คลังเก็บป้ายกำกับ: PR_News

Grab ประกาศชี้แจง กรณีดราม่าเรียกเก็บค่าธรมเนียมใช้แอป ยืนยันไม่มีเก็บเพิ่มตลอดช่วงโควิด-19

 

จากประเด็นดราม่าที่ร้อนแรงอยู่ตอนนี้ เกี่ยวกับการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมต่างๆ ของ Grab ที่ทำให้เกิดกระแสไม่พอใจบนโลกออนไลน์นั้น ล่าสุดทาง Grab ประเทศไทยได้มีการชี้แจงแล้วดังนี้

Grab ชี้แจงกรณีดราม่าเก็บค่าธรรมเนียม

“สืบเนื่องจากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลบนช่องทางโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับการประกาศเก็บค่าธรรมเนียมการใช้แอปพลิเคชันของแกร็บนั้น แกร็บ ประเทศไทย ขอเรียนชี้แจงให้ทราบถึงข้อเท็จจริงในประเด็นต่างๆ ดังนี้

บริษัทฯ ได้ยุติการเก็บค่าธรรมเนียมการใช้แอปพลิเคชันสำหรับบริการจัดส่งพัสดุ (GrabExpress) และบริการผู้ช่วยฝากซื้อสินค้าพร้อมส่งถึงบ้าน (GrabAssistant) โดยเริ่มตั้งแต่วันนี้ (3 เมษายน 2563) เป็นต้นไป

ทั้งนี้ แกร็บจะมอบโค้ดส่วนลดมูลค่า 40 บาทให้กับผู้ที่ได้ใช้บริการทั้งสองประเภทในระหว่างวันที่ 31 มีนาคมถึง 2 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อเป็นการชดเชยให้กับผู้ใช้บริการ โดยโค้ดส่วนลดดังกล่าวสามารถใช้ได้ถึงวันที่ 30 เมษายน 2563 นี้
บริษัทฯ ขอยืนยันว่า แกร็บไม่เคยเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการใช้แอปพลิเคชันสำหรับบริการจัดส่งอาหาร (GrabFood) แต่อย่างใด

บริษัทฯ ขอชี้แจงว่า จุดประสงค์ของการเก็บค่าธรรมเนียมการใช้แอปพลิเคชันที่ได้ดำเนินไปก่อนหน้านี้ก็เพื่อนำรายได้ส่วนนี้ไปใช้ในการคุ้มครองและดูแลพาร์ทเนอร์คนขับที่มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในระหว่างเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมที่ผ่านมาซึ่งแกร็บได้มีการเพิ่มจำนวนพาร์ทเนอร์คนขับกว่า 29,000 คน และกำลังเปิดรับเพิ่มอีกอย่างน้อย 35,000 คนในเดือนเมษายนนี้

เพื่อเป็นการกระจายรายได้ให้กับคนไทยและรองรับการให้บริการลูกค้าในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นอกจากนี้ ค่าธรรมเนียมดังกล่าวยังจะถูกนำไปใช้ในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย และพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อส่งเสริมคุณภาพการให้บริการของแกร็บให้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ให้การคุ้มครองและดูแลพาร์ทเนอร์คนขับอย่างต่อเนื่อง อาทิ

  • การทำประกันอุบัติเหตุในกรณีเสียชีวิตระหว่างการปฏิบัติงานสำหรับพาร์ทเนอร์คนขับทุกคนสูงสุด 200,000 บาทต่อคน
  • การทำประกันค่ารักษาพยาบาลเมื่อเกิดอุบัติเหตุระหว่างการปฏิบัติงานสำหรับพาร์ทเนอร์คนขับรถยนต์ 100,000 บาท และพาร์ทเนอร์คนขับรถจักรยานยนต์ 50,000 บาท
  • การทำประกันสุขภาพสำหรับพาร์ทเนอร์คนขับรถจักรยานยนต์ประจำที่มียอดการให้บริการสูง
  • การทำประกันอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์สำหรับคนขับประจำที่มียอดการให้บริการสูง โดยคุ้มครองบุคคลที่สามถึง 200,000 บาทและคุ้มครองค่าซ่อมรถสูงสุด 10,000 บาท

นอกจากนี้ สำหรับในสถานการณ์ปัจจุบัน บริษัทฯ ยังได้ทำประกันคุ้มครองรายได้ให้กับพาร์ทเนอร์คนขับทุกคน ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยมอบเงินชดเชย 500 บาทต่อวัน สูงสุด 15 วันหากพาร์ทเนอร์คนขับป่วยเป็นโรคโควิด-19 พร้อมจัดหาหน้ากากอนามัย ตลอดจนสเปรย์ฆ่าเชื้อในอากาศและเจลแอลกอฮอล์ล้างมือเพื่อมอบให้กับพาร์ทเนอร์คนขับให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้มาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี จากกระแสตอบรับที่เกิดขึ้น บริษัทฯ ขอน้อมรับทุกความคิดเห็นและกราบขออภัยต่อการประกาศเก็บเพิ่มค่าธรรมเนียมการใช้แอปพลิเคชันจากบางบริการในช่วงที่ผ่านมา พร้อมขอยืนยันว่า แกร็บจะไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใดๆ เพิ่มขึ้นอีกตลอดช่วงวิกฤติโควิด-19 ทั้งนี้ บริษัทฯ จะหาทางในการรับมือกับต้นทุนที่เกิดขึ้นอย่างสุดความสามารถ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมและการสร้างความพึงพอใจต่อผู้บริโภค พาร์ทเนอร์คนขับ และพาร์ทเนอร์ร้านอาหาร ให้ดีที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ในภาวะวิกฤติเช่นนี้”

from:https://www.thumbsup.in.th/grab-drama-fee-covid-19

Jabra Elite Active 75t หูฟัง True Wireless ดีไซน์ขนาดกะทัดรัด แต่ให้พลังเสียงคมชัด

