คลังเก็บป้ายกำกับ: ROG

Stadia ขยายบริการ รองรับสมาร์ทโฟน Galaxy S/Note, Razer, ASUS ROG แล้ว

หลังจาก Google Stadia เปิดตัว แต่จำกัดสมาร์ทโฟนรุ่นที่รองรับแค่ตระกูล Pixel มานาน 3 เดือน ในที่สุดกูเกิลก็ขยายบริการมายังสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ (บ้าง) จากผู้ผลิต 3 รายคือ Samsung, Razer, ASUS ROG รวมทั้งหมด 18 รุ่น

กรณีของ Samsung รองรับสมาร์ทโฟน Galaxy ระดับเรือธงทุกตัวตั้งแต่ S8, Note 8, S9, Note 9, S10 (รวม S10e), Note 10, S20 ส่วนสมาร์ทโฟนเกมมิ่งอีก 2 แบรนด์รองรับ Razer Phone, Razer Phone 2, ASUS ROG Phone, ASUS ROG Phone II

นอกจากนี้ ASUS ยังประกาศความร่วมมือกับกูเกิล พรีโหลด Stadia มาในสมาร์ทโฟน ROG รุ่นถัดไป (ซึ่งก็น่าจะใช้ชื่อ ROG Phone III) โดยความร่วมมือครั้งนี้มีอายุไปจนถึงสิ้นปี 2021

ที่มา – Stadia, XDA

No Description

from:https://www.blognone.com/node/114786

5 สิ่งสุดเจ๋ง!!! ของ ASUS ROG Zephyrus G GA502 ที่ควรมีใน Gaming Notebook ปี 2020

การเลือกซื้อ Gaming Notebook ในปี 2020 นั้น ต้องยอมรับว่ามีตัวเลือกให้เราซื้อหลากหลายมากๆ ทั้งในส่วนของสเปกที่นำเสนอสิ่งใหม่อยู่ตลอด รวมไปถึงแต่ละแบรนด์เองก็มีรุ่นให้เลือกที่มากมาย ซึ่งในบทความนี้เราจะมาว่ากันถึง 5 สิ่งสุดเจ๋ง ที่ควรมีใน Gaming Notebook ปี 2020 ซึ่งบอกได้เลยในส่วนของ ASUS ROG Zephyrus G GA502 ที่เป็นรุ่นใหม่ล่าสุด

สเปกชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 3750H จับคู่มากับ NVIDIA GeForce GTX 1660 Ti Max-Q ได้ RAM 16GB และ SSD 512GB พร้อมจอ IPS 240Hz กับราคาเพียง 39,990 บาท มีการรับประกัน 2 ปี ส่งเคลม 7-11 และที่สำคัญเมื่อเอาซีเรียลไปลงทะเบียนในเว็บไซต์ ASUS จะได้รับประกันอุบัติเหตุฟรี 1 ปีแรกจากทาง ASUS อีกด้วย อุ่นใจจัดเต็ม

สำหรับ 5 สิ่งสุดเจ๋งของ ASUS ROG Zephyrus G GA502 ที่สมกับเป็น Gaming Notebook ปี 2020 ว่ามีสิ่งไหนบ้าง ไปชมกันต่อเลย

1. CPU แรงเร็ว GPU ลื่นไหล หน้าจอไหลลื่น

ASUS ROG Zephyrus G GA502 มาพร้อมกับชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 3750H แรงเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปมากๆ หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลจริงจังก็รองรับได้อย่างสบายๆ เรียกได้ว่าแรงกว่าชิปประมวลผลที่เป็น AMD Ryzen ตระกูล U  พอตัว สถาปัตยกรรม Zen+ มาพร้อมกับสถาปัตยกรรม 12 nm ความเร็ว 2.3 – 4.0 GHz แบบ 4 Core/ 8 Thread ผสานกับการ์ดจอออนบอร์ดที่เป็น Radeon RX Vega 10 สำหรับใช้งานพื้นฐาน

ส่วนการ์ดจอแยกจะเป็น NVIDIA GeForce GTX 1660 Ti Max-Q ที่ใช้สถาปัตยกรรมกับ RTX ที่เย็นกว่า GTX 10 Series พร้อมตัดพวกฟีเจอร์อื่นๆ ออกไปเน้นความแรงเป็นหลัก เน้นเย็นและประหยัดพลังงานเข้ากับตัวเครื่องที่บางเบา โดย NVIDIA GeForce GTX GTX 1660 Ti Max-Q ที่ต้องบอกว่าแรงกว่า GTX 1060 รุ่นก่อนหน้า แต่ก็ร้อนน้อยกว่า GTX 1660 Ti รุ่นปกติ เพราะเป็นรุ่น Max-Q เน้นใช้งานกับ Gaming Notebook บางเบา แต่ก็แรงไม่แพ้กัน

โดยทาง ASUS เค้า Overclock มาให้จากโรงงานแล้ว พร้อมด้วย ROG Boost ที่ดันให้สุดถึง 1435 เมกะเฮิร์ตซ์ ที่ 60 วัตต์ในโหมดเทอร์โบ ทำให้มีพลังเหลือเฟือสำหรับเกมยอดนิยมไปจนถึงประสบการณ์ VR แบบเต็มรูปแบบ เรียกได้ยิ่งตอบสนองในส่วนของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ 3 มิติ หรือเกมที่กินทรัพยากรได้เป็นอย่างดีทีเดียว

