คลังเก็บป้ายกำกับ: PR_News

เลอโนโวเปิดตัว ThinkBook Plus เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานมัลติทาสก์ให้ธุรกิจยุคดิจิทัล

เลอโนโว เปิดตัว ThinkBook Plus แล็ปท็อปเพื่อธุรกิจยุคดิจิทัลซึ่งพัฒนาต่อยอดมาจากแล็ปท็อปรุ่นก่อนหน้าอย่าง ThinkBook โดย ThinkBook Plus มาพร้อมหน้าจอหลักแบบ FHD ขนาด 13.3 นิ้ว และหน้าจอ e-Ink ขนาด 10.8 นิ้วบนฝาเครื่อง เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานโดยเฉพาะมัลติทาสเกอร์ สามารถจดบันทึกข้อความหรือไอเดียด้วยปากกา Precision Pen ที่มากับเครื่อง หน้าจอ e-Ink ยังสามารถทำการแจ้งเตือนที่สำคัญแม้เมื่อพับจอเครื่องลง ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมทั้งการทำงาน และการใช้ความคิดในเชิงสร้างสรรค์อย่างแท้จริง อีกทั้งหน้าจอ e-Ink ยังผลิตขึ้นจากกระจกกันรอย Corning® Gorilla® Glass NBT™ สำหรับแล็ปท็อปจอทัชสกรีนโดยเฉพาะช่วยป้องกันและต้านทานรอยขีดข่วน

คนทำงานในยุคปัจจุบันกว่า 60% คือ กลุ่มคนในยุค Gen Z และ Millennials1 ซึ่งคุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยีและการมัลติทาสกิ้งผ่านอุปกรณ์หลายเครื่อง อย่างไรก็ตาม จากผลสำรวจ2 พบว่า การทำงานแบบนี้อาจไม่ก่อให้เกิดประสิทธิผลมากที่สุดเนื่องจากการใช้สมาธิที่ต้องสลับไปมาระหว่างงาน ทำให้เสียเวลาโดยเฉลี่ยถึง 2.1 ชั่วโมงต่อวัน  นอกจากนี้กลุ่มคนทำงานในทวีปเอเชียต่างให้ความสนใจกับการนำอุปกรณ์สมัยมาปรับใช้เพื่อช่วยให้การทำงานสะดวกยิ่งขึ้น เลอโนโวเชื่อว่าเทคโนโลยีที่ฉลาดขึ้น จะช่วยส่งเสริมให้พนักงานสามารถโฟกัสกับงานได้ดีกว่าที่เคยไม่ว่าจะเป็นงานประเภทใดก็ตาม

ดีไซน์ของ ThinkBook Plus ออกแบบขึ้นจากพฤติกรรมของผู้ใช้งานแล็ปท็อป นอกจากนี้ยังได้มีการศึกษาวิธีการใช้งานแล็ปท็อปของคนที่ทำงานในแบบมัลติทาสกิ้ง ซึ่งส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ ThinkBook Plus ตอบโจทย์การทำงานแบบมัลติทาสกิ้งได้สูงสุด

  • ทำงานร่วมกันได้ราบรื่นยิ่งขึ้น ด้วยการแจ้งเตือนเฉพาะเรื่องสำคัญบนหน้าจอ e-Ink อาทิ การนัดหมาย ข้อความ หรืออีเมล์สำคัญ จดโน้ตได้ทุกเมื่อในทันทีด้วยปากกาที่ซิงค์กับ Microsoft OneNote รวมถึงควบคุมการโทร VoIP calls ได้อย่างว่องไวเพียงกดปุ่มลัดสำหรับการประชุม คุยกันได้ยินเสียงดังฟังชัดด้วยลำโพง Herman ที่มาคู่กับไมโครโฟนที่ผ่านการรับรองโดย Skype
  • สร้างสรรค์และจดบันทึกไอเดียใหม่ ๆ บน หน้าจอ e-Ink โดยใช้ปากกาที่มากับเครื่อง และโชว์สไตล์ของตัวเองได้ด้วย screensaver ที่ไม่ซ้ำใคร เพลิดเพลินไปกับการใช้งานด้วยหน้าจอ FHD IPS ขอบบาง และ dTPM 2.0 ซึ่งยกระดับความปลอดภัยให้ฮาร์ดแวร์
  • รีวิวเอกสารได้รวดเร็ว บนหน้าจอ e-Ink ที่รอบรับคำอธิบายประกอบ (annotations) หรือเปิดฝาจอพิมพ์แก้ไข ด้วยตัวช่วยอย่างโปรเซสเซอร์ 10th Gen Intel® Core™ ระบบปฏิบัติการ Windows 10 อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล SSD และตัวเลือกหน่วยความจำอย่าง Intel® Optane™
  • ตอบสนองว่องไว ด้วย Modern Standby ช่วยให้มั่นใจว่าผู้ใช้จะได้รับอีเมล์และอัพเดต แม้ฝาจอเครื่องปิดอยู่ นอกจากนี้ Smart Power On ก็ทำให้การยืนยันตัวตนผ่าน Windows Hello ที่มาคู่กับระบบสแกนลายนิ้วมือซึ่งฝังในปุ่มเปิดปิดเครื่อง เป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น 

คุณธเนศ อังคศิริสรรพ, ผู้จัดการทั่วไป ประจำภูมิภาคอินโดจีน, เลอโนโว กล่าวว่า “ในยุคนี้ธุรกิจต่างต้องการเห็นผลลัพธ์ของการทำงานแบบมัลติทาสกิ้ง เราจึงนำเสนอ ThinkBook Plus แล็ปท็อปเกรดธุรกิจที่มีจอแสดงผล e-Ink ผสานรวมเข้ากับฝาจอเครื่องอย่างเรียบหรู ตอบโจทย์การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เลอโนโวมุ่งมั่นที่จะทำให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยการมอบเทคโนโลยีที่ฉลาดขึ้นให้กับทุกคน ทั้งจอแสดงผล e-Ink และ Precision Pen ที่มาพร้อมกับเครื่อง เรามั่นใจว่า ThinkBook Plus จะไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ถึงขีดสุด แต่จะยังก่อให้เกิดให้นิยามใหม่ของการทำงานแบบมัลติทาสกิ้ง สำหรับแรงงานยุคใหม่อีกด้วย”

from:https://notebookspec.com/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-thinkbook-plus-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9b/527547/

เลอโนโวเปิดตัว ThinkBook Plus เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานมัลติทาสก์ให้ธุรกิจยุคดิจิทัล

เลอโนโว เปิดตัว ThinkBook Plus แล็ปท็อปเพื่อธุรกิจยุคดิจิทัลซึ่งพัฒนาต่อยอดมาจากแล็ปท็อปรุ่นก่อนหน้าอย่าง ThinkBook โดย ThinkBook Plus มาพร้อมหน้าจอหลักแบบ FHD ขนาด 13.3 นิ้ว และหน้าจอ e-Ink ขนาด 10.8 นิ้วบนฝาเครื่อง เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานโดยเฉพาะมัลติทาสเกอร์ สามารถจดบันทึกข้อความหรือไอเดียด้วยปากกา Precision Pen ที่มากับเครื่อง หน้าจอ e-Ink ยังสามารถทำการแจ้งเตือนที่สำคัญแม้เมื่อพับจอเครื่องลง ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมทั้งการทำงาน และการใช้ความคิดในเชิงสร้างสรรค์อย่างแท้จริง อีกทั้งหน้าจอ e-Ink ยังผลิตขึ้นจากกระจกกันรอย Corning® Gorilla® Glass NBT™ สำหรับแล็ปท็อปจอทัชสกรีนโดยเฉพาะช่วยป้องกันและต้านทานรอยขีดข่วน

