คลังเก็บป้ายกำกับ: PRODUCTS

พบบั๊กบน Facebook API รูปภาพของผู้ใช้กว่า 6.8 ล้านคนเสี่ยงหลุดสู่ภายนอก

Facebook ออกแถลงการณ์ พบบั๊กบน Application Programming Interface (API) สำหรับรูปภาพบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของตน ซึ่งอาจทำให้บุคคลที่สามสามารถเข้าถึงรูปภาพของผู้ใช้กว่า 6,800,000 คนเกินกว่าที่กำหนดไว้ได้โดยไม่ได้รับอนุญาต

Credit: JaysonPhotography/ShutterStock.com

แอปพลิเคชันที่ได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงรูปภาพ ส่วนมากมักจะถูกจำกัดเฉพาะรูปที่โพสต์บนไทม์ไลน์ของเจ้าของบัญชี Facebook อย่างไรก็ตาม ระหว่างช่วง 2 สัปดาห์ของวันที่ 13 – 25 กันยายนที่ผ่านมา มีความผิดพลาดเกิดขึ้นบนโค้ดส่วน Photo API ที่ทำการอัปเดตใหม่ ซึ่งทำให้สิทธิ์ในการเข้าถึงรูปภาพดังกล่าวถูกขยายออกไปยังส่วนอื่นๆ เช่น Marketplace หรือ Facebook Stories รวมไปถึงรูปภาพที่เจ้าของไม่ได้เผยแพร่ออกไป (รูปภาพดังกล่าวนี้เกิดจากการที่ผู้ใช้ทำการอัปโหลดรูปขึ้น Facebook แต่ยังไม่ได้โพสต์ออกไป อาจจะเป็นเพราะเกิดเปลี่ยนใจ หรือไปทำกิจกรรมอย่างอื่นก่อน Facebook จะทำการเก็บรูปไว้ชั่วคราว เผื่อผู้ใช้กลับมาโพสต์ต่อให้จบ) ส่วนรูปภาพที่แชร์ผ่าน Facebook Messenger นั้นไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด

Facebook ได้ทำการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ราว 6,800,000 คน และมีแอปพลิเคชัน 1,500 รายการจากนักพัฒนา 876 รายที่สามารถเข้าถึงรูปภาพอื่นๆ ของผู้ใช้ได้โดยไม่ต้องรับความยินยอมก่อน อย่างไรก็ตาม ต้องเข้าใจตรงกันว่าแอปพลิเคชันเหล่านี้ อย่างน้อยก็ได้รับอนุมัติในการเข้าถึง Photoi API ของ Facebook และมีสิทธิ์ในการเข้าถึงรูปภาพบนไทม์ไลน์ของผู้ใช้อยู่ก่อนแล้ว

เนื่องจากขณะเกิดเหตุนั้น Facebook ไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่า แอปพลิเคชันใดที่เรียกใช้ API ที่มีปัญหาบ้าง ทางบริษัทฯ จึงตัดสินใจแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้ทั้งหมดที่มีการใช้ 1 ใน 1,500 แอปพลิเคชันเหล่านั้น ในขณะที่แจ้งไปยังนักพัฒนาเจ้าของแอปพลิเคชันให้ตรวจสอบรูปภาพที่มี และจัดการลบรูปที่ไม่สมควรได้รับอนุญาตให้เข้าถึงทิ้งไป

จนถึงตอนนี้ Facebook แก้ไขบั๊กบน Photo API เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบ จะมี Notification แจ้งเตือนบน Facebook ซึ่งจะลิงค์ไปยังหน้า Help Center เพื่อให้ตรวจสอบถึงผลกระทบที่ตนเองได้รับ และแอปพลิเคชันที่อาจจะมีสิทธิ์เข้าถึงรูปภาพเกินกว่าขอบเขตที่กำหนดไว้

ที่มา: https://www.bleepingcomputer.com/news/security/facebook-photo-api-bug-exposed-pics-of-up-to-68-million-users/

from:https://www.techtalkthai.com/facebook-api-bug-exposed-photos-from-6-8-million-users/

Advertisements

[PR] บทความพิเศษ: การใช้ AI ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมไทย

บทบรรณาธิการ : Kent Walker, Senior Vice President, Global Affairs, Google

หลายปีก่อนผมได้ฟังการบรรยายของ Hans Rosling นักสถิติชื่อดังชาวสวีเดนที่ทำงานด้านการนำเสนอแผนภาพข้อมูล (Data Visualization) เขาฝันถึงแดชบอร์ดสำหรับวิกฤตทั่วโลก เขากล่าวว่า “เรามีแดชบอร์ดสำหรับรถยนต์แล้ว แต่เรายังไม่มีแดชบอร์ดสำหรับปัญหาใหญ่ๆ ที่มนุษย์กำลังเผชิญอยู่”

วันนี้แดชบอร์ดที่ว่านั้นอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว เรากำลังผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพกว่าเดิมและพัฒนาวิธีการใหม่ๆ ในการประมวลผลข้อมูล เครื่องมือเหล่านี้เริ่มช่วยให้เราเข้าใจวิกฤตที่เกิดขึ้นรอบตัวเรา นอกจากนี้ยังช่วยให้เราระบุรูปแบบต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อม เยียวยา หรือแม้กระทั่งป้องกันวิกฤตต่างๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความเจ็บป่วย ภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือวิกฤตการณ์ด้านความยั่งยืน เราอยู่ในจุดที่ AI กำลังพัฒนาความสามารถของมนุษยชาติในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ตามที่ Hans Rosling คิดไว้

หลายศตวรรษที่ผ่านมาผู้คนได้ใช้เทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในขณะเดียวกันก็ต้องจัดการกับความเสี่ยงและความท้าทายไปด้วย การยืนกรานว่าการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ไม่มีความเสี่ยงคือการปฏิเสธความก้าวหน้าของมนุษย์ ไฟฟ้าทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานได้ แต่ก็สามารถก่อให้เกิดไฟไหม้ได้เช่นกัน นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะหยุดใช้ไฟฟ้า แต่หมายความว่าเราต้องใช้มันอย่างมีความรับผิดชอบมากขึ้น ปัญหาเกี่ยวกับ AI ที่เราเผชิญอยู่ในปัจจุบันเทียบได้กับการที่บรรพบุรุษของเราหาวิธีใช้ไฟฟ้าหรือไฟ เราจะใช้ประโยชน์จาก AI และป้องกันผลกระทบของมันไปพร้อมๆ กันได้อย่างไร?

ก่อนอื่นเราต้องมีการพัฒนา AI อย่างครอบคลุม บริษัทเทคโนโลยีทั้งหลายมีหน้าที่ในการเพิ่มจำนวนพนักงานที่มีความหลากหลายมากขึ้น รวมทั้ง Google ด้วย และพวกเขาควรเปิดโอกาสให้นักสร้างสรรค์นวัตกรรมที่อยู่นอกองค์กรได้ใช้เครื่องมือในการสร้าง AI อย่างมีความรับผิดชอบและเป็นประโยชน์ต่อสังคม สำหรับ Google เรามี TensorFlow แมชชีนเลิร์นนิงเฟรมเวิร์กแบบโอเพนซอร์สที่ให้บริการฟรีสำหรับทุกคน

นอกจากนี้เรายังมีความมุ่งมั่นที่จะใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีด้วยความรับผิดชอบ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาทีมงานของเราได้เน้นย้ำถึงความรับผิดชอบนี้ต้องมาก่อนการพัฒนา AI และเทคโนโลยีขั้นสูงอื่นๆ เราต้องการที่จะสร้างกฎบัตรจริยธรรมเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาเทคโนโลยีภายในองค์กร และแบ่งปันค่านิยมของเราสู่สังคม ในปีนี้เราได้ประกาศหลักการในการพัฒนา AI ซึ่งเป็นกฎบัตรจริยธรรมสำหรับการพัฒนา AI และเทคโนโลยีขั้นสูงอื่นๆ ของ Google

