คลังเก็บป้ายกำกับ: PR_News

GWM เปิดให้สื่อมวลชนทดลองขับ ORA Good Cat ในงาน “ORA Good Cat Future Ready Driving Experience”

GWM นำคณะสื่อมวลชนสัมผัสประสบการณ์การขับขี่มิติใหม่กับ  […] More

from:https://www.iphonemod.net/gwm-ora-good-cat-future-ready-driving-experience-pr.html

ธปท. และสมาคมธนาคารไทย ชี้แจงความคืบหน้า กรณีการตัดเงินที่ผิดปกติผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิต

ตามที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ สมาคมธนาคารไทย ได้ชี้แจงกรณีการตัดเงินที่ผิดปกติ ผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิตของลูกค้าจำนวนมาก เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ที่ผ่านมา ว่ามิได้เกิดจากการรั่วไหลของข้อมูลจากระบบธนาคาร โดยสาเหตุสำคัญเกิดจากการที่มิจฉาชีพสุ่มข้อมูลบัตรและนำไปสวมรอยทำธุรกรรมผ่านร้านค้าออนไลน์ต่างประเทศ ที่ไม่มีการใช้ One Time Password (OTP) โดยตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม มีบัตรที่มีการใช้งานผิดปกติจากเหตุข้างต้นจำนวน 10,700 ใบ โดยในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นรายการใช้จากบัตรเดบิตเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งการใช้งานส่วนใหญ่มีจำนวนเงินต่อรายการต่ำ เช่น 1 ดอลลาร์ สรอ. และมีการใช้เป็นจำนวนหลาย ๆ ครั้ง ทั้งนี้ ธนาคารมีระบบตรวจจับธุรกรรมที่ผิดปกติ โดยแต่ละธนาคารจะกำหนดเพดานและเงื่อนไขการใช้งานของบัตรตามลักษณะประเภทร้านค้าและประเภทสินค้าแตกต่างกันไป

นอกจากนี้ ธปท. และ สมาคมธนาคารไทย ได้ร่วมกันกำหนดมาตรการเพิ่มเติมเพื่อป้องกันและแก้ปัญหา ดังนี้

1. ยกระดับความเข้มข้นในการตรวจจับธุรกรรมที่ผิดปกติ ให้ครอบคลุมทั้งธุรกรรมที่มีจำนวนเงินต่ำและที่มีความถี่สูง หากพบธุรกรรมที่ผิดปกติ ธนาคารจะระงับการใช้บัตรทันทีและแจ้งลูกค้าในทุกช่องทาง รวมทั้งติดตามเฝ้าระวังรายการธุรกรรมจากต่างประเทศเป็นพิเศษ

2. เพิ่มการแจ้งเตือนลูกค้าในการทำธุรกรรมทุกรายการ ตั้งแต่รายการแรกผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น ระบบ Mobile banking อีเมล หรือ SMS

3. กรณีที่ตรวจสอบพบว่าลูกค้าได้รับผลกระทบจากการทุจริตตามข้างต้น กรณีบัตรเดบิต ลูกค้าจะได้รับการคืนเงินภายใน 5 วันทำการ ส่วนกรณีบัตรเครดิต ธนาคารจะยกเลิกรายการดังกล่าว ลูกค้าไม่ต้องชำระเงินตามยอดเรียกเก็บที่ผิดปกติ และจะไม่มีการคิดดอกเบี้ย

4. ธปท. และสมาคมธนาคารไทยจะเร่งหารือกับผู้ให้บริการเครือข่ายบัตร เช่น Visa Mastercard เพื่อกำหนดให้มีการใช้การยืนยันตัวตนเพิ่มเติม เช่น OTP กับบัตรเดบิตสำหรับร้านค้าออนไลน์

กรณีลูกค้าพบความผิดปกติของธุรกรรมด้วยตนเอง สามารถติดต่อคอลเซ็นเตอร์หรือสาขาของธนาคารผู้ออกบัตร เพื่อแจ้งตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องของธุรกรรมในทันที โดยธนาคารจะดูแลแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด

สำหรับประชาชนทั่วไป ควรตรวจสอบการทำธุรกรรมของตนเองอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งระมัดระวังการผูกบัตรเดบิตในการทำธุรกรรม โดยเฉพาะกับแพลตฟอร์มที่มีความเสี่ยง เช่น เกมออนไลน์ แพลตฟอร์มที่ไม่มีการยืนยันตัวตนก่อนเข้าใช้งาน หรือไม่มี OTP ทั้งนี้ สำหรับบางธนาคาร ลูกค้ายังสามารถเปิด/ปิดการใช้งานของบัตร หรือเปลี่ยนแปลงวงเงินการใช้บัตร หรืออายัดบัตรได้ด้วยตัวเองผ่านแอพพลิเคชั่นของธนาคาร นอกเหนือจากการติดต่อกับธนาคาร

ธปท. และ สมาคมธนาคารไทย ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางการเงิน และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า โดยธนาคารมีระบบการรักษาความมั่นคงปลอดภัยและมีการตรวจสอบการทำธุรกรรมที่ผิดปกติอย่างต่อเนื่อง ในระยะต่อไป ธปท. และสถาบันการเงินจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการยกระดับมาตรการและประสิทธิภาพการตรวจจับและตอบสนองต่อรายการผิดปกติ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากการเกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าว

from:https://www.thumbsup.in.th/bot-bank-thai?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=bot-bank-thai

Salesforce ต่อยอดความมุ่งมั่นในการส่งเสริมบุคลากรไทย เปิดตัวโครงการความร่วมมือระหว่าง Trailhead Academy และ depa จัดอบรมทักษะทางดิจิทัล เพื่อรองรับการทำงานยุคดิจิทัล

เซลส์ฟอร์ซชี้ระบบนิเวศพันธมิตรและคู่ค้าของเซลส์ฟอร์ซในประเทศไทยคาดว่าจะสร้างงานใหม่กว่า 31,200 ตำแหน่งและรายได้ทางธุรกิจใหม่ 5.5 หมื่นล้านบาท ภายในปี 2026 Trailhead Academy โดย Salesforce ทุ่มทุน US$600,000 หรือราว 19 ล้านบาท เปิดตัวโปรแกรม “Salesforce depa Career Kickstarter” ซึ่งเป็นการร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อส่งเสริมทักษะเชิงดิจิทัลให้ผู้เข้าร่วมโครงการ

เซลส์ฟอร์ซ (NYSE: CRM) ผู้นำระดับโลกด้านการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) ประกาศผลสำรวจใหม่ล่าสุดจาก IDC ซึ่งเผยว่า เซลส์ฟอร์ซและพันธมิตรคู่ค้าทางธุรกิจในประเทศไทยจะมีส่วนในการสร้างตำแหน่งงานใหม่ถึง 31,200 ตำแหน่ง และสร้างรายได้ทางธุรกิจใหม่ราว 5.5 หมื่นล้านบาทให้แก่เศรษฐกิจของประเทศไทยภายในปี 2026 นอกจากนี้รายงานยังระบุว่า การเติบโตอย่างมหาศาลในของเซลส์ฟอร์ซและพันธมิตรคู่ค้าในประเทศไทยจะส่งผลให้ภายในปี 2026 ทุก ๆ 1 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐที่เซลส์ฟอร์ซได้รับในประเทศไทย จะสร้างรายได้ให้แก่พันธมิตรและคู่ค้าจำนวน 6.28 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐหรือ 207.4 บาท

