คลังเก็บป้ายกำกับ: REDMI_NOTE_8_PRO

รวมสารพัดผลิตภัณฑ์จากเสียวหมี่ ในหลากหลายราคาที่เหมาะจะให้เป็นของขวัญในวันปีใหม่

ปัญหาหนึ่งของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลส่งท้ายปี คือการมองหาของขวัญเพื่อมอบให้กับคนสำคัญ ซึ่งนั่นหมายถึงของขวัญที่ทำให้ผู้รับเกิดความประทับใจจะต้องตรงกับความต้องการและไลฟ์สไตล์ เสียวหมี่จึงขอเสนอแนะทางเลือกโดยอ้างอิงข้อมูลจากสถิติและข้อมูลเชิงลึกพฤติกรรมการช้อปบนแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ของไทยและทั่วโลก หลังจากแคมเปญช้อปปิ้งออนไลน์ 11.11 และ 12.12 ได้รับการตอบรับจากบรรดานักช้อปอย่างมาก แคมเปญ 12.12 ที่เพิ่งจบไป ประเทศไทยมียอดขายสูงสุดในกลุ่มสมาร์ทโฟน และอุปกรณ์สวมใส่ข้อมืออัจฉริยะ (Wearable) บนช้อปปิ้งออนไลน์แพลตฟอร์มทั้ง Lazada, Shopee และ JD Central

เสียวหมี่ ติดอันดับ 1 ของโลกในเรื่องของการจัดส่งสินค้าประเภทอุปกรณ์สวมใส่ข้อมืออัจฉริยะ (Wearable) โดยมีการจัดส่งไปแล้วกว่า 12.2 ล้านเครื่อง ซึ่งนั่นก็คือ Mi Smart Band 4 ที่สามารถทำยอดขายได้มากกว่า 1 ล้านเครื่องทั่วโลก ในเวลาเพียง 8 วันหลังจากเปิดตัวตามรายงานล่าสุดเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา เสียวหมี่ มีอุปกรณ์อัจฉริยะมากกว่า 213 ล้านเครื่อง (ไม่รวมสมาร์ทโฟนและแล็ปท็อป) ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 62% เมื่อเทียบกับปีก่อนและจากความสำเร็จข้างต้น พร้อมด้วยความต้องการของลูกค้าที่นิยมผลิตภัณฑ์ IoT และสมาร์ทโฟนของเรา เสียวหมี่ จึงได้นำวิธีการเลือกซื้อของขวัญส่งท้ายปีให้ถูกใจผู้รับตามกระแสความนิยมของนักช้อป เพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้ที่กำลังมองหาสินค้าที่ตอบโจทย์ และผู้รับเองก็ได้ของขวัญยอดนิยมที่ถูกใจ พร้อมเสนอแนวทางการเลือกซื้อของขวัญส่งท้ายปี ดังนี้

สินค้าเพื่อสุขภาพ ในงบไม่เกิน 1,300 บาท


เสียวหมี่แนะนำ Mi Smart Band 4 สายรัดข้อมืออัจฉริยะที่คนรักสุขภาพทั้งเมืองไทยและทั่วโลกให้การตอบรับถล่มทลาย ด้วยยอดขายกว่า 1 ล้านเครื่องหลังเปิดตัวเพียง 8 วัน และ 12.2 ล้านเครื่องถูกจำหน่ายไปทั่วโลก จึงกลายเป็นสินค้ายอดนิยมที่ครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 ของโลกประเภทอุปกรณ์สวมใส่ข้อมืออัจฉริยะ โดย Mi Smart Band 4 วางจำหน่ายราคา 1,299 บาท และ Mi Band 3 ราคา 790 บาท


สินค้าเพื่อสุขภาพ และป้องกันมลภาวะฝุ่น PM 2.5 สินค้ายอดนิยมที่ลูกค้าต้องมีติดบ้านยิ่งกว่ายาสามัญประจำบ้านในยุคนี้ นั่นก็คือ เครื่องฟอกอากาศจากเสียวหมี่ Mi Air Purifier โดยในแคมเปญ 11.11 ที่ผ่านมา Mi Air Purifier เป็นสินค้าที่ขายดีเป็นอันดับ 1 ในทุกช่องทางทั้ง Lazada, JD Central และ Shopee ซึ่งเป็นเครื่องตอกย้ำความเชื่อมั่นได้ว่า Mi Air Purifier คือของขวัญแทนความห่วงใยที่ดีที่สุดในเวลานี้ โดยมีราคาตามรุ่น ดังนี้ Mi Air Purifier 2H เหมาะสำหรับห้องขนาดใหญ่ถึง 18-31 ตารางเมตร ราคา 3,990 บาท, Mi Air Purifier 3H ครอบคลุมพื้นที่ได้ถึง 45 ตารางเมตร ราคา 5,990 บาท และ Mi Air Purifier Pro เหมาะสำหรับห้องขนาดใหญ่ 35-60 ตารางเมตร สามารถผลิตอากาศบริสุทธิ์ออกมาได้ภายในเวลาเพียง 10 นาที สำหรับห้องขนาด 23 ตารางเมตร ราคา 8,990 บาท

สินค้ารุ่นแฟล็กชิพราคาไม่เกิน 20,000 บาท สำหรับผู้รับที่ชื่นชอบเทคโนโลยี และต้องการหาซื้อสินค้าที่ตอบโจทย์ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในราคาที่คุ้มค่า พลาดไม่ได้กับสินค้าในกลุ่มมือถือจากเสียวหมี่ โดยมีราคาดังนี้

แฟล็กชิพรุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไปพร้อมกล้องความละเอียด 108 ล้านพิกเซล ครั้งแรกกับกล้องมือถือที่มีความละเอียดมากที่สุดในโลก และพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อ Mi Note 10 Series รับสิทธิ์ ผ่อน 0% นาน 10 เดือน เมื่อซื้อที่ร้าน TG Fone และ Banana IT เท่านั้น ส่วนสิทธิ์รับบริการฟรีในการซ่อมแซมหน้าจอแสดงผล นับจากวันที่เปิดใช้งานภายในระยะเวลาที่กำหนด ระหว่างวันที่ 4 ธันวาคม 2562 ถึง วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 สามารถรับสิทธิ์ได้ทั้งการซื้อผ่านร้าน TG Fone, Banana IT และร้าน Mi Authorized Store ทั่วประเทศ
Mi Note 10 รุ่น 6GB+128GB ราคา 16,990 บาท พร้อมรับฟรี หูฟังไร้สาย Mi True Wireless Earbuds Basic
Mi Note 10 Pro รุ่น 8GB+256GB ราคา 19,990 บาท พร้อมรับฟรี หูฟังไร้สาย Mi True Wireless Earphones

สินค้าในกลุ่มราคาไม่เกิน 10,000 บาท
Redmi Note 8 Pro รุ่น 6+64GB ราคา 7,999 บาท และรุ่น 6+128GB ราคา 8,999 บาท พร้อมรับฟรี Redmi Note 8 Pro Special Gift pack มูลค่า 1,500 บาท


สินค้าในกลุ่มราคาไม่เกิน 5,000 บาท
Redmi Note 8 รุ่น 4+64GB และ 4+128GB ราคาเริ่มต้นที่ 4,999 บาท พร้อมรับฟรี Redmi Note 8 Special Gift pack มูลค่า 1,000 บาท
Redmi 8 จากปกติราคา 4,999 บาท เหลือเพียง 3,999 บาท
Redmi 8A จากปกติราคา 3,399 บาท เหลือเพียง 2,999 บาท

ทั้งนี้ การเลือกซื้อสินค้าโดยวิเคราะห์จากการตอบรับของผู้บริโภค จะทำให้เราสามารถใช้เป็นทางเลือกหนึ่งในการมองหาของขวัญในช่วงเทศกาล เพราะนอกจากจะประทับใจแล้ว ยังสามารถมั่นใจได้ว่าสินค้านั้นได้รับการยอมรับและมีการใช้งานจริงอย่างต่อเนื่อง ไม่ตกเทรนด์อย่างแน่นอน โดยสินค้ามีวางจำหน่ายที่ TG Fone, Banana IT และร้าน Mi Authorized Store ทั่วประเทศ เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 7 มกราคม 2563 รีบด่วน ของมีจำนวนจำกัด

