คลังเก็บป้ายกำกับ: RAZER

รีวิว RAZER OROCHI V2 แบตโคตรอึด เพื่อผู้ใช้โน๊ตบุ๊ค

ขอแนะนำเมาส์ที่เกิดมาเพื่อโน๊ตบุ๊คเกมมิ่งรุ่นล่าสุดอย่าง RAZER OROCHI V2 ด้วยจุดเด่นทั้งการออกแบบ ดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร ฟีเจอร์สำหรับคอเกม และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานถึง 900 ชั่วโมง แต่จะเด็ดขนาดไหนไปชมกัน

RAZER OROCHI V2

RAZER Orochi V2 เมาส์ไร้สายสำหรับเล่นเกมขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบาพิเศษ สามารถใช้งานได้นานกว่า 900 ชั่วโมงจากแบตเตอรี่ AA เพียงก้อนเดียว มาพร้อมกับเทคโนโลยี Razer ™ HyperSpeed Wireless ที่มีความหน่วงต่ำเป็นพิเศษและสวิตช์เมาส์เชิงกล Razer™ ทำให้ Orochi V2 ผสานประสิทธิภาพและความสะดวกสบายในการออกแบบที่กะทัดรัดเหมาะสำหรับนักเล่นบนเกมโน้ตบุ๊ก เมาส์ตัวเดียวจบใช้ได้นาน

สวิตช์เมาส์แบบกลไก Razer™ รุ่นที่ 2 มาพร้อมด้วยจุดสัมผัสเคลือบทองแบบใหม่ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเสื่อมคุณภาพน้อยลงและมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้นถึง 60 ล้านคลิก ซึ่งให้การคลิกที่สม่ำเสมอและคมชัดทุกครั้งที่กด นอกจากนี้ Orochi V2 ยังมีขาเมาส์ PTFE 100% และเซ็นเซอร์ออปติคอลขั้นสูงแบบ 5G ที่ตอบสนองได้ดีเป็นพิเศษส่งผลให้เมาส์เป็นส่วนเสริมที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ใช้แล็ปท็อปที่ต้องการเมาส์ที่ดีที่สุดสำหรับทั้งผลผลิตและ

Orochi V2 มีจำหน่ายในรูปแบบมาตรฐานทั้งสีดำหรือสีขาว สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มสไตล์ที่เป็นตัวเอง สามารถเลือกดีไซน์ที่แตกต่างและสะท้อนบุคลิกของพวกเขาได้มากกว่า 100 แบบผ่านทางRazer Customs. รวมถึงการออกแบบสติกเกอร์และสีที่หลากหลาย หรือแม้แต่การออกแบบเฉพาะเกมที่ผู้ใช้สามารถปรับแต่งการออกแบบ Orochi V2 เพื่อให้เข้ากับความต้องการของแต่ละบุคคล

RAZER OROCHI V2

  • ขนาดโดยประมาณ: 108mm (ยาว) x 60mm (กว้าง) x 38mm (สูง)
  • น้ำหนักโดยประมาณ: <60g / <2.2oz (รวมศูนย์)
  • การออกแบบสำหรับคนถนัดขวาแบบสมมาตร
  • เทคโนโลยีไร้สาย Razer HyperSpeed พร้อมการรองรับอุปกรณ์คู่บนดองเกิลเดี่ยว
  • โหมดไร้สาย 2 โหมด (2.4GHz และ BLE)
  • อายุแบตเตอรี่: สูงสุด 425 ชั่วโมง (2.4 Ghz), 950 ชั่วโมง (BLE) พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียม AA ที่ให้มา
  • สวิตช์เมาส์แบบกลไก Razer™ รุ่นที่ 2 สำหรับการคลิก 60 ล้านครั้ง
  • ช่องใส่แบตเตอรี่ AA / AAA (ทีละประเภทเท่านั้น)
  • ปุ่มที่ตั้งโปรแกรมได้อย่างอิสระหกปุ่ม
  • ล้อเลื่อนสัมผัสระดับการเล่นเกม
  • เซ็นเซอร์ออปติคอล True 18,000 DPI 5G พร้อมความละเอียดความละเอียด 99.4%
  • เร่งความเร็วสูงสุด 450 นิ้วต่อวินาที (IPS) / 40 G
  • เท้าเมาส์ PTFE ที่ไม่ได้ย้อมสี
  • การปรับความไวขณะบิน (ระยะเริ่มต้น: 400/800/1600/3200/6400)
  • ออนบอร์ด DPI และการจัดเก็บคีย์แมป
  • เปิดใช้งาน Razer Synapse 3

RAZER OROCHI V2 01

RAZER OROCHI V2 02 RAZER OROCHI V2 03

RAZER OROCHI V2 มาพร้อมกล่องที่เป็นเอกลักษณ์ เขียว ดำ พร้อมฟีเจอร์หนาตาครบครัน

RAZER OROCHI V2 04

อุปกรณ์ภายในกล่อง มาพร้อมคู่มือ และแบตเตอรี่ชนิด AA

RAZER OROCHI V2 05

ความลับของ RAZER OROCHI V2 ที่ใช้งานได้นานถึง 900 ชั่วโมง หรือเดือนกว่าๆก็คือ แบตเตอรี่ Energizer Ultimate Lithium รุ่นพิเศษ ที่มีอายุการใช้งานยาวนานที่สุดในโลก ใช้งานได้นานถึง 20 ปี (ตามสเปคที่เคลมไว้) ราคาก้อนละ 100 บาท แพงกว่าถ่านชาร์ตบางรุ่นเสียอีก

RAZER OROCHI V2 13

RAZER OROCHI V2 14 RAZER OROCHI V2 15

Razer Orochi V2 ออกแบบที่มีสมมาตร ทำให้มีความพอดีอย่างเป็นธรรมชาติใช้ได้ทั้งมือซ้ายและขวา ขนาดไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป อีกทั้งน้ำหนักกำลังเหมาะมือ

วัสดุหลักจะเป็นพลาสติกผิวด้าน ออกสากๆเพื่อให้จับเมาส์ได้กระชับมือ ไม่ลื่นหลุดได้ง่าย และเมื่อใช้ไปนานๆก็ทำให้ไม่รู้สึกมันหรือลื่น อีกทิ้งผิวด้านบนยังเป็นฝาที่สามารถถอดเปลี่ยนเป็นดีไซน์อื่นๆได้ตามใจอีกด้วย

RAZER OROCHI V2 09 RAZER OROCHI V2 10

RAZER OROCHI V2 11 RAZER OROCHI V2 12

ดีไซน์ปลายเรียวของ Orochi V2 ช่วยให้จับได้อย่างมั่นคงเพื่อการตวัดที่รวดเร็วและควบคุมทิศทางได้ดี ในขณะที่ส่วนโค้งด้านหลังที่ยกขึ้นช่วยให้มั่นใจได้ว่าพอดีกับฝ่ามือเพื่อความเมื่อยล้าน้อยลงในช่วงเวลาการเล่นที่ยาวนาน ด้วยรูปทรงร่องนิ้วหัวแม่มือเพื่อให้จับนิ้วหัวแม่มือได้ดีขึ้น ปุ่มด้านข้างที่ปรับให้เหมาะสมเพื่อความสะดวกในการเข้าถึง Orochi V2 ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเลือกปรับให้เหมาะสมโดยมุ่งเน้นไปที่ทั้งการทำงานและการเล่น

RAZER OROCHI V2 16

ขาเมาส์ PTFE 100% และเซ็นเซอร์ออปติคอลขั้นสูงแบบ 5G ที่ตอบสนองได้ดีเป็นพิเศษ ลื่นและตอบสนองได้อย่างแม่นยำ โดยจะมีสวิตซ์ให้เลือกทั้งแบบตัวส่งสัญญาณ หรือ Bluetooth ก็ได้

RAZER OROCHI V2 17

Razer Orochi V2 ขนาดกำลังเหมาะมือไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป พกพาก็ได้ใช้งานก็เข้ามือ

RAZER OROCHI V2 26

ฝาปิดเมาส์สามารถเปิดออกมาได้ง่ายๆ ซึ่งเป็นอีกจุดขายซึ่งสามารถถอดเปลี่ยนฝาเป็นดีไซน์ของตัวเองได้ตามใจ ซึ่งสามารถสั่งได้จาก Razer Customs เลย

RAZER OROCHI V2 29

อีกหนึ่งจุดเด่นของ Razer Orochi V2 คือรองรับแบตเตอรี่ทั้งแบบ AA และ AAA ซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการกระจายน้ำหนักที่สมดุล โดยข้างๆกันจะเป็นตำแหน่งของที่เก็บตัวส่งสัญญาณ

RAZER OROCHI V2 32

ตัวส่งสัญญาณแบบไร้สาย 2.4 GHz ขนาดกะทัดรัด รองรับ Razer™ HyperSpeed ช่วยให้สามารถเชื่อมต่อ Razer™ Orochi V2 และคีย์บอร์ดไร้สายเข้ากับดองเกิล USB ตัวเดียว 

RAZER OROCHI V2 35

ตัวส่งสัญญาณขนาดไม่ใหญ่ แต่ก็ยังนูนขึ้นมาพอสมควร 

RAZER OROCHI V2 on hand 01

RAZER OROCHI V2 on hand 02 RAZER OROCHI V2 on hand 03

RAZER OROCHI V2 on hand 04 RAZER OROCHI V2 on hand 07

การใช้งาน

ด้วยขนาดเมาส์ที่ไม่เล็กไม่ใหญ่มาก ทำให้สามารถใช้งานได้เกือบทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะสุภาพสตรีน่าจะเป็นขนาดที่กำลังเหมาะมือเลยทีเดียว แต่ถ้าเป็นสุภาพบุรุษไซท์ใหญ่ อาจจะเล็กไปสักนิด แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่ใช้ ผิวสัมผัสดีไม่ลื่นหรือเป็นเหงือง่ายจนเกินไป

ออปชั่นปุ่มมาโครตัวนี้ไม่ได้มีเยอะมากเท่าไร จะมีเพียง 3 ปุ่ม คือบริเวณนิ้วโป้ง 2 ปุ่ม และกลางเมาส์ 1 ปุ่ม ซึ่งเป็นตำแหน่งที่กดใช้งานได้สะดวก และปรับแต่งในโปรแกรมได้ตามต้องการ

ในส่วนของความแม่นยำของเซนเซอร์และปุ่มในการเล่นเกม บอกเลยว่าทำได้ดีมาก ปรับแต่ DPI ได้ถึง 18,000 เลย ปุ่มนิ่มไม่แข็งเสียงไม่ดังมาก น้ำหนักเมาส์กำลังดีไม่เบาไปเล่นเกมได้เพลินและจับใช้ได้นานสะดวกดี

เชื่อมต่อได้ทั้ง Bluetooth ,ตัวส่งสัญญาณ 2.4 GHz และสาย USB ซึ่งความรวดเร็วของแบบ 2.4GHz กับสายเที่ยงตรงไม่ดีเลย์เหมือนกัน ส่วน Bluetooth อาจจะมีดีเลย์บ้างแต่น้อยแทบไม่รู้สึก

ด้านแบตเตอรี่อันนี้ยังตอบได้ยาก เพราะลองรีวิวใช้งานราว 3 วัน รวมๆ 20 ชั่วโมง คงยังบอกอะไรไม่ได้มาก เดี๋ยวลองใช้งานนานๆแล้วมาอัพเดทอีกทีว่าอึดจริงไหม แต่ตอนนี้ตีว่าอึดไว้ก่อนละกัน

Razer Synapse 4 29 2021 4 07 41 PM

ซอฟแวร์ปรับแต่งของทาง Razer สามารถปรับแต่งได้เยอะ เลยทีเดียว เริ่มด้วยเมนูปุ่มมาโครสามารถตั้งแยกได้ในแต่ละชุดปุ่มที่ติดตั้ง และยังจำค่าไว้ด้วยในโปรไฟล์ของตัวเมาส์

Razer Synapse 4 29 2021 4 07 49 PM

เซ็ตตั้งค่า DPI ที่สามารถปรับแต่งได้ตั้งแต่ 100 ถึง 18000 DPI เลยทีเดียว

Razer Synapse 4 29 2021 4 07 52 PM

ส่วนที่ช่วยให้สามารถปรับเซ็นเซอร์เมาส์ให้เหมาะกับพื้นผิวที่กำลังใช้งาน

Razer Synapse 4 29 2021 4 07 55 PM

ตั้งค่าโหมดการใช้พลังงาน

555

สุดท้ายที่อยากแนะนำเลยคือ สามารถถอดเปลี่ยนฝาเป็นดีไซน์ของตัวเองได้ตามใจ ซึ่งสามารถสั่งได้จาก Razer Customs

RAZER OROCHI V2 43

RAZER OROCHI V2  เป็นเมาส์ที่ออกแบบเพื่อเอาใจผู้ใช้โน๊ตบุ๊ค ที่ไม่ได้มีชีวิตแค่เป็นเกมเมอร์เท่านั้น เพราะตัวเมาส์แม้จะมาพร้อมฟีเจอร์สำหรับเกมเมอร์ แต่ก็ยังตอบโจทย?ผู้ใช้งานโน๊ตบุ๊คทั่วไปได้ด้วย เพราะด้วยการเชื่อมต่อไร้สาย ทำให้เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน และการพกพาได้อย่างดี ปุ่มมาโครไม่มากไม่น้อย ปรับแต่ได้พอสมควร

อีกทั้งยังมาในขนาดที่เหมาะมือ ไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป แบตเตอรี่สุดอึด แบบว่าต้องเปิดใช้ทั้งเดือนแบตถึงจะหมด หรือถ้าหมดก็สามารถหาซื้อแบตเตอรี่มาเปลี่ยนได้ง่ายด้วยแบตเตอรี่ขนาด AA และ AAA ที่มีขายทั่วไป อันเป็นข้อดีของเมาส์ที่ยังคงใช้แบตเตอรี่แบบเปลี่ยนได้ไม่ใช่แบตเตอรี่ภายใน

นอกจากนั้น RAZER ยังออกแบบให้สามารถปรับแต่งฝาปิดเมาส์ให้เป็นดีไซน์ได้ตามต้องการ ซึ่งน่าจะถูกใจหลายๆท่านที่เบื่อกับเมาส์เดิมๆ

RAZER OROCHI V2 มาในราคา 69.99 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2,100 บาท สำหรับรุ่นทั่วไป แต่ถ้าใครอยากเพ้นท์ลายเฉพาะตัวลงบนฝาหลังเมาส์ก็ต้องเพิ่มเงินไปอีก 20 เหรียญหรือประมาณ 700 บาท

จุดเด่น

  • แบตอึดมาก เลือกได้ทั้ง AA และ AAA
  • ขนาดเหมาะมือ ใช้ได้ทั้งมือซ้ายและขวา
  • ฝาครอบเมาส์ถอดเปลี่ยนได้ และออกแบบดีไซน์ได้ตามต้องการ
  • รองรับทั้งตัวส่งสัญญาณและ Bluetooth

ข้อสังเกต

  • ไม่สามารถต่อสายได้
  • ไม่มีไฟ RGB ใดๆ

นอกจากนั้นก็ยังมีรีวิวเมาส์จาก Razer ตัวอื่นๆที่น่าสนใจอีกไม่ว่าจะเป็น

from:https://notebookspec.com/web/591828-%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-razer-orochi-v2-%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%b6%e0%b8%94-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad

รีวิว RAZER OROCHI V2 แบตโคตรอึด เพื่อผู้ใช้โน๊ตบุ๊ค

ขอแนะนำเมาส์ที่เกิดมาเพื่อโน๊ตบุ๊คเกมมิ่งรุ่นล่าสุดอย่าง RAZER OROCHI V2 ด้วยจุดเด่นทั้งการออกแบบ ดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร ฟีเจอร์สำหรับคอเกม และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานถึง 900 ชั่วโมง แต่จะเด็ดขนาดไหนไปชมกัน

RAZER OROCHI V2

RAZER Orochi V2 เมาส์ไร้สายสำหรับเล่นเกมขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบาพิเศษ สามารถใช้งานได้นานกว่า 900 ชั่วโมงจากแบตเตอรี่ AA เพียงก้อนเดียว มาพร้อมกับเทคโนโลยี Razer ™ HyperSpeed Wireless ที่มีความหน่วงต่ำเป็นพิเศษและสวิตช์เมาส์เชิงกล Razer™ ทำให้ Orochi V2 ผสานประสิทธิภาพและความสะดวกสบายในการออกแบบที่กะทัดรัดเหมาะสำหรับนักเล่นบนเกมโน้ตบุ๊ก เมาส์ตัวเดียวจบใช้ได้นาน

สวิตช์เมาส์แบบกลไก Razer™ รุ่นที่ 2 มาพร้อมด้วยจุดสัมผัสเคลือบทองแบบใหม่ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเสื่อมคุณภาพน้อยลงและมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้นถึง 60 ล้านคลิก ซึ่งให้การคลิกที่สม่ำเสมอและคมชัดทุกครั้งที่กด นอกจากนี้ Orochi V2 ยังมีขาเมาส์ PTFE 100% และเซ็นเซอร์ออปติคอลขั้นสูงแบบ 5G ที่ตอบสนองได้ดีเป็นพิเศษส่งผลให้เมาส์เป็นส่วนเสริมที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ใช้แล็ปท็อปที่ต้องการเมาส์ที่ดีที่สุดสำหรับทั้งผลผลิตและ

