คลังเก็บป้ายกำกับ: REALME_3_PRO

ทดสอบโหมดถ่ายภาพกลางคืน Night Scape ของ realme 3 Pro สวยงามระดับมืออาชีพในราคาแค่ 6,999 บาท

ไม่น่าเชื่อว่านี่คือสมาร์ทโฟนราคาไม่กี่พันบาท แต่มาพร้อมระบบกล้องเทียบเท่าเรือธง เรากำลังพูดถึง realme 3 Pro สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดของ realme แบรนด์มือถือที่เพิ่งมีอายุครบรอบ 1 ปี ไปเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แต่มีอัตราการเติบโตที่น่าเหลือเชื่อ และเป็นที่รู้จักของผู้ใช้งานได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว

realme 3 Pro มีจุดเด่นมากมาย ตั้งแต่ดีไซน์ที่สวยงามพรีเมี่ยม ชิปประมวลผลที่มีประสิทธิภาพเกินราคา เทคโนโลยีชาร์จเร็ว VOOC Flash Charge 3.0 และอีกหนึ่งไฮไลท์ที่เราอยากจะนำเสนอก็คือกล้องดิจิตอล realme 3 Pro มาพร้อมกล้องคู่หลัง 16 + 5 ล้านพิกเซล โดยกล้องตัวหลัก ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX519 ซึ่งมีขนาดรูรับแสง F1.7 ขนาดพิกเซล 1.22 ไมครอน วางคู่กับกล้องรอง ที่ช่วยถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอในโหมด Portrait 

นอกจากฮาร์ดแวร์กล้องที่มีคุณภาพแล้ว สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้และช่วยให้ภาพถ่ายออกมาสวยงาม นั่นก็คือซอฟต์แวร์หรือโหมดถ่ายภาพต่างๆ แน่นอนว่าสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน สามารถถ่ายภาพในช่วงกลางวันหรือสภาพแสงแดดเป็นใจได้อย่างคมชัดจนมองหาความแตกต่างได้อย่างลำบาก แต่สำหรับการถ่ายภาพในเวลากลางคืนหรือในที่แสงน้อย มีแต่สมาร์ทโฟนระดับเรือธงเท่านั้นที่ทำออกมาได้ดี อย่างไรก็ตาม realme 3 Pro ถึงแม้จะไม่ได้จัดอยู่ในสมาร์ทโฟนระดับเรือธง เพราะมีราคาแค่หลักพัน แต่ก็ถ่ายภาพในยามค่ำคืนออกมาได้อย่างน่าประทับใจ

ต้องขอบคุณโหมดถ่ายภาพ Night Scape ที่ช่วยให้ realme 3 Pro สามารถถ่ายภาพในที่แสงน้อยออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม Night Scape ช่วยเพิ่มความสว่างให้กับวัตถุหรือเป้าหมาย พร้อมกับลดจุดรบกวนหรือ Noise บนภาพถ่าย และยังเพิ่มไฮไลท์ให้กับฉากหรือวัตถุ จนสามารถมองเห็นรายละเอียดต่างๆ ในพื้นที่เงา จึงทำให้ realme 3 Pro ถ่ายภาพในเวลากลางคืนได้อย่างมืออาชีพ แม้จะถ่ายภาพในที่แสงน้อยจนเกือบมืดสนิท

วิธีเปิดใช้งานโหมดถ่ายภาพ Night Scape ก็ทำได้อย่างง่ายดาย เพียงเข้าสู่โหมดกล้องตามปกติ แตะที่ปุ่มเมนูทางซ้ายมมือ (ปุ่มสามขีด) แล้วเลือก Night Scape หรือ ทิวทัศน์กลางคืน สำหรับเมนูภาษาไทย จากนั้นก็แตะปุ่มจับภาพได้ทันที และควรถือสมาร์ทโฟนให้นิ่งไว้ราว 2-3 วินาที ง่ายๆ แค่นี้ เราก็จะได้ภาพถ่ายในเวลากลางคืนที่สวยงามคมชัด

realme 3 Pro ยังมีโหมดถ่ายภาพที่น่าสนใจอื่นๆ อีกมากมาย อย่างเช่นโหมด Ultra HD สามารถถ่ายภาพในความละเอียดสูง 64 ล้านพิกเซล, โหมด AI Portrait สำหรับถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ, โหมด Expert สำหรับปรับค่ากล้องได้อย่างละเอียด, โหมด HDR ให้ภายถ่ายมีความสมดุลทั้งในพื้นที่มืดและสว่าง, Chroma Boost ช่วยให้ภาพถ่ายสดใสมีชีวิตชีวามากขึ้น และยังมี AI Scene Recognition ทำให้การถ่ายภาพเป็นเรื่องง่าย เพราะ AI จะช่วยปรับค่ากล้องตามวัตถุหรือฉากที่กำลังจะถ่าย

realme 3 Pro ยังสามารถบันทึกวีดีโอในระดับ 4K ที่อัตรา 30 เฟรมต่อวินาที มีโหมด Super Slow-Mo สูงสุดที่ระดับ 960 เฟรมต่อวินาที ที่ความละเอียด 720p ส่วนกล้องหน้าก็สามารถถ่ายภาพเซลฟี่ได้อย่างสวยงาม โดยมีความละเอียด 25 ล้านพิกเซล ซ่อนไว้ในรอยบากแบบหยดน้ำ และรองรับฟีเจอร์ปลดล็อคด้วยการสแกนใบหน้า

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมด Night Scape

ทั้งนี้ realme 3 Pro มาพร้อมจอแสดงผล 2340 x 1080 พิกเซล ขนาด 6.3 นิ้ว ให้อัตราส่วนภาพ 19.5:9 อัตราส่วนหน้าจอต่อบอดี้สูงถึง 90.80% ครอบทับด้วยกระจก Corning Glass 5 ทำงานบนพื้นฐาน Android 9.0 Pie สวมทับด้วย ColorOS 6.0 ใช้ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 710 แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 4045mAh เล่นเกมอย่าง PUBG Mobile ได้นานสูงสุด 7 ชั่วโมง และรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว VOOC Flash Charge 3.0 สามารถชาร์จแบตเตอรี่ถึงระดับ 50% ภายในระยะเวลาเพียง 30 นาที

realme 3 Pro พร้อมวางจำหน่ายแล้วในราคาเริ่มต้นเพียง 6,999 บาท สำหรับรุ่น RAM 4GB จับคู่กับ ROM 64GB และราคา 8,999 บาท สำหรับรุ่น RAM 6GB จับคู่กับ ROM 128GB 

from:https://www.flashfly.net/wp/254893

โฆษณา

ทดสอบกล้อง realme 3 Pro ราคาแค่นี้ กล้องจะดีไปไหน!

realme 3 Pro ราคาเริ่มต้น 6,999 บาท แต่ได้กล้องภ่ายภาพดีมากเลยครับ กลางวันสวย กลางคืนคมกริบ แถมรองรับการถ่ายวีดีโอระดับ 4K ได้อีกต่างหาก

สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดจาก realme เจ้านี้เอาของดีมาขายไม่เคยแพงครับ และสำหรับ realme 3 Pro ก็เป็นสมาร์ทโฟนระดับราคาเริ่มต้น 6,999 บาท (แบบยังไมรับรวมส่วนลดโปรโมชั่น) ซึ่งถือว่าถูกมาก แต่คุณภาพในด้านการใช้งานสวนทางกับราคาเลยครับ แต่ในเรื่องของการใช้งานนั้นเราได้เล่าให้ฟังกันไปแล้วในรีวิว ซึ่งในบทความนี้จะขอนำผลลัพท์ด้านการถ่ายภาพเพียวๆ มาอวดกันให้ดูว่า realme 3 Pro นั้น ทำได้ดีขนาดไหนครับ

realme 3 Pro มาพร้อมกล้องหลังคู่ 16+5 ล้านพิกเซล โดยใช้เซนเซอร์ Sony IMX519 มีโหมดสำคัญให้ผู้ใช้ครบถ้วน เช่น โหมด Super Nightscape เป็นโหมดที่ช่วยให้ถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้อย่างคมชัดโดยไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง, โหมด Super Chroma boost โหมดเร่งสีภาพให้ภาพดูสดมากขึ้น และยังมีโหมด Ultra HD ซึ่งเป็นการใช้กล้องหลังถ่ายภาพ 8 ช้อตรวมเข้าด้วยกัน และสร้างเป็นภาพที่มีความละเอียดสูงถึง 64 ล้านพิกเซลเลยครับ และโหมดสำคัญคือ AI Portrait mode สำหรับการถ่ายบุคคลหรือวัตถุแบบหน้าชัดหลังละลาย

ทั้งหมดทำได้บนหน้าตา UI ง่ายๆ แต่ใช้งานได้มากมายฟังก์ชั่นเลยละ นี่คือสิ่งแรกที่ผมชอบในกล้อง realme มันไม่ซับซ้อนกดเลือกใช้ได้ง่าย และไวครับ

ภาพถ่ายในยามกลางวัน realme 3 Pro ทำได้ดีอยู่แล้วครับ ดีมากด้วย โฟกัสได้ไว กล้องคม ออกจะคมกว่ารุ่นราคาแพงกว่ามันอีกหลายๆ ตัวเลยละ ภาพดูมีมิติมีความลึก และก็ให้สีสันดั่งใจที่อยากได้อยู่ครับ








หรือถ้าใครชอบภาพสีจัดสักหน่อย realme 3 Pro สนองให้ได้ครับ แค่ทัชไอคอนง่ายๆ บนหน้า UI ก็จะเป็นการเปิดโหมด Super Chroma boost เพื่อเร่งสีของภาพให้ดูสดมากขึ้น




ในยามเย็นหรือแสงในอาคาร realme 3 Pro เอาอยู่สบาย ภาพสวยโดยยังไม่ต้องเปิดโหมดกลางคืนเลยนะครับ แค่โหมดออโต้ให้ AI มันคอยจัดการก็สวยแล้ว และภาพก็ยังดูมีมิติอยู่เช่นเดิม








 

พอตกดึกนี่จะเป็นพระเอกเลย เพราะเฉิดฉายมากสำหรับมือถือราคาไม่ถึงเจ็ดพันบาทกับงานกล้องกลางคืนระดับนี้ มันมีโหมดเก่งที่ชื่อ Super Nightscape ซึ่งเราไม่ต้องทำความเข้าใจกับการทำงานของกล้องหรือเรียนรู้เทคนิคการถ่ายภาพกลางคืนอะไรทั้งสิ้นครับ แค่หยิบ realme 3 Pro ขึ้นมาแล้วเปิดโหมดนี้ แค่กดถ่ายเป็นอันจบครับ

ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดกลางคืน สีสด แสงคมสวยงาม ถ่ายของก็สวยถ่ายคนก็ยังได้นะครับ แถมคนเป็นแบบไม่ต้องยืนนิ่งมาก แค่อย่าขยับเร็วๆ ก็พอ












เช้า เย็น ค่ำ คุณภาพได้หมด แม้แต่ถ่ายภาพย้อนแสงไฟหรือถ่ายตอนแดดเปลี้ยงๆ ก็ไม่ต้องกลัวรายละเอียดในเงาหายนะครับ เพราะ realme 3 Pro ใส่ระบบถ่ายภาพแบบ HDR มาให้ใช้ มันจะเติมแสงในส่วนมืดและลดแสงในส่วนสว่างเกินไปลงได้เอง เพื่อให้เห็นรายละเอียดภาพได้ครบ ซึ่งใช้ประโยชน์ได้ทั้งกลางวันและกลางคืนครับ




realme 3 Pro ยังมีโหมดการซูมภาพ 2 เท่าแบบไม่เสียรายละเอียดมาให้ใช้ด้วยครับ ซึ่งสามารถซูมภาพได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ได้มุมมองสองระยะจากจุดถ่ายจุดเดียวกัน คุณภาพก็ยังระดับสูงอยู่เช่นโหมดอื่นๆ ครับ



และสำหรับคนชอบถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ ก็มีโหมด “บุคคล” ที่ไม่จำเป็นต้องถ่ายบุคคลเสมอไป ^^ มันจับวัตถุโฟกัสและตัดฉากหลังให้ละลายได้แทบจะทุกสภาพแสงเลยครับ ในที่แสงสว่างเพียงพอจะคมมากในที่ร่มหรือในอาคารก็ยังละลายได้แม่นเช่นกัน 555 ทดสอบใช้มาก็รู้สึกนะครับว่าจะเก่งไปละเจ้าตัวนี้






กล้องหน้าความละเอียดสูง 25 ล้านพิกเซล มีระบบซอฟท์แวร์ช่วยให้ภาพเซลฟี่สวยงามมากขึ้น และแม้จะมีกล้องหน้ากล้องเดียว แต่มันก็ยังสามารถทำภาพเซลฟี่แบบหน้าชัดหลังเบลอได้ด้วยโดยใช้ซอฟท์แวร์เข้าช่วยครับ


 

 

ความสุดยอดที่โชว์ด้านบนนั้นมันแค่งานภาพนิ่ง แต่สำหรับงานด้านวีดีโอ realme 3 Pro ก็ทำตัวเกินราคาเช่นกัน ด้วยการรองรับการถ่ายวีดีโอความละเอียดระดับ 4K ได้เฉยเลยครับ แถมยังทำภาพแบบ Slow-motion ระดับ 960fps ซึ่งถือว่าสูงมาก สูงเทียบเท่าเครื่องเรือธงจากค่ายอื่นๆ เลยสำหรับความช้าในระดับนี้ครับ

ก็เอาตัวอย่างภาพถ่ายและการถ่ายวีดีโอบางช่วงบางตอนมาฝากกันในคลิปด้านล่างครับ ใครสนใจก็ติดตามดูได้ และอย่าลืมกดติดตามพวกเราในช่อง Youtube กันด้วยนะครับ ^^

ถือว่า realme 3 Pro เข้ามาเป็นตัวช่วยให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนไม่ต้องจ่ายกันแพงครับ สำหรับความต้องการจะได้สมาร์ทโฟนที่มีกล้องถ่ายภาพดีๆ เจ้าตัวนี้เอาอยู่ในราคาประหยัด สเปคก็ดี แถมตัวเครื่องยังสวยมากด้วย

แนะนำครับ สำหรับ realme 3 Pro รุ่นนี้ คุ้มมากและเก่งรอบตัว ออกจะเก่งเกินราคาไปมากแล้วด้วย ^^ และก็สามารถหาซื้อได้ในราคาตามโปรโมชั่นที่ผมเอามาฝากไว้ ซึ่งจะคุ้มกว่าปกติเข้าไปอีกครับ โดยเฉพาะซื้อบวกแพ็กเกจกับ truemove h ได้สเปคท็อป แรม 8GB รอม 128GB ในราคาแค่ 4,499 บาทเท่านั้นเองครับ

