คลังเก็บป้ายกำกับ: PR_News

Samsungโชว์สุดยอดนวัตกรรมจอภาพในงาน InfoComm Southeast Asia ตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม พร้อมผลักดันภาคธุรกิจไทยเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล

ซัมซุงโชว์สุดยอดนวัตกรรมจอภาพในงาน InfoComm Southeast Asia ตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม พร้อมผลักดันภาคธุรกิจไทยเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล

·       ครั้งแรกในประเทศไทยกับนวัตกรรมจอภาพล้ำยุค “เดอะวอลล์” โมดูลาร์ ไมโครแอลอีดี ที่จะทำให้คุณได้ดื่มด่ำกับประสบการณ์ Home Cinema อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้วยขนาดหน้าจอเริ่มต้น 146 นิ้ว

·       ชี้เทรนด์ตลาดจอ Digital Signage ทั่วโลกเติบโตต่อเนื่อง มองหาสมาร์ทฟีเจอร์ จอที่ใหญ่ขึ้น และคุณภาพความคมชัดมากขึ้น  สำหรับตลาดประเทศไทย ปัจจัยการเติบโตหลักยังมาจาก Digital Transformation

·       ซัมซุงเตรียมเปิดตัวโชว์รูมระดับภูมิภาคในประเทศไทย พร้อมผลักดันภาคธุรกิจไทยเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลอย่างสมบูรณ์

ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ขนทัพผลิตภัณฑ์กลุ่มจอภาพเพื่อธุรกิจ ร่วมงานInfoComm Southeast Asia งานจัดแสดงเทคโนโลยีภาพและเสียงครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 15 – 17 พฤษภาคมนี้ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมจอภาพเชิงพาณิชย์ พร้อมแสดงวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ทางธุรกิจสำหรับตลาดภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทย

นายเฉลิมพงษ์ ดรงค์สุวรรณ รองประธาน ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า “การเข้าร่วมงาน InfoComm Southeast Asia ในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการตอกย้ำถึงความเป็นผู้นำในตลาดภูมิภาคนี้แล้ว ยังเป็นการนำเสนอสุดยอดเทคโนโลยีจอภาพดิจิทัลอันโดดเด่นของซัมซุงที่สามารถปรับให้เข้ากับรูปแบบและความต้องการที่แตกต่างของภาคธุรกิจทุกระดับในอุตสาหกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจค้าปลีก ร้านอาหารแบบฟาสต์ฟู้ด สื่อโฆษณาดิจิทัลนอกบ้าน (DOOH) ลูกค้าองค์กร ธุรกิจบันเทิง โรงพยาบาล และธุรกิจรักษาความปลอดภัย นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสที่เราได้แสดงนวัตกรรมจอภาพใหม่ๆ ของปีนี้ ให้กับกลุ่มลูกค้าทั้งระดับผู้ใช้งาน และหน่วยงาน องค์กรธุรกิจต่างๆ ในภูมิภาค”

จากรายงานของ IHS Markit ซัมซุงครองตำแหน่งผู้นำอันดับหนึ่งในตลาด Digital Signage ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 (2552-2561) โดยเป็นแบรนด์ที่นำเสนอโซลูชั่นจอภาพดิจิทัลที่หลากหลาย ทั้งนี้ตลาดจอดิจิทัลเชิงพาณิชย์ทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของภาคธุรกิจไปสู่ยุคดิจิทัล หรือ Digital Transformation และมีแนวโน้มที่น่าสนใจแตกต่างกันไปในแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์ เช่น ตลาด LED Signage จะเติบโตขึ้นถึง 7 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 2แสนล้านบาท) ในปี 2565 โดยจะเปลี่ยนไปสู่จอที่มีความละเอียดเพื่อการใช้งานภายในอาคาร (Indoor LED) มากขึ้น และจะมีสัดส่วนสูงถึง 71% ของ LED Signage ทั้งหมดในปี 2565 ส่วนตลาด Smart Signage หรือ LFD (Large Format Display) ในปี 2565 จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็นหนึ่งหมื่นเจ็ดพันล้านเหรียญฯ (ราว 5 แสนล้านบาท) โดยหน้าจอขนาด 65 นิ้วขึ้นไปจะครองสัดส่วนมากถึง 60% ในขณะที่เป็นหน้าจอสัมผัสมากกว่าครึ่งของตลาด (54%)

สำหรับตลาดประเทศไทย นางจีรภา คงสว่างวงศา ผู้อำนวยการ ผลิตภัณฑ์จอภาพเพื่อธุรกิจองค์กร บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า “มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยปัจจัยจากDigital Transformation ที่ภาคธุรกิจมีการลงทุนอย่างมากเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในด้านดิจิทัล ทั้งนี้ Smart Signage เป็นตลาดสำคัญที่มีแนวโน้มเติบโตสูง โดยผลิตภัณฑ์หน้าจอสัมผัสและVideo Wall คือกลุ่มที่โตเร็วที่สุด ซึ่งมีความต้องการเพื่อทดแทนเครื่องฉายโปรเจคเตอร์แบบเดิม และการใช้งานในสถานที่ทำงานรูปแบบใหม่หรือ Co-working space ซึ่งซัมซุงก็เป็นผู้นำในตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้มาอย่างยาวนานกว่า 10 ปี เช่นเดียวกับ ตลาดทีวีสำหรับโรงแรม (Hospitality TV) และจอมอนิเตอร์ในกลุ่มพรีเมี่ยม โดยกลยุทธ์ของซัมซุงในปีนี้จะเป็นการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ (Paradigm Shift) ของลูกค้าภาคธุรกิจ ว่าเทคโนโลยีดิจิทัลคือความจำเป็นที่จะต้องมี (Must Have)”

