คลังเก็บป้ายกำกับ: ROG_PHONE

ROG Phone 5 มือถือเกมมิงตัวเทพจาก ASUS เคาะราคาเริ่มต้น 22,990 บาท วางขายแล้ววันนี้

ASUS ประเทศไทย ประกาศเปิดตัว ROG Phone 5 มือถือเกมมิงระดับไฮเอนด์ที่หลายคนรอคอยอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ มาพร้อมกับดีไซน์ใหม่ สวย หรู พรีเมียมกว่าเดิม มีไฟ RGB วิบวับที่ด้านหลัง ประสิทธิภาพตัวเครื่องโดดเด่นทั้งภาพ เสียง การประมวลผล และการเล่นเกม ราคาไม่ได้แพงอย่างที่คิด เริ่มต้นแค่ 22,990 บาท

ROG Phone 5 เป็นมือถือสายเกมมิงที่ยัดฮาร์ดแวร์มาให้แบบดุเดือดทุกภาคส่วน หน้าจอขนาด 6.78 นิ้ว ใช้พาเนล Super AMOLED อันเลื่องชื่อของ Samsung ขอบเขตสีกว้าง 111.23 ของสเปกตรัม DCI-PC ความคลาดเคลื่อนต่ำ Delta-E < 1 ผ่านมาตรฐานทั้ง HDR10 และ HDR10+ เลย รับประกันคุณภาพแน่นอน แถมยังมีอัตรารีเฟรชสูงสุด ๆ ถึง 144Hz อีกต่างหาก

กล้องหลังนั้นใส่มาให้ 3 ตัว กล้องหลักมีความละเอียด 64MP เซนเซอร์ภาพ IMX666 จาก Sony เสริมด้วยกล้องอัลตร้าไวด์ 13MP และกล้องมาโคร สามารถถ่ายวิดีโอได้ที่ระดับ 8K ที่ 30 เฟรมต่อวินาที และ 4K ที่ 60 เฟรมต่อวินาที สุดจัด ปลัดบอก

ทางด้านระบบเสียงนั้นดุเดือดไม่แพ้กัน กับลำโพงสตอรีโอคู่เสียงกระหึ่ม ปรับแต่งโดยผู้เชี่ยวชาญจาก Dirac แบรนด์เครื่องเสียงระดับโลก ใช้ชิปเสียงแยก ESS ของ SABRE และมีแจ็ก 3.5 มม.ด้วย ภาพแจ่ม เสียงแจ๋ว เล่นเกมเพลิน ๆ แน่นอน

ที่ขาดไม่ได้คือชิปประมวลผลซึ่งเป็นหัวใจหลัก โดย ASUS เลือกใช้ Snapdragon 888 จาก Qualcomm มาเป็นตัวขับเคลื่อน เรียกได้ว่า แรงที่สุดของ Android ในตอนนี้แล้ว เรื่องประสิทธิภาพคงไม่ต้องพูดกันให้มากความ มี 3D Vapor Chamber ที่ช่วยระบายความร้อนจากซีพียูได้โดยตรง ควบคุมอุณหภูมิได้อยู่หมัด และสามารถใช้งานควบคู่ไปกับพัดลมระบายอากาศ Aeroactive Cooler 5 ที่เป็นอุปกรณ์เสริมได้ด้วย

นอกจากนี้ในส่วนของ AirTrigger เองก็ได้รับการปรับปรุงใหม่เช่นกัน คราวนี้เดินทางมาถึงเจเนอเรชันที่ 5 แล้ว ทำงานโดยอาศัยเซนเซอร์อัลตร้าโซนิก ตอบสนองได้ฉับไวกว่าเก่า รองรับการควบคุมหลากหลายรูปแบบทั้งแนวตั้งและแนวนอน ปรับแต่งกันได้ตามสะดวก

สเปค ASUS ROG Phone 5

  • จอภาพ : Super AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว
    – ความละเอียด FHD+ (2448 x 1080 พิกเซล)
    – อัตรารีเฟรช 144Hz
    – ขอบเขตสี 150.89% ของ sRGB, 111.23% ของ DCI-P3, 87% ของ NTSC
    – ความคลาดเคลื่อนสี Delta-E < 1
    – ความสว่าง 800 นิต (สูงสุด 1200 นิต)
    – ผ่านมาตรฐาน HDR10 และ HDR10+
    – กระจกหน้าจอ Corning Gorilla Glass Victus
  • ชิป : Qualcomm Snapdragon 888
  • หน่วยความจำ : LPDDR5 8/16GB
  • สตอเรจ : UFS 3.1 128/256GB
  • กล้องหลัง :
    – กล้องหลัก 64MP, เซนเซอร์ภาพ Sony IMX666
    – กล้องอัลตร้าไวด์ 13MP
    – กล้องมาโคร
  • กล้องหน้า : 24MP
  • เสียง : ลำโพงสเตอรีโอ
    – ชิปเสียง ESS SABRE
    – ปรับแต่งเสียงโดย Dirac
  • การเชื่อมต่อ :
    – Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac
    – Bluetooth 5.2
  • พอร์ต :
    – USB Type-C x2
    – แจ็ก 3.5 มม. x1
  • เซนเซอร์ : Fingerprint, ultrasonic (AirTrigger 5)
  • แบตเตอรี่ : 6000mAh, รองรับ Quick Charge 5.0 และ PD Charging
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 11
  • สี : Phantom Black, Storm White

ราคาและการวางจำหน่าย

ROG Phone 5 ที่เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย แบ่งเป็น 2 รุ่นย่อยตามหน่วยความจำ คือ RAM 8GB + 128GB และ RAM 16GB + 256GB มีโปรโมชันและของแถมเพียบ รวมถึงอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ทาง ASUS ได้เอามาขายด้วยเช่นกัน

  • ROG Phone 5 : RAM 8GB – ราคา 22,990 บาท
  • ROG Phone 5 : RAM 16GB – ราคา 29,990 บาท
  • ROG Kunai 3 Gamepad – ราคา 3,990 บาท
  • ROG Clip – ราคา 990 บาท

พิเศษ ! สำหรับผู้ที่สั่งซื้อ ROG Phone 5 ระหว่างวันที่ 10 – 11 มิถุนายน 2564 โมเดล RAM 8GB รับฟรี ROG Cap มูลค่า 990 บาท และโมเดล RAM 16GB รับฟรี ROG Kunia 3 Gamepad มูลค่า 3,990 บาท หมดเขตตอน 21.00 นาฬิกา (จำนวนจำกัด)

ช่องทางการวางจำหน่ายคราวนี้หลากหลายมาก ๆ นอกเหนือจากร้านค้าตัวแทนจำหน่ายของ ASUS แล้ว ยังหาซื้อกันได้ผ่านร้านค้าไอทีชั้นนำ รวมถึงช่องทางออนไลน์ที่มีสีขาว Storm White เป็นเอ็กคลูซีฟด้วย

from:https://droidsans.com/asus-rog-phone-5-specs-price/

เปิดตัว ASUS ROG Phone 5 Series แรงขั้นเทพด้วย Snapdragon 888 หน้าจอ 144Hz พร้อมฝาหลัง RGB สุดเท่

ปีนี้ ASUS ขอเปิดตัวมือถือเกมมิ่งระดับเทพ ROG Phone 5 เร็วกว่าปกติ (จากรุ่นที่ผ่าน ๆ มาเปิดตัวราว ๆ ช่วงกลางปี) ซึ่งแน่นอนว่าสเปค + ฟีเจอร์ต่าง ๆ ยังคงอัดมาให้แบบเต็มเหนี่ยวเอาใจสายเกมกันแบบเต็มอิ่ม ไม่ว่าจะเป็นสเปคเร็วแรง, ฟีเจอร์สำหรับเล่นเกมโดยเฉพาะ โดยคราวนี้เปิดตัวมาถึง 3 รุ่น คือ ROG Phone 5, ROG Phone 5 Pro และ ROG Phone 5 Ultimate ที่อัด RAM มาให้สูงสุดถึง 18GB

ดีไซน์คล้ายเดิม แต่เพิ่มแถบไฟ LED ที่ด้านหลัง

สำหรับรูปร่างหน้าตาของ ROG Phone 5 ดูเผิน ๆ แล้วเหมือนจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากรุ่นก่อน ๆ ซักเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอที่ยังคงมีขอบบน-ล่างเหมือนเดิม (ต้องเว้นที่ไว้สำหรับวางลำโพงแบบ Front facing) พอพลิกมาดูด้านหลังดีไซน์โมดูลกล้องและตำแหน่งการวางก็ยังคงเหมือนเดิมอีกเช่นเคย แต่ถัดลงมาด้านล่างจะเห็นการเปลี่ยนแปลงแล้ว โดยคราวนี้โลโก้ ROG ถูกเปลี่ยนเป็น Dotted Matrix Design ที่ดูแล้วคล้าย ๆ กับแผงไฟ LED ดูเป็นเกมเมอร์แนวเรโทรหน่อย ๆ

ส่วนรุ่น ROG Phone 5 Pro และ ROG Phone 5 Ultimate จะล้ำกว่า เพราะไม่ใช่แค่แถบไฟธรรมดา ๆ เท่านั้น แต่มาเป็นหน้าจอ ROG Vision ที่สามารถแสดงผลเป็นกราฟิกสีเคลื่อนไหวได้แบบเก๋ ๆ เมื่อชาร์จแบตเตอรี่, มีสายเข้า, เปิด X Mode หรืออื่น ๆ ตามที่เราตั้งค่า (รุ่น Ultimate แสดงผลเป็นขาว-ดำ)

หน้าจอรีเฟรชเรทสูง 144Hz ครอบด้วย Gorilla Glass Victus สุดแกร่ง

ใช้หน้าจอ AMOLED ระดับไฮเอนด์จาก Samsung ที่มีรีเฟรชเรทสูงถึง 144Hz/1ms พร้อม Touch Sampling rate สูง 300Hz เพิ่มความทันใจในการบังคับเกมแบบไม่มีหน่วง และยังรองรับการแสดงผลแบบ HDR10+ เพิ่มความสมจริงให้กับคอนเทนต์ที่รองรับอีกด้วย และยังแข็งแกร่งหายห่วงด้วยกระจกนิรภัย Gorilla Glass Victus ที่ป้องกันได้ทั้งรอยขีดข่วนและแรงกระแทกจากการตก

