คลังเก็บป้ายกำกับ: RAZER

CES 2019 – Razer Blade 15 เพิ่มตัวเลือกหน้าจอ 1080p@240 Hz และ 4K OLED ที่รองรับการสัมผัส

นอกเหนือไปจากการเปิดตัว Blade 15 Advanced ที่มาพร้อมกับตัวเลือกชิปกราฟิก NVIDIA ซีรีส์ RTX 2000 แล้วนั้น ทาง Razer ยังได้มีการโชว์โน๊ตบุ๊ครุ่นต้นแบบของ Blade 15 ที่มาพร้อมกับหน้าจอ 1080p@240 Hz และ 4K OLED ที่รองรับการสัมผัสด้วยในงาน CES 2019 ที่ผ่านมาครับ ซึ่งในการโชว์หน้าจอแบบใหม่ในครั้งนี้ของทาง Razer นั้นก็เพื่อที่จะทำให้ผู้ใช้ได้พบกับหน้าจอที่เหมาะสมกันกับชิปกราฟิก NVIDIA ซีรีส์ RTX 2000 นั่นเองครับ

และแน่นอนครับว่าเจ้าหน้าจอทั้ง 2 รุ่นที่มีการนำมาโชว์ดังกล่าวนี้นั้นจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกหน้าจอที่ทาง Razer จะทำการจัดจำหน่ายพร้อมกับ Blade 15 Advanced ทว่าอย่างไรก็ตามแต่แล้วนั้นสำหรับตัวเลือกหน้าจอความละเอียด 4K OLED ที่รองรับการสัมผัสนั้นจะถูกจำกัดเขตในการวางจำหน่ายเฉพาะในบางประเทศเท่านั้น

แต่จะว่าไปแล้วสำหรับโน๊ตบุ๊คเพื่อการเล่นเกมนั้นการมาพร้อมหน้าจอที่สัมผัสได้คงจะไม่ค่อยมีประโยชน์อะไรมากเท่าไรนัก ทว่าหากคุณยังอยากได้อยู่นั้นทาง Razer ก็ไม่ว่ากันโดยที่ตัวเครื่องที่มาพร้อมกับหน้าจอแบบ 4K OLED ที่สามารถสัมผัสได้นั้นจะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ $2,899.99 หรือประมาณ 92,600 โดยสเปคเครื่องที่คุณจะได้นั้นก็คือ Intel Core i7-8750H, หน่วยความจำ 16 GB, แหล่งเก็บข้อมูลแบบ SSD ความจุ 512 GB และชิปกราฟิก NVIDIA GeForce RTX 2070 ครับ

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/ces-2019-razer-reveals-blade-15-notebooks-with-240-hz-and-4k-oled-touchscreen-displays/468899/

Advertisements

CES 2019 – Razer Blade 15 Advanced มาพร้อมชิปกราฟิกซิรีส์ GeForce RTX 2000ราคา 74,000 บาท

แน่นอนครับว่าเมื่อทาง NVIDIA ได้ออกมาเปิดตัวชิปกราฟิกซีรีส์ RTX 2000 สำหรับโน๊ตบุ๊คแล้วนั้น ผู้ผลิตโน๊ตบุ๊คต่างก็ออกมาทำการประกาศอัพเกรดโน๊ตบุ๊คของตัวเองให้มาพร้อมกับชิปกราฟิกซีรีส์ RTX 2000 กันยกใหญ่โดยทาง Razer เองก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วยการประกาศอัพเกรดโน๊ตบุ๊ครุ่น Blade 15 ให้มาพร้อมกับตัวเลือกชิปกราฟิก NVIDIA GeForce RTX 2060 พร้อมหน่วยความจำ 6 GB GDDR6, NVIDIA GeForce RTX 2070 พร้อมหน่วยความจำ 8 GB GDDR6 และ NVIDIA GeForce RTX 2080 พร้อมหน่วยความจำ 8 GB GDDR6 ครับ

ในการประกาศครั้งนี้นั้นเพื่อไม่ให้ผู้ใช้เกิดการสับสนดังนั้นทาง Razer จึงได้ใช้ชื่อในการจำหน่ายว่า Blade 15 Advanced ตัวเครื่องนั้นจะมาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Intel Core i7-8750H พร้อมตัวเลือกหน่วยความจำสูงสุดที่ 16 GB แหล่งเก็บข้อมูลนั้นจะเป็นแบบ SSD ตัวเลือกความจุมากสุดอยู่ที่ 512 GB อีกทั้งยังมีกล้องแบบ IR ทำให้รองรับเทคโนโลยี Windows Hello อย่างเต็มรูปแบบ พอร์ตการเชื่อมต่อนั้นจะประกอบไปด้วย HDMI, Thunderbolt 3, a 3.5 mm audio jack และ USB 3.1 จำนวน 3 พอร์ตครับ

