คลังเก็บป้ายกำกับ: PRODUCTS

Forescout เปิดตัวบริการ eyeSegment ทำ Nework Segmentation ได้ผ่าน Cloud

Forescout Technologies ผู้นำเทคโนโลยีด้าน Device Visibility & Control wด้ออกมาประกาศเปิดตัวบริการในการทำ Network Segmentation ผ่าน Cloud ภายใต้ชื่อ eyeSegment เพื่อให้ธุรกิจองค์กรสามารถจำแนกประเภทและจัดแบ่งกลุ่มอุปกรณ์ เพื่อทำการควบคุมนโยบายการเชื่อมต่อเครือข่ายได้ครอบคลุมสำหรับทั้ง Campus Network, Data Center, Cloud และ Operational Technology (OT) โดยมีความสามารถดังต่อไปนี้

Credit: Forescout
  • จำแนกประเภทและจัดกลุ่มให้กับทุกอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อเครือข่ายด้วย IP โดยผู้ดูแลระบบจะทราบถึงชนิดของอุปกรณ์, ผู้ใช้งาน, Application และ Service บนอุปกรณ์นั้นๆ รวมถึงยังสามารถรวบรวมข้อมูลจากระบบอื่นๆ เช่น ช่องโหว่ และผลการตรวจสอบตาม Compliance เพื่อนำมาใช้ในการจัดกลุ่มสำหรับทำการควบคุมต่อไป
  • แสดงการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์และพฤติกรรมของแต่ละอุปกรณ์ ทำให้สามารถเข้าใจพฤติกรรมยามปกติ และตรวจสอบได้หากเกิดเหตุการณ์ผิดปกติขึ้น
  • กำหนดนโยบายการเชื่อมต่อเครือข่าย และติดตามผลการบังคับการใช้งานได้
  • ตอบสนองต่อการละเมิดนโยบายใดๆ ที่กำหนดเอาไว้ได้โดยอัตโนมัติ เช่น การห้ามไม่ให้เชื่อมต่อกับระบบที่ไม่ได้รับอนุญาต, การแจ้งเตือน, การเก็บข้อมูลลงไปยัง Log
  • เชื่อมต่อกับระบบด้านความมั่นคงปลอดภัยและระบบเครือข่ายอื่นๆ เพื่อควบคุมอุปกรณ์และผู้ใช้งานโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็น Next-Generation Firewall, LAN, Wireless LAN, Software-Defined Networking, Cloud และอื่นๆ เป็นต้น

Forescout eyeSegment นี้สามารถทำ Network Segmentation สำหรับอุปกรณ์ได้หลากหลาย และทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถควบคุมการเชื่อมต่อเครือข่ายได้อย่างง่ายดายทั้งสำหรับ Campus Network, Data Center, Cloud ไปจนถึงระบบ IoT ทั้งภายในและภายนอกองค์กร รองรับระบบเครือข่ายที่มีหลายสาขาได้เป็นอย่างดี

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ForeScout eyeSegment สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.forescout.com/platform/eyesegment/

เกี่ยวกับ Throughwave Thailand

Throughwave Thailand เป็นตัวแทนจำหน่าย (Distributor) สำหรับผลิตภัณฑ์ Enterprise IT ครบวงจรทั้ง Server, Storage, Network และ Security พร้อมโซลูชัน VMware และ Microsoft ที่มีลูกค้าเป็นองค์กรชั้นนำระดับหลายหมื่นผู้ใช้งานมากมาย โดยทีมงาน Throughwave Thailand ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าจากทีมงาน Engineer มากประสบการณ์ ที่คอยสนับสนุนการใช้งานของลูกค้าตลอด 24×7 ร่วมกับ Partner ต่างๆ ทั่วประเทศไทยนั่นเอง

ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อทีมงาน Throughwave Thailand ได้ที่ 02-2100969 หรือ info@throughwave.co.th หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ https://www.throughwave.co.th

ที่มา: https://www.forescout.com/company/news/press-releases/forescout-transforms-enterprise-wide-network-segmentation-with-release-of-cloud-based-eyesegment/

from:https://www.techtalkthai.com/forescout-announces-cloud-based-eyesegment-for-nework-segmentation/