สเปคแรงเต็มเหนี่ยว

ชิป Snapdragon 888 ที่ใช้ใน ROG Phone 5 Series จะแรงกว่าที่ใช้ในมือถือรุ่นอื่น ๆ เพราะถูก Overclock ให้มีความเร็วขึ้นมาที่ 2.84 GHz เพื่อความสามารถในการประมวลของ CPU ถึง 25% และเพิ่มความสามารถในการเรนเดอร์ขึ้นไปถึง 35% โดยทำคะแนนการทดลองจาก AnTuTu ได้ไปถึง 742,776 คะแนน เทียบกับมือถือรุ่นอื่นที่ใช้ชิปเดียวกันได้คะแนนอยู่ที่ราว 700,000 ต้น ๆ เท่านั้น

แถมยังมากับ RAM แบบ LPDDR5 สูงสุดถึง 18GB (รุ่น Ultimate) และความจุแบบ UFS 3.1 สูงถึง 512GB (รุ่น Pro และ Ultimate) ทำให้การเข้าเกม หรือสลับเกม สลับแอปรวดเร็วปรู๊ดปร๊าดทันใจ

ระบบระบายความร้อนแบบใหม่

นอกจากจะมีเครื่องแรงแล้ว ระบบระบายความร้อนก็ยังมีประสิทธิภาพสูงเหมือนกัน เพราะคราวนี้เปลี่ยนมาใช้ระบบ 3D Vapor Chamber ที่จะระบายความร้อนจากบริเวณ CPU โดยตรง และยิ่งใช้งานคู่กับพัดลมระบายอากาศ Aeroactive Cooler 5 ด้วยแล้ว

จะสามารถลดอุณหภูมิของ CPU ลงไปได้ถึง 10° C และลดอุณหภูมิของตัวเครื่องได้ถึง 15° C เมื่อเล่นเกมเป็นเวลานาน ๆ แล้วไม่เกิดความร้อนมากเกินจนเครื่องต้องลดประสิทธิภาพลง ช่วยให้เกมมีเฟรมเรตนิ่งคงที่กว่าเดิมนั่นเอง

Aeroactive Cooler 5

ลำโพงคู่ทรงพลัง และการกลับมาของรูหูฟัง 3.5 มม.

นอกจากหน้าจอจะสวยและลื่นปรื๊ดแล้ว ระบบเสียงของ ROG Phone 5 Series ก็เด็ดไม่แพ้กัน ด้วยลำโพงสเตอรีโอคู่แบบ Front Facing ที่ไม่โดนมือบังเวลาถือเล่นเกม, ระบบเสียง DIRAC แถมยังได้รับการทดสอบประสิทธิภาพจากเว็บไซต์ DxOMark เรียบร้อยแล้วว่าเสียงดีจริง กระหึ่มจริง

ยังไม่หมดแค่นั้น เพราะ ROG Phone 5 Series มี DAC ระดับไฮเอนด์มาให้ แถมด้วยรูหูฟัง 3.5 มม. ที่คราวนี้เอากลับมาให้แล้ว ทำให้การใช้หูฟังแบบมีสายเพื่อฟังเพลง เล่นเกม หรือดูหนัง ได้คุณภาพเสียงที่สุดยอดขึ้นไปอีก

ส่วนคุณภาพของการอัดเสียงสำหรับเหล่า Caster หรือผู้เล่นที่ต้องการสื่อสารกับทีมก็หายห่วง เพราะมือถือซีรีส์นี้ยัดไมโครโฟนมาให้ถึง 4 ตัว ทำให้เสียงที่ส่งผ่านไมโครโฟนมีความชัดเจนแจ่มแจ๋ว

กล้องหลัง 3 ตัว 64MP

กล้องหลังของ ROG Phone 5 Series มีมาให้ทั้งหมด 3 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลักเซ็นเซอร์ Sony IMX686 ความละเอียด 64MP + กล้อง Ultrawide + กล้อง Macro โดยสามารถถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุด 8K 30fps

ฟีเจอร์เอาใจคอเกม

เป็นมือถือเกมมิ่งทั้งที จะมีแค่สเปคแรง ๆ อย่างเดียวก็ใช่เรื่อง เพราะฉะนั้น ASUS จึงจัดฟีเจอร์มาให้แบบแน่นเอี๊ยดเอาใจเกมเมอร์กันสุด ๆ ไม่ว่าจะเป็นฝาหลัง RGB หรือจอ LCD ที่บอกไปแล้ว, ปุ่ม L-R แบบ Ultra Sonic ที่ตอบสนองได้รวดเร็ว และหลากหลายทิศทาง, การบังคับด้วยท่าทาง (Motion Control), พอร์ต USB-C สำหรับเสียบชาร์จด้านข้างเครื่อง, ระบบสั่นจากเสียงเอฟเฟ็คท์ในเกม (Haptic audio)

นอกจากปุ่ม L R ที่ขอบเครื่องแล้ว ยังมีปุ่ม L2 R2 ที่เป็นปุ่มแบบสัมผัสอยู่ที่ด้านหลังเครื่องอีกด้วย (เฉพาะรุ่น Pro และ Ultimate)

Scout Mode เปลี่ยนสีหน้าจอให้เป็นแบบ Inverse เพื่อการเล็งเป้าหมายได้ง่ายขึ้น, eSports Mode ผิดการแจ้งเตือนทุกอย่าง ป้องกันการสัมผัสโดยไม่ตั้งใจ เปิดระบบ Bypass charging (เสียบไฟแบบไม่ผ่านแบตเตอรี่) และอื่น ๆ อีกเพียบ เพื่อประสบการณ์การเล่นเกมสูงสุด

แบตเตอรี่ 6000 mAh พร้อมชาร์จไว 65W

แบตเตอรี่ขนาดมหึมา 6000 mAh ที่แบ่งออกเป็น 2 ก้อน ก้อนละ 3000 mAh ทำให้สามารถใช้งานกับระบบชาร์จไว HyperCharge 65W ได้ โดย ASUS เคลมว่าสามารถชาร์จจาก 0% – 100% ได้ในเวลาแค่ 51 นาทีเท่านั้น

สเปค ASUS ROG Phone 5 / Pro / Ultimate

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละอียด FHD+, รองรับการแสดงผล HDR10+
  • CPU : Snapdragon 888
  • GPU : Adreno 660
  • RAM (LPDDR5) : 8GB / 12GB / 16GB / 18GB (เฉพาะรุ่น Ultimate)
  • ความจุ (UFS 3.1) : 128GB / 256GB / 512GB (เฉพาะรุ่น Pro และ Ultimate) ไม่รองรับ microSD Card
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    – กล้องหลัก 64MP
    – กล้อง Ultra wide
    – กล้องมาโคร
  • กล้องหน้า : 24MP
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอคู่แบบ Front Facing, Dirac Sound, มีรูหูฟัง 3.5 มม.
  • การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, BT 5.2
  • เซ็นเซอร์ : Fingerprint (ใต้หน้าจอ), accelerometer, gyro, proximity, compass
  • แบตเตอรี่ : 6000 mAh รองรับชาร์จไว 65W
  • ระบบ Android 11 ครอบด้วย ROG UI

ราคา

ASUS ROG Phone 5 แบ่งออกเป็นทั้งหมด 3 รุ่น คือ ROG Phone 5, ROG Phone 5 Pro และ ROG Phone 5 Ultimate โดยมีราคาในโซนยุโรปดังนี้

  • ROG Phone 5 (8GB/128GB) : 799 ยูโร หรือประมาณ 29,230 บาท
  • ROG Phone 5 (12GB/256GB) : 899 ยูโร หรือประมาณ 32,900 บาท
  • ROG Phone 5 (16GB/256GB) : 999 ยูโร หรือประมาณ 36,550 บาท
  • ROG Phone 5 Pro (16GB/512GB) : 1,199 ยูโร หรือประมาณ 43,860 บาท
  • ROG Phone 5 Ultimate (18GB/512GB) : 1,299 ยูโร หรือประมาณ 47,520 บาท

สำหรับการวางจำหน่ายของทั้ง 3 รุ่น จะแตกต่างกันออกไป ROG Phone 5 จะวางขายช่วงเดือนมีนาคม, ROG Phone 5 Pro จะวางขายช่วงเดือนเมษายน และ ROG Phone 5 Ultimate จะวางขายช่วงเดือนพฤษภาคม 2564 ส่วนในบ้านเราจะวางจำหน่ายช่วงไหน จะเอารุ่นไหนเข้ามาบ้าง และจะมีราคาเท่าไหร่ ต้องมารอติดตามกันอีกทีครับ

from:https://droidsans.com/asus-rog-phone-5-officially-announced/

เผยสเปก Asus ROG Phone 5 สมาร์ตโฟนเกมมิ่งตัวแรงรุ่นใหม่!

สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดของ Asus ROG Phone 5 ได้ผ่านการรับรอง TENAA หรือหน่วยงานที่เหมือนกับ กสทช. ของประเทศไทย แต่เป็นของประเทศจีน พร้อมกับมีสเปกบางส่วนเผยออกมาให้ได้ทราบกันแล้วด้วย

Asus ROG Phone 5 มีเลขโมเดลที่ปรากฏบนเอกสารของ TENAA คือ I005DA จะใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 888 และแบตเตอรีขนาดใหญ่ 6,000 mAh แบ่งเป็นแบตเตอรีขนาด 3,000 mAh สองก้อน คาดว่าจะรองรับชาร์จไว โดยเอกสารระบุว่าจะรองรับชาร์จไวได้สูงสุดถึง 65W

ด้านหลังของเครื่องมีกล้องทั้งหมด 3 ตัว มีกล้องหลักความละเอียด 64MP ส่วนกล้องตัวอื่น ๆ ยังไม่ได้บอกแน่ชัดว่าจะเป็นกล้องอะไรและมีความละเอียดเท่าไหร่บ้าง และที่น่าสนใจคือ Asus ROG Phone 5 จะมีจอที่ด้านหลังของเครื่อง เอาไว้แสดงการแจ้งเตือนต่าง ๆ ได้อีกด้วย

สำหรับหน้าจอนั้นมีขนาด 6.78 นิ้ว เป็นจอ AMOLED ที่มีสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอให้ด้วย ส่วนความละเอียดยังไม่ได้ระบุแน่ชัดว่าจะเป็น FHD+ หรือ QHD+ แต่มีรีเฟรชเรตหน้าจอสูงถึง 144Hz

 

ข่าว: เผยสเปก Asus ROG Phone 5 สมาร์ตโฟนเกมมิ่งตัวแรงรุ่นใหม่! มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2021/01/31/asus-rog-phone-5-leaked-from-tenaa.html

REVIEW | รีวิว ROG Phone 3 มือถือเกมมิ่ง 5G ตัวท็อป พร้อมฟีเจอร์เอาใจคอเกมสุดฤทธิ์

ปีนี้เรียกว่าเป็นปีที่ดุเดือดจริงๆ สำหรับตลาดมือถือเกมมิ่งที่แต่ละค่ายต่างก็งัดลูกไม้เจ๋งๆ มาสู้กันอย่างเต็มที่ โดยหนึ่งในนั้นก็คือ ASUS ROG Phone 3 มือถือเกมมิ่ง 5G ที่มากับสเปคแรงสุดของปี 2020 ทำให้มันเล่นเกมมือถือแบบปรับกราฟิกสูงสุดได้ทุกเกมแบบไม่มีอาการงอแงให้เห็น รวมถึงฟีเจอร์เด็ดๆ ที่เคยมีอยู่ใน ROG Phone 2 รุ่นที่แล้วก็ล้วนได้รับการอัปเกรดให้สมกับเป็นมือถือรุ่นใหม่ ส่วนจะมีอะไรบ้าง…มาดูกันเลยจ้า

ROG Phone 3 ที่เรามารีวิวในคราวนี้ เป็นตัวท็อปสุดที่จำหน่ายในประเทศไทย มากับชิป Snapdragon 865+, RAM 12GB และความจุ 512GB ส่วนอีกรุ่นที่วางขายด้วยกันเป็น ROG Phone 3 Strix Edition ที่ถูกลดสเปคลงมาเล็กน้อยเป็น Snapdragon 865, RAM 8GB ความจุ 256GB ครับ

สเปค ROG PHONE 3

  • หน้าจอ : OLED ขนาด 6.59 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ (1080×2340) รีเฟรชเรท 144Hz รองรับ HDR10+
  • CPU : Snapdragon 865+
  • GPU : Adreno 650
  • RAM : (LPDDR5) 12GB
  • ความจุ : (UFS 3.1) 512GB
  • กล้องหลัง :
    • Wide 64MP (f/1.8) พร้อมระบบโฟกัส PDAF
    • Ultra-wide 13MP (f/2.4)
    • Macro 5MP (f/2.0)
  • กล้องหน้า : 24MP (f/2.0)
  • ระบบเสียง : ลำโพงคู่สเตอริโอ แบบแม่เหล็ก 7 ชิ้น, Diract HD, ไมโครโฟน 4 ตัว ASUS Noise Reduction Technology, ไม่มีรูหูฟัง 3.5 มม.
  • การเชื่อมต่อ : WiFi 802.11a/b/g/n/ac/ax, 2×2 MIMO, Dual-band 2.4GHz/ 5GHz, BT 5.1, NFC
  • เซ็นเซอร์ : Fingerprint sensor (ใต้จอ), face recognition, accelerometer, e-compass, gyroscope, proximity sensor, hall sensor, ambient-light sensor, ultrasonic sensors for AirTrigger 3, grip press
  • แบตเตอรี่ : 6,000 mAh รองรับชาร์จไว 30W
  • ระบบ : Android 10 ครอบด้วย ROG UI
  • ขนาด / น้ำหนัก : 171 x 78 x 9.85 มม. / 240 กรัม

มีอะไรในกล่อง ROG PHONE 3

ภายในกล่องของ ROG Phone 3 รุ่นที่ขายในบ้านเราก็จะให้มาแบบครบๆ เลย ทั้ง Aero Case, พัดลมระบายอากาศ Aero Active 3, ที่ชาร์จ 30W, สายชาร์จ และที่เพิ่มเข้ามาก็คือตัวแปลง USB-C > แจ๊ค 3.5 มม. เนื่องจากรุ่นนี้ตัดรูหูฟังทิ้งไปแล้วนะจ๊ะ

ดีไซน์ตัวเครื่องที่แทบไม่ต่างจากเดิม

ROG Phone 3 ยังคงมีดีไซน์ที่แทบจะไม่ต่างจาก ROG Phone 2 เลย ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอขนาดเท่าเดิมที่ 6.59 นิ้ว ซึ่งเป็นหน้าจอแบบปกติที่ไม่ได้เจาะรู ไม่ได้มี Notch และขอบก็ไม่โค้งด้วย ทำให้ขอบจอด้านบน-ล่าง ยังคงมีความหนาพอสำหรับวางกล้องเซลฟี่ และลำโพงสเตอรีโอ 2 ตัว

พลิกกลับมาดูที่ฝาหลัง ก็จะเจอกับลวดลายที่ดูล้ำสไตล์เกมมิ่งที่ต้องบอกเลยว่าเหมือนเดิมเกือบเป๊ะๆ ด้านขวามือมีแถบเท่ๆ แต่คราวนี้ไม่มีช่องระบายอากาศแล้ว ส่วนขอบเครื่องด้านซ้ายมีพอร์ต USB-C อีก 1 หนึ่งพอร์ตเพิ่มขึ้นมาสำหรับเสียบอุปกรณ์เสริม หรือเสียบชาร์จเวลาเล่นเกมในแนวนอน

พอร์ต USB-C ด้านข้างเครื่องสำหรับเสียบอุปกรณ์หรือชาร์จไฟ (มีจุกยางให้)

และที่เปลี่ยนไปอีกอย่างคือแถบกล้องหลังที่ยาวขึ้น เพราะมีกล้องเพิ่มมาเป็น 3 ตัวนั่นเอง และโมดูลจะนูนขึ้นมามากกว่ารุ่นเดิมเยอะเลย

โมดูลกล้องหลังที่นูนออกมาค่อนข้างมาก (จากเดิม ROG Phone 2 ที่เป็นระนาบเดียวกับตัวเครื่องไปเลย)

ทำให้ต้องคอยระวังนิดนึงเวลาเอาไปวางหงายจอขึ้น เพราะกล้องอาจไปขูดกับพื้นเป็นรอยเอาได้ แต่พอใส่เคสแล้วระดับของโมดูลกล้องจะพอดีกัน หมดห่วงเรื่องไปขูดอะไรเข้าได้

นอกจากนี้ไฟ RGB ที่เป็นโลโก้ ROG ด้านหลังเครื่อง คราวนี้สามารถเปิดทิ้งเอาไว้เท่ๆ ได้ตลอดเวลา จากเดิมที่ไฟจะติดเฉพาะตอนที่เปิด X Mode เท่านั้น

ใครอยากเท่เปิดไฟ RGB ทิ้งไว้ได้ตลอดเวลาก็ย่อมได้

จากการใช้งานจริง ถ้าใครไม่ชอบใส่เคสจะเจอปัญหานิดนึงคือตัวเครื่องด้านหลังมีความลื่นมากๆ จะเอาไปวางตรงไหนก็ต้องระวังนิดนึง เพราะหากพื้นที่วางมีความเอียง เครื่องจะค่อยๆ ไหลแบบไม่รู้ตัว (เกือบหล่นหลายทีมาก ทั้งจากโซฟา, อ่างล้างหน้า หรือแม้แต่กระเป๋ากางกาง) ทางแก้ก็ง่ายๆ แค่ใส่เคสที่แถมมานั่นแหละ

ใส่เคสซะ ถ้าไม่อยากให้เครื่องลื่นไถลไปไหนต่อไหนแบบไม่รู้ตัว

อีกอย่างคือเรื่องน้ำหนักที่ค่อนข้างมาก ถ้าคนไม่เคยใช้มือถือจอใหญ่ๆ มาก่อน จะรู้สึกทันทีว่ามันหนักกว่ามือถือรุ่นอื่นๆ ซึ่งก็มาจากแบตเตอรี่ที่ให้มาแบบมโหระทึกถึง 6000 mAh นั่นเอง ใครที่พกมือถือรุ่นนี้ในกระเป๋ากางเกง เวลาวิ่งหรือเดินเร็วๆ จะรู้สึกได้เลยว่ามันแกว่งตีขาพลั่กๆ ตลอด

 

หน้าจอรีเฟรชเรทสูง 144Hz

หน้าจอของ ROG Phone 3 ถูกอัปเกรดขึ้นมาให้รองรับรีเฟรชเรทได้สูงสุดถึง 144Hz ถ้าหากเอาไปเทียบกับมือถือรุ่นอื่นๆ ที่มีจอรีเฟรชเรท 60-90Hz จะเห็นความแตกต่างแบบสุดๆ เพราะจอ 144Hz จะเนียนตามากๆ เวลาไถหน้าจอเร็วๆ ตอนเล่นเน็ต หรือเล่นเกมที่รองรับหน้าจอรีเฟรชเรทสูง และแน่นอนว่าถ้าเปิดไว้ที่ 144Hz ตลอดเวลา มันก็จะกินแบตมากกว่าเดิม

หรือจะเปิดโหมด Auto เอาไว้ เพื่อให้เครื่องคอยสลับค่ารีเฟรชเรทอัตโนมัติเมื่อใช้งานแอปต่างๆ ทำให้ช่วยประหยัดแบตขึ้นได้อีก หากเราเข้าแอปที่ไม่จำเป็นต้องใช้ค่ารีเฟรชเรทสูงๆ

