คลังเก็บป้ายกำกับ: PRIVACY

Facebook ออกแคมเปญใหม่ เพื่อย้ำข้อดีของ Personalized Ad

Facebook ออกแคมเปญใหม่ในชื่อ Good Ideas Deserve to be Found หรือไอเดียดี ๆ ควรถูกค้นพบ มีเป้าหมายเพื่อสร้างการรับรู้ถึงประโยชน์ของโฆษณาแบบปรับแต่งเฉพาะบุคคล (Personalized Ad) ว่าช่วยให้ผู้ใช้งานได้ค้นพบธุรกิจหรือบริการ ที่เขาชื่นชอบและได้ร่วมสนับสนุนธุรกิจเหล่านั้น

แคมเปญนี้เป็นการต่อสู้กับระหว่าง Facebook กับแอปเปิลรอบล่าสุด ในประเด็นการปรับค่าความเป็นส่วนตัวบน iOS 14 ที่ส่งผลต่อการทำโฆษณาแบบเจาะจงกลุ่มเป้าหมาย (Target Ad) ซึ่งก่อนหน้านี้ Facebook ย้ำว่ากระทบกับธุรกิจขนาดเล็ก

โฆษณาในแคมเปญดังกล่าวเล่าถึงธุรกิจขนาดเล็ก ที่ใช้ประโยชน์จาก Target Ad บน Facebook ทำให้พวกเขาสามารถสร้างฐานลูกค้าที่ชื่นชอบในสิ่งเดียวกันขึ้นมาได้ โดยจะเผยแพร่เป็นเวลา 12 สัปดาห์ ผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งบน Facebook, โทรทัศน์ และวิทยุ

ที่มา: CNBC และ Facebook

alt="Facebook's Good Ideas Deserve to be Found"

from:https://www.blognone.com/node/121403

ไฟร์ฟอกซ์เปิดตัวฟีเจอร์ Total Cookie Protection แยก cookie แต่ละเว็บออกจากกันสมบูรณ์

ไฟร์ฟอกซ์ประกาศฟีเจอร์ Total Cookie Protection แยกการเก็บ cookie ของแต่ละเว็บไซต์ออกจากกัน ลดความสามารถของเซิร์ฟเวอร์ในการติดตามผู้ใช้ ฟีเจอร์นี้จะเป็นส่วนหนึ่งของฟีเจอร์ Enhanced Tracking Protection (ETP) ที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2019 โดยจะอยู่ในโหมด Strict เท่านั้น

เดิม ETP นั้นจะบล็อค cookie จากบางโดเมนที่มีประวัติว่าพยายามติดตามผู้ใช้อย่างเจาะจง แต่ Total Cookie Protection จะกลับข้างกลายเป็นว่าทุกโดเมนจะไม่สามารถเก็บค่า cookie ข้ามเว็บไซต์เว็บหลักที่ผู้ใช้กำลังเข้าผ่านเบราว์เซอร์ได้เลยเป็นค่าเริ่มต้น

แนวทางนี้ทำให้ฝัง resource จากโดเมนกลางเพื่อติดตามผู้ใช้ที่เข้าไปยังหลายๆ เว็บ เช่น ปุ่ม Like ของเฟซบุ๊ก ไม่สามารถติดตามได้ว่าผู้ใช้เข้าไปยังเว็บใดบ้าง โดยผู้ใช้ไม่ต้องปิดการทำงาน third party cookie ไปทั้งหมด ซึ่งอาจจะกระทบการทำงานเว็บ

อย่างไรก็ดีทาง Mozilla ผู้พัฒนาไฟร์ฟอกซ์ยอมรับว่าฟีเจอร์นี้อาจจะกระทบกับระบบล็อกอินกลาง (single sign on – SSO) โดยไฟร์ฟอกซ์แนะนำให้นักพัฒนาใช้ Storage Access API ของอนุญาตผู้ใช้สำหรับการเก็บ cookie แบบไม่แยกโดเมน นอกจากนี้ตัวเบราว์เซอร์จะมีระบบตรวจจับได้ว่ารูปแบบการขอ cookie แบบใดเป็นการทำ SSO และจะอนุญาตมาให้เอง