มาพร้อมแรมภายในแบบฝังบอร์ดขนาด 16GB DDR4 (8GB จำนวน 2 แถว Bus 2400 MHz) และ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ซึ่งเพียงพอในการใช้งาน ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบายๆ โดยโดดเด่นกว่ารุ่นก่อนที่ได้เป็นหน้าจอ 15.6″ พาเนล IPS รองรับ Refresh Rate ที่ 240Hz ซึ่งนับได้ว่าลื่นไหลกว่า  ทั้งเล่นเกมและทำงานแบบเห็นได้ชัดเจน

2. ดีไซน์สวยเด่น เล่นเกมก็ได้มันส์ทำงานก็ดีเยี่ยม

สำหรับการดีไซน์และออกแบบตัวเครื่องของ ASUS ROG Zephyrus G GA502ต้องบอกว่า ASUS ทำการบ้านมาเป็นอย่างดี ด้วยวัสดุคุณภาพสูงและสวยงามน่าประทับใจ ประกอบกับการดีไซน์ที่ตอบสนองความต้องการของเกมเมอร์ที่ต้องการ Gaming Notebook บางเบาได้อย่างลงตัว ส่งผลให้เสริมประสบการณ์ใช้งานยิ่งขึ้นไปอีก จากแต่ก่อนแทบเป็นไปไม่ได้ที่ความแรงระดับนี้ จะอยู่บนตัวเครื่องที่บางและเบาแบบนี้ แต่ตอนนี้ทาง ASUS ทำออกมาได้แล้ว ในราคาที่จับต้องได้ง่ายกว่าเดิมเป็นเท่าตัว

ASUS ROG Zephyrus G GA502 จะอยู่บนพื้นฐานการออกแบบของตระกูล ROG ที่เน้นสายเกมเมอร์เป็นหลักด้วยการ์ดจอ GeForce GTX 1660Ti Max-Q ที่ทรงประสิทธิภาพ แต่ใครจะเอาไปทำงานเบาๆ หรือทำงานหนักๆ รวมไปถึงพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ ก็สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ทั้งหมด ทั้งจากฟีเจอร์ ดีไซน์และสเปกแรงล้ำกว่า GTX 10 Series ที่เคยมีมาทั้งหมด รวมไปถึงหน้าจอก็ใหญ่ที่ 15.6″ ซึ่งมีขอบหน้าจอที่บางเฉียบ ส่งผลให้ตัวเครื่องเทียบเท่า 14″ พร้อมทั้งใช้งานได้เต็มตามากขึ้น

ตัวเครื่อง ASUS ROG Zephyrus G GA502 นั้นเป็นทรงแบบเหลี่ยมมุมตลอดทั้งตัวเครื่อง เรียกได้ว่าแทบไม่มีความโค้งเว้าใดๆ ซึ่งดูแล้วมีความสมมาตรลงตัว มาพร้อมกับวัสดุผสมระหว่างอะลูมิเนียมและแมกนีเซียม มาในโทนดำตัดกับสีเทาเข้ม (Armor Titanium) ขอบของตัวเครื่องรวมไปถึงขอบด้านหลังนั้นถูกออกแบบมุมมาเป็นอย่างดีมีคำว่า ZEPHYRUS เรียกได้ว่าจะเอาไปเล่นเกมก็มีความดุดันตามสไตล์ของ ROG หรือทำงานก็มีความเรียบหรูดูดี พรีเมียมเกินราคาไปอีก ไม่ว่าจะเป็นคนทำงานหรือนักเรียนนักศึกษาก็ตอบโจทย์ได้หมด

3. ตัวเครื่องบางเบา พกพาสะดวก พอร์ตเชื่อมต่อครบครัน

ASUS ROG Zephyrus G GA502 เป็นซีรีส์ ROG ที่เน้นความบาง ที่ 19.9 – 2.04 มิลลิเมตร  มาพร้อมน้ำหนักเบาที่ 2.1 กิโลกรัม พร้อมหน้าจอขอบบางที่ 6.2 มิลลิเมตร ขนาด 15.6″ สัดส่วนเป็น 81% ความละเอียด Full HD พาเนล IPS รองรับ Refresh Rate ที่ 240Hz และเมื่อรวมกับอแดปเตอร์ชาร์จไฟขนาด 180 W เข้าไปด้วยจะมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 2.5 กิโลกรัมเท่านั้น พอแบกพกพาไปไหนมาไหนได้อยู่ไม่หนักมาก ถือมือเดียวก็สบายๆ หยิบจับไปไหนก็สะดวกทีเดียว

ดีไซน์โดยรวมเน้นความดุดัน แข็งแกร่งสไตล์ ROG ด้วยวัสดุเป็นโลหะพร้อมลวดลายแบบปัดเสี้ยนคล้ายกับ ROG ในหลายๆ รุ่น แต่ดูแล้วมีความสดใหม่กว่า เรียกได้ว่าดูเป็น Gamer สายจริงจังยิ่งขึ้นไปอีกกว่าพวก TUF Gaming Series โดยเลือกใช้วัสดุตัวเครื่องเป็นโลหะส่วนของชิ้นฝาหลัง ส่วนด้านในเป็นพลาสติกคุณภาพสูง มีความแข็งแรงทนทาน โดยยังคงไว้ซึ่งการออกแบบที่สวยงาม ด้วยเส้นสายที่ทันสมัยและการตกแต่งเสริมความพรีเมียม ระบบระบายความร้อนที่มีความล้ำหน้าทำให้มั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพการทำงานที่ยอดเยี่ยมของทุกชิ้นส่วน ด้วยการออกแบบและวิศวกรรมที่เป็นสัญลักษณ์แห่งคุณภาพของ Zephyrus series