ในส่วนฮาร์ดแวร์อื่นๆ นั้นก็จะยังคงคล้ายเดิมครับ โดย Blade 15 Advanced นั้นจะยังคงมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 15.6 นิ้วที่มีตัวเลือกความละเอียดสูงสุดอยู่ที่ 4K หรือ Full HD@144 Hz เป็นต้น ทั้งนี้ Blade 15 Advanced จะพร้อมเริ่มวางจำหน่ายผ่านทาง Razer.com ตั้งแต่ในวันที่ 29 มกราคมนี้เป็นต้นไป หลังจากนั้นก็จะเริ่มมีการวางจำหน่ายในร้านค้าปลีกในประเทศ US, Canada, France, Germany, China และ UK สำหรับราคานั้นเริ่มต้นก็จะอยู่ที่ $2,299 หรือประมาณ 74,000 บาทครับ

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/ces-2019-razer-blade-15-advanced-gets-nvidia-rtx-2000-series-graphics/468896/

Razer เปิดตัวจอ Razer Raptor ขนาด 27 นิ้ว มาตรฐาน HDR 400, จ่ายไฟแบบ USB-PD ได้

Razer เปิดตัวจอภาพ Razer Raptor ขนาด 27 นิ้ว เป็นจอ IPS ความละเอียด WQHD (2560 x 1440 พิกเซล) แสดงระดับสีได้ถึง 95% ของมาตรฐาน Digital Cinema Initiatives (DCI-P3) และผ่านมาตรฐาน HDR 400, ค่าความสว่าง 420 nits

จอภาพ Razer Raptor รองรับ AMD FreeSync, อัตรารีเฟรชเรท 144Hz, มีความเร็วในการตอบสนอง 1 ms, จอภาพสามารถเอียงได้ 90 องศา และมีระบบสี Razer Chroma 16.8 ล้านสีบริเวณฐานของจอภาพ

พอร์ทที่ให้มาด้วย ได้แก่ HDMI 2.0, DisplayPort, USB-C, USB 3.1 สองพอร์ท, Headphone Jack, จ่ายไฟแบบ USB Power Delivery (USB-PD) สำหรับชาร์จอุปกรณ์พกพาได้

Razer Raptor ยังไม่ประกาศราคาและวันวางขายในตอนนี้

ที่มา : Razer

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/107503

ยุคแห่งแสงสี: Thermaltake จับมือ Razer, TeamGroup และ ViewSonic ปรับไฟ RGB ซิงค์กันได้

วงการพีซีตอนนี้เรามาถึงยุคที่เราสามารถแต่งอุปกรณ์ภายในเคส จอภาพ เกมมิ่งเกียร์ ให้แสดงสีสันต่างๆ ได้หลากหลายสีด้วยชุดหลอดไฟ RGB ที่สามารถใช้ซอฟต์แวร์ของแต่ละอุปกรณ์ในการปรับแต่งสี การกระพริบ และเทคนิคการเล่นไฟแบบต่างๆ

ล่าสุด Thermaltake แบรนด์ฮาร์ดแวร์รายหนึ่งเปิดตัว TT RGB PLUS ซอฟต์แวร์ที่สามารถซิงค์การตั้งค่าไฟ RGB ไปยังอุปกรณ์ของ Razer (กลุ่ม Chroma ที่รองรับไฟ RGB), จอภาพของ ViewSonic สองรุ่น (ELITE XG240R, XG350R-C) ไปจนถึงแรมและ SSD บางรุ่นของ TeamGroup สร้างเป็นอีโคซิสเต็มที่ปรับแสงสีจากที่เดียวและปรับใช้กับเกือบทุกอุปกรณ์บนโต๊ะได้เลย และซอฟต์แวร์ดังกล่าวนี้ยังรองรับคำสั่งเสียงจากแอปบนมือถือ และ Amazon Alexa ได้ด้วยก่อนหน้านี้

ที่มา – Thermaltake

alt="Imgur"

from:https://www.blognone.com/node/107458

Razer เปิดตัว The New Razer Blade 15 โน้ตบุ๊คเกมมิ่งสเปคโหด พร้อมการ์ดจอระดับสูงสุด GeForce RTX 2080

เหล่าเกมเมอร์เตรียมน้ำลายหกกันได้เพราะตอนนี้ Razer เปิดตัวโน้ตบุ๊คเกมมิ่งสเปคสุดโหดโคตรเทพ The New Razer Blade 15 ที่มาพร้อมกับจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียดสูงถึงระดับ 4K หรือจะเป็นรุ่นจอ FHD ที่มีรีเฟรชเรทสูงลิ่วถึง 144Hz แถมยังยัดเอาการ์ดจอรุ่นใหม่ตัวแรง GeForce RTX มาให้อีกด้วย โดยมีราคา (เริ่มต้น) แค่ 2,299 ดอลลาร์ หรือ 73,500 บาท เท่านั้นเอ๊ง!

