คลังเก็บป้ายกำกับ: QUANTUM_COMPUTER

สิงคโปร์เตรียมยกระดับการเข้ารหัสข้อมูลด้วย Quantum Cryptography

ST Engineering และ National University of Singapore (NUS) เตรียมนำ Measurement-Device-Independent Quantum Key Distribution (MDI QKD) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการเข้ารหัสเชิงควอนตัม เข้ามาใช้ยกระดับการเข้ารหัสข้อมูลบนเครือข่ายเพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นเมื่อ Quantum Computing เริ่มแพร่หลายในอนาคต

Credit: ShutterStock.com

ความพยายามนี้ก่อให้เกิด Quantum Engineering Programme ซึ่งสนับสนุนโดย National Research Foundation มีวัตถุประสงค์เพื่อทำให้แต่ละอุตสาหกรรมสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี Quantum Cryptography ระดับสูงและผลักดันให้เกิดการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวซึ่งจะนำไปสู่ระดับ “Quantum-resilient Encryptors” ได้ ซึ่ง Encryptors เหล่านี้จะเป็นเครื่องมือการเข้ารหัสข้อมูลที่พร้อมใช้งานบน Digital Infrastructure ที่อุตสาหกรรมใช้งานอยู่โดยส่งผลกระทบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ที่สำคัญคือคุ้มค่าราคาและพร้อมขยายการใช้งานได้ในอนาคต

นอกจากนี้ มาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยในปัจจุบันที่ใช้บนระบบ ATM และการทำธุรกรรมออนไลน์ต่างๆ ต่างไม่ได้ใช้เทคโนโลยีควอนตัม ส่งผลให้อาจเกิดความเสี่ยงเมื่อ Quantum Computing เริ่มถูกใช้งานอย่างแพร่หลาย ดังนั้น การนำเทคโนโลยี Quantum Key Distribution (QKD) เข้ามาใช้ในการแจกจ่ายกุญแจเข้ารหัสจะช่วยให้สามารถตรวจจับได้ทันทีเมื่อถูกดังฟัง (เนื่องด้วยคุณสมบัติเชิงกลศาสตร์ควอนตัม) เป็นการยกระดับการเข้ารหัสข้อมููลและเพิ่มความมั่นคงปลอดภัยให้ช่องทางสื่อสารดิจิทัลไปอีกขั้น

“ภาพรวมภัยคุกคามมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและเราจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมสำหรับความท้าทายที่จะเกิดขึ้นในยุค Post-Quantum Computing เทคโนโลยี QKD สามารถนำมาใช้เพื่อเพิ่มความมั่นคงปลอดภัยในการสื่อสารผ่านช่องทางดิจิทัล รวมไปถึงใช้รับมือกับ Quamtum Computer ที่ถูกนำมาใช้เพื่อโจมตีจุดอ่อนและขัดขวาง Ecosystem การเข้ารหัสข้อมูลของโลก” — Goh Eng Choon ประธานกลุ่มระบบความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จาก ST Engineering กล่าว

สำหรับ NUS เอง ขณะนี้ก็ได้ประสานงานกับบิรษัทนาโนอิเล็กทรอนิกส์หลายแห่งเพื่อร่วมพัฒนาอุปกรณ์ที่รองรับ Quantum Cryptography ในระดับหน่วยประมวลผล ซึ่งจะถูกนำมาใช้งานร่วมกับเทคโนโลยี MDI-QKD และสร้างความแพร่หลายให้มากขึ้น โดยอาศัยจุดเด่นที่มีขนาดเล็กและราคาถูกลงกว่าเดิม

ที่มา: https://www.zdnet.com/article/singapore-researchers-tapping-quantum-cryptography-to-enhance-network-encryption/

from:https://www.techtalkthai.com/singapore-enhances-network-encryption-with-quantum-cryptography/

Google เปิดตัว TensorFlow Quantum ระบบ Open Source สำหรับทำ Quantum Machine Learning

Google ร่วมกับ University of Waterloo, X และ Volkswagen เปิดตัว TensorFlow Quantum (TFQ) ซึ่งเป็น Open Source Library สำหรับการทำ Rapid Prototyping ของ Quantum Machine Learning Model