ในงาน InfoComm Southeast Asia ครั้งนี้ ซัมซุงได้นำ “เดอะวอลล์” (The Wall) โมดูลาร์ ไมโครแอลอีดี ขนาดใหญ่ สุดยอดนวัตกรรมจอภาพระดับโลก มาอวดโฉมเป็นครั้งแรกในภูมิภาค พร้อมนำเสนอจอภาพแบบใหม่ QLED 8K Signage ขนาด 82 นิ้ว ที่ได้รับรางวัลการันตีจากหลายสถาบัน รวมทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์หน้าจอแสดงผลเชิงพาณิชย์รุ่นล่าสุดอย่าง 2019 4K UHD signage, Semi-Outdoor OMN/OMN-D Series, Full-Outdoor OHN/OHN-D Series รวมทั้ง Flip ดิจิทัลฟลิปชาร์ทอัจฉริยะ ได้ถูกนำมาจัดแสดงภายในงานด้วยเช่นกัน

·       เดอะวอลล์

เดอะวอลล์ หน้าจอโมดูลาร์ขนาดใหญ่ ที่สามารถปรับแต่งได้หลากหลายทั้งอัตราส่วนและขนาด ตั้งแต่ขนาด 73 นิ้ว (2K) ไปจนถึงขนาดใหญ่ที่สุดถึง 292 นิ้ว (8K) สามารถแสดงรายละเอียดสีดำได้ดำสนิท ด้วยเทคโนโลยีการสะท้อนสีดำแบบ ultra-low reflection ประสานการทำงานร่วมกับนวัตกรรมชิป Micro LED แสดงทุกเฉดสีได้อย่างสมจริง พร้อมประสิทธิภาพของเทคโนโลยีภาพHDR 10+ บนหน้าจอแบบอินฟินิตี้ไร้ขอบ และพื้นผิวหน้าจอแบบเรียบเนียนไร้รอยต่อ กลมกลืนเข้ากับสิ่งแวดล้อมอย่างลงตัว เหมาะสำหรับพื้นที่สไตล์หรูหรา หรือใช้งานในภาคธุรกิจ ช่วยให้บรรยากาศภายในพื้นที่มีความสวยงาม และโดดเด่นกว่าที่เคย

·       QLED 8K Signage

มาพร้อมกับนวัตกรรมที่เปี่ยมไปด้วยความอัจฉริยะ ส่งมอบความละเอียดคมชัดที่สุดในอุตสาหกรรมหน้าจอในปัจจุบัน เสริมด้วยเทคโนโลยี AI ที่ชาญฉลาด พร้อมกับเทคโนโลยีภาพHDR 10+ และการควบคุมแสงระดับควอนตัม (Quantum Light Control) ช่วยให้ภาพที่ออกมามีสีสันได้เต็มร้อยสมบูรณ์ครบทุกเฉดสี (100% Colour Volume) บนหน้าจอที่ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน การันตีด้วยหลากหลายรางวัลจากงาน Integrated Systems Europe 2019 (ISE)ทำให้ QLED 8K Signage เป็นโซลูชั่นที่เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการแสดงเนื้อหาให้มีประสิทธิภาพ ส่งมอบเนื้อหาคุณภาพระดับ 8K เพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้าได้

·       Semi-Outdoor OMN/OMN-D Series

OMN และ OMN-D Series หน้าจอสำหรับใช้ติดตั้งทั้งภายในอาคารและกึ่งนอกอาคาร เหมาะสำหรับธุรกิจและร้านค้าต่าง ๆ ที่ต้องการแสดงผลบนหน้าจอโซลูชั่นด้วยความละเอียดสีที่ชัดเจน ให้เนื้อหาโดดเด่น สะดุดตาแม้ติดตั้งในพื้นที่ที่มีแสงแดดตกกระทบ โดย OMN-D Series เป็นหน้าจอที่สามารถแสดงผลได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลังพร้อมกัน ช่วยเพิ่มโอกาสในการกระตุ้นยอดขายได้ทั้งภายในและนอกร้าน เหมาะสำหรับธุรกิจร้านอาหารหรือร้านบริการรายย่อย ไปจนถึงห้างสรรพสินค้า สนามบิน และธุรกิจอื่น ๆ

·       VMR-U Series

หน้าจอ VMR-U Series มาพร้อมกับระบบ System-on-Chip (SoC) เทคโนโลยีใหม่จากซัมซุงที่จะเข้ามาตอบโจทย์ธุรกิจอาหารบริการด่วน (QSR) ที่ต้องการแสดงเนื้อหาบนหน้าจอที่สามารถปรับเปลี่ยนและยืดหยุ่นได้ ผสานการทำงานร่วมกับโซลูชั่น MagicINFO S Player ช่วยจัดการเปลี่ยนเนื้อหาบนหน้าจอได้อย่างไม่สะดุด ออกแบบมาเพื่อธุรกิจที่มีการให้บริการตลอดเวลาโดยไม่หยุดพัก ถือเป็นโซลูชั่นที่สมบูรณ์แบบ ตอบสนองความต้องการของธุรกิจ QSR และอุตสาหกรรมค้าปลีกได้เป็นอย่างดี