โน้ตบุ๊คเกมมิ่งซีรีส์ Razer Blade 15 รุ่นที่แล้วเปิดตัวไปเมื่อช่วงกลางปี 2018 ที่ผ่านมา โดยตอนนั้นมีรุ่นสูงสุดที่ใช้การ์ดจอ GTX 1070 ก็มีราคาเปิดมาที่เฉียดๆ แสนบาทเลยทีเดียว และสำหรับรุ่นใหม่อย่าง The New Razer Blade 15 ก็ได้รับการอัพเกรดสเปคขึ้นมาให้โหดสุดๆ ด้วยการ์ดจอที่มีให้เลือกถึง 3 รุ่นคือ RTX 2060, 2070 และ 2080, หน้าจอมีให้เลือก 2 แบบ คือความละเอียด 4K รีเฟรชเรท 60Hz และความละเอียด FHD รีเฟรชเรท 144Hz ส่วนสเปคเต็มๆ ของ The New Razer Blade 15 ก็มีตามนี้เลย

สเปค The New Razer Blade 15

  • หน้าจอ IPS ขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด FHD (1920 x 1080) รีเฟรชเรท 144Hz / ความละเอียด 4K (3840 x 2160) รีเฟรชเรท 60Hz รองรับ Adobe RGB
  • CPU : 8th Gen Intel® Core™ i7-8750H processor, 6 Cores / 12 Threads, 2.2GHz / 4.1GHz (Base / Max Turbo), 9MB Cache
  • GPU : NVIDIA® GeForce RTX™ 2060 (6GB GDDR6), NVIDIA® GeForce RTX™ 2070 Max-Q Design (8GB GDDR6), NVIDIA® GeForce RTX™ 2080 Max-Q Design (8GB GDDR6)
  • RAM : 16GB DDR4 เพิ่มได้สูงสุด 64GB
  • ความจุ : 256GB SSD (NVMe PCIe 3.0 x4), 512GB SSD (NVMe PCIe 3.0 x4)
  • การเชื่อมต่อ : Intel® Wireless-AC 9260 (IEEE 802.11a/b/g/n/ac, and Bluetooth® 5 connectivity)
  • ระบบเสียง : ลำโพงคู่สเตอรีโอ, รองรับระบบเสียง Dolby Atmos, รองรับระบบเสียง 7.1 ผ่านพอร์ท HDMI
  • พอร์ท : USB 3.1 3 ช่อง, Thunderbolt 3 (USB-C) 1 ช่อง, HDMI 2.0B 1 ช่อง, MiniDisplayPort 1.4 1 ช่อง
  • ขนาดเครื่อง : 17.8 x 235 x 355 มม.
  • น้ำหนัก : รุ่น RTX 2060 2.07 กก., รุ่น RTX 2070 / 2080 2.10 กก.
  • อแดปเตอร์ขนาด 230W

สำหรับราคาของ The New Razer Blade 15 จะมีให้เลือกด้วยกันถึง 7 รุ่น ตามนี้

  • FHD(144Hz)/RTX 2060/16GB/512GB – $2,299.99 หรือประมาณ 73,500 บาท
  • FHD(144Hz)/RTX 2070/16GB/256GB – $2,399.99 หรือประมาณ 76,700 บาท
  • FHD(144Hz)/RTX 2070/16GB/512GB – $2,599.99 หรือประมาณ 83,100 บาท
  • 4K(Touch)/RTX 2070/16GB/512GB – $2,899.99 หรือประมาณ 92,600 บาท
  • FHD(144Hz)/RTX 2080/16GB/512GB – $2,999.99 หรือประมาณ 96,000 บาท

รุ่นพิเศษ Mercury White (สีเงิน)

  • FHD(144Hz)/i7-8750H/RTX 2060/16GB/512GB – $2,349.99 หรือประมาณ 75,000 บาท
  • FHD(144Hz)/i7-8750H/RTX 2070/16GB/512GB – $2,649.99 หรือประมาณ 84,600 บาท

The New Razer Blade 15 จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2019 เป็นต้นไปในสหรัฐอเมริกา, แคนาดา, ฝรั่งเศส, อังกฤษ, เยอรมนี และจีน ส่วนบ้านเราจะมีโอกาสได้เข้ามาบ้างรึเปล่า คงต้องรอติดตามกันต่อไป

 

ที่มา : Gottabemobile, Razer

from:https://droidsans.com/the-new-razer-blade-15-geforce-rtx/

เช็คโด้ แม่โจ้ Razer Raptor 27″ จอไร้ขอบโคตร สวยประดับด้วย RGB

Razer เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ขอกระโดดเข้ามาร่วมแจมตลาดจอภาพมอนิเตอร์ด้วยกับจอที่ผมบอกเลยว่าโคตรสวยด้วยจอภาพแบบไร้ขอบจริงๆ ประดับด้วยไฟ RGB อีกทั้งยังเก็บสายหลังจอที่ไม่เหมือนใครกับ Razer Raptor 27

