คลังเก็บป้ายกำกับ: PRODUCTS

สำรองและกู้คืนข้อมูลใน Microsoft 365 แบบไร้รอยต่อด้วย Veeam จาก Mverge

จากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้หลายองค์กรตอบรับกระแส Work From Home กันมากขึ้น และหนึ่งในบริการที่ถูกเลือกใช้เป็นอันดับต้น ๆ คือ Microsoft 365 นั้นเอง ซึ่งเป็นโซลูชันที่ช่วยให้พนักงานสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องเข้ามาเจอหน้ากันผ่านระบบคลาวด์

อย่างไรก็ตาม องค์กรจะมั่นใจได้อย่างไรว่า เมื่อข้อมูลของตนอยู่บนคลาวด์แล้ว จะถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีและสามารถกู้คืนได้หากมีเหตุฉุกเฉิน Mverge ผู้ให้คำปรึกษาและดูแลผลิตภัณฑ์ในกลุ่มของ Microsoft จึงได้จัดงานสัมมนาออนไลน์ร่วมกับ Veeam เพื่อแนะนำแนวทางในการสำรองข้อมูลบน Microsoft 365 ให้มั่นคงปลอดภัย โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

ปัจจัยที่ส่งผลให้องค์กรตื่นตัวเรื่องการสำรองข้อมูล Microsoft 365

ผลสำรวจล่าสุดพบว่า Microsoft 365 มีตัวเลขผู้ใช้งานที่เติบโตขึ้นในช่วง COVID-19 ที่ผ่านมา แต่มีถึง 64% ขององค์กรที่ยังคงละเลยการใช้โซลูชัน Backup เฉพาะทางที่ช่วยกู้คืนข้อมูลกลับมาได้อย่างสมบูรณ์อยู่ อีกทั้งผู้ประกอบการและผู้ให้บริการ กำลังเผชิญกับกฏหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือ PDPA ที่จะบังคับใช้จริงในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ ทำให้เลี่ยงไม่ได้ที่จะตั้งคำถามว่า ‘ข้อมูลที่ตนมีอยู่ถูกจัดเก็บและสามารถกู้คืน ได้อย่างมั่นคงปลอดภัยแล้วหรือยัง?’

นอกจากนี้ ยังมีความเข้าใจผิด ๆ ว่าเมื่อข้อมูลอยู่บนคลาวด์ไม่ต้องมีโซลูชันปกป้องข้อมูลก็ได้ แต่ตามหลักแล้วการดูแลข้อมูลยังคงเป็นหน้าที่ที่องค์กรต้องรับผิดชอบด้วยเช่นกัน อีกทั้งข้อมูลที่ถูกจัดเก็บในคลาวด์อาจมีข้อจำกัดหรือไม่สามารถเรียกดูย้อนหลังหากเกินระยะเวลาที่กำหนด ดังนั้นผู้ใช้งานคลาวด์จึงต้องมีโซลูชันการสำรองข้อมูลที่ไว้ใจได้เสริมด้วยนั้นเอง

Veeam โซลูชันในการกู้คืนข้อมูลร่วมกับ Microsoft Office 365 ได้อย่างไร้รอยต่อ

เพราะไม่ได้ให้ความสำคัญกับเครื่องมือปกป้องและกู้คืนข้อมูลเท่าที่ควร ทำให้หลาย ๆ องค์กรตกอยู่ในความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น ภัยแรนซัมแวร์หรือข้อผิดพลาดจากผู้ปฏิบัติงาน อันก่อให้เกิดความเสียหายอย่างประเมินค่าไม่ได้ องค์กรจึงต้องมีโซลูชันในการกู้คืนข้อมูลที่สามารถทำงานร่วมกับ Microsoft ได้อย่างไร้รอยต่อและกลับมาได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งในสภาพแวดล้อมแบบ On-premise หรือคลาวด์ก็ตาม

ซึ่ง Veeam Backup for Microsoft Office 365 เป็นเครื่องมือที่เติมเต็มช่องว่างดังกล่าว ช่วยเสริมให้การสำรองข้อมูลใน Microsoft Office 365 ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย 4 จุดเด่น คือ

1. ง่ายและคุ้มค่า – มีรูปแบบการใช้งานที่ง่ายมาก เมื่อเทียบกับโซลูชันค่ายอื่นในตลาด ผู้ใช้งานสามารถเลือกกู้คืนข้อมูลได้โดยละเอียด ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลอีเมล ปฏิทิน และอื่น ๆ ซึ่งสามารถเลือกได้ระดับรายบุคคล รวมถึงราคาที่เหมาะสม และมีแพลนที่ยืดหยุ่นเพื่อตอบโจทย์กับสภาวะเศรษฐกิจในยุคปัจจุบัน

