คลังเก็บป้ายกำกับ: ROG

เปิดราคาไทยมือถือเกมมิ่ง ASUS ROG Phone 5 ราคาเริ่ม 22,990 บาท

ASUS เปิดตัวมือถือเกมมิ่ง ROG Phone 5 ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ล่าสุดประกาศราคาไทยแล้ว โดยราคาเริ่มต้นที่ 22,990 บาทสำหรับรุ่นความจุ 8GB RAM/128GB ROM ส่วนรุ่นความจุ 16GB RAM/256GB ROM นั้นวางจำหน่ายราคา 29,990 บาท

ฟีเจอร์คร่าวๆ ของ Asus ROG Phone 5 คือหน้าจอ AMOLED 6.78 นิ้ว ความละเอียด 1080p รีเฟรชเรต 144Hz ครอบด้วย Gorilla Glass Victus ลำโพงคู่หน้าพร้อม DAC ใช้ชิป Snapdragon 888 จีพียู Adreno 660 แบตเตอรี่ 6000 mAh มีแถมพัดลมระบายความร้อน Aeroactive Cooler 5 มาในกล่องด้วย

กล้องหน้าความละเอียด 24 MP กล้องหลังสามตัว ตัวหลักความละเอียด 64 MP และกล้องอัลตราไวด์ 125° ความละเอียด 13 MP และกล้อง Macro ความละเอียด 5 MP

อ่านสรุปรีวิว ROG Phone 5 ย้อนหลังได้ที่นี่

No Description

ที่มา – ข่าวประชาสัมพันธ์

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/123172

ROG Phone 5 มือถือเกมมิงตัวเทพจาก ASUS เคาะราคาเริ่มต้น 22,990 บาท วางขายแล้ววันนี้

ASUS ประเทศไทย ประกาศเปิดตัว ROG Phone 5 มือถือเกมมิงระดับไฮเอนด์ที่หลายคนรอคอยอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ มาพร้อมกับดีไซน์ใหม่ สวย หรู พรีเมียมกว่าเดิม มีไฟ RGB วิบวับที่ด้านหลัง ประสิทธิภาพตัวเครื่องโดดเด่นทั้งภาพ เสียง การประมวลผล และการเล่นเกม ราคาไม่ได้แพงอย่างที่คิด เริ่มต้นแค่ 22,990 บาท

ROG Phone 5 เป็นมือถือสายเกมมิงที่ยัดฮาร์ดแวร์มาให้แบบดุเดือดทุกภาคส่วน หน้าจอขนาด 6.78 นิ้ว ใช้พาเนล Super AMOLED อันเลื่องชื่อของ Samsung ขอบเขตสีกว้าง 111.23 ของสเปกตรัม DCI-PC ความคลาดเคลื่อนต่ำ Delta-E < 1 ผ่านมาตรฐานทั้ง HDR10 และ HDR10+ เลย รับประกันคุณภาพแน่นอน แถมยังมีอัตรารีเฟรชสูงสุด ๆ ถึง 144Hz อีกต่างหาก

กล้องหลังนั้นใส่มาให้ 3 ตัว กล้องหลักมีความละเอียด 64MP เซนเซอร์ภาพ IMX666 จาก Sony เสริมด้วยกล้องอัลตร้าไวด์ 13MP และกล้องมาโคร สามารถถ่ายวิดีโอได้ที่ระดับ 8K ที่ 30 เฟรมต่อวินาที และ 4K ที่ 60 เฟรมต่อวินาที สุดจัด ปลัดบอก

ทางด้านระบบเสียงนั้นดุเดือดไม่แพ้กัน กับลำโพงสตอรีโอคู่เสียงกระหึ่ม ปรับแต่งโดยผู้เชี่ยวชาญจาก Dirac แบรนด์เครื่องเสียงระดับโลก ใช้ชิปเสียงแยก ESS ของ SABRE และมีแจ็ก 3.5 มม.ด้วย ภาพแจ่ม เสียงแจ๋ว เล่นเกมเพลิน ๆ แน่นอน

ที่ขาดไม่ได้คือชิปประมวลผลซึ่งเป็นหัวใจหลัก โดย ASUS เลือกใช้ Snapdragon 888 จาก Qualcomm มาเป็นตัวขับเคลื่อน เรียกได้ว่า แรงที่สุดของ Android ในตอนนี้แล้ว เรื่องประสิทธิภาพคงไม่ต้องพูดกันให้มากความ มี 3D Vapor Chamber ที่ช่วยระบายความร้อนจากซีพียูได้โดยตรง ควบคุมอุณหภูมิได้อยู่หมัด และสามารถใช้งานควบคู่ไปกับพัดลมระบายอากาศ Aeroactive Cooler 5 ที่เป็นอุปกรณ์เสริมได้ด้วย

นอกจากนี้ในส่วนของ AirTrigger เองก็ได้รับการปรับปรุงใหม่เช่นกัน คราวนี้เดินทางมาถึงเจเนอเรชันที่ 5 แล้ว ทำงานโดยอาศัยเซนเซอร์อัลตร้าโซนิก ตอบสนองได้ฉับไวกว่าเก่า รองรับการควบคุมหลากหลายรูปแบบทั้งแนวตั้งและแนวนอน ปรับแต่งกันได้ตามสะดวก

สเปค ASUS ROG Phone 5

  • จอภาพ : Super AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว
    – ความละเอียด FHD+ (2448 x 1080 พิกเซล)
    – อัตรารีเฟรช 144Hz
    – ขอบเขตสี 150.89% ของ sRGB, 111.23% ของ DCI-P3, 87% ของ NTSC
    – ความคลาดเคลื่อนสี Delta-E < 1
    – ความสว่าง 800 นิต (สูงสุด 1200 นิต)
    – ผ่านมาตรฐาน HDR10 และ HDR10+
    – กระจกหน้าจอ Corning Gorilla Glass Victus
  • ชิป : Qualcomm Snapdragon 888
  • หน่วยความจำ : LPDDR5 8/16GB
  • สตอเรจ : UFS 3.1 128/256GB
  • กล้องหลัง :
    – กล้องหลัก 64MP, เซนเซอร์ภาพ Sony IMX666
    – กล้องอัลตร้าไวด์ 13MP
    – กล้องมาโคร
  • กล้องหน้า : 24MP
  • เสียง : ลำโพงสเตอรีโอ
    – ชิปเสียง ESS SABRE
    – ปรับแต่งเสียงโดย Dirac
  • การเชื่อมต่อ :
    – Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac
    – Bluetooth 5.2
  • พอร์ต :
    – USB Type-C x2
    – แจ็ก 3.5 มม. x1
  • เซนเซอร์ : Fingerprint, ultrasonic (AirTrigger 5)
  • แบตเตอรี่ : 6000mAh, รองรับ Quick Charge 5.0 และ PD Charging
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 11
  • สี : Phantom Black, Storm White

ราคาและการวางจำหน่าย

ROG Phone 5 ที่เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย แบ่งเป็น 2 รุ่นย่อยตามหน่วยความจำ คือ RAM 8GB + 128GB และ RAM 16GB + 256GB มีโปรโมชันและของแถมเพียบ รวมถึงอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ทาง ASUS ได้เอามาขายด้วยเช่นกัน

  • ROG Phone 5 : RAM 8GB – ราคา 22,990 บาท
  • ROG Phone 5 : RAM 16GB – ราคา 29,990 บาท
  • ROG Kunai 3 Gamepad – ราคา 3,990 บาท
  • ROG Clip – ราคา 990 บาท

พิเศษ ! สำหรับผู้ที่สั่งซื้อ ROG Phone 5 ระหว่างวันที่ 10 – 11 มิถุนายน 2564 โมเดล RAM 8GB รับฟรี ROG Cap มูลค่า 990 บาท และโมเดล RAM 16GB รับฟรี ROG Kunia 3 Gamepad มูลค่า 3,990 บาท หมดเขตตอน 21.00 นาฬิกา (จำนวนจำกัด)

ช่องทางการวางจำหน่ายคราวนี้หลากหลายมาก ๆ นอกเหนือจากร้านค้าตัวแทนจำหน่ายของ ASUS แล้ว ยังหาซื้อกันได้ผ่านร้านค้าไอทีชั้นนำ รวมถึงช่องทางออนไลน์ที่มีสีขาว Storm White เป็นเอ็กคลูซีฟด้วย

from:https://droidsans.com/asus-rog-phone-5-specs-price/

รีวิว ROG Phone 5 สะใจ โคตรแรง! เพื่อสายพันธุ์เกมตัวจริง

ASUS ROG Phone 5 สมาร์ทโฟน Android ที่ทรงพลังด้วยความเป็น ROG ที่มาจากสายเกมมิ่ง อุปกรณ์ที่ทำออกมาจำหน่ายจึงเน้นไปที่การเล่นเกม ให้มีความทรงพลังมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

แรงมากครับ แน่นอนว่าต้องเลือกใช้หน่วยประมวลผลที่แรงที่สุด Qualcomm Snapdragon 888 5G Mobile Platform และแรมใหม่สุด LPDDR5 ขนาดใหญ่สุดที่ 16GB และหน่วยความจำเร็วสุด UFS 3.1 มีขนาดความจำ 128GB และ 256GB ให้เลือก

จอแสดงผลขนาดใหญ่มาก 6.78 นิ้ว ความละเอียด 2448×1080 รีเฟรชเรทสูงมาก ระดับ 144Hz ใช้เทคโนโลยีจอ AMOLED จาก Samsung และมีระบบเสียงลำโพงคู่สุดกระหึ่มครับ ผมไม่เคยได้ยินเสียงลำโพงสมาร์ทโฟนที่หนักและแน่น เสียงมันสะใจขนาดนี้มาก่อน

ใช้ลำโพงคู่วางด้านหน้า Cirrus Logic amplifiers หันหาผู้ใช้โดยตรง แต่ทิศทางเสียงออกกว้างกระจายรอบตัว ปรับแต่งเสียงมาให้โดย Specialist Dirac เสียงลำโพงของมือถือรุ่นนี้ดีกว่าโน๊ตบุ๊คหลายๆ ตัวซะอีกครับ พร้อมมีรูหูฟัง 3.5mm มาพร้อมกับ ESS  DAC รองรับ Hires Audio

การสั่นของตัวเครื่อง ก็ใช้มอเตอร์แบบสองแกน ให้ความสั่นที่แตกต่างกัน จะรู้สึกถึงการสั่นของเครื่องในการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบครับ

แบตเตอรี่ใหญ่ระดับแท็บเล็ต ให้มาเยอะมาก 6000mAh เพราะมีฟังก์ชั่นที่กินพลังงานอยู่ในเครื่องหลายอย่างครับ รองรับการชาร์จไว 65W Hyper Charge ซึ่งเป็นการชาร์จไวในระด้บกลุ่มท็อปของตลาดในปัจจุบัน ผมทดสอบการชาร์จจากแบตประมาณ 20% แบตขนาด 6000mAh กลับมาเต็มได้ในเวลาประมาณ 50 นาทีครับ

จุดเด่นของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ไม่ใช่แค่เรื่องสเปคประมวลผลหรือตัวเครื่อง แต่ในเรื่องของเทคโนโลยีการเชื่อมต่อไร้สายก็ให้มาในระดับสูงเช่นกัน รองรับการใช้งาน 5G SA/NSA รองรับสัญญาณ Bluetooth 5.2, NFC, และ Wi-Fi เทคโนโลยีใหม่ 802.11a/b/g/n/ac/ax (พร้อมรองรับ 6E ในบางประเทศ) 4×4 MIMO

สามารถเชื่อมต่อสัญญาณ Wi-Fi แบบคู่ Dual 2.4Ghz และ 5.0Ghz จับพร้อมกันสองสัญญาณ เพิ่มความเสถียรและการตอบสนองของ Wi-Fi ได้เต็มประสิทธิภาพที่สุด

และระบบพิเศษที่เหนือกว่าใครคือระบบ HyperFusion ที่รวมเอาสัญญาณมือถือเข้าไปกับสัญญาณ Wi-Fi คู่ ให้กลายเป็นสามสัญญาณร่วมกัน ถ้าสัญญาณใดมีปัญหาหรืออ่อนลงไปก็จะมีอีกสองสัญญาณคอยประคอง ให้อินเตอร์เน็ตนิ่งตลอดเวลาในขณะใช้งาน

โดยเมื่อเปิดใช้เราจะเห็นไอคอน Wi-Fi สองไอคอน ที่มีสัญลักษณ์ + แสดงร่วมอยู่ด้วยครับ

ตัวเครื่องออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมโดยเฉพาะ มีปุ่มพิเศษบนขอบเครื่อง เรียกว่า “ปุ่มทริกเกอร์” จะถูกติดตั้งเป็นจุดรับสัมผัสบริเวณขอบเครื่องด้านบนซ้ายและด้านบนขวา เราสามารถกำหนดสองปุ่มนี้แทนการทัชด้วยนิ้วบนหน้าจอโดยตรงได้ ระบุตำแหน่งที่เราต้องการให้ปุ่มทริกเกอร์ทำงานแทนการทัช อาจจะใช้ในการกดไอคอนสั่งยิง หรือกดเพื่อเลือกใช้สกิล ได้เปรียบมากสำหรับการเล่นเกมโดยเฉพาะเกมแบบ FPS

มีพอร์ทพิเศษ POGO Pin ใช้ฝาจุกยางปิดเอาไว้กลางเครื่อง (มีจุกปิดสำรองมาให้ในกล่องอีกหนึ่งชิ้น) เป็นพินที่เอาไว้ใช้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกของทาง ROG

อย่างเช่น Aero Active Cooler ชุดพัดลมช่วยระบายความร้อนที่เป็นอุปกรณ์เสริมขาตั้งและปุ่มกดพิเศษในตัว ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ผมได้มารีวิวพร้อมกัน ยังอุปกรณ์เสริมที่ออกแบบมาใช้คู่กันอีกมากมายครับ ต่อยอดในอนาคตที่เราต้องการจะอัพเกรดให้กลายเป็นเครื่องเกมอย่างเต็มตัวมากกว่าเดิมได้

มีการวางตำแหน่งพอร์ทชาร์จใหม่และมีถึงสองตำแหน่ง พอร์ทด้านล่างจะถูกย้ายให้เยื้องไปด้านข้างเล็กน้อยเพื่อหลบการถือจับ และมีพอร์ทชาร์จตรงกลางเครื่องเป็นช่องที่สอง เอาไว้ใช้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมภายนอกที่ออกแบบมาใช้งานคู่กันและเป็นช่อง Type C ที่ใช้เสียบชาร์จได้ในตัว จะได้ถือเล่นเกมในแนวนอน ไม่ลำบากเวลาชาร์จไฟไปด้วยเล่นไปด้วยครับ

การออกแบบสวยเท่ สไตล์เกมมิ่ง ถ้าใครชอบอุปกรณ์แนวเกมมิ่งเกียร์อย่างการออกแบบที่ใช้แสงไฟ รุ่นนี้จัดให้! กับสัญลักษณ์ ROG ด้านหลังตัวเครื่องที่ปรับลักษณะไฟได้ด้วยซอฟท์แวร์ในตัวเครื่อง


ปรับแต่งได้ทั้งรูปแบบการกระพริบ การเปลี่ยนสีไฟ รูปแบบการไล่เฉดสี และการซิงก์ไฟให้เข้ากับการใช้งานของเครื่องในขณะนั้นแบบเรียลไทม์ ปรับเล่นได้เหมือนอุปกรณ์เกมมิ่งบน PC เลยครับ ^^

ตัวเครื่อง ROG Phone 5 จะมีความหนาและหนักสักหน่อย หนา 10 มิลลิเมตร หนัก 237 กรัม ด้านหลังตัวเครื่องให้กล้องมาสามตัว คุณภาพสูง กล้องดีครับ Sony IMX686 64 ล้านพิกเซล และกล้อง macro และ ultra-wide ความละเอียด 13 ล้านพิกเซลทั้งสองเลนส์ และกล้องหน้า 24ล้านพิกเซล

อุปกรณ์ภายในกล่องสวยงามทั้งแพ็กเกจ เขาใส่ใจมากครับ บนกล่องมีสกรีนตัวละคร AKIRA เป็นการ์ตูน AR ภาพเคลื่อนไหว ให้เราสแกนดูได้จากแอพพลิเคชั่น Armoury Crate ในตัวเครื่องโทรศัพท์ และเป็นแอพหลักที่ใช้ในการปรับแต่งระบบเครื่องระบบไฟทั้งหมดของ ROG Phone 5 เครื่องนี้ด้วย

สายชาร์จเป็นสายถักแบบ TypeC-To-TypeC ดูทนทาน ตัว Adaptor และเคสออกแบบได้เท่มาก มาพร้อมโลโก้จาก ROG

มีความใส่ใจในงานออกแบบไปจนถึงเข็มจิ้มซิมและถาดใส่ซิม ดูสวยงามน่าใช้ไปทุกชิ้นครับ

การใช้งานภายใน

ใช้ระบบภายในที่ออกแบบใหม่เพื่อการเล่นเกม ระบบหลักใช้ Android 11 แต่ต้องยอมรับว่ามีฟังก์ชั่นที่เกินคาดใส่มาเยอะมากครับ โดยเฉพาะใครที่ไม่เคยสัมผัสการใช้งานสมาร์ทโฟนเกมมิ่งตัวพ่ออย่าง ROG Phone รับรองว่าได้มีอะไรให้เรียนรู้ ตื่นตา และใช้งานสนุกแน่นอน



พูดกันในเรื่องของประสิทธิภาพกันก่อน ซึ่งจริงๆ แล้วเครื่องสเปคระดับนี้ความแรงไม่ต้องถามถึงแล้วนะครับ นี่มันคือสุดยอดของสมาร์ทโฟนในระบบ ไอ้ที่เคยคิดว่าเร็วแรง ตัวนี้ดันทะลวงการตอบสนองออกไปให้เร็วได้อีก ทั้งการเปิดปิดแอพ การเข้าออกสลับฉากของเกม การตอบสนองการสั่งงาน อยู่ในระดับที่ไม่เคยสัมผัสได้มาก่อนแม้ในกลุ่มเครื่องเรือธง เพราะมันไม่ได้เร็วแค่คำว่าลื่นไหลหรือผลทดสอบคะแนน Benchmark แต่มันเร็วไปหมดในการใช้งานจริง เร็วไปถึงการเชื่อมต่อดึงข้อมูล รู้สึกได้ถึงคุณภาพที่ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมจริงๆ ครับ สรุปได้สั้นๆ ว่า “โคตรแรง!”

เพราะนอกจากเรื่องของประสิทธิภาพในชุดประมวลผลที่ใช้ของดีทุกชิ้นแล้ว ระบบ Wi-Fi ของรุ่นนี้ก็มีความสามารถกว่ามาตรฐานทั่วไปครับ สามารถเชื่อมต่อ Wi-Fi คู่ Dual 2.4Ghz และ 5.0Ghz ได้พร้อมกันสองสัญญาณ  รวมเอาสัญญาณมือถือเข้าไปกับสัญญาณ Wi-Fi ให้กลายเป็นสามสัญญาณร่วมกัน ในโหมด HyperFusion



รองรับสัญญาณ WiFi ทั้ง 802.11a/b/g/n/ac/ax ยังมีความสามารถในการปล่อยสัญญาณ Wi-Fi Hotspot เป็น Wi-Fi 6 ด้วยนะ!!! ^^ เอากันให้สุดไปเลย


การทำงานหลักผมอยากจะเริ่มที่ตัวแอพ Armoury Crate กันก่อน เป็นแอพหลักเลยครับ การทำงานต่างๆ จะถูกควบคุมเอาไว้ในแอพนี้ทั้งหมด ต้องการใช้งานในประสิทธิภาพระดับใด? แรงขั้นเทพ ก็เปิด “โหมด X” กลางๆ ใช้งานได้เต็มที่ก็ “ไดนามิค” เน้นทำงานทั่วไป แบตเตอรี่อยู่ยาวหน่อย ก็เปิด “โหมดคงทนพิเศษ”

เป็นโหมดแบบพรีเซ็ตระดับการใช้พลังงานและทรัพยากรเครื่องครับ ทำเอาไว้ให้เรียกใช้ง่าย สลับโหมดง่าย เพราะในแต่ละวันเราใช้งานหลากหลายรูปแบบครับ ต้องการความแรงสำหรับการเล่นเกมเต็มขั้น หลังจากนั้นอาจจะอยากพักรักษาแบตเตอรี่เอาไว้ใช้งานนานๆ ก็แค่เปลี่ยนโหมดเท่านั้นเอง




