คลังเก็บป้ายกำกับ: REALME

พรีวิว realme 8 และ realme 8 5G สองตัวเลือกที่แตกต่าง สวยงามน่าใช้ทั้งสองรุ่น

realme เตรียมเปิดตัว realme 8 Series โดยใช้ชื่อรุ่นว่า realme 8 และ realme 8 5G แม้จะใช้ชื่อคล้ายกัน แต่สองตัวเลือกนี้นั้นแตกต่างกันพอสมควรเลยครับ

realme 8 5G มาพร้อมกับสโลแกน “ความเร็วไร้ขีดจำกัด” เน้นเจาะกลุ่มผู้ที่ต้องการใช้งานสปีดอินเตอร์เน็ตเร็วๆ ครอบคลุมพื้นที่สัญญาณทั้งในระบบ 5G และ 4G

มีการนำเข้ามาจำหน่ายสองสี Supersonic Blue สีฟ้าที่ใช้กระบวนการชุบอินเดียมไฮกลอส สว่างและเป็นประกาย อีหนึ่งสีคือ Supersonic Black ใช้เทคนิคการทำลาดลวยแบบ lenticular สร้างเอฟเฟกต์กระจกเงาดึงความรู้สึกของแสงที่ส่องสว่างออกมาเป็นประกายได้ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งเป็นสีที่เห็นในรีวิวนี้ครับ

ตัวเครื่องออกแนวสปอร์ต เป็น Dynamic Speed ​​Light ให้สีและผิวที่สะท้อนแสงคล้ายดีไซน์ของรถยนตร์ ผิวสะท้อนแสงเงา ดูสวยงามดีครับ แต่ก็เป็นรอยนิ้วมือง่ายสักหน่อยเพราะผิวเคลือบไว้เหมือนกระจก โมดูลกล้องหลังยกนูนตีกรอบโลหะ ให้กล้องหลักความละเอียด 48 ล้ายพิกเซล ทำงานกับเลนส์ B&W Portrait ฟิลเตอร์สีช่วยถ่ายภาพบุคคล 2 ล้านพิกเซล และเลนส์ Macro 4cm ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล

แบตเตอรี่ขนาดใหญ่มาก 5000mAh ผ่านพอร์ทชาร์จ USB Type C ที่รองรับการชาร์จไว 18W แต่ตัวเครื่องบาง เพียง 8.5mm แม้จะใช้ที่สแกนลายนิ้วมือด้านข้างเครื่องแต่เครื่องก็ไม่ได้ดูหนาไปกว่าปกติ ให้หน้าจอขนาดใหญ่ 6.5 นิ้วความละเอียดชัดเจนครับ FHD+ จอ Ultra Smooth รีเฟรซเรท 90Hz และ sampling rate สูงสุด 180Hz การตอบสนองความไวสูง ความสว่างสูงสุด 600nits จอค่อนข้างสวยเลยครับ เจาะรูวางกล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล

กระจกหน้าจอไร้ความคม ใช้เทคนิคลบ Microcrack หรือรอยแตกเล็กๆ ที่จะมีอยู่มากมายบนพื้นผิวกระจกหลังการเจียรตัดด้วยเครื่อง CNC ซึ่งเป็นสาเหตุให้ขอบกระจกเกิดความคมและทำหน้าจอแตกร้าวได้ง่ายเมื่อถูกแรงกระแทกจากภายนอก โดยเทคนิคนี้จะช่วยให้ขอบกระจกความยืดหยุ่น และขอบข้างไร้รอยต่อ สัมผัสเนียนมือและช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้แก่หน้าจอได้ด้วยครับ




ให้ช่องใส่ซิมการ์ดแบบ 3 ช่อง ใช้งาน 5G ได้ทั้ง 2 สล็อต และเพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูลด้วย Micro S Card ได้สูงสุด 1TB

ใช้ชิปเซ็ตตัวใหม่ Dimensity 700 5G ที่รองรับการเชื่อมต่อสองซิมการ์ดแบบ Dual 5G Dual Standby เป็นโปรเซสเซอร์ที่ใช้การผลิตในเทคโนโลยีระดับ 7 นาโนเมตร ประหยัดแบตดีมาก ตัวที่ผมได้มา เป็นรุ่นแรมขนาดใหญ่ 8GB และหน่วยความจำภายใน 128GB สเปคถือว่าดีครับ

และทาง realme ได้ใส่ระบบ Smart 5G Power Saving เพื่อปรับปรุงปัญหาการกินแบตของการเชื่อมต่อ 5G เอาไว้ในรุ่นนี้ด้วย  โดยเทคโนโลยีนี้จะตรวจจับสภาพแวดล้อมของสัญญาณและจะสลับการใช้งานระหว่าง 4G และ 5G อย่างอัตโนมัติ ทำให้ใช้พลังงานน้อยกว่าสมาร์ทโฟนที่ไม่มีคุณสมบัติ Smart 5G ถึง 30% ใช้งาน 5G กันได้อย่างเต็มที่ รองรับทั้ง SA และ NSA ในอนาคตก็ยังสามารถใช้งาน 5G ในเมืองไทยได้ยาวๆ ครับ

รันด้วยระบบ Android 11 ครอบทับด้วย realme UI 2.0 ระบบใหม่สุดของทาง realme ครับ อุปกรณ์ภายในกล่องมีเคสใส ที่ชาร์จไว 18W และสายดาต้า TypeC เป็นเครื่องสมาร์ทโฟน 5G สเปคกำลังดี แบตใหญ่หน้าจอสวย ที่ราคาไม่แพงอย่างแน่นอนครับ เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทยพร้อมกันทั่วประเทศ 21 เมษายนนี้

งานนี้มาง realme ได้แบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ เบอร์ใหญ่ของเมืองไทยเลยครับ นั้นคือคุณอั้มพัชราภานั้นเอง ^^ ติดตามรีวิวเต็มๆ และรายละเอียดต่างๆ จากงานเปิดตัวได้ที่ Appdisqus นะครับ