·       IF Series LED Signage

IF Series LED Signage หน้าจอพิกเซลละเอียดขนาดใหญ่ สำหรับใช้งานในศูนย์ควบคุม มาพร้อมกับเทคโนโลยีการประมวลผลของซัมซุง ที่ช่วยปรับภาพให้คมชัดด้วยเทคโนโลยีภาพ HDRและเพิ่มความละเอียดของเนื้อหาให้ดูมีมิติ โดยร่วมมือกับ WEY Technology บริษัทเทคโนโลยีสารสนเทศระดับโลกในสวิส ในการนำโซลูชั่นห้องควบคุมเข้ามาใช้งาน ส่งมอบประสบการณ์ห้องควบคุมแห่งอนาคต ให้สามารถแสดงข้อมูลพร้อมกันบนหลายหน้าจอได้แบบเรียลไทม์

from:https://www.flashfly.net/wp/251402

โฆษณา

Samsung Galaxy S10+ ยืนหนึ่งกล้องสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุด ‘DxOMark’ ฟันธง ขึ้นแท่นคะแนนรวมสูงสุดทั้งกล้องหน้าและหลัง

แรงดีไม่มีตก แม้หลังเปิดตัวไปได้ 3 เดือน ล่าสุดสมาร์ทโฟนแฟลกชิปตัวใหม่จากซัมซุง ก็ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจาก DxOMark ผู้ทดสอบและจัดอันดับมาตรฐานอุตสาหกรรมกล้อง เลนส์ และคุณภาพของภาพบนสมาร์ทโฟนที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก ว่า ‘กาแลคซี่ เอส 10 พลัส’ คือสมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยมที่ครองอันดับ 1 กล้องสมาร์ทโฟนดีที่สุดในขณะนี้ โดยวัดจากคะแนนรวมกล้องหน้าและกล้องหลัง

จากการทดสอบ พบว่า ‘ซัมซุง กาแลคซี่ เอส 10 พลัส’ ทำคะแนนในหมวด DxOMark Selfie ไปได้ทั้งหมด 96 คะแนน จากการตรวจจับใบหน้าและโฟกัสได้อย่างรวดเร็ว พร้อมให้รายละเอียดทั้งแสงและสีที่แม่นยำ ส่งผลให้เอส 10 พลัส ขึ้นแท่นสมาร์ทโฟนที่มีกล้องหน้าที่ดีสุดในขณะนี้ ด้วยกล้องคู่ Dual Pixel Selfie ให้ภาพหน้าชัดหลังเบลอสวยงาม อีกทั้งยังสามารถถ่ายรูปภาพและวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุดระดับ UHD เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของรูปบนโซเชียลของผู้ใช้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

นอกจากกล้องหน้าขั้นเทพที่ได้ถูกกล่าวถึงแล้ว กล้องหลังทั้ง 3 ตัวก็ไม่น้อยหน้า เพราะยังคงโดดเด่นด้วยประสิทธิภาพที่ไม่ธรรมดา เก็บภาพครบทุกรายละเอียด เลนส์กว้าง ถ่ายสวยทุกช่วงเวลาแม้ในที่แสงน้อย และยังถ่ายภาพหน้าชัดหลังละลายอย่างเป็นธรรมชาติ โดยได้รับคะแนนรวมถึง 109 คะแนน ถือเป็นข้อพิสูจน์ของสุดยอดนวัตกรรมในสมาร์ทโฟนตระกูลกาแลคซี่ที่มีประสิทธิภาพการทำงานที่อัจฉริยะเหนือชั้น ตอบโจทย์การสร้างสรรค์ภาพและวิดีโอระดับมืออาชีพ

ล่าสุดนี้ ยังมีภาพจากผู้ใช้จริงที่มาแบ่งปันประสบการณ์ในการใช้งานสมาร์ทโฟน กาแลคซี่ เอส 10 พลัส ผ่านแฮชแท็ก#GalaxyS10TH เพื่อตอกย้ำความเป็นที่สุดของกล้องสมาร์ทโฟน เริ่มด้วยฟีเจอร์ Live Focus หน้าชัดหลังละลาย ช่วยให้คุณสร้างสรรค์ภาพที่ดูมีมิติมากขึ้นด้วย พร้อมเพิ่มความสนุกสนานด้วยเอฟเฟกต์พื้นหลังละลายที่ปรับได้หลากหลายรูปแบบ เต็มไลฟ์สไตล์ที่บ่งบอกความเป็นตัวคุณได้อย่างดีเยี่ยม

ตัวอย่าง ภาพถ่ายจากเลนส์มุมกว้างพิเศษแบบ Ultra Wide 123 องศา ที่ช่วยเก็บภาพความประทับใจตรงหน้าได้เหมือนตาเห็น ไม่ว่าจะเป็นภาพความตื่นตาตื่นใจในสถานที่ใหม่ๆ หรือแม้แต่ช่วงเวลาประทับใจกับคนที่คุณรัก

นอกจากนั้นยังมีเลนส์ Dual Aperture ที่มีคุณสมบัติคล้ายกับดวงตามนุษย์ สามารถปรับค่ารูรับแสงแบบอัตโนมัติได้ที่ f/1.5 – f/2.4 ช่วยให้ภาพออกมาดูมือโปร ไม่ว่าจะถ่ายกลางวันหรือกลางคืน นอกจากนี้ กาแลคซี่ เอส 10 พลัส ยังมีฟีเจอร์ Low light ที่ช่วยในการถ่ายภาพในที่แสงน้อยดีมากยิ่งขึ้น

