คลังเก็บป้ายกำกับ: Press_Release

[PR] 3 เทคโนโลยียกระดับอุตสาหกรรมค้าปลีกพร้อมสร้างประสบการณ์ลูกค้า โดยอะโดบี

ภายในปี 2565 อุตสาหกรรมค้าปลีกจะเป็นหนึ่งในห้าอุตสาหกรรมที่เติบโตรวดเร็วที่สุดทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และมีความเป็นไปได้อย่างมากว่าไอโอที (IoT) จะกลายมาเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะถูกนำมาใช้ขับเคลื่อนธุรกิจของผู้ค้าปลีกทั่วโลก อย่างไรก็ดีสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ค้าปลีกคือ การสรรหากลยุทธ์มาสร้างความน่าสนใจดึงดูดสายตาลูกค้าพร้อมกับรักษาฐานลูกค้าในเวลาที่ตลาดมีการแข่งขันสูงเช่นทุกวันนี้

โดยรายงาน ความสามารถในการเป็นผู้นำดิจิทัลในอุตสาหกรรมค้าปลีก จากอะโดบี ได้เผยให้เห็นประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ การลงทุนด้านเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสบการณ์ให้แก่ลูกค้าหน้าร้าน ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ โดยเริ่มจากการเปลี่ยนดีไซน์ร้านค้า ปรับพื้นที่ให้บริการเพื่อรองรับประสบการณ์ช้อปปิ้งให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า

เช่นเดียวกันกับรายงานอีกชิ้นจากอะโดบี หัวข้อ เทรนด์ดิจิทัลสำหรับอุตสาหกรรมค้าปลีก ที่ระบุว่า เพื่อจัดการปัญหาที่ผู้บริโภคพบเจอเวลาที่ไปช้อปปิ้ง ผู้ค้าปลีกจำเป็นต้องยกระดับประสบการณ์ลูกค้าให้ตรงตามความต้องการ โดยมีผู้ค้าปลีกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้นำ IoT มาใช้เพื่อบริหารจัดการช่องทางการให้บริการต่างๆ ตั้งแต่ จุดรับชำระค้าสินค้าและบริการ การศึกษาพฤติกรรมการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและลักษณะของผู้บริโภค

โดยอะโดบีได้เผยเทรนด์การนำ IoT เข้ามาใช้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกไว้ดังนี้

การต่อยอดประสบการณ์ลูกค้าด้วยเทคโนโลยีบีคอน (Beacon) และการทำตลาดให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย

Beacon คืออุปกรณ์บลูทูธขนาดเล็กที่ทำหน้าที่ระบุตำแหน่งและส่งข้อมูลแจ้งเตือนไปยังสมาร์ทโฟน เปิดตัวครั้งแรกโดยแอปเปิลในปี 2556 ซึ่งปัจจุบัน ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในเอเชียแปซิฟิก

โดยรายงานจาก Graphical Research ประจำปี 2561 ได้คาดการณ์มูลค่าการเติบโตของเทคโนโลยี Beacon ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ว่าอาจมีมูลค่าถึง 9 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2567 และจะเติบโตมากกว่า 100% ต่อปี ซึ่งปัจจัยหลักมาจากจำนวนการใช้งานโมบายล์ดีไวซ์ของประชากรในภูมิภาคที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ปีที่ผ่านมา Dan Murphy ร้านค้าปลีกสุราชื่อดังของประเทศออสเตรเลีย ได้ทดลองใช้เทคโนโลยี Beacon ในร้านที่ตั้งอยู่ในเมืองโกลด์โคสต์ โดยร้านค้าดังกล่าวได้รับการออกแบบเฉพาะเพื่อให้รองรับการทำงานของเทคโนโลยีดังกล่าว เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า ประหยัดเวลา และมอบประสบการณ์ซื้อสินค้าแบบครบวงจร โดย แอพพลิเคชั่นของ Dan Murphy จะช่วยให้ลูกค้าสามารถสั้งซื้อออนไลน์และได้รับการแจ้งเตือนเมื่อคำสั่งซื้อได้รับการยืนยันและสินค้าพร้อมส่ง นอกจากนั้นลูกค้าสามารถใช้แอพฯ แจ้งเตือนล่วงหน้าไปยังร้านค้าในวันที่จะไปรับของ หรือ กรณีที่ลูกค้าออนไลน์ตำแหน่งที่อยู่ปัจจุบันและอยู่ในรัศมี 400 เมตรของตำแหน่งร้านค้า แอพฯ จะค้นหาตำแหน่งอัตโนมัติและส่งแจ้งเตือนไปยังพนักงานให้เตรียมสินค้าให้พร้อมเนื่องจากลูกค้ากำลังเดินทางเข้ามารับสินค้าแล้ว

ขณะนี้บริการดังกล่าวได้ถูกนำไปให้บริการในร้านค้าเพิ่มเติมอีก 4 แห่งทั่วประเทศออสเตรเลีย

เทคโนโลยี RFID เพิ่มความสะดวกสบายในการชำระสินค้า

เมื่อปีที่แล้ว Panasonic ร่วมกับ Trial Company เปิดตัวโซลูชั่นชำระเงินอัตโนมัติด้วยเทคโนโลยี RFID เป็นรายแรกของอุตสาหกรรมค้าปลีกที่เปิดให้ลูกค้าในประเทศญี่ปุ่นสามารถชำระค่าสินค้าได้เพียงเดินผ่านจุดชำระเงิน โดย Trial ได้นำเทคโนโลยี RFID มาฝังบนแท็กเพื่อระบุรหัสสินค้าซึ่งระบบดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการคลังสินค้าและจุดรับชำระเงินหน้าร้าน

ในร้านทดลอง “Trial Lab” ได้นำฉลากอัจฉริยะที่ติดแท็ก RFID มาใช้แทนบาร์โค้ด UPC แท็ก RFID เป็นบาร์โค้ดอัจฉริยะที่สามารถเชื่อมต่อข้อมูลกับระบบเครือข่ายเพื่อติดตามสินค้าทุกชิ้นที่ใส่ไว้ในรถเข็นทำให้ลูกค้าสามารถชำระเงินอัตโนมัติเพียงเดินผ่านจุดรับชำระเงิน

จะเห็นได้ว่า ความพยายามในการพัฒนาเทคโนโลยี IoT อย่างต่อเนื่อง จะทำให้ร้านค้าอัจฉริยะสามารถเกิดขึ้นจริงได้ในอนาคตอันใกล้ ร้านค้าอัจฉริยะจะรวมเทคโนโลยี RFID การจดจำใบหน้าและการจดจำรูปภาพเพื่อบันทึกและติดตามประวัติการใช้บริการร้านค้า กล้องที่ติดตั้งทั่วร้านค้าจะบันทึกอากัปกิริยาของลูกค้าและแผนที่เพื่อแสดงความถี่ของจุดที่ลูกค้าซื้อสินค้าประจำและความต้องการซื้อสินค้าของลูกค้าในแต่ละพื้นที่ไว้ ซึ่งเทคโนโลยีต่างๆ เหล่านี้จะช่วยให้การจัดการสินค้าในสโตร์ การแสดงผลสินค้าคงคลัง และการบริหารจัดการสินค้าหน้าร้าน ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

JD.com ร้านค้าอีคอมเมิร์ซของจีนเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่เปิดตัวร้านสะดวกซื้ออัจฉริยะแห่งแรกในกรุงปักกิ่งในเดือนตุลาคม 2560 ซึ่งปัจจุบัน มีร้านค้าลักษณะดังกล่าวเปิดดำเนินการกว่า 20 แห่งทั่วประเทศจีน และขณะนี้มีร้านค้าอัจฉริยะหนึ่งร้านที่เปิดให้บริการที่ประเทศอินโดนีเซีย

ระบบ ERP เชื่อมต่อออนไลน์และออฟไลน์ได้อย่างราบรื่น

สำหรับผู้ค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์และเครื่องใช้ไฟฟ้าสัญชาติอินเดีย Tata CLiQ ที่นำระบบ ERP มาใช้การทำงานของระบบออนไลน์และออฟไลน์ของร้านค้า นับเป็นกลยุทธ์ออมนิชาแนลที่ดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ระบบ ERP เป็นระบบการจัดการและวางแผนการใช้ทรัพยากรต่างๆ ขององค์กรที่ทำงานบนคลาวด์ซึ่งจะรวมเอาขั้นตอนการดำเนินธุรกิจขององค์กรไว้ และสามารถบริหารจัดการได้แบบเรียลไทม์ มีให้บริการทั้งในรูปแบบของซอฟต์แวร์และโซลูชั่น

