คลังเก็บป้ายกำกับ: PR-NEWS

ASUS เปิดตัว ASUS Exclusive Care ยกระดับบริการหลังการขายเต็มรูปแบบ ชูที่สุดของทุกบริการ ซ่อมฟรีถึงที่, ประกันระหว่างประเทศ และประกันอุบัติเหตุ!

เอซุส (ประเทศไทย) เปิดตัวโปรแกรม ASUS Exclusive Care ชูที่สุดของทุกบริการจากเอซุส ยกระดับบริการหลังการขาย ตอบโจทย์ลูกค้าตามไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ รวม 3 บริการสุดพิเศษจากเอซุส ได้แก่ บริการซ่อมถึงที่ 3 ปี (Local On-site Service),  ประกันระหว่างประเทศ 57 ประเทศทั่วโลก 3 ปี (International Warranty) และ ประกันอุบัติเหตุ 1 ปีเต็ม (Perfect Warranty)

ASUS Exclusive Care KV OL 01

ลูกค้าสามารถใช้บริการซ่อมถึงที่ (Local On-site Service) เพื่อความสะดวกสบาย เรียกช่างประสบการณ์สูงจากเอซุสเพื่อให้บริการถึงที่ในกรณีเครื่องมีปัญหา ประหยัดเวลาไปศูนย์บริการ โดยครอบคลุมระยะเวลา 3 ปีแรกหลังการขาย และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขณะเดินทางไปต่างประเทศ ลูกค้ายังสามารถนำเครื่องเข้าศูนย์บริการ ณ ประเทศที่เดินทาง ตามเงื่อนไขของประกัน 3 ปี International Warranty* ที่ครอบคลุมกว่า 57 ประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นทวีปยุโรป,ทวีปอเมริกาเหนือ (สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และเม็กซิโก), ทวีปเอเชีย, สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ อียิปต์ และทวีปออสเตรเลีย/ โอเชียเนีย นอกจากนี้ยังอุ่นใจกับประกันอุบัติเหตุ 1 ปี กับ Perfect Warranty ดูแลผลิตภัณฑ์เมื่อเกิดความเสียหายจากอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายจากน้ำหกใส่, ไฟฟ้าลัดวงจร หรือความเสียหายจากการทำเครื่องตกหล่น โดยสามารถใช้สิทธิ์ได้ 1 ครั้งในปีแรกของการรับประกัน และเอซุสจะสนับสนุน 80% ของราคาซ่อมเครื่อง** โดยเอซุสยังมอบสิทธิ์ต่ออายุประกันอุบัติเหตุเมื่อเข้าปีที่สอง เพิ่มได้อีก 1 ปี (ในราคา 1,990 บาท) ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด

ลูกค้าสามารถใช้บริการหลังการขายแบบเต็มรูปแบบ ASUS Exclusive Care เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊กที่ร่วมโปรแกรมดังนี้  ASUS ZenBook Series (UX482, UX371, UX363, UX435, UX325, UX425, UM325, UM425), ROG Flow X13, Zephyrys Duo 15SE (GX551), Zephyrus G15 (GA503), Strix Scar 15/17 (G543/G743), Strix G15/17 (GL543/GL743) และ ASUS ExpertBook B9450 ทั้งนี้เอซุสยังมีแผนเดินหน้าเพิ่มผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวใหม่ในกลุ่ม ASUS ZenBook, ROG และ StudioBook เข้าในโปรแกรม ASUS Exclusive Care เพื่อการใช้งานที่ครอบคลุม และตอบโจทย์การใช้งานในยุคปัจจุบันมากขึ้น ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/ASUSTHAILAND หรือ https://www.asus.com/th/support/Article/1088

from:https://notebookspec.com/web/588615-asus-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-asus-exclusive-care-%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2

เลอโนโว แต่งตั้ง มร. อมาร์ บาร์บู ดำรงตำแหน่ง ผู้นำบริหารงานธุรกิจ เลอโนโว ประจำภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก

