คลังเก็บป้ายกำกับ: REVIEW

รีวิวหูฟัง Fender รุ่น NINE-1 มาพร้อมระบบ Hybrid Driver เสียงคมชัด แยกทุกรายละเอียด

Fender Nine 1 Headphone Reviewปัจจุบันมีหูฟังมากมายที่ผลิตขึ้นมาให้เหมาะสมกับไลฟสไตล์ของผู้ใช้ และส่วนใหญ่ก็จะเป็นหูฟังสำหรับออกกำลังกายที่มีการรีวิวและแนะนำมาให้เห็นกันบ่อยๆ แต่วันนี้ทีมงานมีหูฟังคุณภาพเสียงเยี่ยม คาดว่าน่าจะเหมาะกับสายฟังเพลงหรือนักดนตรีโดยเฉพาะมาแนะนำให้ชมกันค่ะ พบกับรีวิวหูฟัง Fender รุ่น NINE-1 กันได้เลย รีวิวหูฟัง Fender รุ่น NINE-1 มาพร้อมระบบ Hybrid Driver เสียงคมชัด แยกทุกรายละเอียด หูฟัง Fender รุ่น NINE-1 เป็นหูฟังแบบ In Ear เน้นการให้คุณภาพเสียงที่คมชัด สามารถแยกรายละเอียดของเสียงได้เป็นอย่างดี ขับเคลื่อนด้วยระบบ Hybrid Driver ประกอบไปด้วย Balanced Armature และ Dynamic Driver ขนาด 9.25 mm ผสมผสานเสียงเบสและเสียงกลางแหลมได้อย่างลงตัว แต่ก่อนที่เราจะรับชมรีวิวในด้านประสบการณ์การใช้งาน เราไปชมสเปคของ Fender รุ่น NINE-1 กันก่อนเลยจ้า ข้อมูลทางเทคนิคของ Fender รุ่น NINE-1 เทคโนโลยี Hybrid driver ประกอบด้วย Dynamic Driver ขนาด 9.25 mm […]

from:https://www.iphonemod.net/fender-nine-1-headphone-review.html

โฆษณา

สื่อระดับโลก ! พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า Samsung Galaxy Fold ใช้แค่ 2 วันเจ๊ง!!

แม้จะยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่ทาง Samsung ก็เริ่มออกมาเขย่าตลาดสมาร์ทโฟนอีกครั้งด้วยโทรศัพท์ที่บิดพับได้เครื่องแรกในชื่อ Galaxy Fold ทว่าประเด็นอยู่ที่สื่อทั้งหลายที่ซัมซุงส่งตัวอย่างเครื่องไปให้รีวิวล่วงหน้านั้นต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าหน้าจอมีปัญหาค่อนข้างมาก แถมยังหักพังคามือหลังทดลองใช้แค่ไม่กี่วัน

ทางตัวแทนสำนักข่าวไอทีชื่อดัง The Verge รายงานว่า ยักษ์ใหญ่ด้านไอทีสัญชาติเกาหลีใต้นี้ได้ส่งเครื่อง Galaxy Fold มาให้รีวิว ซึ่งพบว่าหน้าจอพังหลังใช้งานแค่วันเดียว โดยก่อนหน้านั้นเขาพบรอยยับของหน้าจอตามที่เคยมีคนร่ำลือกันไว้ แต่ก็พยายามมองข้ามไปไม่ได้ใส่ใจ

แต่สักพักก็พบรอยนูนเหมือนฟองอากาศผุดดันหน้าจอเป็นจุดๆ แล้วก็ปริแตกออกมาในที่สุด ทั้งนี้ The Verge ยืนยันว่าเขาไม่ได้ใช้งานสมาร์ทโฟนพับหน้าจอนี้อย่างพิเรนหรือพิสดารอะไรเลย แค่ทดสอบตามวิธีเดียวกันกับโทรศัพท์แบรนด์อื่นที่เคยมีส่งมาให้รีวิวเท่านั้น