Orochi V2 มีจำหน่ายในรูปแบบมาตรฐานทั้งสีดำหรือสีขาว สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มสไตล์ที่เป็นตัวเอง สามารถเลือกดีไซน์ที่แตกต่างและสะท้อนบุคลิกของพวกเขาได้มากกว่า 100 แบบผ่านทางRazer Customs. รวมถึงการออกแบบสติกเกอร์และสีที่หลากหลาย หรือแม้แต่การออกแบบเฉพาะเกมที่ผู้ใช้สามารถปรับแต่งการออกแบบ Orochi V2 เพื่อให้เข้ากับความต้องการของแต่ละบุคคล

RAZER OROCHI V2

  • ขนาดโดยประมาณ: 108mm (ยาว) x 60mm (กว้าง) x 38mm (สูง)
  • น้ำหนักโดยประมาณ: <60g / <2.2oz (รวมศูนย์)
  • การออกแบบสำหรับคนถนัดขวาแบบสมมาตร
  • เทคโนโลยีไร้สาย Razer HyperSpeed พร้อมการรองรับอุปกรณ์คู่บนดองเกิลเดี่ยว
  • โหมดไร้สาย 2 โหมด (2.4GHz และ BLE)
  • อายุแบตเตอรี่: สูงสุด 425 ชั่วโมง (2.4 Ghz), 950 ชั่วโมง (BLE) พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียม AA ที่ให้มา
  • สวิตช์เมาส์แบบกลไก Razer™ รุ่นที่ 2 สำหรับการคลิก 60 ล้านครั้ง
  • ช่องใส่แบตเตอรี่ AA / AAA (ทีละประเภทเท่านั้น)
  • ปุ่มที่ตั้งโปรแกรมได้อย่างอิสระหกปุ่ม
  • ล้อเลื่อนสัมผัสระดับการเล่นเกม
  • เซ็นเซอร์ออปติคอล True 18,000 DPI 5G พร้อมความละเอียดความละเอียด 99.4%
  • เร่งความเร็วสูงสุด 450 นิ้วต่อวินาที (IPS) / 40 G
  • เท้าเมาส์ PTFE ที่ไม่ได้ย้อมสี
  • การปรับความไวขณะบิน (ระยะเริ่มต้น: 400/800/1600/3200/6400)
  • ออนบอร์ด DPI และการจัดเก็บคีย์แมป
  • เปิดใช้งาน Razer Synapse 3

RAZER OROCHI V2 01

RAZER OROCHI V2 02 RAZER OROCHI V2 03

RAZER OROCHI V2 มาพร้อมกล่องที่เป็นเอกลักษณ์ เขียว ดำ พร้อมฟีเจอร์หนาตาครบครัน

RAZER OROCHI V2 04

อุปกรณ์ภายในกล่อง มาพร้อมคู่มือ และแบตเตอรี่ชนิด AA

RAZER OROCHI V2 05

ความลับของ RAZER OROCHI V2 ที่ใช้งานได้นานถึง 900 ชั่วโมง หรือเดือนกว่าๆก็คือ แบตเตอรี่ Energizer Ultimate Lithium รุ่นพิเศษ ที่มีอายุการใช้งานยาวนานที่สุดในโลก ใช้งานได้นานถึง 20 ปี (ตามสเปคที่เคลมไว้) ราคาก้อนละ 100 บาท แพงกว่าถ่านชาร์ตบางรุ่นเสียอีก

RAZER OROCHI V2 13

RAZER OROCHI V2 14 RAZER OROCHI V2 15

Razer Orochi V2 ออกแบบที่มีสมมาตร ทำให้มีความพอดีอย่างเป็นธรรมชาติใช้ได้ทั้งมือซ้ายและขวา ขนาดไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป อีกทั้งน้ำหนักกำลังเหมาะมือ

วัสดุหลักจะเป็นพลาสติกผิวด้าน ออกสากๆเพื่อให้จับเมาส์ได้กระชับมือ ไม่ลื่นหลุดได้ง่าย และเมื่อใช้ไปนานๆก็ทำให้ไม่รู้สึกมันหรือลื่น อีกทิ้งผิวด้านบนยังเป็นฝาที่สามารถถอดเปลี่ยนเป็นดีไซน์อื่นๆได้ตามใจอีกด้วย

RAZER OROCHI V2 09 RAZER OROCHI V2 10

RAZER OROCHI V2 11 RAZER OROCHI V2 12

ดีไซน์ปลายเรียวของ Orochi V2 ช่วยให้จับได้อย่างมั่นคงเพื่อการตวัดที่รวดเร็วและควบคุมทิศทางได้ดี ในขณะที่ส่วนโค้งด้านหลังที่ยกขึ้นช่วยให้มั่นใจได้ว่าพอดีกับฝ่ามือเพื่อความเมื่อยล้าน้อยลงในช่วงเวลาการเล่นที่ยาวนาน ด้วยรูปทรงร่องนิ้วหัวแม่มือเพื่อให้จับนิ้วหัวแม่มือได้ดีขึ้น ปุ่มด้านข้างที่ปรับให้เหมาะสมเพื่อความสะดวกในการเข้าถึง Orochi V2 ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเลือกปรับให้เหมาะสมโดยมุ่งเน้นไปที่ทั้งการทำงานและการเล่น

RAZER OROCHI V2 16

ขาเมาส์ PTFE 100% และเซ็นเซอร์ออปติคอลขั้นสูงแบบ 5G ที่ตอบสนองได้ดีเป็นพิเศษ ลื่นและตอบสนองได้อย่างแม่นยำ โดยจะมีสวิตซ์ให้เลือกทั้งแบบตัวส่งสัญญาณ หรือ Bluetooth ก็ได้

RAZER OROCHI V2 17

Razer Orochi V2 ขนาดกำลังเหมาะมือไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป พกพาก็ได้ใช้งานก็เข้ามือ

RAZER OROCHI V2 26

ฝาปิดเมาส์สามารถเปิดออกมาได้ง่ายๆ ซึ่งเป็นอีกจุดขายซึ่งสามารถถอดเปลี่ยนฝาเป็นดีไซน์ของตัวเองได้ตามใจ ซึ่งสามารถสั่งได้จาก Razer Customs เลย

RAZER OROCHI V2 29

อีกหนึ่งจุดเด่นของ Razer Orochi V2 คือรองรับแบตเตอรี่ทั้งแบบ AA และ AAA ซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการกระจายน้ำหนักที่สมดุล โดยข้างๆกันจะเป็นตำแหน่งของที่เก็บตัวส่งสัญญาณ

RAZER OROCHI V2 32

ตัวส่งสัญญาณแบบไร้สาย 2.4 GHz ขนาดกะทัดรัด รองรับ Razer™ HyperSpeed ช่วยให้สามารถเชื่อมต่อ Razer™ Orochi V2 และคีย์บอร์ดไร้สายเข้ากับดองเกิล USB ตัวเดียว 

RAZER OROCHI V2 35

ตัวส่งสัญญาณขนาดไม่ใหญ่ แต่ก็ยังนูนขึ้นมาพอสมควร 

RAZER OROCHI V2 on hand 01

RAZER OROCHI V2 on hand 02 RAZER OROCHI V2 on hand 03

RAZER OROCHI V2 on hand 04 RAZER OROCHI V2 on hand 07

การใช้งาน

ด้วยขนาดเมาส์ที่ไม่เล็กไม่ใหญ่มาก ทำให้สามารถใช้งานได้เกือบทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะสุภาพสตรีน่าจะเป็นขนาดที่กำลังเหมาะมือเลยทีเดียว แต่ถ้าเป็นสุภาพบุรุษไซท์ใหญ่ อาจจะเล็กไปสักนิด แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่ใช้ ผิวสัมผัสดีไม่ลื่นหรือเป็นเหงือง่ายจนเกินไป

ออปชั่นปุ่มมาโครตัวนี้ไม่ได้มีเยอะมากเท่าไร จะมีเพียง 3 ปุ่ม คือบริเวณนิ้วโป้ง 2 ปุ่ม และกลางเมาส์ 1 ปุ่ม ซึ่งเป็นตำแหน่งที่กดใช้งานได้สะดวก และปรับแต่งในโปรแกรมได้ตามต้องการ

ในส่วนของความแม่นยำของเซนเซอร์และปุ่มในการเล่นเกม บอกเลยว่าทำได้ดีมาก ปรับแต่ DPI ได้ถึง 18,000 เลย ปุ่มนิ่มไม่แข็งเสียงไม่ดังมาก น้ำหนักเมาส์กำลังดีไม่เบาไปเล่นเกมได้เพลินและจับใช้ได้นานสะดวกดี

เชื่อมต่อได้ทั้ง Bluetooth ,ตัวส่งสัญญาณ 2.4 GHz และสาย USB ซึ่งความรวดเร็วของแบบ 2.4GHz กับสายเที่ยงตรงไม่ดีเลย์เหมือนกัน ส่วน Bluetooth อาจจะมีดีเลย์บ้างแต่น้อยแทบไม่รู้สึก

ด้านแบตเตอรี่อันนี้ยังตอบได้ยาก เพราะลองรีวิวใช้งานราว 3 วัน รวมๆ 20 ชั่วโมง คงยังบอกอะไรไม่ได้มาก เดี๋ยวลองใช้งานนานๆแล้วมาอัพเดทอีกทีว่าอึดจริงไหม แต่ตอนนี้ตีว่าอึดไว้ก่อนละกัน

Razer Synapse 4 29 2021 4 07 41 PM

ซอฟแวร์ปรับแต่งของทาง Razer สามารถปรับแต่งได้เยอะ เลยทีเดียว เริ่มด้วยเมนูปุ่มมาโครสามารถตั้งแยกได้ในแต่ละชุดปุ่มที่ติดตั้ง และยังจำค่าไว้ด้วยในโปรไฟล์ของตัวเมาส์

Razer Synapse 4 29 2021 4 07 49 PM

เซ็ตตั้งค่า DPI ที่สามารถปรับแต่งได้ตั้งแต่ 100 ถึง 18000 DPI เลยทีเดียว

Razer Synapse 4 29 2021 4 07 52 PM

ส่วนที่ช่วยให้สามารถปรับเซ็นเซอร์เมาส์ให้เหมาะกับพื้นผิวที่กำลังใช้งาน

Razer Synapse 4 29 2021 4 07 55 PM

ตั้งค่าโหมดการใช้พลังงาน

555

สุดท้ายที่อยากแนะนำเลยคือ สามารถถอดเปลี่ยนฝาเป็นดีไซน์ของตัวเองได้ตามใจ ซึ่งสามารถสั่งได้จาก Razer Customs

RAZER OROCHI V2 43

RAZER OROCHI V2  เป็นเมาส์ที่ออกแบบเพื่อเอาใจผู้ใช้โน๊ตบุ๊ค ที่ไม่ได้มีชีวิตแค่เป็นเกมเมอร์เท่านั้น เพราะตัวเมาส์แม้จะมาพร้อมฟีเจอร์สำหรับเกมเมอร์ แต่ก็ยังตอบโจทย?ผู้ใช้งานโน๊ตบุ๊คทั่วไปได้ด้วย เพราะด้วยการเชื่อมต่อไร้สาย ทำให้เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน และการพกพาได้อย่างดี ปุ่มมาโครไม่มากไม่น้อย ปรับแต่ได้พอสมควร

อีกทั้งยังมาในขนาดที่เหมาะมือ ไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป แบตเตอรี่สุดอึด แบบว่าต้องเปิดใช้ทั้งเดือนแบตถึงจะหมด หรือถ้าหมดก็สามารถหาซื้อแบตเตอรี่มาเปลี่ยนได้ง่ายด้วยแบตเตอรี่ขนาด AA และ AAA ที่มีขายทั่วไป อันเป็นข้อดีของเมาส์ที่ยังคงใช้แบตเตอรี่แบบเปลี่ยนได้ไม่ใช่แบตเตอรี่ภายใน

นอกจากนั้น RAZER ยังออกแบบให้สามารถปรับแต่งฝาปิดเมาส์ให้เป็นดีไซน์ได้ตามต้องการ ซึ่งน่าจะถูกใจหลายๆท่านที่เบื่อกับเมาส์เดิมๆ

RAZER OROCHI V2 มาในราคา 69.99 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2,100 บาท สำหรับรุ่นทั่วไป แต่ถ้าใครอยากเพ้นท์ลายเฉพาะตัวลงบนฝาหลังเมาส์ก็ต้องเพิ่มเงินไปอีก 20 เหรียญหรือประมาณ 700 บาท

จุดเด่น

  • แบตอึดมาก เลือกได้ทั้ง AA และ AAA
  • ขนาดเหมาะมือ ใช้ได้ทั้งมือซ้ายและขวา
  • ฝาครอบเมาส์ถอดเปลี่ยนได้ และออกแบบดีไซน์ได้ตามต้องการ
  • รองรับทั้งตัวส่งสัญญาณและ Bluetooth

ข้อสังเกต

  • ไม่สามารถต่อสายได้
  • ไม่มีไฟ RGB ใดๆ

นอกจากนั้นก็ยังมีรีวิวเมาส์จาก Razer ตัวอื่นๆที่น่าสนใจอีกไม่ว่าจะเป็น

from:https://notebookspec.com/web/591828-review-razer-orochi-v2

โน๊ตบุ๊ค Razer 14″ ลึกลับ คาดใส่ Ryzen 9 กับ RTX 3080 จากการแซวกันของผู้บริหาร Razer กับหัวหน้าฝ่าย AMD

ก่อนหน้านี้มีข้อมูล Benchmark โน๊ตบุ๊ค Razer ลึกลับที่ทำคะแนน Time Spy ไปถึง 7,305 คะแนนออกมาแล้ว และโน๊ตบุ๊คลึกลับเครื่องนั้นอาจจะมากับสเปคแรงระดับเอามาเล่นเกมแทนเกมมิ่งพีซี (Desktop Replacement) ได้สบาย ๆ ซึ่งเจ้าโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้อาจจะได้ฤกษ์เปิดตัวเร็ว ๆ นี้ หลังจาก CEO ของ Razer และหัวหน้าทีมวิศวกรฝ่าย Gaming Solution & Marketing ของ AMD ได้ทวีตแซวกันเชิงให้ความหวังแฟนคลับของทั้งสองบริษัทเตรียมเงินรอเป็นเจ้าของได้เลย

โน๊ตบุ๊ค Razer

AMD และ Razer ใบ้ โน๊ตบุ๊ค Razer ใหม่น่าจะใช้ชิป AMD ตัวแรง

hwcanuck

ผมว่าเจ้าเครื่องนี้เกิดขึ้นจริง มันจะเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คตัวแรงสุด ๆ เลยแหละ จัดสักหน่อยไหม @minliangtan & @AzorFrank

(ทวีตเตอร์ของ Hardware Canucks)

กระแสความเป็นไปได้นี้เกิดจากทวิตเตอร์อย่างเป็นทางการของ Hardware Canucks เว็บไซต์รีวิวอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่มีชื่อเสียงได้รีทวีตของ @PedroPCMR ไปพร้อมแสดงความเห็นว่าถ้าเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้เกิดขึ้นจริง ก็ต้องได้เครื่องสเปคแรงมากแน่ ๆ

frank

แล้วเฮีย @minliangtan ว่าไงถ้าเอาเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คของ Razer มาใส่ซีพียู AMD สักหน่อย?

(ทวีตเตอร์ของ Frank Azor)

ต่อมา Frank Azor หัวหน้าวิศวกรฝ่าย Gaming Solution & Marketing ของ AMD ได้รีทวีตข้อความดังกล่าวพร้อม Mention หา Min-Liang Tan ที่เป็น CEO Razer เพื่อถามความเห็นของเจ้าตัวว่าคิดอย่างไรกับโปรเจคดังกล่าว

min

ไม่รู้ดิพวก แล้วทุกคนคิดว่ายังไงบ้าง? อยากเห็น Razer Blade ใส่ซีพียู AMD สักหน่อยไหมล่ะ?

(ทวีตเตอร์ของ Min-Liang Tan)

ซึ่งทาง CEO ของ Razer ก็ทวีตเชิงถามความคิดเห็นของแฟนคลับ Razer ไปในเชิงว่าต้องการ Razer Blade ติดตั้ง AMD Ryzen มาสักหน่อยไหม ซึ่งแฟนคลับที่ติดตามทวิตเตอร์ของ Min เองก็รีทวีตไปพร้อมแสดงควาเห็นว่าอยากให้เกิดขึ้นจริง 

min2

ถ้าสนใจแล้วล่ะก็ ทาง Razer เองก็พร้อมออกแบบแล้วสร้าง Razer Blade ใส่ซีพียู AMD ได้นะ เพราะเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คที่ใส่ซีพียู AMD ที่ขายอยู่ตอนนี้ยังรีดประสิทธิภาพของซีพียูออกมาได้ไม่เท่าที่มันควรทำได้เลยด้วยซ้ำ อย่างงั้นแล้วพวกนายอยากให้ Razer Blade ซีพียู AMD มีฟีเจอร์อะไรใส่มาในนั้นบ้างล่ะ?