Dell EMC เปิดตัวโซลูชัน Server ใหม่ รองรับตลาด High Performance Computing พร้อมระบบเครือข่าย 400GbE

ในงาน SC19 ทาง Dell EMC ได้ออกมาประกาศเปิดตัวโซลูชันใหม่ในส่วนของ Data Center เพื่อรองรับตลาด High Performance Computing (HPC) ในอนาคตเพิ่มเติม 3 โซลูชัน ดังนี้

Credit: Dell EMC
  • Dell EMC Ready Solutions for ThinkParQ ที่ใช้ BeeGFS ระบบ Software-Defined Parallel File System ติดตั้งบน Dell EMC PowerEdge Server เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเขียนอ่านข้อมูลแบบคู่ขนานบน Server ที่ทำงานร่วมกับแบบ Cluster ได้บนทั้ง On-Premises และ Cloud
  • Dell EMC Ready Solutions for ArcaStream ที่ใช้ PixStor ระบบ Parallel File System ประสิทธิภาพสูง มีจุดเด่นด้านการบริหารจัดการข้อมูล, การทำ Archive และการทำ Analytics ได้ทันที
  • Dell EMC PowerSwitch Z9332F-ON อุปกรณ์ Data Center Switch ความเร็ว 400GbE

ส่วนในปีหน้า Dell EMC เองก็มีแผนที่จะรองรับ GPU และ FPGA เพิ่มเติมบน Dell EMC PowerEdge Server โดยจะรองรับได้ทั้ง NVIDIA Tesla, NVIDIA RTX และ Intel FPGA อีกทั้งยังจะมี Dell EMC DSS 8440 Server ที่รองรับการติดตั้ง GPU ได้มากถึง 16 ชุดด้วย

ที่มา: https://www.storagereview.com/dell_emc_server_announcements_from_sc19

from:https://www.techtalkthai.com/dell-emc-announces-new-server-solutions-for-high-performance-computing/

[Guest Post] ZyGen และ Blue Prism เปิดตัวศูนย์ความเป็นเลิศด้าน Robotic Process Automation (RPA) แห่งแรกในประเทศไทย

กุญแจสู่ความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงของยุค Digital Transformation for Thailand 4.0

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2562 – บริษัท ไซเจ็น จำกัด ได้เปิดตัว Robotic Process Automation (RPA) Center of Excellence (CoE) ศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีซอฟต์แวร์โรบอท เพื่อให้เกิดกระบวนการการทำงานโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการช่วยผู้ประกอบการและองค์กรขนาดใหญ่ในประเทศไทย

Digital Transformation เป็นพันธกิจสำคัญของ CEO, CIO, และผู้บริการระดับสูงขององค์กรชั้นนำในประเทศไทย นำนวัตกรรมใหม่ๆ มาช่วยพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้า (Customer Experience) และเพิ่มช่องทางในการขายที่ทำให้ลูกค้าสะดวกมากขึ้น สามารถเข้าถึงสินค้าและบริการได้ทันทีที่ต้องการตลอด 24 ชั่วโมง ในขณะเดียวกันการนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาช่วยให้กระบวนการต่างๆ ทำให้เกิดการทำงานแบบดิจิตอลมากยิ่งขึ้น (Digitized Operation) เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยลดค่าใช้จ่าย, เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน, เพิ่มขีดความสามารถในแต่ละด้าน, เปิดรับโอกาสใหม่ๆ รวมถึงการให้บริการในรูปแบบใหม่ที่ไม่สามารถทำได้ในอดีต ทุกวันนี้ซอฟต์แวร์โรบอทเพื่อการทำงานอัตโนมัติ (Robotic Process Automation, RPA) กำลังกลายเป็นหนึ่งในการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ ที่จะช่วยให้องค์กรมีความเป็นเลิศในยุคดิจิตอล 4.0