หลักการเหล่านี้เป็นแนวทางในการตัดสินใจของเราเกี่ยวกับประเภทของฟีเจอร์ที่เราควรต้องสร้างและการค้นคว้าวิจัยต่างๆ ที่เราควรต้องดำเนินการ ตัวอย่างเช่น เทคโนโลยีการจดจำใบหน้าอาจมีประโยชน์เช่นเดียวกับเทคโนโลยีและเครื่องมืออํานวยความสะดวกใหม่ๆ ที่ช่วยตามหาคนหาย รวมทั้งแอปพลิเคชันใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ เช่นเดียวกับเทคโนโลยีอื่นๆ ที่นำไปใช้ได้หลายด้าน เทคโนโลยีการจดจำใบหน้าจะต้องได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบด้วยเช่นกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการใช้งานเป็นไปตามหลักการและค่านิยมขององค์กรของเรา และเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดผลกระทบในเชิงลบ เรายังได้ร่วมมือกับองค์ต่างๆ เพื่อ

ระบุและแจกแจงความท้าทายเหล่านี้ ที่ Google เราได้พิจารณาข้อสงสัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีและนโยบายที่สำคัญต่างๆ ก่อนที่จะอนุญาตให้ใช้ API สำหรับการจดจำใบหน้าบน Google Cloud 

หลักการในการพัฒนา AI ประการแรกของเราคือเทคโนโลยีที่เรากำลังพัฒนาอยู่จะต้องเป็นประโยชน์ต่อสังคม ปัจจุบัน AI ได้ผนวกรวมเข้ากับแอปพลิเคชันและบริการต่างๆ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วโลก เช่น แอปพลิเคชัน Google Translate ที่ช่วยให้ผู้จากหลากหลายภาษาสามารถสื่อสารกันได้ แต่นอกเหนือจากการทำให้ชีวิตง่ายและสะดวกสบายขึ้นแล้ว AI ยังสามารถใช้ในการแก้ปัญหาใหญ่ๆ ได้ด้วย ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีการนำเทคโนโลยีของเราไปใช้ให้เกิดประโยชน์หลายด้าน เช่น การพยากรณ์น้ำท่วมในอินเดีย การอนุรักษ์ประชากรนกที่ใกล้สูญพันธุ์ในนิวซีแลนด์ และการต่อต้านการประมงที่ผิดกฎหมายในประเทศอินโดนีเซีย

เราตระหนักดีว่ามีความคิดที่ยอดเยี่ยมมากมายที่ไม่ได้รับการต่อยอดให้เกิดประโยชน์ขึ้นจริงเนื่องจากขาดทรัพยากรที่จำเป็น ด้วยเหตุนี้เราจึงได้เปิดตัวโครงการ Google AI Challenge Impact ที่เปิดโอกาสให้องค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร องค์กรทางสังคม และสถาบันการวิจัยทั่วโลก ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้ AI ในการแก้ไขปัญหาความท้าทายต่างๆ ในสังคม เราจะช่วยเปลี่ยนแนวคิดที่ดีที่สุดให้เกิดเป็นรูปธรรมด้วยการให้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ของ Google พร้อมด้วยเงินทุนสนับสนุนจำนวน 25 ล้านเหรียญสหรัฐจาก Google.org 

การพัฒนา AI จำเป็นต้องมีผู้ที่ไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ นักพัฒนา หรือนักวิจัย เข้ามามีส่วนร่วมด้วย การพัฒนา AI ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมหมายถึงการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในสังคมในการนิยามความหมายของสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ความร่วมมือของรัฐบาลมีความสำคัญเป็นพิเศษเนื่องจากบทบาทสำคัญของรัฐในการจัดหาสินค้าสาธารณะและการควบคุมอุตสาหกรรมต่างๆ

สำหรับในประเทศไทยเรากำลังเริ่มโครงการที่น่าตื่นเต้นในการใช้ AI เพื่อป้องกันภาวะตาบอดในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน ปัจจุบันในประเทศไทยมีผู้ป่วยเบาหวานจำนวน 5 ล้านคน และ 1 ใน 3 ของผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมดมีภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตา (Diabetic Retinopathy) ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่อาจทำให้ตาบอดถาวรได้ แต่ในประเทศไทยมีผู้เชี่ยวชาญด้านจอประสาทตาเพียง 1,400 คนเท่านั้น เพื่อช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้สามารถช่วยผู้ป่วยจากการสูญเสียการมองเห็นได้มากขึ้น เราได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลราชวิถี สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ดำเนินโครงการนำร่องที่ใช้เทคโนโลยี AI ในการตรวจหาภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตา ซึ่งจะช่วยให้แพทย์สามารถคัดกรองผู้ป่วยได้มากขึ้นโดยใช้เวลาน้อยลง  

