คลังเก็บป้ายกำกับ: REDMI

มาแล้ว Redmi K30 เตรียมเปิดตัวต้นปีหน้า มาพร้อมกับกล้องหน้าคู่เจาะรู (Punch Hole) รองรับการเชื่อมต่อแบบ 5G

เอาจริงๆ แค่ชื่อชั้นของ Xiaomi ก็รับประกันได้แบบไม่เคอะเขินแล้วว่าสมาร์ทโฟนที่ซื้อไปจากค่ายนี้ คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์อย่างแน่นอน อีกทั้งการมาของ Redmi ซึ่งถือเป็นซับแบรนด์ของพวกเขาอีกที ยิ่งการันตีความคุ้มกันเข้าไปอีก ล่าสุดบริษัทสัญชาติจีนได้ออกมาเปิดเผยสเปคเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับเรือธงตัวใหม่ของพวกเขาอย่าง Redmi K30 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะมาพร้อมกับกล้องเซลฟี่คู่ หน้าจอแบบเจาะรู (Punch Hole Display) และรองรับการใช้งาน 5G

Redmi K30 เตรียมรองรับการเชื่อมต่อ 5G ทั้งแบบ Standalone และ Non-Standalone

Lu Weibing ผู้จัดการทั่วไปของ Redmi ได้เคยออกมาเปิดเผยข้อมูลสั้นๆ เกี่ยวกับ Redmi K30 ไปแล้วหนึ่งรอบ ว่าจะมาพร้อมกับการเชื่อมต่อแบบ 5G ในเดือนสิงหาคมที่เพิ่งจะผ่านพ้นไป และในงานเปิดตัว Redmi 8 ในประเทศจีน ที่จัดขึ้นเมื่อวา่น เขาคนนี้เองได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า Redmi K30 เตรียมขึ้นแท่นเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกจาก Redmi ที่รองรับการเชื่อมต่อแบบ 5G โดยจะสามารถใช้งานได้ทั้งแบบ SA (Standalone) และแบบ NSA (Non-Standalone)

ในเรื่องของราคา ตรงนี้ Redmi K30 อาจจะไม่ใช่มือถือ 5G ที่มีราคาถูกที่สุดในตลาด แต่หากพิจารณาจากชื่อเสียงของแบรนด์ Redmi แล้วล่ะก็ คาดว่าสเปคน่าจะจัดเต็ม พร้อมกับเคาะราคามาในชนิดที่สามารถเอื้อมถึงกันได้แบบง่ายๆ ทุกเพศทุกวัยอย่างแน่นอน

Xiaomi อาจเลือกใช้หน้าจอแบบเจาะรู แบบเดียวกับ Samsung Galaxy S10 ในการใส่กล้องหน้า

นอกจากนี้ Redmi K30 เตรียมใช้ดีไซน์การจัดวางกล้องหน้าแบบใหม่ด้วย โดยรอบนี้ Xiaomi ใส่กล้องหน้ามาให้ถึง 2 ตัว ทว่า.. สมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะไม่มีติ่ง (Notch) หรือใช้กล้องหน้าแบบ Pop-Up นะ แต่จะเลือกใช้เป็นแบบหน้าจอเจาะรู (Punch Hole Display) เพื่อใส่กล้องหน้าแทน

ในอดีต Xiaomi ก็เปิดตัว Mi 9 เรือธงของพวกเขาในเดือนกุมภาพันธ์ และ Mi 9T (หรือ Redmi K20) ราวๆ เดือนมิถุนายนของปีนี้ครับ แต่ก็ไม่แน่ว่าปีหน้า พวกเขาอาจเปลี่ยนแผนนิดหน่อย พร้อมกับขยับมาเปิดตัว Redmi K30 ในช่วงต้นปีแทน

 

ที่มา: xda-developers

from:https://droidsans.com/xiaomi-redmi-k30-5g-dual-punch-hole-front-cameras/

โฆษณา

[ทดลองเล่น] Redmi Note 8 Pro และ Note 8 สเปคคุ้มค่าสวนทางกับราคาไม่เกินหมื่น

หลังจาก Xiaomi เปิดตัว Redmi Note 8 Pro แล้ว ทางผู้เขียนก็ได้ทดลองเล่นในงานเพื่อเอามาเล่าให้ผู้อ่านที่สนใจเป็นข้อมูลสำหรับตัดสินใจ โดยบทความนี้จะรวมไว้ทั้ง Redmi Note 8 Pro และ Redmi Note 8 เพราะทั้งสองรุ่นมีหน้าตาที่คล้ายกัน ทว่าสเปคจะแตกต่างกันบ้าง

ความแตกต่างหลัก ๆ ระหว่างรุ่นธรรมดากับรุ่น Pro คือรุ่นธรรมดาจะลดความละเอียดกล้องหลักจาก 64 ล้านเหลือ 48 ล้าน, ลดแบตเตอรี่ลง 500 mAh จาก 4,500 mAh เหลือ 4,000 mAh และใช้ชิปของ Snapdragon 665 ที่เป็นรุ่นกลางแทน MediaTek G90T รุ่นใหม่ โดย GSMArena ได้ผลทดสอบด้วย Antutu แล้ว พบว่า Snapdragon 665 ทำคะแนนได้แค่ 125,092 คะแนนเมื่อเทียบกับ MediaTek G90T ที่ได้สูงถึง 282,443 คะแนน แต่เวลาใช้งานจริงกลับไม่เห็นข้อแตกต่างกันนัก

No Description

รอบตัวเครื่องและพอร์ต

ดีไซน์ของ Redmi Note 8 Pro กับ Redmi Note 8 จะคล้ายและมีขนาดหน้าจอใกล้เคียงกันที่ 6.53 นิ้ว ของรุ่น Pro และ 6.3 นิ้ว ของรุ่นธรรมดา ทว่าส่วนของขอบเครื่องกับความหนาของตัวเครื่องจะแตกต่างกัน จากที่ทดลองถือเล่นมา Redmi Note 8 Pro จะมีขอบเครื่องที่โค้งเรียวกว่า Redmi Note 8 ที่มีทรงเหลี่ยมสันและหนากว่า

No Description

พอร์ตรอบตัวเครื่อง แบ่งช่องใส่ซิมและ microSD ที่ด้านซ้าย ส่วนทางขวาเป็นปุ่มล็อคหน้าจอกับปุ่มเพิ่มเสียงและลดเสียง ด้านบนเป็นไมค์ตัวที่สองกับ IR Blaster เพื่อคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ และขอบล่างมีช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร, พอร์ต USB-C และลำโพง ส่วนระบบสแกนลายนิ้วมือจะอยู่ด้านหลังตรงกลางเครื่อง

No DescriptionRedmi Note 8 Pro

No DescriptionRedmi Note 8

จุดสังเกตหนึ่ง คือชุดกล้องของ Redmi Note 8 Pro จะอยู่ที่ตรงกลางตัวเครื่องแต่ Redmi Note 8 จะอยู่ที่ฝั่งซ้ายและตัวกล้องยังยกตัวนูนขึ้นมา ทำให้ตอนวางเครื่องลงบนพื้นโต๊ะอาจมีอาการโยกบ้าง คิดว่าถ้าใส่เคสจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้