Credit: Google

TFQ นี้มีเครื่องมือที่จำเป็นในการผสานรวมงานวิจัยทางด้าน Quantum Computing และ Machine Learning เข้าด้วยกัน เพื่อให้สามารถควบคุมและสร้างโมเดลบนระบบ Quantum Computing ได้ทั้งแบบ Natural และ Artificial อย่างเช่นหน่วยประมวลผล Noisy Intermediate Scale Quantum (NISQ) ที่มีประมาณ 50 – 100 Qubit

เบื้องหลังของ TFQ นี้ได้นำ Cirq มาใช้งานร่วมกับ TensorFlow และสร้าง High Level Abstraction ขึ้นมาเพื่อให้สามารถออกแบบและใช้งาน Quantum-Classical Model ได้ทั้งแบบ Discriminative และ Generative โดยการทำให้สามารถเรียกใช้งาน Quantum Computing ได้ผ่าน TensorFlow API ที่มีอยู่

ผู้ที่สนใจรายละเอียดฉบับเต็มสามารถศึกษาข้อมูลได้ดังนี้

ที่มา: https://ai.googleblog.com/2020/03/announcing-tensorflow-quantum-open.html

from:https://www.techtalkthai.com/google-announced-tensorflow-quantum/

Google ออก TensorFlow Quantum

Google ได้เตรียมการสำหรับงานด้าน Machine Learning ให้ทำงานบน Quantum Computer ได้แล้วด้วยการออก TensorFlow Quantum

Credit: Google

TensorFlow Quantum (TFQ) เป็นไลบรารีต้นแบบสำหรับรองรับการสร้างและจัดการโมเดลด้าน Machine Learning บนระบบ Quantum โดย Google เผยว่า TFQ จะสามารถรับข้อมูล Quantum ในรูปแบบของ Bit หรือ Qbit และประมวลผลออกมาในระบบ Hybrid อย่างไรก็ตาม Google ไม่ใช่ผู้เล่นเพียงเจ้าเดียวที่นำเสนอแนวคิดของ Hybrid Quantum แต่ทั้ง Microsoft และ IBM ก็ออกบริการคล้ายกันนี้มาก่อนแล้วผ่านทาง Azure Quantum และ IBM Q

ผู้สนใจสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จาก Google 

ที่มา :  https://thenextweb.com/neural/2020/03/09/google-launches-tensorflow-for-quantum-computers/ และ  https://venturebeat.com/2020/03/09/google-launches-tensorflow-quantum-a-machine-learning-framework-for-training-quantum-models/

from:https://www.techtalkthai.com/google-launches-tensorflow-quantum/

กูเกิลเปิดตัว TensorFlow Quantum ออกแบบปัญญาประดิษฐ์ที่ใช้คอมพิวเตอร์ควอนตัมผสม

ทีม TensorFlow ของกูเกิลร่วมกับมหาวิทยาลัย Waterloo และ Volkswagen สร้างไลบรารี TensorFlow Quantum (TFQ) ที่เป็น TensorFlow เวอร์ชั่นเตรียมพร้อมทำงานร่วมกับคอมพิวเตอร์ควอนตัม

TFQ ต่างจาก TensorFlow ปกติหลายอย่าง โดยมันต้องใช้งานร่วมกับข้อมูลควอนตัม (quantum data) ไม่ใช่ข้อมูลปกติ และตัวโมเดลยังแบ่งออกเป็นสองส่วน เรียกว่า hybrid quantum-classical models โดยข้อมูลควอนตัมจะผ่านโมเดลนิวรอนควอนตัม จากนั้นแปลงเป็นข้อมูลคลาสสิคด้วยการหาค่าเฉลี่ย (sample of average) ออกมา เพื่อเข้าโมเดลนิวรอนแบบปกติต่อไป

การจำลองคอมพิวเตอร์ควอนตัมทุกวันนี้ยังทำได้จำกัดมาก โดย TFQ จำลองวงจรควอนตัมขนาด 20 qubit ได้ 1 ล้านรอบโดยใช้เวลา 20-60 นาที อย่างไรก็ดี TFQ จะเป็นตัวเปิดทางสำหรับการสร้างโมเดลเตรียมไว้สำหรับการรันโมเดลบนคอมพิวเตอร์ควอนตัมจริงๆ เช่น การรันโมเดลบนชิป Sycamore ที่กูเกิลแถลงว่าสามารถรันงานระดับ Quantum Supremacy ไปได้ก่อนหน้านี้

