คลังเก็บป้ายกำกับ: PR_News

Samsung ส่งสมาร์ทโฟนสุดเจ๋ง ‘Galaxy A51 และ Galaxy A71’ ประเดิมต้นปี พร้อมจัดเต็มฟีเจอร์ กล้อง-จอ-แบต สุดทุกเรื่องในเครื่องเดียว

ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลก เผยโฉมสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในตระกูล เอ ซีรีส์ประจำปี 2563 นำทัพโดย กาแลคซี่ เอ 51 สมาร์ทโฟนรูปสวย เลนส์ครบจบในเครื่องเดียว และกาแลคซี่ เอ 71 สมาร์ทโฟนสเปคเทพของเกมเมอร์ สุดยอดนวัตกรรมที่ซัมซุงตั้งใจพัฒนาขึ้นมาเพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานสมาร์ทโฟนที่ครบสุดทุกเรื่องสำหรับทุกคน (Awesome is for Everyone) ด้วยฟีเจอร์ที่โดดเด่นและจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นกล้องถ่ายภาพอัจฉริยะที่มาพร้อมเลนส์ที่ครบครัน พร้อมให้ผู้ใช้งานเก็บภาพได้ทุกแบบ ทุกสไตล์ และในทุกระยะ ไม่ว่าใกล้หรือไกลก็ได้ภาพละเอียด คมชัด เก็บครบดั่งตาเห็น พร้อมด้วยหน้าจอแบบ Infinity-O Display ที่จะมอบที่สุดของประสบการณ์การรับชมคอนเทนต์บนจอได้แบบสุดขอบ รวมถึงความจุแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดทั้งวันช่วยจัดการไลฟ์สไตล์ที่ยุ่งเหยิงให้ลงตัวกว่าที่เคย

“ซัมซุงรู้สึกตื่นเต้นที่ได้นำ กาแลคซี่ เอ 51 และ เอ 71 มาเติมเต็มสมาร์ทโฟนตระกูล กาแลคซี่ เอ ซีรีส์ ที่ประสบความสำเร็จจากการเปิดตัวเมื่อปีที่ผ่านมา จนกลายเป็นสมาร์ทโฟนที่ผู้ใช้งานชื่นชอบมากที่สุด โดย กาแลคซี่ เอ 51 และ เอ 71 เป็นสมาร์ทโฟนเจเนอเรชั่นใหม่ที่ต่อยอดนวัตกรรมและส่งต่อเทคโนโลยีที่ผู้ใช้งานหลงรัก ตอบทุกโจทย์ของวัยรุ่น ไม่ว่าจะเป็นสายกล้อง หรือสายเกม เราก็มีนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะทำให้ใช้ชีวิตได้แบบสุดๆ ไปด้วยกัน” วิทยา สินทราพรรณทร ผู้อำนวยฝ่ายการตลาด ธุรกิจโทรคมนาคมและไอที กล่าว

ซัมซุง กาแลคซี่ เอ 51 และ เอ 71 เป็นสมาร์ทโฟนที่ได้รับการออกแบบเพื่อสะท้อนความเป็นตัวตนของกลุ่มผู้ใช้งาน Gen Z ซึ่งมีความหลงใหลในการเสพและสร้างสรรค์คอนเทนต์สุดแหวกแนว เป็นตัวของตัวเอง โดดเด่นและไม่ซ้ำใคร พร้อมปลุกกระแสความฮิตบนโลกออนไลน์ผ่านอุปกรณ์สุดล้ำที่รวมเอาทุกฟีเจอร์ไว้อย่างครบครัน โดยซัมซุง กาแลคซี่ เอ 51 นั้นจะชูจุดเด่นในการใช้งานเรื่องกล้อง ภายใต้แนวคิด “รูปสวย เลนส์ครบ จบในเครื่องเดียว” ในขณะที่ซัมซุง กาแลคซี่ เอ 71 ยังคงตอกย้ำจุดแข็งทางการตลาดในเรื่องเกมที่เป็นสมาร์ทโฟนสเปคเทพของเกมเมอร์ ต่อเนื่องจากโมเดลก่อนหน้า ซัมซุง กาแลคซี่ เอ ทั้ง 2 รุ่น

