คลังเก็บป้ายกำกับ: PRODUCTS

Gartner ออก Magic Quadrant ด้าน Meeting Solutions ปี 2021 – Microsoft, Cisco, Zoom ยังครองแชมป์

Gartner บริษัทวิจัยและที่ปรึกษาชื่อดังจากสหรัฐฯ ออกรายงาน Magic Quadrant ทางด้าน Meeting Solutions ประจำปี 2021 ผลปรากฏว่าผู้ครองตำแหน่ง Leader ยังคงเป็น 3 Vendors ดังจากปีก่อน ได้แก่ Microsoft, Cisco และ Zoom ตามมาด้วย Google, GoTo, Huawei และ Pexip ในตำแหน่ง Challengers

Gartner ได้ให้นิยาม Meeting Solutions ว่าเป็นเครื่องมือสำหรับการติดต่อประสานงาน (Collaboration Tools) ที่ช่วยสนับสนุนการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็นการทำงานเป็นทีม การนำเสนอข้่อมูล การเรียนรู้ หรือ Webinars ที่น่าสนใจคือ Gartner เริ่มพบการประยุกต์ใช้งานแบบใหม่ เช่น การประชุมเทศบาลเมืองแบบออนไลน์ ห้องพิจารณาคดีแบบเสมือน การตรวจผู้ป่วยจากระยะไกล รวมไปถึงการใช้งานด้าน Banking แบบรีโมต เป็นต้น

Gartner ยังระบุอีกว่า องค์กรที่ซีเรียสเรื่องการใช้งานมาก มักจะแยกการใช้ Meeting Solutions ออกเป็นแบบไม่เป็นทางการ (ประชุมภายในทีมหรือโปรเจ็กต์) และแบบทางการ (การนำเสนอบุคคลภายนอก การอบรม หรือ Webinar ขนาดใหญ่) ส่งผลให้องค์กรเหล่านั้นมักเลือกใช้โซลูชันจาก Vendor มากกว่า 1 ราย

สำหรับผลการจัดอันดับ Magic Quadrant ด้าน Meeting Solutions ในปีนี้ Leaders ยังคงเป็น 3 รายจากปีที่ผ่านมา ได้แก่ Microsoft, Cisco และ Zoom โดย Zoom ขึ้นแซง Cisco ในด้าน Ability of Execute ได้สำเร็จ เป็นรองเพียงแค่ Microsoft ในขณะที่ Zoom ยังคงยึดตำแหน่งอันดับหนึ่งด้าน Completeness of Vision ไว้ได้ ส่วนตำแหน่ง Challengers ประกอบด้วย Vendor 4 ราย คือ Google, GoTo, Huawei และ Pexip

ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็มของ Gartner ได้ผ่านช่องทางของ Zoom ที่ https://explore.zoom.us/en/gartner-meetings-2021/

from:https://www.techtalkthai.com/gartner-magic-quadrant-for-meeting-solutions-2021/

Google เปิดตัว Android 12 อย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดตัว Pixel 6 และ Pixel 6 Pro

Google ได้ประกาศเปิดตัว Android 12 อย่างเป็นทางการแล้ว เสริมฟีเจอร์ด้าน Privacy Control พร้อมเปิดตัว Pixel 6 และ Pixel 6 Pro

Google ได้เปิดตัว Android 12 ในงาน Fall Pixel Launch ที่เพิ่งจัดขึ้น โดยในรุ่นนี้มีการปรับเปลี่ยน Interface การใช้งานใหม่เกือบทั้งหมด พร้อมเพิ่ม Widget ที่สามารถปรับแต่งได้มากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ยังมีการปรับปรุงฟีเจอร์ด้าน Privacy เพิ่มขึ้น เช่น การแจ้งเตือนการใช้งานไมโครโฟนหรือกล้องของอุปกรณ์ของแอพพลิเคชันต่างๆ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถปิดการใช้งานเซ็นเวอร์ต่างๆได้ง่ายขึ้นผ่าน Quick setting นอกจากนี้ยังมี Privacy Dashboard ในตัว ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถกำหนด Permission ของแอพพลิเคชันได้ง่ายยิ่งขึ้น และสามารถแสดงการเข้าถึงข้อมูลของทุกๆแอพพลิเคชันใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาได้

พร้อมกันนี้ Google ยังได้เปิดตัว Pixel 6 และ Pixel 6 Pro ที่ใช้หน่วยประมวลผล Google Tensor ของตัวเองและมาพร้อม Android 12

ที่มา: https://www.zdnet.com/article/android-12-officially-launches-heres-what-you-need-to-know/

from:https://www.techtalkthai.com/google-official-release-android-12-and-pixel-6-and-pixel-6-pro/

เชิญร่วมงานสัมมนา The Future of IoT Home Innovation | 28 ต.ค. 11:00 น.

TP-Link ขอเชิญผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานด้าน IT เข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ “The Future of IoT Home Innovation” เพื่อเรียนรู้แนวทางการเปลี่ยนบ้านของคุณให้กลายเป็น Smart Home พร้อมอัปเดตสินค้า IoT ใหม่ๆ ที่จะทำให้ชีวิตคุณก้าวล้ำยิ่งขึ้น ในวันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม เวลา 11:00 – 12:00 น. ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนได้ฟรี

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: The Future of IoT Home Innovation
วัน: วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2021
เวลา: 11:00 – 12:00 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Webinar
ลิงก์ลงทะเบียน: https://forms.gle/aq7p7U3wstg15QrJ6

หัวข้อการบรรยายประกอบด้วย

  • Basic Technologies of IoT
  • IoT Products Update
  • IoT Solutions
  • Basic Setup

หลังจากลงทะเบียนแล้วโปรดรอรับอีเมลยืนยันเพื่อใช้ในการเข้าดู Zoom อีกครั้ง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE: @tplink

from:https://www.techtalkthai.com/tp-link-webinar-the-future-of-iot-home-innovation/

Alibaba เผยแผนเตรียมใช้ชิปเซิร์ฟเวอร์ที่สร้างขึ้นเอง

Alibaba ได้เผยถึงชิปประมวลผลในเซิร์ฟเวอร์ ‘Yitian 710’ ที่เทียบเท่าได้สถาปัตยกรรม Armv9 โดยตั้งเป้าสร้างเซิร์ฟเวอร์สำหรับงานทั่วไปและ AI

Credit: ShutterStock.com

Yitian 710 ถูกสร้างขึ้นภายใต้ทีมงาน T-Head (หน่วยงานด้านการพัฒนาชิปของ Alibaba) โดยตัวชิปมีขนาด 5nm จำนวนคอร์สูงถึง128 คอร์ ความถี่สัญญาณนาฬิกา 3.2 GHz ทั้งนี้ในแต่ละโปรเซสเซอร์จะมี Transistor อัดแน่นถึง 60,000 ล้านตัว นอกจากนี้ยังรองรับ DDR5 ได้ถึง 8 ชาแนลและ PCIe 5.0 ได้ถึง 96 เลน อย่างไรก็ดี Alibaba ยังได้คุยถึงศักยภาพในการเทียบกับ ARM ด้วย SPECint2017 พบว่า Yitian 710 ให้ประสิทธิภาพดีกว่าถึง 20% และใช้พลังงานน้อยกว่าถึง 50%

แผนต่อไปของ Alibaba คือการสร้างผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์ของตนภายใต้ชื่อ ‘Panjiu’ สำหรับงานทั่วไป, AI และ Storage ด้วยชิปตัวใหม่ แต่ก็ยังไม่ได้เปิดเผยกำหนดการที่แน่ชัดว่าจะนำไปใช้งานในเซิร์ฟเวอร์จริงเมื่อไหร่ ทั้งนี้ก็ยังมีนโยบายที่จะยังพึ่งพาพาร์ทเนอร์สากลรายอื่นอยู่ต่อไปทั้ง Intel, NVidia, ARM และ AMD