แต่ผมจะบอกว่า เจ้า ROG Phone 5 ขนาดเปิดโหมดประหยัดแบต มันยังเล่นเกมได้ลื่นๆ เลย

ในแอพ Armoury Crate ยังเป็นแหล่งรวมรายชื่อเกมที่ ROG คัดสรรมาให้ โดยการแบ่งประเภทเอาไว้ตามการรองรับรีเฟรชเรทของเกมครับ รวมถึงรายชื่อเกมที่รองรับการใช้งานกับปุ่มทริกเกอร์ และรองรับการใช้จอยคอนโทรลเลอร์ในการควบคุม หมดปัญหาการหาเกมไม่ที่ต้องการไม่เจอครับ ทาง ROG จัดไว้ให้เป็นแคตตาล็อกให้เลือกเลย


รวมถึงเป็นแอพหลักที่ใช้การตั้งค่าไฟด้านหลังเครื่อง และตั้งค่าอุปกรณ์เสริมที่เชื่อมต่อเข้ากับตัวเครื่องด้วยครับ




หน้าจอแสดงผลใหญ่ เล่นอะไรก็เต็มตากว่า อันนี้สำคัญมากเลยเพราะหน้าจอขนาด6.78 นิ้วใหญ่มากจริงๆ ครับ สะใจเลยแหละ หน้าจอสีสวยเป็น AMOLED ความละเอียดดีครับ 2448×1080 และรีเฟรชเรทระดับ 144Hz ที่ไม่ต้องเดาว่าทำงานอยู่ในระดับไหน

เพราะในโหมดการใช้งานโดยเฉพาะการเล่นเกม จะมีชุดเครื่องมือสำหรับการปรับระบบให้เข้ากับการเล่นเกมโดยเฉพาะ เช่นเปลี่ยนโหมดประสิทธิภาพ ปิดกั้นการแจ้งเตือน และที่สำคัญ คือมีฟังก์ชั่นที่จะแสดงข้อมูลการทำงานของเครื่องขึ้นบนหน้าจอเอาไว้ได้ครับ โดยจะมีข้อมูลความร้อนของเครื่องและระดับรีเฟรชเรทที่กำลังทำงานของหน้าจออยู่นั้นเองครับ เพราะคนเล่นเกมหลายคนชอบที่จะรู้ประสิทธิภาพเครื่องของตัวเองครับ ^^

จอภาพสวย แล้วลำโพงยังโหดมากอีกด้วย เรียกว่าถ้าเปิดกันดังสุด คุณภาพเสียงอาจจะมีกลบรัศมีจากเสียงทีวีหรือลำโพงหลายๆ ตัวในบ้านเราเลยครับ

หน้าจอก็มีโหมดถนอมสายตาด้วยนะครับ ลดแสงสีฟ้าเมื่อเวลาใช้งานนานๆ หรือใช้ตอนกลางคืนอ เราก็เปิดฟังก์ชั่นนี้ช่วยลดภาระให้ดวงตากันสักหน่อย





มีหน้าจอ Alway-on Panel แสดงผลตลอดเวลาแม้จะล็อกเครื่องไว้ ออกแบบมาได้ดูเป็นเกมมิ่งดีครับ ^^ มีหลายแบบให้เลือก เอาไว้ดูเวลาหรือการแจ้งเตือนที่เราพลาดไป โดยไม่ต้องกดปลดล็อคเครื่องก่อน

แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ แต่เครื่องก็ใช้พลังงานเยอะเช่นกัน แบตขนาด 6000mAh ถ้าใช้งานแบบเปิดโหมด X ทำงานแบบเต็มประสิทฺธิภาพ ก็อยู่ได้นานปกติเหมือนเครื่องอื่นๆ ครับ ใช้งานต่อเนื่องได้ประมาณ 7 ชั่วโมง แต่ได้ความแรงมาเต็มพิกัด 100%  ถ้าเปิดโหมดประหยัดพลังงานแบบคงทน จะใช้แบตแค่ชั่วโมงละ 8-10% เท่านั้นเองครับ ดูหนังกันได้สามถึงสี่เรื่อง เล่นเกมได้นานประมาณ 10 ชั่วโมงต่อเนื่อง

ส่วนความร้อนของเครื่องถ้าใช้งานอยู่ในห้องแอร์ก็ปกติเลยครับ ประมาณราวๆ 40 องศาในขณะใช้งานเล่นเกม

ถ้าเอาไปใช้ข้างนอก ร้านอาหาร ไม่ใช่ห้องแอร์ ความร้อนจะรู้สึกมากขึ้นหน่อย ราวๆ 45% แต่ยังไม่เคยออกอาการผิดปกติมาให้ผมเห็นครับ

ทาง ROG ได้ออกแบบพัดลมระบายความร้อนมาให้ใช้งานคู่กันด้วย Aero Active Cooler ออกแบบเท่และมีปุ่มพิเศษที่ออกแบบมาให้สามารถกดโดยแม็บปิ้งเข้ากับจอทัชสกรีนของเครื่องเป็นปุ่มเพิ่มเติม และเป็นพัดลมที่จะช่วยลดความร้อนของเครื่อง




และเป็นขาตั้งให้กับเราเวลาใช้งานรับชมภาพยนตร์ และยังเพิ่มความเท่ไปในตัวด้วย เพราะมีไฟ RGB สวยๆ บนตัวอุปกรณ์ครับ ^^




ปุ่มด้านหลังของ Aero Active Cooler จะสามารถกำหนดให้เป็นปุ่มคำสั่งใช้งานบนหน้าจอทัชสกรีนโดยตรงได้ เราเข้าไประบุตำแหน่งทัชที่เราต้องการในแอพ Armoury Crate

เมื่อรวมกับปุ่มทริกเกอร์ด้านบนตัวเครื่องแล้ว ก็จะมีปุ่มพิเศษมากถึง 4 ปุ่มให้ใช้งานเพื่อความได้เปรียบและความสะดวกในการเล่นเกมครับ ^^ เสียบไฟชาร์จได้ไม่ต้องถอดครับ

ตัว Aero Active Cooler ออกแบบมาให้ใช้งานได้แม้เราจะใส่เคสของเครื่องที่แถมมาให้กล่องเอาไว้ครับ ไม่ต้องถอดเคส และยังเว้นช่องสำหรับการชาร์จแบตด้านข้างเครื่องเอาไว้ให้ พร้อมช่องหูฟัง 3.5 ที่สามารถต่อได้จากตัว Aero Active Cooler เองเลยครับ

กล้องถ่ายภาพ

พูดถึงด้านการถ่ายภาพสักหน่อยในปิดท้ายรีวิว จะบอกว่า ROG Phone 5 กล้องดีด้วยนะครับ คุณภาพสูงทีเดียว ด้านหลังตัวเครื่องให้กล้องสามตัว กล้องหลักเป็น Sony IMX686 ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล และกล้องที่สองเป็นกล้อง macro 13 ล้านพิกเซล และ Ultra-wide ความละเอียด 13 ล้านพิกเซลเช่นกัน และใช้กล้องหน้า 24 ล้านพิกเซล


UI ของกล้องก็ออกแบบเรียบง่าย มีโหมดถ่ายหน้าชัดหลังเบลอ โหมดถ่ายภาพกลางคืน สามารถซูมภาพได้ตั้งแต่มุมกว้าง 0.6x ไปจนถึง 8x คุมการซูมได้ดีครับ ซูมระดับ 8X ภาพยังไม่แตกจนดูเละครับ ถ่ายหวังผลได้เลย




กล้องคมครับ คุณภาพสูงตามระดับมาตรฐานเครื่องที่มาในกลุ่มตัวท็อป ด้านกล้องก็เช่นกัน ไม่ได้ด้อยไปกว่าด้านอื่นๆ ถ่ายง่าย ภาพคม เลนส์มีคุณภาพที่ดีครับ

ตัวอย่างภาพถ่ายจาก ROG Phone 5












สรุปท้ายรีวิว

แรง ทรงพลังมาก การันตีให้เลยว่าเต็มอิ่มสมใจทั้งภาพและเสียงและความทรงพลั เกมที่เราเคยเล่นมันยังเร็วขึ้นไปได้อีก ตอบสนองไวทั้งการใช้งานและการเชื่อมต่อดึงข้อมูลของตัวเกม

การออกแบบสวยทุกชิ้น ตัวเครื่องเท่ออกแบบมาในสไตล์เกมมิ่งตัวจริง ไฟ RGB สวยๆ ด้านหลังเครื่องที่ปรับแต่งได้ และอุปกรณ์เสริมที่ออกแบบมาได้เข้ากันในแนวคนเล่นเกมทุกชิ้น ใครชอบงานออกแบบลักษณะนี้ยิ่งใช้แต่ละชิ้นจะยิ่งชอบครับ

ระบบซอฟท์แวร์ออกแบบมาเพื่อคนเล่นเกม เข้าใจคนเล่นเกม มีปุ่มพิเศษและการช่วยเหลือคนเล่นเกมเยอะมากๆ สมบูรณ์แบบในการใช้งานสุดๆ เลยครับ

ROG Phone 5 เปิดราคา RAM 8+ ROM 128GB ที่ 22,990 บาท ส่วนรุ่น RAM 16 + ROM 256 ราคา 29,990 บาท เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน เป็นต้นไป พิเศษ!

 

ข่าว: รีวิว ROG Phone 5 สะใจ โคตรแรง! เพื่อสายพันธุ์เกมตัวจริง มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/review-rog-phone-5-asus-gaming-smartphone/

พรีวิว ROG Phone 5 พาชมตัวจริงเกมมิ่งเกียร์สุดแรง ที่มาในร่างสมาร์ทโฟน!!