รูปสวย เลนส์ครบ จบในเครื่องเดียว

ซัมซุง กาแลคซี่ เอ 51 มาพร้อมกับเลนส์กล้องหลังอัจฉริยะที่ตอบโจทย์ครบทุกสไตล์การถ่ายภาพ พร้อมกับนวัตกรรมกล้องใหม่ล่าสุด โหมดมาโคร (Macro) 5 ล้านพิกเซล ช่วยให้เก็บรายละเอียดมุมใกล้ได้ชัดกว่าที่เคย โฟกัสระยะใกล้ชัดสุดได้ถึง 4 เซนติเมตร นอกจากนี้ยังมีนวัตกรรมกล้องหลักที่โดดเด่น ประกอบไปด้วย โหมดอัลตร้าไวด์ (Ultra-Wide) 12 ล้านพิกเซล เก็บภาพมุมกว้างถึง 123 องศา ให้คุณเก็บภาพได้ครบกว่าที่เคย โหมดไลฟ์ โฟกัส(Depth Camera) 5 ล้านพิกเซล ที่ไม่ใช่แค่ถ่ายภาพหน้าชัดหลังละลาย แต่ยังสามารถเพิ่มเอฟเฟกต์ให้รูปแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร รวมถึง กล้องหลัง 48 ล้านพิกเซล และ กล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล ที่ไม่ว่าจะในที่แสงมากหรือแสงน้อยก็ถ่ายเซลฟี่ได้สวยกว่าเดิม ด้วยบิวตี้โหมด นอกจากนี้ ผู้ใช้งานยังสามารถเก็บทุกโมเมนต์สุดประทับใจได้นิ่งระดับแอคชั่นแคม กับ โหมดถ่ายวีดีโอกันสั่น (Super Steady Video) เพื่อให้ได้วีดีโอที่คมชัด ภาพลื่นไหลไม่สั่นสะเทือน ไม่ว่าคุณจะอยากทำคอนเทนต์แนวไหน กาแลคซี่ เอ 51 ก็ตอบทุกโจทย์ได้จบในเครื่องเดียว

ซัมซุง กาแลคซี่ เอ 51 และ เอ 71 ยังมาพร้อมกับหน้าจอ Super AMOLED ให้ภาพสีสวยสดคมชัดในทุกสภาพแสงและด้วยดีไซน์ จอรูปแบบใหม่Infinity-O Display ขนาด 6.5 นิ้ว ยังให้คุณได้สนุกกับการดูได้เต็มจอกว่าที่เคย พร้อมใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้น ด้วยแบตเ

สเปคเทพของเกมเมอร์

ซัมซุง กาแลคซี่ เอ 71 ถูกออกแบบมาเพื่อเอาใจคอเกมโดยเฉพาะ ด้วยหน่วยประมวลผลชิปเซ็ตสุดเทพ Snapdragon 730 และ RAM 8 Rom 128 ที่ทำให้เล่นลื่น เร็ว แรง เพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกมด้วย AI Game Booster ตัวช่วยอัจฉริยะที่จะช่วยทำให้การเล่นเกมเสถียรมากยิ่งขึ้น ซึ่งมาพร้อมกับเทคโนโลยีจอรุ่นใหม่ Super AMOLED Plus จอใหญ่ สีสวย ภาพสมจริง บางและเบากว่าเดิม ทำให้จับถนัดมือ พร้อมให้ผู้ใช้งานสตรีม เล่นเกม และใช้งานสมาร์ทโฟนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตลอดเวลา

นอกจากนี้ ซัมซุง กาแลคซี่ เอ 51 และ เอ 71 ยังมอบประสบการณ์สุดล้ำให้ผู้ใช้งานได้เชื่อมต่อกับอีโคซิสเต็มอันชาญฉลาดของซัมซุงผ่านแอปพลิเคชันและบริการสุดพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น ผู้ช่วยคำสั่งเสียง Bixby ที่รองรับทั้งฟีเจอร์ Vision, Lens Mode และ Routines รวมทั้งแพลตฟอร์มการชำระเงินผ่าน Samsung Pay และแอปพลิเคชันด้านสุขภาพอย่าง Samsung Health พร้อมเสริมความมั่นใจให้ผู้ใช้งานด้วยแพลตฟอร์มระบบรักษาความปลอดภัยระดับทางการทหาร Samsung Knox เพื่อช่วยปกป้องความเป็นส่วนตัวให้กับผู้ใช้งานอีกด้วย

ซัมซุง กาแลคซี่ เอ 51 มีให้เลือก 3 สี ได้แก่Prism Crush Pink, Prism Crush Blue และPrism Crush Black วางจำหน่ายในราคา 10,490 บาท กาแลคซี่ เอ 71 มีให้เลือก 3 สี คือPrism Crush Black, Prism Crush Blue และ Prism Crush Silver ราคา 13,990 บาท พร้อมวางจำหน่ายแล้ว 25 มกราคม นี้