Razer Raptor 27 ถือเป็นการเปิดไลด์อัพสินค้าใหม่ของทาง Razer ก็ว่าได้เพราะที่ผ่านมาไม่เคยผลิตจอวางขายเลยเต็มที่ก็เกมมิ่งเกียร และโน้ตบุ๊ค สมาร์ทโฟนเท่านั้น และแน่นอนว่าการเปิดตัวครั้งนี้ไม่ธรรมดาอย่างมาก เพราะเป็นจอภาพขนาด 27 นิ้ว ไร้ขอบ 3 ด้าน ฐานทรงตัว L ขนาดใหญ่พร้อมไฟ RGB ที่ฐาน จอภาพปรับระดับขึ้นลงได้ และที่ไม่เหมือนใครเลยคือการเก็บสายจอด้านหลังที่จะออกแบบสายมาพิเศษที่จะเก็บสายเป็นระเบียบหลังจอภาพเป็นเส้นสีเขียว แล้วแยกออกมาตามการเชื่อมต่อต่างๆ

เทคโนโลยีจอภาพของ Razer Raptor 27 จะเป็นจอภาพขนาด 27 นิ้ว แบบ IPS ที่ความละเอียด WQHD 2560 x 1440 พร้อมอัตราการตอบสนอง Response Time ที่ 4ms โดยให้ความเที่ยงตรงของสีถึง 95% sRGB รองรับ HDR400 ที่ความสว่างสูงสุด 420 Nits อัตราการรีเฟรชหน้าจอถึง 144 Hz รองรับ AMD FreeSync พอร์ตการเชื่อมต่อได้แก่ HDMI 2.0a ,Display Port 1.4 ,USB-C PC Charge และ USB-A 3.0 2 พอร์ต

เป้าหมายของ Razer Raptor 27 ไม่ได้เน้นเจาะกลุ่มผู้ใช้พีซีเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงผู้ใช้งานโน้ตบุ๊คของ Razer และโน้ตบุ๊คแบรนด์อื่นๆที่รองรับ USB-C PC Charge เพราะเพียงเชื่อมต่อสายเดียวก็รองรับทั้งชาร์ตไฟและต่อจอภาพพร้อม Hub USB ในสายเส้นเดียว แต่ถ้าเชื่อมต่อผ่านพอร์ต Thunderbrot 3 ยังสามารถต่อการ์ดจอแยกเพิ่มเติมได้อีกด้วย สายเส้นเดียวใช้งานได้ครบเลย

ราคายังไม่เปิดเผยมาแต่น่าจะไม่ถูกแน่นอน

ที่มา : razer.com

from:https://notebookspec.com/new-razer-raptor-27/467826/

Review – RAZER NARI ULTIMATE หูฟังเบสหนักสั่นได้ดั่งใจ

Headphone เป็นอีกหนึงอุปกรณ์ที่หลายๆท่านมักจะมองข้ามไป เพราะไปใช้ลำโพงบ้าง หรือเอาเงินไปลงกับเมาส์คีย์บอร์ดดีๆหมดแล้ว แต่ลำโพงโน้ตบุ๊คก็ให้เสียงที่ไม่ดีนักโดยเฉพาะกับการเล่นเกม หรือสำหรับท่านที่อยู่คอนโด หรือหอพักการเปิดเสียงดังอาจจะรบกวนห้องข้างเคียง แต่เปิดเสียงเบาก็ไม่ได้อรรธรสในการฟังเพลง ดูหนังหรือแม้กระทั่งเล่นเกม การมีเฮดโฟนดีๆสักอันจึงเป็นสิ่งจำเป็นมากโดยเฉพาะการเล่นเกมเพราะจะทำให้เราได้ยินเสียงทิศทางของศัตรูได้อย่างแม่นยำ ได้ยินเสียงในเกมที่ชัดเจนยิ่งกว่าลำโพงเสียอีก อย่างเฮดโฟนที่ผมจะมาแนะนำในวันนี้กับ RAZER NARI ULTIMATE

RAZER NARI ถือเป็นเฮดโฟนซีรีย์ตัวท๊อปรุ่นใหม่ล่าสุดจากค่ายงูเขียวอย่าง Razer ที่ได้พัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์การเล่นเกมโดยเฉพาะ แต่ก็ยังสามารถใช้งานทั้งการฟังเพลงและชมภาพยนตร์ได้อย่างลงตัวด้วยการรองรับระบบเสียงระดับ THX ใช้งานได้สะดวกสบายด้วยที่ครอบหูขนาดใหญ่ ไม่อับแม้ใช้งานต่อเนื่องยาวนาน ผสมผสานด้วยการออกแบบของโลหะและพลาสติกที่มีความแข็งแรง สามารถเชื่อมต่อได้ทั้งแบบไร้สาย และแจ็ค 3.5 มิลลิเมตร โดยสามารถเลือกระดับโหมดเสียงไม่ว่าจะเน้นแชทเสียพูดก็จะชัดเสียงเกมก็จะเบาลง หรือถ้าเน้นเกมเสียงเกมจะเด่นขึ้นมา เบสหูฟังก็จะหนักมากขึ้น โดย RAZER NARI จะถูกแบ่งเป็น 3 รุ่นไม่ว่าจะเป็น

