คลังเก็บป้ายกำกับ: Press_Release

[Guest Post] AIS x OMRON ร่วมพลิกโฉม Industry 4.0 เดินหน้าสู่ภาคการผลิตอัจฉริยะ Smart Manufacturing เต็มรูปแบบ

จากบริบทของสถานการณ์ปัจจุบันที่สร้างผลกระทบโดยตรงต่อวงจรของธุรกิจทำให้ต้องเผชิญกับข้อจำกัดและความท้าทายมากมาย ตั้งแต่ภาคการผลิตไปจนถึงการขายและการให้บริการ แต่ในมุมของ AIS ก็ยังคงเดินหน้าตามแผนงานการนำศักยภาพ 5G ขยายสู่ภาคอุตสาหกรรม เดินหน้าฟื้นฟูประเทศในทุกมิติ

ล่าสุด AIS Business 5G ได้ลงนาม (MOU) ร่วมกับ บริษัท ออมรอน อีเลคทรอนิคส์ จำกัด หรือ ออมรอน (OMRON) ผู้นำด้าน Smart Manufacturing – Autonomous Mobile Robot เพื่อร่วมเป็นพันธมิตรในการนำ 5G และเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ายกระดับภาคการผลิตในอุตสาหกรรม ส่งโซลูชันที่พร้อมตอบโจทย์ภาคการผลิตอัจฉริยะ หรือ Smart Manufacturing ได้อย่างสมบูรณ์

นายธนพงษ์ อิทธิสกุลชัย หัวหน้าคณะผู้บริหาร กลุ่มลูกค้าองค์กร AIS Business กล่าวว่า “จากแผนงานของ AIS ที่มุ่งขยายศักยภาพ 5G เพื่อร่วมยกระดับภาคอุตสาหกรรมและภาคการผลิตนั้น เรายังคงเดินหน้าเชื่อมต่อการทำงานจากภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อให้ดิจิทัลเทคโนโลยีเข้าไปมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการทำงานของภาคอุตสาหกรรมในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานร่วมกับพันธมิตรที่จะนำมาซึ่งความแข็งแกร่งของทั้งสองฝ่าย สู่เป้าหมายที่จะร่วมทำให้ภาคอุตสาหกรรมและภาคการผลิตมีเทคโนโลยีเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อน โดยเฉพาะในช่วงระหว่างการแพร่ระบาดที่ต่างต้องปรับตัวให้มีความพร้อม 

Image credit: Omron

ครั้งนี้จึงนับว่าเป็นอีกความร่วมมือครั้งสำคัญของ AIS กับพันธมิตรที่มีความแข็งแกร่งด้านวิศวกรรมบนระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์อุตสาหกรรมเพื่อการผลิตอย่างออมรอน (OMRON) ที่ครั้งนี้เป็นการนำเทคโนโลยีการสื่อสาร ประยุกต์การเชื่อมต่อเทคโนโลยีการผลิต ผนวก Information Technology (IT) กับ Operation Technology (OT) อย่างไร้ขีดจำกัด และจะได้ร่วมกันสร้างโซลูชันใหม่ ยกระดับภาคการผลิตสู่การเป็น Smart Manufacturing อย่างสมบูรณ์ เพิ่มคุณภาพ ลดต้นทุนการผลิต บนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล AIS 5G ที่ออกแบบได้ตามความต้องการใช้งานในรูปแบบเครือข่ายเฉพาะ (Private Network) เพิ่มคุณสมบัติด้านความปลอดภัยของข้อมูล เพิ่มความเร็ว ลดความหน่วง (Latency) เพื่อการรองรับการทำงาน IoT ได้อย่างเต็มรูปแบบ”

คุณธนพงษ์ อิทธิสกุลชัย
หัวหน้าคณะผู้บริหาร กลุ่มลูกค้าองค์กร
AIS Business

คุณศิริวรรณ คูอัมพร
กรรมการผู้จัดการ
บริษัท ออมรอน อีเลคทรอนิคส์ จำกัด

โดยการลงนามความร่วมมือ (MOU) ครั้งนี้ระหว่าง AIS และออมรอน (OMRON) จะเปิดขีดความสามารถใหม่ที่ยั่งยืนให้กับผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมบนโครงสร้างพื้นฐาน 5G และดิจิทัลเทคโนโลยีที่ช่วยปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต อาทิ ความสามารถในการผลิตสินค้าที่มีความหลากหลายและยืดหยุ่นต่อข้อกำหนด (Flexible Manufacturing) การลดต้นทุนการผลิตสินค้าจำนวนน้อย (Small Lot Size Production) การสอบย้อนกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรม (Traceability) และระบบซ่อมบำรุงเชิงรุก (Predictive Maintenance) ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ด้วยโซลูชันบนโครงสร้างพื้นฐาน 5G Private Network ที่เพิ่มความปลอดภัยภายใต้การลงทุนที่เหมาะสม สามารถควบคุมต้นทุนได้ในขณะที่ยังคงความสามารถในการผลิต และการแข่งขัน หรือแม้แต่ในเรื่องของการจัดการวัตถุดิบให้ถูกต้อง รวมถึงการนำเทคโนโลยีควบคุมระยะไกลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ เพิ่มความแม่นยำ ลดเวลาสิ้นเปลืองการใช้แรงงานทำให้บุคลากรสามารถใช้เวลากับการทำงานด้านอื่นได้มากขึ้น ซึ่งทั้งหมดคือภาพของภาคการผลิตแบบอัจฉริยะ หรือ Smart Manufacturing

ทั้งนี้ จึงเกิดเป็นโซลูชันต้นแบบที่จะสร้างประโยชน์จากการนำศักยภาพของทั้งสองมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ

  • หุ่นยนต์รถลำเลียงอัจฉริยะ Autonomous Mobile Robot (AMR) อาศัยแผนที่ในการกำหนดเส้นทาง โดยไม่ต้องตีเส้น ซึ่งการสร้างแผนที่จะให้การทำงานรวดเร็ว ง่ายดาย ที่ตัวอุปกรณ์จะมีเซนเซอร์สแกนพื้นที่โดยรอบบริเวณแล้วนำข้อมูลที่ได้มาสร้างเป็นแผนที่ในการลำเลียงสิ่งของ บนเครือข่าย 5G Private Network 
  • สายการผลิตแบบยืดหยุ่น Layout-free Production Line การนำเสนอโซลูชันที่สามารถสร้างสายการผลิตแบบยืดหยุ่น โดยสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความต้องการการผลิตและสภาพแวดล้อมของพื้นที่รวมถึงข้อจำกัดอื่น ๆ รองรับความต้องการของการจัดสายงานการผลิตที่หลากหลาย สามารถออกแบบให้เหมาะสม ปรับเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็วตามรูปแบบการใช้งาน
  • การตรวจจับด้วย Sensors ด้วยอุปกรณ์หรือกล้องความละเอียดสูง เก็บข้อมูลที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิต เครื่องจักรในพื้นที่โรงงาน และนำไปประมวลผลด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อใช้คาดการณ์ความผิดปกติ เป็นข้อมูลในการตรวจสอบและแก้ไขก่อนเกิดปัญหาต่างๆ ได้ทันที   
Image credit: AIS

