564

จากข้อมูลทั้งหลายที่หลุด ๆ มาก่อนหน้านี้ ทำให้เราได้ทราบว่า ASUS กำลังจะเปิดตัว ROG Phone 5 ด้วยกัน 2 โมเดล คือ โค้ดเนม I005DA และ I005DB โดยเราได้เห็นหน้าตาของฝ่ายหลังกันไปแล้ว เพราะได้มีการส่งเครื่องไปทดสอบประสิทธิภาพเสียงกับ DXOMARK (แถมยังคว้าอันดับ 1 อีกต่่างหาก) ดีไซน์รวม ๆ แล้วคล้ายเดิม แต่มีหน้าจอ LED เสริมที่ด้านหลังสุดโดดเด่น

ข้อมูลที่ปรากฏบน Geekbench ในคราวนี้ เป็นของโมเดล I005DB ทำคะแนนประมวลผล single-core ได้ 1,112 แต้ม ทำคะแนน multi-core ได้ 3,700 แต้ม ถ้าหากว่า ภายในระยะเวลา 1 สัปดาห์นี้ ไม่มีใครมาชิงตัดหน้า ROG Phone 5 ก็จะกลายเป็นมือถือรุ่นแรกของโลกที่ให้ RAM มาแบบจัดเต็มสุด ๆ ถึง 18GB

แน่นอนว่า ROG Phone 5 จะขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง Snapdragon 888 จาก Qualcomm และทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 11 ตั้งแต่ออกจากกล่องเลยครับ

 

ที่มา : Geekbench

from:https://droidsans.com/asus-rog-phone-5-geekbench-ram-18gb/

DXOMARK เผย ASUS ROG Phone 5 มีระบบเสียงดีที่สุดเท่าที่เคยทดสอบมา

หลายคนน่าจะกำลังรอการมาถึงของ ROG Phone 5 มือถือเกมมิ่งตัวเทพกันอย่างใจจดใจจ่อ ซึ่งก็ยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่ล่าสุด ASUS ได้ส่งเครื่องไปให้ DXOMARK ทดสอบประสิทธิภาพเสียง ปรากฏว่า ได้คะแนนไปถึง 79 แต้ม สูงที่สุดเท่าที่เคยทดสอบมาเลยทีเดียว

ROG Phone 5 มีกำหนดการเปิดตัวในวันที่ 10 มีนาคม 2564 ตามประกาศอย่างเป็นทางการของ ASUS โดย DXOMARK นั้นได้รับเครื่องไปทดสอบก่อนใครเพื่อน และให้คะแนนประสิทธิภาพเสียงออกมาที่ 79 แต้ม แบ่งเป็นคุณภาพเสียงจากลำโพง 78 แต้ม และคุณภาพไมโครโฟน 79 แต้ม ครองแชมป์เป็นอันดับ 1 แซงหน้า Xiaomi Mi 10 Pro ที่ทำได้ 76 แต้ม ลงเป็นที่เรียบร้อย

DXOMARK กล่าวว่า ROG Phone 5 มีประสิทธิภาพในการขับเสียงผ่านลำโพงที่คมชัด แถมยังมาพร้อมกับ DAC แยกในตัวจาก ESS Sabre ช่วยให้ทำคะแนนได้ดีในทุกส่วนไม่ว่าจะเป็น Dynamic (ขอบเขตเสียง), Spatial (อิมเมจกว้าง-แคบ) และ Timbre (การแยกชิ้นเครื่องดนตรีในแต่ละย่านเสียง) ที่ล้วนได้คะแนนที่น่าประทับใจไปทั้งหมดเลย

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในหัวข้อ Spatial (อิมเมจเสียง) ที่สามารถทำคะแนนออกมาได้สูงนั้นน่าสนใจมาก ๆ ซึ่งมีปัจจัยหลักมาจากลักษณะในการวางลำโพงแบบ Dual Front-Facing หันหน้าเข้าหาผู้ใช้งานโดยตรง ทำให้เสียงมีความ Surround สมจริงในทุกระยะที่ฟัง พร้อมรายละเอียดย่านสูงที่คมชัด และความสมดุลระหว่าง Channel ซ้าย-ขวาที่ทำออกมาได้ไร้ที่ติ