  • Razer Nari Essential : รุ่นราคาประหยัดไม่มีไฟ พร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานสุด 14 ชั่วโมง และไม่มีคลูลิ่งเจลในฟองน้ำ ไดร์ฟเวอร์ลำโพงขนาด 40 มิลลิเมตร
  • Razer Nari Ultimate : รุ่นท๊อปที่ทีมงานได้มาทดสอบ มี Razer HyperSense ,ไฟ RGB พร้อมคลูลิ่งเจลในฟองน้ำ แบตเตอรี่ใช้งานได้นานถึง 20 ชั่วโมง ไดร์ฟเวอร์ลำโพงขนาด 50 มิลลิเมตร
  • Razer Nari : รุ่นกลางโดนตัดไฟ RGB และ Razer HyperSense ออก นอกนั้นเหมือนตัว Ultimate เลย

ฟีเจอร์เด็ด

  • Razer HyperSense

ทำหน้าที่เหมือนเป็น AI ที่อยู่ภายในเฮดโฟน ที่จะคอยช่วยปรับรูปแบบเสียงให้อัตโนมัติตามการใช้งาน จากเดิมต้องเข้าซอฟแวร์และปรับรูปแบบเสียงเองไม่ว่าจะเป็นการฟังเพลง ดูหนัง หรือเล่นเกม แต่ Razer HyperSense จะช่วยปรับรุปแบบเสียงให้เหมาะกับการใช้งานของท่านได้อัตโนมัติ

  • SUPREME WIRELESS IMMERSION

เมื่อพูดถึงการเล่นเกมเสียงจะมีบทบาทสำคัญ มันประกอบความรู้สึกของคุณได้ยินเพื่อกำหนดบรรยากาศและอารมณ์การสร้างประสบการณ์เหมือนจริงที่ช่วยให้คุณรวบรวมตัวละครเกมของคุณอย่างแท้จริง ด้วยปรัชญานี้เราได้สร้างชุดหูฟังพร้อม THX Spatial Audio เพื่อให้ได้เสียงตำแหน่ง 360 องศาเพื่อให้คุณรับรู้เชิงพื้นที่มากขึ้น นอกจากนี้เรายังได้เพิ่มคุณสมบัติการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์เพื่อให้เป็นหนึ่งในไดร์เวอร์รายวันที่สะดวกสบายที่สุดสำหรับการเล่นเกม นี่คือ Razer Nari

  • COMPLEMENTED BY COMFORT

Razer Nari ได้รับการออกแบบเพื่อให้เทคโนโลยีการดื่มด่ำนั้นสมบูรณ์แบบด้วยคุณสมบัติที่สะดวกสบายช่วยให้คุณหลบหนีเข้าไปในโลกของเกมได้นานหลายชั่วโมง

  • Cooling Gel – เบาะรองในฟองน้ำช่วยลดความร้อนสะสมในระหว่างการเล่นเกมที่รุนแรง
  • แถบคาดศีรษะปรับอัตโนมัติปรับได้สูงสุดเพื่อให้พอดีกับขนาดหัวใดก็ได้
  • ที่ครอบหูแบบหมุนได้ปรับให้เข้ากับรูปร่างและตำแหน่งของหูของคุณ
  • สมดุลของเกม / แชทปรับระดับเสียงระหว่างเกมและแชทอย่างสมบูรณ์แบบเพื่อการผสมผสานที่สมบูรณ์แบบที่ให้คุณเพลิดเพลินกับเสียงที่ดื่มด่ำโดยไม่รบกวนการสื่อสารของทีม
  • 2.4GHz Wireless Audio รับเสียงเล่นเกมคุณภาพสูงที่ไม่มีความล่าช้าด้วยช่วงไร้สายสูงถึง 12 เมตรอย่างราบรื่นโดยไม่ต้องตัดการเชื่อมต่อ
  • สายต่อผ่านแจ็คเสียง 3.5 มม. ในโหมดแบบมีสาย เพลิดเพลินกับเสียงสเตอริโอคุณภาพสูงไม่ว่าคุณจะเล่นบนพีซีคอนโซลหรือมือถือ

สเปคโดยละเอียดของ Razer Nari Ultimate

At a glance

  • Razer HyperSense
  • THX  Spatial Audio
  • Cooling Gel-Infused Cushions
  • Lag-Free Wireless Performance
  • Game/Chat Balance