ความรู้สึกตอนถือและลำโพง

No Description

ตัวเครื่องของ Redmi Note 8 ทั้งสองรุ่นใช้กระจก Gorilla Glass 5 ปิดรอบตัวช่วยให้ตัวเครื่องหนึบติดมือไม่ลื่นหลุดง่าย ๆ เหมือนบอดี้อลูมิเนียม น่าจะถูกใจคนที่ชอบใช้สมาร์ทโฟนแบบไม่ใส่เคส แต่ตัวเครื่องจะติดรอยนิ้วมือได้ง่ายเช่นกันถ้าใครจะอวดสีเครื่องสวย ๆ ควรจะเช็ดตัวเครื่องบ่อย ๆ ด้วย

ส่วนลำโพงที่ทาง Xiaomi นำเสนอในงานเปิดตัวว่าได้รับการปรับแต่งให้เสียงดังเป็นพิเศษนั้น จากที่ทดลองเปิดเพลงฟังขณะที่มีเสียงรอบข้างดังพอควรก็ได้ยินเสียงชัดเจน ทว่ายังไม่มีโอกาสได้ลองฟังดูว่าเสียงดังสุดแล้วเสียงแตกหรือไม่

UI และการทดลองใช้

Redmi Note 8 Pro ทั้งสองรุ่นใช้ MIUI10 ที่พัฒนาจาก Android 9 Pie เช่นเดียวกับ Redmi Note 7 รุ่นก่อน ซึ่งเครื่องในงานจะเป็น navigation bar แบบสามปุ่มหรือตั้งค่าเป็น Gesture ก็ได้

จากประสบการณ์ที่เคยทดลองเล่นสมาร์ทโฟนราคาไม่เกินหมื่นมาระดับหนึ่ง ส่วนตัวผู้เขียนจะติดภาพว่าสมาร์ทโฟนเรทราคานี้ถ้าได้สเปคจัดหนักมาแล้วจะต้องโดนลดต้นทุนที่จุดไหนก็จุดหนึ่ง และหลายรุ่นหวยออกที่หน้าจอโดยการตอบสนองตอนแตะสัมผัสนั้นทำได้ไม่ดีเท่าไหร่ แต่หน้าจอของ Redmi Note 8 Pro และ Redmi Note 8 กลับตอบสนองได้ดี กดติดง่ายและสีสันบนหน้าจอสดใสไม่แพ้สมาร์ทโฟนรุ่นที่ราคาแพงกว่า

กล้องและตัวอย่างภาพ

โหมดของกล้องจะมีโหมดต่าง ๆ อยู่ครบ ทั้งโหมดถ่ายแบบอัตโนมัติ, อัดวิดีโอ, พาโนรามา ฯ แต่จุดเด่นคือ Redmi Note 8 Pro, Redmi Note 8 จะมีโหมดที่ถ่ายภาพแบบ Ultra HD ที่ใช้กล้องเต็มความละเอียด 64 ล้าน หรือ 48 ล้านพิกเซล แยกเอาไว้ให้ถ่ายภาพความละเอียดเต็มเซ็นเซอร์โดยไม่ต้องตั้งค่าได้ทันทีหรือจะใช้ในโหมด Pro เพื่อปรับค่าต่าง ๆ ก็ได้เช่นกัน

ถ้าเทียบกับรุ่นก่อนอย่าง Redmi Note 7 ที่ใช้โหมดกล้อง 48 ล้านพิกเซลได้เฉพาะในโหมด Pro เท่านั้น ส่วน Redmi Note 8 Pro, Note 8 มีโหมดถ่ายภาพความละเอียดสูงเต็มเซนเซอร์นั้นช่วยให้เราเข้าถึงโหมดนี้ได้ง่ายกว่าเดิม แต่กล้องของ Redmi Note 8 Pro, Note 8 จะทำงานในโหมดอัตโนมัติเท่านั้นและไม่สามารถซูมได้

No Description

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายจากโหมดถ่ายภาพเต็มความละเอียด

No Description

Redmi Note 8 Pro

No Description

Redmi Note 8

เกม
ภายในงานจะมีบูธที่เชิญนักกีฬา eSport มาเล่น PUBG โชว์ประสิทธิภาพของ MediaTek G90T ใน Redmi Note 8 Pro ว่าทำงานได้ดีขนาดไหน โดยผู้เขียนไปลองเช็คที่ GSMArena ว่าทำคะแนน Antutu ได้ระดับไหน ก็พบว่าประสิทธิภาพของ MediaTek G90T ทำคะแนนได้ถึง 282,443 คะแนน เทียบแล้วไล่เลี่ยกับ Qualcomm Snapdragon 845 หรือ Huawei Kirin 970 ทีเดียว

No Description

ลองปรับกราฟิกที่เครื่องทดสอบแล้ว ตัวเครื่องสามารถปรับกราฟิกได้ระดับ HDR และตั้งเฟรมเรทระดับ Ultra ได้ และจากที่ดูทีม eSport เล่นเกมแล้วก็เล่นได้ลื่นไม่แพ้รุ่นราคาสูงกว่าเลย ดังนั้นเรื่องเล่นเกมสำหรับ Redmi Note 8 Pro ไม่เป็นปัญหาแน่ ๆ

สรุปความคิดเห็นและราคา
หลังจากปีก่อนที่ Redmi Note 7 สร้างกระแสสมาร์ทโฟนราคาเบาแต่ได้สเปคคุ้มค่าจนใครต่อใครต้องยอมเสียเงินให้นั้น Redmi Note 8 Pro, Note 8 ที่มาสานต่อในปีนี้ก็เป็นตัวเลือกที่น่าจับตามองเช่นกัน ถ้าคนที่ตั้งงบประมาณเอาไว้ไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทสำหรับสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่เพื่อใช้เป็นเครื่องหลัก

No Description

รุ่นท็อปอย่าง Redmi Note 8 Pro ที่วางจำหน่ายในราคา 64GB ที่ 7,999 บาท และ 128GB ที่ 8,999 บาท เป็นรุ่นที่เหมาะกับคนที่ชอบเครื่องสเปคดีราคาไม่แรง ให้แรม 6GB ทั้งสองความจุ, รับไฟชาร์จได้สูงสุด 18W พร้อมที่ชาร์จ 18W มาในกล่อง กล้องหลัก Samsung ISOCELL GW1 ความละเอียด 64 ล้านก็สามารถเก็บภาพได้ดีจนสามารถใช้เป็นมือถือเครื่องหลักได้เลย

แต่ถ้าเทียบราคากับ Redmi Note 7 จะแพงขึ้นมาราว 1,400 – 2,500 บาทด้วยกัน แต่ก็ถือว่าเพิ่มมาในระดับที่พอรับได้ ไม่เยอะจนเกินไป ทว่าขอตั้งข้อสังเกตว่าระบบสแกนลายนิ้วมือยังเป็นการสแกนที่ด้านหลังเครื่องอยู่ เพราะถ้าใช้ระบบสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอแบบ Xiaomi MI 9 Lite ที่วางจำหน่ายราคา 7,999 บาท มาด้วยเพื่อความสวยงามของชุดกล้องหลังและทำให้จับเครื่องในท่าพร้อมใช้งานทันที ไม่ต้องขยับมือกลับมาแบบที่สแกนลายนิ้วมือหลังเครื่องก็จะหาข้อติได้ยากทีเดียว