นอกจากเรื่อง Output เสียงที่ทำคะแนนไปได้ดีแล้ว ROG Phone 5 ก็ทำคะแนนในส่วนของไมโครโฟนได้ดีพอ ๆ กัน ด้วยไมค์จำนวนมากถึง 4 ตัว ช่วยให้เสียงที่บันทึกมีรายละเอียดครบถ้วนและชัดเจน แม้จะมีเสียงรบกวนกับ Noise เกิดขึ้นบ้างหากใช้งานในพื้นที่ที่มีเสียงดัง แต่โดยรวมก็ทำออกมาได้ดีเลยทีเดียว

ต้องบอกว่า เป็นเพียงน้ำจิ้มเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อนเปิดตัวเท่านั้นนะครับ เพราะ ROG Phone 5 ยังมีสเปคเจ๋ง ๆ พ่วงมาด้วยฟีเจอร์สำหรับเล่นเกมอีกมากมายที่จะเผยให้เราได้เห็นพร้อม ๆ กันวันที่ 10 มีนาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งบอกได้เลยว่าสมาร์ทโฟนเครื่องนี้ อาจเป็นมือถือเกมมิงที่ดีที่สุดของปี 2021 ก็เป็นได้ครับ 😆 เพราะรุ่นที่ผ่าน ๆ มาก็ทำผลงานได้ดีมาโดยตลอด

 

Source: DXOMARK

from:https://droidsans.com/rog-phone-5-received-best-audio-benchmark-from-dxomark/

โผล่ผลทดสอบ ASUS ROG Phone 5 ที่มาพร้อมชิปเซ็ท Snapdragon 888 และ RAM 18GB บนแอป Geekbench

ASUS มีกำหนดจะเปิดตัว ROG Phone 5 เกมมิ่งโฟนเรือธงรุ่นใหม่ในวันที่ 10 มีนาคมนี้ โดยก่อนหน้านี้เราได้เห็นช้อมูลของ ASUS หมายเลขรุ่น ASUS_I005DB และ ASUS_I005DA ที่เพิ่งผ่านการรับรองจากหน่วยงาน TENAA และ 3C ของจีน พร้อมกับมีผลทดสอบประสิทธิภาพของ ASUS_I005DA บนแอป GeekBench ที่มาพร้อมชิปเซ็ท Snapdragon 888 และ RAM 16GB ล่าสุดมีผลทดสอบของ ASUS_I005DB บนแอปเดียวกัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอาจเป็นสมาร์ตโฟนเครื่องแรกของโลกที่มี RAM 18 GB

ROG Phone 5

สำหรับสเปกของ ASUS หมายเลขรุ่น asus ASUS_I005DB ที่ปรากฎบนแอป GeekBench 5 ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 1.80GHz, มาพร้อมกับมาเธอร์บอร์ด “lahaina” ซึ่งเป็นโคคเนมของชิปเซ็ท Snapdragon 888 จับคู่กับ RAM 18GB, รันบนระบบปฎิบัติการ Android 11 และเป็นผลทดสอบสดๆ ร้อนๆ เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2021 ที่ผ่านมา

ส่วนคะแนนทดสอบประสิทธิภาพนั้นได้ 1113 คะแนน สำหรับ Single-Core และ 3468 คะแนน สำหรับ Multi-Core

จะเห็นได้ว่าจุดเด่นของ ASUS_I005DB คือมาพร้อม RAM 18GB ซึ่งก่อนหน้านี้ RAM สูงสุดที่ใช้กับสมาร์ตโฟนคือ RAM 16GB โดยมีสมาร์ตโฟนที่ใข้คือ Samsung Galaxy S20 Ultra, ROG Phone 3, Lenovo Legion และ Samsung Galaxy S21 Ultra ทำให้ ROG Phone 5 อาจเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นแรกที่มาพร้อม RAM 18GB

