คลังเก็บป้ายกำกับ: RICOH

[Guest Post] ยอดขาย DocuWare Cloud โซลูชันบริหารจัดการเอกสารระบบคลาวด์เติบโตอย่างก้าวกระโดดท่ามกลางการล็อคดาวน์ทั่วโลก

DocuWare ผู้ให้บริการโซลูชันคลาวด์สำหรับการบริหารจัดการเอกสารและเวิร์กโฟลว์อัตโนมัติเปิดเผยว่า ความต้องการต่อโซลูชันคลาวด์ของ DocuWare ตลอดทั้งปีที่ผ่านมาที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 เติบโตขึ้นอย่างชัดเจนเนื่องจากบริษัทต่างๆ มีการลงทุนด้านเทคโนโลยีเพื่อรองรับการทำงานนอกสถานที่ที่เกิดขึ้นอย่างกระทันหัน

 

โดยตลอด 12 เดือนที่ผ่านมา ธุรกิจทั่วโลกมีการเปลี่ยนรูปแบบในการทำงานเร็วขึ้นกว่าที่ได้เคยคาดการณ์ไว้ ซึ่งในปี 2020  DocuWare มีลูกค้าในกลุ่มที่ใช้คลาวด์ทั่วโลกเพิ่มขึ้นถึงเกือบ 40%  ทำให้จำนวนลูกค้าที่มีการใช้งานโซลูชันคลาวด์ของ DocuWare ในปัจจุบันมีจำนวนเกินกว่า 4,000 ราย

ธุรกิจต้องการเครื่องมือใหม่ๆ เพื่อช่วยให้พนักงานสามารถทำงานได้เหมือนในสถานการณ์ปกติและทำงานได้จากทุกที่ DocuWare มีประสบการณ์เรื่องนี้โดยตรงจากต้องการที่เพิ่มขึ้นต่อโซลูชันการบริการจัดการเอกสารระบบคลาวด์และเทคโนโลยีที่ช่วยให้สามารถทำงานได้โดยอัตโนมัติ เช่น มีการเพิ่มขึ้นของความสนใจใจกระบวนการจัดการเอกสารใบแจ้งหนี้อัตโนมัติและความปลอดภัยด้านข้อมูลของเอกสารที่ดีขึ้น ในขณะเดียวกันพนักงานก็สามารถนำเข้า แชร์ อนุมัติ ทำงานร่วมกัน และจัดเก็บเอกสารทางธุรกิจได้

“ในช่วงล็อคดาวน์ สำนักงานของเราถูกปิดและพวกเราก็ทำงานลำบาก ผมต้องการให้พนักงานของผมสามารถทำงานจากที่บ้านได้อยากราบรื่นไม่สะดุด ผมต้องการระบบที่เป็นคลาวด์เพื่อช่วยให้ทำงานโดยไม่ใช้กระดาษได้จริงๆ” โจ จอห์นสัน เจ้าของบรษัท Rebel Refrigeration กล่าว

การเพิ่มขึ้นของความต้องการทั่วโลกที่มีต่อ DocuWare Cloud แสดงให้เห็นว่าการทำงานจากนอกสถานที่ กระบวนการทำงานอัตโนมัติ การจัดการเอกสาร และการเปลี่ยนแปลงไปสู่ดิจิทัล กำลังเป็นเรื่องสำคัญ ตัวอย่างเช่น ตั้งแต่มีการล็อคดาวน์ในปี 2020 ฝรั่งเศสมียอดขายของ DocuWare เติบโตมากกว่า 50% สเปน ออสเตรีย เยอรมนี และสวิสเซอร์แลนด์ เติบโตใกล้เคียงกันคือ 49% สหราชอาณาจักรเติบโต 32% ในขณะที่ทวีปอเมริกาเติบโต 28%

“การแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19 ได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อธุรกิจต่างๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” ดร. ไมเคิล เบอร์เกอร์, ประธานของ DocuWare กล่าว “เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่สามารถช่วยสนับสนุนทั้งลูกค้าใหม่และลูกค้าปัจจุบันให้ผ่านช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนไปได้ โซลูชันของเราที่ทำงานได้ทุกที่ ทุกเวลา และทุกอุปกรณ์สามารถช่วยให้ทำงานร่วมกันได้อย่างทันทีไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ในยุคนิวนอร์มอลที่การทำงานอยู่นอกสำนักงาน เทคโนโลยีคลาวด์สามารถช่วยให้มั่นใจได้ว่าธุรกิจจะสามารถดำเนินไปได้โดยมีความยุ่งยากน้อยที่สุด”

เนื่องจากหลายประเทศยังมีการล็อคดาวน์อยู่ การทำงานนอกสำนักงานมีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไปในอุตสาหกรรมต่างๆ เป็นส่วนใหญ่ในช่วงนี้ โซลูชันคลาวด์สำหรับการจัดการเอกสารจะช่วยให้บริษัทยุคใหม่สามารถทำให้พนักงานทำงานอย่างมีความสุขและมีประสิทธิภาพในปี 2021 เป็นต้นไป ลูกค้าของ DouWare ได้แสดงให้เห็นว่ากรทำงานเป็นทีมที่ยอดเยี่ยมสามารถเกิดขึ้นได้นอกสำนักงาน

แหล่งข่าวอ้างอิง: https://start.docuware.com/press/demand-for-docuware-cloud-in-year-of-lockdown

สำหรับในประเทศไทย DocuWare ได้รับการสนใจเป็นอย่างมากในปี 2020 ที่ผ่านมา โดยมีองค์กรและธุรกิจจำนวนมากสอบถามและติดต่อมายังบริษัท ริโก้ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งทำตลาด DocuWare ในประเทศไทย ให้เข้าไปนำเสนอโซลูชันเพื่อช่วยเปลี่ยนแปลงกระบวนการจัดการด้านเอกสารของลูกค้าให้อยู่บนระบบคลาวด์ โดยบริษัทส่วนใหญ่เห็นว่า DocuWare Cloud จะเป็นกุญแจสำคัญให้พนักงานสามารถทำงานด้านเอกสารได้จากทุกที่ ทุกเวลา โดยมีความปลอดภโดยมีความปลอดภัยของข้อมูลสูง

สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ DocuWare ได้ที่ DocuWare.com หรือหากต้องการสอบถามรายละเอียดหรือทดลองใช้งานฟรี 30 วัน สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร  02-088-2071, อีเมล products@ricoh.co.th

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-ricoh-docuware-cloud-solution-document-management/

ความท้าทายของริโก้ ท่ามกลางวิกฤต Covid-19

ผลพวงจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา Covid-19 ที่ลุกลามเป็นวงกว้างเกือบทุกประเทศ ได้ส่งผลกระทบต่อบุคคล รวมไปถึงภาคธุรกิจอย่างเลี่ยงได้ยาก นับเป็นความท้าทายบทใหม่ในการวางระบบป้องกัน และเฝ้าระวังไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย

การบริหารความเสี่ยงในภาวะวิกฤต กลายเป็นโจทย์ที่ท้าทายความสามารถของผู้บริหารยุคใหม่ “พรชัย วรอังกูร’’ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและบิสซิเนสโซลูชัน บริษัท ริโก้ (ประเทศไทย) จำกัด ก็เช่นกัน

เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส

“แน่นอนว่าเหรียญมักจะมีสองด้านเสมอ” พรชัยกล่าว หากมองในภาพรวม วิกฤตครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจของโลกเป็นอย่างมาก และเป็นวงกว้างในเกือบจะทุกภาคธุรกิจ แต่หากมองในอุตสาหกรรมไอที ต้องบอกว่ามีผลกระทบในระดับหนึ่ง เนื่องจากที่ผ่านมาเอง ก็ต้องบอกว่าธุรกิจไอทีได้รับผลกระทบทางธุรกิจจากความเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีในตัวเองอยู่แล้ว ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมและแนวทางการทำธุรกิจพอสมควร แต่เมื่อมีวิกฤตเกิดขึ้น ความต้องการขั้นพื้นฐานในเรื่องของอุปกรณ์ไอทีกลับสูงขึ้นกะทันหัน เพื่อรับมือกับรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนไป เช่น การทำงานจากที่บ้าน หรือที่เรียกว่า Work from Home

“คนส่วนใหญ่มักมีอุปกรณ์ไอทีที่สามารถทำงานจากที่บ้านได้ในระดับหนึ่ง แต่เมื่อต้องทำกันอย่างจริงจัง อุปกรณ์ที่มีอยู่ก็อาจไม่ตอบโจทย์ และต้องหาเครื่องมือเสริมกันอย่างเร่งด่วน” สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้หลายๆ บริษัท ตัดสินใจเพิ่มงบเร่งด่วน เพื่อจัดซื้อ และหาอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับพนักงาน เพื่อให้ธุรกิจเดินเนินต่อไปได้อย่างไม่ติดขัด และที่กำลังได้รับความนิยมในขณะนี้ก็คือ การเช่าใช้อุปกรณ์ไอที

“ความจำเป็นเร่งด่วน แต่ไม่ยืดเยื้อ การเช่าอุปกรณ์ชั่วคราวคุ้มค่ากว่าการลงทุนก้อนใหญ่ในครั้งเดียว ริโก้เองก็ขยายให้บริการเช่าอุปกรณ์ไอทีที่จำเป็นกับลูกค้าเพิ่มเติมให้กับหลายที่” พรชัย กล่าว และเสริมว่า ในวิกฤตครั้งนี้ยังสร้างความต้องการใหม่ๆ อย่างระบบการประชุมทางไกล รวมถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น ลูกค้าบริษัทประกัน หรือสถาบันการเงิน ที่ริโก้ได้เข้าไปช่วยจัดหาอุปกรณ์สนับสนุนให้ทันตามความต้องการในทันที

อย่างไรก็ตาม ที่กล่าวมานี้ไม่ได้หมายความว่า ธุรกิจไอทีไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย จริงๆ ก็ต้องมีบ้าง เช่น การเลื่อนงานอีเวนต์เปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่ๆ หรือการยกเลิกงานแสดงสินค้าด้านไอที การที่หลายๆ บริษัทฯ ชะลอการลงทุนเพื่อดูสถานการณ์ก่อน ก็เป็นเหตุผลให้กำลังซื้อหายไปจากตลาดพอสมควร นอกเหนือจากปัญหาซัพพลายเชนเกิดชะงักงันจากโรงงานผู้ผลิต

บทเรียนจาก Crisis

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ภาคธุรกิจได้รับผลกระทบจากโรคระบาด ก่อนหน้านี้โลกเคยเผชิญกับโรค SARS ในปี 2003 และ MERS ในปี 2012 ที่ส่งผลกระทบทั้งด้านสาธารณสุขและความเชื่อมั่น เพียงแต่เป็นการแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นเฉพาะพื้นที่ จึงไม่ส่งผลตรงกับภาคเศรษฐกิจมากนัก ต่างกับวิกฤตต้มยำกุ้งซึ่งส่งผลกระทบวงกว้างในเอเชีย และซับไพรม์ก็กระทบกับสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก

พรชัย ยอมรับว่า ผลกระทบที่ขึ้นในอดีตมีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับวิกฤต Covid-19 ที่ส่งผลไปทั่วโลก ทั้งการระบาดต่อเนื่อง รวมไปถึงวิธีควบคุมการระบาด อย่างการปิดประเทศ การปิดเมือง ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยว การค้า ธุรกิจบริการในทุกภาคส่วน

ประเทศในญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นสถานที่แรกๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 บริษัท ริโก้ กรุ๊ป จำกัด ได้ประกาศให้พนักงานในเขตพื้นที่กรุงโตเกียวทำงานจากที่บ้านหรือ Work From Home ทันที

ในทวีปยุโรปที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ทำให้ริโก้ในภูมิภาคนี้ต่างก็ต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงการให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นี้ด้วยเช่นกัน เช่น ริโก้ ในอิตาลีและฝรั่งเศสได้จัด Virtual Room Services ให้ลูกค้าในกลุ่มการศึกษา ทั้งโรงเรียนและมหาวิทยาลัย สามารถใช้ในการเรียนการสอนผ่านทาง video conference ได้

ปรับแผน รับมือ

ผลกระทบโดยรวมทางเศรษฐกิจ ที่ทำให้หลายธุรกิจ หยุดชะงัก โดยเฉพาะในภาคการบริการ และคาดว่าอาจส่งผลกระทบต่อรายได้หลังการขายไม่ต่ำกว่า 20% อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากการเป็นผู้ให้บริการทางด้านการพิมพ์ซึ่งถือเป็นธุรกิจหลัก ริโก้ในฐานะผู้ให้บริการด้านการพิมพ์ก็ย่อมได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน จากการที่หลายๆ บริษัทได้มีนโยบาย Work From Home นั้น ย่อมส่งผลกระทบต่อ TDV (Total Document Volume) หรือปริมาณการพิมพ์เอกสารของบริษัทลูกค้า

เมื่อพนักงานต่างทำงานกันจากที่บ้าน การพิมพ์เอกสารจากเครื่องที่บริษัทก็น้อยลงไปด้วย หรือการที่บริษัทต่างก็มีนโยบายในการลดความเสี่ยงจากผู้มาติดต่อภายนอก ก็ได้ส่งผลให้การส่งมอบและงานติดตั้งเครื่องต้องล่าช้าออกไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและบิสซิเนสโซลูชัน บริษัท ริโก้ (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ริโก้ได้ปรับองค์กรและโครงสร้างธุรกิจมาในระดับหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นส่วนสำคัญในการรองรับผลกระทบที่กำลังเกิดขึ้น โดยการก้าวเข้าสู่การเป็นผู้ให้บริการแบบ Total Solutions ทั้งในเรื่องอุปกรณ์สำนักงานอัตโนมัติ (Office Automation), อุปกรณ์ไอที (IT) รวมถึงระบบ Smart Systems

ด้วยผลิตภัณฑ์ และบริการของริโก้ที่มีอยู่หลากหลายนั้นทำให้ริโก้มี Flexibility ค่อนข้างสูงในการดำเนินธุรกิจ และสร้างโอกาสทางธุรกิจในช่วงวิกฤตนี้ได้ โดยเฉพาะแพลตฟอร์มการทำงานแบบดิจิทัล เช่น เทคโนโลยีคลาวด์ อย่างซอฟต์แวร์ของริโก้เองนั้นก็เหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบันรวมไปถึงการทำงานในอนาคต

ซอฟต์แวร์ของเราอย่าง Open Bee Cloud นั้นสามารถเรียกเอกสารจากองค์กรได้ แม้จะทำงานจากที่บ้าน ระบบ Conference System Platform ตอบโจทย์การประชุมทางไกล หรือ Car Park Management System ที่ช่วยออกแบบระบบบริหารลานจอดรถในเรื่องการชำระเงิน โดยมีตัวเลือกให้ชำระค่าบริการผ่านแอปพลิเคชัน ผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิต ช่วยลดความเสี่ยงจากการสัมผัสธนบัตรได้ และยังเป็นการสนับสนุนสังคมไร้เงินสด (Cashless Soci-ety) อีกด้วย

นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ที่มีความพร้อมในการนำเสนอสู่ตลาดแล้ว ริโก้ยังคงให้ความสำคัญในตัวบุคลากรของบริษัทฯ ที่จะต้องส่งเสริม และพัฒนา รวมถึงการสนับสนุนเครื่องมือเพื่อให้ทุกคนสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพนอกเหนือจากระบบประเมิน และติดตามผลเพื่อให้มั่นใจว่าเราจะยังคงสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ด้วยกัน

from:https://www.enterpriseitpro.net/ricoh-fight-covid-19/

สหกรณ์ออมทรัพย์ครูอุทัยธานี  เพิ่มประสิทธิภาพงานพิมพ์ ด้วยโซลูชั่นจาก RICOH

สหกรณ์ออมทรัพย์ครูอุทัยธานี เป็นหน่วยงานที่มีวัตถุประสงค์สำคัญในการให้บริการด้านการออมทรัพย์แก่ข้าราชการครู โดยมีวิสัยทัศน์ที่สำคัญก็คือ สหกรณ์ออมทรัพย์ชั้นนำที่มั่นคง บริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล สู่มาตรฐาน บริการเป็นเลิศ โดยมีพันธกิจสำคัญในการดำเนินการเพื่อให้ตรงตามวิสัยทัศน์ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาระบบการบริหารจัดการให้ตรงตามมาตรฐานและตามหลักธรรมาภิบาล, การพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่สมาชิก, เสริมสร้างการลงทุนและสนับสนุนการดำเนินงานของสหกรณ์, การพัฒนาอาคารสถานที่ต่างๆ ให้ทันสมัย, การเสริมสร้างทักษะแก่บุคลากร และการพัฒนาระบบเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้ดียิ่งขึ้น

ด้วยวิสัยทัศน์และพันธกิจดังกล่าว ทำให้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูอุทัยธานี มีการพัฒนาองค์กรตนเองอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านบุคลากรและเทคโนโลยี อย่างไรก็ตามก็ยังคงให้ความสำคัญกับเรื่องของการบริหารจัดการเอกสารที่ยังเป็นส่วนเชื่อมโยงของทั้งภายนอกและภายใน และเป็นสิ่งจำเป็นของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูอุทัยธานีมาโดยตลอด

คุณบัญชา เสมากูล ผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูอุทัยธานี ได้อธิบายให้ฟังว่า งานด้านเอกสารนับเป็นสิ่งสำคัญของทางสหกรณ์ฯ เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสัญญา เอกสารทางธุรกิจและธุรการต่าง ปัจจุบันมีสมาชิกรวมๆ แล้วกว่า 7,000 ท่าน ซึ่งจะมีเอกสารหมุนเวียนอยู่ตลอดเวลา โดยเอกสารต่างๆ จำเป็นต้องมีความละเอียดและคมชัดและที่สำคัญต้องทำงานได้อย่างรวดเร็ว

เลือกใช้โซลูชั่น RICOH เพื่องานที่ดีกว่า
ผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูอุทัยธานีกล่าวว่า ที่ผ่านมาก็มีการใช้งานเครื่องพิมพ์อยู่เช่นกัน โดยเป็นไปในลักษณะเช่าใช้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นและเป็นปัญหาให้กับผู้ใช้งานก็คือ เครื่องที่นำมาใช้นั้นเป็นเครื่องถ่ายเอกสารเก่า (มือสอง) ทำให้เกิดปัญหาในการถ่ายเอกสาร ซึ่งมักจะเกิดการขัดข้องเป็นประจำ อีกทั้งยังต้องมีการซ่อมแซมอยู่อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้การให้บริการก็มีความล่าช้าในการแก้ไขปัญหา เนื่องจากมีทีมงานไม่เพียงพอ ทำให้การจัดการด้านเอกสารเกิดหยุดชะงัก (บางทีต้องรอถึง 1-2 วันในการแก้ไขปัญหา) นับเป็นเรื่องที่สร้างความเสียหายให้แก่สหกรณ์เป็นอย่างมาก ส่วนในแง่ของการพิมพ์นั้น เจ้าหน้าที่ต่างๆ จะต้องใช้เครื่องพิมพ์ของแผนกตนเอง ส่งผลให้ต้องลงทุนในการซื้อเครื่องพิมพ์แยก รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาเครื่องอีกเป็นจำนวนมาก ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มในการซื้อเครื่องพิมพ์เพิ่มเติมอีกด้วย

จากปัญหาและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ทำให้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูอุทัยธานี มองหาโซลูชั่นในการถ่ายเอกสารและงานพิมพ์ใหม่ โดยเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์ Production Printing และเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันจากทาง RICOH ที่เข้ามาแก้ปัญหาในสิ่งที่เคยเกิดกับสหกรณ์ โดยการใช้งานเครื่องพิมพ์ Production Printing รุ่น RICOH Pro 8200S นั้นเน้นการถ่ายเอกสารเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีความรวดเร็วและมีความคมชัด อีกทั้ง RICOH ได้ให้บริการโดยใช้เครื่องใหม่ ทำให้ไม่มีปัญหาอย่างเช่นในอดีต ในส่วนของเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันที่นำมาใช้นั้น พนักงานของสหกรณ์สามารถใช้งานเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันได้ร่วมกัน ช่วยลดภาระการซื้อเครื่องพิมพ์สำหรับแต่ละแผนกลง รวมถึงส่งผลให้ลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาก็ลดลงตาม

สร้างความคุ้มค่าได้อย่างน่าประทับใจ
คุณบัญชาได้กล่าวถึงความคุ้มค่าที่ได้รับจากทาง RICOH ไว้อย่างน่าสนใจ โดยสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือ เครื่องพิมพ์ที่มีความใหม่กว่าและมีประสิทธิภาพในการพิมพ์ที่สูงและความคมชัดของรายละเอียด (ในขณะที่ลงทุนเท่าเดิมกับเครื่องเก่าในอดีต) อีกทั้งเครื่องของ RICOH มีการทำงานได้หลากหลาย มีความเป็นมัลติฟังก์ชัน ใช้ในการถ่ายเอกสาร การพิมพ์ การสแกน และอื่นๆ นอกจากนั้น การให้บริการจากทางเจ้าหน้าที่ของ RICOH นั้นให้บริการได้อย่างยอดเยี่ยมมาก หมั่นคอยดูแลบำรุงรักษา และให้ความรู้ รวมถึงอัพเดทข่าวสารทางด้านเทคโนโลยีให้กับสหกรณ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดจึงทำให้ทางสหกรณ์ออมทรัพย์ครูอุทัยธานี รู้สึกประทับใจกับ RICOH และใช้งานมาอย่างยาวนานหลายปี

from:https://www.enterpriseitpro.net/ricoh-uthaithani/

โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ มั่นใจในเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันของ RICOH

โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ (Princ Hospital Paknampo) ในเครือของบริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จำกัด เป็นโรงพยาบาลเอกชนในจังหวัดนครสวรรค์ เปิดให้บริการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532 ประกอบด้วยโรงพยาบาล 2 แห่งคือ โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ 1 และ โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ 2 โดยเป็นโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ มีเตียงคนไข้ให้บริการโรงพยาบาลละ100 เตียง เปิดให้บริการทางการแพทย์ทั้งกับผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ประกอบกับใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยอันนำไปสู่ความเป็นเลิศทางการแพทย์ที่มุ่งเน้นการรักษาผู้ป่วยเป็นหลัก