พิเศษ โปรโมชันเปิดตัว เมื่อซื้อ กาแลคซี่ เอ 51 หรือ เอ 71 รับฟรี! ส่วนลด 500 บาท สำหรับซื้ออุปกรณ์สวมใส่ หรืออุปกรณ์เสริมอื่นๆ ระหว่างวันที่ 25 มกราคม – 10 กุมภาพันธ์ 2563

from:https://www.flashfly.net/wp/282358

ตอกย้ำความสำเร็จ realme แบรนด์สมาร์ทโฟนน้องใหม่กับการเติบโตอย่างรวดเร็ว การันตีด้วยรางวัลชั้นนำจากหลายประเทศในปี 2562

ในปี 2562 realme (เรียลมี) แบรนด์สมาร์ทโฟนเพื่อคนรุ่นใหม่ มีความมุ่งมั่นและยังคงเดินหน้าภายใต้สโลแกน “Dare to Leap” เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่จะเปิดประสบการณ์คนรุ่นใหม่ ทั้งนี้ realme ถือเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ขึ้นแท่นแบรนด์สมาร์ทโฟนอันดับ 7 ของโลก พร้อมคว้ารางวัลกว่า 60 รางวัลชั้นนำระดับโลกในปี 2562 โดย realme ประสบความสําเร็จและเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งในแง่ของแนวคิดแบรนด์และคุณภาพผลิตภัณฑ์

คว้ารางวัลจากสื่อชั้นนำ Android Authority และ GSM Arena  จากการสำรวจสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ประจำปี 2562 ที่จัดทำโดยเว็บไซต์ Android Authority โดย realme X2 Pro ได้รับรางวัล “Best Of Androids:2019’s Winner” และติดอันดับ “Best Smartphones of 2019: #1 Flagship Killer” โดย GSMArena ในฐานะแบรนด์สมาร์ทโฟนน้องใหม่นั้น realme ถือเป็นแบรนด์ที่มาแรงและเป็นที่ยอมรับจากสื่อต่างประเทศชั้นนำในระยะเวลาอันสั้น แสดงให้เห็นว่า realme มีศักยภาพที่โดดเด่นแบบก้าวกระโดด

ประสบความสำเร็จในตลาดระดับโลก คว้ารางวัลใหญ่จากหลากหลายประเทศ

realme มีความภาคภูมิใจสำหรับการยอมรับและได้รับรางวัลในตลาดระดับโลก ทั้งในประเทศอินเดียที่เป็นตลาดสมาร์ทโฟนที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก realme Buds Wireless ได้รับรางวัลในสาขา Best Earphones of the Year และ realme XT ได้รับรางวัล Best Budget Smartphone of the Year จากนิตยสาร Exhibit  ทั้งนี้จากการเติบโตอย่างมากของแบรนด์ภายในระยะเวลาอันรวดเร็วในปี 2562 realme ยังได้รับรางวัล Disruptive Brand of the Year  นอกจากนี้ สื่อเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศรัสเซียอย่าง 4PDA ยังยกให้ realme X2 Pro เป็น “The Fastest Flagship”  สำหรับในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ realme XT ได้รับการจัดอันดับให้เป็น Best Mid-Range โดยเว็บไซต์ Tek.id จากประเทศอินโดนีเซีย นอกจากนี้นิตยสาร The eyes of the Star นิตยสารชั้นนำในประเทศมาเลเซีย ยังยกให้ realme X2 Pro เป็น “Top 5 Major Handphone Innovations in 2019” อีกด้วย ในส่วนตลาดประเทศจีน realme X2 Pro ได้รับรางวัล “User’s Choice of the Year” จากผู้จัด ZOL , Baidu และ Bailiahao และจากหลายรางวัลที่ได้รับมาตลอดปี 2562 แสดงให้เห็นว่า realme ได้รับการยอมรับอย่างมากในตลาดที่สำคัญทั่วโลก

ความสำเร็จในปี 2562 กับความมุ่งมั่นเพื่อเปลี่ยนอุตสาหกรรมเกม

ในปี 2562 realme เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนน้องใหม่ที่ได้รับการยอมรับอย่างมาก  ภายในระยะเวลาเพียง 18 เดือน realme ได้ก้าวเข้าสู่อันดับ 7 ของแบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก และเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา realme มีผู้ใช้งานมากกว่า 25 ล้านคน ที่เพิ่มขึ้นต่อปีมากกว่า 500% ในขณะเดียวกัน realme ยังเปิดตัวใน 22 ตลาดทั่วโลกอย่างรวดเร็วและประสบความสำเร็จในทุกกลยุทธ์ โดย realme มุ่งมั่นที่จะขึ้นแท่นเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนอันดับ 5 ในหลายตลาดทั่วโลกอีกด้วย