Jabra Elite Active 75t หูฟัง True Wireless ดีไซน์ขนาดกะทัดรัด แต่ให้พลังเสียงคมชัดและแบตเตอรี่ที่อึดกว่าเดิม  บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด ผู้นำนวัตกรรมหูฟังคุณภาพของเมืองไทย เดินหน้าขยายฐานคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการฟังเสียงเพลงควบคู่ไปกับการออกกำลังกายที่กำลังขยายตัวเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน ด้วยการส่งสุดยอดนวัตกรรมหูฟังอัจฉริยะ “Jabra Elite Active 75t” ลุยตลาด



 

โดย Jabra Elite Active 75t เป็นหูฟังแบบ True Wireless ที่มาพร้อมกับคุณภาพเสียงที่คมชัด และแบตเตอรี่การใช้งานได้อย่างยาวนานกว่าเดิม ในดีไซน์ที่เล็กกระทัดรัดลง จึงทำให้คอเพลงสวมใส่ได้สบายและกระชับมากขึ้นขณะออกกำลังกาย ทั้งยังมีมาตรฐานกันฝุ่นและละอองน้ำได้ถึงระดับ IP57 ซึ่งสามารถกันน้ำเข้าได้ โดยน้ำลึกไม่เกิน 1 เมตร ในเวลาไม่เกิน 30 นาทีเลยทีเดียว นอกจากนั้น หูฟังยังเคลือบผิวด้วยวัสดุกันลื่นพิเศษ ที่ทำให้ใส่ได้กระชับแม้เปียกเหงื่อ


ยิ่งไปกว่านั้น Jabra Elite Active 75t ยังมาพร้อมไมโครโฟนถึง 4 ตัว ซึ่งจะช่วยตัดเสียงรบกวนจากภายนอกขณะกำลังสนทนา เพื่อให้ได้ยินเสียงที่คมชัดในทุกสภาวะ รวมถึงมีฟังก์ชั่น Jabra Sound + ที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งรูปแบบเสียงเพลงด้วยตัวเองได้อย่างอิสระตามความต้องการ รวมถึงอัพเดทเฟิร์มแวร์ที่สามารถทำให้หูฟังมีฟังก์ชันที่ดีขึ้น และฉลาดขึ้นอีกด้วย ขณะเดียวกัน ยังมีรูระบายอากาศจากลำโพงออกนอกหูเพื่อให้สามาถฟังเพลงได้นาน ไม่อึดอัดเหมือนหูฟังแบบ in-ear ทั่วไป แถมยังรองรับการใช้งานด้วยเสียงอย่าง Amazon Alexa และ Siri เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้สมาร์ทฟังก์ชันต่างๆ โดยรองรับการใช้งานได้ยาวนาน 7.5 ชั่วโมง และมีระบบ Fast Charge ทำให้คนรักเสียงดนตรีสามารถฟังเพลง คุยงาน หรือ ประชุมทางไกลได้ยาวนานต่อเนื่อง

สำหรับคอเพลงรุ่นใหม่ สามารถพบกับประสบการณ์ฟังเสียงดนตรีคุณภาพสุดชัดไปพร้อมๆ กับการออกกำลังกายได้อย่างสนุกสนานยิ่งขึ้นกับ Jabra Elite Active 75t ได้แล้ววันนี้ที่ ร้านค้า Online ชั้นนำ อาทิ www.Shopee.co.th/Jabra_officialshop, Lazada, Mercular, มั่นคง Gadget, Banana IT และ 6,990 บาท หรือสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทาง http://www.rtbtechnology.com

ข่าว: Jabra Elite Active 75t หูฟัง True Wireless ดีไซน์ขนาดกะทัดรัด แต่ให้พลังเสียงคมชัด มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/04/03/jabra-elite-active-75t-true-wireless.html

Kbank แต่งตั้งผู้บริหารหญิงกุมบังเหียนสำคัญ พร้อมฉายวิสัยทัศน์สัปดาห์หน้า

หลังจากที่ คุณบัณฑูร ล่ำซำ ได้ประกาศลาออกจากเป็นประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทยและแต่งตั้งคุณกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูล มานั่งรักษาการประธานกรรมการ และคุณขัตติยา อินทรวิชัยขึ้นเป็นซีอีโอ ก็เตรียมฟังวิสัยทัศน์ของทั้งคู่ได้ในวันที่ 8 เมษายนนี้

สำหรับประกาศอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการธนาคารกสิกรไทย ที่ได้ประกาศแต่งตั้งนางสาวขัตติยา อินทรวิชัย เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย ซึ่งจะเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารหญิงคนแรกของธนาคาร และเป็นคนแรกที่ไม่ใช่ตระกูลล่ำซำ มีผลตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2563 เป็นต้นไป