อีกทั้งทางโรงพยาบาลเองก็มีทีมงานมืออาชีพในสหสาขาวิชาที่สามารถดูแลผู้ป่วยเฉพาะทางได้เป็นอย่างดี 7นอกจากนั้นยังได้รับรางวัลการรับรองมาตรฐานเทคโนโลยีสารสนเทศโรงพยาบาลขั้นที่ 7 (HIMSS Analytics stage 7) เป็นแห่งแรกในประเทศไทย และการรับรองมาตรฐานกระบวนการคุณภาพ (Hospital Accreditation (HA) of Thailand) จึงมั่นใจได้ว่าโรงพยาบาลจะให้บริการการรักษาที่ดีที่สุด

นายแพทย์บุญชนะ เพชรพลอยงาม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ 1 ได้เล่าให้ฟังว่าทางโรงพยาบาลเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยียุคใหม่ ซึ่งได้ถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการ ตอบสนองการทำงานได้อย่างทันท่วงที นอกเหนือจากเทคโนโลยีด้านการแพทย์แล้ว โรงพยาบาลก็ยังมีส่วนพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยมีความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์ที่จะเป็น Digital Hospital

ท่านผู้อำนวยการกล่าวว่า แม้ว่าองค์กรต่างๆ พยายามผลักดันที่จะเปลี่ยนแปลงการจัดการเอกสารของตนให้ไปเป็นในรูปแบบดิจิทัลทั้งหมด แต่ทางโรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ ก็ยังคงให้ความสำคัญในการบริหารจัดการงานบางประเภทที่ยังจำเป็นต้องเป็นกระดาษ อย่างเช่น ใบยินยอมการรักษาพยาบาล, ใบรับรองแพทย์ หรือ ใบเสร็จรับเงิน เป็นต้น

เชื่อมั่นในประสิทธิภาพของ RICOH
โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ ไว้วางใจในผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันของ RICOH มาอย่างต่อเนื่อง เป็นเวลา 4-5 ปีแล้ว โดยใช้ในส่วนงานต่างๆ ของโรงพยาบาลทั้งสองสาขามากกว่า 60 เครื่องที่เกี่ยวกับงานพิมพ์เอกสารของโรงพยาบาล และจากการใช้งานมาโดยตลอดไม่พบปัญหาแต่อย่างใด อีกทั้งในส่วนของการให้บริการจากเจ้าหน้าที่ของ RICOH ก็รวดเร็ว และมี Service Mind เมื่อประกอบปัจจัยเหล่านี้เข้าด้วยกัน จึงทำให้ทางโรงพยาบาลเชื่อมั่น RICOH มาโดยตลอด


ตอบสนองความคุ้มค่าให้แก่องค์กร
นายแพทย์บุญชนะได้กล่าวถึงเรื่องของความประทับใจกับตัวผลิตภัณฑ์ โดยได้วิเคราะห์ข้อมูลจากผู้ใช้งานจริง พบว่าเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันของ RICOH ช่วยให้งานพิมพ์และงานเอกสารต่างๆ มีความคมชัด ในส่วนของการรับบริการจากเจ้าหน้าที่ของ RICOH ก็ทำได้ดี อยู่ในเกณฑ์ที่น่าประทับใจ สร้างความคุ้มค่าต่อการทำงาน และนั่นจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ ทั้งสองสาขาเลือกใช้งานผลิตภัณฑ์และบริการของ RICOH จากอดีตจนถึงปัจจุบัน

from:https://www.enterpriseitpro.net/princ-hospital-ricoh/

มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต สร้างความคุ้มค่าด้านเอกสาร และงานพิมพ์ด้วยผลิตภัณฑ์ชั้นเลิศจาก RICOH

มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต จัดเป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น มีวิสัยทัศน์ในการปฏิบัติภารกิจบนพื้นฐานแห่งความรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมพันธกิจสำคัญในการให้บริการทางการศึกษาและวิจัยที่มีคุณภาพ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิต การท่องเที่ยว เทคโนโลยีสารสนเทศ การจัดการสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม

ด้วยความที่เมืองภูเก็ตนั้นเป็นเมืองท่องเที่ยวอยู่แล้ว ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตก็ได้เล็งเห็นประเด็นในจุดนี้จึงเป็นศูนย์กลางในความร่วมมือกับหลายภาคส่วนในท้องถิ่น โดยการสร้างภาคีเครือข่ายให้บริการงานวิชาการแก่ส่วนงานอื่นๆ ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐของทางจังหวัด ให้บริการอันเป็นประโยชน์กับหน่วยงานทั้งรัฐและเอกชน ผ่านทางองค์ความรู้ของบุคลากรทางการศึกษาและนักวิชาการที่มีความเชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัย ทั้งนี้เพื่อสอดรับกันพันธกิจและเป้าหมายในการที่เป็น “คนของพระราชาและมหาวิทยาลัยของท้องถิ่น”

ในครั้งนี้เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ ดร.บุญศุภภะ ตัณฑัยย์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เกี่ยวกับประเด็นของมหาวิทยาลัยตลอดจนการบริหารจัดการเอกสารต่างๆ ในมหาวิทยาลัย ซึ่งท่านรองอธิการบดีได้กล่าวว่า ทางมหาวิทยาลัยนั้นให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการเอกสารเป็นอย่างมาก งานเอกสารและงานพิมพ์ต่างๆ ก็จะพิมพ์ที่มหาวิทยาลัยเป็นหลัก

ท่านยังได้เสริมว่า ปัจจุบันนี้โลกของเราแม้จะเปลี่ยนแปลงไปสู่โลกของดิจิทัล หรือนำเอาเทคโนโลยีด้านดิจิทัลทั้งหลายมาใช้ก็ตาม อย่างไรก็ตาม สิ่งพิมพ์และเอกสารก็ยังจำเป็นต้องมี เพราะไม่ใช่ว่าเมื่อระบบดิจิทัลเข้ามางานพิมพ์จะหายไปในทันที ประเด็นดังกล่าวนี้ยังต้องใช้เวลาอีกยาวนาน นั่นจึงทำให้มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ยังคงให้ความสำคัญกับงานพิมพ์และงานเอกสารอยู่อย่างต่อเนื่อง

RICOH โซลูชั่นที่ตอบโจทย์
ดร.บุญศุภภะ ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ RICOH ในการทำงานมาอย่างต่อเนื่องหลายรุ่น และในปัจจุบันก็ยังคงมีความภักดีต่อแบรนด์ของ RICOH มาโดยตลอด สืบเนื่องจากการใช้งานของทางหน่วยงานในมหาวิทยาลัยที่ประกอบด้วย 5 คณะ และ 1 วิทยาลัย โดยจากการใช้งานเท่าที่ผ่านมาของหน่วยงานพบว่า RICOH มีความสามารถและนวัตกรรมที่ดี ตอบโจทย์ความต้องการการใช้งานของบุคลากรได้อย่างรวดเร็ว นอกจากโซลูชั่นงานพิมพ์แล้ว ในคณะต่างๆ ก็จะใช้โซลูชั่นอื่นๆ ของ RICOH ประกอบด้วยเช่นกัน

มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ RICOH เป็นแบบในลักษณะการเช่าใช้ โดย ดร.บุญศุภภะ กล่าวว่า ข้อดีของบริการเช่าใช้แบบนี้คือ การที่ช่วยให้ทางมหาวิทยาลัยสามารถลดค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องลงไปได้มาก และในกรณีที่มีการอัพเดทผลิตภัณฑ์หรือมีการเพิ่มนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามา ทางมหาวิทยาลัยก็สามารถใช้งานเทคโนโลยีใหม่ได้อย่างทันทีด้วยเช่นกัน

สร้างความประทับใจและคุ้มค่า
รองอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ กล่าวว่า หากจะพูดไปแล้ว จากการใช้งานของบุคลากรและคณาจารย์ของทางมหาวิทยาลัยนั้น ยังไม่มีรายละเอียดของปัญหาของตัวเครื่องแต่อย่างใด ซึ่งนวัตกรรมและประสิทธิภาพของ RICOH นั้นทำได้อย่างดี เนื่องจากชื่อเสียงที่มีมาอย่างยาวนานที่ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตไว้ใจ อีกทั้งเรื่องของการบริการที่ได้รับจากทาง RICOH นั้นอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก ให้บริการดีและมี Service Mind ที่ยอดเยี่ยม ทำให้ทางมหาวิทยาลัยรู้สึกประทับใจในแง่ของผลิตภัณฑ์ ซึ่งเมื่อรวมเข้ากับประสิทธิภาพที่ได้รับ นับได้ว่าเป็นความคุ้มค่าที่ได้เลือกใช้

from:https://www.enterpriseitpro.net/phuket-university-use-ricoh/

โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พัฒนาประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ความต้องการลูกค้า ด้วยเครื่องพิมพ์ Production Printing จาก RICOH

โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นหน่วยงานราชการที่ให้บริการด้านการพิมพ์ทั้งงานของทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เอง หรือแม้กระทั่งงานพิมพ์ที่มาจากหน่วยงานภายนอกมหาวิทยาลัย ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำคัญคือ ให้บริการที่ดีในราคายุติธรรม โดยบริการด้านการพิมพ์ของทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้นเน้นคุณภาพงานพิมพ์เป็นหัวใจหลัก ให้ความสำคัญกับเครื่องพิมพ์เพื่อผลงานที่ดีที่สุด

โดยในระยะที่ผ่านมากิจการโรงพิมพ์เจริญก้าวหน้าและประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง และเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความก้าวหน้าทางวิชาการแก่คณาจารย์-นักศึกษามาโดยตลอด นอกเหนือจากการให้บริการด้านงานพิมพ์แก่บุคลากรภายในมหาวิทยาลัยเองแล้ว ก็ยังเปิดให้บริการกับลูกค้าภายนอกได้เข้ามาใช้บริการด้วยเช่นกัน

พัฒนาเพื่อรองรับกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลง

คุณพิษณุ นภากร รองผู้จัดการโรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อธิบายให้ฟังว่า การให้บริการด้านงานพิมพ์ในยุคใหม่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก จากเดิมนั้นโรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีการให้บริการเครื่องพิมพ์ในลักษณะแบบออฟเซ็ท โดยงานพิมพ์ในลักษณะดั้งเดิมนี้ มีข้อดีก็คือให้คุณภาพงานพิมพ์ที่สวยงาม แต่ก็มีข้อจำกัดตรงที่การพิมพ์แต่ละครั้ง ต้องพิมพ์ครั้งละจำนวนมากเพื่อความคุ้มค่าในการพิมพ์ และเนื่องจากต้องพิมพ์จำนวนมากทำให้ต้องใช้ระยะเวลาในการพิมพ์เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย แต่กระนั้นความต้องการก็เปลี่ยนแปลงไป โดยที่ลูกค้ายังคงต้องการคุณภาพของงานพิมพ์ที่มีความละเอียดที่สวยงาม แต่ก็ต้องการความเร็วในงานพิมพ์ ในขณะที่สามารถพิมพ์งานในปริมาณน้อยได้ นั่นจึงเป็นที่มาของการตัดสินใจหาเครื่องพิมพ์แบบดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพสูง

เลือก RICOH เป็นเพื่อนคู่ใจ

ก่อนหน้าที่จะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์ดิจิทัลจากทาง RICOH นั้น โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็ยังคงใช้งานเครื่องพิมพ์แบบออฟเซ็ท ในลักษณะแบบ short run เพื่อแก้ปัญหางานพิมพ์จำนวนน้อย (ประมาณ 300 เล่ม) แต่ต้องการความเร็วในการพิมพ์ ทำให้เกิดปัญหาเรื่องต้นทุนในการผลิตที่สูง ส่งผลให้ราคาสูงตามไปด้วย ดังนั้นทางโรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จึงได้มีการพูดคุยกับ RICOH เพื่อนำโซลูชันเครื่องพิมพ์ดิจิทัลเข้ามาใช้งาน ซึ่งเป็นเครื่องพิมพ์ที่สามารถทำงานได้มีความละเอียดและคุณภาพระดับดีเยี่ยม และให้ความเร็วในการพิมพ์ โดยย่นระยะเวลาการพิมพ์เดิมที่ใช้เวลาในการพิมพ์ราวๆ 5-6 วันต่องาน มาเหลือแค่ 1-2 วัน เป็นต้น

คุณพิษณุ แจ้งว่าหลังจากได้ผลิตภัณฑ์ RICOH Pro 8110S และ RICOH Pro C7210SX เข้ามาประจำการที่โรงพิมพ์ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์สามารถขยายการให้บริการงานพิมพ์ได้มากขึ้นกว่าเดิม และทำงานได้เร็วขึ้น ลดจำนวนวันในการพิมพ์ให้เหลือน้อยลงเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าเช่นเดิม นอกจากนั้นแล้ว ด้วยเครื่องพิมพ์ RICOH Pro C7210SX ที่มีประสิทธิภาพและในแง่ของหมึกพิมพ์สีพิเศษ ได้แก่ สีขาว สีเคลียร์ สีเหลืองสะท้อนแสง สีชมพูสะท้อนแสง และสีแดงล่องหน รวมถึงการพิมพ์ลงวัสดุพิมพ์ที่หลากหลายได้ ทำให้สามารถพิมพ์งานที่มีความแตกต่างกับโรงพิมพ์อื่นๆ ซึ่งช่วยสร้างประสบการณ์งานพิมพ์ใหม่ๆ ให้แก่ลูกค้า

สร้างประโยชน์คืนกลับแก่โรงพิมพ์

จากโรงพิมพ์ที่มีลักษณะรูปแบบการพิมพ์แบบเดิมมาเนิ่นนาน แต่วันนี้โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้พลิกโฉมรูปแบบการให้บริการงานพิมพ์แบบใหม่ด้วยเครื่องพิมพ์ RICOH ที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถสร้างประสบการณ์การพิมพ์ให้กับลูกค้าใหม่ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์งานที่ใช้เวลาในการพิมพ์ที่เร็วขึ้น แต่ยังคงให้ประสิทธิภาพและความละเอียดที่ดีกว่า ซึ่งแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเครื่องพิมพ์ในอดีตได้ นับว่าช่วยตอบโจทย์การทำงานได้อย่างดี อีกทั้งยังสามารถสร้างงานพิมพ์ที่พิเศษกว่าเดิม นอกจากนั้นแล้ว ในด้านการให้บริการจากทีมงานของ RICOH นั้น คุณพิษณุบอกว่า เป็นการบริการที่น่าประทับใจเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเทรนนิ่ง การให้ข้อมูล และการช่วยเหลือ ฯลฯ สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นบริการที่ดีเยี่ยม เมื่อพิจารณาในทุกๆ ประเด็นร่วมกันแล้ว เครื่องพิมพ์ RICOH จึงตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างมีประสิทธิผล

from:https://www.enterpriseitpro.net/thammasart-printing-use-ricoh-production-print/