ข่าว: ทดสอบกล้อง realme 3 Pro ราคาแค่นี้ กล้องจะดีไปไหน! มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2019/05/30/realme-3-pro-camera-test.html

3 เหตุผลทำไม realme 3 Pro จึงเป็นเกมมิ่งสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจมากที่สุดในเวลานี้

ไม่ได้มีดีแค่ราคาและความสวยงามของดีไซน์ แต่ realme 3 Pro ยังมีประสิทธิภาพสูง ตอบสนองการเล่นเกมได้อย่างประทับใจ ด้วยการทำงานผสานกันระหว่างฮาร์ดแวร์ที่ไม่เป็นรองใคร และซอฟต์แวร์อัจฉริยะที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพให้สูงขึ้นไปอีกขั้น โดยมี 3 องค์ประกอบหลักที่ช่วยให้ realme 3 Pro เหมาะสมกับเป็นเกมมิ่งสมาร์ทโฟน

หน้าจอกว้าง  6.3 นิ้ว ให้พื้นที่สูง 90.8%

ด้วยขนาดจอแสดงผลที่กว้างถึง 6.3 นิ้ว บนดีไซน์ Full Screen ช่วยให้ผู้ใช้งานมองเห็นภาพได้อย่างเต็มตา และยังควบคุมเกมผ่านการสัมผัสได้อย่างลื่นไหลไม่มีสะดุด โดยมีความละเอียด 2340 x 1080 พิกเซล อัตราส่วนหน้าจอต่อบอดี้สูงถึง 90.8% อัตราส่วนภาพ 19.5:9 จึงมองเห็นภาพรวมของเกมในมุมที่กว้างกว่า และป้องกันรอยด้วยกระจก Gorilla Glass 5

ประสิทธิภาพไม่แพ้เรือธง Snapdragon 710 AIE

realme 3 Pro มาพร้อมชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 710 AIE Octa Core 2.2GHz พร้อมจีพียู Adreno 616 เรียกได้ว่ามีประสิทธิภาพดีกว่าสมาร์ทโฟนรุ่นอื่น ที่มีราคาใกล้เคียงกัน และชิป Snapdragon 710 ก็สามารถตอบสนองการเล่นเกมที่ใช้กราฟิกหนักๆ ได้อย่างลื่นไหล ไม่แพ้ชิปเรือธง ไม่ว่าจะเป็นเกม PUBG Mobile, Rules of Survival, Asphalt 9, ROV สามารถปรับคุณภาพกราฟิกในระดับสูงได้อย่างสบาย

เมื่อเปรียบเทียบกับชิปรุ่นก่อนอย่าง Snapdragon 660 ที่อยู่ใน realme 2 Pro จะพบว่าชิป Snapdragon 710 มีความเร็วของซีพียูเพิ่มขึ้น 20% และจีพียูเพิ่มขึ้น 25% ส่วนการประมวลผลของ AI มีประสิทธิภาพดีขึ้นถึง 200% และสามารถทำคะแนนทดสอบประสิทธิภาพจากแอพพลิเคชั่น Antutu Benchmark ได้สูงขึ้น 22%

ไม่เพียงแค่นั้น realme 3 Pro ยังสามารถติดตั้งเกมขนาดใหญ่ได้จุใจ กับหน่วยความจำ ROM สูงสุด 128GB พร้อมด้วย RAM 6GB และมาพร้อมเทคโนโลยี Hyper Boost 2.0 ช่วยปรับแต่งประสิทธิภาพของเกมอย่างอัจฉริยะ แบบเรียลไทม์ และพัฒนาการตอบสนองที่ไวขึ้น เพื่อทำให้การเล่นเกมมีความสนุกยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ realme 3 Pro ยังมาพร้อมฟีเจอร์ Game Space ช่วยรีดประสิทธิภาพของซีพียูและกราฟิก พร้อมปิดกั้นการแจ้งเตือนต่างๆ ไม่ให้รบกวนในระหว่างเล่นเกม รวมไปถึงจำกัดการเชื่อมต่อเครือข่ายสำหรับแอพพลิเคชั่นที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง เพื่อให้การเชื่อมต่อของเกมออนไลน์ที่กำลังเล่นอยู่มีความเสถียรมากที่สุด

แบตเตอรี่ 4045mAh ชาร์จเร็วด้วย VOOC 3.0

นอกจาก realme 3 Pro จะมาพร้อมจอแสดงผลขนาดใหญ่ ชิปประมวลผลสุดแรง อีกหนึ่งปัจจัยที่ขาดไม่ได้ก็คือ แบตเตอรี่ ที่ช่วยให้เล่นเกมได้ยาวนานในระหว่างพกพาออกไปทำกิจกรรมข้างนอก  

realme 3 Pro ให้ความจุแบตเตอรี่ถึง 4045mAh มากกว่าเดิม 15% ประหยัดพลังงานมากขึ้น 32% เมื่อเทียบกับ realme 2 Pro ทำให้ realme 3 Pro สามารถเล่นเกม PUBG Mobile ได้ยาวนานถึง 7 ชั่วโมง โดยมีโหมด CABC (Content Adaptive Backlist Control) ช่วยจัดการพลังงานให้แบตเตอรี่มีอายุยาวนานขึ้น

และเมื่อแบตเตอรี่ใกล้จะหมด ก็สามารถเติมพลังให้เต็มได้อย่างรวดเร็ว ด้วยเทคโนโลยี  VOOC Flash Charge 3.0 ที่แถมมาให้ในกล่อง ชาร์จเร็วกว่าเวอร์ชั่นก่อน 20% สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้อย่างรวดเร็วด้วยกำลังไฟ 20 วัตต์ ใช้เวลาชาร์จเพียง 30 นาที ได้ระดับพลังงาน 50% และชาร์จจนเต็ม 100% ในเวลาเพียง 80 นาที

และถ้าใจร้อน อยากชาร์จไป เล่นไป ก็ไม่ต้องห่วง ด้วยอัลกอริทึ่ม FFC ช่วยให้ realme 3 Pro ชาร์จแบตเตอรี่ได้ไวแม้ขณะเล่นเกมหรือดูวีดีโอ โดยที่ยังสามารถรักษาอุณหภูมิให้อยู่ในระดับต่ำ จึงให้ความปลอดภัยสูง

สรุป 

realme 3 Pro ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เล่นเกมเพียงอย่างเดียว แต่ยังตอบโจทย์การถ่ายภาพได้ด้วย โดยมาพร้อมกล้องคู่หลัง 16 + 5 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพสวยทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน ถ่ายวีดีโอด้วยโหมด Super Slo-mo ได้สูงถึง 960 เฟรมต่อวินาที ที่ความละเอียด HD 720p ส่วนกล้องหน้า 25 ล้านพิกเซล พร้อมนำ AI มาช่วยถ่ายภาพเซลฟี่ให้ดูดีอย่างธรรมชาติ

realme 3 Pro พร้อมวางจำหน่ายในประเทศไทยแล้ววันนี้ โดยมีให้เลือก 2 รุ่น RAM 4GB + ROM 64GB ราคา 6,999 บาท และ RAM 6GB + ROM 128GB ราคา 8,999 บาท

from:https://www.flashfly.net/wp/252586

เผยทุกชิ้นส่วนภายในสมาร์ทโฟน realme 3 Pro จากคลิปวีดีโอ Tear Down ที่ realme นำเสนอด้วยตัวเอง