สมแล้วที่ กาแลคซี่ เอส 10 พลัส กลายเป็นสมาร์ทโฟนอันดับ 1 ที่ได้รับคะแนนการทดสอบประสิทธิภาพกล้องทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังสูงที่สุดเป็นอันหนึ่งตามมาตรฐานของ DxOMark ในขณะนี้ ถือเป็นการตอกย้ำความเป็นหนึ่งในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สร้างสรรค์ พร้อมทั้งยังพัฒนาฟีเจอร์หลากหลาย เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความสนุกในรูปแบบใหม่แก่ผู้ใช้งาน ด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำให้ผู้บริโภครู้สึกถึงความแตกต่างอย่างเหนือกว่าโดยแท้จริง

คุณสามารถเข้ามาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟน กาแลคซี่ เอส 10 พลัส ได้ที่ https://www.facebook.com/SamsungThailand หรือ โพสต์ในช่องทางโซเชียมีเดียพร้อมติดแฮชแท็ก #ShotonGalaxys10Plus และ #GalaxyS10TH

from:https://www.flashfly.net/wp/251700

โมโตโรล่า เปิดตัว motorola one vision หน้าจอ CinemaVision ขนาด 6.3 นิ้ว กล้องหลัง 48 ล้านพิกเซล โหมด Night Vision ถ่ายภาพกลางคืน ความจุ 128GB ระบบชาร์ต TurboPower ราคาเพียง 9,990 บาท

โมโตโรล่า เปิดตัว  motorola one vision สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดที่ปรับฟีเจอร์ใหม่หมดเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้ใช้ชาวไทยที่ชื่นชอบการถ่ายภาพและดูวิดีโอผ่านโทรศัพท์มือถือเพิ่มมากขึ้น โดยประเทศไทยเป็นกลุ่มประเทศแรกที่ได้สัมผัสกับสมาร์ทโฟน รุ่นล่าสุดก่อนใครในโลก 

motorola one vision ใช้ระบบกล้องสุดล้ำที่ผนวกเทคโนโลยี AI และ Quad Pixel มีความไวต่อแสงต่ำถึง 4 เท่า ได้ภาพสวยในทุกสภาวะแสง นอกจากนี้ ฟีเจอร์เด็ดซึ่งถือเป็นครั้งแรกของ โทรศัพท์มือถือคือหน้าจอแบบ CinemaVision อัตราส่วน 21:9 มอบประสบการณ์เต็มอิ่มกับการดูวิดีโอ คอนเทนต์บนหน้าจอที่กว้างขึ้นกว่าเคย

นอกจากนี้ ผู้ใช้ motorola one vision ยังได้อัปเดตการรักษาความปลอดภัยทุกเดือนต่อเนื่องกันนาน 3 ปี ด้วยระบบปฏิบัติการล่าสุดและการอินเตอร์เฟสที่ไม่ซับซ้อนจาก Android One.2 เทคโนโลยีสุดล้ำ ในไสตล์ที่โฉบเฉี่ยวของสมาร์ทโฟน motorola one vision จะเริ่มวางจำหน่ายในวันพรุ่งนี้ (17 พฤษภาคม 2562) ด้วยราคาเพียง 9,990 บาท

motorola one vision: โดดเด่นทุกความทรงจำ แม้ในที่แสงน้อย

ประสบการณ์ชมภาพยนตร์ที่แสนประทับใจอยู่ในมือคุณ กล้องที่ถ่ายภาพสวยคมชัดในทุกสภาวะแสงทำให้ รู้สึกถึงพลังของการมองเห็นในที่มืด จินตนาการเหล่าที่มีอยู่จริง สมาร์ทโฟนmotorola one vision ถูกออกแบบมาเพื่อ ขยายมุมมองให้คุณได้เห็นโลกผ่านเลนส์ที่ชัดขึ้น

motorola one vision มีระบบกล้องสุดล้ำกว่าเคยจากการผสานเทคโนโลยี AI และ Quad Pixel หน้าจอ cinematic display เพิ่มพื้นที่หน้าจออย่างเต็มที่เพื่อมอบประสบการณ์ความบันเทิงในระดับโรงภาพยนตร์ แค่เพียงปลายนิ้วสัมผัสพร้อมฟีเจอร์ล้ำต่างๆ จาก Google และแบตเตอร์รี่พลังอึดทรงพลังสามารถใช้งาน ได้ยาวนานตลอดทั้งวัน

โมโตโรล่า ยังคงสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง และรับฟังความต้องการของลูกค้าเพื่อผลิตสินค้า นวัตกรรมที่มีความหมายต่อผู้ใช้งาน

ขยายมุมมองอย่างเต็มรูปแบบ

เพลิดเพลินกับประสบการณ์บันเทิงระดับโรงภาพยนต์ไม่ว่าคุณจะอยู่ไหน ด้วยหน้าจอพิเศษแบบ CinemaVision ขนาด 6.3 นิ้ว สัดส่วน 21:9 ความละเอียด Full HD มาพร้อมกล้องหน้าฝังในหน้าจอ ถือเป็นครั้งแรกของสมาร์ทโฟน motorola one vision มีหน้าจอยาวพิเศษแบบ ultra-wide ให้เต็มอิ่มกับการชมภาพยนตร์หรือวิดีโอได้ทุกขณะไม่ว่าจะทำอะไร ทุกความพิเศษอัดแน่นอยู่ในตัวเครื่อง ดีไซน์หรูหรา และมีความบางใช้งานสะดวกสบายแม้เพียงมือเดียว เพิ่มความทนทานด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 4  สีเหลือบไล่เฉด Gradient Colorทั้ง 2 สี sapphire และ bronze