สำหรับ Volkswagen ที่ร่วมพัฒนา TFQ ครั้งนี้แสดงความสนใจเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ควอนตัมมาตั้งแต่ปี 2018 โดยเป้าหมายใหญ่คือการใช้คอมพิวเตอร์ควอนตัมออกแบบแบตเตอรี่ยุคต่อไป

ที่มา – Google AI Blog

No Description

from:https://www.blognone.com/node/115081

IBM จับมือมหาวิทยาลัยโตเกียวต่อยอด Quantum Computing

IBM และมหาวิทยาลัยโตเดียว (โทได) ประกาศข้อตกลงความร่วมมือเป็นพันธมิตรเพื่อศึกษาต่อยอดเทคโนโลยี Quantum Computing และพัฒนาให้พร้อมใช้งานทั้งในอุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์ และสังคม

การจับมือครั้งนี้จะก่อให้เกิด Japan – IBM Quantum Partnership ซึ่งจะกลายเป็นศูนย์รวมความร่วมมือระดับชาติที่จะดึงมหาวิทยาลัย อุตสาหกรรม และหน่วยงานรัฐมาเข้าร่วม โดยการร่วมมือนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญ 3 ประการ คือ การพัฒนาแอปพลิเคชันเชิง Quantum สำหรับอุตสาหกรรม การพัฒนาเทคโนโลยีระบบ Quantum Computing และการพัฒนาการศึกษาและวิทยาศาสตร์ Quantum ให้ก้าวไปข้างหน้า

จากการร่วมมือนี้ IBM จะทำการติดตั้ง IBM Q System One ซึ่งเป็นระบบวิจัยอัลกอริธึมเชิง Quantum แอปพลิเคชันและซอฟต์แวร์ระดับสูงที่ศูนย์ IBM ในประเทศญี่ปุ่น โดยมีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาแอปพลิเคชันเชิง Quantum Computing ที่สามารถใช้งานได้จริง โดยการติดตั้งนี้นับว่าเป็นแห่งที่ 3 ในโลกหลังจากที่ติดตั้งที่สหรัฐฯ และเยอรมนี

นอกจากนี้ IBM และ ม.โตเกียว ยังเตรียมสร้างศูนย์เทคโนโลยีระบบ Quantum เพื่อพัฒนาชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องอย่างการทดสอบคลื่นไมโครเวฟและไครโอเจนิค (Cryogenic) ระดับสูง สำหรับนำไปประยุกต์ใช้ใน Quantum Computer ในยุคถัดไป รวมไปถึงเชื้อเชิญเหล่านักศึกษา คณาจารย์ และนักวิจัยให้มาเข้าร่วมสัมมนา ทำเวิร์กช็อป และกิจกรรมต่างๆ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้าน Quantum Computing อีกด้วย

ที่มา: https://www.helpnetsecurity.com/2019/12/23/ibm-university-of-tokyo/

from:https://www.techtalkthai.com/ibm-and-university-of-tokyo-partnership-to-develop-quantum-computing/

Intel เปิดตัว Horse Ridge Cryogenic Control Chip สำหรับช่วยพัฒนา Quantum Computer

ในช่วงปลายปี 2019 นี้ข่าวคราวด้าน Quantum Computer เองก็ถือว่าน่าติดตามไม่น้อย และทาง Intel เองก็เริ่มมีการพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับตอบรับต่อแนวโน้มด้านนี้ออกมาเรื่อยๆ โดยหนึ่งในประกาศล่าสุดนี้ก็คือการเปิดตัว Horse Ridge ระบบ Cryogenic Control Chip สำหรับทำหน้าที่เป็นส่วนประกอบสำคัญภายในระบบ Quantum Computer เพื่อช่วยให้การพัฒนาศาสตร์ด้าน Quantum Computer นี้เป็นไปได้อย่างรวดเร็วนั่นเอง

Stefano Pellerano, principal engineer at Intel Labs, holds Horse Ridge. The new cryogenic control chip will speed development of full-stack quantum computing systems, marking a milestone in the development of a commercially viable quantum computer. (Credit: Walden Kirsch/Intel Corporation)