แกะเองนักเลงพอ!! realme จัดการชำแหละชิ้นส่วนสมาร์ทโฟน realme 3 Pro ด้วยตัวเอง เพื่อแสดงให้เห็นว่าสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดนี้ ได้รับการประกอบอย่างมีคุณภาพ มีความทนทาน ต้านทานน้ำและฝุ่นได้ดียิ่งขึ้น (ชมคลิปวีดีโอด้านล่าง)

ทั้งนี้ realme 3 Pro มาพร้อมจอแสดงผล Full HD+ (2340 x 1080 พิกเซล) ขนาด 6.3 นิ้ว ให้อัตราส่วนหน้าจอต่อบอดี้ 90.80% ครอบทับด้วยกระจก Corning Glass 5 มีรอยบากรูปทรงหยดน้ำ สำหรับติดตั้งกล้องเซลฟี่ 25 ล้านพิกเซล กล้องคู่หลัง 16 + 5 พิกเซล โดยกล้องหลักใช้เซ็นเซอร์ระดับเรือธง Sony IMX519 รูรับแสง f/1.7 พร้อมโหมด Nightscape สำหรับถ่ายภาพในเวลากลางคืน ทำงานบนระบบปฏิบัติการ ColorOS 6.0 (พื้นฐานเป็น Android 9 Pie) ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 710 AIE ความจุแบตเตอรี่ 4045mAh รองรับชาร์จเร็ว VOOC 3.0

realme 3 Pro พร้อมวางจำหน่ายในประเทศไทยแล้ว ราคาเริ่มต้น 6,999 บาท สำหรับรุ่น RAM 4GB + ROM 64GB และราคา 8,999 บาท สำหรับรุ่น RAM 6GB + ROM 128GB อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่นี่

from:https://www.flashfly.net/wp/252567

realme 3 Pro สมาร์ทโฟนขุมพลัง Snapdragon 710 ราคาไม่ถึงหมื่น ที่เกมเมอร์ต้องหลงรัก

 

นับเป็นอีกข้อพิสูจน์ว่า สมาร์ทโฟนราคาไม่ถึงหมื่น จะเล่นเกมได้ลื่นไหลขนาดไหน ซึ่งต้องยอมรับว่าเกมมือถือในยุคนี้มีภาพกราฟฟิกที่สวยงามสมจริงไม่แพ้เกม PC กันเลย แน่นอนว่าสิ่งที่ตามมาคือ ‘การกินสเปค’ สมาร์ทโฟนตัวไหนไม่แรงจริงไปไม่รอดแน่

โดยเราจะมาพิสูจน์กันว่า realme 3 Pro สมาร์ทโฟนที่ใช้ขุมพลังชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 710 ในราคาไม่ถึงหมื่นจะมีประสิทธิภาพในการเล่นเกมได้ลื่นไหลมากน้อยแค่ไหน ลองมาดูกันเลยครับ

ทำความรู้จัก Snapdragon 710

 

realme 3 Pro

สำหรับชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 710 เรียกได้ว่าเป็นไม้เด็ดของ realme 3 Pro เลยก็ว่าได้ โดยเป็นชิปขนาด 10 นาโนเมตร มาพร้อม 8 แกนประมวลผล (Kryo) ความเร็ว 2.2 GHz ซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่า Snapdragon 660 ถึง 20%

รวมทั้งมีการ์ดจอ Adreno 616 ที่การันตีการมองเห็นที่ชัดยิ่งขึ้น และช่วยให้ภาพสามมิติ และเอฟเฟคกราฟิคต่างๆ คมชัดยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นการประมวลผลกราฟิตที่ดีที่สุดในเรทราคาระดับเดียวกัน ทำงานดีขึ้น 25% โดยรวมแล้วถือได้ว่าเป็นชิปเซ็ทพรีเมี่ยมระดับกลางที่รองรับการเล่นเกมที่มีภาพกราฟิกหนักๆ ได้อย่างสบายไม่แพ้ชิปเซ็ทรุ่นเรือธง

ทดสอบลองเล่นเกมฮิต

 

realme 3 Pro

หลังจากรู้จักชิปเซ็ทตัวแรงกันไปแล้ว คราวนี้เรามาลองทดสอบประสิทธิภาพของ realme 3 Pro ที่ใช้ชิปเซ็ทตัวนีกันบ้าง ประเดิมด้วยเกมแรก ROV เกมแนว MOBA บนสมาร์ทโฟนยอดนิยม

จริงๆ ต้องบอกเลยว่าตัวเกมกินสเปคเครื่องไม่มากนัก แต่มันจะมีบางจังหวะอย่างตอนช่วงตะลุมบอน ที่มักจะมีทั้งเอฟเฟค Skill จากฮีโร่สาดอย่างเมามัน กับมีครีปที่กำลังรอรับ Damage จำนวนมาก จุดนี้อาจส่งผลให้เกิดการ ‘กระตุก’ แน่นอน ซึ่งการกระตุกในเกม MOBA นั้น ถือเป็นความตายกันเลย

ลองเล่นแบบสั้นๆ

ลองเล่นแบบจบ 1 เกม

จากที่ลองเล่นเกม RoV ใน realme 3 Pro ที่ใช้ขุมพลัง Snapdragon 710 หากดูจากคลิปจะเห็นเลยว่าผู้เขียนสามารถจัดการฮีโร่ฝ่ายตรงข้ามไป 7 ตัวได้สบาย ๆ เพราะไม่มีการกระตุกเกิดขึ้นเลย แม้จะเจอฉากตะลุมบอนก็ตาม ถือได้ว่า Snapdragon 710 รันเกม ROV ได้ทุกสถานการณ์อย่างไม่มีปัญหา

ต่อกันที่เกม PUBG Mobile ก็เป็นอีกเกมยอดฮิตไม่แพ้ ROV แต่ถ้าพูดถึงการกินสเปคของตัวเกมแล้ว ROV เทียบไม่ติดเลยครับ เพราะนี้คือเกม Tactical-FPS สามมิติเต็มรูปแบบ ทั้งยังเป็น Open World ด้วย บวกกับต้องเล่นพร้อมผู้เล่นคนอื่น ๆ ถึง 100 ชีวิต กินทั้งสเปคและอินเทอร์เน็ตกันเลย

แต่ถือเป็นการวัดประสิทธิภาพตัวโมเด็ม Snapdragon X15 LTE ของ Snapdragon 710 ที่มีความเร็วในการดาวน์โหลดสูงสุด 800 Mbps และเทคโนโลยีที่ช่วยรับสัญญาณที่เร็วขึ้น โดยจะช่วยให้เล่น PUBG Mobile ไหลลื่นแค่ไหน ลองมาดูคลิปกัน

ในการเทส PUBG Mobile ครั้งนี้ แน่นอนว่าปรับภาพกราฟฟิกสูงสุดเต็ม Max เปิด Anti-Alising เรียบร้อย ผลคือยังเล่นได้ไหลลื่น อาจมีกระตุกนิด ๆ ในบางฉาก แต่โดยรวมไม่มีปัญหาอะไร สามารถเล็งยิงศัตรูได้เนียน ๆ ไม่มีแลค ไร้ Ping กวนใจ จัดไป 5 Kill