นางสาวศิริวรรณ คูอัมพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออมรอน อีเลคทรอนิคส์ จำกัด กล่าวเสริมว่า “ออมรอน ในฐานะผู้นำด้านให้บริการด้านเทคโนโลยีด้านการผลิตทั้งสินค้า บริการ ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ ให้กับภาคอุตสาหกรรมมาอย่างยาวนาน ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าทั้งยานยนต์ ผู้ผลิตชิ้นส่วน กลุ่มอีเลคทรอนิคส์-เครื่องใช้ไฟฟ้า กลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วน-เซมิคอนดัคเตอร์ ตลอดจนอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องอุปโภค และยา ความร่วมมือกับ AIS ในครั้งนี้จึงเป็นอีกครั้งสำคัญของออมรอนที่จะเดินหน้ายกระดับเทคโนโลยีโซลูชัน ด้วยการเชื่อมต่อข้อมูลที่เร็วและเสถียรภายใต้การทำงานของ 5G ซึ่งข้อมูลจะถูกเชื่อมโยงอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นแง่พื้นที่หรือความครอบคลุมของสัญญาณ ความหลากหลายของอุปกรณ์ตั้งแต่เซนเซอร์จนถึงหุ่นยนต์ ทุกหน่วยการผลิตจะสามารถเชื่อมโยงกับระบบการจัดการได้ด้วยความปลอดภัยภายใต้ 5G Private Network เพื่อให้ตอบโจทย์การทำงานแบบ Industry 4.0 ซึ่งถือว่าเป็นแนวทางหลักของการขับเคลื่อนประเทศ ซึ่งเรามีความคาดหวังที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเทคโนโลยีในภาคส่วนของอุตสาหกรรมมีความแข็งแกร่งผ่านการใช้ศักยภาพของทั้ง 2 ฝ่าย โดยเฉพาะในส่วนของการผลิตที่เราจะเข้าไปเพิ่มขีดความสามารถยกระดับการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นนำพาลูกค้าก้าวไปสู่อนาคตด้วยเทคโนโลยี 5G”

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-ais-x-omron-smart-manufacturing/

[Guest Post] จีเอเบิล ประกาศกลยุทธ์ ‘Beyond Limits’

จีเอเบิล ประกาศกลยุทธ์ ‘Beyond Limits’ ก้าวข้ามทุกข้อจำกัด จัดทัพด้วยเทคโนโลยีชั้นนำ พลิกโฉมอุตสาหกรรม สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน 

 

คุณนาถ ลิ่วเจริญ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทจีเอเบิล (ขวา) และ ดร. ชัยยุทธ ชุณหะชา กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทจีเอเบิล (ซ้าย) ผู้นำในการให้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัลโซลูชันอย่างครบวงจร ประกาศทิศทางและกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจปี 2564 ก้าวข้ามทุกข้อจำกัด ด้วยกลยุทธ์ ‘Beyond Limits’ ที่สร้างจุดเด่นและความแตกต่างในการให้บริการ ทั้ง 3 ด้าน 1. กลยุทธ์การพัฒนาสู่ System Integration Plus Plus (SI++) มุ่งเน้นการให้บริการวางรากฐานทางเทคโนโลยี และใช้ประโยชน์ เพื่อต่อยอดทางธุรกิจ  2.กลยุทธ์ Transformation As a Service (TAAS) การนำเสนอบริการด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นแบบครบวงจร (One Stop Service)  และ 3. กลยุทธ์ Own IP Platform การสร้างแพลตฟอร์มที่เป็นลิขสิทธิ์ของจีเอเบิล เพื่อสร้างความแตกต่างและเติบโตแบบก้าวกระโดด พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์แฟล็กชิพตัวใหม่  Blendata (เบลนเดต้า) และ InsightEra (อินไซท์เอรา) ซึ่งทั้งสองแพลตฟอร์มนี้ จะมาตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในเรื่องการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีประสิทธิภาพ และวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าในเชิงลึก

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-gable-beyond-limits/

[Guest Post] ISA ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (KMUTT) จัดฝึกอบรม และพัฒนาบุคลากรในสายงาน IT และผู้บริหารโครงการ

บริษัทอินเตอร์เนชชั่นแนล เซอร์วิสเซส  แอนด์ อลิแอนซ์ จำกัด หรือ International Services & Alliance Co., Ltd. (ISA) ร่วมกับศูนย์การศึกษาต่อเนื่อง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (CEC-KMUTT) ฝึกอบรม และจัดทำแผนการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร ให้กับหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ เอกชน และบุคคลทั่วไป เพื่อเสริมสร้างความรู้ ศักยภาพ และพัฒนาทักษะการบริหารจัดการด้านไอที (IT Services Management) และการบริหารโครงการ (Project Management) ทั้งในรูปแบบการบรรยาย (Classroom Training) และการอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) โดยมุ่งเน้นให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถนำความรู้ ทักษะ ตามกรอบมาตรฐานสากล ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในองค์กรได้จริง  

 

เพื่อตอบสนองความต้องการของหน่วยงาน และผู้เข้ารับการอบรม ศูนย์การศึกษาฯ และบริษัท ISA ได้ร่วมกันพัฒนาศักยภาพการจัดการอบรมในหลากหลายรูปแบบ ครอบคลุม และสอดคล้องกับความต้องการเฉพาะของหน่วยงาน สามารถพัฒนาหรือปรับปรุงหลักสูตรเพิ่มเติมตามความต้องการ นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกสถานที่จัดอบรมตามความเหมาะสม ทั้งภายในศูนย์การศึกษาฯ และ สถานที่การจัดอบรมภายนอก รวมถึงการ อบรมรูปแบบ Online หรือ Virtual Classroom ที่มีความยืดหยุ่น ลดเวลาการเดินทาง และ ลดความเสี่ยงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ในปัจจุบัน

