คลังเก็บป้ายกำกับ: Remedy_Entertainment

เคราะซ์ซ้ำกรรมซัด CrossfireX เกมเอ็กซ์คลูซีฟ Xbox ประกาศเลื่อนเป็นปี 2021

การเลื่อนวางขายเกม Halo Infinite ทำให้ Xbox Series X|S ประสบปัญหาไม่มีเกมเอ็กซ์คลูซีฟเปิดตัว ต้องพึ่งพาเกมจาก Xbox One เวอร์ชันอัพเกรด หรือเกมแบบมัลติแพลตฟอร์มที่เล่นบนเครื่องไหนก็ไม่ต่างกันนัก

ล่าสุดมีข่าวร้ายเพิ่มเข้ามาอีกหน่อยคือ CrossfireX เกมยิงแนว FPS ของ Remedy Entertainment (Quantum Break, Control) ร่วมกับ Smilegate บริษัทเกมจากเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นเอ็กซ์คลูซีฟของ Xbox (ลงทั้ง One, X|S) ก็ประกาศเลื่อนวันวางขายเป็นปี 2021 ด้วยเหตุผลเรื่อง COVID-19

ข่าวการเลื่อนวางขายเกมในปี 2020 คงไม่ใช่เรื่องใหม่สักเท่าไรแล้วในตอนนี้ (บางเกมเลื่อนตั้ง 3 รอบในปีเดียว) แต่การที่ CrossfireX เป็นเอ็กซ์คลูซีฟของ Xbox Series X|S ที่มีปัญหาเรื่องนี้อยู่ก่อนแล้ว ยิ่งช่วยซ้ำเติมปัญหาเข้าไปอีก

No Description

ที่มา – DualShockers

from:https://www.blognone.com/node/119734

ข้อมูลชี้ Epic Games จ่ายเอ็กซ์คลูซีฟเกม Control เป็นเงินเกือบ 320 ล้านบาท

การที่เกมดังๆ หลายเกมกลายเป็นเอ็กซ์คลูซีฟบน Epic Games Store เป็นเรื่องที่ถูกวิจารณ์อย่างมาก เรารู้กันดีว่า Epic Games จ่ายเงินให้สตูดิโอผู้พัฒนาเกมเป็นจำนวนไม่น้อย แต่ไม่เคยรู้ว่าเท่าไรกันแน่

ล่าสุดมีข้อมูลอย่างเป็นทางการออกมาหนึ่งกรณีคือ เกม Control ที่พัฒนาโดยสตูดิโอ Remedy Entertainment จากฟินแลนด์ ที่เคยสร้างชื่อจากเกม Max Payne, Alan Wake, Quantum Break โดยระบุว่า Epic Games จ่ายเงินให้สูงถึง 9.49 ล้านยูโร (ประมาณ 320 ล้านบาท)

เกม Control พัฒนาโดย Remedy Entertainment และจัดจำหน่ายโดย 505 Games ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติอิตาลี (เกมอื่นที่จัดจำหน่ายคือ Bloodstained, Terraria และ Payday 2 เป็นต้น)

No Description

ข้อมูลการจ่ายเงินของ Epic Games มาจาก รายงานผลประกอบการของ Digital Bros. บริษัทแม่ของ 505 Games ซึ่งเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์อิตาลี และต้องรายงานผลประกอบการต่อสาธารณะ

Digital Bros. ระบุว่ามีรายได้จากเกม Control ในไตรมาส 2/2019 ที่ 9.49 ล้านยูโร แต่เกมเพิ่งวางขายเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2019 ซึ่งถือว่าอยู่ในไตรมาส 3/2019 ตรงนี้ Digital Bros. อธิบายว่าได้รับเงินล่วงหน้าจากค่า exclusivity มาก่อน ทำให้เราสามารถตีความได้ว่านี่คือเงินจาก Epic Games นั่นเอง