2. ยืดหยุ่นไม่ยึดติด – มีความเป็นกลาง ไม่ว่าจะเป็นโซลูชัน Microsoft บน On-premise หรือคลาวด์ก็สามารถบริหารจัดการข้อมูลได้แบบรวมศูนย์ หรือจะเก็บข้อมูลบนฮาร์ดแวร์หรือส่วนเก็บข้อมูลชนิดใด อาทิ SAN, NAS หรือ Object Storage ก็สามารถรองรับได้ทั้งสิ้น

3. ขยายตัวรองรับความต้องการได้ – การขยายระบบเพื่อรองรับการใช้งานเป็นสิ่งจำเป็น เพราะในปัจจุบันเราไม่สามารถคาดเดาการใช้งานของธุรกิจได้เลย โดยเฉพาะปริมาณของข้อมูลที่เกิดขึ้น ซึ่ง Veeam ก็สามารถตอบโจทย์นี้ด้วยการ Scale-out ได้เป็นอย่างดี

4. ออกแบบมาเพื่อรองรับ Microsoft 365 – เรียกได้ว่า Veeam Backup for Microsoft Office 365 ออกแบบเพื่อผู้ใช้งาน Microsoft อย่างแท้จริง โดยรองรับการสำรองข้อมูลได้ทั้ง Exchange, SharePoint ทั้งบน On-premise และ Online รวมไปถึง OneDrive for Business 

นอกจากนี้สำหรับ Microsoft Teams ที่ก่อนหน้านี้ทำการกู้คืนข้อมูลได้ยาก เพราะกลไกภายในของบริการจะมีการเก็บข้อมูลไปยังบริการย่อยทั้ง Exchange, SharePoint หรือ OneDrive ส่งผลให้ผู้ดูแลระบบต้องตามเรียกข้อมูลในแต่ละส่วน เพื่อให้กลับมาปรากฏบน Teams แต่ล่าสุด Veeam ได้ขจัดความยุ่งยากนี้ได้แล้ว โดยผู้ใช้งานเลือกบริหารจัดการเฉพาะตัว Teams ได้ทันที เรียกได้ว่าเป็นการผสานการทำงานกับ Microsoft ได้อย่างไร้รอยต่อ

Mverge พาร์ทเนอร์ระดับ Gold ของ Microsoft

Mverge ถือเป็นกลุ่มบริษัทภายใต้ G-Able ซึ่งให้บริการดูแล ออกแบบ และให้คำปรึกษาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของ Microsoft โดยเฉพาะ Microsoft 365, Azure, Windows Server และ License ต่าง ๆ นอกจากนี้ยังการันตีความเชี่ยวชาญด้วยรางวัล Partner of the Year หลายปีซ้อน รวมถึงเป็น Partner ระดับ Gold ในหลากหลายโซลูชั่นอีกด้วย

พิเศษ! ทดลองใช้ Microsoft 365 Backup ด้วยโซลูชัน Veeam ฟรี คลิก bit.ly/2NgdbQ5
หรือติดต่อแผนกลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 02-781-9333
Website: www.g-able.com

from:https://www.techtalkthai.com/protect-microsoft-365-data-with-veeam-solutions-by-mverge/

Red Hat OpenShift 4.7 ออกแล้ว จัดการ VM ได้ พร้อมรองรับ Windows Container

Red Hat ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Red Hat OpenShift 4.7 แล้วอย่างเป็นทางการ โดยสามารถรองรับ Workload ได้มากขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็น Virtual Machine หรือ Windows Container ก็ตาม โดยรวมแล้วมีจุดเด่นที่น่าสนใจดังนี้

Credit: Red Hat
  • ใช้ Kubernetes 1.20
  • รองรับ OpenShift Virtualization ทำให้สามารถ Import VM เข้ามาใช้ใน OpenShift ได้, สร้าง VM ผ่าน Template ได้ และทำงานร่วมกับ Red Hat Advanced Cluster Management for Kubernetes ได้ ทำให้จัดการ VM Workload ได้ในตัวด้วย
  • รองรับ Windows Containers ได้แล้ว
  • เปิดตัว Migration Toolkit for Virtualization ที่จะมีให้ใช้แบบ Preview ในอนาคต เพื่อย้าย VM จำนวนมากมาบน Red Hat OpenShift Virtualization ได้ง่ายๆ
  • เปิดตัว OpenShift GitOps ในแบบ Preview โดยใช้ Argo CD และสามารถทำงานร่วมกับ OpenShift Pipelines ได้