นอกจากนี้ หลังการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 108 นายบัณฑูร ล่ำซำ ยังได้ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมการและประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย ต่อคณะกรรมการธนาคาร มีผลตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2563 เป็นต้นไป  ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารมีมติแต่งตั้งให้นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รองประธานกรรมการ (อิสระ) เป็นรักษาการประธานกรรมการ ซึ่งหากได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทย จะเป็นประธานกรรมการที่เป็นกรรมการอิสระคนแรกของธนาคาร

ทางด้านของประวัติการทำงานของคุณกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร นอกจากจะเป็นที่รู้จักในการเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยังได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิของนายกรัฐมนตรี ยังทำงานสายโฆษณาโดยเป็นผู้จัดการแผนกโฆษณา เคยเป็นประธานกรรมการบริหาร บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด และเป็นคณะกรรมการที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ K-SME Venture Capital ปี 2550 ทำให้คุ้นเคยกับเคแบงค์เป็นอย่างดี

ส่วนคุณขัตติยา อินทรวิชัย นั้น เรียกได้ว่าเป็นคนเคแบงค์ที่ทำงานกสิกรไทยมาตั้งแต่ปี 2530 ในฝ่ายสินเชื่อการเกษตรและการผลิต ก่อนจะก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งเป็น รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการวาณิชธนกิจ ในปี 2535 จากนั้นก็ได้เลื่อนตำแหน่งมาเป็นฝ่ายบริหารมาอย่างยาวนาน 

นอกจากนี้ คุณขัตติยา อินทรวิชัย และคุณกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร จะพูดคุยทางออนไลน์กับสื่อมวลชนในวันที่ 7 เมษายน 2563 และนายบัณฑูร ล่ำซำ จะพูดคุยทางออนไลน์กับสื่อมวลชนในวันที่ 8 เมษายน 2563 นี้ ด้วย

from:https://www.thumbsup.in.th/kbank-new-ceo

เอไอเอส ติดตั้งแผงกั้นอะคริลิคใส ณ จุดให้บริการ ลดเสี่ยง COVID-19

เอไอเอส เสริมมาตรการเข้ม ยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยลูกค้าและพนักงานไปอีกขั้น ปกป้องลูกค้าและพนักงาน ณ จุดให้บริการ ติดตั้งแผงกั้นอะคริลิคใส ลดเสี่ยง COVID-19 ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือ COVID-19 พร้อมส่งมอบความห่วงใยกับมาตรการเข้มด้วยการติดตั้งแผงกั้นอะคริลิคใส ณ เคาน์เตอร์บริการ เพื่อปกป้องและเพิ่มระยะห่าง Social Distancing ระหว่างลูกค้าที่มารับบริการ ณ จุด Touch Point กับ พนักงาน เพื่อลดความเสี่ยง และสร้างความอุ่นใจให้กับลูกค้าระหว่างทำธุรกรรมต่างๆ ภายใน AIS Shop, Serenade Club และ ร้าน AIS Telewiz

โดยขณะนี้ ได้เริ่มทยอยติดตั้งแล้วที่ AIS Shop สาขา AIS Tower 1 และ 2 และจะขยายไปยังสาขาอื่นๆ ที่เปิดให้บริการได้ตามปกติ อีกกว่า 314 สาขา ภายในวันที่ 10 เมษายน 2563  ทั้งนี้ถือได้ว่าเป็นมาตรการเพิ่มเติมจากปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขอนามัยของลูกค้า และพนักงานอย่างเคร่งครัดอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น การตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย, จัดเจลแอลกอฮอล์ทำความสะอาด, ขอความร่วมมือลูกค้าสวมหน้ากากอนามัย, การให้พนักงานสวมหน้ากากอนามัย พร้อม ถุงมือและแว่นตา ทั้งหมดนี้เพื่อดูแลความปลอดภัยให้ลูกค้ามีสุขภาพแข็งแรง ปลอดภัย ร่วมฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันให้ได้

ข่าว: เอไอเอส ติดตั้งแผงกั้นอะคริลิคใส ณ จุดให้บริการ ลดเสี่ยง COVID-19 มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/04/03/ais-install-clear-acrylic-partition-at-the-service-point-to-reduce-the-risk-of-covid-19.html

Intel Core H-ซีรีส์ เจนเนอเรชั่น 10 เปิดตัวโมบายล์โปรเซสเซอร์ที่เร็วที่สุดในโลกที่ระดับ 5.3 GHz

มีอะไรใหม่: วันนี้ Intel พร้อมประกาศเปิดตัวโมบายล์โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ H-ซีรีส์ เจนเนอเรชั่น 10 สำหรับการใช้งานในแล็ปท็อปด้วยความแรงทะลุกว่า 5GHz โดยโปรเซสเซอร์ H-ซีรีส์นี้มีประสิทธิภาพระดับเด็สก์ท็อป เหมาะสำหรับการเล่นเกมและการสร้างคอนเทนต์โดยเฉพาะ ทั้งนี้จะมี Intel Core เจนเนอเรชั่น 10 รุ่น i9-10980HK[i] เป็นรุ่นไฮไลต์ของซีรีส์นี้

