คลังเก็บป้ายกำกับ: REALME_3

realme เปิดตัวน้องใหม่ realme 3 ภายใต้คอนเซปต์ Power Your Style ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่

 

สิ้นสุดการรอคอย realme เปิดตัวโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ realme 3 ใหม่ล่าสุดออกมาเพื่อเอาใจคนรุ่นใหม่ โดยใน realme 3 ได้มีการเพิ่มลูกเล่นไล่ระดับเฉดสีที่ช่วยให้สมาร์ทโฟนดูดีมีสไตล์มายิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับสเปคที่จัดเต็ม ในราคาสุดคุ้ม

ในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งปีที่ realme ได้มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ก็ได้มีการขยายตลาดอย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบัน realme ได้มีร้านค้าจัดจำหน่ายที่เป็นตัวแทนในการจัดจำหน่าย realme มากกว่า 3000 ร้านค้าทั่วประเทศ เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น และด้วยคุณภาพที่ดีเยี่ยม พร้อมสเปคที่จัดเต็ม และดีไซน์ที่ดูพรีเมี่ยม รวมไปถึงราคาที่เหมาะสม ทำให้ยอดขายดีมาตลอดในทุกรุ่นของ realme

โดยล่าสุดได้มีการเปิดตัว realme 3 มาด้วยกันสองความจุ 4G+64GB  และ 3GB+32GB โดยมีสีให้เลือกถึง 3 สี สีแรก Dynamic Black สีที่ได้แรงบันดาลใจมาจากทางช้างเผือก, Classic Black สีดำสุดคลาสสิค และ Radiant Blue ที่เป็นการไล่เฉดสีแบบ Gradient unibody Design โดยแต่ละสีมีขั้นตอนการทำที่ปราณีต เพื่อให้ออกมาเป็นดีไซน์ที่สวย ดูพรีเมี่ยม

โดย realme 3 มาพร้อมกับ

RAM 3/4 GB ROM 32/64 GB โดยมีความจุให้เลือกสองสไตล์ตามความต้องการ

ชิปเซ็ต Medietek Helio P60 พร้อม AI ที่ช่วยให้การใช้งานลื่นไหล พร้อมได้ภาพถ่ายที่สวยงามมากยิ่งขึ้น

หน้าจอ dewdrop Screen ขนาด 6.22 นิ้ว แบบ HD+ ช่วยให้ทุกการมองเห็นเต็มตามากยิ่งขึ้น

กล้องหลังคู่13+2 ล้านพิกเซล พร้อมโหมด Chroma Boost ที่ทำให้รูปคมชัดสีสดมากยิ่งขึ้น และฉีกกรอบการถ่ายภาพในที่มืดให้ภาพออกมาสวยคมชัดกว่าเดิม ด้วยโหมดการถ่ายภาพแบบ Nightscape

กล้องหน้า 13 ล้านพิกเซล มากับโหมด AI Beauty ให้การเซลฟี่ของคุณสนุกมากยิ่งขึ้น

แบตเตอรี่ความจุ 4230 mAh ใช้งานได้ยาวนานตลอดทั้งวัน

โดยความคุ้มค่านี้มาพร้อมโปรโมชั่นพิเศษกับร้านค้าชั้นนำ

realme 3 รุ่นความจุ 3+32GB สี Dynamic Black และ Radiant Blue จะวางจำหน่ายผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ Lazada โดยเปิดให้ Pre-order ในวันที่ 27 มีนาคมนี้ ราคาพิเศษเพียง 4290 บาท (จากราคาปกติ 4590 บาท)

realme 3 รุ่นความจุ 4+64GB สี Dynamic Black และ Radiant Blue จะจัดจำหน่ายผ่านทางร้านค้าตัวแทนทั่วประเทศ โดยเริ่มวางจำหน่ายวันที่ 30 มีนาคมนี้ ในราคา 5990 บาท

และสำหรับ realme 3 รุ่น 4+64GB สี Classic Black จะมีการวางจำหน่ายแบบพิเศษ เฉพาะที่ทรูมูฟ เอช เท่านั้น โดยจะเริ่มวางจำหน่ายวันที่ 29 มีนาคมนี้ ในราคาเริ่มต้นเพียง 2490 บาท โดย ทรูมูฟ เอช ได้มีการมอบส่วนลดค่าเครื่องสูงสุด 3,500 บาท เพื่อเป็นเจ้าของ Realme 3 ในราคาเริ่มต้นเพียง 2,490บาท  เมื่อสมัครแพคเกจตามกำหนด และชำระค่าบริการล่วงหน้า กับทรูมูฟ เอช แต่สำหรับลูกค้าเก่าแบบรายเดือนที่ใช้งานนานกว่า 18 เดือน ไม่ต้องชำระค่าบริการล่วงหน้า เป็นเจ้าของ Realme 3 ได้ที่ทรูช้อป และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

รายละเอียดเพิ่มเติม และโปรโมชั่นต่างๆ สามารถเข้าไปติดตามได้ที่หน้าเพจเฟสบุ้คของ realme  https://www.facebook.com/realmeTH/

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Realme ได้ที่นี่ >>> http://bit.ly/2CnCK93

 

from:http://mobileocta.com/realme-launches-new-realme-3-under-the-power-your-style-concept/

โฆษณา

รีวิว Realme 3 แบตอึด เครื่องสวย กล้องกลางคืนโหดเกินราคา มาพร้อมโปรโมชั่นดีมากๆ

Realme 3 เปิดตัวเป็นทางการในไทยแล้วนะ หนึ่งในแบรนด์มือถือที่มาแรงตั้งแต่เปิดตัวในไทยเมื่อปีก่อน ด้วยการทำตลาดสมาร์ทโฟนในกลุ่มราคาประหยัดได้เด่นมาก คุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไปทุกรุ่นที่เปิดขายในไทยเลยครับ

Realme เป็นแบรนด์ที่นำความสวยงามของการออกแบบตัวเครื่องระดับสูงมาเป็นจุดขายโดยตลอดนะครับ เรียกได้ว่าสมาร์ทโฟนของ Realme จะดูสวยเกินราคาทุกรุ่นเลย

และล่าสุดสำหรับ Realme 3 สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมคอนเซป “Power your style” ยังคงจุดเด่นของแบรนด์ ด้วยการออกแบบสมาร์ทโฟนหน้าตาสวย ซึ่งสวยมากครับ เราไม่สามารถเดาราคาได้ถูกต้องจากรูปลักษณ์ตัวเครื่องภายนอกของมันอย่างแน่นอน ^^ และพร้อมกับสเปคและราคาซึ่งเปิดโปรโมชั่นมา ซึ่งต้องบอกว่า “ถูกอีกแล้ว”

มาดูคุณสมบัติของเครื่องมันกันก่อนดีกว่าครับ

Realme 3 เป็นสมาร์ทโฟนหน้าจอแบบหยดน้ำ กว้าง 6.22 นิ้ว ความละเอียด HD+ อัตราส่วน 19 : 9 ขอบจอเล็กมาก 2.05mm โดยเฉพาะในส่วนขอบบนและขอบข้าง ด้านล่างจอจะหน้าหน่อย แต่คิดเป็นสัดส่วนหน้าจอต่อพื้นที่ด้านหน้าเครื่องโดยรวมแล้วอยู่ที่ 88.30%

จอภาพความละเอียด HD+ ไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าภาพแตกหรือไม่ชัดเจนนะครับ คุณภาพของจอทาง Realme ใช้ของดuกลบเรื่องความละเอียดไปได้มากทีเดียว ไม่รู้สึกขัดตาครับ ไม่สังเกตก็แยกไม่ค่อยออกนะ




ให้กล้องหลังมาเป็นแบบคู่ ซึ่งกล้องของ Realme 3 คือหนึ่งจุดขายของรุ่นนี้เลย เดี๋ยวเล่าให้ฟังตอนท้ายรีวิว มาพร้อมที่สแกนลายนิ้วมือด้านหลังเครื่อง ซึ่งที่สะดุดตาก็คือสีสันเครื่องด้านหลังสวยมากครับ เครื่องที่ผมได้มาเป็นการไล่โทนสีน้ำเงินเข้มไล่ไปจนเป็นสีดำ ทำลวดลายแบบสีเม็ดทราย ดูมีความระยิบระยับเล็กน้อย ตัวเครื่องโค้งเข้ารูปมือ


ด้านหลังมีที่สแกนลายนิ้วมือตอบสนองได้ไวดี รองรับการสแกนใบหน้าเพื่อเข้าใช้งานได้ด้วยครับรุ่นนี้ ซึ่งการสแกนลายนิ้วของระบบ Realme 3 ทำได้มากกว่าแค่การปลดล็อคนะครับ เราสามารถระบุได้ว่าในแต่ละนิ้วที่จะสแกนลงไป เอาไว้ใช้ทำอะไร เช่นเอาไว้ปลดล็อคที่เก็บข้อมูลส่วนตัวของเรา หรือใช้ในการปลดล็อคแอพพลิเคชั่นบางตัวที่เราทำการล็อคไว้ก็ได้เช่นกันครับ