ระหว่างไตรมาส 2 – 3 นี้ การอบรมจะเน้นรูปแบบ Online ทั้งหลักสูตร IT Service Management (ITIL®), Project Lifecycle Management, Project Management for Procurement และ Project Management for Management และจะกลับมาดำเนินการฝึกอบรมแบบ Classroom อีกครั้งเมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทั้งนี้จะประชาสัมพันธ์ และเปิดรับสมัครทางช่องทางต่าง ๆ ต่อไป

นอกจากนี้ ศูนย์การศึกษาฯ และ บริษัท ISA มีแผนการจัดสัมมนา Online โดยไม่มีค่าใช้จ่าย (Free webinar) แก่ผู้สนใจ และจะประชาสัมพันธ์หัวข้อและรายละเอียดให้ทราบในเร็ว ๆ นี้

 

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ

โทร. 6681 835 0317, 6681 834 2151, 662 691 3362

www.isalliances.net

https://www.facebook.com/ISAcademyTH/

 

เกี่ยวกับ ISA

บริษัทอินเตอร์เนชชั่นแนล เซอร์วิสเซส  แอนด์ อลิแอนซ์ จำกัด ก่อตั้งเมื่อปี 2547 ให้บริการที่ปรึกษาด้านการจัดการ ดำเนินงานโดยทีมงานคุณภาพ มีประสบการณ์สูง เน้นการนำทฤษฎีมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ ก่อเกิดประโยชน์สูงสุดต่อลูกค้า อีกทั้งยังเป็นผู้ฝึกอบรม ที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ ให้ดำเนินการฝึกอบรมหลักสูตรมาตรฐานด้าน IT Service  Management, Project Management, Professional Skills นอกจากนี้บริษัทฯ มีหลักสูตรอื่น ๆ ที่พัฒนาหรือปรับปรุงเพิ่มเติม โดยออกแบบเนื้อหาให้ครอบคลุม และสอดคล้องกับความต้องการเฉพาะของหน่วยงาน

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-isa-and-cec-kmutt-training/

[Guest Post] เลอโนโว ประกาศแต่งตั้ง มร. อมาร์ บาร์บู ดำรงตำแหน่ง ผู้นำบริหารงานธุรกิจ เลอโนโว ประจำภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก

เลอโนโว ประกาศแต่งตั้ง มร. อมาร์ บาร์บู ขึ้นดำรงตำแหน่งควบคุมดูแลบริหารงาน เลอโนโว ในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก อันได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน ฮ่องกง อาเซียน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดียและเอเชียใต้ ต่อจาก มร. เคน หว่อง ที่จะขึ้นดำรงตำแหน่ง ประธานกลุ่มธุรกิจ Solutions and Services Group สานต่อความมุ่งมั่นของเลอโนโวในการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นองค์กรที่เน้นการบริการ (service-led) เพื่อสร้างโอกาสเติบโดแห่งอนาคต

มร. อมาร์ บาร์บู

 

ตั้งแต่ปี 2561 มร. อมาร์ เคยดำรงตำแหน่ง รองประธานและผู้นำด้านการปฏิบัติการณ์บริการ กลุ่มธุรกิจ Intelligent Devices Group และเคยเป็นรองประธานและ COO ของเลอโนโว ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกนานถึง 3 ปี นอกจากนี้ตั้งแต่ปี 2550 มร. อมาร์ ยังเคยดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ เลอโนโว ประจำอินเดียและเอเชียใต้ ก่อนหน้าร่วมงานกับเลอโนโว มร. อมาร์ได้ทำงานในตำแหน่งด้านเทคโนโลยีให้แก่บริษัทชั้นนำอย่าง HCL, Citibank และ intel

มร. อมาร์ จบการศึกษาในระดับปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ จากสถาบัน XLRI Jamshedpur และปริญญาตรี ด้านเทคโนโลยี จากสถาบัน PSG College of Technology มร. อมาร์จะดำรงตำแหน่งและบริหารงานเลอโนโว ภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก โดยประจำอยู่ที่เมืองมุมไบ อินเดีย

 

เกี่ยวกับ เลอโนโว

เลอโนโว (HKSE: 992) (ADR: LNVGY) มีมูลค่าธุรกิจ 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และเป็นหนึ่งในบริษัท Fortune 500 ที่มีพนักงานมากกว่า 63,000 คนใน 180 ประเทศและดินแดนทั่วโลก นอกเหนือจากเป้าหมายที่ชัดเจนในการสร้างอุปกรณ์อัจฉริยะเพื่อรองรับการเปลี่ยนถ่ายของเทคโนโลยียุคใหม่ ที่เกิดขึ้นทั่วโลกให้ได้อย่างครอบคลุม และมีประสิทธิภาพน่าเชื่อถือ รวมไปถึงตอบสนองต่อการใช้งานแบบยั่งยืนในสังคมยุคดิจิทัล เลอโนโวยังเป็นผู้นำในด้านการเปลี่ยนแปลงอัจฉริยะ ด้วยการดีไซน์ และสร้างสรรค์หนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่สมบูรณ์ที่สุดในโลก เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งาน และโอกาสในการพัฒนาให้กับลูกค้าทั่วโลก

ร่วมติดตามเราบน LinkedInFacebookTwitterYouTube, InstagramWeibo หรือเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่ www.lenovo.com/th

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-lenovo-appoints-amar-babu-to-lead-asia-pacific-business/

[Guest Post] DGA เดินหน้าต่อเนื่องร่วมออกบูธนิทรรศการในโครงการหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน จังหวัดลพบุรี ประจำปี พ.ศ. 2564

เร็วๆนี้ นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานเปิดโครงการหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้ม ให้ประชาชน  ประจำปี พ.ศ. 2564 เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2564 ณ องค์การบริหารส่วนตำบลซับตะเคียน ต.ซับตะเคียน อ.ชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี 

ในการนี้สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) หรือ DGA โดย นางไอรดา  เหลืองวิไล รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล และ นายชรินทร์ ธีรจิตยางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล เข้าร่วมในงานดังกล่าว เพื่อเปิดประสบการณ์ให้ประชาชนได้ร่วมทดลองใช้บริการดิจิทัลภาครัฐที่เข้าใจง่าย เข้าถึงง่าย อาทิ ตู้บริการอเนกประสงค์ภาครัฐ หรือ Government Smart Kiosk ช่องทางที่ประชาชนจะได้เข้าถึงข้อมูลบริการภาครัฐแบบครบวงจร ผ่านพื้นที่ให้บริการหน่วยงานของรัฐและพื้นที่สาธารณะ ลดภาระให้กับประชาชนชาวจังหวัดลพบุรี ด้วยบัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ (Smart Card) ที่มีระบบการรักษาความปลอดภัยสูง สามารถใช้บริการได้อย่างมั่นใจ สามารถตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เช่น สิทธิประกันสุขภาพ, สิทธิประกันสังคม, การตรวจสอบเงินสะสม (กรณีชราภาพ), เช็คเครดิตบูโรสรุปอย่างย่อ