มาดูทางด้านพอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่อง ASUS ROG Zephyrus G GA502 กันบ้าง ซึ่งเครื่องนี้จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่มีพอร์ตเชื่อมต่อมาให้ครบครับใช้ได้เลยทีเดียว โดยตัวพอร์ตจะอยู่ด้านซ้ายมือตัวเครื่องทั้งหมด มีทั้ง USB 3.1 Type-A (Gen 1) จำนวน 3 พอร์ต, USB 3.1 Gen2 Type-C with DisplayPort 1.4 พร้อมช่องต่อหูฟังกับไมค์แบบ Combo ขนาด 3.5 มิลลิเมตร 1 ช่อง, LAN RJ45 และ HDMI ส่วน Kensington จะอยู่ที่ด้านขวสในส่วนของการเชื่อมต่อไร้สายจะใช้ Bluetooth 5.0 และ Wireless แบบ 802.11 ac หรือเรียกว่ามาตราฐาน Wi-Fi 5 ซึ่งจะช่วยให้การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตให้มีความสเถียรมากยิ่งขึ้น

4. ร้อนน้อยกว่า + แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาว

เรื่องอุณหภูมิในการใช้งานนั้น ASUS ROG Zephyrus G GA502 เมื่อใช้งานแบบปกติชิปประมวลผลจะอยู่ที่ประมาณ 30 – 40 องศาเซลเซียส ส่วนกราฟิกการ์ดจะอยู่ที่ 35 – 45 องศาเซลเซียส ภายในห้องปรับอากาศอุณหภูมิประมาณ 25 – 28 องศาเซลเซียส จากนั้นทำการทดสอบเบิร์นให้เครื่องทำงาน 100% ด้วยการเล่นเกมกราฟิก 3 มิติ เพื่อให้เห็นถึงระบบระบายความร้อนและเสียงรบกวนที่จะเกิดขึ้นเมื่อพัดลมหมุนรอบจัดสุด ด้วยการเปิดโหมด Turbo

ที่ดูจากภาพแล้วจะเห็นได้ว่าอุณหภูมิสูงสุดของตัวเครื่องอยู่ที่ไม่เกิน 85 – 91 องศาเซลเซียส ส่วนกราฟิกการ์ดจะอยู่ที่ 75 – 81 องศาเซลเซียสโดยรวมแล้วมีการจัดการอุณหภูมิได้เป็นอย่างดีมาก ซึ่งเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพที่ได้กลับมา แน่นอนว่ามากกว่า Gaming Notebook ในสเปกเดียวกัน สำหรับเสียงรบกวนในเวลาทำงานนั้นถือว่าดังประมาณนึง จากการที่เราสามารถเพิ่มรอบสูงสุดได้ด้วยซอฟต์แวร์จากปกติที่จะเป็นแบบ Balance ก็สามารถทำได้

ที่สำคัญคือ แม้อุณหภูมิในการประมวลผลหนักๆ จะได้ตัวเลขอุณหภูมิที่ค่อนข้างสูง แต่ประสิทธิภาพ (Performance) มีความเสถียรไม่มีอาการแกว่ง นอกจากนี้ในการทำงานอุณหภูมิผิวสัมผัสบริเวณที่ใช้งานจริง ไม่เกิน 35 องศาเซลเซียส ทำให้การใช้งานจริงไม่รู้สึกร้อนมือหรือรบกวนการใช้งานเลย ให้ประสบการณ์ใช้งานที่ดีเยี่ยม

แบตเตอรี่ที่ติดตั้งมาให้ใน ASUS ROG Zephyrus G GA502 ครื่องนี้เป็นแบบฝังตามปกติ ความจุ 4800mAh ส่วนของการทดสอบระยะเวลาใช้งานของแบตเตอรี่โดยตั้งค่าความสว่างหน้าจอและเสียงให้ระดับกลางๆ แล้วเล่นเว็บสลับกับดู Youtube แล้ว โปรแกรม BatteryMon แจ้งระยะเวลาใช้งานต่อเนื่องในเงื่อนไขดังกล่าวราวๆ 9 ชั่วโมงโดยประมาณ เรียกได้ว่าน่าประทับใจทีเดียวกับการที่ Gaming Notebook จอ 15.6″ ใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานขนาดนี้

5. ฟีเจอร์เด็ดๆ จัดเต็ม ในราคาคุ้มค่าที่สุด

ASUS ROG Zephyrus G GA502 เป็นคีย์บอร์ดมีไฟ LED สีขาวสีเดียว ให้ความสะดวกด้วยปุ่ม Spacebar ด้านมุมล่างซ้ายก็ทำแหว่งออกมานิดหนึ่งเพื่อให้ใช้นิ้วโป้งซ้ายกดง่ายขึ้น แต่ละปุ่มมีมุมโค้งขนาด 0.25 มิลลิเมตร เข้ากับนิ้วมือเวลากดลงไปสุดๆ โดยระยะของปุ่มที่เลื่อนลงไปเพียง 1.8 มิลลิเมตร พร้อมเทคโนโลยี OverStroke เพื่อการกดรัวที่ดียิ่งขึ้นด้วยปุ่ม N-key rollover & anti-ghosting และอายุคีย์บอร์ดที่สามารถกดได้ 20 ล้านครั้ง รวมถึงสามารถมีฟังก์ชั่นเพิ่มลดเสียง เปิดปิดไมค์ และ  ซึ่งตัวปุ่มต่างๆ ออกแบบมาสำหรับเกมเมอร์