Blue Prism และ ZyGen ได้ร่วมมือจัดตั้ง Center of Excellence (CoE) เพื่อรองรับลูกค้าที่ ต้องการยกระดับองค์กรด้วย RPA Blue Prism โดยเป็นผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาและบริการให้ทุกองค์กรธุรกิจ ในปัจจุบันได้เริ่มให้บริการแก่หลากหลายองค์กรชั้นนำในประเทศไทยแล้ว การจัดตั้ง RPA CoE ครั้งนี้ เพื่อช่วยให้คำปรึกษาองค์กร ในการวางกลยุทธ์ RPA อย่างยั่งยืน แม้ว่าเทคโนโลยีสำหรับกระบวนการอัตโนมัติมีหลากหลายรูปแบบ แต่ละธุรกิจต้องเข้าใจความแตกต่างของแต่ละประเภท และเลือกใช้ตัวเลือกที่เหมาะสมกับองค์กร การวางแผนกลยุทธ์ RPA ที่ถูกต้องจะช่วยในการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิผล เพิ่มความพีงพอใจของลูกค้า เพิ่มรายรับ และสร้างโอกาสใหม่ให้กับองค์กรได้

“ไซเจ็นได้ให้บริการเป็นที่ปรึกษากับบริษัทชั้นนำในประเทศไทยมานานกว่า 20 ปี เราภูมิใจที่ได้ เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จของลูกค้าของเรา และในปีล่าสุดเราได้รับรางวัลหลายรางวัลรวมทั้งรางวัล “Most 30 Innovative Companies” จาก CIO Bulletin โดย RPA (Robotic Process Automation) เป็นหนึ่งในนวัตกรรมสำคัญที่ทำให้ได้รับรางวัลดังกล่าว ในสภาวะที่มีการแข่งขันทางธุรกิจสูงในปัจจุบัน บริษัทต้องเผชิญกับความท้าทายในการขาดแคลนแรงงานมนุษย์ การลดต้นทุน การตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่ผู้บริโภคต้องการได้รับบริการในทันทีทันใด “age-of-now” นั้น RPA จึงเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับทุกองค์กร และ Blue Prism ยังได้นำเสนอ Enterprise RPA เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ทำให้เกิดโมเดลการทำงานใหม่ที่หุ่นยนต์และมนุษย์ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถดำเนินธุรกิจได้รวดเร็วย่ิงขึ้น และสามารถสร้างสินค้าและบริการในรูปแบบใหม่ที่บริษัทไม่เคยมีมาก่อน” – ชลภัทร์ ภูริปัญโญ (กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไซเจ็น จำกัด)

“เราเล็งเห็นว่าการใช้ RPA ในเอเชียกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเพื่อตอบรับกับลูกค้าที่มีเพิ่มขึ้น นอกจากนี้เรายังคงลงทุนอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย” Bill Taylor, Vice President of ASEAN & Korea, Blue Prism กล่าว “เรามุ่งมั่นที่จะช่วยให้ธุรกิจเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน เพิ่มนวัตกรรม และผลักดันระบบอัตโนมัติให้เป็นแรงงานดิจิตอลที่สามารถทำงานร่วมกับมนุษย์ได้ 24 ชั่วโมง เรายินดีอย่างยิ่ง ที่ได้ร่วมมือกับไซเจ็นในครั้งนี้ และไซเจ็นก็มีวิสัยทัศน์ตรงกันกับเรา”

เกี่ยวกับบริษัทไซเจ็น

บริษัท ไซเจ็น จำกัด ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1999 พันธกิจของบริษัท คือ การให้คำปรึกษาด้วยแนว คิดที่ทันสมัยและนวัตกรรมสมัยใหม่เพื่อธุกริจที่ดีขึ้น และชีวิตที่ดีขึ้น “Innovative Consultancy for BETTER BUSINESS and LIFE” เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาและนำเสนอนวัตกรรมใหม่ที่สามารถสร้างประโยชน์เพื่อให้ธุรกิจประสบความสำเร็จมีผลประกอบการที่ดีขึ้น และเพื่อทำให้พนักงานและผู้ ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องมีชีวิตที่ดีขึ้น สามารถทำงานได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น และมีผลงานที่มีประสิทธิ ภาพดียิ่งขึ้นในเวลาเดียวกัน ไซเจ็นมีความเชี่ยวชาญทั้งระบบ SAP และ นวัตกรรมใหม่ ๆ เช่น AI, Chatbot, Big Data, Analytics, Mobility, Automation, RPA ฯลฯ ไซเจ็นมุ่งมั่นที่จะเป็นพันธมิตรที่ดีที่ร่วมสร้างความ สำเร็จให้กับลูกค้าของเรา “Trustworthy partner who help making SUCCESSFUL BUSINESS with its HAPPY PEOPLE”