ROG Phone 5 สมาร์ทโฟน Android ที่ทรงพลังเกินเบอร์ เพราะด้วยความเป็น ROG ที่มาจากสายเกมมิ่งตัวจริงเสียงจริง อุปกรณ์ที่ทำออกมาจึงไม่ได้คิดในขอบเขตของการเป็นแค่สมาร์ทโฟน แต่มันต้องเป็นเครื่องเกมที่ทรงพลังที่สุด งานออกแบบก็จะเอาใจสายเกมกันเต็มที่เลยครับ

ซึ่งในพรีวิวนี้ผมจะพามาดูตัวจริงกันก่อนการเปิดตัว จะไม่เน้นไปที่สเปคนะครับ ^^ แกะกล่องให้ดูงานออกแบบความสวยงามที่โคตรเท่! ของมันกันก่อน

อุปกรณ์ส่วนใหญ่ของ ROG Phone 5 จะไม่เหมือนใครครับ เพราะคิดมาเพื่อความเท่! ที่เข้ากับการเล่นเกมเป็นสำคัญ ^^ ไม่ว่าจะเป็นทรงเครื่อง อุปกรณ์เสริม แต่แน่นอนว่าการเล่นเกมที่ดีก็ต้องมาพร้อมกับพลังแห่งการใช้งานที่ “ทรงพลังที่สุด” เท่าที่สมาร์ทโฟน Android เคยใส่เข้ามาให้ในทุกๆ ด้านครับ

จอแสดงผลขนาดใหญ่มาก ใช้เทคโนโลยีจอจากผู้ผลิตที่ดีที่สุด Samsung AMOLED และระบบเสียงที่ได้คะแนนทดสอบสูงที่สุดในโลกของสมาร์ทโฟน ลำโพงคู่หน้า Cirrus Logic amplifiers ปรับแต่งเสียงมาให้โดย Specialist Dirac เสียงลำโพงดังกระหึ่มจนโน๊ตบุ๊คบางเครื่องต้องอาย

แบตเตอรี่ใหญ่ยักษ์ดั่งกับแท็บเล็ต รองรับการชาร์จไวด้วย adapter รองรับการเทคโนโลยีการเชื่อมต่อไร้สายระดับสูงทั้งหมด ทั้ง 5G และสามารถเชื่อมต่อสัญญาณ Wi-Fi คู่ Dual 2.4Ghz และ 5.0Ghz ได้พร้อมกันสองสัญญาณ เพิ่มความเสถียรและการตอบสนองของ Wi-Fi ได้เต็มประสิทธิภาพที่สุด

ตัวเครื่องออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมโดยเฉพาะ มีปุ่มทริกเกอร์พิเศษบนขอบเครื่องซ้ายและขวา เอาไว้เพื่อใช้สั่งงานได้ด้วยการแตะแทนการทัชหน้าจอ นิยมมีไว้เพื่อกดลั่นไกปืนใน FPS โดยเฉพาะ ^^

และมีพอร์ทพิเศษข้างเครื่อง เป็นพินที่เอาไว้ใช้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอก อย่างพัดลมหรืออุปกรณ์เสริมที่ ROG ออกแบบมาใช้คู่กัน การวางตำแหน่งพอร์ทชาร์จถูกย้ายไปให้เยื้องหลบการถือจับไปด้านข้าง ไม่ได้อยู่ตรงกลางให้เกะกะมือเหมือนรุ่นอื่นๆ ครับ ออกแบบมาเข้าใจคนใช้งานมากๆ




ประสิทธิภาพสูงสุดๆ ไปทุกด้านครับ การออกแบบก็ยอดเยี่ยม ความแรงไม่ต้องถามถึง เพราะจากที่ลองทดสอบเบื้องต้น ไอ้ที่เคยคิดว่าเร็วแรง ตัวนี้ดันทะลุการตอบสนองออกไปได้อีก การสลับฉาก การเข้าออกเกม การโหลดข้อมูลหน้าเกม ทุกอย่างฉับไวไปหมด รู้สึกได้ถึงคุณภาพที่ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมได้อย่างเต็มที่จริงๆ ครับ

การออกแบบด้านความสวยงามก็สุดๆ ถ้าใครชอบอุปกรณ์แนวเกมมิ่งเกียร์ เด่นทั้งรูปทรง งานประกอบ การออกแบบที่ใช้แสงไฟ โดยเฉพาะสัญลักษณ์ ROG ด้านหลังตัวเครื่อง ปรับได้ลักษณะไฟได้ด้วยซอฟท์แวร์ในระบบ เพราะเขาไม่ได้ทำมาให้แค่เพียงภายนอก แต่ภายในยังเต็มไปด้วยระบบสำหรับคนเล่นเกม ใครที่สนใจรายละเอียดสเปคอย่างเป็นทางการ รอติดตามรีวิวการใช้งานของเครื่องรุ่นนี้ได้จาก Appdisqus เราจะเอาแนะนำพร้อมกับราคาจำหน่ายอย่างแน่นอน

ตัวเครื่อง ROG Phone 5 จะมีความหนาหนักสักหน่อยจากสิ่งต่างๆ ที่ใส่เข้ามาให้ 173 x 77 x 10 มิลลิเมตร หนัก 237 กรัม ด้านหลังให้กล้องสามตัว พร้อมสัญลักษณ์ ROG ที่ปรับแต่งแสงไฟได้เหมือนอุปกรณ์เกมมิ่ง และสามารถซิงก์การแสดงไฟให้เข้ากับการเล่นเกมและการใช้งานได้หลากหลายมากๆ อีกด้วย

อุปกรณ์ภายในกล่อง สวยงามยันตัวแพ็กเกจเพราะใส่ใจมากครับ มีตัวละคร AKIRA เป็น AR ให้สแกนดูได้จากแอพพลิเคชั่น Armoury Crate ซึ่งเป็นแอพหลักที่ใช้ในการปรับแต่งระบบไฟและประสิทธิภาพเครื่องต่างๆ และยังเป็นแหล่งโหลดเกมที่ ROG คัดสรรมาให้แล้ว โดยเป็นเกมที่เข้ากันกับสเปคเครื่องแรงๆ ของรุ่นโดยตรงครับ




สายชาร์จให้มาก็เป็นสายถักสีดำ งานดีดูทนทาน ตัว Adaptor และเคสออกแบบสวย ตีตราโลโก้จาก ROG ใส่ใจไปจนถึงเข็มจิ้มซิมและถาดใส่ซิม ดูสวยงามน่าใช้ไปทุกชิ้น ยังกับสินค้า Limited Edition พิเศษเลยครับ




ROG Phone 5 จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทยเร็วๆ นี้ ก็รอติดตามรายละเอียด สเปค ราคา และโปรโมชั่นต่างๆ รวมถึงรอติดตามรีวิวเต็มๆ ของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ได้จากทาง Appdisqus เช่นกันนะครับ ^^

ข่าว: พรีวิว ROG Phone 5 พาชมตัวจริงเกมมิ่งเกียร์สุดแรง ที่มาในร่างสมาร์ทโฟน!! มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/preview-rog-phone-5-gaming-phone/

ROG เปิดราคาไทย Flow X13 โน้ตบุ๊กเกมมิ่งพับจอได้ 49,990 บาท ส่วนรุ่น Supernova Edition ราคา 99,990 บาท

เดือนมกราคมที่ผ่านมา ASUS เปิดตัวเกมมิ่งแล็บท็อปตัวเบาแบบพับจอได้รุ่นแรกของแบรนด์ ROG Flow X13 เปิดตัวมาสองรุ่นคือ ROG Flow X13 ราคาไทย 49,990 บาท และ ROG Flow X13 Supernova Edition ราคาไทย 99,990 บาท

No Description

ROG Flow X13 เปิดตัวราคาไทย 49,990 บาท

  • ขนาดหน้าจอ 13 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1200 (WUXGA) อัตราส่วน 16:10
  • ความบางตัวเครื่อง 15.8 มม.
  • น้ำหนัก 1.3 กก.
  • รองรับระบบสัมผัส พับได้ 360 องศา
  • ใช้วัสดุวัสดุแมกนีเซียมอัลลอย
  • รีเฟรชเรท 120Hz
  • AMD Ryzen 9 5900HS แบบ 8 คอร์ 16 เธรด
  • ทำงานร่วมกับหน่วยประมวลผลกราฟิก Nvidia GeForce GTX1650 4GB GDDR6
  • แรมขนาด 16GB
  • SSD แบบ M.2 NVMe PCIe 3.0 ความจุ 1TB

ROG Flow X13 Supernova Edition ขายราคาไทยที่ ราคา 99,990 บาท ขายช่วงเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป โดยรุ่นนี้มีเพิ่มเติมคือ AMD Ryzen 9 5980HS, แรม 32GB และมาคู่กับอุปกรณ์ ROG XG Mobile กล่องการ์ดจอแยก กราฟิกการ์ด Nvidia GeForce RTX 3080 แบบต่อแยกมาให้ ช่องเชื่อมต่อ PCIe Gen3 x8 บริเวณด้านซ้ายของตัวเครื่อง

No Description

ตัว XG Mobile มีขนาดความหนา 3 ซม. และน้ำหนัก 1 กก. ภายในติดตั้งอแดปเตอร์จ่ายไฟขนาด 280W มาพร้อมพอร์ต USB Type A สี่ช่อง, HDMI หนึ่งช่อง, Display Port หนึ่งช่อง, RJ-45 LAN port หนึ่งช่อง และ SD Card Reader หนึ่งช่อง

ที่มา – ข่าวประชาสัมพันธ์

from:https://www.blognone.com/node/121775

สรุปรีวิว Asus ROG Phone 5 มือถือเกมมิ่งที่แรงทุกด้าน แต่จุดด้อยที่กล้อง กับราคาที่ไม่เป็นมิตร

หลัง Asus ROG Phone 5 มือถือเกมมิ่งจาก Asus รุ่นล่าสุด เปิดตัวไปเมื่อวาน มีสามรุ่นคือรุ่น ธรรมดา, Pro และ Ultimate ซึ่งต่างกันที่แรม ความจุหน่วยความจำภายใน และของแถมในกล่อง

วันนี้เริ่มมีรีวิวจากสื่อต่างๆ ออกมาแล้ว โดยทุกเจ้าพูดถึงสเปกเครื่องที่จัดเต็ม เหมาะสำหรับการเล่นเกมบนจอ 144Hz แต่ข้อด้อยน่าจะเป็นน้ำหนัก กล้อง และราคาที่แรงพอๆ กับสเปกเครื่อง

No Description

Asus ROG Phone 5 มาพร้อมหน้าจอ AMOLED 6.78 นิ้ว ความละเอียด 1080p รีเฟรชเรต 144Hz ครอบด้วย Gorilla Glass Victus ลำโพงคู่หน้าพร้อม DAC ใช้ชิป Snapdragon 888 จีพียู Adreno 660 รุ่นธรรมดามีแรม 8GB, 12GB, 16GB รุ่นโปรแรม 16GB และ 18GB ในรุ่น Ultimate

No Description

หน่วยความจำภายในเป็นแบบ UFS 3.1 ความจุ 126GB, 256GB และ 512GB ในรุ่น Pro และ Ultimate แบตเตอรี่ 6,000 mAh ชาร์จเร็ว 65W และแถมพัดลมระบายความร้อน Aeroactive Cooler 5 มาในกล่อง