ประการสุดท้าย เราจำเป็นต้องมีกรอบการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ การพัฒนา AI จะต้องอยู่ภายใต้กรอบการกำกับดูแลที่เปิดโอกาสให้นวัตกรรมด้านเทคโนโลยีมีการเติบโต ในขณะเดียวกันก็ส่งเสริมการพัฒนาที่มีความรับผิดชอบและการประยุกต์ใช้ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม เพื่อแก้ไขปัญหาความกังวลทั้งหมดในสังคม กรอบการกำกับดูแลเหล่านี้ต้องเกิดจากกระบวนการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ สถาบันการศึกษา ภาคประชาสังคม และภาคอุตสาหกรรม

แม้ว่าหลายประเทศในเอเชียแปซิฟิกมีความก้าวหน้าอย่างมากในการพัฒนากรอบการกำกับดูแลการพัฒนา AI แต่หากมองระดับภูมิภาค เอเชียแปซิฟิกยังขาดกระบวนการทำงานร่วมกันอย่างสม่ำเสมอในการพิจารณาเกี่ยวกับประเด็นนี้ อีกหนึ่งการดำเนินงานของเราซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือกับ UNESCAP คือการมอบเงินทุนสนับสนุนการสร้างเครือข่ายการวิจัยด้าน AI เพื่อประโยชน์ต่อสังคมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (Asia Pacific AI for Social Good Research Network) เครือข่ายนี้จะนำนักวิชาการชั้นนำจากสมาคมมหาวิทยาลัยภาคพื้นแปซิฟิก (Association of Pacific Rim Universities) มารวมตัวกันเพื่อทำการวิจัยเกี่ยวกับการส่งเสริมการใช้ AI เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม และสร้างกรอบการกำกับดูแล นอกจากนี้ยังจะเป็นเวทีสำหรับนักวิจัยเพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ กับภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน

เราหวังว่าเครือข่ายการวิจัยด้าน AI เพื่อประโยชน์ต่อสังคมนี้จะกลายเป็นระบบนิเวศที่มีความร่วมมือกันระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในภูมิภาคเอเชียแปซิกเพื่อพิจารณาว่าจะนำ AI มาใช้อย่างไร ประเด็นที่ว่า AI จะได้รับการพัฒนาและนำไปใช้อย่างไรเป็นเรื่องที่สำคัญมากเกินกว่าที่จะปล่อยให้คนใดคนหนึ่งเป็นผู้ตัดสินใจ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพวกเราทุกคนแล้วว่าเราจะมีส่วนร่วมในการตัดสินใจว่าจะพัฒนาเทคโนโลยี AI อย่างมีความรับผิดชอบ ลดความเสี่ยงในการใช้งานที่ไม่เหมาะสม และใช้ประโยชน์จากศักยภาพของมันได้อย่างไร

from:https://www.techtalkthai.com/utilizing-artificial-intelligence-in-thailand/

WordPress ออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ในเวอร์ชัน 5.0.1

เมื่อไม่กี่วันก่อนทาง WordPress เพิ่งปล่อยเวอร์ชัน 5.0 ออกมาซึ่งในวันนี้ได้เริ่มแพตช์ช่องโหว่จำนวน 7 รายการในเวอร์ชัน 5.0.1 แล้ว โดยช่องโหว่ประกอบด้วย XSS และการตรวจเช็ค MIME ให้รัดกุมมากขึ้น เป็นต้น แนะนำผู้ใช้ควรอัปเดต

