คลังเก็บป้ายกำกับ: QUANTUM_COMPUTER

AWS เปิดบริการคอมพิวเตอร์ควอนตัม Amazon Bracket

AWS เปิดบริการคอมพิวเตอร์ควอนตัมในชื่อ Amazon Braket ที่มาจาก Bra-Ket notation ซึ่งการเขียนอธิบายสถานะของควอนตัม

ตัวบริการ Braket ให้บริการทั้งการจำลองการทำงานของคอมพิวเตอร์ควอนตัมบนคอมพิวเตอร์ปกติ และการใช้งานคอมพิวเตอร์ควอนตัมจริง โดยคอมพิวเตอร์ควอนตัมจะใช้เครื่องจากบริษัท D-Wave, IonQ, Rigetti

การพัฒนาอัลกอริทึมจริงจะใช้ Amazon Braket SDK ที่เป็นไลบรารีภาษาไพธอนพัฒนาบนแล้วทดลองบน Jupyter

นอกจากบริการคลาวด์แล้ว ทาง AWS ยังเปิดตัวศูนย์วิจัยคอมพิวเตอร์ควอนตัม AWS Center for Quantum Computing และ Amazon Quantum Solutions Lab บริการให้คำปรึกษาจากทั้ง AWS เองและพันธมิตรอื่นๆ

ที่มา – AWS Blog

No Description

ภาพคอมพิวเตอร์ควอนตัม IonQ

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/113448

ญี่ปุ่นประกาศแผน 20 ปีพัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัม ภายในสิบปีต้องสร้างเครื่องระดับ 100 qubit, ลงทุนปีแรก 8,300 ล้านบาท

ญี่ปุ่นประกาศแผนพัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัมระยะยาว 20 ปีเพื่อรักษาระดับการแข่งขันกับสหรัฐฯ และจีน โดยเริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณหน้าที่จะกันงบ 30,000 ล้านเยน หรือประมาณ 8,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าปีที่แล้วเท่าตัว

แผนการแบ่งเป็นระยะ โดย 5 ปีแรกตั้งเป้าสร้างศูนย์พัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัม 5 แห่ง และภายใน 10 ปีตั้งเป้าสร้างคอมพิวเตอร์ควอนตัมขนาด 100 qubit โดยคอมพิวเตอร์ควอนตัมของกูเกิลที่ประกาศความสำเร็จระดับ Quantum Supremacy นั้นมีขนาด 54 qubit

การจัดลำดับความสำคัญนี้ วางเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ควอนตัมไว้ระดับเดียวกับปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีชีวภาพ แผนการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมครอบคลุมถึงการพัฒนาเซ็นเซอร์, วัสดุ, ไปจนถึงกระบวนการเข้ารหัสลับ

เชื่อกันว่าคอมพิวเตอร์ควอนตัมจะช่วยจำลองกระบวนการทางเคมีทำให้มนุษยชาติเข้าใจและสร้างกระบวนการทางเคมีใหม่ๆ ที่ประหยัดพลังงานกว่าเดิม หรือสร้างวัสดุแบบใหม่ได้ โดยคาดว่าคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่จะใช้งานเหล่านี้ได้ต้องมีขนาดเกิน 100 qubit

ที่มา – Nikkei Asian Review

คอมพิวเตอร์ควอนตัมของไมโครซอฟท์ ภาพจากงาน Ignite 2019

from:https://www.blognone.com/node/113392

[Guest Post] ไอบีเอ็มเดินหน้าพัฒนาควอนตัมคอมพิวติ้ง เปิดศูนย์ฯ ที่นิวยอร์ค เปิดใช้งานระบบควอนตัมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมเผยโฉมระบบควอนตัมใหม่ขนาด 53 คิวบิตสำหรับการใช้งานในวงกว้าง