Niranjan Sane หัวหน้าฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ของ Tata CLiQ กล่าวว่า การบริหารจัดการสินค้าในสโตร์คือหนึ่งในความท้าทายของร้านค้าปลีก พร้อมกับยกตัวอย่าง การเพิ่มประสบการณ์ช้อปปิ้งที่ยอดเยี่ยมแก่ลูกค้าด้วยระบบ ERP เช่น เพิ่มความสะดวกสบายในการเรียกดูสินค้าออนไลน์/ไปดูที่หน้าร้าน หรือ ซื้อสินค้าผ่านออนไลน์แต่เลือกรับสินค้าหน้าร้าน และกำหนดให้ระบบจัดส่งสินค้าจากร้านค้าที่ใกล้ที่สุด โดยโซลูชั่นที่ดังกล่าวจะรองรับการเชื่อมต่อระบบ ERP และ POS ของร้านค้า สามารถบันทึกและแสดงผลข้อมูลแบบเรียลไทม์ได้ นอกจากนี้การติดแท็กให้กับสินค้าเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้การค้นหาสินค้าจากสโตร์และส่งข้อมูลไปยังระบบ POS ทำได้สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยการนำ IoT มาใช้จะช่วยลดความยุ่งยากในการติดตามสินค้าในสโตร์ แม้จะค้นหาสินค้าเพียงแค่ชิ้นเดียวก็สามารถทำได้

จากที่กล่าวมาข้างต้น แทบไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไมผู้ค้าปลีกจึงควรให้ความสนใจกับการนำ IoT มาต่อยอดธุรกิจ เพราะอนาคต IoT จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการดำเนินธุรกิจพร้อมกับพลิกโฉมอุตสาหกรรมค้าปลีกในเวลาเดียวกัน

เกี่ยวกับอะโดบี

อะโดบีเปลี่ยนโลกผ่านประสบการณ์ด้านดิจิทัล
รายละเอียดเพิ่มเติม www.adobe.com/sea

ติดตามอะโดบีผ่านเฟสบุ๊กที่ https://www.facebook.com/AdobeSEA/

from:https://www.techtalkthai.com/3-iot-trends-for-retailers-by-adobe/

โฆษณา

[PR]หัวเว่ย คิกออฟโครงการทดสอบ 5G Testbed จัดสัมมนาฝึกอบรมความเป็นผู้นำทางธุรกิจ เตรียมความพร้อมภาครัฐและเอกชนไทย

กรุงเทพฯ/ 28 มกราคม 2562 – หัวเว่ย ผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โชว์ความพร้อมการทดสอบเทคโนโลยี 5G เตรียมเปิดการทดสอบการใช้งาน (Testbed) ของหัวเว่ย ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ศกนี้ ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เป็นแห่งแรกในภูมิภาค พร้อมผนึกกำลังร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) จัดสัมมนาฝึกอบรม “Embracing 5G: Business Leadership Training” เตรียมความพร้อมภาคธุรกิจ ดึงหน่วยงานผู้มีอำนาจในการกำหนดนโยบาย ผู้เชี่ยวชาญและผู้ประกอบการจากภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมต่าง ๆ ร่วมเปิดตัวการทดสอบการใช้งาน 5G อย่างเป็นทางการ

ตลอดช่วง 3 วันของงานสัมมนา หัวเว่ยจะพูดถึงข้อได้เปรียบของระบบนิเวศของ 5G พร้อมทั้งให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับการทดสอบการใช้งาน 5G ที่อำเภอศรีราชา ซึ่งจะประกอบไปด้วยการแสดงนวัตกรรมเทคโนโลยี AR/VR แบบ 360 องศา (360 AR/VR), การขับขี่แบบควบคุมระยะไกล (Remote Driving), วิดีโอมัลติ-เอชดี (Multi-HD VDO) และรถบัสอัจฉริยะ (Smart Bus) นอกจากนี้ ยังมีผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศที่จะมาร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับนวัตกรรมและแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ที่ขับเคลื่อนผ่านเทคโนโลยี 5G แนวโน้มในอุตสาหกรรม ตัวอย่างการใช้งานเชิงธุรกิจ ตลอดจนเทคโนโลยีหลักอื่น ๆ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงแรกของการใช้งาน 5G ในประเทศ และช่วยพลิกโฉมกลยุทธ์ต่าง ๆ ขององค์กร

หัวเว่ย ยังคงเดินหน้าลงทุนในประเทศไทยด้วยการพัฒนาสนามทดสอบ 5G ให้สอดคล้องตามลักษณะการใช้งานจริง ด้วยงบประมาณราว 160 ล้านบาท (5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) สนามทดสอบแห่งนี้ได้รับการออกแบบเพื่อใช้เป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ โดยมีผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยคอยให้คำปรึกษาแนะนำ พร้อมนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่จะช่วยให้เกิดการเชื่อมโยงโครงข่ายมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเปิดประตูสู่การพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคตด้วยโมเดลธุรกิจที่ผ่านการพิสูจน์แล้วด้วย พันธมิตรในอุตสาหกรรมและบรรดาสตาร์ทอัพยังสามารถทดสอบและเร่งผลักดันการสร้างนวัตกรรมต่าง ๆ อันจะนำไปสู่การเติบโตทางธุรกิจที่ยั่งยืนต่อไปในอนาคต

หัวเว่ยเข้ามาร่วมมืออย่างแข็งขันในโครงการ “สนามทดสอบ 5G” หรือ 5G Testbed ของกระทรวงดิจิทัลฯ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตศรีราชา ให้ใช้พื้นที่ของมหาวิทยาลัยเป็นสถานที่ทดสอบ โดย กสทช. จะจัดสรรคลื่น 5G พร้อมด้วยผู้ให้บริการระบบสื่อสารและอินเทอร์เน็ตทุกรายเข้ามาร่วม” ดร. พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าว พร้อมเสริมว่า “การส่งเสริมการใช้งาน 5G ให้เติบโตต้องอาศัยอีโคซิสเต็มที่แข็งแกร่ง หัวเว่ยและกระทรวงดิจิทัลฯ จึงร่วมกันจัดงานสัมมนาฝึกอบรม 3 วันนี้ขึ้นมา เพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกและประโยชน์อันมากมายของ 5G ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยให้เติบโตก้าวหน้ายิ่งขึ้น”

มร. เจมส์ อู๋ ประธานบริหาร หัวเว่ย ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “หัวเว่ยจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มกำลังและร่วมมือกับพันธมิตรของเรา เพื่อสร้างความสำเร็จให้กับนวัตกรรม 5G ก่อนแนะนำออกสู่ตลาดอย่างเป็นทางการ คาดว่าเทคโนโลยีนี้จะเป็นแกนหลักสำคัญในการเชื่อมต่ออุปกรณ์นับพันล้านชิ้นเข้าด้วยกัน ซึ่งจะทำให้เกิดการใช้ IoT, AI, เครือข่ายคลาวด์ และนวัตกรรมอื่น ๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อันจะช่วยขับเคลื่อนความมุ่งหวังของรัฐบาลไทยให้ก้าวสู่ยุคดิจิทัลได้เร็วขึ้น และกลายเป็นดิจิทัลฮับของภูมิภาคในอนาคตได้อย่างแน่นอน เราเชื่อว่าเทคโนโลยี 5G จะเชื่อมโยงทุกคนเข้าด้วยกัน จึงนับเป็นความภาคภูมิใจที่เราได้มีส่วนร่วมในการทดสอบการใช้งานนี้และนำเสนออุปกรณ์ 5G ให้กับพันธมิตรในประเทศไทยของเรา