นอกจากนี้ realme ยังมีผลงานที่โดดเด่นในตลาดอินเดียด้วยส่วนแบ่งการตลาดออนไลน์ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2562 สูงถึง 26.5% ถือเป็นตลาดออนไลน์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 และเป็นส่วนแบ่งการตลาดโดยรวมที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 อีกทั้งยังเป็นแบรนด์เทคโนโลยีที่เป็นที่นิยมสำหรับคนรุ่นใหม่ในอินเดีย นอกจากนี้ด้วยการเติบโตอย่างรวดเร็วทำให้ realme เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนอันดับ 4 ในประเทศอินโดนีเซีย  และเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนอันดับ 5 ในยุโรป ภายในระยะเวลาเพียงเดือนครึ่งเท่านั้น นั่นแสดงให้เห็นว่า realme ไม่เพียงแต่เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก แต่ยังเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่อยู่ในกระแสหลักระดับโลกอีกด้วย

ก้าวเข้าสู่ปี 2563 ด้วย 5G และ Alot อย่างเต็มกำลัง

ความสำเร็จในปี 2562 ถือเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยผลักดันให้เราพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อไปในอนาคตและ realme ที่ ได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในส่วนของ 5G โดยมีความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องที่จะขยายรูปแบบ loT เพื่อสอดรับเครือข่าย 5G เพื่อสร้างความล้ำหน้าและก้าวกระโดดของเทคโนโลยีรอบด้านสำหรับคนรุ่นใหม่

·       5G เครือข่ายยอดนิยมระดับโลก: realme ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนที่รองรับ 5G อย่างเป็นทางการอย่าง realme X50 5G และในอนาคต realme จะมีการพัฒนาและเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่รองรับ 5G ในราคาย่อมเยา เพื่อจะสร้างเครือข่าย 5G ให้เป็นที่นิยมและผลักดัน 5G ให้ตอบโจทย์และเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ทั่วโลก

·       เดินหน้าด้วย AloT อย่างเต็มกำลัง: realme มีแนวคิดที่จะนำผลิตภัณฑ์ loT มาใช้เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของคนรุ่นใหม่ในทุกแง่มุมตั้งแต่ อุปกรณ์เครื่องเสียง, อุปกรณ์สวมใส่, TV และผลิตภัณฑ์เพื่อไลฟ์สไตล์ต่างๆ ภายใต้ realme  AloT ที่รองรับระบบ AI  เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ครบคลุมการใช้งานทุกไลฟ์สไตล์และช่วยให้การใช้ชีวิตสะดวกทันสมัยและชาญฉลาดยิ่งขึ้น

from:https://www.flashfly.net/wp/282353

เชิญชวนผู้สนใจร่วมงาน Future Maker ประจำปี 2020 กับสปีคเกอร์ระดับประเทศ วันที่ 29 ก.พ. 63 นี้

Future Maker Night 2020 Speaker Thailandพาทุกคนไปสู่โลกอนาคตผ่านมุมมองและสายตาของผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศในงาน Future Maker ประจำปี 2020cโดยในปีนี้ ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศหลายท่าน ที่จะมาร่วมแชร์มุมมองและแนวทางการสร้างโอกาสในโลกยุคดิจิทัล เชิญชวนผู้สนใจร่วมงาน Future Maker ประจำปี 2020 กับสปีคเกอร์ระดับประเทศ วันที่ 29 ก.พ. 63 นี้ งาน Future Maker ประจำปี 2020 พบกับสปีคเกอร์ระดับประเทศ 29 กุมภาพันธ์​ 2563 นี้ เวลา 19.00 – 22.00 น. ณ โรงภาพยนตร์สกาล่า สยามสแควร์ ผู้สนใจสามารถซื้อบัตรได้ที่ https://www.ticketmelon.com/Future-Maker/futuremaker2020-seeyouinthefuture Future Maker ชวนคุณมาร่วมค้นหาแนวทางและสร้างโอกาสใหม่ ๆ พร้อมวิธีรับมือความเสี่ยงในโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เพื่อพัฒนาทักษะจำเป็นในยุค Digital Disruption และร่วมทำนายอนาคตประเทศไทยในปี 2020 นี้ไปด้วยกัน พบกับ Speaker ผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศที่จะมาร่วมแชร์ประสบการณ์ ได้แก่ คุณสุหฤท สยามวาลา […]