กล้องหลังหลัก 64MP กล้องอัลตร้าไวด์ 13MP กล้องมาโคร 2MP กล้องหน้า 24MP รัน Android 11 มีรูหูฟัง แต่ไม่กันน้ำ และไม่รองรับชาร์จไร้สาย

No Description

ในด้านรีวิว Android Police ชื่นชมว่า ROG Phone 5 น่าจะเป็นสมาร์ทโฟนเกมมิ่งที่เหมาะจะเล่นเกมบนจอให้ได้เฟรมเรต 144 เฟรมมากที่สุดแล้ว รวมถึงลำโพงคู่ที่ให้เสียงกระหึ่มก็คุณภาพดี และแบตเตอรี่ 6,000 mAh กับที่ชาร์จ 65W ก็ทำให้เล่นเกมได้ยาวๆ จนลืมชาร์จกันไปเลย

No Description

แต่ก็พูดถึงข้อเสียคือราคาของรุ่น 12GB + 256GB ที่สูงถึง 1,188 ดอลลาร์ หรือราว 36,500 บาท ไม่รองรับชาร์จไร้สาย ไม่กันน้ำ กล้องที่คุณภาพด้อยกว่ามือถือแบรนด์อื่น น้ำหนักที่แทบจะถ่วงจนกางเกงเอียงไปข้างหนึ่ง และการอัพเดตของ Asus ที่มีประวัติไม่ค่อยดีนัก

Tech Radar ชื่นชมว่า ROG Phone 5 เป็นมือถือเกมมิ่งที่ดีที่สุดในตอนนี้ แถมยังเหมาะกับการดูคอนเทนต์ด้วยจอ ลำโพงคู่ด้านหน้าที่คุณภาพดี และแบตเตอรี่ความจุสูง แต่ก็พูดถึงข้อเสียเรื่องราคา กล้องที่ด้อยกว่ามือถือรุ่นอื่นๆ ในปีนี้ แล้วก็ดีไซน์ที่ดูมีความ “เกมมิ่ง” เกินไปนิด กับไฟ OLED และโลโก้ขนาดยักษ์ที่ฝาหลัง

The Verge ชื่นชมประสิทธิภาพตัวเครื่อง และการปรับแต่งที่มาพร้อมกับ ROG UI รวมทั้งชื่นชอบไฟ OLED บนฝาหลัง และลำโพงคู่หน้าที่มีประสิทธิภาพดี แต่ข้อเสียที่พูดถึง คือแรม 18GB ในรุ่น Ultimate ที่มากเกินความต้องการ และความคุ้มค่าต่อราคาที่ยากจะยอมรับ

No Description

Asus ROG Phone 5 แต่ละรุ่น มีราคาดังนี้

  • ROG Phone 5 รุ่น 8GB/128GB ราคา 799 ยูโร หรือราว 29,230 บาท
  • ROG Phone 5 รุ่น 12GB/256GB ราคา 899 ยูโร หรือราว 32,900 บาท
  • ROG Phone 5 รุ่น 16GB/256GB ราคา 999 ยูโร หรือราว 36,550 บาท
  • ROG Phone 5 Pro รุ่น 16GB/512GB ราคา 1,199 ยูโร หรือราว 43,860 บาท
  • ROG Phone 5 Ultimate รุ่น 18GB/512GB ราคา 1,299 ยูโร หรือราว 47,520 บาท

คะแนนรีวิวจากสื่อต่างๆ มีดังนี้

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/121644

ASUS และ ROG ส่งกองทัพโน้ตบุ๊กและเดสก์ท็อป ขุมพลัง AMD Ryzen 5000 Series รุ่นล่าสุด เปิดตัวแบรนด์แรกในไทย!

บริษัท เอซุส (ประเทศไทย) เปิดตัวโน้ตบุ๊ก เกมมิ่งโน้ตบุ๊ก เครื่องคอมพิวเตอร์ออลอินวัน และเกมมิ่งเดสก์ท็อปรุ่นใหม่ ชูแบรนด์แรกในประเทศไทย ที่นำเสนอหน่วยประมวลผลรุ่นใหม่ล่าสุด AMD Ryzen™ 5000 Series

ASUS VivoBook Series (D413UA / D533UA)

โน้ตบุ๊กดีไซน์สวยสดใส ขวัญใจวัยรุ่น นักเรียน นักศึกษา มาพร้อมคอนเซ็ปต์ ‘สวยสะกดทุกสายตา’ บ่งบอกทุกความเป็นตัวตนด้วย 6 สีสัน ไม่ว่าจะเป็น สีดำ (Indie Black), สีแดง (Resolute Red), สีเขียว (Gaia Green), สีขาว (Dreamy White), สีทอง (Hearty Gold), และสีเงิน (Transparent Silver) นอกจากนั้นแล้วยังโดดเด่นด้วยดีไซน์ปุ่ม Enter key สีเหลือง มาพร้อมโปรเซสเซอร์ล่าสุด AMD Ryzen 5 5500U และ Ryzen 7 5700U นอกจากนี้เอซุสยังแนะนำเทคโนโลยีเฉพาะ AIPT (ASUS Intelligent Performance Technology) พร้อม 3 โหมดการทำงานที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการของซีพียูได้สูงสุดถึง 40%, ช่วยปรับแต่งการทำงานของแบตเตอรี่ให้ใช้งานได้ตลอดวัน พร้อมระบบระบายความร้อนอัจฉริยะ ทำงานไร้เสียงรบกวน

ASUS VivoBook Series (D413UA / D533UA) มาพร้อม RAM สูงสุด 16 GB และฮาร์ดไดรฟ์ความเร็วสูงแบบ M.2 PCIe SSD ขนาด 512 GB มั่นใจกับการเชื่อมต่อไร้สายแบบใหม่ล่าสุด WiFi6 (802.11ax) ให้การใช้งานอินเตอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงเป็นไปอย่างลื่นไหล พร้อมดื่มด่ำกับเสียงคุณภาพสูงจากแบรนด์ลำโพงระดับโลก Harman/Kardon

หน้าจอขนาด 14 นิ้ว (D413UA) และ 15.6 นิ้ว (D533UA) ความละเอียด Full HD แบบ IPS ให้มุมมองกว้างพิเศษจากทุกทิศทาง และดีไซน์ขอบจอบางพิเศษทั้งสามด้าน Nano Edge Display เพื่อให้ตัวเครื่องมีขนาดกะทัดรัดยิ่งกว่า ฟีเจอร์อัดแน่นครบครันทั้งหมดนี้มาบนตัวเครื่องดีไซน์บางเฉียบ เพิ่มความคล่องตัวในการพกพา ให้น้ำหนักเริ่มต้นที่ 1.4 กิโลกรัมเท่านั้น มาพร้อม Microsoft Office Home & Student 2019 พร้อมใช้งาน และการรับประกันตัวเครื่อง 2 ปี พร้อม Perfect Warranty ประกันอุบัติเหตุ 1 ปีแรก ASUS VivoBook Series (D413UA / D533UA) วางจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 20,990 บาท

ASUS ZenBook 13 OLED (UM325UA) และ ASUS ZenBook 14 (UM425UA)


ASUS ZenBook 13 OLED (UM325UA) พรีเมี่ยมอัลตร้าบุ๊กขนาด 13.3 นิ้ว บาง 13.9 มม. น้ำหนักเบาเพียง 1.14 กก. ใช้งานได้สูงสุดถึง 16 ชม. โดดเด่นด้วยจอความคมชัดระดับ FHD OLED ขอบจอบางทั้ง 4 ด้าน พร้อมด้วยอัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องกว่า 88% ให้ค่าสีคมชัดทุกรายละเอียด พร้อมด้วยการรองรับค่าสี PANTONE® Validated และค่า DCI-P3 100% ทั้งยังได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR ™ ให้สีดำลึกพร้อมช่วงไดนามิกสีที่กว้างยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังผ่านการรับรองจาก TÜV Rheinland ให้ค่าแสงสีฟ้าต่ำ เพื่อถนอมสายตา เหมาะสำหรับการทำงานและการใช้งานเพื่อความบันเทิง มาพร้อมโปรเซสเซอร์ล่าสุด AMD Ryzen 5 5500U, RAM 8 GB และฮาร์ดไดรฟ์ความเร็วสูงแบบ M.2 PCIe SSD ขนาด 512 GB

 

ASUS ZenBook 14 (UM425UA) พรีเมี่ยมอัลตร้าบุ๊กขนาด 14 นิ้ว บางเพียง 14.33 มม. หนัก 1.22 กก. พร้อมการใช้งานยาวนานสูงสุดถึง 16 ชม. พกพาสะดวก มาพร้อมดีไซน์หรูหราอันเป็นเอกลักษณ์ของ ZenBook ทั้งยังนำเสนอนวัตกรรมขอบจอบางทั้ง 4 ด้าน หรือ NanoEdge display, ความคมชัดระดับ Full HD (1920 x 1080) ให้อัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องสูงสุด 90% เพื่อประสบการณ์รับชมอันยอดเยี่ยม มาพร้อมโปรเซสเซอร์ล่าสุด AMD Ryzen 5 5500U และ AMD Ryzen 7 5700U, RAM 16 GB และฮาร์ดไดรฟ์ความเร็วสูงแบบ M.2 PCIe SSD ขนาด 512 GB

 

ASUS ZenBook 13 OLED (UM325UA) และ ASUS ZenBook 14 (UM425UA) มาพร้อมกล้อง IR Camera, บานพับ Ergolift, ระบบตัดเสียงรบกวน AI-NOISE canceling ช่วยให้การประชุมออนไลน์เป็นไปอย่างราบรื่น, พอร์ตเชื่อมต่อครบ ทั้ง USB 3.2 Type-C 2 ช่อง, USB 3.2 Type-A 1 ช่อง, HDMI 2.1, ช่องเสียบ Micro SD Card รวมถึงแบรนด์ลำโพงระดับโลก Harman/Kardon พร้อมด้วย Microsoft Office Home & Student 2019 พร้อมใช้งาน และการรับประกันตัวเครื่อง on-site service 3 ปีเต็ม + perfect warranty ประกันอุบัติเหตุ 1 ปี วางจำหน่ายในราคาเริ่มต้นที่ 27,990 บาท

ASUS Zen AiO 24 (M5401)