เทคโนโลยี 5G จะปูทางไปสู่บริการและแอพพลิเคชั่นใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็น แอพพลิเคชั่นสุขภาพที่มี AI เป็นผู้ช่วย (AI-assisted Health), ระบบการผลิตอัจฉริยะ, เมืองอัจฉริยะ, การศึกษา ฯลฯ ปัจจุบัน หัวเว่ยได้ลงนามในสัญญา 5G เชิงพาณิชย์แล้วกว่า 30 ฉบับ ทำให้บริษัทเป็นผู้นำอันดับหนึ่งของวงการที่มีสัญญา 5G เชิงพาณิชย์มากที่สุด และได้ส่งมอบสถานีฐานไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกกว่า 25,000 ชุด หัวเว่ยจะยังคงศึกษาความต้องการของไทยอย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมทั้งแสวงหาแนวทางที่เหมาะสมเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวไปสู่ยุคแห่งการทรานสฟอร์มด้านดิจิทัล พร้อมให้คำมั่นที่จะสนับสนุนทางด้านเทคโนโลยีแก่ภาคธุรกิจของไทย ซึ่งกำลังจะได้ใช้เครือข่าย 5G ตลอดจนทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รวมไปถึงสถาบันการศึกษาเพื่อส่งเสริมการพัฒนาผู้มีความสามารถที่จะเป็นกำลังสำคัญต่อไปในอนาคต

เกี่ยวกับหัวเว่ย

หัวเว่ย ผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและสมาร์ทดีไวซ์ ด้วยโซลูชั่นที่ผสมผสานในสี่กลุ่มหลัก คือ เครือข่ายโทรคมนาคมไอทีสมาร์ทดีไวซ์ และบริการคลาวด์ บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสู่การใช้งานทุกระดับเพื่อทุกผู้คน ทุกครัวเรือน และทุกองค์กร เพื่อขับเคลื่อนโลกอัจฉริยะที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างเต็มรูปแบบ ผลิตภัณฑ์ โซลูชั่นและบริการที่ครบวงจรของหัวเว่ยเปี่ยมด้วยศักยภาพด้านการแข่งขันและเชื่อถือได้ จากการทำงานร่วมกับพันธมิตรในระบบนิเวศแบบเปิด หัวเว่ยสามารถสร้างมูลค่าระยะยาวให้กับลูกค้า เสริมสมรรถนะของผู้คน ช่วยให้การใช้ชีวิตที่บ้านมีความสะดวกสบาย และสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดนวัตกรรมในองค์กรทุกรูปแบบและทุกขนาด นวัตกรรมของหัวเว่ยเน้นตอบสนองตามความต้องการของลูกค้า เราทุ่มงบประมาณจำนวนมหาศาล

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของหัวเว่ย ได้ที่ www.huawei.com

ติดตามเราได้ที่

http://www.linkedin.com/company/Huawei

http://www.twitter.com/Huawei

http://www.facebook.com/Huawei

http://www.google.com/+Huawei

http://www.youtube.com/Huawei

from:https://www.techtalkthai.com/huawei-open-5g-testbed-program-in-thailand/

ASUS ได้รับรางวัล CES 2019 Innovation Awards ในกลุ่ม gaming และ Computer Peripherals

ROG Strix XG438Q

ASUS ได้รับรางวัล CES 2019 Innovation Awards เพิ่มอีก 2 รุ่น คือ ZenBeam LED Portable Projector S2 ในกลุ่ม Computer Peripherals และ ROG Strix Gaming Monitor (XG438Q) ในกลุ่ม gaming จากการออกแบบและนวัตกรรมที่โดดเด่น ซึ่งมีคณะกรรมการที่ได้รับการคัดเลือกจากหลายสาขาอาชีพ ได้แก่ นักออกแบบ วิศกร และตัวแทนจากสื่อสารมวลชนด้านเทคโนโลยี โดยมีการให้คะแนนจากการออกแบบ การใช้งาน ความดึงดูดใจ วิศวกรรม และความสามารถในการแข่งขัน

ASUS ZenBeam Projector S2 มีขนาดเพียง 4.72” x 4.72” x 1.38” และมีน้ำหนักเพียง 0.99 ปอนด์ ทำให้เป็นโปรเจ็คเตอร์ที่มีความล่องตัวสูงและน้ำหนักเบา มีประสิทธิภาพความสว่างสูงสุด 500 ลูเมนและความละเอียด 720p แต่ความท้าทายที่สำคัญของทีมวิศวกรรมของ ASUS คือ การระบายความร้อนออกจากภายนในให้เร็วที่สุดและไม่มีเสียงรบกวนในขณะที่เครื่องทำงานอยู่ในสภาวะfull load นอกจากนี้ ZenBeam Projector S2 ยังมีแบตเตอรี่ขนาด 6000 mAh ในตัว สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ 3.5 ชั่วโมงและยังใช้เป็นแบตสำรองได้ด้วย และเทคโนโลยี DLP ทำให้สามารถแสดงผลภาพด้วยสีที่สดใสที่ขนาดใหญ่ถึง 80 นิ้ว ในระยะห่างไม่เกิน 2 เมตร นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็น USB Type-C™, HDMI หรือการเชื่อมต่อมิเรอร์แบบไร้สาย และปรับแต่งคุณภาพเสียงด้วยเทคโนโลยี SonicMaster

ROG Strix XG438Q เป็นจอเกมใหม่ขนาด 43 นิ้ว ที่จะมาเปิดประสบการณ์การเล่นเกมในอีกระดับด้วยความละเอียด 4K ที่อัตรารีเฟรชเรต 120 Hz และเทคโนโลยี HDR FreeSync 2 ที่จะช่วยลดการฉีกขาดและการกระตุกของภาพ ซึ่งสร้างความได้เปรียบอย่างมากในการเล่นเกม

FreeSync 2 HDR ที่ทำให้การเล่นเกมสมูทและลื่นไหลกว่าโดยใช้คุณสมบัติที่เรียกว่าการชดเชยอัตราเฟรมเรทต่ำ ซึ่งจะมีอัลกอริทึมที่เรียกว่า LFC ตรวจสอบประสิทธิภาพและแทรกเฟรมเพื่อรักษาการเคลื่อนไหวของภาพให้มีความสมบูรณ์ที่สุด ซึ่งจะเห็นการทำงานของ LFC ได้อย่างชัดเจนในความละเอียดระดับ 4K

แต่เดิมการหน่วงของสัญญาณระหว่างอินพุตเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับจอส่วนใหญ่ที่ต้องแสดงผลภาพในอัตราเฟรมเรทที่สูง เอซุสจึงมีการพัฒนาเทคโนโลยี GameFast Input เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว และทำให้หน้าจอตอบสนองได้เร็วขึ้น ทำให้เหล่าเกมเมอร์สามารถเห็นและตอบสนองได้เร็วกว่าคู่แข่ง นอกจากนี้ ROG Strix XG438Q ยังมีฟังก์ชัน HDR ซึ่งสามารถประมวลผลได้โดยตรงสู่หน้าจอ โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการ Mapping ที่จะทำให้การประมวลผลภาพหน่วงลง และอีกหนึ่งเทคโนโลยีพิเศษจาก Asus อย่าง GamePlus ที่ช่วยให้คุณเล่นเกมได้สนุกมากขึ้น เช่น ระบบเป้ายิง, ระบบช่วยระบุตำแหน่งของคู่แข่งด้วยเสียง, การตรวจสอบอัตราเฟรมเรต, และเครื่องมือในการช่วยตั้งค่าสำหรับการเชื่อมต่อหลายหน้าจอ

XG438Q ได้ผ่านมาตรฐาน VESA DisplayHDR 600 พร้อมการประมวลผลภาพ 10 บิตและความสว่างสูงสุด 600 cd/m² และผ่านการรับรองการถนอมสายตาจาก TÜV Rheinland ทำให้มั่นใจได้ว่ามีการปล่อยแสงสีน้ำเงินต่ำและปราศจากการสั่นไหวของภาพ นอกจากนี้ XG438Q ยังมาพร้อมกับพอร์ต HDMI 2.0 จำนวน 3 ช่อง และ Display port 1 ช่อง พร้อม รองรับทั้งคอมพิวเตอร์และเครื่องเกมคอนโซล และลำโพงขนาด 10W ที่ให้เสียงที่มีคุณภาพสูง

ติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นได้ที่
www.asus.com/th/News
www.facebook.com/ASUSTHAILAND
www.facebook.com/ASUSROG.TH


from:http://feedproxy.google.com/~r/zolkorn/~3/JuA5V2PeCHw/

Asus เปิดตัวนวัตกรรมเพื่อการเล่นเกมและการใช้งานขั้นสูงในงาน CES 2019

ProArt PA32UCX

ในงาน CES 2019 ณ ลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ASUS ได้มีการนำนวัตกรรมใหม่ๆมาร่วมโชว์ในงาน ซึ่งมีหลายผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานและสื่อมวลชน เช่น เมนบอร์ด ASUS Prime X-299 Deluxe II, จอภาพ ProArt PA34VC และ ProArt PA329C, มอนิเตอร์ขนาดพกพา ZenScreen GO MB16AHP, โปรเจคเตอร์ ZenBeam S2 และ F1 LED Projector, Mini PC PN30 และ PB50 ที่เป็น Mini PC เครื่องแรกที่ติดตั้งโปรเซสเซอร์ AMD, เวิร์กสเตชัน E900 G4, AiMesh Router AX6100 (RT-AX92U 2 แพ็ค), ASUS Lyra Voice และอีกมากมาย และยังมีการเปิดตัว TUF Gaming ในกลุ่ม Gaming peripheral 3 รุ่นพร้อมกัน นั่นคือคีย์บอร์ด TUF Gaming K7, แผ่นรองเมาส์ TUF Gaming P3 และกระเป๋าเป้ TUF Gaming BP2700 ซึ่งมีผลติภัณฑ์ที่น่าสนใจดังนี้

ASUS เปิดตัว ProArt PA32UCX จอภาพขนาด 32 นิ้ว 4K ตัวแรกของโลกที่มี Mini LED backlighting ขนาดเล็กและสามารถทำ local dimming ได้มากกว่า 1000 โซน ด้วยระบบสี 10 บิตครอบคลุมพื้นที่สี DCI-P3 มากถึง 97% และพอร์ต I/O ที่หลากหลายรวมถึง dual ThunderBolt™ 3, DisplayPort และพอร์ต HDMI 2.0 จำนวน 3 พอร์ต จึงเป็นจอที่เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการประสิทธิภาพการแสดงผลที่ยอดเยี่ยมและความแม่นยำของสี

ASUS Mini PC ProArt PA90 มีโปรเซสเซอร์ Intel Core ™ i9 และ Core i7 processors*, กราฟิก NVIDIA Quadro และการสนับสนุนสำหรับ Intel Optane Technology ที่ช่วยเร่งความเร็วในการอ่านข้อมูลของระบบ จึงเป็นนิยามใหม่ของเวิร์คสเตชั่นระดับมืออาชีพที่มีการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างประสิทธิภาพอันทรงพลัง การทำงานที่เงียบ และการออกแบบที่กะทัดรัด

ในส่วนของผลิตภัณฑ์กลุ่ม Network ASUS มุ่งเน้นที่การออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับมาตรฐาน Wi-Fi6 (802.11ax) เพื่อมอบประสิทธิภาพการทำงานร่วมกับอุปกรณ์หลายเครื่องพร้อมกันและการเชื่อมต่อที่เสถียร ซึ่งในงาน CES 2019 ASUS ได้เปิดตัว RT-AX58U ที่รองรับมาตรฐาน WiFi6 2×2 dual-band ที่มีแบนด์วิดธ์ 160MHz และ 1024-QAM เป็น Gigabit Wi-Fi ที่มีความเร็วสูงสุดถึง 3000Mbps ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี OFDMA และเทคโนโลยี MU-MIMO ทำให้มีประสิทธิภาพ Wi-Fi ที่เร็วและเสถียร RT-AX58U รองรับการใช้งาน AiMesh ดังนั้นคุณสามารถใช้ RT-AX58U สร้างระบบโครงข่าย Wi-Fi ภายในบ้านของคุณ หรือใช้ร่วมกับเราเตอร์ AiMesh ที่มีอยู่แล้วก็ได้ นอกจากนี้ยังมี AiProtection Pro โดย Trend Micro™ ที่เป็นซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์ที่ช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับเครือข่ายของคุณและอุปกรณ์ทั้งหมดที่เชื่อมต่อในเครือข่าย ที่สำคัญคือสามารถอัปเดตได้ตลอดอายุการใช้

TUF Gaming ออกแบบมาสำหรับนักเล่นเกมที่ต้องการความเสถียรและประสิทธิภาพในราคาที่จับต้องได้ง่ายขึ้น ซึ่งจุดเด่นของ TUF Gaming คือความทนทาน ที่ได้สร้างชื่อเสียงมาแล้วในกลุ่มเมนบอร์ด ที่ผ่านมา TUF Gaming ได้ขยายไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับเกมมากขึ้นอย่าง TUF Gaming M5, TUF Gaming P3 mouse pad, TUF Gaming K5 keyboard, TUF Gaming H5 headset, TUF Gaming GT501 case and TUF Gaming FX10CP desktop ซึ่งในงาน CES 2019 TUF Gaming ก็ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ คีย์บอร์ด TUF Gaming K7 เป็นคีย์บอร์ดแรกที่ใช้สวิตช์แบบ optical – mech ทำให้มีการตอบสนองได้เร็วขึ้น TUF Gaming K7 ใช้แผ่นด้านบนทำจากอลูมิเนียม5052 ทำให้มีความทนทานเป็นพิเศษ นอกจากนี้แป้นพิมพ์ยังมีมาตรฐานการกันน้ำระดับ IP56 ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดสำหรับแป้นพิมพ์ในปัจจุบัน
TUF Gaming P3 เป็นแผ่นรองเม้าส์ที่ทนทานพร้อมพื้นผิวผ้าที่ปรับให้เหมาะกับการเล่นเกมเพื่อการควบคุมที่แม่นยำและตอบสนองได้รวดเร็ว ปิดท้ายด้วยการเย็บขอบเพื่อและมียางกันลื่นด้านล่าง

*รุ่นของหน่วยประมวลผลอาจแตกต่างกันในบางประเทศ กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายหรือเจ้าหน้าที่เอซุสในประเทศนั้น ๆ

ติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นได้ที่
www.asus.com/th/News
www.facebook.com/ASUSTHAILAND
www.facebook.com/ASUSROG.TH


from:http://feedproxy.google.com/~r/zolkorn/~3/n4OLn8he1zM/

Elgato เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในงาน CES 2019 ร่วมผลักดันนักพัฒนาคอนเทนท์

Elgato CES

แนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ Elgato Key Light, Screen Link, Stream Deck SDK และ Thunderbolt 3™ Pro dock CES2019, Las Vegas, NV, วันที่ 7 มกราคม 2019 – Elgato ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์สำหรับนักพัฒนาคอนเทนท์ วันนี้ได้เปิดตัวคาราวานผลิตภัณฑ์เพื่อเอาใจสตีมเมอร์ ได้แก่ Elgato Key Light, Screen Link, Stream Deck SDK และ Thunderbolt 3™ Pro Dock รวมกันเป็นประวัติการ กับงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของบริษัทฯ ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์เพื่อการเชื่อมต่ออุปกรณ์พกพาล่าสุด ไปจนถึงเทคโนโลยีสตรีมมิ่งผ่านอุปกรณ์โมบาย ตลอดจนเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงซอฟต์แวร์ Elgato วันนี้ได้ทำให้งานอย่างการถ่ายทอดสดวีดีโอคุณภาพสูงระดับมืออาชีพเป็นเรื่องง่ายกว่าที่เคยเป็นมา

Elgato Key Light เป็นอุปกรณ์ชิ้นแรกที่จะได้กล่าวถึง Key Light เป็นแผงไฟ LED ที่พัฒนามาสำหรับนักสร้างคอนเทนท์ยุคใหม่โดยเฉพาะ โดย Key Light นั้นสามารถหนีบติดตั้งเข้ากับโต๊ะทำงานของคุณในขณะที่จะช่วยเพิ่มแสงสว่าง สร้างบรรยากาศแสงไฟแบบมืออาชีพได้อย่างง่ายดาย โดยกินพื้นที่เพียงแค่เศษเสี้ยวหนึ่งของชุดโคมไฟสตูดิโอ หรือกล่องไฟแบบดั้งเดิม Key Light นั้นสามารถเชื่อมต่อและควบคุมแสงสว่าง และโทนสีได้ผ่านการเชื่อมต่อไร้สาย สั่งการผ่านเครื่องพีซี หรือแมค ด้วยซอฟต์แวร์คอนโทรลเซ็นเตอร์ หรือกดผ่านปุ่ม Stream Deck โดย Key Light นั้นสร้างขึ้นจากหลอด LED คุณภาพระดับพรีเมียมจาก OSRAM 80 ตัว และให้แสงสว่าง 2500 ลูเมน และไม่ก่อให้เกิดความร้อนในระหว่างการใช้งาน