โดดเด่นในยามค่ำคืน

แสงทำให้ภาพถ่ายมีความแตกต่าง  motorola one vision จึงใช้เทคโนโลยี Quad Pixel ด้วยการรวมทั้ง 4 พิกเซล ให้ทำงานร่วมกันที่ขนาดพิกเซล 1.6 μm ความละเอียดสูงถึง 48 ล้านพิกเซล มีความไวต่อแสง 4 เท่า สามารถถ่ายภาพที่คมชัดความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ที่ช่วยปรับความสว่างและลดนอยซ์ของภาพ

เซ็นเซอร์กล้องหลังความละเอียด 48 ล้านพิกเซล มาพร้อมระบบกันสั่นแบบ OIS และโหมดใหม่ Night Vision สำหรับการถ่ายภาพกลางคืน OIS ช่วยเรื่องการถ่ายภาพหรือวิดีโอที่เบลอไม่ชัดเจน ขณะที่โหมดถ่ายภาพกลางคืนทำให้ภาพถ่ายสดใสและคมชัดแม้อยู่ในที่แสงน้อย 

ดูดีที่สุดในทุกสภาวะแสง

กล้องหน้าความละเอียด 25 ล้านพิกเซล เพิ่มทางเลือกการถ่ายภาพในสภาวะต่างๆ ให้คุณได้ภาพถ่ายเซลฟี่ ด้วยความละเอียดขนาด 25 ด้วยรายละเอียดภาพที่น่าทึ่ง เมื่ออยู่ในที่แสงน้อย เทคโนโลยี Quad Pixel ขนาด 1.8µm ให้ภาพเซลฟี่ที่คมชัด

นวัตกรรม AI

ไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงสำหรับนวัตกรรมการถ่ายภาพบนมือถือ motorola one vision มาพร้อมกับฟีเจอร์ กล้องสุดล้ำที่ขับเคลื่อนโดยหน่วยประมวลผล octa-core ที่มีความสามารถในการเรียนรู้อย่างลึกซึ้ง ฟีเจอร์ใหม่โหมด portrait lighting ใช้เทคโนโลยี AI ปรับแสงบนใบหน้าให้สวยงาม ส่วนฟีเจอร์ auto smile และ smart composition ทำให้รูปของคุณดูดีพร้อมแชร์ผ่านโซเชียลมีเดีย กับแฮชแท็คยอดฮิต #nofilter

ความร่วมมือระหว่าง Google และ Motorola

เรายังคงร่วมมือกับ Google เพื่อขยายความต้องการด้านซอฟท์แวร์และอัพเดตความปลอดภัยการใช้งาน ทุกเดือนเป็นเวลา 3 ปี ระบบปฏิบัตการเวอร์ชั่นล่าสุด และการอินเทอร์เฟสที่ไม่ซับซ้อนผ่าน Android One.2 นอกจากนี้ ยังสามารถใช้งานนวัตกรรมต่างๆ อย่าง Google Assistant จาก AndroidTM ecosystem หรือฟีเจอร์  Digital Wellbeing เพื่อช่วยให้คุณโฟกัสสิ่งที่สำคัญที่สุด    

ใช้เพื่อทำงานหรือความบันเทิงได้ตลอดวัน

ตารางกิจกรรมเต็มวันไม่มีผลสำหรับ motorola one vision แบตเตอรี่ความจุ 3,200 mAh ให้คุณใช้งาน ตลอดทั้งวันเพียงแค่ชาร์ตครั้งเดียว ระบบชาร์ตแบตแบบ 15W TurboPower เพียงการชาร์ตแค่ 15 นาที ก็ช่วยเร่งการเติมพลังใช้งานแบตเตอร์รี่ได้นานถึง 7 ชั่วโมง พร้อมสำหรับกิจกรรมในโมเมนต์สำคัญต่างๆ

พื้นที่จัดเก็บเพิ่มขึ้น

ไม่พลาดโมเมนต์สำคัญด้วยพื้นที่จัดเก็บภาพคุณภาพสูงจาก Google Photos motorola one vision มีความจุขนาด 128  GB เพียงพอสำหรับเก็บเพลงโปรด วิดีโอ และภาพยนตร์ที่คุณชื่นชอบ และรองรับการ์ด microSD card4 เพิ่มความจุได้สูงสุดถึง 512GB motorola one vision มาพร้อมกับเทคโนโลยี สตอเรจแบบแฟลช Universal Flash Storage สามารถจัดเก็บไฟล์นับพันและความบันเทิงระดับ HD ได้ไม่อั้น และยังช่วยเพิ่มความเร็วและการทำงานที่หลากหลายด้วยสมาร์ทโฟนที่ทรงพลังเพียงหนึ่งเดียว

ราคาและการจำหน่าย

motorola one vision สมาร์ทโฟนที่มีเทคโนโลยีสุดล้ำในสไตล์ทันสมัยจำหน่ายในราคาเพียง 9,990 บาท ที่ร้าน True, TG Fone และ Banana IT นอกจากนี้ ยังวางจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่ shopee.co.th สามารถดาวน์โหลดรูปและ GIFS จาก ลิงค์ (กรุณายอมรับข้อกำหนดสิทธิการใช้งานเมื่อดาวน์โหลดภาพ หรือวิดีโอ)

คุณสมบัติฟังก์ชั่นและข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์บางอย่างอาจขึ้นอยู่กับเครือข่ายและข้อกำหนดเงื่อนไขและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมทั้งหมดอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าMOTOROLA และโลโก้ Stylized M เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Motorola Trademark Holdings, LLC Android เป็นเครื่องหมายการค้าของ Google LLC เครื่องหมายการค้าอื่น ๆ ทั้งหมดเป็นทรัพย์สินของเจ้าของที่เกี่ยวข้อง © 2019 Motorola Mobility LLC สงวนลิขสิทธิ์.

ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางกฎหมาย

1แบตเตอรี่จะต้องหมดลงอย่างมาก อัตราการชาร์จช้าลงเมื่อการชาร์จดำเนินไป เครื่องชาร์จขายแยกต่างหาก ในบางตลาด การอ้างสิทธิ์อายุการใช้งานแบตเตอรี่ทั้งหมดเป็นการประมาณ และขึ้นอยู่กับผู้ใช้โดยเฉลี่ยที่ทดสอบ ในการใช้งานแบบที่ต่างๆรวมกัน (ซึ่งรวมถึงการใช้งานและเวลาสแตนด์บาย) ภายใต้เงื่อนไขเครือข่ายที่ดีที่สุด ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ที่แท้จริงจะแตกต่างและขึ้นอยู่กับหลากหลายปัจจัยรวมถึงความแรงของสัญญาณและการตั้งค่าเครือข่ายและอุปกรณ์ อุณหภูมิ สภาพแบตเตอรี่ และรูปแบบการใช้งาน

2 โทรศัพท์เปิดตัวครั้งแรกใน Android 9 Pie และจะได้รับการอัพเกรดระบบปฏิบัติการเป็น Android Q และ Android R จะมีการปรับปรุงความปลอดภัยเป็นเวลาสามปีนับจากวันเปิดตัวทั่วโลกในเดือนพฤษภาคม 2019

3พื้นที่เก็บข้อมูลฟรีคุณภาพสูงต้องใช้บัญชี Google และมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต © 2019 Google LLC ขอสงวนลิขสิทธิ์ Google Photos เป็นเครื่องหมายการค้าของ Google LLC

4 รองรับการ์ด microSD สูงสุดขนาด 512GB การ์ด microSD แยกจำหน่าย เนื้อหาที่มีข้อ จำกัด DRM อาจไม่สามารถย้ายไปยังการ์ดได้

from:https://www.flashfly.net/wp/251687

วางจำหน่ายแล้วอย่างเป็นทางการ Vivo Y17 แบตใหญ่ 5000 mAh ชาร์จไว กล้องหลัง 3 เลนส์

Vivo Y17 เปิดวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว ในวันที่ 18 พฤษภาคม 2562 นี้  โดย Vivo Y17 จัดเต็ม มาพร้อม แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5000 mAh และมาพร้อมเทคโนโลยีชาร์จไว 18W Dual-Engine Fast Charging และกล้องหลัง  AI Triple Camera  ที่มาพร้อมเลนส์วายถ่ายภาพมุมกว้างได้ถึง 120 องศา

ทั้งนี้ Vivo Y17 ยังให้สเปคที่จัดเต็ม RAM 4 GB และ ROM 64 GB ชิปประมวลผล MTK Helio P35 Octa-core 2.3GHz  มาในดีไซน์จอไร้ขอบ พร้อมหน้าจอแบบ Halo FullView Display ขนาดใหญ่ 6.35 นิ้ว กับอัตราส่วนการแสดงผลที่ 19.3:9 ความละเอียดระดับ HD+ (720×1544 พิกเซล) 

Vivo Y17 วางจำหน่ายในราคา 6,999 บาท  โดยมีให้เลือกถึง 2 สีด้วยกัน ได้แก่ Mineral Blue ( สีฟ้า )  และ  Mystic Purple ( สีม่วง ) ท่านใดที่สนใจสามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ที่ Vivo Brand Shop ทุกสาขา และตัวแทนจัดจำหน่ายสมาร์ทโฟนชั้นนำทั่วประเทศ   ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ทาง  http://www.vivo.com  

from:https://www.flashfly.net/wp/251594

คำแถลงการณ์เกี่ยวกับการเพิ่มชื่อ Huawei เข้าใน “Entity List” ของกระทรวงพาณิชย์ สหรัฐอเมริกา

หัวเว่ยไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของสำนักงานด้านอุตสาหกรรมและความปลอดภัย (BIS) กระทรวงพาณิชย์ สหรัฐอเมริกา

การตัดสินใจนี้ไม่เป็นผลดีต่อฝ่ายใดทั้งสิ้น และยังจะสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อบริษัทอเมริกาซึ่งหัวเว่ยทำธุรกิจด้วย รวมถึงตำแหน่งงานอีกหลายหมื่นตำแหน่ง ทั้งยังขัดขวางความร่วมมือที่ดำเนินอยู่และความไว้วางใจซึ่งกันและกันในระบบซัพพลายทั่วโลกอีกด้วย

ทั้งนี้ หัวเว่ยจะหามาตรการเยียวยาโดยทันที รวมถึงทางออกในเรื่องนี้  โดยเราจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อลดผลกระทบจากเหตุการณ์นี้

from:https://www.flashfly.net/wp/251587

เริ่มแล้วงาน POWER BUY EXPO 2019 อัปเดตเทรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าสุดล้ำแห่งอนาคต

เริ่มแล้วงาน POWER BUY EXPO 2019 ที่มาพร้อมกับความยิ่งใหญ่ สมกับโอกาสครบรอบ 22 ปีของ เพาเวอร์บาย ผู้นำธุรกิจศูนย์รวมเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าไอที และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ครบวงจรที่มีสาขาให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศไทย โดยปีนี้ชูแนวคิดนวัตกรรมแห่งอนาคต “POWER YOUR FUTURE”ยกทัพสินค้าเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมาให้อัปเดต และพลาดไม่ได้กับ “TV WALL” กำแพงทีวีที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ขนาด 44 เมตร จาก 13 แบรนด์ดัง พร้อมสินค้าอื่น ๆ กว่า 100 แบรนด์ รวมกว่า 10,000 รายการ มาจัดแสดงพร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 17-26 พฤษภาคม 2562 เวลา 10.00 น.–22.00 น. ณ ฮอลล์ 103-104 ไบเทค บางนา

