คลังเก็บป้ายกำกับ: REVIEW

ใส่หูฟัง Powerbeats Pro ออกกำลังกายเป็นอย่างไรบ้าง (เล่าประสบการณ์)

Running Experience With Powerbeats Proหลังจากได้ทดลองใส่หูฟัง Powerbeats Pro วิ่งออกกำลังกายจากปกติที่ใส่หูฟัง AirPods วิ่งมาตลอด มาชมประสบการณ์จากการใช้งานจริงว่าเป็นอย่างไรบ้าง ประสบการณ์ใส่หูฟัง Powerbeats Pro วิ่งออกกำลังกาย (ครั้งแรก) ปกติแล้วผมจะใส่หูฟัง AirPods วิ่งออกกำลังกายเป็นหลัก เพราะใส่แล้วไม่ปวดหู วิ่งได้นาน ไม่หลุดง่าย แต่หลังจาก Apple เปิดขาย Powerbeats Pro รุ่นใหม่ก็ได้มีโอกาสใส่วิ่งออกกำลังกาย ซึ่งโดยรวมบอกเลยว่าค่อนข้างประทับใจ ชมรีวิวหูฟัง Powerbeats Pro ทั้งสเปคและฟีเจอร์การใช้งาน [คลิก ที่นี่] ภาพน้อยหน่อยเพราะใส่วิ่งและถ่ายเอง 🤣 Design สวย กระชับใบหู แต่แอบปวดเล็กน้อย ถึงแม้หูฟัง Powerbeats Pro จะมีขนาดใหญ่กว่าหูฟัง AirPods แต่เมื่อสวมใส่เข้าไปแล้วก็ไม่ได้ดูใหญ่เทอะทะแต่อย่างใด ขอเกี่ยวเกี่ยวกับใบหูได้ดี ไม่หลุดแน่นอน และตัวขอเป็นยางไม่ได้รัดหูแต่อย่างใด แต่สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจคือหูฟัง Powerbeat Pro เป็นหูฟัง In-Ear ใส่ไปสักพักจะเริ่มปวดที่รูหู อาจจะเป็นเพราะส่วนตัวใส่ AirPods มาตลอดเลยไม่ค่อยชินกับหูฟังลักษณะนี้ […]

from:https://www.iphonemod.net/running-experience-with-powerbeats-pro.html

โฆษณา

Review – HP Pavilion Gaming 15 (2019) i5-9300H + GTX 1660 Ti Max-Q จอเทพ 144Hz ได้ sRGB 96% !!!

HP Pavilion Gaming 15 ปี 2019 ถือว่าต่อยอดความสำเร็จจริงๆ จากการนำเสนอ HP OMEN 15 รวมไปถึง Pavilion Gaming 15 รุ่นปีก่อนโดยมาพร้อมประสิทธิภาพสูง  ด้วยสเปก Core i Gen 9 และ GTX 16 Series คุณภาพเยี่ยม ตอบสนองทุกการใช้งานได้อย่างราบรื่น รวดเร็ว ในดีไซน์ที่แตกต่างไปจาก Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ ออกแบบโน้ตบุ๊ครุ่นนี้ให้มีความสวย ทันสมัยให้ความแข็งแรง ทนทาน เพิ่มความโดดเด่น ใช้งานง่ายและสะดวก รวมไปถึงการรับประกันที่เป็นแบบ On-site Serive ระยะเวลา 2 ปี

HP Pavilion Gaming 15 ปี 2019 ได้มีการปรับปรุงใหม่ในหลายๆ ส่วน เมื่อเทียบกันรุ่นก่อน หลักๆ แล้วก็ช่องระบายความร้อนที่ใหญ่ขึ้นใต้ตัวเครื่องก็มีช่องดูดลมเย็นที่ใหญ่ขึ้น รวมไปถึงบานพักที่ยกสูงยิ่งขึ้นด้วย  เรียกได้มีความสดใหม่แต่ก็ยังมี DNA ของ HP Pavilion Gaming 15 รุ่นเดิมอยู่ มาพร้อม 2 สีสันหลักก็คือ สีเขียวและสีม่วง สนนราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 25,990 – 34,990 บาท ใช้ชิปเป็น Core i5-9300H แตกต่างที่การ์ดจอ GTX 1650 / GTX 1660 Ti Max-Q และหน้าจอ 144Hz ที่มีให้เป็นตัวเลือก

from:https://notebookspec.com/review-hp-pavilion-gaming-15-i5-9300h-gtx-1660-ti/488510/