Intel Labs ได้ออกมาประกาศ Cryogeneic Control Chip แรกภายใต้ชื่อโค้ดเนม Horse Ridge สำหรับทำหน้าที่ในการควบคุม Qubit จำนวนหลายๆ Qubit ได้พร้อมกัน เพื่อช่วยให้ระบบ Quantum Computer สามารถเพิ่มประสิทธิภาพด้วยการเติม Qubit เข้าไปในระบบได้ง่ายขึ้น ทำให้ผู้พัฒนา Quantum Computer ไม่ต้องลงแรงพัฒนา Hardware ในส่วนนี้ด้วยตัวเองอย่างในอดีตที่ผ่านมา

Horse Ridge นี้เกิดจากการพัฒนาร่วมกันระหว่าง Intel และ QuTech ที่เกิดจากความร่วมมือของทีมงาน TU Delft และ TNO โดยภายใน Horse Ridge นี้จะใช้งานเทคโนโลยี 22nm FinFET ของ Intel

Intel นั้นตั้งใจจะให้ Horse Ridge นี้ได้เข้าไปเป็นส่วนประกอบภายในระบบ Quantum Computer ขนาดใหญ่ โดยนำระบบ System-on-Chip ที่ถูกพัฒนาเอาไว้เรียบร้อยและมีความทนทานสูงนี้ไปทดแทนระบบ Control เดิมที่เหล่านักวิจัยเคยใช้งาน เพื่อช่วยให้สามารถสร้าง Quantum Computer ที่มี Qubit จำนวนมากได้ง่ายขึ้น โดย Horse Ridge นี้จะทำหน้าที่เป็น Radio Frequency (RF) Processor สำหรับช่วยควบคุมการทำงานของ Qubit ที่อยู่ในระบบควบคุมความเย็นอุณหภูมิต่ำ และยังสามารถตอบสนองต่อ Operation พื้นฐานของ Qubit ได้ด้วยการแปลงคำสั่งต่างๆ ไปเป็นสัญญาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสำหรับควบคุมสถานะของ Qubit ได้

สำหรับเป้าหมายถัดจากนี้ Intel นั้นจะพัฒนาให้ Horse Ridge นี้สามารถทำงานได้ภายในอุณหภูมิที่ต่ำลงเทียบเท่ากับอุณหภูมิที่ Qubit ต้องใช้ในการทำงาน เพื่อให้การสร้างระบบ Quantum Computer นั้นเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นต่อไป

ที่มา: https://newsroom.intel.com/news/intel-introduces-horse-ridge-enable-commercially-viable-quantum-computers/#gs.lmp1c2

from:https://www.techtalkthai.com/intel-horse-ridge-cryogenic-control-chip-will-boost-quantum-computer-development/

อินเทลเปิดตัว Horse Ridge ชิปควบคุมคอมพิวเตอร์ควอนตัม ทำงานที่ 4 องศาเคลวิน

อินเทลเปิดตัวชิปควบคุมคอมพิวเตอร์ควอนคัมโดยใช้ชื่อ Horse Ridge ที่เป็นเขตที่อากาศเย็นของรัฐโอเรกอน โดยตัวชิปรับคำสั่งแล้วแปลงคำสั่งเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อควบคุมคิวบิตในคอมพิวเตอร์ควอนตัม

ตัวชิป Horse Ridge ตอนนี้ทำงานได้ที่ 4 องศาเคลวิน ซึ่งอะตอมแทบจะหยุดนิ่ง แต่โดยทั่วไปคอมพิวเตอร์ควอนตัมต้องการอุณหภูมิที่ต่ำกว่านี้มาก อาจจะอยู่ที่ระดับมิลลิเคลวินเท่านั้น โดยอินเทลกำลังวิจัยคิวบิตแบบ silicon spin ที่ทำงานที่อุณหภูมิสูงกว่าคอมพิวเตอร์ควอนตัมทั่วไป เป้าหมายคือคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่ตัวคิวบิตและตัวชิปควบคุมทำงานที่อุณหภูมิเดียวกัน

ระบบควบคุมคิวบิตเป็นความท้าทายสำคัญในการพัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัม โดยภาพคอมพิวเตอร์ควอนตัมจำนวนมากจะมีสายควบคุมนับร้อยเพื่อเข้าไปควบคุมคิวบิตในคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก จำนวนสายควบคุมนี้ทำให้การพัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัมขนาดใหญ่ทำได้ยาก

