คลังเก็บป้ายกำกับ: PR_News

เคาะราคา Mavic Mini โดรนจิ๋วบินง่าย ถ่ายวิดีโอ 2.7K บินไกล 4 กิโล เริ่มต้น 12,000 บาท

เปิดราคาไทยมาถึงกับร้องว้าวเลยทีเดียวกับเจ้าโดรนจิ๋ว Mavic Mini ที่เริ่มต้นเพียง 12,000 บาทเท่านั้น ซึ่งปกติหากเราจะซื้อโดรนคุณภาพดีๆ มาเล่น ต้องมีจ่ายอย่างน้อย 3-4 หมื่น บอกเลยว่าเจ้าโดรนจิ๋วนี่เหมาะกับคนที่ต้องการซื้อมาหัดเล่นเริ่มต้นหรือจะใช้งานจริงจังก็พอได้ เพราะสเปคก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ารุ่นพี่เลย โดยสามารถถ่ายวิดีโอได้ความละเอียดสูงสุด 2.7K  และบินไกลได้ถึง 4 กิโลเมตรเลยทีเดียว

สเปค Mavic Mini

  • ขนาดเซนเซอร์กล้อง : CMOS 1/2.3″
  • ถ่ายวิดีโอ : 2.7K 30FPS / Full HD 60FPS
  • ถ่ายรูป : 12MP
  • ระบบกันสั่น : มี 3 แกน
  • โหมดการวิดีโอ : Rocket, Dronie, Circle และ Helix
  • ระยะการควบคุม : ไกลสูงสุด 4 กม. พร้อมส่งภาพถ่ายทอดสดระดับ HD
  • แบตเตอรี่ : 2400 mAh ถ่ายได้นานสูง 30 นาที
  • การชาร์จไฟ : Micro USB ชาร์จไวสุด 18W
  • การระบุตำแหน่ง : GPS และ Vision Sensor
  • รูปแบบการบิน : บินได้ทั้งในร่มและกลางแจ้ง
  • น้ำหนัก : 249 ก.
  • ขนาด : 130 x 80 x 60 มม.


เห็นเจ้า Mavic Mini ครั้งแรกคิดว่าเครื่องบินโดรนเด็กเล่น ซึ่งขนาดของมันเล็กมากๆ วางบนฝ่ามือได้สบายๆ น้ำหนักก็เบาเพียง 249 กรัมเท่านั้น เมื่อพับใบพัดเข้ากับตัวเครื่องก็สามารถเก็บใส่กระเป๋าไปไหนมาไหนได้สะดวกดีทีเดียว

ตัวรีโมทอารมณ์ก็คล้ายๆ กับจอยเล่นเกม เป็นอนาล็อคซ้ายขวา ฝั่งซ้ายเป็นการบังคับ ขึ้น-ลง หันซ้าย-ขวา ส่วนด้านขวาเป็นการบังคับให้ ไปหน้า-ถอยหลัง เลี้ยงซ้ายขวาแบบ 360 องศา ซึ่งบอกเลยว่าบังคับง่ายกว่าที่คิด ทีมงานไม่เคยเล่นโดรนมาก่อนให้เจ้าหน้าที่สอนเรียนรู้แป๊บเดียวก็บังคับเป็นเลย เหมาะกับผู้เริ่มต้นหัดเล่นโดรนมากๆ

สำหรับคนที่สงสัยว่าเจ้าโดรนจิ๋ว Mavic Mini จะบินสู้ลมได้เหรอ ลำเล็กแบบนี้บินสูงๆ จะไหวไหม ก็ขอบอกตรงนี้เลยว่า Mavic Mini สามารถบินสู้ลมได้สบายๆ เหมือนกันนะ นิ่งๆ เลย แต่ตัวเครื่องอาจจะมีอาการสั่นเซ บ้างเล็กน้อยถ้าเจอลมแรงมากๆ

ถัดมาเรื่องของคุณภาพวิดีโอที่ได้ 2.7K 30FPS เอาเข้าจริงมันสามารถใช้งานได้ดีเลยทีเดียว แม้ว่าจะไม่ถึงขั้น 4K เหมือนรุ่นพี่ (ถ้าถ่าย 4K ได้ราคาคงไม่เท่านี้) หลายคนอาจจะกังวลว่าภาพมันจะสั่นหรือเปล่า ลำเล็กความนิ่งมันจะได้ไหม อันนี้จากที่ดูเขาทดสอบมา บอกเลยว่านิ่งมากเพราะตัว Mavic Mini มีกันสั่นในตัวถึง 3 แกน ถ้าสังเกตดูดีๆ หัวกล้องจะเหมือนถอดเอาของ DJI Osmo Pocket มาเลยล่ะ