ปัจจุบัน Red Hat OpenShift 4.7 เข้าสู่สถานะ GA แล้ว ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ https://www.openshift.com/

ที่มา: https://www.redhat.com/en/about/press-releases/red-hat-refines-kubernetes-both-traditional-and-cloud-native-applications-latest-version-red-hat-openshift

from:https://www.techtalkthai.com/red-hat-openshift-4-7-is-released/

Microsoft เปิดตัว Industry-Specific Cloud สำหรับอุตสาหกรรมการเงิน โรงงาน และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร

ตลาด Industry-Specific Cloud นั้นกำลังทวีความร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยล่สุด Microsoft ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Industry-Specific Cloud ด้วยกันอีก 3 ระบบ รองรับอุตสาหกรรมการเงิน, โรงงานและการผลิต และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร

Credit: ShutterStock.com

แนวคิดของ Industry-Specific Cloud นั้นคือการที่ผู้ให้บริการ Cloud ซึ่งมักจะมีบริการย่อยภายในของตนเองอย่างหลากหลายซับซ้อนนั้น จัดชุดสำเร็จรูปมาให้ภาคธุริจองค์กรได้ใช้งานง่ายๆ เลยว่าแต่ละอุตสาหกรรมควรใช้บริการส่วนใดเพื่อทำอะไรบ้างเป็น Best Practice พร้อมมี Offer พิเศษเพื่อให้ตอบโจทย์ต่อรูปแบบการทำธุรกิจของอุตสาหกรรมนั้นๆ

ในครั้งนี้ Microsoft ได้นำทั้งบริการจาก Microsoft Azure และ Microsoft 365 เข้ามาผสานรวมกันเพื่อให้บริการภายใน Industry-Specific Cloud โดย Microsoft Cloud for Financial Services จะมุ่งเน้นไปที่ความสามารถในการทำ Compliance ให้ตรงกับข้อกำหนดทางกฎหมายของแต่ละประเทศให้แตกต่างกันออกไป และจะมีเครื่องมืออย่างเช่น Loan Manager สำหรับใช้อนุมัติการกู้ยืมโดยมีการจัดการงานบางส่วนในกระบวนการด้วยวิธีการแบบอัตโนมัติ

ถัดมาคือ Microsoft Cloud for Manufacturing ที่เน้นเรื่องการช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมโรงงานและการผลิตสามารถทำ Digital Twins ได้ด้วยการจำลองโรงงานและเครื่องจักรทั้งหมดให้มีข้อมูลคู่ขนานในแบบดิจิทัลไปด้วยในตัว ช่วยให้การผลิตมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังรองรับกับมาตรฐานเทคโนโลยีของโรงงานอย่างเช่นเทคโนโลยีที่พัฒนาโดย OPC Foundation ทำให้สามารถนำข้อมูลจากอุปกรณ์ในโรงงานเชื่อมต่อมาใช้งานบน Cloud ได้โดยง่าย

สุดท้ายคือ Microsoft Cloud for Nonprofit ที่ผนวกรวมเครื่องมือต่างๆ บน Cloud เพื่อให้องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรทั่วโลกสามารถนำไปใช้งานในกิจกรรมต่างๆ ได้โดยง่าย เช่น การระดมทุน หรือการบริหารจัดการอาสาสมัคร อีกทั้ง Microsoft ยังมีแผนที่จะพัฒนา Common Data Model สำหรับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร เพื่อให้สามารถสร้างข้อมูลและจัดเก็บในรูปแบบที่นำไปใช้งานต่อได้โดยง่ายขึ้นมาได้

ที่มา: https://siliconangle.com/2021/02/25/microsoft-debuts-three-new-industry-specific-cloud-bundles/

from:https://www.techtalkthai.com/microsoft-announces-3-new-industry-specific-cloud-services/

[Guest Post] Lenovo Legion T5 อีกขั้นของเกมมิ่งเดสก์ท็อป ปรับแต่งได้ตามสไตล์ที่โดนใจ มาพร้อมขุมพลัง AMD Ryzen™ 3000 Series