นอกจากเรื่องของแผนชิปตัวใหม่แล้ว Alibaba ยังได้เปิดโอเพ่นซอร์สชิป XuanTie ที่ใช้สถาปัตยกรรมแบบ RISC-V ของตนที่ออกมาเมื่อปี 2019 ผ่าน GitHub และ Open Chip Community เพื่อให้นักพัฒนาสามารถสร้างชิปของตนเองต่อยอดจาก CPU Core ของ Alibaba ไม่ว่าจะปรับปรุงไปใช้ในงาน IoT, Application หรือ Edge Server พร้อมกันนี้ในอนาคตจะเพิ่มเรื่องเครื่องมือพัฒนา SDK ที่เกี่ยวข้องออกมาด้วย

ที่มา : https://www.zdnet.com/article/alibaba-cloud-to-build-own-servers-with-new-in-house-chip/

from:https://www.techtalkthai.com/alibab-reveals-own-custom-build-chip-yitian-710/

IBM เข้าซื้อกิจการ Volta Networks เสริมแกร่งด้าน Network Automation

IBM ได้เผยการเข้าซื้อกิจการของ Volta Networks เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในกลุ่มธุรกิจ Telco ในด้าน Network Automation

Credit: ShutterStock.com

Volta Networks ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2015 นี้เอง โดยเป็นกลุ่มผู้เชี่ยวชาญจาก Cisco และ Juniper ทั้งนี้มีชื่อเสียงในกลุ่มของวงการซอฟต์แวร์ด้าน Cloud Router โดยเฉพาะธุรกิจ Telco เนื่องจาก Volta Networks ได้นำเสนอเทคโนโลยีที่ทำให้ผู้ใช้งานสามารถรัน Virtual Router นับสิบตัวบนฮาร์ดแวร์เก่าได้ จึงประหยัดงบประมาณได้อย่างมีนัยสำคัญ

วิสัยทัศน์ในการเข้าซื้อกิจการหลายครั้งมาจากการที่ Andrew Coward ของ Lumina Networks ก้าวเข้ามาเป็น General Manager ในแผนกธุรกิจ SDN ของ IBM ซึ่งเขาได้พยายามสร้างแพลตฟอร์มด้าน Automation & Analytics โดยมีรวมเอาบริษัทที่ IBM ซื้อเข้ามาเช่น Accanto, Instana, Turbonomic โดย Volta Networks ถูกตั้งเป้านำมาช่วยในเรื่องของการบริหารจัดการทรัพยากรด้าน Cloud Network อีกทั้งยังสอดคล้องกับผลิตภัณฑ์ Cloud Pak for Network Automation, IBM Edge Application Manager และ SevOne

ที่มา : https://www.lightreading.com/aiautomation/ibm-has-acquired-volta-networks-as-it-muscles-up-in-automation/d/d-id/772904?

from:https://www.techtalkthai.com/ibm-to-acquire-volta-networks-for-network-automation/

เจาะลึก Dell EMC PowerStore ระบบ Enterprise Storage ความสามารถรอบด้าน ตอบโจทย์หลากหลายรูปแบบ

การเลือกระบบ Enterprise Storage ที่ดีในทุกวันนี้ ก็คงหนีไม่พ้นการเลือกระบบที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถตอบสนองทุกๆข้อมูลและแอปพลิเคชั่นในยุคดิจิตัล รองรับการขยายโดยไม่มีผลกระทบ, มีฟังก์ชั่นครบครันช่วยให้คุ้มค่า เพิ่มประสิทธิภาพ และสามารถดูแลรักษาได้ง่าย

Dell EMC ในฐานะของผู้นำนวัตกรรมทางด้านระบบจัดเก็บข้อมูลสำหรับธุรกิจองค์กร ได้มองไกลยิ่งไปกว่านั้น ด้วยการออกแบบระบบ Dell EMC PowerStore ให้มีความยืดหยุ่น สามารถใช้งานได้เป็นทั้ง Unified Storage หรือ HCI พร้อมใส่ความสามารถมากมายเข้ามาอย่างครบถ้วน เพื่อให้ธุรกิจองค์กรนำไปประยุกต์ใช้งานได้ตามต้องการ เป็นระบบ Storage ที่ตอบโจทย์ได้อย่างหลากหลาย

ในบทความนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับ Dell EMC PowerStore กันแบบเจาะลึกครับ

Dell EMC PowerStore: All Flash Data Storage ความเร็วสูงในแบบ Software-Defined

Credit: Dell Technologies

Dell EMC PowerStore นี้ถูกออกแบบขึ้นมาในฐานะของ Midrange Storage แต่ก็เต็มไปด้วยความสามารถในระดับ Enterprise ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากกับ Business Application สำคัญๆ ใช้ได้ดีเยี่ยมกับการจัดเก็บข้อมูลที่หลากหลาย มีปริมาณมากๆ ประสิทธิภาพเป็นเลิศสำหรับงาน Analytics, IoT, OLTP และงานพัฒนา AI ต่างๆ

จุดเด่นของ Dell EMC PowerStore ที่เหนือกว่าระบบ Storage รุ่นก่อนหน้าของ Dell EMC นั้นก็คือการรวมข้อดีของ Storage หลายๆ รุ่นเอาไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการทำงานแบบ All Flash ทั้งในระดับของ Hardware และ Software เหมือน XtremIO, การเพิ่มขยายและบริหารจัดการได้ง่ายเหมือน SC Series ไปจนถึงการรองรับ Workload ได้หลากหลายเหมือน Unity XT และยังเพิ่มทางเลือกในการใช้งานระบบให้เป็นแบบ HCI ได้ กรณีนี้ทำให้องค์กรสามารถลด Storage Footprint ลงไปได้อย่างมหาศาลในการลงทุนระบบ Storage เป็น Dell EMC PowerStore

นอกจากนี้โซลูชันต่อไปนี้สามารถนำไปตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปได้อย่างหลากหลาย อีกทั้งยังสามารถตอบโจทย์การใช้งานเฉพาะทางได้เป็นอย่างดี เช่น

  • การสร้าง Metro Cluster ด้วยการใช้ Dell EMC PowerStore Metro Node ทำให้สามารถออกแบบระบบ Metro Active/Active Cluster ได้อย่างง่ายดาย
  • การสร้าง Big Data Cluster ด้วย Microsoft SQL Server 2019 บน Dell EMC PowerStore ทำให้สามารถเชื่อมต่อใช้งานข้อมูลได้หลากหลายช่องทาง และเพิ่มขยายได้อย่างง่ายดาย
  • การสร้าง Hybrid / Multi-Cloud Data Center ด้วยการทำงานร่วมกับ VMware VCF เพื่อให้ Data Center มีความยืดหยุ่นสูงสุด
Credit: Dell Technologies

ความสามารถโดดเด่น ด้วยเทคโนโลยีล่าสุดที่น่าสนใจของ Dell EMC PowerStore มีดังต่อไปนี้

ประสิทธิภาพสูงด้วย NVMe, SCM และหน่วยประมวลผล Intel® Xeon® Scalable Processors

Dell EMC PowerStore สามารถทำงานในรูปแบบ End-to-End NVMe ทำให้มีประสิทธิภาพอย่างเต็มเปี่ยมในการเข้าถึงข้อมูล NVMe SSD และสามารถเลือกใช้ Dual-Port Intel Optane Storage Class Memory ในการเพิ่มความเร็วขั้นกว่าถึงระดับสูงสุด ทำให้ performanceดีกว่าเดิม โดยมี IOPS ที่สูงขึ้นถึง 7 เท่า และมี Latency ลดลงถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับระบบ Storage รุ่นก่อนหน้า

นอกจากนี้ด้วยหน่วยประมวผล Intel Xeon Scalable Processor ช่วยให้ Dell EMC PowerStore มีขีดความสามารถที่ดีขึ้น ในการรองรับฟังกชั่นงานได้หลากหลาย สามารถอัปเกรดเพิ่มเติมความสามารถใหม่ๆ ในอนาคตได้ และยังทำให้ระบบมีพลังประมวลผลที่สูงพอ สำหรับให้บริการ Hypervisor และใช้งาน Container หรือ VM ได้โดยตรงอีกด้วย

เพิ่มขยายได้อย่างอิสระทั้งแบบ Scale Up และ Scale Out รวมถึงยังทำ Metro Cluster แบบ Active/Active ได้