ทัชแพดเองขนาดใหญ่แบบซ้อนปุ่ม ซึ่งการใช้งานสามารถใช้งานได้อย่างราบรื่นสะดวกสบาย ปุ่มนุ่มกดง่าย การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจมาก ตัวซอฟต์แวร์ควบคุมก็ช่วยจัดการได้ดี ฟีเจอร์ Multi-touch หรือ Smart Gesture ที่สามารถใช้งานควบคู่กับ Windows 10 ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญมีในส่วนของปุ่มลัดบนคีย์บอร์ดอย่าง F5 ทำให้ผู้ใช้สามารถสลับเปลี่ยนโหมดการใช้งานระหว่าง Overboost mode สำหรับประสิทธิภาพในการเล่นเกมระดับสูงสุด, Silent mode สำหรับเสียงรบกวนที่น้อยที่สุด, และ Balanced mode เพื่อความสมดุลในการใช้งาน

ASUS ROG Zephyrus G GA502 ยังมี Armory Crate ซอฟต์แวร์ Utility ที่ยกมาจาก ROG รุ่นอื่นๆ ซึ่งรวบรวมเอาฮาร์ดแวร์ต่างๆของ ROG มาไว้บนยูทิลิตี้เดียว ทำให้สามารถเข้าถึงฟังค์ชั่นต่างๆได้อย่างง่ายดาย การตั้งค่าต่างๆ ของระบบร อาทิ ผู้ใช้สามารถบันทึกการตั้งค่าต่างๆตามความชอบเป็นรูปแบบได้หลายโปรไฟล์ ซึ่งการตั้งค่าต่างๆ จะถูกเรียกใช้งานโดยอัตโนมัติเมื่อมีการเปิดเกมที่ได้เลือกไว้ Armoury Crate ยังมาพร้อมกับโปรแกรมเสริม Mobile Dashboard สำหรับ Android และ iOS รวมไปถึงความสามารถอื่นๆ ที่จะมีเพิ่มขึ้นจากการอัพเดทในอนาคต

สรุปปิดท้ายสำหรับ ASUS ROG Zephyrus G GA502 ราคา 39,990 บาท ที่เก่งครบจบรอบด้านอย่างที่หาไม่ได้ใน Gaming Notebook ทั่วไป คุ้มค่าไม่แพ้ในส่วนของ Gaming Notebook รุ่นอื่นๆ ในตลาด จากการรวมตัวของ AMD และ NVIDIA ผ่านทาง ASUS ที่แบรนด์อื่นสามารถทำตามได้ยาก หรือพูดง่ายๆ Gaming Notebook ในตลาดที่เป็น AMD + NVIDIA มีเพียง ASUS เป็นเจ้าแรงที่ทำก่อนใครเพื่อน พร้อมมีตัวเลือกให้มากมาย

โดยถ้าเน้นคุ้มค่าไปเลยจะเป็นในส่วนของ TUF Gaming FX505 Series โดย ASUS ROG Zephyrus G GA502 จะเน้นที่ประสบการณ์ใช้งานที่รอบด้านมากกว่า สมกับเป็น Gaming Notebook ปี 2020 ที่รองรับทุกๆ การใช้งานจริงๆ แบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนานกว่า 9 ชั่วโมง แถมยังเครื่องยังร้อนน้อยอีกด้วย

ซึ่งจุดเด่นของ ASUS ROG Zephyrus G GA502 ก็คือ ได้ความเป็น ROG ที่พรีเมียม ตัวเครื่องบางเบา แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน ประสิทธิภาพดีลื่นไหล พอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน อย่างที่หาใน Gaming Notebook ราคาถูกกว่าอย่าง TUF Gaming ไม่ได้ ในส่วนของประสิทธิภาพการเล่นเกมก็ดีเยี่ยมถึงแม้จะไม่ใช่การ์ดจอ GTX 1660 Ti ตัวปกติ แต่ทาง ASUS ก็ทำการ Overclock มาให้แล้ว ทำให้ความแรงใกล้เคียงทีเดียว พร้อมได้แรมมาเลยขนาด 16GB ทำให้ลื่นไหลทันทีไม่ต้องเสียเวลาไปอัพเกรดเพิ่มภายหลัง และ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ก็มีความลื่นไหลในขนาดที่เพียงพอต่อการใช้งานอยู่แล้ว นอกจากนี้หน้าจอยังได้มาตรฐานที่สูงกว่าก็คือ Refresh Rate ที่ 240Hz อีกด้วย

from:https://notebookspec.com/5-cool-things-from-asus-rog-zephyrus-g-ga502/509028/

ASUS – ROG เปิดตัว Zephyrus G15 บาง 19.9 ม.ม. สเปก AMD Ryzen จอเทพ 240Hz รองรับ Wi-Fi 6

ASUS ROG เปิดตัว Zephyrus G15: Premium Ultraslim Gaming

เกมมิ่งโน้ตบุ๊กรุ่นล่าสุดที่ใช้หน้าจอ 240Hz , รองรับการชาร์จผ่านพอร์ต USB-C สำหรับผู้ใช้งานทุกระดับ 