คนทำงานในยุคปัจจุบันกว่า 60% คือ กลุ่มคนในยุค Gen Z และ Millennials1 ซึ่งคุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยีและการมัลติทาสกิ้งผ่านอุปกรณ์หลายเครื่อง อย่างไรก็ตาม จากผลสำรวจ2 พบว่า การทำงานแบบนี้อาจไม่ก่อให้เกิดประสิทธิผลมากที่สุดเนื่องจากการใช้สมาธิที่ต้องสลับไปมาระหว่างงาน ทำให้เสียเวลาโดยเฉลี่ยถึง 2.1 ชั่วโมงต่อวัน  นอกจากนี้กลุ่มคนทำงานในทวีปเอเชียต่างให้ความสนใจกับการนำอุปกรณ์สมัยมาปรับใช้เพื่อช่วยให้การทำงานสะดวกยิ่งขึ้น เลอโนโวเชื่อว่าเทคโนโลยีที่ฉลาดขึ้น จะช่วยส่งเสริมให้พนักงานสามารถโฟกัสกับงานได้ดีกว่าที่เคยไม่ว่าจะเป็นงานประเภทใดก็ตาม

ดีไซน์ของ ThinkBook Plus ออกแบบขึ้นจากพฤติกรรมของผู้ใช้งานแล็ปท็อป นอกจากนี้ยังได้มีการศึกษาวิธีการใช้งานแล็ปท็อปของคนที่ทำงานในแบบมัลติทาสกิ้ง ซึ่งส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ ThinkBook Plus ตอบโจทย์การทำงานแบบมัลติทาสกิ้งได้สูงสุด

  • ทำงานร่วมกันได้ราบรื่นยิ่งขึ้น ด้วยการแจ้งเตือนเฉพาะเรื่องสำคัญบนหน้าจอ e-Ink อาทิ การนัดหมาย ข้อความ หรืออีเมล์สำคัญ จดโน้ตได้ทุกเมื่อในทันทีด้วยปากกาที่ซิงค์กับ Microsoft OneNote รวมถึงควบคุมการโทร VoIP calls ได้อย่างว่องไวเพียงกดปุ่มลัดสำหรับการประชุม คุยกันได้ยินเสียงดังฟังชัดด้วยลำโพง Herman ที่มาคู่กับไมโครโฟนที่ผ่านการรับรองโดย Skype
  • สร้างสรรค์และจดบันทึกไอเดียใหม่ ๆ บน หน้าจอ e-Ink โดยใช้ปากกาที่มากับเครื่อง และโชว์สไตล์ของตัวเองได้ด้วย screensaver ที่ไม่ซ้ำใคร เพลิดเพลินไปกับการใช้งานด้วยหน้าจอ FHD IPS ขอบบาง และ dTPM 2.0 ซึ่งยกระดับความปลอดภัยให้ฮาร์ดแวร์
  • รีวิวเอกสารได้รวดเร็ว บนหน้าจอ e-Ink ที่รอบรับคำอธิบายประกอบ (annotations) หรือเปิดฝาจอพิมพ์แก้ไข ด้วยตัวช่วยอย่างโปรเซสเซอร์ 10th Gen Intel® Core™ ระบบปฏิบัติการ Windows 10 อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล SSD และตัวเลือกหน่วยความจำอย่าง Intel® Optane™
  • ตอบสนองว่องไว ด้วย Modern Standby ช่วยให้มั่นใจว่าผู้ใช้จะได้รับอีเมล์และอัพเดต แม้ฝาจอเครื่องปิดอยู่ นอกจากนี้ Smart Power On ก็ทำให้การยืนยันตัวตนผ่าน Windows Hello ที่มาคู่กับระบบสแกนลายนิ้วมือซึ่งฝังในปุ่มเปิดปิดเครื่อง เป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น 

คุณธเนศ อังคศิริสรรพ, ผู้จัดการทั่วไป ประจำภูมิภาคอินโดจีน, เลอโนโว กล่าวว่า “ในยุคนี้ธุรกิจต่างต้องการเห็นผลลัพธ์ของการทำงานแบบมัลติทาสกิ้ง เราจึงนำเสนอ ThinkBook Plus แล็ปท็อปเกรดธุรกิจที่มีจอแสดงผล e-Ink ผสานรวมเข้ากับฝาจอเครื่องอย่างเรียบหรู ตอบโจทย์การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เลอโนโวมุ่งมั่นที่จะทำให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยการมอบเทคโนโลยีที่ฉลาดขึ้นให้กับทุกคน ทั้งจอแสดงผล e-Ink และ Precision Pen ที่มาพร้อมกับเครื่อง เรามั่นใจว่า ThinkBook Plus จะไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ถึงขีดสุด แต่จะยังก่อให้เกิดให้นิยามใหม่ของการทำงานแบบมัลติทาสกิ้ง สำหรับแรงงานยุคใหม่อีกด้วย”

from:https://notebookspec.com/pr-lenovo-thinkbook-plus/527547/

ซัมซุงวางจำหน่าย UV Sterilizer อุปกรณ์ฆ่าเชื้อโรคด้วยรังสี UV-C ได้ถึง 99% ใน 10 นาที

ซัมซุงเปิดตัวเครื่อง UV Sterilizer อุปกรณ์ฆ่าเชื้อโรคด้วยรังสี UV-C แบบพกพา ฆ่าเชื้อได้ถึง 99% ทั้ง 2 ด้านของอุปกรณ์ในเวลาเพียง 10 นาที ด้วยรังสี UV-C แบบหลอดคู่ที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถฆ่าเชื้อโรคที่เกาะอยู่บนผิวสัมผัสของสมาร์ทดีไวซ์ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทโฟน นาฬิกา หรือหูฟัง ไม่ทำลายผิวสัมผัส ช่วยลดความกังวลจากเชื้อโรคและแบคทีเรียต่างๆ พร้อมฟังก์ชันชาร์จแบบไร้สาย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุคใหม่อย่างแท้จริง 


เครื่อง UV Sterilizer อุปกรณ์ฆ่าเชื้อโรคด้วยรังสี UV-C จากซัมซุง มาพร้อมหลอด UV แบบคู่ สามารถกำจัดเชื้อโรคและแบคทีเรียที่เกาะอยู่บนอุปกรณ์ได้ทั้ง 2 ด้านในการทำงานเพียงครั้งเดียว พร้อมรองรับระบบชาร์จไร้สายมาตรฐาน Qi สูงสุดที่ 10 วัตต์ สะดวกต่อการใช้งานด้วยสัญลักษณ์ไฟ LED แจ้งโหมดการเปิด-ปิดหน้าจอ นอกจากนี้ยังมั่นใจยิ่งขึ้นด้วยระบบหยุดทำงานอัตโนมัติเมื่อมีการเปิดฝาเครื่องออก

มาในดีไซน์สีขาว ตัวเครื่องโค้งมนพกพาสะดวก ในขนาด 22.8 x 12.8 x 4.9 ซม. สามารถจุของได้หลากหลาย รวมถึงสมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอขนาดใหญ่อย่าง Galaxy S20 Ultra 5G หรือ Galaxy Fold ขณะพับได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังสามารถใช้งานกับอุปกรณ์ Wearables อย่างหูฟัง Galaxy Buds/Buds+ ไปจนถึงนาฬิกา Galaxy Watch ได้อีกด้วย

ซัมซุงพร้อมวางจำหน่ายเครื่อง UV Sterilizer อุปกรณ์ฆ่าเชื้อโรคด้วยรังสี UV-C แบบพกพา ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป ในราคา 1,590 บาท ที่ Samsung Experience Store และร้านค้าที่ร่วมรายการ หรือสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสั่งซื้อได้ที่ https://bit.ly/2ZklZqd

ข่าว: ซัมซุงวางจำหน่าย UV Sterilizer อุปกรณ์ฆ่าเชื้อโรคด้วยรังสี UV-C ได้ถึง 99% ใน 10 นาที มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/07/01/samsung-on-sale-uv-sterilizer.html

EATON เปิดตัวเครื่องสำรองไฟรุ่นล่าสุด “5V” เจาะกลุ่มผู้ใช้งานในสำนักงานและบ้าน

บริษัท อีตั้น อิเล็คทริค (ประเทศไทย) จำกัด (EATON) เปิดตัวเครื่องสำรองไฟรุ่นล่าสุด “5V” โดยนำเสนอจุดเด่นทางด้านการทำงานแบบ Line interactive เจาะกลุ่มผู้ใช้ในสำนักงานเพื่อการใช้งานกับคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ อุปกรณ์โทรศัพท์และอินเตอร์เน็ต และอุปกรณ์จุดจำหน่ายสินค้า (POS)