No Description

ทั้ง Epic Games, Digital Bros., 505 Games ไม่ยอมให้ข้อมูลของตัวเลขตรงนี้เพิ่มเติม แต่จากข้อมูลของผู้พัฒนาเกมรายอื่น (Ooblets) ที่ขายสิทธิเอ็กซ์คลูซีฟให้ Epic Games ระบุว่าโมเดลการจ่ายเงินของ Epic คือการจ่ายผลตอบแทน “ขั้นต่ำ” ให้กับสตูดิโอผู้พัฒนาเกม/ผู้จัดจำหน่ายเกม ดังนั้น ตัวเลข 9.49 ล้านยูโร น่าจะเป็นโมเดลเดียวกันคือ Epic การันตียอดขายขั้นต่ำให้ และ 505 Games จะไม่ได้เงินจากการขายเกมบน Epic Games Store เพิ่มเติมอีก จนกว่าเกมจะทำเงินรวมได้มากกว่า 9.49 ล้านยูโร (ทั้งนี้ 505 Games ยังจะมีรายได้จากเกมเวอร์ชันคอนโซล PS4/Xbox One อีกช่องทางหนึ่งด้วย)

ที่มา – Ars Technica

from:https://www.blognone.com/node/112144

ไมโครซอฟท์คืนสิทธิการจัดจำหน่าย Alan Wake ให้ผู้พัฒนาเกม Remedy

Remedy Entertainment ค่ายเกมที่มีชื่อเสียงจากผลงานเกมชื่อดังอย่าง Max Payne และ Quantum Break ออกมาเปิดเผยว่าทางบริษัทได้สิทธิการจัดจำหน่าย Alan Wake เกมแอคชันผจญภัยเขย่าขวัญคืนจากไมโครซอฟท์เป็นที่เรียบร้อย

นับเป็นข่าวดีสำหรับแฟนเกมที่กำลังรอคอยภาคต่อจนไปถึงบทสรุปของแฟรนไชส์ Alan Wake เพราะนี่หมายความว่าทาง Remedy จะสามารถพัฒนาภาคต่อของ Alan Wake ได้อย่างเป็นอิสระ

หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวว่าการพัฒนา Alan Wake 2 ต้องหยุดไป เพราะขาดการสนับสนุนด้านเงินทุนจากไมโครซอฟท์ เนื่องจากเกมต้นฉบับไม่ประสบสำเร็จด้านยอดขาย แม้ว่าจะได้รับคำชมจากนักวิจารณ์อย่างมากก็ตาม

No Description

สำหรับคนที่ไม่เคยเล่น Alan Wake ภาคต้นฉบับ ผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Alan Wake นักเขียนนิยายเขย่าขวัญชื่อดัง ผู้กำลังเดินทางไปพักผ่อนกับภรรยาที่เมือง Bright Falls เพื่อเยียวยาอาการเขียนไม่ออก (writer’s block) ก่อนจะพบกับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ ที่ทำให้ Alan ต้องออกตามหาภรรยาที่หายตัวไปอย่างลึกลับ ต่อสู้กับชาวเมืองที่ถูกสิง และไขปริศนาของเหตุการณ์ลี้ลับที่กลับไปตรงกับพล็อตของนิยายฉบับล่าสุดที่เจ้าตัวเองก็จำไม่ได้ว่าได้ลงมือเขียนไว้เมื่อไหร่

ที่มา – Windows Central

from:https://www.blognone.com/node/110749

Epic Games Store ได้เกมดังมาขายเพิ่ม The Outer Worlds, Control, Ancestors

Epic Games Store ยังเดินหน้าเก็บเกมดังมาขายอย่างต่อเนื่อง นอกจากเกมของค่าย Quantic Dream ทั้งสามเกมแล้ว ยังมี The Outer Worlds เกมชูตติ้ง RPG มุมมองบุคคลที่หนึ่งแนวคาวบอยอวกาศ จากบริษัท Obsidian Entertainment อีกเกมด้วย

ปัจจุบัน Obsidian Entertainment เพิ่งถูกไมโครซอฟท์ซื้อกิจการไปเมื่อปลายปี แต่เกม The Outer Worlds ที่พัฒนามาก่อนหน้า ยังมีอิสระในการจัดจำหน่ายอยู่ ซึ่งเกมก็จะลงทั้ง Xbox One, PS4 และพีซี โดยเวอร์ชันพีซีจะขายบน Microsoft Store และ Epic Games Store เท่านั้น (จะลง Steam ในอีก 1 ปีให้หลัง)

ความน่าสนใจของ The Outer Worlds คือต้นสังกัด Obsidian Entertainment เป็นผู้พัฒนาเกม Fallout สองภาคแรกและ Fallout: New Vegas มีฐานแฟนๆ เดิมอยู่พอสมควร การเปิดตัวเกมที่เป็นแนว RPG อวกาศจึงเป็นที่น่าจับตาไม่น้อย