ราคา Mavic Mini ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

  • ชุดธรรมดา Mavic Mini ราคา 12,000 บาท
  • ชุด Combo Mavic Mini ราคา 15,000 บาท (เพิ่มแบตรวมสามก้อน + ที่ชาร์จแบต + กระเป๋า + ใบพัดสำรองสามชุด)

บอกเลยว่าราคาดีมาก ถ้าแนะนำซื้อชุด Combo ไปเลยจบๆ เพราะได้แบตเพิ่มเวลาจะบินต่อเนื่องไม่ต้องเสียเวลาชาร์จใหม่ รวมถึงได้อุปกรณ์อื่นๆ เพิ่มเติมอีกด้วยถือว่าคุ้มค่าครับ แต่อย่างไรก็ตาม หากจะซื้อโดรนมาบินยังไงก็ต้องขอใบอนุญาตจาก กสทช ก่อน (ซึ่งปกติทางผู้จำหน่ายจะขออนุฐาตมาให้แล้ว ลองสอบถามดูก่อนนะ) เพราะหากเอาไปบินสุ่มสี่สุ่มห้าระวังโดนจับปรับด้วยนะครับ

from:https://droidsans.com/mavic-mini-drone-video-2-7k-4km-fly-price-12000-baht/

OPPO มอบประสบการณ์ที่ดีมากยิ่งขึ้นด้วยบริการหลังการขายใน OPPO Service Day ด้วยส่วนลดค่าซ่อมสูงสุดถึง 80%

OPPO แบรนด์ผู้นำสมาร์ทโฟนในไทย มอบประสบการณ์ที่ดีมากยิ่งขึ้นให้แก่ผู้ใช้ OPPO ด้วยบริการหลังการขายจาก OPPO Service Center มอบความสะดวกสบายเพื่อให้ผู้ใช้มีชีวิตที่ง่ายขึ้น พร้อมเอาใจผู้ใช้ด้วยส่วนลดค่าซ่อมสูงสุดถึง 80%

โดย OPPO ไม่เพียงให้ความสำคัญในการพัฒนาสมาร์ทโฟน แต่ยังให้ความสำคัญกับบริการหลังการขายกับ OPPO Service Center ที่มีจุดรับบริการครอบคลุมทั่วประเทศ ช่วยให้ผู้ใช้มีชีวิตที่ง่ายขึ้น ด้วยการบริการอย่างเป็นมิตร, การันตีความรวดเร็วในราคาที่เข้าถึงได้ ด้วยบริการซ่อมเสร็จภายใน 1 ชั่วโมง, การันตีการเปลี่ยนเครื่องใหม่สำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นระดับพรีเมี่ยม อีกทั้งยังเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้ด้วยบริการรับส่งเครื่องซ่อม ‘ฟรี’ สำหรับผู้ใช้ที่ไม่สะดวกเดินทางเข้ารับบริการที่ OPPO Service Center นอกจากนี้ยังมีบริการอัพเกรดซอฟต์แวร์ และทำความสะอาด ‘ฟรี’ ตลอดอายุการใช้งาน

และเพื่อตอกย้ำความสะดวกสบายอีกขั้น OPPO Service Center จึงยกเลิกค่าบริการในการเช็คสภาพเครื่องภายใน ให้ผู้ใช้ OPPO เช็คสภาพเครื่องภายในทั้งเมนบอร์ด กล้อง หรืออื่นๆ ได้ ‘ฟรี’ พร้อมด้วยแอปพลิเคชั่น OPPO Service โดยเปิดให้ดาวน์โหลดแล้วที่ OPPO App Market ตอบสนองหลากหลายความต้องการได้ภายในคลิกเดียว ไม่ว่าจะเป็นการเช็คสภาพเครื่องเบื้องต้นได้ด้วยตนเอง การเช็คราคาอุปกรณ์หรืออะไหล่ การตรวจสอบสถานะการรับประกัน และการติดตามสถานะการซ่อมสมาร์ทโฟน
สำหรับผู้ใช้ OPPO รุ่นที่ร่วมรายการ สามารถรับส่วนลดค่าซ่อมสามาร์ทโฟนสูงสุดถึง 80% ได้ที่ OPPO Service Center ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนดและบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่แจ้งในทราบล่วงหน้า
สามารถเช็ครุ่นที่ร่วมรายการได้ที่ https://www.facebook.com/oppothai/posts/2457845054264439?__tn__=-R 