ส่วนสื่ออื่นที่คอมเพลนแบบเดียวกันได้แก่ CNBC ที่พบหน้าจอติดๆ ดับๆ หลังใช้ไปแค่ 2 วัน ขณะที่ Bloomberg ระบุว่าเครื่องที่ได้รับพังภายในสองวันด้วยเช่นกัน แต่โดยเฉพาะอย่างนาย Gurman ที่ดันลอกตัวพลาสติกปิดหน้าจอด้วยความรู้สึกว่าน่าจะลอกออกได้ (แต่จริงๆ ซัมซุงไม่ได้ให้ลอกออก) จึงทำให้เครื่องพัง

ที่มา : Ibitimes

from:https://www.enterpriseitpro.net/samsung-galaxy-fold-smartphones-already-breaking-after-only-2-days-of-use/

รีวิว Galaxy A30 และ Galaxy A50 สมาร์ทโฟนระดับกลางสุดคุ้มค่า จอ Infinity-U ขนาด 6.4 นิ้วดีไซน์สวยมีเลนส์ Ultra Wide ถ่ายได้ 123 องศา แบต 4,000 mAh ใช้พอร์ต USB-C รองรับชาร์จเร็วเริ่มต้นแค่ 7,290 บาท

หลังจากที่ Samsung ได้ฉลอง 10 ปีสมาร์ทโฟน Galaxy S ที่เป็นรุ่นแฟลกชิปด้วยการเปิดตัว Galaxy S10e,Galaxy S10 และ Galaxy S10+ และวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งได้กระแสตอบรับเป็นอย่างดี และล่าสุดเมื่อเร็วๆนี้ก็ได้นำสมาร์ทโฟน Galaxy A Series รุ่นใหม่บุกตลาดในประเทศไทยตามมาติดๆโดยเปิดตัวพร้อมกัน 4 รุ่น ได้แก่ Galaxy A10, Galaxy A20, Galaxy A30 และ Galaxy A50 แต่ดูเหมือน Galaxy A30 กับ Galaxy A50 จะได้รับความสนใจมากกว่ารุ่นน้อง เพราะถือว่ามากับสเปกที่คุ้มค่า ในราคาที่ไม่สูงจนเกินไป เมื่อเทียบกับ Galaxy A Series ที่เคยทำตลาดในปีที่แล้วหรือก่อนหน้านั้น เพราะฉะนั้น เราจึงหยิบ Galaxy A30 และ Galaxy A50 มารีวิวการใช้งานไปพร้อมกัน ถ้าใครยังไม่ได้ชมพรีวิวดูได้ก่อนที่นี่

Galaxy A30 และ Galaxy A50 มีดีไซน์ที่คล้ายกันมาก โดยเฉพาะจอแสดงผลแบบ Infinity-U ขนาด 6.4 นิ้วทนทานด้วยกระจก Gorilla Glass 3 ด้านหลังเป็นพลาสติกดีไซน์แบบกระจกสวยงามทำให้พื้นผิวสะท้อนแสงแบบมีมิติซึ่ง Samsung มีชื่อเรียกว่า Glasstic ขนาดบอดี้ก็เท่ากัน อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 รุ่น ยังมองเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน เมื่อพลิกไปดูที่ด้านหลัง

ในส่วนของกล้องหลัง ซึ่ง Galaxy A30 ติดตั้งมาให้ 2 ตัว แต่ Galaxy A50 มีกล้องหลัง 3 ตัว และ A30 มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ที่ด้านหลัง ซึ่งหาไม่พบใน A50 เพราะถูกซ่อนไว้ใต้จอแสดงผล

จอแสดงผลของทั้ง 2 รุ่น ใช้สเปกเดียวกัน มากับจอ Super AMOLED ความละเอียด Full HD+ (1080 x 2340 พิกเซล) ขนาด 6.4 นิ้ว ขอบจอบางเฉียบด้วยดีไซน์ Infinity-U มีรอยบากคล้ายรูปตัวยูสำหรับวางกล้องเซลฟี่ ทั้งสีสันและขนาด บอกได้เลยว่าเหมาะสำหรับการรับชมคอนเท้นต์วีดีโอเป็นอย่างยิ่ง 

ลำโพงสนทนาถูกวางไว้จนชิดขอบบนสุด (อยู่เหนือกล้องเซลฟี่) 