คำแถลงจากผู้บริหาร: “การเปิดตัวโมบายล์แพลตฟอร์ม Intel Core™ H-ซีรีส์ เจนเนอเรชั่น 10 ในวันนี้ ถือเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดเกมของ Intel ซึ่งโปรเซสเซอร์นี้จะช่วยเสริมประสิทธิภาพระดับเด็สก์ท็อปให้กับฟอร์มแฟคเตอร์แบบโมบายล์ ด้วยแล็ปท็อปดีไซน์อีกกว่า 100 แบบที่จะเปิดตัวในปีนี้ รวมถึงพีซีแบบบางและเบาให้เลือกมากกว่า 30 แบรนด์ แพลตฟอร์มใหม่นี้เหมาะสำหรับบรรดาผู้ที่ชื่นชอบเกมและนักสร้างสรรค์ตัวยง แพลตฟอร์มใหม่นี้มอบความถี่ที่เร็วที่สุดในตลาดด้วย 5GHz เหนือกว่าผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ ซึ่งมอบประสบการณ์การเล่นเกมอันน่าทึ่งและการสร้างสรรค์งานได้อย่างเต็มที่” – นายเฟรดริก แฮมเบอร์เกอร์ ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มแล็ปท็อประดับพรีเมียมและแล็ปท็อปสำหรับเล่นเกม บริษัท Intel กล่าว

ทำไมจึงมีความสำคัญ: บรรดาเกมเมอร์กำลังเปลี่ยนไปใช้ระบบโมบายล์กันมากขึ้น และเริ่มสนใจการเล่นเกมที่สามารถเล่นได้ทุกที่ทุกเวลาที่พวกเขาต้องการแม้ขณะเดินทาง โดยที่ยังคงประสิทธิภาพไว้ตามเดิม ซึ่งความเร็วนั้นถือเป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่สำคัญที่สุดสามอันดับแรกของหน่วยประมวลผล[ii] โปรเซสเซอร์ Intel Core เจนเนอเรชั่น 10 สำหรับแล็ปท็อปให้ประสิทธิภาพที่รวดเร็วขึ้น ประมวลผลด้วยความเร็วกว่า 5.3 GHz[iii] เทอร์โบ 8 คอร์ และ 16 เธรด ช่วยให้ดื่มด่ำไปกับประสบการณ์การเล่นเกมพร้อมการตอบสนองอันน่ามหัศจรรย์ ประสิทธิภาพในการเล่นเกมที่คงเส้นคงวา เกมและแอปพลิเคชันยังคงต้องอาศัยคอร์ที่มีความถี่สูง จึงทำให้ Intel กระตุ้นคลื่นความถี่ (Frequency Envelope) เพื่อให้ได้มาซึ่งประสบการณ์การเล่นเกมบนแล็ปท็อปที่ดีที่สุด

เพิ่มเติมเกี่ยวกับโมบายล์โปรเซสเซอร์ที่เร็วที่สุด[iv]: Intel® Core™ i9-10980HK เจนเนอเรชั่น 10 ถือเป็นโปรเซสเซอร์รุ่นท็อป ที่มอบประสิทธิภาพการทำงานที่ไม่มีใครเทียบได้ โดยให้ความเร็วสูงสุดที่ 5.3 GHz เทอร์โบ 8 คอร์ 16 เธรด และ Intel® Smart Cache แคชภายในซีพียูช่วยเก็บชุดคำสั่งต่างๆ ได้ถึง 16 MB โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ i9-10980HK เจนเนอเรชั่น 10 แบบปลดล็อคนี้ช่วยเพิ่มขุมพลังการทำงานให้กับแล็ปท็อปสำหรับการเล่นเกมและการสร้างคอนเทนต์ นอกจากนี้ยังสามารถปรับเปลี่ยน ปรับแต่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพซีพียูให้ได้ตามความเหมาะสมเองอีกด้วย[v]

ประสิทธิภาพของรุ่น i9-10980HK เมื่อเทียบกับโปรเซสเซอร์เก่าที่มีอายุสามปี:

  • อัตราเฟรมต่อวินาทีในการเล่นเกมเพิ่มขึ้นสูงสุด 54%[vi] เพื่อความสามารถในการเล่นเกมชื่อดังต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น
  • ประสิทธิภาพโดยรวมที่ดีขึ้นสูงสุด 44%[vii] เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รู้สึกถึงประสิทธิผลที่เร็วขึ้นและตอบสนองได้ดียิ่งขึ้น
  • เรนเดอร์[viii]และเอ็กซ์พอร์ต[ix]วิดีโอระดับ 4K ได้เร็วขึ้นสูงสุด 2 เท่า สามารถสร้างสรรค์และแชร์งานได้รวดเร็วและง่ายขึ้น

โปรเซสเซอร์ Intel Core i7-10750H มาพร้อมความเร็วสูงสุด 5.0GHzError! Bookmark not defined. เทอร์โบ ที่ตอบโจทย์เกมเมอร์และนักสร้างคอนเทนต์ตัวยงที่ต้องการประสิทธิภาพในระดับที่ดีที่สุด ประสิทธิภาพของรุ่น i7-10750H เมื่อเทียบกับโปรเซสเซอร์เก่าที่มีอายุสามปี:

  • อัตราเฟรมต่อวินาทีในการเล่นเกมเพิ่มขึ้นสูงสุด 44%[x]
  • ประสิทธิภาพโดยรวมที่ดีขึ้นสูงสุด 33%[xi]
  • เอ็กซ์พอร์ตวิดีโอระดับ 4K ได้เร็วขึ้นสูงสุด 70%[xii]