หากคุณคือหนึ่งในเกมเมอร์มือใหม่ที่กำลังมองหาเดสก์ท็อปคู่ใจสำหรับเกมการต่อสู้ หรือเกมเมอร์มือเก๋าที่ต้องการอัพเกรดเดสก์ท็อปให้แรงกว่าเคยเพื่อครองที่หนึ่งในเกมการแข่งขัน Lenovo Legion T5 เกมมิ่งเดสก์ท็อปประสิทธิภาพสูง ขับเคลื่อนโดยโปรเซสเซอร์เดสก์ท็อป AMD Ryzen™ 3000 Series คือตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม ตัวเครื่องผ่านการออกแบบมาให้รองรับการเล่นเกมแบบมาราธอนเข้มข้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งเป็นผลมาจากความมุ่งมั่นของเลอโนโว ที่ต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์เกมมิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้ Lenovo Legion T5 เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์เกมมิ่งรุ่นยอดนิยมอยู่แล้ว และในครั้งนี้เลอโนโวก็ก็ได้เพิ่มความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น นอกเหนือจากเทคโนโลยี ด้วยการเพิ่มชิ้นส่วนอุปกรณ์เสริมเข้ามาแบบจัดเต็ม และยังรองรับการอัพเกรด ปรับแต่งสเปค เพื่อยกระดับประสบการณ์การเล่นเกมที่ตรงตามความต้องการมากขึ้น

เกมมิ่งเดสก์ท็อปเพื่อชัยชนะ

Lenovo Legion T5 อัดแน่นด้วยพลังการประมวลผลขั้นสูง และประสิทธิภาพของการโอเวอร์คล็อกที่เหนือความคาดหมาย ตัวเครื่องมาพร้อมตัวเลือกโปรเซสเซอร์เดสก์ท็อปสูงสุด AMD Ryzen 9 3950X จีพียู NVIDIA GeForce RTX 2070 SUPER ระดับท็อป และเฟรมเรตที่รวดเร็วเป็นพิเศษที่ความละเอียด 4K ในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย

เทคโนโลยีระบบระบายความร้อน Legion Coldfront 2.0 จะคอยผลิตลมเย็นให้หมุนเวียนอยู่ในตัวเครื่องขนาดความจุ 26 ลิตร ช่วยให้เครื่องทำงานได้เงียบยิ่งขึ้น ป้องกันการโอเวอร์ฮีท นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวเสริมอีกด้วย ด้านการออกแบบก็มีโลโก้ไฟ LED สีฟ้าโดดเด่น ระบบไฟส่องสว่าง และตัวเลือกแผงด้านข้างแบบโปร่งใส โชว์ให้เห็นถึงความสวยงามของส่วนประกอบสุดล้ำภายใน

ผู้ใช้สามารถเลือกสีไฟ ARGB ของพัดลม และระบบไฟภายในให้เข้ากับมู้ดได้ด้วยสีกว่า 16 ล้านสี ตัดกับสี Raven Black สุดคลาสสิคของด้านนอกของโครงเครื่องที่แข็งแรงทนทานอย่างลงตัว รวมถึงควบคุมระบบในเครื่องผ่านแอปพลิเคชัน Lenovo Vantage for Gaming ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ปรับอุณหภูมิของเครื่องได้ด้วย Q-Control 3.0 ปรับการตั้งค่าไฟ ARGB เน็ตเวิร์ค รวมถึงระบบเสียง Dolby Atmos อันสมจริงได้อย่างสะดวกสบาย

ตัวเครื่องรองรับการเชื่อมต่อ และการจัดเก็บข้อมูลหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น 802.11 ax WLAN, ตัวเลือก DIMM สูงสุด 4 สล็อต, PCIe 2 สล็อต (1 x PCIe x16 Gen 4 และ 1 x PCIe x4 Gen 3, 4 x SATA bays, USB 7 พอร์ต, M.2 SSD 2 สล็อต (1 x M.2 PCIe x4 Gen 4 และ 1 x M.2 PCIe x4 Gen 3) รวมถึงมีตัวเลือกพาวเวอร์ซัพพลายสูงสุด 650W สำหรับเฟรมเรตที่ความละเอียดสูง

 

ปรับแต่งให้เข้ากับตัวตน

เกมมิ่งพีซีปัจจุบันแบ่งย่อยได้เป็นอีก 2 ประเภท คือประเภทที่ผู้ใช้เลือกชิ้นส่วนต่าง ๆ ด้วยตัวเอง และประเภทที่ผู้ใช้เลือกซื้อสำเร็จรูปกับทางผู้ผลิต แต่ไม่ว่าจะเป็นประเภทไหน เกมเมอร์จะได้พีซีที่มีสเปคตรงใจ รันเกมโปรดได้อย่างลื่นไหล