(ทวีตเตอร์ของ Min-Liang Tan)

ซึ่งทาง Min-Liang Tan ได้ทวีตเสริมแล้วถามความคิดเห็นของแฟนคลับเพิ่มเติมว่าต้องการให้ทางบริษัทเติมฟีเจอร์หรือสเปคอะไรมาใน Razer Blade รุ่นใหม่ที่จะใส่ซีพียู AMD บ้าง ซึ่งในทวีตนั้นก็มีผู้สนใจมาแสดงความคิดเห็นมากมายทีเดียว

แต่อย่างไรก็ตาม ทาง Notebookcheck นั้นเห็นว่าตอนนี้ทางบริษัทยังไม่ได้เผยสเปคและข้อมูลอะไรเกี่ยวกับโน๊ตบุ๊ค Razer Blade รุ่นดังกล่าว รหัส Razer PI411 เพิ่มเติมเลย ยกเว้นแต่สเปคที่หลุดออกมาพร้อมกับผลทดสอบ Time Spy ก่อนหน้านี้เท่านั้น โดยสเปคจากหน้า Benchmark คือ

  • ซีพียู AMD Ryzen 9 5900HX แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ควมเร็ว 3.3-4.6 GHz ค่า TDP 45+W เป็นตัวประสิทธิภาพสูงสุดของ Ryzen Mobile สถาปัตยกรรม Cezanne มีการ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon RX Vega 8
  • การ์ดจอแยกเป็น NVIDIA GEFORCE RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 ประสิทธิภาพเทียบเท่า RTX 2070 ในรุ่นก่อน สามารถเอามาเล่นเกมที่ความละเอียด 1440p ได้ดี
  • ฮาร์ดดิสก์ M.2 SSD NVMe ความจุ 512GB รหัส CA5-8D512 ของ Lite-On
  • แรม 16GB

ซึ่งจากสเปคดังกล่าว Notebookcheck แสดงความเห็นว่าซีพียู AMD Ryzen 9 5900HX ตัวนี้ยังเป็นเพียงตัวรองท็อปที่เป็นรองเพียง AMD Ryzen 9 5980HX ที่เป็นซีพียู 8 คอร์ 16 เธรดเหมือนกัน แต่ความเร็วสูงสุดดันได้ถึง 4.8GHz เพียงรุ่นเดียวเท่านั้น ส่วนการ์ดจอ RTX 3060 ที่โชว์อยู่หน้าสเปค เวลาขายจริงอาจจะมีตัวเลือกให้อัพเกรดไปได้ถึง RTX 3070 และ RTX 3080 ก็ได้ และสเปคทั้งหมดอาจจะอัดมาในตัวเครื่องขนาด 14 นิ้ว และหวังว่าจะมีอีเวนต์เปิดตัวโน๊ตบุ๊ครุ่นดังกล่าวในเร็ว ๆ นี้

ส่วนตัวผู้เขียนเห็นว่าสเปคของโน๊ตบุ๊ค Razer Blade นี้มีโอกาสเป็นไปได้มากทีเดียว เนื่องจากเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คจากหลายบริษัทในปัจจุบัน ก็จับคู่ Ryzen 9 5900HX กับ RTX 3060 หรือ RTX 3070 ออกมาวางขายกันมากมายหลายรุ่นแล้ว

blade 14

แต่จาก Line up สินค้าที่หน้าเว็บไซต์ส่วนขายเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คของ Razer นั้นมีเพียงรุ่น Blade 13, Blade 15 และ Blade 17 เท่านั้น แต่ถ้าเปิดตัวขนาด 14 นิ้ว ก็เป็นไปได้ เพราะเมื่อก่อนก็มี Razer Blade 14 ขายเช่นกัน ก็อาจจะเป็นการปัดฝุ่นตัวเครื่องขนาดนี้ไปโดยปริยาย

ที่มา : Notebookcheck

from:https://notebookspec.com/web/593161-razer-blade-14-may-ryzen-9-rtx-3080

RAZER OROCHI V2 สุดยอดเมาส์ตัวเล็กน้ำหนักเบา แม่นยำ งดงาม ใช้งานยาวนาน 900 ชั่วโมงจากแบตเตอรี่ AA เพียงก้อนเดียว!!

Razer แบรนด์ชั้นนำสำหรับเกมเมอร์ เปิดตัว Orochi V2 เมาส์ไร้สายสำหรับใช้งานและการเล่นเกมขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบาพิเศษ สามารถใช้งานได้นานกว่า 900 ชั่วโมงจากแบตเตอรี่ AA เพียงก้อนเดียว มาพร้อมกับเทคโนโลยี Razer ™ HyperSpeed Wireless ที่มีความหน่วงต่ำเป็นพิเศษและสวิตช์เมาส์เชิงกล Razer™ ทำให้ Orochi V2 ผสานประสิทธิภาพและความสะดวกสบายในการออกแบบที่กะทัดรัดเหมาะสำหรับนักเล่นบนเกมโน้ตบุ๊ก

สำหรับนักเล่นเกมแล็ปท็อปและโน้ตบุ๊ก การส่งมอบอุปกรณ์เล่นเกมที่มีประสิทธิภาพสูงอาจเป็นเรื่องท้าทายเนื่องจากมีพื้นที่ จำกัด สำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วงและอุปกรณ์เสริมชนิดอื่นๆ Orochi V2 จึงได้รับการออกแบบมาเพื่อให้นักเล่นเกมมีเมาส์ประสิทธิภาพสูงแบบพกพาที่มีขนาดเล็กพอที่จะสอดเข้าไปในกระเป๋าเสื้อหรือในกระเป๋าถือ การสนับสนุนอุปกรณ์ จาก Razer™ HyperSpeed ช่วยให้เหล่าเกมเมอร์สามารถเชื่อมต่อ Razer™ Orochi V2 และคีย์บอร์ดไร้สายเข้ากับดองเกิล USB ตัวเดียว จึงสามารถช่วยประหยัดพอร์ต USB สำหรับวัตถุประสงค์อื่น ๆ

ด้วยน้ำหนักเบาเป็นพิเศษถูกออกแบบเป็นสากลให้เหมาะสำหรับทุกรูปแบบการยึดเกาะ

น้ำหนักน้อยกว่า 60 กรัม (ไม่รวมแบตเตอรี่) ถือเป็นการออกแบบที่มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษของ Orochi V2 ได้รับการสร้างขึ้นโดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญของ Razer และได้รับการตอบรับจากผู้ที่ชื่นชอบเมาส์ เพื่อให้การออกแบบที่มีสมมาตร ทำให้ Orochi V2 มีความพอดีอย่างเป็นธรรมชาติเหมาะสำหรับการยึดเกาะที่มีรูปแบบแตกต่างกัน

ดีไซน์ปลายเรียวของ Orochi V2 ช่วยให้จับได้อย่างมั่นคงเพื่อการตวัดที่รวดเร็วและควบคุมทิศทางได้ดี ในขณะที่ส่วนโค้งด้านหลังที่ยกขึ้นช่วยให้มั่นใจได้ว่าพอดีกับฝ่ามือเพื่อความเมื่อยล้าน้อยลงในช่วงเวลาการเล่นที่ยาวนาน ด้วยรูปทรงร่องนิ้วหัวแม่มือเพื่อให้จับนิ้วหัวแม่มือได้ดีขึ้น ปุ่มด้านข้างที่ปรับให้เหมาะสมเพื่อความสะดวกในการเข้าถึง Orochi V2 ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเลือกปรับให้เหมาะสมโดยมุ่งเน้นไปที่ทั้งการทำงานและการเล่น

“เกมเมอร์ไม่ควรเสียประสิทธิภาพในการพกพา เราจึงออกแบบ Orochi V2 โดยใช้ส่วนประกอบที่ล้ำสมัยรวมกับคุณสมบัติการออกแบบที่มีน้ำหนักเบาอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้เป็นเมาส์ Orochi V2 เหมาะสำหรับเล่นเกมแบบพกพาในอุดมคติ” Alvin Cheung รองประธานอาวุโสของหน่วยธุรกิจอุปกรณ์ต่อพ่วงของ Razer กล่าว

ประสิทธิภาพการใช้งานที่ยาวนาน

ใช้แบตเตอรี่ AA หรือ AAA * เพียงก้อนเดียว Razer Orochi V2 มีช่องใส่แบตเตอรี่แบบไฮบริดซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการกระจายน้ำหนักที่สมดุล Orochi V2 สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนานกว่า 900 ชั่วโมงในโหมดบลูทูธ เหมาะสำหรับการใช้งานกับคอมพิวเตอร์แบบพกพา หรืออีกวิธีหนึ่งคือเกมเมอร์สามารถเลือก Razer ™ HyperSpeed Wireless เพื่อการเชื่อมต่อที่ไม่สะดุดและไม่ล่าช้านานถึง 425 ชั่วโมง

*แบตเตอรี่ AAA ไม่รวมอยู่ในการจำหน่ายพร้อมตัวเครื่อง

เพื่อนเดินทางชั้นหนึ่ง

Orochi V2 มีสวิตช์เมาส์แบบกลไก Razer™ รุ่นที่ 2 มาพร้อมด้วยจุดสัมผัสเคลือบทองแบบใหม่ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเสื่อมคุณภาพน้อยลงและมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้นถึง 60 ล้านคลิก ซึ่งให้การคลิกที่สม่ำเสมอและคมชัดทุกครั้งที่กด นอกจากนี้ Orochi V2 ยังมีขาเมาส์ PTFE 100% และเซ็นเซอร์ออปติคอลขั้นสูงแบบ 5G ที่ตอบสนองได้ดีเป็นพิเศษส่งผลให้เมาส์เป็นส่วนเสริมที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ใช้แล็ปท็อปที่ต้องการเมาส์ที่ดีที่สุดสำหรับทั้งผลผลิตและ

มีให้เลือกทั้งสีดำ สีขาว หรือสามารถออกแบบในสไตล์ที่เป็นของคุณเองผ่าน Razer Customs

Orochi V2 มีจำหน่ายในรูปแบบมาตรฐานทั้งสีดำหรือสีขาว สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มสไตล์ที่เป็นตัวเอง สามารถเลือกดีไซน์ที่แตกต่างและสะท้อนบุคลิกของพวกเขาได้มากกว่า 100 แบบผ่านทางRazer Customs. รวมถึงการออกแบบสติกเกอร์และสีที่หลากหลาย หรือแม้แต่การออกแบบเฉพาะเกมที่ผู้ใช้สามารถปรับแต่งการออกแบบ Orochi V2 เพื่อให้เข้ากับความต้องการของแต่ละบุคคล

นอกจากนี้ยังมีการประกาศเมื่อเร็ว ๆ นี้คือ Razer’s Universal Grip Tape สำหรับผู้เล่นที่ต้องการการควบคุมขั้นสูงสุดตลอดเวลา ด้วยการใช้พื้นผิวสัมผัสโพลียูรีเทนที่มีความละเอียดสูง Universal Grip Tape สามารถดูดซับเหงื่อเพื่อให้ยึดเกาะได้สูงสุดแม้ในช่วงการเล่นเกมที่เข้มข้นและยาวนาน Razer Universal Grip Tape มีให้ในแผ่นแปะที่มีการตัดไว้ล่วงหน้าและมีกาวในตัวหลายแบบ สำหรับใช้กับเมาส์คีย์บอร์ดหรือคอนโทรลเลอร์ หรือที่ใดก็ตามที่ต้องการการยึดเกาะที่มั่นคงและเชื่อถือได้

เกี่ยวกับ THE RAZER OROCHI V2

  • ขนาดโดยประมาณ: 108mm (ยาว) x 60mm (กว้าง) x 38mm (สูง)
  • น้ำหนักโดยประมาณ: <60g / <2.2oz (รวมศูนย์)
  • การออกแบบสำหรับคนถนัดขวาแบบสมมาตร
  • เทคโนโลยีไร้สาย Razer HyperSpeed พร้อมการรองรับอุปกรณ์คู่บนดองเกิลเดี่ยว
  • โหมดไร้สาย 2 โหมด (2.4GHz และ BLE)
  • อายุแบตเตอรี่: สูงสุด 425 ชั่วโมง (2.4 Ghz), 950 ชั่วโมง (BLE) พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียม AA ที่ให้มา
  • สวิตช์เมาส์แบบกลไก Razer™ รุ่นที่ 2 สำหรับการคลิก 60 ล้านครั้ง
  • ช่องใส่แบตเตอรี่ AA / AAA (ทีละประเภทเท่านั้น)
  • ปุ่มที่ตั้งโปรแกรมได้อย่างอิสระหกปุ่ม
  • ล้อเลื่อนสัมผัสระดับการเล่นเกม
  • เซ็นเซอร์ออปติคอล True 18,000 DPI 5G พร้อมความละเอียดความละเอียด 99.4%
  • เร่งความเร็วสูงสุด 450 นิ้วต่อวินาที (IPS) / 40 G
  • เท้าเมาส์ PTFE ที่ไม่ได้ย้อมสี
  • การปรับความไวขณะบิน (ระยะเริ่มต้น: 400/800/1600/3200/6400)
  • ออนบอร์ด DPI และการจัดเก็บคีย์แมป
  • เปิดใช้งาน Razer Synapse 3

ราคาและสถานที่จัดจำหน่าย

Razer Orochi V2: $69.99 / €79.99 MSRP

Razer Orochi V2 Customs Edition: $89.99 / €99.99 MSRP

Razer.com and authorized resellers: April 27th, 2021

ข่าว: RAZER OROCHI V2 สุดยอดเมาส์ตัวเล็กน้ำหนักเบา แม่นยำ งดงาม ใช้งานยาวนาน 900 ชั่วโมงจากแบตเตอรี่ AA เพียงก้อนเดียว!! มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/razer-orochi-v2-launch-900hr-form-aaa/

RAZER เริ่มต้นทัวร์นาเมนต์สำคัญ INVITATIONAL SEASON 2021 ด้วย RAZER INVITATIONAL – NORTH AMERICA

จากความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของ Razer Invitational Season ในปี 2020 ที่ผ่านมา Razer ขอเริ่มต้นการแข่งขันซีซั่นใหม่ในปี 2021 ด้วยการเปิดตัวในทวีปอเมริกาเหนือ ต้อนรับผู้เข้าแข่งขันจากทั่วทั้งภูมิภาคมาเข้าร่วมในสุดยอดการแข่งขัน eSports สำหรับเกมเมอร์ทุกคน เพื่อแข่งขันในทัวร์นาเมนต์สามรายการแรกแยกกันระหว่างเดือนพฤษภาคมจนถึงช่วงต้นเดือนมิถุนายน

ในแต่ละสัปดาห์นักกีฬาอีสปอร์ตจากทั่วทั้งภูมิภาค จะมีโอกาสแข่งขันในชื่อที่แตกต่างกันเช่น Fortnite (PC, Console, Mobile), Rainbow 6 Siege (PC) และ Brawl Stars (Mobile) เพื่อความรุ่งโรจน์ของเงินรางวัลรวมสำหรับฮาร์ดแวร์เกมซึ่งสูงถึง $ 30,000

“Razer Invitational ก่อตั้งขึ้นจากแนวคิดง่ายๆในการสร้างแพลตฟอร์มที่โปร่งใสและแข่งขันได้ ซึ่งนักกีฬาทุกคนมีโอกาสแข่งขันโดยไม่คำนึงถึงอันดับในเกม สถานะการเป็นสปอนเซอร์ หรือความสัมพันธ์ในทีมของพวกเขา ตอนนี้การแข่งขันได้เติบโตขึ้นจนกลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกที่แสดงถึงการรวมตัวกันภายในชุมชนอีสปอร์ต หลังจากประสบความสำเร็จอย่างมากในซีซั่น 2020 เรายังคงมีวิสัยทัศน์สำหรับอีสปอร์ตในครั้งนี้ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมทำให้ทุกคนทั่วโลกสามารถเข้าถึงการแข่งขันแบบทัวร์นาเมนต์และปลูกฝังนักกีฬาอีสปอร์ตรุ่นต่อไป” Khang Thai หัวหน้า Esports ระดับโลกของ Razer กล่าว

Razer Invitational – การแข่งขัน Esports ที่ไม่เหมือนใครอย่างแท้จริง

ฤดูกาลแรกเริ่มของ Razer Invitational เริ่มขึ้นในปี 2020 โดยเริ่มจากการพยายามขจัดอุปสรรคภายในชุมชนอีสปอร์ตทั่วโลกก่อนเป็นอันดับแรก พร้อมกับแนะนำให้ผู้ชมทั่วไปได้สัมผัสกับความน่าตื่นเต้นและความน่าหลงใหลที่อีสปอร์ตมอบให้คุณผู้ชมได้สัมผัส ซึ่งแตกต่างจากการแข่งขันอีสปอร์ตแบบเดิม Razer Invitational เปิดให้ทุกคนที่ต้องการทดสอบความกล้าหาญของพวกเขาในเวทีระดับนานาชาติ มอบความสามารถที่ยังไม่ถูกค้นพบให้ได้สัมผัสอย่างแท้จริง

Razer Invitational Season 2020 ประสบความสำเร็จอย่างมากโดยมีแฟน ๆ ที่หลงใหลกีฬาชนิดนี้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ละตินอเมริกา และยุโรป โดยมี 22 ชาติที่เข้าร่วมจาก 3 ภูมิภาคและมีนักกีฬาเกือบ 60,000 คนที่กระตือรือร้นที่จะมีส่วนร่วมในโอกาสการแข่งขันระดับนานาชาติในเกมชั้นนำ ผู้ชมจากทั่วทุกมุมโลกต่างให้ความสนับสนุนการแข่งขันในครั้งนี้เป็นอย่างดี โดยมีผู้ชมมากถึง 24 ล้านคนที่ติดตามชมนักกีฬาหน้าใหม่ที่เพิ่มขึ้นจากผู้เล่นที่อาจไม่เคยเป็นรู้จักมาก่อน

อเมริกาเหนือเริ่มต้นฤดูกาลที่ยิ่งใหญ่และน่าตื่นเต้นในปี 2021

ในฤดูกาลที่ผ่านมาของ Razer Invitationals ได้ดำเนินการไปแล้ว Razer Invitational – อเมริกาเหนือ ครั้งนี้ในปี 2021 จะช่วยให้เกมเมอร์ใน Unites States, Canada และ Mexico มีสนามแข่งขันที่เท่าเทียมกันในการแข่งขันเพื่อให้ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ การแข่งขันแบ่งออกเป็น 3 ช่วงสัปดาห์ซึ่งประกอบด้วย 3 ชื่อที่คัดสรรมาโดยเฉพาะซึ่งครอบคลุมแพลตฟอร์มเกมทั้งหมด Fortnite, Rainbow Six Siege และ Brawl Stars แต่ละชื่อจะเปิดให้นักกีฬาลงทะเบียนเป็นทีมหรือบุคคล เมื่อมีผลบังคับใช้และทำการแข่งขันในแต่ละสัปดาห์ โดยจะปิดท้ายด้วยการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศมูลค่า 10,000 ดอลลาร์ต่อตำแหน่งและรางวัลฮาร์ดแวร์

นักเล่นเกมที่ต้องการรับชมมากกว่าที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน จะได้รับโอกาสพิเศษในการลุ้นรับรางวัลจากผู้สนับสนุนการแข่งขันตลอดการแข่งขัน หากต้องการรับชม Razer Invitational – อเมริกาเหนือ สามารถรับชมได้ที่ YouTube.com/Razer, Twitch.tv/Razer หรือ Facebook.com/TeamRazer

Razer Invitational – อเมริกาเหนือจะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของสิ่งที่พร้อมที่จะกลายเป็นซีรีส์การแข่งขันอีสปอร์ตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ตลอดทั้งซีซั่น 2021 Razer จะยังคงขยายซีรีส์อีเวนต์ไปยังภูมิภาคใหม่ ๆ ต่อไปโดยจัดหาผู้มีความสามารถด้านอีสปอร์ตจากทั่วทุกมุมโลกด้วยแพลตฟอร์มสำหรับแข่งขันและแสดงทักษะของพวกเขา

สมัครตอนนี้เลย

การลงทะเบียนสำหรับ Razer Invitational – อเมริกาเหนือ เปิดแล้วตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน เวลา 9.00 น. โดยมีรอบคัดเลือกทัวร์นาเมนต์เริ่มต้นในวันที่ 7 พฤษภาคม ในแต่ละสัปดาห์จะมีชื่อเรื่องใหม่โดยเริ่มต้นด้วยการแข่งขันรอบคัดเลือกแบบเปิดที่นำเข้าสู่ช่วงเพลย์ออฟและปิดท้ายด้วยตอนจบที่ยิ่งใหญ่ทุกวันอาทิตย์ หากต้องการสมัคร Razer Invitational – อเมริกาเหนือนักกีฬาสามารถไปที่ mogul.gg/hub/Razer

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Razer Invitational – อเมริกาเหนือ สามารถเข้าไปที่ https://rzr.to/invitational-na หรือ Facebook.com/TeamRazer.

