คลังเก็บป้ายกำกับ: PROGRAMING

Hitachi Vantara ซื้อกิจการสตาร์ทอัพด้าน Kubernetes อย่าง Containership

Hitachi Vantara ในเครือของ Hitachi ที่คอยสนับสนุนบริษัทในการผลิตฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์นั้น ได้ออกมาประกาศว่าได้เข้าซื้อกิจการของบริษัทชื่อ Containership ซึ่งตั้งอยู่ที่ Pitsburgh

บริษัทนี้ก่อตั้งเมื่อปี 2015และได้การยอมรับว่าเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการแพลตฟอร์มที่มีความเสถียรมากที่สุดสำหรับงานติดตั้งและจัดการโครงสร้างพื้นฐาน Kubernetes แบบมัลติคลาวด์

โดย Containership ได้พัฒนาแผงควบคุมที่ใช้งานได้สะดวกทำให้องค์กรต่างๆ มีความยืดหยุ่นในการทำงานกับพับลิกคลาวด์ ไพรเวทคลาวด์ และสภาพแวดล้อมการทำงานแบบ On-Premise แต่ที่ผ่านมาบริษัทนี้ประสบปัญหาด้านการเงินและด้านอื่นๆ จนทำให้ยอมขายกิจการดังกล่าว

ทางด้าน COO ด้านหน่วยธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานดิจิตอลของ Hitachi Vantara คุณ Bobby Soni โพสต์ผ่านบล็อกของตนเองว่า “วันนี้ผมสามารถบอกให้ทุกคนทราบได้แล้วว่า ทางเราได้ซื้อกิจการสตาร์ทอัพด้าน Kubernetes อย่าง Containership แล้ว”

ที่มา : CB

from:https://www.enterpriseitpro.net/hitachi-vantara-acquires-kubernetes-startup/

10 สุดยอดทูลกำจัดมัลแวร์ประจำปี 2020! – ดาวน์โหลดติดตัวไว้ได้เลย

ทูลกำจัดมัลแวร์เป็นเครื่องมือที่ช่วยลบมัลแวร์อันตรายออกจากคอมพิวเตอร์ส่วนตัว เพื่อป้องกันทั้งแฮ็กเกอร์และป้องกันการโดนโจมตีในอนาคต ซึ่งปัจจุบันนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีเครื่องมือด้านความปลอดภัย

ติดตั้งบนพีซีหรือแล็ปท็อปของคุณ เนื่องจากคุณไม่มีทางรู้เลยว่าจะถูกอาชญากรไซเบอร์โจมตีเมื่อไร และสิ่งที่จำเป็นไม่ใช่แค่ซอฟต์แวร์แอนติไวรัสเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเครื่องมือกำจัดมัลแวร์ด้วย ซึ่งเมื่อเทียบกับ Adware และ Spyware นั้น

ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจนคือ มัลแวร์กลุ่มดังกล่าวมักไม่ได้ถูกจัดเป็นไวรัส จึงมักตรวจสอบได้ยาก การกำจัดออกจากเครื่องก็ยิ่งลำบากมากขึ้นไปอีก โดยเฉพาะเมื่อผู้พัฒนามัลแวร็มักให้ความสำคัญกับการหลบเลี่ยงการกำจัดออกจากระบบด้วย

และมัลแวร์ก็ถือเป็นปัญหาที่พบบ่อยมาก ยิ่งตอนนี้เราติดเชื้อมัลแวร์ง่ายมากแทบไม่รู้ตัว ไม่รู้สึกถึงประสิทธิภาพการทำงานชองเครื่องที่ด้อยลงเลย บางตัวก็หลบการตรวจจับได้หลายปีนี่จึงเป็นเหตุว่าทำไมเราต้องใช้ทูลกำจัดมัลแวร์โดยเฉพาะ

ความสามารถของมัลแวร์ก็ทวีความร้ายกาจอย่างต่อเนื่อง ทั้งการดูดข้อมูลกิจกรรมที่ทำบนหน้าเดสก์ท็อป ข้อมูลบนคลิปบอร์ดที่คัดลอกไว้ แคปภาพหน้าจอ ดูดข้อมูลเครือข่าย การกดคีย์บอร์ด รหัสผ่าน ไปจนถึงดูดจากอุปกรณ์ที่เสียบยูเอสบีอยู่

โชคดีที่ตอนนี้มีทูลกำจัดมัลแวร์มากมายหลากหลายแบบ หลายตัวก็เปิดให้ใช้งานฟรี ขณะที่บางส่วนสามารถจ่ายเงินเพื่ออัพเกรดฟีเจอร์ได้ ดังนั้นถ้าคุณต้องการกำจัดมัลแวร์แล้ว ก็ควรมองหาทูลที่กำจัดมัลแวร์โดยเฉพาะดีกว่า

จริงๆ มัลแวร์มีความหมายกว้างมาก หมายถึงซอฟต์แวร์ใดๆ ก็ตามที่มีเจตนาไม่ดี (Mal) จึงครอบคลุมไปถึงโปรแกรมหรือกลไกวิธีต่างๆ ที่มีเป้าหมายหลักในการทำอันตราย หรือแม้แต่ทำในสิ่งที่ผิดกฎหมาย ซึ่งมัลแวร์ที่มีความซับซ้อน