ASUS Zen AiO 24 (M5401) เครื่องคอมพิวเตอร์ออลอินวันขนาด 23.8 นิ้ว นำเสนอดีไซน์ใหม่ที่เน้นความหรูหรา เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์สำหรับการตกแต่งห้องอย่างมีสไตล์ ประหยัดพื้นที่ในการจัดวางทั้งยังเพิ่มความมีระเบียบให้โต๊ะทำงานด้วยเม้าส์และคีย์บอร์ดแบบไร้สาย ตัวเครื่องสีขาว Immortal White อันเรียบหรูยังช่วยยกระดับบรรยากาศในการทำงานไปอีกขั้น

หน้าจอขนาด 23.8 นิ้วมาพร้อมนวัตกรรมขอบจอบางที่ให้อัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องถึง 93% พร้อมค่าสี sRGB ถึง 100% ให้ค่าสีเที่ยงตรงแม่นยำ เหมาะสำหรับการทำงาน และความบันเทิง ทั้งยังนำเสนอโปรเซสเซอร์สูงสุด AMD Ryzen 7 5700U พร้อมหน่วยความจำ DDR4 8 GB, หน่วยเก็บข้อมูลแบบ M.2 PCIE SSD ขนาด 512 GB x 2, Wi-Fi 5, Bluetooth 4.2 (Dual band) มาพร้อมพอร์ตเชื่อมต่อครบครัน ได้แก่ USB 3.2 Type-C 1 ช่อง, USB 3.2 Type-A 2 ช่อง, USB 2.0 Type-A 2, ช่องHDMI เป็นต้น ทั้งมั่นใจในความปลอดภัยด้วยการล๊อคอินด้วยใบหน้า หรือ Windows Hello ผ่านกล้อง IR camera

ผู้ใช้สามารถดื่มด่ำกับลำโพงเสียงคุณภาพระดับโลกจาก Harman/Kardon เติมเต็มประสบการณ์ทางด้านความบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ หรือ ดนตรี นอกจากนี้ยังมาพร้อม Windows 10 Home และ Microsoft Office Home & Student 2019 ติดตั้งพร้อมใช้งาน ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและสะดวกต่อการใช้งาน พร้อมหมดกังวลด้านปัญหาการใช้ ASUS Zen AiO 24 มีบริการ onsite service รับประกัน 3 ปีเต็ม พร้อมประกัน Perfect Warranty ประกันอุบัติเหตุ 1 ปีเต็ม วางจำหน่ายในราคาเริ่มต้นที่ 21,990 บาท

ROG Zephyrus G15: กลับมาอีกครั้งกับ ROG Zephyrus G15 ในรหัสรุ่น GA503 เกมมิ่งโน้ตบุ๊กขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้ว พร้อมดีไซน์ใหม่หมดจรดแต่ยังคงคอนเซปท์การออกแบบที่เรียบหรูพร้อมความบางเบาเฉียบคมตามสไตล์เกมมิ่งโน้ตบุ๊กในตระกูล Zephyrus จาก ROG โดดเด่นด้วยตัวเครื่องสีเทา Eclipse Gray และดีไซน์บริเวณด้านหลังหน้าจอที่มีการเจาะรูด้วยเทคโนโลยีแบบ CNC มากถึง 8,279 จุด

เผยให้เห็นถึง Prismatic Film ที่ซ่อนตัวอยู่ภายในเป็นลูกเล่นเมื่อมีแสงตกกระทบ ให้ความโดดเด่นไม่ซ้ำใคร ประสิทธิภาพระดับสูงสุดต้อนรับต้นปี 2021 ด้วยโปรเซสเซอร์เจนเนอเรชั่นล่าสุดจาก AMD Ryzen 7 5800HS แบบ 8 คอร์ 16 เธรด และกราฟิกการ์ดระดับไฮเอนด์ที่ทุกคนรอคอยอย่าง Nvidia GeForce RTX 3080 แรมสูงสุดขนาด 16GB แบบ DRR4 3200 MHz และ M.2 PCIe SSD ความเร็วสูงขนาด 1TB ให้ความลื่นไหลในทุกลักษณะการใช้งาน ระบายความร้อนยอดเยี่ยมด้วยระบบ ROG Intelligent Cooling ด้วยการใช้สารนำความร้อนโลหะเหลวแบบพิเศษจาก Thermal Grizzly เพื่อนำความร้อนออกจากโปรเซสเซอร์ได้อย่างรวดเร็ว ส่งผ่านไปยังท่อฮีทไปป์ที่มีมากถึง 6 เส้นและพัดลมระบายความร้อนแบบใหม่ Arc Flow Fans ที่มีใบพัดมากถึง 84 ใบ ให้ผู้ใช้หมดห่วงเรื่องปัญหาความร้อนสะสม สุดยอดหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียดสูงสุดระดับ WQHD (2K) พร้อมรีเฟรชเรทสูงถึง 165Hz ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Adaptive sync เทคโนโลยี IPS ให้มุมมองกว้าง ชัดเจนทุกองศา สีสันสดใสเที่ยงตรงได้มาตรฐาน 100% DCI-P3 และผ่านการรับรองค่าสี Pantone Validated ตอบโจทย์ทั้งความบันเทิง การเล่นเกมที่ลื่นไหล และงานออกแบบระดับมืออาชีพขนาดตัวเครื่องยังคงเน้นเรื่องความบางเบา โดยมีมิติตัวเครื่องที่เล็กลงจากรุ่นก่อนหน้าถึง 5% และให้น้ำหนักตัวเครื่องเริ่มต้นที่ 1.9 กิโลกรัมแต่ยังแข็งแกร่งทนทานด้วยการขึ้นรูปตัวเครื่องจากโลหะแมกนีเซียมผสม ระบบเสียงจัดเต็มยิ่งขึ้นกว่าที่ที่เคยมีมา ครั้งแรกที่ได้มีการติดตั้งลำโพงมากถึงหกตัวทั้งบริเวณด้านบนและด้านล่างของตัวเครื่อง พิเศษด้วยดอกลำโพงวูฟเฟอร์แบบ Dual Force-Canceling ที่จะช่วยเพิ่มเสียงเบสได้มากขึ้นถึง 30% ทำงานร่วมกับระบบเสียงรอบทิศทาง Dolby Atmos ให้เสียงที่มีมิติโอบล้อมสมจริงมากกว่าที่คุณเคยสัมผัสจากโน้ตบุ๊กเครื่องไหนๆ ด้วยการจัดการพลังงานที่ยอดเยี่ยมและแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 90Whr ส่งผลให้คุณสามารถใช้งานตัวเครื่องบนแบตเตอรี่ได้ยาวนานสูงสุดถึง 14 ชั่วโมง อีกทั้งยังรองรับเทคโนโลยี PD charging (65W) ผ่านพอร์ท USB Type-C อีกด้วย

ROG Zephyrus G15 เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่ชวงกลางเดือนมีนาคม 2564 เป็นต้นไปในราคา 69,990 บาท มาพร้อมการ รับประกัน on-site service 3 ปีเต็ม บวกประกันอุบัติเหตุ Perfect warranty ให้มาในปีแรก พร้อมด้วย Windows 10 Home ติดตั้งพร้อมใช้งาน

ROG Zephyrus G14: ต่อยอดความสำเร็จจากเกมมิ่งโน้ตบุ๊กขนาดหน้าจอ 14นิ้วที่แรงที่สุดในโลก ด้วย ROG Zephyrus G14 (GA401 Series) เกมมิ่งโน้ตบุ๊กขนาดหน้าจอ 14 นิ้ว ที่ทรงพลังที่สุดในโลก (อ้างอิง ณ วันวางจำหน่าย) จากพลังประมวลผลของโปรเซสเซอร์ใหม่ล่าสุดจาก AMD Ryzen9 5900HS แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ผนวกพลังกับกราฟิกการ์ดสูงสุด Nvidia GeForce RTX 3060  รุ่นใหม่ล่าสุดประจำปี 2021

แรมสูงสุดขนาด 16GB แบบ DRR4 3200 MHz และ M.2 PCIe SSD ความเร็วสูงขนาด 1TB ครอบคลุมทุกลักษณะการใช้งานไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมที่ให้ภาพเสมือนจริง งานออกแบบตัดต่อทั้งภาพนิ่งและเคลื่อนไหวด้วยหน้าจอขนาด 14 นิ้ว ความละเอียดสูงสุดระดับ WQHD (2K) พร้อมรีเฟรชเรทสูงถึง 120Hz ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Adaptive sync เทคโนโลยี IPS ให้มุมมองกว้าง ชัดเจนทุกองศา สีสันสดใสเที่ยงตรงได้มาตรฐาน 100% DCI-P3 และผ่านการรับรองค่าสี Pantone validated ไม่พลาดในงานสีระดับมืออาชีพ พกพาง่ายด้วยขนาดตัวเครื่องที่มีขนาดกะทัดรัด กับน้ำหนักตัวเครื่องที่เบาเพียง 1.6 กิโลกรัม สีที่เป็นเอกลักษณ์ สีเทา Eclipse Gray แฝงความโดดเด่นด้วยฟีเจอร์ AniMe Matrix (เฉพาะรุ่น) แผงไฟ LED สีขาวกว่า 1,215 ดวงที่บริเวณฝาด้านหลังหน้าจอให้คุณสามารถปรับแต่งรูปแบบไฟได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพจากไฟล์ GIF, รูปแบบไฟ Audio Visualizers แสดงกราฟเสียงดนตรีที่กำลังเปิด, หรือจะเป็นข้อความที่บอกความเป็นตัวตนของคุณก็สามารถทำได้ เต็มอิ่มทุกความบันเทิงด้วยระบบเสียง Dolby Atmos ถ่ายทอดเสียงผ่านลำโพงสี่ตัวที่ติดตั้งมาทั้งด้านบนและด้านล่างของตัวเครื่อง ให้เสียงที่มีมิติโอบล้อมสมจริงมากกว่าที่คุณเคยสัมผัสจากโน้ตบุ๊กเครื่องไหนๆ นอกจากนั้นแล้ว ด้วยการจัดการพลังงานที่ยอดเยี่ยม ส่งผลให้คุณสามารถใช้งานตัวเครื่องบนแบตเตอรี่ได้ยาวนานสูงสุดถึง 10 ชั่วโมง อีกทั้งยังรองรับเทคโนโลยี PD charging ผ่านพอร์ท USB Type-C อีกด้วย