ข่าว: รวมสารพัดผลิตภัณฑ์จากเสียวหมี่ ในหลากหลายราคาที่เหมาะจะให้เป็นของขวัญในวันปีใหม่ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2019/12/24/xiaomi-new-year-new-surprise.html

Redmi Note 8 Pro จะกลายเป็นที่ทับกระดาษทันที เมื่อผู้ใช้งานพยายามแฟลชรอม

Redmi แบรนด์ย่อยของ Xiaomi เปิดตัวสมาร์ทโฟน Redmi Note 8 Pro พร้อมกับ Redmi Note 8 เมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในรุ่น Note 8 Pro ถือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกในตลาดที่มาพร้อมกล้อง 64 ล้านพิกเซล และชิปประมวลผล Mediatek Helio G90T

Xiaomi เชื่อว่าชิปประมวลผล Mediatek Helio G90T จะตอบสนองการเล่นเกมได้ดีที่สุดเมื่อเทียบกับช่วงราคาของสมาร์ทโฟน แต่ผู้ใช้งานบางรายยังลังเลที่จะใช้ชิปจาก Mediatek เนื่องจากขาดการสนับสนุน Custom ROM ด้วยเหตุผลนี้เองทำให้ Xiaomi พยายามพิสูจน์ว่า Redmi Note 8 Pro ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการใช้เฟิร์มแวร์ Custom

หลังจากวางจำหน่าย Redmi Note 8 Pro ได้ไม่นาน Xiaomi ก็ปล่อย Kernel Source ของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ออกมา พร้อมกับส่ง Redmi Note 8 Pro จำนวน 10 เครื่องไปให้กับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่อยู่ในชุมชน XDA ทำให้เจ้าของสมาร์ทโฟน Redmi Note 8 Pro มีความหวังว่าจะได้ใช้ Custom ROM ในเร็วๆ นี้ แต่ความหวังก็พังทลายลงไปอย่างรวดเร็ว

Redmi Note 8 Pro ที่ส่งไปให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ได้ทดลองใช้ กลายเป็นที่ทับกระดาษได้ง่ายมาก เมื่อมีการพยายามใช้ Custom Recovery, Mod หรือแม้กระทั่งอัพเดท MIUI ผ่าน Recovery เรียกได้ว่า Redmi Note 8 Pro จะกลายเป็นก้อนอิฐทันทีในขั้นตอนแรกที่พยายามปรับแต่งสมาร์ทโฟน

ปัญหาก็คือ นักพัฒนาไม่สมารถทำให้ Redmi Note 8 Pro ที่กลายเป็นที่ทับกระดาษไปแล้ว กลับมาใช้งานได้ตามปกติ เนื่องจากจำเป็นต้องใช้บัญชี Xiaomi ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ทำให้เจ้าของ Redmi Note 8 Pro และนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ไม่มีบัญชี Xiaomi ทำการกู้คืนสมาร์ทโฟนได้

ผู้ใช้งาน Redmi Note 8 Pro ที่ได้รับผลกระทบ ได้เข้าไปร้องเรียนผ่านทาง Twitter และติดแฮชแท็ค #Note8ProBrick เพื่อให้ Xiaomi เข้ามาแก้ไขปัญหา แต่ทาง Xiaomi ยังไม่ได้ออกมาชี้แจงใดๆ ขณะที่วิธีการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นในตอนนี้ คือใช้ SPFlashTool เวอร์ชั่นที่ไม่จำเป็นต้องใช้บัญชี Mi ที่ได้รับอนุญาต

ที่มา – Gizchina
https://www.flashfly.net/wp/278647

from:https://www.flashfly.net/wp/278647

ทิ้งทวนปลายปี AIS Serenade ปล่อยโปรลดราคามือถือหลากรุ่นดัง 15 ธ.ค. วันเดียวเท่านั้น ลดลงสูงสุดกว่า 60% หายไปเกือบสองหมื่น

โปรแรงส่งท้ายปีสำหรับลูกค้า AIS ที่เป็น Serenade โดยเฉพาะ คราวนี้ทางจัดเต็มขนมาทั้ง iPhone, Samsung, Huawei, OPPO, Vivo, Xiaomi และ OnePlus ครบทุกแบรนด์มาลดราคาแบบจัดหนักจัดเต็ม ลดราคากันทีเป็นหมื่น จะมีรุ่นไหนและจะราคาพิเศษเท่าไรบ้าง ไปดูกันเลยครับ

รุ่น ราคาปกติ AIS Point ราคาพิเศษ ลดไป ลด% แพ็กเกจขั้นต่ำ สัญญา
iPhone 11 Pro Max 64 GB 39,900 30,200 9,700 24.31% 1,499 18 ด.
39,900 200 28,200 11,700 29.32% 1,499 18 ด.
iPhone 11 Pro 512 GB 48,900 39,200 9,700 19.84% 1,499 18 ด.
48,900 200 37,200 11,700 23.93% 1,499 18 ด.
Samsung Note10+ 256 GB 37,900 19,900 18,000 47.49% 1,499 15 ด.
Samsung S10+ 128GB 35,900 200 17,400 18,500 51.53% 1,099 15 ด.
Huawei Mate 30 Pro 28,990 14,490 14,500 50.02% 1,099 15 ด.
28,990 200 12,490 16,500 56.92% 1,099 15 ด.
Oppo Reno 10X

(12/256GB)

28,990 14,490 14,500 50.02% 1,099 15 ด.
28,990 200 12,490 16,500 56.92% 1,099 15 ด.
OnePlus 7T Pro Mclaren 12/256GB 29,990 23,990 6,000 20.01% 1,099 15 ด.
29,990 200 21,990 8,000 26.68% 1,099 15 ด.
VIVO S1 Pro 9,999 200 4,499 5,500 55.01% 899 12 ด.
Redmi Note8 Pro

(6/128GB)

8,999 5,490 3,509 38.99% 899 15 ด.
8,999 200 3,490 5,509 61.22% 899 15 ด.

 

สำหรับโปรโมชั่นในครั้งนี้ ต้องบอกว่าไฮไลท์ทีเด็ดจะอยู่ที่ฝั่ง Android รุ่นเรือธง ที่ลดไปมากกว่า 50% และยังไม่ต้องติดแพ็กเกจสูงสุด ได้แก่ Samsung Galaxy S10+ และ OPPO Reno 10X ถ้าใครที่ใช้แพ็กเกจต่อเดือนประมาณนี้อยู่แล้ว ก็จะทำให้ได้เครื่องไปในราคาที่ประหยัดลงไปได้มากจริงๆ

โดย Galaxy S10+ แม้ว่าจะออกมาตั้งแต่ต้นปี แต่คุณภาพและประสบการณ์ใช้งานก็ยังถือว่าดีงามอยู่ไม่น้อย และปัจจุบันได้รับอัพเดทเป็น One UI 2.0 และ Android 10 ไปก่อนใคร ฟีเจอร์ต่างๆก็ได้รับการอัพเดทจนเกือบเทียบเท่ากับ Galaxy Note 10+ แล้วก็ว่าได้

ส่วน Oppo Reno 10X เป็นตัวที่มีความสามารถมาเต็ม มีดีแบบครบทุกด้าน พร้อมระบบการซูมทะลุจอไปไกลมากๆ ใครที่ยังไม่เคยสัมผัส Oppo หรืออยากอัพเกรดจาก Oppo รุ่นปัจจุบันขึ้นมาใช้ ด้วยราคานี้ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อยเลย

ส่วนถ้าใครที่มองรุ่นที่ถูกลงมากหน่อย VIVO S1 Pro ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่ก็จะยังไม่เท่า Redmi Note8 Pro ที่หากใช้ AIS Point เข้าไปร่วมและด้วยจะลดลงไปถึง 61.22% เลย ซึ่งการใช้งานทั่วไป รุ่นนี้เรียกว่าโดดเด่นเกินราคาไปมาก ได้ประสบการณ์ใช้แบบน้องๆรุ่นแพงๆ ของหลายค่ายไปเลย อยากจะจัดเอามาแทนรุ่นเก่าที่ใช้มานาน ถือใช้เป็นเครื่องหลักก็พอไปได้เลย