และเพื่อรองรับตำแหน่งงานจำนวนมากที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย วันนี้ Trailhead Academy โดย Salesforce ได้ประกาศเปิดตัวโปรแกรม “Salesforce depa Career Kickstarter” ซึ่งเป็นการร่วมงานกับ depa โดยมีเป้าหมายในการเสริมสร้างทักษะดิจิทัลและเตรียมความพร้อมให้ผู้เข้าร่วมโครงการเพื่อรองรับตำแหน่งงานใหม่เหล่านี้ภายใต้ระบบนิเวศของเซลส์ฟอร์ซหรือ Salesforce Ecosystem

การช่วยสร้างตำแหน่งงานเพื่อขับเคลื่อนระบบนิเวศของเซลส์ฟอร์ซ (Salesforce Economy)

คลาวด์คอมพิวติ้งกำลังเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับองค์กรสมัยใหม่เพื่อปรับสู่ Digital Transformation ตอบรับกระแสการทำงานรูปแบบ Digital HQ ซึ่งเทรนด์ดังกล่าวนี้จะยังคงดำเนินต่อไปในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ การทำงานแบบรีโมต หรือ การเข้าถึงลูกค้าแบบไร้การสัมผัส (Contactless Customer Engagement) โดยความพยายามในการพัฒนาอย่างยั่งยืนจะยังเป็นที่แพร่หลายมากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย ซึ่ง IDC ได้คาดการณ์ว่าเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงกับคลาวด์จะเป็นส่วนหนึ่งในการปรับสู่ Digital Transformation ได้ถึง 27% และจะเพิ่มขึ้นเป็น 37% ในปี 2026

ในภาคส่วนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เซลส์ฟอร์ซได้วางแผนโครงการและความคิดริเริ่มมากมายร่วมกับสถาบันและพันธมิตรต่าง ๆ เพื่อสร้างงานสำหรับอนาคตและเติมเต็มตำแหน่งเหล่านี้ด้วยผู้สมัครที่มีความสามารถและทักษะที่ครบครัน ซึ่งประเทศไทยนั้นมีโปรแกรม “Salesforce depa Career Kickstarter” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง Trailhead Academy และ depa เพื่อช่วยเติมเต็มทักษะเชิงดิจิทัลให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการชาวไทยให้สามารถเข้าทำงานภายใต้ระบบนิเวศของเซลส์ฟอร์ซหรือ Salesforce Ecosystem ได้ในอนาคต

นอกจากนี้ เซลส์ฟอร์ซยังมีแพลต์ฟอร์มการเรียนรู้รูปแบบออนไลน์ไม่มีค่าใช้จ่ายที่มีชื่อว่า Trailhead และ Trailblazer Community เพื่อเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้และสนับสนุนการเรียนทักษะดิจิทัลของเหล่า Trailblazers ให้รองรับกับ Salesforce Economy ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง Trailhead Academy มีหน้าที่ปูเส้นทางให้ผู้เข้าร่วมโครงการเพื่อปลดล็อคโอกาสในการทำงานกับ Salesforce Economy ไปยันร่วมงานกับเซลส์ฟอร์ซโดยตรงด้วยเช่นกัน

โปรแกรม “Salesforce depa Career Kickstarter” โดย Trailhead Academy และ depa

เป้าหมายของการร่วมมือกันในครั้งนี้ คือการสร้างบุคลากรผู้มีทักษะทางดิจิทัลของเซลส์ฟอร์ซเพื่อตอบโจทย์ต่อความต้องการของธุรกิจซึ่งกำลังมองหาแรงงานที่เข้าใจการใช้แพลตฟอร์ม CRM ของเซลส์ฟอร์ซ ให้ได้รับทักษะ CRM โดยตรงจากเซลส์ฟอร์ซ เพื่อที่จะสามารถเข้าร่วมงานกับ Salesforce Ecosystem ได้ในอนาคต ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 100 คนที่เปิดรับ จะต้องเข้าเรียนทั้งหมด 3 คอร์สเพื่อได้การรับรองเป็น Salesforce Administrators หรือ Developers หรือทั้งสองอย่าง

ซึ่งคอร์สทั้งหมดจะสอนเป็นภาษาไทยโดยอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยทางเซลส์ฟอร์ซจะทำการสอนและฝึกอบรมเพื่อให้สามารถสอนคอร์สได้อย่างสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพ หลังจากผู้เข้าร่วมโปรแกรมจบคอร์สเรียน ทางเซลส์ฟอร์ซและ depa จะเป็นผู้ช่วยหาโอกาสร่วมงานกับองค์กรและบริษัทต่าง ๆ ที่เป็นลูกค้า พันธมิตรและคู่ค้า ซึ่งมีความต้องการบุคลากรเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการเงิน บริษัทที่ปรึกษา ภาคอุตสาหกรรม ฯลฯ

 

from:https://www.thumbsup.in.th/salesforce-depa-career-kickstarter?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=salesforce-depa-career-kickstarter

Apple Store เปิดตัว Today at Apple ซีรีส์ใหม่ “ธุรกิจแห่งการสร้างสรรค์” เพื่อการพัฒนาต่อยอดธุรกิจ

กิจกรรมออนไลน์ที่ทุกคนสามารถเข้าร่วมได้ กับ Today at Ap […] More

from:https://www.iphonemod.net/today-at-apple-new-session-creative-for-business-marketingoops-pr.html

เปิดให้อ่าน อีบุ๊ก ฟรี กว่า 1,000 หัวหนังสือ ผ่านแอปพลิเคชัน ไฮบรารี่

 33 ห้องสมุดประชาชน เปิดให้อ่าน อีบุ๊ก ฟรี กว่า 1,000 หัวหนังสือ ผ่านแอปพลิเคชัน ไฮบรารี่ (Hibrary) ระบบห้องสมุดองค์กรที่สมบูรณ์ที่สุดของไทย หวังคลายเครียดประชาชนช่วงน้ำท่วมและโควิด ที่ต้องมีการระวังตัว เว้นระยะห่าง การกักตัว หรือไม่สะดวกในการเดินทางออกนอกพื้นที่ พร้อมเสริมความรู้เด็กเรียนออนไลน์อย่างแท้จริง ลดอุปสรรคการอ่าน แก้ปัญหาคนไม่เข้าห้องสมุด สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้แบบไร้ข้อจำกัด  ซึ่งโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากนโยบายของผู้บริหารสำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในแต่ละจังหวัดและอำเภอ ที่เห็นว่าการเข้าถึงสื่อและแหล่งความรู้เป็นสิ่งสำคัญและควรประชาสัมพันธ์การใช้งานระบบห้องสมุดออนไลน์ให้ประชาชนได้รู้จักและใช้งานกันมากขึ้นคาดดึงดูดผู้ร่วมใช้งานห้องสมุดเพิ่มได้กว่า 20,000 คน