ข่าว: RAZER เริ่มต้นทัวร์นาเมนต์สำคัญ INVITATIONAL SEASON 2021 ด้วย RAZER INVITATIONAL – NORTH AMERICA มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/razer-invitational-season-2021-north-america/

Razer เปิดตัว Rapunzel Chroma Hair Dye น้ำยาย้อมผม RGB เปลี่ยนสีได้ 16.8 ล้านสีผ่านแอป

Razer เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่สาย RGB ในไลน์ Chroma น้ำยาย้อมผม Rapunzel Chroma Hair Dye น้ำยาย้อมผมนาโนเทค ที่มีส่วนผสมกว่า 1337 ชนิด ช่วยให้ผมสว่างสไวสะท้อนแสงทุกสายตา เพิ่มยอดวิวสตรีมให้รุ่ง หรือจะพุ่งสู่ดาว TikTok ก็ย่อมได้

แค่ย้อมผม และเชื่อมต่อน้ำยาย้อมบนผมเข้ากับแอป ก็สามารถเปลี่ยนสีผมได้กว่า 16.8 ล้านสี เหมือนอุปกรณ์ RGB อื่นๆ ของ Razer นอกจากนี้ยังสามารถซิงก์กับอุปกรณ์อื่นในตระกูล Chroma เพื่อให้สีผมเปลี่ยนไปพร้อมกับคีย์บอร์ด เม้าส์ หรือเคสพีซี ในขณะที่คุณกำลังสตรีมเกมก็ยังได้

No Description

ที่มา – Razer

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/121990

10 เมาส์เกมมิ่งรุ่นเด็ดสาย FPS, MOBA กดไลค์ เริ่ม 1,490 บาท

หลังจากแนะนำคีย์บอร์ดเกมมิ่งไปในบทความที่แล้ว เกมเมอร์อย่างเราก็ต้องมีเมาส์เกมมิ่งดี ๆ ที่ออกแบบมาให้เข้ากับเกมที่เล่นเป็นประจำ ก็จะช่วยให้เราเล่นเกมได้สนุกและดียิ่งขึ้นอีกด้วย ซึ่งในปัจจุบันนี้เราจะเห็นบริษัทผลิตเมาส์ประเภทนี้ออกมาอย่างต่อเนื่องและแต่ละรุ่นจากแต่ละค่ายก็จะดีไซน์มาให้เข้ากับเกมแต่ละแนว ไม่ว่าจะเป็นเมาส์ที่ดีไซน์เรียบง่ายมีปีกข้างสำหรับรองนิ้วโป้งมือของเรา, ดีไซน์พื้นฐานแต่ตัวบอดี้ดูสวยแปลกตาหรือแม้แต่เมาส์ที่มีปุ่มมาโครฝังเอาไว้เพื่อให้เล่นเกมแนว MOBA ได้สะดวกและออกสกิลได้เร็วยิ่งขึ้นก็มีให้เลือกซื้อเช่นกัน

ดังนั้นถ้าใครกำลังคิดว่าจะหาซื้อเมาส์เกมมิ่งตัวใหม่มาเล่นเกมสักตัวแล้วกำลังสงสัยอยู่ว่าจะเลือกซื้อรุ่นไหนมาใช้เล่นเกมจะเหมาะกับเราที่สุดนั้น บทความนี้มีวิธีการเลือกให้เข้ากับสไตล์ของเรามาฝากกัน จะได้เลือกซื้อแล้วตอบโจทย์ที่สุดโดยไม่ต้องคิดมากมานั่งเสียดายเงินภายหลังอีกด้วย

เมาส์เกมมิ่ง

ก่อนจะซื้อ ดูก่อนว่าเล่นเกมแนวไหนเป็นหลัก?

เพราะเป็นเมาส์เล่นเกม ดังนั้นคำถามแรกที่ต้องตอบก่อน คือ “เราเล่นเกมแนวไหนเป็นหลัก” ซึ่งหลาย ๆ คนน่าจะรู้อยู่แก่ใจกันแล้วว่าหลังจากกลับมาถึงบ้านเปิดคอมพิวเตอร์ที่บ้านแล้วเราคลิกเปิดเกมอะไรขึ้นมาเล่นเป็นเกมแรกและเกมอื่น ๆ ที่เราสลับไปเล่นนั้นเป็นเกมอะไรบ้างก็จะพอเห็นภาพเมาส์ใหม่ของเราได้คร่าว ๆ แล้ว

อย่างไรก็ตามก่อนจะมาเลือกเมาส์เกมมิ่งนั้น ผู้เขียนขอแนะนำให้ย้อนกลับไปอ่านบทความก่อนหน้านี้ 2 บทความด้วยกัน คือ บทความเมาส์ไร้สายหลักร้อยเพื่อให้รู้สไตล์การจับเมาส์ว่าปกติเราจับเมาส์แบบไหน และบทความเมาส์เกมมิ่งไร้สายเพื่อความเข้าใจสเปคในหน้ากระดาษของเมาส์รุ่นนั้น ๆ ว่าเป็นอย่างไร จะได้เข้าใจรายละเอียดส่วนต่าง ๆ ของเมาส์มากขึ้น นั่นเพราะเมาส์เกมมิ่งนั้นไม่ใช่แค่เรื่อง DPI สูงก็จบ

ส่วนประเภทของเมาส์เกมมิ่งนั้นถ้าแบ่งแล้วจะมี 4 แบบ หลัก ๆ ได้แก่

fps mouse gaming

1. เมาส์สาย FPS – สำหรับเกมเมอร์เกม FPS เน้นเรื่องเดินหน้ายิงเป็นหลักมักเป็นกลุ่มใช้เมาส์ติดปุ่มเสริมไม่เยอะมากนักซึ่งหน้าตาก็จะไม่หวือหวาคล้าย ๆ กับเมาส์ทั่วไป เพราะหลัก ๆ จะใช้งานเพียงไม่กี่ปุ่มเท่านั้น ได้แก่คลิกซ้าย, ขวา เป็นหลักเท่านั้น แต่บางคนอาจจะหาเมาส์ที่มีปุ่มมาโครติดอยู่บนเมาส์สัก 1-2 ปุ่ม เพื่อกดคำสั่งเปลี่ยนการเล็งจากการเล็งแบบข้ามหัวไหล่เป็นศูนย์เล็งเหล็กในเกม FPS แบบมุมมองบุคคลที่ 3 เป็นต้น

Screenshot 2021 03 27 151648

แต่เราจะรู้ได้ทันทีว่าเมาส์นี้เน้นเกมเมอร์สาย FPS ถ้าเรามองที่ขอบข้างของเมาส์จะมีปุ่มพิเศษรูปเป้าเล็งปืนที่มักเรียกกันว่า “Sniper Button” ที่ผู้ผลิตติดตั้งมาให้เพื่อลดค่า DPI แบบฉับพลัน โดยใช้วิธีกดค้างไว้แล้วค่า DPI จะต่ำลงทันที ทำให้กระสุนนัดสำคัญเข้าเป้าได้ชัวร์ยิ่งขึ้น แต่ปุ่มนี้อาจจะไม่มีก็ไม่เป็นไรแต่มือก็ต้องนิ่งจริงเช่นกัน

ส่วนวิธีการจับถือว่าเหมาะกับทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็น Fingertip, Claw หรือแม้แต่ Palm ก็ได้

moba mouse buttons

2. เมาส์สาย MOBA, MMO – เพราะเกมสาย MMO, MOBA ทั้งหลายมีสกิลต้องกดมากมายแล้วจะมาไล่กดบนคีย์บอร์ดก็อาจจะไม่สะดวกเท่าไหร่ ดังนั้นเมาส์สาย MOBA กลุ่มนี้เช่น Razer Naga Series หรือ Corsair Scimitar จะมีปุ่มติดตั้งเอาไว้บนตัวเมาส์แล้วตั้งค่ากำหนดเป็นปุ่มหรือคำสั่งต่าง ๆ ได้เลยเพื่อประหยัดเวลาไม่ต้องเอื้อมมือไปกดสกิลให้เสียเวลามาก ถ้าใครชื่นชอบการเล่นเกมกลุ่มนี้ขอแนะนำให้เลือกเมาส์ประเภทนี้ไว้ใช้งานได้เลย และเมาส์เกมมิ่งสาย MOBA ตัวนี้ยังมีเวอร์ชั่นสำหรับคนถนัดมือซ้ายเช่น Razer Naga Left-Handed Edition ให้เลือกซื้ออีกด้วย

ส่วนวิธีการจับนั้นจับได้ทั้ง Palm, Fingertip และ Claw เพราะตัวเมาส์มีขนาดใหญ่ แต่แนะนำคือเป็น Palm หรือ Claw เพื่อให้อุ้งมือเอาไว้คุมทิศทางการลากเมาส์แล้วเอานิ้วเอื้อมไปกดปุ่มมาโครได้ด้วย

razer atheris

3. เมาส์สายพกพาเกมมิ่ง – เกมเมอร์ที่อยากได้เมาส์แบบพกพาง่ายเอาใส่กระเป๋าไปเล่นเกมตอนไปทำธุระที่ต่างจังหวัดไม่ได้อยู่หน้าคอมพิวเตอร์ หรือมีเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คแล้วหาเมาส์ตัวเล็กไม่เปลืองพื้นที่เท่าไหร่ก็อาจจะหาเมาส์ไร้สายหรือเมาส์เกมมิ่งตัวเล็กเช่น Razer Atheris มาใช้งาน โดยดีไซน์แล้ว เมาส์ประเภทนี้จะเป็นดีไซน์เรียบง่ายและมีปุ่มหลัก ๆ มาครบ แต่ปุ่มเสริมพิเศษอย่างชุดปุ่มมาโครหรือปุ่ม Sniper Button จะไม่มีติดตั้งมาบนตัวเมาส์เพราะพื้นที่ติดตั้งชิ้นส่วนภายในมีจำกัดนั่นเอง ส่วนวิธีการจับจะเหมาะกับ Fingertip เป็นหลัก แต่จะเป็น Claw ก็ได้หากมือไม่ใหญ่มากนัก

ambodextrous gaming mouse

4. เมาส์สายจับได้สองมือ (Ambidextrous) – เป็นเมาส์ดีไซน์สมมาตรจับถนัดทั้งสองมือ ซึ่งเมาส์ดีไซน์นี้เข้ากับเกมเมอร์ถนัดซ้ายหรือขวาก็ได้และมีปุ่มหลัก ๆ ติดตั้งมาครบ เหมือนเมาส์ทำงานทั่วไปที่ติดตั้งเซนเซอร์ประสิทธิภาพสูงขึ้นมาให้ในเมาส์เพื่อให้เล่นเกมได้สนุกยิ่งขึ้นนั่นเอง แต่เพราะปุ่มบนเมาส์จะมีเท่ากับเมาส์กลุ่ม FPS ดังนั้นเวลาเล่นเกมแนว MOBA ก็จำเป็นต้องใช้มือกดสกิลบนแผงคีย์บอร์ดเหมือนเดิมนั่นเอง ส่วนวิธีสังเกตคือเวลาจับเมาส์ขึ้นมาแล้วหันดูจากด้านข้างทั้งซ้ายและขวาจะดีไซน์สมมาตรกัน

เมาส์เกมมิ่งรุ่นเด็ดน่าซื้อมาประจำเกมมิ่งพีซี

  1. Razer Naga X (2,590 บาท)
  2. Razer Naga Left-Handed Edition (99.99 ดอลลาร์ ราว 3,115 บาท)
  3. SteelSeries Rival 710 (3,190 บาท)
  4. Cooler Master MM711 Retro (1,490 บาท)
  5. Logitech G502 LIGHTSPEED (5,999 บาท)
  6. Logitech G502 HERO (2,999 บาท)
  7. Corsair Scimitar RGB Elite (2,990 บาท)
  8. Corsair M65 RGB Elite (1,990 บาท)
  9. HyperX Pulsefire Raid (1,490 บาท)
  10. HyperX Pulsefire FPS Pro (1,490 บาท)
1. Razer Naga X (2,590 บาท)

naga x resized

Razer Naga X เป็นเมาส์เกมมิ่งสำหรับสาย MOBA, MMORPG รุ่นใหม่ในตระกูลนี้ที่ขายกันมาอย่างยาวนาน ซึ่งถ้าใครเล่นเกมแนวนี้เป็นหลักก็แนะนำให้เลือกตัวนี้ไปใช้เพราะว่าตัวเมาส์จะมีปุ่มมาโครที่ข้างตัวเมาส์อยู่ 12 ปุ่ม รวมปุ่มหลักทั้งหมดแล้วจะเป็น 18 ปุ่ม และปรับแต่งได้ที่โปรแกรม Razer Synapse 3 ที่โหลดมาติดตั้งได้ฟรี รองรับ Razer Hypershift ที่เปลี่ยนโปรไฟล์การใช้งานของเมาส์แล้วสลับส่งคำสั่งเข้าเครื่องได้ทันที

naga 2 resized

ซึ่งปุ่มที่ 10-12 จะเป็นคำสั่งแยกพิเศษสำหรับเกม MMORPG อย่าง World of Warcraft และ Final Fantasy XIV ด้วย ดีไซน์ของตัวเมาส์จะเป็นแบบ Ergonomic เอื้อผู้ใช้มือขวาและสวิตช์ตรงปุ่มคลิกซ้ายขวาเป็นปุ่ม Optical Switch เฉพาะที่ทาง Razer พัฒนาขึ้นมาเอง โดยใช้แสงอินฟาเรดจับการทำงาน ตอบสนองได้เร็วมากเพียง 0.2 วินาทีเท่านั้น อายุการใช้งานอยู่ราว 70 ล้านครั้งด้วยกัน

สเปคของเมาส์จะมึค่า DPI สูงสุด 18,000 DPI ความเร็ว 450 IPS (Inch Per Second) ซึ่งตอบสนองได้เร็วมาก น้ำหนัก 85 กรัม ซึ่งถือว่าไม่หนักไม่เบาเกินไป ใช้เซนเซอร์ Razer 5G Advanced Optical sensor ตอบสนองได้แม่นยำและรวดเร็วเพื่อให้เกมเมอร์ใช้งานได้สนุกยิ่งขึ้น ส่วนอัตราเร่งตอนเราขยับเมาส์อยู่ที่ 40G

สเปคของ Razer Naga X

  • ค่า DPI สูงสุดที่ 18,000 DPI
  • ความเร็ว 450 IPS อัตราเร่ง 40G
  • เซนเซอร์ Razer 5G Advanced Optical sensor
  • มีปุ่มมาโครเฉพาะ 12 ปุ่ม
  • ตั้งค่าเมาส์ได้ด้วยโปรแกรม Razer Synapse 3
  • น้ำหนักเมาส์ 85 กรัม
  • สไตล์เกมที่เหมาะ : MOBA, MMO
  • ราคา 2,590 บาท (JIB)
2. Razer Naga Left-Handed Edition (99.99 ดอลลาร์ ราว 3,115 บาท)

naga left hand resized

สำหรับ Razer Naga Left-Handed Edition นั้นเรียกว่าสเปคทั้งหมดนั้นเหมือน Razer Naga X ทุกอย่าง แต่จุดแตกต่างคือดีไซน์ตัวเมาส์ออกแบบมาเป็น Ergonomic Left-Handed เพื่อเกมเมอร์สายมือซ้ายโดยเฉพาะเพื่อเฉลิมฉลองวันคนมือซ้ายที่เป็นวันสากลของโลก เพราะปุ่มมาโครจะเปลี่ยนจากฝั่งซ้ายมือไปขวามือแทน ทำให้เกมเมอร์มือซ้ายเล่นเกมได้สะดวกยิ่งกว่าเดิม แต่สิ่งน่าเสียดายคือเมาส์เวอร์ชั่นนี้ไม่มีขายในประเทศไทย แต่อาจจะหาซื้อผ่านร้านค้านำเข้าสินค้าจากต่างประเทศแทน