ชิป Horse Ridge นี้อินเทลพัฒนาร่วมกับ QuTech หน่วยงานวิจัยคอมพิวเตอร์ควอนตัมของเนเธอร์แลนด์โดยผลิตชิปด้วยกระบวนการผลิต 22 นาโนเมตร FinFET ของอินเทล

ที่มา – Intel

No Description

ภาพชิป Horse Ridge จากอินเทล

from:https://www.blognone.com/node/113571

AWS เปิดบริการคอมพิวเตอร์ควอนตัม Amazon Bracket

AWS เปิดบริการคอมพิวเตอร์ควอนตัมในชื่อ Amazon Braket ที่มาจาก Bra-Ket notation ซึ่งการเขียนอธิบายสถานะของควอนตัม

ตัวบริการ Braket ให้บริการทั้งการจำลองการทำงานของคอมพิวเตอร์ควอนตัมบนคอมพิวเตอร์ปกติ และการใช้งานคอมพิวเตอร์ควอนตัมจริง โดยคอมพิวเตอร์ควอนตัมจะใช้เครื่องจากบริษัท D-Wave, IonQ, Rigetti

การพัฒนาอัลกอริทึมจริงจะใช้ Amazon Braket SDK ที่เป็นไลบรารีภาษาไพธอนพัฒนาบนแล้วทดลองบน Jupyter

นอกจากบริการคลาวด์แล้ว ทาง AWS ยังเปิดตัวศูนย์วิจัยคอมพิวเตอร์ควอนตัม AWS Center for Quantum Computing และ Amazon Quantum Solutions Lab บริการให้คำปรึกษาจากทั้ง AWS เองและพันธมิตรอื่นๆ

ที่มา – AWS Blog

No Description

ภาพคอมพิวเตอร์ควอนตัม IonQ

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/113448

ญี่ปุ่นประกาศแผน 20 ปีพัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัม ภายในสิบปีต้องสร้างเครื่องระดับ 100 qubit, ลงทุนปีแรก 8,300 ล้านบาท

ญี่ปุ่นประกาศแผนพัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัมระยะยาว 20 ปีเพื่อรักษาระดับการแข่งขันกับสหรัฐฯ และจีน โดยเริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณหน้าที่จะกันงบ 30,000 ล้านเยน หรือประมาณ 8,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าปีที่แล้วเท่าตัว

แผนการแบ่งเป็นระยะ โดย 5 ปีแรกตั้งเป้าสร้างศูนย์พัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัม 5 แห่ง และภายใน 10 ปีตั้งเป้าสร้างคอมพิวเตอร์ควอนตัมขนาด 100 qubit โดยคอมพิวเตอร์ควอนตัมของกูเกิลที่ประกาศความสำเร็จระดับ Quantum Supremacy นั้นมีขนาด 54 qubit

การจัดลำดับความสำคัญนี้ วางเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ควอนตัมไว้ระดับเดียวกับปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีชีวภาพ แผนการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมครอบคลุมถึงการพัฒนาเซ็นเซอร์, วัสดุ, ไปจนถึงกระบวนการเข้ารหัสลับ

เชื่อกันว่าคอมพิวเตอร์ควอนตัมจะช่วยจำลองกระบวนการทางเคมีทำให้มนุษยชาติเข้าใจและสร้างกระบวนการทางเคมีใหม่ๆ ที่ประหยัดพลังงานกว่าเดิม หรือสร้างวัสดุแบบใหม่ได้ โดยคาดว่าคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่จะใช้งานเหล่านี้ได้ต้องมีขนาดเกิน 100 qubit

ที่มา – Nikkei Asian Review

คอมพิวเตอร์ควอนตัมของไมโครซอฟท์ ภาพจากงาน Ignite 2019

from:https://www.blognone.com/node/113392

[Guest Post] ไอบีเอ็มเดินหน้าพัฒนาควอนตัมคอมพิวติ้ง เปิดศูนย์ฯ ที่นิวยอร์ค เปิดใช้งานระบบควอนตัมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมเผยโฉมระบบควอนตัมใหม่ขนาด 53 คิวบิตสำหรับการใช้งานในวงกว้าง