 


realme 8 สมาร์ทโฟนกล้องเด่น มาพร้อมกับสโลแกน “เก็บภาพไม่มีที่สิ้นสุด” รุ่นนี้จะเน้นไปที่การถ่ายภาพครับ กล้องหลังสี่ตัวความละเอียดสูง 64 ล้านพิกเซล และใช้หน่วยประมวลผลสำหรับการเล่นเกมโดยตรงเลยครับ Helio G95

realme 8 รุ่นนี้จะแตกต่างกับ realme 8 5G เยอะครับ หน้าจอแสดงผลเป็น Super AMOLED 6.4 นิ้ว ความสว่างสูงมากสูงสุด 1000nits รีเฟรชเรทปกติ 60Hz แต่ sampling rate สูง 180Hz ความละเอียด FullHD+ เจาะรูวางกล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รองรับการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอโดยตรงด้วยในรุ่นนี้


ใชการดีไซน์ที่แตกต่างและเด่นมาก เพราะมีการออกแบบแยกส่วนกัน โดยฝาหลังจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน นั่นคือส่วนของความแวววาว พร้อมสโลแกนของแบรนด์ที่ชัดเจน “DARE TO LEAP” “กล้าที่จะที่พุ่งไปข้างหน้า” และอีกพื้นผิวคือส่วนที่เป็นลายเส้นขนาดเล็ก สลักผิวด้านในด้วยนาโน ตัวเครื่องดีไซน์บางเฉียบครับ 7.99mm และหนักเพียง  177g มีเข้ามาจำหน่ายสองสีคือ  Cyber ​​Silver และ Cyber ​​Black หรือสีดำที่เห็นในพรีวิวนี้


รองรับสองซิมการ์ดแบบ 3 สล็อต เพิ่ม Micro SD card ได้ บางๆ เบาๆ แต่ภายในใส่แบตใหญ่ 5000 mAh และยังมาพร้อมกับระบบชาร์จ Dart Charge 30W สามารถชาร์จไฟได้ 50% ภายในเวลาแค่ 26 นาทีเท่านั้นเอง และยังรองรับเทคโนโลยีการชาร์จอื่น 15W PD ก็นำมาชาร์จเร็วให้รุ่นนี้ได้นะครับ


ชิปเซ็ตสำหรับการเล่นเกม Gaming Processor MediaTek Helio G95 รุ่นที่ผมได้มาเป็นรุ่นแรมขนาด 8GB และหน่วยความจำภายใน 128GB ความแรงในการใช้งานสามารถเล่นเกมได้จริงจังครับสำหรับ Helio G95 กล้องหลัง AI 64 ล้านพิกเซล  และเลนส์มุมกว้างพิเศษ 8ล้านพิกเซล ถ่ายภาพมุมกว้าง 119องศา และเลนส์มาโครและเลนส์ถ่ายภาพบุคคล B&W อย่างละ 2 ล้านพิกเซล

realme 8 จะมีการเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการในประเทศไทยในไม่กี่วันข้างหน้า โดยจะเปิดตัวพร้อมกันกับ realme 8 5G ในงานวันที่ 21 เมษายนนี้นั้นเองครับ

ใครที่สนใจก็สามารถติดตามรีวิวและข้อมูลรายละเอียดของสมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นของ realme 8 Series ได้จากทาง Appdisqus นะครับ เราจะนำมาอัพเดทให้ได้รู้กันอย่างแน่นอน

ข่าว: พรีวิว realme 8 และ realme 8 5G สองตัวเลือกที่แตกต่าง สวยงามน่าใช้ทั้งสองรุ่น มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/preview-realme-8-realme8-5g/

UNBOX | แกะกล่องพรีวิว realme 8 และ realme 8 5G สองคู่หูมือถือสเปคคุ้ม ค่าตัวต่ำหมื่น

ใกล้จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยแบบเต็มแก่แล้วสำหรับสองคู่หูดูโอ้มือถือสเปคคุ้มค่าตัวสบายกระเป๋าอย่าง realme 8 และ realme 8 5G ซึ่งตอนนี้สมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นก็ถึงมือทีมงาน DroidSans เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ว่าแต่ในกล่องจะมีของแถมอะไรบ้าง มีของแถมอะไรอื่น ๆ นอกจากคู่มือหรือเปล่า มาหาคำตอบได้ในบทความนี้เลยครับ

แกะกล่อง realme 8 5G

เริ่มจากรุ่น 5G กันก่อน โดยเมื่อแกะกล่องออกมา จะเจอกับข้อความต้อนรับแบบน่ารัก ๆ ว่า Welcome to realme Family หรือแปลแบบง่าย ๆ ว่า ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัว realme คือเห็นครั้งแรกต้องบอกว่าใจฟูไม่น้อย เป็นกิมมิคเล็ก ๆ ที่น่ารักไม่เบา

โดยของแถมในกล่อง realme 8 5G จะใส่มาให้แบบค่อนข้างครบ ๆ ไล่ตั้งแต่ตัวเครื่อง, หัวชาร์จ, สายชาร์จแบบ USB-A to USB-C, เคส และคู่มือการใช้งานต่าง ๆ เรียกว่าให้มาทุกอย่างแล้ว ขาดก็แต่หูฟังเท่านั้นที่ไม่มีแถมมาให้

อะแดปเตอร์ที่แถมมาในกล่องของ realme 8 5G จะให้มาเป็นตัวชาร์จไว จ่ายไฟได้สูงสุด 9V 2A หรือ 18W นั่นเอง