ในแง่ของการเพิ่มขยายระบบนั้น Dell EMC PowerStore ก็มีทางเลือกให้ทั้งการเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลในแบบ Scale Up บนอุปกรณ์ชุดเดิมที่มีอยู่ได้สูงสุดถึง 1PB Raw Capacity / 2.8PB Effective Capacity หรือจะเพิ่มทั้งประสิทธิภาพและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลไปพร้อมๆ กันในแบบ Scale Out ได้สูงสุดถึง 4 appliance รวม 8 โหนดต่อ cluster ซึ่งแต่ละคู่ของโหนดในแต่ละ appliance ทำงานแบบ Active/Active

สำหรับธุรกิจที่ต้องการระบบเพื่อรองรับระบบงานสำคัญขององค์กรอย่างเช่น Mission Critical Application หรือสถาบันการเงิน Dell EMC PowerStore ก็มีออปชันสำหรับ PowerStore Metro Node ที่จะเป็นอุปกรณ์เสริมเพื่อเชื่อม Dell EMC PowerStore ที่อยู่ใน Data Center คนละแห่งและห่างไกลกัน ให้สามารถทำงานร่วมกันแบบ Active/Active ที่สามารถทำการเขียนและอ่านข้อมูลได้ทั้งสองฝั่งพร้อมๆ กัน ตอบโจทย์ระบบที่ต้องการ Recovery Point Objective (RPO) และ Recover Time Objectives (RTO) ที่ต่ำที่สุดถึงระดับศูนย์

Credit: Dell Technologies

ประหยัดพื้นที่ด้วย Inline Data Reduction ที่อัตราส่วน 4:1

Dell EMC PowerStore จะมีการเปิดใช้งาน Data Deduplication และ Data Compression เอาไว้อยู่ตลอดเวลา โดยใช้ความสามารถจาก Intel QuickAssist (Hardware Acceleration) สำหรับการลดพื้นที่จัดเก็บข้อมูลลง ทำให้โซลูชันนี้สามารถรับประกันการลดพื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้อัตราส่วนถึง 4:1 โดยไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานของระบบแต่อย่างใด

จัดการได้ทั้งแบบ Automation และ Autonomous ในหนึ่งเดียว

ในการบริหารจัดการระบบแบบ Automation นั้น Dell EMC PowerStore สามารถรองรับได้ทั้งการผสานระบบทำงานร่วมกับ VMware, การใช้ vRO Plugin, การทำงานร่วมกับ Kubernetes ผ่าน CSI Driver และการใช้ Ansible ในการบริหารจัดการแบบ Infrastructure-as-Code

นอกจากนี้ Dell EMC ยังมีการนำเทคโนโลยี Machine Learning มาช่วยทั้งในส่วนของการตั้งค่าและการทำ Performance Tuning เพื่อลดเวลาที่ผู้ดูแลระบบต้องใช้ในการบริหารจัดการระบบลง อีกทั้งยังมี Dell EMC CloudIQ ที่จะคอยรวบรวมข้อมูลและทำนายแนวโน้มการเกิดปัญหาของระบบ เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทำการป้องกันปัญหาได้ในแบบเชิงรุก ลดการเกิด Downtime ที่ไม่คาดฝันของระบบลงได้

เลือกใช้งานได้ทั้งแบบ Unified All Flash Storage และ HCI

ถือเป็นอีกไฮไลท์เด่นของ Dell EMC PowerStore เลยก็ว่าได้ กับการออกแบบระบบให้มี 2 รุ่น ที่เป็นได้ทั้ง Unified Storage และ HCI ดังนี้

Dell EMC PowerStore T Series: ระบบ Unified All Flash Storage รองรับการเชื่อมต่อเข้าถึงข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบ

Dell EMC PowerStore T Series นี้จะทำการติดตั้งระบบปฏิบัติการ PowerStoreOS ลงไปยัง Hardware โดยตรง ทำให้ระบบทำหน้าที่เป็น Unified Storage ที่สามารถให้บริการ Storage ได้ผ่านทาง Protocol ที่หลากหลาย เช่น iSCSI, NVMe-FC, FC, vVols, SMB และ NFS สำหรับใช้งานเป็น Enterprise Storage หลักขององค์กรได้ทันทีอย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยการนำ Hardware ทั้งหมดของระบบมาให้บริการ Storage นั่นเอง

Dell EMC PowerStore X Series: ระบบ All Flash HCI ที่รองรับทั้ง Container และ Virtual Machine ด้วย VMware

Dell EMC PowerStore X Series นี้จะไม่ได้ติดตั้งระบบปฏิบัติการ PowerStoreOS ลงไปโดยตรง แต่จะมีการติดตั้ง VMware ESXi ลงไปก่อนเพื่อทำหน้าที่เป็น Hypervisor แล้วจึงค่อยติดตั้ง PowerStoreOS ลงไปบน Hypervisor ดังกล่าวอีกทีหนึ่ง เพื่อให้ผู้ดูแลระบบสามารถแบ่งสรรทรัพยากรบน Dell EMC PowerStore X เพื่อไปรัน VM ในขณะที่ยังคงให้บริการ Block Storage ตามปกติได้อีกด้วย ซึ่งความสามารถดังกล่าวนี้ถูกเรียกว่า AppsON

ทั้งสองรุ่นนี้ทำให้แต่ละองค์กรสามารถเลือกกลยุทธ์ในการลงทุนระบบ Enterprise Storage ที่เหมาะสมกับตนเองได้ ซึ่งความเป็นไปได้เหล่านี้เกิดจากการที่สถาปัตยกรรมระบบของ Dell EMC PowerStore นี้เป็นแบบ Software-Defined อย่างเต็มตัวด้วยการออกแบบแบบ Microservices ทำให้สามารถนำไปติดตั้งใช้งานได้ทั้งบน Hardware และ Hypervisor นั่นเอง

 

Credit: Dell Technologies

ด้วยการเลือกใช้ Hardware ประสิทธิภาพสูงอย่าง Intel® Xeon® Scalable Processors 2-4 ชุด ควบคู่ไปกับหน่วยความจำปริมาณมากตั้งแต่ 384GB – 2.56TB นี้ก็ทำให้ Dell EMC PowerStore มีทรัพยากรที่เหลือเฟือ สามารถแบ่งบางส่วนมาให้ Hypervisor ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตอบโจทย์ Hybrid Multi-Cloud ได้ในตัว

ด้วยระบบที่มีสถาปัตยกรรมเดียวแต่สามารถเป็นได้ทั้ง Unified Storage และ HCI นี้ ทำให้ Dell EMC PowerStore สามารถถูกนำไปใช้งานได้หลากหลายทั้งภายใน Data Center และ Edge รวมถึงยังมีบริการ Dell EMC Cloud Storage Services สามารถเชื่อมโยงข้อมูลขึ้นไปยังบริการ Cloud ชั้นนำที่ต้องการได้ ทำให้การออกแบบระบบ Hybrid / Multi-Cloud นั้นสามารถทำได้อย่างยืดหยุ่น

อัปเกรดและเพิ่มขยายได้อย่างยืดหยุ่น คุ้มค่าในระยะยาว

คุณสมบัติในการเป็น Software-Defined ของ Dell EMC PowerStore นี้ ทำให้การอัปเดตระบบทั้งหมดสามารถเกิดขึ้นได้ในระดับ Software ซึ่งล่าสุดในการเปิดตัว PowerStoreOS 2.0 ก็ทำให้ระบบเดิมที่มีอยู่นั้นมีประสิทธิภาพสูงขึ้นกว่าเดิมถึง 25% ทำให้องค์กรไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่มเติม แต่ได้ระบบที่มีประสิทธิภาพและความสามารถเพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง

ในแง่ของการเพิ่มขยายระบบ Dell EMC มีโครงการ Anytime Upgrade สามารถอัปเกรดได้ทั้ง Controller เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ หรือจะเพิ่มขยายแบบ Scale Out ในราคาพิเศษก็ได้ อีกทั้งยังมี Dell Technologies On Demand ที่ทำให้การลงทุนนั้นมีความยืดหยุ่น เลือกลงทุนได้ทั้งในแบบ as you grow, as you use หรือ as a service ให้ตอบโจทย์ต่อ CFO