ROG Zephyrus G14 เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมีนาคม 2564 เป็นต้นไปในราคาเริ่มต้น 59,990 บาท มาพร้อมการรับประกัน on-site service 3 ปีเต็ม และประกันอุบัติเหตุ Perfect warranty ให้มาในปีแรก พร้อมด้วย Windows 10 Home ติดตั้งพร้อมใช้งาน

ROG Strix G15: เกมมิ่งโน้ตบุ๊กประสิทธิภาพสูงที่มาพร้อม ROG DNA แบบเต็มขั้น ROG Strix G 15/17 เพิ่มความคล่องตัวและยกระดับประสบการณ์การเล่นเกมบนโน้ตบุ๊ก Windows 10 เครื่องนี้ ด้วยโปรเซสเซอร์หลัก ของ AMD Ryzen™ 9 5900HX อันทรงพลัง และโปรเซสเซอร์กราฟิกระดับสูง GeForce RTX™ 3060 ที่ครอบคลุมการทำงานในทุกๆด้าน ให้ประสบการณ์ที่สมจริงในการเล่นเกมไปจนถึงการทำงานที่หลากหลายพร้อมกันนั้นจะทำได้อย่างรวดเร็วลื่นไหล เร่งความเร็วไปอีกขั้นให้สมกับขุมพลังที่ตัวเครื่องนี้มีให้ ด้วยจอภาพ FHD ที่มีอัตรารีเฟรชที่ 300 Hz โดยมีระยะเวลาการตอบสนองเร็วสุดขั้วเพียง 3 ms เพื่อให้ตอบสนองกับความความสามารถของคุณได้ดีที่สุด แต่ก็ยังไม่ทิ้งเสน่ห์ของซีรี่ย์ Strix ด้วยการติดตั้งแถบแสง RGB ที่บริเวณรอบตัวเครื่อง และคีย์บอร์ดเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งแสง สี และรูปแบบการแสดงผลให้เป็นตัวของตัวเองออกมาเช่นกัน

ROG Strix G15/17 พร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2564 เป็นต้นไปในราคาเริ่มต้น 49,990 บาท มาพร้อมการรับประกัน on-site service 3 ปีเต็ม และประกันอุบัติเหตุ Perfect warranty ให้มาในปีแรก พร้อมด้วย Windows 10 Home ติดตั้งพร้อมใช้งาน

ASUS TUF Gaming A15/A17: สานต่อเกมมิ่งโน้ตบุ๊กซีรี่ส์ที่คุ้มค่าที่สุดจาก ASUS กับ ASUS TUF A15 / A17 ที่จะเข้ามาเป็นคู่หูของเกมเมอร์ให้พร้อมลุยทุกสถานการณ์ ในดีไซน์ใหม่หมด ทั้งฝาหลังที่ดูเรียบหรู และโลโก้ TUF แบบใหม่ที่ดูลงตัวมากยิ่งขึ้น ตัวเครื่องที่ได้รับมาตรฐานทางการทหาร MIL-STD-810H รับประกันความทนทาน ใช้งานได้แม้สภาพแวดล้อมสุดทรหด ด้วยขุมพลังจากโปรเซสเซอร์ล่าสุดจากทาง AMD อย่าง Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ไม่ว่าจะเล่นเกมหรือทำงานก็เร็วแรงไร้กังวลทุกการใช้งานต้อนรับปี 2021 กราฟิกการ์ดซีรี่ย์ล่าสุดอย่าง NVIDIA GeForce RTX™ 3060 ทำให้เล่นเกมได้อย่างลื่นไหล FPS สูง ไม่กระตุกแม้จะเล่นในกราฟิกเเบบ ultra ก็ตาม ที่สำคัญยังรองรับ Ray Tracing เพิ่มคุณภาพของแสงเงาที่จะทำให้เกมที่คุณเล่นนั้นสวยสมจริงขึ้นไปอีกระดับ ประสิทธิภาพระดับสูงย่อมมาพร้อมระบบระบายความร้อนที่ยอดเยี่ยม โดย TUF A15/A17 มาพร้อมชุดระบายความร้อนที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ ทั้งในส่วนของชุดพัดลมคู่แบบ Liquid Crystal Polymer (LCP) 83 ใบพัด ความเร็วสูงแบบ 12V และชุดฮีทไปป์ท่อทองแดงที่มีขนาดใหญ่ยิ่งขึ้นเพื่อการใช้งานระดับสูงที่มีความเสถียรยาวนานต่อเนื่อง ขนาดหน้าจอมีมาให้เลือก 2 ขนาด 15 และ 17 นิ้ว ด้วยคุณภาพระดับ IPS-level FHD 144Hz ให้เหล่าเกมเมอร์ได้เลือกใช้ตามสไตล์ของตัวเองได้เลย

TUF Gaming  A15,17 เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมีนาคม 2564 เป็นต้นไปในราคาเริ่มต้น 34,990 บาท มาพร้อม Windows 10 Home ติดตั้งพร้อมใช้งาน และการรับประกัน Global warranty 2 ปี และมีประกันอุบัติเหตุ Perfect warranty 1 ปีแรก

ROG Strix GA35: แรงขั้นสุดไปกับเกมมิ่งเดสก์ท็อประดับไฮเอนด์ในซีรีย์ Strix GA35 ทรงพลังเหลือเชื่อด้วยโปรเซสเซอร์เจนเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด AMD Ryzen 9 5900X แบบ 12 คอร์ 24 เธรด หรือ Ryzen 7 5800X แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ระบายความร้อนด้วยชุดน้ำแบบปิดสองตอน ขนาด 240mm จาก Cooler Master และกราฟิกการ์ดระดับท็อป Nvidia GeForce RTX 3080 10 GB แรมสูงสุดขนาด 32 GB สตอเรจแบบ SSD ความเร็วสูงพร้อมความจุมากถึง 1 TB รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi ให้ทุกการใช้งานหฤโหดทำได้อย่างลื่นไหล ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมหรืองานกราฟิกเรนเดอร์ระดับสูง

ROG Strix GA15: แรงสุดด้วย AMD Ryzen 7 5700X และชุดระบายความร้อนแบบ 105W กราฟิกการ์ด GeForce RTX 3070 Super แรมขนาด 16GB และ M.2 PCIe SSD ขนาด 512 GB

ดีไซน์ตัวเคสโดดเด่นด้วยแสงไฟ AURA Sync พร้อมฝาด้านข้างแบบใส โชว์ความโดดเด่นภายใน นอกจากนั้นแล้ว ตัวเคสยังเป็นแบบ Multi-Chambered แบ่งสัดส่วนภายในอย่างชัดเจนเพื่อการจัดการลมและระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งหมดนี้มาพร้อมการรับประกันแบบ onsite service 3 ปี และ Perfect Warranty หนึ่งปีแรก ให้คุณมั่นใจได้มากยิ่งขึ้น

ROG Strix GA15/GA35 เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมีนาคม 2564 เป็นต้นไปในราคาเริ่มต้น 74,990 บาท มาพร้อม Windows 10 Home ติดตั้งพร้อมใช้งาน และการรับประกัน onsite-service 3 ปี และมีประกันอุบัติเหตุ Perfect warranty 1 ปีแรก

รายละเอียดสเปคและราคาสินค้าที่เปิดตัว

ASUS VivoBook Series

D413UA-EB001TS (Indie Black) / D413UA-EB002TS (Transparent Silver) / D413UA-EB003TS (Hearty Gold)  ราคา 20,990 บาท: AMD Ryzen 5 5500U, 8GB DDR4, 512GB PCIe SSD, 14” FHD IPS, Wi-Fi 6, White backlight keyboard, Windows 10 Home, MS Office Home and Student 2019

D533UA-BQ001TS (Indie Black) / D533UA-BQ002TS (Dreamy White) / D533UA-BQ003TS (Gaia Green) / D533UA-BQ004TS (Resolute Red) / ราคา 21,990 บาท: AMD Ryzen 5 5500U, 8GB DDR4, 512GB PCIe SSD, 15.6” FHD IPS, Wi-Fi 6, White backlight keyboard, Windows 10 Home, MS Office Home and Student 2019

D413UA-EB004TS (Indie Black) ราคา 25,990 บาท: AMD Ryzen 7 5700U, 16GB DDR4, 512GB PCIe SSD, 14” FHD IPS, Wi-Fi 6, White backlight keyboard, Windows 10 Home, MS Office Home and Student 2019

D533UA-BQ005TS (Indie Black) ราคา 26,990 บาท: AMD Ryzen 7 5700U, 16GB DDR4, 512GB PCIe SSD, 15.6” FHD IPS, Wi-Fi 6, White backlight keyboard, Windows 10 Home, MS Office Home and Student 2019

ASUS ZenBook Series

UM425UA-AM003TS (Pine Grey) ราคา 27,990 บาท: AMD Ryzen 5 5500U, 16GB DDR4, 512GB PCIe SSD, 14” FHD IPS, Wi-Fi 6, backlight keyboard, Windows 10 Home, MS Office Home and Student 2019

UM425UA-AM002TS (Pine Grey) ราคา 30,990 บาท: AMD Ryzen 7 5700U, 16GB DDR4, 512GB PCIe SSD, 14” FHD IPS, Wi-Fi 6, backlight keyboard, Windows 10 Home, MS Office Home and Student 2019

UM325UA-KG021TS (Pine Grey) ราคา 28,990 บาท: AMD Ryzen 5 5500U, 8GB DDR4, 512GB PCIe SSD, 13.3” FHD OLED, Wi-Fi 6, backlight keyboard, Windows 10 Home, MS Office Home and Student 2019

Zen AiO

M5401WUAK-WA021TS (White) ราคา 21,990 บาท: AMD Ryzen 5 5500U, 8GB DDR4, 1TB 72R+256G PCIE G3 SSD, 23.8” FHD LCD, 8X S-M DL(EXTERNAL DVD), Wi-Fi 5(802.11ac), Bluetooth 4.2 (Dual band) 2*2, Wireless keyboard and mouse, Windows 10 Home, MS Office Home and Student 2019

M5401WUAK-WA022TS (White) ราคา 25,990 บาท: AMD Ryzen 7 5700U, 8GB DDR4, 512GB + 512GB SSD, 23.8” FHD LCD, 8X S-M DL(EXTERNAL DVD), Wi-Fi 5(802.11ac), Bluetooth 4.2 (Dual band) 2*2, Wireless keyboard and mouse, Windows 10 Home, MS Office Home and Student 2019

