คลังเก็บป้ายกำกับ: PRODUCTS

เปิดตัว Intel Xeon Scalable Processor รุ่นใหม่ รองรับการทำ AI Training ได้ดีขึ้นกว่าเดิม

Intel ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Generation ล่าสุดของ Intel Xeon Scalable Processor ภายใต้โค้ดเนม Cooper Lake ที่จะมีประสิทธิภาพสูงขึ้นด้วย Core สูงสุดถึง 56 Core พร้อมความสามารถในการเร่งการประมวลผล AI ได้ในตัว

Intel Corporation on April 2, 2019, introduced a portfolio of data-centric tools to help its customers extract more value from their data. (Credit: Intel Corporation)

CPU รุ่นนี้มีแผนจะวางจำหน่ายในช่วงครึ่งแรกของปี 2020 โดยจะมีการเสริมประสิทธิภาพให้กับ Intel Xeon Platinum 9200 ที่เป็นรุ่นสำหรับตลาด High Performance Computing และ AI โดยเฉพาะในปัจจุบัน อีกทั้ง Intel ยังระบุว่า CPU รุ่นนี้จะเป็น x86 CPU แรกที่มีการฝังเทคโนโลยีเร่งการประมวลผลในการทำ AI Training ด้วยการรองรับ bfloat16 ใน Intel Deep Learning Boost หรือ Intel DL Boost เลย

สำหรับ Intel Xeon Platinum 9200 รุ่นปัจจุบันนี้เปิดวางจำหน่ายให้ซื้อได้ผ่านทาง Atos, HPE, Lenovo, Penguin Computing, Megware และตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Intel เท่านั้น ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.intel.com/content/www/us/en/products/processors/xeon/scalable/platinum-processors/platinum-9282.html

ที่มา: https://newsroom.intel.com/news/next-generation-intel-xeon-scalable-processors-deliver-breakthrough-platform-performance-56-processor-cores/#gs.utwltx

from:https://www.techtalkthai.com/new-intel-xeon-scalable-processor-comes-with-ai-training-acceleration-using-bfloat16/

โฆษณา

Lenovo ขอเชิญนักวิจัยและคณาจารย์ร่วมสัมมนาฟรี Thailand Gnomic Research with Lenovo HPC & AI 23 ส.ค. 2019

เลโนโว ประเทศไทย ขอเรียนเชิญนักวิจัย, นักวิชาการ, คณาจารย์หรือเจ้าหน้าที่จากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษา, นักวิทยาศาสตร์, นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล และผู้ที่สนใจเข้าร่วมสัมมนาในหัวข้อเรื่อง การวิจัยระบบชีววิทยาพันธุกรรมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่และ ปัญญาประดิษฐ์ “Thailand Gnomic Research with Lenovo High-performance computing & Artificial Intelligence” เพื่อรับฟังแนวคิดและประสบการณ์จากนักวิจัยทางด้าน Gnomic บนระบบประมวลผลขนาดใหญ่จากสหรัฐอเมริกาโดยตรง และทำความรู้จักกับเทคโนโลยีเบื้องหลังระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูงเพื่องานวิจัยและการศึกษาโดยเฉพาะ ในวันที่ 23 สิงหาคม 2562 เวลา 9.45 – 15.00 น. โดยมีรายละเอียด กำหนดการ และวิธีการเข้าร่วมงานสัมมนาฟรีดังนี้

Thailand Gnomic Research with Lenovo High-performance computing & Artificial Intelligence

วันที่ 23 สิงหาคม 2562
เวลา 9.45 – 15.00 น.
สถานที่ บริษัท เลโนโว (ประเทศไทย) จำกัด ชั้น 12 อาคารเอไอเอ แคปปิตอล เซ็นเตอร์ ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ

ในงานสัมมนาครั้งนี้ ท่านจะได้พบกับศาสตราจารย์ ดร. Mileidy Giraldo, Ph.D. ผู้เชี่ยวชาญพิเศษจากสหรัฐอเมริกาซึ่งมีประสบการณ์ในการวิจัยและพัฒนาระบบพันธุกรรมขนาดใหญ่ , Next-generation Sequencing (NGS) และระบบคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ อีกทั้งยังมีผลงานวิจัยและตีพิมพ์ในวรสารทางวิชาการในต่างประเทศอีกมากมาย มานำเสนอแนวคิดและแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากงานวิจัยที่ต้องใช้พลังประมวลผลของระบบคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่

นอกจากนี้ ท่านยังจะได้พบกับผู้เชี่ยวชาญระบบ AI & HPC เพื่อแนะนำผลิตภัณฑ์และโซลูชันจากทาง Lenovo ที่ได้รับยกย่องให้เป็นอันดับ 1 ทางด้านระบบกริดคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ใน TOP500 (TOP#1 World’s Largest HPC provide ) รวมถึงได้รับรางวัลต่างๆ จากงาน Supercomputer 2017-18 เช่น LICO Editors’ Choice: BEST Award AI & Technology SC 18

กำหนดการ

09:30 ลงทะเบียน
10:00 กล่าวเปิดงานโดยทีมงาน Lenovo Thailand
10:15 The world’s largest provider of TOP500 and Award Supercomputer 2018
10:30 Lenovo HPC & AI Product Portfolio
11:15 Simplify Management HPC&AI cluster with LICO (Award Best AI Product and technology 2018)
12:00 รับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน
13:00 Lenovo Genomics HPC & AI (reference architect for GNOME , Used case and Reference Site)
15:00 Q&A

ประวัติของวิทยากร

Mileidy Giraldo, Ph.D.
Senior Genomics Solutions Architect | Senior Genomics Data Scientist in Precision Medicine and Healthcare AI
Washington, District Of Columbia
Lenovo HPC & AI Washington, DC, US

ได้รับรางวัลมากมาย อาทิเช่น
รางวัล :

  • Award for special services to NIH/NLM: For leadership in establishing monthly Scholastic discussions for NCBI trainees. National Center for Biotechnology Information (NCBI), National Library of Medicine, NIH 2015
  • Best Oral Presentation : Center of Excellence in HIV/AIDS and Cancer Virology Fall Think Tank, National Cancer Institute (NCI), NIH 2012

ผลงานวิจัยที่ได้ออกตีพิมพ์ :

  • Discovery of Kaposi’s sarcoma herpesvirus-encoded circular RNAs and a human antiviral circular RNA (Oct 29, 2018), Proceedings of the National Academy of Sciences (PNAS)
  • HIV Transmitted/Founder Viruses Display Archetypal Markers of Lentiviral Fitness.(2018 )

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรีทันที

ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานสัมมนาครั้งนี้ สามารถติดต่อทีมงาน Lenovo เพื่อสำรองที่นั่งล่วงหน้าหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ktiphirun@lenovo.com หรือโทร 081-869 5969

from:https://www.techtalkthai.com/thailand-gnomic-research-with-lenovo-hpc-ai-seminar-invitation/

TechTalk Webinar: ทำ Single Sign-On, Access Policy และ Multi-Factor Authentication ด้วย Cloud-based Access Management Service โดย Thales

TechTalkThai ขอเรียนเชิญผู้บริหาร IT และ Security, ผู้จัดการ IT และ Security, Security Engineer, Software Developer และผู้ดูแลระบบ IT เข้าร่วมฟัง Webinar ในหัวข้อเรื่อง “TechTalk Webinar: ทำ Single Sign-On, Access Policy และ Multi-Factor Authentication ด้วย Cloud-based Access Management Service โดย Thales” เพื่อทำความรู้จักกับเทคโนโลยีด้านการยืนยันตัวตัวตนและกำหนดสิทธิ์สำหรับการเข้าถึง Application ต่างๆ บน Cloud และ Web อย่างมั่นคงปลอดภัย ในวันอังคารที่ 27 สิงหาคม 2019 เวลา 14.00 – 15.30 น. โดยมีกำหนดการและวิธีการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: ทำ Single Sign-On, Access Policy และ Multi-Factor Authentication ด้วย Cloud-based Access Management Service โดย Thales
ผู้บรรยาย: คุณ Payathai Kalyawongsa, Bangkok Systems & Software
วันเวลา: วันอังคารที่ 27 สิงหาคม 2019 เวลา 14.00 – 15.30 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 100 คน
ภาษา: ไทย