from:https://www.flashfly.net/wp/274814

OPPO ท้าพิสูจน์ความนิ่งของวิดีโอด้วย ‘Ultra Steady Mode’ ใน OPPO Reno2

OPPO ยกระดับการถ่ายภาพและวิดีโอขึ้นไปอีกขั้นกับ OPPO Reno2 ด้วยการท้าพิสูจน์ความนิ่งของวิดีโอเมื่อเปิด Ultra Steady Mode ในสถานที่จริง ณ Peppermint Bike Park สถานที่นิยมของนักปั่นจักรยาน 

ภายในสนามมีพื้นผิวทุกรูปแบบที่เป็นอุปสรรคต่อการถ่ายวิดีโอ อาทิ เส้นทางแบบ Mountain Bike Trail, เส้นทางลูกคลื่น และด่านต่างๆ และเพื่อให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน OPPO ได้นำ OPPO Reno2 สุดยอดสมาร์ทโฟนสำหรับถ่ายวิดีโอด้วย Ultra Steady Mode ที่ไม่ว่าจะสั่นไหวแค่ไหนก็สามารถถ่ายวิดีโอได้คมชัดทุกช็อตและนิ่งทุกสถานการณ์ มาเปรียบเทียบกับรุ่นอื่นๆ ในระหว่างการปั่นจักรยานอีกด้วย ซึ่งบอกได้เลยว่าผลลัพธ์ที่ได้มีความแตกต่างกันอย่างมาก โดยรุ่นอื่นๆ วิดีโอมีความสั่นไหว จนไม่สามารถจับรายละเอียดต่างๆ ส่วน OPPO Reno2 วิดีโอมีความนิ่ง คมชัด และไม่สั่นไหว

นอกจากถ่ายวิดีโอได้คมชัดแล้ว OPPO Reno2 ยังมาพร้อมกับ 4 กล้องหลัง ประกอบด้วยเลนส์หลัก 48 MP, เลนส์ Wide Angle 8 MP, เลนส์ Telephoto 13 MP และ เลนส์ Mono 2 MP อีกทั้ง OPPO Reno2 ยังรองรับการถ่ายภาพกลางคืนหรือในพื้นที่ที่แสงน้อย ด้วย Ultra Dark Mode นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับหน้าจอ Panoramic Screen ขนาด 6.5 นิ้ว ให้คุณเห็นภาพชัดเจนเต็มตา สุดยอดชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 730G พร้อมด้วย RAM 8GB และ ROM 256GB รวมทั้งมอบความสนุกให้ยาวนานยิ่งขึ้นกับแบตเตอรี่ความจุขนาดใหญ่ 4,000 mAh และเทคโนโลยีชาร์จไว VOOC 3.0 โดยสามารถชาร์จแบตจาก 0 – 51% ได้ในเวลาเพียง 30 นาที

ยกระดับประสบการณ์การถ่ายวิดีโอได้อย่างมืออาชีพและนิ่งมากที่สุดกับ Ultra Steady Mode ใน OPPO Reno2 ออกไปสัมผัสประสบการณ์สุดประทับใจ และครีเอทเรื่องราวของคุณเองได้แล้ววันนี้ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเป็นเจ้าของ OPPO Reno2 ได้ในราคา 17,990 บาท และ OPPO Reno2 F ในราคา 11,990 บาท ได้ที่ OPPO Brand Shop และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/oppothai/ 

from:https://www.flashfly.net/wp/274780

ดีแทคพร้อมลุย 5G ไม่หยุดพัฒนาประเทศไทยเชื่อมต่อสู่ดิจิทัล

ดีแทคเป็นผู้ริเริ่มในการผลักดันเส้นทางดิจิทัลสู่ประเทศไทยที่มีความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการนำสู่การเปลี่ยนผ่านและการพัฒนาทุกภาคส่วนในสังคม ผลักดัน 5G ปล่อยคลื่น 28GHz, EV แพลตฟอร์ม หวังใช้เป็นการเตรียมความพร้อมไทยรับมือการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัลสู่อนาคตร่วมกับอาเซียน หลังประสบความสำเร็จตอบรับล้นหลามจากงาน “ดิจิทัล ไทยแลนด์ บิ๊กแบง 2019”