ใครที่ใช้แพ็กเกจราคาใกล้เคียงที่กำหนด ก็บอกเลยว่าไม่ควรพลาด ซึ่งโปรสำหรับลูกค้า Serenade ครั้งนี้นี้ต้องรีบและกดให้ไวหน่อย เพราะ AIS จัดโปรแค่เฉพาะวันที่ 15 ธ.ค. 2019 นี้ วันเดียวเท่านั้น และจำกัดจำนวนรวมทั้งหมด 2,500 สิทธิ์ตลอดทั้งโครงการ และต้องไปใช้สิทธิ์ที่เซเรเนด คลับ และเอไอเอสช็อปเท่านั้น รวม 33 แห่งทั่วประเทศ อยากอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม กดเข้าไปดูได้ที่ : http://www.ais.co.th/serenade/smartphone

from:https://droidsans.com/ais-serenade-promotion-15dec/

Xiaomi ขาย Redmi Note 8 ได้ สิบล้านเครื่องในเวลาเพียงสามเดือน

เรียกว่าเป็นการประสบความสำเร็จตามคาดสำหรับสมาร์ทโฟนจากจีนอย่าง Xiaomi ที่ขายมือถือได้ทะลุ 10 ล้านอีกรุ่น โดย Redmi Note 8 ในวันที่ 29 สิงหาคม Redmi Note 8 และ Redmi Note 8 Pro ที่ขายหมดเกือบจะในทันทีที่วางขาย และเพียงสามเดือนต่อมาผู้ผลิตก็ขายได้ 10 ล้านเครื่องทั่วโลก

และ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ บริษัท Xiaomi   กำลังลดราคา Redmi Note 8 บนเว็บไซต์ของ บริษัท แต่เป็นเพียงตัวเลือกขนาดความจุ 6/128 GB และเฉพาะในจีนเท่านั้น

ด้วยยอดขายนี้ ทำให้ Redmi Note 8 ขายได้เร็วกว่า Redmi Note7 เพราะขายได้มากถึงแปดหลักในเวลาเพียงสามเดือน เร็วกว่ารุ่นก่อนเกือบ 30 วัน และยังประกาศว่าจะยอดขายโดยประมาณ 110,000 เครื่องต่อวัน ทุกวันเป็นเวลาสามเดือน ด้วยการขายนี้ทำให้ทางค่าย Xiaomi กล่าวว่าจะมุ่งเน้นไปที่การประกาศ Redmi K30 ซึ่งกำหนดเปิดตัวในวันพรุ่งนี้ ที่จะเป็นสมาร์ทโฟนรองรับ 5G  ด้วย

 

ข่าว: Xiaomi ขาย Redmi Note 8 ได้ สิบล้านเครื่องในเวลาเพียงสามเดือน มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2019/12/02/xiaomi-sells-10-million-redmi-note-8.html

รายชื่อมือถือใหม่ผ่าน กสทช. realme X2 Pro, OnePlus 7T Pro, Redmi Note 8 Pro, OPPO K5 และ Apple Watch 5 [ตุลาคม 2019]

เดือนตุลาคมก็เป็นอีกเดือนที่มือถือเปิดตัวกันดุเดือดจริงๆ โดยเฉพาะรุ่นท็อปอย่าง Google Pixel 4 ที่มีฟีเจอร์ถ่ายรูปอย่างเทพ แต่น่าเสียดายที่ไม่เข้าไทย สำหรับรุ่นที่เข้าไทยหลักๆ ก็จะมี realme X2 Pro เป็นนักฆ่าเรือธงน้องใหม่, OnePlus 7T Pro หน้าตาคล้ายเดิมอัปสเปคแรงขึ้น ทางรุ่นสุดคุ้มก็จะมี Redmi Note 8 Pro, OPPO K5, vivo Y19 ราคาใกล้เคียงกัน ส่วนทาง Apple ก็ขน iPad Gen 7th กับ Apple Watch 5 มาแล้วด้วย ส่วนรุ่นอื่นๆ จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลยครับ

หมายเลข

ตราอักษร

แบบ/รุ่น

B38679-19 realme RMX1931 (realme X2 Pro)
B38678-19  vivo vivo 1915 (Y19)
B38667-19 OPPO CPH1976 (K5)
B38655-19 ONEPLUS HD1913 (ONEPLUS 7T Pro)
B38662-19 Apple A2198 (iPad)
B38658-19 Redmi M1906G7G (Redmi Note 8 Pro)
B38653-19 HUAWEI VRD-AL09 MediaPad M6 (8-inch)
B38650-19 HTC Wildfire R70
B38649-19 Apple A2157
B38648-19 Apple A2156
B38675-19 Lenovo Lenovo TB-8505X (Lenovo Tab M8)
B38652-19 Lenovo Lenovo L78051 (Lenovo Z6 Pro)

realme

หลังจากที่หลุดสเปคมาตั้งแต่กลางเดือนตุลาคม ในที่สุดก็เข้าไทยผ่าน กสทช. มาสักทีสำหรับ realme X2 Pro ที่ถือเป็นนักฆ่าเรือธงน้องใหม่มาแรงที่ใช้สเปคเป็น Snapdragon 855+ หน้าจอ AMOLED รีเฟรชเรท 90Hz, หน่วยความจำสุดแรง UFS 3.0 พร้อมระบบชาร์จสุดไว SuperVOOC 50W กล้องหลัง 4 ตัว เคาะราคาเริ่มต้นในประเทศจีนก็สบายกระเป๋ามากๆ เพียง 2,599 หยวน หรือราว 11,500 บาท เท่านั้นครับ

vivo

มาแบบเงียบๆ ไร้ซึ่งข่าวใดๆ สำหรับ vivo Y19 มือถือสเปคคุ้มที่มีข่าวหลุดจากประเทศอินเดีย ตัวเครื่องจะมาพร้อมกับสเปคที่เป็น Snapdragon 675, Ram 6GB, Rom 128GB แบต 5,000 mAh กล้องหลัง 3 ตัว โดยมีราคาคาดการณ์อยู่ที่ 17,990 รูปี หรือประมาณ 7,700 บาทด้วยกัน และคาดว่าจะเปิดตัวในไทยเร็วๆ นี้

OPPO

เปิดตัวไปไม่ทันไรก็เข้าไทยตามมาติดๆ กับ OPPO K5 ที่เป็นมือถือสายสเปคคุ้มที่สานต่อจากรุ่น OPPO K3 โดยคราวนี้จะมาพร้อมกับชิป Snapdragon 730G กล้องหลัง 3 ตัว 64MP + 8MP + 2MP แบต 4,000 mAh และระบบชาร์จไว 30W VOOC 4.0 ชาร์จ 30 นาทีได้แบตไปแล้ว 67% โดยจะมีราคาเริ่มต้นที่ 1,899 หยวน หรือประมาณ 8,100 บาทครับ

OnePlus

เปิดตัวปุ๊บมาปั๊บกับ OnePlus 7T Pro ที่คราวนี้หน้าตาแอบเหมือนเดิม เพิ่มเติมอัปสเปคมาใหม่ ใช้ Snapdragon 855+ กับเพิ่มแบตเป็น 4,085 mAh รองรับ Warp Charge 30T ส่วนเรื่องกล้องหน้าหลัง หน้าจอรีเฟรชเรท 90Hz เหมือนรุ่นเดิมทุกประมาณ โดยจะจำหน่ายแล้ววันนี้ เริ่มต้นที่ 26,990 บาท

Apple

หลังจากที่เปิดตัว iPhone 11 และวางจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อยคราวนี้มาถึงฝั่งของ iPad 7th Gen กับ Apple Watch 5 กันบ้าง ซึ่งก็ทยอยเข้ามากันแบบติดๆ โดยตัว iPad 7th Gen จะมาพร้อมกับการรองรับ Apple Pencil และขยายหน้าจอเป็น 10.2 นิ้ว Retina Display

ราคาวางจำหน่าย iPad 7th Gen

  • 32GB ราคา 10,900 บาท
  • 32GB + Cellular ราคา 15,400 บาท
  • 128GB ราคา 13,900 บาท
  • 128GB + Cellular ราคา 18,400 บาท