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Dell EMC PowerStore ได้ที่ https://www.delltechnologies.com/en-th/storage/powerstore-storage-appliance.htm

สนใจติดต่อ Dell Technologies ได้ทันที

ผู้ที่สนใจบริการ Dell EMC PowerStore หรือโซลูชันด้านระบบ Storage และ Backup สามารถติดต่อทีมงาน Dell Technologies ได้ทันทีที่อีเมล DellTechnologies@kkudos.com หรือโทร 090-949-0823 (วศิน)

from:https://www.techtalkthai.com/deep-dive-dell-emc-powerstore-enterprise-software-defined-storage/

[Guest Post] 3 แพ็กเกจจาก Synology ที่ช่วยลดต้นทุนด้าน IT และเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กรสำหรับเทรนด์ Hybrid Work Model

เมื่อแนวโน้มการทำงานรูปแบบ Hybrid Work หรือมีการผสมผสานระหว่างการทำงานทางไกล (Remote Work) และการทำงานที่ออฟฟิศ กำลังจะกลายเป็น New Normal ในอนาคต องค์กรธุรกิจไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือใหญ่ที่กำลังปรับใช้แผน IT ชั่วคราวสำหรับ Remote work ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิท จึงจำเป็นต้องพิจารณาเตรียมวางแผนโครงสร้าง IT สำหรับระยะยาว ซึ่งนอกจากความต้องการในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานที่ยืดหยุ่นแล้ว ยังต้องสามารถปกป้องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลธุรกิจได้ไปพร้อม ๆ กัน

แน่นอนว่าการเผชิญวิกฤตทางเศรษฐกิจมาอย่างยาวนาน ส่งผลให้ผู้จัดการ IT จำเป็นต้องหาโซลูชันระยะยาวที่คุ้มค่าที่สุด ด้วยเหตุนี้ การผสานรวมของ Hardware และแอปพลิเคชันฟรีสำหรับการทำงานร่วมกันที่หลากหลาย ทำให้โซลูชันเซิร์ฟเวอร์คลาวด์ส่วนตัวอย่าง NAS (Network-attached Storage) ของ Synology เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีที่สุดในยุค Hybrid work ขององค์กรธุรกิจที่มีความกังวลด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลในงบประมาณและทรัพยากรด้าน IT ที่จำกัด

ในบทความนี้ จะแนะนำแอปพลิเคชันสำหรับเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันระยะไกลขององค์กร ที่ผู้ใช้งาน Synology NAS สามารถเริ่มติดตั้งใช้งานได้ฟรีบน Package Center อย่าง บริการไฟล์ (Synology Drive) บริการอีเมล (MailPlus) และระบบการส่งข้อความแชท (Synology Chat)

Synology Drive บริการไฟล์บนคลาวด์ส่วนตัวขององค์กรที่ยืดหยุ่นและปลอดภัย

แพ็กเกจ Synology Drive จะอัปเกรดอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล Synology NAS ขององค์กรให้เป็นเซิร์ฟเวอร์คลาวด์ส่วนตัวที่ยังคงไว้ซึ่งความเป็นเจ้าของข้อมูลอย่าง 100% ของจุดเด่นแบบเซิร์ฟเวอร์แบบ On-premises ของ NAS ด้วย Synology Drive พนักงานหรือผู้ใช้สามารถเข้าถึง สร้างลิงก์แชร์ และจัดการไฟล์ทั้งหมดที่จัดเก็บบน NAS หรือแม้แต่กู้คืนข้อมูลที่เผลอลบโดยไม่ได้ตั้งใจได้อย่างง่ายดายผ่านทางเว็บอินเทอร์เฟส หรือแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ในทุกที่ทุกเวลา

มากกว่าประสบการณ์การใช้งานที่คล้ายคลึงกับบริการไดร์ฟบนคลาวด์ที่แพร่หลาย Synology Drive เองยังรองรับการซิงโครไนซ์ไฟล์บนไคลเอนต์ PC เมื่อติดตั้งแอปพลิเคชันเดสก์ท็อปบนคอมพิวเตอร์ของพนักงานและเริ่มการซิงค์ เพียงเท่านี้ พนักงานก็จะสามารถทำงานและส่งข้อมูลกลับมายังไฟล์เซิร์ฟเวอร์ที่ออฟฟิศได้ทันทีหากทำงานจากระยะไกล

Synology Drive คือ ไฟล์เซิร์ฟเวอร์ยุคใหม่ ผู้ใช้สามารถเข้าถึงไฟล์ขององค์กรได้ทางเว็บเบราว์เซอร์ ให้ประสบการณ์การใช้งานคล้ายกับระบบคลาวด์

นอกจากนี้ ยังช่วยลดภาระฝ่าย IT ในการโอนย้ายการกำหนดค่าและควบคุมดูแลอุปกรณ์หลังจากปรับใช้งาน การรองรับ Windows ACL อย่างเต็มรูปแบบของ Synology Drive ที่จะช่วยให้ฝ่าย IT สามารถโอนย้ายการตั้งค่าสิทธิ์จากโซลูชันเดิมมายัง Synology NAS ได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว รวมถึงการตรวจสอบสถานะของเซิร์ฟเวอร์ ไคลเอนต์ที่เชื่อมต่อ และการแชร์ของไฟล์ หรือแม้กระทั่งการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ผ่านล็อกไฟล์ได้อย่างง่ายดายบนพอร์ทัลแดชบอร์ดแบบรวมศูนย์ของ Synology Drive Admin Console พร้อมยังให้บริการไฟล์ทั้ง CIFS และเว็บอินเทอร์เฟสในขณะเดียวกัน ทำให้ฝ่าย IT ไม่ต้องเปลี่ยนวิธีการจัดการที่คุ้นเคย และผู้ใช้งานก็ไม่ต้องเรียนรู้วิธีการใช้งานใหม่ให้ยุ่งยาก

ยกตัวอย่าง ข้อจำกัดด้านบุคลากรของสถาบันความหลากหลายทางชีวภาพทางน้ำแห่งแอฟริกาใต้ที่มีทีมไอทีเพียงคนเดียวในการจัดการและควบคุมโครงสร้างด้านไอทีและสนับสนุนผู้ใช้งานกว่า 100 ราย การปรับใช้ Synology ทำให้พนักงานและนักเรียนสามารถซิงค์และใช้งานไฟล์ได้จากระยะไกลโดยไม่ต้องพึ่ง VPN และช่วยให้คุณ Andrew Grant ผู้ดูแลระบบ IT ของสถาบันสามารถผสานรวมโครงสร้างเดิมและจัดการทรัพยากรระบบโดยรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น “Synology Drive นำเสนอความยืดหยุ่นและการควบคุมแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนให้กับการเข้าถึงไฟล์ในชีวิตประจำวันของเรา พนักงานส่วนใหญ่เข้าและออกจากสำนักงานตลอดเวลา แต่พวกเขาก็ยังมั่นใจได้ว่ายังสามารถเข้าถึงข้อมูลที่อัปเดตล่าสุดอยู่เสมอ โดยไม่มีค่าการสมัครใช้งานหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติม” คุณ Andrew Grant กล่าว

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับแพ็กเกจ Synology Drive :  https://sy.to/ml53g

MailPlus เซิร์ฟเวอร์อีเมลส่วนตัวบน Synology NAS

แพ็กเกจ MailPlus ถูกออกแบบมาให้องค์กรสามารถสร้างเซิร์ฟเวอร์เมลส่วนตัวที่โฮสต์บน Synology NAS ข้อมูลเมลและไฟล์แนบทั้งหมดถูกจัดเก็บอย่างปลอดภัยบนอุปกรณ์ จึงช่วยเพิ่มความปลอดภัยและเป็นส่วนตัวให้กับข้อมูลธุรกิจ แม้จะต้องลงทุนกับสิทธิ์การใช้งานแบบถาวรสำหรับบัญชีอีเมล แต่ก็มาในราคาที่ย่อมเยา และมีความยืดหยุ่นในการเลือกซื้อสิทธิ์การใช้งานตามจำนวนผู้ใช้งาน การโอนย้ายสิทธิ์ที่ลงทะเบียนแล้ว หรือแม้กระทั่งการจัดการและปรับขยายพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบริการเมลตามฮาร์ดแวร์ที่มีให้เลือกสรรตั้งแต่ขนาดเล็กถึงใหญ่ตามงบประมาณและความต้องการใช้งานขององค์กรเมื่อธุรกิจเติบโต