นางอเล็กซานดรา ไรช์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค เปิดเผยว่า “ดีแทคได้มุ่งมั่นกลยุทธ์ในการนำประเทศไทยเข้าสู่ดิจิทัลมาอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าและสังคมไทย โดยเฉพาะการเข้าสู่เทคโนโลยี 5G ที่จะต้องคำนึงถึงความสำคัญในการทำงานร่วมกันของทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ และอุตสาหกรรม ที่จะต้องปลดล็อกนำประโยชน์สู่ทุกภาคส่วนในประเทศ

ดีแทคได้เตรียมพร้อมในส่วนของเทคโนโลยี โดยเป็นผู้ให้บริการายแรกของไทยที่นำโครงข่ายระบบชุมสายเสมือน (Visualized Core Network: VCN) มาดำเนินงาน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีทันสมัยที่สุดและรองรับการอัปเกรดใช้งาน 5G ได้ทันที นอกจากนั้นดีแทคยังได้ร่วมมือใกล้ชิดกับเทเลนอร์ ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ได้รับมอบหมายจากสหภาพยุโรปในการบุกเบิก โครงการ 5G Verticals INNovation Infrastructure (5G-VINNI) ในยุโรป และได้ทดสอบการใช้งาน 5G ต่างๆ เช่น รถบัสแบบไร้คนขับ บริการ eHealth และฟาร์มเพาะเลี้ยงปลา

ดีแทคจะนำองค์ความรู้และประสบการณ์ต่างๆ มาพัฒนาต่อยอดสู่ประเทศไทยต่อไป นอกจากนั้น เพื่อปูทางสู่ 5G ดีแทคยังริเริ่มแพลตฟอร์มยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (EV Platform) และเกษตรดิจิทัล ทั้งนี้ งานดิจิทัล ไทยแลนด์บิ๊กแบง 2019 เป็นการแสดงความพร้อมที่จะเชื่อมต่อทุกคนสู่เทคโนโลยีอนาคต”

สำหรับในการไม่หยุดพัฒนาและเชื่อมต่อสู่อนาคต รวมถึงในงาน “ดิจิทัล ไทยแลนด์ บิ๊กแบง 2019” ที่ผ่านมา ดีแทคได้นำเสนอด้วยแนวคิด ดังนี้

โซนเทคโนโลยี 5G (5G Network/Technology)

  • 5G บนคลื่น 28 GHz – ดีแทคนำ 5G มาเปิดใช้งานเพื่อโชว์ศักยภาพและให้ทุกคนได้สัมผัสการใช้งาน 5G แห่งอนาคต รวมทั้งตอบสนองพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย โดย 5G ที่ดีแทคนำมาเปิดสัญญาณทดสอบให้สัมผัสใช้งานจริงด้วยคลื่นความถี่ 28 GHz กับอุปกรณ์ 5G เพื่อทดสอบความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูล และผู้สนใจจะสามารถได้ลองใช้จริง
  • ชุมสายเสมือนรองรับ 5G (Virtualized Core Network Virtualized Core Network หรือ VCN) รายแรกในไทย – ชุมสายแห่งอนาคตที่ถูกออกแบบมาให้ทำงานบนคลาวด์ (cloud) และรองรับการใช้งาน 5G โดยทำให้การอัปเกรดโครงข่ายสามารถทำได้ง่ายและรวดเร็ว สามารถปฏิบัติงานหลายอย่างได้ในคราวเดียวกันบนฮาร์ดแวร์ตัวเดิม ซึ่งสามารถรองรับนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น ส่งผลให้ลูกค้าจะได้ใช้งานโครงข่ายที่มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น โดยดีแทคได้เป็นผู้ให้บริการรายแรกในไทยที่ยกระดับโครงข่ายสู่ VCN เรียบร้อย
  • 5G จากเทเลนอร์ การทดสอบที่ดีแทคพร้อมนำมาต่อยอดสู่ไทย – นำเสนอความสำเร็จจากเทเลนอร์ หนึ่งในผู้ถือหุ้นของดีแทค และเป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมที่สำคัญในกลุ่มสแกนดิเนเวีย ยุโรปกลางและตะวันออก รวมถึงแถบเอเชีย โดยได้รับมอบหมายจากสหภาพยุโรปทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานให้กับโครงการบุกเบิกและเร่งผลักดันให้เทคโนโลยี 5G เกิดขึ้นทั่วทวีปยุโรป
    โครงการนี้มีชื่อเรียกว่า 5G Verticals INNovation Infrastructure (5G-VINNI) พร้อมทั้งยังเป็นผู้นำในการทดสอบ 5G ในรูปแบบต่างๆ เพื่อการใช้งานอุตสาหกรรมและประชาชน เช่น 5G เพื่อการเพาะเลี้ยงปลาแซลมอน (Fish Farming) หรือ การใช้งานอินเทอร์เน็ตไร้สายประจำที่ (Fixed Wireless Access หรือ FWA) เป็นต้น ล่าสุด เทเลนอร์ ยังเป็นโอเปอร์เรเตอร์รายแรกในนอร์เวย์ที่ปล่อยสัญญาณ 5G ในเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ทำให้ผู้ใช้บริการที่มีสมาร์ทโฟน 5G รองรับ สามารถใช้สุดยอดเครือข่ายกับสมาร์ทโฟนได้ในอีกไม่นานที่ เอลเวอร์รัม (Elverum)

