คลังเก็บป้ายกำกับ: PROJECTOR

REVIEW | รีวิว โปรเจคเตอร์จีน RD819 ราคาไม่ถึง 4,000 บาท ความละเอียด 1080p จริงไหม? สว่างแค่ไหน? น่าใช้หรือเปล่า?

สำหรับคนที่อยากสร้างโรงหนังเอาไว้ดูที่บ้านแบบจอยักษ์ๆ เบิ้มๆ เป็น 100 นิ้ว ก็น่าจะอยากได้โปรเจคเตอร์ไว้ใช้ซักตัวเพื่อเพิ่มความสะใจ…ไอ้จะไปลงทุนกับโปรเจคเตอร์แบรนด์ดังๆ ก็แพงหูฉี่เป็นหลักหมื่นบาท แต่ถ้าใครเข้าไปดูในร้านค้าออนไลน์ก็น่าจะเคยเจอกับเหล่าโปรเจคเตอร์จีนที่ขายราคาหลักไม่กี่พันบาท (ซึ่งมักจะแปะโลโก้โม้ๆ ว่า 1080p มั่งล่ะ หรือ 4K มั่งล่ะ) วันนี้เราก็เลยขอมารีวิวโปรเจคเตอร์จีนรุ่น RD819 ที่ได้มาจากร้านออนไลน์ในราคาประมาณ 3,600 บาท ว่ามันจะชัดแค่ไหน สว่างขนาดไหน และใช้ได้ดีแค่ไหนครับ

ความละเอียดของโปรเจคเตอร์

อย่างที่บอกไปว่าถ้าใครเคยเข้าไปค้นหาโปรเจคเตอร์ในร้านออนไลน์ ก็จะเจอกับเหล่าโปรเจคเตอร์จากประเทศจีนแบบไม่มีแบรนด์เป็นเรื่องเป็นราว เพราะเป็นสินค้าที่ผลิตมาแบบ OEM รูปร่างหน้าตา และสเปคเหมือนกัน แล้วให้แต่ละเจ้าเอาไปแปะแบรนด์แปะรุ่นกันเอาเอง โดยราคาก็จะมีตั้งแต่พันกว่าบาทไปจนถึงหลักหมื่นบาทก็มี แต่สำหรับพวกโปรเจคเตอร์ราคาตั้งแต่ 1,xxx – 4,xxx บาท จากที่ลองไปสืบข้อมูลมา จะมีอยู่แค่ไม่กี่รุ่นที่ให้ความละเอียดแบบ 1080p หรือ Full HD จริงๆ โดยเฉพาะรุ่นที่ต่ำกว่า 3,xxx บาท จะไม่มีรุ่นไหนที่ให้ความละเอียดขนาด 1080p จริงๆ เลย แต่มักจะแปะโลโก้ 1080p หรือ 4K เอาไว้หลอกลูกค้าที่ไม่เช็คสเปคให้ดี 

โปรเจคเตอร์ราคา 1,xxx บาท แปะ Full HD 1080p เอาไว้เพื่อโฆษณา แต่สเปคด้านในบอกความละเอียดจริงที่ 480p

โปรเจคเตอร์บางรุ่นบอกไว้ข้างหน้าร้านว่า 1080p แต่ถ้าเข้าไปอ่านสเปคให้ละเอียดด้านในจะบอกไว้ว่า Support 1080p, Full HD, 4K เท่านั้น ซึ่งจริงๆ คำว่า Support หมายถึงรองรับการเล่นไฟล์วิดีโอที่ความละเอียดดังกล่าว แต่ภาพที่ฉายออกมาจากตัวโปรเจคเตอร์จะเป็นคนละส่วนกัน โดยความละเอียดของภาพที่ฉายออกมาจะเรียกว่า Native resolution (บางร้านจะบอกสเปค Native resolution บางร้านก็ไม่บอก) เพราะฉะนั้นใครที่จะซื้อโปรเจคเตอร์พวกนี้ก็ลองถามคนขายให้ชัวร์ก่อนนะครับว่าความละเอียดแบบ Native เป็น 1080p จริงรึเปล่า ไม่งั้นซื้อมาแล้วไม่ชัดตามที่คิดจะเสียอารมณ์กันอีก

 

ความสว่างของโปรเจคเตอร์

ส่วนความสว่างของโปรเจคเตอร์จะมีหน่วยเรียกเป็น ANSI Lumen คือตัวเลขยิ่งมากก็ยิ่งสว่างมาก ซึ่งจะขึ้นอยู่กับขนาดของภาพที่ต้องการฉายด้วย โดยการฉายภาพที่ขนาด 100 – 120 นิ้ว ในห้องที่ปิดม่านปิดไฟ ใช้โปรเจคเตอร์ความสว่าง 300 – 500 ANSI Lumen ก็เพียงพอ แต่ถ้าจะเอาไปฉายขนาดใหญ่กว่านั้น หรือหากจะเอาไปฉายนอกอาคารที่ควบคุมแสงรอบข้างไม่ได้ ก็ยิ่งต้องหารุ่นที่ ANSI Lumen สูงตามไปด้วย (แน่นอนว่าราคาก็ต้องแพงขึ้น)

โปรเจคเตอร์จาก BENQ สเปคระบุความสว่างไว้ที่ 500 ANSI Lumen สว่างกว่าโปรเจคเตอร์จีนความสว่าง 3800 Lumen

ส่วนความสว่างของโปรเจคเตอร์จีนมักจะใช้หน่วยเรียกเป็น Lumen ซึ่งค่าความสว่างแบบ ANSI Luman จริงๆ อยู่ที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ เพราะอย่างรุ่นที่เราจะมารีวิวบอกค่าความสว่างอยู่ที่ 3800 Lumen หากไปเทียบกับโปรเจคเตอร์แบรนด์ดังๆ ที่มีความสว่าง 500 ANSI Lumen จะพบว่าความสว่าง 3800 Lumen ของโปรเจคเตอร์จีน (ที่สเปคระบุไว้) สู้ความสว่าง 500 ANSI Lumen ของโปรเจคเตอร์ดีๆ ไม่ได้เลย แต่ถ้าเอามาใช้ดูในห้องที่ปิดไฟ และปิดม่านก็ดูได้แบบชัดเจนสบายๆ เลยครับ

 

โปรเจคเตอร์รุ่น RD819

โปรเจคเตอร์รุ่น RD819 ที่เราเอามารีวิวคราวนี้ ได้มาจากร้านค้าออนไลน์ที่ซื้อมาช่วงโปรโมชั่นเลยได้ส่วนลดเหลือเครื่องละประมาณ 3,600 บาท (ไม่มียี่ห้อเป็นเรื่องเป็นราว มีแค่ชื่อรุ่นว่า RD819 เท่านั้น) ขนาดของตัวเครื่องค่อนข้างใหญ่อยู่ที่ 30 x 20 x 10 ซม. และน้ำหนักที่ราวๆ 3 กก. ส่วนสเปคก็คือมีความคมชัดแบบ Native อยู่ที่ 1080p และความสว่าง 3800 Lumen

ด้านหน้าเครื่องมีส่วนที่เป็นเลนส์สำหรับฉายภาพที่มีขอบพลาสติกสำหรับหมุนปรับโฟกัสด้วยมือ และมีช่องรับสัญญาณ (วงกลมสีส้ม) สำหรับใช้กับรีโมต

ขาตั้งด้านหน้าปรับความสูง-ต่ำได้ ในกรณีที่ตั้งเครื่องต่ำกว่าจอ

ด้านซ้ายมีช่องระบายอากาศจากพัดลมด้านใน และมีช่องลำโพงอยู่ใกล้ๆ กัน ทั้งด้านซ้าย และขวา