และเป็นขั้นสูงมากที่สุดคือไวรัสคอมพิวเตอร์ ที่คอยส่งผลกระทบกับโปรแกรมอื่นผ่านโค้ดชองตัวเอง รวมทั้งมีความสามารถในการเพิ่มจำนวนตัวเองได้เมื่อโปรแกรมที่ติดเชื้อทำงาน แม้ไวรัสบางตัวไม่ได้มีข้อมูลที่เป็นอันตราย เป็นแค่การโชว์พาวของคนเขียนโค้ดเท่านั้น

มัลแวร์ในปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบ เช่น โทรจันที่คอยส่งข้อมูลส่วนตัวบนเครื่องออกไปภายนอก ที่ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มสปายแวร์ หรือสปายแวร์อีกแบบที่คอยตรวจสอบกิจกรรมที่ทำบนเว็บบราวเซอร์หรือแม้แต่ดูข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง

มัลแวร์ที่ร้ายแรงที่สุดคงหนีไม่พ้นแรนซั่มแวร์ ที่อยู่ดีๆ คุณอาจจะพบว่าไฟล์สำคัญของตัวเองโดนเข้ารหัส พร้อมมีข้อความแจ้งวิธีการจ่ายเรียกค่าไถ่เพื่อแลกกับการปลดล็อกถอดรหัสไฟล์กลับคืน ซึ่งนับเป็นหนึ่งในปัญหาที่มีการแก้ไขบ่อยที่สุด

ทั้งนี้ ทาง GBhackers.com ได้รวบรวม 10 สุดยอดทูลกำจัดมัลแวร์ประจำปี 2020 ไว้ดังต่อไปนี้

1. Malwarebytes Anti-Malware
สิ่งมหัศจรรย์เกี่ยวกับทูลนี้คือ การที่มีการอัพเดทข้อมูลใหม่ล่าสุดทุกวัน ทำให้สามารถเชื่อถือทูลตัวนี้ในการจัดการและกำจัดอันตรายใหม่ๆ ทันทีที่มีการระบาดในวงกว้าง

2. Microsoft Malicious Software Removal Tool
มีอีกชื่อหนึ่งคือ Malicious Software Removal Tool (MSRT) เป็นทูลมัลแวร์ที่ทางไมโครซอฟท์พัฒนาออกมาให้ใช้งานได้ฟรี มีการอัพเดทอัตโนมัติ และทำงานในลักษณะคู่ขนานไปกับ Windows Defender AntiVirus ที่เป็นตัวบิวท์อิน

3. IObit Malware Fighter
มีส่วนที่เรียกว่า Malware Fighter 6.2 จริงๆ ทูลตัวนี้เป็นชุดซอฟต์แวร์ปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบที่มีทูลย่อยๆ อย่าง Driver Booster, Advanced Systemcare, Smart Defrag, Password manager เป็นต้น

4. Spybot Search & Destroy
เป็นทูลที่คอยค้นหาและกำจัดมัลแวร์จากส่วนซิสเต็มของวินโดวส์ เป็นที่นิยมในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญและผุ้ใช้ชั้นสูงที่มีความรู้เกี่ยวกับมัลแวร์พอสมควร โดยสามารถตรวจสอบเครือข่าย Adware ที่แทรกซึมตามตำแหน่งต่างๆ ได้อย่างอัตโนมัติ

5. ZemanaAntimalware
เป็นทูลที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสแกนระบบเต็มรูปแบบ พร้อมให้คำแนะนำประกอบ ทำงานด้วยการค้นหาและรวบรวมร่องรอยความเคลื่อนไหวของไฟล์บนเซิร์ฟเวอร์คลาวด์ของตัวเองหลังจากกำจัดออกจากเครื่องของคุณแล้ว

6. GridinSoft Anti-Malware
เป็นแอพที่ทำงานบนโอเอสที่เป็นวินโดวส์เวอร์ชั่นที่ได้รับความนิยมเกือบทุกเวอร์ชั่น มีความสามารถเฉพาะในการกำจัดพวก Spyware, Adware, PUP เป็นต้น แต่สำหรับเวอร์ชั่นฟรีนั้น ทำได้เพียงแค่การสแกนคอมพิวเตอร์เท่านั้น

7. Adaware Antivirus Free
เหมาะกับนักพัฒนาเนื่องจากมีฟีเจอร์ที่สร้างสภาพแวดล้อมแบบเวอร์ช่วลเพื่อนำโปรแกรมต้องสงสัยมาตรวจสอบว่ามีพฤติกรรมเป็นมัลแวร์หรือไม่ ทำให้เหมือนมีระบบคอยปกป้องจากมัลแวร์ตัวใหม่อยู่เสมอ