โซนล้ำกว่าการเชื่อมต่อโลกไร้สาย (Beyond Mobile Connectivity)

  • dtac EV platform – ดีแทคจะนำคุณรู้จักกับสุดยอดเทคโนโลยีและแพลตฟอร์ม โดยดีแทคได้นำ dtac EV platform ซึ่งแพลตฟอร์มที่รวบรวมและสนับสนุนความต้องการที่หลากหลายสำหรับยานพาหนะไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างระบบนิเวศน์ (Ecosystem) ที่ยั่งยืนของยานพาหนะไฟฟ้าในเมืองไทย
  • dtac@Home การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในบ้าน – การนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่จากดีแทคที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตที่เสถียรและไว้วางใจได้สำหรับบ้านและที่พักอาศัย เพื่อประสบการณ์ออนไลน์ที่ดียิ่งขึ้น ผ่านการเชื่อมต่อ WiFi ที่เข้าถึงได้ทุกที่ในบ้าน โดยในอนาคตเมื่อเข้าสู่ยุค 5G บริการต่างๆ ของอินเทอร์เน็ตไร้สายในรูปแบบการให้บริการประเภทเดียวกันกับ dtac@Home จะเข้ามายกระดับบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้กับที่พักอาศัย

from:https://droidsans.com/dtac-5g/

AMD จัดโปรแรงส่งท้ายปี รับโชค 2 ต่อ ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธ.ค. ศกนี้

AMD (NASDAQ: AMD) ผู้นำนวัตกรรมโปรเซสเซอร์และกราฟิกการ์ดระดับโลกสำหรับวงการเกม จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษส่งท้ายปีกุน สำหรับผู้ที่ซื้อ Notebook หรือ PC Desktop Branded ที่ใช้ขุมพลังจากโปรเซสเซอร์ และกราฟิกการ์ด AMD ตามรุ่นที่ร่วมรายการดังนี้

  • เมื่อซื้อ Notebook หรือ PC Desktop Branded (Acer, Asus, HP, Lenovo, Dell, MSI) ที่ใช้กราฟิกการ์ด AMD Radeon ที่ร่วมรายการ สามารถเลือกรับได้หนึ่งเกมระหว่าง Borderlands 3 และ Tom Clancy’s Ghost Recon: Breakpoint
    • AMD Radeon 5700 Series (RX5700XT และ RX5700)
    • AMD Radeon 5500 Series (RX5500 และ RX5500M)
    • AMD Radeon 500 Series (RX590, RX580 และ RX570)
  • เมื่อซื้อ Notebook หรือ PC Desktop Branded ที่ใช้โปรเซสเซอร์ AMD Ryzen 9 3000 Series และ Ryzen 7 3800X รับไปเลยเกม Borderlands 3 และ The Outer Worlds ทั้ง 2 เกม
  • เมื่อซื้อ Notebook หรือ PC Desktop Branded ที่ใช้โปรเซสเซอร์ AMD Ryzen ที่ร่วมรายการตามด้านล่าง สามารถเลือกรับได้หนึ่งเกมระหว่าง Borderlands 3 หรือ The Outer Worlds
    • AMD Ryzen 7 3750H
    • AMD Ryzen 7 3700X
    • AMD Ryzen 5 3600X
    • AMD Ryzen 5 3550H
    • AMD Ryzen 7 2700X
    • AMD Ryzen 7 2700