  • เปลี่ยนจีพียูระดับเทพ จาก AMD หรือ NVIDIA เพื่อให้ได้เฟรมเรตระดับสูงสุด ตามความต้องการ Legion T5 รองรับตัวเลือกจีพียูสูงสุดถึง NVIDIA GeForce RTX 3070 8GB GDDR6, RTX 3060 Ti 8GB GDDR, RTX 3060 6GB GDDR6, RTX 2060 6GB GDDR6 และ GTX 1660 Super 6GB GDDR6 GB

 

  • เพิ่มแรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ (ควรมีอย่างน้อย 16 GB สำหรับเกมหนัก ๆ ทั่วไป) หรือสล็อต RAM ว่างเพื่อให้สามารถเติมแรมได้อีกในภายหลัง Legion T5 ให้ผู้ใช้เพิ่มได้มากถึง 64GB ARMOR-RAM DDR4 และ 128GB DDR4 พร้อม DDR4 UDIMM 4 สล็อต แบบ dual channel ได้

 

  • เพิ่มพื้นที่ดิสก์ด้วย SSD ที่ประมวลผลได้รวดเร็ว หรือ HDD ที่มีราคาต่ำกว่า เพื่อให้มีพื้นที่จัดเก็บเกมในเครื่องมากขึ้น Legion T5 สามารถใส่ได้สูงสุดถึง 2TB PCIe SSD และ 2TB SATA HDD พร้อมมีตัวเลือกตัวจัดเก็บข้อมูลแบบไฮบริดให้

 

Legion T5 มาพร้อมระบบระบบปฏิบัติการ Windows 10 และประกันบริการหลังการขายแบบ onsite service 3 ปี ผู้ใช้จึงจะได้รับความสะดวกในการบริการมากขึ้น

 

เร็ว ๆ นี้! เตรียมพร้อมสัมผัสความเร็ว และแรงของเกมมิ่งแล็ปท็อป และเกมมิ่งเดสก์ท็อปปี 2021 จากไลน์ Lenovo Legion ที่มาพร้อม AMD Ryzen™ 5000 H-series Mobile Processors รุ่นใหม่ รวมถึงกราฟฟิก NVIDIA ล่าสุด เสริมประสบการณ์การเล่นเกมให้เหนือชั้นกว่า

 

ราคา และการวางจำหน่าย:

Lenovo Legion T5

  • AMD Ryzen 7 3700X และ NVIDIA GeForce RTX2060 6GB GDDR6 มีวางจำหน่ายแล้วในประเทศไทย ราคา 35,990 บาท
  • AMD Ryzen 5 3600 และ NVIDIA GeForce GTX 1660 SUPER 6GB GDDR6 มีวางจำหน่ายแล้วในประเทศไทย ราคา 28,990 บาท

สามารถดู หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.lenovo.com/th/en/legion/ หรือ

www.facebook.com/lenovolegionTH/.

เกี่ยวกับเลอโนโว 

เลอโนโว (HKSE: 992) (ADR: LNVGY) มีมูลค่าธุรกิจ 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และเป็นหนึ่งในบริษัท Fortune 500 ที่มีพนักงานมากกว่า 63,000 คนใน 180 ประเทศและดินแดนทั่วโลก นอกเหนือจากเป้าหมายที่ชัดเจนในการสร้างอุปกรณ์อัจฉริยะเพื่อรองรับการเปลี่ยนถ่ายของเทคโนโลยียุคใหม่ ที่เกิดขึ้นทั่วโลกให้ได้อย่างครอบคลุม และมีประสิทธิภาพน่าเชื่อถือ รวมไปถึงตอบสนองต่อการใช้งานแบบยั่งยืนในสังคมยุคดิจิทัล เลอโนโวยังเป็นผู้นำในด้านการเปลี่ยนแปลงอัจฉริยะ ด้วยการดีไซน์ และสร้างสรรค์หนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่สมบูรณ์ที่สุดในโลก เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งาน และโอกาสในการพัฒนาให้กับลูกค้าทั่วโลก

 

ร่วมติดตามเราบน LinkedIn, Facebook, Twitter, YouTube, Instagram, Weibo หรือเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่ https://legion.lenovo.com/ 

 

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-lenovo-legion-t5-amd-ryzen-3000-series/

Cisco อุดช่องโหว่ Bypass ใน ACI MSO

Cisco ได้ประกาศอุดช่องโหว่ 3 รายการให้แก่ผลิตภัณฑ์ ACI Multi-site Orchestrator และ Application Services Engine 