Synology NAS ทุกเครื่องยังมาพร้อมกับ 5 สิทธิ์การใช้งาน MailPlus ฟรี เพื่อให้ผู้ใช้ได้พิจารณาและเปรียบเทียบก่อนปรับใช้งานเต็มรูปแบบ “เพราะต้นทุน คือสิ่งที่หลาย ๆ องค์กรให้ความสำคัญ แต่ด้วยสิทธิ์การใช้งานแบบถาวรของ Synology MailPlus ที่ปราศจากค่าบำรุงรักษาและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการอัปเกรด จึงช่วยลดต้นทุนเซิร์ฟเวอร์เมลของเราได้สูงถึง 66% เมื่อเทียบกับโซลูชันอื่น ๆ ในท้องตลาด” คุณ Zeng Yi-Wen ผู้จัดการด้าน IT ของบริษัท CMC ผู้ผลิตมีเดียการจัดเก็บข้อมูลและผู้นำด้านอุตสาหกรรมภาพยนตร์จากประเทศไต้หวันกล่าว

นอกเหนือจากจุดเด่นด้านราคาที่เป็นมิตรแล้ว ความเรียบง่ายของ MailPlus ที่จัดการผ่านเว็บอินเทอร์เฟส และการรองรับการผสานรวมของ AD นั้นยังช่วยให้ฝ่าย IT สามารถเข้าใช้งาน ควบคุม และกำหนดค่าการสำรองข้อมูลหรือคลัสเตอร์ได้อย่างยืดหยุ่นเพื่อป้องกันการสูญหายของข้อมูลและลดความเสี่ยงในการหยุดของบริการได้อย่างง่ายดายจากทางไกล รวมถึงนำเสนอแอปพลิเคชันมือถือเพื่อให้พนักงานสามารถเข้าถึงกล่องจดหมายและทำงานได้อย่างต่อเนื่องจากทุกที่ “MailPlus ช่วยให้เรานำเสนอบริการเมลที่ปลอดภัยและสะดวกสบายแก่พนักงานตามสาขาต่าง ๆ กว่า 600 ราย และยังพร้อมสำหรับการปรับขยายในอนาคตอีกด้วย” คุณ Zeng กล่าวเสริม

Synology MailPlus คือ เซิร์ฟเวอร์อีเมลส่วนตัว ถูกออกแบบมาสำหรับธุรกิจ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในการจัดการเมลที่หลากหลาย

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับแพ็กเกจ Synology MailPlus : https://sy.to/g2zpy

แพลตฟอร์มการสื่อสาร Chat ภายในองค์กร เพื่อความปลอดภัยของข้อมูล

นอกเหนือจากบริการไฟล์และเมลที่จำเป็นสำหรับองค์กรแล้ว คงปฏิเสธไม่ได้ว่าซอร์ฟแวร์การสื่อสารส่งข้อความภายในบริษัทก็เป็นส่วนสำคัญหนึ่งในสภาพแวดล้อมการทำงานแบบ Hybrid และแพ็กเกจ Synology Chat แพลตฟอร์มการสื่อสารส่วนตัวขององค์กรที่โฮสต์บน Synology NAS ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันฟรีที่ถูกออกแบบมาเพื่ออุดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยข้อมูลธุรกิจในการสื่อสารระหว่างพนักงานภายในองค์กรบนซอร์ฟแวร์บริการสื่อสารภายนอก อย่างเช่น Line หรือ Facebook Messenger ที่ไม่สามารถปกป้องได้ “แอปการรับส่งข้อความหลัก ๆ ที่มีอยู่ในตลาดมีความเหมาะสมมากกว่าสำหรับการติดต่อสื่อสารภายนอกกับลูกค้า ด้วย Synology Chat เราสามารถหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่การสื่อสารภายในจะรั่วไหลได้ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญมากต่อการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล” คุณ Zeng กล่าว

พนักงานสามารถสื่อสารภายในอย่างสะดวกและง่ายดายบนไคลเอนต์เดสก์ท็อป เว็บเบราว์เซอร์ หรือแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ ทำให้ไม่พลาดการอัปเดตแม้จะทำงานจากระยะไกล พร้อมทั้งยังสามารถจัดการบทสนทนาแบบส่วนตัวและแบบกลุ่มของตนได้อย่างยืดหยุ่น ด้วยตัวเลือกการจัดการขั้นสูงในการค้นหาข้อความ จัดการไฟล์ ลิงก์ รูปภาพและเนื้อหาอื่น ๆ ตามต้องการ “Synology Chat ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการสื่อสารทางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพสูง ยืดหยุ่น และเป็นส่วนตัว iPad ที่แจกจ่ายให้พนักงานขายและโทรศัพท์ Android ของวิศวกรฝ่ายบำรุงรักษาทุกเครื่องจะได้รับการติดตั้งแอปมือถือ Chat และแอปพลิเคชันการเข้าถึงไฟล์อื่น ๆ แอปพลิเคชัน Synology เหล่านี้ได้สร้างสำนักงานเคลื่อนที่ที่ชาญฉลาดและรองรับการข้ามแพลตฟอร์มอย่างสมบูรณ์ ไม่เพียงแต่เราจะได้รับความปลอดภัยจากคลาวด์ส่วนตัวเท่านั้น แต่ยังได้รับประสบการณ์ผู้ใช้ที่ยืดหยุ่นที่เหนือกว่าคลาวด์สาธารณะอีกด้วย” Yong Hao Nian แผนกข้อมูลของบริษัท Chenlong Motor ตัวแทนจำหน่ายของ รถยนต์ NISSAN ในกรุงไทเป ประเทศไต้หวันกล่าว

แพลตฟอร์มแชท (Chat) แอปพลิเคชันฟรีบนคลาวด์ส่วนตัวของ Synology ช่วยให้พนักงานภายในองค์กรสามารถสื่อสารกันได้อย่างราบรื่น และลดความเสี่ยงในการรั่วไหลของข้อมูลธุรกิจ

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับแพ็กเกจ Synology Chat : https://sy.to/q6gun

บทสรุปของโซลูชันทางเลือกระยะยาวสำหรับการทำงานรูปแบบ Hybrid work

จากเพียงแค่ 3 ตัวอย่างแอปพลิเคชันในตัวข้างต้นอย่าง บริการไฟล์ บริการอีเมล และบริการแชท ซึ่งถูกออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อช่วยองค์กรเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ความยืดหยุ่นในการจัดการ และปกป้องข้อมูลขององค์กร ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเซิร์ฟเวอร์คลาวด์ส่วนตัวของ Synology NAS นั้น เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกโซลูชันด้านการจัดเก็บข้อมูลธุรกิจในระยะยาวที่น่าจับตามองสำหรับการทำงานรูปแบบ Hybrid work

เพราะนอกจากความสามารถและฟีเจอร์ที่ครอบคลุมแล้ว Synology NAS ยังให้ความคุ้มค่าในระยะยาวของด้านงบประมาณไอที เนื่องจากเป็นการลงทุนครั้งเดียว องค์กรจึงไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายของค่าสมัครสมาชิกรายปีหรือสิทธิ์การใช้งานซ้ำ ๆ เพิ่มเติม หรือค่าบำรุงรักษาอุปกรณ์ รวมทั้งมาพร้อมกับสิทธิ์ความเป็นเจ้าของข้อมูล ความสามารถในด้านความยืดหยุ่นของการจัดการและควบคุมการเข้าถึงข้อมูลของพนักงาน การปรับขยายพื้นที่จัดเก็บเพื่อรองรับการเติบโตของข้อมูลธุรกิจในอนาคต และอินเทอร์เฟสการผสานรวมกับโซลูชันเดิมที่เป็นมิตรต่อฝ่ายไอที และการรองรับการเข้าถึงข้อมูลบนหลากอุปกรณ์ที่สะดวกและง่ายดายสำหรับพนักงานแม้จะทำงานจากระยะไกล หากองค์กรของคุณกำลังตามมาโซลูชันการทำงานระยะไกลที่คงไว้ซึ่งความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและคุ้มค่าที่สุดในงบประมาณที่จำกัดแล้ว คุณควรพิจารณา Synology NAS เป็นอีกหนึ่งในตัวเลือกของคุณ

ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม?