สำหรับประโยชน์ของประชาชนผู้ใช้บริการนั้น จะสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลความรู้ได้สะดวกแบบไร้ข้อจำกัดในการใช้งานมากขึ้นทุกที่ทุกเวลา ไม่ต้องเดินทางมายืมหรือคืนหนังสือที่ห้องสมุด โดยการใช้งานระบบห้องสมุดออนไลน์ ต้องดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชัน ไฮบรารี่ ซึ่งมีทั้งระบบ IOS และ แอนดรอยด์ ลงบนโทรศัพท์มือถือหรือใช้งานผ่านคอมพิวเตอร์ พร้อมเลือกห้องสมุดประชาชนที่ให้บริการในเขตพื้นที่ ลงทะเบียนสมัครสมาชิกในแอปพลิเคชัน จากนั้นก็จะใช้งานและอ่านอีบุ๊คได้เลย ซึ่งปัจจุบันมีอีบุ๊กให้บริการอยู่ในห้องสมุดประชาชนแล้วกว่า 1,000 รายการ จากหลายสำนักพิมพ์ในหลากหลายหมวดหมู่ โดยแต่ละห้องสมุดประชาชนจะเลือกอีบุ๊กให้ตรงกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ เช่น คู่มือเรียนวิชาต่างๆ สุขภาพ อาหาร ท่องเที่ยว หนังสือเด็ก นวนิยาย ฯลฯ โดยอีบุ๊กทั้งหมดที่ให้บริการจะเป็นอีบุ๊กที่ได้รับสิทธิ์ในการให้บริการจากเจ้าของลิขสิทธิ์แล้วทั้งสิ้น

นายพัฒนา พิลึกฤาเดช ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ไฮเท็คซ์ อินเตอร์แอคทีฟ จำกัด หนึ่งในกลุ่ม บริษัท บีทูเอส จำกัด ในเครือ เซ็นทรัล รีเทล กล่าวถึงการพัฒนาและให้บริการระบบห้องสมุดออนไลน์องค์กร ไฮบรารี่ (Hibrary) สำหรับห้องสมุดประชาชนและองค์กร์ว่า จากการศึกษาการบริหารจัดการและการให้บริการของห้องสมุดประชาชนทั่วประเทศพบว่า แต่ละแห่งมีการดำเนินงาน การพัฒนาและกิจกรรมกับประชาชนในพื้นที่หรือชุมชนต่างกันออกไปตามรูปแบบการดำเนินชีวิตของท้องถิ่น ปัจจุบันมีห้องสมุดประชาชนให้บริการทั่วประเทศ 925 แห่ง เป็นห้องสมุดประชาชนจังหวัด 70 แห่ง ห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” และเครือข่าย 111 แห่ง และห้องสมุดประชาชนอำเภอ 744 แห่ง ในช่วงการแพร่ระบาดของ Covid-19 ห้องสมุดประชาชนไม่สามารถให้บริการได้อย่างเต็มที่ บางพื้นที่มีการหยุดให้บริการชั่วคราว

ประกอบกับข้อจำกัดในการเข้าใช้บริการส่วนใหญ่เกิดจากการให้เวลากับการประกอบอาชีพเป็นส่วนใหญ่และความไม่สะดวกในการเดินทางไปห้องสมุด ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งเพราะห้องสมุดประชาชนเป็นแหล่งทรัพยากรสารสนเทศสำคัญที่ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีข้อจำกัดด้านวัย ระดับความรู้ สถานะและสอดคล้องกับความต้องการของชุมชน ช่วยเพิ่มพูนทักษะชีวิตและวิชาชีพ พัฒนาความคิดให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่

ด้วยเหตุนี้ทางบริษัทฯ จึงได้พัฒนา ไฮบรารี่ ระบบห้องสมุดออนไลน์องค์กรที่สมบูรณ์ที่สุดและมียอดเติบโตของผู้ใช้งานสูงที่สุดของไทยขึ้น เพื่อช่วยให้การบริหารจัดการองค์กรและห้องสมุดประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถกำหนดขอบเขตพื้นที่บริการ พร้อมสมัครสมาชิกห้องสมุดได้จากแอปพลิเคชัน ไฮบรารี่ ช่วยให้จัดการระบบสมาชิกได้สะดวก ลดภาระการเพิ่มหรืออนุมัติข้อมูลสมาชิก มีระบบสร้าง QR code สำหรับการใช้งานแบบ Walkin หรือในโอกาสที่มีงานกิจกรรมนอกพื้นที่สามารถอัปโหลดอีบุ๊ก วิดีโอ หรือ Podcast ในการเผยแพร่ผลงานที่ถูกลิขสิทธิ์ พร้อมเรียกดูข้อมูลสถิติโดยเฉพาะเวลาการอ่าน เพื่อนำมาวิเคราะห์วัดผลความคุ้มค่าของการใช้ทรัพยากรและได้ร่วมมือกับ บริษัท สยามจุลละมณฑล จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนขายในกลุ่มห้องสมุดประชาชน ในการให้ความรู้และการอบรมการใช้งาน ลิขสิทธิ์อีบุ๊ก การสร้างอีบุ๊ก และเทคนิคการประชาสัมพันธ์ระบบห้องสมุดออนไลน์ (E-library) เพื่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการใช้งานอย่างต่อเนื่อง

สำหรับอีบุ๊กที่เปิดให้อ่านฟรีในครั้งนี้ มีทั้งอีบุ๊กออกใหม่และอีบุ๊กขายดี ที่แต่ละห้องสมุดคัดเลือกมาครอบคลุมหลายหมวดหมู่ อาทิ เทคโนโลยี การศึกษา และตําราเรียน การบริหาร การตลาด การเงิน นวนิยาย วรรณกรรม พัฒนาตนเอง แม่และเด็ก สุขภาพ ท่องเที่ยว ฯลฯ รวมถึงอีบุ๊ก หรือ E-magazine ที่เผยแพรจากหน่วยงานต่างๆ มากกว่า 1,000 รายการ โดยรายชื่อของห้องสมุดประชาชน ทั้ง 33 อำเภอ 13 จังหวัด ที่เปิดให้บริการอ่านอีบุ๊กฟรี ได้แก่ ห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” ห้องสมุดประชาชนจังหวัด และห้องสมุดประชาชนอำเภอ จังหวัดอุทัยธานี ตาก นนทบุรี บึงกาฬ ศรีสะเกษ สุโขทัย หนองคาย จันทบุรี ลำพูน พิจิตร ระนอง กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ซึ่งผู้สนใจใช้บริการสามารถตรวจสอบพื้นที่บริการเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Hytexts 

สำหรับห้องสมุดประชาชนที่สนใจเข้าร่วมใช้ระบบห้องสมุดออนไลน์องค์กร ไฮบรารี่ ซึ่งมีอีบุ๊กและฟังก์ชั่นพิเศษสำหรับห้องสมุดประชาชนโดยเฉพาะ พร้อมการอบรมให้ความรู้ในการใช้งาน ลิขสิทธิ์ของอีบุ๊ก การสร้างอีบุ๊ก เทคนิคการประชาสัมพันธ์ระบบห้องสมุดออนไลน์ (E-library) หรือการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน โดยบริษัท ไฮเท็ค อินเตอร์แอ็คทีฟ จำกัด และผู้เชี่ยวชาญพร้อมร่วมออกแบบหลักสูตร ติดตามและประเมินผล เพื่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการใช้งานให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร.061-519-3641 และ 063-451-9359 Line OA: siamclmt หรือ Facebook: siamclmt ส่วนองค์กรที่สนใจใช้งานห้องสมุดออนไลน์ ไฮบรารี่ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมหรือติดต่อได้ที่ http://www.hibrary.me, Facebook : Hytexts หรือติดต่อได้ที่ โทร. 02-024-6690

