คลังเก็บป้ายกำกับ: REVIEW

Review – HP ENVY 13 สเปก i5-10210U + MX250 เบา 1.17 โล ฟีเจอร์ความปลอดภัยจัดเต็ม เหนือชั้นกว่า

อีกหนึ่งโน้ตบุ๊คบางเบา หรือ Ultrabook ที่มีความน่าสนใจมากๆ กับ HP ENVY 13 สเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 ที่พร้อมความพรีเมียมหรูหรา และฟีเจอร์ความปลอดภัยจัดเต็ม ได้ความบางและเบามากๆ เพียง 14.7 มิลลิเมตรและน้ำหนักเพียง 1.17 กิโลกรัมเท่านั้น นับได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอ 13.3″ ของ HP ที่เบาและบางที่สุดก็ว่าได้ ส่วนตัวคีย์บอร์ดนั้นก็ได้รับการปรับดีไซน์ใหม่ให้ส่วนลำโพงเป็น Bang & Olufsen ที่จัดว่าคุณภาพเสียงดีกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไป ที่สำคัญคราวนี้ให้ลำโพงมาถึง 4 ตัว (เหนือแป้นคีย์บอร์ด 2 และใต้ตัวเครื่องอีก 2) แบบเดียวกับ Spectre ซึ่งเป็นรุ่นท็อปกว่า

HP ENVY 13 มี 2 สเปกให้เลือกคือรุ่น Core i5-10210U หรือ Core i7-10510U มาพร้อมกับชิปกราฟิก NVIDIA GeForce MX250 ที่มห้ประสิทธิภาพแรงพอๆ กับ GTX 950M ทำให้เล่นเกม 3 มิติ ที่ไม่ว่าจะเป็นออฟไลน์ ออนไลน์ ได้ลื่นในระดับนึงทีเดียว สำหรับสเปกอื่นๆ ก็ยังติดตั้งแรมขนาด 8GB DDR4 และที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB เป็นมาตรฐาน โดยหน้าจอเป็นความละเอียด Full HD ที่ได้พาเนล IPS คุณภาพสูง แน่นอนว่ามี Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที ส่วนการรับประกัน 2 ปีแบบ On-site Service ตามมาตรฐานของ HP ที่ทุกคนมั่นใจได้

from:https://notebookspec.com/review-hp-envy-13-i5-10210u-mx250/516150/

Unboxing : พรีวิวแกะกล่อง HUAWEI P40 Pro เรือธงกล้อง DxOMark อันดับ 1 ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง

 

เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับ HUAWEI P40 Series สมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นใหม่ในตระกูล P Series ที่ประกอบด้วย HUAWEI P40, HUAWEI P40 Pro และ HUAWEI  P40 Pro+

โดยมาพร้อมดีไซน์โฉมใหม่ล้ำสมัย และนวัตกรรมกล้องถ่ายภาพที่เหนือระดับกว่าเดิม เพิ่มความเป็นไปได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดให้กับการถ่ายภาพและการถ่ายวิดีโอด้วยสมาร์ตโฟน

ซึ่งรุ่นที่ทางทีมงาน MobileOcta ได้มาพรีวิวแกะกล่องให้ชมกันก่อนคือ HUAWEI P40 Pro ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์แบบพรีเมี่ยม, หน้าจอแสดงผลแบบ Quad-Curve Overflow Display ที่มีอัตรารีเฟรชเรท 90Hz, กล้องหลัง Ultra Vision Leica Quad Camera และกล้องหน้าคู่ Dual In-Display Camera

รวมทั้งใช้ชิปเซ็ท Kirin 990 5G และรองรับเชาร์จเร็วแบบ 40W HUAWEI SuperCharge และชาร์จไร้สาย 40W Wireless SuperCharge เป็นรุ่นแรกของโลกอีกด้วย

 

Huawei P40 Pro

สเปคเบื้องต้น  HUAWEI P40 Pro

ขนาด 158.2 x 72.6 x 8.95 มม.
น้ำหนัก 209 กรัม
หน้าจอ HUAWEI Quad-Curve Overflow Display แบบ Flex OLED ความละเอียด2640 x 1200 พิกเซล (ความหนาแน่น 441 ppi) ขนาด 6.58 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.8:9 และมีอัตรารีเฟรชเรทที่ 90Hz
หน่วยประมวลผล ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.86GHz โดยใช้ชิปเซ็ท HUAWEI Kirin 990 5G และหน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G76
RAM 8GB
หน่วยความจำภายในเครื่อง 256GB
microSD Card แบบ NM SD Card สูงสุด 256GB
กล้องถ่ายภาพ กล้องหลัง 4 ตัว Ultra Vision Leica Quad Camera ประกอบด้วย

  • กล้องหลัก Ultra Vision Camera (เลนส์ Wide Angle) ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง f/1.9 และระบบกันสั่น OIS
  • กล้องตัวที่ 2 Cine Camera (เลนส์ Ultra Wide Angle) ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
  • กล้องตัวที่ 3 SuperSensing Telephoto Camera ความลละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/3.4 และระบบกันสั่น OIS
  • กล้องตัวที่ 4 3D Depth Sensing Camera พร้อมระบบกันสั่น OIS+AIS

กล้องหน้าเซลฟี่คู่ Dual In-Display Camera โดยกล้องหลักความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 ส่วนกล้องรองเลนส์ Depth Camera รองรับการปลดล็อคเครื่องด้วยใบหน้า และรองรับการถ่ายวิดีโอ 4K 60fps

ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย EMUI 10.1
เชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/ax, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.1, NFC, พอร์ตอินฟราเรด และพอร์ต USB Type-C
รองรับระบบ 4G : LTE band 1(2100), 2(1900), 3(1800), 4(1700/2100), 5(850), 6(900), 7(2600), 8(900), 9(1800), 12(700), 17(700), 18(800), 19(800), 20(800), 26(850), 28(700), 32(1500), 34(2000), 38(2600), 39(1900), 40(2300), 41(2500)

5G : 5G band 1(2100), 3(1800), 28(700), 38(2600), 41(2500), 77(3700), 78(3500), 79(4700); SA/NSA