8. STOPzilla
เป็นทูลที่ได้รับรางวัลและมีการรีวิวมากมาย จากความสามารถในการกำจัดทั้งสปายแวร์และมัลแวร์บนคอมพิวเตอร์วินโดวส์ได้ง่ายและสะดวกผ่านเทคโนโลยีบนคลาวด์ที่เคลมว่าปกป้องระบบได้อย่างครอบคลุมโดยใช้ทรัพยากรซีพียูน้อยที่สุด

9. SUPERAntiSpyware
นอกจากสปายแวร์และมัลแวร์แล้ว ทูลนี้ยังสามารถจัดการกับอันตรายประเภทอื่นอย่าง Rootkitและแรนซั่มแวร์ได้ด้วย โดยได้รับการพัฒนาเพื่อทำงานควบคู่กับแอนติไวรัส เพื่อจัดการกับสปายแวร์ แอดแวร์ และคีย์ล็อกเกอร์โดยเฉพาะ

10. Emsisoft Emergency Kit
ถือเป็นทูลสำหรับกำจัดมัลแวร์โดยเฉพาะ มีอินเทอร์เฟซที่เรียบง่าย ใช้งานได้สะดวก ได้รับคะแนนสูงมากในการทดสอบการสกัดกั้นมัลแวร์และ URL เว็บอันตราย รวมทั้งมีความสามารถในการตรวจจับแรนซั่มแวร์จากการตรวจพฤติกรรมได้ด้วย

ที่มา : GBHacker

from:https://www.enterpriseitpro.net/top-10-best-malware-removal-tool-2020/

Oops! นี่คือ 5 ภาษาโปรแกรมมิ่ง ที่คุณไม่ควรเสียเวลาเรียน!!

ไม่มีกฎเกณฑ์หรือคำแนะนำตายตัวว่าภาษาโปรแกรมมิ่งไหนที่ดีหรือแย่ที่สุด เนื่องจากมักขึ้นกับหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นความต้องการหรือกลุ่มคนที่มีส่วนร่วม แต่ถ้าคุณกำลังมองหาภาษาใหม่ที่กำลังเป็นที่ต้องการ

หรือกำลังสับสนกับทางเลือกที่หลากหลายแล้ว ลองมาดูรายการภาษาโปรแกรมมิ่ง 5 ภาษาที่คุณไม่ควรเรียนในตอนนี้กัน (ตั้งแต่ปี 2019 และคาดว่าปี 2020 ก็ด้วย) เพราะภาษาเหล่านี้มีอุปสรรคในการดึงดูดนักพัฒนารวมไปถึงความสนใจของผู้ว่าจ้างด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง ได้แก่

1. CoffeeScript
เป็นภาษาพัฒนาเว็บที่คอมไพล์เป็นจาวาสคริปต์ และออกแบบเพื่อให้อ่านจาวาสคริปต์ได้ง่ายขึ้น แต่เหตุผลหลักคือชุมชนที่ให้ความช่วยเหลือนั้นเสื่อมถอยมาก และการเติบโตที่ย่ำแย่

2. Elm
เป็นภาษาพัฒนาเว็บที่อิงจากจาวาสคริปต์ ใช้เพื่อพัฒนาเว็บแอพให้ง่ายขึ้น แม้ตำแหน่งงานรองรับจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ภาพรวมการเติบโตของภาษานี้ค่อนข้างน่าเป็นห่วง

3. Erlang
เป็นภาษาที่ถูกพัฒนามากว่า 30 ปีเพื่อรองรับแอพพลิเคชั่นการโทรศัพท์ แต่ปัจจุบันชุมชนที่ร่วมพัฒนากลับเสื่อมถอยอย่างรวดเร็วในช่วงปีที่ผ่านมา แม้จะมีตำแหน่งงานรองรับอยู่แต่ก็ไม่ได้เติบโตรวดเร็วเหมือนกับภาษาอื่นๆ

4. Lua
เป็นภาษาสำหรับพัฒนาเกมและแอพพลิเคชั่น แม้หลายคนจะมองว่าให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่าภาษาอื่นมาก แต่เหตุผลหลักก็คือมีตำแหน่งงานที่รองรับน้อยมาก

5. Perl
ย่อมาจาก Practical Extraction and Reporting Language เคยอยู่ในอันดับท็อป 20 ของภาษาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดตาม Tiobe Index มักใช้ในกลุ่มงานแอดมินระบบ โปรแกรมมิ่งสำหรับเน็ตเวิร์ก หรือการเขียนสคริปต์บนเว็บเซิร์ฟเวอร์ แต่ล่าสุดกลับเสื่อมความนิยมไปเรื่อยๆ

ที่มา : Technotification

from:https://www.enterpriseitpro.net/worst-programming-languages/

การสร้าง VNet Peering ใน Microsoft Azure Part 2 (ตอนจบ)

สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่านหลังจาก Part 1 ผมได้เกริ่นและอธิบายเรื่องราวต่างๆ ของ Azure Virtual Network หรือ VNet กันไปพอสมควรแล้ว สำหรับบทความนี้เนื้อหาจะต่อเนื่องจาก Part 1 นะครับ โดยบทความตอนนี้ของผมจะพาท่านผู้อ่านไปทำการสร้างและติดตั้ง Option หนึ่งของ Cross-Virtual Network ที่ชื่อว่า “Azure VNet Peering” ครับ และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาไปติดตามกันเลยครับ

Azure VNetPeering คืออะไร?
Azure VNetPeering คือ Option หนึ่งสำหรับการเชื่อมต่อกันระหว่าง Azure Virtual Network ครับ โดยจะมีความแตกต่างจากการเชื่อมต่อในรูปแบบของ VNet-to-VNet ครับ โดยข้อแตกต่างที่สำคัญคือ การเชื่อมต่อ Virtual Network ในรูปแแบบที่เรียกว่า VNet Peering นั้น ไม่ต้องใช้ Azure VPN Gateway ครับผม เอาล่ะครับมาดูขั้นตอนของการคอนฟิก VNet Peering กันเลยครับผม

เริ่มด้วยการไปที่ Azure Portal ก่อนเลยครับ โดยผมได้เตรียมสร้าง Azure Virtual Network เอาไว้เรียบร้อยแล้ว 2 VNets ชื่อว่า VNetA และ VNetB ดังรูปด้านล่างครับ

โดยที่แต่ละ Virtual Network (VNetA และ VNetB) มี Subnet และรายละเอียดตามรูปด้านล่างครับ

สำหรับท่านผู้อ่านท่านใดจะทำตามผม แต่ยังไม่มี Azure Virtual Network รบกวนท่านผู้อ่านไปสร้างก่อนเลยนะครับ เอาล่ะครับมาต่อกันในขั้นตอนต่อไปครับ ให้ไปที่ VNetA แล้วคลิ๊กที่ VNet Peering ดังรูปด้านล่างครับ

จากนั้นให้คลิ๊ก Add ครับ แล้วให้กำหนดค่าต่างๆ ตามรูปด้านล่างครับ

โดยค่าต่างๆ ที่ต้องกำหนดนั้นคือ ชื่อของ VNet Peering โดยในบทความนี้ผมตั้งชื่อว่า VNet-AToB-Peering ครับ จากนั้นให้เลือก Virtual Network ที่ต้องการทำ Peering ในบทความนี้คือ VNetB ครับ เมื่อกำหนดค่าต่างๆ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้คลิ๊ก OK ครับ

จากนั้นให้รอซักครู่ครับ Microsoft Azure จะทำการสร้าง VNet Peering และจะผลลัพธ์ดังรูปด้านล่างครับ

จากนั้นไปที่ VNetB แล้วคลิ๊กที่ Peering โดยขั้นตอนจะเหมือมกับที่ทำกับ VNetA ครับผม รายละเอียดตามรูปด้านล่างครับ

จากนั้นให้รอซักครู่ครับ ผลลัพธ์จากปรากฎตามรูปด้านล่างครับ และท่านผู้อ่านจะสังเกตเห็นว่า Status ของการทำ Peering (Peering Status) จะแสดงเป็น Connected นั่นหมายความว่า เราได้ทำการสร้างและกำหนดค่าต่างๆ สำหรับการทำ VNet Peering เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ

มาถึงตรงนี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนการสร้างและกำหนดค่าต่างๆ สำหรับ Azure VNet Peering ครับ หลังจากนี้ท่านผู้อ่านลองทดสอบโดยการเชื่อมต่อจาก Azure VM ที่อยูใน VNetA ไปยัง Azure VM ที่อยู่ใน VNetB ครับ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับเรื่องราวของ Azure VNet Peering นั้น ท่านผู้อ่านสามารถเข้าไปดูได้จาก Link นี้ครับผม, https://docs.microsoft.com/en-us/azure/virtual-network/tutorial-connect-virtual-networks-portal

และทั้งหมดนี้คือเรื่องของ Azure VNet Peering ครับผม…..

ผู้แต่ง : อ.วิสิทธิ์ ทองภู่ – MVP & MCT , IT Geist 

from:https://www.enterpriseitpro.net/vnet-peering-microsoft-azure-part-2/

28 คำสั่งลีนุกซ์พื้นฐาน ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดประจำปี 2019

ลีนุกซ์นับเป็นระบบปฏิบัติการที่ทรงพลังและมีความปลอดภัยมากที่สุดในโลก ถ้าคุณเป็นคนที่ใช้คอมพิวเตอร์หรือโดยเฉพาะเป็นนักพัฒนาโปรแกรมย่อมต้องรู้จักคำว่าลีนุกซ์จากที่ไหนสักแห่งมาแล้ว