และที่สำคัญเห็นเครื่องเล็กๆ แค่นี้ แต่ให้แบตเตอรี่มาใหญ่ถึง 4230 mAh ซึ่งมาพร้อมกับระบบประหยัดพลังงาน AI Power Master และกับเทคโนโลยีใหม่ของ Realme ในการจัดสรรพลังงานจากการปรับลดความละเอียดหน้าจอได้ตามต้องการ Screen Battery Optimization คิดดูว่า แบตมันจะอึดมากแค่ไหน ^^ จากการทดสอบใช้งานของผม ใช้กันข้ามวันครับ! แบตเตอรี่มันอึดมากจริงๆ รุ่นนี้ รองรับด้วยการชาร์จไฟ 5V2A จาก Adapter ที่มีมาให้ในกล่อง

Realme 3 มีเข้ามาจำหน่ายด้วยกัน 3 สี นะครับ Dynamic Black, Radiant Blue, Black ซึ่งแต่ละสีจะมีสไตล์ที่แตกต่างกันไป ตัวที่ผมได้มารีวิวเป็น Dynamic Black ครับ ซึ่งเขาว่าเป็นสีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากทางช้างเผือก (เหนือชั้น)

หน้าตาดูสวยงาม แต่ไม่บอบบาง อุปกรณ์ Realme ทุกรุ่นจะได้รับการทดสอบที่เข้มข้นตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบครับ ทั้งการทดสอบ drop tests การทดสอบความทนทานของพอร์ต USB และปุ่มกดต่างๆ เขาทดสอบกันเป็นหมื่นๆ ครั้ง ว่าต้องทนทานและรับไหวต่อการใช้งานจริง ยังมีการทดสอบอีกมากมาย ไม่ใช่แค่เน้นขายทำราคา แต่เครื่องของเขาต้องสวย ดูดี และมีความทนทานด้วย อันนี้คือหัวใจความเป็น Realme เลยละ

รองรับสองซิมการ์ดแบบสามสล็อตครับ มีช่องใส่ Micro SD card แยกมาให้ต่างหาก สามารถใช้งาน 4G ได้พร้อมกันทั้งสองซิม ซึ่งรองรับหมดทั้งระบบ VoLTE และการโทรผ่าน Wi-Fi ทั้งสองสล็อตซิมเลยครับ

อุปกรณ์ภายในกล่อง (เครื่องรีวิว) มีที่ชาร์จแบบ 5V2A สายชาร์จ Micro USB เคสใส เข็มจิมซิม และกระจกกันรอยติดมาให้เรียบร้อยแล้ว

การใช้งานภายใน

การใช้งานลื่นไหล ด้วยชิปเซ็ตประมวลผล Helio P60 พร้อมระบบ AI ที่อัจฉริยะกว่า หน่วยความจำ 4GB+64GB พร้อม microSD card ที่สามารถเพิ่มมากได้สูงสุดถึง 256GB ระบบปฏิบัติการ ColorOS 6.0 บน Android P ปรับโฉมหน้าการใช้งานใหม่ เข้าถึงง่ายขึ้น เป็นมิตรกับผู้ใช้มากขึ้นครับ



การสลับแอปใช้งานสามารถทำได้รวดเร็วในการควบคุมแบบใหม่ จะสังเกตว่าปุ่มควบคุมหลักที่ตั้งค่าพื้นฐานมาของ Realme 3 จะไม่มีปุ่ม Recent App หรือปุ่มเรียกแอพย้อนหลังอยู่นะครับ แต่จะใช้การสบัดนิ้วขึ้นจากขอบเครื่องเพื่อเรียกใช้งานรายการแอพย้อนหลังแทน ก็สะดวกดีครับ

แต่ถ้าใครไม่ชิน ต้องการใช้งานในรูปแบบเดิม ก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ในการตั้งค่าครับ

มีฟังก์ชั่นเพื่อความสะดวกในการเรียกใช้เครื่องมือและแอพต่างๆ อีกมาก เช่น แถบด้านข้างอัจฉริยะ เป็นแถบเรียกใช้พิเศษที่เราสามารถสไลด์เรียกเข้ามาใช้งานได้ทันทีจากขอบจอครับ ภายในมีแอพที่เราใช้งานบ่อยๆ ซึ่งตั้งค่าเอาไว้ได้ และชุดเครื่องมือสำคัญเช่นการบันทึกหน้าจอ การเปิดไฟล์ข้อมูล หรือเปิดกล้องเพื่อการถ่ายภาพเป็นต้น


 

มีฟังก์ชั่นการโคลนแอพพลิเคชั่น ให้ใช้งานสองบัญชีได้ในเครื่องเดียวกัน ใครเล่น Facebook หรือไลน์สองไอดี เอามาล็อคอินบนเครื่องเดียวกันได้เลยนะ

และมีความสามารถในการแบ่งหน้าจอทำงานสองแอพพร้อมกัน ^^ เมื่อรวมกับความสามารถโคลนแอพ เล่น Facebook พร้อมกันมันสองไอดี คุยกับตัวเองยังได้เลย 555 ซึ่งวิธีการแบ่งหน้าจอทำงานสองแอพของ Realme ออกแบบมาง่ายดีครับ แค่ใช้สามนิ้วสไลด์ขึ้นพร้อมกันเท่านั้นเอง (สามนิ้วสไลด์ลงพร้อมกันเป็นการเซฟภาพหน้าจอได้ด้วยครับ)


มีหน้าผู้ช่วยอัจฉริยะ ที่จะตรวจจับก้าวเดินของเราในแต่วัน แจ้งเตือนกิจกรรมสำคัญ และแอพพลิเคชั่นใช้งานบ่อยๆ รวมเอาไว้ให้เราเปิดใช้งานได้ทันทีให้หน้าแรกครับ


สรุปด้านการทำงานต่างๆ ของ Realme 3 ไม่ได้เร็วแรงที่สุด แต่เพียงพอต่อการใช้งานพื้นฐานของระบบ Android ครับ การตอบสนองต่อการสั่งงานไม่หงุดหงิด ใช้งานได้ไม่งอแง ขณะผมทดสอบใช้งานมาประมาณสิบวันซอฟท์แวร์ทำมาแน่นดีไม่มีปัญหาใดๆ

MediaTek Helio P60 แรม 4GB รอม 64GB ผมว่าชุดประมวลผลชุดนี้เหมาะกับวัยทำงาน วัยรุ่น ใช้งานเพื่อการแชต เล่นโซเชี่ยล เล่นเกมบ้าง ดูหนังฟังเพลง เข้าเว็บอ่านหนังสือ เหล่านี้มันทำงานได้อย่างสบายๆ ครับ และแบตเตอรี่อึกอยู่กับเราได้ทั้งวันด้วย


เล่นเกมระดับหนักๆ มันก็ได้นะครับ แค่ไม่ลื่นไหล 100% มันมีโหมดรีดประสิทธิภาพเครื่องเพื่อการใช้งานและการเล่นเกม โดยเฉพาะเร่องการเล่นเกม มันจะมีโหมด Game Space สำหรับปิดกั้นการแจ้งเตือนและเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะเลยครับ



แต่เมื่อดูราคา มันคุ้มกับราคาที่จ่ายไปมากครับ แถมตัวเครื่องภายนอกสวยด้วยไม่ใช่แค่คุ้มแต่สเปคการใช้งานภายในเท่านั้น

ผลทดสอบต่างๆ

การจับสัญญาณ GPS ทำได้ไวมาก แม้ปิดเน็ตช่วยและอยู่ในอาคารครับ การใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานมาก มีโหมดปรับแต่งการใช้พลังงานของหน้าจอ ช่วยยืดอายุแบตในแต่ละวันโดยปรับการทำงานและความละเอียดหน้าจอให้เหมาะสม ผมใช้งานได้ข้ามคืนเลยครับสำหรับ Realme 3 เพราะถ้าวันไหนใช้งานไม่หนัก ไม่ได้เล่นเกมหรือเปิดหนังดูสักเท่าไหร่ กลับบ้านประมาณสามทุ่ม แบตยังเหลือเกินครึ่งเลยครับ





 

กล้องถ่ายภาพ

ใครจะคิดครับ ว่าไฮไลค์เด็ดสุดของเครื่องราคาแค่ประมาณ 5,000 บาท จะอยู่ที่การถ่ายภาพกลางคืน ^^ มันเคยเป็นของยากสำหรับกล้องสมาร์ทโฟนเสมอมา แต่สำหรับกล้องหลังคู่ 13+2 ล้านพิกเซล ของ Realme 3 แล้ว การที่มันมีรูรับแสง f/1.8 เลนส์ 5P และโหมด Nightscape สำหรับการถ่ายกลางคืนโดยเฉพาะ แสงมืดๆ นี่กลายเป็นของโปรดของเจ้ากล้องตัวนี้เลยละครับ