ช่องโหว่ที่น่าสนใจคือ

  • CVE-2021-1388 – เกิดขึ้นกับ Cisco ACI MSO เวอร์ชัน 3.0 ที่ deploy บน Cisco Application Services Engine เท่านั้น โดยเพียงแค่คนร้ายประดิษฐ์การ Request แบบพิเศษเข้ามาโจมตียังปลายทางที่มีช่องโหว่ เพื่อที่จะได้รับ Token ในสิทธิ์ระดับแอดมิน
  • CVE-2021-1393 – เป็นช่องโหว่ที่ทำให้ผู้โจมตีที่ไม่มีสิทธิ์จากทางไกลสามารถเข้าถึงบริการได้ 

นอกจากนี้ Cisco ยังได้ออกแพตช์ช่องโหว่ร้ายแรงให้ NS-OX และช่องโหว่บนซอฟต์แวร์ FXOS และ UCS รวม 5 รายการ ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดทั้งหมดได้ที่ https://tools.cisco.com/security/center/publicationListing.x 

ที่มา : https://www.bleepingcomputer.com/news/security/cisco-fixes-maximum-severity-mso-auth-bypass-vulnerability/

from:https://www.techtalkthai.com/cisco-fix-bypass-vulnerability-in-aci-mso/

ผู้เชี่ยวชาญเผยพบ vCenter Server กว่า 6,700 มีความเสี่ยง หลังมีการปล่อยโค้ดสาธิตช่องโหว่

เมื่อวานนี้เราได้รายงานถึงช่อง RCE ระดับร้ายแรง ที่ VMware เพิ่งออกแพตช์ออกมา เพียงไม่นานนักก็พบการสาธิตช่องโหว่ด้วยโค้ดเพียงบรรทัดเดียว และหลังจากทดลองสแกนในอินเทอร์เน็ตก็พบเซิร์ฟเวอร์ที่มีความเสี่ยงกว่า 6,700 ตัว

Credit: ShutterStock.com

เรื่องราวของแพตช์ช่องโหว่ CVE-2021-21972 อ่านย้อนหลังได้ที่ https://www.techtalkthai.com/vmware-fixes-cve-2021-21972-for-vcenter/

ประเด็นคือตอนนี้ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านได้ออกเผยโค้ดสาธิตการใช้ช่องโหว่ดังกล่าวแล้ว ซึ่งมีความเป็นไปได้ด้วยโค้ด cRUL Request เพียงบรรทัดเดียว ในเวลาต่อมาทาง Bad Packets ได้รายงานพบความพยามยามสแกนหาเซิร์ฟเวอร์ vCenter ในอินเทอร์เน็ต อีกด้านหนึ่ง Positive Technologies ผู้รายงานช่องโหว่ที่ตอนแรกหวังจะเก็บข้อมูลไว้ก่อนเพื่อรอให้ผู้ใช้อัปเดต ต้องเปลี่ยนแผนปล่อยข้อมูลไว้ในบล็อกของตนที่ https://swarm.ptsecurity.com/unauth-rce-vmware/ 

ความน่าสนใจคือจากข้อมูลของ Shodan พบว่ามีเซิร์ฟเวอร์ vCenter เชื่อมต่อผ่านอินเทอร์เน็ตราว 6,700 ตัว ด้วยเหตุนี้เองจึงเตือนให้ผู้ใช้ทุกท่านไม่นิ่งนอนใจนะครับก่อนภัยร้ายจะมาเยือน

ที่มา : https://www.zdnet.com/article/more-than-6700-vmware-servers-exposed-online-and-vulnerable-to-major-new-bug

from:https://www.techtalkthai.com/vcenter-server-6700-are-at-risk-from-cve-2021-21972/

Google Cloud เผยโหมดการทำงานใหม่ของ GKE ‘Autopilot’

Google ได้เพิ่มความสามารถในการทำงานใหม่ให้ Google Kubernetes Engine (GKE) ที่ชื่อว่า Autopilot

credit : google

ไอเดียของ Autopilot คือการยกการบริหารจัดการ (Day 2 Operation) ของ GKE ให้ทีมงานและเครื่องมืออัตโนมัติของ Google ดูแลไป ซึ่งประกอบด้วยการซ่อมบำรุง อัปเกรต หรือ Scale การใช้งานอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังเป็นไปตาม Best Practice และ Google ยังได้การันตี SLA ไว้ที่ 99.95% สำหรับ Autopilot Cluster และ 99.9% สำหรับ Autopilot Pod ที่อยู่ในหลายโซน

โดยสรุปคือภาระของผู้ใช้งานก็จะเหลืองานน้อยลงไปโฟกัสแค่เรื่องของการใช้งานแทนในรูปแบบของ Serverless ซึ่งค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นตาม vCPU, Memory และ Disk Resource รวมถึงต้องจ่ายค่า Pod ที่ใช้ด้วย นอกจากนี้โหมด Autopilot ยังทำงานร่วมกับ DataDog Logging และเครื่องมือมอนิเตอร์ และ GitLab ได้