from:https://www.iphonemod.net/future-maker-night-2020-speaker-thailand.html

RoV ครองแชมป์อีสปอร์ตบนมือถืออันดับ 1 ของโลก! ประจำปี 2019

ความสนใจในอีสปอร์ตกำลังขยายตัวเรื่อยๆ ในปัจจุบัน และ RoV ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดอีสปอร์ตอีกครั้งด้วยการครองแชมป์การเป็นอีสปอร์ตบนสมาร์ทโฟนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก โดยรายงานปี 2019 จาก ‘eSports Charts’ บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลอีสปอร์ตระดับโลก ระบุว่าการแข่งขันอีสปอร์ตบนเกม RoV ในปี 2019 ได้รับการรับชมจากผู้ชมทั่วโลกรวมแล้วมากกว่า 72.2 ล้านชั่วโมง ซึ่งห่างจากตำแหน่ง 2 ถึง 15.5 ล้านชั่วโมง โดย RoV มียอดผู้ชมพร้อมกันสูงสุดกว่า 764,000 คน จากการแข่งขัน Arena of Valor World Cup 2019

ทีมงาน RoV ทุกคนขอขอบคุณแฟนเกมทุกท่านที่ให้การสนับสนุนและสร้างประวัติศาสตร์ร่วมกัน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เล่นและแฟนเกมในปี 2020 เราจะมุ่งผลักดันวงการอีสปอร์ตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งผลิตเนื้อหาความบันเทิงที่น่าสนใจออกมาเพื่อตอบโจทย์ผู้เล่น RoV นับล้าน ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก

สำหรับช่วงต้นปี 2020 นี้ RoV จะกลับมาพร้อมกับ RoV Pro League 2020 Summer การแข่งขันระดับมืออาชีพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย พร้อมกับเงินรางวัลรวมมากถึง 10 ล้านบาท การแข่งขันสุดดุเดือดรออยู่แน่นอน แฟนๆ อีสปอร์ตห้ามพลาด!

from:https://www.flashfly.net/wp/282303

คิวยาวเหยียด ห้างทะลัก! เมื่อ dtac Reward ให้ฟินกับชานมไข่มุกแสนอร่อย วันนี้ 10,000,000 เม็ด 100,000 แก้วทั่วประเทศ

เจอคิวชานมไข่มุกยาวเหยียด เซอร์ไพรส์แรก  แจกฟรี ชานมไข่มุก แสนอร่อยวันนี้ เมื่อดีแทค รีวอร์ด จัดให้ “ตามใจปากทุกวันศุกร์” แจกชานมไข่มุก ให้ฟินทั้งกินทั้งดื่ม Ochaya, Koi The และ Tiger Sugar  แจกชานมไข่มุกฟรีรวมกว่า 10,000,000 เม็ด หรือ 100,000 แก้ว  ให้ลูกค้าได้ #ตามใจปากทุกวันศุกร์  กันให้ฟินสุดๆ  ลูกค้าดีแทคสามารถรับสิทธิ์ได้ง่ายๆผ่าน ดีแทค แอป และติดตามดีลสุดพิเศษทุกศุกร์ได้จาก Line dtac reward  และ Facebook dtac reward  และเว็บไซต์ www.dtac.co.th/dtacreward

ดีแทค รีวอร์ด จัดเต็มทุกวันศุกร์ ตลอดทั้งปี 2563 ให้ลูกค้าได้เซอร์ไพรส์กับดีลสุดพิเศษ จากแบรนด์ดัง ทั้งลด แลก แจก แถม เครื่องดื่ม ไอศครีม ขนมหวาน และอีกมากมาย ใครที่พลาดวันนี้ ศุกร์หน้าวันที่ 31 มกราคมมารับ ชานมไข่มุก แสนอร่อยได้อีก

from:https://www.flashfly.net/wp/282294

เอไอเอส ผนึก เอสซีจี และ ม.อ. ปักหมุด สร้างต้นแบบ 5G ในภาคอุตสาหกรรมได้สำเร็จ รายแรก!