การแก้ไขช่องโหว่ในแพตช์มีดังนี้

  • แก้ไขการตรวจสอบ MIME สำหรับการอัปโหลดไฟล์คือเวอร์ชันก่อนหน้านั้นไฟล์ที่อัปโหลดอาจจะมีเนื้อไม่ตรงกับ Extension ได้ (.Docx, jpg หรืออื่นๆ) ในแพตช์ใหม่นี้จึงเพิ่มความสามารถตรวจสอบความตรงกันของเนื้อหาและ Extension หลังจากที่ช่องโหว่ XSS ถูกค้นพบโดย Tim Coen และ Slavo Mihajloski
  • Tim Coen และ Slavo Mihajloski ยังได้ค้นพบช่องโหว่ XSS อีกจุดหนึ่งคือผู้ใช้งาน WordPress อาจถูกแก้ไขคอมเม้นต์ใหม่ได้จากผู้ใช้งานระดับสูงกว่าซึ่งการเป็นช่องทางให้นำไปสู่ช่องโหว่ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม Coen ระบุว่าตัว WordPress เองไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงแต่จะมีผลกับ Plugin บางตัวเท่านั้น
  • RIPS Technologies ได้เครดิตรายงาน Bug 2 รายการว่า Author สามารถแก้ไข Meta Data เพื่อลบไฟล์ที่ตัวเองไม่มีสิทธิ์ อีกช่องโหว่คือการสร้างโพสต์ทั้งที่ตัวเองไม่มีสิทธิ์เช่นกัน

นอกจากนี้ยังมีรายงานจากผู้เขียน Plugin ยอดนิยมของ WordPress อย่าง Yoast SEO ได้ไปพบว่าในหน้า Activation ของผู้ใช้งานสามารถถูก Google ทำ index ได้และอาจนำไปสู่การเผยข้อมูลอย่างที่อยู่อีเมลหรือรหัสผ่านเดิมที่ถูก Generate มาแต่ทางนักพัฒนาของ WordPress กล่าวว่า “เป็นกรณีที่เกิดขึ้นได้น้อยมากๆ” สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้อัปเดตเวอร์ชัน 5.0 ก็มีแพตช์ก็มีในเวอร์ชัน 4.9 หรือก่อนหน้าด้วยเช่นกัน ผู้สนใจสามารถอ่านรายละเอียดของแพตช์เพิ่มเติมได้ที่นี่

ที่มา : https://www.securityweek.com/several-vulnerabilities-patched-release-wordpress-501 และ https://www.zdnet.com/article/wordpress-plugs-bug-that-led-to-google-indexing-some-user-passwords/

from:https://www.techtalkthai.com/wordpress-patch-via-version-5-0-1/

Azure ประกาศฟีเจอร์ Monitor Container เข้าสู่สถานะพร้อมใช้งาน

Azure ได้ประกาศให้ฟีเจอร์ติดตามสถานะและประสิทธิภาพการใช้งานของ Kubernetes Cluster ให้เข้าสู่สภาวะพร้อมใช้งานแล้ว ทำให้ผู้ใช้งานจะสามารถตรวจสอบการทำงานของ Container ที่ใช้งานได้จากหน้าจอส่วนกลางของ Azure โดยไม่ต้องไปล็อกอินที่ตัว Container หรือพึ่งพาเครื่องมืออื่น

credit : Azure.microsoft.com

ความสามารถที่ Azure นำเสนอมีหลายหัวข้อด้วยกันดังนี้

  • Multi-cluster view คือกรณีที่ผู้ใช้งานมักต้องจัดการ Kubernates หลาย Cluster ความสามารถนี้จะทำให้ผู้ใช้สามารถดูแลบริหารจัดการ Azure Kubernestes Service (AKS) ใน Subscription, Resource Group และ Workspace ของคุณได้ในหน้าจอเดียวหรือจะค้นหา Cluster อื่นเพื่อติดตามเพิ่มเติมก็ทำได้กัน (ชมภาพตัวอย่างได้ด้านบน)
  • Drill Down into AKS Cluster คือการที่ผู้ใช้สามารถดูข้อมูลเจาะลึกลงไปในหน้าแสดงประสิทธิภาพของ Node, Controller หรือ Container ได้ รวมถึงสามารถดูได้ไปถึงลิมิตของ Controller การตั้งค่า Request และการใช้งานจริง จึงสามารถทราบได้ว่าการตั้งค่าที่ทำไปนั้นถูกต้องหรือไม่ (ภาพประกอบด้านล่าง)
credit : Azure.microsoft.com
  • Live Debugging คือผู้ใช้งานสามารถดู Log ของ Container ได้แบบ Real-time ผ่านหน้า Azure Portal นอกจากนี้ยังกดหยุด Live Stream ชั่วคราวเพื่อค้นหาข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม Log นี้จะมีลักษณะแตกต่างกับ Azure Monitor ตรงที่จะมีข้อมูลให้ดูแค่ระยะเวลาหนึ่งเพราะเป็นการใช้แก้ปัญหาแบบ Real-time (ภาพประกอบด้านล่าง)
credit : Azure.microsoft.com