พร้อมลุ้นรับโชคชั้นที่ 2 สำหรับผู้ที่ซื้อ Notebook, PC Desktop Branded หรือ All in One Branded ที่ใช้ขุมพลังจากโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen 3, 5 และ 7 รับฟรี! ของพรีเมียมจาก AMD ประกอบด้วย

  • เมื่อซื้อ Notebook หรือ PC Desktop Branded หรือ All in One Branded ที่ใช้โปรเซสเซอร์ AMD Ryzen 7 รับทันที Set แก้วน้ำ AMD กันความร้อน จำนวน 2 ใบ
  • เมื่อซื้อ Notebook หรือ PC Desktop Branded หรือ All in One Branded ที่ใช้โปรเซสเซอร์ AMD Ryzen 5 รับทันทีเสื้อยืด AMD E-Sport
  • เมื่อซื้อ Notebook หรือ PC Desktop Branded หรือ All in One Branded ที่ใช้โปรเซสเซอร์ AMD Ryzen 3 รับทันทีกระเป๋าผ้า AMD

ขั้นตอนการแลกรับโค้ดเกม

  • สแกนคิวอาร์โค้ด เพื่อเพิ่ม AMD เป็นเพื่อนใน Line (คิวอาร์โค้ดด้านล่าง)
  • ตรวจสอบใบเสร็จรับเงิน ต้องมีอายุไม่เกิน 14 วัน ถึงจะมีสิทธิ์แลกรับเกม
  • ถ่ายรูปใบเสร็จ, หมายเลข Serial No. ของเครื่อง และสำเนาบัตรประชาชนส่งมาที่ Line: @amdthailand
  • รอรับ Coupon Code จากทาง AMD (ส่งให้ทาง Line: @amdthialand)
  • นำ Coupon Code เข้าไปลงทะเบียนที่ www.amdrewards.com เพื่อรับโค้ดเกม
  • นำโค้ดเกมเข้าไปลงทะเบียนใน Uplay (https://uplay.ubisoft.com/en-GB) เพื่อดาวน์โหลดเกม (Tom Clancy’s Ghost Recon: Breakpoint)
  • นำโค้ดเกมเข้าไปลงทะเบียนใน EPIC Games Store (https://www.epicgames.com/store/en-US/download) เพื่อดาวน์โหลดเกม (Borderlands 3 หรือ The Outer Worlds)

ขั้นตอนการแลกรับของพรีเมียมสุดคูลอีกหนึ่งช่องทาง

  • สแกนคิวอาร์โค้ด เพื่อเพิ่ม AMD เป็นเพื่อนใน Line (คิวอาร์โค้ดด้านล่าง)
  • เมื่อชำระค่าสินค้าเรียบร้อยแล้ว ให้ตรวจสอบใบเสร็จรับเงิน ต้องมีอายุไม่เกิน 14 วัน ถึงจะมีสิทธิ์แลกรับของพรีเมี่ยม
  • ถ่ายรูปใบเสร็จ และสำเนาบัตรประชาชนส่งมาที่ Line: @amdthailand
  • แจ้งชื่อ เบอร์โทร และที่อยู่ในการจัดส่งผ่านช่องทาง Line
  • ทาง AMD จะจัดส่งของให้ภายใน 7-10 วัน

– บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโปรโมชั่น โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

หรือจนกว่าของจะหมด –

อัพเดทสินค้าและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Line ID: @AMDthailand, Facebook.com/AMDThailandOfficial, www.amdlover.com