แบตเตอรี่ 4200mAh รองรับชาร์จเร็ว HUAWEI Super Charge 40W, ชาร์จเร็วแบบไร้สาย Wireless Charging 27W และชาร์จเร็วแบบย้อนกลับ Reverse Wireless Charging 27W
สี/ ราคา Silver Frost, Blush Gold, Deep Sea Blue, Ice White, Black ราคา XX,XXX บาท

บรรจุภัณฑ์ / อุปกรณ์ภายในกล่อง

 

กล่องแพ็คเกจจิ้งของ HUAWEI P40 Pro เป็นกล่องกระดาษแข็งมาในโทนสีขาว ด้านหน้ากล่องเริ่มจากด้านบนมีโลโก้ HUAWEI ถัดลงมาตรงกลางมีชื่อ พร้อมข้อความ Co-Engineered With Leica ที่ร่วมพัฒนากล้องกับ Lecia เหมือนเดิม และด้านล่างมีข้อความ Explore It On App Gallery ซึ่งสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันต่างๆ ได้จาก AppGallery 

สำหรับอุปกรณ์ภายในกล่อง (เครื่องขายจริง) ประกอบด้วย

1.ตัวเครื่อง HUAWEI P40 Pro

2.สายชาร์จ USB Type-C

3.อะแดปเตอร์ชาร์จไฟ HUAWEI Super Charge

4.อุปกรณ์เปิดถาดซิมการ์ด

5.ชุดหูฟังแบบ USB Type-C

6.เคส + ฟิลม์กันรอย

7.คู่มือการใช้งานฉบับย่อ + ใบรับประกันสินค้า

รูปลักษณ์ดีไซน์

 

ตัวเครื่อง HUAWEI P40 Pro มาในดีไซน์พรีเมี่ยม ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากความงามและรูปทรงของสายน้ำไหล โดยใช้วัสดุที่ทำจากโลหะครอบทับด้วยกระจกขอบโค้งทั้ง 4 ด้านสวยหรู

หน้าจอแสดงผลเป็นจอ Curve-Overflow Display ขอบโค้งทั้ง 4 ด้าน และมีขอบจอที่บางเฉียบ ขอบบน 2.65 มม. และขอบล่างแค่ 3.35 มม. เท่านั้น ส่วนหน้าจอเป็นแบบ Flex OLED ความละเอียด 2640 x 1200 พิกเซล (441 ppi) ขนาด 6.58 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.8:9, รองรับ DCI-P3, HDR10 และมีอัตรารีเฟรชเรทที่ 90Hz

โดยมุมซ้ายด้านบนเจาะรูสำหรับฝังกล้องเซลฟี่คู่ Dual In-Display Camera โดยกล้องหลักความละเอียด 32 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องรองเลนส์ Depth Camera

พลิกมาด้านหลัง ซึ่งเครื่องที่ได้มาพรีวิวเป็นสี Silver Frost หรือสีเงิน ที่มีผิวสัมผัสที่ด้านและเงาช่วยเน้นความรู้สึกลึกล้ำที่เผยให้เห็นความสง่างามและความสงบ

โดยมุมซ้ายด้านบนติดตั้งกล้อง 4 ตัว Ultra Vision Leica Quad Camera พร้อมไฟแฟลชคู่ Dual LED และมุมซ้ายด้านล่างมีโลโก้ตัวอักษร HUAWEI

ด้านซ้ายข้างเครื่องมีแถบเส้นเสาอากาศรับสัญญาณ

ด้านขวามีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง กับปุ่ม Power สำหรับเปิดปิดเครื่อง และแถบเส้นเสาอากาศรับสัญญาณ 2 เส้น

ด้านบนมีช่องไมโครโฟนตัดเสียง, พอร์ตอินฟราเรด และแถบเส้นเสาอากาศรับสัญญาณ 2 เส้น

ด้านท้ายเครื่องมีช่องสำหรับใส่ SIM Card ซึ่งรองรับ 2 SIM โดยช่องแรกรองรับ SIM Card แบบ nanoSIM ส่วนอีก 2 ช่องเลือกได้ระหว่าง SIM Card แบบ nanoSIM หรือการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ NM SD Card และรองรับ e-SIM ด้วย,  ช่องไมโครโฟน, พอร์ต USB Type-C, ช่องลำโพงเสียง และแถบเส้นเสาอากาศรับสัญญาณ 2 เส้น

ทั้งนี้ HUAWEI P40 Pro ที่ทาง HUAWEI ประเทศไทยนำเข้ามาจำหน่ายในบ้านเรา มีให้เลือก 3 สีด้วยกันคือ สีทอง Blush Gold, สีน้ำเงิน Deep Sea Blue และสีเงิน Silver Frost และในส่วนของคุณสมบัติการใช้งานต่างๆ ของเครื่องรุ่นนี้ รวมถีงราคา และโปรโมชั่นนั้น สามารถติดตามได้ในรีวิวฉบับเต็มเร็วๆ นี้ครับ

 

from:http://mobileocta.com/unboxing-preview-huawei-p40-pro/

รีวิวลองใช้ ASUS ROG Zephyrus GA502DU โน๊ตบุ๊คจอ 240Hz เกมมิ่งกึ่งทำงาน ตัวแรงเครื่องเท่และเสียงเทพ แต่ราคาสุุดประหยัด!