ผู้สนใจสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ Monitor for container

ที่มา : https://azure.microsoft.com/en-us/blog/azure-monitor-for-containers-now-generally-available/

from:https://www.techtalkthai.com/azure-monitor-for-container-is-ready-to-use/

Supermicro ยืนยันอีกครั้งไม่พบชิปแปลกปลอมหลังจบกระบวนการตรวจสอบเข้มข้น

ก่อนหน้านี้ทาง Supermicro ได้เคยส่งจดหมายแจ้งลูกค้ากรณีที่ Bloomberg อ้างว่ามีชิปสอดแนมฝังอยู่บนบอร์ดว่าไม่เป็นความจริงซึ่งในตอนนี้บริษัทสามารถพูดได้อย่างเต็มปากแล้วว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริงเนื่องจากผ่านกระบวนการตรวจสอบภายในอย่างเข้มข้นเป็นขั้นเป็นตอนเรียบร้อยแล้ว

Charles Liang CEO ของ Supermicro กล่าวว่า “เราได้ตรวจสอบฟังก์ชันต่างๆ โดยผ่านทางบริษัทด้านการสืบสวนซึ่งไม่พบหลักฐานสนับสนุนเรื่องที่ถูกกล่าวหาเลย” โดยกระบวนการเข้มข้นในระหว่างการสืบสวนจากผู้เชี่ยวชาญนั้นมีมาตรการดังนี้

  • พนักงานจะต้องอยู่ที่ไซต์คอยประกบผู้รับเหมาที่เข้ามาในพื้นที่
  • ทุกเลเยอร์ของบอร์ดจะต้องถูกตรวจสอบ
  • พนักงาน ผู้รับเหมา หรือใครก็ตามจะถูกจำกัดการเข้าถึงส่วนออกแบบบอร์ด
  • บริษัทจะทำการตรวจสอบกระบวนการ คุณภาพ และการควบคุม เป็นระยะๆ
  • ผลิตภัณฑ์จะต้องถูกตรวจตราหลายด่านด้วยกระบวนการ เช่น Automated Optical, Visual, Electrical และ Functional Test
  • บอร์ดของ Supermicro จะถูกทดสอบหลายครั้งเพื่อตั้งแต่ระดับการออกแบบไปจนถึงส่วน Supply Chain ว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่

ทั้งหมดนี้เป็นกระบวนการที่ Supermicro ได้พิสูจน์ตัวเองเพื่อที่จะสามารถโต้แย้งออกมาได้อย่างมีหลักฐานซึ่ง นาย Liang ได้กล่าวทิ้งไว้ว่า “ไม่แปลกใจกับผลทดสอบเพราะกระบวนการของเรามีมาตรการควบคุมที่น่าเชื่อถือได้อยู่แล้ว

ที่มา : https://www.technewsworld.com/story/85735.html?rss=1 และ https://www.itproportal.com/news/super-micro-says-no-evidence-of-malicious-hardware-in-its-products/

from:https://www.techtalkthai.com/supermicro-has-proof-no-spy-chip/

ขอเชิญร่วมงานสัมมนาฟรี Dell EMC Data Center Modernization Seminar 19 ธ.ค. 2018

Dell EMC ของเชิญลูกค้าธุรกิจองค์กรในตำแหน่ง IT Manager, System Engineer, Data Center Engineer และผู้ที่เกี่ยวข้องกับระบบ Data Center ภายในองค์กร เข้าร่วมงานสัมมนาฟรี Dell EMC Data Center Modernization Seminar เพื่ออัปเดตวิสัยทัศน์ด้าน Data Center สำหรับปี 2019 ที่ครอบคลุมทั้ง HCI, All-Flash Storage, Data Management และ Data Protection ในงานเดียว วันที่ 19 ธันวาคม 2018 โดยมีรายละเอียด กำหนดการ และวิธีการลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรีดังนี้