ข่าว: เปิดให้อ่าน อีบุ๊ก ฟรี กว่า 1,000 หัวหนังสือ ผ่านแอปพลิเคชัน ไฮบรารี่ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/open-to-read-free-e-books-more-than-1000-titles-through-the-hibrary-application/

แลกคะแนน The 1 รับทันทีสินค้ากว่า 100 แบรนด์ในเครือเซ็นทรัล

The 1 ร่วมปลุกตลาดรีเทล เปิดตัว ‘Shop with Point – ช้อปกันมั้ย ใช้พ้อยต์ The 1’ เทศกาลแลกคะแนน The 1 รับทันทีสินค้าจากกว่า 100 แบรนด์ในเครือเซ็นทรัล คุ้มที่สุดส่งท้ายปี! ชูจุดแข็ง Point Ecosystem โอนคะแนนบัตรเครดิตเป็นคะแนน The 1 ด้วยเรตโอน-แลกคะแนนสุดพิเศษ ครบจบที่เดียวบนแอป The 1

The 1 ผู้นำดิจิทัลไลฟ์สไตล์และลอยัลตี้แพลตฟอร์มอันดับ 1 ของไทย ภายใต้กลุ่มเซ็นทรัล เปิดตัวเทศกาลแลกคะแนน The 1 คุ้มที่สุดแห่งปี ‘Shop with Point – ช้อปกันมั้ย ใช้พ้อยต์ The 1’ ให้สมาชิกแลกคะแนน The 1 ในเรตที่ดีที่สุด รับสินค้ากว่า 200 รายการจาก 100 แบรนด์และร้านค้าในเครือเซ็นทรัล เดินหน้ากระตุ้นตลาดรีเทลในไตรมาสสุดท้ายด้วยกลยุทธ์ Point Ecosystem ผนึกกำลังพาร์ทเนอร์กลุ่มธนาคารนำเสนอเรตพิเศษสุดในการแลกคะแนนบัตรเครดิตมาเป็นคะแนน The 1 อย่างคุ้มค่าและสะดวกสบายครบจบที่เดียวบนแอป The 1


นายชญานิน สราญสมฤทัย, Head of CRM Strategy, The 1 กล่าวว่า “ทาง The 1 ทราบดีว่าช่วง 3 เดือนสุดท้ายของทุกปีเป็นช่วงเวลาของการจับจ่ายใช้สอยและยังมีคะแนน The 1 ส่วนหนึ่งของสมาชิกใกล้หมดอายุ ดังนั้น เพื่อไม่ให้สมาชิก The 1 พลาดโอกาสที่จะได้รับสิทธิประโยชน์จากคะแนน The 1 ที่มีคุณค่าเสมือนเงินสด เราจึงจัด ‘Shop with Point – ช้อปกันมั้ย ใช้พ้อยต์ The 1’ เทศกาลแลกคะแนน The 1 คุ้มค่าที่สุดแห่งปีขึ้น โดยส่งเสริมให้สมาชิกนำคะแนน The 1 มาใช้แลกเป็นสินค้าที่คัดสรรมาแล้วแทนการใช้เงิน โดย The 1 ได้รับความร่วมมือจากกลุ่มธุรกิจในเครือเซ็นทรัลและพาร์ทเนอร์ที่ต่างยินดีมอบข้อเสนอที่ดีที่สุดให้กับสมาชิก The 1 ของเรา สามารถแลกคะแนน The 1 ได้ทุกที่ทุกเวลาด้วยตัวเองบนแอป The 1 และนำไปรับสินค้าในจุดที่ระบุได้ทันทีอย่างง่ายดายไร้รอยต่อ”

แคมเปญ ‘Shop with Point – ช้อปกันมั้ย ใช้พ้อยต์ The 1’ คือเทศกาลแลกคะแนน The 1 คุ้มค่าที่สุดส่งท้ายปี โดยทาง The 1 ได้คัดสรรสินค้ากว่า 200 รายการจากกลุ่มธุรกิจเซ็นทรัล ได้แก่ เซ็นทรัล ดีพาร์ทเมนต์ สโตร์, โรบินสัน, เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล, เซ็นทรัล แฟมิลี่มาร์ท, เพาเวอร์บาย, ซุูเปอร์สปอร์ต, บีทูเอส, ออฟฟิศเมท, เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป, บ้านแอนด์บียอนด์, ไทวัสดุ และออโต้วัน ซึ่งครอบคลุมครบทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าแฟชั่น อาหารเครื่องดื่ม เครื่องใช้ไฟฟ้า ของแต่งบ้าน รวมถึงเซ็ตของขวัญและบัตรกำนัลที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับช่วงปลายปีที่กำลังจะมาถึง
สมาชิก The 1 สามารถร่วมแลกรับสินค้าด้วยคะแนนขั้นต่ำเพียง 100 คะแนน ไปจนถึงสินค้ามากมายที่สามารถแลกรับด้วยคะแนน The 1 โดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม อาทิ LED TV 50″ SAMSUNG UHD SMART DTV (แลก 143,920 คะแนน) Kiehl’s Brightening Set (แลก 30,240 คะแนน) คูปองเงินสดบ้านแอนด์บียอนด์ มูลค่า 500 บาท ไม่มีขั้นต่ำ (แลก 3,000 คะแนน) รวมถึงรายการสินค้าที่คัดเลือกมาพิเศษสำหรับสมาชิก The 1 Exclusive เท่านั้น อาทิ ตุ้มหูเพชรคอลเลกชั่น The Moment of Love จาก Jubilee (แลก 479,200 คะแนน)

น.ส. ธรรมาภรณ์ โชติปัญจรัตน์, Head of Key Accounts Management, The 1 กล่าวถึงกลยุทธ์ Point Ecosystem ว่า “The 1 ยืนหยัดในความเป็นศูนย์รวมของการสะสมคะแนนที่คุ้มค่าที่สุดด้วยสิทธิประโยชน์และบริการที่สะดวกครบครันทุกไลฟ์สไตล์ ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดแข็งของ The 1 เพื่อมอบประโยชน์สูงสุดให้กับสมาชิกนั่นเอง ในปัจจุบัน บริการโอนคะแนนมาเป็นคะแนน The 1 นั้นครอบคลุมแทบทุกบัตรเครดิตที่ให้บริการในไทยและเปิดให้โอนคะแนนในเรตที่คุ้มค่าอยู่แล้ว ในแคมเปญ ‘Shop with Point – ช้อปกันมั้ย ใช้พ้อยต์ The 1’ ทาง The 1 ยังนำเสนอเรตที่พิเศษและคุ้มค่ายิ่งกว่าเดิม เพื่อเป็นแคมเปญที่มอบความคุ้มค่าสูงสุดแห่งปีให้กับสมาชิก The 1 อย่างแท้จริง”