ช่องระบายอากาศ

ลำโพง

ด้านหลังมีสวิทช์ Power, พอร์ตสำสับเสียบสาย AC, พอร์ต HDMI จำนวน 2 ช่อง, พอร์ต USB จำนวน 2 ช่อง, พอร์ต VGA จำนวน 1 ช่อง, พอร์ต Audio in-out, พอร์ต AV, Pr, Y, Pb ซึ่งค่อนข้างครบสำหรับการใช้งานกับอุปกรณ์ทั่วไป

เขยิบมาทางด้านซ้ายหน่อย จะเจอกับตัวหมุมปรับ Keystone ซึ่งใช้สำหรับการปรับภาพให้เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ใช้ในกรณีที่ตั้งเครื่องฉายในองศาไม่ขนานกับหน้าจอ แล้วภาพที่โชว์บนจอกลายเป็นสี่เหลี่ยมคางหมู ก็ให้ใช้ตัวหมุนนี้ ปรับองศาให้ตรงซะ

ถ้าตั้งเครื่องฉายไม่ได้ระดับกับจอ ภาพจะเป็นสี่เหลี่ยมคางหมู

แต่ข้อสังเกตของการปรับ Keystone ดังกล่าว ถ้าหากเราตั้งเครื่องฉายไว้ในความสูง หรือต่ำกว่าจอมากเกินไป แล้วค่อยปรับ Keystone เพื่อชดเชยองศาให้ภาพ บริเวณขอบภาพจะเกิดอาการเบลอกว่าบริเวณกลางจอนะครับ ก็เลยต้องพยายามตั้งไว้ในตำแหน่งที่พอดีกับจอให้มากที่สุด

แต่ถ้าปรับมากไป ขอบภาพจะเบลอ

ด้านบนตัวเครื่องมีปุ่ม Power และปุ่มสำหรับตั้งค่าต่างๆ เอาจริงๆ ก็ค่อนข้างใช้ง่าย เพราะมีแค่ปุ่มลูกศร ปุ่ม Menu และปุ่ม Source สำหรับเลือกพอร์ตเสียบสัญญาณภาพเท่านั้นเอง

รีโมทก็มีให้

ความคมชัดของภาพ

ทดสอบด้วยการเสียบสาย HDMI เข้ากับโน้ตบุ๊คแล้วฉายภาพความละเอียด 1080p ที่ความสว่างสูงสุด ขึ้นไปบนหน้าจอไวนิลขนาด 100 นิ้ว โดยเปิดไฟ LED ในห้องไว้ 2 ดวง ก็ได้ผลออกมาตามภาพด้านล่าง คือภาพยังคงมองเห็นได้เลือนๆ แต่ก็ไม่ถึงกับมองไม่เห็นเลย ยังสามารถใช้งานได้

พอปิดไฟปุ๊บ ภาพก็ชัดแจ๋วขึ้นมาทันที โดยในห้องไม่ได้มีการบล็อคแสงอะไรมากมายนะครับ เป็นช่วงบ่ายโมงที่แดดจ้า และแค่ปิดม่านเอาไว้เฉยๆ ยังพอมีแสงจากแดดด้านนอกเข้ามาบ้าง

ภาพที่ฉายออกมามีความคมชัด จนสามารถอ่านตัวหนังสือบนหน้าเว็บ หรือบนแอปเอกสารพวก Microsoft Word ได้เลย

จะดูหนังจาก Netflix ก็ชัดเจน และให้สีสันที่ค่อนข้างโอเค ตัวอักษร Sub title อ่านได้ไม่มีปัญหาใดๆ

หรือจะเอามาเล่นเกมก็ชัดไม่แพ้กัน จอใหญ่เล่นได้สะใจสุด

นอกจากเราจะเสียบสายเข้ากับเครื่องเล่น Media ต่างๆ, มือถือ, เครื่องเกมคอนโซล, Android Box หรือคอมพิวเตอร์ได้แล้ว เรายังเสียบแฟลชไดรฟ์ที่มีไฟล์หนังได้โดยตรงเข้าที่พอร์ต USB เลยก็ได้ครับ (ตัวโปรเจคเตอร์ไม่ได้ระบุว่ารองรับไฟล์ประเภทไหนบ้าง แต่จากที่ลองแล้ว ไฟล์ MP4 กับ MKV เล่นได้)

 

ระบบเสียง

สำหรับลำโพงในตัวโปรเจคเตอร์ สามารถปรับเสียงได้ทั้งแบบธรรมดา จะเปิดโหมด Surround หรือโหมด SRS TrySurround XT ก็ได้ ซึ่งเสียงก็ไม่ได้คาดหวังคุณภาพอะไรมากอยู่แล้ว ก็พบว่ามันให้เสียงที่ดังใช้ได้ (ปรับเป็นโหมด SRS จะดังสุด) แต่เสียงจะออกแหลมไปนิด และไม่มีเบสเลย แนะนำให้หาลำโพงมาเสียบเข้ากับพอร์ต Audio จะได้อารมณ์กว่า

ส่วนเวลาเปิดใช้งาน แน่นอนว่าพัดลมระบายอากาศต้องทำงานไปด้วย โดยส่วนตัวคิดว่าเสียงไม่ได้ดังจนน่ารำคาญ หรือดังเกินไปจนรบกวนการดูหนังแต่อย่างใดครับ

 

ขนาดของภาพ และระยะที่ฉาย

แม้ว่าตามสเปคจะระบุเอาไว้ว่า RD819 จะระบุเอาไว้ว่ามันมากับความละเอียดแบบ Native ที่ 1080p และฉายได้ขนาดสูงสุด 120 – 150 นิ้ว แต่ความใหญ่ของภาพและความคมชัดก็ต้องสัมพันธ์กันด้วยนะครับ เพราะถ้ายิ่งฉายภาพใหญ่ขึ้น แต่ความละเอียดยังคงติดอยู่ที่ 1080p แน่นอนว่าความคมก็จะลดลงไปด้วย

ฉายห่างจากจอประมาณ 3 เมตร ได้ขนาดภาพที่ราวๆ 100 นิ้ว

ส่วนระยะของการฉายภาพที่ผมใช้ระหว่างตัวเครื่องโปรเจ็คเตอร์กับหน้าจอห่างกันประมาณ 3 เมตร จะได้ภาพขนาด 100 นิ้ว ซึ่งความคมของภาพยังดีอยู่ ถ้าจะเอาใหญ่ขนาด 150 นิ้ว จะต้องถอยออกไปอีกที่ราวๆ 4 เมตร และความคมของภาพจะเริ่ม drop ลงไปบ้างแล้ว

 

สรุป

ข้อดี

  • ภาพคมชัดจริงเมื่อฉายในที่มืด หรือพอมีแสงสลัวๆ
  • มีพอร์ตให้ใช้ครบครัน
  • เล่นไฟล์วิดีโอจากแฟลชไดรฟ์ได้เลย
  • มีลำโพงในตัว
  • การตั้งค่าต่างๆ ทำได้ง่าย
  • มีรีโมท
  • ราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับสเปค

ข้อสังเกต

  • เครื่องใหญ่ และหนัก
  • ต้องตั้งเครื่องให้องศาการฉายภาพตรงกับจอมากที่สุดถึงจะได้ภาพที่ชัดเจนทั่วทุกมุม
  • เวลาปรับ Keystone แล้วขอบภาพจะไม่ชัด
  • เสียงจากลำโพงในตัวคุณภาพเฉยๆ (แต่ก็ดีกว่าไม่มี)

ใครที่ฝันอยากจะเล่นเกมแบบจอยักษ์ หรืออยากมีโฮมเธียเตอร์เป็นของตัวเอง ก็สามารถทำได้ในงบไม่ถึงหมื่นบาทแล้วล่ะครับ เพราะซื้อโปรเจคเตอร์ราคา 3,xxx บาท, จอไวนิล 100 นิ้ว ราคาประมาณ 200 – 300 บาท และลำโพงระดับกลางๆ ซักชุด (ที่ผมใช้คือลำโพงคอม 5.1 Channel ราคาราวๆ 2,xxx – 3,xxx บาท) เท่านี้ก็ได้สัมผัสประสบการณ์ในการดูหนังที่มันสะใจเหมือนยกโรงหนังมาไว้ที่บ้านแล้ว

from:https://droidsans.com/review-affordable-unbranded-full-hd-projector/

Gazer โปรเจ็คเตอร์ Android ความละเอียด FHD แท้ ฉายภาพได้ทุกทิศทาง พร้อมแบตเตอรี่ในตัว ราคาเริ่มต้นราว 5,000 บาท