โหมด Nightscape จะช่วยทำให้ภาพถ่ายกลางคืนคมชัดภาพไม่สั่นแม้เรายืนถ่ายด้วยมือไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง และลด noise ของภาพได้อย่างดีมาก ซึ่งระบบนี้หลายคนอาจจะคุ้นๆ กันครับ เพราะมันคือความสามารถเล่นกับไฟกลางคืนของกล้องจากสมาร์ทโฟนราคาหลักหมื่นนั้นเอง






Realme 3 มันทำได้ และมันทำได้ดี และยังมีระบบซูมสองเท่า ที่สามารถใช้งานร่วมกันกับโหมดถ่ายกลางคืนได้อีก! อันนี้เริ่มจะเกินหน้ารุ่นใหญ่เขาละ 555 บางรุ่นโหมดกลางคืนยังซูมไม่ได้เลยนะครับ

ซูม 2X โชว์รุ่นใหญ่ในโหมดกลางคืน 555 ซูมภาพในที่มืดยังรอดได้แบบนี้ ผมว่าไม่ธรรมดาครับ ^^


ยังมีโหมด Chroma Boost เป็นโหมดเพิ่มความสดของสีภาพ และเพิ่ม Dynamic range ปรับสมดุลของแสงภาพทั้งที่มืดและสว่าง ให้ภาพดูมีมิติและมีชีวิตมากขึ้นครับ (ซ้ายปิด Chroma Boost ขวาเปิด)


รวมถึงยังมีโหมด Portrait หรือโหมดถ่ายภาพบุคคล สำหรับการถ่ายแบบละลายฉากหลังแบบง่ายๆ ด้วยนะครับ เข้าโหมดแล้วส่องแบบ ก็ละลายหลังเป็นที่เรียบร้อย

เจ้ากล้องของ Realme 3 ไม่ต้องไปสนใจราคาขายครับ มันทำเอาหลายๆ รุ่นที่แพงกว่าอายได้เลยละครับ โดยเฉพาะโหมด Nightscape ถ่ายกลางคืน มันตัวจิ๋ดราคาจิ๋วของแท้เลย

กลางคืนยังทำได้ กลางวันจะยากอะไร ถ่ายไปเลยครับ กล้องมี AI ฉลาดพอสำหรับการปรับสี แสง ถ่ายภาพสวยๆ ได้ไม่ยากเลย








กล้องหน้า 13 ล้านพิกเซล มาพร้อมระบบ AI ช่วยปรับแต่งภาพการเซลฟี่ ปรับแต่งโครงหน้าได้สารพัด ทั้งปรับเองและให้ AI เข้าช่วย ภาพกล้องหน้าก็มีคุณภาพให้เราเซอร์ไพร์สไม่ต่างจากกล้องหลังเลยครับ


สรุปท้ายรีวิว

ใส่กล้องที่ฉลาดและมีคุณภาพทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ให้เข้ามาใช้ ตัวเครื่องสวย แบตเตอรี่อึดมาก ฟังก์ชั่นใช้งานได้สะดวกและใช้สนุก มาพร้อมกับราคาไม่แพงและโปรโมชั่นลดแรง จนสามารถหาซื้อได้ในราคาแค่ครึ่งเลยครับ

Realme 3 เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นราคาจิ๋วแต่กล้องจิ๊ด สวยถูกใจ น่าใช้มากครับในเรทราคานี้ ผมว่ามันสวยสุดและกล้องมีความสามารถสูงเป็นอันดับต้นๆ ในกลุ่มสมาร์ทโฟนเรทราคานี้เลยครับ

ราคาและวันวางจำหน่าย Realme 3 

  • สี Dynamic black กับ Radiant blue รุ่นแรมขนาด 3+32 GB
    จำหน่ายผ่านทางลาซาด้าในราคา 4590 บาท โดยจะเริ่มรับ pre- order วันที่ 27 มีนาคม 2562
    พิเศษสุดราคา pre-order เหลือเพียง 4290 บาท


  • สี Classic black แรม 4+64GB ราคาปกติ 5990 บาท จะจัดจำหน่ายแบบ exclusive ผ่านทางทรูช้อปเท่านั้น เริ่มต้นที่ราคา 2490 บาท โดยต้องสมัครแพคเพจตามที่ทรูกำหนด พร้อมชำระค่าแพคเกจล่วงหน้า (ลูกค้าเก่าใช้งานมากนานกว่า 18 เดือน ไม่ต้องชำระล่วงหน้า) เริ่มจำหน่าย 29 มีนาคม 2562

ข่าว: รีวิว Realme 3 แบตอึด เครื่องสวย กล้องกลางคืนโหดเกินราคา มาพร้อมโปรโมชั่นดีมากๆ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2019/03/22/reivew-realme-3.html

รีวิว : realme 3 สมาร์ทโฟนดีไซน์ไล่เฉดมีระดับ พร้อมสเปกจัดเต็มในราคาสุดคุ้ม

 

realme เป็นสมาร์ทโฟนแบรนด์น้องใหม่ที่กระแสมาแรงและครองใจผู้ใช้งานในบ้านเราได้อย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งต้องยอมรับเลยว่า realme นั้นมาถูกทาง ด้วยการออกแบบดีไซน์สวยงามมีเอกลักษณ์ พร้อมจัดเต็มด้วยฟีเจอร์อัดแน่นมากมาย ในราคาที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่าย ๆ จึงไม่แปลกใจเลยที่ realme ได้รับการกล่าวถึงอย่างล้นหลามเมื่อคราวเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในไทย

และล่าสุด realme กลับมาเขย่าตลาดสมาร์ทโฟน Mid-Range สุดคุ้มอีกครั้งด้วยการเปิดตัว realme 3 สมาร์ทโฟนที่ครบเครื่องรอบด้าน แต่เคาะราคาออกมาแบบจับต้องได้ ซึ่งใครที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนฟีเจอร์จัดเต็มในราคาเบา ๆ realme 3 จัดว่าเป็นตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามครับ

สเปคเบื้องต้น  realme 3

ขนาด 156.1×75.6×8.3 มิลลิเมตร
น้ำหนัก 175 กรัม
หน้าจอ IPS ขนาด 6.22 นิ้ว, ความละเอียด HD+ 720 x 1520 พิกเซล, อัตราส่วน 19:9 dewdrop full screen 88.30% screen-to-body
หน่วยประมวลผล Octa-core 2.0GHz, ชิปเซ็ท Mediatek Helio P60, หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G72 MP3
RAM 3GB/4GB
หน่วยความจำภายในเครื่อง 32GB/64GB
microSD Card สูงสุด 256GB
กล้องถ่ายภาพ กล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล, ค่ารูรับแสง f/2.0, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/3″, ขนาดพิกเซลไซส์ 1.12µm

กล้องหลัง Dual Camera ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล, ค่ารูรับแสง f/1.8, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/3″, ขนาดพิกเซลไซส์ 1.12µm, ระบบโฟกัส PDAF กล้องหลังตัวที่สองความละเอียด
2 ล้านพิกเซล, depth sensor เลนส์แบบ 5 ชิ้นเลนส์

ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย ColorOS 6.0
เชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 b/g/n, hotspot, Bluetooth 4.2, A2DP, LE, GPS A-GPS, GLONASS, microUSB 2.0, USB On-The-Go
รองรับระบบ GSM,WCDMA,TD-LTE,FDD-LTE
แบตเตอรี่ 4,230mAh
ราคา RAM 3+32GB ราคา 4,590 บาท, RAM 4+64GB ราคา 5,990 บาท

 

PACKAGING & ACCESSORIES

ตัวกล่องแพ็กเกจมาในขนาดกะทัดรัด โดยใช้โทนสีเทาตัดเหลืองทองอันเป็นเอกลักษณ์ของทางค่าย realme ที่ด้านหน้ากล่องมีเพียงโลโก้แบรนด์และชื่อรุ่นของ realme 3

สำหรับอุปกรณ์ภายในกล่องของ realme 3 จะประกอบไปด้วย

  1. คู่มือการใช้งานฉบับย่อ +ใบรับประกันสินค้า
  2. อแดปเตอร์ชาร์จ Output 5V-2A
  3. สายดาต้าลิงค์ชนิด Micro USB
  4. เข็มจิ้มเปิดถาดซิมการ์ด
  5. เคสซิลิโคนแบบใส

realme 3 โดดเด่นด้วยดีไซน์หน้าจอแสดงผลผลแบบหยดน้ำ (Dewdrop screen) ซึ่งมีขนาดใหญ่เต็มตาถึง 6.22 นิ้ว แต่อยู่ในบอดี้ที่ไม่ได้ใหญ่ตามไปด้วย เพราะ realme 3 มีอัตราส่วนของหน้าจอแสดงผลต่อบอดี้สูงถึง  88.30% เลยทีเดียว เมื่อผสานกับขอบจอที่บางเฉียบเพียง 2.05mm และการออกแบบให้ลำโพงสนทนาสามารถจัดวางอยู่ในขอบจอได้ จึงส่งผลให้ realme 3 เป็นสมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอแสดงผลแบบไร้ขอบอย่างแท้จริง