ที่มา – Mozilla Blog, Mozilla Hacks

No Description

หน้าจอไฟร์ฟอกซ์ 86 แสดงโดเมนที่อนุญาตให้ติดตามผู้ใช้ข้ามโดเมนในเบราว์เซอร์ โดย Johann Hofmann

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/121340

เฟซบุ๊กร่วมนักวาดไทย Sundae Kids เปิดเว็บอีเวนต์ Love & Lock ทำความเข้าใจความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย

เฟซบุ๊กเปิดตัวโครงการ ‘Love & Lock’ Facebook Privacy Cafe – Virtual Edition ส่งเสริมความเป็นส่วนตัว โดยโครงการนี้เป็นเว็บการตูนที่วาดโดย Sundae Kids นักวาดภาพประกอบชาวไทยอธิบายถึงกระบวนการของระบบรักษาความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของเฟซบุ๊ก

เว็บไซต์ Love & Lock: Facebook Privacy Café Virtual Edition จะเปิดให้เข้าชมตลอดเดือน และหากชมเนื้อหาจนครบแล้วและตอบคำถามครบถ้วนจะได้รับโค้ดเพื่อไปรับชานมไข่มุกจากร้าน Cha Bar ที่สาขาลิโด้ คอนเนคท์ ภายในวันที่ 26-28 กุมภาพันธ์นี้

เนื้อหาในเว็บไซต์แนะนำตั้งแต่กระบวนการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวในเฟซบุ๊ก แนะนำว่าจะตรวจสอบว่าทำไมเฟซบุ๊กจึงแสดงโพสใด และแนะนำการจัดการว่าหากไม่อยากเห็นเนื้อหาบางอย่างจะจัดการได้อย่างไร ไปจนถึงการรักษาความปลอดภัยในเฟซบุ๊กด้วยการแนะนำให้ผู้ใช้เปิดใช้งานการล็อกอินสองขั้นตอน

เว็บไซต์สามารถใช้งานได้แล้ววันนี้

No Description**
No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/121330

WhatsApp เตรียมแสดงแบนเนอร์ข้อตกลงใช้งานใหม่ภายในแอป ผู้ใช้ต้องยอมรับก่อน 15 พฤษภาคม

WhatsApp ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อตกลงการใช้งานใหม่ ที่เลื่อนวันมีผลออกไปเป็น 15 พฤษภาคมนี้ โดยจะแสดงป้ายประกาศในแอป WhatsApp เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับผู้ใช้งาน ในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

ทั้งนี้ WhatsApp ไม่ได้เปลี่ยนข้อตกลงในการใช้งาน ที่ต้องแชร์ข้อมูลให้กับ Facebook แต่บอกว่าจะอธิบายเพิ่มเติมให้มีความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งผู้ใช้งานต้องกดยอมรับภายในวันที่กำหนด มิฉะนั้นจะใช้งาน WhatsApp ต่อไปไม่ได้

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ WhatsApp พูดถึงได้แก่ ข้อมูลการสนทนาจะเข้ารหัส WhatsApp ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลนี้ได้ และ WhatsApp จะไม่แชร์ข้อมูลนี้รวมทั้งรายชื่อผู้ติดต่อ (Contact) ให้กับ Facebook

ที่น่าสนใจคือคำอธิบายของ WhatsApp นั้น พูดถึงการที่ผู้ใช้งานหนีไปใช้แอปแชทอื่น โดยบอกว่า WhatsApp นั้นดีกว่าแอปเหล่านั้น เพราะมีทั้งความน่าเชื่อถือและปลอดภัย

ที่มา: WhatsApp ผ่าน The Next Web

WhatsApp

from:https://www.blognone.com/node/121291

4 ประเด็นความเป็นส่วนตัวควรรู้กับการเล่นแอป Clubhouse

สัปดาห์นี้แอป Clubhouse กลายเป็นแอปยอดฮิตของประเทศไทย โดยวันนี้ห้องที่ตั้งโดยนายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการไทยผู้ตั้งกลุ่มรอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส มีคนเข้าฟังเต็มความจุ 6,000 คนถึงสองห้อง และช่วงค่ำห้องที่ตั้งโดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคอนาคตใหม่ก็มีผู้เข้าฟังจนเต็มและมีการเปิดห้องเพิ่มเติมอีกเช่นกัน