ปกติแล้ว โปรเจ็คเตอร์ต่างๆ มักจะมากับขนาดที่ใหญ่ และหนัก จะใช้งานแต่ละทีก็ต้องยกไปตั้ง หาที่เสียบไฟ แล้วก็ต้องมาปรับมุมเครื่องเพื่อให้ฉายได้ตรงกับตำแหน่งจอ แถมรุ่นที่รองรับความละเอียด FHD แท้ๆ ก็มีราคาแพงอีกด้วย…แต่ถ้าใครที่อยากได้โปรเจ็คเตอร์เครื่องเล็ก เคลื่อนย้ายง่าย มีแบตเตอรี่ในตัว คมชัดระดับ FHD สามารถหมุนเลนส์ฉายได้รอบตัว แถมราคาไม่แรง ก็ต้องสนใจเจ้า Gazer Projector กันแน่นอน

Gazer Projector เป็นโปรเจ็คท์ระดมทุนใน Indiegogo ซึ่งตอนแรกตั้งเป้าเอาไว้ที่ราวๆ 320,000 บาท เท่านั้น แต่ปัจจุบันได้รับการระดมทุนแบบทะลุเป้าไปถึง 3,200,000 บาท เลยทีเดียว

โดยสาเหตุที่มีคนสนใจร่วมระดมทุนมากขนาดนี้ ก็เป็นเพราะ Gazer Projector เป็นโปรเจ็คเตอร์ขนาดพกพา ที่มีรูปร่างหน้าตาไม่เหมือนโปรเจ็คเตอร์ตัวอื่นๆ ในตลาดที่มักจะมาเป็นตัวเครื่องสี่เหลี่ยมผืนผ้า แต่สำหรับ Gazer จะมีตัวเครื่องเป็นทรงกลม ที่มีฐานอยู่ด้านล่าง

ด้วยดีไซน์ตัวเครื่องแบบนี้ทำให้มันสามารถหมุนเพื่อปรับตำแหน่งเลนส์ฉายภาพได้เกือบจะ 360º โดยไม่ต้องขยับตัวเครื่องเลย แถมมันยังมากับระบบ Keystone Correction เพื่อช่วยในการปรับสัดส่วนภาพให้เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าได้ แม้ว่าตัวเลนส์จะไม่ได้ฉายเป็นแนวตรงก็ตาม

แถมยังมีระบบ Autofocus ปรับความคมชัดของภาพแบบอัตโนมัติอีกต่างหาก ไม่ต้องคอยหมุนเลนส์หาโฟกัสเอง

Gazer ฉายภาพที่ความละเอียด FHD แบบ Native และยังรองรับไฟล์วิดีโอระดับ 2K หรือ 4K ได้ โดยขยายขนาดภาพสูงสุดได้ถึง 240 นิ้ว มีความสว่างอยู่ที่ 800 ANSI Lumens มีค่าคอนทราสท์อยู่ที่ 50000:1 และใช้เทคโนโลยี DLP เพื่อช่วยให้ภาพที่ออกมามีความคมชัดมากขึ้นไปอีก

หลอดภาพของ Gazer ใช้งานได้ยาวๆ ถึง 30,000 ชม. หรือถ้าคำนวณจากการใช้งานจริงในแต่ละวัน จะดูหนัง ดูบอล เล่นเกมทุกวัน ก็สามารถใช้ได้จนถึง 15 ปี เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมากับแบตเตอรี่ในตัว ซึ่งใช้งานต่อเนื่องได้ถึง 5 ชม. ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ทำให้การพกพาเจ้าโปรเจ็คเตอร์ตัวนี้ออกไปใช้นอกสถานที่ ไม่ต้องวุ่นวายหาปลั๊กเสียบเลย

โปรเจ็คเตอร์รุ่นนี้เรียกว่าพกไปไหนมาไหนได้แบบเครื่องเดียวจบ เพราะนอกจากจะให้ภาพที่คมชัดแล้ว มันยังมีลำโพงคู่ขนาด 5-Watt ในตัว ที่ให้เสียงที่มีพลัง และมีมิติพอสำหรับการดูหนังได้แบบสบายๆ แถมยังใช้งานเป็นลำโพงบลูทูธเฉยๆ ก็ยังได้

Gazer มีพอร์ท USB-C สำหรับเสียบกับ Flash Drive / Hard Drive และพอร์ท HDMI สำหรับเสียบกับ PC, เครื่องเกม, มือถือ ฯลฯ ถ้าไม่อยากวุ่นวายกับสายต่างๆ ก็สามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายได้ทั้ง Screen Mirroring และ Airplay ก็ได้ หรือถ้าไม่อยากจะเชื่อมกับอะไรเลย มันก็มากับระบบ Android 9 ในตัว ให้ลงแอปไว้ดูคลิป ดูหนัง ได้ตามสบาย

Gazer Projector มีราคาเริ่มต้นสำหรับโปรโมชั่น Early Bird อยู่ที่ราวๆ 5,150 บาท (ราคานี้เหลือเวลาอีก 20 วัน) ส่วนราคาเต็มที่จะวางจำหน่ายจริงอยู่ที่ราวๆ 13,000 บาท โดยสินค้าจะเริ่มส่งให้กับผู้ร่วมระดมทุนได้ในช่วงเดือนสิงหาคม 2563 เป็นต้นไป

ใครที่สนใจโปรเจ็คเตอร์เทพๆ ที่มากับฟีเจอร์ครบครันแบบนี้ ก็เข้าไปร่วมระดมทุนกันได้ในเว็บไซท์ Indiegogo ได้เลยครับ

 

ข้อมูลเพิ่มเติม : Indiegogo

from:https://droidsans.com/gazer-projector-fhd-360-degree-built-in-battery/

Xiaomi เปิดตัว Mi Smart Compact Projector โปรเจคเตอร์รัน Android TV 9.0

Xiaomi เปิดตัวสมาร์ทโปรเจคเตอร์รุ่นใหม่ Mi Smart Compact Projector ความละเอียด Full HD 1080P ฉายภาพได้ตั้งแต่ขนาด 60 นิ้วถึง 120 นิ้ว สัดส่วนฉาย 1.2:1 พร้อมลำโพงรองรับระบบเสียงง Dolby และ DTS มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android TV 9.0 ดาวน์โหลดแอปผ่าน Google Play Store ได้ (ปัจจุบันยังไม่รองรับแอป Netflix แต่จะมีอัปเดตแบบ OTA ในอนาคต) และมี Chromecast ในตัว

No Description

Mi Smart Compact Projector วางจำหน่ายในราคา 19,990 บาท บน Lazada, Shopee, JD Central และร้านค้าที่ได้รับอนุญาตจาก Xiaomi และจะวางจำหน่ายในราคาพิเศษ 15,999 บาท ในวันที่ 7 เมษายน บน Shopee