สเปคของ Razer Naga Left-Handed Edition

  • ค่า DPI สูงสุดที่ 18,000 DPI
  • ความเร็ว 450 IPS อัตราเร่ง 40G
  • เซนเซอร์ Razer 5G Advanced Optical sensor
  • มีปุ่มมาโครเฉพาะ 12 ปุ่ม และดีไซน์มาเพื่อคนจับเมาส์มือซ้ายโดยเฉพาะ
  • ตั้งค่าเมาส์ได้ด้วยโปรแกรม Razer Synapse 3
  • น้ำหนักเมาส์ 85 กรัม
  • สไตล์เกมที่เหมาะ : MOBA, MMO
  • ราคา 99.99 ดอลลาร์ หรือราว 3,115 บาท
3. SteelSeries Rival 710 (3,190 บาท)

rival 710 small

SteelSeries Rival 710 จัดเป็นเมาส์ดีไซน์ Ergonomic สำหรับเกมเมอร์มือขวา เหมาะกับเกมแนว FPS เป็นหลัก แต่ฟีเจอร์เด่นนั้นเป็นเรื่องลูกเล่นของเมาส์ที่ขอบหน้าซ้ายมือของเมาส์เป็นจอ OLED ที่โหลดแพทเทิร์นเอาไปแสดงผลไว้ที่ตัวเมาส์ได้และแสดงค่าแจ้งเตือนในเกมต่าง ๆ ขึ้นมาตรงหน้าจอโดยทำงานร่วมกับเกมต่าง ๆ ด้วย รวมทั้งตัวเมาส์จะมีระบบสั่นตามสถานการณ์คล้ายกับจอย DualShock ของ PlayStation ให้เกมเมอร์รู้สึกอินไปกับสถานการณ์ในเกม นอกจากนี้ตัวเมาส์ยังสามารถถอดเปลี่ยนสายเมาส์ให้เป็นแบบสั้นหรือยาวก็ได้โดยมีสายเมาส์แถมมาให้ในกล่อง

สเปคเมาส์จะมีค่า DPI อยู่ที่ 100-12,000 DPI ความเร็ว 350+ IPS ถ้าใช้บนแผ่นรองเมาส์ SteelSeries QcK อัตราเร่ง 50G ส่วน Polling Rate 1000 Hz ใช้เซนเซอร์ SteelSeries TrueMove 3 ซึ่งตอบสนองได้เร็วและแม่นยำแบบอัตราส่วนขยับ 1:1 สวิตช์คลิกเมาส์เป็น SteelSeries Switch กดได้ 60 ล้านครั้ง ส่วนบอดี้ของเมาส์เป็นพลาสติก Soft Touch สีดำ มีปุ่ม 7 ปุ่มด้วยกัน จึงเหมาะกับเกมหลาย ๆ แต่ออกเป็นเกมแนว FPS เป็นหลัก ปรับแต่งตัวเมาส์ด้วยโปรแกรม SteelSeries Engine 3 ซึ่งดาวน์โหลดมาใช้งานได้ฟรีอีกด้วย

สเปคของ SteelSeries Rival 710

  • ค่า DPI ตั้งแต่ 100-12,000 DPI
  • ความเร็ว 350+ IPS อัตราเร่ง 50G
  • เซนเซอร์ SteelSeries TrueMove 3
  • มีหน้าจอ OLED แสดงค่าต่าง ๆ ในเกม, เมาส์สามารถสั่นได้ตามสถานการณ์ในเกม, ตัวเมาส์สามารถถอดเปลี่ยนสายได้ทั้งแบบสั้นและยาว
  • ตั้งค่าเมาส์ได้ด้วยโปรแกรม SteelSeries Engine 3
  • น้ำหนัก 135 กรัม
  • สไตล์เกมที่เหมาะ : FPS
  • ราคา 3,190 บาท (BaNANA)
4. Cooler Master MM711 Retro (1,490 บาท)

cm mm711

Cooler Master MM711 Retro จัดว่าเป็นเมาส์ที่ดูเรียบ ๆ เน้นผู้ใช้มือขวาก็ตามแต่ดีไซน์แปลกตาเพราะตัวเมาส์มีการเจาะโครงพลาสติกเอาไว้ด้วย เลยลดน้ำหนักลงไปเหลือ 60 กรัมเท่านั้น ทำให้ตัวเมาส์เบาเป็นพิเศษ ลากเมาส์ได้เร็วและไม่เมื่อยแม้จะเอาไปเล่นเกม FPS ต่อเนื่องนาน ๆ ก็ไม่ล้าง่าย ๆ และถึงจะเจาะตัวโครงเอาไว้แต่ก็กันน้ำได้ระดับหนึ่งทีเดียว

สเปคเมาส์จะปรับค่า DPI ได้ 7 ระดับตั้งแต่ 400-16,000 DPI ทีเดียว ความเร็ว 400 IPS และอัตราเร่ง 50G ซึ่งถือว่าเร็วและเหมาะกับเกมสาย FPS มาก ส่วนค่า Polling Rate 1000 Hz สวิตช์ปุ่มคลิกซ้ายขวาเป็น OMRON สามารถกดได้ 20 ล้านครั้ง ส่วนเซนเซอร์ใช้ PixArt PMW3389 คุณภาพสูงซึ่งเมาส์เกมมิ่งหลายรุ่นเลือกมาใช้กัน ส่วนโปรแกรมสำหรับปรับแต่งการทำงานของเมาส์ใช้ Cooler Master MasterPlus+ ปรับแต่งการทำงานได้เลย

สเปคของ Cooler Master MM711 Retro

  • ค่า DPI ตั้งแต่ 400-16,000 DPI
  • ความเร็ว 400 IPS อัตราเร่ง 50G
  • เซนเซอร์ PixArt PMW3389
  • เมาส์น้ำหนักเบาเป็นพิเศษ
  • ตั้งค่าเมาส์ได้ด้วยโปรแกรม Cooler Master MasterPlus+
  • น้ำหนัก 60 กรัม
  • สไตล์เกมที่เหมาะ : FPS
  • ราคา 1,490 บาท (Advice)
5. Logitech G502 LIGHTSPEED (5,999 บาท)

g502

Logitech G502 LIGHTSPEED นั้นเป็นเมาส์เกมมิ่งแบบไฮบริดรุ่นที่ไม่ควรพลาด เพราะว่าตัวเมาส์สลับโหมดไปมาระหว่างเล่นแบบมีหรือไร้สายด้วย USB Wireless “LIGHTSPEED” ก็ได้ แถมถ้าใช้โปรแกรม Logitech G-Hub แล้วยังปรับแต่งปุ่มมาโครบนตัวเมาส์ได้ถึง 11 ปุ่มทีเดียว เรียกว่าราคาอาจจะสูงเกินหน้าชาวบ้านไปบ้างแต่ก็มีโปรโมชั่นลดราคามาให้ลูกค้าเป็นระยะ ๆ เช่นกัน ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเป็นเมาส์ที่คุ้มจะลงทุนมากเพราะไปได้ทุกสายทั้ง FPS, MMO, MOBA และตรงขอบข้างซ้ายมือมีปุ่ม Sniper Button ติดตั้งเอาไว้ปรับค่า DPI ลงมาได้ด้วย

สเปคเมาส์จะมีค่า DPI ตั้งแต่ 100-25,600 DPI ซึ่งสูงเป็นสองเท่าของเมาส์เกมมิ่งตัวอื่น ๆ เพราะเซนเซอร์ HERO 25K ของ Logitech ความเร็ว 400 IPS อัตราเร่ง 40G ค่า Polling rate อยู่ที่ 1,000 Hz ทั้งแบบมีสายหรือไร้สาย ในเมาส์ติดตั้งแบตเตอรี่ LI-PO เอาไว้ เวลาเล่นเกมไร้สายถ้าเปิดแสง LIGHTSYNC RGB ทั้ง 2 โซน จะเล่นต่อเนื่องได้ 48 ชม. ปิดแสงไฟจะขยับไป 60 ชม. และชาร์จไว 5 นาทีด้วยสายเมาส์จะกลับมาเล่นได้ 2.5 ชั่วโมง ตัวเมาส์หนัก 114 กรัม ซึ่งถ้าเบาเกินไปสามารถใส่ตะกั่วถ่วงน้ำหนักเพิ่มได้ด้วยโดยแถมมาในกล่องรวม 16 กรัม

สเปคของ Logitech G502 LIGHTSPEED

  • ค่า DPI ตั้งแต่ 100-25,600 DPI
  • ความเร็ว 400 IPS อัตราเร่ง 40G
  • เซนเซอร์ HERO 25K
  • เมาส์เล่นแบบมีสายหรือไร้สายก็ได้, ตั้งค่ามาโครบนตัวเมาส์ได้มากสุด 11 ปุ่ม, มีปุ่ม Sniper Button เพื่อเกมแนว FPS โดยเฉพาะ, ใส่ตะกั่วถ่วงน้ำหนักเมาส์ได้ถ้าเบาไป
  • ตั้งค่าเมาส์ได้ด้วยโปรแกรม Logitech G-Hub
  • น้ำหนัก 114 กรัม ใส่ตะกั่วถ่วงได้อีก 16 กรัม
  • สไตล์เกมที่เหมาะ : FPS, MOBA, MMO
  • ราคา 5,999 บาท (ร้านค้าออนไลน์ของ Logitech)
6. Logitech G502 HERO (2,999 บาท)

เมาส์เกมมิ่ง

ถ้า G502 LIGHTSPEED ราคาแพงเกินไปและจะเอาเมาส์ตัวนี้ติดไว้กับเกมมิ่งพีซีที่โต๊ะในบ้านเท่านั้นก็พอ ก็อาจจะลดมาซื้อแค่ตัว G502 HERO ตัวนี้แทนก็ได้เช่นกัน โดยตัวเมาส์เรียกว่าสเปคเหมือนกันแทบทั้งหมด จะแตกต่างกันที่เมาส์นี้จะเล่นแบบไร้สายไม่ได้เพราะไม่รองรับ USB Wireless “LIGHTSPEED” และน้ำหนักจะมากขึ้นจาก 114 กรัมเป็น 121 กรัมและเพิ่มตัวถ่วงน้ำหนักได้มากสัด 18 กรัม ซึ่งมากกว่าตัวที่แล้ว 2 กรัมด้วยกัน กรณีเมาส์เบาเกินไปแล้วคุมไม่เข้ามือนั่นเอง และตอนนี้ถ้าใครเป็นแฟนเกม League of Legends ก็สามารถซื้อตัว G502 HERO ดีไซน์เกม LoL นี้ไปเล่นได้เลยเช่นกัน

สเปคของ Logitech G502 HERO

  • ค่า DPI ตั้งแต่ 100-25,600 DPI
  • ความเร็ว 400 IPS อัตราเร่ง 40G
  • เซนเซอร์ HERO 25K
  • ตั้งค่ามาโครบนตัวเมาส์ได้มากสุด 11 ปุ่ม, มีปุ่ม Sniper Button เพื่อเกมแนว FPS โดยเฉพาะ, ใส่ตะกั่วถ่วงน้ำหนักเมาส์ได้ถ้าเบาไป
  • ตั้งค่าเมาส์ได้ด้วยโปรแกรม Logitech G-Hub
  • น้ำหนัก 121 กรัม ใส่ตะกั่วถ่วงได้อีก 18 กรัม
  • สไตล์เกมที่เหมาะ : FPS, MOBA, MMO
  • ราคา 2,999 บาท (ร้านค้าออนไลน์ของ Logitech)
7. Corsair Scimitar RGB Elite (2,990 บาท)

scimitar

Corsair Scimitar RGB Elite เป็นเมาส์คู่แข่งของ Razer Naga X โดยตรงเพราะเป็นเมาส์สำหรับเกมแนว MOBA, MMO ที่ตั้งค่ามาโครได้ 17 ปุ่มทีเดียว นอกจากนี้จุดเด่นคือแผงปุ่มมาโคร 12 ปุ่มด้านซ้ายของตัวเมาส์สามารถขยับให้เข้ากับมือของเราได้ ให้แม่โป้งเอื้อมถึงและกดปุ่มที่ตั้งไว้ได้เร็วยิ่งขึ้น ส่วนดีไซน์จะออกใหญ่และอ้วนอยู่บ้างจึงเหมาะกับการจับแบบ Palm เป็นหลัก

สเปคของเมาส์เป็นเมาส์มือขวาโดยเฉพาะ ตั้งค่า DPI ได้สูงสุด 18,000 DPI มีค่า Polling rate สูงสุด 1000 Hz ด้วยกัน ตั้งค่าการทำงานของปุ่มมาโครและค่า DPI ของเมาส์ได้โดยโปรแกรม Corsair iCUE เซนเซอร์ของเมาส์เป็น PixArt PMW3391 ส่วนปุ่มคลิกเมาส์ซ้ายขวาเป็นสวิตช์ Omron รองรับการกดได้ 50 ล้านครั้ง น้ำหนักเมาส์ที่ 122 กรัม

สเปคของ Corsair Scimitar RGB Elite

  • ค่า DPI สูงสุด 18,000 DPI
  • เซนเซอร์ PixArt PMW3391
  • ตั้งค่ามาโครบนตัวเมาส์ได้มากสุด 17 ปุ่ม และแผงปุ่มมาโครข้างเมาส์เลื่อนได้
  • ตั้งค่าเมาส์ได้ด้วยโปรแกรม Corsair iCUE
  • น้ำหนัก 122 กรัม 
  • สไตล์เกมที่เหมาะ : MOBA, MMO
  • ราคา 2,990 บาท (GUMP)
8. Corsair M65 RGB Elite (1,990 บาท)

m65

Corsair M65 RGB Elite นั้นเป็นรุ่นที่เน้นเกมเมอร์สาย FPS โดยตรงเพราะมีปุ่ม Sniper Button ติดตั้งมาบนตัวเมาส์เลย แต่ก็ตั้งมาโครให้เมาส์ได้ 8 ปุ่มทีเดียว ซึ่งถ้าเกมเมอร์สาย FPS ที่ชอบสลับปืนไปมาก็สามารถตั้งค่ากับเมาส์นี้ได้ระดับหนึ่งทีเดียว หรือจะเอาไปประยุกต์กับการกดมาโครในเกม MMO, MOBA ก็พอได้เช่นกันด้วยโปรแกรม Corsair iCUE ที่โหลดมาติดตั้งใช้งานได้ฟรี นอกจากนี้ถ้าเราไขตัวเมาส์ด้านล่างออกก็สามารถถอดตุ้มถ่วงน้ำหนักที่ติดอยู่ใต้ฐานเมาส์เพิ่มลดน้ำหนักเมาส์ได้ด้วย

สเปคของเมาส์มีค่า DPI สูงสุด 18,000 DPI มีน้ำหนักเบาสุด 97 กรัมเมื่อถอดตุ้มถ่วงน้ำหนักทิ้งหมด ค่า Polling rate 1,000 Hz ใช้เซนเซอร์ PixArt PMW3391 และสวิตช์ Omron ซึ่งสามารถกดได้ 50 ล้านครั้ง

สเปคของ Corsair M65 RGB Elite

  • ค่า DPI สูงสุด 18,000 DPI
  • เซนเซอร์ PixArt PMW3391
  • ตั้งค่ามาโครบนตัวเมาส์ได้มากสุด 8 ปุ่ม และมีปุ่ม Sniper Button ด้วย
  • ตั้งค่าเมาส์ได้ด้วยโปรแกรม Corsair iCUE
  • น้ำหนักเบาสุด 97 กรัม 
  • สไตล์เกมที่เหมาะ : FPS
  • ราคา 1,990 บาท (JIB)
9. HyperX Pulsefire Raid (1,490 บาท)

pulsfire raid small

HyperX Pulsefire Raid เองก็เป็นเมาส์เกมมิ่งอีกรุ่นที่น่าสนใจเพราะความแข็งแรงและสเปคที่ดีไม่แพ้เกมมิ่งเมาส์ตัวอื่นเช่นกัน เพราะว่าตัวเมาส์สามารถตั้งค่ามาโครได้ 11 ปุ่ม ด้วยโปรแกรม HyperX NGENUITY กลายเป็นเมาส์ที่เล่นเกมได้ทุกแนวไม่ว่าจะ FPS, MMO, MOBA เลยทีเดียว ดังนั้นถ้าใครเล่นเกมหลากหลายแนวก็น่าเลือกซื้อแบรนด์นี้ไปใช้งานเช่นกัน โดยออกแบบมาเป็นเมาส์ Ergonomic เพื่อคนจับมือขวาโดยเฉพาะ

สเปคของเมาส์สามารถตั้งค่า DPI ได้สูงสุด 16,000 DPI มีความเร็ว 450 IPS อัตราเร่งสูงสุด 50G และ Polling rate 1,000 Hz ซึ่งถือว่าเร็วกำลังดีรุ่นหนึ่งทีเดียว เซนเซอร์เป็น PixArt 3389 คุณภาพสูง ส่วนสวิตช์ที่ปุ่มคลิกเมาส์ซ้ายขวาจะเป็นของ Omron กดได้ 20 ล้านครั้งและออกแบบให้เกมเมอร์สามารถคลิกตรงโคนปุ่มก็ทำงาน ไม่ต้องเอื้อมนิ้วไปกดถึงปลายปุ่มก็ได้ ส่วนน้ำหนักเมาส์เพียง 95 กรัมเท่านั้น