นอกจาก The Outer Worlds แล้ว เกมเด่นอีกเกมที่ประกาศลง Epic Games Store แบบ exclusive คือ Control ของ Remedy Entertainment ผู้สร้างเกม Max Payne และ Quantum Break

อีกเกมที่มาลง Epic Games Store เช่นกันคือ Ancestors: The Humankind Odyssey เกมใหม่ของ Patrice Désilets ผู้สร้างซีรีส์ Assassin’s Creeds ที่ลาออกจาก Ubisoft ในปี 2010 เพื่อมาเปิดสตูดิโอ Panache Digital Games ของตัวเอง (เกม Ancestors ยังลง Steam ด้วยอีกทางหนึ่ง)

ที่มา – Epic Games, PC Gamer, Polygon

from:https://www.blognone.com/node/108766

NVIDIA โชว์งานวิจัย ใช้ Deep Learning แปลงหน้าคนจริงเป็นโมเดลหน้าคนภายในเกม

ปกติแล้วการทำใบหน้าขณะพูดของตัวละครในเกมหรือภาพยนตร์ CG ให้ดูเหมือนมนุษย์ จะต้องใช้ต้นแบบเป็นวิดีโอของนักแสดงที่เป็นคนจริงๆ มาผ่านซอฟต์แวร์แปลงใบหน้า แล้วค่อยให้ฝ่ายศิลป์ตรวจสอบและแก้ไขอีกครั้ง ซึ่งกระบวนการทั้งหมดสิ้นเปลืองเวลามาก

งานวิจัยล่าสุดของ NVIDIA ที่โชว์ในงาน SIGGRAPH นำเทคนิค deep learning มาช่วยแก้ปัญหา ให้แปลงวิดีโอคนจริงมาเป็นโมเดล 3D ได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น โดยใช้ข้อมูลเพื่อเทรนเป็นวิดีโอยาวแค่ 5 นาทีเท่านั้น

เท่านั้นยังไม่พอ ทีมวิจัยของ NVIDIA ยังสามารถสร้างโมเดลใบหน้า 3D โดยไม่ต้องใช้ภาพวิดีโอ แต่ใช้แค่เสียงพูดเท่านั้น วิธีการคือนำกราฟคลื่นเสียงมาโยงกับจุดขยับต่างๆ ของโมเดลบหน้า เพื่อให้ใบหน้าขยับตามเสียงได้

งานนี้ NVIDIA ใช้ข้อมูลวิดีโอจากสตูดิโอ Remedy Entertainment ผู้พัฒนาเกม Quantum Break, Max Payne, Alan Wake และได้ผลออกมาดี

ประโยชน์ของงานวิจัยนี้คือบริษัทเกมจะลดต้นทุนในการสร้างโมเดลใบหน้าลงได้มาก และไม่จำเป็นต้องจ้างนักแสดงมาเล่นเป็นตัวละครให้ครบทุกตัว แต่ใช้ AI ช่วยวาดใบหน้าของตัวละครระดับรองๆ แทนได้ (รวมถึงการสร้างใบหน้าของตัวละครที่พูดในภาษาอื่นๆ หากเกมรองรับเสียงพากย์หลายภาษาด้วย)

ที่มา – NVIDIA

from:https://www.blognone.com/node/94560

เกม Alan Wake จะถูกถอดจากร้านค้า เหตุลิขสิทธิ์เพลงหมดอายุ ลด 90% ชดเชยถึง 15 พ.ค.

ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2017 Alan Wake เกมแอคชันผจญภัยเขย่าขวัญ หนึ่งในเกมยอดฮิตประจำปี 2010 จะถูกถอดออกจากร้านค้าบนทุกแพลตฟอร์ม (Xbox, Windows 10 และ Steam) เนื่องจากลิขสิทธิ์เพลงประกอบเกมหมดอายุลง

เพื่อเป็นการชดเชยทางผู้พัฒนา Remedy Entertainment จึงได้จัดโปรโมชันลดราคาเกมลง 90% บน Steam เหลือ 56 บาท เริ่มตั้งแต่วันที่ 13 ถึง 15 พฤษภาคม 2017