กรุงเทพฯ ประเทศไทย  26 พ.ย. 2562: ไอบีเอ็มประกาศเปิดตัวศูนย์ประมวลผลควอนตัมแห่งใหม่ที่นิวยอร์ค เพื่อขยายศักยภาพระบบควอนตัมที่ใหญ่ที่สุดในโลกให้ครอบคลุมการใช้งานในเชิงพาณิชย์และการศึกษาวิจัย จากเดิมที่จำกัดอยู่แค่เพียงการใช้ในการทดลองในห้องปฏิบัติการ โดยศูนย์ฯ ดังกล่าวจะสามารถรองรับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นของชุมชนผู้ใช้งานที่ลงทะเบียนแล้วกว่า 150,000 ราย รวมถึงลูกค้าเชิงพาณิชย์ สถาบันการศึกษา และห้องปฏิบัติการวิจัยอีกเกือบ 80 แห่ง ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เพื่อพัฒนาการประมวลผลเชิงควอนตัมให้ก้าวหน้า และศึกษาความเป็นไปได้ในการนำไปใช้งานจริงในด้านต่างๆ

ชุมชนผู้ใช้งานทั่วโลกได้เริ่มทำการทดลองต่างๆ บนระบบควอนตัมคอมพิวติ้งของไอบีเอ็มผ่านคลาวด์ไปแล้วกว่า 14 ล้านครั้งนับตั้งแต่ปี 2559 โดยได้มีการเผยแพร่เอกสารงานวิจัยวิทยาศาสตร์แล้วกว่า 200 ชิ้น และเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผู้ที่ต้องการเข้าถึงระบบควอนตัมของจริง ไอบีเอ็มจึงได้เปิดระบบประมวลผลควอนตัม 10 ระบบให้สามารถใช้งานออนไลน์ได้ผ่านศูนย์ประมวลผลควอนตัมของไอบีเอ็ม โดยประกอบด้วยระบบขนาด 20 คิวบิตจำนวน 5 ระบบ ขนาด 14 คิวบิต 1 ระบบ และขนาด 5 คิวบิตอีก 4 ระบบ นอกจากนี้ยังมีถึง 5 ระบบที่มีควอนตัมวอลุ่ม หรือค่าที่ใช้วัดความประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์ควอนตัมสูงถึง 16 ซึ่งถือเป็นอีกก้าวของความสำเร็จในการรักษาระดับประสิทธิภาพให้แรงต่อเนื่อง 

ระบบควอนตัมของไอบีเอ็มได้รับการปรับแต่งมาเพื่อความน่าเชื่อถือ และเพื่อความสามารถในการดำเนินการระดับหลายคิวบิตซ้ำหลายครั้งผ่านการโปรแกรม และปัจจัยเหล่านี้เองก็ทำให้ระบบของไอบีเอ็มสามารถให้บริการด้านการศึกษาวิจัยที่ต้องอาศัยการประมวลผลเชิงควอนตัมอันล้ำสมัยด้วยระดับความพร้อมใช้งานสูงถึง 95%

ภายในหนึ่งเดือน ระบบควอนตัมที่เปิดให้บริการในเชิงพาณิชย์ของไอบีเอ็มจะขยายเพิ่มเป็น 14 ระบบ และในจำนวนนี้รวมถึงคอมพิวเตอร์ควอนตัมระดับ 53 คิวบิต ซึ่งเป็นระบบควอนตัมเดี่ยวสำหรับงานทุกประเภทที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาที่เปิดให้บุคคลภายนอกเข้าใช้ได้ด้วย โดยระบบใหม่นี้มีแลตทิซที่ใหญ่ขึ้นและช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำการทดลองที่มีทั้งความเชื่อมโยงและความยุ่งยากสลับซับซ้อนได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