สเปคของ HyperX Pulsefire Raid

  • ค่า DPI สูงสุด 16,000 DPI
  • ความเร็ว 450 IPS อัตราเร่งสูงสุด 50G
  • เซนเซอร์ PixArt PMW3389
  • ตั้งค่ามาโครบนตัวเมาส์ได้มากสุด 11 ปุ่ม, กดคลิกโคนปุ่มได้
  • ตั้งค่าเมาส์ได้ด้วยโปรแกรม HyperX NGENUITY
  • น้ำหนักเบาสุด 95 กรัม 
  • สไตล์เกมที่เหมาะ : FPS, MMO, MOBA
  • ราคา 1,490 บาท (JIB)
10. HyperX Pulsefire FPS Pro (1,490 บาท)

pulsefire fps pro small

ซีรี่ส์ Pulsfire ก็มีรุ่นสำหรับเกมแนว FPS โดยเฉพาะเช่นกันในรุ่น HyperX PulseFire FPS Pro โดยตัวเมาส์นั้นจะแชร์สเปคร่วมกับตัว Pulsefire Raid ด้วย แต่ลดปุ่มมาโครลงไปเหลือเพียง 6 ปุ่มเท่าที่จำเป็นต้องใช้เท่านั้น ซึ่งเกมเมอร์ก็สามารถเอาไปปรับแต่งการทำงานของเมาส์ได้ด้วย HyperX NGENUITY ให้แสดงผลได้ดีไม่แพ้กัน ส่วนตัวเมาส์จะออกแบบให้เข้ากับมือขวาโดยเฉพาะ จึงจับได้สบายมือทีเดียว

สเปคของ HyperX Pulsefire FPS Pro

  • ค่า DPI สูงสุด 16,000 DPI
  • ความเร็ว 450 IPS อัตราเร่งสูงสุด 50G
  • เซนเซอร์ PixArt PMW3389
  • ตั้งค่ามาโครบนตัวเมาส์ได้มากสุด 6 ปุ่ม, กดคลิกโคนปุ่มได้
  • ตั้งค่าเมาส์ได้ด้วยโปรแกรม HyperX NGENUITY
  • น้ำหนักเบาสุด 95 กรัม 
  • สไตล์เกมที่เหมาะ : FPS
  • ราคา 1,490 บาท (JIB)

สรุป – เลือกเมาส์เกมมิ่งตัวไหนดี

จะเห็นว่าเมาส์เกมมิ่งแต่ละตัวก็จะมีจุดเด่น, ดีไซน์และฟีเจอร์เด่นแตกต่างกันไปตามเกมที่เราชอบเล่น ซึ่งถ้าดูตามตารางสเปคแล้วก็จะเห็นว่าแต่ละรุ่นจะมีจุดเด่นแตกต่างกันไป

รุ่น / สเปค DPI เซนเซอร์ ความ
เร็วและอัตราเร่ง
โปร
แกรม
ตั้งค่าเมาส์
แนวเกมที่เหมาะกับเมาส์ ฟีเจอร์เฉพาะ ราคา
Razer
Naga X
สูงสุด 18,000 DPI Razer 5G Advanced Optical sensor

450 IPS

อัตราเร่ง 40G

Razer Synapse 3 MOBA

MMO

มีปุ่มมาโครตั้งค่าได้
12 ปุ่ม
2,590 บาท
Razer
Naga Left-Handed Edition
สูงสุด
18,000
DPI
Razer 5G Advanced Optical sensor

450 IPS

อัตราเร่ง 40G

Razer Synapse 3 MOBA

MMO

มีปุ่มมาโครตั้งค่าได้
12 ปุ่ม

ดีไซน์มาเพื่อคนจับเมาส์มือซ้าย

ราว 3,115 บาท
Steel
Series Rival 710
100

12,000 DPI
Steel
Series TrueMove 3
350+ IPS

อัตราเร่ง 50G

SteelSeries Engine 3 FPS จอ OLED

เมาส์สั่นได้

ถอดเปลี่ยนสายสั้นยาวได้

3,190 บาท
Cooler Master MM711 Retro 400

16,000 DPI
PixArt PMW3389 400 IPS

อัตราเร่ง 50G

Cooler Master MasterPlus+ FPS เมาส์เบาเป็นพิเศษ 1,490 บาท
Logitech G502 LIGHTSPEED 100

25,600 DPI
HERO 25K 400 IPS

อัตราเร่ง 40G

Logitech
G-Hub
FPS

MOBA

MMO

เล่นแบบมีหรือไร้สาย

ตั้งมาโครได้ 11 ปุ่ม

Sniper Button

ใส่ตะกั่วถ่วงน้ำหนักได้

5,999 บาท
Logitech G502 HERO 100

25,600 DPI
HERO 25K 400 IPS

อัตราเร่ง 40G

Logitech
G-Hub
FPS

MOBA

MMO

ตั้งมาโครได้ 11 ปุ่ม

Sniper Button

ใส่ตะกั่วถ่วงน้ำหนักได้

2,999 บาท
Corsair Scimitar RGB Elite สูงสุด 18,000 DPI PixArt PMW3391 Corsair iCUE MOBA

MMO

ตั้งมาโครได้ 11 ปุ่ม

แผงมาโครข้างเมาส์เลื่อนได้

2,990 บาท
Corsair M65 RGB Elite สูงสุด 18,000 DPI PixArt PMW3391 Corsair iCUE FPS ตั้งมาโครได้ 8 ปุ่ม

Sniper Button

1,990 บาท
HyperX Pulsefire Raid สูงสุด 16,000 DPI PixArt PMW3389 450 IPS

อัตราเร่งสูงสุด 50G

HyperX NGENUITY FPS

MOBA

MMO

ตั้งมาโครได้ 11 ปุ่ม

กดคลิกโคนปุ่มได้

1,490 บาท
HyperX Pulsefire Raid สูงสุด 16,000 DPI PixArt PMW3389 450 IPS

อัตราเร่งสูงสุด 50G

HyperX NGENUITY FPS ตั้งมาโครได้ 6 ปุ่ม

กดคลิกโคนปุ่มได้

1,490 บาท

อย่างไรก็ตามเมาส์เกมมิ่งแต่ละตัวก็มีจุดเด่นแตกต่างกันไป ซึ่งจะเอาสเปคหน้ากระดาษมาเทียบกันก็อาจจะแค่พอเทียบได้ระดับหนึ่ง แต่ใจความที่แท้จริงคือประสิทธิภาพตอนเอาไปเล่นเกมนั่นเองว่าเมาส์ตัวไหนจะเข้ามือและราคาตอบโจทย์เราที่สุดนั่นเอง อย่างไรก็ตามเมาส์แต่ละตัวก็จะมีดีไซน์แตกต่างกันไป ผู้เขียนก็ขอแนะนำให้ลองไปจับตัวจริงตามงานอีเวนต์ขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ใหญ่ ๆ เช่น COMMART หรือร้านคอมพิวเตอร์เสียก่อนแล้วค่อยตัดสินใจซื้อจะดีที่สุด เพราะมือของเราและเมาส์แต่ละตัวก็ดีไซน์แตกต่างกันไป ดังนั้นถ้าจับเมาส์ตัวไหนแล้วเข้ามือเราที่สุดค่อยตัดสินใจซื้อก็ได้ จะได้ไม่ต้องเสียเงินและได้เมาส์ที่ถูกใจเราที่สุดนั่นเอง

from:https://notebookspec.com/web/585708-10-gaming-mouse-you-should-buy-to-play

สัมผัสประสบการณ์การเล่นเกมที่เบาเป็นพิเศษด้วย RAZER KRAKEN V3 X

Razer เปิดตัวหูฟังเกมมิ่ง Razer Kraken V3 X ซึ่งถือเป็นโมเดลที่ขายดีที่สุด ได้รับการออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่ยาวนานและความสะดวกสบายที่ดีขึ้น พร้อมไดรเวอร์เสียงที่ได้รับการอัพเกรดเพื่อการดื่มด่ำขั้นสูงสุดและ Razer Chroma RGB เพื่อประสบการณ์การเล่นเกมที่รอบด้าน

มาพร้อมกับไดรเวอร์ Razer TriForce 40 มม. ซึ่งมีการออกแบบไดรเวอร์เสียงที่ได้รับการจดสิทธิบัตรเป็นครั้งแรกในตระกูลชุดหูฟัง Razer BlackShark V2 eSports และระบบเสียงเซอร์ราวด์ 7.1 ทำให้ Razer Kraken V3X สามารถให้เสียงในระดับไฮเอนด์ที่สมจริง

ด้วย Razer HyperClear Cardioid Mic ชุดหูฟังช่วยให้มั่นใจได้ถึงการสื่อสารที่ชัดเจนในเกม โดยไม่มีสัญญาณรบกวน บรรจุในโครงสร้างน้ำหนักเบาเพียง 285 กรัมพร้อมผ้าไฮบริดและฟองน้ำรองหูฟังเมมโมรี่โฟมนักเล่นเกมจึงมั่นใจได้ถึงความสบายที่ยาวนานเมื่อดื่มด่ำกับการเล่นเกมแบบมาราธอน

Razer Kraken V3X เป็นชุดหูฟังราคาประหยัดที่สุดของแบรนด์ที่ขับเคลื่อนโดย Razer Chroma ™ RGB ซึ่งเป็นระบบเทคโนโลยีแสง RGB ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ Razer ที่มีสีมากกว่า 16.8 ล้านสีช่วยให้เกมเมอร์สามารถปรับแต่งแสงเอียร์คัพได้เพื่อการดื่มด่ำที่ดียิ่งขึ้น

Razer Kraken V3 X ให้ความเบาสบายเป็นพิเศษเพื่อประสบการณ์เสียงที่สมจริง กำหนดเปิดตัว: จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว  สถานที่จัดจำหน่าย: Razer.com และ ร้านค้าที่ได้รับอนุญาต ราคา: $69.99 USD

ข่าว: สัมผัสประสบการณ์การเล่นเกมที่เบาเป็นพิเศษด้วย RAZER KRAKEN V3 X มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/2021/03/27/razer-kraken-v3-x-launch-chroma-rgb.html?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=razer-kraken-v3-x-launch-chroma-rgb

หลุดโน๊ตบุ๊ค Razer ลึกลับ ชิป AMD ทำ Time Spy สูง 7,305 คะแนน!

Razer นอกจากเกมมิ่งเกียร์อย่างเมาส์, คีย์บอร์ดและหูฟังแล้ว ทางบริษัทก็มีเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คดีไซน์เรียบเท่แต่สเปคแรงในตระกูล Blade ขายเช่นกัน แต่ที่ผ่านมานั้นจะเป็นซีพียู Intel เสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ตอนนี้มีข้อมูลหลุดออกมาเช่นกันว่าโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่จากทางบริษัทจะใช้เป็นซีพียู AMD Ryzen 5900HX เหมือนบริษัทอื่นด้วย และสเปคโดยรวมของตัวเครื่องก็ยังจัดเต็มไม่แพ้รุ่นก่อน ๆ อีกด้วย

Razer

สเปคของโน๊ตบุ๊คลึกลับจาก Razer ใส่ AMD Ryzen ซีรี่ส์ 5000

razer 1

สเปคของโน๊ตบุ๊คลึกลับจาก Razer รหัส PI411 ที่หลุดขึ้นมาบนอินเตอร์เน็ตนั้นยังเป็นสเปคคร่าว ๆ ด้วยนักปล่อยข้อมูลเจ้าของทวิตเตอร์ @_rogame ว่าโน๊ตบุ๊คลึกลับรุ่นนี้จะเป็นตัวเครื่องขนาด 14″ แต่ไม่รู้คตวามละเอียดหน้าจอว่าเป็น 4K 60 Hz, 1080p 240 Hz กันแน่ ส่วนสเปคในเครื่องเท่าที่มีข้อมูลหลุดมาจะมีสเปคดังนี้

  • ซีพียู AMD Ryzen 9 5900HX แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ควมเร็ว 3.3-4.6 GHz ค่า TDP 45+W เป็นตัวประสิทธิภาพสูงสุดของ Ryzen Mobile สถาปัตยกรรม Cezanne มีการ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon RX Vega 8
  • การ์ดจอแยกเป็น NVIDIA GEFORCE RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 ประสิทธิภาพเทียบเท่า RTX 2070 ในรุ่นก่อน สามารถเอามาเล่นเกมที่ความละเอียด 1440p ได้ดี
  • ฮาร์ดดิสก์ M.2 SSD NVMe ความจุ 512GB รหัส CA5-8D512 ของ Lite-On
  • แรม 16GB

สำหรับคะแนน Time Spy นี้ได้คะแนนรวม 7,305 คะแนน แยกเป็น CPU score 8,364 คะแนน ส่วน Graphics score อยู่ที่ 7,112 คะแนนด้วยกัน แต่เพราะ AMD Ryzen 9 5900HX ตัวนี้มีประสิทธิภาพสูงเมื่อจับคู่กับ RTX 3060 แล้ว การ์ดจออาจจะมาถ่วงซีพียูแทนหรือไม่? หรือทางบริษัทจะมีตัวเลือกการ์ดจอเป็น RTX 3070 หรือ 3080 ออกมาให้เลือกก็ได้

จัดว่า PI411 เครื่องนี้มีประสิทธิภาพสูงมาก จะเอาไปทำงานกราฟฟิคสามมิติก็ทำได้สบาย ๆ เพราะพลังการประมวลผลถือว่าแรงทีเดียว ซึ่งถ้าเทียบกับโน๊ตบุ๊คที่ผู้เขียนเคยรีวิวมาก่อนหน้านี้จะทำคะแนน Time Spy ได้เฉลี่ยราว 5,000 คะแนนต้น ๆ เท่านั้น ดังนั้นถ้าใครชื่นชอบค่ายงูเขียวแล้วรอซีพียูแดงมาติดตั้งในเครื่องอยู่แล้วอาจจะรอโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้เปิดตัวอย่างเป็นทางการทีหลังก็จัดว่าดีเช่นกัน

ที่มา : Notebookcheck (1), Notebookcheck (2), Windows Central, Wccftech

from:https://notebookspec.com/web/585711-new-razer-laptop-pi411-time-spy-7305

6 คีย์บอร์ดเกมมิ่ง ฟีเจอร์เด็ดเพื่อเกมเมอร์ เริ่ม 3,990 บาท

คีย์บอร์ดเกมมิ่งนั้นถือเป็นเกมมิ่งเกียร์ที่เกมเมอร์ส่วนใหญ่สนใจและเลือกซื้อ เพราะนอกจากสวิตช์บนตัวคีย์บอร์ดจะแยกปุ่มกันแล้วให้สัมผัสตอนพิมพ์หรือกดปุ่มตอนเล่นเกมที่ดีและฉับไวแล้ว ยังมีเรื่องของฟังก์ชั่นเสริมต่าง ๆ เช่นปุ่มปรับเพิ่มลดเสียง, มาโคร และอื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย หลายคนหลังประกอบเกมมิ่งพีซีหรือซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คไปแล้วก็มักจะเดินหาซื้อเจ้าคีย์บอร์ดแบบนี้มาใช้ด้วย

ซึ่งก่อนหน้านี้เราได้แนะนำเกมมิ่งคีย์บอร์ดทางเลือกในงบประมาณไม่เกิน 1,000 บาทและประเภทของคีย์บอร์ดให้ผู้อ่านได้เลือกซื้อกันตามความชอบไปแล้ว แต่บางคนอาจคิดว่า Mechanical Keyboard กลุ่มนี้ถึงจะดีและคุ้มแต่ฟีเจอร์น้อยเกินไปก็เลยยังไม่โดนใจเท่าไหร่ ดังนั้นบทความนี้เราจะแนะนำคีย์บอร์ดเกมมิ่งน่าสนใจให้เอาไปเล่นเกมกัน

คีย์บอร์ดเกมมิ่ง

รู้จักเรื่องสวิตช์บนคีย์บอร์ดเกมมิ่งกันก่อน จะได้เลือกแล้วถูกใจ

huntsman

สำหรับคนที่ติดตามเรื่อง Mechanical Keyboard มาตลอด จะรู้กันว่าคีย์บอร์ดแบบนี้ต่างจากคีย์บอร์ดธรรมดาที่เราใช้งานทั่วไปเพราะว่าปุ่มบนคีย์บอร์ดทุกปุ่มคือสวิตช์หนึ่งตัวไม่ได้เป็นแผงปุ่มยางแบบคีย์บอร์ดธรรมดา ซึ่งข้อดีคือเวลาเรากดปุ่มแล้วจะตอบสนองได้เร็วและได้อารมณ์การใช้งานที่ดีกว่า เวลาเกิดปัญหาเสียแล้วต้องซ่อมก็ไม่ต้องเปลี่ยนคีย์บอร์ดทั้งแผงหรือต้องซื้ออันใหม่ เนื่องจากเราสามารถแกะซ่อมทีละปุ่มได้เลย และนอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์เด่น ๆ เฉพาะตัวอีกด้วย

cherry mx switch

ปัจจุบันนี้สวิตช์ของ CHERRY MX เองก็มีหลายสีแล้ว แต่หลัก ๆ ที่ได้รับความนิยมมีแค่สามสีเอง