  • พกพาง่ายด้วยดีไซน์บางเฉียบ: ขนาดบางเพียง 19.9 มม. น้ำหนัก 2.1 กก. พกพาสะดวก พร้อมการชาร์จ USB-C ™ และ Wi-Fi 6 ที่ให้ความเร็วในการเชื่อมต่อขั้นสุด เพื่อความยืดหยุ่นในการทำงานในทุกๆที่
  • เร็วแรงผ่านทุกอุปสรรค: หน่วยประมวลผล AMD Ryzen ™ 7 แบบ 8 คอร์ 16 เธรด รองรับการใช้งานแบบมัลติทาสก์สุดโหด, การสร้างสรรค์คอนเทนต์, รวมไปถึงการใช้งานในรูปแบบอื่นๆ
  • หน้าจอสวยสะกดทุกสายตา: PANTONE® Validated ให้การแสดงสีที่ถูกต้อง พร้อมจอที่มีรีเฟรชเรทสูงถึง 240 เฮิร์ตซ์ 3 ms พร้อมเทคโนโลยี AMD FreeSync เพื่อการเล่นเกมที่ลื่นไหล
  • ระบบระบายความร้อนที่มีอุโมงค์ระบายฝุ่น ช่วยป้องกันการสะสมของฝุ่นในฮีทซิงค์ และพัดลมระบายความร้อน ROG n-Blade ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของอากาศผ่านฮีทซิงค์ และการออกแบบใบพัดลมใหม่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของอากาศได้มากถึง 17% จากรุ่นก่อนหน้า
  • ROG Zephyrus G15 ให้เสียงที่มีคุณภาพด้วยลำโพงคู่แบบ front-firing พร้อมขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Smart Amplifier พร้อมเปิดประสบการณ์การใช้หูฟังที่ให้เสียงโอบล้อมแบบ 7.1 ch ด้วยซอฟต์แวร์ Sonic Studio III

ROG เปิดตัวเกมมิ่งโน้ตบุ๊กที่มาพร้อมหน้าจอแบบใหม่ในงาน CES 2020

จอแสดงผลความเร็วสูง 300Hz, หน้าจอขนาด 14-นิ้ว, และหน้าจอ HDR ที่ดียิ่งขึ้น

  • ความเร็วในการแสดงผลขั้นสุด: หน้าจอแสดงผลแบบ 300Hz ที่มาบนเกมมิ่งโน้ตบุ๊กสายบางเบา Zephyrus GX701 และ Strix SCAR III ที่ได้รับรางวัล CES 2020 Innovation Award
  • กระทัดรัดแต่เร็วไม่แพ้กัน: Zephyrus G14 รุ่นใหม่ล่าสุดนับเป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊กแบบบางเบาขนาด 14 นิ้วรุ่นแรก ที่ใช้หน้าจอรีเฟรชเรทสูง 120Hz
  • หน้าจอที่ได้รับการปรับเทียบสีจากโรงงาน: ตามมาตรฐานของ PANTONE ให้ค่า delta E บนหน้าจอของเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก ROG ต่ำลงกว่า 40% เพื่อการแสดงสีที่เที่ยงตรงที่สุด
  • หน้าจอแสดงผลระดับ HDR ที่ดียิ่งขึ้น: เมื่อรีเฟรชเรทสูงมาพบกับความละเอียดในการแสดงผลที่ยอดเยี่ยม ด้วยเทคโนโลยีล้ำหน้าแบบ 144Hz HDR หรือ 120Hz 4K

พัฒนาขึ้นไปอีกขั้นกับรีเฟรชเรทบนหน้าจอของเกมมิ่งโน้ตบุ๊กจากที่ทาง ROG ได้เริ่มใช้หน้าจอแบบ 240Hz ในงาน CES 2019 ขึ้นมาสู่รีเฟรชเรทที่สูงเป็นพิเศษระดับ 300HZ เป็นครั้งแรกของโลกบน ROG Zephyrus GX701 และ ROG Strix SCAR III ให้ทุกเสี้ยววินาทีของการเล่นเกมมีความหมาย ขณะที่ Zephyrus GX502 และ GU502 โน้ตบุ๊กสำหรับการเล่นเกมที่บางเฉียบ มาพร้อมกับจอแสดงผล 4K Ultra HD ที่ผ่านการตรวจสอบจาก PANTONE ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมหรือทำงานก็สามารถทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ

นับป็นครั้งแรกที่ได้มีการนำจอแสดงผลแบบ HDR มาติดตั้งบน GX701 มีความละเอียดแบบ Full HD ที่มีอัตราการรีเฟรช 144Hz และความสว่างสูงสุด 400 nits แบ่งโซนการให้ความสว่างบนหน้าจอออกเป็น 16 โซนในแนวตั้ง นอกจากนั้นแล้ว ROG ยังคงมีการเปิดตัวเทคโนโลยีหน้าจอแบบใหม่ล่าสุดจาก AUO ที่มีความละเอียดสูงแบบ 4K ที่ให้ความสว่างสูงสุดถึง 1,000 nits