การโอนคะแนนบัตรเครดิตมาเป็นคะแนน The 1 นั้นเป็นหนึ่งในบริการที่ได้รับความนิยมสูงอย่างต่อเนื่องและได้รับการจัดให้อยู่ในอันดับต้นๆ ในแง่ความคุ้มค่าของการโอนคะแนนจากบัตรเครดิตมา โดยเฉพาะในช่วงโควิดที่ผ่านมาที่ผู้ถือคะแนนบัตรเครดิตไม่สามารถแลกคะแนนเพื่อการเดินทางกับสายการบินได้อย่างสะดวกเช่นแต่ก่อน อาทิ กระแสความนิยมเมื่อช่วงต้นปี 2564 ที่ผ่านมา ที่ผู้ใช้บัตรเครดิตธนาคารซิตี้แบงก์ให้ความสนใจโอนคะแนน Citi Rewards มาเป็นคะแนน The 1 อย่างล้นหลาม ส่งผลให้มียอดโอนเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าตัวในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา และในปี 2563 ที่ผ่านมา มียอดโอนคะแนนรวมจากบัตรเครดิตมาที่ The 1 เติบโตกว่าร้อยละ 80

สัมผัสประสบการณ์ดีๆ ได้ทุกวันบนแอป The 1 ไม่ว่าจะเป็นคอนเทนต์สำหรับทุกไลฟ์สไตล์ การกดรับ/แลกสิทธิพิเศษ เช็คคะแนน ยอดซื้อ ดูสิทธิพิเศษและของรางวัลมากมาย และเข้ารับบริการต่างๆ ด้วยการโชว์บาร์โค้ดสมาชิก รวมทั้งจ่ายเงินผ่านแอป The 1 ได้เลยทันทีแบบรวมครบจบในแอปเดียว
ดาวน์โหลดแอป The 1 เพื่อติดตามข่าวสาร โปรโมชั่นและสิทธิพิเศษต่างๆ ได้ทั้งบน App Store, Play Store และ Huawei AppGallery

ข่าว: แลกคะแนน The 1 รับทันทีสินค้ากว่า 100 แบรนด์ในเครือเซ็นทรัล มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/redeem-the-1-points-get-instant-products-from-more-than-100-brands-under-central-group/

RAZER เปิดตัว RAZER ISKUR เก้าอี้เล่นเกมแบบผ้า เวอร์ชันใหม่

Razer ประกาศเปิดตัวเก้าอี้ผ้ารุ่นใหม่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เก้าอี้เล่นเกมตามหลักสรีรศาสตร์ Razer Iskur ที่ได้รับรางวัล ช่วยให้เกมเมอร์มีทางเลือกมากขึ้นในการเลือกบัลลังก์สำหรับสถานีต่อสู้ เป็นหนึ่งในคุณลักษณะที่ได้รับการเรียกร้องอย่างสูงจากชุมชน Razer สำหรับเวอร์ชัน Razer Iskur Fabric ที่ทำจากผ้าที่นุ่มเป็นพิเศษ ทนทานต่อการหกเลอะ เพื่อผิวสัมผัสที่หรูหราแต่ทนทาน วัสดุเส้นด้ายทอหนาแน่นให้สัมผัสนุ่มอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ยังแข็งแกร่งพอสำหรับการใช้งานทุกวัน และทนต่อน้ำ น้ำมัน และสิ่งสกปรก เวอร์ชันผ้ายังคงรักษาท่าทางที่สมบูรณ์แบบและการรองรับตามหลักสรีรศาสตร์ที่ Razer Iskur เป็นที่รู้จัก มีระบบรองรับเอวที่ปฏิวัติวงการแบบเดียวกัน Razer Iskur Fabric จะมีจำหน่ายในขนาด XL ด้วย

โดยหลังจากการเปิดตัว Razer Iskur และ Razer Iskur X ที่ผ่านมา เก้าอี้ตระกูล Razer Iskur ก็ได้เสร็จสมบูรณ์แล้วในรุ่น XL ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่ารุ่นปกติ 15% ทำให้มีพื้นที่กว้างขวางขึ้นสำหรับเกมเมอร์ที่มีพนักพิงสูงและฐานที่นั่งกว้างขึ้น รุ่น XL รองรับผู้ใช้ที่มีความสูงสูงสุด 6 ฟุต 8 นิ้ว (208 ซม.) และสูงสุด 396 ปอนด์ (180 กก.) ซึ่งช่วยให้เข้าถึงผู้ใช้ได้มากขึ้น

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเวอร์ชันผ้าของ Razer Iskur โปรดดูที่https://www.razer.com/gaming-chairs/razer-iskur-fabric

จุดเด่น: Razer Iskur Fabric และ XL เวอร์ชันใหม่ช่วยให้เกมเมอร์มีทางเลือกมากขึ้นในการเลือกเก้าอี้เล่นเกมที่ได้รับรางวัลการันตีสำหรับสถานีต่อสู้

กำหนดการ: Razer Iskur และ Iskur XL Fabric เวอร์ชันใหม่ วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2564

สถานที่: วางจำหน่ายทางออนไลน์ที่ Razer.com, RazerStore, และร้านค้าที่ได้รับอนุญาต

ราคา: Razer Iskur Fabric – 17,990 THB,

Razer Fabric XL – 22,990 THB

ข้อมูลสินค้า: ดาวน์โหลด ที่นี่

ข่าว: RAZER เปิดตัว RAZER ISKUR เก้าอี้เล่นเกมแบบผ้า เวอร์ชันใหม่ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/razer-launches-new-version-of-razer-iskur-fabric-gaming-chair/

“3 สเต็ป” เสริม “สติ” เกราะป้องกันไม่ตกเป็นเหยื่อแก๊งลวงให้กู้

เมื่อธุรกรรมทางการเงินในรูปแบบดิจิทัลเติบโตก้าวกระโดดไปสู่ยุค Cashless Lending เหล่าแก๊งมิจฉาชีพก็ปรับตัวตามเช่นกัน ปัจจุบันมีการล่อลวงออนไลน์มากมายหลายรูปแบบ แต่ที่กำลังระบาดที่มีให้เห็นบ่อยในตอนนี้คือการหลอกให้กู้เงิน ข้อมูลจาก บช.สอท. เผยว่าช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา พบเรื่องร้องเรียนกว่า 700 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 500 ล้านบาท โดยแก๊งเหล่านี้จะใช้กลวิธีล่อลวงผู้บริโภคในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ ส่ง SMS พร้อมแนบลิงค์ปลอมให้คลิก โทรมาหว่านล้อมและเสนอเงินกู้พร้อมล้วงเอาข้อมูลส่วนบุคคล หรือปลอมแปลงหน้าเว็บไซต์, โซเชียลมีเดีย และแอปพลิเคชั่นให้ดูน่าเชื่อถือ เพื่อขอข้อมูลส่วนบุคคล และหลอกให้โอนเงินค่าธรรมเนียมหรือชำระดอกเบี้ยเงินกู้ก่อนที่จะได้เงินต้น

 