รางวัลและความสำเร็จ

  • 2004: SAP Educational Service Partner (BI, ABAP, BASIS, NetWeaver);
  • 2005: First Thailand SAP Business One Partner & certified SAP Business One Thai Localization by Thai Revenue Department;
  • 2008: Certified as SAP Services Partner.
  • 2008: The Best Project: Best SAP ERP Upgrade Project ECC 6 at SAP Thailand Summit 2008
  • 2013: Certified SAP Mobility: SAP Certified Mobile App
  • 2017: Certified solution “NICE”: SAP Certified Integrated Solution.
  • 2018: Awarded “Top 10 SAP Solution Providers 2018 in Asia Pacific” by “Asia Pacific CIO Outlook”
  • 2018: Humanize, subcompany, won “Start-up Thailand 2018 – ChatBot and AI” 1st place winner
  • 2019: Awarded “Top 10 SAP Solution Providers 2019 in Asia Pacific” by “Asia Pacific CIO Outlook”
  • 2019: Awarded “Most 30 Innovative Companies” Ranked by “CIO Bulletin”
  • 2019: Awarded “Professional Service Solutions” by “Thailand ICT Award 2019”

Website: https://www.zygencenter.com

from:https://www.techtalkthai.com/zygen-and-blue-prism-open-center-of-excellence-for-rpa-in-thailand/

Google เปิดตัวโครงการ Cloud Acceleration Program for SAP ช่วยองค์กรย้าย SAP ขึ้น Google Cloud

Google Cloud ได้ออกมาประกาศเปิดตัวโครงการ Cloud Acceleration Program for SAP สำหรับช่วยให้ธุรกิจองค์กรต่างๆ สามารถย้ายระบบ SAP ขึ้นมายัง Google Cloud Platform โดยเฉพาะ ด้วยการสนับสนุนเชิงเทคนิคและการจับมือเป็นพันธมิตรกับผู้ให้บริการระบบ SAP ทั่วโลก

Credit: ShutterStock.com

Cloud Acceleration Program for SAP นี้จะช่วยให้ธุรกิจสามารถย้ายระบบขึ้นมายัง Google Cloud Platform ตรงๆ หรือถือโอกาสนี้อัปเกรดมาสู่ SAP S/4HANA ไปเลยก็ได้ โดย Google ระบุว่าแนวทางในการย้ายระบบนี้จะแทบไม่มี Downtime เกิดขึ้น และยังมีบริการเสริมอื่นๆ ร่วมกับเหล่าพันธมิตรและ ISV เพื่อให้การย้ายระบบ SAP ในครั้งนี้ราบรื่นที่สุด

นอกจากบริการย้ายระบบขึ้นไปยัง Google Cloud Platform แล้ว Google เองก็ยังสนับสนุนให้บริษัทต่างๆ นั้นมีการพัฒนาโซลูชันเสริมต่อยอดจาก SAP โดยใช้ความสามารถของ Google Cloud Platform ด้วย ตัวอย่างเช่น Accenture นั้นสามารถย้ายข้อมูลเก่าๆ ของระบบ SAP ไปยัง Big Query ได้ เพื่อให้การวิเคราะห์ข้อมูลเป็นไปได้อย่างง่ายดาย และมีการนำ Machine Learning มาช่วยเพื่อให้คำแนะนำในระหว่างการติดตั้งระบบ SAP บน Google Cloud Platform เป็นต้น

สำหรับพันธมิตรของ Google อย่างเช่น Accenture, Atos, Deloitte และ HCL นั้นจะสนับสนุนโครงการนี้ผ่าน Business Unit ที่ถูกตั้งขึ้นมาสำหรับ Google Cloud โดยเฉพาะ และพันธมิตรเหล่านี้รวมถึง Capgemini, DXC Technologies, Hitachi oXya, Infosys, NTT, TCS และ Wipro จะทำการสร้าง SAP Centres of Excellence for Google Cloud ขึ้นมาเพื่อนำเสนอโซลูชันที่จะช่วยให้การย้ายระบบ SAP ไปสู่ Google Cloud Platform นั้นง่ายดายขึ้นด้วย