รวมทั้งกลุ่มผู้ใช้งานในบ้านที่ต้องการปกป้องอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีความสำคัญ ก็สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ, Full HD TV, อุปกรณ์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต และอื่นๆ เพื่อรองรับกระแสการทำงานแบบ New Normal ที่กำลังเกิดขึ้น

ซึ่งเครื่องสำรองไฟฟ้า 5V นี้ ถือว่าคุณสมบัติครบในราคาคุ้มค่า ที่มาพร้อมเต้ารับแบบสากล(universal outlets) ทำให้การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆเป็นไปอย่างง่ายดายเพื่อความปลอดภัยในการใช้งานแม้จะประสบปัญหาคุณภาพไฟฟ้าเช่น ไฟตก ไฟเกินหรือไฟดับ

นำโดยนายปริญญา พงษ์รัตนกูล ผู้จัดการประจำประเทศไทย(เสื้อฟ้าขาว)  โดยมีนายนพคุณ วิศิษฎ์รัฐกุล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อินแกรม ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด(เสื้อดำ) ตัวแทนจำหน่ายหลักอย่างเป็นทางการของแบรนด์ EATON ร่วมเปิดตัวไปเมื่อเร็วๆนี้

ข่าว: EATON เปิดตัวเครื่องสำรองไฟรุ่นล่าสุด “5V” เจาะกลุ่มผู้ใช้งานในสำนักงานและบ้าน มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/07/01/eaton-introducing-the-latest-uninterruptible-power-supply-5v.html

Globish แนะมิติใหม่การศึกษาไทยผสานเรียนออนไลน์-ออฟไลน์ มุ่งสร้างมาตรฐานการศึกษาตอบโจทย์โลกยุคใหม่

บริษัท โกลบิช อคาเดเมีย (ไทยแลนด์) จำกัด สตาร์ทอัพ EdTech ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มการเรียน Live English Classroom ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย Globish แนะมิติใหม่การศึกษาไทยผสานเรียนออนไลน์-ออฟไลน์ มุ่งสร้างมาตรฐานการศึกษาตอบโจทย์โลกยุคใหม่ ชี้ “โควิด-19” เป็นปัจจัยเร่งส่งผลให้การศึกษาทั่วโลกปรับตัวสู่การเรียนออนไลน์เต็มรูปแบบ ส่งผลให้เด็ก ผู้ปกครอง และครูคุ้นเคยกับการเรียนออนไลน์มากขึ้น แนะวงการศึกษาไทยควรสร้างมิติใหม่ในด้านรูปแบบการเรียนรับเปิดเทอม

โดยผสมผสานการเรียนในห้องเรียนและการเรียนออนไลน์เข้าด้วยกันเพื่อสร้างรูปแบบการเรียนรู้ที่มีศักยภาพ ดึงจุดแข็งของการเรียนแต่ละแบบชดเชยจุดอ่อนกันและกัน ทั้งยังเป็นการเตรียมพร้อมรับมือกรณีโควิด-19 ที่อาจกลับมาระบาดรอบสอง ชี้การเรียนออนไลน์ควรจัดสรรอย่างเหมาะสม พร้อมเปิดสถิติเกี่ยวกับการใช้สมาธิในการเรียนของเด็กอายุ 6-9 และ   10-12 ปี พบว่าเด็กอายุ 6-9 ปี จะมีสมาธิที่ 20-45 นาที และสำหรับเด็กอายุ 10-12 ปี จะมีสมาธิที่ 30-60 นาที ซึ่งการเรียนในห้องเรียนหรือการเรียนออฟไลน์ปกติในโรงเรียน 1 คาบ ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 50 นาที ซึ่งนานเกินกว่าช่วงสมาธิของเด็กทั่วไปอยู่แล้ว และเมื่อโรงเรียนนำการเรียนแบบออฟไลน์มาจัดเป็นรูปแบบออนไลน์ ยิ่งควรต้องคำนึงถึงการทำให้เวลาเรียนสั้น และกระชับมากยิ่งขึ้น

นายธกานต์ อานันโทไทย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท โกลบิช อคาเดเมีย (ไทยแลนด์) จำกัด (Globish) เผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น จนมีการผ่อนปรนมาตรการเฟส 4 คลายล็อค 11 สถานที่ ซึ่งมีสถานที่ของโรงเรียนและสถาบันการศึกษา ได้แก่ โรงเรียนในระบบประเภทนานาชาติ, สถาบันการศึกษาหรือมหาวิทยาลัยที่มีการเรียนการสอนหลักสูตรนานาชาติ, โรงเรียนนอกระบบประเภทกวดวิชาตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน และโรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนรวมทั้งโรงเรียนไม่เกิน 120 คนรวมอยู่ด้วย ส่งผลให้การเรียนการสอนในห้องเรียนกลับมาสู่ภาวะปกติ โดยในช่วงที่ผ่านมาโควิด-19 ได้เข้ามาเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดการเรียนการสอนออนไลน์ ทำให้เยาวชน ผู้ปกครอง และบุคลากรครูทั่วประเทศปรับตัวเข้าสู่โลกการเรียนการสอนออนไลน์ นำมาซึ่งการเรียนรู้ข้อดีและข้อเสียของเนื้อหาการเรียนรู้ นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการปรับปรุงพัฒนาเนื้อหาและวิธีการเรียนการสอนให้ดียิ่งขึ้น แต่ด้วยปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันโควิด-19 แม้สถานการณ์จะดีขึ้นแต่ก็ยังไม่สามารถวางใจได้ว่าจะเกิดการแพร่ระบาดซ้ำเหมือนในหลายประเทศหรือไม่ ฉะนั้นการเตรียมความพร้อมรับมือหากการแพร่ระบาดเกิดขึ้นในวงกว้างจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลยโดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมด้านการศึกษารองรับภาวะวิกฤติโควิด-19 และวิกฤติอื่น ๆ เพื่อไม่ให้การศึกษาของเด็กและเยาวชนสะดุด ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นโอกาสอันดีในการพัฒนาการศึกษาผ่านออนไลน์เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและช่องว่างการศึกษาในประเทศ

ทั้งนี้การพัฒนารูปแบบการสอนมิติใหม่ด้วยการผสมผสานระหว่างการเรียนการสอนออนไลน์ และการเรียนในห้องเรียน ด้วยการดึงจุดแข็งของการเรียน 2 รูปแบบส่งเสริมกัน เพื่อสร้างมาตรฐานการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพสูงสุดจนนำไปสู่การยกระดับคุณภาพประชากรของประเทศ เพื่อนำไปสู่การสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ แม้การเรียนในแบบออนไลน์จะมีจุดแข็งมากมายอาทิ สร้างโลกการศึกษาไร้พรมแดน ประหยัดเวลาในการเดินทาง ค่าใช้จ่าย ส่งเสริมทักษะในการกล้าแสดงออก เป็นศูนย์รวมแหล่งข้อมูล ผู้เรียนสามารถเข้าถึงเนื้อหาได้ง่าย สะดวกและรวดเร็ว แต่ก็ยังมีจุดอ่อนที่สามารถชดเชยด้วยการเรียนในห้องเรียนได้ ซึ่งการเรียนในห้องเรียนช่วยให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อรวมชั้น ฝึกการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน รวมถึงฝึกการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในห้องเรียน

Asian pre teens playing tablet computer with smile face at home.