สอบถามข้อมูลสินค้า: https://sy.to/m2hp7

ติดต่อตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย: https://sy.to/ztzaz

from:https://www.techtalkthai.com/3-sysnology-packages-reduce-cost-improve-capability-for-hybrid-work/

[Guest Post] สอนการใช้งาน Tibero Database ฉบับภาษาไทย โดยทีมงาน คอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน

ระบบฐานข้อมูลขององค์กรมีความสำคัญอย่างมาก การรักษาความปลอดภัยของฐานข้อมูลจึงเข้ามามีบทบาท เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้งานที่ไม่ได้รับอนุญาติเข้ามาจัดการข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อองค์กร

คอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน สอนวิธีการใช้งาน Tibero User Management and Security ฉบับภาษาไทย เกี่ยวกับเครื่องมือและคำสั่งต่าง ๆ เพื่อจัดการกับผู้ใช้งาน และข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ

วัตถุประสงค์หลักของระบบการรักษาความปลอดภัยบนระบบฐานข้อมูล (Database) คือป้องกันไม่ให้ผู้ใช้งาน (User) ที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้ามาจัดการข้อมูลต่างๆ ในระบบฐานข้อมูลได้ ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจหรือความบังเอิญก็ตามที่สามารถนำความเสียหายมาสู่ระบบฐานข้อมูล ดังนั้นความปลอดภัยของข้อมูลจึงเป็นเรื่องที่ต้องตระหนักและให้ความสำคัญอย่างมาก เราจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้วิธีการบริหารจัดการผู้ใช้งาน (User) เพื่อกำหนดสิทธิ์การเข้าถึง และการเข้าใช้งานระบบข้อมูลในฐานข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีวิธีการดังนี้

  • Tibero Database User Management and Security
  • Create User
  • Modify User and User Privileges
  • Delete User

การเข้าใช้งานระบบฐานข้อมูล จำเป็นต้องมีบัญชีผู้ใช้งานในการเข้าถึงข้อมูลในระบบ Tibero Database ซึ่งในแต่ละบัญชีจะได้รับการรักษาความปลอดภัยด้วยรหัสผ่าน (Password) โดยรหัสผ่านจะถูกตั้งขึ้นเมื่อมีการสร้างบัญชีผู้ใช้งานเรียบร้อยแล้ว หากข้อมูลไม่ถูกต้องสามารถแก้ไขได้ในภายหลัง ซึ่งในระบบฐานข้อมูลของ Tibero จะมีการบันทึกรหัสผ่านไว้ในพจนานุกรมข้อมูลในรูปแบบของการเข้ารหัส ซึ่งผู้ใช้งาน หรือ User จะมี Schema Object เป็นของตัวเอง โดย 1 ผู้ใช้งาน จะมี 1 Schema Object ไว้สำหรับจัดเก็บข้อมูลต่างๆ เสมอ

ในการสร้าง แก้ไข ลบ หรือกำหนดสิทธิ์ผู้ใช้งาน ระบบฐานข้อมูลของ Tibero มีการกำหนดให้ต้องกระทำจากผู้ใช้ที่มีสิทธิ์ DBA เท่านั้น โดยมีการกำหนดค่าเริ่มต้น (Default) ของชื่อเริ่มต้นผู้ใช้งานที่มีสิทธิ์ DBA คือ sys ซึ่งจะถูกสร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างฐานข้อมูล และรหัสผ่าน (Password) คือ tibero หรือเป็นรหัสผ่านตามที่ผู้ติดตั้งระบบฐานข้อมูลกำหนดเองในขั้นตอนการติดตั้ง

ซึ่งในบทความนี้เราจะใช้ tbsql utility เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการระบบฐานข้อมูล Tibero จึงต้องเปิด terminal และเชื่อมต่อไปยังระบบฐานข้อมูล Tibero ด้วยรหัสผู้ใช้งาน sys (ตามตัวอย่างภาพด้านล่าง)

การ Create User

การสร้างบัญชีผู้ใช้งานสามารถทำได้ด้วยคำสั่ง create user ตามด้วย ชื่อผู้ใช้งาน identified by รหัสผ่าน; ยกตัวอย่างเช่น ถ้าต้องการสร้างผู้ใช้งาน ชื่อ test1 และมีรหัสผ่านเข้าใช้งานเป็น testpassword จะต้องพิมพ์คำสั่งว่า create user test1 identified by testpassword; โดยค่าเริ่มต้น (Default) ของพื้นที่การใช้งานของผู้ใช้งานที่สร้างใหม่นั้น Tibero จะกำหนดให้ใช้งานที่ table space ที่ชื่อ usr ซึ่งเป็นพื้นที่ของผู้ใช้งานโดยเฉพาะ แต่ถ้าต้องการสร้าง table space เฉพาะเจาะจงสำหรับรหัสผู้ใช้งานนั้นๆ โดยไม่ต้องการให้รวมอยู่ใน table space ที่ชื่อ usr สามารถกำหนดรหัสผู้ใช้งานที่ต้องการสร้างมีพื้นที่ใช้งานอยู่ใน table space ที่เราต้องการได้ เช่น ผู้เขียนทำการสร้าง table space ชื่อ myspace แล้วต้องการให้รหัสผู้ใช้งาน test1 มีพื้นที่การใช้งานจัดเก็บข้อมูลอยู่ใน myspace สามารถกำหนดได้ในภายหลังด้วยคำสั่ง ALTER ที่ใช้ในการแก้ไขจัดการรหัสผู้ใช้งานหรือจะกำหนดไปพร้อมกับคำสั่งในการสร้างผู้ใช้ก็ได้ เช่น create user test1 identified by testpassword default tablespace myspace;

คำสั่ง default tablespace myspace คือการกำหนดให้ผู้ใช้งานที่เราสร้างขึ้นนั้นมีพื้นที่ใช้งานอยู่ที่ myspace ซึ่งเราจะต้องสร้าง table space ชื่อ myspace เอาไว้รองรับอยู่ก่อนแล้ว เมื่อสร้าง user แล้วสามารถทดสอบเข้าใช้งานได้ด้วยคำสั่ง tbsql test1/testpassword จะเห็นว่าไม่สามารถเข้าใช้งานได้ เนื่องจากผู้ใช้งานยังไม่มีสิทธิ์ในการเชื่อมต่อ ดังนั้นเราจึงต้องทำการแก้ไขโดยการเพิ่มสิทธิ์ในการเข้าถึงระบบฐานข้อมูลให้กับผู้ใช้งานที่สร้างขึ้นมาใหม่เสียก่อน จึงจะสามารถใช้งานได้

การ Modify User and User privileges

หลังจากที่เราได้สร้างผู้ใช้งานแล้ว ผู้ใช้งานที่เราสร้างใหม่จะยังไม่สามารถเข้าใช้งานระบบได้ จะต้องทำการกำหนดสิทธิ์เข้าใช้งานและสิทธิ์ที่จำเป็นพื้นฐานก่อน โดยทั่วไปสิทธิ์พื้นฐานที่ควรมีคือ connect และ resource ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อฐานข้อมูล สร้างข้อมูล และจัดเก็บข้อมูลได้ คำสั่งในการกำหนดสิทธิ์ (Privileges) มีดังนี้ grant connect to test1; grant resource to test1; หรือจะรวมให้เป็นคำสั่งเดียวกันได้ดังนี้ grant connect, resource to test1; เพียงเท่านี้ผู้ใช้งาน test1 ก็จะสามารถเชื่อมต่อฐานข้อมูลและเข้าใช้งานฐานข้อมูลได้แล้ว