 

นอกจากนี้ได้เพิ่มความสะดวกให้กับผู้กู้ยืม กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. สามารถสั่งพิมพ์ QR code เพื่อใช้สแกนชำระเงินผ่าน KTB Net Bank ได้ ง่าย สะดวก รวดเร็ว ปัจจุบันตู้บริการอเนกประสงค์ภาครัฐ หรือ Government Smart Kiosk มีบริการประชาชนทั้งหมด 119 จุดทั่วประเทศ สำหรับพี่น้องชาวลพบุรีสามารถใช้บริการได้ที่ โรงพยาบาลบ้านหมี่ ต.บ้านหมี่ อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี

นอกจากนั้นยังแนะนำให้ประชาชนรู้จัก แอปพลิเคชัน CITIZENinfo (ซิติเซ่นอินโฟ) ซึ่งเป็นแอปพลิเคชัน ที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงจุดให้บริการภาครัฐ ทราบงานบริการ และจัดเตรียมเอกสารล่วงหน้าในการเข้าใช้บริการ ตลอดจนช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง และลดเวลาในการทำธุรกรรมกับหน่วยงานภาครัฐได้ ปัจจุบันแอปพลิเคชัน CITIZENinfo มีข้อมูลจุดให้บริการประชาชน และบริการของหน่วยงานภาครัฐมากกว่า 80,000 จุดบริการ โดยสามารถ ดาวน์โหลด ได้แล้วผ่าน App Store และ Google Play

 

 

นอกจากนี้ยังได้นำบริการ Biz Portal (บิซ พอร์ทัล) ศูนย์กลางบริการภาครัฐ เพื่อภาคธุรกิจ มิติใหม่ของการติดต่อราชการเพื่อเริ่มต้นธุรกิจแบบครบวงจรผ่านเว็บไซต์ bizportal.go.th เพื่ออำนวยความสะดวกในการยกระดับผู้ประกอบการให้สามารถดำเนินธุรกิจได้ง่าย และรวดเร็วมากขึ้น ง่ายครบ จบที่เดียว ไม่ต้องวิ่งไปติดต่อหลายหน่วยงาน

สำหรับ DGA ซึ่งถือว่าเป็นหน่วยงานในการกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายและมอบอำนาจให้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายอนุชา นาคาศัย) เป็นผู้กำกับดูแล และมีภารกิจในการเป็นหน่วยงานกลางของระบบรัฐบาลดิจิทัล ทำหน้าที่ให้บริการส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานอื่นเกี่ยวกับการพัฒนารับบาลดิจิทัลให้สามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เป็นเครื่องมือในการบริการงานภาครัฐและการจัดทำบริการสาธารณะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและอำนวยความสะดวกในการให้บริการประชาชน   ทั้งนี้ประชาชนสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.dga.or.th

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-dga-government-smart-kiosk/

[Guest Post] ขอเชิญร่วมงาน Forrester x Insider : Cross-channel marketing programs with sky-high ROI วันอังคารที่ 23 มีนาคม นี้

Forrester x Insider ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วมฟัง Free webinar  สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงาน Forrester x Insider: Cross-channel marketing programs with sky-high ROI วันอังคารที่ 23 มีนาคม เวลา 6 โมงเย็น เวลาประเทศไทย เพื่อร่วมรับฟังมุมมองและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จาก Rusty Warner, VP, Principal Analyst – Forrester และ Srikant Kotapalli, Director Product Straedgy & Marketing – Insider 

 

ห้ามพลาด! งานนี้เหมาะสำหรับ Marketing leader, Customer experience professional, Product manager และผู้ที่ดูแลเกี่ยวกับช่องทาง Cross-channel marketing programs เพื่อเรียนรู้เคล็ด(ไม่) ลับและวิธีการเพิ่ม ROI ให้กับแบรนด์ของคุณจากการทำ Marketing Campaign ด้วยเครื่องมือ MarTech ต่างๆ 

 

Key Takeaways

  • The building blocks of a cross-channel marketing program

  • Why some marketing programs succeed, and others fail 

  • How to measure cross-channel marketing program success

  • How to drive ROI and scale your efforts

 

*หมายเหตุ: งานบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ FB page

Global: https://www.facebook.com/useinsider 

FB page Insider Thailand: https://www.facebook.com/useinsiderthailandteam    

Linkedin: https://www.linkedin.com/company/useinsider/  

Website: https://useinsider.com/     

#ROI #CrossChannelMarketing #DigitalMarketing #CustomerExperience #MarketingStrategy #MarketingAnalytics #Personalisation #ROAS

 

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-forrester-x-insider-free-webinar-cross-channel-marketing-programs-with-sky-high-roi/

[Guest Post] ซัมซุงจับมือสมาคมคนตาบอดฯ หนุนผู้พิการทางสายตาเข้าสู่ยุคดิจิทัล ส่งต่อการบริการและสิทธิประโยชน์ พร้อมเปิดประตูความสะดวกแบบครบวงจร

ปัจจุบันอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยอำนวยความสะดวกสบายในการดำรงชีพของผู้คน ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทโฟนที่เป็นมากกว่าอุปกรณ์ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารแต่เป็นสื่อกลางในการเชื่อมต่อกับสมาร์ทดีไวซ์ต่างๆ  หรือ เหล่าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีล้ำสมัยซึ่งเข้ามาเติมเต็มประสบการณ์ยุคดิจิทัลให้ดียิ่งขึ้น โดยความเปลี่ยนแปลงนี้นับได้ว่าเป็นความท้าทายครั้งสำคัญของทุกคน ไม่เว้นแม้กระทั่งกลุ่มผู้พิการทางสายตาที่ต้องปรับตัวให้ทันโลกยุคใหม่ ด้วยเหตุนี้ บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด จึงร่วมมือกับสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในการนำเสนออีกหนึ่งทางเลือกในการเข้าถึงนวัตกรรมใหม่ๆ ที่มาพร้อมการบริการที่ครอบคลุมและสิทธิประโยชน์เหนือระดับให้แก่คนกลุ่มนี้ 