สัมผัสเครื่องจริง Sony WF-1000XM3 หูฟังไร้สายตัดเสียงรบกวนขั้นเทพ ใช้งานยาวนาน 24 ชั่วโมง

วันนี้ทาง Sony ได้จัดงานเเปิดตัวหูฟังไร้สายแบบ Truly Wireless รุ่น WF-1000XM3 อย่างเป็นทางการที่กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น โดยครั้งนี้ทีมงาน @flashfly ได้มีโอกาสเข้าร่วมงานในครั้งนี้ด้วยและได้สัมผัสและทดลองใช้งานหูฟังรุ่นนี้พร้อมกับสื่อหลายประเทศทั่วโลก

โดยหูฟังรุ่น WF-1000XM3 ( WF-1000X Series Mark 3) นี้นอกจากจะมีดีไซน์สวยงามคลาสสิค แล้วยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีและคุณภาพเสียงที่สมบูรณ์แบบ มาพร้อมฟีเจอร์สุดไฮเทคหลายอย่าง เหมาะสำหรับรูปแบบการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ใครที่สนใจอยู่ตามมาดูกันได้เลยว่ามีอะไรที่น่าสนใจบ้าง

Sony WF-1000XM3 เป็นหูฟังไร้สายแบบ Truly Wireless ที่มีดีไซน์เรียบง่าย แต่ดูทันสมัย น้ำหนักเบาเพียงข้างละ  8.5 กรัม มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ กับ สีเงิน แต่ละสีจะมาพร้อมกล่องชาร์จในโทนสีเดียวกัน 

ตัวหูฟังทั้ง 2 ข้าง ได้รับการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ ด้วยโครงสร้าง Tri-hold ให้สัมผัสกับสามจุดที่แตกต่างกันบนใบหู เพื่อให้สวมใส่ได้อย่างสบายและกระชับ ขณะที่พื้นผิวของเอียร์บัดเป็นวัสดุยางที่มีแรงเสียดทานสูง จึงแนบสนิทและกระชับพอดีกับหูของผู้ใช้งาน ช่วยป้องกันเสียงรบกวนและทำให้ไม่หลุดลื่นง่าย

หูฟัง Sony WF-1000XM3 ออกแบบมาให้ควบคุมการทำงานด้วยระบบสัมผัสเช่น แตะที่หูฟังด้านซ้าย เพื่อเปลี่ยนจากการป้องกันเสียงรบกวนเป็นเสียงรอบข้าง หรือแตะสองครั้งที่หูฟังด้านขวา เพื่อข้ามไปยังแทร็คถัดไป และสามารถตั้งค่าให้ควบคุมฟีเจอร์อื่นได้ด้วยแอพ Sony Headphones Connect เช่น ตั้งค่าให้แตะเพื่อเข้าถึง Google Assistant หรือ Siri ได้

 หูฟังไร้สาย Sony WF-1000XM3 รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0 สามารถรับฟังเสียงจากหูฟังทั้ง 2 ข้าง ได้พร้อมกัน แทนที่จะส่งเสียงจากหูข้างหนึ่งไปยังอีกข้างหนึ่ง อีกทั้งยังวางสายอากาศ Bluetooth ภายในตัวหูฟังให้รับสัญญาณได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ช่วยให้สัญญาณมีความแรงอยู่เสมอสำหรับการสตรีมได้อย่างไหลลื่น และยังรองรับ NFC จึงจับคู่อุปกรณ์ได้ง่ายขึ้น