ไม่ว่าใครก็ไม่อยากเป็นหนี้ แต่ด้วยภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ รายได้ที่เคยมีก็หดหาย และภาวะหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงต่อเนื่อง ธปท. เผยไตรมาส 2 ปี 2564 คนไทยมีหนี้ครัวเรือนสูงถึง 14.27 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 89.3% ต่อ GDP ส่งผลให้ความต้องการ “สินเชื่อเงินด่วน” เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะ “สินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล” ที่ได้กลายเป็นช่องทางการเงินรูปแบบใหม่ที่มอบความสะดวกสบายและเข้าถึงได้ง่าย และมีแนวโน้มได้รับความนิยมสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยช่วงมิถุนายนที่ผ่านมามีลูกค้าสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัลทั่วประเทศกว่า 2 แสนราย และมียอดปล่อยสินเชื่อกว่า 2 พันล้านบาท สะท้อนถึงความต้องการด้านสินเชื่อออนไลน์และพัฒนาการของนวัตกรรมทางการเงินที่ก้าวล้ำ

ด้วยความห่วงใย ทรูมันนี่ ในฐานะผู้ให้บริการฟินเทคชั้นนำในประเทศไทย ขอนำเสนอ ‘3 สเต็ป’ เสริมเกราะป้องกัน ‘สติ’ ให้ผู้ใช้อีวอลเล็ทไม่ตกเป็นเหยื่อแก๊งลวงให้กู้ ดังนี้

สเต็ป 1 – พิสูจน์ตัวตนผู้ให้กู้ และเช็คให้มั่นใจว่าใช่จริง

ปัจจุบันเราสามารถเช็ครายชื่อผู้ให้บริการสินเชื่อต่าง ๆ ที่ได้รับการอนุญาตให้ประกอบกิจการอย่างเป็นทางการได้ที่เว็บไซต์ของ ธปท. ซึ่งรวบรวมรายชื่อบริษัทฯ ที่ให้บริการด้านสินเชื่อไว้อย่างครบครัน อาทิ รายชื่อผู้ให้บริการสินเชื่อที่เป็นแบงก์และนอนแบงก์, รายชื่อผู้ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล และรายชื่อผู้ให้บริการระบบ Peer to Peer Lending Platform ซึ่งมีรวมกันกว่า 200 ราย แต่เห็นแค่ชื่อแล้วก็ยังวางใจเต็มร้อยไม่ได้ เพราะก็มีมิจฉาชีพที่ใช้วิธีลอกเลียนแบบโลโก้ ไปเปิดเว็บไซต์ หรือห้องแชตต่างๆ เพื่อล่อลวงเช่นกัน ดังนั้น ถ้าอยากให้ชัวร์ เมื่อสนใจบริการควรติดต่อผู้ให้บริการนั้น ๆ ผ่านช่องทางที่เป็นทางการเช่นในแอปฯ หรือฝ่ายบริการลูกค้าที่ได้รายละเอียดจาก Official website จะดีที่สุด

สเต็ป 2 – มีสติ เห็นอะไรไม่ชอบมาพากล อย่ารีบตัดสินใจ

เปรียบเทียบรายละเอียดและเงื่อนไขต่าง ๆ ให้ถี่ถ้วน และระวังว่าเวลา “กิเลส” และ “ความจำเป็น” มันมาคู่กันมักจะทำให้ขาดการวิเคราะห์ แยกแยะ จนตกเป็นเหยื่อได้โดยไม่ทันระวัง ดังนั้น หากรู้สึกมีอะไรที่ไม่ชอบมาพากล ตั้งแต่การให้โอนเงินก่อนเป็นค่าธรรมเนียมในการขอกู้เงินหรือค่าดอกเบี้ยก่อนได้รับเงินต้น หรือการเสนอดอกเบี้ยที่แพงเกินกฎหมายกำหนด ไปจนถึงการขอเอกสารข้อมูลส่วนตัวที่มากมายเกินความจำเป็น ต้องตั้งสติให้ดี และอย่ารีบตัดสินใจ เพราะเหยื่อหลายคนหลงโอน แต่เมื่อรู้ว่าไม่ได้เงินต้นสักบาทก็สายไปแล้ว และบัญชีที่โอนเงินไปก็ตามตัวไม่ได้ เพราะมิจฉาชีพเหล่านี้มักหลอกให้คนอื่นเปิดบัญชีมาให้อีกทอดหนึ่ง โดยการใช้ค่าตอบแทนล่อเพื่อนำมาใช้ในทางทุจริตและให้สาวถึงตัวไม่ได้

สเต็ป 3 – ต้องขอความช่วยเหลือให้เร็ว อย่ารอจนผู้ร้ายลอยนวล

บางคนที่โชคร้ายตกเป็นเหยื่อแก๊งให้กู้เงิน นอกจากจะสูญเสียเงินก้อนแล้วไม่ได้เงินกู้ หรือต้องเสียสุขภาพจิตจากการโดนก่อกวนในรูปแบบต่าง ๆ ตอนถูกทวงหนี้มหาโหด ดังนั้นเมื่อเรารู้สึกแคลงใจกับเว็บไซต์หรือแอปฯ ที่หลอกกู้เงิน ขอให้รีบติดต่อหรือปรึกษากับผู้ให้บริการหรือบริษัทฯ ต้นทางเพื่อสอบถามทันที และเมื่อรู้ตัวว่าถูกหลอกโดยมิจฉาชีพ ให้รีบแจ้งความกับตำรวจท้องที่ หรือร้องศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) หรือคลิกดูข้อแนะนำเมื่อถูกมิจฉาชีพล่อลวงให้โอนเงินจากทรูมันนี่ 

ไม่ว่าใครก็ไม่อยากเป็นหนี้ แต่ด้วยภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ รายได้ที่เคยมีก็หดหาย และภาวะหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงต่อเนื่อง ธปท. เผยไตรมาส 2 ปี 2564 คนไทยมีหนี้ครัวเรือนสูงถึง 14.27 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 89.3% ต่อ GDP ส่งผลให้ความต้องการ “สินเชื่อเงินด่วน” เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะ “สินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล” ที่ได้กลายเป็นช่องทางการเงินรูปแบบใหม่ที่มอบความสะดวกสบายและเข้าถึงได้ง่าย และมีแนวโน้มได้รับความนิยมสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยช่วงมิถุนายนที่ผ่านมามีลูกค้าสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัลทั่วประเทศกว่า 2 แสนราย และมียอดปล่อยสินเชื่อกว่า 2 พันล้านบาท สะท้อนถึงความต้องการด้านสินเชื่อออนไลน์และพัฒนาการของนวัตกรรมทางการเงินที่ก้าวล้ำ

สุดท้ายนี้ ทรูมันนี่ ขอย้ำเตือนให้ผู้ใช้ระมัดระวังผู้แอบอ้างหลอกให้บริการสินเชื่อ โดยใช้ชื่อ ทรูมันนี่ หรือ แอสเซนด์ นาโน และขอแจ้งให้ทราบว่า บริษัทฯ ไม่มีนโยบายขอให้ลูกค้าโอนเงินค่าธรรมเนียมใด ๆ เพื่อสมัครสินเชื่อทุกประเภท รวมถึงการขอหมายเลขบัญชีธนาคาร หมายเลขบัตรเครดิต หรือรหัส OTP หากลูกค้าท่านใดพบการกระทำดังกล่าวที่แอบอ้างตราสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายการค้าหรือข้อความที่เกี่ยวข้องกับชื่อแบรนด์ TrueMoney โปรดแจ้งได้ที่ Call Center เบอร์ 1240 บริษัทจะดำเนินการตรวจสอบและดำเนินตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

ข่าว: “3 สเต็ป” เสริม “สติ” เกราะป้องกันไม่ตกเป็นเหยื่อแก๊งลวงให้กู้ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/3-steps-to-enhance-consciousness-a-protective-shield-that-does-not-fall-victim-to-a-scammer-gang/

GWM เปิดแคมเปญ ORA Good Cat ULTRA DEAL จองสิทธิ์ซื้อ ORA Good Cat กับข้อเสนอสุดคุ้ม!