ทุกวันนี้การใช้งาน Application ในภาคธุรกิจนั้นถือว่ามีความหลากหลายและซับซ้อนยิ่งกว่าในอดีตมาก เนื่องจากการนิยมใช้งาน Business Application สำหรับตอบโจทย์ทางธุรกิจในแง่มุมต่างๆ ทั้งจากบน Cloud และภายใน On-Premises Data Center ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็ส่งผลกระทบต่อเนื่องทำให้การบริหารจัดการด้าน Security และสิทธิ์ในการเข้าใช้งานต่างๆ นั้นยากยิ่งขึ้น อีกทั้งพนักงานภายในองค์กรเองก็อาจเกิดความสับสนจากการที่มี Application ที่ต้องใช้งานจำนวนมาก และมี Username/Password จำนวนหลายชุดตามไปด้วย

เทคโนโลยี Cloud-based Access Management จึงถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์เหล่านี้โดยเฉพาะ และทำให้ผู้ใช้งานภายในธุรกิจองค์กรต่างๆ สามารถเข้าถึง Application เฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของตนเองได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังสามารถใช้งาน Username/Password เพียงชุดเดียวในการเข้าถึงระบบ Application ทั้งหมดได้ และยังรองรับการทำ Multi-Factor Authentication เพื่อเพิ่มความมั่นคงปลอดภัยในการเข้าถึง Application และข้อมูลสำคัญของธุรกิจด้วย

ใน Webinar ครั้งนี้ คุณจะได้รู้จักกับเทคโนโลยี Cloud-based Access Management Service จาก Thales พร้อมกับเรียนรู้เจาะลึกในประเด็นดังต่อไปนี้

  1. การบริหารจัดการ User Access อย่างง่ายดายด้วยระบบ Cloud Single Sign-On
  2. การกำหนดนโยบายการเข้าถึงระบบงานต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย สำหรับทั้งองค์กรและพนักงานรายบุคคล
  3. การทำ Trust Elevation และการทำ Step-Up Authentication
  4. การผสานระบบ Application ที่มีอยู่เข้ากับระบบ Catalog ได้อย่างรวดเร็วด้วยการใช้ Template ที่จัดเตรียมเอาไว้
  5. การเสริมระบบ Security ให้กับ Application ทั้งหมดด้วยข้อมูล Context

ลงทะเบียนเข้าร่วม Webinar ได้ฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม Webinar ในหัวข้อนี้ได้ฟรีๆ ทันทีที่ https://zoom.us/webinar/register/WN_ZjVKoHZZQRu7dNSk1RlYiw โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

from:https://www.techtalkthai.com/techtalk-webinar-single-sign-on-access-policy-multi-factor-authentication-with-thales/

M.Tech Partner Connect 2019 : เปิดตัว 2 พันธมิตรใหม่และเตรียมตัวรับมือ พรบ.ไซเบอร์ 2562

วันนี้ M.Tech ผู้เชี่ยวชาญในด้านโซลูชัน Network & Security ได้จัดงาน M.Tech Partner Connect 2019 ซึ่งภายในงานได้รวมรวบ Vendor มากกว่า 10 รายเข้ามาให้คำแนะนำแก่ผู้สนใจ นอกจากนี้ยังได้ประกาศถึงการเปิดตัวพาร์ทเนอร์รายใหม่ 2 รายคือ Attivo Networks และ Veracode โดยในงานสัมมนาในครั้งนี้ M. Tech ยังได้ชูโรงในประเด็นของ “พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์” ฉบับปี 2562 ที่เพิ่งถูกประกาศออกมาเมื่อไม่กี่เดือนก่อน เราจึงขออนุญาตสรุปเนื้อหาคร่าวๆ มาให้อ่านกันครับ