นายโลร็องต์ โปซ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด กล่าวว่า “ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน และจะมีผลต่อไปในอนาคต เพาเวอร์บาย ดำเนินธุรกิจมาตลอด 22 ปีไม่เคยหยุดนิ่งที่จะตอบโจทย์พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป โดยให้ความสำคัญในเรื่องของ Customer Centric เป็นกลยุทธ์หลัก จะเห็นได้จากการนำเสนอนวัตกรรมภายในงาน POWER BUY EXPO 2019 ในรูปแบบใหม่ ๆ อย่าง TV WALL ที่สร้างประสบการณ์ให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าให้ง่ายขึ้น

รวมถึงเทรนด์เทคโนโลยีใหม่ ๆ แห่งอนาคตจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก อาทิ Smart Home, AI Service Robot ที่เริ่มมีการนำหุ่นยนต์ และ AI เข้ามาใช้ภายในบ้าน เพื่อยกระดับความสะดวกสบาย และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้บริโภคในยุคดิจิทัลมากยิ่งขึ้น รวมถึงกิจกรรมบันเทิงต่าง ๆ ภายในงานที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีความสนใจที่หลากหลาย ตลอดจนโซน Power Care Lounge ที่จัดขึ้นมา เพื่อให้ลูกค้าคนสำคัญได้พักผ่อน และให้คำปรึกษาเกี่ยวกับบริการหลังการขายแบบครบวงจร”

สำหรับงาน POWER BUY EXPO 2019 จัดบนพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร โดยนำเสนอกิจกรรมพิเศษมากมายที่ไม่ควรพลาด เริ่มต้นด้วย Power Vision ที่นำเสนอ TV Wall ที่ยาวกว่า 44 เมตร13 แบรนด์ กว่า 100 รุ่น รวมเทรนด์เทคโนโลยี QLED TV และ OLED ให้เลือกกันหลายรุ่นหลายระดับราคาอาทิ Samsung New QLED 8K ที่ภาพคมชัดเสมือนมีชีวิต, LG OLED TV รุ่น W8 ที่จำลองเสียงรอบทิศทางเสมือนรับชมในโรงภาพยนตร์, Sony Bravia Oled 4K ที่สามารถใช้เสียงควบคุม ค้นหาข้อมูล และถามคำถามทางทีวีได้ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสนุก ๆ สุดท้าทายกับการแข่งเต้นสตรีทแดนซ์ Power Beat สนับสนุนโดยแบรนด์เครื่องเสียง JBL ชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 70,000 บาท การประกวดการถ่ายภาพ Power Snap กับสาว ๆ เน็ตไอดอล รางวัลใหญ่เป็นโทรศัพท์มือถือ HUAWEI P30 PRO และ HUAWEI P30 มูลค่ารวมแล้วกว่า 50,000 บาท รวมถึงกิจกรรมการแข่งขันเกม e-Sport Tournament พิเศษ โดยมีทั้ง Power Challenge X Advice การแข่งขัน PubG บน PC ชิงเงินรางวัล 50,000 บาท และ Power Challenge X Sony ในเกมFIFA 2019 ชิงรางวัลเป็นเครื่องเล่น PS4 (Playstation 4) พร้อมเงินรางวัลกว่า 30,000 บาท

อีกทั้งยังมีกิจรรมให้ความบันเทิง และเพลิดเพลิน อย่าง Power Recipe ที่สร้างสรรค์เมนูใหม่กับเชฟและนักโภชนาการ ร่วมกับเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ดังมากมาย อาทิ Philips, Tefal, Electrolux, Sharp ในทุกวันและมีเหล่าเซเลบมาร่วมสร้างสีสันไม่ว่าจะเป็น มินิคอนเสิร์ตโดย นนท์ – ธนนท์ จำเริญ ศิลปินดาราหนุ่มสุดฮอท เจ้าของหน้ากากเป็ดน้อย แชมป์ The Mask Singer ซีซั่น 4 ในวันที่เปิดงาน, Meet & Greet กับ เดี่ยว-สุริยนต์ที่จะมาร่วมพูดคุยถึง Topic “ผู้หญิง เสื้อผ้า ของเดี่ยว” พร้อมไฮไลท์ คุณเดี่ยวรีดเสื้อโชว์ จากแบรนด์ Electrolux และมินิคอนเสิร์ต โดย ซอ จียอน ในงานเปิดตัวเครื่องฟอกอากาศ CUCKOO วันที่ 19 พฤษภาคม 2562


ทั้งนี้ ในงานยังได้นำสินค้านวัตกรรมมากกว่า 100 แบรนด์ 10,000 รายการ มาจำหน่ายในราคาพิเศษ พร้อมโปรโมชั่นแบบจัดเต็มให้ลูกค้าได้ช้อปสินค้าในราคาสุดคุ้มค่ามากยิ่งขึ้นโดยช้อปครบ 10,000 บาทรับส่วนลด 1,000 บาท และพิเศษเฉพาะลูกค้า The 1 รับเครดิตเงินคืนสูงสุดถึง 36,000 บาท จ่ายเต็มผ่านบัตรได้ส่วนลด 3% และยังสามารถใช้คะแนนเพื่อรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 15% และร่วมสนุกช้อปไปกับสินค้า Crazy Item แบบทุบราคาพิเศษทุกวันวันละ 2 รอบ เวลา 13.30 น. และ 18.30 น. เป็นต้นมาร่วมเปิดประสบการณ์พร้อมสัมผัสนวัตกรรมเทคโนโลยีแห่งอนาคต และข้อเสนอสุดพิเศษได้ในงาน