 

เมื่อผลิตภัณฑ์และการบริการยุคใหม่ต้องเข้าถึงคนทุกคน

จากข้อมูลของกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พบว่า ในปัจจุบันมีจำนวนผู้พิการทางสายตาในประเทศไทยมากกว่า 200,000 คน ซึ่งจากการที่บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ได้ดำเนินงานร่วมกับหลากหลายหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวเนื่องกับกลุ่มผู้พิการทางสายตามาอย่างยาวนาน ทำให้ได้สัมผัสและรับทราบข้อมูล ที่ว่าเทคโนโลยีมีความสำคัญกับบุคคลกลุ่มนี้เป็นอย่างมาก จากการเป็นตัวช่วยให้พวกเขาสามารถติดต่อสื่อสาร เข้าถึงแหล่งข้อมูลข่าวสารความรู้ รวมถึงเป็นสื่อกลางในหาเชื่อมพร้อมอำนวยความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน

 

 

นายชัชชัย วิจิตรจรรยา กรรมการบริหารสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ซัมซุงคือหนึ่งในแบรนด์ที่เข้าใจกลุ่มผู้พิการทางสายตามากที่สุด ผ่านการออกแบบผลิตภัณฑ์และการบริการที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนกลุ่มนี้มาอย่างต่อเนื่อง ในปัจจุบันที่โลกกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัล การมีผลิตภัณฑ์และการบริการที่ตอบโจทย์ทำให้พวกเรารู้สึกมั่นใจที่จะก้าวข้ามความเปลี่ยนแปลงนี้ไปพร้อมกับทุกคน กลุ่มผู้พิการทางสายตาต้องการอุปกรณ์ที่เข้ามาอำนวยสะดวกในการใช้ชีวิตในด้านต่างๆ ไม่ต่างจากคนทั่วไป และซัมซุงสามารถตอบโจทย์ในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดีด้วยผลิตภัณฑ์และการบริการที่ครอบคลุมและครบวงจร”

นางสาวปารมี ทองเจริญ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดองค์กร บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จํากัด กล่าวว่า “ซัมซุงมุ่งมั่นที่จะสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับทุกคนและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย โดยแนวคิดนี้ได้ถูกถ่ายทอดมาตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่อุปกรณ์ของซัมซุงไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทโฟน สมาร์ททีวี หรือสมาร์ทดีไวซ์ จะมีฟีเจอร์ที่รองรับการใช้งานสำหรับกลุ่มผู้พิการทางสายตาอย่างครอบคลุม อาทิ แอปพลิเคชัน SeeColors App ที่ช่วยในการปรับสีและเติมเต็มสีที่หายไป เพื่อให้ผู้พิการทางสายตาได้รับชมภาพทางทีวีได้อย่างสมบูรณ์แบบ, การบรรยายผ่านเสียง (Audio Description), การสอนการใช้งานรีโมต (Learn TV Remote), ข้อมูลเสียง (Voice Guide) และทางลัดเข้าสู่โหมดตัวช่วยการเข้าถึง (Accessibility Shortcuts) เป็นต้น ซึ่งในวันนี้เราได้ร่วมมือกับสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยเพื่อพัฒนาระบบที่จะส่งต่อผลิตภัณฑ์และการบริการที่จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการใช้ชีวิต รวมถึงยังช่วยให้กลุ่มผู้พิการทางสายตาได้เข้าถึงข้อมูลและการใช้งานต่างๆ เพื่อยกระดับความสะดวกสบาย เปิดประตูสู่การเรียนรู้ และเสริมสร้างโอกาสใหม่ๆ ในโลกยุคดิจิทัลที่เท่าเทียม”

 

จากความต้องการขั้นพื้นฐานสู่ความสะดวกสบายที่ครบวงจร

ในปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์และการบริการที่ตอบโจทย์เพียงความต้องการขั้นพื้นฐานอาจจะไม่เพียงพออีกต่อไป ผู้คนในปัจจุบันต่างก็มองหาสิ่งที่จะมาเติมเต็มประสบการณ์ยุคดิจิทัลในมิติต่างๆ  กลุ่มผู้พิการทางสายตาก็เช่นกัน พวกเขามองหาสิ่งที่มากกว่าการติดต่อสื่อสารขั้นพื้นฐาน แต่ยังมีความต้องการที่จะเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่มากขึ้น หรือแม้กระทั่งการเข้าถึงความบันเทิงที่หลากหลายมากกว่าเดิม

นายจอง ซุง ปาร์ค ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า กล่าวว่า  “ซัมซุงมีความเชื่อมั่นว่าเราสามารถเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับชีวิตของคนทุกคน ความตั้งใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างคุณภาพชีวิตของคนทุกคนให้ดีขึ้นนี้จึงสะท้อนผ่านการออกแบบผลิตภัณฑ์และการบริการที่ครอบคลุมและใส่ใจในทุกรายละเอียดเพื่อที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า โดยบริษัทได้เตรียมทีมงานคอลเซ็นเตอร์ที่ได้รับการอบรมมาเพื่อให้บริการกับผู้พิการทางสายตาโดยเฉพาะ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และช่วยดำเนินขั้นตอนการสั่งซื้อตั้งแต่ต้นจนจบ รวมถึงการให้คำปรึกษาในด้านการบริการหลังการขาย ตั้งแต่ขั้นตอนการติดตั้ง การเรียนรู้การใช้งานเบื้องต้น ไปจนถึงการเข้าถึงโหมดตัวช่วยการเข้าถึง (Accessibility) ต่างๆ ที่จะช่วยทำให้ผู้พิการทางสายตาได้เข้าถึงการใช้งานอย่างสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสให้คนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงการใช้งานเทคโนโลยีที่หลากหลายมากขึ้นในอนาคตข้างหน้า”