 

“ปัจจุบันโลกของการเรียนรู้ เทคโนโลยีได้เข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงมากมาย นำเสนอแนวทางใหม่ ๆ ควบคู่กับการเรียนรู้ที่สะดวกสบาย ทำให้เข้าถึงได้ง่าย รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพที่มากขึ้น ปลดล็อคการเรียนในห้องแคบสู่การเรียนรู้ในโลกกว้าง ดังนั้นการเรียนออนไลน์จึงเป็นเทรนด์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันเมื่อเกิดภาวะวิกฤติโควิด-19 ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ประเทศไทย และทั่วโลกมีมาตรการ Social Distancing ซึ่งนับเป็นจุดเร่งการเปลี่ยนแปลงให้การศึกษาทั่วโลกปรับตัวสู่การเรียนการสอนบนออนไลน์เร็วขึ้น โดยการนำ เทคโนโลยีด้านการศึกษา หรือ Educational Technology” มาใช้ในการเรียนการสอน แบ่งรูปแบบเป็น E-leaning และ Live Online ส่งเสริมการนำเสนอเนื้อหาที่มีความน่าสนใจขึ้น และกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างนักเรียนและครูได้มากขึ้น ฉะนั้นควรถือโอกาสประยุกต์การเรียนการสอนออนไลน์เข้ากับการเรียนการสอนในห้องเรียนเพื่อเติมเต็มการเรียนการสอนที่ทรงประสิทธิภาพในกับระบบการศึกษาไทย” นายธกานต์กล่าว

นางสาวชื่นชีวัน วงษ์เสรี เจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายธุรกิจ และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท โกลบิช อคาเดเมีย (ไทยแลนด์) จำกัด เผยว่า วันนี้ในนามผู้พัฒนาแพลตฟอร์มการเรียน Live English Classroom ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย Globish เอง ได้ออกแบบดีไซน์ทุกหลักสูตร และพัฒนาทุกแพลตฟอร์ม เพื่อตอบโจทย์รูปแบบการเรียนให้เหมาะกับคนไทยมากที่สุด โดยให้ความสำคัญและวิเคราะห์หลักสูตรการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์เชิงลึก ได้กล่าวถึงเทคนิคการเรียนการสื่อสารที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับออนไลน์ และมีความแตกต่าง ระหว่างการเรียนในห้องเรียน เพื่อตอบโจทย์การเรียนการสอนของครูและนักเรียนมากที่สุด เช่น การจัดสรรเนื้อหาการเรียน เทคนิคการสอน การใช้สื่อการสอนต่าง ๆ และการจัดสรรเวลาในชั่วโมงเรียนแต่ละวัน ซึ่งช่วงเวลาเป็นโจทย์ที่สอดคล้องกับสถิติจากผลวิจัยด้านการใช้สมาธิในการเรียนของเด็กอายุ 6-9 และ 10-12 ปี ที่พบว่าเด็กอายุ 6-9 ปี จะมีสมาธิที่ 20-45 นาที และสำหรับเด็กอายุ 10-12 ปี จะมีสมาธิที่ 30-60 นาที ซึ่งแม้ว่าการเรียนในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์นั้นแตกต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันนั้นคือเป้าหมาย หรือวัตถุประสงค์ในการมุ่งผลักดันยกระดับความรู้ความสามารถเด็กไทยให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

“ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่นอกเหนือจากเด็กนักเรียนที่ต้องมีการปรับตัวให้พร้อมรับมือกับการเรียนรูปแบบใหม่แล้ว วันนี้ครูผู้สอนอาจต้องมีการพัฒนาเรียนรู้เพิ่มเติมเพื่อปรับรูปแบบการสอนใหม่ เตรียมตัวที่จะสอนเพื่อดึงดูดให้เด็กสนใจด้วยเทคนิคการสอนที่สอดแทรกกิจกรรมโต้ตอบความสัมพันธ์กันในระหว่างเรียน มีการบ้านให้เด็กทำ และที่สำคัญต้องนึกถึงว่าเวลาเรียนเด็กจะเกิดปัญหา หรือความสงสัยอะไรในบทเรียน เพราะเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนเรียนเร็ว บางคนเรียนช้า ซึ่งการเรียนออนไลน์ที่มีการบันทึกวิดีโอไว้ จะทำให้เด็กสามารถกลับมาย้อนดูได้ แต่การทำให้เด็กโฟกัสตอนเรียนได้ดีเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นที่สุด”

ข่าว: Globish แนะมิติใหม่การศึกษาไทยผสานเรียนออนไลน์-ออฟไลน์ มุ่งสร้างมาตรฐานการศึกษาตอบโจทย์โลกยุคใหม่ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/07/01/globish-suggesting-a-new-dimension-of-thai-education-integrating-online-offline-education.html

เลอโนโว ประกาศวางจำหน่าย ThinkPad X1 Carbon Gen 8 และ ThinkPad X1 Yoga Gen 5 ในประเทศไทย อีกขั้นของประสิทธิภาพที่เหนือกว่า

เลอโนโว (HKSE: 992) (ADR: LNVGY) ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และอุปกรณ์อัจฉริยะชั้นนำระดับโลก ประกาศวางจำหน่าย Lenovo ThinkPad X1 Carbon Gen 8 และ Lenovo ThinkPad X1 Yoga Gen 5 แล็ปท็อป 2 รุ่นใหม่ในตระกูล ThinkPad X1 ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ โดยผลิตภัณฑ์ทั้งสองอยู่ในกลุ่มแล็ปท็อปของเลอโนโวกลุ่มแรกที่ผ่านเกณฑ์ Project Athena ของ Intel® เป็นเจ้าของก่อนใครได้แล้ววันนี้ทาง https://lnv.gy/2B2Ay9R ผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือน! จัดส่งฟรีทุกรายการ ไม่มีขั้นต่ำ

ไม่ว่าจะเป็นคนที่ชอบตามเทคโนโลยีใหม่ ๆ , ครีเอทีฟ หรือผู้บริหาร ThinkPad X1 Carbon Gen 8 และ ThinkPad X1 Yoga Gen 5 ถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสิทธิภาพขั้นสูงให้กับผู้ใช้งานทุกประเภท ตัวเครื่องบางเบา ทรงพลัง ตอบโจทย์การใช้งานหลากหลาย อาทิ แบตเตอรี่ที่คงทน ชาร์จได้รวดเร็ว, instant action, และ video playback ที่ดีขึ้น ทั้งยังอัดแน่นไปด้วยหลากหลายเทคโนโลยีทันสมัย ยกระดับประสบการณ์การใช้งานแบบ on-the-go ให้สมาร์ทขึ้นกว่าเดิม

การผ่านเกณฑ์ Project Athena ของ Intel® หมายความว่า ThinkPad X1 Carbon Gen 8 และ ThinkPad X1 Yoga Gen 5 สามารถตอบสนองต่อคำสั่งจากผู้ใช้งานได้ภายในชั่วพริบตา เหมาะกับสายแอคทีฟที่ชอบความรวดเร็ว ผู้ใช้งานสามารถออกจาก sleep mode แล้วเปิดเบราว์เซอร์ท่องอินเตอร์เน็ตได้ทันที ในเวลาไม่ถึง 1 วินาที

Lenovo ThinkPad X1 Carbon Gen 8 – ประสิทธิภาพเหนือชั้นใต้ความบางเบา

ThinkPad X1 Carbon Gen 8 พร้อมลุยทุกที่ทุกเวลา เพรียบพร้อมด้วยประสิทธิภาพการทำงานที่ซัพพอร์ตโดย Intel และแบตเตอรี่ที่คงทน ชาร์จได้รวดเร็ว ทำให้ประสบการณ์การทำงานราบลื่นกว่าที่เคย

ตัวเครื่องขับเคลื่อนด้วยตัวเลือกโมบายโปรเซสเซอร์สูงสุด 10th Gen Intel® Core™ i7 6 cores ประมวลผลเร็วทันใจ ตัวเลือกแรมสูงสุด 16GB onboard ตอบสนองความต้องการอย่างเหนือความคาดหมาย

ฟีเจอร์ใหม่คู่ระบบรักษาความปลอดภัยที่ฉลาดขึ้น

หมดห่วงเรื่องความปลอดภัยในการใช้งานและเก็บข้อมูล เพราะ ThinkPad X1 Carbon Gen 8 มาพร้อมโซลูชั่นการรักษาความปลอดภัยในตัวอย่าง ชุดโปรแกรม ThinkShield อัพเดทใหม่ล่าสุด รวมถึงชิป dTPM 2.0, ระบบตรวจสอบลายนิ้วมือแบบ Match on Chip และม่านปิดกล้องเว็บแคม ThinkShutter นอกจากนี้ยังมีตัวเลือก ThinkPad PrivacyGuard และ PrivacyAlert เสริมอีกด้วย

อลังการทั้งภาพและเสียง

ผู้ใช้งานสามารถเลือกประเภทของหน้าจอ ThinkPad X1 Carbon Gen 8 ให้เหมาะกับความต้องการได้ อาทิ ตัวเลือกหน้าจอสูงสุด 4K IPS พร้อม Dolby® Vision™ ให้ภาพคมชัด สีสันสดเหมือนจริง หรือหน้าจอ FHD ความสว่าง 500 nits แบบมี PrivacyGuard ช่วยขจัดปัญหาสายตาอื่นที่สอดส่องหน้าจอจากด้านข้าง