ส่วนเคสที่แถมมา จะเป็นแบบใส ๆ นิ่ม ๆ มีความยืดหยุ่นสูง ไม่กัดขอบตัวเครื่อง

สำรวจตัวเครื่อง realme 8 5G

realme 8 5G มาพร้อมกับกล้องหลังทั้งหมด 3 ตัว ความละเอียดสูงสุด 48MP มี AI เข้ามาช่วยตีบวกให้ภาพที่ได้มีความสมจริง และสวยงามยิ่งขึ้น โดยฝาหลังของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะมาเป็นแบบ Glossy เป็นเงามันวาว ข้อดีคือสวย แต่ข้อเสียก็คือเป็นรอยนิ้วมือง่ายสุด ๆ

ตัวโมดูลกล้องหลังของ realme 8 5G ค่อนข้างหนาเอาเรื่องอยู่ 

หน้าจอของ realme 8 5G จะมีการเจาะรูขนาดเล็ก ๆ เอาไว้มุมซ้ายบนของจอ สำหรับใส่กล้องเซลฟี่เอาไว้ ขอบบนขอบข้างถือว่าค่อนข้างบาง

แต่ขอบล่างนี่หนาเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน

พอร์ตชาร์จของ realme 8 5G จะให้มาเป็นแบบ USB-C ตามมาตรฐานมือถือในยุคปัจจุบัน สามารถยืมหัวชาร์จของเพื่อนที่ใช้ USB-C เหมือนกันมาชาร์จได้ (แต่อาจรับไฟได้ไม่เร็วเท่ากับหัวชาร์จที่แถมมาในกล่อง) ในกรณีที่ลืมเอาอะแดปเตอร์ติดตัวไป นอกจากนี้ realme 8 5G ยังไม่ตัดรูหูฟัง 3.5 มม. ออกไปด้วย สำหรับคนที่มีหูฟังแบบมีสายคู่ใจอยู่

ขณะที่เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือของ realme 8 5G จะฝังติดอยู่กับปุ่ม Power เปิด-ปิดเครื่อง เหมือนกับ realme 7 5G รุ่นที่แล้วเป๊ะ ๆ

realme 8 5G มาพร้อมกับถาดใส่ซิมแบบ Triple Slot สามารถใส่ microSD Card เพิ่มความจุ พร้อมกับใส่สองซิมใช้งานได้พร้อมกันแบบสบาย ๆ ไม่ต้องเลือกอย่างเดียวอย่างหนึ่ง

จากที่เช็คหน้า About Phone ก็พบว่า realme 8 5G นั้น มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการตัวใหม่ล่าสุด realme UI 2.0 บนพื้นฐาน Android 11 มาตั้งแต่แกะกล่องเลย แถมชิปเซ็ตยังใช้เป็นตัว Dimensity 700 (7nm) จาก MediaTek อีกด้วย พ่วงกับ RAM ขนาด 8GB อีกทั้งความจุเครื่องหลังจากหักโน่นนี่แล้ว จะเหลือให้ใช้งานอยู่เยอะพอสมควรที่ 110GB

แกะกล่อง realme 8

มาต่อกันที่ realme 8 รุ่นธรรมดา ที่แม้ว่าจะไม่รองรับการใช้งาน 5G แต่เหมือนว่าสเปคในส่วนอื่น ๆ จะขี่ realme 8 5G อยู่พอสมควร โดยฝาหลังจะมาเป็นแบบเงามันวาวเหมือนกัน และมีคำว่า DARE TO LEAP สกรีนเอาไว้เท่ ๆ

สำหรับของแถมในกล่องของ realme 8 รุ่นธรรมดา จะมีแถมมาให้แบบรุ่น 5G เลย ไล่ตั้งแต่ ตัวเครื่อง, หัวชาร์จ, สายชาร์จ, เคส และคู่มือการใช้งานต่าง ๆ

 

อะแดปเตอร์ที่แถมมาในกล่อง realme 8 จะสามารถจ่ายไฟได้มากกว่าตัวที่แถมมากับรุ่น 5G อยู่ค่อนข้างมาก โดยจะจ่ายไฟได้สูงสุดที่ 5V 6A หรือ 30W ซึ่งแรงกว่าเกือบ ๆ สองเท่าเลยทีเดียว

สำรวจตัวเครื่อง realme 8

แว๊บแรกที่สังเกตก็คือ realme 8 จะมีสเปคกล้องที่เหนือกว่ารุ่น 5G อยู่พอตัว เริ่มตั้งแต่กล้องที่มากกว่า และเซ็นเซอร์หลักความละเอียด 64MP เยอะกว่ารุ่น 5G อยู่ประมาณสเต็ปนึง

แถมตัวโมดูลกล้องหลังของ realme 8 ยังไม่ได้หนาเอาเรื่องเหมือนกับ realme 8 5G อีกด้วย คือแทบจะหนาบไปกับฝาหลังเลย นูนออกมาเล็กน้อยเท่านั้น

ส่วนเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือก็โยกย้ายจากปุ่ม Power มาอยู่ใต้หน้าจอแล้วสำหรับ realme 8 ซึ่งนี่ก็เป็นเพราะสมาร์ทโฟนรุ่นนี้เลือกใช้หน้าจอเป็นแบบ OLED นั่นเอง ไม่เหมือนกับ realme 8 5G นี่ยังใช้เป็นประเภท LCD อยู่

แต่ขอบล่างก็หนาเตอะเหมือน ๆ กัน 

ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงและปุ่ม Power จะอยู่บริเวณข้างขวาของตัวเครื่อง realme 8 ทั้งหมด ทำให้ด้านซ้ายจะมีเพียงแค่ถาดใส่ซิมเท่านั้น

ถาดใส่ซิมของ realme 8 ให้มาเป็นแบบ Triple Slot สามช่อง ใส่สองซิม + microSD Card เพิ่มความจุได้แบบจุก ๆ

สังเกตดี ๆ realme 8 ก็ยังไม่ตัดช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. เหมือนกัน 

realme 8 มากับระบบปฏิบัติการ realme UI 2.0 ตัวใหม่บนพื้นฐาน Android 11 ตั้งแต่ในกล่องเหมือนกับรุ่น 5G เป๊ะ ๆ แต่จะมีแตกต่างตรงที่ชิปเซ็ตรุ่นนี้จะเลือกใช้เป็น MediaTek Helio G95