ในส่วนของกล้องหน้าจัดวางเลย์เอาท์อยู่ภายใน Notch รูปทรงหยดน้ำ มาพร้อมความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ขับเคลื่อนด้วย AI อันชาญฉลาด ทำให้เซลฟี่ได้อย่างสวยงามเป็นธรรมชาติ แถมเป็นเรื่องที่ง่ายและให้ผลลัพธ์ที่ดีในทุก ๆ สถานการณ์อีกด้วย

ในภาพรวมตัวเครื่องมีความโค้งมนแบบ 3D ที่มีความสมมาตร และน้ำหนักเบาเพียง 175 กรัม ส่งผลให้จับถือได้ถนัดกระชับ สามารถสอดรับเข้ากับสรีระของฝ่ามือได้เป็นอย่างดี

ด้านหลังของตัวเครื่องมาพร้อมกับดีไซน์พรีเมี่ยม แต่เรียบหรูบนบอดี้แบบไล่โทนเฉดสี  โดยสีที่ได้รับมารีวิวในครั้งนี้คือสี Dynamic Black ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ นั้นก็คือดาราจักรทางช้างเผือก ซึ่งสะท้อนความงามออกมาด้วยประกายแสงระยิบระยับดุจดังกลุ่มดาวในยามราตรี

ในส่วนของกล้องหลัง Dual Camera จัดวางในแนวตั้ง มีการออกแบบดีไซน์วงแหวนรอบเลนส์ด้วยสีเหลืองทองดูโดดเด่นสะดุดตา สำหรับกล้องตัวแรกให้ความละเอียดมาที่ 13 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องตัวที่สองความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ซึ่งเป็น depth sensor ทำหน้าที่ในการช่วยเรื่องการถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอและโบเก้ของภาพ และมีไฟแฟลชแบบ LED 1 ดวงมาให้ใช้งาน

ถัดจากเลนส์กล้องจะเป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ซึ่งจากที่ได้ลองใช้งานจริง ตัวเซ็นเซอร์มีความรวดเร็วแม่นยำในระดับที่น่าประทับใจ สุดท้ายด้านล้างของตัวเครื่องจะแปะชื่อแบรนด์ realme ด้วยสีขาวสะอาดตา

ด้านบนของตัวเครื่องจะเป็นส่วนที่ไล่โทนสีดำเป็นหลัก แต่ทั้งนี้จะมีมีปุ่มหรือพอร์ตใด ๆ

ด้านล่างจัดวางเลย์เอาท์ด้วยลำโพงหลักของตัวเครื่อง, พอร์ต Micro USB, ไมค์สนทนา และช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.

สำหรับลำโพงหลักของตัวเครื่องให้คุณภาพอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี ทั้งเรื่องความดัง ความใสเคลียร์แถมเมื่อเร่งเสียงดังจนสุดก็ไม่แตกพร้าอีกด้วย

ฝั่งขวาของตัวเครื่องจะมีเพียงปุ่มพาวเวอร์

ส่วนฝั่งซ้ายด้านบนจะเป็นช่องถาดซิมการ์ดและถัดลงมาคือปุ่มเพิ่ม/ลดระดับเสียง

สำหรับถาดซิมการ์ดจะเป็นแบบไฮบริด สล็อต รองรับการใช้งานแบบ 2 ซิม หรือเลือกใช้แบบ 1 ซิม + หน่วยความจำภายนอก MicroSD Card โดย realme 3 รองรับหน่วยความจำภายนอกได้สูงสุด 256GB

ไฮไลท์ฟีเจอร์เด่นบน realme 3

realme 3 มีหน้าจอแสดงผลที่คมชัด สว่างสดใส อีกทั้งยังมาพร้อมดีไซน์ที่ยกระดับไปอีกขั้นด้วย Notch แบบ Dewdrop Screen และด้วยความที่มีหน้าจอใหญ่ถึง 6.2 นิ้ว พร้อมออกแบบรอยบากในรูปทรงหยดน้ำ จึงส่งผลให้ realme 3 มีพื้นที่จอแสดงผลต่ออัตราส่วนของบอดี้สูงถึง 88.30% เลยทีเดียว

อีกทั้งขอบข้างหน้าจอทั้งซ้ายและขวาก็บางเฉียบ มีขนาดเพียง 2.05 มม.เท่านั้น ส่งผลให้การรับชมคอนเทนต์อย่าง Youtube หรือ Netflix รวมไปถึงการเล่นเกมได้เต็มอรรถรสเพิ่มมากยิ่งขึ้นกว่าที่เคยสัมผัสในสมาร์ทโฟนรุ่นอื่น ๆ

ระบบรักษาความปลอดภัยบน realme 3 มีให้ใช้งาน 2 รูป ทั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และปลดล็อคด้วยใบหน้า ซึ่งนอกจากการปลดล็อดจอแสดงผลแล้ว ยังสามารถใช้ในการปลดล็อคแอปฯ และพื้นที่เก็บข้อมูลส่วนตัวได้อีกด้วย

สำหรับในด้านการใช้งานจริง ตัวเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมีมีความรวดเร็วแม่นยำที่ดีมาก ส่วนระบบปลดล็อคด้วยใบหน้าก็อยู่ในเกณฑ์ที่น่าประทับใจช่นกัน โดยลองทดสอบปลดล็อคในที่แสงน้อย หรือส่วมใส่แว่นตาก็ยังปลดล็อคได้โดยไม่พบเจอปัญหาแต่อย่างใด

ด้านการจัดสรรพลังงาน realme 3 นั้นมาพร้อมความโดดเด่นตั้งแต่ระดับ Hardware ด้วยแบตเตอรี่ความจุขนาดใหญ่ถึง 4,230mAh ผสานเข้ากับโหมด AI Power Master และฟีเจอร์ใหม่ Screen Battery Optimiztion ที่สามารถเพิ่มระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานมากขึ้น ด้วยการปรับลดความละเอียดหน้าจอแสดงผลลงมาตามความเหมาะสม

Game Space “การเร่งความเร็วเกม” ที่ช่วย optimization ให้เล่นเกมได้ไหลลื่นมากยิ่งขึ้น และยังมีฟังก์ชั่นที่ช่วยจัดการด้านการแจ้งเตือน เช่นการปฏิเสธสาย หรือการรับสายผ่านทางแฮนด์ฟรีได้เป็นต้น ทำให้การเล่นเกมบน realme 3 นั้นเป็นไปอย่างสมูทลื่นไหล ไม่สะดุดติดขัดหรือมีสิ่งรบกวนใจในขณะเล่นเกม

ฟีเจอร์ “Full Screen Multitasking”

เมื่อใช้งานแอปพลิเคชั่นในโหมดแนวนอน เราสามารถเรียกใช้งานฟีเจอร์ Full Screen Multitasking ได้ด้วยการลากจากขอบด้านลำโพงสนทนาลงมา สำหรับฟีเจอร์นี้จะเป็นการรวบรวมสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ไว้ในทีเดียวเพื่อให้สามารถเรียกใช้งานอย่างอย่างสะดวกรวดเร็ว

ยกตัวอย่างเช่นทางลัดโปรแกรม การบันทึกหน้าจอทั้งแบบวีดีโอและภาพนิ่ง การปิดแจ้งเตือน Notification เป็นต้น ซึ่งทำให้เราสามารถทำงานได้พร้อม ๆ กันในเวลาเดียว ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมหรือดูวีดีโอพร้อมกับตอบแชทไปด้วย ทำให้ไม่พลาดเหตุการณ์สำคัญ ๆ

SOFTWARE & FEATURE

realme 3 เปิดตัวมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 9 ที่ครอบทับด้วย Color OS 6 เวอร์ชั่นล่าสุด ที่นอกจากจะออกแบบ UI ได้สวยงามแล้ว ยังมาพร้อมฟีเจอร์อันอัดแน่นอีกด้วย

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่น่าสนใจก็คือ ฟีเจอร์ด้าน Network และการโทรของ realme 3 ทีมีความโดดเด่นด้วยการรองรับเทคโนโลยี Full Netcom 4.0 ทำให้สามารถสามารถจับสัญญาณ 4G/3G ได้พร้อมกันทั้ง 2 ซิม