Lenovo ThinkPad X1 Yoga Gen 5 – สะดวกสบายไร้ที่สิ้นสุด

Lenovo ThinkPad X1 Yoga Gen 5 ตอบโจทย์ความคล่องตัวของการปรับโหมด ระหว่างโหมดทำงานและโหมดบันเทิง ด้วยฝาจอพับได้ 360 องศา ถือเครื่องคุยงานได้สะดวก หรือจะดื่มด่ำกับการดูภาพยนต์ด้วยกราฟิก Intel® UHD Graphics 620 แบบ integrated, Dolby® Vision™ และ Dolby® Atmos® ที่มีลำโพงทวีตเตอร์แบบยิงเสียงขึ้น และลำโพงวูฟเฟอร์แบบยิงลงอย่างละ 2 อัน ก็ลื่นไหล

ตอบโจทย์สายครีเอทีฟ-มัลติทาสเกอร์

โครงเครื่อง CNC อลูมิเนียมเสริมให้ ThinkPad X1 Yoga Gen 5 มีความทนทานมากขึ้น แต่ก็ยังคงความยืดหยุ่นในตัว ด้วยตัวยึดฝาจอกับบอดี้ล่างที่สามารถหมุนได้ 360 องศา สลับใช้งานระหว่างแล็ปท็อป และแท็บเล็ตได้ราบลื่นไร้ที่ติ อำนวยความสะดวกในทุกท่วงท่าการใช้งาน ไม่ว่าจะสเก็ตช์ภาพ จดโน็ต หรือเซ็นเอกสาร

หมดห่วงเรื่องหมึก หรือแบตเตอรี่ระหว่างการใช้งานได้ เพราะ ThinkPad X1 Yoga Gen 5 มาพร้อมกับ ThinkPad Pen Pro ในตัว ซึ่งชาร์จได้เมื่อเสียบเก็บใน garaged slot ของตัวเครื่อง พร้อมใช้งานเสมอ ให้ผู้ใช้งานปลดปล่อยจินตนาการได้ทุกเมื่อ

ควบคุมได้ผ่านปลายนิ้ว

ThinkPad X1 Yoga Gen 5 ตอบโจทย์การทำงานแบบต้องเคลื่อนที่บ่อย ๆ ด้วยฟังก์ชั่น UC แบบใหม่ตรงคีย์ลัด F9 ถึง F11 มอบความสะดวกให้ผู้ใช้งานคอลผ่านเครื่องได้เพียงกดปุ่มเท่านั้น นอกจากนี้หน้าจอ FHD ความสว่าง 500 nits ของเครื่อง ก็มาพร้อม PrivacyGuard ป้องกันสายตาอื่นมองหน้าจอจากด้านข้าง และ anti-glare ที่มีส่วนช่วยลดอาการปวดตา เมื่อต้องจ้องหน้าจอเป็นเวลานาน

ไฮไลท์โปรโมชั่นพิเศษ

  • สามารถสั่งปรับสเป็กได้ทั้ง 2 รุ่น เมื่อสั่งซื้อออนไลน์
  • ThinkPad X1 Carbon Gen 8: https://lnv.gy/2ZdWCWL
  • ThinkPad X1 Yoga Gen 5: https://lnv.gy/2VnddXj
  • จัดส่งใน 7 วันทำการ สำหรับการซื้อรุ่นพร้อมใช้ (ไม่จัดสเป็ก)
  • นักเรียน นักศึกษา อาจารย์ หรือบุคคลากรทางการศึกษา รับส่วนลดเพิ่ม 5% เมื่อสั่งซื้อเพื่อการศึกษาที่ Education Store https://lnv.gy/3dGPRlS
  • รับส่วนลดสูงสุดถึง 9% เพิ่มจากส่วนลดหน้าเว็บ เมื่อสะสมยอดซื้อ สำหรับการสั่งซื่อเพื่อธุรกิจที่ LenovoPRO https://lnv.gy/3hXeBcG

from:https://notebookspec.com/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a7-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2/527135/

IdeaPad Slim 5i แล็ปท็อปทรงพลังเพื่อคนครีเอทีฟ ใหม่จากเลอโนโว

เลอโนโว (HKSE: 992) (ADR: LNVGY) ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และอุปกรณ์อัจฉริยะชั้นนำระดับโลก ประกาศเปิดตัวแล็ปท็อป IdeaPad™ Slim 5i ในประเทศไทย แล็ปท็อปรุ่นใหม่นี้ถูกออกแบบมาสำหรับคนเจนเนอเรชั่นซี (Generation Z) รวมถึงเยาวชนรุ่นใหม่ ที่ต้องการแล็ปท็อปที่รวดเร็วทั้งในด้านการประมวลผล การเชื่อมต่อ และความบันเทิงแบบเคลื่อนที่

IdeaPad Slim 5i มาพร้อมตัวเลือกโปรเซสเซอร์สูงสุด Intel® Core™ i7-1065G7 เจนเนอเรชั่นที่ 10 ตัวเลือกหน่วยความจำสูงสุด 16GB DDR4 และตัวเลือกตัวจัดเก็บข้อมูล SSD PCIe M.2 NVME สูงถึง 1TB ทำให้เปิดเครื่องได้อย่างรวดเร็วทุกเวลา เสริมด้วย Wi-Fi 6 ช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงบริการสตรีมมิ่งยอดฮิต รายการยอดนิยม และภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์ ผ่านอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่ตอบสนองต่อการใช้บริการมัลติมีเดียได้มากกว่าเดิม 75%

ในส่วนของภาพและเสียง ก็ดีไม่แพ้ใคร ด้วย Active Area Ratio of 90% และลำโพง Dolby Audio™ ให้ผู้ใช้ได้ดื่มด่ำกับความบันเทิงอย่างเต็มอรรถรส พร้อมกราฟิก NVIDIA®GeForce® MX350 ล่าสุด แบบ integrated ประสิทธิภาพเร็วขึ้นถึง 2.5 เท่า

เช่นเดียวกับดีไวซ์อื่น ๆ ของเลอโนโว IdeaPad Slim 5i ผ่านการดีไซน์ที่คำนึงถึงความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานเป็นหลัก Privacy shutter แบบให้ผู้ใช้งานเลื่อนชัตเตอร์ปิดกล้องเอง จะป้องกันแฮกเกอร์จากการเห็นผ่านกล้องได้ รวมถึงสแกนลายนิ้วมือก็จะช่วยเพิ่มความปลอดภัย ด้วยการจำเอกลักษณ์ของลายนิ้วมือของผู้ใช้แต่ละคน นอกจากนี้การที่เลอโนโวนำฟีเจอร์ดังกล่าวมารวมอยู่ในเครื่องเดียว ยังทำให้ IdeaPad Slim 5i ได้รับรางวัล Red Dot Product Design 2020 Award อีกด้วย

IdeaPad Slim 5i มาพร้อมพอร์ต USB-C ล่าสุด ช่วยให้ชาร์จอุปกรณ์หลายชนิดได้รวดเร็ว และเชื่อมต่อกับจอภาพภายนอกได้สะดวก ในขณะที่ชาร์จเครื่องไปด้วย ซึ่งตัวเครื่องมีระบบ Rapid Charge ทำให้การเสียบชาร์จ 15 นาที เพิ่มพลังให้เครื่องเทียบเท่าการเสียบชาร์จ 3 ชั่วโมง

สำหรับขนาด IdeaPad Slim 5i มีให้เลือกทั้งแบบ 14 และ 15 นิ้ว มาในสี graphite grey เรียบหรู มีความพิเศษตรงที่ให้สัมผัสของความนุ่มคล้ายผ้าเมื่อเปิดฝาจอ คงทนไม่ลอกง่าย อีกทั้งยังมีฟีเจอร์เปิดมือเดียว เอื้อให้ผู้ใช้สามารถเปิดได้กว้างถึง 135 องศา เหมาะสมสำหรับการทำงาน