GWM เปิดจองสิทธิ์ลงทะเบียนเพื่อซื้อ ORA Good Cat มอบข้อ […] More

from:https://www.iphonemod.net/ora-goodcat-ultradeal-pr.html

แคสเปอร์สกี้จับตาการเคลื่อนไหวของเงินดิจิทัลในเอเชียแปซิฟิก

การชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล และได้ช่วยส่งเสริมภาวะทางเศรษฐกิจและสังคมที่ดีแก่หลายพันล้านคนทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงนี้ที่มีการระบาดครั้งใหญ่ โดยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) เป็นภูมิภาคที่สร้างรายได้จากการชำระเงินดิจิทัลมากที่สุดของโลก นักวิเคราะห์คาดว่าภูมิภาคนี้จะมีตัวเลขรายได้เกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2022 หรือ 2023 นี้

การนำรูปแบบการชำระเงินดิจิทัลมาใช้อย่างรวดเร็วและแพร่หลาย ส่งผลให้ผู้ที่อยู่ในระบบนิเวศธุรกิจที่มีพลังและความคิดสร้างสรรค์นี้เร่งลงทุนและขยายรุกตลาดต่างๆ โดยตั้งเป้าการก้าวขึ้นครองตลาดจากการคลิกของผู้ใช้ในแต่ละครั้ง

แคสเปอร์สกี้ (Kaspersky) บริษัทความปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับโลก ได้จัดการประชุมออนไลน์สำหรับสื่อมวลชนในหัวข้อ “Marking the money movement in APAC” เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องผู้ใช้การชำระเงินดิจิทัลในภูมิภาคและผลกระทบด้านความปลอดภัยของแนวโน้มนี้

นายคริส คอนเนลล์ กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แคสเปอร์สกี้ กล่าวว่า “ความต้องการที่เพิ่มขึ้นเรื่องการชำระเงินดิจิทัลได้เปลี่ยนแปลงวิธีการทำธุรกรรมทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ ธุรกิจต่างๆ ในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินงานให้เป็นดิจิทัล เพื่อรับรายได้เพิ่มเติมผ่านการชำระเงินดิจิทัล ผู้บริโภคเองก็พึ่งพาการชำระเงินดิจิทัลนี้อย่างมากเพราะง่ายและสะดวก ชัดเจนว่าความต้องการประสบการณ์การชำระเงินที่รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และมีต้นทุนต่ำ จะช่วยส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ และเราเห็นว่านวัตกรรมนั้นได้เกิดขึ้นพร้อมกับการมาของการชำระเงินแบบเรียลไทม์”

นายวิทาลี คัมลัก หนึ่งในสุดยอดนักวิจัยของแคสเปอร์สกี้  ได้อธิบายถึงลักษณะ “การโจมตีทางการเงินยุคใหม่” เป็นการโจมตีทางการเงินแบบกำหนดเป้าหมาย ส่วนใครเป็นเป้าหมายหลัก และขนาดของการโจรกรรมนั้นมีขนาดใหญ่เพียงใด วิทาลี กล่าวถึง การปล้นธนาคารกลางบังคลาเทศอันโด่งดังซึ่งเป็นผลงานของกลุ่ม APT ชื่อ บลูโนรอฟฟ์ (BlueNoroff) โดยเชื่อว่ากลุ่มนี้เป็นแผนกย่อยด้านการเงินของกลุ่มลาซารัส (Lazarus) ที่ดำเนินการจารกรรมทางไซเบอร์แบบดั้งเดิม นอกจากนี้วิทาลียังขยายความถึงวิวัฒนาการของกลุ่มบลูโนรอฟฟ์ตั้งแต่การปล้นธนาคารครั้งใหญ่ และการมุ่งเน้นไปที่มูลค่าของสกุลเงินคริปโตที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน

นายวิทาลี คัมลัก ผู้อำนวยการทีมวิเคราะห์และวิจัยของแคสเปอร์สกี้ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า แม้จะผ่านมาหลายปีหลังจากเหตุการณ์ปล้นธนาคารกลางบังคลาเทศ ปัจจุบันทั้ง SWIFT ธนาคารพาณิชย์ และอุตสาหกรรมการเงินอื่นๆ ก็ได้ติดตามกลุ่มบลูโนรอฟฟ์และการขโมยเงินจากธนาคารทั่วโลกที่มีการป้องกันน้อยกว่าอย่างระแวดระวัง การถูกจัดตามองเป็นเวลานานทำให้กลุ่มบลูโนรอฟฟ์ประสบความสำเร็จน้อยลงเรื่อยๆ และต้องใช้ความพยายามเพิ่มเติมอย่างมากในการฟอกเงินและปกปิดร่องรอย กลุ่มบลูโนรอฟฟ์จึงเริ่มหันมาสนใจเงินคริปโตที่มีราคาพุ่งขึ้นสูง”

นอกจากนี้ ข้อมูลจากงานวิจัยเรื่อง “Mapping a secure path for the future of digital payments in APAC” ศึกษาปฏิสัมพันธ์และทัศนคติของผู้ใช้ในแต่ละประเทศต่อการชำระเงินออนไลน์ที่มีอยู่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญในการทำความเข้าใจปัจจัยต่าวๆ ในการจะขับเคลื่อนหรือหยุดการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้งาน

ผลการวิจัยที่สำคัญประการหนึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้ตอบแบบสอบถามชาวเอเชียส่วนใหญ่ (90%) ใช้แอปชำระเงินผ่านมือถืออย่างน้อยหนึ่งครั้งในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งยืนยันได้ว่าฟินเทคเฟื่องฟูในภูมิภาคนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนเกือบ 2 ใน 10 คน (15%) เพิ่งเริ่มใช้แพลตฟอร์มเหล่านี้ในช่วงการระบาดของโควิด

ฟิลิปปินส์มีสัดส่วนผู้ใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์หรือ e-cash รายใหม่สูงสุดที่ 37% รองลงมาคืออินเดีย (23%) ออสเตรเลีย (15%) เวียดนาม (14%) อินโดนีเซีย (13%) และไทย (13%) จำนวนผู้ใช้การชำระเงินออนไลน์ครั้งแรกต่ำที่สุดคือจีน (5%) เกาหลีใต้ (9%) และมาเลเซีย (9%)

ประเทศจีนเป็นผู้นำที่โดดเด่นด้านการชำระเงินผ่านมือถือในเอเชียแปซิฟิกตั้งแต่ก่อนการระบาดของโควิด แพลตฟอร์มภายในประเทศชั้นนำอย่าง Alipay และ WeChat Pay ได้รับการยอมรับและใช้งานอย่างแพร่หลาย และเป็นตัวอย่างที่น่าติดตามสำหรับประเทศอื่นๆ ในเอเชีย