No Description

ส่วน Redmi Note 8 ในความคิดของผู้เขียน มันก็คือ Redmi Note 7 ที่ปรับปรุงเรื่องกล้องให้มีลูกเล่นมากขึ้นจากที่มีเพียงกล้องหลัก 48 ล้านพิกเซลกับ 5 ล้านพิกเซลเท่านั้น ก็เพิ่มเลนส์ ultra-wide กับเลนส์มาโครเข้ามา ทำให้เก็บภาพในมุมกว้างได้ดีขึ้น ไม่ต้องถอยเยอะ แต่ในกล่องจะมีแค่ที่ชาร์จกำลังไฟ 10W มาเท่านั้นแม้จะรองรับชาร์จเร็ว 18W ก็ตาม ถ้าใครต้องการใช้ฟีเจอร์นี้ก็ต้องซื้อเพิ่มเอง

ส่วนราคาของแต่ละรุ่นได้แก่
แรม 3GB ความจุ 32GB อยู่ที่ 4,999 บาท
แรม 4GB ความจุ 64GB อยู่ที่ 5,999 บาท
แรม 4GB ความจุ 128GB อยู่ที่ 6,999 บาท

จากความคิดเห็นส่วนตัว รุ่น 32GB เหมาะจะเป็นเครื่องสำรองหรือซื้อมาเพราะต้องการใช้กล้อง 48 ล้านพิกเซลเป็นหลัก แต่ถ้าใช้เป็นเครื่องหลัก อาจจะเป็นรุ่น 64GB ขึ้นไปจะดีกว่า

from:https://www.blognone.com/node/112474

สเปค Redmi 8 มือถือจอใหญ่ แบตอึด 5,000 mAh รองรับชาร์จไว มาในราคาประหยัด 3,999 บาท

เรียกได้ว่าเซอร์ไพรส์สุดๆ ที่มือถือสเปคสุดคุ้มราคาประหยัดอย่าง Redmi 8 มาเปิดตัวในงาน Redmi Note 8 series ที่รอบนี้อัดสเปคมาแบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นกล้องหลัง 2 ตัว มี AI, แบตเตอรี่ 5,000 มิลลิแอมป์ รองรับชาร์จไว 18 วัตต์ โดยเปิดราคาเริ่มต้นมาแบบที่น่ารักเป็นมิตรกับทุกเพศทุกวัยมากๆ เพียงแค่ 3,999 บาทเท่านั้น

Redmi 8 มาพร้อมกับหน้าจอ LCD ดีไซน์ Dot Notch ขนาด 6.22 นิ้ว ครอบทับด้วย Gorilla Glass 5 ใหญ่เต็มตา เสพย์สื่อ ดูวิดีโอ YouTube หรือ Netflix ได้แบบจุใจ เต็มอรรถรส

กล้องหลัง 2 ตัว + AI ใช้เซนเซอร์ Sony IMX363 (ตัวเดียวกับที่มือถือซีรีส์ Pixel ใช้) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล และกล้อง depth sensor สำหรับถ่ายรูปโหมดหน้าชัดหลังเบลอ

เอาใจสายเซลฟี่ด้วยกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มีโหมด AI Selfie Portrait เข้ามาช่วยเกลี่ยริ้วรอยต่างๆ ให้หายเกลี้ยง พร้อมอัพลงโซเซียลทันทีไม่ต้องแต่งเพิ่ม นอกจากนี้ยังมี AI Face Unlock สำหรับปลดล็อคตัวเครื่องอีกด้วย

Redmi 8 มาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5,000 มิลลิแอมป์ พร้อมกับระบบชาร์จไว Fast Charge 18 วัตต์ ผ่าน USB Type C เรียกได้ว่าใช้งานได้เพลินๆ 2 วันเลย แถมหากแบตหมดระหว่างวัน ก็เติมไฟกลับไปได้อย่างรวดเร็วไม่ต้องรอนาน

ชิปเซ็ต Snapdragon 439 ผสานกับ RAM 4GB และความจุ 64GB ทำให้การเล่นเกมหรือการใช้งานทั่วไป สามารถทำได้แบบลื่นไหลไม่มีกระตุกมาคอยกวนใจ โดย Redmi 8 สามารถใส่เมมเพิ่มได้สูงสุดถึง 512GB

สเปค Redmi 8

  • หน้าจอขนาด 6.22 นิ้ว ความละเอียด HD+ มี Notch แบบหยดน้ำ
  • ชิปเซ็ต : Snapdragon 439
  • RAM : 3GB/4GB
  • ความจุ : 32GB/64GB ใส่เมมเพิ่มได้สูงสุด 512GB
  • กล้องหลัง 2 ตัว
    • เซนเซอร์หลัก 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
    • กล้อง depth sensor 2 ล้านพิกเซล
  • กล้องหน้า : 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • พอร์ต USB Type-C
  • มีรูหูฟัง 3.5 มม.
  • แบตเตอรี่ 5,000 มิลลิแอมป์ รองรับชาร์จไว 18 วัตต์ (ในกล่องแถมหม้อแปลง 10 วัตต์มาให้)
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie
  • ราคาเปิดตัว
    – 3GB/32GB 3,999 บาท
    – 4GB/64GB 4,599 บาท

from:https://droidsans.com/spec-redmi-8-features-price/

เสียวหมี่ เปิดตัว Redmi Note 8 Series สมาร์ทโฟนกล้อง 64 ล้านพิกเซล ในราคาไม่ถึงหมื่น !!

 

เสียวหมี่ (Xiaomi) ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลกประกาศเปิดตัว Redmi Note 8 Series ถึง 2 รุ่นในไทย ทั้ง Redmi Note 8 Pro 4 กล้อง ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล เกมมิ่งสมาร์ทโฟน ที่เปิดตัวด้วยราคาเริ่มต้นที่ 7,999 บาท และ Redmi Note 8 สมาร์ทโฟน 4 กล้อง ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ที่ราคา 4,999 บาท 

พร้อมเปิดตัวอุปกรณ์อัจฉริยะเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าชาวไทย อาทิ Mi Air Purifier 3H เครื่องฟอกอากาศนวัตกรรมใหม่ล่าสุดจากเสียวหมี่ ราคา 5,990 บาท Mi Handheld Vacuum Cleaner เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Mi แรงดูดพลังไซโคลน ราคา 8,490 บาท และกระเป๋าเดินทาง Xiaomi Metal Carry-on Luggage 20” ราคา 7,490 บาท

Xiaomi

นายโรซัน หลัว ผู้จัดการประจำประเทศไทย เสียวหมี่ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) กล่าวว่า “Redmi Note เป็นหนึ่งในซีรี่ย์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดของเสียวหมี่ในทุกตลาดทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยด้วย โดยซีรี่ย์นี้แสดงให้เห็นถึงปรัชญาแนวคิดของเราในการสร้างสรรค์นวัตกรรมสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง

นอกจากสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่นี้จะได้ถูกออกแบบมาให้สอดรับกับแนวคิดดังกล่าวได้อย่างสมบูรณ์แบบจนได้ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าทึ่งแล้วราคายังเป็นที่น่าดึงดูดใจอีกด้วย และผมมั่นใจว่าสำหรับแฟนที่รักเสียวหมี่และรอคอย Redmi Note 8 และ Redmi Note 8 Pro จะต้องถูกใจอย่างแน่นอน เพราะเราเองก็รู้สึกดีมากและตื่นเต้นที่จะได้ส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดนี้ถึงมือทุกคนเช่นกัน”