IdeaPad Slim 5i วางจำหน่ายแล้วในประเทศไทย ในราคาเริ่มต้นที่ 22,990 บาท สำหรับขนาด 14 นิ้ว และ 30,990 บาท สำหรับขนาด 15 นิ้ว ตัวเครื่องมาพร้อมโปรแกรม Microsoft Office Home & Student 2019 และระบบปฏิบัติการ Windows 10 ที่ติดตั้งไว้ล่วงหน้า

สามารถสัมผัส IdeaPad Slim 5i ได้ที่ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ เลอโนโว อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.lenovo.com/th หรือ www.facebook.com/LenovoTH/.

from:https://notebookspec.com/pr-lenovo-ideapad-slim-5i/526641/

‘Grab Loves Thais ช่วยกันนะคนไทย’ โครงการส่งต่อกำลังใจและสนับสนุนก้าวต่อไปของผู้คนในสังคม

แกร็บ ประเทศไทย เปิดตัว ‘Grab Loves Thais ช่วยกันนะคนไทย’ โครงการส่งต่อกำลังใจและสนับสนุนก้าวต่อไปของผู้คนในสังคม โดยแกร็บ ประเทศไทย ผู้นำด้านซูเปอร์แอปที่ช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันให้กับผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดตัวโครงการ ‘Grab Loves Thais ช่วยกันนะคนไทย’  เพื่อตอกย้ำพันธกิจในการดำเนินธุรกิจของแกร็บที่มุ่งยกระดับและส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนไทย พร้อมผนึกพันธมิตรกับภาครัฐและเอกชนเพื่อเยียวยาและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 ให้ก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างแข็งแกร่ง ผ่าน 4 กิจกรรมหลัก ได้แก่ Grab Loves Locals ช่วยร้านค้าคนไทยกันนะ, Grab Loves Farmers ช่วยเกษตรกรกันนะ, Grab Loves Partners ช่วยพี่คนขับกันนะ และ Grab Loves Children ช่วยเด็กไทยกันนะ ผนึกกำลังหน่วยงานภาครัฐอย่าง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) พร้อมด้วยพันธมิตรทางธุรกิจ มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย พร้อมสนับสนุนและขับเคลื่อนประเทศไทยผ่านเศรษฐกิจดิจิทัล

นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม ผู้อํานวยการฝ่ายการตลาด แกร็บ ประเทศไทย เผยว่า แกร็บ ประเทศไทย ในฐานะแอปพลิชันที่ตอบโจทย์ผู้ใช้บริการในทุก ๆ วัน (Everyday Everything App) ได้ยึดมั่นการดำเนินธุรกิจตามพันธกิจหลักขององค์กรที่เรียกว่า “Grab For Good” ซึ่งให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมุ่งเน้นการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อสร้างโอกาสในการหารายได้ พร้อมพัฒนาทักษะและเสริมศักยภาพในการแข่งขันให้กับทุกคนที่อยู่ในระบบนิเวศธุรกิจ (Ecosystem) ของเรา เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนสามารถก้าวทันเศรษฐกิจในยุคดิจิทัล ในขณะเดียวกัน แกร็บยังได้ผนึกความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนในการส่งเสริมการพัฒนาในด้านต่างๆ ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม อาทิ การพัฒนาเพื่อยกระดับมาตรฐานการเดินทางและขนส่ง การส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวภายในประเทศ การผลักดันสังคมดิจิทัลและระบบเศรษฐกิจแบ่งปันให้เป็นรูปธรรม รวมไปถึงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็ก เป็นต้น

“นับเป็นเวลากว่า 7 ปีแล้วที่ธุรกิจของเราค่อยๆ เติบโตและหยั่งรากลึกเพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงเคียงคู่ไปพร้อมกับสังคมไทย จากวันนั้นถึงวันนี้ ความมุ่งมั่นของ แกร็บ ไม่เคยเปลี่ยนแปลง แม้ในวันที่พวกเราทุกคนต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งยิ่งใหญ่ก็ตาม โดยแกร็บได้ริเริ่มโครงการต่างๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือกับพาร์ทเนอร์ บุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 กว่า 100 โครงการทั่วทั้งภูมิภาค สำหรับในประเทศไทย นอกจากกิจกรรมและความร่วมมือต่างๆ กับหน่วยงานภาครัฐที่เราได้ดำเนินการในช่วงที่ผ่านมา 

ล่าสุด เราได้เปิดตัว ‘Grab Loves Thais ช่วยกันนะคนไทย’ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญที่ถือกำเนิดขึ้นจากความตั้งใจของพวกเราทุกคน โดยมุ่งหวังที่จะนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ในการปลดล็อคและทลายข้อจำกัดต่างๆ เพื่อสร้างโอกาส ยกระดับคุณภาพชีวิต แก้ไขปัญหาและให้ความช่วยเหลือแก่ผู้คนในสังคมผ่าน 4 กิจกรรมหลัก”  นางสาวจันต์สุดา กล่าวเพิ่มเติม

โครงการ Grab Loves Thais ช่วยกันนะคนไทย ประกอบไปด้วย 4 กิจกรรมหลัก ได้แก่ 

  • Grab Loves Locals ช่วยร้านค้าคนไทยกันนะ ที่ริเริ่มขึ้นเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดเล็กโดยการให้ความรู้ด้านการทำการตลาดออนไลน์เพื่อเพิ่มยอดขายอย่างยั่งยืนผ่าน GrabAcademy โครงการเพื่อผู้ประกอบการรายย่อยในการให้ความรู้ในการทำการตลาดอออนไลน์, การจัดแคมเปญ Support Local Restaurant สนับสนุนร้านค้าคนไทยเพื่อเพิ่มยอดขายให้แก่ร้านค้า ผ่านพื้นที่โฆษณาพิเศษ GrabAds เพื่อโปรโมทร้านค้าคนไทยกว่า 500 ร้านที่อยู่บนแพลตฟอร์มแกร็บฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมโปรโมชั่นฟรีค่าส่งตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2563 ถึง 31 กรกฎาคม 2563 มูลค่ารวมกว่า 6 ล้านบาท รวมไปถึงการเปิดตัวเพลงหัวใจใกล้กัน ของ BNK48 เพื่อกระตุ้นการรับรู้ของผู้คนออกไปในวงกว้าง 
  • Grab Loves Farmers ช่วยเกษตรไทยกันนะ ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการช่วยเหลือเกษตรกรไทยขยายช่องทางการจัดจำหน่ายผลไม้คุณภาพส่งออกผ่านบริการ แกร็บมาร์ท (GrabMart) บนแอปพลิเคชันแกร็บ (Grab) ภายใต้ชื่อ ‘Farmers’ Market (ตลาดเกษตรกร) ณ จุดวางจำหน่าย 10 จุดหลักทั่วกรุงเทพฯ และยังมีแผนที่จะขยายการจัดจำหน่อยออกไปยังทั่วประเทศฯ ในเร็วนี้ๆ  
  • Grab Loves Partners ช่วยพี่คนขับกันนะ ซึ่งแกร็บได้ผนึกความร่วมมือกับ 6 พันธมิตรจัดทำถุงยังชีพที่บรรจุผลิตภัณฑ์อาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคจากแบรนด์ชั้นนำ จำนวน 40,000 ชุด รวมมูลค่ากว่า 8 ล้านบาท เพื่อมอบความห่วงใยและส่งต่อกำลังใจให้แก่พาร์ทเนอร์คนขับของแกร็บทั่วประเทศ ตลอดเดือนมิถุนายน ถึง กรกฎาคม 2563
  • Grab Loves Children ช่วยเด็กไทยกันนะ โดยร่วมมือกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพื่อให้ผู้ใช้บริการทุกท่านมีส่วนร่วมในการส่งต่อมื้ออาหารที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการให้แก่เด็กยากจนที่มีภาวะทุพโภชนาการภายใต้แนวคิด #มื้อนี้พี่เลี้ยง เพียงกดสั่งอาหารภายในร้าน ‘ทุพโภชนา’ บน GrabFood เพื่อส่งมอบเป็นมื้ออาหารเช้าให้กับเด็กๆ 