 

from:https://notebookspec.com/amd-promotion-pc-notebook-11-2019/502157/

Apple Music เปิดตัวเพลย์ลิสต์ใหม่ REPLAY ให้ย้อนฟังเพลงโปรดในปี 2019

เพื่อให้คุณได้ย้อนฟังเพลงโปรดในปี 2019 วันนี้ Apple Music เปิดตัวเพลย์ลิสต์ใหม่ “REPLAY” ให้สมาชิก Apple Music ได้ย้อนดูว่าเพลงไหน อัลบั้มใด และศิลปินคนไหนที่คุณฟังเพลงของเค้ามากที่สุดในปี 2019 โดยสามารถบันทึกลงบน library และแชร์กับคนทึ่คุณแคร์ได้อย่างง่ายดาย เพลย์ลิสต์ REPLAY สร้างขึ้นเพื่อฉลองคลังเพลงของ Apple Music ที่เติบโตถึง 60 ล้านเพลงแล้วในวันนี้

สร้างเพลย์ลิสต์ Replay ของคุณได้ที่:  replay.music.apple.com

from:https://www.flashfly.net/wp/274705

AIS Fibre เปิดผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 62 เติบโตแข็งแกร่งเหนือตลาด ขึ้นแท่น ผู้นำธุรกิจเน็ตบ้านที่เติบโตมากที่สุดในอุตสาหกรรม

AIS Fibre ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ความเร็วสูง บนโครงข่ายไฟเบอร์ออพติกแท้ 100% ซึ่งเริ่มให้บริการตั้งแต่เดือน เมษายน 2558 ได้มุ่งมั่นยกระดับคุณภาพเน็ตบ้านให้กับคนไทยมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งปัจจุบัน AIS Fibre ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำธุรกิจเน็ตบ้านที่เติบโตแข็งแกร่งเหนือตลาด โดยมีอัตราการเติบโตของรายได้และลูกค้าใหม่สูงที่สุดในอุตสาหกรรม

ล่าสุด เผยผลประกอบการไตรมาส 3 AIS Fibre มีรายได้เติบโตขึ้น 32และมีอัตราการเติบโตของลูกค้าใหม่ เพิ่มขึ้น 54% หรือเพิ่มขึ้นจำนวน 81,600 ราย สูงที่สุดในรอบ 11 ไตรมาส ทำให้มีส่วนแบ่งการตลาดสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกไตรมาส ส่งผลให้รายได้ของธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้าน AIS Fibre ในรอบ 9 เดือนแรกของปี 2562 เติบโต 29% สูงกว่าการเติบโตของตลาด ปัจจุบัน AIS Fibre มีจำนวนลูกค้าทั้งหมด 937,000 ราย ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่รวดเร็วและเหนือตลาดในทุกมิติ

เดินหน้าบทบาท Game Changer ยกระดับเทคโนโลยี การบริการ และวัฒนธรรมองค์กร ภายใต้แนวคิด “เร็วกว่า ดีกว่า ง่ายกว่า” เพื่อมอบประสบการณ์คุณภาพเป็นที่1 ให้กับลูกค้าและคนไทย พร้อมทำตลาดเชิงรุกต่อเนื่องในไตรมาสท้ายของปี มั่นใจผลงานทั้งปีเติบโตได้ตามเป้าหมาย

            นายศรัณย์ ผโลประการ หัวหน้าฝ่ายงานบริหารธุรกิจฟิกซ์ บรอดแบนด์ เอไอเอส กล่าวว่า “ภาพรวมปี 2562 ต้องยอมรับว่าอุตสาหกรรมเน็ตบ้านมีการตื่นตัวและแข่งขันกันสูงมาก ทั้งด้านราคาและเทคโนโลยี ประกอบกับไลฟ์สไตล์คนยุคนี้ที่มีความพร้อมและคุ้นเคยกับการเชื่อมต่อเน็ตทั้งในบ้านและนอกบ้าน AIS Fibre จึงมุ่งมั่นจริงจังกับการศึกษาให้เข้าใจสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงของตลาด ทั้งในแง่ของพฤติกรรมผู้บริโภค เทรนด์ เทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อนำมาพัฒนาสร้างนวัตกรรมฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่แตกต่าง สร้างมูลค่าและความคุ้มค่าในการใช้งานเน็ตบ้านให้กับลูกค้าอย่างไม่ลดละ ภายใต้กลยุทธ์ เร็วกว่า ดีกว่า ง่ายกว่า” ครอบคลุม 3 ด้าน ประกอบด้วย