No DescriptionNo Description

ที่มา – จดหมายประชาสัมพันธ์

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/115370

เอปสัน ส่งเลเซอร์โปรเจคเตอร์ 3 รุ่นใหม่ ครอบคลุมการฉายทั้งระยะสั้นและยาว

เอปสัน เปิดตัวเลเซอร์โปรเจคเตอร์รุ่นใหม่ 3 รุ่น ได้แก่ EB-L1060UNL, EB-L1070UNL ที่มีความสว่างระหว่าง 6,000 – 7,000 ลูเมน โดยทุกรุ่นสามารถเปลี่ยนเลนส์ได้มากถึง 12 ประเภท รองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ ครอบคลุมการฉายภาพทั้งระยะสั้นและระยะยาว ทั้งยังสามารถรองรับการฉายภาพที่มีคุณภาพสูงระดับ 4K enhancement ด้วยความละเอียดระดับ WUXGA และ Contrast Ratio ระดับ 2,500,000:1 และสามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 20,000 ชั่วโมง นอกจากนี้ Epson Laser Projector รุ่น EB-L1070UNL ยังได้รับรางวัลการออกแบบจากเวที Good Design Award อีกด้วย เลเซอร์โปรเจคเตอร์ทั้ง 3 รุ่นยังมีความยืดหยุ่นในการติดตั้งเครื่องสูง รวมถึงการติดตั้งแบบ 360 องศา จึงเหมาะกับการใช้งานในหลากหลายธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มการศึกษา กลุ่มโรงแรม รวมไปถึงกลุ่มธุรกิจที่มีห้องจัดแสดงขนาดใหญ่ ทั้งห้องประชุมและห้องเรียน ไปจนถึงงานสัมมนา หอประชุม พิพิธภัณฑ์ และบูธงานแสดงสินค้า เป็นต้น สนใจข้อมูลเพิ่มเติมดูรายละเอียดได้ที่  www.epson.co.th หรือ Epson Call Center โทร. 0-2685-9899

from:https://www.enterpriseitpro.net/epson-eb-l1070unl/

เต็มตา ลื่นปรื้ด Optoma เปิดตัวโปรเจกเตอร์ 4K รองรับรีเฟรชเรต 240Hz ในโหมด Full HD

Optoma แบรนด์โฮมเธียร์เตอร์สัญชาติไต้หวัน เปิดตัว UHD50X โปรเจกเตอร์ 4K ที่ฉายภาพความละเอียด 3840 x 2160 ได้ถึงขนาด 302 นิ้ว พร้อม contrast ratio ที่ 50,000:1 รองรับ HDR10 และ HLG ที่ความสว่าง 3400 ANSI lumens

ทางผู้ผลิตโฆษณาว่ามีรีเฟรชเรตถึง 240Hz แต่จะใช้ได้เฉพาะในโหมด Full HD 1080p เท่านั้น ถ้าเป็นโหมด 4K รีเฟรชเรตสูงสุดจะอยู่ที่ 60Hz พร้อมมีโหมดเล่นเกม “Enhanced Gaming Mode” ที่จะลด input lag เหลือเพียง 16ms ในโหมดความละเอียด 1080p และ 25ms สำหรับความละเอียด 4K แต่ใช้งานได้เมื่อต่อกับ PC เท่านั้น

No Description

ตัวเครื่องรองรับ HDMI 2.0 และ HDCP 2.2 หลอดไฟโปรเจกเตอร์ใช้งานได้ประมาณ 15,000 ชั่วโมง และวางจำหน่ายในราคา 1,599 ดอลลาร์ (ประมาณ 50,280 บาท) ในสหรัฐอเมริกา ส่วนในบ้านเรา ต้องติดตามกันต่อไป

ที่มา – NotebookCheck, PRNewswire

No Description

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/115100

พาเยี่ยมชมนวัตกรรมไอทีสุดล้ำในงาน RICOH Foundation Day 2020

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ของทุกปี ถือว่าเป็นวันสำคัญอย่างยิ่งสำหรับ RICOH เพราะเป็นวันคล้ายวันสถาปนาการก่อตั้งบริษัท ริโก้ จำกัด (ทั่วโลก) และสำหรับประเทศไทยก็ให้ความสำคัญกับวันดังกล่าว ด้วยการจัดงานเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นย้ำถึงแนวคิดในช่วงแห่งการก่อตั้งบริษัท และยังเป็นการส่งเสริมให้พนักงานรู้สึกถึงความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของ RICOH

สำหรับปีนี้ พวกเขาให้ความสำคัญในการทำงาน ภายใต้นิยามที่ชื่อว่า GEMBA (เกมบะ) ที่จะช่วยให้ทุกคนได้เห็นถึงความจริง การทำงานในสถานที่จริง เพื่อที่จะได้รู้สึกถึงประสบการณ์และความสำเร็จอย่างแท้จริง

นอกจากนั้นแล้วในงานวันนี้ก็ยังได้มีการแสดงนวัตกรรมและ เทคโนโลยีในกลุ่มต่างๆ ของ RICOH อาทิเช่น
– Smart Process,
– Smart Workplace
– Smart Technology
– Smart Communication
– SDGs

โดยในคลิป VDO จะพาทุกท่านไปสัมผัสกับเทคโนโลยีต่างๆ มากมาย ซึ่งกล่าวได้ว่า RICOH ในวันนี้ก้าวไกลไปมาก

ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีด้านการพิมพ์และเอกสารที่ล้ำสมัย แต่ยังรวมไปถึงเทคโนโลยีอื่นๆ เช่น เทคโนโลยีการจองห้องประชุม, กระดานอัจฉริยะ IWB, Projector แบบ Full Line-up, เทคโนโลยีสแกนใบหน้า, การแปลงเอกสารจากกระดาษสู่แบบดิจิตอล OCR Lite, นวัตกรรมซอฟต์แวร์และแอพพลิเคชั้่นทั้ง BPM, RPA, SkyFrog, ECM และอื่นๆ อีกมากมาย ที่น่าสนใจ เป็นต้น

รายละเอียดเพิ่มเติมของทาง RICOH สามารถติดตามได้ที่เพจ www.facebook.com/RicohThailandLimited/

from:https://www.enterpriseitpro.net/ricoh-foundation-day-2020/

เอปสัน โชว์เทคโนโลยีเปลี่ยนทุกพื้นผิวเป็นป้ายโฆษณาดิจิทัลด้วย Epson EB-U50

เอปสัน ไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อช่วยยกระดับธุรกิจลูกค้า โดยล่าสุดเปิดตัว Epson EB-U50 โปรเจคเตอร์คุณภาพสูงเพื่องานป้ายโฆษณาดิจิทัล มีความสว่าง 3,600 ลูเมน ความคมชัดระดับ Full HD (WUXGA) อัตราส่วนความคมชัด 15,000:1 คุณภาพของภาพสวยคมชัดสมจริง ให้คุณสามารถเปลี่ยนพื้นที่ต่างๆ ให้กลายเป็นพื้นที่ฉายโฆษณาแบบดิจิทัล เพื่อดึงดูดลูกค้าและสร้างประสบการณ์การนำเสนอสินค้ารูปแบบใหม่ได้อย่างอิสระ มีความยืดหยุ่นในการติดตั้งเครื่อง ซึ่งสามารถติดตั้งบนเพดานหรือวางบนโต๊ะ และฉายภาพจากทุกมุมมองในแนวนอนได้ถึง 360 องศา อีกทั้งยังปรับภาพสี่เหลี่ยมคางหมูบนตัวเครื่องได้ทันที พร้อมรองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้สูงสุด 50 เครื่องด้วยแอพพลิเคชั่น Epson iProjection และสามารถแสดงเนื้อหาจากอุปกรณ์ต่างๆ สูงสุดถึงได้ถึง 4 เครื่องพร้อมกัน

นอกจากนี้มีระบบรักษาความปลอดภัยจากการเชื่อมต่อแบบไร้สาย จึงสามารถส่งข้อมูลหรือเนื้อหาไปยังอุปกรณ์ต่างๆ พร้อมกันได้อย่างปลอดภัย รวมถึงมีอายุการใช้งานหลอดไฟสูงถึง 10,000 ชั่วโมงในโหมดประหยัดพลังงาน ใช้งานติดต่อกันได้เป็นเวลานาน โดยที่คุณภาพของภาพไม่ลดลงและปราศจากปัญหาจุกจิก