“กลยุทธ์ของไอบีเอ็ม นับตั้งแต่ที่เรานำคอมพิวเตอร์ควอนตัมเครื่องแรกมาอยู่บนคลาวด์เมื่อปี 2559 ก็คือการนำควอนตัมคอมพิวติ้ง ที่เดิมเป็นเพียงการทดลองในห้องปฏิบัติการโดยองค์กรเพียงไม่กี่แห่ง ให้เข้าถึงผู้ใช้งานจำนวนมาก โดยล่าสุดได้พัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัมระดับ 53 คิวบิตแล้ว” นางสาวปฐมา จันทรักษ์ รองประธานด้านการขยายธุรกิจในกลุ่มประเทศอินโดจีน และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด กล่าว “ไอบีเอ็มเห็นความสำคัญของการเสริมศักยภาพให้กับชุมชนควอนตัมที่กำลังเติบโต ซึ่งมีทั้งนักวิชาการ นักวิจัย และนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ล้วนมีความตั้งใจจริงที่จะปฏิวัติระบบประมวลผลโดยคอมพิวเตอร์ โดยไอบีเอ็มหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้มีความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคการศึกษาของไทย ในการนำควอนตัมคอมพิวติ้งเข้ามาเสริมสร้างนวัตกรรมให้กับประเทศไทย ตามนโยบายประเทศไทย 4.0”

ความก้าวหน้าด้านการประมวลผลเชิงควอนตัมอาจเปิดประตูสู่การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ในอนาคต เช่น ยาและวัสดุชนิดใหม่ ระบบซัพพลายเชนที่มีประสิทธิภาพและลงตัวยิ่งขึ้นกว่าเดิมมาก รวมถึงวิธีใหม่ๆ ในการจำลองข้อมูลทางการเงินเพื่อการลงทุนที่ดียิ่งขึ้น ตัวอย่างผลงานที่ไอบีเอ็มร่วมมือกับลูกค้าและพันธมิตรต่างๆ อาทิ

  • J.P. Morgan Chase และไอบีเอ็มเผยแพร่บทความใน arXiv ว่าด้วยเรื่อง Option Pricing using Quantum Computers ซึ่งเป็นวิธีการกำหนดราคาออพชันทางการเงินและพอร์ตโฟลิโอที่มีออพชันดังกล่าวบนคอมพิวเตอร์ควอนตัมแบบเกต และผลลัพธ์ที่ได้ก็คืออัลกอริทึมที่สามารถเร่งความเร็วแบบยกกำลัง กล่าวคือในขณะที่คอมพิวเตอร์ทั่วไปต้องใช้ตัวอย่างนับล้าน แต่การประมวลผลบนควอนตัมใช้เพียงไม่กี่พันตัวอย่างเพื่อให้ได้ผลลัพธ์เดียวกัน เมื่อเทียบกับวิธี Monte Carlo แบบดั้งเดิม ซึ่งอาจช่วยให้นักวิเคราะห์ทางการเงินสามารถกำหนดราคาออพชันและวิเคราะห์ความเสี่ยงได้แทบจะในทันที และแนวทางการปฏิบัตินี้ก็มีอยู่ใน Qiskit Finance ในรูปแบบโอเพ่นซอร์ส 
  • Mitsubishi Chemical ร่วมกับมหาวิทยาลัยเคโอะและไอบีเอ็มในการจำลองขั้นตอนแรกเริ่มของกลไกการเกิดปฏิกิริยาระหว่างลิเธียมและออกซิเจนในแบตเตอรี่แบบลิเธียม-อากาศ บทความเรื่อง Computational Investigations of the Lithium Superoxide Dimer Rearrangement on Noisy Quantum Devices ซึ่งเผยแพร่อยู่บน arXiv คือก้าวแรกของการจำลองปฏิกิริยาทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างลิเธียมและออกซิเจนบนคอมพิวเตอร์ควอนตัม จากนั้นเมื่อมีความเข้าใจเกี่ยวกับปฏิกิริยานี้ดีขึ้นแล้วก็อาจนำไปสู่การคิดค้นแบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นสำหรับอุปกรณ์พกพาหรือยานยนต์
  • IBM Q Hub ณ มหาวิทยาลัยเคโอ ร่วมมือกับพันธมิตร Mizuhu Financial Group และ Mitsubishi UFJ Financial Group (MUFG) ในการนำเสนอบทความที่ตีพิมพ์ล่วงหน้าลงใน arXiv ว่าด้วยเรื่อง Amplitude Estimation without Phase Estimation ซึ่งเป็นอัลกอริทึมที่สามารถลดจำนวนของคิวบิตและความยาวของวงจรลงจากวิธีการเดิมที่เสนอไว้โดยไอบีเอ็มเพื่อใช้วิเคราะห์ความเสี่ยงเชิงควอนตัมในทางการเงิน