ที่มา: https://www.arnnet.com.au/article/668844/google-cloud-launches-cloud-acceleration-program-sap/

from:https://www.techtalkthai.com/google-announces-cloud-acceleration-program-for-sap/

Salesforce ออกฟีเจอร์ใหม่ ‘Customer 360 Truth’

Salesforce ได้ประกาศออกความสามารถใหม่ภายใต้ Customer 360 ที่มุ่งเน้นลดปัญหา Silo ของข้อมูลภายในองค์กรเพื่อเป็น ‘Single source of truth’

credit : Salesforce

Salesforce ได้ประกาศออกบริการ Customer 360 ที่ประกาศออกมาเมื่อปีก่อน โดยวางตัวเป็นแพลตฟอร์มที่ต้องการ Integrate ข้อมูลของลูกค้าจากทุกส่วนเพื่อลด Silo ของแหล่งข้อมูลในองค์กร โดยเบื้องหลังของฟีเจอร์ใหม่เกิดจากการเข้าซื้อกิจการ Mulesoft ที่ทำเรื่องของ Open Source Modeling Technology นำไปสู่ Cloud Information Model ขึ้น ซึ่งทำให้เกิดเป็นมาตรฐานข้อมูลท่ามกลางแอปพลิเคชันใน Cloud นั่นเอง นอกจากนี้องค์กรยังสามารถพิสูจน์ข้อมูลของลูกค้าได้ว่าเป็นไปตาม Governance หรือไม่ ผู้สนใจสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่นี่

ในวาระเดียวกันยังได้ประกาศความสามารถใหม่จาก AWS โดยใช้บริการ Transcribe กับบริการ Call Center ของ Service Cloud และผนวกเข้ากับความสามารถของ Einstein ให้องค์กรสามารถตอบสนองบริการได้อย่างฉับไวและมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเอง

ที่มา :  https://www.zdnet.com/article/salesforce-adds-customer-360-tools-to-unify-authenticate-and-govern-data/ และ  https://techcrunch.com/2019/11/19/salesforce-aws-expand-partnership-to-bring-amazon-connect-to-service-cloud/

from:https://www.techtalkthai.com/salesforce-launches-customer-360-truth-to-eliminate-data-silo/

พบช่องโหว่ในแอปกล้อง Android แอบบันทึกวีดีโอ ถ่ายภาพและบันทึกบทสนทนาได้

นักวิจัยจาก Checkmarx ได้ออกมาเปิดเผยและ PoC การใช้งานช่องโหว่ที่เกิดขึ้นกับแอปพลิเคชันกล้องบนแอนดรอยด์ซึ่งทำให้คนร้ายสามารถแอบบันทึกวีดีโอ ถ่ายรูป ทราบถึงข้อมูล GPS ทั้งที่ไม่มีสิทธิ์ได้

ไอเดียของช่องโหว่หมายเลข CVE-2019-2234 คือการที่ปกติแล้วหากแอปต้องการถ่ายภาพ บันทึกวีดีโอ หรือเข้าถึงพิกัดอุปกรณ์จะต้องมีสิทธิ์คือ android.permission.CAMERA, android.permission.RECORD_AUDIO, android.permission.ACCESS_FINE_LOCATION และ android.permission.ACCESS_COARSE_LOCATION แต่ประเด็นคือนักวิจัยพบว่าแอปที่มี ‘Storage Permission’ ซึ่งสามารถเข้าถึง SD Card และมีเดียที่บันทึกอยู่กลับมีสิทธิ์ใช้ความสามารถของแอป Camera โดยแม้ไม่มีสิทธิ์ข้างต้น ปัญหาที่ตามมาคือมีแอปจำนวนมากที่มักขอสิทธิ์เข้าถึง Storage นั่นเอง