แต่ขณะที่ความนิยมในตัวแอปกำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนหลายคนอาจจะตัดสินใจหาซื้ออุปกรณ์ iOS เพื่อมาใช้งานแอปนี้โดยเฉพาะ เราควรตระหนักว่าแอป Clubhouse มีแนวทางความเป็นส่วนตัวที่ต่างจากแอปอื่นๆ พอสมควร ผมแนะนำ 4 ประเด็นความเป็นส่วนตัวสำหรับการใช้งาน Clubhouse ที่ควรตระหนัก

No Description

บังคับใช้หมายเลขโทรศัพท์ พยายามดึงหมายเลขติดต่อ

Clubhouse ใช้หมายเลขโทรศัพท์มากกว่าบริการสื่อสังคมออนไลน์อย่างอื่นมาก การลงทะเบียนต้องใช้หมายเลขโทรศัพท์เท่านั้น เทียบกับทวิตเตอร์ที่สามารถอีเมลได้ (หากใช้งาน Gmail ยังสามารถใช้ alias ได้ด้วย)

สิ่งที่ทำให้ Clubhouse ต่างจากแอปอื่นอย่างชัดเจนคือระบบการชวนเพื่อนในช่วงนี้ ผู้ที่จะชวนเพื่อนให้เข้าไปใช้งาน Clubhouse ได้จะต้องส่งรายชื่อติดต่อ (contact) ทั้งหมดให้กับ Clubhouse และทาง Clubhouse จะใช้หมายเลขติดต่อนี้แนะนำคนอื่นๆ ที่เข้ามาใช้งานให้เราไป follow อย่างต่อเนื่อง

เปิดเผยการนั่งฟังเฉยๆ

โดยทั่วไปแล้วแพลตฟอร์มต่างๆ มักแนะนำคอนเทนต์ให้เพื่อนหรือผู้ติดตามของเราต่อเมื่อเรา “กระทำ” กับคอนเทนต์ในแพลตฟอร์ม เช่นการกดรีทวีตหรือกดไลค์บนทวิตเตอร์, การคอมเมนต์หรือกดไลค์บนเฟซบุ๊ก หรือ YouTube Live ที่จะรู้ว่าใครดูวิดีโอใดต่อเมื่อแชตในระบบเท่านั้น แต่กรณีของ Clubhouse นั้น การกดเข้าไปร่วมฟังในห้องหนึ่งๆ จะเป็นการเปิดเผยว่าเรากำลังฟังทันที ผู้ที่ follow เราอยู่บน Clubhouse จะเห็นว่าเราอยู่ในห้องใดบน timeline ของแอป รวมถึงผู้ร่วมห้องจะเห็นรายชื่อของผู้ที่ฟังในห้องอยู่ทั้งหมด

No Description

ไม่เข้ารหัสหมายเลขผู้ใช้ และหมายเลขห้อง ทำให้อาจถูกดักฟังว่าฟังหรือพูดในห้องใดอยู่

ตัวแอป Clubhouse ใช้แพลตฟอร์ม Agora เพื่อกระจายเสียงไปยังผู้ใช้ เมื่อผู้ใช้เข้าห้องในแอป ตัวแอปจะเชื่อมต่อตรงไปยังเซิร์ฟเวอร์ของ Agora เช่น qos-america.agoralab.co โดยแพ็กเก็ตที่เชื่อมต่อนั้นไม่เข้ารหัสข้อมูลการเชื่อมต่อ (metadata) ทำให้ผู้ที่สามารถดักฟังการเชื่อมต่อจะเห็นหมายเลขประจำตัวผู้ใช้ และหมายเลขห้องในแอปได้

ในกรณีที่ร้ายแรงที่สุด หากผู้ดักฟังสามารถเข้าฟังห้องเดียวกับเหยื่อที่ถูกดักฟังได้ก็จะรู้ว่าหมายเลขไอพีต้นทางของผู้พูดคือชื่อผู้ใช้ใดในแอป