แบตเตอรี่สุดอึด พร้อมรองรับ VOOC Flash Charge 3.0

 

แม้ตัวเครื่องจะมีแบตฯ ขนาดใหญ่ถึง 4,045 mAh ซึ่งเทียบกับสมาร์ทโฟนในราคาระดับเดียวกันแล้ว ถือว่าเยอะมาก ๆ แต่เพื่อการเล่นเกมยาว ๆ ตลอดทั้งวัน ก็จำเป็นต้องใช้ Power Bank หรือการเสียบชาร์จไฟระหว่างการเล่น ปกติจะมีคำห้ามว่า ไม่ควรชาร์จไปด้วยเล่นเกมไปด้วยเพราะจะทำให้แบตฯ เสื่อม

แต่ใน realme 3 Pro สามารถทำได้ โดยสามารถเล่นไปชาร์จไป แต่ไม่เสียความเร็วในการชาร์จเลย ทั้งนี้ตัวเครื่องยังมีโหมด CABC (Content Adaptive Backlist Control) ช่วยลดการใช้พลังงาน ทำให้ใช้งานหรือเล่นเกมได้ยาวนานมากขึ้น

หากแบตฯ หมดจริง ๆ ก็มี VOOC 3.0 flash charge ชาร์จแบตได้อย่างรวดเร็วด้วยกำลังไฟ 20W (5V4A) เวลาเพียงครึ่งชั่วโมง ก็ชาร์จได้ถึง 50% แล้ว หากเต็ม 100% ก็ใช้เวลาเพียง 80 นาทีเท่านั้น

สรุป

 

ก่อนอื่นต้องอย่าลืมว่า realme 3 Pro มีราคาค่าตัวเริ่มต้นเพียง 6,999 บาทเท่านั้น แต่ในราคานี้กลับได้ซีพียู Qualcomm Snapdragon 710 ซึ่งในบทความก็ทดสอบให้เห็นแล้วว่า มันมีประสิทธิภาพขนาดไหน โดยสามารถเล่นเกมในปัจจุบันได้ดีมากๆ สามารถเล่นได้อย่างลื่นไหลดี ไม่น่าเชื่อว่าสมาร์ทโฟนราคาไม่ถึงหมี่นอย่าง realme 3 Pro จะทำได้ขนาดนี้เลยครับ

 

from:http://mobileocta.com/realme-3-smartphone-pro-that-gamers-must-love/

ทดสอบเล่นเกมกันชัดๆ realme 3 Pro เครื่องแรงราคาประหยัดตัวจริงต้องแบบนี้!

ก็เป็นอีกหนึ่งการทดสอบกับ realme 3 Pro เครื่องรุ่นกำลังนิยม สมาร์ทโฟนราคาสวยๆ ตัวเครื่องสวยๆ และสเปคสวยๆ ซึ่งเจ้ารุ่นนี้เปิดจำหน่ายไปแล้วครับ ในราคาเริ่มต้น 6,999 บาท แต่สิ่งที่ได้คือ “Snapdragon 710 AIE” ซึ่งปกติไม่มีมาให้ใช้กันหรอกครับสำหรับสมาร์ทโฟนราคาต่ำกว่าเจ็ดพันแบบนี้ หน่วยความจำภายในก็ไม้น้อยหน้าครับ 64GB และ 128GB ส่วนแรมก็เยอะใช้ได้ มีทั้งรุ่น 4GB และ 6GB

ขนาดหน้าจอแสดงผลใหญ่ 6.3 นิ้ว คมชัด FullHD+ สีสันสด แสงสว่างดี และขอบจอเล็กนิดเดียวครับ เหลือไว้แค่กล้องหน้าบริเวณด้านบนเวลาเล่นเกมเต็มตาดีชะมัด

จะเห็นว่าสเปคมันไม่เหมือนเครื่องระดับราคานี้ตัวอื่นๆ เลยละ

ฉะนั้นจุดขายแรกของ realme 3 Pro ก็คือเรื่องของประสิทธิภาพชุดประมวลผลของมันนี้แหละครับ จริงๆ ผมว่ามันเป็นเครื่องราคาไม่แพงที่ภายนอกก็สวยมากด้วยนะ มีความใส่ใจในการออกแบบมากกว่าคู่แข่งในตลาดแบบเห็นได้ชัด มีการใส่ลวดลายเส้นประดับเล็กๆ สะท้อนเงาแสง เป็นเส้นสายนาโนโค้งพาดผ่านคล้ายตัว S มันสวยกว่าเครื่องที่ขายกันแพงๆ ในอีกหลายรุ่นซะอีก




แต่แม้ว่า ต่อให้เครื่องสวยยังไง realme 3 Pro “ไม้ตายก็คือเรื่องสเปคครับ”

ประสิทธิภาพในการใช้งาน “ดี” และเกินกว่าจะอธิบายด้วยคำพูดให้เข้าใจได้ง่ายๆ ฉะนั้นผมเลยทำคลิปวีดีโอทดสอบการเล่นเกมจากเครื่อง realme 3 Pro มาให้เห็นกันจริงๆ เลยดีกว่า

ผมทดสอบโดยการเปิด Game Space ซึ่งเป็นโหมดสำหรับการเล่นเกมบนเครื่อง realme โดยเฉพาะ เป็นโหมดสำหรับการรีดเร้นประสิทธิภาพเครื่องให้สามารถตอบสนองต่อการทำงานได้มากกว่าปกติ และมันยังมีความสามารถในการบันทึกภาพบนหน้าจอให้เป็นไฟล์วีดีโอมาให้ทุกคนได้ดูกันอีกด้วย

ฉะนั้นในการทดสอบครั้งนี้ realme 3 Pro จึงรับหน้าที่เป็นทั้ง “เครื่องเล่นเกม” และ “ตัวอัดคลิป” ในเครื่องเดียวกัน ก็มาดูกันครับว่าถ้าทำงานพร้อมกันสองอย่างแบบนี้ เครื่องระดับราคาเริ่มต้นที่ 6,999 มันจะลื่นไหลได้สักแค่ไหนกัน

ก็ตามคลิปครับ เห็นประสิทธิภาพเครื่อง realme สมัยนี้กันแล้ว ไม่ต้องจ่ายแพงแต่เล่นเกมระดับกราฟิกสูงได้ลื่นๆ ที่สำคัญผมจะบอกว่าแบตเตอรี่ของมันอึดด้วยนะครับ เพราะภายใน realme 3Pro จะมีระบบ CABC หรือ Content Adaptive Backlist Control เป็นระบบพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดการใช้พลังงานครับ มันสามารถยืดอายุการใช้งานแบตขนาด 4045 mAh บนเครื่องมันได้มากขึ้น จากที่ทดสอบการเล่นเกมบน realme 3 Pro สามารถเล่นได้ต่อเนื่องประมาณ 6 ชั่วโมงขึ้นไป โดยแบตเตอรี่ยังไม่หมดครับ

และถ้าแบตใกล้หมดก็ไม่ต้องห่วงเรื่องการเติมไฟ เพราะเจ้านี้ยังมาพร้อมกับระบบชาร์จแบตใหม่ล่าสุด VOOC 3.0 ระบบชาร์จไฟที่สามารถชาร์จแบตเต็มได้ในเวลาไม่ถึง 80 นาที แถมชาร์จไปเล่นเกมไปเครื่องไม่มีความร้อนสะสมให้กังวลด้านความปลอดภัย