–          เร็วกว่า (Forward) ด้วยขีดความสามารถในการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในแต่ละช่วงเวลา
มาสร้างสรรค์บริการในฐานะมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมเพื่อลูกค้าอย่างรวดเร็ว เป็นรายแรกและรายเดียวในตลาดมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่วันแรกของการเปิดให้บริการ บุกเบิกใช้เทคโนโลยีไฟเบอร์แท้ 100%, Speed Boost เพิ่ม speed ได้แบบรายวัน, Speed toggle สลับความเร็วดาวน์โหลด/อัพโหลดได้ด้วยตัวเอง, Dual Bandwidth หรือ การแยกท่อเน็ตบ้านและการเล่นเกม เป็นต้น ล่าสุด การันตีด้วย รางวัลเครือข่ายอินเทอร์เน็ตบ้านที่เร็วที่สุดในไทย (Thailand’s Fastest Fixed Network) จาก Ookla® Speedtest® ในช่วงเดือนมกราคม – มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา

–          ดีกว่า (Better) ยกระดับงานบริการเพื่อลูกค้า AIS Fibre Guru ทีมช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญการติดตั้งเน็ตบ้านขยายการรับสิทธิพิเศษของลูกค้า AIS Fibre ทั้งสำหรับลูกค้ามือถือ AIS และลูกค้า มือถือต่างค่าย ให้ได้รับสิทธิพิเศษจาก AIS Points & AIS Privileges เทียบเท่ากับลูกค้า AIS Mobile รวมถึง การมอบประสบการณ์ Content ที่ดียิ่งกว่าจากพันธมิตรระดับโลก อาทิ  NETFLIX ซึ่งได้ติดตั้งแอปมาพร้อมในกล่อง AIS PLAYBOX เลย

–          ง่ายกว่า (Simple) สร้างมาตรฐานใหม่ของการให้บริการ WiFi ที่มีสัญญาณครอบคลุม เร็ว แรง ทุกพื้นที่ในบ้าน ด้วย Mesh Wi-Fi ที่ AIS Fibre นำร่องให้บริการเป็นรายแรก พร้อมอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าใช้บริการได้ง่ายๆ ผ่านทาง AIS Fibre LINE Connect ไม่ว่าจะตรวจสอบพื้นที่ หรือ สมัครบริการ AIS Fibre, เลือกแพ็กเกจ, เช็คพอยท์, จ่ายบิล, แจ้งปัญหา ฯลฯ ทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง ทุกที่ ทุกเวลาครบจบในที่เดียว ลดความยุ่งยากและตอบโจทย์คนยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง

          นอกจากนี้ เรายังเน้นเจาะตลาด Cross Sale ไปยังลูกค้ามือถือระบบรายเดือนเอไอเอส ซึ่งเป็นฐานลูกค้าใหญ่ที่มีการใช้เน็ตความเร็วสูงตลอดเวลา ทั้งนอกบ้านและในบ้าน ให้มาใช้บริการเน็ตบ้านของเราอย่างครบวงจร เพื่อให้ลูกค้ารับ Offer ที่ดีที่สุดและคุ้มค่าที่สุด ตลอดจน การพัฒนาแพ็กเกจที่ตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น แพ็กเกจ SUPER MESH WiFi เทคโนโลยีกระจายสัญญาณให้ครอบคลุมทั่วบ้าน ให้ความแรงเน็ตบ้านไฟเบอร์ 1 Gbps, แพ็กเกจ Power 4 MAXX ครบครันทั้งเน็ตบ้าน, เน็ตมือถือ และความบันเทิงจากกล่อง AIS PLAYBOX, แพ็กเกจ eSports ที่มีการแยกท่อเกมออกจากท่ออินเทอร์เน็ตในบ้าน ทำให้มีค่า Latency ต่ำที่สุด ตอบโจทย์คอเกมยุคนี้ที่สุด”

“ด้วยผลการดำเนินงานตลอด 9 เดือน ในปี 2562 ที่ผ่านมา ทำให้เรามั่นใจว่า จะสามารถสร้างผลงานปิดท้ายปี 2562 ได้ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ ถือเป็นสิ่งพิสูจน์ผลงานของเราได้อย่างชัดเจน พร้อมมุ่งเป้าหมายสู่การเป็น “The Most Admired Internet Service Provider in Thailand” หรือผู้ให้บริการเน็ตบ้านที่ลูกค้าไว้วางใจ เลือกใช้ และชื่นชอบเป็นอันดับ 1 ของไทยได้อย่างแน่นอน” นายศรัณย์ กล่าวทิ้งท้าย

from:https://www.flashfly.net/wp/274695