เครื่อง Epson EB-U50 ให้คุณสามารถจัดการกับดิสเพลย์ต่างๆ ในร้าน และเพิ่มช่องทางโฆษณาสินค้าและประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้สินค้าและกระตุ้นยอดขาย สนใจข้อมูลเพิ่มเติมดูรายละเอียดได้ที่ http://www.epson.co.th หรือ Epson Call Center โทร. 0-2685-9899

from:https://www.enterpriseitpro.net/epson-eb-u50/

แนะนำ Epson Home Projector คุณภาพสูง ใช้ในบ้านก็ดี ใช้ทำงานก็คุ้มค่า ฉายภาพขนาดใหญ่ได้สูงสุดถึง 300 นิ้ว

ทางทีมงาน TechTalkThai มีโอกาสได้ทดสอบเทคโนโลยี Projector สมัยใหม่จาก Epson ที่ทางผู้ผลิตระบุว่าด้วยเทคโนโลยีภายใน Projector จาก Epson นี้ ทำให้ภาพที่ฉายนั้นมีคุณภาพสูง สีสันสดใส และทำให้ Projector กลับมาเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าการเลือกใช้จอโทรทัศน์ เราจึงขอนำประเด็นต่างๆ ที่ได้ศึกษาและรวบรวมข้อมูล พร้อมทั้งทดสอบการใช้งานจริงมาสรุปให้ผู้อ่านทุกท่านเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในอนาคตกันครับ

ระหว่างโทรทัศน์กับ Projector คุณภาพสูง จะเลือกใช้อะไรดี?

หากย้อนกลับไปเมื่อหลายปีที่แล้ว เราจะรู้สึกว่า Projector นั้นมักจะมาพร้อมกับข้อจำกัดมากมายทั้งเรื่องของราคา ความคมชัด สภาพแสงสว่างในพื้นที่ ความร้อน และอื่นๆ อีกมากมาย เหล่าผู้พัฒนาเทคโนโลยี Projector เองก็ทราบดีถึงประเด็นต่างๆ เหล่านี้ ทำให้เกิดการเร่งพัฒนาเทคโนโลยี Projector ใหม่ๆ ขึ้นมาอุดจุดอ่อนเดิมที่เคยมี ส่งผลให้ปัจจุบันนี้ Projector เริ่มกลับมาเป็นทางเลือกที่น่าสนใจอีกครั้งหนึ่ง ด้วยราคาที่จับต้องได้มากขึ้นกว่าเดิม และมาพร้อมกับคุณภาพในการใช้งานที่ดีขึ้น Projector จึงสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ทั้งภายในอาคารบ้านเรือน และการใช้งานในเชิงธุรกิจได้มากยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน

ประเด็นหลักๆ ของ Projector ที่ถูกพัฒนาให้ดีขึ้นในปัจจุบันนี้ ก็ได้แก่

  • ความคมชัดของภาพและการแสดงสีสันได้อย่างสดใส เหนือขึ้นกว่าสมัยก่อนอย่างเห็นได้ชัด
  • ความง่ายในการติดตั้งใช้งาน ระบบหลายๆ อย่างกลายเป็นอัตโนมัติมากขึ้น และการออกแบบ User Experience นั้นก็ดีขึ้นมากจนไม่ต้องให้เจ้าหน้าที่แผนก IT มาปรับจอให้อย่างแต่ก่อน ติดตั้งใช้งานได้เองง่ายๆ รองรับมุมในการฉายภาพได้หลายมุม พร้อมมีคู่มืออธิบายอย่างชัดเจนว่าถ้าอยากได้จอขนาดใหญ่แค่ไหนควรจะต้องติดตั้งในระยะเท่าไหร่ที่มุมใด
  • ความทนทานที่สูงขึ้น รองรับการใช้งานติดต่อกันได้นานขึ้นกว่าเดิมมาก เมื่อก่อนการเปิด Projector 3-4 ชั่วโมงก็อาจทำให้อุปกรณ์ร้อนจนใช้งานต่อไม่ได้แล้ว แต่เดี๋ยวนี้สามารถเปิดได้ต่อเนื่อง 8-12 ชั่วโมงเลยทีเดียว
  • เสริมเทคโนโลยีหรือลูกเล่นอื่นๆ นอกเหนือจากการฉายภาพเข้าไปมากมาย ทั้งตัว Remote เองที่มีความสามารถมาก, การจัดการผ่าน Mobile Device หรือ Network ได้, การฉายภาพจากหลายจอพร้อมกันได้, การมีลำโพงภายในตัวสำหรับเล่นเสียงต่างๆ ได้ ทั้งหมดนี้ทำให้ การใช้งาน Projector นั้นหลากหลายมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
  • มีให้เลือกหลากหลายทั้งราคา, เทคโนโลยี, ความสามารถเสริม และอื่นๆ ทำให้สามารถเลือกใช้งานได้ตามความเหมาะสม

จะเห็นได้ว่าปัจจุบันนี้ความสามารถของ Projector นี้ก็ถือว่าไม่แพ้จอ Monitor หรือโทรทัศน์เลยทีเดียว แต่ก็ยังคงข้อดีของ Projector ที่เห็นชัดเจนอย่างเช่นขนาดของการแสดงผลภาพที่ใหญ่กว่าจอปกติมากในราคาที่ต่ำกว่า และความง่ายดายในการพกพาที่ทำให้ Projector กลายเป็นอุปกรณ์หลักในการทำธุรกิจบางประเภท เช่น การจัด Event, งานสัมมนา หรือธุรกิจฝึกอบรมต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย

Epson Home Theatre Projector โปรเจคเตอร์คุณภาพสูงสำหรับใช้งานในบ้าน ที่ความสามารถรองรับได้ถึงการใช้งานในระดับธุรกิจ

Credit: Epson

สำหรับ Epson Home Theatre Projector ที่เป็นผลิตภัณฑ์เรือธงของ Epson ในเวลานี้ ก็เป็นอุปกรณ์ Projector ที่ใส่ความสามารถต่างๆ เข้ามามากมาย พร้อมเทคโนโลยีการแสดงผลภาพคุณภาพสูงที่ทำให้ภาพทั้งคมชัดและมีสีสันที่สดใส ทำให้ที่ผ่านมา Epson Home Theatre Projector ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขายดี ด้วยจุดเด่นต่างๆ ดังนี้

ภาพคมชัดด้วยเทคโนโลยี 3LCD และ 4K Enhancement

จุดสำคัญมี่ทำให้ Epson Home Theatre Projector สามารถแสดงผลได้อย่างมีคุณภาพสูงนั้น ก็คือการนำเทคโนโลยี 3LCD มาใช้นั่นเอง

Projector ในอดีตนั้นมักจะใช้เทคโนโลยีในการฉายภาพแบบ 1-chip DLP ที่แสดงผลภาพทีละสีสลับกันด้วยความเร็วสูง ทำให้การมองภาพจาก Projector แบบนี้นานๆ อาจทำให้สายตาเมื่อยล้าได้โดยไม่รู้ตัว และเห็นภาพส่ายจนนำไปสู่การปวดศีรษะได้ ในขณะที่สีที่แสดงออกมานั้นก็ไม่ได้มีความคมชัดสดใสมากนัก

Credit: Epson

ด้วยเหตุนี้ Epson จึงได้พัฒนาเทคโนโลยี 3LCD ขึ้นมา โดยทำการแยกแสงสีขาวออกเป็นแสงสีแดง, แสงสีเขียว และแสงสีน้ำเงิน ก่อนที่จะยิงออกไปผ่าน LCD คนละชุด แล้วค่อยนำมารวมกันด้วยปริซึมก่อนจะฉายออกไปยังพื้นหลัง ทำให้ทุกๆ สีที่แสดงผลนั้นมีความสดใสชัดเจน แสดงสีได้ละเอียดหลากหลาย และมีความสว่างที่สูงขึ้นถึง 3 เท่า