รวมไปถึงยังรองรับ Dual VoLTE  ซึ่งฟีเจอร์ในด้านการโทรที่ให้มาก็ถือว่าครบถ้วนและมีประโยชน์ในการใช้งานจริงของชีวิตประจำวัน เช่นฟีเจอร์บล็อคสาย บล็อคข้อความ โดยเราสามารถเลือกสร้าง Blacklist และ Whitelist ได้ตามที่ต้องการ อีกทั้งยังสามารถบันทึกสายขณะโทรได้โดยตรง ไม่ต้องลงแอปฯเพิ่มเติมแต่อย่างใด

สำหรับการแสงผลบนหน้าจอ Dewdrop Screen  บางแอปอาจจะไม่ได้ถูกออกแบบมาให้แสดงผลเต็มหน้าจอตั้งแต่ต้น แต่ผู้ใช้งานสามารถปรับตั้งค่าการแสดงผลของแอปพลิเคชั่นให้เต็มหน้าจอได้ที่การตั้งค่า “การแสดงผลและความสว่าง” นอกจากนี้ยังมีโหมดถนอมสายตา ที่ลดแสงสีฟ้าเพื่อช่วยปกป้องและถนอมสุขภาพดวงตาของผู้ใช้งานได้อีกด้วย

Navigation Key ที่ปรับแต่งได้หลากหลาย และยังมีฟีเจอร์ Swipe-up Gestures ที่ใช้การสไลด์นิ้วบนหน้าจอแสดงผลแทนการกดปุ่ม navigation เพื่อให้เหลือพื้นที่การใช้งานที่มากขึ้นกว่าเดิม ทั้งนี้ผู้ใช้งานสามารถเลือกได้ว่าจะใช้รูปแบบการสั่งการแบบไหน เช่นการปัดนิ้วขึ้น หรือปัดไปด้านข้างเป็นต้น

ส่วน Gesture & Motion เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ผู้ใช้งานโดยทั่วไป คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพราะฟีเจอร์ลักษณะนี้มักจะมีมาให้ใช้งานในสมาร์ทโฟนหลาย ๆ แบรนด์ที่เข้ามาทำตลาดในบ้านเรา ซึ่งหลักการทำงานนั้นจะไม่แตกต่างกัน กล่าวคือใช้การเคาะ, การวาดบนหน้าจอ, รวมไปถึงทำงานร่วมกับตัวเซ็นเซอร์ต่าง ๆ ของตัวเครื่องเป็นต้น

realme 3 รองรับฟีเจอร์ยอดนิยมของสมาร์ทโฟนในยุคนี้ ด้วยการแบ่งหน้าต่าง เพื่อใช้งาน 2 แอปพลิเคชั่นไปพร้อม ๆ กัน  แถมบน realme 3 ยังสามารถเรียกใช้งานการแบ่งหน้าจอได้ง่าย ๆ เพียงลาก 3 นิ้วจากด้านล่างขึ้นไปยังด้านบนของหน้าจอแสดงผล ก็พร้อมใช้งาน 2 แอปฯ ในหนึ่งหน้าจอได้ในทันที

และอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ขาดไม่ได้ก็คือแอพโคลน ที่รองรับการใช้งานแอปพลิเคชั่นโซเชียลยอดนิยม ไม่ว่าจะเป็น Line, Facebook หรือ Instagram ได้พร้อม ๆ กัน ถึง 2 แอคเคานท์ในเครื่องเดียว

Phone Manager ผู้ช่วยในการบริหารจัดการโทรศัพท์ของเราให้สามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยและเต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ เช่นการลบไฟล์ขยะเพื่อเพิ่มพื้นที่การใช้งาน, การสแกนไวรัส หรือการปกป้องการชำระเงินเป็นต้น

แบตความจุเยอะอย่างเดียวยังไม่พอ แต่ยังต้องประกอบไปด้วย Software อัจฉริยะ ซึ่ง realme 3 มีแบตเตอรี่ความจุขนาดใหญ่ถึง 4,230mAh ที่สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานต่อเนื่อง เมื่อผสานเข้ากับโหมด AI Power Master และฟีเจอร์ใหม่ Screen Battery Optimiztion ที่สามารถเพิ่มระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานมากยิ่งขึ้น ด้วยการปรับลดความละเอียดหน้าจอลงมาตามความเหมาะสม ทำให้ realme 3 สามารถใช้งานได้ครบวันแบบสบาย ๆ ไม่ต้องร้องหา Power bank กันเลยที่เดียว

BENCHMARKS & PERFORMANCE

ในภาพรวมคงต้องบอกว่า แม้จะไม่ได้ใช้ชิปเซ็ตตัวท็อป แต่ด้วยขุมพลัง MediaTek Helio P60 Octa-core ความเร็ว 2.0GHz นั้นก็ถือว่าแรงในระดับใช้งานทั่ว ๆ ไปได้เหลือเฟือ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมหรือรับชมคอนเทนต์ความละเอียดสูง ๆ ซึ่ง realme 3 ก็สามารถแสดงศักยภาพพร้อมตอบสนองในการใช้งานได้อย่างราบลื่น โดยไม่พบอาการสะดุดติดขัดให้หงุดหงิดใจแต่อย่างใด

สำหรับผลคะแนน Benchmarks ถือว่าเป็นรุ่นกลาง ๆ ที่มาพร้อมความแรงในระดับที่นำไปใช้งานทั่วไปได้แบบสบาย ๆ และพวกเซ็นเซอร์ต่าง ๆ ก็ให้มาอย่างครบถ้วน  ส่วน GPS ในภาครับสัญญาณดาวเทียมนั้นมีความรวดเร็วแม่นยำในระดับที่ค่อนข้างดีเลยครับ

MULTIMEDIA & ENTERTAIN

ในปัจจุบันสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่จะไม่ใส่ FM มาให้ใช้งาน แต่ realme 3 ยังเอาใจผู้ที่ชื่นชอบฟังวิทยุ โดยมีวิทยุ FM แบบทศนิยมแบบสองจุดมาให้ใช้งาน ในภาครับสัญญาณถือว่าคมชัดใช้ได้ครับ ส่วนฟีเจอร์อาจจะไม่เยอะ โดยรวมเน้นไปที่การฟังเสียเป็นส่วนใหญ่

Music Player บน realme 3 มาพร้อมคุณสมบัติเด่นด้าน Software ด้วยฟีเจอร์ Real HD Sound ที่ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งจูนเสียงผ่าน EQ ได้ยืดหยุ่นและตรงใจผู้ใช้งานได้มากยิ่งขึ้น สำหรับคนที่ชื่นชอบการฟังเพลง realme 3 สามารถตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี

VDO Player บน realme 3 รองรับการเล่นไฟล์วีดีโอความละเอียด 4K ได้อย่างไหลลื่น แถมยังมีฟีเจอร์ที่ให้ฟิลลิ่งใกล้เคียงกับแอปชื่อดังอย่าง MX Player เช่นการปัดบนหน้าจอฝั่งซ้ายเพื่อปรับระดับความสว่าง และปัดบนหน้าจอฝั่งขวาเพื่อปรับเพิ่ม/ลดระดับเสียงเป็นต้น

ลองทดสอบเกมฮิต ๆ ในช่วงนี้ดูบ้าง

Asphalt 9 มาพร้อมกราฟฟิกสวยงาม แน่นอนว่าต้องการทรัพยากรทางด้าน Hardware ที่แรงอยู่ไม่น้อย ซึ่ง realme 3 นั้นเล่นเกมนี้ได้ลื่นไหลใช้ได้เลยครับ และไม่พบเจอการสะดุดหรือหน่วงจนผิดปรกติแต่อย่างใด งานนี้ต้องยกความดีให้ชิปเซ็ตตัวแรง Helio P60 และฟีเจอร์ Game Space ที่เพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกมได้ไหลลื่นมากยิ่งขึ้น

PUBG แม้จะไม่สามารถเล่นในระดับความละเอียดระดับสูงได้  แต่ในภาพรวมไม่มีอาการหน่วงสะดุดติดขัดให้หัวร้อนแต่อย่างใด ส่วน ROV ลากเฟรมเรทสูงๆ แบบยาวๆ ไม่ว่าจะช่วงเดินเล่นชิลๆ หรือยกพวกตะลุมบอนหมู่

สรุป realme 3 จัดเป็นสมาร์ทโฟน Mid-Range อีกหนึ่งรุ่นในตลาด ที่สามารถตอบโจทย์คอเกมได้เป็นอย่างดีเลยครับ

CAMERA & SAMPLE

realme 3 มาพร้อมกล้องหลัง Dual Camera กล้องตัวแรกความละเอียด 13 ล้านพิกเซล มีค่ารูรับแสงกว้าง f/1.8 ซึ่งช่วยในเรื่องการถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดี ส่วนกล้องตัวที่สองมีความละเอียด 2 ล้านพิกเซลเป็น depth sensor ทำหน้าที่ตรวจจับระยะเพื่อใช้ในการถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอและโบเก้ของภาพให้ออกมาสมจริงเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังออกแบบกล้องหลังในแบบ 5 ชิ้นเลนส์