ที่มา : https://techcrunch.com/2021/02/24/google-cloud-puts-its-kubernetes-engine-on-autopilot และ https://www.zdnet.com/article/google-introduces-gke-autopilot-for-hands-off-kubernetes/

from:https://www.techtalkthai.com/gke-autopilot-mode/

Veeam V11 ออกแล้ว พร้อมเพิ่มความสามารถใหม่กว่า 200 รายการ เน้นรับมือกับ Ransomware และ Data Loss

Veeam Software ผู้นำด้านโซลูชัน Backup และ Cloud Data Management ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Veeam Backup & Replication v11 แล้วอย่างเป็นทางการ โดยการเพิ่มความสามารถและปรับปรุงสิ่งใหม่ๆ มากกว่า 200 รายการ และรองรับการจัดการข้อมูลในแบบ Multi-Cloud บน AWS, Microsoft Azure และ Google Cloud Platform

Credit: Veeam

ความสามารถใหม่ๆ ที่น่าจับตามองใน Veeam V11 มีดังนี้

  • ทำ DR ได้ด้วย Veeam Continuous Data Protection (CDP) ทำให้กู้ข้อมูลในระบบของ VMware ได้โดยมี Recovery Point Objective (RPO) ที่ดีที่สุด
  • มี Ransomware Protection โดยมีการใช้ระบบ Linux ในแบบ Immutable ที่ผ่านการทำ Harden มาแล้วตามข้อกำหนดของ SEC 17a-4(f), FINRA 4511(c) และ CFTC 1.31(c)-(d)
  • สามารถใช้ Amazon S3 Glacier และ Microsoft Azure Archive Storage บน Cloud แทนเทปได้โดยตรงด้วย Veeam Scale-Out Backup Repository Archive Tier
  • สามารถใช้ Google Cloud Storage กับ Veeam Scale-Out Backup Repository Capacity Tier ได้
  • สามารถทำ Instant Recovery สำหรับ Microsoft SQL, Oracle Database และ NAS ได้
  • มี Veeam Agent for Mac สำหรับการสำรองข้อมูล macOS แล้ว
  • เพิ่มบริการ Managed Service อย่าง BaaS และ DRaaS ที่ให้บริการโดย Veeam เอง

นอกจากนี้ Veeam ยังได้ทำการเปิดตัว Veeam Service Provider Console v5 รองรับความสามารถใหม่ๆ ของ Veeam V11 และเพิ่มการทำ Multi-Factor Authentication พร้อมเปิดตัว Veeam Availability Suite v11, Veeam ONE v11 และเพิ่ม Veeam Disaster Recovery Orchestrator เข้าไปใน Veeam DR Pack ด้วย

Veeam Backup & Replication v11 พร้อมให้บริการแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สำหรับ Licensing Model ใหม่ๆ สามารถสอบถามกับทีมงาน Veeam ได้โดยตรงครับ ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถศึกษาข้อมูลได้ที่ https://www.veeam.com/whats-new-backup-replication.html ครับ

ที่มา: https://www.veeam.com/news/veeam-releases-new-v11-with-200-plus-enhancements-eliminating-ransomware-and-data-loss-while-providing-a-single-platform-for-modern-data-protection.html

from:https://www.techtalkthai.com/veeam-v11-is-announced-with-more-than-200-features-and-improvements/

Nutanix เสริมความสามารถ Ransomware Protection ช่วยธุรกิจปกป้องข้อมูลสำคัญอย่างมั่นใจ

Nutanix ได้ออกมาประกาศถึงความสามารถใหม่ๆ ด้านการทำ Ransomware Protection ภายในโซลูชันของตนเองหลากหลายประการ เพื่อช่วยให้ธุรกิจนั้นสามารถลดความเสี่ยงที่จะถูกโจมตีโดย Ransomware ได้ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ดังนี้

Credit: Nutanix

1. การใช้ Flow Security Central ซึ่งเป็นความสามารถหนึ่งของ Nutanix Flow ในการตรวจจับการโจมตีในระดับเครือข่าย ด้วยการวิเคราะห์พฤติกรรมที่คาดว่าอาจเป็น Ransomware หรือพฤติกรรมอื่นๆ เพื่อยับยั้งการโจมตีนั้นๆ ได้ อีกทั้งยังมีข้อมูลสำหรับประกอบการวิเคราะห์การโจมตีว่าต้นตอเกิดขึ้นมาจากที่ใด และยังสามารถใช้ปกป้อง VDI ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ผู้ใช้งานบางคนอาจเริ่มติด Ransomware และกลายเป็นแหล่งแพร่กระจายการโจมตีได้