Redmi Note 8 Pro

หลังจากการเปิดตัวสมาร์ทโฟนระดับกลางในจีน Redmi Note 8 Pro เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของเสี่ยวหมี่ที่มาพร้อมกับกล้องที่คมชัดขั้นสุด 64 ล้านพิกเซล ที่มีกล้องให้มากถึง 4 ตัว พร้อมระบบระบายความร้อน LiquidCool อันทรงพลัง ทำให้เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ เหล่าเกมเมอร์ หรือผู้ที่มองหาประสบการณ์การใช้งานสินค้าคุณภาพระดับเรือธง

เก็บภาพสวยสมใจด้วยความคมชัดขั้นสุด 64 ล้านพิกเซล กับกล้องถึง 4 ตัว

Redmi Note 8 Pro ไม่ได้มีแค่สามกล้อง แต่ให้มากถึง 4 กล้องคุณภาพจัดเต็ม กล้องหลักมอบความคมชัดและรายละเอียดขั้นสุดระดับ 64 ล้านพิกเซล คมชัดจนสามารถนำภาพที่ถูกถ่ายด้วย Redmi Note 8 Pro ในโหมด 64 ล้านพิกเซล มาทำสื่อสิ่งพิมพ์ได้จนมีขนาดใหญ่ถึง 3.26 เมตรเลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังเก็บภาพแสงสียามค่ำคืนหรือในสภาวะแสงน้อยได้ดีกว่าที่เคยด้วยการรวมพิกเซลจาก 4 เป็น 1 โดยเพิ่มขนาดพิกเซลต่อจุดให้ใหญ่ขึ้นเป็น 1.6 ไมครอน ซึ่งจะรับแสงได้ไวกว่าเดิม ส่งผลให้ภาพมีความละเอียดมากขึ้น ส่วนกล้อง ultra-wide angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เก็บภาพมุมกว้างได้สวยสมบูรณ์แบบและกว้างถึง 120 องศา

และเสริมทัพด้วย 2 เลนส์สำคัญ ทั้งเลนส์ macro ที่ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล และเลนส์ depth ที่ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล มาผนึกกำลังกันมาสร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้กับกล้องตัวท็อปของ Redmi

และที่ล้ำไปกว่านั้น คือกล้องหน้า 20 ล้านพิกเซล ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี AI พร้อมเก็บทุกรายละเอียดที่สำคัญ ด้วยโหมด portrait selfies, scene detection และ face unlock ปรับภาพให้สวยทุกมุมมอง

เมื่อความคงทนมาผสานกับดีไซน์สุดหรูอย่างลงตัว

Redmi Note 8 Pro นำนวัตกรรม Corning® Gorilla® Glass 5 มาใช้กับตัวเครื่องทั้งด้านหน้าและหลังเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดจากการตกกระแทกและการขีดข่วน

และยกระดับความคงทนขึ้นอีกขั้นโดยใช้เทคโนโลยีป้องกันน้ำและป้องกันฝุ่นระดับ IP52 มีให้เลือกถึงสามสีหลายสไตล์ในแบบคุณ ไม่ว่าจะเป็น Mineral Grey, Pearl White และ Forest Green


มอบประสิทธิภาพชั้นเลิศสำหรับประสบการณ์เล่นเกมส์เหนือระดับ

Redmi Note 8 Pro มอบประสิทธิภาพการเล่นเกมส์ที่เหนือระดับ  ด้วยการนำเทคโนโลยีหน่วยประมวลผลอันทันสมัยจาก MediaTek Helio G90T ที่มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล CPU Octa-core ความเร็วสูงสุด 2.05 GHz

และเทคโนโลยีหน่วยประมวลผลกราฟฟิกล่าสุด GPU Arm Mali-G76 3EEMC4  ให้ความถี่สูงสุด 800MHz และ AI อัดแน่นถึง 1 TMACs พร้อมฟีเจอร์ LiquidCool ซึ่งเป็นรุ่นแรกในซี่รี่ย์ Redmi Note ที่ได้ใช้เทคโนโลยีนี้

ทำให้คุณสามารถใช้งานแบบไฮสปีดได้อย่างเพลิดเพลิน ไร้กังวลว่าเครื่องจะร้อนเกินไปเมื่อเล่นเกมส์  และพ่วงมาพร้อมแบตเตอรี่ความจุขั้นสุดถึง 4500 mAh ซึ่งเป็นความจุสูงที่สุดของรุ่น Redmi Note ที่มีตอนนี้

ขนมาพร้อมกับฟีเจอร์อีกมากมาย ทั้งโหมดประหยัดพลังงาน และระบบปรับความสว่างอัจฉริยะเพื่อช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ให้คุณใช้งานได้นานขึ้น รองรับระบบชาร์จเร็ว 18 วัตต์ มี IR Blaster และช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร อีกด้วย

Redmi Note 8

Redmi Note 8 มาพร้อมฟีเจอร์อัดแน่น ด้วยความคมชัดระดับอัลตร้าถึง 48 ล้านพิกเซล จากกล้องถึง 4 ตัว ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผล Qualcomm® Snapdragon™ 665 ชิปเซ็ตทรงพลัง เทคโนโลยี AI ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพแบตเตอรี่ให้กับโทรศัพท์ของคุณเพื่อการใช้งานที่ยาวนานตลอดวัน

และมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 4000mAh และที่พิเศษไปกว่านั้น คือฟังก์ชันการทำความสะอาดตัวเองของลำโพง ที่สามารถไล่ฝุ่นหรือสิ่งสกปรก ผ่านคลื่นความถี่ต่ำ Sonic Pulses (พัลส์)


เก็บภาพสวยคมชัดได้มากกว่ากับกล้อง 4 ตัว ความละเอียดมากถึง 48 ล้านพิกเซล

Redmi Note 8 คือขุมพลังแห่งการถ่ายภาพ ที่มาพร้อมกับกล้องหลังถึง 4 ตัว ซึ่งกล้องหลักมีความคมชัดระดับอัลตร้า 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ ½ นิ้วและรูรับแสงขนาด f/1.79 และมุมมองภาพในมุมกว้างขนาด 79.4° ในขณะที่กล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล สามารถขยายมุมมองภาพที่กว้างได้มากถึง 120°

พ่วงมาด้วยเลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล และเลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ที่ผสานการทำงานกันได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะถ่ายภาพใกล้หรือไกลก็สามารถเก็บภาพสวยสมใจได้

สำหรับกล้องหน้า Redmi Note 8 ก็มาพร้อมกับกล้องเซลฟี่ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ด้วยรูรับแสงขนาด f/2.0 พร้อมเทคโนโลยี AI ที่จะช่วยให้คุณถ่ายรูปเซลฟี่ให้ออกมาสวยสมบูรณ์

กล้องหน้ายังมีฟีเจอร์พาโนรามาเซลฟี่ ที่สามารถถ่ายรูปกลุ่มครบทุกคนในภาพโดยที่ไม่มีใครคนใดคนหนึ่งโดนตัดออกไป ถือได้ว่า Redmi Note 8 เป็นรุ่นแรกในตระกูล Redmi ที่ทำได้