ในช่วงเปิดงาน คุณกฤษณา เขมากรณ์, Country Manager บริษัท M.Tech ได้ประกาศเปิดตัวพันธมิตรใหม่ 2 ราย คือ Attivo Networks ซึ่งเป็นแนวคิดเรื่องของ Deception Technology หรือการวางกับดักเพื่อล่อเหยื่อแทนที่จะเป็นฝ่ายตั้งรับแบบปกติ โดยสำหรับในฝั่งของ Veracode จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านความมั่นคงปลอดภัยของแอปพลิเคชันซึ่งเป็นส่วนที่ M.Tech มองว่าเป็นส่วนผสมที่ลงตัวต่อยอดจากความแข็งแกร่งในด้านของ Infrastructure ที่มีอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามภายในงานครั้งนี้ยังได้ขนทัพพันธมิตรอีกกว่า 11 รายมาให้ความรู้เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สนใจสามารถสอบถามแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันกับ Vendor ต่างๆ ได้โดยตรงตามคอนเซปต์ของ “Partner Connect” นั่นเอง

M.Tech Partner Connect 2019 and 13 Partners

พรบ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ฉบับปี 2562

ธีมหลักของงานสัมมนาในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก คุณ Sataporn Sonsena จากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กระทรวง ICT ในอดีต) มาเป็นวิทยากรครับ

ใจความสำคัญของเนื้อหาในครั้งนี้คือต้องการให้ความรู้ที่ถูกต้องและชี้แจงประเด็นที่เคยเป็นกระแสในโลกออนไลน์หลังจากมีการประกาศ พรบ. ชุดนี้ออกมา โดยสาระสำคัญหลักมีดังนี้ (อ้างอิงกับ พรบ. ไซเบอร์ ดาวน์โหลดได้ที่นี่)