ผมว่าคุณสมบัติมันครบเกินไปนะครับนี่ – – ขายแค่ 6,999 บาท ให้อะไรเยอะแยะ

แต่ก็เป็นสิ่งเหล่านี้แหละครับที่ทำให้ realme 3Pro เป็นสมาร์ทโฟนที่น่าซื้อใช้สุดๆ สำหรับกลุ่มตลาดราคาไม่ถึงหนึ่งหมื่นบาท ให้มาครบไม่มีขาด สเปคดีเครื่องสวย คุ้มตั้งแต่การใช้งานภายในไปจนถึงการดีไซน์ภายนอก

นี่ผมยังไม่นับราคาโปรโมชั่นที่ realme ร่วมจัดกับ true ซึ้อเครื่องตัวท็อป แรม 6GB + 128GB พร้อมสมัครแพ็กเกจ จะซื้อเครื่องได้ในราคา 4,499 บาทเท่านั้นครับ

ก็ยังคงเป็นรุ่นหลักในช่วงนี้ ที่เรา AppDisqus นำมาแนะนำกันว่าอย่าพลาด คุ้มและดี ผมฟันธงให้เลย ^^

ข่าว: ทดสอบเล่นเกมกันชัดๆ realme 3 Pro เครื่องแรงราคาประหยัดตัวจริงต้องแบบนี้! มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2019/05/24/realme-3-pro-performance-game-test.html

รีวิว : realme 3 Pro สมาร์ทโฟนดีไซน์หรู พร้อมสเปกแรง เร็วเหนือระดับ ในราคาสุดคุ้ม

 

เปิดตัวอย่างเป็นทางการในบ้านเราแล้วสำหรับ realme 3 Pro สมาร์ทโฟนตัวท๊อปรุ่นใหม่จาก realme แบรนด์สมาร์ทโฟนเพื่อคนรุ่นใหม่ที่มาพร้อมสโลแกน “Speed Awakens ปลุกความเร็วเหนือระดับ” โดยเป็นรุ่นอัปเกรดของ realme 3 และรุ่นภาคต่อของ realme 2 Pro ที่จะมาตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันมากขึ้น ในราคาสุดคุ้มเหมือนเดิม 

realme 3 Pro มีความโดดเด่นตั้งแต่รูปลักษณ์ดีไซน์ภายนอกที่สวยหรู โดยเฉพาะสีของฝาหลังแบบไล่เฉดสีใหม่ที่ดูสะดุดตาเมื่อแรกเห็น ไปจนถึงสเปกภายในที่มีการอัปเกรดจากรุ่น realme 3 ให้แรง และเร็วขึ้น รวมไปถึงกล้องที่ถ่ายได้สวยและดีขึ้นทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง และมาพร้อมแบตเตอรี่สุดอึดที่รองรับการชาร์จเร็วแบบ VOOC 3.0 เป็นเครื่องแรกของ realme อีกด้วย

ถึงตรงนี้เชื่อว่าหลายคนคงอยากเห็นแล้วว่า realme 3 Pro รุ่นนี้ดีอย่างที่กล่าวไว้หรือไม่ ไปดูรีวิวกันเลยดีกว่าครับ

อุปกรณ์ในกล่อง

กล่องแพคเกจจิ้งของ realme 3 Pro มาพร้อมโทนสีแบบทูโทน โดยฝากล่องเป็นสีเทา ส่วนตัวกล่องสีเหลืองซึ่งเป็นสีของโลโก้ realme ด้านหน้ากล่องและด้านข้างมีชื่อรุ่นขนาดใหญ่มองเห็นได้ชัดเจน ส่วนด้านหลังมีรายละเอียดรหัสรุ่นพร้อมชื่อสี, หน่วยความจำ RAM+ROM, เครือข่ายที่รองรับ รวมถึงรายละเอียดต่างๆ

อุปกรณ์ภายในกล่องประกอบไปด้วย

  1. คู่มือการใช้งานฉบับย่อ / ใบรับประกันสินค้า
  2. เข็มจิ้มสำหรับเปิดถาดซิมการ์ด
  3. อแดปเตอร์ชาร์จ 20W VOOC
  4. สายดาต้าลิงค์แบบ microUSB
  5. เคสซิลิโคนแบบใส

รูปลักษณ์ดีไซน์

ตัวเครื่อง realme 3 Pro มีดีไซน์สวยหรูดูพรีเมี่ยม ด้านหน้ามาพร้อมจอไร้ขอบพร้อมรอยบากทรงหยดน้ำ Dewdrop Display แบบ IPS LCD ความละเอียด FHD+ 1080 x 2340 พิกเซล ขนาด 6.3 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 และมีสัดส่วนระหว่างหน้าจอกับตัวเครื่องที่ 90.8% ครอบทับด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 5

ในรอยบากทรงหยดน้ำตรงกลางด้านบนมีเลนส์กล้องเซลฟี่ความละเอียด 25 ล้านพิกเซล ขนาดพิกเซล 1.8 ไมครอน รองรับโหมดถ่ายภาพ AI Beautification, รองรับเทคโนโลยีถ่ายภาพแบบ HDR และสามารถใช้งานร่วมกับระบบปลดล็อกด้วยใบหน้า (AI Facial Unlock) ได้อีกด้วย

พลิกมาด้านหลังเครื่องมาในดีไซน์แบบไล่เฉดสีสวยงามโดยใช้วัสดุเคลือบสัมผัสที่มีความเงางามสะท้อนเล่นกับเอฟเฟกต์แสงเป็นรูปตัว S ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากโค้ง Chicane ในสนามแข่งรถ Le Mans track หรือเส้นทางของรถแข่งจากรายการแข่งรถยนต์ในฝรั่งเศสที่เป็นการแข่งขันที่ทดสอบความทนทานของรถและนักแข่ง โดยต้องขับรถด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 24 ชั่วโมง สมกับคำนิยามของรุ่นว่า “Speed Awakens”

มุมซ้ายด้านบนติดตั้งกล้องเลนส์คู่ Dual Camera พร้อมไฟแฟลช LED ในแนวตั้ง โดยกล้องหลักความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX519, ขนาดพิกเซล 1.22µm, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2.6″, รูรับแสง f/1.7, ระบบกันสั่น EIS ส่วนกล้องรองความละเอียด 5 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ชัดลึก, รูรับแสง  f/2.4 พร้อมโหมด Super Slo-mo ความละเอียด 720p @960fps, โหมดถ่ายภาพกลางคืนแบบ Nightscape, ฟีเจอร์ Chroma Boost สำหรับเติมสีสันให้แก่ภาพถ่าย รวมถึงฟีเจอร์การถ่ายภาพบุคคลแบบหน้าชัดหลังเบลอผ่านโหมด Portrait

ด้านซ้ายข้างเครื่องมีช่องสำหรับใส่ SIM Card แบบ Triple Slot Tray แบ่งเป็นช่องใส่ SIM Card แบบ nanoSIM Card 2 ช่อง และช่องใส่การ์ดหน่วยความจำภายนอก 1 ช่อง กับปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง

ด้านขวาข้างเครื่องมีปุ่ม Power สำหรับเปิดปิดเครื่อง

ด้านบนมีช่องไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียง

ด้านท้ายเครื่องมีช่องหูฟังขนาด 3.5 มม. ช่องไมโครโฟน, พอร์ต microUSB 2.0 และช่องลำโพงเสียง