Headphones

  • Frequency response: 20 Hz – 20 kHz
  • Impedance: 32Ω at 1 kHz
  • Sensitivity (@1 kHz): 107 ± 3 dB
  • Input power: 30 mW (Max)
  • Drivers: 50 mm, with Neodymium magnets
  • Inner ear cup diameter: Width 56mm / Length 67mm
  • Oval ear cushions: Designed for full-ear coverage with cooling gel, perfect for long-wearing comfort
  • Connection type: Wireless USB Transceiver / 3.5mm analog
  • Wireless range: 12 m / 40 ft
  • Wireless frequency: 2.4 GHz
  • Analog connection: 4 – pole
  • Battery life: 8 hours with Razer Chroma lighting and HyperSense / 20 hours without Razer Chroma lighting and HyperSense

Microphone

  • Frequency response: 100 – 6.5 kHz
  • Signal-to-noise ratio: > 50 dB
  • Sensitivity (@1 kHz): -42 ± 3 dB
  • Pick-up pattern: Unidirectional

แรกพบกล่อง Razer Nari จะมีชื่อรุ่นย่อย Ultimate กำกับไว้พร้อมโลโก้ Razer Chroma การันตีว่าซื้อไม่ผิดรุ่นแน่นอน ขนาดกล่องไม่ใหญ่มาก มาในโทนเขียวดำอันเป็นเอกลักษณ์ในแบบ Razer ด้านหลังกล่องระบุฟีเจอร์เด้ดในดอกลำโพงของเฮดโฟนไว้ครบครัน

ภายในกล่องจะมีหูฟัง Razer Nari Ultimate คู่มือใบรับรอง สายต่อจะมีให้ทั้งแบบ 3.5 มิลลิเมตรสำหรับต่อกับเครื่องเสียงหรือสมาร์ทโฟน และสาย Micro USB สำหรับชาร์ตไฟ

Razer Nari Ultimate ที่ทีมงานได้มารีวิวนี้จะมาในขนาดที่ค่อนข้างใหญ่โดยเฉพาะตัวหูฟัง ที่ใหญ่จนขนาดครอบได้ทั้งใบหู หูฟังเป็นแบบโปร่งสามารถระบายอากาศออกมาได้ผ่านตะแกรงด้านหลังททำให้เสียงดูโปร่ง และหูฟังไม่อับจนเกินไป วัสดุเป็นการผสมระหว่างโครงเหล็กที่เป็นแกนหมุนของหูฟัง เชื่อมกับตัวพลาสติกที่สามารถบิดได้ เชื่อมกับก้านคาดศีรษะที่เป็นเหล็กด้านบนพร้อมเบาะรองศีรษะสามารถบิดงอได้เพื่อสอบรับกับศีรษะไม่ว่าเล็กใหญ่ วัสดุจัดว่าแข็งแรงดีมาก

จากการทดลองใช้งานคาดศีรษะ สามารถใส่ได้ไม่คับแม้จะมีศีรษะขนาดใหญ่ สายคาดไม่รักศีรษะจนเกินไป ใส่ได้นานๆไม่บีบ แต่ถ้ามีการเคลื่อนไหวรวดเร็ว หรือแรงๆก็อาจจะทำให้เลื่อนหลุดได้อันเนื่องมาจากที่มันไม่ได้บีบศีรษะนี่ละครับ

อีกหนึ่งจุดเด่นของ Razer Nari Ultimate ก็คือฟองน้ำหูฟังที่ผสมผสานระหว่างขอบด้านนอกที่เป็นหนังเทียม ส่วนที่สัมผัสกับศีรษะและใบหูจะเป็นผ้าเพื่อไม่ให้รู้สึกอัพ ร้อนจนเกินไป ตัวฟองน้ำจัดว่ามีความหนามากเลยทีเดียวอันเนื่องมาจากภายในมีการใส่คลูลิ่งเจลเพื่อช่วยให้สามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานมากขึ้นโดยที่ไม่รู้สึกร้อนหรืออับหู ซึ่งจากการใช้งานเล่นเกมราวๆ 2 ชั่วโมงต่อเนื่องมันก็ไม่รู้สึกหรืออับร้อนแต่อย่างใด

ก้านหูฟังเป็นเหล็ก 2 เส้น สามารถง้างได้เยอะ และไม่บีบศีรษะเท่าไร โดยเบาะรองศีรษะจะมีโลโก้ RAZER เป็นหนังครอบด้านนอก และด้านในเป็นผ้าทำให้ศีรษะที่สัมผัสไม่อับหรือเป็นเหงื่อ

ขนาดจัดว่าค่อนข้างใหญ่โดยเฉพาะบริเวณฟองน้ำที่จัดว่าหนาเลยทีเดียว

ไมค์ของ Razer Nari Ultimate จะถูกซ่อนอยู่ภายในสามารถดึงออกมาและบิดงอได้ตามต้องการเพื่อให้เข้ากับรูปปาก โดยจะมีไฟแสดงสถานะการทำงานอีกด้วย