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับไอบีเอ็มควอนตัมได้ที่ www.ibm.com/ibmq

from:https://www.techtalkthai.com/ibm-announces-53-qubit-quantum-computer/

CTO Azure ชี้เป้าหมายสำคัญของคอมพิวเตอร์ควอนตัมคือการผลิตปุ๋ย ต้องการคอมพิวเตอร์ขนาด 170 qubit, การเข้ารหัสยังปลอดภัยถึงปี 2030

ที่งาน Microsoft Ignite ปีนี้ Mark Russinovich CTO ของ Azure บรรยายถึงความสำคัญของคอมพิวเตอร์ควอนตัม และแนวทางการพัฒนาแอปพลิเคชั่นบนคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่ไมโครซอฟท์เปิดตัว Azure Quantum โดยเป้าหมายสำคัญคือการออกแบบกระบวนการทางเคมีที่จะสร้างความก้าวหน้าให้กับโลกได้อย่างชัดเจน

No Description

เขายกตัวอย่างกระบวนการผลิตปุ๋ยเคมีที่ทุกวันนี้ใช้พลังงานสูงมาก โดยีรวมประมาณ 3% ของไฟฟ้าทั้งโลกเนื่องจากกระบวนการดึงไนโตรเจนต้องใช้พลังงานสูง แต่ในพืชตระกูลถั่วกลับสามารถดึงไนโตรเจนจากอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงกว่ามาก อย่างไรก็ดีจนทุกวันนี้วิทยาการยังทำความเข้าใจกระบวนการดึงไนโตรเจนในพืชไม่ได้ เนื่องจากกระบวนการทางเคมีมีความซับซ้อนสูง หากเรามีคอมพิวเตอร์ควอนตัมเราจะสามารถจำลองกระบวนการทำงานได้ในเวลาอันดรวดเร็ว Russinovich คาดว่าการจำลองกระบวนการทางเคมีนี้ต้องการคอมพิวเตอร์ควอนตัมขนาด 170 qubit

ในการบรรยาย Russinovich อธิบายถึงเกตแบบต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ควอนตัม และแนวทางการใช้งาน เช่น การกระจายกุญแจเข้ารหัสด้วยอัลกอริธึม BB84 หรือการถอดรหัส RSA-2048 ที่คาดว่าจะใช้เวลาเพียง 100 วินาทีหากคอมพิวเตอร์ควอนตัมมีขนาดใหญ่พอ อย่างไรก็ดีอัลกอริธึม Shor ที่ใช้ถอดรหัส RSA นั้นทำงานช้าอย่างมากบนซอฟต์แวร์จำลอง เพราะปริมาณแรมที่ต้องการจะเพิ่มอย่างรวดเร็ว คอมพิวเตอร์ขนาดเพียง 27 qubit ก็ใช้แรมถึง 2GB