ความคงทนผสานเข้ากับความสะดวกสบาย

หน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว ความคมชัดระดับ FHD+ และเป็นหน้าจอแสดงผลแบบ Dot Drop  ดีไซน์กระจก 2.5D ขอบโค้งมนรอบด้าน มอบประสบการณ์การมองเห็นสุดพิเศษระดับ FHD+ อัตราส่วนพื้นที่หน้าจอที่มีมากถึง 90% ช่วยให้คุณดูได้อย่างเต็มตา

ทั้งยังได้รับมาตรฐานการรับรองการป้องกันแสงสีฟ้า จาก TÜV Rheinland ให้คุณใช้งานอย่างสบายตาและช่วยป้องกันอาการเมื่อยล้าของดวงตา คุณสามารถสัมผัสได้ถึงความคงทนที่อัพเกรดขึ้น เพราะจอแสดงผลใช้ Corning® Gorilla® Glass 5 เพื่อความทนทานของหน้าจอและฝาหลัง Redmi Note 8 มีสามสีให้เลือกดังนี้ Space Black, Neptune Blue, and Moonlight White

ราคาและการจัดจำหน่าย Redmi Note 8 Pro

 

แพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ชั้นนำ

Redmi Note 8 Pro รุ่น RAM 6GB+64GB และ RAM 6GB+128GB มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Mineral Grey, Pearl White และ Forest Green จะเริ่มเปิดอย่างจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ผ่าน 3 แพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ JD CENTRAL, Lazada และ Shopee ในวันที่ 10 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00 น. ในราคา 7,999 บาท และ 8,999 บาท

AIS

ในวันที่ 10 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00 น. เอไอเอสจะเปิดจำหน่ายรุ่น Redmi Note 8 Pro รุ่น RAM 6GB+128GB ที่เอไอเอสช็อปและเทเลวิซที่ร่วมรายการ

โดยมอบ 2 ข้อเสนอสุดพิเศษจากแพ็กเกจ AIS 4G Hot deal MAXX speed ให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของ Redmi Note 8 Pro สมาร์ทโฟนทรงพลังที่คมชัดขั้นสุดระดับ 64 ล้านพิกเซล ที่มีกล้องให้มากถึง 4 ตัว บนเครือข่ายคุณภาพอันดับ 1 ของประเทศ ที่เร็ว แรง และเสถียรที่สุด

  • ข้อเสนอสุดพิเศษแรก มอบส่วนลดค่าเครื่อง 3,300 บาท เหลือเพียง 5,699 บาท (จากราคาปกติ 8,999 บาท) เมื่อชำระค่าบริการล่วงหน้า 1,500 บาท พร้อมสมัครแพ็กเกจ AIS 4G Hot deal MAX speed 449 บาท
  • ข้อเสนอสุดพิเศษที่สอง มอบส่วนลดค่าเครื่อง 4,300 บาท เหลือเพียง 4,699 บาท (จากปกติ 8,999 บาท) เมื่อชำระค่าบริการล่วงหน้า 2,000 บาท พร้อมสมัครแพ็กเกจ AIS 4G Hot deal MAX speed 649 บาท

ในขณะเดียวกันเสียวหมี่จะเปิดจอง Redmi Note 8 Pro รุ่น RAM 6GB+64GB และ RAM 6GB+128GB ณ TGFone, BananaIT, BKK, Kingkong Phone และร้าน Mi Authorized Store ทั่วประเทศ ในราคา 7,999 บาท และ 8,999 บาท

ราคาและการจัดจำหน่าย Redmi Note 8

 

แพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ชั้นนำ

Redmi Note 8 รุ่น RAM 4GB+64GB และ RAM 4GB+128GB มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Space Black, Neptune Blue และ Moonlight White วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการพร้อมกับช่องทางออฟไลน์บน 3 แพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ชั้นนำ ได้แก่ JD CENTRAL, Lazada และ Shopee ในวันที่ 10 ตุลาคม เวลา 10.00 น. ในราคา 5,999 บาท และ 6,999 บาท

รุ่นพิเศษสำหรับ Pre-Order ! ในวันที่ 10 – 15 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป Redmi Note 8 รุ่น RAM 3GB+32GB มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Space Black, Neptune Blue และ Moonlight White จะเริ่มเปิดให้จองอย่างเป็นทางการ (Pre-Order) ผ่านทั้ง 3 แพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ชั้นนำ ได้แก่ JD CENTRAL, Lazada และ Shopee ในราคา 4,999บาท เท่านั้น

AIS

ในวันที่ 10 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00 น. เอไอเอสจะเปิดจำหน่ายรุ่น Redmi Note 8 รุ่น RAM 4GB+64GB ที่เอไอเอสช็อปและเทเลวิซที่ร่วมรายการ

โดยมอบ 2 ข้อเสนอสุดพิเศษจากแพ็กเกจ  AIS 4G Hot deal MAXX speed  ให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของ Redmi Note 8 สมาร์ทโฟนทรงพลังที่คมชัดระดับ 48 ล้านพิกเซล และมีกล้องให้มากถึง 4 ตัว บนเครือข่ายคุณภาพอันดับ 1 ของประเทศ ที่เร็ว แรง และเสถียรที่สุด

  • ข้อเสนอสุดพิเศษแรก มอบส่วนลดค่าเครื่อง 2,700 บาท เหลือเพียง 3,299 บาท (จากราคาปกติ 5,999 บาท) เมื่อชำระค่าบริการล่วงหน้า 1,500 บาท พร้อมสมัครแพ็กเกจ AIS 4G Hot deal MAX speed 449 บาท
  • ข้อเสนอสุดพิเศษที่สอง มอบส่วนลดค่าเครื่อง 3,700 บาท เหลือเพียง 2,299 บาท (จากปกติ 5,999 บาท) เมื่อชำระค่าบริการล่วงหน้า 2,000 บาท พร้อมสมัครแพ็กเกจ AIS 4G Hot deal MAX speed 649 บาท

Mi Authorized Store และช่องทางอื่น

ในขณะเดียวกันเสียวหมี่จะเปิดจอง Redmi Note 8 ทั้ง 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น RAM 4GB+64GB, RAM 4GB+128GB และ RAM 3GB+32GB ทั้ง 3 สี ณ TGFone, BananaIT, BKK, Kingkong Phone และร้าน Mi Authorized Store ทั่วประเทศ ในราคา 4,999 บาท 5,999 บาท และ 6,999 บาท

นอกจากนั้นเสียวหมี่ยังเปิดตัวอุปกรณ์อัจฉริยะเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคนไทย

Mi Air Purifier 3H (เครื่องฟอกอากาศนวัตกรรมใหม่ล่าสุดจากเสียวหมี่)

หลังจากที่ Mi Air Purifier 2S ได้รับการตอบรับอย่างถล่มทลาย ล่าสุด เสียวหมี่ ผู้นำเทคโนโลยีของโลก ได้ประกาศเปิดตัว Mi Air Purifier 3H ในประเทศไทย