ขอบหูฟังด้านซ้ายมีช่องต่อแจ็ค 3.5 มิลลิเมตร ,Micro USB ,ปุ่มเปิดปิด ,ลูกกลิ่งปรับเพื่อการใช้งานระหว่างเล่ยเกมหรือแชท และสุดท้ายคือปุ่มเปิดปิดไมค์

ขอบหูฟังด้านขวา จะมีปุ่มเพิ่มลดเสียง และจุดที่เก็บตัวส่งสัญญาณไร้สาย

ตัวส่งสัญญาณไวเลสจะถูกเก็บอยู่ที่ขอบหูฟังด้านขวา เป็นแม่เหล็กกดเข้าไปเพื่อเก็บและกดอีกทีจะเด้งออกมา รองรับช่วงสัญญาณ 2.4 GHz

Razer Nari Ultimate จะแตกต่างจากรุ่นอื่นเลยก็คือมีไฟ RGB อยู่ที่หูฟังด้านนอกบริเวณโลโก้ Razer ซึ่งสามารถปรับแต่งได้ตามต้องการ

Software

ซอฟแวร์ที่ Razer ใช้ในการปรับแต่งจะเป็นซอฟแวร์ที่มีชื่อว่า Razer Central สามารถปรับแต่งได้ตั้งแต่ไฟ RGB ,ปุ่มมาโคร (ถ้ามี) ,ระบบเสียงต่างๆ ซอฟแวร์เดียวปรับได้หมด และถ้ามีอุปกรณ์อื่นของ Razer ก็สามารถปรับแต่งได้ในซอฟแวร์เดียวกันนี้จ้า

ที่อยากแนะนำก็คือซอฟแวร์ที่ปรับแต่งไฟ RGB ที่สามารถปรับได้ตั้งแต่สี ความสว่าง รูปแบบการแสดงผล แม้กระทั่งความเร็วในการแสดงผลก็สามารถปรับแต่งได้ แต่ต่อให้ปรับสว่างสุดก็ไม่ค่อยสว่างเท่าไรนัก

รีวิว Razer Nari Ultimate ทดสอบการใช้งาน เริ่มตั้งแต่การติดตั้งซอฟแวร์ที่สะดวกมากๆเพียงแต่เสียบ USB ตัวส่งสัญญาณก็จะมีโปรแกรมเด้งขึ้นมาให้ติดตั้ง จากนั้นโปรแกรมติดตั้งก็จะโหลดอัพเดทเพิ่มเติม หรือต่อให้ไม่ลงโปรแกรมเสริมก็สามารถใช้งานได้ทันที การสวมใส่เฮดโฟนสามารถทำได้ไม่ยาก แต่อาจจะต้องง้างตัวหูฟังเยอะหน่อยเพราะตัวฟองน้ำค่อนข้างหนา แต่ใส่แล้วไม่รู้สึกบีบรัดศีรษะ ใส่แล้วไม่รู้สึกอับหรือร้อนใบหู แต่ถ้าส่ายหัวหรือเคลื่อนศีรษะแรงก็เลื่อนหลุดได้ จากการทดสอบไร้สายก็สามารถส่งสัญญาณได้ไกลประมาณนึงราวๆ 5-8 เมตร แต่ถ้ามากกว่านั้นจะต้องไม่มีวัตถุบังตัวส่งสัญญาณจะได้ราวๆ 10 เมตร

ทดสอบเสียงเบื่องต้นสามารถเก็บเสียงได้ประมาณหนึ่งคนด้านนอกไม่ค่อยได้ยินเสียงจากเฮดโฟนแม้เปิดเสียงดัง และเสียงจากข้างนอกก็แทบจะมาสอดแทรกเข้าไปในเฮดโฟนไม่ได้เช่นเดียวกันจัดว่าเก็บเสียงได้ดีทีเดียว โดยคุณภาพเสียงจากที่ลองดูหนังฟังเพลงหรือเล่นเกม ให้เสียงคมชัดดี แยกทิศทางเสียงได้พอสมควร แต่ก็ไม่ได้ถึงกับเด่นชัดมากนัก เสียงออกแนวกลางๆ จะเด่นเลยคือเสียงเบสที่หนักมากเหมาะกับสายที่ชอบฟังเพลงร๊อค เบสหนักขนาดสามารถทำให้เฮดโฟนสั่นได้ซึ่งถือเป็นฟังค์ชั่นเด็ดตัวนี้เลย ส่วนไมค์นั้นปรับได้สะดวกดี อีกทั้งยังให้คุณภาพเสียงที่ดีมากดูดเสียงพูดได้โอเคเลย