Sony WF-1000XM3 เป็นหูฟังไร้สายแบบ Truly Wireless รุ่นแรก ที่มีการนำเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนแบบ HD Noise Cancelling Processor QN1e มาใช้งาน ผสานกับจุดเด่นของเทคโนโลยี Dual Noise Sensor ที่ได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น ช่วยกรองเสียงรบกวนได้ดีกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นเสียงรบกวนบนท้องถนน หรือเสียงสนทนารอบข้าง

 Sony WF-1000XM3 ยังรองรับการประมวลสัญญาณเสียงดิจิทัลแบบ 24 bit พร้อมเทคโนโลยีเสียง S-Master HX Audio Amplifier และ DSEE HX Digital Sound Enhancement Engine ที่จะยกระดับปรับปรุงคุณภาพของสัญญาณที่ถูกบีบอัดมาจากต้นฉบับ ให้มีคุณภาพเสียงใกล้เคียงกับต้นฉบับมากที่สุด

Sony WF-1000XM3 ยังมาพร้อมฟีเจอร์ Adaptive Sound Control ช่วยตรวจจับความเคลื่อนไหวของผู้ใช้งานและตั้งค่าเสียงการตัดเสียงรบกวน และการรับเสียงจากภายนอกอัตโนมัติ เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานในสถานการณ์นั้นๆ ทั้งยังเพิ่มความสะดวกในการใช้งานด้วยโหมด Quick Attention สำหรับควบคุมการรับเสียงจากภายนอกด้วยตัวเอง เพียงแค่ใช้นิ้วสัมผัสไปที่หูฟังด้านซ้าย ความดังของเสียงเพลงจะถูกลดระดับลงมาทันทีเพื่อให้คุณได้ยินเสียงจากภายนอกผ่านเข้าไปในหูฟัง

หูฟังไร้สาย Sony WF-1000XM3 ติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจจับระยะ ทำให้หูฟังทั้ง 2 ข้าง รับรู้ว่าผู้ใช้งานกำลังสวมเอียร์บัดข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง เพื่อปรับการเล่นเสียงให้เหมาะสม เมื่อถอดหูฟังออก 1 ข้าง เพลงจะหยุดเล่นชั่วคราวโดยอัตโนมัติ และเมื่อใส่หูฟังกลับเข้าไปเพลงจะเล่นต่อทันที

Sony WF-1000XM3 ยังสนับสนุนการทำงานร่วมกับผู้ช่วยดิจิตอลอย่าง Google Assistant สามารถสั่งงานด้วยเสียงได้อย่างอิสระ และยังให้เสียงสนทนาในการโทรแบบแฮนด์ฟรีอย่างคมชัด สามารถรับสายได้ด้วยหูฟังข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้ง 2 ข้าง จึงช่วยให้ผู้ใช้งานสลับการชาร์จหรือฟังเสียงได้อย่างชัดเจนในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวน

ตัวหูฟังทั้ง 2 ข้าง สามารถใช้ฟังเพลงได้นานต่อเนื่อง 6 ชั่วโมง เมื่อเปิดระบบป้องกันเสียงรบกวน และมาพร้อมกล่องชาร์จที่สามารถชาร์จแบดเตอรี่ให้หูฟังทั้ง 2 ข้างได้อีก 3 รอบ รวมแล้วชุดหูฟัง WF-1000XM3 สามารถใช้ฟังเพลงได้นานสูงสุด 24 ชั่วโมง และเมื่อปิดระบบป้องกันเสียงรบกวน จะสามารถฟังเพลงได้ยาวนานถึง 32 ชั่วโมง

กล่องชาร์จยังมีเทคโนโลยีชาร์จเร็ว สามารถชาร์จหูฟังเพียง 10 นาที สามารถใช้ฟังเพลงได้นาน 90 นาที ส่วนตัวกล่องชาร์จก็สามารถชาร์จแบตเตอรี่ของตัวเองได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน ผ่านสายเคเบิล USB-C 