ส่วน Apple Watch 5 ก็จะมาพร้อมกับจอ Retina ความสว่าง 1,000 nits และมีฟีเจอร์ใหม่ always-on display แถมแบตใช้ได้ถึง 18 ชั่วโมงอีกด้วย

ราคาวางจำหน่าย APPLE WATCH SERIES 5

  • Apple Watch Series 5 ราคา 13,400 บาท
  • Apple Watch Series 5 Cellular ราคา 16,900 บาท

Xiaomi

สำหรับ Redmi Note 8 Pro ก็ถือเป็นอีกรุ่นที่คนให้ความสนใจกันอย่างล้นหลาม ซึ่ง ณ เวลานี้ก็มีวางจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยไฮไลท์จุดเด่นหลักๆ เลยคือ ตัวเครื่องดีไซน์พรีเมียมฝาหลังเป็นกระจก 3D ใช้ชิป MediaTek Helio G90t ตัวแรง พร้อมมี Liquid Cooling ช่วยระบายความร้อน กล้องหลัง 4 ตัว 64MP + 8MP + 2MP + 2MP แบต 4,500 mAh ชาร์จไว 18W เรียกได้ว่าสเปคจัดเต็มจริงๆ

ราคาวางจำหน่าย Redmi Note 8 Pro

  • 6/64GB ราคา 7,999 บาท
  • 6/128GB ราคา 8,999 บาท

HUAWEI

Huawei MediaPad M6 ถือเป็นแท็บเล็ตอีกรุ่นที่ใครหลายคนเฝ้ารอคอยมานาน เปิดตัวมาตั้งแต่เดือนมิถุนายนในที่สุดก็ผ่าน กสทช. สักที จุดที่ให้เจ้าตัวนี้น่าสนใจคือตัวเครื่องมาพร้อมกับชิป Kirin 980 หน้าจอความละเอียดระดับ 2K มีให้เลือก 2 ขนาด ทั้ง 8.4 นิ้ว และ 10.8 นิ้ว แบต 6,100/7,500 mAh  ชาร์จไว 18W รองรับปากกา M Pen และเคสคีย์บอร์ด

ราคาวางจำหน่าย HUAWEI MEDIAPAD M6 

รุ่นหน้าจอ 8.4 นิ้ว

  • 4/64GB ราคา 1,999 หยวน (ประมาณ 9,000 บาท)
  • 4/64GB + Cellular ราคา 2,399 หยวน (ประมาณ 10,750 บาท) 
  • 4/128GB ราคา 2,399 หยวน (ประมาณ 10,750 บาท)
  • 4/128GB + Cellular ราคา 2,699 หยวน (ประมาณ 12,100 บาท)

รุ่นหน้าจอ 10.8 นิ้ว

  • 4/64GB ราคา 2,299 หยวน (ประมาณ 10,300 บาท)
  • 4/64GB + Cellular ราคา 2,699 หยวน (ประมาณ 12,100 บาท) 
  • 4/128GB ราคา 2,699 หยวน (ประมาณ 12,100 บาท)
  • 4/128GB + Cellular ราคา 3,499 หยวน (ประมาณ 15,700 บาท)

HTC

มาแบบงงๆ สำหรับ HTC Wildfire R70 ซึ่งปกติแล้ว HTC ไม่ได้ทำตลาดที่บ้านเราสักเท่าไร ข้อมูลจากเว็บ ithome ระบุว่าเครื่อง R70 นี้ จะเป็นเครื่อง OEM ให้กับแบรนด์ Lava International เพื่อมาขายในไทยอีกที ส่วนสเปคอื่นๆ ยังไม่มีระบุออกมาแต่อย่างใด

Lenovo

ข่าวเปิดตัวมาตั้งแต่เมษายน ในที่สุด Lenovo Z6 Pro ก็เข้าไทยผ่าน กสทช. สักที หลังจากที่ปล่อยเครื่องหิ้วขายกันมานาน โดยถือมือถือเรือธงระดับไฮเอนด์ของค่ายมาพร้อมกับชิป Snapdragon 855 กล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียดสูงสุด 48MP ซึ่งจะมีเลนส์ Super Macro มาด้วย หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.39 นิ้ว ความละเอียด FHD+ แบต 4,000 mAh รองรับการชาร์จไว 27W

ราคาวางจำหน่าย Lenovo Z6 Pro

  • 6/128GB ราคา 2,899 หยวน (ประมาณ 13,800 บาท)
  • 8/128GB ราคา 2,999 หยวน (ประมาณ 14,200 บาท)
  • 8/256GB ราคา 3,799 หยวน (ประมาณ 18,000 บาท)
  • 12/512GB ราคา 4,999 หยวน (ประมาณ 23,700 บาท)

ถัดมาอีกรุ่น Lenovo Tab M8 จะเป็นแท็บเล็ตราคาประหยัดหน้าจอขนาด 8 นิ้ว มี 2 ความละเอียด ได้แก่ HD และ FHD ทั้งคู่ใช้ชิป MediaTek Helio A22 แบต 5,000 mAh โดยรุ่นจอ HD มีกล้องหลังความละเอียด 5MP กล้องหน้า 2MP ส่วนรุ่นหน้าจอ FHD มีกล้องหลัง 13MP และกล้องหน้า 5MP

  • 2/16GB (จอ HD) ราคา 139 ยูโร (ประมาณ 4,600 บาท)
  • 3/32GB (จอ FHD) ราคา 159 ยูโร (ประมาณ 5,300 บาท)

 

ที่มา :  nbtc

from:https://droidsans.com/nbtc-new-phone-oct-2019/

Review | รีวิว Redmi Note 8 Pro สเปคยืนหนึ่งในราคา 7,999 บาท มีใครให้มากกว่านี้ไหม? (draft)

อีกหนึ่งมือถือที่อัดสเปคมาแบบจัดเต็มในราคาที่ถูกมากๆ สำหรับ Redmi Note 8 Pro ใส่ชิปเซ็ตมาให้เป็น MediaTek Helio P90 ที่ประสิทธิภาพบอกเลยว่าใช้งานทั่วไปหรือแม้กระทั่งการเล่นเกมกราฟฟิกโหดๆ ได้แบบลื่นไหลสุดๆ อีกทั้งยังมาพร้อมกับกล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล ในราคาสุดคุ้ม 7,999 บาทเท่านั้น ผมได้ลองเล่นมาสักพักแล้ว จะมารีวิวให้ฟังครับว่าการใช้งานจริง จะเป็นยังไงบ้าง จะทำได้ดีเหมือนในสเปคกระดาษหรือเปล่า

แกะกล่องเช็คของ

ใครที่สั่งซื้อ Redmi Note 8 Pro นี่น่าจะได้ของแถมกันเพียบไปหมดตามสไตล์ Xiaomi ซึ่งแต่ละเจ้าที่ขายก็จะแถมแตกต่างกัน ส่วนอุปกรณ์ในกล่องที่เหมือนๆ กันก็จะมีตัวเครื่อง, หม้อแปลงชาร์จเร็ว 18 วัตต์, สาย USB C (หัวอีกข้างเป็น USB A) และเคสใส ไม่มีหูฟังมาให้ตามเคย

ดีไซน์ตัวเครื่อง Redmi Note 8 Pro

สีที่ผมได้มารีวิวครั้งนี้คือสีขาว Pearl White ครับ แว๊บแรกที่เห็นคือสีมันพรีเมียมมากๆ สัมผัสจับถือดูดีกว่ามือถือเรือธงที่ใช้ส่วนตัวอีก ฮ่าๆ มาพร้อมกับกล้องหลังทั้งหมด 4 ตัว ที่เรียกได้ว่าเป็นจุดเด่นของรุ่นนี้เลยก็ว่าได้

หน้าจอ LCD ขนาด 6.53 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ มีรอยบากสำหรับใส่กล้องเซลฟี่ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล ค่าความสว่างสูงสุดดันไปได้มากถึง 500 nits ใช้งานกลางแจ้งสู้แสงแดดประเทศไทยได้แบบสบายๆ

ด้านซ้ายมือของตัวเครื่องจะเป็นลักษณะโล่งๆ เลย มีเพียงแค่ถาดใส่ซิมเท่านั้นครับที่อยู่ฝั่งนี้