หากต้องการแก้ไขรหัสผ่าน (Password) ของผู้ใช้งานให้ใช้คำสั่ง ALTER ในการแก้ไข ยกตัวอย่างเช่น alter user คือรหัสผู้ใช้งานที่ต้องการกำหนดรหัสผ่านใหม่ identified by รหัสผ่านใหม่; เราต้องการแก้ไขรหัสผ่านของผู้ใช้งานที่ชื่อ test1 ซึ่งต้องการเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่เป็นคำว่า newpassword จะต้องใช้คำสั่ง alter user test1 identified by newpassword; เพียงเท่านี้ผู้ใช้งาน test1 จะไม่สามารถใช้รหัสผ่านเดิมได้ ต้องใช้รหัสผ่านใหม่ที่เรากำหนดในการเข้าใช้งานเท่านั้น

การ Delete User

การลบผู้ใช้งานออกจากระบบมีอยู่ 2 แบบ ดังนี้ แบบแรก คือ การลบเฉพาะชื่อ username และแบบที่ 2 คือ การลบทั้ง username และลบ Schema Object โดยแนะนำให้ลบแบบที่สองคือ ลบทั้ง username และ Schema Object เนื่องจากถ้ามีการสร้างผู้ใช้งานชื่อเดิมขึ้นมา Tibero จะไม่สามารถอ้างอิงมาหา Schema Object ที่ยังคงค้างชื่อเดิมได้ ซึ่งคำสั่งในการลบทั้งสองแบบมีดังนี้

แบบลบเฉพาะชื่อผู้ใช้ : drop user รหัสผู้ใช้ที่ต้องการลบ;

แบบลบทั้งชื่อผู้ใช้งานและ Schema Object : drop user รหัสผู้ใช้ที่ต้องการลบ cascade;

สรุป

สำหรับบทความนี้เราได้เรียนรู้เครื่องมือและคำสั่งต่างๆ ในการบริหารจัดการผู้ใช้งานฐานข้อมูล เพื่อที่เราจะได้จัดการผู้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนับว่าเป็น security ด่านแรกของระบบฐานข้อมูลที่เราต้องให้ความสำคัญ

หากท่านใดต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ :

บริษัท คอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน จำกัด / โทร. 02-311-6881 #7151, 7158 / Email. cu_mkt@cu.co.th

เขียนโดย : คุณวรธันย์ บุญวิจิตร / Data Engineer / Computer Union Co.,Ltd.

from:https://www.techtalkthai.com/how-to-use-tibero-database-in-thai-by-cu/

ปกป้องระบบ Cloud ขององค์กรให้มั่นคงปลอดภัย ด้วย 3 โซลูชันล่าสุดจาก Check Point โดย G-Able

การใช้งาน Cloud นั้นได้กลายเป็นทางเลือกหลักขององค์กรในการลงทุนระบบ IT Infrastructure ไปแล้ว ส่งผลให้การปกป้อง Workload ต่างๆ ที่อยู่บน Cloud นี้กลายเป็นความท้าทายใหม่ขององค์กร

เพื่อช่วยให้ธุรกิจองค์กรสามารถตอบโจทย์ด้านความมั่นคงปลอดภัยบน Cloud ได้อย่างครอบคลุม Check Point Software Technologies และ G-Able จึงได้ร่วมมือกันเพื่อนำ 3 โซลูชันใหม่ล่าสุดทางด้าน Cybersecurity มานำเสนอต่อธุรกิจองค์กรไทย เพื่อให้นำไปใช้เสริมความมั่งคงปลอดภัยในส่วนที่ยังขาดอยู่แตกต่างกันไปในแต่ละองค์กร ดังนี้

1. ตรวจสอบการตั้งค่าและการใช้งานบริการ Cloud ให้มั่นคงปลอดภัย ด้วย CloudGuard Posture Management

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ธุรกิจองค์กรจำนวนมากต้องเผชิญกับเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลผ่านทางบริการ Cloud นั้น ก็คือการตั้งค่าการใช้งานบริการ Cloud ที่ผิดพลาดและไม่มั่นคงปลอดภัย หรือที่เรียกว่า Misconfiguration จนทำให้ข้อมูลภายในระบบ Cloud นั้นสามารถเข้าถึงโดยบุคคลภายนอกได้ ทำให้ถึงแม้บริการ Cloud ที่ใช้งานจะมีการออกแบบด้านความมั่นคงปลอดภัยที่ดีแค่ไหนก็ตาม ก็ยังมีความเสี่ยงที่จะมีผู้ตรวจพบความผิดพลาดในการตั้งค่าเหล่านี้จนส่งผลให้เข้าถึงข้อมูลในบริการ Cloud ได้นั่นเอง

โซลูชัน CloudGuard Posture Management โดย Check Point สามารถช่วยตอบโจทย์ดังกล่าวนี้ได้ ด้วยความสามารถในการประเมินระดับความมั่นคงปลอดภัยของบริการ Cloud ได้โดยอัตโนมัติอย่างต่อเนื่อง พร้อมตรวจสอบการตั้งค่าในการใช้งานส่วนต่างๆ ของบริการ Cloud ว่ามีความมั่นคงปลอดภัย รวมถึงยังเปิดให้ผู้ดูแลระบบ Cloud สามารถทำการกำหนดนโยบายด้านความมั่นคงปลอดภัยเบื้องต้น เพื่อให้ผู้ที่ใช้งาน Cloud เดียวกันนั้นต้องปฏิบัติตามนโยบายพื้นฐานที่วางเอาไว้ได้ในการใช้ทรัพยากรใดๆ บน Cloud

ภายในโซลูชันเดียวกันนี้ ยังได้มีการรวม Cloud Intelligence Essentials ที่มีทั้ง Best Practice, Security Rule และ Threat Intelligence เพื่อนำมาใช้เป็นมาตรฐานในการตรวจสอบด้านความมั่นคงปลอดภัยในการใช้งาน Cloud ได้ อีกทั้งยังมีระบบ AI พร้อมอัลกอริธึมในการตรวจจับเหตุการณ์ผิดปกติ เพื่อค้นหาปัญหาด้านความมั่นคงปลอดภัยหรือพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงบน Cloud ได้แบบ Real-Time ครอบคลุมทั้งการใช้งานแบบ VM, Container ไปจนถึง Serverless เพื่อทำการแจ้งเตือนผู้ดูแลระบบ Cloud ได้ทันทีที่ระบบตรวจพบปัญหาใดๆ

2. ตรวจจับและตอบสนองต่อภัยคุกคามบน Cloud ได้อย่างทันท่วงที ด้วย CloudGuard Intelligence

ในการรับมือกับการโจมตีและภัยคุกคามหลากหลายรูปแบบบน Cloud นั้น Check Point ได้นำเสนอ CloudGuard Intelligence ซึ่งเป็นโซลูชันที่ผสานการทำ Cloud Security Intelligence เข้ากับ Threat Hunting ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูล Network Traffic และ Log ที่เกิดขึ้นบน Cloud เพื่อตรวจจับภัยคุกคามและการโจมตีได้เสมือนกับระบบ SIEM ภายใน Data Center ของธุรกิจองค์กร โดยสามารถทำงานร่วมกับ Check Point Threat Cloud เพื่อให้สามารถตรวจจับพฤติกรรมที่ต้องสงสัยในเชิงลึกได้มากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ระบบยังรองรับการตรวจสอบหาสาเหตุของภัยคุกคามที่ตรวจพบได้อย่างละเอียด ด้วยหน้าจอสำหรับค้นหาและวิเคราะห์เหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยที่จะช่วยผนวกรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาให้ผู้ดูแลระบบ Cloud และ Security สามารถตรวจสอบการโจมตีแต่ละครั้งได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย

สำหรับองค์กรที่ต้องการรวมข้อมูลเหตุการณ์ด้านภัยคุกคามแบบรวมศูนย์ CloudGuard Intelligence นี้สามารถทำการเชื่อมต่อส่งข้อมูล Log จาก Cloud ไปยัง SIEM ขององค์กรได้ทันที ด้วยปลั๊กอินส่วนเสริมที่รองรับ SIEM ชั้นนำหลากหลายยี่ห้อ

3. รักษาความมั่นคงปลอดภัยใน Multi-Cloud อย่างครอบคลุมจากศูนย์กลางด้วย ONE CloudGuard