Software กล้องขับเคลื่อนด้วย AI หรือปัญญาประดิษฐ์อันชาญฉลาด โดยมี AI “scene recognition” ที่สามารถวิเคราะห์ พร้อมปรับแต่งภาพถ่ายให้สมบูรณ์ที่สุดไม่ว่าจะเป็นภาพชนิดใดก็ตาม ทั้งอาหาร, ภาพวิว, สัตว์เลี้ยง ฯลฯ โดยเมื่อเรายกกล้องไปยังวัตถุ หรือซับเจคที่อยู่หลังกล้อง ก็จะมีไอคอนแสดงประเภทหรือลักษณะของรูปแบบนั้น ๆ ขึ้นมาตามประเภทซีนที่เรากำลังจะถ่ายนั่นเอง

UI หรือเมนูกล้องถูกออกแบบมาให้มีความเรียบง่ายดูสะอาดตา ด้านบนจะมีไอคอนทางลัดในการเปิด/ปิดแฟลช และเปิ่าด/ปิดโหมด Chrome Boost , ฟิลเตอร์ และเมนูการตั้งค่าของกล้อง

โหมดการถ่ายภาพหลัก ๆ จะมีด้วยกัน 3 โหมด คือ วีดีโอ (VIDEO) รูปถ่าย (PHOTO) และรูปคน (PORTRAIT) และเมื่อแตะที่ปุ่ม3 ขีดที่ด้านซ้าย จะเข้าสู่เมนูย่อย ประกอบไปด้วยโหมด NIGHTSCAPE,  PANO, EXPERT, TIME-LAPSE, SLO-MO

สำหรับโหมด Chrome Boost เป็นฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยเพิ่มคอนทราสต์ ทำให้ภาพมีสีสันที่สดใสขึ้น พร้อมจัดการด้าน ไดนามิค เรนจ์ ช่วยให้ภาพที่ถ่ายออกมาสามารถเก็บดีเทลและมีมิติที่สมจริงมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ส่วน NIGHTSCAPE เป็นโหมดที่ช่วยให้การถ่ายภาพกลางคืนหรือในที่แสงน้อย ให้ออกมาสวยงามสว่างสดใส และลดนอยส์โดยไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้องเข้ามาช่วยแต่อย่างใด

กล้องหน้าเซลฟี่มีความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมค่ารูรับแสงกว้าง f/2.0 มีโหมด PORTRAIT และโหมดบิวตี้ ที่ใช้ AI เข้ามาช่วยให้การถ่ายเซลฟี่ออกมาสวยงามมีความเป็นธรรมชาติ และได้ผลลัพธ์อันน่าประทับใจในทุก ๆ สถานการณ์  นอกจากนี้ในโหมดบิวตี้ ยังสามารถปรับแต่งการเซลฟี่ให้ยืดหยุ่นและตรงกับความต้องการของเราได้มากที่สุด เช่นปรับให้ใบหน้าขาวกระจ่าง, ใบหน้าเรียว, ปรับแต่งจมูกให้เล็กลง และตาโตขึ้นเป็นต้น

การตั้งค่าส่วนอื่น ๆ ของกล้อง ให้เข้าไปที่เมนูการตั้งค่าหลักของเครื่อง เลือกไปที่ “แอพของระบบ”

ทดสอบกล้องหน้าในโหมด Auto ที่ยังไม่ปรับแต่งใด ๆ ภาพที่ออกมามีสกินโทนและสีสันที่ดูเป็นธรรมชาติไม่หลอกตา ส่วนเรื่องความคมชัดนั้นก็อยู่ในเกณฑ์ที่น่าประทับใจ

เปรียบเทียบในโหมด Auto และ โหมด Portrait

การละลายฉากหลังทำออกมาได้ละมุน มีความเป็นธรรมชาติพร้อมกับเก็บดีเทลในส่วนขอบได้ค่อนข้างดี

ทดสอบในการถ่าย Out-door ไปแล้ว ลองมาดูแบบ In-door สภาพแสงภายในอาคารกันบ้าง ซึ่ง realme 3 นั้นไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะถึงแม้จะเป็นในที่แสงน้อยหรือมีความหลากหลาย แต่ก็ยังให้ที่คมชัดและจัดการไวท์บาลานซ์ได้อย่างน่าประทับใจ

โหมด AI บิวตี้สามารถเลือกให้ AI จัดการในแบบอัตโนมัติ หรือเลือกที่จะปรับแต่งในแบบกำหนดเองก็ย่อมได้ เช่นในรูปตัวอย่างทางขวามือ มีการปรับแต่งให้ใบหน้าของน้องนางแบบเรียวและดวงตากลมโตขึ้นมาอีกนิด

ไฟแฟลชของกล้องหน้าจะเป็นแบบ Flash on screen หรือใช้แสงจากหน้าจอแสดงผลเป็นไฟแฟลชนั่นเอง ซึ่งไฟแฟลชจากกล้องหน้านั้นช่วยให้การเซลฟี่ในเวลากลางคืนและในที่แสงน้อยได้ดีขึ้น จากภาพตัวอย่างด้านซ้ายใบหน้าของนางแบบจะมีเงาที่ตกกระทบ เมื่อเปิดแฟลชแล้วจะลบเงาและช่วยให้ภาพดูมีมิติขึ้นอีกด้วย

ทดสอบกล้องหลังกันต่อ ด้วยโหมด Auto และโหมด Portrait ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ น่าประทับใจไม่แพ้กล้องหน้าลยครับ

ลองใช้งานฟีเจอร์ Chrome Boost  โดยฟีเจอรนี้จะช่วยเพิ่มคอนทราสต์ ทำให้ภาพมีสีสันที่สดใสขึ้น พร้อมจัดการด้าน ไดนามิค เรนจ์ ให้ลองสังเกตภาพทางขวามือเมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว จะมีสีสันที่สดใสและมีมิติของภาพที่ดีขึ้นจากภาพทางด้านซ้ายมือ

Auto mode

Chrome Boost mode

NIGHTSCAPE เป็นโหมดที่ช่วยให้การถ่ายภาพกลางคืนหรือในที่แสงน้อย ให้ออกมาสวยงามสว่างสดใส และลดนอยส์โดยไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง สำหรับภาพบนจะเป็นโหมด Auto ส่วนภาพด้านล่างจะเป็นการเปิดใช้งานโหมด NIGHTSCAPE

Auto mode

NIGHTSCAPE mode ให้สังเกตที่ป้ายไฟทางฝั่งซ้ายมือจะมีความคมชัดเห็นรายละเอียดของตัวโครงสร้างเพิ่มขึ้น และแสงไฟจากหน้ารถจะดูไม่ฟุ้งกระจายเมื่อเทียบกับภาพที่ถ่ายจากโหมด Auto

Auto mode

Zoom 2X

มีฟิลเตอร์มาให้ใช้งาน 10 รูปแบบ

จากนี้ไปดูภาพรวม ๆ จากกล้องหลังของ realme 3 กันต่อได้เลยครับ

สรุป realme 3

เมื่อมองไปยังตลาดสมาร์ทโฟนระดับครึ่งหมื่น ต้องบอกเลยว่า realme 3 นั้นจัดว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ด้วยดีไซน์ไล่โทนเฉดสีอันโดดเด่นสะดุดตา และเปิดตัวมาด้วยสเปคต่อราคาอันสุดคุ้ม ซึ่งพร้อมตอบโจทย์ทั้งการใช้งานทั่ว ๆ ไป และการเล่นเกมได้อย่างราบลื่น 

อีกทั้งยังตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการถ่ายรูปเป็นชีวิตจิตใจ ด้วยคุณภาพกล้องหน้า/หลังที่ทำผลงานได้น่าประทับใจมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเซลฟี่ที่มีโหมด AI บิวตี้เป็นจุดขายหลัก หรือโหมด Portrait ที่ถ่ายหน้าชัดหลังเบลอได้สวยงามละมุนละไมเป็นธรรมชาติ และที่สำคัญเมื่อเรามองไปที่ราคาเปิดตัวเริ่มต้นเพียง 4,590 บาทเท่านั้น

คงต้องให้นิยามเลยว่า realme 3 นั้นเป็นสมาร์ทโฟน ครบครัน ครบเครื่อง ตอบทุกโจทย์ พร้อมจบในเครื่องเดียว แถมยังเคาะราคาเปิดตัวออกมาชนิดที่เรียกว่า ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างแท้จริงอีกด้วย

ทั้งนี้ realme 3 จะเริ่มวางจำหน่ายจริงในวันที่ 30 มีนาคมนี้เป็นต้นไป โดยแบ่งออกเป็น 2 รุ่นย่อย ได้แก่