แต่ถ้าคุณต้องการใช้ลีนุกซ์เป็นโอเอสหลัก ก็จำเป็นที่จะต้องรู้จักเทอมินัลที่ใช้คอมมานด์ไลน์อินเทอร์เฟซหรือ CLI ซึ่งคำสั่งที่ใช้กับอินเทอร์เฟซนี้ถือเป็นวิธีใช้งานลีนุกซ์ที่สำคัญที่สุด ยิ่งถ้าคุณเป็นมือใหม่ด้านโปรแกรมเมอร์ ก็ยิ่งจำเป็นต้องรู้จักคำสั่งลีนุกซ์พื้นฐานดังต่อไปนี้

ls (คำสั่งลีนุกซ์พื้นฐาน)
คำสั่งนี้ใช้สำหรับแสดงรายการไฟล์ที่มีบนระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ของคุณ

cd (คำสั่งลีนุกซ์พื้นฐาน)
ถ้าคุณต้องการเปลี่ยนไดเรกทอรีที่เทอร์มินัลอยู่ ก็สามารถใช้คำสั่ง cd (ย่อมาจาก change directory) ได้

ls -a (คำสั่งลีนุกซ์พื้นฐาน)
ถ้าคุณต้องการให้แสดงไฟล์ที่ซ่อนอยู่บนไดเรกทอรีหรึ่งแล้ว ก็สามารถใช้คำสั่ง ls -a

man (คำสั่งลีนุกซ์พื้นฐาน)
เป็นคำสั่งสำหรับแสดงเอกสารข้อมูลที่เกี่ยวกับคำสั่งที่ต้องการที่มีอยู่บนระบบ

mkdir
ถ้าคุณต้องการสร้างโฟลเดอร์ผ่านเทอร์มินัล ก็สามารถใช้คำสั่ง mkdir เพื่อสร้างไดเรกทอรีหรือโฟลเดอร์ได้

move
ถ้าคุณต้องการย้ายไฟล์บางไฟล์จากตำแหน่งหนึ่งไปยังอีกตำแหน่งแล้ว ก็สามารถใช้คำสั่ง move ได้

rm
คำสั่งนี้ใช้สำหรับลบไฟล์ออกจากไดเรกทอรีที่ต้องการ

rmdir
คำสั่งนี้ใช้สำหรับลบไดเรกทอรีออกจากโฟลเดอร์ที่ต้องการ

touch
คำสั่งนี้ใช้สำหรับสร้างไฟล์เอกสารข้อความสกุล DOC ผ่านเทอร์มินัล

clear
คำสั่งนี้ใช้สำหรับเคลียร์ลบข้อความที่อยู่บนหน้าจอเทอร์มินัลที่ค้างอยู่ให้สะอาดโล่งขึ้น

cp
เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับคัดลอกไฟล์หรือโฟลเดอร์ไดเรกทอรีจากแหล่งต้นทางไปยังตำแหน่งเป้าหมาย

uname -srm
เป็นคำสั่งสำหรับแสดงเวอร์ชั่นลีนุกซ์ที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน

chown
เป็นคำสั่งที่ใช้โอนย้ายสิทธิ์ความเป็นเจ้าของไฟล์ของผู้ใช้รายหนึ่งให้แก่ผู้ใช้รายอื่น

chmod
เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับตั้งค่า หรือโอนเปลี่ยนการอนุญาตของไฟล์ที่ต้องการทั้งในแง่ของการอ่าน การเขียน และการรันไฟล์ โดยกำหนดในรูปของชุดตัวเลขบิท

locate
เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับค้นหาไฟล์ที่ต้องการบนไดเรกทอรีที่กำหนด หรือจากทั้งระบบลีนุกซ์

cat
เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับแสดงเนื้อหาของไฟล์ที่ต้องการในเทอร์มินัล

passwd
เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับกำหนดรหัสผ่านใหม่สำหรับเซสชั่นหรือผู้ใช้ปัจจุบัน

su
เป็นคำสั่งเพื่อเปลี่ยนเป็นผู้ใช้ไคลเอนต์อื่นระหว่างเซสชั่นที่ล็อกอินอยู่

grep
เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับค้นหาข้อความในไฟล์ที่ต้องการ

ifconfig eth0
เป็นคำสั่งสำหรับแสดงที่อยู่ไอพีปัจจุบันของระบบลีนุกซ์

df
เวลาใช้คำสั่ง df เดี่ยวๆ จะแสดงข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่จัดเก็บ ทั้งพื้นที่ที่ใช้งานอยู่ และพื้นที่ว่างบนไดรฟ์

exit
เป็นคำสั่งสำหรับออกจากหน้าวินโดวส์ปัจจุบัน

history
เป็นคำสั่งสำหรับแสดงประวัติการใช้คำสั่งในอดีตในเทอร์มินัล

kill
เป็นคำสั่งสำหรับปิดโปรเซสปัจจุบันบนระบบ

ping
เป็นคำสั่งด้านเน็ตเวิร์กสำหรับดูว่าสามารถเข้าถึงโฮสต์เป้าหมายจากพีซีปัจจุบันได้หรือไม่

pwd
เป็นคำสั่งไว้แสดงไดเรกทอรีปัจจุบันที่ใช้งานอยู่

shutdown
เป็นคำสั่งเพื่อปิดการทำงานของระบบปัจจุบัน

SSH
เป็นคำสั่งสำหรับเชื่อมต่อไปยังโฮสต์ปลายทางจากระยะไกล

ที่มา : Techtuber

from:https://www.enterpriseitpro.net/28-basic-command-pop-in-2019/

นักพัฒนาห้ามพลาด ! กับงาน Code Mania 1010 “All about passion”