ASUS ROG Zephyrus GA502 คือซีรี่ย์โน๊ตบุ๊คกลิ่นอายเกมมิ่ง ที่ทาง ASUS ROG ก็หันมาให้ความสำคัญกับชิปเซ็ตของทาง AMD ด้วยอีกเจ้า ซึ่งถือว่าเป็นไปตามกระแสความนิยมแหละครับเพราะตอนนี้ AMD ยิ่งทำยิ่งมาแรงจริงๆ

โดย ASUS ได้ตัดสินใจใช้ CPU Ryzen 7 3750H หน่วยประมวลผลตัวแรงของ AMD ที่สามารถทำราคามาได้เบากว่าทาง Intel เยอะมาก ทำให้ราคาเครื่องของ ROG Zephyrus GA502D  ประกาศออกมาในราคาประมาณสามหมื่นกว่าบาทเท่านั้นเองครับ



เป็นราคาที่เมื่อมองจากประสิทธิภาพแบบระดับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คตัวแรง จากการทำงานร่วมกันของหน่วยประมวลผล AMD Ryzen 7 และการ์ดจอของทาง Nvidia GTX 1660 Ti ที่ใส่เข้ามาให้ด้วย ใช้แรม DDR4 8GB และ SSD 512 ฌฺโดยรุ่นที่ผมได้มาลองใช้งานนั้น จะเป็น ROG Zephyrus GA502DU ตัวใหม่สุด ที่มีการใส่หน้าจอรีเฟรทเรท 240Hz เข้ามาให้ครับ แต่แม้อย่างนั้นแล้ว ราคาเครื่องรุ่นนี้ก็ยังอยู่ในกรอบสามหมื่นกว่าบาทอยู่ดีครับ ^^

ดูจากสเปคแล้วก็ต้องบอกว่าเป็นสเปคระดับเกมมิ่งเต็มตัว หน้าตาตัวเครื่องมันก็มีลักษณะออกไปทางนั้นอยู่เหมือนกันครับ แต่ก็ไม่ได้สุดซะทีเดียว เพราะทาง ASUS ได้วางเจ้าเครื่องนี้ไว้ในกลุ่ม TuF ด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ทำมาให้เหมาะสมสำหรับทั้งการเล่นเกมและการทำงานในเครื่องเดียวกัน



ฉะนั้นสีสันความเป็นเกมมิ่งของเครื่อง ASUS ROG Zephyrus GA502DU จะมีแค่พอประมาณ ใช้สีเข้ม เนื้อโลหะปัดลายเส้น มีการออกแบบที่ดูดุดันแต่ไม่ฉูดฉาด ตัวเครื่องไม่หนาซึ่งถือว่าบางเลยละครับสำหรับเครื่องเกมมิ่ง 19.9 มิลลิเมตร พอร์ทเชื่อมต่อมีครบพร้อม LAN ตัวคีย์บอร์ดมีการวางเลย์เอาท์เพื่อใช้ในงานพิมพ์ ไม่ได้เพิ่มความฉูดฉาดแบบสายเกมมิ่ง มีเพียงแค่มาร์คเล็กๆ บนปุ่ม “W” เอาไว้ให้ปลายนิ้วรับรู้เป็นพิเศษเล็กน้อยเท่านั้น




แต่มีคีย์ลัดสำหรับเกมเมอร์ที่น่าจะใช้งานบ่อยๆ ^^ มีปุ่มปรับสปีดของระบบและตัวพัดลมระบายความร้อน และปุ่มสำหรับการเข้าถึงโปรแกรมการจัดการเครื่อง Armoury Crate ในคลิ๊กเดียว

Armoury Crate เอาไว้ดูพาร์ทการทำงานต่างๆ ของเครื่องเราได้ทั้งหมดครับ และสามารถปรับตั้งค่าระดับประสิทธิภาพของเครื่องที่เราต้องการใช้งานในขณะนั้นๆ พร้อมมีการออกแบบให้เชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนในระบบ Android และ iOS เพื่อสั่งงานและดูการทำงานของเครื่องแบบเรียลไทม์ได้บนหน้าจอสมาร์ทโฟนโดยตรง




ตัวชาร์จแบตและลายฝาหลังคือสัญลักษณ์ที่บอกถึงความเป็นตัวตนของ ROG ดวงตาสีแดงมีแสงไฟเบาๆ บอกให้รู้ว่านี่คือเครื่องสำหรับคนทำงานที่อาจจะซนไปสักหน่อย ^^ ถ้าคุณเป็นเจ้านายแล้วเผลอ ตอนนี้เขาอาจจะแอบเล่นเกมในเวลาทำงานอยู่ก็ได้ 555

หน้าจอขนาดใหญ่และเป็นชนิด IPS ความคมชัด FullHD แสงสว่างสูง มีความชัดเจนสำหรับการใช้ทำงานและรับชมเอนเตอร์เทนเมนต์ สวยงามครับจอภาพขนาด 15.6 นิ้วตัวนี้ แถมขอบจอบาง ทำให้ ROG Zephyrus GA502DU ตัวนี้ถือเป็นเครื่องโน๊ตบุ๊คสเปคเกมมิ่งจอ 15.6 นิ้วที่ขนาดเล็กมาก และไม่หนักครับ 2.1 กิโลกรัมเท่านั้น

สิ่งที่น่าทึ่งของ ROG Zephyrus GA502DU ก็คือระบบเสียงครับ! ลำโพงสเตอริโอเสียงแน่นพร้อมซัพวูฟเฟอร์ในตัว เสียงกระหึ่มมีทิศทาง และมีน้ำหนักของเสียงในชนิดที่จะประทับใจได้ทันทีที่ลองฟัง

ด้วยหน้าจอที่ใหญ่ และเสียงที่สมจริงของเครื่องเกมตัวนี้ ผมให้คะแนนความดำดิ่งขณะเล่นเกมได้แบบคะแนนเต็มเลย ทิศทางของเสียง ความมีมิติ เนื้อเสียงที่ออกมา เป็นลำโพงระดับเกรด AAA พร้อมความสั่นของวูฟเฟอร์ที่อยู่ในเครื่องเวลากระทบมือ ได้อารมณ์สุดๆ ครับ

หน่วยความจำที่ให้มาเป็น NVMe PCIe SSD ขนาด 512 GB ขณะที่ผมลองใช้งานก็รู้สึกว่าการเปิดปิดโปรแกรมและการโอนถ่ายข้อมูลทำได้เร็วดี นี่คือผลเทสสปีดของ SSD ที่ให้มาในเครื่องครับ เร็วประมาณ 1,000 MB ครับในการเขียนอ่าน