ด้าน นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานเปิดโครงการ กล่าวว่า “ภายใต้นโยบายเทคโนโลยีเกษตร 4.0 ของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ตั้งเป้าหมายปฏิรูปการบริหารและการบริการของกระทรวงเกษตรฯ และภาคเกษตรกรรมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล พร้อมพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการสินค้าเกษตรด้วยการเพิ่มช่องทางการกระจายสินค้าทางการเกษตรผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ประกอบกับวิกฤติโควิด-19  ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงและการปรับตัวอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นในด้านรูปแบบการค้า การบริการ การบริโภค รวมไปถึงภาคการผลิต เทคโนโลยีก็ได้กลายมาเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในยุคดิจิทัล แม้แต่ในกลุ่มสินค้าการเกษตรของไทย กระทรวงเกษตรฯจึงได้ร่วมมือกับแกร็บ ในการพัฒนาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลให้กับประเทศไทยผ่านโครงการ Grab Loves Farmers ช่วยเกษตรไทยกันนะ เปิดตัว Farmers’ Market (ตลาดเกษตรกร)โดยในปัจจุบันเกษตรกรไทยสามารถขายสินค้าเกษตรได้บนแพลตฟอร์มแกร็บแล้ว ซึ่งกระทรวงพาณิชย์เองก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ภาคเอกชนให้ความใส่ใจในการส่งเสริมและสนับสนุนคนไทยให้ก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน รวมถึงช่วยผลักดันให้ประเทศไทยสามารถเติบโตต่อไปได้ท่ามกลางกระแสตามการเปลี่ยนโลกด้วยธุรกิจดิจิทัล”

 

จากรายงานผลลัพธ์ทางสังคมของแกร็บประจำปี 2562/2563 (Social Impact Report 2019/2020) พบว่าในช่วงที่คนไทยต้องหยุดอยู่กับบ้านตามมาตรการอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ ที่ผ่านมา แกร็บได้เปิดโอกาสในการสร้างรายได้ให้แก่พาร์ทเนอร์คนขับกว่าแสนคน ร้านค้ารายใหม่กว่า 30,000 ร้านค้าให้ขึ้นมาอยู่บนแพลตฟอร์มแกร็บ พร้อมเงินสนับสนุนการเพื่อช่วยร้านค้าคนไทยมูลค่ารวมกว่า 6 ล้านบาท และเพิ่มช่องทางขายผลไม้ให้แก่เกษตรกรไทย โดยตั้งเป้าในการช่วยเหลือเกษตรกรผ่านจำนวนการสั่งผลไม้ 40,000 ออเดอร์ภายในสิ้นปี รวมไปถึงการส่งมอบความห่วงใยและกำลังใจผ่านถุงยังชีพให้แก่พาร์ทเนอร์คนขับแกร็บที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 รวมมูลค่ากว่า 8 ล้านบาท และในยามที่ประเทศหยุดชะงักแกร็บยังได้ขยายโอกาสในการเข้าถึงบริการที่จำเป็นให้แก่ผู้ใช้บริการกว่าล้านรายใน 30 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด แกร็บ ก็ยังคงพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างและช่วยเหลือคนไทยทุกคนไปตลอด 

“ถึงแม้ว่าสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยจะกำลังดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่พวกเราทุกคนก็ยังคงต้องใช้ชีวิตอยู่กับผลกระทบของโควิด-19 กันไปอีกระยะเวลาหนึ่ง แต่ในเมื่อชีวิตของพวกเรายังต้องดำเนินต่อไป แกร็บ ก็จะยังคงมุ่งมั่นที่จะดูแลคุณภาพชีวิตคนไทย ผ่านการสร้างงานสร้างรายได้ และการเข้าถึงบริการต่างๆ ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน บนแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีของแกร็บ เพื่อให้สังคมไทยยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้ เพราะเราเชื่อว่าในสถานการณ์แบบนี้ หากพวกเราร่วมมือร่วมใจ เราก็จะรอดพ้นจากวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน กิจกรรมต่างๆ ภายใต้โครงการนี้ไม่อาจเกิดขึ้น และคงไม่สามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ได้ หากขาดซึ่งความร่วมมือและการสนับสนุนจากองค์กรภาคีต่างๆ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ พันธมิตรทางธุรกิจ ที่สำคัญที่สุด คือ ผู้ใช้บริการทุกคน เพราะทุกครั้งที่คุณใช้บริการของแกร็บ ไม่ว่าจะเรียกรถ สั่งอาหาร หรือบริการใดๆ ก็ตาม นั่นหมายถึงคุณได้มีส่วนช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับคนไทย ทำให้เกษตรกรไทยมีกำลังใจและรอยยิ้ม ช่วยให้เหล่าพาร์ทเนอร์คนขับและจัดส่งอาหารใน 30 จังหวัดทั่วประเทศมีรายได้เพื่อหล่อเลี้ยงและจุนเจือครอบครัว ช่วยสร้างโอกาสให้เจ้าของร้านอาหารต่างๆ ยังดำเนินธุรกิจต่อไปได้ และช่วยให้เด็กยากจนที่มีภาวะทุพโภชนาการ” นางสาวจันต์สุดา กล่าวปิดท้าย

ข่าว: ‘Grab Loves Thais ช่วยกันนะคนไทย’ โครงการส่งต่อกำลังใจและสนับสนุนก้าวต่อไปของผู้คนในสังคม มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/06/25/grab-loves-thais-pr-news.html

เอสเอพี เผยนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนสำหรับองค์กรธุรกิจรับมือความท้าทายด้านซัพพลายเชนและความท้าทายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรม ในยุคหลังโควิด-19

เอสเอพี (SAP) เผยโฉมนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนสำหรับองค์กรธุรกิจ รับมือความท้าทายด้านซัพพลายเชนและความท้าทายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรม ในยุคหลังโควิด-19 ปัจจุบันองค์กรต่างๆ ทั่วโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน หลายๆ องค์กรจึงได้หันมาใช้เทคโนโลยีเพื่อนำข้อมูลเชิงลึกมาช่วยบริหารจัดการประสบการณ์ของพนักงาน ลูกค้าและซัพพลายเออร์ให้ดียิ่งขึ้น  เอสเอพี เอสอี  (NYSE: SAP) ได้เล็งเห็นถึงความต้องการดังกล่าว จึงมุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เป็นมากกว่าเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ พร้อมประกาศช่วยองค์กรธุรกิจเพิ่มศักยภาพการทำงานของระบบซัพพลายเชน รวมถึงระบบการทำงานในแต่ละอุตสาหกรรม บน Business Network ของเอสเอพี โดยใช้ความยั่งยืนเป็นตัววัดความสำเร็จทางธุรกิจ  ที่งาน SAPPHIRE NOW® Converge งานแสดงเทคโนโลยีประจำปีสำหรับลูกค้า ซึ่งจัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์ ระหว่างวันที่ 15-19 มิถุนายน 2563

โธมัส ซาวเออร์ซิก คณะกรรมการบริหาร ด้าน SAP Product Engineering ของ SAP SE กล่าวว่า “ในช่วงเวลาที่ไม่แน่นอนนี้ องค์กรธุรกิจจำเป็นต้องทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ที่เชื่อถือได้ เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการเพิ่มความคล่องตัว (agility) และเพิ่มความยืดหยุ่น (resiliency)  ในภาวะวิกฤติโควิด-19 เป็นไปอย่างเฉียบขาด  ในขณะเดียวกันองค์กรธุรกิจในปัจจุบันยังต้องรับมือกับสภาวะแวดล้อมและภาพรวมตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในโลกที่เชื่อมต่อถึงกันแบบ hyperconnected ด้วยเช่นกัน เราเล็งเห็นความสำคัญของการแก้ปัญหาเหล่านี้ จึงนำเสนอทางเลือกใหม่เพื่อช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กร ให้องค์กรสามารถรักษาความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม พร้อมขยายเครือข่ายธุรกิจได้ เรามั่นใจว่าด้วยกลยุทธ์ ความเชี่ยวชาญ ชุดโซลูชัน และพาร์ทเนอร์อีโคซิสเต็มส์ของเอสเอพี จะช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมุ่งสู่การเป็น อินเทลลิเจนท์ เอ็นเตอร์ไพรซ์ อย่างแท้จริง”