ใต้จอแสดงผลของ Galaxy A50 มีการติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบออปติคอล จึงรองรับฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ ขณะที่ Galaxy S10 กับ S10+ มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้จอแสดงผลเช่นกัน แต่ใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียงอัลตร้าโซนิค 

Galaxy A30 ไม่รองรับการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ แต่ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาให้ที่ด้านหลัง อย่างไรก็ตาม Galaxy A30 ยังมีฟีเจอร์ Face Unlock หรือ ปลดล็อคด้วยการสแกนใบหน้า แบบเดียวกับ Galaxy A50

นอกจากตำแหน่งของเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ อีกจุดที่ทำให้สมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่น แตกต่างกันก็คือ กล้องด้านหลัง Galaxy A30 มีกล้อง 2 ตัว ส่วน Galaxy A50 มีกล้อง 3 ตัว

อย่างที่บอกไปแล้วว่า Galaxy A30 และ Galaxy A50 มีมิติตัวเครื่องเท่ากัน ดังนั้น ทั้งคู่จึงมีส่วนขอบที่บางเท่ากัน 7.7 มิลลิเมตร โดยติดตั้งปุ่มปรับระดับเสียง กับปุ่มเพาเวอร์ไว้ทางซ้ายของจอแสดงผล

อีกข้างหนึ่งมีถาดใส่การ์ดแบบ 3 ช่อง สามารถใส่ซิมการ์ดได้พร้อมกัน 2 ซิม แบบนาโน และวางการ์ด MicroSD ได้อีก 1 ช่อง รองรับความจุสูงสุด 512GB

ด้านบนฝังไมโครโฟนตัวที่สองมาให้ด้วย ช่วยในการตัดเสียงรบกวนรอบข้าง

ด้านล่างประกอบไปด้วยช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร, พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C, ไมโครโฟน และ ลำโพง ความน่าสนใจอยู่ที่พอร์ต USB Type-C ซึ่งหาได้อยากในสมาร์ทโฟนที่มีราคาไกล้เคียงกัน และนั่นทำให้สมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่น สนับสนุนเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 

Galaxy A30 และ Galaxy A50 มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 4,000 mAh (เท่ากันทั้ง 2 รุ่น) ซึ่งถือว่ามีความจุเยอะพอสมควรหมดปัญหาการดูหนัง ฟังเพลงหรืแเล่นเกมส์ต่อเนื่องานๆไปได้ เมื่อเทียบกับความบาง 7.7 มิลลิเมตรของด้านข้าง อีกทั้งยังสนับสนุนเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 15W ผ่านพอร์ต USB Type-C ที่นิยมใช้ในสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆในปีนี้ ขณะที่หลายแบรนด์ยังเลือกใช้แบบเก่าอยู่

กล้องเซลฟี่ของทั้ง 2 รุ่น ใช้กล้องตัวเดียวเหมือนกัน แต่ความละเอียดแตกต่างกัน Galaxy A30 มีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง F2.0 ส่วน Galaxy A50 มีความละเอียด 25 ล้านพิกเซล รูรับแสง F2.0 

ถึงแม้กลองเซลฟี่ของทั้งคู่จะมีความละเอียดไม่เท่ากัน แต่มีโหมดถ่ายภาพเหมือนกัน รองรับฟีเจอร์ Live Focus สำหรับละลายฉากหลัง พร้อมลูกเล่นเพิ่มเติมที่ช่วยเพิ่มความสนุกให้ภาพถ่าย อย่างการแต่งภาพด้วย AR Sticker ก็มีให้เลือกหลายแบบ และสามารถถ่ายวีดีโอในระดับ Full HD นอกจากนี้ กล้องเซลฟี่ของทั้ง 2 รุ่น ยังช่วยสแกนใบหน้าเพือปลดล็อคสมาร์ทโฟนได้ด้วย

มาถึงกล้องด้านหลังที่ทำให้ Galaxy A30 กับ Galaxy A50 มีความแตกต่างกันชัดเจน เนื่องจาก Galaxy A30 ได้รับกล้องคู่หลัง ประกอบด้วยกล้องหลัก 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง F1.7 วางคู่กับกล้องมุมกว้าง Ultra Wide ให้มุมมองกว้างถึง 123 องศา ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง F2.2