###

เกี่ยวกับ ROG

รีพับลิคออฟเกมเมอส์ (ROG) นับเป็นแบรนด์ย่อยของเอซุสที่มุ่งเน้นในการสร้างเกมมิ่งฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ที่ดีที่สุดในโลก ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ. 2006 ROG ได้นำเสนอสินค้าที่มีความหลากหลายครบครัน เป็นที่รู้จักในแง่ของประสิทธิภาพและคุณภาพที่ดี อาทิเมนบอร์ด, กราฟิกการ์ด, แล็ปท็อป, เดสก์ท็อป, หน้าจอแสดงผล, อุปกรณ์เครื่องเสียง, เราท์เตอร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นๆ ROG เข้าร่วมและสนับสนุนรายการแข่งขันเกมระดับนานาชาติมากมาย อุปกรณ์ต่างๆของ ROG ได้ถูกใช้เพื่อสร้างสถิติในการโอเวอร์คล็อกมาแล้วมากมายและยังคงเป็นตัวเลือกอันดับแรกๆสำหรับเกมเมอส์และผู้ที่ต้องการความเป็นที่สุดจากทั่วทุกมุมโลก เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ the choice of champions ได้ที่ http://rog.asus.com.

 

from:https://notebookspec.com/asus-rog-zephyrus-g15-at-ces-2020/507235/

Asus เปิดตัว ROG Swift 360Hz จอมอนิเตอร์สำหรับเล่นเกม ให้อัตราการรีเฟรชสูงถึง 360Hz

ในวัน April Fool’s Day เมื่อปีที่แล้ว Asus เคยหลอกว่าจะเปิดตัวจอมอนิเตอร์ 360Hz เพื่อเอาใจเกมเมอร์ แต่ท้ายที่สุด Asus ก็ได้ทำออกมาจริงๆ และพร้อมเปิดตัวที่งาน CES (Consumer Electronics Show) 2020

Asus ROG Swift 360Hz เป็นจอมอนิเตอร์ที่ออกมารองรับการเติบโตของ E-Sports ให้อัตราการรีเฟรชสูงถึง 360Hz ความละเอียด 1080p ขนาด 24.5 นิ้ว และใช้โปรเซสเซอร์ขั้นสูง G-Sync ของ Nvidia

ขณะที่จอมอนิเตอร์ทั่วไปจะให้อัตราการรีเฟรช 144Hz และ 240Hz ซึ่งการเล่นเกมทั่วไปแล้วอาจจะไม่เห็นถึงความแตกต่าง แต่ถ้าเล่นเกมที่ต้องแข่งขันกันอย่างเช่น ounter-Strike: Global Offensive และ Overwatch จะพบว่าจอแสดงผล 360Hz มีประโยชน์อย่างแท้จริง

ทั้งนี้ Asus ROG Swift 360Hz ยังไม่ได้รับการเปิดเผยราคา และกำหนดการวางจำหน่าย แต่คาดว่าจะพร้อมทำตลาดในปลายปีนี้

ที่มา – The Verge
https://www.flashfly.net/wp/280133

from:https://www.flashfly.net/wp/280133

ASUS แจก ROG Phone II ให้นักพัฒนา custom ROM ใน XDA

ASUS ส่ง ROG Phone II ให้นักพัฒนา 10 คนในชุมชนนักพัฒนา XDA-Developers นำไปใช้พัฒนา custom ROM หรือ kernel ตอนนี้มือถือถูกส่งถึงนักพัฒนาแล้ว 4 คน โดยทั้ง 10 คนนี้เป็นนักพัฒนาที่ ASUS เคยส่ง ASUS Zenfone 6 ไปให้ใช้พัฒนา custom ROM มาก่อน

นักพัฒนา 4 คนแรกที่ได้เครื่อง ได้แก่ luca020400 กับ OrdenKrieger ผู้พัฒนา LineageOS, Freak07 ผู้พัฒนา Kirisakura kernel และ micky387 ผู้พัฒนา OmniROM และคาดว่าในอนาคต ASUS จะส่งมือถือให้นักพัฒนารายอื่นเพิ่มด้วย

นอกจากนี้ ASUS ก็เปิดให้นักพัฒนาโหลด bootloader unlock tool ของ ROG Phone II ได้แล้ว เพื่อให้ทำงานได้สะดวกขึ้น แต่อย่างไรก็ตามการปลดล็อค bootloader จะทำให้อัพเดตสมาร์ทโฟนแบบ OTA ไม่ได้และหมดประกันไปโดยปริยาย ดังนั้นถ้าไม่เชี่ยวชาญเรื่องนี้ก็ไม่แนะนำนัก

ส่วนผู้สนใจสามารถอ่านบทความทดลองเล่น ASUS ROG Phone II ได้ที่นี่

ที่มา: XDA-Developers

from:https://www.blognone.com/node/113848

รีวิว ROG Strix GL10DH พีซีเกมมิ่งราคาย่อมเยาจาก ASUS

ตลาดพีซีเกมมิ่งสำเร็จรูปส่วนใหญ่ในไทยจะอยู่ในกลุ่มที่ราคาค่อนข้างสูง อย่างถูก ๆ เริ่มที่ 30k-40k เป็นต้นไปโดยที่สเปคหากจัดเองในราคาเดียวกันน่าจะได้สูงกว่าด้วยซ้ำ ทว่าล่าสุด ASUS ได้ส่ง ROG Strix GL10DH พีซีเกมมิ่งรุ่นใหม่ที่ราคาเอื้อมถึงในระดับ 27k – 33k เท่านั้น โดยที่สเปคค่อนข้างคุ้มค่ากับราคา