ชุดหูฟังไร้สาย Sony WF-1000XM3 เปิดรับจองแล้วตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 21 กรกฎาคม 2562 ในราคา 8,990 บาท สำหรับผู้ที่สั่งซื้อล่วงหน้าในช่วงเวลาดังกล่าว จะได้รับของแถมเป็น Portable Charger(10000 mAh) ของ Sony รุ่น CP-V10B มูลค่า 1,790 บาทซึ่งตอนนี้ได้ข่าวว่าเต็มจำนวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

from:https://www.flashfly.net/wp/259945

CleanMyMac X ดีไหม? รีวิวแอปสำหรับดูแลเครื่อง Mac ที่ต้องมีติดไว้

Cleanmymac X Review Coverบทความนี้จะมาเล่าประสบการณ์หลังการใช้งานแอป CleanMyMac ให้ได้ฟังกันครับ บางคนสงสัยว่ามันดีไหม ผมเองก็เคยสงสัยเหมือนกัน และอีกอย่างคือ Mac ก็ไม่ได้ติดไวรัสง่ายอยู่แล้ว ว่าแต่แอปนี้มีประโยชน์ยังไง แอดมินได้ลองแล้วมาจึงขอเล่าให้ฟังแบบหมดเปลือกแล้วกันนะในบทความนี้ ที่มาที่ไปก่อนจะมาใช้ CleanMyMac X เอาจริง ๆ แล้วเครื่อง Mac นี่ดูแลง่ายมาก ๆ ตั้งแต่ซื้อและเปิดใช้งานมาไม่จำเป็นต้องลง macOS ใหม่บ่อย ๆ เหมือนเครื่อง Windows (จากประสบการณ์ตรงที่เจอมา) เรื่องไวรัสก็หายห่วง เรื่องแอปกวนใจต่าง ๆ ก็มีบ้างแต่น้อยมากเมื่อเทียบกับอีกฝั่ง บางคนอาจจะสงสัยว่า “เมื่อมันง่ายแบบนั้นแล้วทำไมแอดต้องลงแอปตัวนี้หละ?” เหตุผลที่ผมเริ่มอยากลอง CleanMyMac X มีที่มาดังนี้ครับ เครื่อง iMac 5K 27 นิ้วปี 2014 ซื้อมาใช้งานและลงแอปเยอะมากรวม ๆ น่าจะเกือบ 200 ตัว และไฟล์ในเครื่องเยอะ พักหลัง ๆ มามันมี Error บ้างและยังไม่ได้กำจัดไฟล์ขยะเลย มันจึงมีการทำงานแปลก ๆ […]

from:https://www.iphonemod.net/cleanmymac-review.html

รีวิวเครื่องดูดฝุ่นไร้สายไฮเทค Dyson V11 Absolute ดีเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือความสามารถ

ถ้าพูดถึงเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ยี่ห้อแรกๆที่น่าจะถูกนึกถึงคงหนีไม่พ้น Dyson ที่ล่าสุดเปิดตัว V11 เครื่องดูดฝุ่นที่ทรงพลังและชาญฉลาดที่สุดของ Dyson [1] รุ่นล่าสุด ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อจากเครื่องดูดฝุ่น V10 รุ่นเดิม ที่ยังคงความโดดเด่นเรื่องดีไซน์ กล่องเก็บฝุ่นที่ถอดไปเททิ้งได้ง่าย ดิจิทัลมอเตอร์พลังแรงดูดมหาศาล รุ่นนี้ได้เพิ่มหน้าจอ LCD ที่แสดงโหมดการทำงานที่ใช้, รายงานผลแบบเรียลไทม์และมาพร้อมกับหัวดูดที่ชาญฉลาด มีเทคโนโลยีใหม่ที่ปรับเปลี่ยนความแรงในการดูดได้ตามพื้นผิวที่กำลังทำความสะอาด