หากจำกันได้ ก่อนหน้านี้ Mechanical Keyboard นั้นจะมีใช้สวิตช์จากผู้ผลิตเดียวกันคือของบริษัท CHERRY MX โดยจำแนกเป็นสีต่าง ๆ และแต่ละสีก็จะมีคาร์แรกเตอร์ของเสียงและการกดแตกต่างกันไปตามการผลิต ซึ่งสีหลัก ๆ ที่ถูกเอามาประกอบแล้วขายก็จะมีสีน้ำเงิน (CHERRY MX Blue) ที่กดแล้วได้เสียงคลิ๊กดังถูกใจเกมเมอร์, สีน้ำตาล (CHEERY MX Brown) ซึ่งสัมผัสการกดเหมือนกับสีน้ำเงินแต่ไม่มีเสียงคลิ๊กดังเหมือนสีน้ำเงิน และสีแดง (CHERRY MX Red) ซึ่งตอบสนองได้เร็วที่สุดในกลุ่มและใช้แรงกดน้อยมากเช่นกัน แต่บางครั้งเกมเมอร์บางคนอาจจะรู้สึกคล้ายกับกดคีย์บอร์ดยาง Rubber Dome อยู่บ้าง ซึ่งนั่นก็ขึ้นอยู่กับรสนิยมและความชอบของแต่ละคน

cherry mx ultra

และนอกจากนี้ CHERRY MX เองก็มีสวิตช์แบบใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ด้วยอย่าง CHEERY MX Ultra Low Profile ซึ่งตัวปุ่มจะสั้นกว่าปกติ ทำให้ระยะกดสั้นและเร็วยิ่งขึ้นอีกด้วย แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าบริษัทไหนบ้างที่จะนำสวิตช์ตัวนี้ไปติดตั้งในคีย์บอร์ดเกมมิ่งรุ่นใหม่ของทางบริษัท

romer g

และนอกจากสวิตช์ของ CHERRY MX ที่ว่ามาแล้ว บริษัทผลิตเกมมิ่งเกียร์หลาย ๆ แห่งก็วิจัยและผลิตสวิตช์ของตัวเองออกมาขายเองเช่นกัน ตัวอย่างเช่น Razer ที่ผลิต Razer Linear/Clicky Optical Switch ของตัวเองออกมา, Logitech ที่มี GX, GL และ ROMER-G ซีรี่ส์ของตัวเองซึ่งเคลมความแข็งแรงทนทานและตอบสนองได้เร็ว, Outemu ซึ่งคล้ายกับ CHERRY MX แต่เสียงและสัมผัสที่ได้จะต่างกันเล็กน้อย, Kailh Switch ซึ่งเป็นสวิตช์แบรนด์จีนซึ่งเคยได้รับความนิยมและเอามาติดตั้งในคีย์บอร์ดเกมมิ่งหลาย ๆ รุ่นในอดีต ฯลฯ เป็นต้น

ซึ่งถ้าให้ไล่แต่ละแบรนด์ว่ามีสวิตช์สีอะไรคุณสมบัติอย่างไรแบบไหนก็จะเยอะเกินความจำเป็นไป แต่ถ้าแยกตามสัมผัสการกดของสวิตช์ซึ่งเอาไปเป็นหลักนั้นจะแยกได้ง่ายมากเพราะจะมีเพียง 3 แบบหลัก ๆ เท่านั้นคือ

  1. Tactile Switch – สวิตช์ที่มีแรงผลักกลับค่อนข้างน้อยและเสียงค่อนข้างเบาแต่ตอบสนองได้เร็ว เหมาะกับเกมแนว FPS หรือเกมที่ต้องกดปุ่มค่อนข้างเร็ว ตัวอย่างเช่น Brown Switch ส่วนวิธีการแบ่งแยกสัมผัสตอนกดคือเมื่อกดแล้วจะคล้ายกับ Blue Switch ที่ต้องลงน้ำหนักตอนกดเล็กน้อยและระยะปุ่มค่อนข้างลึกหน่อย แต่ไม่มีเสียง “คลิก” เพราะว่าไม่มีกระเดื่องเหล็กในตัว ซึ่งสวิตช์แบบนี้เสียงจะไม่ดังมากนักจึงเอาไปใช้ในออฟฟิศหรือร้านกาแฟก็พอได้
  2. Clicky Switch – สวิตช์ที่ให้การตอบสนองแบบ Tactile แต่ใส่กระเดื่องเหล็กเอาไว้ให้มีเสียงดัง “คลิก”ให้สัมผัสเหมือนกับสวิตช์ของ Mechanical Keyboard แบบโบราณ โดยกลุ่ม Clicky Switch นั้นจะเป็น Blue Switch ที่หลายคนนิยมใช้งานนั่นเอง ซึ่งสัมผัสตอนกดจะแยกออกเป็นสองระยะ คือช่วงกดปุ่มลงไปแล้วปุ่มยังไม่ตอบสนองเพราะตัว Keycap กับสปริงเพิ่งแตะโดนตัวกระเดื่องเหล็ก แล้วค่อยตอบสนองเมื่อปุ่มและกระเดื่องโดนกดลงไปจนถึงจุดที่สวิตช์ทำงานแล้วได้ยินเสียง “คลิก” นั่นเอง ซึ่งสวิตช์สีนี้แนะนำให้ใช้งานในห้องส่วนตัวจะดีสุดเพราะเสียงจะดังรบกวนคนอื่นพอควร
  3. Linear Switch – สวิตช์ที่ใช้แรงกดน้อย ระยะกดสั้นและเสียงเบามากแต่ก็อาจจะทำเอาผู้ใช้บางคนรู้สึกเหมือนใช้คีย์บอร์ดยาง Rubber Dome อยู่ แต่เป็น Mechanical Keyboard ที่พิมพ์งานหรือเล่นเกมที่กดปุ่มเร็ว ๆ จะได้เปรียบพอตัวเพราะ Linear Switch จะตอบสนองเร็วที่สุด ดังนั้นถ้าเราเล่นเกมแนว MMORPG ที่ต้องกดสกิลต่อเนื่องกันไม่ให้เสียจังหวะก็น่าเลือก Mechanical Keyboard แบบนี้ไปใช้งาน โดยสวิตช์แบบ Linear นี้คือ Red Switch นั่นเอง

6 คีย์บอร์ดเกมมิ่งฟีเจอร์เทพเด็ดแนะนำสำหรับเกมเมอร์

logitech kb

ถ้าพูดถึง Mechanical Keyboard รุ่นแนะนำสำหรับเกมเมอร์ที่มีฟีเจอร์ให้ใช้มากมายไม่ว่าจะปุ่มมาโคร, Multimedia key และอื่น ๆ นั้น มักจะเป็นคีย์บอร์ดแบบ Full-Size เพราะว่าตัวคีย์บอร์ดมีขนาดใหญ่และมีพื้นที่ว่างเยอะสุด จึงพอจะใส่ส่วนเสริมต่าง ๆ เข้าไปมากกว่าแบบอื่น แต่ก็ต้องแลกกับการใช้พื้นที่วางคีย์บอร์ดมากกว่าคีย์บอร์ดแบบ TKL, 75% และ 60% พอตัว จึงต้องจัดพื้นที่บนโต๊ะคอมให้ดี ไม่อย่างนั้นเวลาลากเมาส์ไปมาอาจจะติดขอบคีย์บอร์ดได้

สำหรับคีย์บอร์ดเกมมิ่งที่ฟีเจอร์ครบจัดเต็ม มีฟีเจอร์เสริมต่าง ๆ และปุ่มคีย์บอร์ดภาษาไทยด้วยจะมีรุ่นแนะนำทั้งหมด 6 รุ่นด้วยกัน ได้แก่

  1. Razer Huntsman (3,990 บาท)
  2. ASUS ROG Strix Scope RX (4,290 บาท)
  3. Kingston HyperX Cloud Alloy Elite 2 (4,590 บาท)
  4. SteelSeries APEX 7 (5,990 บาท)
  5. Logitech G813 LIGHTSYNC RGB (6,499 บาท)
  6. Corsair K100 RGB (8,290 บาท)
1. Razer Huntsman (3,990 บาท)

huntsman 32

เมื่อพูดถึงเกมมิ่งคีย์บอร์ด แบรนด์แรกที่ภาพชัดขึ้นมาในความคิดของใครหลาย ๆ คนก็คงจะไม่พ้น Razer กันแน่นอน ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ยังมีสินค้ารุ่นใหม่ ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง โดย Razer Huntsman นั้นถือเป็นรุ่นแนะนำรุ่นแรกซึ่งราคาไม่แพงเกินไปแต่ฟีเจอร์ของคีย์บอร์ดรุ่นนี้ก็ถือว่าทำได้ดีและน่าสนใจทีเดียว รวมทั้งตัวบอดี้ส่วนบนของคีย์บอร์ดที่เป็นอลูมิเนียมผิวด้านก็เป็นตัวโครงที่แข็งแรงทีเดียว

ตัวคีย์บอร์ดจะเป็นแบบ Full-Size คีย์ภาษาไทยและมี Numpad ติดตั้งมาให้ มี Gaming mode แยกกับโหมดปกติ โดยจะปิดการทำงานของปุ่ม Windows, การกดปุ่ม Alt+Tab, Alt+F4 โดยบังเอิญ เพื่อไม่ให้เสียจังหวะระหว่างเล่นเกมอยู่ มี Razer Hypershift เพื่อสลับการทำงานระหว่างปุ่มตอนใช้งานแบบปกติกับปุ่ม Set ที่ตั้งค่าแยกเอาไว้ ตัวคีย์บอร์ดมี 10-Key Rollover สามารถกดปุ่มพร้อมกันได้ 10 ปุ่ม จัดการปัญหาคีย์บอร์ดส่งคำสั่งเพี้ยนเวลากดหลาย ๆ ปุ่มพร้อมกันและตั้งค่า Macro เอาไว้ที่ปุ่มต่าง ๆ ได้ โดยทั้งหมดนี้สามารถจัดการได้ในโปรแกรม Razer Synapse 3 และเซฟโปรไฟล์การตั้งค่าคีย์บอร์ดเอาไว้ใช้งานได้ 5 โปรไฟล์ เมื่อลง Windows ใหม่หรือเปลี่ยนไปใช้งานพีซีเครื่องอื่นก็สามารถโหลดการตั้งค่าของเราเข้ามาใช้งานได้ทันที

ตัวปุ่มจะเป็น Optp-Mechanical Switch ที่ Razer ผลิตขึ้นมาเองโดยในตัวสวิตช์จะมีแสงเลเซอร์จับการกดของผู้ใช้จึงตอบสนองได้เร็วและระยะกดสั้นลงกว่าสวิตช์แบบอื่น 30% สามารถเลือกได้ระหว่าง Clicky หรือ Linear Switch โดยรุ่นที่ขายในประเทศไทยจะเป็นแบบ Clicky ที่ใช้แรงกด 45g เท่านั้น มีค่าตอบสนอง 1000 Hz Ultrapolling และเชื่อมต่อด้วยสาย USB

สเปคของ Razer Huntsman

  • คีย์บอร์ดแบบ Full-Size สวิตช์แบบ Clicky Switch แรงกด 45g
  • เชื่อมต่อด้วยสาย USB อัตราตอบสนอง 1000 Hz Ultrapolling
  • มี 10-Key Rollover สามารถกดหลาย ๆ ปุ่มพร้อมกันได้
  • มีฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น Gaming Mode, Razer Hypershift, ตั้งค่ามาโครให้ปุ่มบนคีย์บอร์ดได้, เซฟโปรไฟล์และโหลดมาใช้งานได้มากสุด 5 โปรไฟล์
  • ควบคุมและตั้งค่าคีย์บอร์ดได้ด้วย Razer Synapse 3
  • ราคา 3,990 บาท (JIB)
2. ASUS ROG Strix Scope RX (4,290 บาท)

rog

ถ้าพูดถึงเกมมิ่งและการเล่นเกมก็ขาด ASUS ไปไม่ได้เช่นกันเพราะคีย์บอร์ดเกมมิ่งรุ่น ROG Strix Scope RX ก็เป็นรุ่นน่าสนใจสำหรับแฟนคลับ ROG ซึ่งหน้าตามาเรียบ ๆ ไม่หวือหวาหรือมีปุ่มแยกพิเศษแบบคีย์บอร์ดรุ่นอื่น แต่ก็มีฟีเจอร์เยอะไม่แพ้กับเกมมิ่งคีย์บอร์ดตัวอื่นที่เลือกมาแนะนำในบทความนี้เช่นกัน

สำหรับฟีเจอร์พื้นฐานอย่าง N-Key Rollover, การล็อคปุ่ม Windows ไม่ให้มารบกวนตอนเล่นเกม, บันทึกโปรไฟล์ของคีย์บอร์ดได้ 5 แบบด้วยโปรแกรม Armoury Crate แล้วเซฟเอาไว้ในตัวคีย์บอร์ดไปใช้งานได้เลย รวมทั้งตั้ง Macro ให้คีย์บอร์ดทำงานตามที่ตั้งค่าเอาไว้และไฟ RGB นั้นถือว่ามีครบถ้วนไม่แพ้กับ Razer Huntsman ในข้อที่แล้ว แต่จุดที่เด่นยิ่งขึ้นคือตัวปุ่ม Ctrl ตรงฝั่งซ้ายล่างที่เกมเมอร์ใช้งานบ่อยจะมีขนาดใหญ่กว่าปกติราว 2 เท่า เพื่อให้กดได้สะดวกกว่าเดิม, มีปุ่มฟังก์ชั่นพร้อมฟีเจอร์ควบคุมคอมพิวเตอร์ทั้งการเพิ่มลดเสียงและอื่น ๆ และมี Stealth Key เพื่อพับโปรแกรมทั้งหมดบนหน้าจอเก็บลงไปไม่ให้คนอื่นมาแอบดูบนหน้าจอว่าเราทำอะไรอยู่ได้ ส่วนอัตราตอบสนองอยู่ที่ 1000 Hz polling rate

ตัวคีย์บอร์ดจะใช้ CHERRY MX Red Switch เป็นสวิตช์แบบ Linear แข็งแรงและตอบสนองเร็ว ซึ่งใช้แรงกดเพียง 40g และระยะกดที่ 1.5 มม. ซึ่งถือว่าสั้นมากจึงกดสั่งคีย์บอร์ดให้ทำงานได้เร็วยิ่งขึ้น กันน้ำและฝุ่นระดับ IP56 และมีช่อง USB 2.0 Passthrough ที่เอาไว้ต่ออุปกรณ์อื่นเช่นสมาร์ทโฟนหรือแฟลชไดรฟ์เอาไว้รับส่งข้อมูลกับคอมพิวเตอร์ได้ง่ายขึ้นไม่ต้องเอื้อมไปต่อที่เคสโดยตรงก็ได้ จัดว่ามีฟีเจอร์พื้นฐานที่ต้องใช้งานมาครบถ้วน ตอบโจทย์การเล่นเกมและใช้ทำงานได้ทั้งคู่ จะเอาไปใช้งานในออฟฟิศหรือวางไว้คู่กับเกมมิ่งพีซีที่บ้านก็โอเคเลย

สเปคของ ASUS ROG Strix Scope RX

  • คีย์บอร์ดแบบ Full-Size CHERRY MX Red Switch แบบ Linear แรงกด 40g
  • เชื่อมต่อด้วยสาย USB 2.0 อัตราตอบสนอง 1000 Hz polling rate
  • มี N-Key Rollover สามารถกดหลาย ๆ ปุ่มพร้อมกันได้
  • มีฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น ปุ่มล็อคการล็อคการทำงานของปุ่ม Windows, Stealth Key, ตั้งค่ามาโครให้ปุ่มบนคีย์บอร์ดได้, เซฟโปรไฟล์และโหลดมาใช้งานได้มากสุด 5 โปรไฟล์, ปุ่ม Ctrl ซ้ายใหญ่กว่าปกติราว 2 เท่า, กันน้ำ IP56, USB 2.0 Passthrough
  • ควบคุมและตั้งค่าคีย์บอร์ดได้ด้วย ASUS Armoury Crate
  • ราคา 4,290 บาท (JIB)
3. Kingston HyperX Cloud Alloy Elite 2 (4,590 บาท)

HyperX ในเครือ Kingston เองก็มีคีย์บอร์ดเกมมิ่งคุณภาพดีออกมาให้เลือกซื้ออยู่เรื่อย ๆ เช่นกัน โดย HyperX Alloy Elite 2 นั้นจะเป็นคีย์บอร์ดแบบ Full-Size เทียบแล้วเป็นเวอร์ชั่นพัฒนาของ HyperX Alloy Origins ที่ทางเว็บไซต์เคยรีวิวไปก่อนหน้านี้นั่นเอง ซึ่งฟีเจอร์หลักของคีย์บอร์ดเกมมิ่งยุคนี้เช่นไฟ RGB, ปุ่ม Media Key แยกเฉพาะ, N-Key Rollover, การตั้งค่า Game Mode, ตั้งโปรไฟล์การใช้งานได้ 3 โปรไฟล์และตั้งค่า Macro นั้นถือว่ามีให้ใช้ครบถ้วน โดยเราสามารถตั้งค่าผ่านทางโปรแกรม HyperX NGENUITY ที่ HyperX เปิดให้ดาวน์โหลดได้เลย

ฟีเจอร์เด่นอื่นก็มี USB 2.0 Passthrough ด้านหลังคีย์บอร์ดเอาไว้เชื่อมต่อรับส่งข้อมูลหรือชาร์จสมาร์ทโฟนของเราได้โดยไม่ต้องเอื้อมไปต่อที่เคสโดยตรง, ตัวยบอดี้จะมีเฟรมส่วนบนเป็นอลูมิเนียมซึ่งแข็งแรงทีเดียว ตัวปุ่มคีย์บอร์ดจะเป็นสวิตช์ที่ HyperX ผลิตเองในชื่อ HyperX Red ซึ่งเป็นสวิตช์ Linear เสียงเบา ใช้แรงกด 45g ส่วนตัว Keycaps จะเป็นพลาสติก ABS ส่วนฐานขึ้นมาเกือบบนสุดจะเป็นแบบใสเพื่อให้ไฟ RGB สามารถส่องแสงได้สว่างยิ่งขึ้น