Elgato Screen Link เป็นแอพใหม่สำหรับอุปกรณ์ iOS ที่จะช่วยให้นักสร้างคอนเทนท์สามารถแชร์หน้าจอเกมหรือกล้องบนอุปกรณ์ได้อย่างง่ายดาย Screen Link ใช้เทคโนโลยีไร้สายในการส่งสัญญาณภาพจากหน้าจอ หรือกล้องของอุปกรณ์ iOS ไปยังคอมพิวเตอร์ เพื่อการบันทึก หรือทำการถ่ายทอดสดได้ด้วยเพียงการแตะสัมผัสหน้าจอเพียงสองครั้ง Screen Link นั้นช่วยทำให้การเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์พกพากับสตูดิโอแบบเดสก์ท็อปเป็นไปได้อย่างง่ายดาย ด้วยความสามารถในการเชื่อมต่อกับแอพยอดนิยมอย่าง OBS Studio และ Streamlabs OBS ไม่ว่าคุณจะถ่ายทอดสดการเล่นเกมบนอุปกรณ์มือถือ หรือถ่ายทอดประสบการณ์แบบ full AR บนแอพมือถือ หรือจะใช้โทรศัพท์เป็นกล้องไร้สายเพื่อให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวมากกว่าที่เคย วันนี้ Screen Link นั้นพร้อมให้ดาวน์โหลดฟรีแล้ว และสามารถสตรีมภาพได้สูงสุด 50 นาทีต่อเซสชั่น และมีออพชั่นให้อัพเกรดเป็นแบบไม่จำกัดฟังก์ชั่นด้วยการจ่ายเงินซื้อเพียงครั้งเดียวด้วยราคา 9.99 USD ในเร็ว ๆ วันนี้

ตั้งแต่การเปิดตัว Elgato Stream Deck ในช่วงเดือนพฤษภาคมปี 2017 ที่ผ่านมา วันนี้ SDK ที่จะทำให้ Elgato Stream Deck ทำงานได้อย่างเต็มพลังที่ทุกคนต่างรอคอย ได้เปิดตัวแล้ว โดย Elgato ได้มุ่งมั่นที่จะพัฒนาและเพิ่มจำนวนแอพ และแพลทฟอร์มที่มีเพิ่มขึ้นในทุกวันลงไปในซอฟต์แวร์ แต่อย่างไรก็ดี การที่มี SDK ของ Stream Deck เปิดตัวออกมาในวันนี้ เป็นการเปิดโอกาสให้เกิดการพัฒนาและการเชื่อมต่อที่ไม่มีที่สิ้นสุด โดย SDK นี้จะเป็นส่วนหนึ่งอยู่ใน Stream Deck 4.0 free update ทำให้ทุกคนสามารถสร้างสรรค์คำสั่งต่างๆ ให้ Stream Deck และ Stream Deck Mini ได้เกินความคาดหมายของวงการ โดย Elgato ภูมิใจเสนอ เปิดตัว Stream Deck SDK ร่วมกับพาร์ทเนอร์ 5 ได้แก่ NewBlueFX, Voicemod, StreamElements, Soundflow และ vMix โดยผู้ใช้ทุกคนสามารถดาวน์โหลดปลักอินที่พัฒนาโดยพาร์ทเนอร์เหล่านี้ได้แล้วนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และยังมีพาร์ทเนอร์อีกหลายเจ้า ที่กำลังเร่งพัฒนาอยู่

Elgato Thunderbolt 3 Pro Dock จะทำให้คุณได้ใช้ศักยภาพของพอร์ท Thunderbolt 3 บนเครื่องแมค หรือพีซีของคุณได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยทำให้คุณสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้งหมดของคุณอย่างเต็มกำลังได้พร้อมๆ กัน ด้วยสายเคเบิลเพียงเส้นเดียว ด้วยอัตราการรับส่งข้อมูลเร็วสุด 40Gb/s Thunderbolt 3 Pro Dock นั้นมาพร้อมกับพอร์ท USB 3.1 Gen 2 Type C จำนวน 2 พอร์ท USB3.1 Gen 1 Type A จำนวนอีก 2 พอร์ท Thunderbolt 3 อีก 3 พอร์ท และ DisplayPort 1.2 รวมไปถึง Gigabit Ethernet, 3.5mm headset และยังมีการ์ดรีดเดอร์สำหรับ SD/micro SD ที่ตอบสนองความต้องการต่อนักสร้างคอนเทนท์ที่ใช้กล้องเป็นหลัก ไม่ว่าจะใช้งานเพื่อสร้างผลงานสร้างสรรค์ หรือจะใช้เพื่องานเกมมิ่ง Elgato Thunderbolt 3 Pro Dock นั้นก็พร้อมที่จะเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้งหมดของคุณได้ด้วยสายเพียงเส้นเดียว

การจัดจำหน่าย การรับประกัน และราคา
Elgato Key Light และ Elgato Thunderbolt 3 Pro Dock มีวางจำหน่ายแล้วผ่านทางตัวแทนจำหน่ายและตัวแทนกระจายสินค้าของ Elgato ทั่วโลก Elgato Screen Link มีวางจำหน่ายแล้ววันนี้ผ่านทาง Apple App Store ส่วน Elgato Stream Deck SDK นั้นมีพร้อมให้ใช้งานผ่านอัพเดตฟรีของ Elgato Stream Deck 4.0
Elgato Key Light และ Elgato Thunderbolt 3 Pro Dock มาพร้อมกับการรับประกันสองปีเต็มพร้อมบริการสนับสนุนด้านเทคนิคและบริการหลังการขายผ่านทางเครือข่ายของ CORSAIR & Elgato ทั่วโลก
สำหรับราคาและผลิตภัณฑ์ล่าสุด กรุณาเข้าชมเว็บไซต์ของ Elgato หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ขายหรือพีอาร์ประจำภูมิภาคของท่าน

หน้าเว็บ
Elgato Key Light
https://elgato.com/key-light
Elgato Screen Link
https://elgato.com/screen-link
Elgato Stream Deck SDK
https://developer.elgato.com/documentation/stream-deck/sdk/overview/
Elgato Thunderbolt 3 Pro Dock
https://www.elgato.com/thunderbolt-3-pro-dock

วีดีโอเปิดตัว Elgato Key Light
https://brandfolder.com/s/pjw4zf-856od4-483hcd

ภาพถ่ายผลิตภัณฑ์
ภาพความละเอียดสูงของ Elgato Key Light สามารถเข้าชมได้จากลิงค์ด้านล่างนี้
https://brandfolder.com/elgato-key-light
ภาพความละเอียดสูงของ Elgato Screen Link สามารถเข้าชมได้จากลิงค์ด้านล่างนี้
https://brandfolder.com/elgato-screen-link
ภาพความละเอียดสูงของ Elgato Thunderbolt 3 Pro Dock สามารถเข้าชมได้จากลิงค์ด้านล่างนี้
https://brandfolder.com/elgato-thunderbolt-3-pro-dock

เกี่ยวกับ CORSAIR
CORSAIR ก่อตั้งในปี 1994 เริ่มจากการเป็นผู้ผลิตDRAMสมรรถนะสูง และก้าวเข้ามาสู่ตลาดอุปกรณ์ PC ประสิทธิภาพสูง CORSAIR มีผลิตภัณฑ์มากมายสำหรับกลุ่ม gamer, enthusiasts และนักกีฬา e-sports ได้แก่ คีย์บอร์ด mechanical, แผ่นรองเมาส์เกมมิ่งความแม่นยำสูง, หูฟังไร้สาย, อุปกรณ์และชิ้นส่วนประสิทธิภาพสูง เพื่อใช้ประกอบชุดคอมพิวเตอร์ระดับเทพสำหรับเกมเมอร์ และ CORSAIR ONE fully-integrated gaming PC ด้วยความมุ่งมั่นในการออกแบบ นวัตกรรม ฟีเจอร์ สู่ความเป็นเลิศทางด้านคุณภาพและประสิทธิภาพที่สูง ผลิตภัณฑ์ จาก CORSAIR ได้รับรางวัลจากสื่อต่างๆมากมาย เป็นที่ชื่นชอบของเกมเมอร์ ทุกผลิตภัณฑ์ของ CORSAIR ถูกพัฒนาโดยทีมที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมภายใต้สิ่งที่เขาเหล่านั้นต้องการใช้งานเช่นกัน