โหมดที่อยากพูดถึงเป็นพิเศษเลยคือสวิตซ์ที่สามารถปรับได้ระหว่างเสียงพูดกับเสียงเกม ซึ่งสามารถปรับสมดุลได้ตามต้องการ ถ้าเน้นพูดเสียงในเฮดโฟนจะเบา แต่เสียงพูดจะดังขึ้นมาชัดเจน แต่ข้อเสียคือถ้าเน้นเสียงพูดเปป็นหลักเสียงเกมจะเบามาก ต่อให้เพิ่มระดับเสียงในเครื่องก็ไม่ช่วยอะไรมากนัก ส่วนถ้าเน้นเสียงเกมยิ่งเพิ่มมากเสียงจะดังขึ้นแต่ก็ไม่ต่างจากเสียงหลักมาก แต่ที่เพิ่มคือเบสของตัวหูฟังที่เบสจะหนักมากจนทำให้หูฟังสั่น ยิ่งเพิ่มยิ่งสั่นเอาเรื่องเลยครับ ส่วนอีกฟังค์ชั่นที่อยู่ในตัวนี้คือ Razer HyperSense ที่จะปรับรูปแบบเสียงตามการใช้งานของเราอัตโนมัติ จะรู้สึกได้ชัดเมื่อฟังเพลงอยู่จากนั้นไปเล่นเกม ตัวหูฟังจะเปลี่ยนโหมดเสียงให้เหมาะกับการเล่นเกม อธิบายให้เข้าใจยาก เอาเป็นว่าต้องลองเล่นที่หน้าร้านดูละกันครับ ช่วยได้จริง แต่อาจจะไม่ถึงกับแตกต่างอย่างชัดเจนถ้าเทียบกับการปรับแต่งด้วยตัวเอง

ทดสอบกับการฟังเพลงผ่านแจ็ค 3.5 มิลลิเมตร จะให้รายละเอียดของเสียงดนตรีเพิ่มเติมขึ้นมาอีกเล็กน้อย คมชัดมากขึ้น แต่ถ้าเอามาดูหนังหรือเล่นเกมแทบไม่ต่างกันเท่าไร

Razer Nari Ultimate เป็นหูฟังระดับท๊อปที่จัดเต็มสำหรับทุกการใช้งานไม่ว่าจะเป็นการดูหนัง ฟังเพลง หรือเล่นเกมที่สามารถใช้งานได้อย่างครบครันด้วยฟังค์ชั่นระบบเสียง THX โดยเฉพาะในเรื่องของการเล่นเกมที่ให้ทิศทางเสียงศัตรูชัดเจน แยกโหมดเสียงได้ระหว่างพูดคุยหรือเล่นเกมที่จะปรับระดับเสียงให้เหมาะสม และถ้าเข้าโหมดเล่นเกมจะให้พลังเสียงเบสที่โดดเด่นมาก จนหูฟังสั่นได้เพิ่มอรรถรสการเล่นเกมมากขึ้นไปอีก ทั้งยังมีไฟ RGB เพิ่มความสวยงาม และ Razer HyperSense ที่ช่วยปรับแต่งเสียงได้อัตโนมัติ เหมาะกับท่านที่ต้องการหูฟังที่ดีที่สุดในด้านของฟังค์ชั่นจัดเต็ม ไร้สายที่ใช้งานได้นานด้วยราคาค่าตัว 8,190 บาท

  • แต่ถ้าท่านงบไม่ถึงก็ยังมีรุ่นรองอย่าง Razer Nari แค่ไฟไม่มี RGB ไม่สั่น และไม่มี Razer HyperSense เหมาะกับท่านที่เน้นความคุ้มค่าและฟัง์ชั่นครบครันสำหรับการเล่นเกม
  • แต่ถ้างบน้อยมากๆก็ยังมี Razer Nari Essential รุ่นเริ่มต้นที่มาพร้อมฟังค์ชั่นพื้นฐาน ดอกลำโพงเล็กกว่าหน่อย ไม่มีไฟ RGB และไม่มีคลูลิ่งเจลกับราคาเพียงสามพันปลายๆเท่านั้น

จุดเด่น

  • ส่วมใสง่ายสะดวกสบายไม่รัดศีรษะ
  • มีคลูลิ่งเจลใส่ได้นานไม่อับหรือร้อน
  • ปรับระดับเสียงสำหรับแชทหรือเกมได้ตามต้องการ
  • มาพร้อมไฟ RGB
  • เสียงดีไม่ว่าจะดูหนังฟังเพลง
  • เล่นเกมได้เต็มอรรถรสด้วยเบสที่หนักเสียงชัดเจน

ข้อสังเกตุ

  • หากเปิดใช้ไฟ RGB หรือ Razer HyperSense จะใช้งานได้ไม่นานเท่าที่ควร
  • ขนาดจัดว่าใหญ่ไปหน่อย
  • ถ้าเปิดเบสหนักมากเกินไปจะทำให้เฮดโฟนสั่นจนปวดหัวเลย

ราคาและลิงค์สั่งซื้อ

Razer Nari Ultimate ราคา 8,190 บาท

Razer Nari ราคา 5,890 บาท

Razer Nari Essential ราคา 3,890 บาท

from:https://notebookspec.com/review-razer-nari-ultimate/466949/