ส่วนด้านขวาก็เป็นที่อยู่ของปุ่มเพิ่มเสียงลดเสียงและปุ่มพาวเวอร์ การจัดวางของปุ่มถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่กดได้พอดีเลยล่ะ

ข่าวดีก็คือ Redmi Note 8 Pro ยังไม่ตัดช่องรูหูฟัง 3.5 มม. ออกไปครับ แถมพอร์ตที่ให้มายังเป็นแบบ USB Type-C อีกด้วย ทำให้ไม่ต้องพกสายชาร์จอะไรให้ยุ่งยาก สามารถยืมเพื่อนที่ใช้ Type C เหมือนกันได้เลย ข้างๆ พอร์ตเป็นลำโพง อย่างไรก็ดี เสียงที่ได้มาก็ถือว่าดังใช้ได้อยู่เหมือนกัน

ส่วนด้านบนตัวเครื่องก็มีไมค์ และ IR Blaster สำหรับควบคุมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน

ข้างๆ กล้องหน้า จะมีไฟ Notification LED หรือว่าไฟแจ้งเตือนซ่อนอยู่ด้วย ซึ่งหากมีการแจ้งเตือนมาหรือเรายังไม่ได้เปิดดูมันก็จะกระพริบช้าๆ และไฟก็จะติดขึ้นมาตอนเสียบสายชาร์จด้วย

 

ประสิทธิภาพและการการใช้งาน

Redmi Note 8 Pro มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย MIUI 10 ที่ตอนเปิดเครื่องครั้งแรก ผมแทบตกใจเลยนึกว่าโทรศัพท์รุ่นนี้มาเป็น Android 10 รุ่นล่าสุดเลย ชิปเซ็ตใส่มาเป็น Helio G90T ที่ทาง MediaTek ชูโรงมาว่าเป็นชิปสายเกมมิ่ง ซึ่งพอเอาไปทดสอบคะแนน Benchmark กับ AnTuTu ก็พบว่ากวาดคะแนนไปถึง 226,680 เรียกได้ว่าชนกับชิป Snapdragon 730 ได้แบบสบายๆ เลย

หน่วยความจำ Redmi Note 8 Pro เลือกใช้เป็นแบบ UFS 2.1 ซึ่งผมได้ลองเอาไปทอดสอบกับแอป AndroBench การอ่านการเขียนข้อมูลก็ได้คะแนนมาดังนี้ การอ่านอยู่ที่ 510.65 MB ต่อวินาที และการเขียนอยู่ที่ 192.91 MB ต่อวินาที

เครื่องที่ได้มารีวิวเป็นตัว RAM 6GB และความจุ 128GB ใส่เมมเพิ่มได้ โหลดแอปพื้นฐานอย่าง Facebook, Messenger, LINE, Twitter หรือ IG มาลองเล่น สลับแอปไปมา ก็ไม่มีอาการค้างให้เห็นนะ เปิดแอปทิ้งไว้หลายๆ แอป ไม่เคลียร์ทิ้ง เครื่องก็ไม่ได้ช้าลงแต่อย่างใด

Redmi Note 8 Pro รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi ทั้ง 2.4G และ 5G เลย

การเล่นเกม

ชิป Helio G90T นั้นไม่ธรรมดาจริงๆ ตอนแรกก็แอบสงสัยอยู่เหมือนกัน เพราะโดยปกติชิปใหม่ๆ ค่ายเกมมักจะยังไม่ค่อยรองรับ แต่ปรากฏวง่าทั้ง PUBG และ ROV นั้นพร้อมใช้งานเปิดกราฟิคสุดๆ ได้ แถมเฟรมเรตยังนิ่งมากจนเซอร์ไพรส์

ชิปไม่เรือธง แต่เปิดมาได้กราฟิคสูงสุดเลยจ้า

ลองไปปรับเพิ่มในเกมอีกนิดหน่อย ภาพ HDR ก็มา ได้เฟรมเรต Ultra ของ PUBG ด้วยเด้อ ส่วนของ ROV เปิดสุดได้ทุกค่า ดันขวาสุดไปเลย เฟรมเรตนิ่งเนียนจนแปลกใจ

แต่หลังจากลองเล่นไปสักพัก… เครื่องอุ่นครับ แม้ นี่ขนาดใส่เคสอยู่ คาดว่าถ้าถอดออกน่าจะมีความร้อนพอสมควรเลย แม้ภายในจะมีระบบระบายความร้อนมาให้แต่ก็เหมือนจะคุมได้แค่ระดับนึงเท่านั้น ยังไงลองไปดูรายละเอียดเต็มๆ ในคลิปรีวิวท้ายบทความนะครับ

ระบบนำทาง

ประสิทธิภาพ GPS ของรุ่นนี้ก็มีความแม่นยำพอสมควรเลยนะ ผมเอามาลองใช้นำทางไปโน้นนี่สถานที่ที่ไม่เคยไป เดินตามต้อยๆ ตามลูกศร ก็พบว่าไม่หลง พาไปถึงจุดหมาย ไม่เจออาการหลุดระหว่างทาง

กล้องถ่ายรูป

กล้องหลัง 4 ตัวที่ถือว่าเป็นจุดขายของ Redmi Note 8 Pro ทั้งเซนเซอร์ Samsung GW1 ที่ทาง Xiaomi ได้จับมือพัฒนาร่วมกับ Samsung ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล ใช้ถ่ายรูปทำภาพโปสเตอร์ได้แบบสบายๆ เลย ส่วนกล้องที่เหลือประกอบไปด้วยกล้อง Ultra Wide 8 ล้านพิกเซล, กล้อง depth sensor 2 ล้านพิกเซล และกล้องมาโคร 2 ล้านพิกเซล ถ่ายวัตถุได้ใกล้สุดเพียง 2 เซนติเมตร

จะให้บรรยายสพรรณคุณของกล้องเป็นตัวหนังสือก็จะดูประหลาดๆ เอาเป็นว่าลองดูภาพตัวอย่างด้านล่างเอาเลยละกันนะครับ ส่วนตัวผมว่าโอเคกับราคามากๆ เลย ภาพแต่ละภาพที่ได้คือคมชัด สีสันดูเป็นธรรมชาติ ถ้าอยากให้ได้สีที่สดหรืออิ่มขึ้นมาอีกหน่อยก็สามารถเปิด AI เพิ่มได้











ภาพจากกล้อง Ultra Wide






ภาพจากกล้องมาโคร 


ภาพถ่ายคน






ภาพจาก Night Mode








จากการทดสอบ Night Mode นั้นโดยรวมมีการจัดการนอยส์ในภาพได้ดีขึ้น แต่ยังดีง dynamic range มาไม่ได้มากนัก ซึ่งหากเทียบกับตระกูล Xiaomi ที่ใช้ชิป Snapdragon แล้วยังแพ้อยู่นิดหน่อย คาดว่าอาจจะมีส่วนของ ISP ที่ใช้ประมวลผลภาพมาเกี่ยวข้องด้วย

 

กล้องเซลฟี่

กล้องเซลฟี่ของ Redmi Note 8 Pro นั้นมีความละเอียด 20 ล้านพิกเซล

 

ภาพจากกล้องเซลฟี่












ภาพจากกล้องเซลฟี่ถือว่าทำออกมาได้ค่อนข้างดีเลยทั้งในเรื่องของความคมชัด การเบลอฉากหลัง แถมยังมีลูกเล่น Portrait Lighting ให้เลือกเล่นมากมาย หากแสงมาเต็มนี่คมชัดสีสวย แต่ถ้าแสงเริ่มลดลงก็จะเริ่มเห็นว่าภาพจะเริ่มเบลอๆ พิกเซลจะไม่คมและเริ่มเป็นวุ้นๆ อย่าง 2 ภาพสุดท้าย

ส่วนโหมดการถ่ายวิดีโอนั้นอยู่ในคลิปรีวิวท้ายบทความนะครับ

ดูหนังฟังเพลง

ใครที่เป็นสาย Netflix อันนี้มีเฮครับ เพราะ Redmi Note 8 Pro รองรับ Widevine แบบ L1 สามารถดูหนังและซีรีส์ในความละเอียด HD และอย่างที่บอกไปข้างต้นครับ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ใส่ลำโพงสเตอริโอคู่มาให้ แต่เสียงที่ออกมาจากสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ก็อยู่ในเกณฑ์ที่โอเคในระดับหนึ่งเลย แต่ถ้าใครยังไม่พอใจก็สามารถเสียบรูหูฟังได้นะ อันนี้มิติและเนื้อเสียงก็จะดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ส่วนตัวผมชอบมากๆ ที่รุ่นนี้ยังไม่ตัดหูฟังออก