สเปก realme 3 Pro

ขนาด 156.8 x 74.2 × 8.3 มม.
น้ำหนัก 172 กรัม
หน้าจอ Dewdrop notch แบบ IPS LCD ความละเอียด FHD+ 1080 x 2340 พิกเซล ขนาด 6.3 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 และมีสัดส่วนระหว่างหน้าจอกับตัวเครื่องที่ 90.8% และครอบทับด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 5
หน่วยประมวลผล Octa Core ความเร็ว 2.2GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 710 SoC, หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 616
RAM 6GB
หน่วยความจำภายในเครื่อง 128GB
microSD Card สูงสุด 256GB
กล้องถ่ายภาพ กล้องหน้าแบบ AI Front Camera ความละเอียด 25 ล้านพิกเซล เม็ดพิกเซลขนาด 1.8 ไมครอน พร้อมรองรับเทคโนโลยีการถ่ายภาพหน้าสวยแบบ AI Beautification, เทคโนโลยีการรวมเม็ดพิกเซลแบบ 4-in-1 Pixels และฟังก์ชันการถ่ายภาพแบบ HDR ส่วนกล้องหลังแบบคู่ Dual Camera ความละเอียด 16+5 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/1.7 พร้อมเทคโนโลยีการโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบ Dual Pixel Fast Focusing, ฟังก์ชันการถ่ายภาพกลางคืนแบบ Nightscape, ฟังก์ชันการถ่ายภาพแบบ Chroma Boost, ฟังก์ชันการถ่ายภาพความละเอียดสูงแบบ Ultra HD และฟังก์ชันการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอแบบ Portrait Mode
ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย Color OS 6
เชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, WiFi Direct, hotspot, Bluetooth 5.0, microUSB 2.0, USB On-The-Go
รองรับระบบ 4G LTE 800/900/1800/2100/2300/2600 MHz และ 3G 850/900/2100 MHz ( 4G และ 3G ทุกเครือข่ายในไทย)
แบตเตอรี่ 4045mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ VOOC 3.0 (5V/4A)
ราคา 6,999 บาท รุ่น RAM 4GB+ROM 64GB
8,999 บาท รุ่น RAM 6GB+ROM 128GB

 

คุณสมบัติการใช้งาน

realme 3 Pro รันบนระบบปฎิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย ColorOS 6 ที่มีอินเทอร์เฟสดูสบายตา ใช้งานง่าย รวมถึงฟีเจอร์ภายในที่ใส่มาให้แบบจัดเต็ม และมีประสิทธิภาพการทำงานมากยิ่งขึ้น

ในส่วนของหน้าจอหลักนั้น มีหน้าจอเริ่มต้นให้ใช้ทั้งหมด 2 หน้าหลักด้วยกัน โดยด้านซ้ายเป็นหน้า Smart Assistant หรือผู้ช่วยอัจฉริยะสำหรับใข้งานฟังก์ชั่นที่ใช้บ่อยโดยการแตะครั้งเดียว และดูข้อมูลสำคัญอย่างรวดเร็วในขั้นตอนเดียว

นอกจากนี้ถ้าแตะที่ด้านบนแล้วลากลงมาจะเป็นหน้าจอแจ้งเตือน Notifications Center พร้อมฟีเจอร์สำหรับเปิด/ปิดการเชื่อมต่อต่างๆ ทั้งอินเทอร์เน็ต, WiFi รวมทั้งปรับความสว่าง มีฟังก์ชันถนอมสายตา (Eye protection) เป็นต้น และตั้งค่าใช้งานต่างๆ

รวมทั้งสามารถปรับแต่งได้ตามใจชอบไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนธีม, การเปลี่ยนภาพพื้นหลัง, การนำวิดเจ็ตที่ต้องการใช้งานมาไว้ที่หน้าจอโฮมสกรีน และการเปลี่ยนเอฟเฟกต์ปลดล็อกหน้าจอได้โดยกดค้างที่ตรงกลางของหน้าจอ

รองรับการใช้งาน 2 ซิม พร้อมรองรับเครือข่าย 4G LTE with VoLTE และรองรับการใช้ 4G/3G ทั้ง 2 ซิม

ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังเครื่อง รองรับการตั้งค่าได้สูงสุด 5 ลายนิ้วมือ โดยก่อนใช้งานจะต้องทำการลงทะเบียนลายนิ้วมือพร้องตั้งรหัสแบบ PIN หรือแบบอื่นๆ ก่อน

รองรับการปลดล็อคหน้าจอด้วยใบหน้า Face Unlock เพียงลงทะเบียนด้วยใบหน้า ซึ่งจะใช้ได้เพียงหน้าเดียวเท่านั้น จากนั้นเมื่อหน้าจอติดมองไปยังบนหน้าจอก็สามารถปลดล็อคได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ใบหน้าเพื่อเข้าสู่แอปที่ป้องกันไว้ หรือในพื้นที่ที่ต้องการความปลอดภัยได้

มาพร้อมแอป Phone Manager เครื่องมือสำหรับจัดการประสิทธิภาพภายในตัวเครื่องโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น การเคลียร์ไฟล์แคช (Cache File), จัดการความเป็นส่วนตัว หรือการสแกนไวรัส ซึ่งจะช่วยให้ตัวเครื่องมีความปลอดภัย และใช้งานได้รวดเร็วอยู่ตลอดเวลา

มีฟังก์ชัน Split-Screen สำหรับแบ่งหน้าจอ เพื่อให้ใช้งานได้พร้อมกัน 2 แอปพลิเคชัน รวมทั้งรองรับแอปโคลน ผู้ใช้สามารถโคลนนิ่งแอปพลิเคชัน Facebook หรือ Messenge นั้นหมายว่าความว่าผู้ใช้สามารถล็อกอินเข้าใช้งานแอปพลิเคชัน Line ได้ พร้อมๆ กัน ถึง 2 บัญชี

คุณสมบัติอื่นๆ ก็มีมาให้อย่างครบถ้วน

ด้านการถ่ายภาพ

realme 3 Pro มาพร้อมกล้องหลังคู่ AI Dual Camera พร้อมไฟแฟลช LED โดยกล้องหลักเซ็นเซอร์ Sony IMX519 ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.7 เซ็นเซอร์ขนาด  1/2.6 นิ้ว กล้องรองความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 ซูมดิจิทัล 10 เท่า และระบบออโต้โฟกัส

สามารถเลือกถ่ายได้ทั้งโหมดปกติ, โหมด Protrait, โหมดวิดีโอ, โหมด  Super Night Scape, โหมด Panorama, โหมดถ่ายภาพ Pro, โหมด Time-Lapse และโหมด Slow-motion

โดยภาพนิ่งถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 4608 x 3456 พิกเซล ส่วนวิดีโอบันทึกได้ที่ความละเอียดสูงสุด 4K 30FPS

โดยด้านบนมีแถบเมนูเปิดปิดไฟแฟลชอัตโนมัติ, เปิดปิดโหมด HDR, เปิดปิดโหมด Super Chroma Boost หรือการเพิ่มสี, เลือกฟิลเตอร์ และตั้งค่าการใช้งานกล้องต่างๆ