หลังทดสอบใช้งานจริง 5G ควบคุมรถยกผ่านทางไกล เพิ่มความปลอดภัยในงานที่มีความเสี่ยงสะท้อนศักยภาพผู้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยี พร้อมพาประเทศไทยสู่ยุค 5G ขับเคลื่อน Thailand 4.0

• ก้าวย่างสำคัญด้านเทคโนโลยีของประเทศ เมื่อ 2 องค์กรชั้นนำ “เอไอเอส” และ “เอสซีจี” ผู้นำอันดับ 1 ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีจาก 2 อุตสาหกรรม พร้อมด้วย ภาคการศึกษา มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ ผนึกกำลังร่วมทดลองทดสอบการใช้งานจริง 5G ในภาคอุตสาหกรรมได้สำเร็จ เป็นรายแรกของไทย ภายใต้การสนับสนุนของ กสทช.
• นำเทคโนโลยี 5G ยกระดับอุตสาหกรรม 4.0 โดยร่วมกันพัฒนารถยกต้นแบบ ให้สามารถควบคุมผ่านระยะไกลบนเครือข่าย 5G จากเอสซีจี สำนักงานใหญ่บางซื่อ กรุงเทพฯ – โรงงานของเอสซีจี จ. สระบุรี โดยผู้ควบคุมรถ ไม่ต้องอยู่ที่เดียวกับรถ แต่สามารถควบคุมรถให้เคลื่อนย้ายสิ่งของจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดที่ต้องการได้แบบเรียลไทม์และแม่นยำ ช่วยเพิ่มผลิตผลให้ธุรกิจ สามารถต่อยอดไปสู่การฝึกอบรมพนักงานทางไกล และเพิ่มความปลอดภัยในงานที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งถือเป็นต้นแบบให้อุตสาหกรรมต่างๆ ในประเทศไทย สามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ได้จริงกับธุรกิจทั้งในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้
• พร้อมกันนี้ เอไอเอส และเอสซีจี ยังได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงในการร่วมวิจัย และพัฒนานวัตกรรมที่ใช้เทคโนโลยีเครือข่าย 5G ในโครงการอื่นๆ ตลอดจน ร่วมพัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพพร้อมแข่งขันบนโลกยุคดิจิทัล เป้าหมายเพื่อร่วมกันสร้าง 5G Ecosystem ของการพัฒนานวัตกรรมที่ยั่งยืน ช่วยยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทย และคุณภาพชีวิตของคนไทยไปอีกขั้น มุ่งขับเคลื่อนประเทศสู่ Thailand 4.0

นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ เอไอเอส กล่าวว่า “5G คือเทคโนโลยีที่จะเข้ามาพลิกโฉมสังคมไทย และยกระดับขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมไปอีกขั้น พร้อมขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็น Thailand 4.0 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจน อำนวยความสะดวกด้านการสื่อสารของผู้ใช้บริการโดยทั่วไป จากคุณสมบัติ 3 ส่วน คือ ความเร็วที่เพิ่มขึ้น, ขีดความสามารถการเชื่อมต่อ IoT และเครือข่ายที่ตอบสนองได้รวดเร็วและเสถียร เอไอเอส ในฐานะผู้นำอันดับ 1 ด้านนวัตกรรมเครือข่ายและเทคโนโลยี มีความมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคตอยู่เสมอ เพื่อเป็นแกนสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็น Thailand 4.0

ดังที่ผ่านมา เอไอเอสเป็นผู้นำนวัตกรรม 5G รายแรกรายเดียวของไทยที่ทดลองทดสอบ 5G ครบแล้วทั่วไทย โดยเปิดพื้นที่ให้นักพัฒนา นักวิจัย นิสิตนักศึกษา และประชาชนได้ร่วมศึกษา ทดลอง ทดสอบการใช้งาน 5G ในหลากหลายมิติมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของเทคโนโลยี 5G ว่ามีความสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยอย่างไร ตลอดจน เรามีความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางความร่วมมือในการสร้าง Ecosystem ของการพัฒนานวัตกรรม เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้งานทั่วทุกภูมิภาคและทุกเจเนอเรชัน