รองรับ HDR

หน้าจอของ ROG Phone 3 ยังรองรับการแสดงผลแบบ HDR ทำให้สามารถดูคอนเทนท์ในรูปแบบดังกล่าวได้ทั้งจาก YouTube และ Netflix

ประสิทธิภาพเครื่องสุดทรงพลัง

แน่นอนว่าแค่ชิป Snapdragon 865+ ก็ต้องแรงสุดๆ จนเล่นเกมในปัจจุบันได้ทุกเกมแบบไม่มีอาการกระตุก หรือเฟรมเรทร่วงให้หงุดหงิดหัวใจ รวมถึงการทำงานอื่นๆ ก็ไม่มีปัญหาอะไรเลย ด้วย RAM ที่ให้มาเหลือๆ ถึง 12GB จะสลับแอปไปมาก็เร็วปรู๊ดปร๊าด นอกจากนี้ยังมี X Mode ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องให้สูงขึ้นไปได้อีก โดยการทดสอบประสิทธิภาพด้วยแอป 3DMark และ Geekbench ออกมาได้ตามนี้

ทดสอบด้วย 3DMark ปิด X Mode (ซ้าย) / เปิด X Mode (ขวา)

คะแนนเฉลี่ยแรงเป็นอันดับ 1 ของแอป 3DMark

ทดสอบด้วย Geekbench ปิด X Mode (ซ้าย) / เปิด X Mode (ขวา)

ส่วนหน่วยความจำที่ใช้เป็นแบบ UFS 3.1 ก็แน่นอนว่าเร็วปรู๊ดปร๊าดแบบไม่ผิดหวัง จะเขียนข้อมูล จะอ่านข้อมูล ย้ายไฟล์ ฯลฯ ก็เร็วรวดพรวดพราด ทดสอบด้วยแอป Androbench ได้ผลออกมาตามนี้

ส่วนการเล่นเกมต่างๆ ที่มีกราฟิก 3D โหดๆ ทั้งพวก PUBG, Call of Duty, ROV, LOL Wild Rift หรือจะเป็นเกมกินสเปคอย่าง Genshin Impact แน่นอนว่าปรับไปจนถึงขั้นสุดได้สบายแฮ รวมไปถึงตอนเล่นเกมก็ลื่นปรื๊ดดด ไม่มีกระตุกเลยล่ะ หรือใครจะเปิด X Mode ช่วยอีกแรงก็ได้ (จริงๆ จะเปิดหรือไม่เปิดก็ลื่นเหมือนกันอะนะ)

LOL Wild Rift ปรับได้สุดทุกอย่าง จะนัวกันทั้งทีม จะปล่อย Ulti พร้อมกันเฟรมเรทก็อยู่ที่ 59-60fps ตลอด

PUBG ปรับสุดทุกอย่างก็เล่นได้ลื่นปรื๊ด

เกมกราฟิกงามๆ Kenshin Impact ก็ปรับสุดได้แบบไม่มีปัญหา

ฟีเจอร์สำหรับเล่นเกม

ฟีเจอร์ต่างๆ สำหรับการเล่นเกมของ ROG Phone 3 ไม่ว่าจะเป็นการตั้งค่าปุ่ม, ปรับรีเฟรชเรท, การล็อคความสว่างจอ, การล้าง RAM, การอัดหน้าจอ, ดู FPS, ดูอุณหภูมิเครื่อง ฯลฯ สามารถเข้าได้โดยการปัดหน้าจอทางซ้ายออกมา เมื่อตอนที่เราอยู่ในเกม

แถบตั้งค่าฟีเจอร์เกมต่างๆ

Shoulder Button ที่เจ๋งกว่าเดิม

เป็นมือถือเกมมิ่งทั้งที จะแต่สเปคแรงเฉยๆ มันก็จะธรรมดาเกินไปหน่อย มือถือรุ่นนี้ก็เลยใส่ฟีเจอร์สำหรับเล่นเกมล้ำๆ มาให้ด้วย โดยตรงบริเวณขอบเครื่องซ้าย-ขวา ด้านบน จะมีปุ่มที่ทำงานคล้ายกับ Shoulder Button ของคอนโทรลเลอร์เกม ซึ่งเราตั้งค่าได้ว่าจะให้การกดปุ่มนั้น กลายเป็นการกดหน้าจอตรงไหน ก็จะคล้ายๆ กับที่มีใน ROG Phone 2 นั่นแหละ (การตั้งค่าปุ่มให้กดเลือกที่ AirTriggers)

จะตั้งให้เป็นปุ่มกดเดี่ยวๆ ก็ได้

แต่คราวนี้มันล้ำกว่าเดิมเพราะเราสามารถแยกปุ่ม Shoulder ดังกล่าว ให้กลายเป็น 4 ปุ่ม (Dual partition buttons) ด้วยการแยกตำแหน่งแตะ อย่างเช่นปุ่มด้านขวา เมื่อแบ่งออกเป็น 2 ส่วน แตะบริเวณค่อนมาทางขวาจะเป็นการยิง แตะบริเวณค่อนมาทางซ้ายจะเป็นการบรรจุกระสุน หรือปุ่ม Shoulder ด้านซ้าย ถ้าแตะบริเวณค่อนมาทางซ้ายจะเป็นการเล็ง แตะบริเวณค่อนทางขวาจะเป็นก้ม

จะตั้งแยกให้กลายเป็น 4 ปุ่ม ก็สุดยอด (Dual partition buttons)

เขย่าเครื่องแทนการกดปุ่ม

ถ้าการตั้งค่าปุ่มต่างๆ ยังไม่พอ เรายังสามารถตั้งให้การเขย่าเครื่อง (Motion control) กลายเป็นการกดบนหน้าจอบริเวณไหนก็ได้ ยกตัวอย่างเกม PUBG เลือกให้การเขย่าเครื่อง เท่ากับการกดปุ่มหมอบ เมื่อเราเล่นเกมอยู่แล้วต้องการนอนซุ่มอยู่ในพงหญ้า ก็แค่เขย่าเครื่องเท่านั้น ตัวละครก็จะหมอบลงทันที พอจะยืนก็เขย่าเครื่องอีกครั้ง

เปิดศูนย์เล็งถาวร

เกมประเภท FPS หรือ TPS เมื่อเข้าสู่โหมดซูมหรือเล็งด้วยศูนย์ปืน เป้าเล็ง (Crosshair) บนหน้าจอจะหายไป แต่เราสามารถเปิดเองได้จากตัวเครื่องโดยตรงด้วยการปัดแถบ Game Genie ด้านซ้ายแล้วเลือกที่ Crosshair เพื่อเปิดศูนย์เล็งแบบถาวรบนหน้าจอ

เปิดศูนย์เล็งเองได้ จะปรับขนาด ปรับสี ชอบแบบไหนก็เลือกเอาเลย

เสียบไฟตรงโดยไม่ชาร์จแบตเตอรี่ เพื่อลดความร้อน และถนอมแบต

ในแถบ Game Genie มีตัวเลือก Bypass charging สุดล้ำให้ใช้กันอีกด้วย ฟีเจอร์นี้จะเปิดได้ก็ตอนที่เราเสียบสายชาร์จไว้ ซึ่งความสามารถของมันก็คือจะส่งไฟจากสายชาร์จไปที่เครื่องโดยตรงแบบไม่ผ่านแบตเตอรี่ก่อน ทำให้ตัวเครื่องไม่เกิดความร้อนจากการชาร์จไฟและการเล่นเกมไปพร้อมๆ กัน แถมยังช่วยถนอมแบตเตอรี่ไปอีกด้วย เรียกว่าเด็ดสุดจริงๆ สำหรับฟีเจอร์นี้

กล้องเซลฟี่ และกล้องหลังที่เพิ่มมาเป็น 3 ตัว

ROG Phone 3 ได้รับการอัปเกรดกล้องหลังเข้าเป็น 3 ตัว (จากรุ่นก่อนที่มีแค่ 2) โดยเพิ่มกล้อง Macro เข้ามาให้สำหรับการถ่ายวัตถุในระยะใกล้มากๆ ส่วนกล้องหลักก็เพิ่มความละเอียดเป็น 64MP ทำให้การถ่ายภาพและการถ่ายวิดีโอโดยรวมของมือถือรุ่นนี้ดีขึ้นกว่าเดิมพอสมควร จะมีข้อตินิดหน่อยสำหรับการถ่ายมุม Ultra Wide จะสังเกตได้ชัดเจนว่าขอบภาพเบี้ยว และทำให้สัดส่วนเพี้ยนไปเลย



















การถ่ายวิดีโอ ROG Phone 3 ยังคงทำได้ค่อนข้างน่าพอใจเลย สำหรับระบบกันสั่นที่เรียกว่านิ่ง และสมูทสุดๆ แถมคราวนี้ยังสามารถถ่ายได้ที่ระดับ 8K อีกต่างหาก แต่ว่ามันกินพื้นที่สุดๆ วิดีโอ 8K ความยาว 1 นาที จะกินไปราวๆ 1GB เลยทีเดียว

สำหรับกล้องเซลฟี่ยังคงมีความละเอียดเท่าเดิมที่ 24MP มีโหมดหน้าชัดหลังเบลอ และบิวตี้ให้ตามปกติ




ระบบเสียงสุดกระหึ่ม

ROG Phone 3 ยังคงใช้ลำโพงคู่สเตอรีโอด้านหน้าอยู่เช่นเดิม ซึ่งความดังความกระหึ่มก็ยังคงประสิทธิภาพเอาไว้ได้ตามเคย ไม่ว่าจะดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม ไม่จำเป็นต้องหาลำโพงนอกมาเสียบเลย ใช้แค่ลำโพงของมันเองก็ดังเหลือเฟือแล้ว แถมยังมีโหมด Outdoor สำหรับการใช้งานในที่กลางแจ้งที่จะเร่งเสียงให้ดังมากขึ้นไปอีก (โหมดนี้คุณภาพเสียงและรายละเอียดต่างๆ จะลดลงไปพอสมควร) แต่น่าเสียดายที่คราวนี้ ROG Phone 3 ตัดรูหูฟัง 3.5 มม. ทิ้งไปซะแล้ว ถ้าใครอยากใช้หูฟังมีสายก็ต้องต่อกับตัวแปลงที่แถมมาให้นะครับ

รูหูฟัง 3.5 มม. หายไปแล้วจ้า

แต่ถ้าใครจะเล่นเกมไปด้วย แล้วเสียบหูฟังไปด้วย เจ้าพัดลมระบายความร้อน Aero Active 3 ก็มีรูหูฟัง 3.5 มม. ให้มาด้วยนะ

พัดลม Aero Active 3 มีรูหูฟัง 3.5 มม.