กรุงเทพฯ ประเทศไทย  26 พ.ย. 2562: ไอบีเอ็มประกาศเปิดตัวศูนย์ประมวลผลควอนตัมแห่งใหม่ที่นิวยอร์ค เพื่อขยายศักยภาพระบบควอนตัมที่ใหญ่ที่สุดในโลกให้ครอบคลุมการใช้งานในเชิงพาณิชย์และการศึกษาวิจัย จากเดิมที่จำกัดอยู่แค่เพียงการใช้ในการทดลองในห้องปฏิบัติการ โดยศูนย์ฯ ดังกล่าวจะสามารถรองรับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นของชุมชนผู้ใช้งานที่ลงทะเบียนแล้วกว่า 150,000 ราย รวมถึงลูกค้าเชิงพาณิชย์ สถาบันการศึกษา และห้องปฏิบัติการวิจัยอีกเกือบ 80 แห่ง ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เพื่อพัฒนาการประมวลผลเชิงควอนตัมให้ก้าวหน้า และศึกษาความเป็นไปได้ในการนำไปใช้งานจริงในด้านต่างๆ

ชุมชนผู้ใช้งานทั่วโลกได้เริ่มทำการทดลองต่างๆ บนระบบควอนตัมคอมพิวติ้งของไอบีเอ็มผ่านคลาวด์ไปแล้วกว่า 14 ล้านครั้งนับตั้งแต่ปี 2559 โดยได้มีการเผยแพร่เอกสารงานวิจัยวิทยาศาสตร์แล้วกว่า 200 ชิ้น และเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผู้ที่ต้องการเข้าถึงระบบควอนตัมของจริง ไอบีเอ็มจึงได้เปิดระบบประมวลผลควอนตัม 10 ระบบให้สามารถใช้งานออนไลน์ได้ผ่านศูนย์ประมวลผลควอนตัมของไอบีเอ็ม โดยประกอบด้วยระบบขนาด 20 คิวบิตจำนวน 5 ระบบ ขนาด 14 คิวบิต 1 ระบบ และขนาด 5 คิวบิตอีก 4 ระบบ นอกจากนี้ยังมีถึง 5 ระบบที่มีควอนตัมวอลุ่ม หรือค่าที่ใช้วัดความประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์ควอนตัมสูงถึง 16 ซึ่งถือเป็นอีกก้าวของความสำเร็จในการรักษาระดับประสิทธิภาพให้แรงต่อเนื่อง 

ระบบควอนตัมของไอบีเอ็มได้รับการปรับแต่งมาเพื่อความน่าเชื่อถือ และเพื่อความสามารถในการดำเนินการระดับหลายคิวบิตซ้ำหลายครั้งผ่านการโปรแกรม และปัจจัยเหล่านี้เองก็ทำให้ระบบของไอบีเอ็มสามารถให้บริการด้านการศึกษาวิจัยที่ต้องอาศัยการประมวลผลเชิงควอนตัมอันล้ำสมัยด้วยระดับความพร้อมใช้งานสูงถึง 95%

ภายในหนึ่งเดือน ระบบควอนตัมที่เปิดให้บริการในเชิงพาณิชย์ของไอบีเอ็มจะขยายเพิ่มเป็น 14 ระบบ และในจำนวนนี้รวมถึงคอมพิวเตอร์ควอนตัมระดับ 53 คิวบิต ซึ่งเป็นระบบควอนตัมเดี่ยวสำหรับงานทุกประเภทที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาที่เปิดให้บุคคลภายนอกเข้าใช้ได้ด้วย โดยระบบใหม่นี้มีแลตทิซที่ใหญ่ขึ้นและช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำการทดลองที่มีทั้งความเชื่อมโยงและความยุ่งยากสลับซับซ้อนได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

“กลยุทธ์ของไอบีเอ็ม นับตั้งแต่ที่เรานำคอมพิวเตอร์ควอนตัมเครื่องแรกมาอยู่บนคลาวด์เมื่อปี 2559 ก็คือการนำควอนตัมคอมพิวติ้ง ที่เดิมเป็นเพียงการทดลองในห้องปฏิบัติการโดยองค์กรเพียงไม่กี่แห่ง ให้เข้าถึงผู้ใช้งานจำนวนมาก โดยล่าสุดได้พัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัมระดับ 53 คิวบิตแล้ว” นางสาวปฐมา จันทรักษ์ รองประธานด้านการขยายธุรกิจในกลุ่มประเทศอินโดจีน และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด กล่าว “ไอบีเอ็มเห็นความสำคัญของการเสริมศักยภาพให้กับชุมชนควอนตัมที่กำลังเติบโต ซึ่งมีทั้งนักวิชาการ นักวิจัย และนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ล้วนมีความตั้งใจจริงที่จะปฏิวัติระบบประมวลผลโดยคอมพิวเตอร์ โดยไอบีเอ็มหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้มีความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคการศึกษาของไทย ในการนำควอนตัมคอมพิวติ้งเข้ามาเสริมสร้างนวัตกรรมให้กับประเทศไทย ตามนโยบายประเทศไทย 4.0”