มีการอัดเสียงเก็บไว้

Clubhouse ประกาศในนโยบายความเป็นส่วนตัวระบุว่าบริษัทจะเก็บเสียงของแต่ละห้องไว้ชั่วคราว เพื่อสอบสวนในกรณีที่มีการร้องเรียน โดยทั่วไปแล้วไฟล์เสียงของแต่ละห้องจะถูกลบเมื่อห้องปิดตัวลงและไม่มีการร้องเรียนใดๆ แต่หากมีการร้องเรียนในห้อง ทางแอปก็จะเก็บไฟล์เสียงไว้จนกว่าการสอบสวนจะเสร็จสิ้น

ข้อจำกัดเหล่านี้อาจจะไม่ได้เป็นเรื่องร้ายแรงสำหรับคนจำนวนมาก (หลายคนอาจจะอัพโหลดรายชื่อติดต่อในทุกแอปแชตอยู่แล้ว) แต่ก็ควรตระหนักว่าแอปยังไม่มีตัวเลือกความเป็นส่วนตัวที่ละเอียดเท่าแพลตฟอร์มอื่นๆ ในกรณีที่มีการพูดคุยในเรื่องอ่อนไหวก็ควรตระหนักว่าแพลตฟอร์มยังมีประเด็นความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวที่ควรปรับปรุงอีกหลายจุด

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/121219

YouTube บน iOS ออกอัพเดตเป็นครั้งแรกใน 2 เดือน พร้อมแสดงข้อมูลที่จัดเก็บ

กูเกิลออกอัพเดตแอป YouTube บน iOS เป็นครั้งแรกในรอบมากกว่า 2 เดือน ทำให้เป็นแอปที่มีฐานผู้ใช้งานสูงแอปแรกของกูเกิล ที่ออกอัพเดตบน iOS หลังจากแอปเปิลออกกฎใหม่ ให้นักพัฒนาต้องเปิดเผยว่าเก็บข้อมูลใดบ้าง

ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา กูเกิลไม่ได้ออกอัพเดตแอปบน iOS จากปกติที่มีความถี่ในการอัพเดตสม่ำเสมอ จนเกิดข้อสงสัยตามมา แต่กูเกิลก็ยืนยันในตอนนั้นว่าจะออกอัพเดตแน่นอน

ทั้งนี้กูเกิลได้เพิ่มรายละเอียดข้อมูลที่จัดเก็บของแอป YouTube บน App Store ไปตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว แต่เพิ่งออกอัพเดตแอปตามมา ส่วนแอปยอดนิยมอื่นของกูเกิล เช่น Google, Chrome, Gmail, Google Maps ยังไม่มีอัพเดตออกมาตอนนี้

ที่มา: MacRumors

alt="YouTube iOS"

alt="YouTube iOS"

from:https://www.blognone.com/node/121175

[ไม่ยืนยัน] กูเกิลเตรียมปรับแนวทางการติดตามผู้ใช้บน Android ตามแนวทาง iOS

สำนักข่าว Bloomberg อ้างแหล่งข่าวไม่เปิดเผยตัวระบุว่ากูเกิลกำลังหาทางเพิ่มฟีเจอร์ป้องกันการติดตามผู้ใช้บน Android หลังจาก iOS ปรับแนวทางไปก่อนหน้านี้จนกระทบกับทั้งกูเกิลและเฟซบุ๊ก

โฆษกของกูเกิลตอบคำถามของ Bloomberg เพียงว่าบริษัทหาทางยกระดับความส่วนตัวไปพร้อมกับการเปิดทางให้ระบบนิเวศของแอปที่อาศัยรายได้จากโฆษณาสามารถพัฒนาไปได้พร้อมกัน