Code Mania 1010 โดยสมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย ในรอบนี้มาพร้อมกับคีย์เวิร์ด “ความหลงใหล” ที่จะเล่าประสบการณ์ตรงจากใครหลายคนที่กำลังลองเล่นอะไรใหม่ๆ หรืออินกับอะไรแบบสุดๆ เปิดกว้างในหัวข้อที่หลากหลาย ทั้ง Data Science, Data Engineering , NLP, Quantum, AI/ML และเรื่องราวอีกมากมายที่เหล่านักพัฒนาซอฟแวร์จะมารวมตัวและแชร์ความรู้สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับทุกคน โดยมีหัวข้อที่น่าสนใจ พร้อมเวิร์กช้อปต่างๆ อย่างเช่น

– Toward Virtual People: A Case Study on Fake Obama โดยคุณศุภศรณ์ สุวจนกรณ์ – Former Google Brain Researcher จากบริษัท Google

– Personal Data Protection Act B.E. 2562(2019) PDPA โดย คุณอภิเชฏฐ์ วงศ์สันติสุข – Co-founder & Legal expert จาก ทนายแมน

– Real-time Bot Detection using Machine Learning at Agoda โดย คุณภวิศ พรกิจประสาน – Lead Software Engineer จาก Agoda

– Serverless Architecture with AWS โดย คุณพงศกร ธีรภาพวงศ์ – CTO & Co-founder จาก Indy Dish

– DevOps 101 – what the heck DevOps is? โดย คุณอิศเรศ ประจิตต์มุทิตา – MD จาก AiPEN Studio

– และหัวข้ออื่นๆ ที่น่าสนใจ อีกมากมาย

นอกจากนั้นแล้วคุณจะได้พบกับเวิร์กช้อป ที่น่าสนใจ

Workshop 1 : Flutter for Beginner โดย คุณพิชญ ศรีฟ้า – CTO จากบริษัท GetLinks
Flutter เป็น mobile sdk ใหม่จาก Google ที่ทำให้การพัฒนา mobile application ประสิทธิภาพสูงกลายเป็นเรื่องง่าย ถูกใช้งานโดยบริษัทใหญ่ๆ มากมาย และในอนาคต Flutter จะกลายเป็นตัวเลือกหลักอีกตัวในการพัฒนา mobile application ”

Workshop 2 : Building Bank on Ethereum Blockchain with Smart Contracts โดยคุณนัฐพล นิมากุล – CTO จากบริษัท KULAP.io
Workshop ที่จะพาคุณลงมือทำระบบธนาคารบน Public Blockchain ที่เราเรียกสั้นๆ ว่า DeFi (Decentralized Finance) โดยใช้ภาษา Solidity ที่เป็นภาษายอดนิยมในการเขียน Smart Contract ในปัจจุบัน ใน Workshop นี้จะได้เรียนรู้ Crypto Wallet และ Smart Contract ไปพร้อมๆ กัน

กำหนดการ
วันจัดงาน : วันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม 2562
เวลา : 08:30 – 17:50 น.
สถานที่ : True Digital Park (BTS ปุณณวิถี )

คลิกดูรายละเอียดและวิธีการชำระเงิน – ได้ที่นี่
คลิกลงทะเบียนที่นี่

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/code-mania-1010-all-about-passion/

6 ทูล Command Line ที่นักพัฒนา Java ทุกคนควรรู้จัก

จาวานั้นถือเป็นหนึ่งในภาษาเขียนโปรแกรมที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกโดยตัว Java Runtime Environment จะคอยทำให้โปรแกรมจาวารันบนแพลตฟอร์มที่แตกต่างกันได้ และมีเครื่องมือแบบคอมมานด์ไลน์ที่ช่วยให้นักพัฒนาทำงานต่างๆ ได้ง่ายขึ้นด้วย

ซึ่งทาง TechNotification.com ได้ออกมาแนะนำทูลคอมมานด์ไลน์ 6 ตัวที่เป็นประโยชน์ ที่นักพัฒนาจาวาทุกคนควรทราบไว้ดังนี้

1. Java Statistic Aggregator (jstat)
คำสั่ง jstat นี้ใช้เวลาที่คุณเจอปัญหาการรันภายในแอพพลิเคชั่น ซึ่งถือเป็นทูลยูทิลิตี้ที่คอยแสดงสถิติด้านประสิทธิภาพการทำงานสำหรับ Instrumented Hotspot ของ Java Virtual Machine (JVM) โดยเฉพาะเรื่องของ Heap Size และอัลกอลิทึม JRE Automatic Garbage Collection

2. Java Dependency Manager (jdeps)
Jdeps เป็นตัววิเคราะห์การพึ่งพาคลาสจาวา ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการระบุการพึ่งพาแบบสแตติกได้อย่างรวดเร็วทั้งแอพพลิเคชั่นและไลบรารี โดยจาวาเวอร์ชั่นล่าสุด Java 12 ได้ใส่ฟีเจอร์ที่เป็นประโยชน์มาด้วยมากมาย