ราคาและวันวางจำหน่ายของ realme 8 และ realme 8 5G

โดยทั้ง realme 8 และ realme 8 5G จะเดินทางมาเปิดตัวในบ้านเราแบบพร้อม ๆ กันในวันพุธที่ 21 เมษายน 2021 เวลา 18.00 น. หรือหกโมงเย็น รอลุ้นกันได้เลยว่าจะมีสเปคและฟีเจอร์อะไรเด็ด ๆ รวมถึงราคาเปิดตัวที่ว้าวแค่ไหน แต่จากที่ทราบ ๆ มาก็คือ ทั้งสองรุ่นราคาเริ่มต้นไม่ถึงหมื่น 😌

ส่วนใครที่รอรีวิวประสบการณ์การใช้งานของ realme 8 และ realme 8 5G ก็อดใจรอกันอีกนึง กดติดตามช่อง YouTube ของ DroidSans รับรองอีกไม่นานเกินรอ มีคลิปรีวิวคลอดออกมาแน่ ๆ

 

from:https://droidsans.com/unbox-preview-realme-8-realme-8-5g/

เปิดตัว realme Buds Air 2 Neo มากับระบบตัดเสียง ANC แบตอึด 28 ชม. กันน้ำ IPX5 มีโหมดเล่นเกมโดยเฉพาะ

มาตามนัดตรงกับข่าวลือที่หลุดมาก่อนหน้าเป๊ะ ๆ ว่าจะเปิดตัวในวันที่ 7 เมษายน 2021 กับหูฟังไร้สายรุ่นใหม่ล่าสุดของ realme อย่าง realme Buds Air 2 Neo โดยมากับสเปคแบบครบ ๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบตัดเสียง Active Noise Cancellation, แบตเตอรี่ที่ฟังได้แบบยาว ๆ สูงสุดเกือบ 30 ชั่วโมง และมาตรฐานกันน้ำ IPX5

realme Buds Air 2 Neo มาพร้อมกับระบบตัดเสียง ANC ที่ทางบริษัทเคลมว่า สามารถตัดเสียงรบกวนภายนอกออกไปได้สูงสุดถึง 25 เดซิเบล ช่วยให้เราได้ยินเสียงเพลง หรือหนังซีรีส์ที่กำลังเปิดดูอยู่ ณ ตอนนั้น ชัดเจนมากขึ้นกว่าเดิม

แถม realme Buds Air 2 Neo ยังมีระบบตัดเสียงแบบ ENC สำหรับช่วยตัดเสียงรบกวนเวลาคุยโทรศัพท์อีกด้วย ให้ปลายสายได้ยินเสียงเราแบบชัด ๆ

นอกจากนี้ ยังมีโหมด Transparency หรือ Ambient Sound ที่จะนำเสียงภายนอกเข้ามา ช่วยให้เวลาใส่หูฟังเดินข้างถนน แล้วมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ไม่อยู่ในโลกส่วนตัวจนไม่ได้ยินแตรรถยนต์

realme Buds Air 2 Neo มากับแบตเตอรี่สุดอึด ใช้งานได้แบบต่อเนื่องยาว ๆ ถึง 7 ชั่วโมงติดต่อกัน (แต่ถ้าเปิด ANC ไปด้วยจะเหลือแค่ 5 ชั่วโมง) และตัวเคสสามารถชาร์จไฟให้กับตัวหูฟังได้สูงสุดรวมเป็น 28 ชั่วโมง (ถ้าเปิด ANC จะเหลือ 20 ชั่วโมง) โดยพอร์ตชาร์จของเคสจะเป็นแบบ USB-C 

โดย realme Buds Air 2 Neo มี Gaming Mode ที่จะเข้ามาช่วยลดความหน่วง (Latency) ให้เหลือต่ำสุดแค่ 88 มิลลิวินาที เหมาะกับการไปเอาดูหนัง เล่นเกม ภาพกับเสียงแทบจะ Sync กัน การดีเลย์เกิดขึ้นน้อยมาก จนแทบจะสังเกตไม่เห็น

realme Buds Air 2 Neo สามารถใส่ออกกำลังกายได้ เพราะรองรับมาตรฐานกันน้ำ IPX5 ทนเหงื่อ ตากฝนได้

สเปค realme Buds Air 2 Neo

  • ไดรเวอร์ขนาด 10 มม. แบบ LCP (Liquid Crystal Polymer)
  • ระบบตัดเสียง Active Noise Cancellation
  • ชิปเซ็ต realme C2
  • รองรับ Transparency Mode และ Gaming Mode
  • Bluetooth 5.2
  • แบตเตอรี่ 400 mAh (ตัวเคส) / หูฟังข้างละ 40 mAh
  • มาตรฐานกันน้ำ IPX5

โดย realme Buds Air 2 Neo มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ Active Black และสีเทา Calm Grey เริ่มวางขายเริ่มที่ประเทศปากีสถาน สนนราคาอยู่ที่ 7,999 รูปี หรือประมาณ 3,390 บาท ส่วนบ้านเราตอนนี้ยังไม่มีหูฟังรุ่นนี้มาวางขายแบบทางการนะครับ และราคาดังกล่าวก็เป็นเพียงราคาจากต่างประเทศเท่านั้น

 

ที่มา: realme

from:https://droidsans.com/realme-buds-air-2-neo-launched-official/

realme Buds Air 2 Neo เตรียมเปิดตัว 7 เมษายน คอนเฟิร์มมากับระบบตัดเสียง ANC

เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา realme ได้เปิดตัวหูฟัง Buds Air 2 มาพร้อมฟีเจอร์เสียงต่าง ๆ มากมาย ล่าสุดดูเหมือนทาง realme จะนำเอาหูฟังรุ่นใหม่ที่มีชื่อว่า realme Buds Air 2 Neo มาเปิดตัวเสริมเข้าไปไว้ในทีม LINEUP หูฟัง TWS ของพวกเขา โดยจะเปิดตัวพร้อมกันวันที่ 7 เมษายนที่จะถึงนี้