No Description

ของใหม่ใน V11

ภาพรวมดีไซน์ของ Dyson V11 Absolute จะยังคงคอนเซปต์รูปลักษณ์ความคล้ายคลึงกับรุ่นก่อนหน้า ยกเว้นบริเวณหลังตัวเครื่องด้านท้ายที่ V11 มาพร้อมกับหน้าจอ LCD สำหรับบอกโหมดของเครื่อง มี 3 โหมด ได้แก่ Eco สำหรับการใช้งานได้ต่อเนื่องสูงสุด ประหยัดแบต, โหมด Auto ที่ใช้กับหัวดูดทำความสะอาดแรงหมุนสูงหรือหัว High torque และโหมด Boost เพื่อทำความสะอาดสิ่งสกปรกฝังแน่นที่ต้องใช้แรงมาก หน้าจอนี้ยังบอกระยะเวลาที่เหลือในการใช้งานในแต่ละโหมด รวมถึงการแจ้งเตือนปัญหาการอุดตันและแจ้งเตือนการดูแลรักษา เช่น เตือนให้นำตัวกรองออกมาทำความสะอาด

No Description

อีกหนึ่งฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่มเข้ามาคือเทคโนโลยี DLS หรือ Dynamic Load Sensor ที่มากับหัวดูดทำความสะอาดแรงหมุนสูงหรือที่เรียกว่าหัว High Torque สามารถรับรู้การเปลี่ยนแปลงของพื้นผิวและปรับเปลี่ยนโหมดให้อัตโนมัติตามประเภทของพื้น เช่นระหว่างการดูดระหว่างพื้นแข็งและพื้นพรม ไม่ว่าจะเป็นพื้นพรมในห้องรับแขกหรือพื้นพรมในห้องน้ำจะปรับเปลี่ยนเพื่อให้ได้แรงดูดเหมาะสมกับสภาพพื้นผิวมากที่สุด

No Description

ดิจิทัลมอเตอร์ของ V11 เป็นมอเตอร์ที่สร้างแรงดูดที่ทรงพลังมากกว่า V10 ถึง 20% [2] ด้วยอัตราการหมุนกว่า 125,000 รอบต่อนาที สามารถดักฝุ่นและอนุภาคขนาดเล็กได้ ส่วนไส้กรองของ Dyson V11 ยังใช้ไส้กรองตามมาตรฐาน HEPA สามารถกรองฝุ่นได้เล็กขนาด 0.3 ไมครอนได้ 99.97% ฉะนั้นแทบจะไม่ต้องกังวลเลยว่าลมจากมอเตอร์ที่ออกมาจากด้านหลังเครื่องจะมีฝุ่นติดมาด้วย

No Description

สุดท้ายคือแบตเตอรี่ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพราะถูกปรับปรุงให้สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องนานประมาณ 60 นาทีในโหมด Eco ซึ่งให้พลังงานมากขึ้นและมีการตรวจสอบระบบในตัวและเซ็นเซอร์วัดความสูงทำหน้าที่วัดปริมาณแบตเตอรรี 4 ครั้งต่อวินาทีเพื่อส่งพลังงานในปริมาณที่เหมาะสมไปยัง Dyson ดิจิทัลมอเตอร์ V11 และหัวดูดทำความสะอาด

การใช้งานจริง

จากการทดสอบใช้งานจริง ต้องบอกว่า “Dyson ก็ยังคงเป็น Dyson” รักษาคุณภาพของแบรนด์ไว้อย่างครบถ้วน เช่น ตัวเครื่องดูดน้ำหนักกำลังดี สามารถใช้งานได้นานพอจะครอบคลุมทั้งห้องหรือทั้งบ้าน ถังเก็บฝุ่นยังคงเหมือน V10 ที่ลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นเวลาถอดสลักเพื่อทิ้งฝุ่นลงถัง เพราะสามารถยื่นฝาถังลงไปในถุงขยะได้เลย (point and shoot)