โดยยังคงการออกแบบในสไตล์ที่คลาสสิคและมินิมอลตามแบบฉบับของเสียวหมี่ และเพิ่มประสิทธิภาพการฟอกอากาศของ Mi Air Purifier 3H โดยให้ตัวกรอง HEPA ซึ่งกำจัดอนุภาคขนาดจิ๋วถึง 99.97% และ CADR รุ่นอัพเกรด 380 m3/h ครอบคลุมพื้นที่ได้ถึง 45 ตารางเมตร

ด้วยเซ็นเซอร์อนุภาคในตัวเครื่องฟอกอากาศนี้ จะปรับความเร็วพัดลมอย่างชาญฉลาดตามคุณภาพอากาศ แสดงข้อมูลคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์บนหน้าจอสัมผัส OLED ที่เพิ่มมาใหม่ในรุ่นนี้ ซึ่งผู้ใช้สามารถเปิด / ปิดอุปกรณ์ปรับความเร็วพัดลมและอื่น ๆ ด้วยตนเอง

พร้อมกันนี้ Mi Air Purifier 3H ยังทำงานเข้ากันได้ดีกับ Google Assistant และ Amazon Alexa ทำให้ผู้ใช้สามารถควบคุมอุปกรณ์ด้วยคำสั่งเสียงได้จากระยะไกล

และผู้ใช้ยังสามารถจับคู่ Mi Air Purifier 3H กับเสียวหมี่ที่เป็นอุปกรณ์สมาร์ทโฮมอื่น ๆ เช่น Mi Smart Sensor Set เพื่อสร้างรูปแบบการทำงานและระบบอัตโนมัติด้วยแอพ Mi Home ได้อีกด้วย

Mi Air Purifier 3H มีกำหนดจะวางจำหน่ายตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมเป็นต้นไป ที่ร้าน Mi Authorized Store และร้านค้าที่รับการแต่งตั้งจากเสียวหมี่อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ในราคา 5,990 บาท

Mi Handheld Vacuum Cleaner เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Mi

เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Mi ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ DC Brushless ที่มีรอบหมุนมากถึง 100,000 รอบใน 1 นาที และมีพลังการดูดมากถึง 100 แอร์วัตต์ ใช้เทคโนโลยี 9-cyclone หรือเทคโนโลยีแรงดูดพลังไซโคลน มาพร้อมหัวแปรงสำหรับดูดฝุ่นถึง 4 แบบที่ช่วยให้คุณสามารถดูดฝุ่นได้อย่างสะดวกแม้ในซอกเล็กๆ

และสามารถแยกอนุภาคฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพระดับ 99.97 % ทำให้สามารถดูดฝุ่นขนาดเล็กได้ถึง 0.3 ไมครอน ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นละออง เกสร ขนสัตว์ เส้นผม เส้นขน และอีกมากมาย ในขณะที่เครื่องทำงานและดูดสิ่งสกปรก เครื่องจะทำการกรองสิ่งสกปรกและคืนอากาศบริสุทธิ์กลับมาให้ห้องของคุณ

เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Mi ยังมาพร้อมกับดีไซน์ที่สวยงาม และออกแบบมาให้ใช้งานได้อย่างสะดวกสบายขึ้นโดยไม่มีสายไฟมากวนใจ ทำให้การทำความสะอาดมีประสิทธิภาพมากขึ้น เท่านั้นยังไม่พอเครื่องยังมาพร้อมกับถังเก็บสิ่งสกปรกที่ถอดทิ้งง่าย ไม่ต้องเปลืองแรงเปลี่ยนถุงทำความสะอาดให้ยุ่งยาก

Mi Handheld Vacuum Cleaner เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Mi มีกำหนดจะวางจำหน่ายแล้ว ที่ร้าน Mi Authorized Store และร้านค้าที่รับการแต่งตั้งจากเสียวหมี่อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ในราคา 8,490 บาท

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Xiaomi ที่นี่ >>> http://bit.ly/2NR8Fla

 

from:http://mobileocta.com/xiaomi-launches-redmi-note-8-series-64-megapixel-camera-for-less-than-ten-thousand/

Unboxing : แกะกล่องพรีวิว Redmi Note 8 Pro สมาร์ทโฟน 4 กล้อง 64MP คมชัดทุกรายละเอียด

 

หลังจากที่ Xiaomi ได้เปิดตัว Redmi Note 8 และ Note 8 Pro สมาร์ทโฟนเครื่องแรกในโลกที่มาพร้อมกล้องหลัง 64 ล้านพิกเซลที่ประเทศจีนไปเมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

ล่าสุดพร้อมทำตลาดในบ้านเราแล้ว ซึ่งทาง MobileOcta ก้็ได้เครื่อง Redmi Note 8 Pro รุ่นท๊อปมาพรีวิวแกะกล่องเพื่อไม่ให้เสียเวลามาชมกันเลยครับ

 

Redmi Note 8 Pro

สเปคเบื้องต้น Redmi Note 8 Pro

 

ขนาด 161.4 x 76.4 x 8.8 มิลลิเมตร
น้ำหนัก 200 กรัม
หน้าจอ IPS LCD Waterdrop Display ความละเอียด FHD+ 1080 x 2340 พิกเซลขนาด 6.53 นิ้ว ในสัดส่วน 19.5:9 โดยมีอัตราส่วนจอต่อเครื่องที่ 91.4%
หน่วยประมวลผล Octa Core ความเร็ว 2.05GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Mediatek Helio G90T, หน่วยประมวลผลกราฟิก ARM Mali-G76 MC4 GPU
RAM 6GB/8GB
หน่วยความจำภายในเครื่อง 64GB/128GB
microSD Card สูงสุด 256GB
กล้องถ่ายภาพ กล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ประกอบด้วยกล้องหลัก เซ็นเซอร์ Samsung ISOCELL GW1 ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1/9 , กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2, กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 และกล้องตัวที่ 4 เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย MIUI 10
เชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.0, USB Type-C, พอร์ต Infrared, NFC
รองรับระบบ 4G LTE 850/900/1800/2100/2300/2500/2600 MHz และ 3G 850/900/2100 MHz ( 4G และ 3G ทุกเครือข่ายในไทย)
แบตเตอรี่ 4500 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จไว 18W Fast Charging
ราคา XX,XXX บาท

PACKAGING & ACCESSORIES

 

กล่องบรรจุภัณฑ์ของ Redmi Note 8 Pro เป็นกล่องกระดาษแข็งสีขาว ด้านหน้ากล่องมีรูปตัวเครื่องที่เผยให้เห็นตัวเครื่องทั้งด้านหน้าและด้านหลังพร้อมชื่อรุ่นขนาดใหญ่มองเห็นได้ชัดเจน โดยมีโลโก้ Mi อยู่มุมขวาด้านบน

อุปกรณ์ภายในกล่องประกอบไปด้วย

 

  1. ตัวเครื่อง Redmi Note 8 Pro
  2. อแดปเตอร์ชาร์จไฟแบบเร็ว 18W
  3. สายดาต้าลิงค์แบบ USB Type-C
  4. เข็มจิ้มสำหรับเปิดถาดซิมการ์ด
  5. เคสซิลิโคนแบบใส
  6. คู่มือการใช้งานฉบับย่อ / ใบรับประกันสินค้า

รูปลักษณ์ดีไซน์

 

Redmi Note 8 Pro มีดีไซน์เรียบหรูดูพรีเมี่ยม ตัวเครื่องใช้วัสดุที่ครอบด้วยกระจกกันรอย  Corning Gorilla Glass 5 ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เสริมด้วยกรอบโลหะเพิ่มความแข็งแรง