Blognone ได้ ROG Strix GL10DH มารีวิวเลยขอนำมาเขียนถึงกันหน่อยครับ

Disclaimer: Blognone ได้รับการสนับสนุนเฉพาะตัวเครื่อง ROG Strix GL10DH จาก ASUS

No Description

ขนาดของเคส GL10DH ค่อนข้างกระทัดรัด ไซส์ Mid-Tower ด้านหน้าไม่มีพอร์ทมีแต่ไฟ RGB มาให้ ปุ่มเปิดเครื่องอยู่บริเวณด้านบนขวาของตัวเครื่อง ขณะที่ฝาด้านบนมีแค่ USB 2 พอร์ทและพอร์ทหูฟัง 3.5 ในกล่องมีเม้าส์กับคีย์บอร์ดแถมมาให้ด้วย

No Description

รุ่นที่ได้มารีวิวคือ GL10DH-TH007T รุ่นท็อปสุด Ryzen 7 3700X, RTX 2060 6GB, แรม 8GB 2666MHz, พาวเวอร์ซัพพลาย 500W, M.2 PCIe NVMe 256GB และ Windows 10 Home SL

No Description

บอร์ดข้างในเป็น micro-ATX ถ้าจะอัพเกรดเอง ง่ายที่ที่สุดคือเพิ่มแรม ส่วนพอร์ท M.2 จะอยู่ด้านหลังการ์ดจอ ซึ่งต้องถอดออกก่อนถึงจะเปลี่ยน M.2 ได้ ส่วนช่วงวาง HDD/SSD ขนาด 2.5 นิ้วจะอยู่ด้านล่าง ใกล้ ๆ กับพอร์ท SATA บนเมนบอร์ด ทว่าคอนเน็คเตอร์สำหรับต่อสายไฟเพื่อป้อนให้ HDD/SSD ต้องเปิดฝาของเคสอีกด้านถึงจะเจอ

No Description

No Description

ส่วนเรื่องเบนช์มาร์ค ลองทดสอบความเร็วของ M.2 ที่มีมาให้ในเครื่อง (เป็นของ Kingston) ความเร็วออกมาดังภาพ

No Description

ขณะที่คะแนนเบนช์มาร์คจากการทดสอบกับ 3DMark ด้วยเครื่องมือด้วย Fire Strike ที่ใช้ Direct X 11 ทดสอบพีซีเกมมิ่งได้ 17,425 คะแนน

No Description

ส่วน Time Spy ที่ใช้ DirectX 12 ออกมาประมาณ 7,575 คะแนน

No Description

ส่วนการเล่นเกมจริง ผมมีแค่เกม Monster Hunter: World ที่เปิดความละเอียด 4K ปรับกราฟิคสูงสุด พร้อมด้วย High-Resolution Pack เปิดโหมด DLSS ปรากฎว่ายังคงสามารถทำเฟรมเรทได้ที่เฉลี่ย 45-55 สบาย ๆ หรือแม้กระทั่งไปตีตัวที่มีเอฟเฟ็คเยอะ ๆ อย่าง Teostra เฟรมเรทก็ไม่ได้ดรอปอย่างมีนัยยะสำคัญ

No Description

สรุป

ด้วยสเปคระดับนี้และราคาที่ 33K แถมมีประกัน Perfect Warranty 1 ปีและประกัน On-Site ให้ 3 ปีส่วนตัวคิดว่าค่อนข้างคุ้ม เพราะประกอบเองราคาก็น่าจะใกล้เคียงนี้แล้ว แถมได้ประกันเพิ่มอีกด้วย

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/113113

ทดลองเล่น ASUS ROG Phone II สมาร์ทโฟนสำหรับจริงจังเกมเมอร์, พร้อมพอร์ตต่อชุดระบายความร้อนภายนอก

หลังจาก ASUS ROG Phone รุ่นแรกสร้างชื่อในกลุ่มตลาดมือถือเกมมิ่งไปแล้ว ทาง ASUS ก็ส่ง ROG Phone II รุ่นต่อที่ปรับปรุงสเปคให้ดีขึ้นกว่ารุ่นที่แล้วมาก โดยผู้สนใจสามารถอ่านข้อมูลสเปคได้ที่นี่

ถึงชื่อเป็นเกมมิ่งสมาร์ทโฟนแล้วเน้นเรื่องการเล่นเกมเป็นหลักก็ตาม ฟีเจอร์ที่ติดตั้งไว้ในเครื่องก็นับว่าครอบคลุมการใช้งานหลากหลายแบบจนคนทั่วไปที่ชอบเล่นเกมก็เหมาะกับสมาร์ทโฟนเครื่องนี้เช่นกัน

No Description

รูปลักษณ์แบบไมเนอร์เชนจ์

รูปลักษณ์ของตัวเครื่องเทียบกับรุ่นที่แล้วนับเป็นไมเนอร์เชนจ์ จากที่สังเกต คือแถบสีส้มของลำโพงทั้งบนและล่างจะบางลงจากรุ่นก่อน, ช่องระบายอากาศที่แถบสามเหลี่ยมหลังเครื่องหายไปและเพิ่มแฟลชมาให้อีกหนึ่งดวง ฝาหลังใช้เป็นกระจกและปรับลวดลายให้ดูเรียบร้อยขึ้น ไม่หวือหวาแบบรุ่นก่อน งานประกอบแข็งแรงและแน่นมาก