แบตเตอรี่และระบบชาร์จไว

Redmi Note 8 Pro อัดแบตเตอรี่มาแบบจัดเต็ม 4,500 มิลลิแอมป์ ทำให้สามารถเล่นได้แบบเพลินๆ เลย 1 วันไม่ต้องถามหาที่ชาร์จแบต เปิดกล้องถ่ายรูป, เล่นโซเชียล หรือฟังเพลงทั้งวัน กลับบ้านไปพบว่าแบตยังเหลืออยู่ราวๆ 54% ขณะที่ Screen On Time ผ่านไป 3 ชั่วโมง ถือว่ามีระบบจัดการพลังงานที่ดีใช้ได้เลยสำหรับรุ่นนี้

ส่วนเรื่องระบบชาร์จไว Redmi Note 8 Pro ก็มีหม้อแปลง 18 วัตต์แถมมาในกล่องเลย ไม่ต้องหาซื้อเพิ่มจากข้างนอก ไปทำธุระแปปเดียว 30 นาที ชาร์จทิ้งไว้ ก็ได้แบตมาเล่นเกือบๆ 40 – 50% แล้วล่ะ

จุดที่ประทับใจ 

  • ดีไซน์และงานประกอบถือว่าโอเค สัมผัสแล้วรู้สึกพรีเมียม
  • ประสิทธิภาพการใช้งานสู้มือถือระดับหมื่นต้นๆ ไปจนถึงหมื่นปลายๆ ได้แบบสบายๆ ด้วยความสามารถของชิปเซ็ต Helio G90T
  • กล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียดสูงสุด 64MP
  • แบตเตอรี่ 4,500 มิลลิแอมป์ อึด ใช้งานได้เกินวัน
  • รองรับชาร์จไว 18 วัตต์ แถมมาให้ในกล่องไม่ต้องซื้อเพิ่ม
  • มีรูหูฟัง 3.5 มม.
  • IR Blaster

จุดที่ต้องพิจารณา

  • เล่นเกมไปสักพักตัวเครื่องจะอุ่นขึ้นแบบรู้สึกได้ แม้จะใส่เคสและนั่งอยู่ในห้องแอร์

สเปค REDMI NOTE 8 PRO

  • หน้าจอขนาด 6.53 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2340 x 1080) อัตราส่วน 19.5 : 9
  • CPU : Helio G90T
  • GPU : Mali-G76
  • RAM : 6GB
  • ความจุ : 64GB / 128GB
  • กล้องหลัง : 64MP + 8MP + 2MP + 2MP
  • กล้องหน้า : 20MP
  • สแกนนิ้วมือด้านหลัง
  • USB-C
  • รูหูฟัง 3.5 มม.
  • รองรับ NFC
  • แบตเตอรี่ : 4,500 mAh รองรับชาร์จไว 18W
  • ระบบ Android 9 ครอบด้วย MIUI 10
  • ราคาเปิดตัว
    • 6GB/64GB ราคา 7,999 บาท
    • 6GB/128GB ราคา 8,999 บาท

Redmi Note 8 Pro ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในมือถือราคาไม่เกินหมื่นที่สเปคจัดเต็มแบบสุดๆ ทั้งชิป Helio G90T ที่ประสิทธิภาพแรงไม่แพ้ Snapdragon 730 (ผลคะแนนสูสีกับ Snap 8xx ด้วยซ้ำ) ไหนจะกล้องความละเอียด 64 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพไปทำเป็นโปสเตอร์ยังได้ พอร์ตก็เป็น USB Type-C และรูหูฟัง 3.5 มม. ที่ยังไม่ตัดออกไปอีก นอกจากนี้แบตเตอรี่ก็อึดใช้ได้เลย เรียกได้ว่าสเปคเท่านี้กับเงินที่เสียไป 7,999 บาท คุ้มสุดๆ ไปเลย

from:https://droidsans.com/review-redmi-note-8-pro/

เสียวหมี่ เปิดตัว Redmi Note 8 Series สมาร์ทโฟนกล้อง 64 ล้านพิกเซล ในราคาไม่ถึงหมื่น !!

 

เสียวหมี่ (Xiaomi) ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลกประกาศเปิดตัว Redmi Note 8 Series ถึง 2 รุ่นในไทย ทั้ง Redmi Note 8 Pro 4 กล้อง ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล เกมมิ่งสมาร์ทโฟน ที่เปิดตัวด้วยราคาเริ่มต้นที่ 7,999 บาท และ Redmi Note 8 สมาร์ทโฟน 4 กล้อง ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ที่ราคา 4,999 บาท 

พร้อมเปิดตัวอุปกรณ์อัจฉริยะเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าชาวไทย อาทิ Mi Air Purifier 3H เครื่องฟอกอากาศนวัตกรรมใหม่ล่าสุดจากเสียวหมี่ ราคา 5,990 บาท Mi Handheld Vacuum Cleaner เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Mi แรงดูดพลังไซโคลน ราคา 8,490 บาท และกระเป๋าเดินทาง Xiaomi Metal Carry-on Luggage 20” ราคา 7,490 บาท

Xiaomi

นายโรซัน หลัว ผู้จัดการประจำประเทศไทย เสียวหมี่ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) กล่าวว่า “Redmi Note เป็นหนึ่งในซีรี่ย์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดของเสียวหมี่ในทุกตลาดทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยด้วย โดยซีรี่ย์นี้แสดงให้เห็นถึงปรัชญาแนวคิดของเราในการสร้างสรรค์นวัตกรรมสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง

นอกจากสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่นี้จะได้ถูกออกแบบมาให้สอดรับกับแนวคิดดังกล่าวได้อย่างสมบูรณ์แบบจนได้ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าทึ่งแล้วราคายังเป็นที่น่าดึงดูดใจอีกด้วย และผมมั่นใจว่าสำหรับแฟนที่รักเสียวหมี่และรอคอย Redmi Note 8 และ Redmi Note 8 Pro จะต้องถูกใจอย่างแน่นอน เพราะเราเองก็รู้สึกดีมากและตื่นเต้นที่จะได้ส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดนี้ถึงมือทุกคนเช่นกัน”


Redmi Note 8 Pro

หลังจากการเปิดตัวสมาร์ทโฟนระดับกลางในจีน Redmi Note 8 Pro เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของเสี่ยวหมี่ที่มาพร้อมกับกล้องที่คมชัดขั้นสุด 64 ล้านพิกเซล ที่มีกล้องให้มากถึง 4 ตัว พร้อมระบบระบายความร้อน LiquidCool อันทรงพลัง ทำให้เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ เหล่าเกมเมอร์ หรือผู้ที่มองหาประสบการณ์การใช้งานสินค้าคุณภาพระดับเรือธง

เก็บภาพสวยสมใจด้วยความคมชัดขั้นสุด 64 ล้านพิกเซล กับกล้องถึง 4 ตัว

Redmi Note 8 Pro ไม่ได้มีแค่สามกล้อง แต่ให้มากถึง 4 กล้องคุณภาพจัดเต็ม กล้องหลักมอบความคมชัดและรายละเอียดขั้นสุดระดับ 64 ล้านพิกเซล คมชัดจนสามารถนำภาพที่ถูกถ่ายด้วย Redmi Note 8 Pro ในโหมด 64 ล้านพิกเซล มาทำสื่อสิ่งพิมพ์ได้จนมีขนาดใหญ่ถึง 3.26 เมตรเลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังเก็บภาพแสงสียามค่ำคืนหรือในสภาวะแสงน้อยได้ดีกว่าที่เคยด้วยการรวมพิกเซลจาก 4 เป็น 1 โดยเพิ่มขนาดพิกเซลต่อจุดให้ใหญ่ขึ้นเป็น 1.6 ไมครอน ซึ่งจะรับแสงได้ไวกว่าเดิม ส่งผลให้ภาพมีความละเอียดมากขึ้น ส่วนกล้อง ultra-wide angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เก็บภาพมุมกว้างได้สวยสมบูรณ์แบบและกว้างถึง 120 องศา