สเปคของ HyperX Alloy Elite 2

  • คีย์บอร์ดแบบ Full-Size HyperX Red Switch แบบ Linear แรงกด 45g
  • เชื่อมต่อด้วยสาย USB 2.0 
  • มี N-Key Rollover สามารถกดหลาย ๆ ปุ่มพร้อมกันได้
  • มีฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น Game Mode ล็อคการทำงานของปุ่ม Windows, ตั้งค่ามาโครให้ปุ่มบนคีย์บอร์ดได้, เซฟโปรไฟล์และโหลดมาใช้งานได้มากสุด 3 โปรไฟล์, USB 2.0 Passthrough, มีปุ่ม Media Key แยกเฉพาะ
  • ควบคุมและตั้งค่าคีย์บอร์ดได้ด้วย HyperX NGENUITY
  • ราคา 4,590 บาท (เว็บไซต์ขายเกมมิ่งเกียร์ชั้นนำ)
4. SteelSeries APEX 7 (5,990 บาท)

apex 7

SteelSeries Apex 7 นั้นแม้จะราคาสูงขึ้นมาบ้างแต่ก็เป็นรุ่นน่าสนใจมากและทางเว็บไซต์ได้ปล่อยวิดีโอรีวิวให้ชมไปก่อนหน้านี้แล้วเช่นกัน แต่สำหรับราคาที่แพงกว่ารุ่นอื่นระดับหนึ่งนั้นก็มีเหตุผลอยู่เช่นกัน ซึ่งด้านฟีเจอร์หลัก ๆ เช่น N-Key Rollover, ตั้งค่ามาโครให้คีย์บอร์ดได้, เซฟโปรไฟล์การตั้งค่าไว้กับตัวคีย์บอร์ดได้ 5 แบบ, USB 2.0 Passthrough แล้ว จุดเด่นของ Apex 7 คือตัวคีย์บอร์ดจะมีหน้าจอ OLED ขนาดเล็กติดตั้งไว้ตรงมุมบนขวามือร่วมกับตัวปุ่มกดและลูกล้อหมุนตั้งค่า ซึ่งสามารถใช้แสดงการแจ้งเตือนและปรับแต่งการตั้งค่าตัวคีย์บอร์ดที่จุดนี้ได้เลย ซึ่งจัดว่าสะดวกเป็นอย่างมาก ส่วนการปรับแต่งตั้งค่าคีย์บอร์ดทั้งหมดทำได้ด้วยโปรแกรม SteelSeries Engine

สำหรับตัวสวิตช์คีย์บอร์ดเป็นปุ่มที่ SteelSeries ผลิตเองในชื่อรุ่น SteelSeries QX2 Mechanical RGB Switch ซึ่งในประเทศไทยสามารถเลือกสวิตช์ได้ทั้งแบบ Linear และ Clicky ตามความชอบ ใช้น้ำหนักกดที่ 45cN ซึ่งถือว่าไม่มากไม่น้อยเกินไป นอกจากนี้ Apex 7 จะแถมที่พักข้อมือถอดได้และดูดติดกับคีย์บอร์ดได้ด้วยแม่เหล็ก ตัวเฟรมคีย์บอร์ดทำจากโลหะเกรดอากาศยาน 5000 Aircraft grade นอกจากนี้ตัวโครงยังออกแบบให้เก็บสายแล้วออกมาได้หลายทางตามความสะดวกของผู้ใช้ รวมทั้งกางขาตั้งคีย์บอร์ดออกมาให้ตัวคีย์บอร์ดตั้งขึ้นให้เข้ากับการวางมือของผู้ใช้อีกด้วย

สเปคของ SteelSeries Apex 7

  • คีย์บอร์ดแบบ Full-Size SteelSeries QX2 Mechanical RGB Switch แบบ Linear หรือ Clicky แรงกด 45cN
  • เชื่อมต่อด้วยสาย USB 2.0 
  • มี N-Key Rollover สามารถกดหลาย ๆ ปุ่มพร้อมกันได้
  • มีฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น Game Mode ล็อคการทำงานของปุ่ม Windows, ตั้งค่ามาโครให้ปุ่มบนคีย์บอร์ดได้, เซฟโปรไฟล์และโหลดมาใช้งานได้มากสุด 5 โปรไฟล์, USB 2.0 Passthrough, มีหน้าจอ OLED พร้อมวงล้อและปุ่มรวมเป็นชุดควบคุมสำหรับแสดงการแจ้งเตือนและใช้ตั้งค่าคีย์บอร์ดได้ด้วย, เฟรมทำจากโลหะเกรดอากาศยาน
  • ควบคุมและตั้งค่าคีย์บอร์ดได้ด้วย SteelSeries Engine
  • ราคา 5,990 บาท (BaNANA)
5. Logitech G813 LIGHTSYNC RGB (6,499 บาท)

logitech

Logitech G813 LIGHTSYNC RGB ก็เป็นคีย์บอร์ดเกมมิ่งรุ่นแนะนำจาก Logitech ซึ่งมีฟีเจอร์พื้นฐานทั้งการตั้งมาโครเอาไว้บนคีย์บอร์ดได้โปรไฟล์ละ 5 ปุ่มรวมเป็น 15 ปุ่มด้วยกัน, USB 2.0 Passthrough, Game Mode, ไฟ RGB ปรับแต่งสีและความสว่างได้ตามความชอบและชุดปุ่ม Multimedia Key แยกเฉพาะที่มุมบนขวามือ และตั้งค่าการทำงานของคีย์บอร์ดทั้งหมดได้ผ่านทางโปรแกรม G-Hub แล้ว ตัวคีย์บอร์ดจะใช้เฟรมเป็นอลูมิเนียมอัลลอยด์ 5052 ที่เบาและแข็งแรงเป็นพิเศษและออกแบบให้เหมาะกับการพิมพ์งานหรือเล่นเกมอีกด้วย

ด้านสวิตช์บนคีย์บอร์ดเป็นสวิตช์เฉพาะ GL Series ที่ทาง Logitech วิจัยและสร้างขึ้นมาเอง โดยเป็น Mechanical Switch แบบตัวต่ำซึ่งหน้าตาคล้ายคีย์บอร์ดทำงานทั่วไปแต่ตอบสนองได้เหมือนสวิตช์แมคคานิคแบบปกติ เลือกสวิตช์ได้ทั้งแบบ GL Tactile, GL Linear, GL Clicky ตามความชอบของแต่ละคน แรงกดจะอยู่ที่ 45g ไล่เลี่ยกับสวิตช์จากแบรนด์อื่น ๆ แต่แม้ราคาจะดูสูงกว่าแบรนด์อื่น ๆ ก็ตามแต่หากติดตามโปรโมชั่นบนร้านค้าออนไลน์ก็จะมีโปรฯ เซลส์ราคาพิเศษออกมาให้อุดหนุนเป็นระยะ ๆ ด้วย

สเปคของ Logitech G813 LIGHTSYNC RGB

  • คีย์บอร์ดแบบ Full-Size Logitech GL Switch แบบ Linear, Tactile หรือ Clicky แรงกด 45g
  • เชื่อมต่อด้วยสาย USB 2.0 
  • มีฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น Game Mode ล็อคการทำงานของปุ่ม Windows, มีปุ่มมาโครบนคีย์บอร์ดโดยเฉพาะ 5 ปุ่มและเซฟโปรไฟล์ได้มากสุด 3 โปรไฟล์, USB 2.0 Passthrough, ชุดปุ่ม Multimedia Key แยกเฉพาะ, เฟรมอลูมิเนียม 5052 แข็งแรงและเบา
  • ควบคุมและตั้งค่าคีย์บอร์ดได้ด้วย Logitech G-Hub
  • ราคา 6,490 บาท (ร้านค้า Online ของ Logitech บน Shopee, Lazada)
6. Corsair K100 RGB (8,290 บาท)

corsair

Corsair เองก็เป็นแบรนด์ทำเกมมิ่งเกียร์ยอดนิยมอีกดแบรนด์ที่ผู้ใช้เลือกซื้อ ซึ่งถ้าเป็นคีย์บอร์ดเกมมิ่งสเปคจัดเต็ม คุ้มค่าการลงทุนก็ยกให้เป็น Corsair K100 RGB ที่ราคาค่อนข้างสูงสักหน่อยแต่ข้อดีคือนอกจากฟีเจอร์หลัก ๆ เช่น N-Key Rollover, USB 2.0 Passthrough, Game Mode, ไฟ RGB, Multimedia Key แยกปุ่มโดยเฉพาะหรือแม้แต่ปุ่ม Macro รวม 6 ปุ่มแล้ว ทาง Corsair ยังใส่ฟีเจอร์เอื้อสตรีมเมอร์และเกมเมอร์ได้เอาไปใช้อย่างเต็มที่

โดยตัวคีย์บอร์ดนี้สามารถโหลดโปรแกรม Elgato Stream Deck ไปติดตั้งแล้วใช้งานกับปุ่มมาโครบนคีย์บอร์ดได้เลย ซึ่งสตรีมเมอร์มือใหม่ที่ยังไม่ได้ซื้อตัว Stream Deck ก็ใช้ปุ่มมาโครบนคีย์บอร์ดนี้ได้ มีปุ่ม iCUE เป็นวงล้อตรงมุมบนซ้ายมือซึ่งสามารถควบคุมการทำงานบนตัวเครื่องได้หลากหลายทั้งปรับความสว่างของไฟ RGB, สลับโปรแกรมไปมา, ซูมภาพ, Track Jogging เอาไว้เลื่อนเพลงไปยังจุดที่ต้องการฟังหรือเอาไว้เลือกเพลงก็ได้ โดยเราสามารถปรับแต่งการใช้งานทั้งหมดทั้งไฟ RGB, ปุ่ม Macro และอื่น ๆ ได้ที่โปรแกรม Corsair iCUE อีกด้วย ส่วนฟีเจอร์พิเศษเฉพาะของคีย์บอร์ดรุ่นนี้คือค่า Polling rate นั้นจะมีชิป Corsair AXON Hyper-Processing เอาไว้ปรับ Polling rate ให้สูงขึ้นไปถึง 4,000 Hz ทำให้คีย์บอร์ดรับส่งข้อมูลได้เร็วเป็นพิเศษและมีที่พักข้อมือแถมมาให้ในแพ็คเกจด้วย

ส่วนของสวิตช์จริง ๆ แล้วจะมีสวิตช์ Corsair OPX ที่ Corsair พัฒนาเอง แต่ในประเทศไทยจะเอาเวอร์ชั่น CHERRY MX SPEED เป็นสวิตช์สีเงินติดตั้งมาให้ ซึ่งมีคีย์บอร์ดน้อยรุ่นมากที่ติดตั้งสวิตช์นี้มาให้ใช้งาน โดยสวิตช์นี้จะตอบสนองเร็วกว่าสวิตช์ทั่วไปของ CHERRY MX อยู่ 40%, ตัวสวิตช์จะทนฝุ่นและโคลนได้ดีและระยะกดสั้นเพราะไม่มีจุด Pressure point ใช้แรงกด 45cN ก็ทำงานทันทีและรองรับการกดสูงสุด 100 ล้านครั้งและเป็นสวิตช์แบบ Linear ที่เสียงตอนทำงานเบาอีกด้วย

สเปคของ Corsair K100 RGB

  • คีย์บอร์ดแบบ Full-Size CHERRY MX SPEED แบบ Linear แรงกด 45cN
  • เชื่อมต่อด้วยสาย USB 2.0 ติดตั้งชิป Corsair AXON Hyper-Processing เร่ง Polling rate ไปสูงสุด 4,000 Hz
  • มี N-Key Rollover
  • มีฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น Game Mode ล็อคการทำงานของปุ่ม Windows, มีปุ่มมาโครบนคีย์บอร์ดโดยเฉพาะ 6 ปุ่ม ทำงานกับโปรกรม Elgato Stream Deck ได้, USB 2.0 Passthrough, ชุดปุ่ม Multimedia Key แยกเฉพาะ, มีวงล้อ iCUE สำหรับใช้งานกับโปรแกรมต่าง ๆ ได้
  • ควบคุมและตั้งค่าคีย์บอร์ดได้ด้วย Corsair iCUE
  • ราคา 8,290 บาท (JIB)

สรุป – เลือกคีย์บอร์ดเกมมิ่งแบบไหนดี?

จากบทความทั้งหมดนี้จะเห็นว่าคีย์บอร์ดเกมมิ่งแต่ละแบรนด์จะมีจุดเด่นแตกต่างกันไป และทุกตัวจะเป็น Mechanical Switch ทั้งหมดทำให้อายุการใช้งานยาวนานและมี N-Key Rollover เอาไว้ทำให้ปุ่มต่าง ๆ สามารถทำงานได้ดีและไม่รวนเมื่อกดหลาย ๆ ปุ่มพร้อมกัน ซึ่งถ้าสรุปสเปคและจุดเด่นแยกของแต่ละรุ่นจะเป็นดังนี้

รุ่น / สเปค ดีไซน์และสวิตช์ที่ใช้ การเชื่อมต่อ ฟีเจอร์เด่น โปรแกรมตั้งค่าคีย์บอร์ด ราคา
Razer Huntsman Full-Size

Clicky Switch แรงกด 45g

สาย USB

1000 Hz Ultrapolling rate

10-Key Rollover

Gaming mode

Razer Hypershift

ตั้งมาโครให้คีย์บอร์ดได้

เซฟโปรไฟล์การตั้งค่าได้ 5 แบบ

Razer Synapse 3 3,990 บาท
ASUS ROG Strix Scope RX Full-Size

CHERRY MX Red Switch แบบ Linear แรงกด 40g

สาย USB 2.0

อัตราตอบสนอง 1000 Hz polling rate

N-Key Rollover

ปุ่มล็อคการทำงานของปุ่ม Windows

Stealth Key

ตั้งมาโครให้คีย์บอร์ดได้

เซฟโปรไฟล์คีย์บอร์ดได้ 5 โปรไฟล์

ปุ่ม Ctrl ใหญ่กว่าปกติ 2 เท่า

กันน้ำ IP56

USB 2.0 Passthrough

ASUS Armoury Crate 4,290 บาท
HyperX Alloy Elite 2 Full-Size

HyperX Red Switch แบบ Linear แรงกด 45g

สาย USB 2.0  Game Mode

ตั้งค่ามาโครให้ปุ่มบนคีย์บอร์ดได้

เซฟการตั้งค่าโปรไฟล์ได้ 3 โปรไฟล์

USB 2.0 Passthrough

มีปุ่ม Media Key แยกเฉพาะ

HyperX NGENUITY 4,590 บาท
SteelSeries Apex 7 Full-Size

SteelSeries QX2 Mechanical RGB Switch แบบ Linear หรือ Clicky แรงกด 45cN

สาย USB 2.0 Game Mode

ตั้งค่ามาโครให้ปุ่มบนคีย์บอร์ดได้

เซฟการตั้งค่าโปรไฟล์ได้ 5 โปรไฟล์

USB 2.0 Passthrough

มีหน้าจอ OLED พร้อมวงล้อและปุ่มรวมเป็นชุดควบคุม

เฟรมทำจากโลหะเกรดอากาศยาน

SteelSeries Engine 5,990 บาท
Logitech G813 LIGHTSYNC RGB Full-Size

Logitech GL Switch แบบ Linear, Tactile หรือ Clicky แรงกด 45g

สาย USB 2.0  Game Mode

มีปุ่มมาโครบนคีย์บอร์ดโดยเฉพาะ 5 ปุ่มและเซฟโปรไฟล์ได้มากสุด 3 โปรไฟล์

USB 2.0 Passthrough

ชุดปุ่ม Multimedia Key แยกเฉพาะ

เฟรมอลูมิเนียม 5052 แข็งแรงและเบา

Logitech
G-Hub
6,490 บาท
Corsair K100 RGB Full-Size

CHERRY MX SPEED แบบ Linear แรงกด 45cN

USB 2.0

ติดตั้งชิป Corsair AXON Hyper-Processing เร่ง Polling rate ไปสูงสุด 4,000 Hz

Game Mode

มีปุ่มมาโครบนคีย์บอร์ดโดยเฉพาะ 6 ปุ่ม ใช้กับโปรกรม Elgato Stream Deck ได้

USB 2.0 Passthrough

ชุดปุ่ม Multimedia Key แยก

วงล้อ iCUE สำหรับใช้งานกับโปรแกรมต่าง ๆ ได้

Corsair iCUE 8,290 บาท

ซึ่งจะเห็นว่าฟีเจอร์เฉพาะของแต่ละรุ่นนั้นจะมีจุดเด่นและตอบโจทย์การใช้งานแยกกันไป แต่อย่างไรก็ตามคีย์บอร์ดแต่ละรุ่นก็จะดีกับผู้ใช้แตกต่างกันไปตามสวิตช์และเกมที่เล่นเป็นหลัก ซึ่งถ้าใครเล็งรุ่นไหนเอาไว้ก็ตัดสินใจซื้อไปเลยไม่ต้องลังเล เพราะว่าคีย์บอร์ด Mechanical เหล่านี้จัดว่าแข็งแรงและใช้งานได้นานหลายปีและคุ้มค่าที่จ่ายไปอย่างแน่นอน ซึ่งผู้เขียนแนะนำให้ลองไปเลือกซื้อในงานอีเวนต์ต่าง ๆ เช่น COMMART จะดีเพราะนอกจากได้โปรโมชั่นแล้วยังมีสินค้าตัวจริงให้เราทดลองเล่นได้อีกด้วย

from:https://notebookspec.com/web/585535-6-gaming-keyboard-start-3990-baht