สำหรับความร่วมมือระหว่างเอไอเอส, เอสซีจี และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในครั้งนี้ จึงถือเป็นก้าวย่างสำคัญของการทดสอบ 5G ในภาคอุตสาหกรรมไทย ซึ่งได้ร่วมคิดค้นและพัฒนาโซลูชั่นในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิตด้วย 5G ทดลองทดสอบในสภาพแวดล้อมจริง บนคลื่นความถี่ 2.6 GHz ภายใต้การสนับสนุนของ กสทช. เป็นครั้งแรกที่เราจะได้เห็น Use Case จริงที่สามารถนำไปต่อยอดใช้งานได้จริงในอนาคต ผ่านการสาธิตการบังคับรถยกของ Forklift ขับเคลื่อนระยะไกล จากกรุงเทพฯ – สระบุรี เป็นครั้งแรกของภาคอุตสาหกรรมของไทย ทำให้เราเชื่อมั่นได้ว่า เทคโนโลยี 5G จะเข้ามาสร้างการเปลี่ยนแปลงและมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนภาคธุรกิจของไทยได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม การพัฒนานวัตกรรม 5G ยังมีองค์ประกอบและปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่างๆ อีกหลายด้าน ซึ่งจะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนใน Ecosystem ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรม 5G เพื่อสร้างโอกาสในการแข่งขันในเวทีโลก พร้อมช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อไป”

ด้าน นายอรรถพงศ์ สถิตมโนธรรม ผู้อำนวยการ โครงการระบบอัตโนมัติและอุตสาหกรรม 4.0 เอสซีจี กล่าวถึงความร่วมมือครั้งสำคัญนี้ว่า “เอสซีจี มุ่งปรับเปลี่ยนการดำเนินงานด้านต่างๆ ในทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง แพคเกจจิ้ง และเคมิคอลส์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้องค์กรเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยจัดตั้งคณะทำงานด้าน Mechanization, Automation and Robotics (MARs) และ Industry 4.0 ขึ้น ตั้งแต่ปี 2559 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับกระบวนการผลิตให้เป็นโรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) ด้วยการนำเทคโนโลยีด้าน MARs และ Industry 4.0 มาผสมผสานกัน โดยใช้เงินลงทุนกว่า 860 ล้านบาท ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2562 จนออกมาเป็นโซลูชันต่างๆ อาทิ การแจ้งเตือนเครื่องจักรก่อนการซ่อมบำรุง (Smart Maintenance) การใช้หุ่นยนต์ในห้องปฏิบัติการด้านการตรวจวัด (Smart Laboratory) การทำระบบจ่ายปูนให้ลูกค้าแบบอัตโนมัติ (Smart Dispatching) และการเชื่อมโยงข้อมูลตลอดห่วงโซ่อุปทานด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้ทุกคนเห็นข้อมูลเดียวกันที่ถูกต้องและนำมาวิเคราะห์ให้เกิดประโยชน์ต่อธุรกิจ รวมทั้งตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น

ทั้งนี้ เอสซีจีให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ กับองค์กรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านต่างๆ เพื่อให้การดำเนินงานสามารถประสบความสำเร็จได้ดีและรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงเป็นที่มาของความร่วมมือกับเอไอเอสในครั้งนี้ เพื่อให้ลูกค้าของเราได้รับสินค้าและบริการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมของไทยให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น

สำหรับโครงการ “การพัฒนารถ Forklift ขับเคลื่อนระยะไกลด้วยเครือข่าย 5G” ดังกล่าว เริ่มดำเนินการที่โรงงานของเอสซีจี ใน จ.สระบุรี เป็นแห่งแรก เพราะมีการเคลื่อนย้ายทั้งวัตถุดิบและสินค้าโดยใช้รถ Forklift เพื่ออำนวยความสะดวกจำนวนมาก อีกทั้งรถ Forklift ยังเป็น material mobility ที่ควบคุมได้ง่ายที่สุด ก่อนจะต่อยอดไปทดลองกับเครื่องมืออื่นๆ ในอนาคต ซึ่งการนำเครือข่าย 5G ที่มีความรวดเร็วในการตอบสนองแบบเรียลไทม์ และมีความแม่นยำในการส่งผ่านข้อมูลที่จำเป็นสำหรับระบบอัตโนมัติขั้นสูงมาใช้นั้น จะช่วยตอบโจทย์ของเอสซีจี ทั้งการมีผลิตผลที่มากขึ้นเพราะพนักงานสามารถควบคุมรถจากที่ใดก็ได้ อีกทั้งยังสามารถฝึกอบรมการใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ต่างๆ ให้กับพนักงานที่อยู่ในพื้นที่อื่นๆ ได้โดยไม่ต้องเดินทางไปที่หน้างาน