ความก้าวหน้าด้านการประมวลผลเชิงควอนตัมอาจเปิดประตูสู่การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ในอนาคต เช่น ยาและวัสดุชนิดใหม่ ระบบซัพพลายเชนที่มีประสิทธิภาพและลงตัวยิ่งขึ้นกว่าเดิมมาก รวมถึงวิธีใหม่ๆ ในการจำลองข้อมูลทางการเงินเพื่อการลงทุนที่ดียิ่งขึ้น ตัวอย่างผลงานที่ไอบีเอ็มร่วมมือกับลูกค้าและพันธมิตรต่างๆ อาทิ

  • J.P. Morgan Chase และไอบีเอ็มเผยแพร่บทความใน arXiv ว่าด้วยเรื่อง Option Pricing using Quantum Computers ซึ่งเป็นวิธีการกำหนดราคาออพชันทางการเงินและพอร์ตโฟลิโอที่มีออพชันดังกล่าวบนคอมพิวเตอร์ควอนตัมแบบเกต และผลลัพธ์ที่ได้ก็คืออัลกอริทึมที่สามารถเร่งความเร็วแบบยกกำลัง กล่าวคือในขณะที่คอมพิวเตอร์ทั่วไปต้องใช้ตัวอย่างนับล้าน แต่การประมวลผลบนควอนตัมใช้เพียงไม่กี่พันตัวอย่างเพื่อให้ได้ผลลัพธ์เดียวกัน เมื่อเทียบกับวิธี Monte Carlo แบบดั้งเดิม ซึ่งอาจช่วยให้นักวิเคราะห์ทางการเงินสามารถกำหนดราคาออพชันและวิเคราะห์ความเสี่ยงได้แทบจะในทันที และแนวทางการปฏิบัตินี้ก็มีอยู่ใน Qiskit Finance ในรูปแบบโอเพ่นซอร์ส 
  • Mitsubishi Chemical ร่วมกับมหาวิทยาลัยเคโอะและไอบีเอ็มในการจำลองขั้นตอนแรกเริ่มของกลไกการเกิดปฏิกิริยาระหว่างลิเธียมและออกซิเจนในแบตเตอรี่แบบลิเธียม-อากาศ บทความเรื่อง Computational Investigations of the Lithium Superoxide Dimer Rearrangement on Noisy Quantum Devices ซึ่งเผยแพร่อยู่บน arXiv คือก้าวแรกของการจำลองปฏิกิริยาทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างลิเธียมและออกซิเจนบนคอมพิวเตอร์ควอนตัม จากนั้นเมื่อมีความเข้าใจเกี่ยวกับปฏิกิริยานี้ดีขึ้นแล้วก็อาจนำไปสู่การคิดค้นแบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นสำหรับอุปกรณ์พกพาหรือยานยนต์
  • IBM Q Hub ณ มหาวิทยาลัยเคโอ ร่วมมือกับพันธมิตร Mizuhu Financial Group และ Mitsubishi UFJ Financial Group (MUFG) ในการนำเสนอบทความที่ตีพิมพ์ล่วงหน้าลงใน arXiv ว่าด้วยเรื่อง Amplitude Estimation without Phase Estimation ซึ่งเป็นอัลกอริทึมที่สามารถลดจำนวนของคิวบิตและความยาวของวงจรลงจากวิธีการเดิมที่เสนอไว้โดยไอบีเอ็มเพื่อใช้วิเคราะห์ความเสี่ยงเชิงควอนตัมในทางการเงิน

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับไอบีเอ็มควอนตัมได้ที่ www.ibm.com/ibmq

from:https://www.techtalkthai.com/ibm-announces-53-qubit-quantum-computer/