ข้อมูลมีแหล่งข่าวมาจาก realme สาขาประเทศปากีสถาน ที่ได้ทำการโพสต์รูปภาพของ realme Buds Air 2 ลงบน Twitter และ Facebook แสดงให้เราได้เห็นถึงดีไซน์และฟีเจอร์หลัก ๆ ของหูฟังไร้สายตัวใหม่ตัวนี้ ว่าจะมากับ Dynamic Driver ขนาด 10 มม., ระบบตัดเสียง ANC และแบตเตอรี่ที่ใช้ได้ยาวนานถึง 28 ชั่วโมง ซึ่งเยอะกว่า Buds Air 2 อยู่ถึง 3 ชั่วโมงเลยทีเดียว

realme Buds Air 2 Neo หน้าตาดูเหมือน Buds Q หูฟังรุ่นประหยัดที่สุดของ realme ในตอนนี้ เลือกใช้ดีไซน์แบบ in-ear มีจุกยาง พร้อมทั้งแถบสัมผัสที่อยู่ตรงตัวบอดี้หูฟัง ต่างกันแค่ไม่มีตัว R อยู่ที่แถบสัมผัสเหมือนกับ Buds Q แล้ว ในส่วนของเคสก็มากับดีไซน์ทรงกลม พร้อมปุ่ม Pairing ที่อยู่ระหว่างหูฟังทั้ง 2 ข้าง

ถือว่าเหลือเวลาอีกไม่กี่วันแล้วกว่าจะเปิดตัวหูฟังไร้สายรุ่นนี้อย่างเป็นทางการ จากรูปเราก็ได้เห็นหูฟังมี 2 สี ได้แก่สีขาว และสีดำ ซึ่งเราก็ต้องรอดูฟีเจอร์ และราคาโดยรวมอีกทีในวันเปิดตัวที่จะมาถึงนี้ครับ

 

Source: GSMArena, Time24

from:https://droidsans.com/realme-buds-air-2-neo-to-be-launch-7th-april/

เปิดตัว realme X7 Pro Ultra ขอบจอโค้ง กล้องหลังสามตัว จอ 90Hz

realme เปิดตัวสมาร์ตโฟน realme X7 Pro เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ตอนแรกก็คาดว่าในซีรีส์อาจจบที่รุ่น Pro แต่อยู่ดี ๆ realme ก็เปิดตัวรุ่นท็อป realme X7 Pro Ultra ออกมาแบบเงียบ ๆ เลยล่ะครับ

realme X7 Pro Ultra มีการอัปเกรดจากรุ่น Pro ปกติพอสมควร โดยเฉพาะเรื่องหน้าจอ AMOLED ที่มีความละเอียด 1080 x 2400 พิกเซล และขอบหน้าจอแบบโค้ง แต่ก็มีส่วนที่ดาวน์เกรดสเปกลงมาเหมือนกัน อย่างรีเฟรชเรตที่ลดลงจาก realme X7 Pro เหลือเพียง 90Hz เท่านั้น

ในส่วนของกล้องหลังก็ลดจำนวนลงเหมือนกัน จากกล้อง 4 ตัวใน realme X7 Pro ลดเหลือ 3 ตัวใน realme X7 Pro Ultra โดยประกอบไปด้วยกล้องความละเอียด 64MP, กล้อง Ultra-wide ความละเอียด 8MP และกล้องมาโครความละเอียด 2MP ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 32MP

realme 7X Pro Ultra ใช้ชิป Dimensity 1000+, RAM 8GB + ROM 128GB และรุ่น RAM 12GB + ROM 256GB มีเพียงสองความจุให้เลือกใช้เท่านั้น ไม่เหมือนรุ่น 7X Pro ที่จะมีตัวเลือก RAM 6GB ด้วย ตัวเครื่องมีแบตเตอรีความจุ 4,500 mAh รองรับชาร์จไวสูงถึง 65W ชาร์จผ่านพอร์ต USB-C รองรับการเชื่อมต่อ 5G ภายในตัว

ราคา

  • รุ่น 8GB/128GB ราคา 2,399 หยวน ราคา 11,400 บาท
  • รุ่น 12GB/256GB ราคา 2,699 หยวน ราคา 12,800 บาท




ข่าว: เปิดตัว realme X7 Pro Ultra ขอบจอโค้ง กล้องหลังสามตัว จอ 90Hz มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/2021/04/03/realme-x7-pro-ultra-unveiled.html?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=realme-x7-pro-ultra-unveiled

เปิดตัว realme X7 Pro Extreme Edition มากับหน้าจอ sAMOLED ขอบโค้ง รีเฟรชเรท 90Hz พร้อมชาร์จไว 65W

realme เปิดตัวมือถือซีรีส์ realme X7 ไปเมื่อปีที่แล้ว…ล่าสุดมีรุ่นใหม่ตามออกมาอีกแล้วคือ realme X7 Pro Extreme ที่มากับรูปลักษณ์ที่ดูหรูหราขึ้น ด้วยหน้าจอ sAMOLED ขอบโค้ง รีเฟรชเรท 90Hz, ชิป Dimensity 1000+,  RAM สูงสุด 12GB, แบตเตอรี่ 4500 mAh และชาร์จไว 65W เปิดราคาเริ่มต้นมาที่ 2299 หยวน หรือประมาณ 11,000 บาท เท่านั้น

realme X7 Pro Extreme Edition จะมีสเปคที่แตกต่างจาก realme X7 Pro อยู่เล็กน้อย โดยที่เห็นได้ชัด ๆ เลยก็คือหน้าจอที่คราวนี้ใช้ดีไซน์แบบขอบโค้ง เพิ่มความหรูหรา และดูพรีเมี่ยมขึ้น ส่วนฝาหลังยังคงใช้สีแบบ Gradient ไล่เฉดเมื่อมีแสงตกกระทบในมุมต่าง ๆ