และเสริมทัพด้วย 2 เลนส์สำคัญ ทั้งเลนส์ macro ที่ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล และเลนส์ depth ที่ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล มาผนึกกำลังกันมาสร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้กับกล้องตัวท็อปของ Redmi

และที่ล้ำไปกว่านั้น คือกล้องหน้า 20 ล้านพิกเซล ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี AI พร้อมเก็บทุกรายละเอียดที่สำคัญ ด้วยโหมด portrait selfies, scene detection และ face unlock ปรับภาพให้สวยทุกมุมมอง

เมื่อความคงทนมาผสานกับดีไซน์สุดหรูอย่างลงตัว

Redmi Note 8 Pro นำนวัตกรรม Corning® Gorilla® Glass 5 มาใช้กับตัวเครื่องทั้งด้านหน้าและหลังเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดจากการตกกระแทกและการขีดข่วน

และยกระดับความคงทนขึ้นอีกขั้นโดยใช้เทคโนโลยีป้องกันน้ำและป้องกันฝุ่นระดับ IP52 มีให้เลือกถึงสามสีหลายสไตล์ในแบบคุณ ไม่ว่าจะเป็น Mineral Grey, Pearl White และ Forest Green


มอบประสิทธิภาพชั้นเลิศสำหรับประสบการณ์เล่นเกมส์เหนือระดับ

Redmi Note 8 Pro มอบประสิทธิภาพการเล่นเกมส์ที่เหนือระดับ  ด้วยการนำเทคโนโลยีหน่วยประมวลผลอันทันสมัยจาก MediaTek Helio G90T ที่มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล CPU Octa-core ความเร็วสูงสุด 2.05 GHz

และเทคโนโลยีหน่วยประมวลผลกราฟฟิกล่าสุด GPU Arm Mali-G76 3EEMC4  ให้ความถี่สูงสุด 800MHz และ AI อัดแน่นถึง 1 TMACs พร้อมฟีเจอร์ LiquidCool ซึ่งเป็นรุ่นแรกในซี่รี่ย์ Redmi Note ที่ได้ใช้เทคโนโลยีนี้

ทำให้คุณสามารถใช้งานแบบไฮสปีดได้อย่างเพลิดเพลิน ไร้กังวลว่าเครื่องจะร้อนเกินไปเมื่อเล่นเกมส์  และพ่วงมาพร้อมแบตเตอรี่ความจุขั้นสุดถึง 4500 mAh ซึ่งเป็นความจุสูงที่สุดของรุ่น Redmi Note ที่มีตอนนี้

ขนมาพร้อมกับฟีเจอร์อีกมากมาย ทั้งโหมดประหยัดพลังงาน และระบบปรับความสว่างอัจฉริยะเพื่อช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ให้คุณใช้งานได้นานขึ้น รองรับระบบชาร์จเร็ว 18 วัตต์ มี IR Blaster และช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร อีกด้วย

Redmi Note 8

Redmi Note 8 มาพร้อมฟีเจอร์อัดแน่น ด้วยความคมชัดระดับอัลตร้าถึง 48 ล้านพิกเซล จากกล้องถึง 4 ตัว ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผล Qualcomm® Snapdragon™ 665 ชิปเซ็ตทรงพลัง เทคโนโลยี AI ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพแบตเตอรี่ให้กับโทรศัพท์ของคุณเพื่อการใช้งานที่ยาวนานตลอดวัน

และมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 4000mAh และที่พิเศษไปกว่านั้น คือฟังก์ชันการทำความสะอาดตัวเองของลำโพง ที่สามารถไล่ฝุ่นหรือสิ่งสกปรก ผ่านคลื่นความถี่ต่ำ Sonic Pulses (พัลส์)


เก็บภาพสวยคมชัดได้มากกว่ากับกล้อง 4 ตัว ความละเอียดมากถึง 48 ล้านพิกเซล

Redmi Note 8 คือขุมพลังแห่งการถ่ายภาพ ที่มาพร้อมกับกล้องหลังถึง 4 ตัว ซึ่งกล้องหลักมีความคมชัดระดับอัลตร้า 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ ½ นิ้วและรูรับแสงขนาด f/1.79 และมุมมองภาพในมุมกว้างขนาด 79.4° ในขณะที่กล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล สามารถขยายมุมมองภาพที่กว้างได้มากถึง 120°

พ่วงมาด้วยเลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล และเลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ที่ผสานการทำงานกันได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะถ่ายภาพใกล้หรือไกลก็สามารถเก็บภาพสวยสมใจได้

สำหรับกล้องหน้า Redmi Note 8 ก็มาพร้อมกับกล้องเซลฟี่ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ด้วยรูรับแสงขนาด f/2.0 พร้อมเทคโนโลยี AI ที่จะช่วยให้คุณถ่ายรูปเซลฟี่ให้ออกมาสวยสมบูรณ์

กล้องหน้ายังมีฟีเจอร์พาโนรามาเซลฟี่ ที่สามารถถ่ายรูปกลุ่มครบทุกคนในภาพโดยที่ไม่มีใครคนใดคนหนึ่งโดนตัดออกไป ถือได้ว่า Redmi Note 8 เป็นรุ่นแรกในตระกูล Redmi ที่ทำได้

ความคงทนผสานเข้ากับความสะดวกสบาย

หน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว ความคมชัดระดับ FHD+ และเป็นหน้าจอแสดงผลแบบ Dot Drop  ดีไซน์กระจก 2.5D ขอบโค้งมนรอบด้าน มอบประสบการณ์การมองเห็นสุดพิเศษระดับ FHD+ อัตราส่วนพื้นที่หน้าจอที่มีมากถึง 90% ช่วยให้คุณดูได้อย่างเต็มตา

ทั้งยังได้รับมาตรฐานการรับรองการป้องกันแสงสีฟ้า จาก TÜV Rheinland ให้คุณใช้งานอย่างสบายตาและช่วยป้องกันอาการเมื่อยล้าของดวงตา คุณสามารถสัมผัสได้ถึงความคงทนที่อัพเกรดขึ้น เพราะจอแสดงผลใช้ Corning® Gorilla® Glass 5 เพื่อความทนทานของหน้าจอและฝาหลัง Redmi Note 8 มีสามสีให้เลือกดังนี้ Space Black, Neptune Blue, and Moonlight White

ราคาและการจัดจำหน่าย Redmi Note 8 Pro

 

แพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ชั้นนำ

Redmi Note 8 Pro รุ่น RAM 6GB+64GB และ RAM 6GB+128GB มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Mineral Grey, Pearl White และ Forest Green จะเริ่มเปิดอย่างจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ผ่าน 3 แพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ JD CENTRAL, Lazada และ Shopee ในวันที่ 10 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00 น. ในราคา 7,999 บาท และ 8,999 บาท

AIS

ในวันที่ 10 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00 น. เอไอเอสจะเปิดจำหน่ายรุ่น Redmi Note 8 Pro รุ่น RAM 6GB+128GB ที่เอไอเอสช็อปและเทเลวิซที่ร่วมรายการ

โดยมอบ 2 ข้อเสนอสุดพิเศษจากแพ็กเกจ AIS 4G Hot deal MAXX speed ให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของ Redmi Note 8 Pro สมาร์ทโฟนทรงพลังที่คมชัดขั้นสุดระดับ 64 ล้านพิกเซล ที่มีกล้องให้มากถึง 4 ตัว บนเครือข่ายคุณภาพอันดับ 1 ของประเทศ ที่เร็ว แรง และเสถียรที่สุด

  • ข้อเสนอสุดพิเศษแรก มอบส่วนลดค่าเครื่อง 3,300 บาท เหลือเพียง 5,699 บาท (จากราคาปกติ 8,999 บาท) เมื่อชำระค่าบริการล่วงหน้า 1,500 บาท พร้อมสมัครแพ็กเกจ AIS 4G Hot deal MAX speed 449 บาท
  • ข้อเสนอสุดพิเศษที่สอง มอบส่วนลดค่าเครื่อง 4,300 บาท เหลือเพียง 4,699 บาท (จากปกติ 8,999 บาท) เมื่อชำระค่าบริการล่วงหน้า 2,000 บาท พร้อมสมัครแพ็กเกจ AIS 4G Hot deal MAX speed 649 บาท