ด้านหน้ามาพร้อมจอไร้ขอบพร้อมรอยบากทรงหยดน้ำ Waterdrop Design แบบ IPS LCD ความละเอียด FHD+ 1080 x 2340 พิกเซล ขนาด 6.53 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 และมีสัดส่วนระหว่างหน้าจอกับตัวเครื่องที่ 91.4%

โดยในรอยบากทรงหยดน้ำตรงกลางด้านบนมีเลนส์กล้องเซลฟี่ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล ขนาดพิกเซล 0.9 ไมครอน, รูรับแสง f/2.0, รองรับ AI และฟีเจอร์ต่างๆ

พลิกมาด้านหลังเครื่อง ติดตั้งกล้อง 4 ตัว Quad Camera ความละเอียด 64+8+2+2 ล้านพิกเซล วางเรียงในแนวตั้งอยู่ตรงกลางด้านบน โดยกล้องตัวที่ 4 วางอยู่ข้างๆ ใต้ไฟแฟลช LED

ด้านซ้ายข้างเครื่องมีช่องสำหรับใส่ SIM Card แบบ Hybrid Slot แบ่งเป็นช่องใส่ SIM 1 กับช่องใส่ SIM 2 + microSD Card ซึ่งต้องเลือกว่าจะใส่อะไร

ด้านขวาข้างเครื่องมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง กับปุ่ม Power สำหรับเปิดปิดเครื่อง

ด้านบนมีพอร์ตอินฟราเรท กับช่องไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียง

ด้านท้ายเครื่องมีช่องหูฟังขนาด 3.5 มม., พอร์ต USB Type-C, ช่องไมโครโฟน, และช่องลำโพงเสียง

ตัวอย่างภาพจากกล้อง Redmi Note 8 Pro

 

ราคาและการจัดจำหน่าย Redmi Note 8 Pro

 

แพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ชั้นนำ

Redmi Note 8 Pro รุ่น RAM 6GB+64GB และ RAM 6GB+128GB มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Mineral Grey, Pearl White และ Forest Green จะเริ่มเปิดอย่างจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ผ่าน 3 แพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ JD CENTRAL, Lazada และ Shopee ในวันที่ 10 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00 น. ในราคา 7,999 บาท และ 8,999 บาท

AIS

ในวันที่ 10 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00 น. เอไอเอสจะเปิดจำหน่ายรุ่น Redmi Note 8 Pro รุ่น RAM 6GB+128GB ที่เอไอเอสช็อปและเทเลวิซที่ร่วมรายการ  โดยมอบ 2 ข้อเสนอสุดพิเศษจากแพ็กเกจ AIS 4G Hot deal MAXX speed ให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของ Redmi Note 8 Pro สมาร์ทโฟนทรงพลังที่คมชัดขั้นสุดระดับ 64 ล้านพิกเซล ที่มีกล้องให้มากถึง 4 ตัว บนเครือข่ายคุณภาพอันดับ 1 ของประเทศ ที่เร็ว แรง และเสถียรที่สุด

  • ข้อเสนอสุดพิเศษแรก มอบส่วนลดค่าเครื่อง 3,300 บาท เหลือเพียง 5,699 บาท (จากราคาปกติ 8,999 บาท) เมื่อชำระค่าบริการล่วงหน้า 1,500 บาท พร้อมสมัครแพ็กเกจ AIS 4G Hot deal MAX speed 449 บาท
  • ข้อเสนอสุดพิเศษที่สอง มอบส่วนลดค่าเครื่อง 4,300 บาท เหลือเพียง 4,699 บาท (จากปกติ 8,999 บาท) เมื่อชำระค่าบริการล่วงหน้า 2,000 บาท พร้อมสมัครแพ็กเกจ AIS 4G Hot deal MAX speed 649 บาท

ในขณะเดียวกันเสียวหมี่จะเปิดจอง Redmi Note 8 Pro รุ่น RAM 6GB+64GB และ RAM 6GB+128GB ณ TGFone, BananaIT, BKK, Kingkong Phone และร้าน Mi Authorized Store ทั่วประเทศ ในราคา 7,999 บาท และ 8,999 บาท

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Xiaomi ที่นี่ >>> http://bit.ly/2NR8Fla

 

from:http://mobileocta.com/unboxing-preview-redmi-note-8/

Xiaomi เปิดตัว Redmi Note 8 Pro กล้อง 64 ล้านพิกเซล เริ่มต้น 7,999 บาท

Xiaomi เปิดตัว Redmi Note 8 Pro พร้อมกล้องหลัง 64 ล้านพิกเซล กับเลนส์มาโครที่ถ่ายวัตถุได้ใกล้สุด 2 เซนติเมตร ถ่ายวิดีโอ slow-motion ได้ 960 เฟรมต่อวินาที แบตเตอรี 4,500 mAh พร้อมระบบชาร์จเร็ว 18W ทำให้ใช้งานได้ต่อเนื่องสูงสุด 2 วัน และระบายความร้อนด้วยน้ำเพื่อลดความร้อนระหว่างเล่นเกม

Redmi Note 8 Pro เป็นรุ่นแรกที่มี NFC มาให้เพื่อใช้เชื่อมต่อระยะสั้นหรือรับส่งไฟล์ได้ สเปคของ Redmi Note 8 Pro จะมีดังนี้:

No Description

  • หน้าจอ 6.53 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ (2340×1080 พิกเซล) ใช้กระจก Gorilla Glass 5 ทั้งด้านหน้าและหลังเครื่อง
  • ชิปเซ็ต MediaTek Helio G90T พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ
  • ชิปกราฟิก Arm Mali-G76
  • แรม 6GB LPDDR4X
  • หน่วยความจำ 64GB หรือ 128GB แบบ UFS 2.1 รองรับ microSD สูงสุด 256GB
  • กล้องหลัง Samsung ISOCELL GW1 ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล f/1.89 + กล้อง ultra-wide 8 ล้านพิกเซล 120 องศา + เลนส์ depth 2 ล้านพิกเซล + เลนส์ macro 2 ล้านพิกเซล ถ่ายวัตถุได้ใกล้สุด 2 เซนติเมตร
  • กล้องหน้าแบบความละเอียด 20 ล้านพิกเซล f/2.0
  • แบตเตอรี 4,500 mAh รองรับการชาร์จไว 18W
  • MIUI 10 พัฒนาจาก Android 9 Pie
  • USB-C พร้อมช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
  • ฟีเจอร์ 1217 super linear speaker เพิ่มความดังให้ลำโพง
  • เชื่อมต่อไร้สายด้วย Bluetooth, NFC, WiFi X ติดเสา WiFi ไว้ที่ขอบขวาบนและฝั่งซ้ายกึ่งบนของตัวเครื่องช่วยรับสัญญาณได้ดีขึ้น
  • สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังเครื่อง, ปลดล็อคด้วยใบหน้า

สำหรับ Redmi Note 8 Pro มีให้เลือก 3 สีได้แก่ขาว, ดำ, เขียว ราคาเริ่มต้นรุ่น 64GB ที่ 7,999 บาทและ 128GB ที่ 8,999 บาท หาซื้อได้ที่ร้านค้าชั้นนำทั่วไป