หน้าจอของ realme X7 Pro Extreme Edition ยังคงใช้พาเนลแบบ sAMOLED ขนาด 6.55 นิ้ว ความละเอียด FHD+ เช่นเคย แต่ถูกลดรีเฟรชเรทลงเหลือ 90Hz จากรุ่น Pro ธรรมดาที่ให้มา 120Hz

ชิปก็ยังใช้ตัวเดิมคือ Dimensity 1000+ ที่รองรับการใช้งาน 5G ในตัว ทั้งแบบ SA/NSA ส่วน RAM ถูกอัปเกรดขึ้นมาสูงสุดที่ 12GB (เดิมสูงสุดแค่ 8GB) และมีความจุให้เลือก 128GB และ 256GB

กล้องหลังถูกลดจำนวนลงไปเหลือ 3 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลัก 64MP + กล้อง Ultrawide ความละเอียด 8MP มุมกว้าง 119° + กล้อง Macro ความละเอียด 2MP โฟกัสได้ใกล้สุด 4 ซม. ส่วนกล้องเซลฟี่มีความละเอียด 32MP

แบตเตอรี่ให้มา 4500 mAh ที่มีโหมดประหยัดแบตเตอรี่ หากเปิดโหมดนี้ตอนแบตเหลือ 5% จะสามารถใช้งานต่อได้ถึง 19 ชม. และยังรองรับระบบชาร์จไว 65W สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 0 – 100% ได้ในเวลาเพียง 35 นาที

สเปค realme X7 Pro Extreme Edition

  • หน้าจอ sAMOLED ขนาด 6.55 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 90Hz
  • CPU : Dimensity 1000+
  • GPU : G77 MC9
  • RAM : 8GB / 12GB
  • ความจุ : 128GB / 256GB
  • กล้องหลัง
    – กล้องหลัก ความละเอียด 64MP (f/1.8)
    – กล้อง Ultrawide มุมกว้าง 119° ความละเอียด 8MP (f/2.3)
    – กล้อง Macro ความละเอียด 2MP (f/2.4) โฟกัสใกล้สุด 4 ซม.
  • กล้องหน้า : 32MP (f/2.5)
  • การเชื่อมต่อ : WiFi 802.11ax/ac/a/b/n/g, BT 5.1, NFC
  • เซ็นเซอร์ : Fingerprint (ใต้จอ) / Geomagnetic sensor / light sensor / proximity sensor / gyroscope / acceleration sensor
  • ระบบเสียง : ลำโพงเดี่ยว Super Linear, Dolby Panoramic, Hi-Res
  • แบตเตอรี่ : 4500 mAh รองรับชาร์จไว 65W
  • ขนาด / น้ำหนัก : 159.9 x 73.4 x 7.8 มม. / 170 กรัม
  • ระบบ Android 11 ครอบด้วย realme UI 2.0
  • สีที่วางจำหน่าย : สีดำ Black Forest และสี Castle Sky

realme X7 Pro Extreme Edition วางจำหน่ายในจีนแล้วทั้งหมด 2 รุ่น คือรุ่น 8GB / 128GB ราคา 2,299 หยวน (ประมาณ 11,000 บาท) และรุ่น 12GB / 256GB ราคา 2599 หยวน (ประมาณ 12,400 บาท) ส่วนจะมีวางจำหน่ายในประเทศอื่น ๆ ด้วยหรือไม่ ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลครับ

 

ที่มา : realme (CN)

from:https://droidsans.com/realme-x7-pro-extreme-edition-launched/

realme V13 มือถือ 5G ราคาประหยัด ชิป Dimensity 700, จอ 90Hz, กล้องหลัง 3 ตัว 48MP เริ่มต้นราว 7,600 บาท

เปิดตัวตาม realme GT Neo กันมาติด ๆ กับสมาร์ทโฟน 5G รุ่นใหม่จาก realme ที่เพิ่งเปิดให้พรีออเดอร์ในจีนแล้ววันนี้กับ realme V13 ที่อัดสเปคมาให้แบบคุ้ม ๆ ทั้งหน้าจอรีเฟรชเรท 90Hz, ชิป Dimensity 700, ความจุสูงสุด 256GB พร้อมกับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5,000 mAh แต่มาในราคาเบา ๆ เริ่มต้นเพียง 1,599 หยวนหรือประมาณ 7,600 บาทเท่านั้น

realme V13 5G นั้นใช้หน้าจอ LCD ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด FHD+ มีรีเฟรชเรท 90Hz ดีไซน์แบบเจาะรูฝังกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซลไว้ที่หน้าจอบริเวณมุมบนซ้าย และสามารถเร่งความสว่างได้สูงสุดที่ 600 nits

ทางด้านหน่วยประมวลผลของรุ่นนี้นั้นใช้เป็นชิปเซ็ตจาก MediaTek อย่าง Dimensity 700 ที่ผลิตบนสถาปัตยกรรม 7 นาโนเมตร และมีโมเด็ม 5G ในตัว ใช้งานทั่วไปลื่นไหลแน่นอน บวกกับหน่วยความจำภายในแบบ UFS 2.1 ที่มีให้เลือกสูงสุด 256GB และ RAM 8GB แบบ LPDDR4X

ในส่วนของกล้องหลังนั้น มีด้วยกัน 3 ตัว ความละเอียดหลัก 48 ล้านพิกเซล รองรับการประมวลผลภาพถ่ายด้วยระบบ AI ต่อมากับกล้องมาโครความละเอียด 2 ล้านพิกเซล สำหรับการถ่ายวัตถุระยะใกล้สุดที่ 4 เซนติเมตร และกล้อง Black&White ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล

ปิดท้ายกันด้วยแบตเตอรี่ที่รุ่นนี้ให้มาในขนาดใหญ่จุใจถึง 5,000 mAh พร้อมใช้งานได้ข้ามวันสบาย ๆ แถมยังรองรับระบบชาร์จไว 18W อีกด้วย

สเปค realme V13 5G

  • หน้าจอ LCD ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 90Hz
  • ชิป : MediaTek Dimensity 700
  • RAM : (LPDDR4X) 8GB
  • ความจุ : (UFS 2.1) 128GB / 256GB รองรับ microSD Card (Triple Slot)
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    • Wide 48MP (ƒ/1.8)
    • B&W 2MP (ƒ/2.4)
    • Macro 2MP (ƒ/2.4)
  • กล้องหน้า : 8MP (ƒ/2.0)
  • การเชื่อมต่อ : 5G SA/NSA, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.1, USB Type-C
  • เซ็นเซอร์ : Fingerprint (ข้างตัวเครื่อง), Geomagnetic sensor, Light sensor, Distance sensor, Gyroscope, Acceleration sensor
  • ระบบระบุตำแหน่ง : GPS, GLONASS, Beidou, GALILEO, QZSS
  • แบตเตอรี่ : 5,000 mAh, รองรับระบบชาร์จไว 18W
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 11 ครอบด้วย realme UI 2.0
  • น้ำหนัก : 185 กรัม
  • สี : Black และ Blue


ราคาและการวางจำหน่าย

realme 8 5G จะเริ่มวางจำหน่ายในจีนตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2564 เป็นต้นไป แบ่งออกเป็น 2 รุ่น ตามหน่วยความจำดังนี้

  • รุ่น RAM 8 GB ความจุ 128GB : ราคา 1,599 หยวนหรือประมาณ 7,590 บาท
  • รุ่น RAM 8 GB ความจุ 256GB : ราคา 1,799 หยวนหรือประมาณ 8,590 บาท

อย่างไรก็ตาม คงต้องมาลุ้นกันว่ารุ่นนี้จะมีจำหน่ายในบ้านเรามั้ย เพราะดีไซน์รุ่นนี้ดูมีความคุ้นตาคล้ายกับ realme 8 ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนที่ผ่านมาเหมือนกัน ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะมาในชื่อของ realme 8 5G ซึ่งเป็นมือถือรุ่นปริศนาที่เพิ่งผ่านการตรวจสอบจาก กสทช. บ้านเราก็เป็นได้ครับ

 

ที่มา : realme ผ่าน GSMArena

from:https://droidsans.com/realme-v13-specs/

เปิดตัว realme GT Neo น้องใหม่เรือธง จอ OLED 120Hz ชิป Dimensity 1200 มีชาร์จไว 50W เริ่มต้น 8 พันนิด ๆ

เปิดตัวในจีนอย่างเป็นทางการแล้วกับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจาก realme อย่าง realme GT Neo ที่มาพร้อมกับสเปคแรงระดับเรือธงด้วยชิป Dimensity 1200 จาก MediaTek หน้าจอ Super AMOLED รีเฟรชเรท 120Hz ดีไซน์แบบเบาบาง ในราคาเริ่มต้นเพียง 1,799 หยวน หรือประมาณ 8,590 บาทเท่านั้น

realme GT Neo มากับหน้าจอ Super AMOLED ขนาด 6.43 นิ้ว ความละเอียด FHD+ มีรีเฟรชเรท 120Hz อัตราการตอบสนองหน้าจอ (Touch Sampling) 360Hz ลื่นไหลทัชติดนิ้ว

ตัวเครื่องขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตสุดแรงจาก MediaTek อย่าง Dimensity 1200 (6nm) บวกกับ RAM ที่มีให้เลือกสูงสุด 12GB และหน่วยความจำภายในแบบ UFS 3.1 ความจุสูง 256GB และรองรับทั้ง 5G และ Wi-Fi 6

อีกหนึ่งไฮไลท์ของรุ่นนี้คือการใช้ระบบระบายความร้อน Liquid Cooling Vapor Chamber แบบ 3D ที่สามารถลดอุณหภูมิของตัวเครื่องได้สูงสุดถึง 15 องศาเซลเซียส

มาดูในฝั่งของกล้องหลังกันบ้างที่รุ่นนี้ให้มาถึง 3 ตัว ความละเอียดหลัก 64 ล้านพิกเซล เซนเซอร์ Sony IMX682 ถัดมาเป็นกล้องอัลตราไวด์มุมกว้าง 119 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และกล้องมาโครสำหรับการถ่ายวัตถุระยะใกล้ระยะ 4 ซม. ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้านั้นก็ให้แบบมุมกว้างมาที่ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล

ปิดท้ายด้วยแบตเตอรี่ขนาด 4,500 mAh รองรับการใช้งานทั้งวัน พร้อมรองรับระบบชาร์จไว 50W ที่ชาร์จเพียง 16 นาทีก็ได้แบตมาถึง 50% อย่างรวดเร็วทันใจ

สเปค realme GT Neo

  • หน้าจอ : Super AMOLED ขนาด 6.43 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 120Hz
  • ชิปเซ็ต : MediaTek Dimensity 1200
  • หน่วยความจำภายใน : 128GB / 256GB (UFS 3.1)
  • แรม : 8GB / 12GB (LPDDR4X)
  • กล้องหน้า : 16MP (f/2.5)
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    • Wide – 64MP (f/1.8)
    • Ultrawide – 8MP (f/2.3)
    • Macro – 2MP (f/2.4)
  • เซ็นเซอร์ : สแกนลายนิ้วมือ (ใต้หน้าจอแสดงผล)
  • การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, Bluetooth 5.1, NFC
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอริโอคู่ และมีช่องเสียบรูหูฟังขนาด 3.5 มม.
  • แบตเตอรี่ : 4,500 mAh, รองรับชาร์จไว 50W
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 11 ครอบทับด้วย realme UI 2.0
  • ขนาดและน้ำหนัก : บางเพียง 8.4 มม. และหนักเพียง 179 กรัม
  • สี : Final Fantasy, Geek Silver และ Hacker Black