  • รุ่น RAM 3GB+ROM 32GB ราคา 4,590 บาท มีให้เลือก 2 สีคือ Dynamic Black และ Radiant Blue วางจำหน่ายผ่าน LAZADA เท่านั้น โดยจะเปิดพรีออเดอร์ในวันที่ 27 มีนาคมนี้พร้อมราคาพิเศษเพียง 4,290 บาท

  • รุ่น RAM 4GB+ROM 64GB ราคา 5,990 บาท มีให้เลือก 3 สีคือ  Dynamic Black, Radiant Blue และพิเศษ Classic Black (Limited Edition) สามารถหาซื้อได้ที่ True shop ที่เดียว!!! พร้อมโปรโมชั่นราคาพิเศษเพียง 2,490 บาท (จากปกติ 5,990 บาท) เมื่อสมัครแพ็กเกจ และชำระค่าบริการล่วงหน้าตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยจะเริ่มวางจำหน่ายที่ทรูช้อปและตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศในวันที่ 29 มีนาคมนี้

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน realme ได้ที่นี่ >>> http://bit.ly/2CnCK93

 

from:http://mobileocta.com/review-realme-3/

พรีวิว realme 3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ กับบอดี้ไล่เฉดสี จอ HD+ กล้องหลังคู่ พร้อมโหมด Nightscape แบต 4230 mAh และรันบน ColorOS 6.0 ใหม่ล่าสุด

realme แบรนด์สมาร์ทโฟนน้องใหม่ที่มุ่งเน้นในเรื่องของความคุ้มค่าตั้งแต่มาทำตลาดในบ้านเราเมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา ล่าสุดได้ทำการส่งสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยเพิ่มเติมแล้ว นั่นก็คือ realme 3 ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างสวยงาม ด้วยดีไซน์ Unibody เคลือบผิวสัมผัสเงางามคล้ายกระจกแบบไล่ระดับสี พร้อมจอแสดงผลขอบบาง กับหน้าจอรูปทรงหยดน้ำ และมากับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ พร้อมตอบโจทย์การใช้งานได้ตลอดวัน

realme 3 มีดีไซน์แบบ Unibody ทำให้งานประกอบแข็งแรงสวยงามเทียบชั้นสมาร์ทโฟนรุ่นพรีเมียม และแผงหลังเคลือบผิวด้วยเทคนิคไล่ระดับสี โดยในสี Radiant Blue เป็นการผสมผสานกันระหว่างสีน้ำเงิน กับสีเขียว ซึ่งเป็นโทนสีที่มีชีวิตชีวา และสำหรับสี Dynamic Black ได้รับแรงบันดาลใจมาจากทางช้างเผือก ที่มีส่วนผสมของสีดำ กับสีม่วง และหากชื่นชอบตัวเลือกเรียบง่ายแต่ดูคลาสสิก ก็มีตัวเลือกสี Classic Black ให้เลือกด้วย

realme 3 มากับจอแสดงผลที่มีรูปทรงแบบหยดน้ำขนาดใหญ่ 6.2 นิ้ว อัตราส่วนภาพ 19:9 พร้อมความคมชัด HD+ ที่ครอบทับด้วยกระจกจาก Corning และมีพื้นที่ขอบจอบางเพียง 2.05 มิลลิเมตร ทำให้มีอัตราส่วนจอต่อตัวเครื่องอยู่ที่ 88.30%

มีกล้องกล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมรองรับ AI Beauty, ฟังก์ชัน HDR และรองรับฟีเจอร์ AI Facial Unlock สำหรับปลดล็อคสมาร์ทโฟนด้วยการสแกนใบหน้า และสามารถใช้งานร่วมกันเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดตั้งมาให้ที่แผงหลัง

ด้านล่างของหน้าจอมีปุ่มการสั่งงานแบบ On Screen

สำหรับกล้องดิจิทัลด้านหน้าก็สามารถเปิดใช้งานโหมดถ่ายภาพหน้าสวย พร้อมปรับแต่งค่าต่างๆ ได้หลายอย่าง เช่น ใบหน้าเรียว หรือผิวเนียน

กล้องหลังแบบคู่ (Dual Camera) ให้ความคมชัดมาที่ 13+2 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด f/1.8 กับระบบโฟกัสภาพแบบ PDAF ซึ่งรองรับโหมดถ่ายภาพ Portrait และถ่ายภาพในเวลากลางคืนได้สวยงามยิ่งขึ้นด้วยโหมด Nightscape และยังมี Chroma Boost ที่ช่วยทำให้ภาพถ่ายมีสีสันที่สดใส โดยปรับปรุงไดนามิคให้สีสันมีความสมดุล นอกจากนี้ ยังมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังเครื่องใช้งานด้วยเช่นกัน สำหรับโหมดถ่ายภาพก็มีให้ใช้งานหลายแบบ เช่น โหมดถ่ายภาพปกติ, โหมดถ่ายภาพพาโนราม่า และโหมดถ่ายภาพ Portrait ในส่วนของโหมดถ่ายภาพหน้าสวยก็สามารถปรับค่าผิวเนียนได้หลายระดับ

ด้านบนตัวเครื่องไม่มีปุ่มใดๆ

ส่วนด้านล่างติดตั้งช่องเสีบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร, ไมโครโฟน, พอร์ตเชื่อมต่อแบบ micro USB และลำโพง

ที่ด้านขวามีปุ่ม Power ติดตั้งไว้

และที่ด้านซายมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ด พร้อมด้วยปุ่ม เพิ่ม-ลด เสียง

โดยในกล่องบรรจุ realme 3 จะมาพร้อมกับอุปกรณ์พื้นฐาน ได้แก่ อะแดปเตอร์, สายชาร์จแบบ microUSB, เข็มถอดซิมการ์ด และเคสใส

realme 3 ทำงานบนระบบปฏิบัติการ ColorOS 6.0 เวอร์ชันล่าสุด ที่มีพื้นฐานบน Android 9 Pie พร้อมการปรับดีไซน์ภายในไปจากเดิมหมด ทั้ง User Interface และไอคอนเมนูต่างๆ

นอกจากนี้ยังรองรับฟังก์ชันเพื่อเกมเมอร์อย่าง Realme Game Space สำหรับเร่งศักยภาพฮาร์ดแวร์ให้ทพงานรดับสูงสุดอีกด้วย

และยังรองรับ Smart Assistant กับ Smart bar มาให้ใช้งานด้วยเช่นกัน

มีฟังก์ชันลัดสำหรับเปิดปิดฟีเจอร์ต่างๆ ได้ง่าย และสะดวกสบาย

โดยใช้ชิปประมวลผล MediaTek Helio P60 ที่รองรับการใช้งานด้าน AI ตอบสนองการเล่นเกมได้เป็นอย่างดี โดยมีความจำ RAM 4GB จับคู่กับ ROM 64GB และรองรับการ์ด MicroSD สูงสุด 256GB ซึ่งมีผลคะแนนจาก AnTuTu Benchmark แอพพลิเคชันชื่อดังที่ 132,221 คะแนน

Realme 3 สามารถใช้งานได้ยาวนานด้วยแบตเตอรี่ความจุ 4230mAh พร้อมเทคโนโลยีประหยัดพลังงานอัจริยะ AI Power Master และยังมีฟีเจอร์ Screen Battery Optimization สามารถปรับความละเอียดของจอแสดงผล เพื่อให้ประหยัดแบตเตอรี่ได้อีกด้วย

Realme 3 ยังคงเป็นสมาร์ทโฟนที่เน้นความคุ้มค่า จับต้องได้ง่าย ตอบสนองการใช้งานทั่วไปได้ครบครัน ทั้งโซเชี่ยล ดูทีวีออนไลน์ รวมถึงการเล่นเกม และถ่ายภาพ ที่สำคัญก็คือ realme 3 ได้รับการออกแบบมาอย่างสวยงาม เทียบชั้นสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียม โดย
realme 3 แบ่งออกเป็น 3 รุ่น รุ่นแรม 3GB จับคู่กับรอม 32GB ราคา 4,590 บาท วางจำหน่ายเฉพาะที่ Lazada.com จะเปิดพรีออเดอร์ในวันที่ 27 มีนาคม ส่วน
รุ่นแรม 4GB จับคู่กับรอม 64GB ราคา 4,590 บาท มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี คือ Classic Black, Dynamic Black และ Radiant Blue สำหรับลูกค้า truemove H ที่ซื้อเครื่องพร้อมสมัครแพ็กเกจจะได้ส่วนลดค่าเครื่องเหลือเพียง 2,490 บาท

from:https://www.flashfly.net/wp/245965

เปิดตัว Realme 3 มาพร้อมสเปคสุดคุ้ม เริ่มต้นเพียง 4,590 บาท ควงคู่ Realme C1 2019