No Description

พอร์ตรอบตัวเครื่องมีให้ใช้เหมือนรุ่นที่แล้ว โดยฝั่งซ้ายของเครื่องเป็นพอร์ต USB-C ดีไซน์รูปร่างช่องเป็นพิเศษเอาไว้ติดตั้งอะแดปเตอร์ระบายความร้อน AeroActive Cooler II ที่แถมมาในกล่อง

No Description

ฝั่งขวาของเครื่องเป็นปุ่มเพิ่มลดเสียงและล็อคหน้าจอ

No Description

ริมเครื่องฝั่งขวาทั้งสองข้างจะมีลวดลายพิเศษสลักอยู่เป็นจุดติดตั้งเซนเซอร์ Ultrasonic ใช้แทนปุ่ม L1/R1 ของจอยเกมที่ ASUS เรียกว่า AirTriggers ตั้งค่าให้เป็นปุ่มเสริมตอนเล่นเกมได้ การตอบสนองทำได้เร็วไม่แพ้การแตะสัมผัสบนจอ

No Description

เซนเซอร์ AirTriggers ของ ROG Phone II

ด้านล่างเครื่องเป็น USB-C กับช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรเหมือนรุ่นก่อน

No Description

ขนาดเครื่องที่ใหญ่ถึงใจและอุปกรณ์เสริม

ตัวเครื่องของ ROG Phone II ขนาด 6.6 นิ้ว อัตราส่วนจอ 19.5:9 เมื่อถือใช้ดูแล้ว แม้ผู้เขียนจะเป็นผู้ชายมือใหญ่เวลาถือมือเดียวก็ยังล้นมือ เทียบแล้วขนาดจะไม่ต่างกับ iPhone 11 Pro Max แต่ ROG Phone II จะหนากว่านิดหน่อย ขอแนะนำให้ใส่เคสเพื่อติดตั้งอุปกรณ์เสริมและป้องกันเครื่องลื่นหลุดมือ

No Description

AeroActive Cooler II เป็นอุปกรณ์เสริมชิ้นเดียวที่แถมมาให้ในกล่อง เมื่อต่อเข้ากับพอร์ต USB-C ฝั่งซ้ายแล้วต้องจับเครื่องเป็นแนวนอนถึงจะถนัด ที่ตัว AeroActive Cooler II จะมีพอร์ต USB-C และช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรอยู่ มีลูกเล่นคือตอนต่อ USB-C เข้ากับหน้าจอ จะทำให้ภาพจากมือถือถูกส่งขึ้นจอใหญ่ แล้วมือถือจะกลายเป็นจอยเกมแทน

No Description

หน้าจอ 120 Hz ลื่นถึงใจ

อัตรา Refresh rate ของสมาร์ทโฟนทั่วไปจะอยู่ที่ 60 Hz หรือ 90 Hz สำหรับเรือธงบางรุ่นเช่น OnePlus 7T ส่วน ROG Phone II จะเปิดให้เราตั้งค่าได้สูงสุดที่ 120 Hz เท่ากับ Razer Phone 2 ตั้งค่าโดยเข้าที่ Settings > Display > Refresh rate แล้วเลือกที่ 120 Hz

No Description

จากการทดลองเล่นเพียงสั้น ๆ ก็สัมผัสการแสดงผลที่ต่อเนื่องและนุ่มนวลได้ทันที ตอนใช้งานโซเชียลหรือเข้าเว็บทั่วไปอาจจะสัมผัสได้ไม่ชัดเจนนัก เมื่อไหร่ที่ทดลองเล่นเกมจะสัมผัสได้ทันทีว่าหน้าจอให้ภาพที่ต่อเนื่องและนุ่มนวล ไม่มีการกระตุกแม้แต่น้อย ส่วนตัวคิดว่าถ้าใช้งานทั่วไปอาจจะตั้งไว้ที่ 60-90 Hz ก็เพียงพอ แล้วตั้งค่าให้เป็น 120 Hz ตอนเล่นเกมจะดีที่สุด

กล้องที่ดีขึ้นและเลนส์มุมกว้าง

กล้องของ ROG Phone II ใช้เซนเซอร์ Sony IMX586 ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล จับคู่กับกล้องถ่ายภาพมุมกว้างความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ภาพที่ทดลองถ่ายอาจจะไม่ถึงระดับมือถือเรือธงที่เน้นพัฒนากล้องอย่างเต็มที่ มีแค่ซูมดิจิทัลที่ 8X แต่ก็ใช้ถ่ายภาพทำงานดีในระดับน่าพอใจ สีสันสดและตัดขอบภาพคม สามารถคาดหวังกับกล้องของ ROG Phone II ไว้ถ่ายภาพตอนไปเที่ยวและทำงานได้ รวมทั้งเลนส์มุมกว้างก็เก็บภาพได้กว้างไม่แพ้เรือธงรุ่นอื่น ๆ เช่นกัน

No Description

สรุป

ASUS ROG Phone II จากที่ทดลองจับในเวลาสั้น ๆ ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่ดีเครื่องหนึ่ง ถึงจะดีไซน์มาเพื่อเกมเมอร์อย่างไร ฟีเจอร์ที่มียังถือว่าครบครันจะไว้ใช้เป็นมือถือทั่วไปก็ดีเช่นกันไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นเกมเมอร์เท่านั้น

No Description

from:https://www.blognone.com/node/113102