นอกจากนี้ ในการเปิดตัวเจนเนอเรชั่น 10 ยังรวมถึงโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ i7-10875H รุ่นใหม่ที่มีความเร็วสูงสุด 5.1GHzError! Bookmark not defined. เทอร์โบ 8 คอร์ และ 16 เธรด เหมาะสำหรับกลุ่มนักสร้างเนื้อหาที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น เกมเมอร์ ผู้รักในการเล่นเกมและสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ  รวมถึงผู้ที่ต้องการใช้งานแบบมัลติทาสก์อีกด้วย

ตาราง SKU สำหรับ โมบายล์โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ H-ซีรี่ส์ เจนเนอเรชั่น 10

โปรเซสเซอร์นี้จะพาคุณไปพบกับประสบการณ์การเล่นเกมอันเยี่ยมยอดได้อย่างไร: ในความร่วมมือการผลิตร่วมกับแบรนด์พีซีชั้นนำ Intel มีพีซีแบบบางและเบามีความหนาไม่เกิน 20 มม. ให้เลือกมากกว่า 30 แบรนด์  และดีไซน์อีก 100 แบบ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มของผู้บริโภคทั่วไป เชิงพาณิชย์ และเวิร์คสเตชันที่จะมีการเปิดตัวในปีนี้ นอกจากนี้ Intel ยังสร้างสรรค์แล็ปท็อปที่เหมาะสมที่สุดโดยร่วมมือกับแบรนด์พีซีต่าง ๆ เพื่อช่วยพัฒนาด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย อันประกอบไปด้วย:

  • Integrated Intel® Wi-Fi 6 AX201 (Gig+) รองรับการดาวน์โหลด[xiii]ที่เร็วขึ้นเกือบ 3 เท่า เพื่อประสิทธิภาพระบบไร้สายความเร็วสูง แต่ค่า Latency ระดับต่ำ[xiv]
  • Intel® Turbo Boost Max Technology 3.0
  • Intel® Adaptix™ Dynamic Tuning Technology และ Intel® Extreme Tuning Utility สำหรับการปรับค่าประสิทธิภาพอันชาญฉลาด
  • Intel® Speed Optimizer[xv] เพียงคลิกเดียวก็โอเวอร์คล็อกได้1
  • Thunderbolt™ 3 รองรับด้วยแบนด์วิธที่มากถึง 4 เท่ากว่า USB 3.1 เพื่อใช้ในการขับเคลื่อนมีเดียคอนเทนต์ที่มีความจุแน่น และเชื่อมต่อกับจอภาพที่มีความละเอียด 4K ทั้งสองได้อย่างง่ายดาย
  • Intel® Optane™ memory[xvi] ช่วยในการเร่งการเปิดและโหลดเกมให้เร็วขึ้น[xvii]

 

from:https://notebookspec.com/pr-intel-core-h-series-gen-10/515805/

Linksys แนะนำแพ็คเกจใหม่ พร้อม Belkin ผู้นำอุปกรณ์เสริมระดับพรีเมี่ยม ยกระดับโซลูชั่นการทำงานที่บ้านอย่างมีประสิทธิภาพ

ลิงค์ซิส (Linksys ®), แบรนด์อุปกรณ์เชื่อมต่อภายในบ้าน (Connected Home) ของเบลคิน อินเตอร์เนชั่นแนล (Belkin International) และบริษัท ฟอกส์คอน อินเตอร์คอนเน็ค เทคโนโลยี (Foxconn Interconnect Technology : FIT) ที่ได้ควบรวมกิจการเข้าด้วยกัน เปิดตัวโซลูชั่นการทำงานที่บ้านให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดด้วย 4 แพ็คเกจใหม่

การทำงานที่บ้าน (Work From Home) อาจดูไม่คุ้นเคยสำหรับพนักงานออฟฟิศในประเทศไทย แต่ด้วยปัจจัยทางสังคมหลายๆ อย่าง ณ ปัจจุบัน เป็นส่วนผลักดันให้เราเลือกที่จะทำงานที่บ้านมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องของการจราจร โรคติดต่อ หรือแม้กระทั่งการทำธุรกิจสตาร์ทอัพ แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงแนวคิดของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการ ‘ชีวิตและการทำงานที่สมดุล’ หรือที่เราเรียกว่า Work Life Balance มีส่วนให้การทำงานที่บ้านได้รับความนิยมมากขึ้น อุปกรณ์ไอทีต่างๆ ที่จะช่วยยกระดับให้การทำงานที่บ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพจึงได้รับความนิยมมากขึ้นตามไปด้วย

จากความต้องการเหล่านี้ทาง Linksys และ Belkin จึงให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ และเปิดตัวโซลูชั่นระดับพรีเมี่ยมสำหรับการทำงานที่บ้านให้มีประสิทธิภาพ มีความสะดวกสบายมากขึ้น สำหรับโฮมออฟฟิศโซลูชั่น ประกอบด้วยเราเตอร์จาก Linksys และอุปกรณ์เสริมจาก Belkin ที่ออกแบบให้เหมาะสำหรับการทำงานทุกระดับ ตอบรับกับทุกไลฟ์สไตล์ได้ลงตัว ทั้งงานระดับมืออาชีพ งานออฟฟิศทั่วไป และผู้ที่ต้องเดินทางเป็นประจำ