No Description

ความกังวลถึงคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่ใช้ถอดรหัส RSA ได้นั้นไม่น่ากังวลอย่างที่คิด เพราะ RSA-2048 ต้องการคอมพิวเตอร์ควอนตัมขนาดถึง 4096 qubit เพื่อถอดรหัส และ Russinovich คาดว่าจะใช้เวลาถึงประมาณปี 2030 กุญแจจึงถูกถอดรหัสได้ และระหว่างนี้ก็มีการพัฒนากระบวนการเข้ารหัส โดยภาในปี 2026 น่าจะมีการใช้งานกระบวนการเข้ารหัสที่ทนทานต่อคอมพิวเตอร์ควอนตัมแล้ว และใช้เวลาอีก 5 ปีในการเลิกใช้งานกระบวนการเข้ารหัสที่ไม่ทนทานต่อคอมพิวเตอร์ควอนตัม โดยไมโครซอฟท์เองก็ออกแบบอัลกอริธึมเข้ารหัสที่ทนทานต่อคอมพิวเตอร์ควอนตัมถึง 4 กระบวนการและยังเข้ารอบการประกวดของ NIST จนตอนนี้

No Description

ชนิดของคอมพิวเตอร์ควอนตัมในโลกความเป็นจริง ที่อาจใช้โฟตอน, superconducting qubit, หรือ quantum dot

Russinovich ยังระบุว่าคอมพิวเตอร์ควอนตัมในโลกความเป็นจริงนั้นต่างจากในทฤษฎีมาก โดย qubit เป็นนิยามทางทฤษฎีที่ไม่มีอยู่จริง แต่ qubit จริงๆ นั้นจะมีสัญญาณรบกวน โดยทุกวันนี้คอมพิวเตอร์ควอนตัมที่มีอยู่จริงนั้นสัญญาณรบกวนสูงมาก การสร้างคอมพิวเตอร์ควอนตัมจริงๆ จึงต้องการ qubit จำนวนมากเพื่อแก้ไขความผิดพลาด โดย qubit จริง (physical qubit) อาจจะต้องสูงกว่า qubit ที่ใช้งานจริง (logical qubit) นับร้อยเท่า และตัวคอมพิวเตอร์ควอนตัมก็ต้องลดสัญญาณรบกวนให้ต่ำที่สุดด้วยการลดอุณหภูมิจนเหลือเพียงไม่กี่มิลลิเคลวิน

No Description

นักวิจัยไมโครซอฟท์กำลังทำงานก้บคอมพิวเตอร์ควอนตัม

ที่มา – Microsoft Ignite 2019: BRK4011
Quantum computing: Computing with a probabilistic universe with Mark Russinovich

from:https://www.blognone.com/node/113305

ไมโครซอฟท์เปิดตัว Azure Quantum ยังมีแต่ชุดพัฒนาซอฟต์แวร์ บริการจริงต้องรออีกหลายเดือน

ไมโครซอฟท์ประกาศเปิดตัวบริการ Azure Quantum ในงาน Microsoft Ignite โดยประกาศเป็นพันธมิตรกับผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ภายนอก เช่น IONQ, Honeywell, qci รวมถึงไมโครซอฟท์เองก็กำลังพัฒนาฮาร์ดแวร์ของตัวเองอยู่ อย่างไรก็ตามยังไม่ชัดเจนนักว่าบริการนี้เมื่อเปิดตัวจริงๆ จะมีหน้าตาเป็นอย่างไรโดยตอนนี้มีเพียงชุดพัฒนา หรือ Quantum Development Kit (QDK) เท่านั้น

ประกาศของไมโครซอฟท์ระบุว่าบริการ Azure Quantum จะมีตั้งแต่โซลูชั่นสำเร็จ, ซอฟต์แวร์สำหรับจำลองการทำงานคอมพิวเตอร์ควอนตัมและการประเมินทรัพยากรที่ต้องใช้, ไปจนถึงฮาร์ดแวร์ที่มีให้เลือกในสถาปัตยกรรมและจำนวน qubit ต่างๆ

องค์กรที่สนใจต้องกรอกแบบฟอร์มขอใช้งานล่วงหน้า ก่อนบริการจะเปิดในวงปิด

ที่มา – Azure Quantum

No Description

from:https://www.blognone.com/node/112951

Google – ออกมายืนยันการทดลอง Quantum Computer มีความก้าวหน้าไปมาก เมื่อเทียบกับ Super Computer