แต่เดิมการขอติดตามผู้ใช้ด้วยหมายเลขประจำตัวสำหรับโฆษณา หรือ Advertising Identifier (IDFA) นั้นผู้ใช้เลือกปิดได้จากการตั้งค่าโดยรวมของระบบ แต่ใน iOS 14 ทุกแอปที่ขอติดตามค่า IDFA ตัว iOS จะแสดงหน้าจอขออนุญาตทุกครั้ง ซึ่งหากผู้ใช้กดไม่ยอมรับแอปก็จะไม่สามารถแสดงโฆษณาแบบเจาะจงกลุ่ม (targeted ads) ได้ ทำให้รายได้ต่อการคลิกและต่อครั้งของการแสดงโฆษณานั้นต่ำลง

ที่มา – Bloomberg

No Description

ภาพตัวอย่าง dialog ขออนุญาตติดตามผู้ใช้จากเอกสารเตรียมตัวของ Google AdMob

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/121056

Snapchat ยอมรับนโยบายความเป็นส่วนตัวแอปเปิล จะกระทบรายได้โฆษณา

ในการรายงานผลประกอบการ Snapchat ยังมีการพูดถึงประเด็นนโยบายความเป็นส่วนตัวใหม่ของแอปเปิลด้วยว่า จะส่งผลกระทบต่อรายได้โฆษณา แม้รายได้จากไตรมาสล่าสุดสูงขึ้นกว่าที่คาดไว้ Derek Andersen ซีเอฟโอระบุว่า การเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัวที่ใน iOS 14 จะเป็นความเสี่ยงอีกปัจจัยที่จะกระทบรายได้โฆษณา แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะส่งผลระยะยาวอย่างไรบ้าง

ด้าน Evan Spiegel ซีอีโอบอกด้วยว่า ยินดีที่แอปเปิลตัดสินใจทำนโยบายเพื่อความเป็นส่วนตัว เพื่อความถูกต้องและเป็นการทำเพื่อลูกค้า Snapchat ยังบอกด้วยว่า หลังเหตุการณ์ม็อบบุกรัฐสภาสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ที่ผ่านมา มีหลายรายที่ระงับการลงโฆษณาใน Snapchat ถึงสองสัปดาห์

No Description
ภาพจาก Snapchat

ที่มา – CNET

from:https://www.blognone.com/node/121033

Apple แชร์วิดีโอที่ Tim Cook พูดเรื่อง “ความเป็นส่วนตัว”

ก่อนหน้านี้ Tim Cook ได้บรรยายเรื่องความเป็นส่วนตัวผ่าน […] More

from:https://www.iphonemod.net/apple-share-tim-cook-on-privacy-video.html

Facebook ทดสอบการแจ้งเตือนผู้ใช้ iOS 14 บรรยายข้อดีของ Target Ads

จากประเด็น iOS 14 อัพเดตความเป็นส่วนตัว ทำให้การโฆษณาแบบเจาะจงตัวบุคคลหรือ Target Ads ทำได้ยากขึ้น ซึ่งกระทบ Facebook เต็มๆ ล่าสุด Facebook ได้ทดสอบแสดงการแจ้งเตือนแก่ผู้ใช้งาน iOS 14 มาพร้อมปุ่มให้ผู้ใช้กดอนุญาต หรือไม่อนุญาต

ในหน้าต่างแจ้งเตือน มีการอธิบายความสำคัญของ Target Ads เพิ่มเติมว่า ช่วยให้ประสบการณ์รับโฆษณาตรงใจเรามากขึ้น และช่วยสนับสนุนธุรกิจให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้า โดยแอปเปิลจะแสดงข้อมูลและปุ่มให้กดอนุญาตในแบบของตัวเองอยู่แล้ว แต่หน้าต่างของ Facebook นั้นจะปรากฏขึ้นมาก่อนหน้าต่างของแอปเปิล และมีการสาธยายข้อดีของ Target Ads เพิ่มเติม

ด้านกูเกิลได้อัพเกรด Google Mobile Ads SDK เวอร์ชัน 7.64 ที่รองรับ SKAdNetwork ตัวใหม่ของแอปเปิลเรียบร้อยแล้ว และมีการเตือนนักพัฒนาแอพบน iOS ที่ฝังโฆษณาผ่านเครือข่ายกูเกิลว่าอาจได้เงินน้อยลงจากนโยบายใหม่นี้

ที่มา – CNBC

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/120967