ในขณะเดียวกันเสียวหมี่จะเปิดจอง Redmi Note 8 Pro รุ่น RAM 6GB+64GB และ RAM 6GB+128GB ณ TGFone, BananaIT, BKK, Kingkong Phone และร้าน Mi Authorized Store ทั่วประเทศ ในราคา 7,999 บาท และ 8,999 บาท

ราคาและการจัดจำหน่าย Redmi Note 8

 

แพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ชั้นนำ

Redmi Note 8 รุ่น RAM 4GB+64GB และ RAM 4GB+128GB มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Space Black, Neptune Blue และ Moonlight White วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการพร้อมกับช่องทางออฟไลน์บน 3 แพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ชั้นนำ ได้แก่ JD CENTRAL, Lazada และ Shopee ในวันที่ 10 ตุลาคม เวลา 10.00 น. ในราคา 5,999 บาท และ 6,999 บาท

รุ่นพิเศษสำหรับ Pre-Order ! ในวันที่ 10 – 15 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป Redmi Note 8 รุ่น RAM 3GB+32GB มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Space Black, Neptune Blue และ Moonlight White จะเริ่มเปิดให้จองอย่างเป็นทางการ (Pre-Order) ผ่านทั้ง 3 แพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ชั้นนำ ได้แก่ JD CENTRAL, Lazada และ Shopee ในราคา 4,999บาท เท่านั้น

AIS

ในวันที่ 10 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00 น. เอไอเอสจะเปิดจำหน่ายรุ่น Redmi Note 8 รุ่น RAM 4GB+64GB ที่เอไอเอสช็อปและเทเลวิซที่ร่วมรายการ

โดยมอบ 2 ข้อเสนอสุดพิเศษจากแพ็กเกจ  AIS 4G Hot deal MAXX speed  ให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของ Redmi Note 8 สมาร์ทโฟนทรงพลังที่คมชัดระดับ 48 ล้านพิกเซล และมีกล้องให้มากถึง 4 ตัว บนเครือข่ายคุณภาพอันดับ 1 ของประเทศ ที่เร็ว แรง และเสถียรที่สุด

  • ข้อเสนอสุดพิเศษแรก มอบส่วนลดค่าเครื่อง 2,700 บาท เหลือเพียง 3,299 บาท (จากราคาปกติ 5,999 บาท) เมื่อชำระค่าบริการล่วงหน้า 1,500 บาท พร้อมสมัครแพ็กเกจ AIS 4G Hot deal MAX speed 449 บาท
  • ข้อเสนอสุดพิเศษที่สอง มอบส่วนลดค่าเครื่อง 3,700 บาท เหลือเพียง 2,299 บาท (จากปกติ 5,999 บาท) เมื่อชำระค่าบริการล่วงหน้า 2,000 บาท พร้อมสมัครแพ็กเกจ AIS 4G Hot deal MAX speed 649 บาท

Mi Authorized Store และช่องทางอื่น

ในขณะเดียวกันเสียวหมี่จะเปิดจอง Redmi Note 8 ทั้ง 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น RAM 4GB+64GB, RAM 4GB+128GB และ RAM 3GB+32GB ทั้ง 3 สี ณ TGFone, BananaIT, BKK, Kingkong Phone และร้าน Mi Authorized Store ทั่วประเทศ ในราคา 4,999 บาท 5,999 บาท และ 6,999 บาท

นอกจากนั้นเสียวหมี่ยังเปิดตัวอุปกรณ์อัจฉริยะเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคนไทย

Mi Air Purifier 3H (เครื่องฟอกอากาศนวัตกรรมใหม่ล่าสุดจากเสียวหมี่)

หลังจากที่ Mi Air Purifier 2S ได้รับการตอบรับอย่างถล่มทลาย ล่าสุด เสียวหมี่ ผู้นำเทคโนโลยีของโลก ได้ประกาศเปิดตัว Mi Air Purifier 3H ในประเทศไทย

โดยยังคงการออกแบบในสไตล์ที่คลาสสิคและมินิมอลตามแบบฉบับของเสียวหมี่ และเพิ่มประสิทธิภาพการฟอกอากาศของ Mi Air Purifier 3H โดยให้ตัวกรอง HEPA ซึ่งกำจัดอนุภาคขนาดจิ๋วถึง 99.97% และ CADR รุ่นอัพเกรด 380 m3/h ครอบคลุมพื้นที่ได้ถึง 45 ตารางเมตร

ด้วยเซ็นเซอร์อนุภาคในตัวเครื่องฟอกอากาศนี้ จะปรับความเร็วพัดลมอย่างชาญฉลาดตามคุณภาพอากาศ แสดงข้อมูลคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์บนหน้าจอสัมผัส OLED ที่เพิ่มมาใหม่ในรุ่นนี้ ซึ่งผู้ใช้สามารถเปิด / ปิดอุปกรณ์ปรับความเร็วพัดลมและอื่น ๆ ด้วยตนเอง

พร้อมกันนี้ Mi Air Purifier 3H ยังทำงานเข้ากันได้ดีกับ Google Assistant และ Amazon Alexa ทำให้ผู้ใช้สามารถควบคุมอุปกรณ์ด้วยคำสั่งเสียงได้จากระยะไกล

และผู้ใช้ยังสามารถจับคู่ Mi Air Purifier 3H กับเสียวหมี่ที่เป็นอุปกรณ์สมาร์ทโฮมอื่น ๆ เช่น Mi Smart Sensor Set เพื่อสร้างรูปแบบการทำงานและระบบอัตโนมัติด้วยแอพ Mi Home ได้อีกด้วย

Mi Air Purifier 3H มีกำหนดจะวางจำหน่ายตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมเป็นต้นไป ที่ร้าน Mi Authorized Store และร้านค้าที่รับการแต่งตั้งจากเสียวหมี่อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ในราคา 5,990 บาท

Mi Handheld Vacuum Cleaner เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Mi

เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Mi ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ DC Brushless ที่มีรอบหมุนมากถึง 100,000 รอบใน 1 นาที และมีพลังการดูดมากถึง 100 แอร์วัตต์ ใช้เทคโนโลยี 9-cyclone หรือเทคโนโลยีแรงดูดพลังไซโคลน มาพร้อมหัวแปรงสำหรับดูดฝุ่นถึง 4 แบบที่ช่วยให้คุณสามารถดูดฝุ่นได้อย่างสะดวกแม้ในซอกเล็กๆ

และสามารถแยกอนุภาคฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพระดับ 99.97 % ทำให้สามารถดูดฝุ่นขนาดเล็กได้ถึง 0.3 ไมครอน ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นละออง เกสร ขนสัตว์ เส้นผม เส้นขน และอีกมากมาย ในขณะที่เครื่องทำงานและดูดสิ่งสกปรก เครื่องจะทำการกรองสิ่งสกปรกและคืนอากาศบริสุทธิ์กลับมาให้ห้องของคุณ

เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Mi ยังมาพร้อมกับดีไซน์ที่สวยงาม และออกแบบมาให้ใช้งานได้อย่างสะดวกสบายขึ้นโดยไม่มีสายไฟมากวนใจ ทำให้การทำความสะอาดมีประสิทธิภาพมากขึ้น เท่านั้นยังไม่พอเครื่องยังมาพร้อมกับถังเก็บสิ่งสกปรกที่ถอดทิ้งง่าย ไม่ต้องเปลืองแรงเปลี่ยนถุงทำความสะอาดให้ยุ่งยาก

Mi Handheld Vacuum Cleaner เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Mi มีกำหนดจะวางจำหน่ายแล้ว ที่ร้าน Mi Authorized Store และร้านค้าที่รับการแต่งตั้งจากเสียวหมี่อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ในราคา 8,490 บาท

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Xiaomi ที่นี่ >>> http://bit.ly/2NR8Fla

 

from:http://mobileocta.com/xiaomi-launches-redmi-note-8-series-64-megapixel-camera-for-less-than-ten-thousand/