อีกหนึ่งแบรนด์มือถือสุดคุ้ม Realme กลับมาแล้วกับมือถือรุ่นล่าสุด Realme 3  งานนี้ไม่มีเสียชื่อ เพราะจัดสเปคมาให้ครบเครื่องเหมือนเดิม หน้าจอ 6.2 นิ้ว พร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 4230 มิลลิแอมป์เช่นเคย โดยเปิดราคาในประเทศไทยสุดเร้าใจที่ 4,590 บาท

Realme 3 มาพร้อมหน้าจอ 6.2 นิ้ว ความละเอียด HD+ ยังใช้เป็นหน้าจอ Dew Drop หยดน้ำค้างเช่นเคย ตอนนี้ระบบปฏิบัติการณ์เป็น Color OS 6.0 + Android 9 Pie แล้ว

กล้องหน้าความละเอียด 13MP มีโหมดการถ่ายภาพครบทั้ง AI Beauty, DIY Beautify เลือกปรับแต่งเองได้ และยังสามารถใช้ในการปลดล็อคเครื่องด้วยใบหน้าได้อีก

กล้องหลังคู่ 13MP + 2MP ทาง Realme เองก็ได้เพิ่มโหมดการถ่ายภาพกลางคืนอย่าง Nightscape และโหมดปรับสี Chroma Key เข้ามาด้วย

ส่วนเรื่องความอึดก็ยังไม่ทิ้ง เพราะแบตเตอรี่ยังคงความจุ 4230 มิลลิแอมป์เหมือนกับรุ่นอื่นๆ เรียกว่าใช้งานกันได้เป็นวัน

ผลทดสอบจาก Realme บอกว่า Realme 3 นั้นสามมารถเล่น PUBG ได้ถึง 12.4 ชั่วโมง (ไม่รู้กระโดดร่มกันไปกี่รอบ) หรือหากดู YouTube ก็ยาวไปเลยจ้า 14.4 ชั่วโมง

สเปค REALME 3

  • จอแสดงผล IPS LCD ขนาด 6.2 ความละเอียด HD+ อัตราส่วนหน้าจอ 19.5:9
  • CPU : MediaTek Helio P60
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie
  • RAM ขนาด 3GB / 4GB
  • หน่วยความจำภายใน 32GB / 64GB รองรับ microSD Card สูงสุด 256GB
  • กล้องหลังคู่ Dual Camera 13 MP+ 2 MP
  • กล้องหน้าเซลฟี่มีความละเอียด 13MP
  • รองรับสแกนนิ้วด้านหลังเครื่อง และมี Face Unlock
  • แบตเตอรี่ความจุ 4,230 mAh
  • รองรับชาร์จเร็ว 5V 2A
  • รองรับ Dual Sim (nano sim) Dual 4G, Dual VoLTE
  • การเชื่อมต่อ microUSB 2.0,
  • Wi-Fi 802.11, b/g/n 2.4GHz
  • Bluetooth 4.2
  • ราคาเปิดตัว 4,590 บาท (3/32) 5,990 บาท (4/64)

รุ่นความจุ 3/32 นั้นจะขายผ่าน Lazada โดยจะมีรายการ Flash sale ลดเหลือ 4,290 บาทตามช่วงกิจกรรม

ส่วนรุ่น 4/64 นั้นยังมีโปรโมชั่นพิเศษลดเหลือ 2,490 บาท สำหรับลูกค้า Truemove H

นอกจาก Realme 3 แล้ว ตอนนี้ Realme C1 2019 ที่เพิ่มความจุเป็น 32GB ก็มีเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย พร้อมกับสีน้ำเงินใหม่ สวยงามในราคา 3,990 บาท

from:https://droidsans.com/realme-3-thailand-price-announced/

เปิดตัว Realme 3 มาพร้อมจอหยดน้ำ 6.2 นิ้ว, ชิปเซ็ท Helio P70 และกล้องหลังคู่ถ่ายที่แสงน้อยได้ดี

 

เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับ Realme 3 รุ่นภาคต่อของ Realme 1 และ Realme 2 ที่เปิดตัวไปเมื่อปีที่ผ่านมา โดยเป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางที่มาพร้อมกับการอัปเกรดสเปกต่างๆ ให้ดีขึ้น ในราคาสบายกระเป๋าเหมือนเดิม

Realme 3

สเปก Realme 3 ตัวเครื่องมีดีไซน์ฝาหลังแบบ 3D Gradient Unibody หรือการไล่เฉดสีแบบ 3 มิติ ด้วยขนาด 156.1 x 75.6 x 8.3 มม. และน้ำหนัก 175 กรัม หน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ความละเอียด HD+ 1520 x 720 พิกเซล ขนาด 6.2 นิ้ว ในอัตราส่วน 19:9 และมีติ่งเล็กๆ ที่เรียกว่าดีไซน์ทรงหยดน้ำอยู่ตรงกลางด้านบน

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.1GHz โดยใช้ชิปเซ็ท MediaTel Helio P70, หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G72 MP3, RAM 3GB/4GB, หน่วยความจำภายใน 32GB/64GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 256GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย ColorOS 6.0

ติดตั้งกล้องหลังคู่ Dual Camera พร้อมไฟแฟลช LED โดยกล้องหลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 และระบบโฟกัสภาพแบบ PDAF กล้องรองความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 โหมด Nightscape และ Chroma Boost ช่วยในการถ่ายรูปกลางคืนได้ดีขึ้น

ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 และมาพร้อมเทคโนโลยี AI

รวมทั้งติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังเครื่อง, รองรับ 2 SIM,

รองรับ 4G LTE with VoLTE, WiFi 802.11 b/g/n, Bluetooth 4.2, GPS, พอร์ต microUSB 2.0, ช่องหูฟังขนาด 3.5 มม. และแบตเตอรี่ความจุ 4,230mAh

ทั้งนี้ Realme 3 มีให้เลือก 3 สีคือ Dynamic Black, Radiant Blue และ Classic Black โดยมีราคาดังนี้

  • รุ่น RAM 3GB, หน่วยความจำภายใน 32GB ราคา 8,999 รูปีอินเดียหรือประมาณ 4,046 บาท
  • รุ่น RAM 4GB, หน่วยความจำภายใน 64GB ราคา 10,999 รูปีอินเดียหรือประมาณ 4,945 บาท

พร้อมกันนี้ Realme ยังได้เปิดตัวเคสรุ่นใหม่ในสีเหลือง สีเทา และสีน้ำเงินที่ราคา 599 รูปีอินเดียหรือประมาณ 270 บาท ซึ่งทั้ง Realme 3 และเคสจะเริ่มวางจำหน่ายผ่านทางเว็บไซต์ Flipkart และ Realme ที่ประเทศอินเดียในวันที่ 12 มีนาคมนี้

ที่มา : Gsmarena

 

from:http://mobileocta.com/launched-the-realme-3-with-6-2-inch-drip-screen-helio-p70-chipset-and-dual-rear-camera/

Realme 3 เปิดตัวแล้ว ดีไซน์ไล่เฉดสี ใช้ชิป Helio P70 กล้องคู่หลังมาพร้อมโหมด Nightscape เริ่มต้นราว 4,050 บาท

Realme เปิดตัวสมาร์ทโฟน Realme 3 อย่างทางการแล้ว มากับจอแสดงผล HD+ (720 x 1520 พิกเซล) ขนาด 6.2 นิ้ว รอยบากรูปทรงหยดน้ำ ครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 3 แผงหลังถูกเคลือบด้วยเทคนิคไล่ระดับสีอย่างสวยงาม

Realme 3 ซ่อนกล้องเซลฟี่ 13 ล้านพิกเซล ไว้ในรอยบาก รองรับฟีเจอร์ AI Facial Unlock หรือ ปลดล็อคด้วยการสแกนใบหน้า แต่ก็มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วติดตั้งมาให้ด้วย ส่วนกล้องคู่หลัง 13 + 2 ล้านพิกเซล โดยกล้องตัวหลักมีขนาดรูรับแสง F1.8 กล้องรองช่วยจับระยะชัดลึก มาพร้อมโหมด Nightscape สำหรับถ่ายภาพยามค่ำคืน และ Chroma Boost ช่วยเพิ่มไดนามิค สีสัน และ ลดจุดรบกวน

Realme 3 ทำงานบนพื้นฐาน Android 9.0 Pie สวมทับด้วย ColorOS 6 ใช้ชิปประมวลผล MediaTek Helio P70 แบตเตอรี่ความจุ 4,230 mAh

Realme 3 จะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 12 มีนาคมนี้ โดยมีให้เลือก 2 รุ่น คือ RAM 3GB จับคู่กับ ROM 32GB ราคา 8,999 รูปี หรือราว 4,050 บาท และ RAM 4GB จับคู่กับ ROM 64GB ราคา 10,999 รูปี หรือราว 4,950 บาท ทั้ง 2 รุ่น สนับสนุนการ์ด microSD สูงสุด 256GB

ที่มา – Gsmarena
https://www.flashfly.net/wp/243892

from:https://www.flashfly.net/wp/243892