ก่อนหน้านี้นั้นได้มีข้อมูลงานวิจัยของทาง Google หลุดออกมาครับ โดยข้อมูลงานวิจัยดังกล่าวนั้นได้มีการตีพิมพ์ผ่านนิตยสารทางวิชาการในชื่อว่า Nature ซึ่งงานวิจัยดังกล่าวนั้นเกี่ยวข้องกับเรื่องของความสำเร็จในการพัฒนา ‘quantum supremacy’ หรือการทดสอบประมวลผลงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์แบบใหม่อย่าง Quantum Computer โดยตัวเครื่อง Quantum Computer ที่ Google ใช้ในการทดสอบนั้นมาพร้อมกับหน่วยประมวลผล ครับ

งานที่ทาง Google นำมาใช้ในการประมวลผลนั้นเป็นการประมวลผลที่ทาง Google บอกเอาไว้ครับว่าถ้าหากใช้เครื่อง supercomputer ประสิทธิภาพสูงในปัจจุบันนั้นจะต้องใช้เวลาในการประมวลผลยาวนานมากถึง 10,000 ปีเลยทีเดียว ทว่าด้วยคอมพิวเตอร์แบบใหม่นั้นกลับสามารถที่จะทำการประมวลผลงานดังกล่าวได้ภายในระยะเวลา 200 วินาที เท่านั้นเรียกว่าห่างกันแบบหลายเท่าตัวเลยทีเดียว(เป็นการประมวลผลที่เกี่ยวข้องกับการสร้างตัวเลขสุ่มจำนวนมาก)

อย่างไรก็ตามแต่แล้วครับดูเหมือนว่าผลการวิจัยของทาง Google นั้นจะไม่ได้รับการยอมรับมากสักเท่าไรเพราะล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้นั้นทาง IBM ผู้ผลิต Supercomputer รายใหญ่ของโลกและคู่แข่งรายอื่นๆ ที่กำลังทำการพัฒนา Quantum Computer เช่นเดียวกันนั้นได้ออกมาบอกเอาไว้ครับว่าข้อมูลที่ทาง Google ให้เอาไว้ในเอกสารรายงานการวิจัยไม่เป็นความจริงเนื่องจากว่างานดังกล่าวที่ทาง Google นำมาใช้ในการทดสอบนั้นหากใช้เครื่อง Supercomputer ที่มีอยู่ในปัจจุบันนั้นก็สามารถที่จะทำสำเร็จด้วยระยะเวลาเพียงแค่ 2.5 วันเท่านั้น

งานนี้นั้นเรียกว่าต้องดูกันต่อยาวๆ อีกนานครับเพราะในกลุ่มนักวิจัยเองนั้นก็มีเสียงตอบกลับในความสำเร็จของการทดลองของ Google ในทั้งนี้ออกเป็น 2 สายเช่นเดียวกัน ทว่าสิ่งหนึ่งที่นักวิจัยนั้นยอมรับเหมือนกันก็คือเรื่องของ Quantum Computer ที่หากสามารถพัฒนาออกมาได้จริงนั้นก็จะเป็นการทำลายกำแพงความเร็วในการประมวลผลที่เครื่องคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันสามารถที่จะทำได้แบบก้าวกระโดด ทว่ากว่าจะถึงวันนั้นก็อาจจะต้องใช้เวลาอีกหลายปีล่ะครับ

ที่มา : theverge

from:https://notebookspec.com/google-confirms-quantum-supremacy-breakthrough/498935/

กูเกิลแถลงความสำเร็จ Quantum Supremacy เป้าต่อไปคือการนำมาใช้งานจริง วิจัยสู่เครื่องระดับแสน qubit

เมื่อวานนี้กูเกิลรายงานความสำเร็จในการพัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่มีความสามารถระดับ Quantum Supremacy หรือการประมวลผลที่คอมพิวเตอร์ปกติไม่สามารถทำได้ในทางปฎิบัติ วันนี้กูเกิลก็จัดแถลงข่าวออนไลน์ถึงผลของความสำเร็จครั้งนี้และเป้าหมายต่อไป