ความแรงระดับนี้สำหรับเรื่องแบตเตอรี่ เราสามารถเลือกได้จากโหมดการทำงาน 4 ระดับที่ ASUS ออกแบบมาให้เราเลือกใช้ โดยในโหมดการใช้งานทั่วไป แบตเตอรี่ของ ROG Zephyrus GA502DU อยู่กับเราได้ประมาณ 6 ชั่วโมงนิดๆ นะครับ แต่ถ้าเอามาเล่นเกมขณะใช้พลังงานจากแบตก็จะสามารถหมดภายใน 3 ชั่วโมงได้เหมือนกันครับ ฉะนั้นถ้าจะเล่นเกมแนะนำหาปลั๊กเสียบไฟด่วน และจะสามารถเปิดโหมดการทำงาน “Turbo” ซึ่งเป็นระบบ ROG Boost ที่ใช้การเร่งไฟให้การ์ดจอ GTX 1660 Ti ให้ไปสุดถึง 1435 MHz ที่ไฟระดับ 60 W ซึ่งเป็นระดับการทำงานสูงสุดของเครื่องได้ด้วย

ทดสอบเล่น Forza ในโหมดภาพแบบ Ultra ของเกม จะมีการแลคให้เห็นก็ต่อเมื่อเจอเทคเจอร์ภาพระดับเผาเครื่องแบบตอนลุยน้ำเท่านั้นแหละครับ ที่เหลือประคองเฟรมเรทได้สบายๆ และถ้าเล่นในระดับภาพปกติบน 60Fps แล้วละก็ ลื่นๆ แทบไม่สะดุดเลยตลอดทริป

ดูน่าใช้มากๆ ครับ มีความแรงของสเปคที่สูง ตัวเครื่องสวย ดูเท่ และมีเอกลักษณ์ ซึ่งแบรนด์นี้ดูดีและเด่นอยู่แล้วด้วยสัญลักษณ์ของ ROG ครับ

หน้าจอสวย รีเฟรชเรทสูง และลำโพงเครื่องระดับเทพของจริง ตัวเครื่องไม่หนาไม่หนัก ถือว่าเป็นเครื่องสเปคเกมมิ่งที่ตัวเล็กเลยครับ พกพาง่าย และที่สำคัญราคาถูกมากกกกกก

ถ้าจะมองหาข้อเสียของเจ้านี้ให้เจอกันจริงๆ ก็คงเป็นเรื่องของการทำงานแบบเต็มประสิทธิภาพ มันจะกินไฟและมีเสียงของลมจากระบบระบายความร้อน ซึ่งก็เป็นข้อเสียปกติของเครื่องโน๊ตบุ๊คเล่นเกมในเวลามันทำงานในระดับสูงสุด จะไม่นับเป็นข้อเสียก็ได้ครับ

ก็เป็นโน๊ตบุ๊คลูกผสม เล่นเกมก็ดีทำงานก็คล่อง ASUS ROG Zephyrus GA502DU ในราคานี้และสเปคแบบนี้ แนะนำกันว่าคุ้มแน่นอนครับ

ข่าว: รีวิวลองใช้ ASUS ROG Zephyrus GA502DU โน๊ตบุ๊คจอ 240Hz เกมมิ่งกึ่งทำงาน ตัวแรงเครื่องเท่และเสียงเทพ แต่ราคาสุุดประหยัด! มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/03/31/review-asus-rog-zephyrus-ga502d.html

Review – Dell Inspiron 13 5391 โน้ตบุ๊คจอ 13.3″ เล็กหรูบางเบา สเปก Core i Gen 10 ราคา 27,990 บาท

Dell Inspiron 13 5391 เป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอ 13.3″ ขอบบางเฉียบ เน้นพกพา ตามสไตล์ของ Ultrabook ปี 2020 ได้สเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 ใหม่ล่าสุด และการ์ดจอแยก GeForce MX250 เป็นโน้ตบุ๊คที่มาพร้อมกับขนาดตัวเครื่องที่เบาสุดๆ ที่ 1.24 กิโลกรัม เล็กกระทัดรัดบางสุดเพียง 14.9 มิลลิเมตร แรมขนาด 8GB DDR4 พร้อม SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB สำหรับความละเอียดหน้าจอก็เป็นพาเนล IPS ระดับ Full HD ให้ภาพคมชัดสวยงามสมจริง พร้อมใช้งานด้วย Windows 10 และมีซอฟต์แวร์ต่างๆ มากมาย

สำหรับคอมพิวเตอร์แบรนด์ Dell ได้รับความน่าเชื่อถือมาอย่างยาวนานและเป็นที่นิยมในการใช้งานกับองค์กรและภาคธุรกิจอย่างมากมาย ทั้งมาตรฐานการบริการ Dell Premium Support และ On-site Service “บริการซ่อมตรงถึงที่ ทุกที่ ในอีก 1 วันทำการ” ถึง 2 ปีด้วยกัน มาพร้อมดีไซน์ที่เรียบๆ แต่แฝงความหรูหรา สนนราคา Dell Inspiron 13 5391 ไม่แพงเลย สำหรับสเปก Core i5-10210U อยู่ที่ 27,990 บาท และรุ่น Core i7-10510U ที่ 30,990 บาท ส่วนสเปกอื่นๆ เหมือนกันทั้งหมด

from:https://notebookspec.com/review-dell-inspiron-13-5391/514842/

Review – Acer Aspire 3 A315-42 สเปกสุดคุ้ม Ryzen 5 3500U + RAM 8GB + SSD 512GB ราคาแค่ 15,990 บาท

Acer Aspire 3 A315-42 จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่หน้าจอ 15.6″ เน้นใช้งานพื้นฐานเหมาะกับนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน ที่เอาไปใช้งานทั่วไปตัวเดียวจบ รองรับงานเอกสาร ความบันเทิง เล่นอินเตอร์เน็ต ดูหนังออนไลน์ หรือเล่นเกมเบาๆ ก็ยังพอได้ โดยในรุ่นที่นำมารีวิวนี้เป็นสเปกราคา 15,990 บาท ที่ใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 3500U พร้อมได้สเปกครบเครื่อง อีกหนึ่งในรุ่นที่น่าสนใจ โดยเป็นโน้ตบุ๊คซึ่งมีความเบาของตัวเครื่อเพียง 1.9 กิโลกรัม ดีไซน์การออกแบบก็มีความสวยงามลงตัว เน้นในเรื่องของความครบครันคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายแล้วสุดๆ