3. Java Compiler (javac)
Javac เป็นหนึ่งในทูลคอมมานด์ไลน์ที่เป็นประโยชน์มากที่สุดสำหรับนักพัฒนา ที่ยังอยู่ในไดเรกทอรี bin ของ JDK และคอยสนับสนุนโปรแกรม IDE ที่มีชื่อเสียงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น SpringSource IDE, Gradle, Maven, Jenkins Clเป็นต้น

4. Java Profiler (javap)
การตรวจสอบด้วยการย้อนกลับการคอมไพล์, แยกไฟล์คลาสต่างๆ , และตรวจสอบรายละเอียดที่อยู่ภายในโปรแกรมนั้นเป็นกิจกรรมที่เรียกว่า “Disassembler” ที่คนทั่วไปไม่ได้ใช้บ่อย แต่คุณก็สามารถใช้คำสั่งนี้เพื่อดูว่าคำสั่งจาวาที่อยากทราบนั้นทำงานอย่างไร

5. Java Archive Utility (jar)
เป็นคำสั่งที่ใช้สร้างไฟล์บีบอัด ซึ่งถือเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ที่นักพัฒนาหลายคนใช้เป็นประจำ โดยเฉพาะเวลาต้องการเปรียบเทียบโค้ดเวอร์ชั่นหนึ่งกับอีกเวอร์ชั่น

6. JVM Process Status Tool (jps)
ทูลนี้ทำงานเป็นอิสระต่อระบบปฏิบัติการ ให้เราสามารถกำหนด Process ID (PID) ของโปรเซสจาวาได้อย่างสะดวก

ที่มา : Technotification

from:https://www.enterpriseitpro.net/6-useful-command-line-tools-every-java-developer/

เชิญร่วมงาน เวิร์กช้อป Apple @ Work Seminar – Why Mac for Developers

งานเวิร์กช้อป Apple @ Work Seminar – Why Mac for Developers

ทาง Synnex ได้ร่วมมือกับทาง Apple เตรียมจัดงานสำหรับนักพัฒนาและโปรแกรมเมอร์ ภายใต้งานที่ชื่อว่า Apple @ Work Seminar – Why Mac for Developers โดยมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

– การใช้ระบบ Mac สำหรับนักพัฒนา
– การดีไซน์แอพพลิเคชั่นแบบ User-Led
– แนวคิด App Design and Development
– เทคนิคสำคัญในการพัฒนาแอพพลิเคชั่น
– สตาร์ทอัพที่ใช้เทคโนโลยี Mac ในการพัฒนาธุรกิจ

โดยในงานจัดขึ้นวันอังคารที่ 24 กันยายน 2019 ณ โรงแรมบลิสตัน สุวรรณ พาร์ควิว ห้องบอลรูม ชั้น 4 ในเวลา 09.00 – 12.00 (BTS สถานีชิดลม ทางออกประตู 4) พร้อมรับประทานอาหารกลางวันร่วมงาน (ผู้จัดเตรียมไว้สำหรับผู้ลงทะเบียน) ลงทะเบียนได้ที่นี่

9.00 – 9.30 น. ลงทะเบียนและรับรองอาหารว่าง 
9.30 – 10.30 น.   Why Mac for Developers 
มารู้จักกับเครื่อง Mac รุ่นต่างๆ รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับ MacOS และ iOS รุ่นใหม่ล่าสุด ว่าทำไมจึงตอบโจทย์การใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ
 10.30 – 11.00 น. App Design and Development
พบกับวิธีการ design แอพพลิเคชั่นแบบUser-Led  รวมทั้งการวางแผนกลยุทธ์ในการพัฒนาแอพซึ่งจะเป็นประโยชน์กับนักพัฒนา ในหลากหลายธุรกิจอีกด้วย
11.00 – 11.45 น. กรณีศึกษาที่น่าสนใจ (Success Story)
ร่วมรับฟังประสบการณ์ใช้งานจริงจาก Startup ที่มี Mac เป็นเครื่องมือคู่ใจในการพัฒนาธุรกิจ
11.45 – 12.00 น. ถามตอบ พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ 
12.00 – 13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน

คลิกที่นี่เพื่อลงทะเบียน

แผนที่คลิกที่นี่ หรือสแกน QR Code 


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณยุ้ย (เบอร์ติดต่อ 02-0019973) หรืออีเมล์ Event2@etpnews.com

from:https://www.enterpriseitpro.net/work-seminar-why-mac-for-developers/

เฟสบุ๊กปล่อยเอนจิ้นจาวาสคริปต์แบบโอเพ่นซอร์สชื่อ Hermes

เวลาที่ใช้ในการเปิดแอพนั้นกระทบกับประสบการณ์ใช้งานของผู้ใช้โดยตรง แม้จะมีฟีเจอร์และอินเทอร์เฟซที่น่าประทับใจมากแค่ไหน แต่ถ้าใช้เวลาในการเปิดรันตัวเองมากเกินไปก็ทำให้แอพดังกล่าวไม่ประสบความสำเร็จอยู่ดี