การถอดเกมออกจากร้านค้าจะไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ต่อเกมใน library ของเรา ดังนั้นถ้าเราซื้อเกมไว้แล้ว ก็สามารถมาดาวน์โหลดมาเล่นต่อในภายหลังได้เรื่อย ๆ ถึงแม้จะไม่มีเกมนั้นอยู่ในร้านแล้วก็ตาม

alt="Alan Wake"

Remedy Entertainment อธิบายเสริมว่า สาเหตุที่ทางสตูดิโอตัดสินใจถอดเกมออกจากร้านค้าไปเลยนั้น เป็นเพราะปัญหาทางเทคนิค ทำให้ไม่สามารถถอดเพลงดังกล่าวออกจากเกมได้ง่าย ๆ ทางสตูดิโอก็ได้พยายามต่อสัญญาลิขสิทธิ์เพลงอยู่ แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะสำเร็จหรือไม่และคงไม่ทันวันหมดอายุแน่นอน

สำหรับใครที่ไม่คุ้นเคยกับเกมนี้ Alan Wake เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับนักแต่งนวนิยายเขย่าขวัญนาม “Alan Wake” ผู้ออกตามหาภรรยาที่หายสาบสูญไปในระหว่างการพักร้อน ในระหว่างที่ Alan กำลังตามหาภรรยาของเขา Alan กลับต้องพบกับเหตุการณ์น่าเหลือเชื่อที่เกิดขึ้นตามที่เขียนไว้ในนิยายฉบับล่าสุดของเขาเป๊ะ ๆ สิ่งที่เป็นปริศนายิ่งกว่าก็คือ Alan มั่นใจว่าเขาไม่ใช่คนที่เขียนนิยายเล่มนั้นขึ้นมาแน่นอน

ที่มา – theverge

from:https://www.blognone.com/node/92408

ทีมผู้สร้าง Quantum Break เผย โปรเจคใหม่อยู่ในระหว่างการพัฒนา โค้ดเนม “P7”

Remedy Entertainment สตูดิโอเกมสัญชาติฟินแลนด์ที่มีชื่อเสียงจากผลงานเกมชื่อดังอย่าง Max Payne, Alan Wake และ Quantum Break

หลังจากที่ Remedy นิ่งเงียบมาเป็นเวลานานตั้งแต่พัฒนาเกม Quantum Break เสร็จ ในที่สุดก็มีการเคลื่อนไหวให้เห็นอีกครั้ง พร้อมกับยืนยันว่ากำลังพัฒนาเกมใหม่อยู่ภายใต้ชื่อ “P7”

alt="QB"

อย่างไรก็ตามสิ่งที่เปิดเผยออกมาเกี่ยวกับเกมนี้ มีเพียงแค่ว่าจะขยายแพลตฟอร์มที่นำเกมลงให้กว้างขวางขึ้น ต่างจากครั้งที่ผ่าน ๆ มาของค่าย Remedy ที่จะนำลงแพลตฟอร์มของ Microsoft เท่านั้น

ก่อนหน้านี้ก็เคยมีข่าวออกมาว่าทาง Remedy กำลังพัฒนาให้เอนจิน Northlight รองรับเครื่อง PS4 อยู่ ซึ่งเป็นเอนจินตัวเดียวกับที่ใช้พัฒนาเกม Quantum Break มีความเป็นไปได้สูงว่าโปรเจค P7 นี้ก็จะลง PS4 เช่นกัน

alt="MP"

นอกจาก P7 แล้ว ยังมีอีกหนึ่งโปรเจคที่ Remedy กำลังทำอยู่ นั่นคือเกม CrossFire ภาค 2 เป็นโปรเจคเกม FPS ที่พัฒนาร่วมกับทาง Smilegate ทีมผู้สร้าง CrossFire ภาคแรก

ส่วนภาคต่อของซีรีส์ Alan Wake และ Max Payne นั้น ทาง Remedy กล่าวว่าทางสตูดิโอเองก็มีไอเดียสำหรับ Alan Wake ภาคใหม่อยู่ แต่ ณ ตอนนี้จะให้ความสำคัญกับเกม Cross Fire 2 และ P7 ก่อน ส่วน Max Payne นั้นขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของทาง Rockstar Games ล้วน ๆ เพราะเป็นลิขสิทธิ์ของทางนั้น

ที่มา – GameSpot

from:https://www.blognone.com/node/91704