No Description

นอกจากนี้ยังมีรุ่นรองอย่าง Redmi Note 8 ประกาศเปิดตัวในงานด้วย โดยกล้องจะลดความละเอียดลงเหลือ 48 ล้านพิกเซลและมีแบตเตอรี 4,000 mAh สเปคมีดังนี้:

No Description

  • หน้าจอ 6.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ (2340×1080 พิกเซล) ใช้กระจก Gorilla Glass 5 ทั้งด้านหน้าและหลังเครื่อง
  • ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 665 AIE
  • ชิปกราฟิก Adreno 610
  • แรม 3GB เฉพาะรุ่น 32GB หรือ 4GB สำหรับรุ่น 64GB และ 128GB
  • หน่วยความจำ 32GB, 64GB หรือ 128GB รองรับ microSD สูงสุด 256GB
  • กล้องหลังความละเอียด 48 ล้านพิกเซล f/1.8 PDAF + กล้อง ultra-wide 8 ล้านพิกเซล 120 องศา + เลนส์ depth 2 ล้านพิกเซล + เลนส์ macro 2 ล้านพิกเซล ถ่ายวัตถุได้ใกล้สุด 2 เซนติเมตร
  • กล้องหน้าแบบความละเอียด 13 ล้านพิกเซล f/2.0
  • แบตเตอรี 4,000 mAh รองรับการชาร์จไว 18W (ในกล่องจะเป็นปลั๊ก 10W เท่านั้น)
  • MIUI 10 พัฒนาจาก Android 9 Pie
  • USB-C พร้อมช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
  • ฟีเจอร์ 1217 super linear speaker เพิ่มความดังให้ลำโพง
  • เชื่อมต่อไร้สายด้วย Bluetooth, NFC, WiFi
  • สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังเครื่อง, ปลดล็อคด้วยใบหน้า

No Description

ส่วนรุ่นเล็กอย่าง Redmi Note 8 จะวางจำหน่าย 3 สีได้แก่สีขาว, ดำ, น้ำเงิน โดยราคารุ่นแรม 3GB+ความจุ 32GB อยู่ที่ 4,999 บาท, แรม 4GB+ความจุ 64GB อยู่ที่ 5,999 บาท และ แรม 4GB+ความจุ 128GB ที่ 6,999 บาทที่ร้านค้าชั้นนำทั่วไป มีให้เลือกทั้งหมดสามสีได้แก่สีดำ, สีแดง, สีน้ำเงิน

รุ่นเล็กอย่าง Redmi 8 จะวางจำหน่ายรุ่นแรม 3GB+ความจุ 32GB ที่ 3,999 บาทและแรม 4GB+ความจุ 64GB ที่ 4,599 บาท สเปคของรุ่นนี้ได้แก่:

  • หน้าจอขนาด 6.22 นิ้ว ใช้กระจก Gorilla Glass 5 ทั้งด้านหน้าและหลังเครื่อง
  • ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 439
  • กล้องหลัก 12 ล้านพิกเซล+กล้อง 2 ล้านพิกเซล
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
  • แบตเตอรีความจุ 5,000 mAh รองรับการชาร์จไว 18W
Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/112445

Redmi 8 มือถือกล้องคู่สุดคุ้ม แบตอึด 5,000 mAh รองรับชาร์จไว 18W ผ่านพอร์ต Type C เตรียมเปิดตัว 9 ตุลาคมนี้

Xiaomi เตรียมเปิดตัวมือถือสเปคแรงราคาประหยัดอย่าง Redmi 8 (คนละรุ่นกับ Redmi Note 8 นะครับ) ในวันที่ 9 ตุลาคม 2019 โดยตอนนี้ก็มีสเปคบางส่วนหลุดออกมากระตุกต่อมอยากได้ของใครหลายๆ คนแล้วบ้าง อย่างเช่นแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5,000 มิลลิแอมป์ มีระบบชาร์จไว 18 วัตต์ ผ่านพอร์ท USB-C พร้อมกล้องหลัง 2 ตัว อีกด้วย

Redmi India ได้ทวีตเปิดเผยถึงข้อมูลบางส่วนของ Redmi 8 ว่าจะมาพร้อมกับเซ็นเซอร์เกรดเรือธงจาก Sony ที่คาดว่าน่าจะเป็น IMX586 อีกทั้งยังจะอัดแบตเตอรี่มาให้แบบจุใจถึง 5,000 มิลลิแอมป์ เล่นเพลินๆ ตั้งแต่เข้างานยันเลิกงานก็มีแบตเหลือเล่นระหว่างกลับบ้าน เท่านั้นยังไม่พอ หากเล่นโทรศัพท์หนักและเยอะจริงๆ ก็สามารถชาร์จไฟกลับเข้าไปได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน ด้วยเทคโนโลยีชาร์จไว 18 วัตต์

Redmi 8 ยังใส่พอร์ตแบบ USB Type-C มาให้อีกด้วย นับว่าเป็นการอัพเกรดที่น่าจะถูกใจหลายๆ คน เพราะไม่ต้องพกสาย หรือหัวแปลงอะไรเยอะแยะยุ่งยาก อีกทั้งการที่ Redmi 8 ซึ่งเป็นมือถือราคาประหยัดมาพร้อมกับพอร์ต USB-C แบบนี้ ทำให้มีการคาดการณ์ว่าในอนาคต คงไม่มีโทรศัพท์จาก Xiaomi หรือ Redmi ที่ยังใช้พอร์ตแบบ MicroUSB แล้วก็ได้

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลสเปคของ Redmi 8 โผล่มาจากเว็บไซท์ของ China Telecom ซึ่งเป็นสเปคหลักๆ ของมือถือรุ่นนี้

สเปค Redmi 8 แบบไม่เป็นทางการ

  • หน้าจอขนาด 6.21 นิ้ว ความละเอียด HD+ มี Notch แบบหยดน้ำ
  • ชิปเซ็ต : Snapdragon 439
  • RAM : 4GB
  • ความจุ : 64GB
  • กล้องหลัง 2 ตัว
    • เซนเซอร์หลัก 48 ล้านพิกเซล
    • กล้อง depth sensor 2 ล้านพิกเซล
  • กล้องหน้า : 8 ล้านพิกเซล
  • พอร์ต USB Type-C
  • มีรูหูฟัง 3.5 มม.
  • แบตเตอรี่ 5,000 มิลลิแอมป์ รองรับชาร์จไว 18 วัตต์
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie
  • มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีแดง, สีเขียว, สีน้ำเงิน และสีดำ

ล่าสุด Redmi 8 ยังได้ผ่านการรับรองจากกสทช. เรียบร้อยแล้วด้วย ทีนี้ก็ต้องมาลุ้นกันว่ามือถือสเปคสุดคุ้มรุ่นนี้จะเปิดราคามาที่เท่าไหร่ รวมถึงราคาในบ้านเราจะยังคงเร้าใจเหมือนเดิมรึเปล่า เพราะตอนเปิดตัว Redmi 7 ในบ้านเราเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เคาะราคามาสุดถูกเริ่มต้นที่ 4,299 บาทเท่านั้นเอง

 

ที่มา: gizmochina, gsmarena 

from:https://droidsans.com/redmi-8-to-come-with-usb-c-port-fast-charge/