ภาพถ่ายจากเลนส์หลัก
ภาพจากเลนส์มุมกว้าง 123 องศา

สำหรับ Galaxy A50 มีกล้องหลัง 3 ตัว เริ่มที่กล้องหลัก 25 ล้านพิกเซล รูรับแสง F1.7 กล้องมุมกว้าง Ultra Wide ให้มุมมองกว้างถึง 123 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง F2.2 และเพิ่มกล้อง Depth Camera สำหรับจับระยะชัดลึก ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง F2.2

โหมดถ่ายภาพจากกล้องหลังของทั้งคู่ มีฟีเจอร์ที่ช่วยให้สลับการใช้งานระหว่างกล้องหลักกับกล้องมุมกว้าง พร้อมด้วยเทคโนโลยี AI ที่ช่วยให้กล้องระบุวัตถุหรือฉากหลังที่กำลังจะถ่ายภาพได้ และช่วยปรับค่ากล้องให้อัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพอาหาร, คน, ดอกไม้, สุนัข, ต้นไม้, ภูเขา, ชายหาด, พระอาทิตย์ตก, น้ำตก, เวลากลางคืน และฉากอื่นๆ อีกประมาณ 20 ประเภท

นอกจากนี้ยังมีโหมด Live Focus มาให้เหมือนกัน ถึงแม้ Galaxy A30 จะไม่มีกล้อง Depth Camera แต่ก็สามารถละลายฉากได้ด้วยซอฟต์แวร์ และยังมีโหมดโปร สามารถปรับค่าความไวแสง, สมดุลสีขาว และ ค่าชดเชยแสง

จะเห็นว่ากล้องหลังของ Galaxy A30 และ Galaxy A50 มีกล้องหลักกับกล้องมุมกว้างเหมือนกัน ถึงแม้ความละเอียดของรุ่นพี่จะมากกว่า แต่นั่นก็ทำให้สมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่น รองรับการถ่ายภาพด้วยฟีเจอร์หรือโหมดการใช้งานกล้องแบบเดียวกัน แต่แน่นอนว่าผลลัพธ์ที่ได้ย่อมแตกต่างกัน โดยเฉพาะการถ่ายภาพในโหมด Live Focus เนื่องจาก Galaxy A50 มีกล้อง Depth Camera มาให้ด้วย จึงสามารถวิเคราะห์ฉากหลังได้แม่นยำกว่า

ประสิทธิภาพภายในแยกทั้งคู่ให้ห่างกัน Galaxy A30 มากับชิปประมวลผล Exynos 7904 (1.8GHz Dual Core + 1.6GHz Hexa Core) ความจำ RAM 4GB จับคู่กับ ROM 64GB ขณะที่ Galaxy A50 ได้รับชิปประมวลผล Exynos 9610 (2.3GHz Quad Core + 1.7GHz Quad Core) ความจำ RAM 6GB จับคู่กับ ROM 128GB 

ระบบปฎิบัติการ Android 9.0 และ One UI 1.1 เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด

ดูเหมือน Galaxy A50 จะได้เปรียบเรื่องชิปประมวลผล แต่การใช้งานจริง Galaxy A30 ก็ตอบสนองการเล่นเกมได้น่าพอใจ อย่างไรก็ตาม ส่วนที่ทำให้ Galaxy A50 เหนือกว่าจริงๆ ก็คือความจุในตัว ที่มีพื้นที่มากกว่าถึง 2 เท่า จึงสามารถติดตั้งเกมใหญ่ๆ ได้เยอะกว่า สามารถเล่นเกมยอดฮิตอย่าง PUBG หรือ ROV ได้ลื่นถึง 60 FPS เลยทีเดียว

สรุปแล้ว ถ้ามองในเรื่องของจุดเด่นที่ Samsung นำเสนอมากับ Galaxy A30 และ Galaxy A50 จะเห็นว่าทั้งคู่ มีความโดดเด่นที่ดีไซน์สวยงาม งานประกอบเทียบเท่าสมาร์ทโฟนระดับเรือธงได้เลย และยังมากับหน้าจอดีไซน์ใหม่ Infinity-U ที่ทำให้จอแสดงผลมีพื้นที่กว้างมากขึ้น และยังแสดงภาพได้อย่างคมชัด ดังนั้นใครที่กำลังติดตามรายการทีวีออนไลน์ จะไม่ผิดหวังหากเลือกซื้อ Galaxy A30 ราคา 7,290 บาท หรือ Galaxy A50 ราคา 11,490 บาท