ทั้งนี้นักวิจัยได้พบช่องโหว่บน Google Pixel 2 XL และ 3 แล้วที่มีแอปกล้องติดตั้งมาเป็นค่าพื้นฐาน ทั้งนี้อาจไม่ได้มีผลกระทบกับ Vendor ทุกรายแต่ Vendor อีกเจ้าที่ถูกพาดพิงถึงคือแอปของ Samsung ด้วย (ผ่านทางหน้า Galaxy Store เท่านั้น) ซึ่งสำหรับ Google เองได้ออกแพตช์มาแล้วเมื่อเดือนกรกฎาคมผ่านมาทาง Google Play เช่นเดียวกันกับ Samsung ดังนั้นเตือนผู้ใช้งานให้อัปเดตการแพตช์ให้เรียบร้อยครับ

สำหรับการสาธิตการโจมตีนักวิจัยได้สร้างแอปสภาพอากาศขึ้นมาเพื่อใช้งานช่องโหว่ โดยมีขั้นตอนดังนี้

  • ถ่ายภาพเหยื่อและอัปโหลดไปยังเซิร์ฟเวอร์ควบคุม
  • บันทึกวีดีโอเหยื่อและอัปโหลดไปยังเซิร์ฟเวอร์ควบคุม
  • แกะ GPS Tag และระบุพิกัดได้บน Global Map
  • ลอบบันทึกวีดีโอและถ่ายภาพอย่างเงียบๆ
  • ลอบบันทึกบทสนทนาทางโทรศัพท์ทั้งสองฝั่ง

ที่มา :  https://www.bleepingcomputer.com/news/security/android-camera-app-bug-lets-apps-record-video-without-permission/ และ  https://www.helpnetsecurity.com/2019/11/19/android-camera-spy/ และ  https://www.zdnet.com/article/android-vulnerability-lets-rogue-apps-take-photos-record-video-even-if-your-phone-is-locked/

from:https://www.techtalkthai.com/android-camera-app-vulnerability-stealthy-record-video-calls-picture/

เผย Alibaba Cloud ทำลายสถิติการประมวผลสำหรับ E-Commerce หลายรายการในเทศกาล 11.11 ปี 2019

ถึงแม้ข่าวคราวเรื่องยอดขายของ Alibaba ในช่วงเทศกาล 11.11 ประจำปี 2019 จะน่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อย แต่ข่าวด้านการทำลายสถิติของ Alibaba Cloud ซึ่งเป็นเบื้องหลังให้กับระบบ E-Commerce ของ Alibaba เองก็น่าสนใจไม่แพ้กัน และทาง Alibaba Cloud ก็ได้ออกมาเผยตัวเลขสถิติเหล่านั้นของปี 2019 แล้วดังนี้