ทั้งนี้ ในส่วนสเปกอื่นๆ ของ ROG Phone 5 ตามที่ผ่านการรับรองจาก TENAA ระบุว่าจะมาพร้อมจขนาด 172.835 x 77.252 x 10.29 มม. หน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว โดยคาดว่าจะมีอัตรารีเฟรชเรท 144Hz หรือสูงกว่า

ด้านหลังมาพร้อมหน้าจอรองดอทเมทริกซ์ รวมทั้งติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัว โดยกล้องหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล และใช้แบตเตอรี่แบบ 2 เซลล์ขนาด 6,000mAh รองรับการชาร์จเร็ว 65W

ที่มา : Playfuldroid

from:https://www.mobileocta.com/asus-rog-phone-5-with-18gb-ram-spotted-at-geekbench/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=asus-rog-phone-5-with-18gb-ram-spotted-at-geekbench

เผยภาพเรนเดอร์ทางการ ASUS ROG Phone 5 มาพร้อมฝาหลังแบบ Dot Matrix ใหม่

หลังจากที่ ASUS ปล่อยทีเซอร์เตรียมเปิดตัว ROG Phone 5 เกมมิ่งสมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นใหม่ในวันที่ 10 มีนาคมนี้ ล่าสุดมีภาพเรนเดอร์ทางการเผยออกมาให้ขมกันแล้ว และยังเป็นสมาร์ตโฟนที่มีระบบเสียงที่ดีที่สุดในตอนนี้จาก DxOMark อีกด้วย

ASUS ROG Phone 5

DxoMark เว็บไซต์วัดผลคะแนนประสิทธิภาพสมาร์ทโฟนเจ้าดังได้ทำการทดสอบระบบเสียงของ ASUS ROG Phone 5 พร้อมเผยภาพเรนเดอร์ทางการ โดยด้านหน้ามาพร้อมหน้าจอแสดงผลไร้รอยบาก พร้อมติดตั้งกล้องเซลฟี่ที่มุมขวาด้านบน และมีช่องลำโพงคู่สเตอริโอ

ส่วนด้านหลังเป็นฝาหลังกระจก สังเกตว่าจะไม่มีส่วนของโมดูล Active cooling แบบรุ่นเก่าแล้ว โดยมีหน้าจอแบบ Dot matrix ที่สามารถเปลี่ยนสีและเปลี่ยนภาพได้ พร้อมติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัวความละเอียด 64 ล้านพิกเซล และไฟแฟลช LED อยู่ในโมดูลดีไซน์เหมือนรุ่นก่อน

ขณะที่ด้านขวาข้างเครื่องมีปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง กับปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง และด้านซ้ายข้างเครื่องมีช่องใส่ซิมการ์ด ส่วนสีแดงๆ ที่อยู่ด้านล่างคาดว่าเป็นตำแหน่งของพอร์ต USB-C พอร์ตที่ 2 สำหรับชาร์จไฟเวลาถือใช้งานแนวนอน

ในส่วนของคะแนนทดสอบประสิทธิภาพระบบเสียง Audio ของ ROG Phone 5 ซึ่งทดสอบโดบ DxOMark โดยทำคะแนนรวมได้ 79 คะแนน เป็นอันดับหนึ่งในตอนนี้ เหนือกว่า Xiaomi Mi 10 Pro ที่ได้ 76 คะแนน และ ROG Phone 3 และ HUAWEI Mate 20X ที่ได้ 75 คะแนนเท่ากัน

ทั้งนี้ ในส่วนสเปกของ ASUS ROG Phone 5 ตามที่ผ่านการรับรองจาก TENAA จะมาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว โดยมีอัตรารีเฟรชเรท 144Hz, ใช้ชิปเซ็ท Qulacomm Snapdragon 888 จับคู่กับ RAM สูงสุด 16GB และหน่วยความจำภายใน 512GB และใช้แบตเตอรี่ความจุ 6,000mAh รองรับการชาร์จเร็ว 65W

ที่มา : Playfudroid

from:https://www.mobileocta.com/asus-rog-phone-5-official-render-images-revealed/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=asus-rog-phone-5-official-render-images-revealed