ส่วนทิศทางของเอสซีจีในการนำเทคโนโลยี 5G มาใช้เสริมขีดความสามารถของธุรกิจในอนาคตนั้น สามารถเป็นไปได้ทั้งการเพิ่มความปลอดภัยในงานที่มีความเสี่ยง เช่น การทำงานของเครื่องจักรบริเวณเหมืองและเตาเผาปูนซีเมนต์ การเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน เช่น การเพิ่มความเร็วในส่งผ่านข้อมูลขนาดใหญ่จากโรงงานในหลากหลายพื้นที่มายังศูนย์ควบคุมส่วนกลางเพื่อให้บริหารจัดการข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ และการเสริมประสิทธิภาพให้ธุรกิจโลจิสติกส์ การตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ดีขึ้น เช่น การเสริมประสิทธิภาพของ IoT ในบ้าน ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและปลอดภัยในการอยู่อาศัยมากขึ้น หรือ Smart Home รวมทั้งการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาตามแนวทาง Industry 4.0 ได้อย่างแท้จริง”
 

รองศาสตราจารย์ ดร.พีระพงศ์ ทีฆสกุล ผู้อำนวยการ โครงการ อินโนเวชั่น ฮับส์ ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยสถาบันวิจัยและนวัตกรรมดิจิทัล เราทำงานวิจัยและพัฒนาอย่างใกล้ชิดกับ ภาคเอกชนและภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันศึกษา ทดลอง ทดสอบ เทคโนโลยี 5G ในมิติต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างและพัฒนาเทคโนโลยีให้มีความพร้อมมากที่สุด เพื่อส่งมอบต่อให้กับภาคอุตสาหกรรมนำไปใช้งานได้จริง ส่งเสริมศักยภาพในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม สำหรับงานวิจัยพัฒนานี้ ได้รับทุนสนับสนุนจาก Innovation hub กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เพื่อนำ platform ระบบสมองกลฝังตัวขั้นสูงสำหรับยานยนต์ ผสมกับ ระบบควบคุม latency ต่ำ ผ่านทางไกลบนเครือข่าย 5G AIS นำไปใช้จริงในภาคการผลิตของอุตสาหกรรมได้ในอนาคต”

from:https://www.flashfly.net/wp/282232

AIS จัดโปร Serenade Great Deal ใช้ AIS Points แลกรับส่วนลดค่าเครื่องสูงสุด 18,000 บาท เริ่ม 25-26 ม.ค.นี้

เอไอเอส เซเรเนด ตอกย้ำผู้นำโปรแกรมดูแลลูกค้าที่ทรงพลังที่สุด เดินกลยุทธ์ผูกใจลูกค้าด้วยสิทธิพิเศษเหนือระดับ มอบความพิเศษด้านสมาร์ทโฟนให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง หลังได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากแคมเปญปีที่ผ่านมา ล่าสุด! สานต่อสิทธิพิเศษปีนี้กับโครงการ “Serenade Great Deal” เริ่มดีลแรกตรุษจีน 2563 เอาใจลูกค้าเซเรเนด เพียงใช้ AIS Points 200 พอยท์ แลกรับส่วนลดสมาร์ทโฟนได้สูงสุด 18,000 บาท พร้อมขยายการรับสิทธิ์จากเดิม 1 วัน เป็น 2 วัน ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 3 ของเดือน ให้ลูกค้าเซเรเนด มีโอกาสรับสิทธิ์เพิ่มมากขึ้น รับความพิเศษตลอดทั้งปี
ประเดิมเกรทดีลแรก วันที่ 25 – 26 มกราคมนี้ นำ AIS Points 200 พอยท์ แลกรับส่วนลด อาทิ

·       Samsung Galaxy Note 10+ (512GB) ลดเหลือเพียง 22,900 บาท จากราคาปกติ 40,900 บาท

·       VIVO V17 ราคาเพียง 6,999 บาท จากราคาปกติ 11,999 บาท

·       HUAWEI Y9s ลดเหลือเพียง 2,990 บาท จากราคาปกติ 7,990 บาท

·       พิเศษ! สำหรับสาวกแอปเปิล รับสิทธิพิเศษซื้อ iPhone รุ่น iPhone 11 Pro Max, iPhone 11 Pro, iPhone XS Max และ iPhone XS ราคาเริ่มต้นเพียง 13,500 บาท
จำนวนจำกัด 2,500 สิทธิ์ ที่ Serenade Club และ AIS Shop ทุกสาขา ลูกค้าเซเรเนด ติดตามข้อมูลและเงื่อนไขการรับสิทธิ์เพิ่มเติมได้ทาง www.ais.co.th/serenade/smartphone/<http://www.ais.co.th/serenade/smartphone/>

from:https://www.flashfly.net/wp/282167