No Description

อุปกรณ์ของ Dyson V11 มีหัวดูดมาให้ 2 หัวสำหรับพื้นผิวแต่ละประเภท คือหัวดูดทำความสะอาดแรงหมุนสูงและหัวดูดแบบลูกกลิ้งนุ่ม นอกจากนี้ยังมากับอุปกรณ์เสริมอีก 5 ชิ้น คือ หัวดูดปากแคบ หัวดูด 2 in 1 แปรงปัดขนนุ่ม แปรงดูดฝุ่นฝังแน่น หัวดูดมอเตอร์ขนาดเล็กที่ให้เลือกใช้งานตามความเหมาะสมและของใหม่ในรุ่นนี้คือคลิปใส สำหรับติดกับท่ออะลูมิเนียมเพื่อเก็บหัวขนาดเล็ก 2 หัว ช่วยเพิ่มความสะดวกเวลาใช้งาน ลดความวุ่นวายในการเดินไปเปลี่ยนหัวทำความสะอาดลงไปได้เยอะ

No Description

No Description

อีกหนึ่งข้อดีของ V11 Absolute คือหน้าจอ LCD ที่ช่วยบอกระยะเวลาที่เหลือของแบตเตอรี่ ช่วยให้ประมาณเวลาระหว่างการทำความสะอาดบ้านได้ตลอด ไม่ต้องกลัวว่าใช้งานไปแล้วแบตเตอรี่จะหมดกลางทาง

No Description

สรุป

Dyson V11 ยังคงรักษาข้อดีของเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Dyson รุ่นก่อนๆ เอาไว้ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะความสะดวก น้ำหนักที่พอดี หัวแปรงทำความสะอาดมีให้เลือกเยอะ ตอบโจทย์ทุกสถานการณ์ แถมจัดเก็บง่ายด้วยตัวแขวนกำแพงพร้อมชาร์จไฟในตัว แถมยังเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆอย่าง DLS ที่รับรู้การเปลี่ยนของพื้นผิวและปรับเปลี่ยนให้อัตโนมติ และหน้าจอ LCD สำหรับแสดงโหมดการใช้งานและปริมาณระยะเวลาที่คงเหลือ

Dyson V11 ที่วางจำหน่ายในประเทศไทยมี 2 รุ่น แตกต่างกันแค่จำนวนหัวสำหรับดูดฝุ่นพื้นคือ

  • V11 Absolute มาพร้อมกับหัวดูดทำความสะอาดแรงหมุนสูง (High Torque) ที่มีเทคโนโลยี DLS และหัวดูดแบบลูกกลิ้งนุ่มและอุปกรณ์เสริมอีก 5 ชิ้น
  • V11 Fluffyมาพร้อมกับหัวดูดแบบลูกกลิ้งนุ่มและอุปกรณ์เสริมอีก 5 ชิ้น

ใครสนใจอยากทดลองใช้งาน Dyson V11 Absolute สามารถทดลองและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Dyson Shop และร้าน Dyson Demo สยามพารากอน และไอคอนสยาม

No Description

[1] ผ่านการทดสอบการดูดฝุ่นตามมาตรฐาน IEC 62885-2 วรรคที่ 5.8 ด้วยสาย/ด้ามดูด ทดสอบในโหมดแรงพิเศษ
[2] ผ่านการทดสอบการดูดฝุ่นตามมาตรฐาน IEC 62885-2 วรรคที่ 5.8 ทดสอบในโหมดแรงพิเศษ

from:https://www.blognone.com/node/110708

รีวิว Galaxy Tab S5e ความพยายามอีกเฮือกของแท็บเล็ตแอนดรอยด์

พูดถึงแท็บเล็ต เชื่อว่าส่วนใหญ่ย่อมนึกถึง iPad ของแอปเปิลกันน่าจะเกือบหมด ฝั่งของแอนดรอยด์เองไม่ว่าจะออกมากี่รุ่นก็แทบจะตีตลาด iPad ไม่ได้เลย จนขนาด Google เองยังยอมถอยและเลิกพัฒนา Pixel Slate ที่เป็นแท็บเล็ตของตัวเอง