RICOH ร่วมบริจาคเงิน 116 ล้านเยน เพื่อร่วมช่วยเหลือการแก้ปัญหา COVID-19

ทาง RICOH ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับชีวิตที่ต้องสูญเสียจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาหรือ COVID-19 และเป็นกำลังใจให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบ หรือที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากให้ฟื้นฟูกลับมาปกติได้โดยเร็ว

โดยทางกลุ่ม RICOH ได้บริจาคเงินรวม 7 ล้านหยวน (หรือคิดเป็นประมาณ 116 ล้านเยน) สำหรับกิจกรรมในการฟื้นฟูต่าง ๆ ในประเทศจีน ในการที่จะช่วยสนับสนุนความพยายามฟื้นฟูดังกล่าวนั้น ทาง RICOH จะมีการบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือโครงการฟื้นฟูในจังหวัดหูเป่ยผ่านทางสภากาชาดจีน สาขาเซี่ยงไฮ้ นอกจากนี้ยังได้บริจาคเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันหรือ MFP และเครื่องทำสำเนาเอกสารให้แก่สถานศึกษาไปจนถึงโรงเรียนประถม และมัธยมในประเทศจีนอีกด้วย รวมทั้งยังสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือและให้อะไหล่ต่าง ๆ แก่ลูกค้าที่เป็นโรงพิมพ์ของเราในจังหวัดหูเป่ยโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

ทาง RICOH ขอส่งความปรารถนาดีให้แก่ผู้ป่วยทุกคนให้หายอย่างรวดเร็ว และภาวนาให้สถานการณ์การระบาดของไวรัสนี้จบลงในไม่ช้า ซึ่ง RICOH พร้อมที่จะเข้าช่วยเหลือการฟื้นฟูทั้งหลายอย่างเต็มที่

from:https://www.enterpriseitpro.net/ricoh-donate-116-million-for-covid-19/

RICOH เข้าร่วมงาน Print Tech & Signage 2020 โชว์แนวคิด “Technology for Better”

เมื่อเร็วๆ นี้ทางบริษัท RICOH ได้เข้าร่วมงาน Print Tech & Signage 2020 ซึ่งในงานนี้ท่านจะได้พบกับการแสดงนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และการบริการจากผู้ประกอบการด้านธุรกิจงานพิมพ์ อาทิ กลุ่มเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท, กลุ่มเครื่องพิมพ์ดิจิทัล, กลุ่มงานพิมพ์แพ็กเกจจิ้ง, กลุ่มเครื่องพิมพ์บนผ้า, ธุรกิจบริการ เช่น งานป้ายโฆษณา, ธุรกิจอุปกรณ์ก่อน-หลังการพิมพ์ เป็นต้น

โดยการจัดงานในครั้งนี้มีวัตุประสงค์เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรงภายใต้คอนเซ็ปต์ “Technology for Better” อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้า เพื่อตอกย้ำแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น (สำหรับงานครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 ก.พ. ถึง 1 มี.ค. 2563 ณ อิมแพค เมืองทองธานี)

โดยผลิตภัณฑ์ที่ทาง RICOH นำไปจัดแสดงในงาน ได้แก่

– Pro C7200X เครื่องพิมพ์ระดับโปรดักชันสีที่นอกจากจะมีสี CMYK แล้ว ยังมีสีพิเศษสีที่ 5 ได้แก่ สีขาว สีเคลียร์ สีชมพูนีออน สีเหลืองนีออน สีแดงล่องหน ช่วยเพิ่มความโดดเด่นและมูลค่าให้กับงานพิมพ์

ตัวอย่างงานพิมพ์ โดยใช้สีสะท้อนแสงจากเครื่อง RICOH Pro C7200x

– Pro TF6250 เครื่องพิมพ์แฟลทเบดหมึกยูวี สำหรับพิมพ์ผลิตตกแต่งภายใน เช่น ไม้อัด กระจก สเตนเลส อะคริลิก อะลูมิเนียม

เครื่องพิมพ์ RICOH รุ่น Pro TF6250

– MP CW2201SP เครื่องพิมพ์หน้ากว้างมัลติฟังก์ชันสี มาพร้อมนวัตกรรมการพิมพ์ด้วยหมึกพิมพ์ GEL-Jet แบบกันน้ำ ช่วยปกป้องงานพิมพ์ให้ไม่เลือนหาย

– Ri 100 เครื่องพิมพ์ผ้าหรือ Direct to Garment (DTG) เหมาะสำหรับธุรกิจการพิมพ์เสื้อขนาดเริ่มต้น สามารถพิมพ์ลวดลายที่มีความละเอียดสูงลงบนเนื้อผ้าได้โดยตรงและรวดเร็ว ด้วยการสั่งพิมพ์ผ่านคอมพิวเตอร์หรือไอแพด

– Ri 1000 เครื่องพิมพ์ผ้าหรือ Direct to Garment (DTG) เหมาะสำหรับธุรกิจการพิมพ์เสื้อระดับอุตสาหกรรม มีหมึกพิมพ์สีขาวที่สามารถพิมพ์ลวดลายลงบนผ้าสีเข้มได้บนพื้นที่พิมพ์ขนาด A3

– Pro L5160 เครื่องพิมพ์อิ้งค์เจ็ทที่ใช้หมึกลาเท็กซ์ ไม่มีกลิ่นเหม็น เป็นมิตรต่อผู้ใช้งานและสิ่งแวดล้อม เหมาะสำหรับพิมพ์ภาพขนาดใหญ่ทั้งแบบ indoor และ outdoor

เครื่องพิมพ์ RICOH รุ่น Pro L5160

– GCC RX II เครื่องตัดและทำเส้นพับกระดาษคุณภาพดี ราคาย่อมเยา รองรับกระดาษได้ถึง 350 แกรม มีระบบ Auto Feed ใช้งานง่าย สะดวก รวดเร็ว

ดูข้อมูลและติดตามข่าวสาร RICOH ได้ที่ https://www.facebook.com/RicohThailandLimited/

from:https://www.enterpriseitpro.net/ricoh-print-tech-signage-2020/

บทความน่ารู้ : เราจะคาดหวังอะไรได้บ้าง ? จากการนำเครือข่าย 5G มาใช้ในที่ทำงาน

5G นั้นอ้างว่าสามารถทำให้อินเทอร์เน็ตเร็วกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันได้ถึง 100 เท่า รวมทั้งบริเวณครอบคลุมสัญญาณก็จะกว้างขวางขึ้น มีความเสถียรมากขึ้น และสามารถรองรับจำนวนอุปกรณ์ได้มากกว่าเครือข่าย 4G ในตอนนี้ ซึ่งบางประเทศอย่างเช่นเกาหลีใต้ ก็ได้เริ่มเปิดใช้งานเครือข่าย 5G ในบางพื้นที่แล้ว ซึ่งทาง Ericsson ทำนายไว้ว่า ภายในปี 2024 จะมีประชากรโลกมากกว่า 65% ที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตระดับ 5G เรียกได้ว่าแม้ 5G จะยังไม่พร้อมให้ใช้ตอนนี้ แต่เวลาที่มันมาแล้ว ก็จะมาเร็วแบบชนิดไม่ทันตั้งตัว