โดยได้สเปกที่ครบครันสุดๆ หน่วยความจำแรมขนาด  8GB DDR4 พร้อม SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB แรงลื่นในตัว (รองรับการอัพเกรด HDD 2.5″ SATA 3 ภายหลัง) ติดตั้งหน้าจอความละเอียด Full HD ที่คมชัด และได้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 ใช้งานทันทีเมื่อเปิดเครื่องครั้งแรก สำหรับเป็นแบบประกัน 2 ปี มีบริการซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมงด้วย ที่บอกเลยว่าราคาถูกคุ้มค่ามากๆ เมื่อเทียบกับสเปกและฟีเจอร์ที่ได้รับกลับมา ซึ่งช่วงนี้มีโปรโมชั่น Cash Back มูลค่า 1,000 บาท ด้วย

 

from:https://notebookspec.com/review-acer-aspire-3-a315-42-ryzen-5-3500u/514490/

รีวิว : realme 6i สมาร์ตโฟนขุมพลัง Helio G80 รุ่นแรกของโลก พร้อมกล้องหลัง 4 ตัว 48MP และรองรับชาร์จเร็ว 18W

 

หลังจากเปิดตัว realme 6 และ 6 Pro สองสมาร์ตโฟนสเปคสุดคุ้มไปเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ล่าสุดทาง realme ได้ส่ง realme 6i น้องเล็กสุดในตระกูล realme 6 Series ออกมาเสริมแกร่งตลาดสมาร์ตโฟนระดับกลางอีกรุ่น โดยมาพร้อมสโลแกน “แรงเต็มขั้น” 

โดยจุดเด่นของ realme 6i คือ เป็นสมาร์ตโฟนรุ่นแรกของโลกที่ใช้ชิปเซ็ท Helio G80, ติดตั้งกล้องหลัง 4 ตัวพลัง AI, แบตอึด 5000mAh รองรับชาร์จเร็ว 18W และดีไซน์ฝาหลังพื้นผิวแบบแมทสวยไม่เหมือนใคร เพื่อไม่ให้เสียเวลา เราไปชมรีวิวเต็มของสมาร์ตโฟนรุ่นนี้กันเลยครับ

 

realme 6i

สเปคเบื้องต้น  realme 6i

 

ขนาด 164.4 x 75.4 x 9 มม.
น้ำหนัก 199 กรัม
หน้าจอ Mini Drop Screen แบบ IPS LCD ความละเอียด HD+ 720 x 1600 พิกเซล ขนาด 6.5 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 และมีสัดส่วนระหว่างหน้าจอกับตัวเครื่องที่ 89.8% และครอบทับด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 3
หน่วยประมวลผล Octa Core ความเร็ว 2.0GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Mediatek Helio G80 (12 nm), หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G52 MC2
RAM 3GB/4GB
หน่วยความจำภายในเครื่อง 64GB/128GB
microSD Card สูงสุด 256GB
กล้องถ่ายภาพ กล้องหลัง 4 ตัว AI Quad Camera ประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์ 6P และรูรับแสง f/1.8 รองรับเทคโนโลยี ‘Quad Bayer’ โดยการรวม 4-in-1 pixel การรวมเม็ดพิกเซลรอบข้าง 4 เม็ดเป็นเม็ดเดียว
  • กล้องตัวที่สองเลนส์ Ultra wide 119° ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.25 สามารถถ่ายภาพมุมกว้างได้ถึง 119 องศา องศา เก็บภาพวิว ทิวทัศน์ ได้กว้างขึ้น 4 เท่า
  • กล้องตัวที่สามเลนส์ Macro ระยะโฟกัส 4 เซนติเมตร ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/2.4
  • กล้องตัวที่สี่เลนส์ Portrait ความละเอียด 2MP รูรับแสง f/2.4 มาพร้อมกับฟิลเตอร์ B&W

รองรับการโฟกัสภาพแบบ PDAF, ฟีเจอร์ Chrome Boost, โหมดถ่ายภาพกลางคืน Super Nightscape, โหมดผิวสวย AI Beauty และฟังก์ชั่น AI Scene Recognition

ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 และรองรับเทคโนโลยี AI Beauty

ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย realme UI
เชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.0, USB Type-C, USB On-The-Go
รองรับระบบ 4G LTE 850/900/1800/2100/2300/2500/2600 MHz และ 3G 850/900/2100 MHz ( 4G และ 3G ทุกเครือข่ายในไทย)
แบตเตอรี่ 5000 mAh รองรับชาร์จเร็ว 18W
ราคา X,XXX บาท

บรรจุภัณฑ์ / อุปกรณ์ภายในกล่อง

 

กล่องบรรจุภัณฑ์ของ realme 6i เป็นกล่องกระดาษแข็งสีเหลืองตามสีโลโก้ ด้านหน้ากล่องมาพร้อมชื่อรุ่นขนาดใหญ่อยุู่ตรงกลาง และโลโก้ realme ตัวเล็กอยู่ด้านล่าง

ส่วนด้านหลังกล่องจะระบุสเปกเด่น 4 อย่างด้วยกันคือ กล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียด 48MP AI Quad Camera, ชิปเซ็ท Helio G80, แบตเตอรี่ความจุ 5,000mAh และรองรับชาร์จเร็ว 18W

อุปกรณ์ภายในกล่องประกอบไปด้วย

 

1.ตัวเครื่อง realme 6i

2.สาย USB Type-C + อะแดปเตอร์ 18W

3.อุปกรณ์เปิดถาดซิมการ์ด

4.เคสซิลิโคนใส

5.คู่มือการใช้งานฉบับย่อ + ใบรับประกันสินค้า

รูปลักษณ์ดีไซน์

 

ตัวเครื่อง realme 6i มีรูปลักษณ์ดีไซน์ที่คล้ายรุ่นพี่อย่าง realme 6 และ 6 Pro ต่างกันที่เป็นจอทรงหยดน้ำ และลายของฝาหลังที่ไม่เหมือนกัน

หน้าจอแสดงผลเป็นจอทรงหยดน้ำ MiniDrop Fullscreen แบบ IPS LCD ความละเอียด HD+ 720 x 1600 พิกเซล ขนาด 6.5 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 และมีสัดส่วนระหว่างหน้าจอกับตัวเครื่องที่ 89.8% และครอบทับด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 3