การที่เหล่าผู้พิการทางสายตาได้ทำลายกำแพงของความกลัวและก้าวเข้ามาสู่โลกดิจิทัล นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของชีวิตที่เกิดจากความช่วยเหลือของเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เป็นมากกว่าอุปกรณ์ติดต่อสื่อสาร แต่ยังสามารถอำนวยความสะดวกสร้างความบันเทิง และส่งต่อประสบการณ์ชีวิตที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นแก่พวกเขา บทบาทของผลิตภัณฑ์และการบริการจากซัมซุงในครั้งนี้จึงเป็นเสมือนการจับมือคนทุกคนเพื่อก้าวเข้าสู่โลกดิจิทัลที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ และเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อประสบการณ์ที่หลากหลายและครบวงจร ซัมซุงจึงมอบส่วนลดสุดพิเศษกว่า 20% แก่กลุ่มคนผู้พิการทางสายตาที่ถือบัตรประจำตัวคนพิการ โดยผู้ที่สนใจสามารถติดต่อเพื่อขอรายละเอียดสินค้า และทำการสั่งซื้อพร้อมรับส่วนลดพิเศษจากคอลเซ็นเตอร์ โทร.1282 หรือสามารถดูรายการสินค้าที่เข้าร่วมโปรโมชันได้ที่ https://shop.samsung.com/th/offer/blindcampaign ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2564

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-samsung-for-the-blinds/

[Gues Post] เอไอเอส ชำระเงินค่าใบอนุญาตคลื่นความถี่ 700 MHz จากการประมูล พร้อมนำคลื่น 5G สร้างประโยชน์เพื่อคนไทย คงความเป็นผู้นำที่มีคลื่นความถี่ครบและมากที่สุด

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์  อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ในฐานะผู้บริหาร บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (เอดับบลิวเอ็น) ผู้ได้รับจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน 700 MHz (733738 / 788793 MHz ) ในมูลค่ารวม 17,154 ล้านบาท เป็นตัวแทนชำระค่าคลื่นความถี่ย่าน 700 MHz งวดที่ 1 จำนวน 1,835,478,000.00 บาท (หนึ่งพันแปดร้อยสามสิบห้าล้านสี่แสนเจ็ดหมื่นแปดพันบาทถ้วน)  รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว โดยมี พลเอกสุกิจ ขมะสุนทร ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นผู้รับมอบ เพื่อนำส่งเงินเป็นรายได้ของแผ่นดินต่อไป 

นายสมชัย กล่าวว่า “นอกจากคลื่นความถี่ 700 MHz ที่เอไอเอสได้รับการจัดสรรเมื่อปี 2562 และได้ชำระเงินค่าคลื่นความถี่นี้ไปแล้ว 1 งวด ในการประมูลคลื่น 5G เมื่อต้นปี 2563 ที่ผ่านมา เรายังมีความตั้งใจเป็นอย่างยิ่งในประมูลคลื่น 700 MHz เพิ่มเติม เพื่อนำมาให้บริการ 5G โดยเป็นคลื่น 5G แบบเต็ม Block ตามมาตรฐานเทคโนโลยี 5G ระดับโลก ซึ่งเป็นจำนวนที่จะนำมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และเพื่อให้คลื่นความถี่ที่เอไอเอสมี ครบทั้งย่านความถี่ต่ำ ย่านความถี่กลาง และย่านความถี่สูง ครอบคลุมการใช้งานทุกรูปแบบ ประกอบด้วย คลื่น 700 MHz จำนวน 30 MHz (2×15 MHz), คลื่น 2600 MHz จำนวน 100 MHz และคลื่น 26 GHz จำนวน 1200 MHz รวมเฉพาะคลื่นความถี่ที่จะนำมาให้บริการ 5G ทั้งหมดอยู่ที่ 1330 MHz และเมื่อรวมกับคลื่นความถี่เดิมที่มีจำนวนมากที่สุดอยู่แล้ว ส่งผลให้เอไอเอสยังคงยืนหยัด ในฐานะผู้นำอันดับ 1 ที่มีคลื่นความถี่ในการให้บริการ 3G,4G และ 5G มากที่สุดในอุตสาหกรรม รวม 1420 MHz(ไม่รวมคลื่นที่เกิดจากความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ) ที่จะนำมาสร้างประโยชน์ในการฟื้นฟูประเทศผ่านการร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมหลักต่างๆและลูกค้าทุกกลุ่มต่อไป”

 

from:https://www.techtalkthai.com/gues-post-ais-700-mhz-5g/

[Guest Post] หัวเว่ยแต่งตั้งผู้บริหารไทยนั่งกรรมการผู้จัดการ ร่วมเดินหน้าเสริมแกร่งตลาดไทย ผลักดันดิจิทัลไทยแลนด์

บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เสริมแกร่งธุรกิจในประเทศไทยที่มีอย่างยาวนาน พร้อมสนับสนุนทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2021 ด้วยการเปิดตัว ดร.ชวพล จริยาวิโรจน์ ผู้บริหารชาวไทยมากประสบการณ์ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและเทคโนโลยีดิจิทัล เข้ารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการคนใหม่และเป็นคนไทยคนแรก ภายใต้การนำธุรกิจของอาเบล 

ดร.ชวพล จริยาวิโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด และ นายอาเบล เติ้ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด

 

 

อาเบล เติ้ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “หัวเว่ยมีเป้าหมายที่จะเสริมการเติบโตทางธุรกิจของเราในปี 2021 นี้ด้วยการเสริมทัพทีมผู้บริหารที่มีความเชี่ยวชาญ พร้อมการแต่งตั้ง ดร.ชวพล จริยาวิโรจน์ ซึ่งมีภาวะผู้นำและมีภูมิหลังในอุตสาหกรรมไอซีทีทั้งในระดับโลกและระดับประเทศอย่างมากมาย ซึ่งผมเชื่อมั่นว่า ดร.ชวพล จะสามารถใช้ประสบการณ์ที่แข็งแกร่งในอุตสาหกรรม มาเสริมศักยภาพเพื่อการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน ของหัวเว่ย ประเทศไทย” 

ดร.ชวพล จริยาวิโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เผยถึงบทบาทใหม่ในครั้งนี้ว่า “หัวเว่ย ประเทศไทย ถือเป็นบริษัทด้านไอซีทีชั้นนำระดับโลกที่มีความแข็งแกร่งในด้านเทคโนโลยีและบริการที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งต้นน้ำและปลายน้ำ ตำแหน่งใหม่ที่ หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) นี้จะเปิดโอกาสที่ดียิ่งในการนำประสบการณ์ตลอด 27 ปีที่ผ่านมา ในระดับนานาชาติและระดับประเทศในธุรกิจไอซีที มาร่วมเสริมสร้างมูลค่าทางธุรกิจใหม่ๆ ให้แก่หัวเว่ย”