นายชาคริต ศิริกุลประดิษฐ ผู้จัดการฝ่ายขายประจำภูมิภาคเอเซียน เบลคิน อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า “โดยปกติพื้นที่การทำงานถูกจำกัดอยู่ในอาคารสำนักงานเท่านั้น แต่นับจากนี้ไปพื้นที่การทำงานจะเริ่มขยายไปถึงที่บ้านมากขึ้น          โฮมออฟฟิศโซลูชั่นจึงมีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก และ Linksys หวังเป็นอย่างยิ่งว่าแพคเกจนี้จะนำความสะดวกสบายในการทำงานที่บ้านได้ดียิ่งขึ้น ด้วยความเป็นผู้นำทางด้านอุปกรณ์เสริมระดับพรีเมียมจาก Belkin และเทคโนโลยีการเชื่อมต่อ WiFi ระดับโลกจาก Linksys ช่วยให้การออนไลน์และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมีเสถียรภาพอย่างแท้จริง และทำให้ผู้คนจำนวนมากทำงานที่บ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

Super Elite Home Office Solution

  • Linksys Velop MX5300 WiFi 6 Mesh System + Belkin USB-C™ Multimedia Hub

เหมาะสำหรับฟรีแลนซ์และงานระดับมืออาชีพ ที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ WiFi ที่ประสิทธิภาพสูงและรองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้หลากหลายรูปแบบ จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับเราเตอร์ MESH WiFi 6 รุ่น Linksys MX5300 และ Belkin USB-C™ Multimedia Hub โดยเราเตอร์ MX5300 มาพร้อมเทคโนโลยีการเชื่อมต่อไร้สายด้วยเทคโนโลยีล่าสุดที่เรียกว่า WiFi 6 ให้การรับส่งข้อมูลไร้สายที่ความเร็วระดับ Gigabit (ความเร็วรวมทั้งหมด 5.3Gbps) เร็วขึ้นกว่าการเชื่อมต่อไร้สายแบบเดิม 4 เท่า ส่งสัญญาณได้ไกลขึ้น รองรับการดาวน์โหลด/อัพโหลดข้อมูลได้มากขึ้น รองรับการเชื่อมต่อไร้สายมากกว่า 50 อุปกรณ์พร้อมกัน ให้ทุกอุปกรณ์ออนไลน์อินเทอร์เน็ตพร้อมกันได้อย่างราบรื่น ขณะเดียวกัน Belkin USB-C™ Multimedia Hub สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้อย่างหลากหลายสำหรับโน้ตบุ๊ก (ทั้ง Mac และ Windows) ที่มีพอร์ต USB-C ™ Multimedia Hub สามารถส่งสัญญาณภาพออกสู่จอภาพได้เพื่อยกระดับความสามารถให้กับโน้ตบุ๊กกลายเป็นอุปกรณ์ทำงานระดับมืออาชีพภายในบ้านได้ทันที อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนที่สามารถส่งสัญญาณภาพได้ผ่านพอร์ต USB-C หรือยังสามารถรองรับการอ่าน SD Card ทำให้โอนข้อมูลได้อย่างสะดวกอีกด้วย

Elite Home Office Solution

  • Linksys Velop Tri-Band Mesh WiFi System Pack 1 + Belkin USB-C™ Multimedia Hub
  • Linksys Velop Tri-Band Mesh WiFi System Pack 2 + Belkin USB-C™ Multimedia Hub
  • Linksys Velop Tri-Band Mesh WiFi System Pack 3 + Belkin USB-C™ Multimedia Hub

รองรับโซลูชั่น Work From Home ได้อย่างมีประสิทธิภาพกับเทคโนโลยี Tri-Band และ iMesh ที่ให้การกระจายสัญญาณ WiFi แบบ 3 คลื่นความถี่ (2.4GHz + 5GHz + 5GHz) ให้เสถียรภาพการเชื่อมต่อไร้สายภายในบ้านที่ดีเยี่ยมด้วยเอกสิทธิ์เฉพาะจาก Linksys ที่จะช่วยแก้ปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อไร้สายภายในบ้านให้ดีที่สุดโดยอัตโนมัติ สามารถนำไปใช้งานกับอินเทอร์เน็ตบ้านได้ทุกค่าย สามารถย้ายตำแหน่งการติดตั้ง Velop ได้อิสระ สำหรับบ้านชั้นเดียวหรือห้องคอนโดขนาดเล็กแนะนำแพ็คเกจ Linksys Velop Tri-Band Pack 1 ไปใช้งานได้ทันที ส่วนบ้านสองชั้นหรือห้องคอนโดขนาดใหญ่ที่ต้องการให้ทุกห้องเชื่อมต่อสัญญาณ WiFi ได้แรงเต็ม 100% แนะนำแพ็คเกจ Linksys Velop Tri-Band Pack 2 และสำหรับบ้านขนาดใหญ่หรือตึก 2-3 ชั้น ที่ต้องการโซลูชั่นการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตให้ต่อเนื่อง ได้ประสิทธิภาพสูงสุดและมีอุปกรณ์ในการเชื่อมต่อ WiFi ที่หลากหลาย แนะนำแพ็คเกจ Linksys Velop Tri-Band Pack 3 เพื่อเพิ่มประสิทธิการทำงานที่บ้านให้ดียิ่งขึ้น ทั้งหมดนี้ยังรองรับการขยาย WiFi เพิ่มขึ้นในอนาคตได้ง่ายๆ เพียงซื้อ Linksys Velop รุ่น Tri-Band หรือ Dual-Band มาเพิ่มทีละ 1 หรือ 2 ชุดมาเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน

Ultimate Home Office Solution

  • Linksys Velop Dual-Band Mesh WiFi System Pack 1 + Belkin USB-C™ Multimedia Hub
  • Linksys Velop Dual-Band Mesh WiFi System Pack 2 + Belkin USB-C™ Multimedia Hub
  • Linksys Velop Dual-Band Mesh WiFi System Pack 3 + Belkin USB-C™ Multimedia Hub

Linksys Velop รุ่น Dual Band ให้ประสิทธิภาพการเชื่อมต่อไร้สายได้อย่างมีประสิทธิภาพบน เทคโนโลยี Wireless AC ความเร็วรวม 1300 Mbps ผ่านคลื่น WiFi 2.4 GHz และ 5GHz ให้อัพโหลด ดาวน์โหลดอินเทอร์เน็ตได้อย่างรวดเร็ว และรองรับอุปกรณ์ไร้สายได้ดี รองรับระบบคลาวด์ที่สามารถสั่งงานผ่าน Linksys App บนสมาร์ทโฟนหรือแท็ปเล็ตได้จากทุกที่ สำหรับบ้านชั้นเดียวหรือห้องคอนโดขนาดเล็กแนะนำแพ็คเกจ Linksys Velop Dual-Band Pack 1 ไปใช้งานได้ทันที ส่วนบ้านสองชั้นหรือห้องคอนโดขนาดที่ใหญ่ขึ้น แนะนำแพ็กเกจ Linksys Velop Dual-Band Pack 2 เพื่อช่วยกันกระจายสัญญาณ WiFi ได้แรงเต็ม 100% ทุกชั้น และเล่นอินเทอร์เน็ตได้แรงต่อเนื่องทุกพื้นที่ สำหรับบ้านขนาดใหญ่แนะนำแพ็กเกจ Linksys Velop Dual-Band Pack 3 เพื่อนำ Linksys Velop รุ่น Dual-Band ทั้ง 3 ชุดไปวางกระจายตามแต่ละชั้นของบ้าน หรือติดตั้งในจุดที่ต้องการเล่นอินเทอร์เน็ตด้วยสัญญาณที่แรงเต็ม 100%

Infinite Home Office Solution

  • Linksys MR9000X Gaming Mesh WiFi Router + Belkin USB-C™ Multimedia Hub
  • Linksys MR8300 Gaming Mesh WiFi Router + Belkin USB-C™ Multimedia Hub

เอาใจคนอยู่บ้านที่ต้องการทำงานไปด้วยพร้อมความบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมออนไลน์ การสตรีมมิ่ง ที่ต้องการความราบรื่น รองรับการเล่นเกมได้ต่อเนื่อง โดยเราเตอร์ Linksys MR9000X และ Linksys MR8300 ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Tri-Band ให้เชื่อมต่อ WiFi ได้ทั้ง 3 คลื่นความถี่พร้อมกันความเร็วรวมสูงสุด 2200 Mbps และ 3000 Mbps ตามลำดับ พร้อมขับเคลื่อนการทำงานด้วยซีพียูความเร็วสูงแบบ Quad-Core ให้ประมวลผลข้อมูลที่มีความซับซ้อนได้อย่างรวดเร็ว ลดอาการแลค หรือสะดุดขณะเล่นเกมได้ดีเยี่ยม รวมถึงประสิทธิภาพการอัพโหลด/ดาวน์โหลดที่รวดเร็ว รองรับอินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูง 1Gbps ได้ทุกค่าย ให้ชาวเกมเมอร์เล่นเกมพร้อมสตรีมภาพขึ้นระบบออนไลน์พร้อมกันได้อย่างไหลลื่น ที่สำคัญมาพร้อมเทคโนโลยี Mesh ที่ให้การทำงาน WiFi มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นสามารถทำงานร่วมกับ Linksys Velop ได้ทุกรุ่น เพื่อขยายสัญญาณ WiFi ให้ครอบคลุมตามต้องการ

ทุกแพ็กเกจมาพร้อมฮับประสิทธิภาพสูง Belkin USB-C™ Multimedia Hub ที่ให้การทำงานที่บ้านมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งการทำงานกับโน้ตบุ๊ก (Windows/MacBook) ได้อย่างสมบูรณ์แบบ สามารถเชื่อมต่อจอมอนิเตอร์ผ่านพอร์ต HDMI เชื่อมต่อสายแลนความเร็ว 1Gbps เชื่อมต่ออุปกรณ์อื่นๆ ผ่านพอร์ต USB 3.0 เพื่อให้โอนถ่ายข้อมูลได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

สินค้าพร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ทางช่องทางออนไลน์ บนลาซาด้า LAZADA_LinksysThailand Shop

และสามารถชมภาพเพิ่มเติมได้ที่: Linksys_Belkin_WFH package

 