ในปี 2018 CORSAIR ควบกิจการ Elgato ผู้นำฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์สำหรับ content creator ด้วยประสบการณ์นับทศวรรษในเทคโนโลยี video, Elgato มีผลิตภัณฑ์ premium capture card, studio controller และ accessories ที่ให้ผู้ใช้งานได้สร้างสรรค์ content สำหรับผู้ชมทั่วโลกบน Twitch, YouTube, Mixer และ Facebook ทั้ง CORSAIR และ Elgato มีผลิตภัณฑ์ที่ล้ำสมัยและตอบโจทย์สำหรับ gamer และ content creator อย่างแท้จริง

สงวนสิทธิ์ © 2018 CORSAIR Components, Inc. โลโก้เรือใบ เครื่องหมายการค้า Vengeance เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ CORSAIR ในสหรัฐอเมริกา และ/หรือ ประเทศอื่น ๆ ชื่อบริษัท ชื่อสินค้า เครื่องหมายการค้าอื่น ๆ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของเจ้าของผลิตภัณฑ์นั้นๆ โดยเจ้าของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนคุณสมบัติ ราคา หรือการจัดจำหน่าย หรือรายละเอียดทางเทคนิคได้โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า


from:http://feedproxy.google.com/~r/zolkorn/~3/ITiSe070RVc/

CORSAIR เปิดตัวเมาส์เกมมิ่งใหม่ 3 รุ่น รัวๆ !! มาพร้อมกับเทคโนโลยีไร้สายล่าสุด CORSAIR SLIPSTREAM

CORSAIR SLIPSTREAM

วันนี้ CORSAIR ขอแนะนำ HARPOON RGB WIRELESS, IRONCLAW RGB และ M65 RGB ELITE

CES2019, Las Vegas, NV, 17 มกราคม 2019 – CORSAIR ผู้นำด้านอุปกรณ์เกมมิ่ง อุปกรณ์ต่อพ่วงพีซีสำหรับผู้คลั่งไคล้ในการประกอบเครื่องพีซีและเกมมิ่ง วันนี้ได้เปิดตัวเมาส์เกมมิ่งสมรรถนะสูงสามรุ่น HARPOON RGB WIRELESS, IRONCLAW RGB และ M65 RGB ELITE การเปิดตัว HARPOON RGB WIRELESS นี้เป็นการนำเอาเทคโนโลยีไร้สายสมรรถนะสูง SLIPSTREAM CORSAIR WIRELESS TECHNOLOGY โดยให้ค่าหน่วงเวลาต่ำสุดระดับต่ำกว่า 1ms ระหว่างตัวรับสัญญาณกับตัวเมาส์ และรวดเร็วกว่าระบบเมาส์ไร้สายที่เคยมีมาในตลาด SLIPSTREAM WIRELESS นั้นจะถูกวางให้เป็นเทคโนโลยีในยุคหน้าของอุปกรณ์เล่นเกมไร้สายของ CORSAIR เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเกมเมอร์ที่จะเปลี่ยนมาใช้งานอุปกรณ์ไร้สาย

HARPOON RGB WIRELESS นั้นเป็นการนำเอาเมาส์ยอดนิยมของ CORSAIR มาตัดสายออก และเชื่อมต่อเข้ากับเทคโนโลยีไร้สาย SLIPSTREAM เพื่อคงสมรรถนะให้ดีเยี่ยมเช่นเดียวกับการเชื่อมต่อผ่านสายปกติ โดย SLIPSTREAM นั้นจะใช้การเชื่อมต่อไร้สายผ่านคลื่นความถี่ 2.4GHz เกรดเกมมิ่งความเร็วสูง ซึ่งสามารถส่งแพคเก็ตได้เป็นจำนวนมากกว่าเทคโนโลยียุคเก่าถึงสองเท่า และทนทานต่อการรบกวนของสัญญาณไร้สายอื่น ๆ แม้กระทั่งในสภาวะที่คลื่นความถี่มีความคับคั่ง ด้วยเทคโนโลยี Intelligent Frequency Shift (IFS) ทั้งหมดนี้จะช่วยให้เทคโนโลยีไร้สายนี้เป็นเทคโนโลยีที่ทรงประสิทธิภาพ และพร้อมสำหรับการแข่งขันเกม และเอื้อเฟื้อให้เกิดความสะดวกสบายด้วยระยะทำการไหลกว่า 33 ฟุต ทำให้ไม่ว่าจะเล่นเกมอยู่บนโต๊ะทำงาน หรือนั่งอยู่บนโซฟา

HARPOON RGB WIRELESS นั้นไม่ได้หยุดแค่เพียงเทคโนโลยี SLIPSTREAM เท่านั้น แต่เกมเมอร์ยังสามารถเลือกใช้การเชื่อมต่อไม่ว่าจะเป็นบลูทูธแบบความหน่วงต่ำ หรือจะผ่านการเชื่อมต่อแบบ USB ทำให้สามารถเชื่อมต่อเข้ากับเกมมิ่งพีซี หรือแล็ปท็อปได้ทุกเครื่อง รวมไปถึงอุปกรณ์โมบายต่าง ๆ อีกด้วย ด้วยน้ำหนักที่เบากระทัดรัดเพียง 99 กรัม HARPOON RGB WIRELESS มาพร้อมกับแบตเตอร์รี่เธียมพอลิเมอร์ในตัว ที่สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องสูงสุด 60 ชั่วโมง เซ็นเซอร์ 10,000 DPI ปุ่มโปรแกรมได้ 6 ปุ่ม และระบบไฟ RGB ควบคุมผ่านซอฟท์แวร์ CORSAIR iCUE ด้วยเทคโนโลยีไร้สายล่าสุด พร้อมฟีเจอร์เกมแบบเต็มพิกัด ทำให้ HARPOON RGB WIRELESS นั้นเป็นเมาส์ที่ให้ความอิสระในการใช้งานแบบเมาส์ไร้สาย พร้อมสมรรถนะเช่นเดียวกับเมาส์มีสาย

IRONCLAW RGB เป็นเมาส์ที่ออกแบบมาเพื่อคนที่มีอุ้งมือใหญ่ โดยจะเป็นเมาส์ที่เป็นผู้พลิกเกมสำหรับนักเล่นเกมที่พบว่าเมาส์ทั่วไปในท้องตลาดมีขนาดเล็กเกินไป โดย IRONCLAW มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ออฟติคัลความละเอียด native ปรับได้สูงสุด 18,000 DPI โดยสามารถปรับจูนความละเอียดได้ทีละ 1 DPI ปรับ tracking ได้อิสระ และมาพร้อมปุ่มตั้งโปรแกรมได้ 7 ปุ่ม ระบบไฟ RGB แบบสองโซน และหน่วยความจำโปรไฟล์บนตัวเมาส์ ด้วยน้ำหนักเพียง 105 กรัม เท่านั้น IRONCLAW RGB จะทำให้ชัยชนะอยู่ในมือได้อย่างมั่นใจ

นอกจากนี้ในงาน CES นั้นยังมี M65 RGB ELITE ที่มาช่วยเติมเต็มไลน์ผลิตภัณฑ์ของ CORSAIR โดย M65 RGB ELITE นั้นถือเป็นการอัพเกรดครั้งสำคัญของเมาส์ที่เป็นที่รู้จักกันอย่างดีมาก่อนนี้อย่าง CORSAIR M65 ด้วยการปรับปรุงโดยนำเอาข้อติชมของผู้ใช้เมาส์ M65 กว่าหนึ่งพันคำติชม โดยในรุ่นใหม่นี้จะมาพร้อมกับเซ็นเซอร์ออพติคัลความละเอียด 18,000 DPI เช่นเดียวกับ IRONCLAW RGB โดย M65 RGB ELITE จะเป็นเมาส์ที่แม่นยำและเที่ยงตรงกว่าที่เคยมีมาตลอดกาล ด้วยความสามารถในการปรับค่าความละเอียดได้สเต็ปละ 1 DPI ตัวเมาส์สร้างขึ้นจากโครงอะลูมินัม ทำให้น้ำหนักนั้นเบาลงมาจากรุ่นเดิถึง 15% เหลือเพียง 97 กรัมเท่านั้น นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์จูนน้ำหนักให้เหมาะสมกับสไตล์การเล่นด้วยตุ้มน้ำหนักได้สูงสุด 115 กรัม และปรับจุดศูนย์ถ่วงของตัวเมาส์ให้เหมาะกับท่วงท่าในการเล่นของแต่ละคนได้ ปุ่มด้านข้างดีไซน์ใหม่ให้เหมาะกับการใช้เป็นปุ่มสำหรับพลซุ่มยิงมากยิ่งขึ้น โดยเมื่อกดปุ่ม ระบบจะช่วยลดความไวในการตอบสนองของเคอร์เซอร์เองโดยอัตโนมัติ เพื่อการเล็งเป้าที่แม่นยำ นอกจากนี้ยังมีระบบไฟ RGB แบบสองโซน สวิทช์ปุ่มจาก Omron ที่สร้างมาให้ผ่านมาตรฐานการคลิกขั้นต่ำกว่า 50 ล้านครั้ง และยังมีหน่วยความจำในตัวสำหรับเก็บค่าโปรไฟล์ของผู้ใช้ M65 RGB ELITE นั้นเป็นการอัพเกรดเมาส์ยอดนิยมของ CORSAIR ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเมาส์จากตระกูล CORSAIR
ไม่ว่ามือของคุณจะมีขนาดใหญ่ เล็ก หรืออยากได้เมาส์ไร้สาย หรือชอบเล่นเกมแนวไหนก็ตาม เมาส์เกมมิ่งใหม่ทั้งสามรุ่นนี้ จะสามารถตอบสนองผู้เล่นที่กำลังมองหาเมาส์เกมมิ่งจาก CORSAIR ให้เหมาะกับพวกเขาได้อย่างแน่นอน