ในรอยบากทรงหยดน้ำตรงกลางด้านบนมีเลนส์กล้องเซลฟี่ความละเอียด 19 ล้านพิกเซล AI Camera รูรับแสง f/2.0 พร้อมโหมด AI Beauty, AI HDR เพิ่ม AI Effect การแต่งภาพ 8 แบบ

พลิกมาด้านหลังเครื่องมาพร้อมพื้นผิวแบบแมท (matte visual effect) ที่ดีไซน์ออกแบบโดยดีไซเนอร์ชื่อดังระดับโลกอย่าง คุณนาโอโตะ ฟุคาซาวา (Naoto Fukasawa) ซึ่งผลิตโดยกระบวนการเคลือบสเปรย์ และการขัดมากกว่า 100 ครั้ง และมีให้เลือก 2 สีคือ White Milk และ Green Tea

มุมซ้ายด้านบนติดตั้งกล้อง 4 ตัว AI Quad Camera ประกอบด้วย

  • กล้องหลัก ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์ 6P และรูรับแสง f/1.8 รองรับเทคโนโลยี ‘Quad Bayer’ โดยการรวม 4-in-1 pixel การรวมเม็ดพิกเซลรอบข้าง 4 เม็ดเป็นเม็ดเดียว
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra wide 119° ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.25 สามารถถ่ายภาพมุมกว้างได้ถึง 119 องศา องศา เก็บภาพวิว ทิวทัศน์ ได้กว้างขึ้น 4 เท่า
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Macro ระยะโฟกัส 4 เซนติเมตร ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/2.4
  • กล้องตัวที่ 4เลนส์ Portrait ความละเอียด 2MP รูรับแสง f/2.4 มาพร้อมกับฟิลเตอร์ B&W

ด้านซ้ายข้างเครื่องมีช่องสำหรับใส่ SIM Card แบบ Triple Slot Tray แบ่งเป็นช่องใส่ SIM Card แบบ nanoSIM Card 2 ช่อง และช่องใส่การ์ดหน่วยความจำภายนอก 1 ช่อง กับปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง

ด้านขวาข้างเครื่องมีปุ่ม Power สำหรับเปิดปิดเครื่อง

ด้านบนเครื่องออกแบบเรียบๆ ไม่มีช่อง หรือปุ่มกดใดๆ

ด้านท้ายเครื่องมีช่องหูฟังขนาด 3.5 มม. ช่องไมโครโฟน, พอร์ต microUSB 2.0 และช่องลำโพงเสียง

คุณสมบัติการใช้งาน

 

realme 6i มาพร้อมกับ realme UI ภายใต้ระบบปฏิบัติการ Android 10 ซึ่งมีหน้าตาที่มีสีสันสดใส high-saturation ให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวา พร้อมพัฒนาภาพเคลื่อนไหวแอนิเมชั่นให้รวดเร็วและไหลลื่นมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม และผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งไอคอนได้ด้วยตนเอง

สามารถปรับแต่งได้ตามใจชอบไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนธีม, การเปลี่ยนภาพพื้นหลัง, การนำวิดเจ็ตที่ต้องการใช้งานมาไว้ที่หน้าจอโฮมสกรีน และการเปลี่ยนเอฟเฟกต์ปลดล็อกหน้าจอได้โดยกดค้างที่ตรงกลางของหน้าจอ

มาพร้อมฟังก์ชัน Dark Mode ที่ปรับเปลี่ยนโทนสีของ UI เป็นโทนสีดำ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สบายตา และประหยัดแบตเตอรี่ รวมถึงมีโหมด Eye Care สำหรับปรับอุณหภูมิสีของหน้าจอแสดงผลให้อยู่ในโทนอุ่น ซึ่งนอกเหนือจากจะช่วยลดแสงสีฟ้าที่อาจเป็นอันตรายต่อดวงตาผู้ใช้งานแล้ว ยังเป็นการช่วยลดอาการล้าของสายตา ตอบโจทย์การใช้งานในสถานที่แสงน้อยเป็นอย่างมาก

รองรับการใช้งาน 2 ซิม พร้อมรองรับเครือข่าย 4G LTE with VoLTE และรองรับการใช้ 4G/3G ทั้ง 2 ซิม

รองรับการปลดล็อคหน้าจอด้วยใบหน้า Face Unlock เพียงลงทะเบียนด้วยใบหน้า ซึ่งจะใช้ได้เพียงหน้าเดียวเท่านั้น จากนั้นเมื่อหน้าจอติดมองไปยังบนหน้าจอก็สามารถปลดล็อคได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ใบหน้าเพื่อเข้าสู่แอปที่ป้องกันไว้ หรือในพื้นที่ที่ต้องการความปลอดภัยได้

รวมทั้งรองรับการปลดล็อคด้วยการสแกนลายนิ้วมือ โดยตำแหน่งของเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือจะอยู่ที่ด้านหลังเครื่อง โดยนอกจากปลดล็อคหน้าจอแล้วยังสามารถตั้งค่าปลดล็อคแอป และที่เก็บข้อมูลส่วนตัวได้

มาพร้อมแอป Phone Manager เครื่องมือสำหรับจัดการประสิทธิภาพภายในตัวเครื่องโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น การเคลียร์ไฟล์แคช (Cache File), จัดการความเป็นส่วนตัว หรือการสแกนไวรัส ซึ่งจะช่วยให้ตัวเครื่องมีความปลอดภัย และใช้งานได้รวดเร็วอยู่ตลอดเวลา

มีฟังก์ชัน Split-Screen สำหรับแบ่งหน้าจอ เพื่อให้ใช้งานได้พร้อมกัน 2 แอปพลิเคชัน รวมทั้งรองรับแอปโคลน ผู้ใช้สามารถโคลนนิ่งแอปพลิเคชัน Facebook หรือ Line นั้นหมายว่าความว่าผู้ใช้สามารถล็อกอินเข้าใช้งานแอปพลิเคชัน Line ได้ พร้อมๆ กัน ถึง 2 บัญชี