งาน Power Buy EXPO 2019 – Power Your Future ตั้งแต่วันที่ 17-26 พฤษภาคม 2562 เวลา 10.00 น.– 22.00 น. ณ ฮอลล์ 103-104 ไบเทค บางนา ติดตามความเคลื่อนไหว กิจกรรม และโปรโมชั่นต่างๆ จาก เพาเวอร์บาย (Power Buy) ได้ที่ www.powerbuy.co.th, Facebook: Power Buy และ Line: @Power Buy

ข่าว: เริ่มแล้วงาน POWER BUY EXPO 2019 อัปเดตเทรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าสุดล้ำแห่งอนาคต มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2019/05/17/power-buy-expo-2019.html

Synology® เปิดตัว DiskStation Manager 6.2.2 แพลตฟอร์มที่แข็งแกร่งสำหรับการจัดการข้อมูล

Synology Inc. ได้รีลีสอัปเดตล่าสุดของ DiskStation Manager (DSM) 6.2.2 ซึ่งมีฟังก์ชันใหม่มากมายที่ไม่เพียงจะเพิ่มประสิทธิภาพการนาวิเกตผู้ใช้เท่านั้น แต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพระบบอีกด้วย

“DSM 6.2 ได้แสดงให้เห็นถึงความน่าเชื่อถือที่ได้รับการพิสูจน์เป็นวงกว้างด้วย Synology NAS กว่า 3.4 ล้านเครื่องที่ใช้งานระบบปฏิบัติการนี้ ขณะนี้ DSM 6.2.2 ซึ่งสร้างมาเพื่อโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT ของคุณโดยเฉพาะและพร้อมเข้ากันได้กับทุกสภาพแวดล้อม มาพร้อมกับตัวเลือกที่ละเอียดยิ่งขึ้นที่จะช่วยให้ผู้ดูแลระบบ IT ควบคุมทั้งระบบได้ดียิ่งขึ้น” Hewitt Lee ผู้อำนวยการกลุ่มจัดการผลิตภัณฑ์ของ Synology กล่าว “สิ่งนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกด้านการจัดการข้อมูลทางธุรกิจด้วยบริการที่เข้ากับความต้องการของคุณยิ่งขึ้น”

ฟีเจอร์หลักประกอบด้วย:

  • การเพิ่มประสิทธิภาพระบบ: การกำหนดค่าที่ละเอียดซึ่งจะช่วยให้มั่นใจถึงประสิทธิภาพที่สอดคล้องกันในสภาพแวดล้อมที่ใช้งานจริงขณะนี้มีให้ใช้งานใน Snapshot Replication, iSCSI Manager และ Synology High Availability ไปที่ Release Note เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม
  • การอัปเดตอัจฉริยะ: การอัปเดตอัจฉริยะซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อลดการหยุดชะงักของระบบให้น้อยที่สุด จะตรวจจับว่าระบบจะได้รับประโยชน์จากการอัปเดตหรือไม่ และตัดสินใจว่าจะติดตั้งหรือข้ามการอัปเดตนั้นหรือไม่ โดยยึดตามบริการที่กำลังรันอยู่ในระบบ เพื่อให้ได้เวลาการทำงานของระบบมากที่สุด
  • คำแนะนำตามบริบทเพื่อการแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว: มีข้อมูลและเคล็ดลับการแก้ไขปัญหาเพิ่มเติมเพิ่มลงใน Storage Manager เพื่อลดความสับสนและความผิดพลาดของมนุษย์ รวมทั้งแนะนำผู้ใช้ให้แก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้น สนับสนุนผู้ใช้ตามแง่มุมต่างๆ ของการจัดการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลด้วยประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ที่ดียิ่งขึ้น
  • Migration Assistant Beta: แพคเกจใหม่ที่จะช่วยให้คุณย้ายทั้งระบบรวมถึง วอลุ่ม, LUN และการกำหนดค่าทั้งหมดอย่างง่ายดาย ลดการหยุดชะงักของบริการและผู้ใช้ที่มีอยู่ในระหว่างการอัปเกรดฮาร์ดแวร์

DSM 6.2 และรายการแพคเกจสำหรับการสำรองข้อมูล, การจัดการไฟล์และการซิงค์, High Availability, ระบบ Surveillance ด้วยวิดีโอ, การจัดการแบบรวมศูนย์ และอื่นๆ จะได้รับการอัปเดตด้านความปลอดภัยและการแก้ไขที่สำคัญจนถึงเดือนมิถุนายน 2023 การสนับสนุนในระยะยาวนี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่าธุรกิจจะสามารถรักษาสภาพแวดล้อมที่ใช้งานจริงที่มีความเสถียรได้ตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน และสามารถวางแผนการใช้งานเวอร์ชันหลักถัดไปในกรอบเวลาที่เหมาะสม

หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ DSM 6.2 โปรดไปที่: https://www.synology.com/dsm/6.2

สำหรับข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับนโยบายด้านความปลอดภัยและการอัปเดตของ Synology โปรดอ่านเอกสารสรุปด้านความปลอดภัย: http://sy.to/securitywhitepaper

from:https://notebookspec.com/synology-diskstation-manager-6-2-2-pr/481153/