No Description

ทีมงานระบุว่าความสำเร็จ Quantum Supremacy นี้เปรียบเหมือนกับเมื่อสองพี่น้องตระกูลไรต์สาธิตการบินครั้งแรกที่บินได้เพียงสิบวินาทีและไม่มีประโยชน์ในการใช้งานจริงนัก แต่ก็เป็นหมุดหมายว่ามนุษย์สามารถทำได้

No Description

ความท้าทายสำคัญในการพัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัม คือการจำกัดสัญญาณรบกวนและความผิดพลาดในการอ่านค่าออกมา โดยชิป Sycamore มีระดับความผิดพลาด 0.36% ในเกตแบบ 1 qubit และ 0.62% ในเกตแบบ 2 qubit และความผิดพลาดในการอ่านค่าที่ 3.8%

No Description

ความผิดพลาดที่ต่ำในจำนวน qubit ที่สูงพอทำให้กูเกิลมองว่ามีเป็นประตูแรกที่จะเริ่มมีการใช้งานจริง (near-term applications) ขณะที่การพัฒนาคอมพิวเตอร์ก็ต้องเพิ่มจำนวน qubit และลดอัตราความผิดพลาดลงไปเรื่อยๆ

No Description

การผ่านด่าน Quantum Supremacy ยังเป็นจุดเริ่มต้นของยุค NISQ (Noisy Intermediate-Scale Quantum) ที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมจะมีอัตราความผิดพลาดในช่วง 0.001% ถึง 1% และมีขนาด qubit ไม่เกิน 1,000 qubit และมุ่งสู่ Quantum Error Correction ที่สามารถสร้างคอมพิวเตอร์ควอนตัมระดับ 100,000 qubit โดยให้ผลระดับพัน qubit ที่ได้รับการแก้ไขความผิดพลาดแล้ว โดยกระบวนการพัฒนานี้ต้องอาศัยทั้งภาครัฐที่จะลงงบประมาณการวิจัยมาด้วย

No Description

คำถามสำคัญคือ หลังจากผ่าน Quantum Supremacy แล้วเราจะมีแอปพลิเคชั่นใดต้องใช้งานคอมพิวเตอร์ควอนตัมบ้าง ผลระยะสั้นที่ชัดเจน คือการสร้างเลขสุ่มที่ยืนยันได้ว่าสุ่มจริง (quantum certificable random number generator) ทำให้ยืนยันได้ว่าเลขที่สร้างขึ้นเป็นเลขสุ่มจริง ใช้สำหรับการออกหวย, เข้ารหัส, และการจำลองระบบ

การสร้างแอปพลิเคชั่นอื่นๆ ยังเป็นไปได้อีกมาก โดยเฉพาะการจำลองแบบทางเคมี ทำให้สามารถออกแบบปฎิกริยาเคมีใหม่ๆ สร้างยา, วัสดุแบบใหม่, แบตเตอรี, หรือการสังเคราะห์ปุ๋ยที่จะใช้พลังงานน้อยลง

สำหรับความกังวลในแง่ของความปลอดภัยในการเข้ารหัสนั้น กูเกิลยืนยันว่าชิป Sycamore สามารถรันอัลกอริทึม Shor สำหรับการแยกตัวประกอบเฉพาะได้ อย่างไรก็ดีชิปยังมีขนาดเพียง 54 qubit ทำให้ยังไม่เป็นอันตรายต่อการเข้ารหัสทุกวันนี้แต่อย่างใด ที่ผ่านมากระบวนการแยกตัวประกอบเฉพาะบนคอมพิวเตอร์ควอนตัม สามารถทำได้ในเลขใหญ่ที่สุดคือ 21 = 7 x 3

from:https://www.blognone.com/node/112726