  • พรบ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ได้ถูกประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อราวปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยความแตกต่างของ พรบ.ไซเบอร์กับ พรบ.ว่าด้วยกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (หรือคุ้นชินว่า พรบ.คอมพิวเตอร์) คือพรบ.ไซเบอร์เป็นมาตรการเชิงป้องกันและลดความเสี่ยงทางไซเบอร์ เช่น มัลแวร์และการโจมตี ต่างกับ พรบ. คอมพิวเตอร์ที่ว่าด้วยเรื่องของการป้องกันและปราบปรามอย่างชัดเจนซึ่งมีโทษค่อนข้างรุนแรง
  • บทลงโทษของ พรบ. ไซเบอร์จะรุนแรงน้อยกว่า พรบ. คอมพิเตอร์ (ประมาณ 1/3) แต่อยู่ในหมวดความผิดทางอาญา ทั้งนี้ก็เพื่อให้กฎหมายมีความรุนแรงมากพอที่จะให้เกิดการบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • พรบ. ไซเบอร์เป็นหนึ่งในส่วนสำคัญที่กำเนิดขึ้นมาเพื่อตอบสนองนโยบายแผนแม่บทของชาติอย่าง Thailand 4.0 เช่นเดียวกับการปรับปรุง พรบ. คอมพิวเตอร์ให้เท่าทันเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่าง Social Media 
  • หากต้องมีการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของประชาชน จะต้องมีเหตุอันควรที่ชวนเชื่อได้ว่ามีภัยคุกคามทางไซเบอร์และต้องได้รับอนุมัติจากศาลเสียก่อน ซึ่งนี่คือกระแสประโคมข่าวในโลกออนไลน์ที่ตื่นตระหนกหลังประกาศพรบ.ฉบับนี้ออกมา ว่าอาจกระทบต่อความเป็นส่วนตัวของประชาชน ทั้งนี้ในเนื้อหาของ พรบ. ยังได้กำหนดบทลงโทษสำหรับเจ้าหน้าที่ไว้อย่างชัดเจนเพื่อเป็นควบคุมให้เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจด้วยความระมัดระวัง เช่น บทลงโทษฐานประมาท ได้ข้อมูลมาแล้วไม่เปิดเผย หรือได้ข้อมูลมาแล้วมีบุคคลอื่นได้ข้อมูลไป
  • พรบ.ฉบับนี้มุ่งเน้นให้เกิดการบูรณาการระหว่าง 3 ภาคส่วนคือ หน่วยงานของรัฐ เอกชน และประชาสังคม (หน่วยบริการเกี่ยวข้องกับประชาชน) ซึ่งจะถ่ายทอดลงไปถึง กระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานท้องถิ่น ทั้งนี้เพื่อปิดจุดอ่อนในทุกภาคส่วน
  • พรบ. ฉบับนี้ได้ทำให้เกิดโครงสร้างรับผิดชอบอย่างชัดเจน เช่น มีการตั้งคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (กมช.) โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และ คณะกรรมการกำกับดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (กกม.) ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นประธานซึ่งรายงานต่อ กมช. รวมถึงในระดับปฏิบัติการจะมีการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติขึ้นมา โดยมีหน้าที่รับผิดชอบหลักๆ คือ เป็นศูนย์กลางประสานงานกับทุกภาคส่วน เช่น ภาครัฐและเอกชนทั้งในและนอกประเทศ ส่งเสริมให้ความรู้การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เป็นต้น
  • พรบ.ไซเบอร์ยังได้กำหนดกลไกเพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงและตอบสนองเหตุการณ์ภัยคามด้วย เช่น กำหนดให้มีการประเมินความเสี่ยงอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง หากมีเหตุเกิดขึ้นผู้เกี่ยวข้องต้องแจ้งต่อสำนักงานไซเบอร์และควรแจ้งต่อผู้กำกับดูแลใน Sector ของตนด้วย รวมถึงมีการบังคับให้แต่ละหน่วยงานหรือองค์กรต้องส่ง Contact ที่อยู่ติดต่อได้ของผู้รับผิดชอบให้ผู้เกี่ยวข้องรายอื่นๆ ด้วย
  • พรบ.ไซเบอร์ มาตราที่ 49 ได้มีการกำหนดหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศของประเทศ (Critical Information Infrastructure หรือ CII ) เอาไว้ 8 ด้านตามด้านล่าง เพราะถือว่ามีบทบาทต่อประชาชนอย่างมาก โดยในแต่ละภาคส่วนเหล่านี้มักมีผู้กำกับดูแลมาตรฐานอยู่แล้วซึ่งหากมาตรฐานของตนต่ำกว่า พรบ.ไซเบอร์ก็ให้ยึดเอา พรบ.ไซเบอร์ไว้เป็นหลักปฏิบัติที่ต้องทำตาม

 1.ด้านความมั่นคงของรัฐ

2.ด้านบริการภาครัฐที่สำคัญ

3.ด้านการเงินการธนาคาร

4.ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคม

5.ด้านการขนส่งและโลจิสติกส์

6.ด้านพลังงานและสาธารณูปโภค

7.ด้านสาธารณสุข

8.ด้านอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนดเพิ่มเติม

จะเห็นได้ว่า พรบ. ทางไซเบอร์มีหลักการที่ชัดเจนแล้ว โดยแก้ปัญหาเช่น มีเจ้าภาพในการรับผิดชอบเพื่อติดต่อประสานงานต่างๆ กำหนดโครงสร้างลำดับชั้นอำนาจ ระบุบทลงโทษ กำหนดผู้เกี่ยวข้อง วางหลักปฏิบัติเพื่อตอบสนองหรือลดความเสี่ยง ทั้งนี้สิ่งที่ยังเป็นปัญหาในการพัฒนาด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ของชาติที่ คุณ Sataporn ยังกังวลก็คือเรื่องของบุคลากรที่ยังขาดแคลนเป็นจำนวนมาก

สำหรับผู้สนใจสามารถชมวีดีโอย้อนหลังหัวข้อ Thai’s New Cyber Security Law ได้ด้านล่างครับ (เสียงจะชัดขึ้นนาทีที่ 17)

from:https://www.techtalkthai.com/m-tech-partner-connect-2019-thailand-cyber-security-law-theme/