คุณสมบัติอื่นๆ ก็มีมาให้อย่างครบถ้วน

ด้านการถ่ายภาพ

 

realme 6i มาพร้อมกล้องหลัง 4 เลนส์ AI Quad Camera พร้อมไฟแฟลช LED ประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์ 6P และรูรับแสง f/1.8 รองรับเทคโนโลยี ‘Quad Bayer’ โดยการรวม 4-in-1 pixel การรวมเม็ดพิกเซลรอบข้าง 4 เม็ดเป็นเม็ดเดียว
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.25 สามารถถ่ายภาพมุมกว้างได้ถึง 119 องศา เก็บภาพวิว ทิวทัศน์ ได้กว้างขึ้น 4 เท่า
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Portrait ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4  และมาพร้อมกับฟิลเตอร์ B&W
  • กล้องตัวที่ 4 เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 ถ่ายได้ใกล้สุด 4 เซ็นติเมตร เก็บรายละเอียดวัตถุชิ้นเล็กได้ดี เช่น การถ่ายสัตว์ตัวเล็ก

สามารถเลือกถ่ายได้ทั้งโหมดปกติ พร้อม AI Beauty, โหมด Protrait พร้อมเอฟเฟค Bokeh, โหมดความละเอียดสูง 48MP, โหมดวิดีโอ, โหมดกลางคืน Super NighScape 2.0, โหมด Panorama, โหมดมาโครพิเศษ, โหมดถ่ายภาพ Pro, โหมด Time-Lapse และโหมด Slow-motion

โดยภาพนิ่งถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 4000 x 3000 พิกเซล ส่วนวิดีโอบันทึกได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ 1080p/30fps พร้อมซูมแบบออฟคิคอลได้ 5 เท่า และซูมดิจิทัล 10 เท่า

และด้านบนมีแถบเมนูเปิดปิดไฟแฟลชอัตโนมัติ, เปิดปิดโหมด HDR, เปิดปิดโหมด Chroma Boost หรือการเพิ่มสี, เลือกฟิลเตอร์ และตั้งค่าการใช้งานกล้องต่างๆ

ตั้งค่าปิดโหมด Chroma Boost

ตั้งค่าเปิดโหมด Chroma Boost

สำหรับโหมด Chroma Boost ประมวลผลโดยโหมด AI เป็นธรรมชาติมากกว่าการใช้ Filter หรือ Vivid mode ปรับอุณหภูมิให้สีของภาพ, เพิ่มสีให้ภาพแม้ถ่ายในแสงไฟสลัว, ปรับรายละเอียดให้ภาพแม้ในส่วนที่ไม่มีแสง, เพิ่มแสงให้การถ่ายภาพพระอาทิตย์ตก และคงความธรรมชาติไว้, เพิ่มเลเยอร์ของสี

ตัวอย่างภาพถ่ายด้วยโหมด Super Nightscape

ส่วน Super Nightscape โหมดถ่ายภาพในที่มืด สามารถเก็บแสงกลางคืนได้มากกว่า ด้วยการท้างาน ร่วมกันของ Night Scene Algorithm และเทคโนโลยี AI ให้ภาพที่คมชัดมากกว่า ลดการเกิด noise ในภาพ สามารถเก็บรายละเอียดภาพในเวลากลางคืนที่ไม่สามารถเห็นภาพได้ด้วยตาเปล่า ลดการบีบอัดไฟล์

ทดสอบภาพจากกล้องหลัง realme 6i

โหมด Auto

โหมด Beauty 50%

โหมด Beauty 100%

โหมด Portrait 30%

โหมด Portrait 60%

โหมด Portrait 100%

โหมดเพิ่ม Fliter

โหมดปกติ

โหมด Ultra Wide

โหมด Ultra Macro

ซูม 1X

ซูม 2X

ซูม 5X

ซูม 10X

กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล พร้อมโหมด AI Beauty

ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รุรับแสง f/2.0 สามารถเลือกถ่ายได้ทั้งโหมดปกติ, โหมด Portrait พร้อม Bokeh Effect ถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอเพิ่มความน่าดึงดูด, โหมดวิดีโอ, โหมดกลางคืน,  โหมด Panorama และโหมด  Time-Lapse พร้อมแสดงไอคอนเมนูทั้งการเปิดปิดไฟแฟลช, ฟังก์ชัน AI HDR และฟีลเตอร์ ที่ด้านบนสำหรับใช้งานได้ทันที

รวมทั้งรองรับเทคโนโลยี AI Beauty ที่สามารถแยกลักษณะบุคคลได้อัตโนมัติ เพศ อายุ สีผิว เพื่อปรับภาพให้สวยแบบธรรมชาติ, จดจำใบหน้า 296 จุด ช่วยปรับภาพให้เหมาะสมกับบุคคล. ปรับความเหมาะสมให้เข้ากับเพศของผู้ใช้งาน และเพิ่ม 8 เอฟเฟคพิเศษที่จะทำให้การเซลฟี่ได้ดั่งใจคุณ

โดยภาพนิ่งถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 2448 x 3264 พิกเซล ส่วนวิดีโอบันทึกได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ FHD 1080P

ทดสอบภาพจากกล้องหน้า realme 6i

โหมด Auto

โหมด Beauty 30%

โหมด Beauty 100%

โหมด Portrait 30%

โหมด Portrait 60% + Beauty 50%

โหมด Portrait 100% + Beauty 100%

โหมดเพิ่ม Filter

ประสิทธิภาพ

 

realme 6i ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.0GHz โดยใช้ชิปเซ็ท MediaTek Helio G80 เพิ่มประสิทธิภาพหน่วยประมวผลแบบ Single-Core ถึง 35% และ multi-core ที่ทำงานได้ดีกว่าเดิมถึง 17% อีกทั้งชิปประมวลผลกราฟิก Mali G52 1000MHz ที่ให้ประสิทธิภาพดีขึ้นถึง 25% ผลลัพธ์คือให้การแสดงผลภาพกราฟิกที่มีคุณภาพสูงกว่าและอัตราเฟรมเรทที่เสถียรยิ่งขึ้น เปิดประสบการณ์การเล่นเกมใหม่ให้สนุกยิ่งกว่าเคย