แบตเตอรี่ที่ยังอึดเหมือนเดิม

อีกหนึ่งจุดเด่นของมือถือรุ่นนี้ที่ยังคงเดิมก็คือแบตเตอรี่อึดๆ ที่จัดมาให้แบบเต็มเหนี่ยวถึง 6000 mAh ถ้าตั้งจอรีเฟรชเรทแบบ Auto ใช้งานปกติ เล่นเน็ต, เล่นเกม, ฟังเพลง, ดูคลิปผ่าน YouTube, ถ่ายรูปนิดๆ หน่อยๆ รับรองว่าอยู่ได้เกินวันสบายๆ ยิ่งปรับรีเฟรชเรทให้ต่ำลงมาที่ 60-90Hz ก็จะยิ่งเพิ่มอายุการใช้งานได้มากขึ้นไปอีก

ส่วนระบบชาร์จไวของมือถือรุ่นนี้ ยังคงให้มาเท่าเดิมที่ 30W ซึ่งเอาจริงๆ ก็ถือว่าเร็วเพียงพอแล้ว อันนี้ความเห็นส่วนตัวนะครับ เพราะปกติเป็นคนที่เสียบชาร์จก่อนนอนทุกคืนอยู่แล้ว จะชาร์จช้า หรือชาร์จไว ก็เลยไม่ค่อยมีผลซักเท่าไหร่

สรุป

ข้อดี

  • หน้าจอรีเฟรชเรท 144Hz ลื่นปรื๊ด เนียนตาสุด
  • สเปคแรงหายห่วง ใช้งานทั่วไปได้ทุกอย่าง เล่นเกมปรับกราฟิกสุดได้ทุกเกม
  • ลำโพงเสียงดังมาก คุณภาพเสียงโอเค
  • กล้องหลังคุณภาพดีสำหรับมือถือเกมมิ่ง
  • ถ่ายวิดีโอเนียน และนิ่ง
  • ปุ่ม AirTriggers ที่เพิ่มลูกเล่นมากขึ้น ถูกใจคอเกมแน่นอน
  • แบตเตอรี่อึดมาก
  • ระบบจ่ายไฟตรง Bypass Charging มีประโยชน์ ใช้งานได้จริง
  • มีพอร์ต USB-C ข้างเครื่องทำให้ชาร์จไปเล่นไปได้ถนัด
  • มีอุปกรณ์เสริมให้ใช้เพียบ

ข้อสังเกต

  • ดีไซน์แทบไม่ต่างจากรุ่นที่แล้ว (ROG Phone 2)
  • ตัวเครื่องน้ำหนักเยอะ (240 กรัม)
  • ไม่มีรูหูฟัง 3.5 มม. แล้ว
  • ไม่มีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น
  • โมดูลกล้องนูนออกมาจากตัวเครื่องค่อนข้างเยอะ
  • ระบบชาร์จไวยังอยู่ที่ 30W
  • อุปกรณ์เสริมราคาโหดเอาเรื่อง

ASUS ROG Phone 3 ยังคงความเป็นมือถือเกมมิ่งสเปคโคตรโหด ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ต่างๆ สำหรับการเล่นเกมอย่างแท้จริง แถมเรื่องกล้องก็ทำได้ดีกว่ารุ่นเดิมพอตัวเลย…เอาจริงๆ ก็ถือว่ามีกล้องที่คุณภาพใช้ได้สำหรับมือถือเกมมิ่ง ถ่ายรูปทั่วไปได้แบบไม่เห่ย ส่วนการถ่ายวิดีโอก็ยังคงมาตรฐานเอาไว้ได้น่าประทับใจทั้งคุณภาพของภาพและระบบกันสั่นที่ดีจนน่าแปลกใจ
แน่นอนว่ามันเป็นมือถือเกมมิ่ง ก็เลยอาจจะไม่เหมาะกับผู้ใช้งานทั่วไปที่ไม่ได้เน้นเล่นเกมเป็นหลัก เพราะฟีเจอร์เจ๋งๆ ที่ให้มาจะไร้ประโยชน์ทันที แถมตัวเครื่องก็ค่อนข้างใหญ่ หนา และหนัก สาวๆ อาจจะไม่ชอบใจตรงส่วนนี้ก็ได้

รวมๆ แล้ว ROG Phone 3 ดูเหมือนจะเป็นมือถือรุ่นอัปเกรดจาก ROG Phone 2 ขึ้นมาอีกขั้น ในเรื่องชิป, กล้อง, รองรับ 5G และฟีเจอร์เกมเล็กๆ น้อยๆ ส่วนตัวคิดว่าใครที่เป็นเจ้าของ ROG Phone 2 อยู่แล้ว และยังไม่ต้องการใช้ 5G ขนาดนั้น จะรอข้ามไปเล่น ROG Phone 4 ก็ยังได้ครับ แต่ถ้าใครที่อยากลองสัมผัสมือถือเกมมิ่งระดับเทพล่ะก็…แนะนำว่าจัดได้เลย เพราะรุ่นนี้ให้มาครบเครื่องจริงๆ ครับ

from:https://droidsans.com/review-rog-phone-3-monster-specs-5g-gaming-phone/

ลือ Qualcomm ซุ่มพัฒนามือถือเกมมิ่งของตัวเอง คาดเปิดตัวภายในปี 2020 นี้

ปกติเราจะเห็นแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง Qualcomm ผลิตแต่ชิปแรงๆ เพื่อส่งให้ค่ายมือถือต่างๆ เอาไปใช้เท่านั้น แต่ดูเหมือนว่าช่วงนี้กระแสมือถือเกมมิ่งจะมาแรงเกินไปหน่อย เพราะล่าสุดได้มีข่าวลือออกมาว่า Qualcomm กำลังซุ่มพัฒนามือถือเกมมิ่งของตัวเองอยู่เหมือนกัน และคาดว่าน่าจะเปิดตัวได้เร็วสุดภายในปี 2020 อีกด้วย

ตามข้อมูลที่หลุดออกมา บอกว่าตอนนี้ Qualcomm ได้ไปจับมือกับทาง ASUS (ซึ่งเป็นผู้ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการอุปกรณ์เกมมานานแล้ว ทั้งจากเกมมิ่งโน้ตบุ๊ค และมือถือเกมมิ่งซีรีส์ ROG Phone ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย) เพื่อร่วมกันพัฒนามือถือเกมมิ่งแบรนด์ Qualcomm ออกมา

มีการคาดการณ์ว่า ที่ทั้งคู่จับมือกันเพื่อพัฒนามือถือเกมมิ่งในคราวนี้ ทาง ASUS จะเป็นคนดูแลเรื่องการดีไซน์ตัวเครื่อง และพวกฮาร์ดแวร์ต่างๆ ส่วน Qualcomm จะเป็นผู้ดูแลการออกแบบภายในตัวเครื่อง และซอฟท์แวร์ที่จะเอามาใช้กับชิปรุ่นล่าสุดอย่าง Snapdragon 875 ที่กำลังจะเปิดตัวในวันที่ 1 ธันวาคมนี้ นั่นเอง

น่าเสียดายที่ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลของมือถือเกมมิ่งจาก Qualcomm ดังกล่าวมากไปกว่านี้เลย แต่ไม่แน่ว่าภายในงาน Tech Summit Digital 2020 ของ Qualcomm นอกจากจะมีการเปิดตัวชิป Snapdragon รุ่นใหม่ๆ แล้ว อาจจะมีเซอร์ไพรส์เปิดตัวมือถือเกมมิ่งรุ่นนี้ด้วยก็ได้…เอาไว้มารอติดตามข้อมูลกันต่อไปครับ

ที่มา : AndroidAuthority

from:https://droidsans.com/qualcomm-rumored-developing-own-gaming-phone/

ASUS เปิดตัว ROG Phone 3 Series สุดยอดเกมมิ่งสมาร์ทโฟนรุ่นที่ 3 โคตรแรง! และแบต 6000 mAh

เปิดตัว ASUS ROG Phone 3 Series สุดยอดเกมมิ่งสมาร์ทโฟนรุ่นที่ 3 มาพร้อม Snapdragon 865 Plus ล่าสุด, จอ AMOLED อัตรารีเฟรชเรทสูงถึง 144Hz/1ms และแบตเตอรี่ขนาด 6000mAh

เอซุส รีพับลิก ออฟ เกมเมอร์สอเปิดตัวเกมมิ่งสมาร์ทโฟนที่ทรงพลังที่สุด พร้อมวางจำหน่ายสองรุ่นด้วยกัน ได้แก่ รุ่นเรือธง ROG Phone 3 และ ROG Phone 3 Strix Edition

มาพร้อมชิปล่าสุดจาก Qualcomm Snapdragon 865 Plus 5G Mobile Platform เพื่อการใช้งานเครือข่าย 5G และทำงานร่วมกับ Qualcomm Snapdragon Elite Gaming ทั้งยังนำเสนอระบบระบายความร้อน GameCool 3 นับเป็นสมาร์ทโฟนที่ส่งมอบประสบการณ์การเล่นเกมส์ที่ลื่นไหลและดีที่สุด นอกจากนี้จอ AMOLED ขนาด 6.59 นิ้วที่มาพร้อมอัตรารีเฟรชเรทสูงถึง 144Hz / 1ms ยังให้ค่าสี Delta-E ต่ำกว่า 1 ให้สีคมชัด แม่นยำเหนือจินตนาการ รวมถึงการตอบสนองต่อการสัมผัสในเวลาเพียง 25 มิลลิวินาที สามารถตอบสนองต่อการสัมผัสได้ทันท่วงที จอแสดงผล 10 bit ยังรองรับ HDR10+ เพื่อความสมจริงของภาพที่ดีที่สุด