แต่ในความเหมือนก็มีรายละเอียดที่แตกต่างกัน Galaxy A50 ตอบสนองการถ่ายภาพในโหมด Live Focus ได้ดีกว่า ประสิทธิภาพด้านชิปประมวลผลและความจำเหนือกว่า พร้อมรองรับเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือบนจอแสดงผล แต่ก็ต้องตอบคำถามตัวเองด้วยว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ตอบโจทย์การใช้งานของตัวเองหรือไม่ และคุ้มค่าหรือไม่ที่จะจ่ายเงินเพิ่มอีก 4,200 บาท  โดยราคาของ Galaxy A30 อยู่ที่ 7,290 บาท ส่วนรุ่นยอดนิยม Galaxy A50 อยู่ที 11,490 บาทเท่านั้น ปิดท้ายด้วยตัวอย่างภาพถ่ายจากทั้ง 2 รุ่นจากประเทศญี่ปุ่น 

ตัวอย่างภาพถ่ายด้วย Galaxy A30

ตัวอย่างภาพถ่ายด้วย Galaxy A50

from:https://www.flashfly.net/wp/248561

Review – Dell G7 15 7590 โน้ตบุ๊คเล่นเกมการ์ดจอ RTX 20 Series รุ่นแรกของ Dell ดีไซน์ใหม่จอ 144Hz

Dell G7 15 7590 ปี 2019 รุ่นต่อยอดมาจาก Dell G7 15 7588 ซึ่งเป็น Gaming Notebook ดีไซน์การมีการปรับใหม่ให้ดูสวยงามเฉียบเรียบยิ่งขึ้น มิติตัวเครื่องดูเล็กกระชับลงจากการที่ขอบหน้าจอบางลงตามเทรนด์ของ Notebook ปี 2019 มาพร้อมสีเทาที่ดูเข้มหน่อยสไตล์แบบทูโทน ที่บอกได้เลยว่าดูหรูหรามากๆ ตามมาตรฐานของ Dell ที่หลายๆ คนชื่นชอบกันอยู่แล้ว วัสดุหลักๆ ก็เป็นอะลูมิเนียม ที่มีงานประกอบที่แน่นหนา รวมไปถึงระบบระบายความร้อนก็ได้มีการปรับปรุงใหม่ให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย เป็นแบบโชว์โปร่งใสสีฟ้าดูดีทีเดียว

สำหรับสเปกหลักๆ ใช้ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i Gen 8 อย่าง i7-8750H ใส่แรมมาขนาด 16GB รวมไปถึงสนับสนุนการใช้งานทั้งฮาร์ดดิสก์ปกติ 2.5″ และ SSD M.2 NVMe ตามมาตรฐาน ที่สำคัญการ์ดจอเป็น RTX 2060 และ RTX 2070 Max-Q ที่ต้องบอกว่าสมกับการรอคอยของหลายๆ คน นอกเหนือจากนั้นเรื่องของสเปกหน้าจอก็โดดเด่น ขนาด 15.6″ ความละเอียด Full HD  พาเนล IPS ที่ 144Hz โดยแบ่งออกเป็น 2 รุ่น สนนราคาที่ 59,990 และ 69,990 บาท

from:https://notebookspec.com/review-dell-g7-15-7590-gaming-notebok-rtx-20-series/478172/