ประเทศไทยมีศักยภาพการเติบโตในระดับภูมิภาคที่สูงมาก และหัวเว่ยยังคงให้ความสำคัญกับการเติบโตไปพร้อมกับประเทศไทย และสนับสนุนประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้ก้าวขึ้นสู่การเป็นประเทศอัจฉริยะที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างเต็มรูปแบบ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของหัวเว่ยที่ต้องการนำนวัตกรรมดิจิทัลไปสู่ทุกคน ทุกครัวเรือน และทุกองค์กร การผสมผสานศักยภาพของผู้บริหารระดับสูงระหว่าง อาเบล เติ้ง ประธานกรรมการบริหาร และ ดร.ชวพล จริยาวิโรจน์ กรรมการผู้จัดการคนใหม่ในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำจุดยืนการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของหัวเว่ยในประเทศไทย รวมทั้งเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยอีกด้วย

“ดร. ชวพลจะมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมากในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในแต่ละภาคส่วนของหัวเว่ย ประเทศไทย เสริมแกร่งจุดยืนของเราในฐานะที่เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลกด้วยสินค้าและบริการโซลูชันแบบครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำที่ตอบโจทย์ให้แก่ลูกค้าได้ในทุกรูปแบบ” อาเบล เติ้ง กล่าวสรุป

หนึ่งในความมุ่งมั่นของหัวเว่ยคือการเติบโตไปพร้อมกับประเทศไทยรวมทั้งให้การสนับสนุนด้านนวัตกรรมแก่ประเทศให้มากยิ่งขึ้น เมื่อไม่นานมานี้ หัวเว่ย ได้รับรางวัลพิเศษ “พีเอ็ม ดิจิทัล อวอร์ด (PM’s Digital Awards) ประเภท “Digital International Corporation of the Year” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับจากรัฐบาลไทยต่อความตั้งใจอย่างต่อเนื่องของหัวเว่ยที่ช่วยสนับสนุนประเทศไทยมาตลอด 21 ปี ทั้งยังเป็นเครื่องยืนยันว่าหัวเว่ยเป็นพาร์ทเนอร์ด้านเทคโนโลยีและไอซีทีชั้นนำที่มีความน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ หัวเว่ยยังสนับสนุนผู้ให้บริการเครือข่ายในประเทศไทยสร้างสถานีฐาน 5G ทั่วประเทศรวมกว่า 10,000 แห่ง และจะยังเดินหน้าสนับสนุนผู้ให้บริการเครือข่ายสร้างโครงข่าย 5G อย่างต่อเนื่องในปีนี้ เพื่อรองรับอัตราการเข้าถึง 5G ในประเทศที่น่าจะสูงถึง 10% ภายในช่วงสิ้นปี ในด้านคลาวด์สำหรับตลาดประเทศไทย หัวเว่ยจะลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลแห่งที่สามสำหรับการให้บริการคลาวด์ในประเทศไทยในปี พ.ศ. 2564 คิดเป็นงบประมาณการลงทุนกว่า 700 ล้านบาท และจะจับมือร่วมกับพาร์ทเนอร์เพื่อเปิดตัวแพลตฟอร์มคลาวด์สำหรับภาคอุตสาหกรรมและกลุ่มเอสเอ็มอี ซึ่งโครงการเหล่านี้ของหัวเว่ยจะช่วยส่งเสริมประเทศไทยในการก้าวขึ้นเป็นดิจิทัลฮับแห่งภูมิภาค รวมทั้งเร่งผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลในประเทศ

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-huawei-meet-the-press/

[Guest Post] “สมชัย เลิศสุทธิวงค์” ภูมิใจนำทัพเอไอเอส กวาด 3 รางวัลใหญ่ จากเวที IAA Awards for Listed Companies 2020 ครองแชมป์กลุ่มเทคโนโลยี ตอกย้ำองค์กรที่ได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้าและนักลงทุนในไทย

สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน ประกาศผลรางวัล IAA Awards for Listed Companies 2020 มอบให้แก่ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนใน 9 กลุ่มอุตสาหกรรม และในปีนี้ เอไอเอส คว้ารางวัลยอดเยี่ยมในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ครบทั้ง 3 รางวัล ประกอบด้วย นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร รับรางวัล CEO ยอดเยี่ยม, นายธีร์ สีอัมพรโรจน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน รับรางวัล CFO ยอดเยี่ยม และนางสาวนัฐิยา พัวพงศกร หัวหน้าฝ่ายงานนักลงทุนสัมพันธ์และกำกับดูแลการปฏิบัติงาน รับรางวัล IR ยอดเยี่ยม ถือเป็นโอเปอร์เรเตอร์เพียงรายเดียวในไทยที่ได้รับรางวัลในปีนี้ โดยเป็นการพิจารณาตัดสินด้วยการลงคะแนนของเหล่านักวิเคราะห์การลงทุนในประเทศไทย

 

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส กล่าวว่า “ในฐานะตัวแทนของชาวเอไอเอส ผมรู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลครบทั้ง 3 ประเภทในปีนี้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากนักวิเคราะห์ นักลงทุน ที่มีให้แก่เรา แม้ตลอดปีที่ผ่านมา ประเทศไทยจะต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตครั้งใหญ่ที่กระทบต่อชีวิตและเศรษฐกิจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจของบุคลากรที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ทำให้เอไอเอส ในฐานะ Digital Life Service Provider ยังคงยืนหยัดในการดูแลและส่งมอบบริการคุณภาพในทุกมิติ แก่ลูกค้าทุกราย อย่างต่อเนื่อง พร้อมนำขีดความสามารถในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล ผนึกผู้นำอุตสาหกรรมทุกภาคส่วนในการร่วมขับเคลื่อนและพื้นฟูเศรษฐกิจ และสังคมไทยอย่างยั่งยืน”

            สำหรับหลักเกณฑ์การตัดสินรางวัล จะพิจารณาจากความสามารถในการบริหารงานของผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน โดยตระหนักถึงความสำคัญของผู้บริหารที่ต้องมีความรู้ความสามารถในการบริหารงาน ที่จะนำพาให้บริษัทประสบความสำเร็จและเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมกับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ถือหุ้น โดยถือเป็นการช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและตลาดทุนไทย รวมถึง วิสัยทัศน์อันกว้างไกลในการบริหารงานและผลการดำเนินงานที่ถูกสื่อสารผ่านบทความและบทวิเคราะห์ต่างๆ ของนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ไปยังนักลงทุนต่างๆ อย่างครบถ้วน