ประโยชน์บางอย่างที่จะได้รับนั้นก็มองภาพได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นการวิดีโอคอลแบบ HD โดยแทบไม่มีดีเลย์หรือเป็น Zero-Latency หรือแม้แต่การประสานงานร่วมกันผ่านภาพและวิดีโอแบบ HD การดาวน์โหลดอัพโหลดไฟล์ขนาดใหญ่ที่แทบจะเสร็จในทันที เป็นต้น

แบนด์วิธที่เพิ่มขึ้นยังเปิดให้มีอุปกรณ์หลายเครื่องมากขึ้นที่เชื่อมต่อและแบ่งปันข้อมูลบนเครือข่ายเดียวกันได้ ซึ่งสำนักงานหลายแห่งได้เริ่มนำเทคโนโลยี IoT อย่างง่ายมาใช้บ้างแล้ว เช่น ระบบควบคุมแสงสว่างและความร้อน โซลูชั่นนำทางแบบอินเตอร์แอคทีฟ และเซ็นเซอร์ตรวจจับการใช้งานแต่ละห้อง ซึ่ง 5G จะสามารถดึงศักยภาพของระบบ IoT เหล่านี้ได้ถึงขีดสุด

ดังนั้น ธุรกิจทั้งหลายควรเตรียมพร้อมสถานที่ปฏิบัติงานเพื่อรองรับ 5G อย่างไรบ้าง? เราสามารถทำอะไรได้ตอนนี้เพื่อให้ได้ประโยชน์มากที่สุดจากเทคโนโลยีดังกล่าวเมื่อถึงเวลาที่เข้ามาจริง? ในบทความนี้ Ricoh จะอธิบายถึงผลกระทบจาก 5G ที่จะมีต่อทั้งด้านออโตเมชั่น, IoT, ระบบความปลอดภัย, และโครงสร้างพื้นฐานในสำนักงานดังต่อไปนี้

ระบบออโตเมชั่น
ระบบออโตเมชั่นพื้นฐานส่วนใหญ่ในปัจจุบันเป็นระบบที่ทำงานผ่านคลาวด์ ดังนั้น 5G จึงสามารถผลักดันให้ระบบออโตเมชั่นแบบ Cloud-based ทำงานที่ซับซ้อนได้มากขึ้น และส่งต่อข้อมูลได้มากกว่าที่เป็นอยู่ ทำให้เร่งความเร็วในการทำงานแบบอัตโนมัติให้เสร็จเร็วขึ้น และรันโปรเซสงานอัตโนมัติคู่ขนานพร้อมกันได้มากกว่าเดิม

สำหรับโปรเซสงานที่ซับซ้อนหรือต้องการการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เช่น งานที่ต้องใช้แมชชีนเลิร์นนิ่งนั้น จะสามารถประมวลผลข้อมูลได้เร็วมากยิ่งขึ้น เป็นการเร่งความเร็วของกระบวนการเรียนรู้และปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน ทำให้ยกระดับประสิทธิภาพของโปรแกรมอัตโนมัติที่สัมผัสกับลูกค้าโดยตรงอย่างเช่น แชทบอท หรือโปรเซสงานภายในอย่างซอฟต์แวร์ด้านทรัพยากรบุคคลหรือการสรรหาบุคลากร

IoT
ด้วยเหตุที่ IoT ต้องการแบนด์วิธมากเกินกว่าที่ปัจจุบันมีให้ได้ โดยยังมีอุปกรณ์ IoT ที่มีการตั้งความหวังไว้มากอย่างเช่น รถยนต์ไร้คนขับ ที่ยังไม่สามารถใช้งานได้อย่างแพร่หลายภายใต้เครือข่าย 4G ดังนั้นเมื่อ5G ก้าวมาถึง เราถึงจะได้เห็นศักยภาพของ IoT ที่แท้จริง

หนึ่งในปัจจัยสำคัญของ IoT คือ การที่ 5G จะเข้ามาปลดล็อกความสามารถของแต่ละอุปกรณ์ในการส่งต่อข้อมูลปริมาณมหาศาลกลับมายังศูนย์เก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อใช้วิเคราะห์จากศูนย์กลางได้ การแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกร่วมกับลูกค้าทำให้พวกเราตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น หรือการแบ่งปันข้อมูลร่วมกับผู้ให้บริการอย่างเช่น บริษัทด้านสาธารณูปโภคทั้งหลายก็จะช่วยให้ปรับปรุงการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้บริษัททั้งหลายเติบโตได้อย่างยั่งยืน ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ไปพร้อมกัน

โครงสร้างพื้นฐาน และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
การที่จะทำให้ธุรกิจทั้งหลายได้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตระดับ 5G อย่างเต็มที่นั้น อุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐานที่ล้าสมัยบางอย่างก็จำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่ แม้ตอนนี้จะยังไม่เห็นว่าอุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐานในสำนักงานปัจจุบันจะสามารถทำงานเข้ากันได้หรือไม่ได้กับ 5G อย่างไรก็ตาม แต่ก็ต้องมีบางอุปกรณ์ที่แม้ทำงานได้บ้าง แต่ก็คงไม่สามารถได้ประโยชน์จากเน็ตเวิร์กแบบใหม่ได้เต็มที่

ตอนนี้ยังมีข้อมูลน้อยมากเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานหรืออุปกรณ์ที่จำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จาก 5G ได้อย่างแท้จริง ข้อมูลนี้น่าจะพร้อมเมื่อมีการนำ 5G มาให้ใช้ในวงกว้างแล้ว ซึ่งเหล่าผู้มีอำนาจตัดสินใจด้านไอทีคงต้องระลึกถึงจุดนี้ไว้ในอนาคต ถ้ายังต้องการจะเป็นผู้นำรายแรกๆ ที่บุกเบิกการใช้ประโยชนืจากเน็ตเวิร์กใหม่นี้

ด้านความปลอดภัย
ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์นั้นเพิ่มขึ้นตามปริมาณการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต โดยอุปกรณ์ทั้งหลายจะสามารถโดนแฮ็กได้ทันทีเมื่อเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตแล้ว ซึ่ง 5G จะทำให้ผู้โจมตีสามารถโจมตีในรูปแบบที่ทรงพลังหรือซับซ้อนกว่าที่เคยเกิดขึ้นได้ ซึ่งถ้าพวกเขาสามารถเข้าถึงระบบของเหยื่อได้แล้ว ก็จะถลุงข้อมูลออกมาได้ด้วยความเร็วอย่างเหลือเชื่อ 5G ยังทำให้พวกเราดาวน์โหลดไฟล์ภาพยนตร์ระดับ HD ได้ภายในไม่กี่วินาที ก็ต้องทำให้บางคนสามารถดาวน์โหลดซอร์สโค้ดหรือข้อมูลผลิตภัณฑ์ของคุณด้วยความเร็วไม่แพ้กันทีมงานด้านวามปลอดภัยจึงจำเป็นต้องวางแผนล่วงหน้าเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการเข้ามาของ 5G พร้อมกับปัญหาต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นพร้อมกัน