นอกจากนี้ยังรองรับฟังก์ชัน AI Scene Recognition ที่เข้ามาช่วยในเรื่องของกล้องถ่ายรูปให้สามารถจดจำฉาก หรือซีนต่างๆ ด้วยเทคโนโลยี AIจากทั้งหมด 16 หมวดหมู่ เพื่อนำมาปรับสีสันของภาพถ่ายให้ออกมาดูสวยงาม และสมจริงขึ้น

ทดสอบภาพจากกล้องหลัง realme 3 Pro

ภาพจากกล้องหลัง โหมดปกติ

ภาพจากกล้องหลัง โหมด Portrait

ปิดเปิดโหมด Super Chroma Boost

เปิดโหมด Super Chroma Boost

ปืดโหมด Super Night Scape

เปืดโหมด Super Night Scape

ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 25 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 เซ็นเซอร์ขนาด 1/2.8 นิ้ว สามารถเลือกถ่ายได้ทั้งโหมดปกติ, โหมด Portrait, โหมดวิดีโอ, โหมด Panorama และโหมด  Time-Lapse พร้อมแสดงไอคอนเมนูทั้งการเปิดปิดไฟแฟลช, ฟังก์ชัน HDR และฟีลเตอร์ ที่ด้านบนสำหรับใช้งานได้ทันที

รองรับเทคโนโลยี AI Beautification ที่สามารถวิเคราะห์ใบหน้าผู้ใช้งานให้มีความสวยงามเป็นธรรมชาติ ผ่านการวิเคราะห์โดยปัญญาประดิษฐ์ โดยสามารถปรับโครงหน้าได้อย่างอิสระ

โดยภาพนิ่งเซลฟี่ถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 2448 x 3264 พิกเซล ส่วนวิดีโอบันทึกได้ที่ความละเอียดสูงสุด Full HD 1080p

ทดสอบภาพจากกล้องหน้า realme 3 Pro

ภาพเซลฟี่จากกล้องหน้าโหมดปกติ

ภาพเซลฟี่จากกล้องหน้า เปิด AI

ภาพเซลฟี่จากกล้องหน้า โหมด Portrait ปกติ

ภาพเซลฟี่จากกล้องหน้า โหมด Portrait เปิด AI

ตัวอย่างภาพจากกล้อง

ประสิทธิภาพ

realme 3 Pro ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.2GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 710 AIE, หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 616, RAM 4GB/6GB และหน่วยความจำภายในเครื่องขนาด 64GB/128GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 256GB

เท่าที่ได้ลองทดสอบโดยใช้งานปกติทั่วไปปรากฏว่า ใช้งานได้อย่างไหลลื่นไม่มีสะดุด และตอบสนองการใช้งานได้เป็นอย่างดี ส่วนการเล่นเกมได้ลองกับเกม ROV และ PUBG Mobile ที่มีภาพกราฟิกสูงแบบสามมิติ สามารถเล่นได้อย่างไหลลื่น ไม่มีอาการหน่วง หรือกระตุกให้เห็น แต่เล่นนานๆ เครื่องอาจจะร้อนบ้าง แต่ก็ไม่ร้อนมากเกินไป เพราะมีการติดตั้งแผ่นฟิล์ม Graphite ที่ช่วยถ่ายเทความร้อนออกจากตัวเครื่องเพิ่มเติม โดยรวมแล้วถือว่าสอบผ่าน

นอกจากนี้ยังมาพร้อมฟีเจอร์ Game Space ที่ผู้ใช้สามารถบล็อกการแจ้งเตือน Pop Up ต่างๆ ขณะที่กำลังเล่นเกม และล็อกระดับความสว่างของหน้าจอได้

โดยใน Game Space ยังมี Graphics Acceleration สำหรับรีดประสิทธิภาพการประมวลผลของ GPU เพื่อให้การเล่นเกมเป็นไปอย่างลื่นไหลที่สุด รวมไปถึง Network Protection สำหรับจำกัดการใช้งานอินเทอร์เน็ตของแอปพลิเคชันที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง เพื่อช่วยลดอาการแลคขณะเล่นเกมออนไลน์ที่จำเป็นต้องมีการรับ-ส่งข้อมูลอยู่ตลอดเวลา

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ realme 3 Pro ผ่านแอป Antutu

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ realme 3 Pro ผ่านแอป GeekBench

แบตเตอรี่

realme 3 Pro ใช้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ความจุ 4,045 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จไวแบบ VOOC Flash Charge 3.0 (5V/4A) ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้เต็มจาก 0-100% โดยใช้เวลาเพียง 80 นาทีเท่านั้น

รวมทั้งมีโหมด CABC (Content Adaptive Backlist Control) ที่ช่วยจัดการพลังงานให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น เรียกได้ว่าสามารถใช้งานได้ยาวนาน พร้อมทั้งประหยัดเวลาในการชาร์จอีกด้วย

บทสรุป

realme 3 Pro ถือเป็นสมาร์ทโฟนที่จัดเต็มทั้งดีไซน์และสเปกในราคาสุดคุ้ม ด้วยดีไซน์ด้านหลังเครื่องที่โดดเด่นแบบ 3D Speedway เคลือบเงาสวยหรู พร้อมไล่เฉดสี และมีการแกะสลักเป็นขนาดไมครอนลากยาวเป็นเอฟเฟกต์แสงรูปตัว S ที่เป็นเอกลักษณ์โดยใช้การสะท้อนแสงและการหักเหของแสง ซึ่งลวดลายรูปตัว S นั้นคล้ายกับ Chicane ของสนามแข่งรถ 

realme 3 Pro มาพร้อมหน้าจอไร้ขอบแบบ DewDrop Full Screen ขนาด 6.3 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 และมีสัดส่วนระหว่างตัวเครื่องกับหน้าจอที่ 90.8% พร้อมความคมชัดระดับ Full HD+ สามารถชมคอนเทนต์และเล่นเกมที่ความละเอียด Full HD ได้อย่างคมชัด เต็มตาเต็มอารมณ์

รวมทั้งติดตั้งกล้องหลังคู่ความละเอียด 16+5 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยี AI, ฟีเจอร์ ChromaฺBoost ที่ทำให้ภาพมีสีสันโดดเด่น และฟีเจอร์ Super Nightscape สำหรับถ่ายกลางคืนได้ดีขึ้น ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 25 ล้านพิกเซล มาพร้อมเทคโนโลยี AI เหมือนกล้องหน้า และเทคโนโลยี 4-in-1 Pixel 

นอกจากนี้ยังใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 710 AIE ที่เร็ว และแรง บวกกับเทคโนโลยี Hyper Boost 2.0 ที่ช่วยเร่งประสิทธิภาพของการทำงานทั้งแอปพลิเคชัน (AppBoost), ระบบ (SystemBoost) และเกม (GameBoost 2.0) ให้ดีขึ้น ทำให้เล่มเกมได้ไหลลื่น ไม่มีสะดุด และเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของ realme ที่รองรับการชาร์จเร็ว VOOC Flash Charge 3.0 อีกด้วย

ทั้งนี้ realme 3 Pro มีให้เลือก 3 สีคือ Lightning Purple, Nitro Blue และ Carbon Grey โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 6,999 บาท สำหรับรุ่น RAM 4GB+ROM 64GB และ 8,999 บาท สำหรับรุ่น RAM 6GB+ROM 128GB วางจำหน่ายแล้ววันนี้

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน realme ได้ที่นี่ >>> http://bit.ly/2Uk8hju

 

from:http://mobileocta.com/review-realme-3-pro/