รางวัล CEO ยอดเยี่ยม

            ปัจจัยที่ทำให้เอไอเอสได้รับเลือกให้ได้รับรางวัลในครั้งนี้ มาจากวิสัยทัศน์ในการนำพาธุรกิจไปสู่ผู้ให้บริการด้านดิจิทัลไลฟ์ในอนาคต ประกอบกับการนำเทคโนโลยี 5G มาเริ่มสร้างธุรกิจใหม่ให้กับเอไอเอส รวมทั้งใช้เพื่อช่วยประเทศพลิกฟื้นผ่านวิกฤติ COVID-19 ในปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังเน้นการบริหารงานด้วยจรรยาบรรณและหลักบรรษัทภิบาลที่ดี มีความโปร่งใส และได้รับการยอมรับอย่างสูงจากทั้งนักลงทุนและนักวิเคราะห์

 

รางวัล CFO ยอดเยี่ยม

            ความสามารถในการบริหารจัดการด้านการเงินของบริษัท ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในภาวะวิกฤต COVID-19 ในปีที่ผ่านมา มีการบริหารด้านการเงินและพิจารณาด้านความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ในขณะที่ยังคงเตรียมความพร้อมทั้งการลงทุนในระยะยาวเพื่อรักษาศักยภาพในการแข่งขัน ประกอบกับการเตรียมสภาพคล่องเพื่อรองรับความไม่แน่นอนที่อาจจะเกิด นอกจากนี้ ในการคำนึงและคงรักษาผลประโยชน์สูงสุดของนักลงทุนในทุกสถานการณ์

 

รางวัล IR ยอดเยี่ยม

            ด้วยหลักการทำงานของ IR AIS ที่สำคัญใน 4 ด้าน ได้แก่ “ถูกต้อง สม่ำเสมอ โปร่งใส เท่าเทียม”

ถูกต้อง – ให้ความสำคัญในเรื่องความถูกต้อง แม่นยำของข้อมูล ทั้งข้อมูลเกี่ยวกับอุตสาหกรรม และความรู้ทางด้านมาตรฐานบัญชีหรือการเงินที่มีความจำเป็นสำหรับนักลงทุนและนักวิเคราะห์

สม่ำเสมอ – ด้วยช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย รวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์ โดยเฉพาะการรักษาความสม่ำเสมอของการสื่อสารในสภาวะวิกฤตเช่นปีที่ผ่านมา

โปร่งใส – เน้นการให้ข้อมูลที่ครบถ้วนครบถ้วน โปร่งใส และเพียงพอสำหรับความเข้าใจของนักวิเคราะห์ และ
นักลงทุน เพื่อที่จะสามารถเข้าใจโอกาส และความเสี่ยงต่างๆ ที่มีต่อบริษัทในแต่ละสถานการณ์

เท่าเทียม – มีการเปิดเผยข้อมูลให้แก่ผู้ลงทุนอย่างเท่าเทียมในทุกช่องทาง เป็นไปตามจรรยาบรรณของ IR และกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

            “รางวัลนี้ ถือเป็นกำลังใจของพนักงานทุกคนทุกฝ่าย เราขอให้คำมั่นว่าจะเดินหน้าทำงานร่วมกับนักลงทุนทุกกลุ่ม เพื่อร่วมกอบกู้เศรษฐกิจ การลงทุนของประเทศไทย จากความมุ่งมั่นพัฒนาและบริหารจัดการองค์กรด้วยขีดความสามารถและยึดหลักธรรมาภิบาลในการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนดูแลลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างดีที่สุด ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ปกติหรือในภาวะวิกฤตใดก็ตาม” นายสมชัย กล่าวสรุป

 


เกี่ยวกับ
IAA Awards for Listed Companies

จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2552 โดยสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน ที่ได้รับความร่วมมือจากนักวิเคราะห์หลักทรัพย์และผู้จัดการกองทุน ในการเสนอชื่อและให้คะแนนแก่ผู้บริหาร ยอดเยี่ยมของบริษัทจดทะเบียน พิจารณาตามแนวทางที่สมาคมฯ กำหนด โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภทรางวัล คือ CEO ยอดเยี่ยม, CFO ยอดเยี่ยม และ IR ยอดเยี่ยม แบ่งออกเป็น 9 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ 1. เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร 2. ทรัพยากร 3. เทคโนโลยี 4. ธุรกิจการเงิน 5. บริการ 6. สินค้าอุตสาหกรรม 7. สินค้าอุปโภคบริโภค 8. อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง และ 9. ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ โดยเอไอเอส ได้รับการโหวต รวมทั้งสิ้น 11 ครั้ง (CEO ยอดเยี่ยม 5 ครั้ง, CFO ยอดเยี่ยม 3 ครั้ง, IR ยอดเยี่ยม 3 ครั้ง ในช่วงเวลา 6 ปี)

เกี่ยวกับ สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน

จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2533 โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ และมูลนิธิอาเซีย เป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไร จัดตั้งขึ้นเพื่อเสริมสร้างมาตรฐานของนักวิเคราะห์ หลักทรัพย์ รวมทั้งเป็นศูนย์กลางวิชาชีพด้านวิเคราะห์หลักทรัพย์ จากความร่วมมือของนักวิเคราะห์การลงทุนไทยผู้มีบทบาทในการพัฒนาศักยภาพและสร้างเครือข่ายสนับสนุนความก้าวหน้าให้แก่นักวิเคราะห์การลงทุนไทย ตลอดจนเป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญระดับแถวหน้าของประเทศ ได้รับความเชื่อถือทั้งด้านความรู้และจรรยาบรรณ 


เกี่ยวกับ
 AIS 

บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ผู้นำด้าน Digital Life Service Provider อันดับ 1 ที่มีคลื่นความถี่ในการให้บริการมากที่สุด
รวม 1420 MHz และมีจำนวนผู้ใช้งานมากที่สุดกว่า 41.4 ล้านเลขหมาย (ณ ธันวาคม 2563) พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยเทคโนโลยี 5G ที่ครบ 77 จังหวัดแล้วเป็นรายแรกผ่าน 3 สายธุรกิจ ได้แก่ โทรศัพท์เคลื่อนที่, อินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูงภายใต้แบรนด์ AIS Fibre และบริการดิจิทัล 5 ด้าน ได้แก่ วิดีโอ คลาวด์ ดิจิทัลเพย์เมนท์ อินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง (IoT) และบริการร่วมกับพาร์ทเนอร์ ตลอดจนขยายสู่กลุ่มธุรกิจใหม่ อาทิ  AIS eSports, AIS Insurance ทั้งหมดนี้ เพื่อสนับสนุนความแข็งแกร่งด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ ขยายขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรม และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยไปพร้อมกัน   

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-ais-3-iaa-awards-for-listed-companies-2020/