อีกจุดเด่นหนึ่งที่น่าสนใจของ CloudGuard นี้ก็คือการที่ทุกๆ ความสามารถนี้รองรับการใช้งานได้บน Multi-Cloud ไม่ว่าจะเป็น Amazon Web Services (AWS), Microsoft Azure, Google Cloud Platform (GCP), Alibaba Cloud หรือแม้แต่ Kubernetes ที่นำไป Deploy บนระบบใดๆ ก็ตาม ทำให้ไม่ว่าองค์กรจะเลือกใช้ผู้ให้บริการ Cloud รายใด CloudGuard ก็จะยังคงเป็นโซลูชันที่ตอบโจทย์ได้อยู่เสมอ

ในขณะเดียวกัน Check Point เองก็ได้อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ดูแลระบบ Cloud อีกขั้น ด้วยโซลูชัน ONE CloudGuard ที่สามารถผสานรวมทุกโซลูชันของ CloudGuard ให้ทำงานร่วมกันได้เป็นหนึ่งเดียว พร้อมหน้าจอบริหารจัดการจากศูนย์กลาง ทำให้การจัดการด้านความมั่นคงปลอดภัยบนทุกๆ Cloud สามารถทำได้ในหน้าจอเดียว

ขอเชิญคุณเข้าร่วมสัมมนาออนไลน์ของเราในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2564 เวลา 10.00 – 12.00 น. ลงทะเบียนเข้าร่วม Webinar ได้ฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม Webinar ในหัวข้อนี้ได้ฟรี!! ที่ https://zoom.us/webinar/register/WN_mjkPSSHhQJal8zaql4Q2Xg

แล้วพบกัน…..

from:https://www.techtalkthai.com/secure-the-cloud-with-check-point-cloudguard-by-g-able/

NCSA ร่วมกับ Trend Micro เปิดอบรม Security Awareness เพื่อพัฒนาบุคลากรด้านไซเบอร์ฟรี

สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช. | NCSA) ร่วมกับ Trend Micro จัดอบรม “โครงการความร่วมมือทางวิชาการเพื่อพัฒนาบุคลากรทางไซเบอร์” หลักสูตรเสริมสร้างการรับรู้ที่แข็งแกร่งด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Build a Strong Security Awareness Program) ผู้ที่สนใจพัฒนาความรู้และทักษะสามารถลงทะเบียนเข้าอบรมได้ฟรี

พิเศษ!! ลงทะเบียนและเข้าอบรมวันนี้เพื่อลุ้นรับ iPad Gen 9th (Wi-Fi) มูลค่า 11,400 บาท

วัตถุประสงค์ของกิจกรรมความร่วมมือ

  • เพื่อพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความเข้าใจ สร้างความตระหนักด้านภัยคุกคามทางไซเบอร์สำหรับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ
  • เพื่อส่งเสริม สนับสนุน และดำเนินการเผยแพร่ความรู้ตลอดจนดำเนินการฝึกอบรม เพื่อการพัฒนา และยกระดับมาตรฐาน (Train-the-Trainer) บุคลากรด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ต่อไปในอนาคต
  • เพื่อนําความรู้ที่ได้รับมาใช้ในการเสนอแนะและสนับสนุนในการจัดทำนโยบาย แผน และแผนปฏิบัติการ เพื่อให้มีการดำเนินการเชิงปฏิบัติการที่มีลักษณะบูรณาการ ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และภัยคุกคามใหม่ ๆ

หลังจากที่โลกได้เปลี่ยนแปลงจากยุคของข้อมูลข่าวสารไปสู่ยุคไซเบอร์อย่างทุกวันนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) กำลังเป็นปัญหาสำคัญที่ท้าทายความสามารถของทุกประเทศและทุกภาคส่วนธุรกิจ เนื่องจากนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ถูกนำเข้ามาทดแทนเทคโนโลยีเดิทในอดีตเพื่อช่วยในการขับเคลื่อนธุรกิจ การทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ทุกรูปแบบเพื่อประโยชน์ในการประกอบอาชีพ และการดำรงชีวิตบนที่มีความยืดหยุ่นและสะดวกสบายขึ้น แต่กลับเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้เพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณโดยเราแทบไม่รู้ตัว

นอกเหนือจากการมีเทคโนโลยีการป้องกันชั้นเลิศและกระบวนการภายในที่เป็นไปตามมาตรฐานแล้ว หลักสูตรเสริมสร้างการรับรู้ที่แข็งแกร่งด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Build a Strong Security Awareness Program) นี้ จะช่วยให้บุคลากรในองค์การของท่านได้มีความตระหนักรู้และเข้าใจในพฤติกรรมของอาชญากรรมทางไซเบอร์ (Cyber Crime) ที่มีการใช้เทคนิคใหม่ที่เพิ่มความสลับซับซ้อนยากต่อการตรวจจับ ผ่านช่องทางการเข้าถึงข้อมูลที่หลากหลายกว่าเก่า เพื่อจุดประสงค์ในการล้วงข้อมูลความลับส่วนบุคคล การก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ ยักยอกทรัพย์มากขึ้น และไม่ได้มีเป้าหมายเจาะระบบเครือข่ายธนาคาร หรือผู้ให้บริการธุรกรรมออนไลน์เหมือนในอดีตเพียงเท่านั้น แต่ได้เปลี่ยนเป้าหมายเป็นผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตซึ่งเข้าถึงได้ง่ายกว่าแทน โดยอาศัยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผู้ใช้งานทั่วไป หรือใช้เครื่องมือหลอกลวงด้วยหลักการจิตวิทยาในสิ่งที่เหยื่อชอบ เพื่อที่จะให้หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชนที่มีการเก็บข้อมูลสำคัญ และอาจส่งผลกระทบในวงกว้างหากถูกโจมตีจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้รู้เท่าทันและวางแผนในการรับมือกับภัยคุกคามแทางไซเบอร์ซึ่งมีแนวโน้มที่สูงขึ้น ๆ ทุกวันได้อย่างทันท่วงที โดยในหลักสูตรนี้จะประกอบด้วยหัวข้อการอบรมดังต่อไปนี้

  1. สถานการณ์ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ล่าสุด
  2. ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์
  3. ภัยคุกคามและการโจมตีทางไซเบอร์ในปัจจุบัน
  4. การดูแลตัวเองให้มั่นคงปลอดภัยจากภัยคุกคามทางไซเบอร์

หลักสูตรเสริมสร้างการรับรู้ที่แข็งแกร่งด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Build a Strong Security Awareness Program) แบ่งออกเป็น 2 หลักสูตรย่อย ได้แก่

หลักสูตรสำหรับบุคคลทั่วไป

  • อบรมวันที่ 28 ตุลาคม 2021 เวลา 14:00 – 17:00 น.
  • เหมาะสำหรับ IT Manager, Security Manager, SOC Manager, Security Engineer, System Engineer, IT Operations, บุคคลทั่วไปและผู้ที่สนใจด้านความมั่นคงปลอดภัย

หลักสูตรสำหรับผู้ฝึกสอน

  • ผู้ที่จบหลักสูตรนี้สามารถนำความรู้ไปถ่ายทอดต่อให้กับหน่วยงานของท่านได้
  • ต้องเข้าร่วมหลักสูตรหลักสูตรสำหรับบุคคลทั่วไปมาก่อน
  • อบรมวันที่ 29 ตุลาคม 2021 เวลา 14:00 – 16:00 น.
  • เหมาะสำหรับ IT Manager, Security Manager, SOC Manager และ Security Engineer,

ท่านจะได้พบกับเนื้อหาที่เข้มข้น พร้อมแนวทางการปฏิบัติตนให้รอดพ้นจากอาชกรไซเบอร์ และแบบทดสอบเพื่อประเมินความรู้ความเข้าใจในแต่ละหัวข้อตลอดระยะเวลา 3 ชั่วโมงเต็ม หน่วยงานใดที่สนใจสามารถส่งรายชื่อและลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมการอบรมในครั้งนี้ได้ที่ https://forms.gle/gJvbt8BSao5thJvX7

หมายเหตุ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการอบรม และทุกท่านจะได้รับใบรับรองการอบรม (Participant Certificate)

from:https://www.techtalkthai.com/build-a-strong-security-awareness-program-with-ncsa-and-trend-micro/