นายคริส คอนเนลล์ กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แคสเปอร์สกี้ กล่าวว่า “ข้อมูลการวิจัยล่าสุดของเราแสดงให้เห็นว่าเงินสดยังคงเป็นสิ่งสำคัญอย่างน้อยก็ในตอนนี้ โดยผู้ตอบแบบสอบถามในเอเชียแปซิฟิก 70% ยังคงใช้ธนบัตรจริงสำหรับการทำธุรกรรมในแต่ละวัน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขการใช้แอปพลิเคชันการชำระเงินผ่านมือถือและธนาคารบนมือถือนั้นไม่ห่างกันมาก

โดยมีผู้ใช้ 58% และ 52% ที่ใช้แพลตฟอร์มเหล่านี้เพื่อทำธุรกรรมการเงินอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งจนถึงวันละมากกว่าหนึ่งครั้ง จากสถิตินี้ เราสามารถอนุมานได้ว่าการระบาดของโควิดได้กระตุ้นให้คนจำนวนมากหันมาเป็นส่วนหนึ่งในเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งอาจแซงการใช้เงินสดอย่างเต็มรูปแบบในช่วง 3-5 ปีข้างหน้านี้”

ความปลอดภัยและความสะดวกสบายได้กระตุ้นให้ผู้ใช้ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกหันมาใช้เทคโนโลยีทางการเงินมากขึ้น ผู้ตอบแบบสอบถามมากกว่าครึ่งระบุว่าได้เริ่มใช้วิธีการชำระเงินดิจิทัลในช่วงโควิดระบาด เนื่องจากปลอดภัยและสะดวกกว่าการทำธุรกรรมแบบเห็นหน้ากัน

ผู้ตอบแบบสอบถามยังระบุด้วยว่าแพลตฟอร์มต่างๆ นี้อนุญาตให้ชำระเงินโดยปฏิบัติตาม Social Distancing (45%) และเป็นวิธีเดียวที่ผู้ตอบแบบสอบถามสามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้ในช่วงล็อกดาวน์ (36%) นอกจากนี้ ผู้ใช้ 29% ระบุว่าเกตเวย์ดิจิทัลในปัจจุบันมีความปลอดภัยมากขึ้นเมื่อเทียบกับยุคก่อนโควิด และผู้ใช้ 29% ก็ชื่นชอบสิ่งจูงใจและรางวัลที่ผู้ให้บริการเสนอให้ผู้ใช้งานแพลตฟอร์ม

แม้จะเป็นเพียงจำนวนเล็กๆ แต่เพื่อนและญาติ (23%) ยังคงมีอิทธิพลต่อผู้ใช้รายใหม่ เช่นเดียวกับรัฐบาลของแต่ละประเทศ (18%) ที่ส่งเสริมการใช้วิธีการชำระเงินดิจิทัล

ผู้ใช้โมบายแบงก์กิ้งและแอปชำระเงินครั้งแรกยอมรับความกลัว คือกลัวเสียเงินออนไลน์ (48%) และกลัวการจัดเก็บข้อมูลทางการเงินออนไลน์ (41%) ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนเกือบ 4 ใน 10 คนระบุว่าไม่ไว้วางใจความปลอดภัยของแพลตฟอร์มเหล่านี้

ผู้ใช้จำนวนมากกว่าหนึ่งในสี่ (26%) พบว่าเทคโนโลยีนี้ยุ่งยากเกินไป และต้องใช้รหัสผ่านหรือคำถามมากมาย ในขณะที่ ผู้ใช้ 25% ยอมรับว่าอุปกรณ์ส่วนตัวของตัวเองไม่ปลอดภัยเพียงพอ

“ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลที่ปลอดภัย สิ่งสำคัญคือเราต้องทราบปัญหาของผู้ใช้และระบุช่องโหว่ที่เราต้องแก้ไขโดยด่วน เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่สาธารณชนตระหนักถึงความเสี่ยงที่มาพร้อมกับการทำธุรกรรมออนไลน์ ด้วยเหตุนี้ นักพัฒนาและผู้ให้บริการแอปพลิเคชันการชำระเงินผ่านมือถือจึงควรมองหาช่องโหว่ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ในกระบวนการชำระเงินแต่ละขั้นตอน ใช้ฟีเจอร์ด้านความปลอดภัย และมีแนวทางการออกแบบที่ปลอดภัยเพื่อให้ผู้ใช้การชำระเงินดิจิทัลในปัจจุบันและในอานาคตไว้วางใจอย่างเต็มที่” นายคริสกล่าวเสริม

ผู้เชี่ยวชาญของแคสเปอร์สกี้ขอแนะนำขั้นตอนเพื่อช่วยให้ผู้ใช้ในเอเชียแปซิฟิกใช้เทคโนโลยีการชำระเงินดิจิทัลได้อย่างปลอดภัย ดังนี้

  • ปลอดภัยก่อนดีกว่าเสียใจภายหลัง – ระวังการสื่อสารปลอม และระแวดระวังเมื่อต้องส่งข้อมูลที่ละเอียดอ่อน ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลที่เป็นความลับทางออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นการขอข้อมูลทางการเงินและรายละเอียดการชำระเงิน
  • ใช้คอมพิวเตอร์และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของตัวเองเมื่อชำระเงินออนไลน์ ระมัดระวังการชำระเงินออนไลน์ เช่นเดียวกับการซื้อและจ่ายค่าสินค้าจากร้านที่เชื่อถือได้เท่านั้น คอมพิวเตอร์สาธารณะอาจมีสปายแวร์ทำงานอยู่ ซึ่งจะบันทึกทุกสิ่งที่พิมพ์บนคีย์บอร์ด หรือการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตสาธารณะอาจถูกดักสกัดโดยอาชญากรที่รอการโจมตี
  • ไม่แชร์รหัสผ่าน หมายเลข PIN หรือรหัสผ่านแบบใช้ครั้งเดียว (OTP) แก่ผู้อื่นแม้จะเป็นครอบครัวหรือเพื่อน ซึ่งอาจดูสะดวกดี แต่ก็อาจเป็นช่องทางสำหรับอาชญากรไซเบอร์เพื่อหลอกให้ผู้ใช้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อรวบรวมข้อมูลธนาคาร ฉะนั้นจะต้องเก็บข้อมูลเหล่านี้ไว้เป็นข้อมูลส่วนตัวและปกป้องให้ดี
  • ใช้ผลิตภัณฑ์รักษาความปลอดภัยแบบองค์รวม และปฏิบัติตามขั้นตอนด้านความปลอดภัยสามารถลดความเสี่ยงที่จะตกเป็นเหยื่อภัยคุกคามและช่วยรักษาข้อมูลทางการเงินให้ปลอดภัย ใช้โซลูชันที่เชื่อถือได้เพื่อครอบคลุมการป้องกันจากภัยคุกคามที่หลากหลาย เช่น โซลูชั่น Kaspersky Internet Security, Kaspersky Fraud Prevention และใช้ Kaspersky Safe Money เพื่อช่วยตรวจสอบความถูกต้องของเว็บไซต์ธนาคาร ระบบการชำระเงิน และร้านค้าออนไลน์ที่เข้าใช้งานเพื่อสร้างการเชื่อมต่อที่ปลอดภัย

from:https://www.thumbsup.in.th/kaspersky-digital-money?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=kaspersky-digital-money