เลอโนโว ประกาศแต่งตั้ง มร. อมาร์ บาร์บู ขึ้นดำรงตำแหน่งควบคุมดูแลบริหารงาน เลอโนโว ในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก อันได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน ฮ่องกง อาเซียน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดียและเอเชียใต้ ต่อจาก มร. เคน หว่อง ที่จะขึ้นดำรงตำแหน่ง ประธานกลุ่มธุรกิจ Solutions and Services Group สานต่อความมุ่งมั่นของเลอโนโวในการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นองค์กรที่เน้นการบริการ (service-led) เพื่อสร้างโอกาสเติบโดแห่งอนาคต

Amar Babu President of Lenovo Asia Pacific 1

ตั้งแต่ปี 2561 มร. อมาร์ เคยดำรงตำแหน่ง รองประธานและผู้นำด้านการปฏิบัติการณ์บริการ กลุ่มธุรกิจ Intelligent Devices Group และเคยเป็นรองประธานและ COO ของเลอโนโว ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกนานถึง 3 ปี นอกจากนี้ตั้งแต่ปี 2550 มร. อมาร์ ยังเคยดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ เลอโนโว ประจำอินเดียและเอเชียใต้ ก่อนหน้าร่วมงานกับเลอโนโว มร. อมาร์ได้ทำงานในตำแหน่งด้านเทคโนโลยีให้แก่บริษัทชั้นนำอย่าง HCL, Citibank และ intel

มร. อมาร์ จบการศึกษาในระดับปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ จากสถาบัน XLRI Jamshedpur และปริญญาตรี ด้านเทคโนโลยี จากสถาบัน PSG College of Technology มร. อมาร์จะดำรงตำแหน่งและบริหารงานเลอโนโว ภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก โดยประจำอยู่ที่เมืองมุมไบ อินเดีย

from:https://notebookspec.com/web/588506-amar-babu-president-of-lenovo-asia-pacific

อินเทลเปิดตัวแพลตฟอร์มศูนย์ข้อมูลพร้อมประสิทธิภาพล้ำหน้าสูงสุด

อินเทลเปิดตัวแพลตฟอร์มศูนย์ข้อมูลที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด ที่ปรับแต่งมาอย่างเหมาะสมเพื่อมอบพลังรองรับเวิร์กโหลดที่หลากหลายในวงการอุตสาหกรรม ตั้งแต่ระบบคลาวด์ ระบบเครือข่าย ไปจนถึง Edge อัจฉริยะ โดยโปรเซสเซอร์ Intel Xeon Scalable เจนเนอเรชั่น 3 (ภายใต้ชื่อรหัส “Ice Lake”) เป็นรากฐานของแพลตฟอร์มศูนย์ข้อมูลของอินเทล ที่จะดึงขุมพลังจาก AI เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถสร้างประโยชน์จากโอกาสทางธุรกิจต่างๆ ที่สำคัญที่สุดในปัจจุบัน

Intel 3rd Gen Xeon Scalable 4

โปรเซสเซอร์ Intel Xeon Scalable เจนเนอเรชั่น 3 ส่งมอบประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า โดยได้ปรับปรุงประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 46% สำหรับเวิร์กโหลดต่างๆ ที่นิยมใช้งานในศูนย์ข้อมูล[i] นอกจากนี้ ตัวโปรเซสเซอร์ยังเพิ่มความสามารถของแพลตฟอร์มใหม่ๆ ที่ดีขึ้น รวมถึง Intel SGX เพื่อการรักษาความปลอดภัยในตัว, และการเร่งความเร็ว AI ด้วย Intel Crypto Acceleration และ Intel DL Boost ซึ่งความสามารถใหม่ๆ เหล่านี้ เมื่อรวมกับ Intel® Select Solutions และ Intel® Market Ready Solutions แล้ว จะช่วยให้ลูกค้าสามารถเร่งการปรับใช้งานบนระบบคลาวด์, AI, องค์กรธุรกิจ, การประมวลผลประสิทธิภาพสูง, ระบบเครือข่าย, ความปลอดภัย และแอปพลิเคชัน Edge ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว

นายนาวิน เชนอย รองประธานบริหารและผู้จัดการทั่วไปของ Data Platforms Group ของอินเทล กล่าวว่า “แพลตฟอร์ม Intel Xeon Scalable เจนเนอเรชั่น 3 ของเรา เป็นแพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพสูงสุดในประวัติศาสตร์ของอินเทล ซึ่งได้รับการออกแบบเพื่อจัดการกับเวิร์กโหลดที่หลากหลาย ตั้งแต่ระบบคลาวด์ ระบบเครือข่าย ไปจนถึง Edge เพื่อช่วยให้ลูกค้าของเราก้าวนำการเปลี่ยนแปลงและนวัตกรรมระดับโลกที่กำลังเร่งอัตราเร็วยิ่งขึ้น และสามารถทำงานเพื่อเสริมสร้างชีวิตผู้คนบนโลกใบนี้ได้เคียงข้างกันไปกับอินเทล โดยอินเทลอยู่ในจุดที่ไม่เหมือนใคร ด้วยสถาปัตยกรรม การออกแบบ และการผลิตเพื่อส่งมอบซิลิคอนอัจฉริยะและโซลูชันอันหลากหลายตรงตามความต้องการของลูกค้าของเรา”

โปรเซสเซอร์ Intel Xeon Scalable เจนเนอเรชั่น 3

ด้วยการใช้เทคโนโลยีขนาด 10 นาโนเมตร (nanometer: nm) ของโปรเซสเซอร์ Intel Xeon Scalable เจนเนอเรชั่น 3 ใหม่ล่าสุด ที่มอบจำนวนคอร์สูงสุด 40 คอร์ต่อโปรเซสเซอร์ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยเฉลี่ยสูงสุดถึง 2.65 เท่า เมื่อเทียบกับระบบเก่าที่มีอายุ 5 ปี[ii] แพลตฟอร์มดังกล่าวสามารถรองรับหน่วยความจำระบบได้สูงสุดถึง 6 เทราไบต์ต่อซ็อกเก็ต, หน่วยความจำ DDR4-3200 สูงสุด 8 แชนเนลต่อ
ซ็อกเก็ต, และ PCIe Gen4 สูงสุด 64 เลนต่อซ็อกเก็ต

นอกจากนี้ โปรเซสเซอร์ Intel Xeon Scalable เจนเนอเรชั่น 3 ได้ปรับแต่งอย่างเหมาะสมเพื่อรองรับการรันเวิร์กโหลดสมัยใหม่ทั้งในสภาพแวดล้อมแบบในสถานที่ (On-premise) และบนมัลติคลาวด์แบบกระจายตัว โดยตัวโปรเซสเซอร์ช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้งานผ่านสถาปัตยกรรมที่ยืดหยุ่น รวมถึงความสามารถด้านความปลอดภัยขั้นสูงในตัว โดยใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมต่างๆ ที่มีมายาวนานหลายทศวรรษ