ส่วนหน่วยความจำนั้น มีให้เลือก 2 ขนาความจุด้วยกันคือ RAM 3GB, หน่วยความจำภายใน 64GB และ RAM 4GB, หน่วยความจำภายใน 128GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 256GB

เท่าที่ได้ลองทดสอบโดยใช้งานปกติทั่วไปปรากฏว่า ใช้งานได้อย่างไหลลื่นไม่มีสะดุด และตอบสนองการใช้งานได้เป็นอย่างดี โดย Helio G80 ถือเป็นชิปเซ็ทที่ออกแบบเพื่อการเล่นเกมโดยเฉพาะ

ส่วนการเล่นเกมได้ลองกับเกมฮิตอย่าง ROV สามารถปรับภาพที่ระดับสูงสุด และเปิดเฟรมเรตระดับสูงได้ เมื่อเวลาเล่นจริงก็พบว่า fps ในเกมเกาะอยู่ที่ 60-61 fps ตลอดเวลา ไม่ว่าจะช่วงปะทะสาดสกิลกันหนัก เฟรมเรตก็ไม่มีตกให้เห็น

ส่วนอีกเกมอย่าง PUBG Mobile ก็สามารถเล่นได้ดีด้วยระดับกราฟฟิก HD และดันเฟรมเรตระดับ Ultra ได้อีกด้วย ทำให้ในเกมมีความลื่น และสามารถเล่นได้แบบสบายๆ โดยรวมแล้วสำหรับการเล่นเกมถือว่าใช้ได้เลย

นอกจากนี้ยังมาพร้อมฟีเจอร์ Game Space ที่ผู้ใช้สามารถบล็อกการแจ้งเตือน Pop Up ต่างๆ ขณะที่กำลังเล่นเกม และล็อกระดับความสว่างของหน้าจอได้

โดยใน Game Space ยังมี Graphics Acceleration สำหรับรีดประสิทธิภาพการประมวลผลของ GPU เพื่อให้การเล่นเกมเป็นไปอย่างลื่นไหลที่สุด รวมไปถึง Network Protection สำหรับจำกัดการใช้งานอินเทอร์เน็ตของแอปพลิเคชันที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง เพื่อช่วยลดอาการแลคขณะเล่นเกมออนไลน์ที่จำเป็นต้องมีการรับ-ส่งข้อมูลอยู่ตลอดเวลา

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ realme 6i ผ่านแอป Antutu

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ realme 6i ผ่านแอป GeekBench

แบตเตอรี่

 

realmeุ 6i ใช้แบตเตอรี่ความจุ 5,000mAh สามารถเปิดเครื่องสแตนด์บายได้นานสูงสุด 30 วัน พร้อมรองรับระบบชาร์จเร็ว 18W Quick Charge โดยชาร์จผ่านพอร์ต USB Type-C ที่เพิ่มประสิทธิภาพการชาร์จถึง 80%

และยังมีระบบความปลอดภัยพิเศษที่มากถึง 3 ชั้น ที่ป้องกันแบตเตอรี่ร้อน แบตละลาย และแบตระเบิดตั้งแต่แบตเตอรี่ภายในสมาร์ทโฟนไปจนถึงอุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่

บทสรุป

 

realme 6i ถือเป็นสมาร์ทโฟนน้องเล็กในตระกูล realme 6 Series ที่พัฒนาต่อยอดจาก realme 5i โดยอัปเกรดฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกล้องที่มีความละเอียดสูง รวมถึงเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมชิปประมวลผล MediaTek Helio G80 รับประกันประสิทธิภาพในความเร็วและทรงพลังแก่ผู้ใช้งานและเกมเมอร์

นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วยฝาหลังพื้นผิวแบบแมท (matte visual effect) ที่ดีไซน์ออกแบบโดยดีไซเนอร์ชื่อดังระดับโลกอย่าง คุณนาโอโตะ ฟุคาซาวา (Naoto Fukasawa) ซึ่งผลิตโดยกระบวนการเคลือบสเปรย์ และการขัดมากกว่า 100 ครั้ง จนออกมาเป็น 2 สืให้เลือกคือ White Milk และ Green Tea และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย realme UI ที่มีหน้าตาสวยงาม ใช้งานง่าย และลื่นไหล

ในส่วนของกล้อง realme 6i มีการอัปเกรดกล้องหลัง AI 4 เลนส์ ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เก็บรายละเอียดภาพได้อย่างคมชัดและสวยงามยิ่งขึ้น พร้อมเลนส์ Ultra Wide สำหรับถ่ายภาพมุมกว้าง, เลนส์ Portrait สำหรับถ่ายภาพหน้าชัดหลังละลาย และเลนส์ Ultra Macro สำหรับถ่ายภาพระยะใกล์ 4 เซนติเมตร ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ก็ถ่ายได้สวยคมชัดขึ้น

ปิดท้ายด้วยแบตเตอรี่ความจุ 5,000mAh รองรับระบบชาร์จเร็ว 18W ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างยาวนานตลอดทั้งวัน อีกทั้งแบตเตอรี่รองรับระบบความปลอดภัยพิเศษที่มากถึง 3 ชั้น ที่ป้องกันแบตเตอรี่ร้อน แบตละลาย และแบตระเบิดตั้งแต่หัวชาร์จไปยังแบตเตอรี่อีกด้วย

ทั้งนี้ realme 6i ความจุ 3+64GB วางจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่ Lazada ในวันที่ 27 มีนาคม พร้อมโปรโมชั่น Flash Sale พิเศษในราคาเพียง 4,399 บาท จากราคาปกติ 4,699 ช่วงเที่ยงคืนเป็นต้นไป

และสำหรับลูกค้า 10 ท่าน ที่สั่งซื้อ realme 6i ผ่านทาง Lazada ในวันที่ 27 มีนาคม ตามลำดับเลขการสั่งซื้อที่กำหนด รับฟรีทันที หูฟัง realme Buds Wireless มูลค่า 1,999 บาท

รีบจับจองเป็นเจ้าของก่อนใครได้แล้วที่ https://bit.ly/2QwXfam ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/realmeTH/

 

from:http://mobileocta.com/review-realme-6i/