Credit: Epson

นอกจากนี้ Epson ยังได้เพิ่มเทคโนโลยี 4K Enhancement เข้าไปทำให้การแสดงผลภาพใดๆ นั้นมีความละเอียดที่สูงขึ้นได้จากการเพิ่ม Pixel เข้าไปในการแสดงผลภาพ ทำให้ถึงแม้ตัว Projector จะรองรับความละเอียดไม่ถึง 4K แต่ภาพก็จะมีความละเอียดสูงกว่าปกติมากจนใกล้เคียงกับ 4K ได้

ให้ความสว่างสูง ปรับความสว่างได้ด้วยตัวเอง ใช้งานได้ทั้งกลางวันและกลางคืน

ด้วยความสว่างที่สูงขึ้นก็ทำให้การใช้งาน Projector ในพื้นที่ที่มีแสงสว่างนั้นสามารถทำได้ง่ายขึ้น การเลือกพื้นที่ติดตั้งใช้งาน Projector จึงหลากหลายมากขึ้นไปด้วย ใช้งานได้ทั้งกลางวันและกลางคืน

อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือ Epson Home Theatre Projector นี้สามารถตรวจสอบความสว่างรอบๆ ได้ด้วยตนเองและทำการปรับความสว่างของการแสดงผลให้เหมาะสมได้ ทำให้เราสามารถรับชมเนื้อหาภาพยนตร์ต่างๆ ได้อย่างสบายตา ไม่ต้องตั้งค่าใหม่เองทุกครั้ง

ติดตั้งใช้งานได้หลายมุม ยืดหยุ่นได้ตามต้องการ

Epson Home Theatre Projector นี้มีการใช้เลนส์ซูมและรองรับการปรับรูปแบบการแสดงผลภาพเป็นสี่เหลี่ยมคางหมูได้ในมุมต่างๆ ทำให้สามารถติดตั้งใช้งาน Epson Home Theatre Projector ได้หลากหลายมุมจากจอแสดงผล ไม่ว่าจะเป็นมุมตรงตั้งฉากตามปกติ หรือมุมเอียงที่เฉียงออกมาเพื่อให้เราสามารถนั่งชมเนื้อหาต่างๆ กลางจอได้อย่างสบาย และไม่ต้องปรับแต่งพื้นที่ห้องที่จะติดตั้ง Projector มากนัก

Credit: Epson

เชื่อมต่ออุปกรณ์ได้หลากหลาย แสดงภาพจาก Source พร้อมกันได้ 2 แห่ง ประยุกต์ใช้ได้หลายงาน

Epson Home Theatre Projector นี้รองรับการแสดงผลจาก Source ได้หลากหลายมาก ทั้งผ่านสาย VGA, HDMI, Composite, USB ไปจนถึงการเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่านระบบเครือข่าย และการอ่านไฟล์จากอุปกรณ์ USB ทำให้การนำไปใช้งานนั้นมีความยืดหยุ่นสูงทีเดียว

อีกความสามารถที่น่าสนใจก็คือการรองรับการแสดงผลจาก 2 Source พร้อมๆ กันบนจอเดียว โดยสามารถเลือกได้ว่าภาพจาก Source ใดจะมีขนาดใหญ่กว่า หรือมีขนาดเท่ากัน ทำให้การประยุกต์ใช้จอนี้สามารถนำไปใช้งานได้หลายอย่าง ทั้งการประชุม, การนำเสนอข้อมูล, การเปรียบเทียบ, การฝึกอบรม หรือใช้ในกิจกรรมที่เป็นเชิงการแข่งขัน

Credit: Epson

Remote มีความสามารถมากมาย เป็นตัวช่วยในการนำเสนองานได้

เดิมที Remote ของ Projector นั้นมักจะมีบทบาทเฉพาะการใช้งานเพื่อการตั้งค่าอุปกรณ์ Projector หรือเปิดปิดอุปกรณ์เท่านั้น แต่ Remote ของ Epson Home Theatre Projector นี้สามารถทำหน้าที่แทน Mouse เพื่อควบคุมหน้า PowerPoint ได้ รวมถึงยังสามารถทำหน้าที่เป็น Pointer เพื่อชี้จุดสำคัญบนจอในการนำเสนอก็ได้เช่นกัน และยังมีทางเลือกให้ผู้ใช้งานใช้ Smartphone แทน Remote ได้ด้วย ถือว่าสะดวกไม่น้อยทีเดียว

บริหารจัดการและตรวจสอบการทำงานผ่านระบบเครือข่ายได้ ง่ายต่อผู้ดูแลระบบ IT

Epson Home Theatre Projector นี้สามารถเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายเพื่อทำการแจ้งเตือนผ่านทาง Email ในกรณีที่เกิดความผิดปกติในการใช้งานใดๆ ได้, สามารถเปิดช่องให้เข้ามาบริหารจัดการและควบคุมการทำงานได้ผ่านเว็บ และยังมี SNMP เพื่อรับส่งข้อมูลไปยังระบบ IT Monitoring ได้ด้วย ดังนั้นสำหรับธุรกิจหรือองค์กรใดๆ ที่จะใช้งาน Projector ติดตั้งเป็นจำนวนมาก ก็สามารถติดตามการทำงานและตรวจสอบปัญหาที่เกิดขึ้นจากศูนย์กลางได้อย่างง่ายดาย

มีหลายรุ่นให้เลือกใช้งานตามความเหมาะสมต่อการใช้งานจริง

สำหรับผู้ที่สนใจใช้งาน Epson Home Theatre Projector นั้น อันที่จริงแล้ว Epson เองก็ยังมี Projector รุ่นเฉพาะสำหรับภาคธุรกิจที่ออกแบบมาตอบโจทย์อย่างหลากหลายอีกด้วย ผู้ที่สนใจ Projector รุ่นต่างๆ สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ที่ https://www.epson.co.th/

Credit: Epson

ทดลองใช้งานจริงกับ Epson Home Theatre TW650 1080p 3LCD Projector

ตามสไตล์ TechTalkThai เรามักจะรีวิวสินค้าโดยไม่อ่านคู่มือใดๆ เลยเพื่อดูว่าสินค้านั้นๆ จะใช้งานง่ายแค่ไหน สำหรับ Epson Home Theatre Projector เองก็ไม่ยกเว้นครับ

Credit: Epson

อุปกรณ์ที่ได้มาทดสอบในครั้งนี้คือ Epson Home Theatre TW650 1080p 3LCD Projector ซึ่งเป็นรุ่นเล็กสุดในตระกูล ด้วยราคาที่เปิดในหน้าเว็บอยู่ที่ 33,900 บาท แต่ความสามารถต่างๆ ก็ถือว่าไม่ได้ด้อยไปกว่ารุ่นอื่นๆ และเหมาะกับการใช้งานทั่วไปเป็นอย่างมาก ผู้ที่สนใจลองดูรายละเอียดได้ที่ https://www.epson.co.th/การใช้งานบุคคล/โปรเจคเตอร์/โฮมเธียเตอร์/Epson-Home-Theatre-TW650-1080p-3LCD-Projector/p/V11H849052 นะครับ

ก่อนอื่นเลยต้องขอเรียนก่อนว่ารีวิวครั้งนี้แทบจะไม่ได้ถ่ายภาพประกอบอะไรมาเลยนะครับเพราะไม่รู้ว่าจะถ่ายยังไงดี ก็จะขอใช้การบรรยายเป็นหลักก็แล้วกันนะครับ

เริ่มต้นติดตั้งใช้งาน – พร้อมใช้ในเวลาไม่ถึง 1 นาที

แรกเริ่มก็ประทับใจแล้วครับกับความง่ายดายในการเริ่มต้นใช้งาน โดยหลักจากเสียบปลั๊กเสร็จ กดปุ่ม Power เปิด รอเพียงไม่กี่วินาทีตัว Projector ก็พร้อมให้ใช้งานได้แล้ว พอเสียบสายเสร็จปุ๊บก็สามารถแสดงผลภาพออกมาได้ทันที