การจัดจำหน่าย การรับประกัน และราคา
HARPOON RGB WIRELESS, IRONCLAW RGB และ M65 RGB ELITE นั้นมีวางจำหน่ายผ่านทางผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ CORSAIR ทั่วโลก
HARPOON RGB WIRELESS, IRONCLAW RGB และ M65 RGB ELITE มาพร้อมกับการรับประกันคุณภาพ 2 ปีเต็ม พร้อมบริการสนับสนุนลูกค้าผ่านเครือข่ายสนับสนุนด้านเทคนิคของ CORSAIR
สำหรับราคา กรุณาเข้าชม เว็บไซท์ของ CORSAIR หรือติดต่อผ่านทางเซลส์ หรือตัวแทน PR ในพื้นที่ของท่าน

หน้าเว็บ
HARPOON RGB WIRELESS: https://www.corsair.com/p/CH-9311011-NA
IRONCLAW RGB: https://www.corsair.com/p/CH-9307011-NA
M65 RGB ELITE: https://www.corsair.com/p/CH-9309011-NA

วีดีโอเปิดตัวของเมาส์ทั้งสามรุ่น
HARPOON RGB WIRELESS: https://youtu.be/hJZh-mx4e4U
IRONCLAW RGB: https://youtu.be/GJmp9EiYMGM
M65 RGB ELITE: https://youtu.be/4GW3TXAuUtE

ภาพถ่ายผลิตภัณฑ์
HARPOON RGB WIRELESS: https://corsair.sharefile.com/d-s7b597efa88f4a039
IRONCLAW RGB: https://corsair.sharefile.com/d-s6c1a54aa7a748e4a
M65 RGB ELITE: https://corsair.sharefile.com/d-sd2f8ce2fba24d94a

เกี่ยวกับ CORSAIR
CORSAIR ก่อตั้งในปี 1994 เริ่มจากการเป็นผู้ผลิตDRAMสมรรถนะสูง และก้าวเข้ามาสู่ตลาดอุปกรณ์ PC ประสิทธิภาพสูง CORSAIR มีผลิตภัณฑ์มากมายสำหรับกลุ่ม gamer, enthusiasts และนักกีฬา e-sports ได้แก่ คีย์บอร์ด mechanical, แผ่นรองเมาส์เกมมิ่งความแม่นยำสูง, หูฟังไร้สาย, อุปกรณ์และชิ้นส่วนประสิทธิภาพสูง เพื่อใช้ประกอบชุดคอมพิวเตอร์ระดับเทพสำหรับเกมเมอร์ และ CORSAIR ONE fully-integrated gaming PC ด้วยความมุ่งมั่นในการออกแบบ นวัตกรรม ฟีเจอร์ สู่ความเป็นเลิศทางด้านคุณภาพและประสิทธิภาพที่สูง ผลิตภัณฑ์ จาก CORSAIR ได้รับรางวัลจากสื่อต่างๆมากมาย เป็นที่ชื่นชอบของเกมเมอร์ ทุกผลิตภัณฑ์ของ CORSAIR ถูกพัฒนาโดยทีมที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมภายใต้สิ่งที่เขาเหล่านั้นต้องการใช้งานเช่นกัน

ในปี 2018 CORSAIR ควบกิจการ Elgato ผู้นำฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์สำหรับ content creator ด้วยประสบการณ์นับทศวรรษในเทคโนโลยี video, Elgato มีผลิตภัณฑ์ premium capture card, studio controller และ accessories ที่ให้ผู้ใช้งานได้สร้างสรรค์ content สำหรับผู้ชมทั่วโลกบน Twitch, YouTube, Mixer และ Facebook ทั้ง CORSAIR และ Elgato มีผลิตภัณฑ์ที่ล้ำสมัยและตอบโจทย์สำหรับ gamer และ content creator อย่างแท้จริง

สงวนสิทธิ์ © 2018 CORSAIR Components, Inc. โลโก้เรือใบ เครื่องหมายการค้า Vengeance เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ CORSAIR ในสหรัฐอเมริกา และ/หรือ ประเทศอื่น ๆ ชื่อบริษัท ชื่อสินค้า เครื่องหมายการค้าอื่น ๆ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของเจ้าของผลิตภัณฑ์นั้นๆ โดยเจ้าของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนคุณสมบัติ ราคา หรือการจัดจำหน่าย หรือรายละเอียดทางเทคนิคได้โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า


from:http://feedproxy.google.com/~r/zolkorn/~3/BBCNZ0xFU8Q/

CES 2019: HyperX โชว์ไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกมและความสบายที่มากขึ้น

QuadCast

ไมโครโฟน HyperX Quadcast, เมาส์สำหรับเล่นเกม Pulsefire Raid RGB และหน่วยความจำ Predator DDR4 RGB 16GB เพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกมในทุกระดับ

กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย – 8 มกราคม 2562 – HyperX แผนเกมส่วนหนึ่งของ Kingston Technology Company, Inc. วันนี้ได้ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัล ด้วยไมโครโฟนรุ่นใหม่ HyperX Quadcast, เมาส์สำหรับเล่นเกม Pulsefire Raid RGB และ หน่วยความจำ Predator DDR4 RGB 16GB นอกจากนี้ HyperX ยังเปิดตัวชุดหูฟัง Cloud Alpha รุ่นสีม่วง ในงาน CES 2019 อีกด้วย

“ไม่มีอะไรที่เหมือน CES ที่ให้ความสำคัญกับความมุ่งมั่นของ HyperX ในการส่งมอบผลิตภัณฑ์การเล่นเกมที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับเกมเมอร์ทุกระดับ” HyperX กล่าว “ไม่ว่าคุณจะดื่มด่ำกับเกม Battle Royale, ต่อสู้กับเพื่อนในขณะที่เล่นบาสเกตบอลออนไลน์ หรือทิ้งตัวลงนอนแล้วเล่นเกมต่อสู้บน Nintendo Switch อยู่บนโซฟา, PlayStation, หรือ Xbox, ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงของ HyperX จะช่วยยกระดับประสบการณ์การเล่นเกมของคุณ”

ไลน์ผลิตภัณฑ์ล่าสุดของ HyperX เพิ่มระดับใหม่เพื่อความสะดวกสบาย ประสิทธิภาพและการควบคุม อีกทั้งยังถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับการเล่นเกมสำหรับเกมเมอร์ในทุกแบบ