อย่างไรก็ตามดูเหมือนทางซัมซุงจะยังไม่ยอมแพ้กับเกมนี้ ที่ล่าสุดเปิดตัวแท็บเล็ต Galaxy Tab S5e ตัวท็อปออกมา (ล่าสุดมีภาพหลุดของ Tab S6 อีก) ซึ่งก็ถือว่าน่าสนใจและคุณภาพก็ถือว่าไม่ใช่แย่ แต่ก็ต้องยอมรับว่ายังสู้ iPad ไม่ได้ในแง่ของซอฟต์แวร์

ดีไซน์และงานประกอบ

ส่วนตัวรู้สึกว่าดีไซน์เป็นหนึ่งในความโดดเด่นของ Galaxy S5e เลยก็ว่าได้ ด้วยหน้าจอขนาด 10.5 นิ้ว ขอบจอบาง แถมตัวเครื่องก็บางแค่ 5.5 มม. บอดี้เป็นโลหะ ดังนั้นความสวยงามและสัมผัสค่อนข้างดีไม่แพ้ iPad Pro เลย ขณะที่น้ำหนักก็เบามากแค่ 400 กรัมเท่านั้น เหมาะกับการถือนอนดู Netflix ด้วยซ้ำ

Galaxy S5e มาในไซส์เดียวกับ iPad Air หน้าจอเป็น AMOLED สีสันสดใส สวย สู้แดดได้ดี หรือดูตอนกลางคืนก็สามารถปรับความสว่างลงและเปิดโหมดตัดแสดงสีฟ้า ก็ยังใช้งานได้สบายตา

No Description

Galaxy S5e ไม่มีรูหูฟังมาให้ ต้องใช้หูฟังที่เป็น USB-C แทน แต่คาดว่าจุดประสงค์ที่ถอดออกน่าจะเพราะต้องการชูลำโพง AKG 4 ตัว (บน 2 ล่าง 2) ของเครื่องมากกว่า เพราะหากวางแนวนอน ลำโพงจะออกซ้ายขวาเลย ช่วยเพิ่มประสบการณ์เวลาดูหนังหรือ YouTube ได้ค่อนข้างดี

No Description

No Description

สเปคและการใช้งาน

ชิปประมวลผลเป็น Snapdragon 670 แรม 4GB ซึ่งก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปอย่างไม่มีปัญหาหรือแม้แต่เล่นเกม หน่วยความจำ 64GB รองรับ microSD สูงสุด 512GB

เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือจะอยู่ที่ปุ่มล็อคหน้าจอด้านขวา ต้องกดแล้วแช่นิ้วค้างไว้เล็กน้อยเพื่อปลดล็อค ซึ่งจากที่ใช้มามีบางครั้งที่รู้สึกว่าการปลดล็อคค่อนข้างช้า กินเวลาเป็นวินาทีได้ ยิ่งเมื่อเทียบกับความคุ้นเคยกับความเร็วเวลาปลดล็อคสมาร์ทโฟนแล้ว ยิ่งรู้สึกว่าช้าเข้าไปใหญ่

No Description

ตัวแท็บเล็ตมีแบตเตอรี่มาให้ถึง 7,040 mAh ซึ่งมากเพียงพอต่อการใช้งานใน 1 วัน ในหลายๆ กรณีสามารถใช้ได้ถึง 2 วันด้วยซ้ำไป หากไม่ได้ใช้เปิด YouTube หรือ Netflix มากนัก

No Description

No Description

นอกจากนี้ Galaxy S5e มาพร้อม DeX Mode ด้วย แต่ต้องเข้าไปเปิดใน Setting และค่อนข้างลึก อย่างไรก็ตามส่วนตัวไม่ได้ทดลองใช้ฟีเจอร์นี้อย่างเต็มที่นัก เพราะไม่มีอุปกรณ์ต่อพ่วงกับหน้าจอ รวมถึงคีย์บอร์ดหรือเม้าส์ไร้สาย