รีวิว iPad mini 5 พกง่าย ทรงพลัง ใช้งานสะดวก ราคาเอื้อมถึง

Ipad Mini 5 ReviewApple ได้เปิดขาย iPad mini 5 ในไทยอย่างเป็นทางการแล้ว หลายคนอาจจะยังชั่งใจและหาข้อมูลอยู่ว่า iPad mini 5 จะตอบโจทย์การใช้งานได้ดีหรือไม่ เหมาะกับการใช้งานของเรารึเปล่า มาดูรีวิวกันเลย iPad mini 5 iPad mini 5 เป็น iPad รุ่นที่ผู้ชื่นชอบ iPad จอเล็กรอคอยกันมานาน โดยหลังจาก Apple เปิดขาย iPad mini 4 ในปี 2015 นี่ก็ผ่านมา 4 ปีแล้ว… ก็ได้ฤกษ์ที่ Apple เปิดขาย iPad mini 5 สักที ที่ถึงแม้ภายนอกจะไม่เปลี่ยนแปลงมาก (นับตั้งแต่ iPad mini รุ่นแรก) แต่สเปคภายในจัดเต็มมากพอสมควร iPad mini 5 รุ่นที่เราได้มารีวิวนี้เป็นรุ่น Wi-Fi อย่างเดียวเพราะตอนนี้ Apple […]

from:https://www.iphonemod.net/ipad-mini-5-review.html

Review – Huawei MateBook 13 สเปก Core i + MX150 เริ่มต้น 29,990 บาท พร้อมชิงตลาด Ultrabook เน้นคุ้มค่า

ก่อนหน้านี้ Huawei ประเทศไทยได้ส่ง MateBook X Pro ที่เป็น Ultrabook ระดับสูงในปีที่ผ่านมานั้น พร้อมท้าชนกับรรดาเจ้าตลาดแบรนด์ต่างๆ แน่นอนว่าสำหรับผู้บริโภคอย่างเราๆ ก็จะมีตัวเลือกที่มากขึ้น และล่าสุดในงานเปิดตัวมือถือเรือธง Huawei P30 Series ในไทย ก็ได้มีการเปิดตัวพร้อมวางจำหน่าย Huawei MateBook 13 ไปด้วย จัดว่าเป็น Ultrabook ราคาคุ้มค่าเริ่มต้นเพียง 29,990 บาท แต่ได้สเปดจัดเต็ม

โดย MateBook 13 เป็นรุ่นรองของ MateBook X Pro (จอ 13.9″) แต่ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ด้วยดีไซน์การออกแบบที่ดูสวยงามพรีเมียม ซึ่งเป็นหน้าจอขนาด 13″ รองรับความละเอียดที่ระดับ 2160 x 1440 พิกเซล ที่มีอัตราส่วน 3 : 2 น้ำหนักตัวเครื่องก็จะอยู่ที่ 1.28 กิโลกรัม มีความบางเพียง 14.9 มิลลิเมตร ได้สเปกเป็น Core i Gen 8 ทั้ง Core i5-8265U / Core i7-8565U พร้อมมีการ์ดจอแยก MX150 ที่พอจะเล่นเกมได้ลื่นไหลทีเดียว

from:https://notebookspec.com/review-huawei-matebook-13-ultrabook-2019/477483/

รีวิวแกะกล่อง iMac 2019 รุ่นหน้าจอ 4K ขนาด 21.5 นิ้ว ซีพียู i5 แบบ 6-core

Imac 2019 4k Unbox Review Coverเมื่อวันที่ 19/03/2019 Apple เปิดตัว iMac (21.5″, 27″) ใหม่มาพร้อม Intel รุ่นที่ 9 แบบ 8-Core, RAM สูงสุด 64GB, รองรับกราฟิก Radeon Pro Vega ราคาเริ่มต้นที่ 44,900 บาท วันนี้เรามาดูเครื่องจริงพร้อมกันสำหรับรุ่นเริ่มต้นนี้จะพอใช้งานไหมพร้อมกับชมคำแนะนำเพิ่มเติมว่าจะเลือกซื้อ iMac รุ่นไหนดี รีวิวแกะกล่อง iMac 2019 รุ่นหน้าจอ 4K ขนาด 21.5 นิ้ว ซีพียู i5 แบบ 6-core ก่อนชมสเปคของเครื่องรุ่นนี้ไปชมฟีเจอร์หลัก ๆ ที่เปลี่ยนใน iMac 2019 กันก่อน หน้าจอ Retina Display ความละเอียดสูงสุด 5K สีสันมากถึง 1 พันล้านสี และความสว่าง 500 นิต เร็วแรงยิ่งกว่าเดิม ด้วยโปรเซสเซอร์ Intel Core […]

from:https://www.iphonemod.net/review-unbox-imac-2019-4k-21-5-inch-i5-6core.html