รุ่น Linksys Combo set ราคาปกติ ราคาพิเศษ
MR8300 Belkin USB-C Multimedia Hub (F4092) 9,580 7,690
MR9000X Belkin USB-C Multimedia Hub (F4092) 10,580 8,390
Velop Dual-Band แพ็ค 1 Belkin USB-C Multimedia Hub (F4092) 7,580 5,490
Velop Dual-Band แพ็ค 2 Belkin USB-C Multimedia Hub (F4092) 11,580 7,990
Velop Dual-Band แพ็ค 3 Belkin USB-C Multimedia Hub (F4092) 14,580 9,990
Velop Tri-Band แพ็ค 1 Belkin USB-C Multimedia Hub (F4092) 9,580 7,890
Velop Tri-Band แพ็ค 2 Belkin USB-C Multimedia Hub (F4092) 13,580 11,190
Velop Tri-Band แพ็ค 3 Belkin USB-C Multimedia Hub (F4092) 19,580 14,990
Velop MX5300 Belkin USB-C Multimedia Hub (F4092) 22,580 14,990

from:https://notebookspec.com/linksys-belkin-home-office-solution/515768/

AI ตรวจ COVID-19 ถึงไทยแล้ว ประมวลผลภาพ CT Scan แค่หลักวินาทีแต่อ่านผลได้แม่นยำถึง 96%

หลังจากไม่นานมานี้ เพิ่งมีข่าวว่า Huawei ได้นำ AI เข้ามาช่วยประมวลผลภาพ CT Scan ตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา หรือ COVID-19 ได้ในระยะเวลาสั้นๆ และมีความแม่นยำสูงมากๆ ล่าสุดเทคโนโลยีดังกล่าวก็มาถึงประเทศไทยแล้ว โดย ทาง Huawei ได้ส่งมอบโซลูชั่นนี้ให้แก่ โรงพยาบาลรามาธิบดี เป็นที่เรียบร้อย เตรียมเปิดใช้งานทันที ซึ่งเทคโนโลยีนี้เป็นตัวเดียวกับที่โรงพยาบาลในจีนใช้งานในปัจจุบันเลยทีเดียว

การส่งมอบในครั้งนี้เกิดขึ้นได้จาก กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้จับมือกับ Huawei เสริมกำลังให้บุคลากรทางการแพทย์ของไทย โดย Huawei จะใช้ AI จาก Huawei Cloud ทำหน้าที่พิจารณารูปภาพ CT Scan เพื่อวิเคราะห์ว่าปอดนั้นได้รับเชื้อไวรัส COVID-19 หรือยัง โดย AI ยังสามารถบอกได้อีกว่า ตอนนี้ผู้ติดเชื้อกำลังอยู่ในขั้นไหน ระยะเริ่มต้น ระยะลุกลาม หรือว่าระยะรุนแรง สำหรับอัตราความแม่นยำของการวินิจฉัยโดยใช้ AI มีมากถึง 96% และได้รับคะแนน DICE score ที่ 85 คะแนน ปัจจุบันมีโรงพยาบาลในประเทศจีนกว่า 20 แห่ง ได้นำโซลูชั่นนี้ไปปรับใช้เพื่อรับมือกับสถานการณ์ COVID-19

เจ้าหน้าที่จาก หัวเว่ย เทคโนโลยี่ ประเทศไทยเข้าติดตั้งและทำการทดสอบการใช้งาน

การตรวจแบบ CT Scan ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีวินิจฉัยและรักษาโรค COVID-19 แต่การตรวจด้วยวิธีดังกล่าว จะต้องทำซ้ำ และอ่านภาพสแกนหลายรอบ เพื่อหารอยโรคในปอดที่มีจำนวนมาก และมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การตรวจด้วยวิธีนี้ จึงเป็นการเพิ่มงานให้กับรังสีแพทย์เป็นอย่างมาก อีกทั้งบุคลากรรังสีแพทย์ในประเทศไทยที่สามารถอ่านภาพ CT Scan ได้อย่างแม่นยำยังมีจำนวนจำกัดอีกต่างหาก การเข้ามาของโซลูชั่นระบบ AI นี้ น่าจะช่วยแบ่งเบาภาระให้กับแพทย์ไทยไปได้เยอะ ทำให้แพทย์ได้กระจายตัวไปดูแลเคสผู้ป่วยได้อย่างทั่วถึง เพิ่มประสิทธิภาพในการรับมือสถานการณ์ระบาดของ COVID-19 ได้ดียิ่งขึ้น โดยการวินิจฉัยภาพ CT Scan ในแต่ละเคส เทคโนโลยี AI นี้ จะใช้เวลาสั้นๆ เพียงแค่ 25 วินาทีเท่านั้น 

ลองกดไปดูตัวอย่างการอ่าน CT Scan กันได้ช่วงเวลา 7:36 น. จะเห็นได้ว่าทางแพทย์ต้องค่อยๆตรวจหาความผิดปกติจากภาพที่แสกนได้เป็นส่วนๆไป ซึ่งการใช้ AI ช่วยดู ก็จะลดภาระส่วนนี้ไปได้มากเลยทีเดียว

 

ก่อนหน้านี้ Huawei ก็เคยส่งมอบระบบนวัตกรรมสื่อสารทางไกลเพื่อการแพทย์ Huawei Telemedicine Video Conference Solution ให้แก่กระทรวงสาธารณสุขเพื่อใช้เป็นแผนการรับมือการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 มาแล้วครั้งนึง ให้แพทย์สามารถตรวจวินิจฉัยโรคได้จากทุกที่ทุกเวลาผ่านมือถือของตนเอง และที่สำคัญยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อให้แก่ทีมแพทย์อีกด้วย

 

ที่มา: อีเมลประชาสัมพันธ์ Huawei

from:https://droidsans.com/huawei-covid-ct-scan-ai-thailand/