2. ความสามารถใหม่ใน Nutanix Files ที่สามารถทำ File Analytics เพื่อวิเคราะห์รูปแบบการเข้าถึงไฟล์ต่างๆ ที่ผิดปกติอันอาจมีต้นตอมาจาก Ransomware ได้ และทำการยับยั้งการเข้าถึงไฟล์ต่างๆ จากผู้ต้องสงสัยโดยอัตโนมัติได้แบบ Real-Time รวมถึงยังสามารถแจ้งเตือนผู้ดูแลระบบได้ว่าไฟล์ใดบ้างที่ไม่ได้ทำ Replication หรือ Snapshot เอาไว้ ทำให้สามารถวางแผนสำรองข้อมูลได้อย่างเหมาะสม อีกทั้งยังมีระบบ Immutable Snapshot ที่ถึงแม้ Ransomware จะโจมตีเข้ามาได้สำเร็จ แต่ Snapshot เหล่านี้ก็จะถูกปกป้องเอาไว้ไม่ให้ถูกเข้ารหัสหรือทำลายได้

3. ความสามารถใหม่ใน Nutanix Objects ที่สามารถปรับสิทธิ์การเข้าถึงได้อย่างละเอียดมากยิ่งขึ้น และยังตั้งค่า Write Once Read Many (WORM) เพื่อไม่ให้ข้อมูลเหล่านี้ถูกลบหรือถูกเข้ารหัสได้

4. Nutanix Mine สามารถสำรองข้อมูลไปเก็บไว้ใน Nutanix Objects ได้แล้วด้วยการทำงานร่วมกับโซลูชันจาก HYCU ทำให้สามารถเปิดใช้ WORM เพื่อป้องกันข้อมูลที่สำรองเอาไว้ได้อีกชั้นหนึ่ง รวมถึงยังสามารถทำงานร่วมกับโซลูชัน Veeam Object Immutability ได้ด้วยเช่นกัน

ที่มา: https://www.nutanix.com/press-releases/2021/nutanix-extends-ransomware-protections-to-help-secure-customers-it-environments

from:https://www.techtalkthai.com/nutanix-releases-new-ransomware-protection-features/

ฟรี Marketing Research: การจัดเก็บข้อมูลของธุรกิจขนาดกลางโดยมุมมองจากบุคคลระดับแนวหน้า (ภาษาไทย) โดย Hitachi Vantara

451 Research บริษัทวิจัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและที่ปรึกษาด้านนวัตกรรมพลิกโฉมธุรกิจ  ร่วมกับ Hitachi Vantara ผู้นำด้านโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลสำหรับองค์กรธุรกิจและภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ออก Marketing Research ฉบับภาษาไทยเรื่อง “การจัดเก็บข้อมูลของธุรกิจขนาดกลางโดยมุมมองจากบุคคลระดับแนวหน้า” ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อดาวน์โหลดเอกสารไปศึกษาได้ฟรี

เดือนกันยายน 2020 ที่ผ่านมา 451 Research ได้ทำการศึกษาเพื่อสำรวจประเด็นด้านความสำคัญ ความวิตกกังวล และกลยุทธ์ทางด้าน IT Infrastructure และ Data Storage ของธุรกิจขนาดกลางในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยผู้เชี่ยวชาญด้าน IT จากบริษัทสัญชาติอเมริกาในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่มีพนักงานระหว่าง 500 – 2,000 คน และมีระบบจัดเก็บข้อมูลระดับ Terabytes จนถึงหลาย Pentabytes ซึ่งสามารถสรุปสาระสำคัญเป็นเอกสารความยาว 19 หน้า  เนื้อหาครอบคลุมประเด็นดังต่อไปนี้

  • ภาพรวมการจัดลำดับความสำคัญของฝ่าย IT
  • ผลกระทบของโควิด-19
  • การบริหารจัดการความเสี่ยง
  • การเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวแก่ระบบ IT
  • ความสัมพันธ์ระหว่าง IT และภาคธุรกิจ
  • การจัดการกับปัญหาความซับซ้อนของระบบ IT
  • ความยืดหยุ่นด้านการเงิน
  • คุณลักษณะของ Storage และ Vendor ที่องค์กรต้องการ
  • การวางแผนเรื่องความจุของ Storage

from:https://www.techtalkthai.com/marketing-research-data-storage-at-midsized-enterprises-by-hitachi-vantara/