นอกจากจะใช้โปรเซสเซอร์ที่ทรงพลังที่สุดแล้วยังมาพร้อมแรมขนาดใหญ่ถึง 12GB และรอมขนาด 512 GB ยังได้รับการออกแบบมาโดยคำนึงถึงการใช้งานของนักเล่นเกมส์เป็นหลัก อาทิพอร์ทชาร์จด้านข้างอันเป็นเอกลักษณ์และแบตเตอรี่ขนาด 6,000 mAh ระบบ Air Trigger มีการพัฒนาให้ใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น มาพร้อมเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมจากเซ็นเซอร์สัมผัสอัลตราโซนิกที่สามารถปรับตั้งค่าได้ ช่วยให้นักเล่นเกมส์สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวได้หลากหลายขึ้น โดยมีการออกซอฟท์แวร์เพิ่มประสิทธิภาพ X Mode รองรับการปรับพารามิเตอร์ระบบได้หลากหลายมากขึ้น ทำให้ผู้ใช้สามารถดึงศักยภาพของเครื่อง ออกมาใช้ได้อย่างสูงสุด

นอกจากนี้ยังนับเป็นการเปิดตัวครั้งแรกของ Strix Edition ที่ขับเคลื่อนด้วย Snapdragon 865 Mobile Platform พร้อมด้วย ROM 256 GB UFS 3.1 และ RAM 8 GB LPDDR5

ประสิทธิภาพอันทรงพลัง

ขับเคลื่อนด้วยชิปล่าสุดจาก Qualcomm Snapdragon 865 Plus 5G Mobile Platform เพื่อการใช้งานเครือข่ายระบบ 5G และ Wifi 6 เพื่อประสบการณ์เล่นเกมส์สมจริงเสมือนใช้งานคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป ด้วยภาพกราฟิกคุณภาพสูง และการนำระบบ AI เข้ามาทำงาน และยังนำเสนอ Qualcomm Snapdragon Elite Gaming™ ช่วยส่งมอบประสบการณ์เล่นเกมส์ในระดับ HDR อย่างลื่นไหลพร้อมประสิทธิภาพที่ยาวนานยิ่งขึ้น

มาพร้อม LPDDR5 RAM สูงสุดขนาด 12 GB และ ROM ความเร็วสูงแบบ UFS 3.1 ขนาด 512 GB ทั้งยังพัฒนาซอฟท์แวร์เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน X Mode ทำให้สามารถปรับการตั้งค่าระบบเพื่อให้เหมาะกับการเล่นเกมส์ในแต่ละสถานการณ์ ทำให้เหล่าเกมเมอร์สสามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ

ระบบระบายความร้อน GameCool รุ่นที่สามของ ROG Phone นี้มีช่องระบายความร้อน 3D vapor chamber แบบใหม่ ซึ่งมีคุณภาพสูงสุดในการกำจัดความร้อนจากตัวเครื่อง ช่วยให้สามารถคงประสิทธิภาพสูงสุดในช่วงที่มีการใช้งานอย่างหนักหน่วง และหากผู้เล่นต้องการเพิ่มการระบายความร้อนจากการเล่นเกมส์อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ก็ยังมี AeroActive Cooler 3 รุ่นใหม่ ที่ปรับปรุงการออกแบบใบพัดลมที่สร้างลมหมุนเวียนใน ROG Aerodynamic System ในปริมาณที่มากขึ้น ช่วยระบายความร้อนเพื่อคงประสิทธิภาพการเล่นเกมส์ให้ยาวนานยิ่งขึ้น เทคโนโลยี ROG HyperFusion ที่ทำงานร่วมกับอุปกรณ์รับสัญญาณไวไฟ (Multi-antenna) และระบบ 5G ช่วยให้ผู้เล่นสามารถเชื่อมต่อไวไฟและเครือข่ายมือถือได้พร้อมกัน โดยจะเลือกรับสัญญานจากแหล่งที่มีสัญญาณดีที่สุด ผู้เล่นจึงสามารถเพลิดเพลินกับการเชื่อมต่อที่รวดเร็วและเสถียร ไม่มีสะดุด

สุดยอดภาพสมจริง

ยกระดับการแสดงภาพเหนือชั้น ด้วยจอแสดงผลเฟรมเรทสูงถึง 144Hz/1ms แบบ AMOLED ขนาด 6.59 นิ้ว ทั้งนี้ยังเป็นมือวางอันดับหนึ่งเรื่องความแม่นยำของสี ด้วยค่า Delta-E < 1 มั่นใจได้ว่าเกมที่กำลังเล่นอยู่ได้แสดงผลตามที่ผู้พัฒนาเกมได้ตั้งไว้ และมีศักยภาพการสัมผัสที่ไวถึง 25ms เพื่อการตอบสนองที่รวดเร็วสำหรับการแข่งขันที่ได้เปรียบ และยังรองรับ HDR10+ สำหรับเนื้อหาช่วงไดนามิกสูงเพื่อความสมจริงของภาพและการแสดงผลที่ลื่นไหล ลดปัญหาการปวดตาขณะรับชม ผ่านการรับรองแสงสีฟ้า TÜV Rheinland Low Blue Light (Hardware Solution) รวมถึงลดการสั่นของภาพ

(Flicker Reduced) เพื่อการแสดงภาพที่ลื่นไหล ไร้ความมัวของภาพขณะเล่นเกมหรือรับชมความบันเทิง

แบตเตอรี่สุดอึด

แบตเตอรี่ขนาด 6,000 mAh ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกมได้อย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมกลไกการประหยัดพลังงานหลากหลาย เช่นฟังก์ชั่นไฮเบอร์เนตที่สามารถจำกัดการใช้งานข้อมูลพื้นหลังที่จะมาเพิ่มระยะเวลาในการชาร์จ โดยยังช่วยให้แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้นอีกด้วย

สมาร์ทโฟนเพื่อนักเล่นเกมส์ที่แท้จริง

ได้รับการออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมส์โดยเฉพาะ เน้นการใช้งานในแนวนอนที่คำนึงถึงหลักสรีรศาสตร์ Air Trigger 3 ที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพเพื่อการสัมผัสแบบอัลตร้าโซนิคที่แม่นยำ สามารถรองรับการสไลด์เพื่อการควบคุม ที่ให้ความรู้สึกเหมือนกับการควบคุมด้วยปุ่มคอนโซล และในรุ่นล่าสุดนี้ยังนำเสนอเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวแบบใหม่ ผู้เล่นสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวด้วยการเขย่าอุปกรณ์ ซึ่งนับเป็นวิธีการใช้งาน Air Trigger แบบใหม่ล่าสุด ทำให้ผู้เล่นสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวขณะเล่นเกมส์ได้อย่างดีที่สุดนำหน้าคู่แข่ง

การจัดวางช่องการเชื่อมต่อด้านข้างที่โดดเด่น USB-C™ และช่องเสียบรูหูฟัง 3.5 ที่ให้ผู้เล่นเกมได้สนุกกับการเล่นเกมแบบมาราธอนในขณะที่เสียบปลั๊กอยู่ พร้อมขาตั้งแบบใหม่ด้านหลัง ผู้ใช้สามารถวางบนโต๊ะหรือโต๊ะทำงานเพื่อเพิ่มประสบการณ์รับชมและการเล่นเกมส์ที่ดียิ่งขึ้น

ด้านประสิทธิภาพเสียง โดย DXOMARK Audio ให้คะแนนไว้สูงถึง 75 คะแนน พร้อมชูคุณภาพเสียงจากลำโพงคู่บริเวณด้านบน และด้านล่างของจอที่เพิ่มมิติเสียงและให้เสียงสมดุลอย่างดีเยี่ยมแม้ในขณะเปิดเสียงเบา ทั้งนี้ Rog Phone 3 ยังรับรองการใช้งาน Qualcomm aptX™ Adaptive สำหรับการส่งข้อมูลเสียงระดับสูงในค่าหน่วงที่ต่ำผ่านการเชื่อมต่อ Bluetooth

สามารถต่ออุปกรณ์เสริมได้หลากหลายรูปแบบ มาพร้อมอุปกรณ์เสริมอย่าง ROG Kunai 3 Gamepad ที่ทำหน้าที่เสมือนคอนโซลในการควมคุมเกม, ROG Clip ให้คุณใช้งาน ร่วมกับ PlayStation หรือ Xbox คอนโทรลเลอร์ได้อย่างลื่นไหล, TwinView Dock 3 หน้าจอที่สองขนาด 6.59” แบบ 144Hz สำหรับการเล่นเกมและความบันเทิงอื่นๆแบบไร้ขีดจำกัดด้วยแบตเตอรี่ในตัวขนาด 5,000 mAh

ยังจับมือกับ Stadia และ Unity ในการสร้างระบบเกมมิ่ง Eco-system แบบบูรณาการ เพื่อสร้างประสบการณ์การเล่นเกมส์บนสมาร์ทโฟนอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ด้วยการผลิตเกมส์ที่สามารถใช้งานได้ผ่านสมาร์ทโฟน

ราคาและช่องทางการจัดจำหน่าย

ROG Phone 3 12 GB/512 GB วางจำหน่ายในราคา 32,990 บาท

Strix Edition 8 GB/256 GB ราคา 24,990 บาท

ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2563 เป็นต้นไป พร้อมอุปกรณ์เสริม

TwinView Dock 3 (ราคา 7,990 บาท)

Lighting Armor case (ราคา 1,990 บาท)

ROG Clip (ราคา 1,990 บาท)

ROG Kunai 3 Gamepad (ราคา 3,990 บาท) จะพร้อมวางจำหน่ายในช่วงเดือน พ.ย. 2563

ทั้งนี้เอซุสยังส่งโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าที่สั่งซื้อผ่านช่องทางต่างๆดังนี้