Dell EMC Data Center Modernization Seminar

19 ธันวาคม 2018
8.30 – 12.10
Ploenchit Ballroom, Novotel Bangkok Ploenchit Sukhumvit 566 Phloenchit Road, Lumphini, Pathumwan, Bangkok (Map)

กำหนดการ

08.30 ลงทะเบียน
09.00 กล่าวเปิดงาน
09.05 Vision of the Modern Data-Center
09.25 Redefine IT Agility with HCI
09.55 Transform Your Business with All-Flash
10.25 พักรับประทานอาหารว่าง
10.40 Modernizing the Fibre Channel Network for All-Flash Data Center
11.10 Tackling the Data Management Challenge
11.35 Integrated and Hyper-Converged Data Protection
12.00 กล่าวปิดงาน

ลงทะเบียนเข้าร่ว่มงานได้ฟรีทันที

ผู้ที่สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมงานในครั้งนี้ สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรีทันทีที่ http://www.aspirecreation.co.th/Register/DellEMC/Register_DellEMC_19122018.aspx หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ event@aspirecreation.co.th หรือโทร 092 267 3496

from:https://www.techtalkthai.com/dell-emc-data-center-modernization-seminar-invitation/

โปรโมชัน Veritas Backup Exec FLASH SALE ราคาพิเศษ รับทันที DJI OSMO POCKET, กระเป๋า Louis Vuitton

Veritas จัดโปรโมชันแรงส่งท้ายปี 2018 กับ Veritas Backeup Exec Capacity Edition 2TB ในราคาเพียง 50,000 บาท (ไม่รวมภาษี) พร้อมเลือกรับได้ทันที DJI OSMO POCKET, Bose QC35 II หรือกระเป๋า Louis Vuitton Wallet โดยีรายละเอียดดังนี้

Backup Exec Capacity Editions คืออีกหนึ่งวิธีการคิด License สำหรับการใช้งาน Veritas Backup Exec ที่คิด License ตามปริมาณข้อมูล Raw Data ในการสำรองข้อมูลที่เกิดขึ้น โดยไม่จำกัดจำนวนเครื่องที่จะทำการสำรองข้อมูล พร้อมใช้งานได้ทุก Feature ทันที ทำให้องค์กรสามารถประเมินค่าใช้จ่ายได้ง่าย และยืดหยุ่นเป็นอย่างมาก เหมาะกับองค์กรขนาดเล็กและขนาดกลางขึ้นไป

ในโปรโมชันนี้ได้นำเสนอ Veritas Backup Exec Capacity Edition 2TB ในราคาเพียง 50,000 บาท (ไม่รวม VAT) จากนั้นผู้ซื้อจะสามารถเลือกรับของขวัญปีใหม่ได้ 1 อย่างทันทีจาก 3 รายการ ดังนี้

  1. DJI OSMO POCKET กล้องจิ๋วสุดล้ำพร้อมกันสั่นขั้นเทพ
  2. หูฟังไร้สาย Bose QC35 II ตัดเสียงรบกวน พร้อมปุ่มสำหรับสั่งงานด้วยเสียง
  3. กระเป๋า Louis Vuitton Wallet

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Dealer ที่ดูแลท่านอยู่ หรือติดต่อ pannawit.veritasth@gmail.com ได้โดยตรงทันที

หมายเหตุ:

  1. รายการนี้เป็นรายการส่งเสริมการขายเฉพาะ Veritas Backup Exec Capacity Promotion 2TB ราคา 50,000 บาทเท่านั้น
  2. ทุกๆ 2TB ที่ราคา 50,000 บาท ทางลูกค้าจะสามารถเลือกรับของขวัญปีใหม่ได้เพียง 1 ชิ้น
  3. ราคาดังกล่าวยังไม่รวม VAT
  4. ทางลูกค้าจะต้องทำการสั่งซื้อภายใน 28 ธันวาคม 2018 นี้เท่านั้นจึงจะได้รับของรางวัล
  5. รายการส่งเสริมการขายดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลง Veritas Thailand ขอสงวนสิทธิ์โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า การตัดสินของ Veritas Thailand ถือเป็นที่สิ้นสุด

from:https://www.techtalkthai.com/veritas-backup-exec-flash-sale-2018/