  • ไมโครโฟนแบบสแตนด์อโลน HyperX Quadcast: Quadcast ของ HyperX เป็นไมโครโฟนแบบสแตนด์อโลนที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการที่พิถีพิถันบนคอมพิวเตอร์, PlayStation 4 และ Mac professional หรือนักสตรีมเมอร์ QuadCast โดดเด่นด้วยการติดตั้งระบบป้องกันการสั่นสะเทือน, การปรับระดับการควบคุมการรับสัญญาณเสียงที่เข้าถึงได้ง่าย, รูปแบบการรับสัญญาณเสียงที่เลือกได้จะมีสี่แบบ, และฟังก์ชันการแตะเพื่อปิดเสียง พร้อมด้วยไฟ LED ที่สะดวกในการระบุสถานะการออกอากาศ ด้วยการจับเสียงที่คมชัดของ Quadcast พวกเขาสามารถเชื่อมต่อกับผู้ชมได้อย่างที่ไม่เคยมาก่อน
  • HyperX Pulsefire Raid RGB เมาส์สำหรับเล่นเกม: เมาส์ Pulsefire Raid RGB ของ HyperX ออกแบบมาเพื่อเกมเมอร์ที่ต้องการปุ่มเพิ่มเติมสำหรับการกำหนดปุ่มลัด (key binding) หรือเพื่อเลือกใช้คำสั่งได้อย่างหลากหลายHyperX Pulsefire Raid มาพร้อมคุณสมบัติที่โดดเด่นคือ ปุ่มที่สามารถตั้งโปรแกรมได้ถึง 11 ปุ่มและออกแบบโดยใช้เซนเซอร์ Pixart 3389 เพื่อความแม่นยำและรวดเร็ว ตั้งค่าได้สูงถึง 16,000 DPI การปรับตั้งค่า DPI ในแบบ Native ทำให้เกมเมอร์สามารถตรวจสอบการตั้งค่าได้จากไฟ LED นอกจากนี้เมาส์ยังมีสวิตช์ Omron ที่สร้างความเชื่อมั่นด้วยการคลิกได้มากกว่า 20 ล้านครั้ง โดยที่ Pulsefire Raid ออกแบบมาสำหรับตอบสนองการติดตามที่แม่นยำและลื่นไหล โดยไม่จำเป็นต้องเร่งความเร็ว
  • HyperX Cloud MIX: Cloud MIX โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Dual Chamber ของ HyperX และไดรเวอร์ขนาด 40มม. ที่ให้เสียงสดใสและแม่นยำ และออกแบบมาสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการเชื่อมต่อแบบใช้สายสำหรับการเล่นเกมบนคอนโซลและคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และตัวเลือกบลูทูธสำหรับความบันเทิงระหว่างการเดินทาง นอกจากนี้ยังได้รับการรับรองเสียงความละเอียดสูง (Hi-Res Audio) และตรงตามข้อกำหนดเสียงความละเอียดสูงถึง 40,000KHz หูฟังมีสายถักแบบถอดออกได้และสามารถใช้งานในโหมดใช้สายกับแพลตฟอร์มด้วยพอร์ตขนาด 3.5 มม. และทำงานร่วมกันในโหมดไร้สายด้วยอุปกรณ์บลูทูธ อีกทั้งยังสามารถใช้งานได้นานถึง 20 ชั่วโมง เมื่อถอดปลั๊กและจับคู่กับโทรศัพท์หรืออุปกรณ์บลูทูธ Cloud MIX เป็นชุดหูฟังที่พร้อมสำหรับไลฟ์สไตล์
  • HyperX Cloud Alpha รุ่นสีม่วง: Cloud Alpha รุ่นสีม่วง โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Dual Chamber ของ HyperX เพื่อให้เสียงเกมที่แม่นยำด้วยช่วงและโทนเสียงอันน่าทึ่ง ไดรเวอร์ขนาด 50 มม., dual chambers tune และการแยกเสียงเบสจากเสียงกลางและเสียงสูง, สร้างเสียงแบบไดนามิกที่ทำให้การเล่นเกม, เพลงและภาพยนตร์น่าดื่มด่ำ Cloud Alpha ออกแบบมาเพื่อส่งมอบความสะดวกสบายขั้นสูงสุดสำหรับการเล่นเกมนานหลายชั่วโมงด้วยเมมโมรี่โฟมที่เป็นเอกลักษณ์ระดับพรีเมียมของ HyperX, แถบคาดศีรษะแบบขยายที่นุ่มขึ้น, หนังสังเคราะห์ที่เพิ่มความยืดหยุ่น, และกรอบอลูมิเนียมที่มีน้ำหนักเบาและทนทาน หูฟังโดดเด่นด้วยสายที่ถอดออกได้ พร้อมกับชุดควบคุมเสียงในสาย ทำให้คอนโซลเกมเมอร์สามารถปรับระดับเสียงและปิดเสียงไมโครโฟนได้โดยตรงบนสาย อีกทั้งเข้ากันได้กับหลายแพลตฟอร์ม

HyperX Predator DDR4 RGB 16GB: HyperX Predator DDR4 RGB พร้อมแล้วในเวลานี้ด้วยโมดูล 16GBความเร็ว 3000MHz และ 3200MHz ของแต่ละโมดูล และชุดคิทแบบ 2 และ 4 โมดูลสูงสุดถึง 64GB Predator DDR4 RGB มาพร้อมกับระบบไฟซิงโครไนซ์ RGB และ HyperX Infrared Sync technology ช่วยให้หลายโมดูลซิงก์แสง LED และทำให้เกิดสีและรูปแบบการแสดงผลที่ยอดเยี่ยม ใช้พลังงานโดยตรงจากเมนบอร์ด, เทคโนโลยีที่ได้รับการจดสิทธิบัตรนี้จะให้ประสบการณ์ในการรับชมภาพที่เหนือกว่า ด้วยหน่วยความจำ RGB สำหรับการเล่นเกม, การโอเวอร์ล็อกพีซีและการสร้างระบบด้วยตนเอง

HyperX Predator DDR4 RGB 16GB Module Specifications

หมายเลขผลิตภัณฑ์ ความถี่สัญญาณ ไทม์มิ่ง แรงดันไฟ ความจุ
HX430C15PB3A/16 3000MHz 15-17-17 1.35V 16GB
HX430C15PB3AK2/32 3000MHz 15-17-17 1.35V 32GB (Kit of 2)
HX430C15PB3AK4/64 3000MHz 15-17-17 1.35V 64GB (Kit of 4)
HX432C16PB3A/16 3200MHz 16-18-18 1.35V 16GB
HX432C16PB3AK2/32 3200MHz 16-18-18 1.35V 32GB (Kit of 2)
HX432C16PB3AK2/64 3200MHz 16-18-18 1.35V 64GB (Kit of 4)

 

เกียวกับ HyperX
HyperX คือผลิตภัณฑ์ประสิทธิภาพสูงจาก Kingston Technology ผู้ผลิตหน่วยความจำอิสระรายใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งมีเป้าหมายในการนำเสนอนักเล่นเกม ผู้ผลิตเครื่องพีซีและผู้ใช้งานพาวเวอร์ด้วยชิ้นส่วนที่มีประสิทธิภาพสูง ตลอดระยะเวลา 16 ปี ภารกิจของ HyperX คือการพัฒนาผลิตภัณฑ์เกมสำหรับเกมเมอร์ เช่น หน่วยความจำที่มีความเร็วสูง โซลิดสเตทไดรฟ์ หูฟัง คีย์บอร์ด ยูเอสบีแฟลชไดรฟ์และแผ่นรองเม้าส์สำหรับนักเล่นเกมและอื่นๆ แบรนด์ HyperX ที่ได้รับรางวัลมีชื่อมาจากการเป็นผู้นำในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความสะดวกสบาย มีความสุนทรี มีประสิทธิภาพและความน่าไว้วางใจ ผลิตภัณฑ์ของ HyperX คือตัวเลือกของเกมเมอร์ชั้นนำ ผู้ที่สนใจทางด้านเทคโนโลยีและนักโอเวอร์คล็อกทั่วโลกเพราะมีคุณสมบัติ เป็นไปตามมาตรฐานเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่เข้มงวดที่สุดและได้รับการผลิตด้วยชิ้นส่วนที่ดีที่สุด หูฟังของ HyperX กว่า 5 ล้านตัวถูกจัดส่งไปทั่วโลก

ไม่ว่าคุณจะมีความชำนาญระดับไหน ไม่ว่าคุณจะเล่นอะไร เรามอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้ที่ชื่นชอบการเล่นเกมทุกที่ด้วยความเชื่อหลักของเราคือ -We’re All Gamers

YouTube: http://www.youtube.com/hyperx
Facebook: https://www.facebook.com/hyperxapac

Kingston, โลโก้ Kingston และ HyperX เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Kingston Technology Corporation สงวนลิขสิทธิ์ เครื่องหมายอื่นๆ เป็นทรัพย์สินของผู้ถือกรรมสิทธิ์ดังกล่าว


from:http://feedproxy.google.com/~r/zolkorn/~3/oJkT6nsmLm8/