ถึงเวลาเตรียมพร้อมสถานที่ปฏิบัติงานสำหรับ 5G แล้ว
กล่าวโดยสรุป 5G จะให้โอกาสมากมายแก่ธุรกิจต่างๆโดยความเร็วอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มมากขึ้นนี้จะทำให้เกิดโมเดลทางธุรกิจใหม่ๆ และรูปแบบการทำงานที่ไม่เคยมีมาก่อนเหมือนสมัยที่เพิ่งมีเทคโนโลยีบรอดแบนด์เข้ามา ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ต่างเห็นตรงกันว่า ผลกระทบของ 5Gมีแนวโน้มที่จะยิ่งใหญ่เกินกว่าจะคาดเดาได้

ที่มา : Ricoh

from:https://www.enterpriseitpro.net/5g-workplace-predictions/

IDC MarketScape ยกย่องให้ RICOH เป็นผู้นำระดับโลกด้านความปลอดภัยของงานพิมพ์และงานเอกสาร

RICOH ได้แถลงว่า รายงาน IDC MarketScape ฉบับใหม่ได้ยกย่องบริษัทให้เป็นผู้นำระดับโลกด้านความปลอดภัยงานพิมพ์และงานเอกสาร ซึ่งในรายงาน “IDC MarketScape: Worldwide Security Solutions and Services Hardcopy 2019 – 2020 Vendor Assessment” ได้ศึกษาถึงยุทธศาสตร์ของ RICOH และวิเคราะห์แนวทางที่บริษัทสร้างความแตกต่างเหนือคู่แข่งเพื่อที่จะสร้างคุณค่าให้ลูกค้าไปพร้อม ๆ กับการปกป้อง จัดการ และเชื่อมต่อกับระบบที่เป็นแกนหลักของธุรกิจสมัยใหม่ ซึ่งเมื่ออ้างอิงจาก IDC MarketScape แล้ว กุญแจสำคัญที่สร้างความแตกต่างของ RICOH ได้แก่ การส่งมอบผลิตภัณฑ์ทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง และแนวทางที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นหลัก

ขณะที่การปฏิวัติทางดิจิทัลยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลกนั้น รายงาน IDC MarketScape ก็ได้พบว่า Portfolio ผลิตภัณฑ์ของ RICOH ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึง “ปัญหาหลัก” ของลูกค้าด้านความปลอดภัยของเอกสารและข้อมูลที่ผู้ซื้อต้องการอย่างมากสำหรับบริษัททุกขนาด สถานที่ปฏิบัติงานในปัจจุบันมีการเชื่อมต่อมากกว่าแต่ก่อน ทำให้การเก็บรักษาข้อมูลให้ปลอดภัยนั้นถือเป็นงานที่ยากลำบาก และสำคัญมากกว่าเดิม ซึ่ง RICOH ตระหนักดีถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้ใช้โมเดลแบบหลายระดับชั้นสำหรับจัดการด้านความปลอดภัย เริ่มตั้งแต่การปกป้องที่มากับอุปกรณ์ แล้วจึงขยายการปกป้องครอบคลุมไปถึงเน็ตเวิร์ก ความปลอดภัยของเซิร์ฟเวอร์ แอปพลิเคชัน และอื่น ๆ อีกมากมาย

“โดยรวมแล้ว ความเชี่ยวชาญอย่างลึกซึ้งในธุรกิจ ความสามารถในการจัดการบริการอย่างเป็นระบบ และตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดีของ RICOH นั้น ทำให้บริษัทยังคงตำแหน่งผู้นำในการบริการด้านความปลอดภัยสำหรับระบบงานพิมพ์และงานเอกสารอย่างต่อเนื่อง“ Robert Palmer รองประธานงานวิจัยกลุ่มโซลูชันถ่ายภาพ งานพิมพ์ และงานเอกสารของ IDC กล่าว “ทาง RICOH ได้ยกระดับตัวเองให้แตกต่างจากคู่แข่งด้วยโมเดลการส่งมอบผลิตภัณฑ์ทั่วโลกได้อย่างสม่ำเสมอ และแนวทางที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นหลัก ทำให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ที่สามารถแก้ปัญหาของลูกค้าได้ตรงจุด ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ซื้อทุกรูปแบบและขนาดธุรกิจ”

RICOH ได้ทำงานร่วมกับลูกค้าโดยตรงเพื่อร่วมกันปกป้องโครงสร้างพื้นฐานด้านงานพิมพ์และงานเอกสาร โดยยึดตามหลักการด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยที่ชื่อ “CIA” ซึ่งหมายถึง การรักษาความลับ (Confidentiality) ความถูกต้องของข้อมูล (Integrity) และการรักษาความพร้อมในการเข้าถึง (Availability) โดยในเรื่องของการรักษาความลับนั้นมาในรูปของวิธีการและโซลูชันที่หลากหลาย อย่างฟีเจอร์ “Pull Print” ที่ต้องมีการยืนยันตัวตนที่เครื่องพิมพ์จึงจะพิมพ์เอกสารออกมาได้ นอกจากนี้ทาง RICOH เองก็ทำงานอย่างหนักเพื่อรักษาความถูกต้องของข้อมูลด้วยการป้องกันการใช้งานหรือแก้ไขเนื้อหาโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นต้น อีกทั้ง RICOH เองก็ได้ร่วมมือกับลูกค้าในการพัฒนาโซลูชันที่ปกป้องข้อมูลที่มีความอ่อนไหว โดยไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงของผู้ใช้ที่ได้รับอนุญาต ซึ่งการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการอย่างต่อเนื่องนี้ทำให้ RICOH สามารถยกระดับสถานที่ปฏิบัติงานแบบดิจิทัลให้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวกและปลอดภัย ไม่ว่าพนักงานจะอยู่ที่ใดก็ตาม

รายงานฉบับนี้ยังระบุถึงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ และบทบาทการควบรวมกิจการของ RICOH เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของตนเองในด้านความปลอดภัย โดยนักวิเคราะห์ได้อ้างถึงการซื้อกิจการครั้งล่าสุดก็คือ บริษัท DocuWare เพื่อเป้าหมายในการ “ยกระดับ Portfolio ของ RICOH เอง” และขยายความครอบคลุมของ RICOH ไปถึงกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางด้วย

“เรามีการพูดคุยกับลูกค้าเป็นประจำ ประเมินสถานการณ์อันตรายที่กำลังเกิดขึ้น และพัฒนาการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลอัจฉริยะที่มีอยู่ในการพัฒนาและปรับแต่งโซลูชันเพื่อเก็บรักษาข้อมูลให้ปลอดภัยในโลกดิจิทัลที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเช่นนี้” Yasuyuki Nomizu รองประธานฝ่ายองค์กร และประธานฝ่ายรักษาความปลอดภัยข้อมูลของบริษัท RICOH กล่าว “ความปลอดภัยถือเป็นหนึ่งในหลายด้านที่สะท้อนถึงความสำเร็จจากแนวทางการทำงานที่ให้ความสำคัญกับเสียงตอบรับของลูกค้าได้เป็นอย่างดี ซึ่งถือเป็นแนวทางสำคัญสำหรับการทำงานทุกอย่างของบริษัท นับเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการระบุหาโซลูชัน ฟีเจอร์ และฟังก์ชันการทำงานที่มีผลมากที่สุดต่อการรักษาข้อมูลของลูกค้าให้ปลอดภัย เราทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ของอันตรายต่างๆ และพิจารณาผลกระทบที่เกิดกับลูกค้าของเรา จนสามารถพัฒนามาตรการเชิงรุกที่ช่วยรักษาความปลอดภัยของข้อมูลได้อย่างยอดเยี่ยม”

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมได้ที่ http://www.ricoh.co.th

from:https://www.enterpriseitpro.net/ricoh-idc-marketscape/