สำหรับการปรับมุมและความคมชัดเองก็ทำได้ง่าย โดยเบื้องต้นนั้นบน Remote มีปุ่ม Auto ให้อยู่แล้ว กดไปครั้งเดียวระบบก็จะทำการตรวจสอบและเลือกการตั้งค่าที่เหมาะสมที่สุดให้เราโดยอัตโนมัติ ส่วนในการติดตั้ง Projector เป็นมุมเอียง ก็สามารถกดปรับมุมขอบจอส่วนที่เอียงเองได้ง่ายๆ เช่นกันครับ เรียกได้ว่าการปรับการแสดงผลในส่วนนี้เองก็ใช้เวลาน้อยมากเช่นกัน รวมๆ แล้วไม่ถึง 1 นาทีนับจากเปิดเครื่องก็ใช้งานได้เลย

เชื่อมต่อภาพจาก Notebook ได้ทันที สีสันสดใสและสว่างมาก

หลังจากที่เปิดเครื่องมาพร้อมใช้งานได้แล้ว ทันทีที่ต่อ Notebook เข้ากับ Projector สิ่งที่ประทับใจมากก็คือภาพที่แสดงผลบนจอ Projector นั้นคมชัดมาก และสีสันสดใสทุกโทนสี เรียกได้ว่าภาพออกมาชัดและสว่างไม่แพ้การใช้จอ Monitor ในการแสดงผลเลยครับ แต่มีข้อดีที่เหนือกว่าคือมีขนาดใหญ่กว่ามาก สามารถใช้นำเสนองานได้สบายๆ หรือถ้าจะใช้ดูภาพยนตร์ผ่านทาง Netflix ก็น่าจะได้อรรถรสที่ดีไม่น้อยทีเดียว และใช้งานได้ทั้งตอนกลางวันและกลางคืนโดยไม่ต้องปิดไฟครับ แต่ถ้าใครไม่ชอบให้แสงมันสว่างเกินไป ก็สามารถปรับโหมดสีให้มันนุ่มนวลสบายตาขึ้นได้เช่นกันครับ

อีกประเด็นที่น่าพูดถึงคือเรื่องเสียงของพัดลมที่ถือว่าไม่ดังจนเกินไป คือก็ยังได้ยินเสียงพัดลมทำงานอยู่แต่ก็ไม่ได้ดังจนรู้สึกว่ารบกวนแต่อย่างใด และหากลองปรับให้จอมีความสว่างน้อยลง เสียงพัดลมก็จะเงียบลงจนแทบจะไม่ได้ยินเลยครับ

Credit: Epson

ต้องการจอขนาดเท่าไหร่ มีข้อมูลให้อ้างอิงว่าจะต้องใช้ระยะเท่าไหร่

สำหรับกรณีที่ต้องการแสดงผลภาพขนาดใหญ่ให้ได้ตามต้องการ ก็สามารถอ้างอิงได้จากคู่มือครับ ตัวอย่างเช่น หากต้องการแสดงผลที่อัตราส่วนจอแบบ 16:9 ที่ขนาด 300 นิ้วหรือราวๆ 6.6 เมตร x 3.7 เมตร ก็ต้องเว้นระยะระหว่าง Projector กับพื้นผิวจอที่จะใช้แสดงผลประมาณ 6.9 เมตร – 8.3 เมตร เป็นต้นครับ ข้อมูลตรงนี้จะมีบอกอย่างละเอียดในคู่มือเลยว่าหากอยากได้จอขนาดเท่าไหร่ต้องตั้งอย่างไร ก็ถือว่าสะดวกดีที่ไม่ต้องคำนวนหรือลองผิดลองถูกเองมากครับ

แสดงผลภาพจากหลายจอพร้อมๆ กัน

อีกหนึ่งความสามารถที่อยากทดสอบคือการนำภาพจากหลายๆ Source มาแสดงผลพร้อมๆ กันนั่นเองครับ ซึ่งการใช้งานนั้นก็ง่ายมาก เพียงแค่ต่อ Source เข้าไปมากกว่า 1 แหล่งไปยัง Projector จากนั้นก็กดปุ่ม Split บน Remote เพียงเท่านี้จอแสดงผลของเราก็จะถูกแยกเป็น 2 จอ และนำภาพจาก 2 Source มาแสดงผลพร้อมๆ กันได้แล้ว

ส่วนการแสดงผลภาพจากจอ Smartphone หากไม่มีสายสำหรับเชื่อมต่อโดยเฉพาะ ก็สามารถติดตั้ง Epson iProjection ได้ทั้ง Apple iOS และ Google Android ซึ่งโหลดได้จากที่ https://www.epson.co.th/iprojection ครับ

การตอบสนองการตั้งค่าต่างๆ ไวมาก เปลี่ยนประสบการณ์ในการตั้งค่า Projector ไปเลย

ใครที่เคยใช้ Projector เก่าๆ หรือรุ่นเล็กๆ ก็คงมักจะหงุดหงิดใจทุกทีที่ต้องทำการตั้งค่า เพราะ Projector เหล่านั้นมักตอบสนองช้า กดปุ่มบน Remote ไปก็มีชะงักเล็กน้อย หรือพอเลือกคำสั่งใดไปก็ต้องรอซักครู่ก่อนที่อุปกรณ์จะเริ่มปรับตาม แต่กับ Epson Home Theatre Projector นี้ถือว่าประทับใจมากครับ เพราะกดอะไรปุ๊บก็ตอบสนองปั๊บทันที ดังนั้นตอนลองผิดลองถูกกับการใช้ความสามารถต่างๆ จึงสนุกมืออยู่ไม่น้อย

Credit: Epson

Remote สารพัดประโยชน์

สำหรับ Remote ของ Epson นี้ก็นับเป็นอีกจุดที่ประทับใจมากเช่นกันครับ เพราะโดยปกติเวลาใช้งาน Projector ทั่วๆ ไป ถ้าตั้งมุมองศาการฉายจอดีอยู่แล้ว Remote ก็มีหน้าที่แค่เอาไว้เลือก Source เท่านั้น แต่ Remote ของ Epson ที่ทดสอบนี้สามารถทำอะไรได้เยอะมาก ตั้งแต่การกดปุ่ม Auto เพื่อปรับจอแบบอัตโนมัติ, การสั่ง Split หน้าจอแยกเป็น 2 จอย่อย, การสั่ง Freeze หน้าจอให้แสดงภาพล่าสุดค้างเอาไว้แม้ภาพจริงใน Notebook จะเปลี่ยนไปแล้ว, การสั่ง Zoom เข้าออกเพื่อเน้นเนื้อหาบางส่วน, การใช้ Pointer ชี้เนื้อหาส่วนที่สำคัญในการนำเสนอโดยไม่กระทบกับ Cursor Mouse ที่ใช้อยู่, การปรับโทนการแสดงผลให้เหมาะกับเนื้อหาที่กำลังรับชม และอื่นๆ อีกมากมาย

ลองปรับค่าต่างๆ ในอุปกรณ์ดู

สำหรับการตั้งค่าเชิงลึกต่างๆ นั้นก็สามารถทำผ่าน Remote ได้เลย เพียงแค่กด Menu ขึ้นมาก็สามารถตั้งค่าต่างๆ ตามที่ต้องการเองได้แล้ว

มีกระเป๋าให้จัดเก็บและพกพาได้ง่าย สำหรับการใช้งานนอกสถานที่

ในอุปกรณ์ที่ได้รับมาทดสอบนี้ก็มีกระเป๋าสำหรับใส่ Projector ด้วยครับ ใช้ได้ทั้งการกันฝุ่นและการพกพาอย่างสะดวก มีช่องย่อยสำหรับใส่ Remote และสายต่างๆ ที่จำเป็นให้ด้วย

ความสามารถที่อยากทดสอบแต่ยังไม่มีโอกาสได้ลอง

จริงๆ แล้วตัว Projector นี้ทำอะไรได้หลากหลายมากแต่ในครั้งนี้เราไม่ได้มีโอกาสทดสอบกัน เช่น