ราคาและการวางจำหน่าย

  • รุ่น RAM 6GB + 128GB ราคา 1,799 หยวนหรือประมาณ 8,590 บาท
  • รุ่น RAM 8GB + 128GB ราคา 1,999 หยวนหรือประมาณ 9,590 บาท
  • รุ่น RAM 12GB + 256GB ราคา 2,399 หยวนหรือประมาณ 11,590 บาท

โดย realme GT Neo จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในจีนวันที่ 8 เมษายน 2564 ครับ

 

ที่มา : realme

from:https://droidsans.com/realme-gt-neo-official-launch/

realme เตรียมเปิดตัว Meow VR Glasses, Meow AI Speaker และ MeowBook ในเดือนเมษายน 2564

realmeow (เรียลเหมียว) มาสคอตน้องแมวตัวสีเหลืองสุดป่วนประจำแบรนด์ realme กำลังจะมีผลิตภัณฑ์ IoT ภายใต้แบรนด์ตัวเองเร็ว ๆ นี้ หลังบริษัทฯ ได้ประกาศผ่านบัญชีทวิตเตอร์อย่างเป็นทางการ เตรียมเปิดตัว Meow VR Glasses, Meow AI Speaker และ MeowBook ในเดือนเมษายน 2564

ตอนนี้ realme ยังไม่เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์ที่จะนำมาเปิดตัวนั้นมีด้วยกันทั้งหมดกี่ชิ้น และมีอะไรบ้าง เท่าที่ปรากฏออกมาตอนนี้มี 3 อย่าง คือ Meow VR Glasses แว่นวีอาร์ที่อาจมีดีไซน์เก๋ ๆ แบบที่เจ้าแมว realmeow ใส่อยู่, Meow AI Speaker ลำโพงอัจฉริยะ พลังปัญญาประดิษฐ์ ที่อาจรองรับ Google Assistant ในตัว ปิดท้ายด้วย MeowBook แล็ปท็อปสุดหรู แง้มดีไซน์ด้านข้างให้เราเห็นกันนิดหน่อย มีพอร์ต USB กับแจ็ก 3.5 มม.

น่าสนใจและน่าจับตามองไม่เบาทีเดียวสำหรับการแตกไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ของ realme ในครั้งนี้ แต่ยังไม่มีการระบุช่วงเวลาที่แน่นอน ซึ่งหากมีข้อมูลอะไรเพิ่มเติมจะรีบมาอัปเดตให้ทราบกันทันทีครับ

 

ที่มา : realme

from:https://droidsans.com/realme-realmeow-product-launch/

เป็นเจ้าของ realme C21 สมาร์ทโฟน 3 เลนส์ ตัวจริงเรื่องคุณภาพ การันตีจาก TÜV Rheinland ได้แล้ววันนี้ !!!

realme แบรนด์สมาร์ทโฟนเพื่อคนรุ่นใหม่ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก วางจำหน่าย realme C21 ‘3 เลนส์ ตัวจริงเรื่องคุณภาพ’ สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกล้องหลัง 3 เลนส์ 13 ล้านพิกเซล การรับรองคุณภาพจาก TUV Rheinland Certified และแบตเตอรี่ 5000 มิลลิแอมป์ ชิปเซ็ต Helio G35 โดยมากับความจุ 3+32 GB ในราคาเพียง 4,299 บาท สามารถเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ ที่ realme Brand Shop และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

realme C21

กล้องหลัง AI 3 เลนส์ 

กล้องหลัก ความละเอียด 13MP ให้ภาพชัดเจนและสว่างยิ่งขึ้นและการซูม 4 เท่า สามารถถ่ายภาพได้ชัดเจนแม้ถ่ายจากระยะไกล มาพร้อมเลนส์ B&W สำหรับถ่ายภาพบุคคล สามารถถ่ายภาพบุคคลแบบขาวดำสไตล์ ฟีเจอร์ Retro เพิ่มความคมชัดระหว่างสีโทนสว่างและสีโทนมืด ซึ่งในโหมดถ่ายภาพบุคคลจะมีการปรับแต่งค่าต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นความสว่าง สี อุณหภูมิของสี และอื่น ๆ ทำให้ได้ภาพที่สวยอย่างมีสไตล์ และเลนส์ Macro รองรับการถ่ายภาพระยะใกล้ 4 cm

แบตเตอรี่

มาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5000mAh ทำให้คุณเพลิดเพลินกับการใช้งานแบบ non-stop ใช้งานได้ทุกเมื่อตามต้องการ จากการทดสอบของ realme Lab สามารถอยู่ได้นานกว่า 47 วันในโหมดสแตนด์บาย

หน้าจอขนาดใหญ่ 6.5 นิ้ว ให้มุมมองที่กว้างยิ่งขึ้น

realme C21มาพร้อมหน้าจอขนาด 6.5 นิ้ว เปิดประสบการณ์การเล่นเกม เสียง และการรับชมวีดีโออย่างยอดเยี่ยม ช่วยให้คุณเพลิดเพลินไปกับหน้าจอมุมมองกว้าง ลดการรบกวนทางสายตา พร้อมดีไซน์หน้าจอแบบ Mini-Drop เพิ่มพื้นที่หน้าจอถึง 89.5% ลดสิ่งรบกวนทางสายตาลง

พิเศษ! สำหรับ ลูกค้า AIS , TruemoveH และ dtac เป็นเจ้าของในราคาพิเศษ เริ่มต้นเพียง 1,190 บาท

สามารถเป็นเจ้าของ สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมประสิทธิภาพโดดเด่น ดีไซน์ทันสมัยและคุณภาพมาตรฐานระดับโลกกับ realme C21 ได้แล้ววันนี้ที่ realme Brand Shop และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/realmeTH

from:https://www.mobileocta.com/own-a-realme-c21-today/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=own-a-realme-c21-today