Credit: ShutterStock.com
  • Alibaba Cloud ได้ประมวลผลผล Gross Merchandise Volume (GMV) มูลค่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐหรือราวๆ 30,000 ล้านบาทภายในเวลาเพียงแค่ 68 วินาที, 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐหรือราวๆ 300,000 ล้านบาทภายในเวลาไม่ถึง 30 นาที และ 38,400 ล้านเหรียญสหรัฐหรือราวๆ 1.152 ล้านล้านบาทภายในเวลา 24 ชั่วโมง โดยไม่มี Downtime ของระบบเกิดขึ้นเลย
  • ระบบทั้งหมดถูกรองรับอยู่บนสถาปัตยกรรม X-Dragon รุ่นที่ 3 ซึ่งมีการใช้งานทั้ง Elastic Bare Metal Server ที่ประหยัดค่าใช้จ่ายลงได้ 20% ร่วมกับ Virtual Machine ภายในระบบเดียวกัน
  • Apsara Operating System ของ Alibaba Cloud ได้ประมวลผลข้อมูลไปกว่า 970PB และรองรับคำสั่งซื้อสูงสุดที่ 544,000 รายการต่อวินาที เป็นการทำลายสถิติของ 11.11 ไปอีกประเด็น
  • POLARDB ระบบฐานข้อมูลของ Alibaba Cloud สนับสนุนการขายสูงสุดที่ 87 ล้าน Request/s เป็นอีกรายการที่ได้ทำลายสถิติไป
  • ด้วยการใช้ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวและ Deep-Water Cooling ทำให้การใช้พลังงานต่อทุกๆ 10,000 E-Commerce Transaction สามารถลดลงเหลือ 2kWh ได้ ทำให้ในภาพรวมแล้ว Data Center ใช้พลังงานน้อยกว่าปีก่อนหน้าถึง 70% ประหยัดพลังงานไปมากถึง 200,000 kWh สำหรับเทศกาล 11.11 ในปีนี้
  • ร้านบน Tmall นับหลายพันร้านได้รับการอัปเกรดให้ไปใช้ Tmall Flagship Store 2.0 ก่อนเทศกาล 11.11 จะมาถึง ซึ่งมี 3D Taobao Avatar ให้ใช้เพื่อให้ลูกค้าสามารถลองเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับได้ทันที ทำให้มียอดขายสูงขึ้นมากกว่า 20% จากปีก่อนสำหรับ 1,167 ร้านที่เป็น Key Brand Flagship Store
  • Alime Shop Assistant ระบบ Chatbot ที่พัฒนาโดยเทคโนโลยี Machine Learning จาก Alibaba DAMO Academy ได้ทำหน้าที่ตอบรับลูกค้ากว่า 97% ของ Taobao และ Tmall ในเทศกาล 11.11 และมีฟีเจอร์ใหม่ๆ เช่นการตอบคำถามที่เกิดขึ้นระหว่าง Live Broadcast, การอ่านเนื้อหาจากรูปภาพและนำข้อมูลนั้นมาใช้ตอบลูกค้า โดยสนับสนุนการใช้งานใน 11 ภาษา
  • ฟังก์ชันการแปลภาษาของ Alibaba ถูกใช้งาน 1,660 ล้านครั้ง นับเป็นการแปลคำศัพท์ด้วยกันมากกว่า 200,000 ล้านคำ
  • การขายที่เกิดขึ้นระหว่างการทำ Taobao Live นั้นมีมูลค่าสูงเกือบ 2,800 ล้านเหรียญหรือราวๆ 84,000 ล้านบาท โดยกว่าครึ่งของร้านค้าที่ขายเครื่องสำอาง, เสื้อผ้า, อาหาร, รถยนต์ และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์นั้นเลือกใช้ช่องทาง Taobao Live ในขณะที่ร้านขายอุปกรณ์ตกแต่งบ้านมียอดขายสูงขึ้นด้วยวิธีการนี้ถึง 400%
  • ด้วย Framework ใหม่สำหรับการรับส่งข้อมูลเสียงและภาพบน Alibaba Cloud ก็ทำให้ Network Latency ลดลงเหลือ 1.5 วินาทีจากเดิมที่เคยสูงถึง 5-7 วินาที และระบบ Voice AI ก็สามารถระบุถึงผลิตภัณฑ์ที่กำลังถูกกล่าวถึงขณะ Live ได้อย่างแม่นยำ ทำให้การขายเกิดได้ง่ายขึ้น
  • การสั่งซื้อสินค้ามากกว่า 1 ล้านรายการนั้นเกิดขึ้นผ่านการสั่งการด้วยเสียงจาก Tmall Genie ซึ่งเป็น Smart Speaker ที่ Alibaba AI Labs พัฒนาขึ้นมา เป็นสัญญาณว่าการสั่งซื้อสินค้าด้วยเสียงกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในหมู่ลูกค้าชาวจีน

ก็ถือเป็นอีกกรณีศึกษาที่น่าสนใจกับเบื้องหลังของระบบ Alibaba Cloud ในครั้งนี้ ว่า AI และเทคโนโลยีต่างๆ ก็ได้เข้ามามีบทบาทในระบบ E-Commerce มากขึ้นทุกวัน และส่งผลให้เกิดยอดขายปริมาณมหาศาลขึ้น และก็เป็นโจทย์ของคน IT ที่จะต้องพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ มาตอบโจทย์ความต้องการของตลาด และจัดเตรียมทรัพยากรการประมวลผลให้เพียงพอในงบประมาณที่จำกัดให้ได้

ที่มา: https://www.businesswire.com/news/home/20191119005400/en/Alibaba-Cloud-Powered-1B-GMV-68-Seconds

from:https://www.techtalkthai.com/alibaba-cloud-announces-record-breaking-for-11-11-in-2019/