Climate 21

ภายในงาน เอสเอพีได้เปิดตัวโปรแกรม Climate 21 ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าที่ต้องการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสภาพแวดล้อม กลยุทธ์เดินหน้าสู่อนาคตของเอสเอพีในอีกหลายปีข้างหน้า จะเน้นการสร้างความร่วมมือเชิงนวัตกรรมกับพาร์ทเนอร์ โดยผนวกกรอบแนวคิดด้านความยั่งยืนเข้าไปในทุกโซลูชันของเอสเอพี สนับสนุนให้ลูกค้ามีความเข้าใจ สามารถวิเคราะห์ประเมินผล ควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon Footprint) ของผลิตภัณฑ์ตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการผลิตจนถึงปลายทาง  แอพพลิเคชัน SAP® Product Carbon Footprint Analytics เป็นโซลูชันแรกของโปรแกรม Climate 21 ที่เปิดให้บริการโดยแอพจะดึงข้อมูลจาก SAP S/4 HANA® และแหล่งข้อมูลจากที่ต่างๆ จัดการคำนวณข้อมูลเหล่านี้บนโซลูชัน SAP Analytics Cloud ช่วยให้ลูกค้าตระหนักถึงระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร และช่วยให้สามารถวางแนวทางสำหรับการวิเคราะห์และลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ต่อไป

Industry Cloud

องค์กรที่เป็น อินเทลลิเจนท์ เอ็นเตอร์ไพรซ์ นั้น นอกจากที่จะต้องมีความสามารถในการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาโมเดลธุรกิจปัจจุบัน ได้แล้วนั้น ยังต้องสามารถนำเทคโนโลยีมาใช้สร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อขยายฐานรายได้และศักยภาพในการเติบโต ได้ในขณะเดียวกัน  เอสเอพี จึงได้ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ นำเสนอโซลูชัน Industry Cloud เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานของชุดโซลูชัน intelligent suite จากเอสเอพี และช่วยขับเคลื่อนธุรกิจหลักของลูกค้าในแต่ละอุตสาหกรรม

โซลูชัน Industry Cloud ของเอสเอพี เป็นโซลูชันเฉพาะด้านที่ตรงความต้องการของพาร์ทเนอร์และผู้ใช้งาน โดยจะถูกสร้างขึ้นภายใต้ Business Technology Platform และใช้ open API framework, open process model, open domain model เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีกว่าให้แก่ลูกค้าและผู้ใช้งาน โซลูชันนี้สามารถทำงานร่วมกันกับชุดโซลูชัน Intelligent suite ของเอสเอพีได้ ทำให้นักพัฒนาสามารถติดตั้งและใช้งานได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้นักพัฒนายังสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI, IoT และเทคโนโลยีขั้นสูงของเอสเอพี เพื่อเร่งสร้างสรรค์นวัตกรรมและต่อยอดคุณค่าทางธุรกิจได้ โซลูชั่นนี้จึงทำให้การดำเนินงานและการสร้างสรรค์นวัตกรรมมีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

เอสเอพี เพิ่มการลงทุนในอุตสาหกรรม 4.0 สำหรับการจัดการซัพพลายเชน

เอสเอพี นำเสนอแนวคิด Industry 4.Now ที่ผนวก นวัตกรรมต่างๆ สำหรับซัพพลายเชน ครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบไปจนถึงการดำเนินการ เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้องค์กรสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึก ปรับระบบการทำงานให้เป็นระบบอัตโนมัติ รวมถึงตอบสนองได้ดียิ่งขึ้น โดยองค์กรธุรกิจสามารถปรับใช้นวัตกรรมเหล่านี้ เพื่อช่วยในการออกแบบและสร้างสินค้าและสินทรัพย์ ที่มีความชาญฉลาด สามารถรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลที่เพิ่มขึ้นจากเซนเซอร์ในซัพพลายเชนได้  การใช้นวัตกรรมเหล่านี้จะช่วยลูกค้าให้เปลี่ยนกระบวนทัศน์ของอุตสาหกรรม 4.0 จากเดิมที่โฟกัสเพียงแค่การทำงานสายการผลิตในโรงงานเป็นสำคัญแทนที่ด้วยการวางแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจขององค์กรอย่างรอบด้าน เทคโนโลยีภายใต้ Industry 4.Now จะช่วยให้องค์กรสามารถสรรค์นวัตกรรมที่ต้องการ รวมถึงจัดเก็บชุดข้อมูลดิจิทัลของสินค้าและสินทรัพย์ที่ถูกสร้างขึ้นตลอด lifecycle เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์กลับสู่กระบวนการทางธุรกิจตั้งแต่การออกแบบจนถึงการดำเนินงาน ด้วยความสามารถในการวิเคราะห์และการคาดการณ์ล่วงหน้า จะช่วยให้ผู้ใช้งานมีการตัดสินใจทางธุรกิจดียิ่งขึ้น ขับเคลื่อนโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่ไปพร้อมๆ กับการเพิ่มรายได้ให้องค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เอสเอพี ชูกลยุทธ์ Unified Business Network

เอสเอพี ชูกลยุทธ์การสร้าง network of intelligent enterprises หรือการสร้างเครือข่ายองค์กร อินเทลลิเจนท์ เอ็นเตอร์ไพรซ์

เพื่อช่วยปรับกระบวนการทางธุรกิจภายในองค์กรให้เป็นระบบดิจิทัล ทำให้การทำงานร่วมกันภายในองค์กรมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการซัพพลายเชน ทำให้เห็นภาพรวมของการทำงานในซัพพลายเชนตั้งแต่  การออกแบบ, การวางแผน, การจัดหา, การจัดซื้อ, การผลิต ไปจนถึง การขนส่งและการจัดการด้านสินทรัพย์  โดย เอสเอพีจะรวบรวมข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์ จากระบบ ERP และระบบเครือข่ายที่ได้รับความนิยม อาทิ ระบบเครือข่ายของ Ariba®, SAP Asset Intelligence Network, SAP Logistics Business Network รวมถึงโซลูชัน SAP Fieldglass® เพื่อให้องค์กรสามารถเข้าถึง collective intelligence หรือข้อมูลเชิงลึกรวม บน Business network เปิดนี้ได้

ปัจจุบันมูลค่าทางการค้าที่เกิดขึ้นบนระบบเครือข่ายธุรกิจ B2B ของเอสเอพีคิดเป็นมูลค่ากว่า 3.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ  เอสเอพีพร้อมเดินหน้าพัฒนาให้ระบบซัพพลายเชนขององค์กรมีความยืดหยุ่นและยั่งยืน พร้อมพลิกโฉมโมเดลธุรกิจ ทำให้ธุรกิจมีความคล่องตัวพร้อมรับมือ global disruption ที่เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเยี่ยมชม  SAP News Center  และติดตาม เอสเอพี บนทวิตเตอร์ได้ที่  @sapnews.

 

ข่าว: เอสเอพี เผยนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนสำหรับองค์กรธุรกิจรับมือความท้าทายด้านซัพพลายเชนและความท้าทายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรม ในยุคหลังโควิด-19 มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/06/24/sap-pr-news.html

TS-451DeU-2G NAS Rackmount ในระดับเริ่มต้นที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก

รายละเอียดของสินค้า :

  • Intel® Celeron® J4025 dual-core 2.0 GHz processor (burst up ถึง 2.9 GHz) พร้อม AES-NI encryption acceleration
  • 2 GB DDR4 memory (1 x 2 GB)
  • Intel® HD Graphics 600
  • Maximum Memory 8 GB (2 x 4GB)
  • Chassis ขนาดกะทัดรัด 12 นิ้ว
  • ความลึก 1U ติดตั้งได้ง่ายมากขึ้นในตู้เก็บอุปกรณ์ขนาดเล็กหรือสถานที่ที่มีสายเคเบิลจำนวนมาก
  • พอร์ต 2.5GbE RJ45 LAN ports  2 ช่อง
  • M.2 2280 SATA 6Gb/s SSD  2 slots ทำให้มีความยืดหยุ่นในการจัดเก็บ สามารถปรับขยายพื้นที่เก็บข้อมูลที่คาดว่าน่าจะสูงเพิ่มขึ้น ในการรองรับการทำงานของภาคธุรกิจและสื่อต่างๆ ได้มากขึ้น

ข้อมูลเพิ่มเติมของสินค้า : https://www.qnap.com/en/product/ts-451deu

from:https://notebookspec.com/ts-451deu-2g-nas-rackmount-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%8a/526214/