แอพที่ดีส่วนใหญ่จะใช้เวลาเปิดตัวครั้งแรกแค่ภายใน 3 – 5 วินาที และแม้คุณจำเป็นต้องมีการเรียกใช้หรือติดต่อฐานข้อมูลผ่านเครือข่ายระหว่างการเปิดแอพอย่างไรก็ตาม ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องดูแลเรื่องความพึงพอใจและความอดทนของผู้ใช้ด้วย

ดังนั้นเมื่อไม่กี่วันก่อน Marc Horowitz วิศวกรซอฟต์แวร์ของเฟสบุ๊กได้ออกมาเปิดตัวเอนจิ้นจาวาสคริปต์แบบโอเพ่นซอร์สตัวใหม่ในชื่อ Hermes ในงานประชุม Chain React 2019 ที่พอร์ตแลนด์ โดยตั้งเป้าที่จะเร่งความเร็วการเปิดแอพแอนดรอยด์ที่พัฒนาขึ้นบนเฟรมเวิร์ก React Native ของเฟสบุ๊กเอง

Hermes ถือเป็นทูลใหม่สำหรับนักพัฒนาในการยกระดับประสิทธิภาพการเปิดแอพของตัวเองให้อยู่ในระดับเดียวกับแอพของเฟสบุ๊กเอง เอนจิ้นจาวาสคริปต์ตัวนี้ยังทำให้นักพัฒนาสามารถเร่งประสิทธิภาพบนสมาร์ทโฟนรุ่นเก่าหรือ Low-End ทั้งหลายได้ด้วย

ที่มา : Technotification

from:https://www.enterpriseitpro.net/facebook-releases-hermes/

ไมโครซอฟท์เปิดตัว TensorWatch ที่เป็นทูลดีบั๊กและทำเวอร์ช่วลผ่าน AI

ระบบสมองกลนับเป็นอนาคตที่ยักษ์ใหญ่ด้านไอทีทั้งหลายเข้าใจดี อย่างไรก็ดี ก็ไม่มีบริษัทไหนอยากพัฒนาเทคโนโลยี AI แบบโดดเดี่ยว จึงมีการปล่อยข้อมูล ทรัพยากร และเครื่องมือที่มีประโยชน์และศักยภาพสูงออกมาเรื่อยๆ เพื่อช่วยเหลือองค์กรขนาดเล็กและนักพัฒนาอิสระในการแบ่งปันงานของตัวเอง

เช่นเดียวกับไมโครซอฟท์ที่เพิ่งประกาศเปิดตัว TensorWatch ซึ่งเป็นทูลดีบั๊กและทำเวอร์ช่วลแบบโอเพ่นซอร์ส ที่มีเป้าหมายในการช่วยเหลือผู้ที่สนใจศึกษาด้าน Deep Learning และวิทยาศาสตร์ข้อมูล โดย TensorWatch ที่พัฒนาขึ้นบน Jupyter Notebook

ทูลนี้สามารถทำงานวิเคราะห์ที่สำคัญสำหรับโมเดลและข้อมูลแบบ AI โดยสามารถทำเวอร์ช่วลแบบเรียลไทม์ และสอนการทำแมชชีนเลิร์นนิ่งด้วยการรันคำร้องขอแบบสุ่มระหว่างกระบวนการเรียนรู้ของแมชชีนเลิร์นนิ่ง พร้อมคืนค่าผลการร้องขอแบบสตรีมได้

คุณสามารถเรียกดูสตรีมข้อมูลผลลัพธ์ดังกล่าวได้ผ่านวิชวลไลเซอร์ ทำให้ TensorWatch มีความยืนหยุ่น ขยายความครอบคลุมได้ต่อเนื่อง เปิดให้ผู้ใช้สร้างระบบเวอร์ช่วลไลเซชั่น, UI, และแดชบอร์ดตามต้องการเป็นของตนเองได้

ปัจจุบันแม้จะอยู่ระหว่างการพัฒนา แต่ทางไมโครซอฟท์ตั้งเป้าที่จะให้แพลตฟอร์มที่ใช้งานง่ายสำหรับดีบั๊กแมชชีนเลิร์นนิ่งนี้ในแพ็กเกจที่ปรับแต่งแก้ไขได้ ซึ่งทาง Shital Shahวิศวกรผู้พัฒนาหลักของ Microsoft Research AI ระบุว่า “เรามอง TensorWarch เหมือนมีดพกสวิสที่ใช้งานได้สารพัดประโยชน์”

โดยเห็นว่าความสามารถที่หลากหลายนี้จะช่วยสนับสนุนทั้งนักวิจัยและวิศวกรในการทำงานของตนเอง ทางไมโครซอฟท์ได้นำเสนอ TensorWatch ในงานประชุมด้านระบบประมวลผลแบบอินเตอร์แอคทีฟด้านวิศวกรรมอย่าง 2019 ACM SIGCHI

ที่มา : Technotification

from:https://www.enterpriseitpro.net/microsoft-tensorwatch/