  • AIS

มอบส่วนลดสูงสุดถึง 6,500 บาท ให้คุณเป็นเจ้าของ ROG Phone 3 Strix Edition ในราคาเริ่มต้นเพียง 18,490 บาท เมื่อสมัครแพคเกจ Hot Deal แบบรายเดือน* ซื้อรุ่นนี้พร้อมย้ายค่ายเบอร์เดิมมาเป็นครอบครัวเอไอเอสรับส่วนลดเพิ่มอีก 1,000.- พร้อมรับฟรี YouTube Premium สูงสุด 6 เดือน และ AIS Play Family ไม่คิดค่าเน็ตนาน 6 เดือน

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

สามารถสั่งซื้อผ่าน AIS Online Store หรือที่เอไอเอสช็อปทั้ง 7 สาขา ได้แก่

เอไอเอสช็อป สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ (ชั้น 4)
เอไอเอสช็อป สาขาเมกา บางนา (ชั้น 2)
เอไอเอสช็อป สาขาเซ็นทรัล เวสต์เกต (ชั้น 2) ติดทางออกลานจอดรถ
เอไอเอสช็อป สาขาเดอะมอลล์ บางกะปิ (ชั้น 3)
เอไอเอสช็อป สาขาเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า (ชั้น 3 โซนเซ็นทรัล)
เอไอเอสช็อป สาขาฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต 1 (ชั้น GF)
เอไอเอสช็อป สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ (ชั้น 3)

ข่าว: ASUS เปิดตัว ROG Phone 3 Series สุดยอดเกมมิ่งสมาร์ทโฟนรุ่นที่ 3 โคตรแรง! และแบต 6000 mAh มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/09/29/asus-rog-phone-3-series-launch.html

ASUS ROG Phone 3 มือถือเกมมิ่ง 5G จัดเต็มทั้งจอ OLED 144Hz, Snapdragon 865+, RAM 16GB และแบต 6,000 mAh

ASUS เปิดตัวสมาร์ทโฟนสายเกมมิ่งสุดแรง ROG Phone 3 โดยมันจะมาพร้อมสเปคสุดเทพแบบจัดเต็ม ทั้งหน้าจอ OLED ขนาด 6.59 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ รองรับ HDR10+ และมีรีเฟรชเรทสูงถึง 144Hz แถมยังขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 865 Plus สุดทรงพลัง พ่วงด้วย RAM LPDDR5 สูงสุดถึง 16GB ส่วนความจุก็ให้มาเป็น UFS 3.1 สูงสุดถึง 512GB พร้อมทั้งฟีเจอร์และอุปกรณ์เสริมสำหรับคอเกมอีกมากมาย นอกจากนี้มันยังรองรับ 5G อีกด้วย

หน้าจอแสดงผลแบบจัดเต็ม

ROG Phone 3 เลือกใช้หน้าจอแสดงผลชนิด OLED ขนาด 6.59 นิ้ว ใหญ่เต็มตา ไร้ติ่ง ไร้รู ความละเอียดระดับ Full HD+ รองรับการแสดงผล HDR10+ พร้อมรีเฟรชเรทสูงถึง 144Hz ยิ่งไปกว่านั้น มันยังมี touch-sampling rate สูงถึง 270Hz แตะปุ๊บ ติดปั๊บ ส่วน touch latency และ side latency ก็ต่ำมาก ๆ เพียง 25 ms และ 18 ms ตามลำดับ นอกจากนี้หน้าจอของมันยังมีความเที่ยงตรงของสีที่สูงมาก ๆ โดยมีค่า Delta E <1

แบตเตอรี่ใหญ่จุใจ

ROG Phone 3 มาพร้อมแบตเตอรี่ที่มีความจุสูงถึง 6,000 mAh โดย ASUS เคลมว่า มันสามารถเล่มเกมดัง ๆ อย่าง PUBG Mobile, Asphalt 9 และ Call of Duty Mobile ต่อเนื่องได้นานกว่า 9 ชั่วโมงเลยทีเดียว ส่วนการชาร์จแบตก็ไม่ต้องรอนาน เพราะมันรองรับระบบชาร์จไวที่ 30W ด้วย

ลำโพงคู่ เสียงดัง ฟังชัดทุกรายละเอียด

ROG Phone 3 มีลำโพงสเตอรีโอคู่ที่ด้านหน้า พร้อมด้วยระบบเสียง GameFX ซึ่งนอกจากเสียงจะดังแล้ว ยังมีความคมชัด และรายละเอียดเสียงจัดเต็ม ช่วยเพิ่มอรรถรสในการเล่นเกม

AirTrigger เวอร์ชั่นใหม่

ปุ่มพิเศษ AirTrigger ที่ทำหน้าที่เป็นปุ่ม L-R ในเวอร์ชั่นที่ 3 นี้ ถูกปรับปรุงด้วยการใช้เซ็นเซอร์อัลตราโซนิกที่ใช้รับสัมผัส ทั้งในแง่ของประสิทธิภาพการตอบสนอง และเพิ่มพื้นที่สัมผัสให้มากขึ้นเพื่อความถนัดมือ อีกทั้งยังมีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ๆ เข้าไปเพียบ

โดย AirTrigger 3 ไม่เพียงแค่รองรับการแตะเท่านั้น แต่มันยังรองรับการลากนิ้วไปมาได้อีกด้วย ทำให้เพิ่มตัวเลือกสำหรับกำหนดคำสั่งเข้าไปได้อีกมากมาย ดังภาพด้านล่าง

นอกจากนี้ ROG Phone 3 ยังมีฟีเจอร์ใหม่อย่าง Motion-Based Control ที่สามารถแมปปุ่มในเกมและเรียกใช้ผ่านการเขย่าเครื่องได้ ทำให้ไม่ต้องเอื้อมนิ้วไปแตะ เหมาะสำหรับเกมที่มีปุ่มควบคุมเยอะ ๆ

หน่วยประมวลผลความเร็วสูงสุดขีด

ขึ้นชื่อว่าเกมมิ่งสมาร์ทโฟนแล้ว ปัจจัยสำคัญที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องประสิทธิภาพการประมวลผล ซึ่ง ASUS ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง จับ Snapdraon 865 Plus ชิปเซ็ตตัวท็อปสุดจาก Qualcomm ใส่มาให้เลย ดังนั้น เรื่องความแรงคงไม่ต้องพูดถึง เพราะมันเป็นชิปที่แรงที่สุดของฝั่ง Android ในตอนนี้แล้ว อีกทั้งในฝั่งหน่วยความจำก็เร็วสุด ๆ เช่นกัน เพราะ ASUS เลือกใช้หน่วยความจำ UFS 3.1 และ RAM LPDDR5 มีให้เลือกด้วยกัน 2 ขนาด คือ 12GB / 512GB และ 16GB / 512 GB

กล้องหลัง 3 ตัว

ROG Phone 3 ได้รับการอัปเกรดกล้องหลังจากรุ่นก่อนหน้าที่เป็นแค่กล้องคู่ มาเป็นกล้อง 3 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลักเซ็นเซอร์ IMX686 ความละเอียด 64MP + กล้อง Ultra-wide 13MP + กล้องมาโคร 5MP แถมยังมากับโหมดถ่ายวิดีโอเจ๋ง ๆ ทั้ง Free Zoom, Wind Filter และ Acoustic Focus ส่วนกล้องเซลฟี่ก็ให้ความละเอียดมาสูงถึง 24MP

สเปค ROG Phone 3

  • หน้าจอ : OLED ขนาด 6.59 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ (1080×2340) รีเฟรชเรท 144Hz รองรับ HDR10+
  • CPU : Snapdragon 865+
  • GPU : Adreno 650
  • RAM : LPDDR5 12GB / 16GB
  • ความจุ : UFS 3.1 256GB / 512GB
  • กล้องหลัง :
    • Wide 64MP (f/1.8) พร้อมระบบโฟกัส PDAF
    • Ultra-wide 13MP (f/2.4)
    • Macro 5MP (f/2.0)
  • กล้องหน้า : 24MP (f/2.0)
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอคู่ พร้อม GameFX และไมโครโฟน 4 ตัว
  • แบตเตอรี่ : 6,000 mAh รองรับชาร์จไว 30W

ราคา

ASUS ROG Phone 3 แบ่งออกเป็น 2 โมเดล ตามขนาดหน่วยความจำ ดังนี้

  • 12GB / 512 GB : ราคา 999 ยูโร หรือประมาณ 36,500 บาท
  • 16GB / 512 GB : ราคา 1,099 ยูโร หรือประมาณ 40,200 บาท

นอกจากนี้ ROG Phone 3 ยังมีรุ่นเล็กอีกหนึ่งรุ่น คือ ROG Phone 3 STRIX Edition ที่มีการลดสเปคลงมาเล็กน้อย โดยเลือกใช้ Snapdragon 865 พร้อมลด RAM และความจุลงมาเหลือ 8GB / 256 GB

  • Snapdragon 865 8GB / 256 GB ราคา 799 ยูโร หรือประมาณ 29,200 บาท

ทั้งนี้ ราคาตามด้านบนเป็นราคาทางฝั่งยุโรปที่จะมีภาษีที่แพงกว่าเราอยู่ถึงประมาณ 20% – 30% ดังนั้น หาก ROG Phone 3 และ ROG Phone 3 Strix Edition เปิดตัวในไทยแล้ว ราคาก็อาจจะต่ำกว่านี้ครับ แต่จะเปิดตัวและวางจำหน่ายในไทยเมื่อไหร่นั้น หากมีข้อมูลก็จะรีบมาอัปเดตให้ทราบเช่นเคยครับ

from:https://droidsans.com/asus-rog-phone-3-officially-announced/

หลุดคลิป Hands-on ตัวเป็นๆ พร้อมสเปคของมือถือเกมมิ่งภาคต่อ ASUS ROG Phone 3

น่าจะใกล้ได้ฤกษ์เปิดตัวกันเต็มที่แล้ว สำหรับมือถือเกมมิ่งภาคต่ออย่าง ASUS ROG Phone 3 เพราะเมื่อเร็วๆ นี้ พึ่งจะมีข่าวคราวว่ามันผ่านการรับรองจาก TENAA (กสทช. จีน) มาหยกๆ ล่าสุดก็ได้มีคลิปวิดีโอ Hands-on สั้นๆ เผยโฉมหน้าของมือถือรุ่นดังกล่าวแบบตัวจริงเสียงจริงให้ได้เห็นกันเรียบร้อยทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