No Description

อย่างไรก็ตามปัญหาที่พบกับแท็บเล็ตแอนดรอยด์ ก็ยังคงเป็นที่ตัวแอนดรอยด์ ที่รู้สึกว่าไม่ลื่นไหลเท่า iPad รวมถึงแอปหลายๆ ตัวเป็นเพียงการขยายหน้าจอจากแอปแอนดรอยด์ปกติเท่านั้น ไม่ได้ถูกออกแบบใหม่ให้เหมาะสมกับหน้าจอขนาดใหญ่ของแท็บเล็ต

No Description

สรุป

ด้วยราคาค่าตัวของ Galaxy S5e ที่ 18,900 ถือว่าน่าสนใจหากนำมาใช้งานด้านความบันเทิง ด้วยลำโพง 4 ตัว หน้าจอกว้างและน้ำหนักเบา หน้าจอสีสวย แบตเตอรี่ใช้งานได้ข้ามวัน เรียกว่าเป็นแท็บเล็ตแอนดรอยด์ที่น่าสนใจตัวหนึ่งก็ว่าได้

ทว่าก็อาจต้องแลกมาด้วยปัญหาจากตัวแอนดรอยด์ ที่อาจเจอการหน่วงหรือแล็คบ้าง ซึ่งก็อาจเป็นข้อด้อยยิ่งเมื่อนำมาเทียบกับ iPad Air ที่ประสบการณ์ใช้งานลื่นไหลกว่าในราคาที่ใกล้เคียงกัน

No Description

from:https://www.blognone.com/node/110854

รีวิวลำโพงบลูทูธไร้สาย Fender INDIO ดีไซน์สวย เสียงคุณภาพดี ปรับเสียงเบสและเสียงแหลมได้ตามใจชอบ

Fender Indio Bluetooth Speaker Reviewการฟังเพลงถือเป็นความสุขอย่างหนึ่งที่ทุกคนจะต้องมีแนวเพลงและจังหวะบีทที่ชอบอยู่ใน และถ้าเรามีอุปกรณ์ที่ขับเสียงเพลงออกมาได้ดี ก็จะช่วยให้เราอินและมีความสุขไปกับเสียงเพลง พบกับลำโพงบลูทูธไร้สาย Fender INDIO ที่ให้เสียงคุณภาพและมีดีไซน์ที่สวยคลาสสิคอีกด้วย ไปชมรีวิวพร้อมๆ กันเลยค่ะ รีวิวลำโพงบลูทูธไร้สาย Fender INDIO Fender เป็นแบรนด์กีตาร์เก่าแก่และมีชื่อเสียงระดับโลก ซึ่งมีชื่อเสียงทั้งกีตาร์ไฟฟ้า เบสไฟฟ้า และหลังก็จะเป็นตู้แอปม์ขยายเสียงที่ได้รับความนิยมในหมู่นักดนตรีเช่นกัน เพื่อให้เป็นไปตามยุคเทคโนโลยี Fender จึงได้ผลิตลำโพงบลูทูธไร้สายขนาดใหญ่อย่าง Fender Monterey และขนาดเล็กอย่าง Fender Newport ตัวจิ๋วแต่พกพาสะดวก และที่มาใหม่ล่าสุดก็จะเป็นรุ่นกลางลำโพง Fender INDIO ที่มีขนาดกึ่งพกพา พลังเสียงยอดเยี่ยมด้วยกำลังขับ 60 วัตต์ พร้อมกับดีไซน์ที่สวยงามคลาสสิค สามารถปรับเสียงเบสและเสียงแหลมได้เอง มีให้เลือกด้วยกัน 2 สี คือ สีดำและสีบลอนด์ (ครีมน้ำตาล) อุปกรณ์ในกล่อง ลำโพง Fender Indio อแดปเตอร์สำหรับชาร์จไฟ สาย Micro USB สาย AUX 3.5 มม. คู่มือการใช้งานเบื้องต้น สเปคเด่นๆ ของลำโพงบลูทูธไร้สาย Fender […]

from:https://www.iphonemod.net/fender-indio-bluetooth-speaker-review.html