ROG Zephyrus G15

ROG Zephyrus G15 (GA503QS-HQ012T) ราคา 69,990 บาท: AMD Ryzen™ 7 5800HS/NVIDIA® GeForce RTX™ 3080 8GB GDDR6/16GB 3200MHz DDR4/1TB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 SSD/15.6” WQHD (2K) 165Hz, 100% DCI-P3 Pantone Validated/Wi-Fi 6/Windows 10 Home

ROG Zephyrus G14

ROG Zephyrus G14 (GA401QM-K2196T) ราคา 59,990 บาท: AMD Ryzen™ 9 5900HS/NVIDIA® GeForce RTX™ 3060 6GB GDDR6/16GB 3200MHz DDR4/1TB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 SSD/14” WQHD (2K) 120Hz, 100% DCI-P3 Pantone Validated/Wi-Fi 6/Windows 10 Home

ROG Strix G15/G17

ROG Strix G15 (GL543QM-HF251T) ราคา 49,900 บาท: AMD Ryzen™ 9 5900HX/NVIDIA® GeForce RTX™ 3060 6GB GDDR6/16GB 3200MHz DDR4 RAM/1TB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 SSD/15.6” FHD 300Hz /Gaming Keyboard Per-Key RGB/Wi-Fi 6/Windows 10 Home

ROG Strix G17 (GL743QM-HG111T) ราคา 54,900 บาท: AMD Ryzen™ 9 5900HX/NVIDIA® GeForce RTX™ 3060 6GB GDDR6/16GB 3200MHz DDR4 RAM/1TB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 SSD/17.3” FHD 300Hz /Gaming Keyboard Per-Key RGB/Wi-Fi 6/Windows 10 Home

ASUS TUF A15/A17

ASUS TUF Gaming A15 (FA506QM-HN077T) ราคา 34,990 บาท: AMD Ryzen™ 7 5800H/NVIDIA® GeForce RTX™ 3060 6GB GDDR6/16GB DDR4-3200/512GB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 SSD/15.6” FHD 144Hz/RGB All Zone Backlit Chiclet Keyboard/Wi-Fi 6/90WHrs/Windows 10 Home

ASUS TUF Gaming A17 (FA706QM-HX034T) ราคา 36,990 บาท: AMD Ryzen™ 7 5800H/NVIDIA® GeForce RTX™ 3060 6GB GDDR6/16GB DDR4-3200/512GB M.2 NVMe™ PCIe® 3.0 SSD/ 17.3” FHD 144Hz/Backlit Chiclet Keyboard RGB All Zone/Wi-Fi 6/90WHrs/Windows 10 Home

ROG Strix GA15/GA35

ROG Strix GA15 (G15DK-R5800X073T) ราคา 74,990 บาท: AMD Ryzen 7-5800X (105W Air Cooler), AMD® B550 Chipset, Nvidia GeForce RTX 3070 8GB, 16GB DDR4 3200MHz (8GB + 8GB), 1TB M.2 PCIe SSD, 750W 80 PLUS (GOLD), Aura Sync with Transparent Side Panel, Windows 10 Home

ROG Strix GA35 (G35DX-TH046T) ราคา 87,990 บาท: AMD Ryzen 7-5800X (240mm Liquid Cooler), AMD® X570 Chipset, Nvidia GeForce RTX 3080 10GB, 16GB DDR4 3200MHz (8GB + 8GB), 1TB M.2 PCIe SSD, 750W 80 PLUS (GOLD), Aura Sync with Transparent Side Panel, ROG Keystone, Windows 10 Home

ROG Strix GA35 (G35DX-TH045T) ราคา 94,990 บาท: AMD Ryzen 9-5900X (240mm Liquid Cooler), AMD® X570 Chipset, Nvidia GeForce RTX 3080 10GB, 32GB DDR4 3200MHz (16GB + 16GB), 1TB M.2 PCIe SSD, 750W 80 PLUS (GOLD), Aura Sync with Transparent Side Panel, ROG Keystone, Windows 10 Home

ข่าว: ASUS และ ROG ส่งกองทัพโน้ตบุ๊กและเดสก์ท็อป ขุมพลัง AMD Ryzen 5000 Series รุ่นล่าสุด เปิดตัวแบรนด์แรกในไทย! มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2021/03/03/asus-rog-launch-amd-ryzen-5000-series.html

ROG เตรียมจัดแข่ง CS:GO กลุ่มเอเชียแปซิฟิก รวมไทย เงินรางวัลสูงสุด 10,000 เหรียญ

Asus ROG เตรียมจัดการแข่งขันเกม Counter Strike: Global Offensive หรือ CS:GO เป็นครั้งแรกของกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิก โดยจะมีทีมเข้าแข่งขันจาก 15 ประเทศ รวมประเทศไทย แบ่งการแข่งขันเป็นสามรอบ คือรอบคัดตัว รอบชิงแชมป์ระดับประเทศ และรอบชิงแชมเอเชียแปซิฟิก โดยเน้นการแข่งขันเป็นแบบออนไลน์ทั้งหมด เนื่องจากการระบาด COVID-19

ทีมที่สนใจ สามารถลงทะเบียนเข้าแข่งขันได้ตั้งแต่ 8-25 กุมภาพันธ์นี้ ที่เว็บไซต์ rogmasters.gg การแข่งขันรอบคัดตัวในประเทศไทยจะจัดขึ้นในวันที่ 24 มีนาคมนี้ ต่อด้วยรอบชิงแชมป์ประเทศไทยในวันที่ 27 มีนาคม การถ่ายทอดสดจะมีเฉพาะรอบชิงแชมป์ประเทศไทย ติดตามรายละเอียดได้ทาง ASUS ROG Thailand Fanpage และ ASUS ROG Thailand Youtube

ผู้ชนะในรอบชิงแชมป์ประเทศไทย จะได้รับเงินรางวัล 800 ดอลลาร์ พร้อมเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก ROG รองชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 400 ดอลลาร์ รองชนะเลิศอันดับสอง จะได้รับเงินรางวัล 200 ดอลลาร์ และได้รับสิทธิ์ในการเข้าแข่งขันในรอบชิงแชมป์เอเชียแปซิฟิก

ส่วนรอบชิงแชมป์เอเชียแปซิฟิก จะมีการถ่ายทอดสดตั้งแต่รอบชิงแชมป์ 8 ทีมสุดท้ายเป็นต้นไป เงินรางวัลสูงสุดสำหรับทีมชนะเลิศอยู่ที่ 10,000 ดอลลาร์ รองชนะเลิศอยู่ 3,500 ดอลลาร์ และรองชนะเลิศอันดับสอง อยู่ที่ 1,500 ดอลลาร์

ที่มา – จดหมายประชาสัมพันธ์

No Description

from:https://www.blognone.com/node/121016

Asus ROG Strix G15 โน้ตบุ๊กเกมมิ่ง Ryzen 5000 รุ่นกลาง วางขายในไทยแล้ว ราคา 59,900 บาท

Asus ROG Strix G15 โน้ตบุ๊กเกมมิ่งรุ่นกลางในตระกูล ROG หน้าจอ 15.6 นิ้ว รีเฟรชเรต 300Hz ความละเอียด FHD ซีพียู AMD Ryzen 5900H การ์ดจอ Nvidia Geforce RTX 3070 8GB GDDR6, แรม DDR4 3200MHz 16GB, SSD NVMe PCIe 3.0 ความจุ 1TB รองรับ Wi-Fi6 มีไฟ RGB และติดตั้ง Windows 10 Home ในตัว

Asus ROG Strix G15 วางจำหน่ายในประเทศไทยแล้ววันนี้ ราคา 59,900 บาท

ที่มา – จดหมายประชาสัมพันธ์

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/120878

Asus ROG Strix Scar 15/17 ซีพียู Ryzen 5000 คีย์บอร์ดแมคคานิค ราคาไทย เริ่ม 69,990 บาท

โน้ตบุ๊กเกมมิ่ง Asus ROG Strix Scar 15 หน้าจอ 15.6 นิ้ว และ ROG Strix Scar 17 หน้าจอ 17.3 นิ้ว ซีพียู Ryzen 5000 พร้อมคีย์บอร์ดแมคคานิค และรองรับ Wi-Fi6 ทั้งสองรุ่นวางขายในไทยแล้ววันนี้ ROG Strix Scar 17 มี 3 สเปก 3 ราคา ดังนี้

ROG Strix Scar 17 (G743QR-HG074T) ราคา 69,900 บาท

  • ซีพียู Ryzen 9 5900HX
  • การ์ดจอ GeForce RTX 3070 8GB GDDR6
  • แรม 32GB DDR4 3200MHz
  • SSD M.2 NVMe PCIe 3.0 1TB
  • หน้าจอ 17.3” FHD 300Hz

ROG Strix Scar 17 (G743QS-HG119T) ราคา 74,990 บาท

  • ซีพียู Ryzen 7 5800H
  • การ์ดจอ GeForce RTX 3080 8GB GDDR6
  • แรม 16GB DDR4 3200MHz
  • SSD M.2 NVMe PCIe 3.0 1TB
    หน้าจอ 17.3” FHD 300Hz

ROG Strix Scar 17 (G743QS-HG130T) ราคา 94,990 บาท

  • ซีพียู Ryzen 9 5900H
  • การ์ดจอ GeForce RTX 3080 16GB GDDR6
  • แรม 32GB DDR4 3200MHz
  • SSD M.2 NVMe PCIe 3.0 2TB (1TB x2)
  • หน้าจอ 17.3” FHD 300Hz

No Description

ROG Strix Scar 15 มี 2 สเปก 2 ราคา ดังนี้

ROG Strix Scar 15 (G543QS-HF087T) ราคา 72,990 บาท

  • ซีพียู Ryzen 7 5800H
  • การ์ดจอ GeForce RTX 3080 8GB GDDR6
  • แรม 16GB DDR4 3200MHz
  • SSD M.2 NVMe PCIe 3.0 1TB
  • หน้าจอ 15.6” FHD 300Hz

ROG Strix Scar 15 (G543QS-HF087T) ราคา 72,990 บาท

  • ซีพียู Ryzen 9 5900H
  • การ์ดจอ GeForce RTX 3080 16GB GDDR6
  • แรม 16GB DDR4 3200MHz
  • SSD M.2 NVMe PCIe 3.0 1TB
  • หน้าจอ 15.6” FHD 300Hz

ทุกรุ่นแถมประกัน on-site service 3 ปี ประกันอุบัติเหตุ 1 ปีแรก และติดตั้ง Windows 10 Home พร้อมใช้

ที่มา – จดหมายประชาสัมพันธ์

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/120876