  • ลำโพงเสียงที่มีอยู่ใน Projector แต่เนื่องจากไม่มีสาย HDMI ไว้ทดสอบเลยไม่ได้ลองใช้ความสามารถนี้ครับ
  • จอขนาด 300 นิ้ว พอดีสถานที่ไม่เอื้ออำนวยเลยได้ใช้ที่ขนาด 60 นิ้ว – 100 นิ้วเท่านั้นครับ ซึ่งภาพก็ออกมาคมชัดสว่างดีมากอยู่

โดยสรุปแล้วก็ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานง่ายดีครับ เพียงแต่ว่าในการใช้งานจริงก็อาจต้องเตรียมสายในการเชื่อมต่อหลายๆ แบบเอาไว้ให้พร้อม ส่วนการใช้งานนอกสถานที่ก็ต้องประเมินเรื่องระยะการฉายภาพและตำแหน่งในการติดตั้งให้ดี ซึ่งการนำอุปกรณ์ไปทดสอบก่อนก็ใช้งานจริงก็จะทำให้มั่นใจได้มากขึ้น แต่สำหรับการใช้งานในการฝึกอบรมทั่วๆ ไปก็ไม่มีปัญหาครับ สามารถใช้งานได้เลยแน่ๆ อยู่แล้ว

จุดที่ประทับใจนั้นก็หนีไม่พ้นเรื่องของคุณภาพในการแสดงผลที่ภาพออกมามีสีสันสวยงามและคมชัดดี แตกต่างจาก Projector ในอดีตเป็นอย่างมาก และด้วภาพที่ขนาดใหญ่กับความสบายตา ก็ทำให้ Projector รุ่นนี้ถือเป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจทั้งในแง่ของการนำไปใช้งานและการนำไปใช้เพื่อความบันเทิงเลยครับ

Epson Home Theatre Projector นี้เหมาะกับใคร?

Credit: Epson

สำหรับผู้ที่อยากมีประสบการณ์ในการรับชมภาพยนตร์หรือวิดีโอต่างๆ บนจอขนาดใหญ่ Epson Home Theatre Projector นี้ก็สามารถกลายเป็นอีกทางเลือกหนึ่งนอกจากการซื้อจอ Monitor หรือโทรทัศน์ในบ้านได้ ด้วยราคาที่ใกล้เคียงกันแต่ Epson Home Theatre Projector สามารถแสดงผลบนจอขนาดใหญ่ถึง 100 นิ้วหรือ 300 นิ้วได้สบายๆ

นอกเหนือจากการใช้งานเพื่อความบันเทิงภายในบ้านที่พักอาศัยแล้ว Epson Home Theatre Projector เองก็ยังสามารถถูกนำไปใช้ในธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางได้ ทั้งการติดตั้งใช้งานภายในห้องประชุม, การนำไปใช้นำเสนอนอกสถานที่, การนำไปจัด Event หรืองานสัมมนา และการนำไปใช้ในการออกบูธเพื่อดึงดูดให้คนสนใจภาพนิ่งหรือวิดีโอขนาดใหญ่ได้

ทั้งนี้ Epson Home Theatre Projector นี้ก็ยังเป็น Projector อีกตระกูลที่เหล่าธุรกิจ Organizer มักเลือกนำไปให้บริการเพื่อให้ธุรกิจองค์กรต่างๆ ได้นำไปเช่าใช้งาน อีกทั้งธุรกิจโรงแรมหรือห้องประชุมเอง ก็มักเลือกนำไปใช้เป็น Projector สำหรับรองรับความต้องการจากภาคธุรกิจ เพื่อใช้สถานที่ในการจัดงานประชุม, นำเสนอ หรือฝึกอบรมก็ตาม

ติดต่อ Epson ได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจใช้งาน Projector รุ่นต่างๆ ทั้งสำหรับการใช้งานภายในบ้านที่พักอาศัย, ในธุรกิจขนาดเล็ก ไปจนถึงธุรกิจองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการ Projector สำหรับนำไปใช้งานเฉพาะทางในรูปแบบต่างๆ สามารถติดต่อทีมงาน Epson เพื่อขอข้อมูล, ขอคำปรึกษา หรือขอใบเสนอราคาได้ทันทีที่ call center 02-685-9899 และสามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ Epson ได้ที่ https://www.epson.co.th

from:https://www.techtalkthai.com/epson-home-projector-introduction-and-review/

คาสิโอ เปิดตัวโปรเจคเตอร์รุ่น ซุเพียเรียร์

เมื่อเร็วๆ นี้ นาย โคจิ ชินโจ กรรมการผู้จัดการบริษัท คาสิโอ มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (ซ้าย) และ นายฐิตกร อุษยาพร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) (ขวา) ตัวแทนจำหน่ายคาสิโอ โปรเจคเตอร์ในประเทศไทย เปิดตัว คาสิโอ โปรเจคเตอร์ รุ่น ซุเพียเรียร์ (Superior Series) ที่ให้ความสว่างสูงถึง 4000 ลูเมนที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลกและรองรับการฉายภาพที่มีขนาดใหญ่ได้ถึง 300 นิ้ว

ที่มา : ข่าวพีอาร์

from:https://www.enterpriseitpro.net/casio-superior-series/

Epson – Pro Cinema 6050UB 4K PRO-UHD โปรเจคเตอร์ 4K รองรับ HDR10 สำหรับคอหนังโดยเฉพาะ

เชื่อว่าห้องดูหนังที่บ้านสำหรับบางท่านนั้นก็ชื่นชอบการใช้งานโปรเจคเตอร์ที่มีข้อดีหลายๆ ข้อรวมไปถึงการให้บรรยากาศแบบเดียวกับในโรงภาพยนตร์แน่นอนครับ และล่าสุดนั้นทางผู้ผลิตชื่อดังอย่าง Epson ก็ได้ทำการเปิดตัวโปรเจคเตอร์รุ่นใหม่อย่าง Pro Cinema 6050UB 4K PRO-UHD ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์เด็ดๆ อย่างการรองรับความละเอียดที่ระดับ 4K และ HDR10 ในตัวแถมยังสามารถที่จะรองรับความถี่การแสดงผลภาพได้สูงสุดที่ 60Hz อีกต่างหากครับ

Pro Cinema 6050UB 4K PRO-UHD สามารถที่จะให้แสงสว่างออกมาได้ถึง 2,600 ลูเมนสำหรับการแสดงผลทั้งในส่วนของสีและการฉายแสงสีขาว นอกไปจากนั้นแล้วทาง Epson ยังได้ยืนยันอีกด้วยว่าด้วยการใช้เทคโนโลยีเฉพาะตัวอย่าง UltraBlack นั้นจะทำให้การแสดงผลสีดำของตัวโปรเจคเตอร์เหมือนจริงถึงแม้ว่าพื้นที่ที่รองรับแสงนั้นจะเป็นเพียงกำแพงธรรมดาก็ตาม แถมด้วยเทคโนโลยีใหม่อย่าง “cutting-edge digital technology” และการรองรับการแสดงผลสีสูงสุดถึง 10-bit อีกด้วยครับ

ทั้งนี้ Pro Cinema 6050UB 4K PRO-UHD นั้นจะมาพร้อมกับ dynamic contrast ratio ที่สูงถึง 1,200,000:1 ตามมาด้วยการรองรับการแสดงผลความกว้างของช่วงสีแบบ DCI-P3 อีกด้วยต่างหาก ทั้งนี้ Epson Pro Cinema 6050UB 4K PRO-UHD เริ่มวางจำหน่ายแล้ว ทว่าสิ่งที่น่ากลัวก็คือราคาของมันเพราะราคาเปิดตัวนั้นสูงถึง $3,999 หรือประมาณ 126,160 บาทเลยทีเดียวแต่สเชื่อว่าสำหรับขาดูหนังแล้วงบแค่นี้น่าจะไม่กระเทือนขนหน้าแข้งของท่านอย่างแน่นอนครับ

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/epson-releases-a-new-4k-hdr10-pro-cinema-projector/480542/