ตามคลิปวิดีโอ Hands – on สั้นๆ ของ ROG Phone 3 ที่หลุดออกมา จะเห็นว่ามันมีดีไซน์โดยรวมที่คล้ายคลึงกับ ROG Phone 2 อยู่ไม่น้อยเลย เริ่มจากด้านหน้าจอที่ยังคงมีขอบจอบน – ล่าง อยู่เป็นปกติ ไม่ได้ใช้ดีไซน์แบบ Notch หรือจอเจาะรูเหมือนมือถือเรือธงทั่วไป

พลิกมาดูด้านหลังเครื่องก็จะเห็นเอกลักษณ์ของมือถือซีรีส์นี้ ก็คือโลโก้ ROG ซึ่งเป็นไฟ RGB อยู่ตรงกลางเครื่อง ส่วนแถบช่องระบายอากาศทางด้านขวาจะเล็กลงกว่ารุ่นที่แล้วหน่อยนึง และกล้องหลังเป็นส่วนที่เห็นชัดที่สุดว่า ROG Phone 3 ถูกอัปเกรดจากเดิมที่มีแค่ 2 ตัว กลายเป็น 3 ตัว แถมตรงโมดูลกล้องยังดูนูนขึ้นมามากกว่าเดิมด้วย

และถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าด้านล่างเครื่องมีโลโก้ Tencent Games แปะเอาไว้ นั่นแสดงว่า ROG Phone 3 จะยังคงมีเวอร์ชั่นพิเศษที่ไปจับมือกับค่ายเกม Tencent เหมือนกับ ROG Phone 2 อยู่อีกเช่นเคย โดยมือถือเวอร์ชั่นดังกล่าวจะมีราคาที่ถูกกว่าเวอร์ชั่นปกติเพราะจะถูกลดสเปคลงไปนิดหน่อย และจะมีแอป + เกมจาก Tencent ติดตั้งมาในตัวเครื่องเลย

สำหรับสเปคอื่นๆ ของ ROG Phone 3ที่หลุดออกมาตอนนี้ ก็เรียกว่าเกือบจะครบแล้ว ทั้งหน้าจอ, CPU, RAM, แบตเตอรี่ และอื่นๆ

สเปค ROG Phone 3 (ไม่เป็นทางการ)

  • หน้าจอ AMOLED ความละเอียด FHD+ ขนาด 6.59 นิ้ว รีเฟรชเรท 144Hz
  • CPU : Snapdragon 865
  • GPU : Adreno 650
  • RAM : 12GB / 16GB
  • ความจุ : 512GB / 1TB (ไม่รองรับ microSD Card)
  • กล้องหลัง : กล้องหลัก 64MP (f/1.8) + Ultrawide 13MP (f/2.4) + ???
  • กล้องหน้า : 13MP
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอคู่, รูหูฟัง 3.5 มม.
  • สแกนนิ้วมือใต้จอ
  • แบตเตอรี่ : 5800 mAh รองรับชาร์จไว 30W
  • ขนาด : 171 x 78 x 9.9 มม.

คาดว่า ROG Phone 3 จะเปิดตัวภายในเดือนกรกฎาคมนี้ พร้อมกับมือถือเรือธงซีรีส์ Zenfone 7 (ที่ยังไม่มีข้อมูลอะไรออกมาเลย นอกจากจะใช้ชิป Snapdragon 865) ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับการเปิดตัวของอีกหนึ่งมือถือเกมมิ่ง Legion Phone ด้วยนั่นเอง

 

ที่มา : GSMArena

from:https://droidsans.com/asus-rog-phone-3-hands-on-leaked/

TENAA เผยสเปค ASUS ROG Phone III มาพร้อมจอ 6.59 นิ้ว แบต 5800 mAh รองรับ 5G

ซีรี่ส์มือถือเกมมิ่ง ROG Phone จาก ASUS ได้รับการตอบรับที่ดีทั้งรุ่นแรกมาจนถึงรุ่นที่สองในปี 2019 ที่ผ่านมา ตอนนี้ก็ใกล้จะครบปีเลยมีข่าวและสเปคต่าง ๆ ของ ROG Phone III ทยอยหลุดออกมาทีละนิด และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ชื่อของมันก็ไปโผล่อยู่บน TENAA (กสทช.ประเทศจีน) ทำให้เราได้ทราบข้อมูลเพิ่มเติมของมือถือเกมมิ่งรุ่นใหม่ที่น่าจะเผยโฉมเร็วๆนี้

จากข้อมูลที่แสดงบนเว็บไซต์ของ TENAA จะเห็นได้ว่า ROG Phone III มีรหัสรุ่นคือ ASUS I003DD ซึ่งตรงกับข้อมูลที่หลุดออกมาก่อนหน้านี้ มาพร้อมกับหน้าจอ 6.59 นิ้ว แบตเตอรี่ 5800 mAh รองรับ 2 ซิม ยิ่งไปกว่านั้น มันยังมาพร้อม 5G ที่รองรับทั้งแบบ SA (standalone) และ NSA (non-standalone)

และเมื่อนำข้อมูลจาก TENAA ไปรวมเข้ากับข้อมูลจาก Geekbench และ Wi-Fi Alliance ที่ได้เปิดเผยออกมาก่อนหน้านี้ ทำให้เรายืนยันสเปกของ ROG Phone III ได้คร่าวๆ ตามนี้

  • รองรับ 5G SA/NSA
  • รองรับ Wi-Fi dual-band ax
  • ขนาดตัวเครื่อง 171×78×9.85 มม.
  • ขนาดหน้าจอ 6.59 นิ้ว
  • ระบบปฏิบัติการ Android 10
  • แรม 12 GB
  • ความจุแบตเตอรี่ 5800 mAh
  • รองรับชาร์จไว สูงสุด 30 W

แม้ว่า ยังมีสเปคอีกหลายส่วนที่คนส่วนใหญ่อยากรู้และยังไม่มีข้อมูล เช่น รีเฟรชเรตหน้าจอ ลูกเล่นและฟีเจอร์ด้านเกมมิ่งใหม่ ๆ รวมไปถึงอุปกรณ์เสริมต่างๆ แต่การที่มันมีชื่อไปโผล่บน TENAA แบบนี้ ก็ทำให้เดาได้ว่า ROG Phone III สมาร์ทโฟนสายเกมมิงจากค่าย ASUS นี้ คงใกล้ถึงเวลาเปิดตัวเต็มทีแล้วนั่นเอง หากมีข้อมูลอะไรเพิ่มเติมก็จะมาอัปเดตให้ต่อไปครับ

 

ที่มา : Gizchina จาก MySmartPrice

from:https://droidsans.com/tenaa-reveal-key-specs-asus-rog-phone-iii/

Asus คอนเฟิร์ม Zenfone 7 และ ROG Phone 3 มาแน่ และเตรียมเปิดตัวเร็วๆ นี้ด้วย

เมื่อปี 2019 แบรนด์ Asus ได้เปิดตัวมือถือเรือธง Asus Zenfone 6 ที่มาพร้อมกับดีไซน์สุดแหวกแนวด้วยกล้องหลังที่สามารถพลิกกลับมาด้านหน้าเพื่อใช้ถ่ายเซลฟี่ได้ และแน่นอนว่าปีนี้เราก็จะได้เห็นมือถือภาคต่ออย่าง Zenfone 7 ตามออกมาด้วย หลังจากที่ได้รับการยืนยันจาก Asus ว่ามือถือรุ่นดังกล่าว และมือถือเกมมิ่ง ROG Phone 3 กำลังจะเปิดตัวในอีกไม่นานนี้แล้ว

ถึงแม้ว่าจนป่านนี้แล้ว เราไม่เคยได้ยินข่าวลือ ข่าวหลุดของ Zenfone 7 ออกมาเลยซักอย่าง จนทำให้หลายๆ ฝ่ายคิดว่าในปีนี้เราอาจจะไม่ได้เห็นมือถือรุ่นนี้ซะแล้ว (Zenfone 6 เปิดตัวเดือนพฤษภาคมเมื่อปีที่แล้ว) แต่อยู่ๆ นาย Hu Shubin หนึ่งใน CEO ของ Asus ก็ออกมาให้การยืนยันว่ามือถือเรือธงรุ่นนี้ เตรียมจะเปิดตัวในเวลาอีกไม่นานนี้แล้ว

Zenfone 6

โดย CEO ของ Asus ยังได้เปิดเผยว่าทางบริษัทมีแผนที่จะเปิดตัว ทั้ง Zenfone 7 และมือถือเกมมิ่ง ROG Phone 3 ในช่วงปลายไตรมาสที่ 2 ของปี หรืออย่างช้าก็ช่วงแรกของไตรมาสที่ 3 (ราวๆ เดือนมิถุนายน – กรกฎาคม) ซึ่งคาดว่าเราน่าจะได้ยินข้อมูลเพิ่มเติมของมือถือทั้ง 2 รุ่น ทะยอยหลุดออกมาในอีกไม่นานนี้ด้วย

ROG Phone II

นอกจากนี้ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาได้มีข้อมูลของ ROG Phone 3 หลุดออกมาบ้างแล้ว ว่ามือถือรุ่นดังกล่าวได้ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพจาก Geekbench เผยว่ามันจะมากับชิป Snapdragon 865 (แหงล่ะ…) และยังได้ผ่านการรับรองจาก WiFi Alliance แล้วด้วย ก็มีความเป็นไปได้ที่เราน่าจะได้เห็นการเปิดตัวของมือถือทั้ง 2 รุ่น ตามกำหนดการที่ทาง Asus ได้บอกไว้ครับ

 

ที่มา : Notebookcheck

from:https://droidsans.com/asus-zenfone-7-and-rog-phone-3-confirmed-for-launch/