  • การเร่งความเร็ว AI ในตัว: โปรเซสเซอร์ Intel Xeon Scalable เจนเนอเรชั่น 3 ใหม่ล่าสุด ที่พร้อมส่งมอบประสิทธิภาพด้าน AI ประสิทธิภาพด้านการทำงาน และความเรียบง่าย ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถปลดล็อกข้อมูลเชิงลึกที่ทรงคุณค่าได้มากขึ้น ซึ่งโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่เหล่านี้เป็น CPU ศูนย์ข้อมูลเพียงรุ่นเดียวที่มาพร้อมการเร่งความเร็ว AI ในตัว การปรับแต่งประสิทธิภาพซอฟต์แวร์ที่ครอบคลุม และโซลูชันแบบพร้อมใช้งานทันที ทำให้การผนวก AI เข้ากับทุกๆ แอปพลิเคชันเป็นจริงได้ ตั้งแต่จาก Edge ไปยังระบบเครือข่าย จนถึงระบบคลาวด์ ทั้งนี้ การปรับแต่งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ล่าสุดยังส่งมอบประสิทธิภาพ AI ที่เร็วขึ้นถึง 74% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า และเพิ่มประสิทธิภาพได้สูงสุดถึง 1.5 เท่าสำหรับเวิร์กโหลด AI ยอดนิยมที่หลากหลายถึง 20 ประเภท เมื่อเทียบกับ AMD EPYC 7763 เจนเนอเรชั่น 3 และสูงสุดถึง 1.3 เท่า เมื่อเทียบกับ Nvidia A100 GPU[iii]
  • การรักษาความปลอดภัยในตัว: ด้วยผลการศึกษาวิจัยหลายร้อยชิ้น การปรับการผลิตหลายร้อยครั้ง และความสามารถที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ Intel SGX ปกป้องโค้ดและข้อมูลที่ละเอียดอ่อน โดยทำให้พื้นที่ที่อาจถูกโจมตีได้มีขนาดเล็กลงที่สุดภายในระบบ โดย Intel SGX สามารถใช้งานได้บนโปรเซสเซอร์ Xeon Scalable แบบ 2 ซ็อกเก็ต ซึ่งมาพร้อม Enclave ต่างๆ ที่สามารถแยกและประมวลผลโค้ดและข้อมูลได้สูงสุดถึง 1 เทราไบต์ เพื่อรองรับความต้องการของเวิร์กโหลดหลัก เมื่อรวมกับฟีเจอร์ใหม่ๆ ได้แก่ Intel® Total Memory Encryption และ Intel® Platform Firmware Resilience แล้ว ทำให้โปรเซสเซอร์ Xeon Scalable รุ่นล่าสุดสามารถตอบโจทย์ข้อกังวลต่างๆ ด้านการปกป้องข้อมูลที่เร่งด่วนที่สุดในปัจจุบัน
  • การเร่งความเร็วคริปโตในตัว: Intel Crypto Acceleration มอบประสิทธิภาพสุดล้ำของอัลกอริธึมการเข้ารหัสลับ (Cryptographic algorithm) ที่สำคัญๆ อย่างทั่วถึง โดยธุรกิจที่ต้องจัดการกับเวิร์กโหลดที่มีการเข้ารหัสอย่างเข้มข้น เช่น ผู้ค้าปลีกออนไลน์ที่มีการประมวลผลธุรกรรมของลูกค้าหลายล้านรายการต่อวัน สามารถใช้ประโยชน์จากความสามารถดังกล่าวเพื่อปกป้องข้อมูลของลูกค้า โดยไม่มีผลกระทบด้านเวลาที่ใช้ในการตอบสนองต่อผู้ใช้งาน หรือต่อประสิทธิภาพโดยรวมของระบบ

Intel 3rd Gen Xeon Scalable 1 RE

นอกจากนี้ เพื่อเร่งเวิร์กโหลดบนแพลตฟอร์ม Xeon Scalable เจนเนอเรชั่น 3 นักพัฒนาซอฟต์แวร์สามารถปรับแต่งแอปพลิเคชันของตนได้ด้วยเครื่องมือเขียนโปรแกรมข้ามสถาปัตยกรรมแบบเปิด oneAPI ซึ่งมอบอิสระจากข้อจำกัดทางเทคนิคและต้นทุนของโมเดลที่มีกรรมสิทธิ์ต่างๆ ทั้งนี้ ชุดเครื่องมือ Intel® oneAPI ช่วยให้สามารถนำประสิทธิภาพของโปรเซสเซอร์, AI, และการเข้ารหัส ออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ ผ่านเครื่องมือขั้นสูงทั้งคอมไพเลอร์, ไลบรารี, และเครื่องมือการวิเคราะห์และดีบัก

โปรเซสเซอร์ Intel Xeon Scalable เจนเนอเรชั่น 3 รองรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ Intel® IoT Market Ready Solutions ที่พร้อมใช้งานทันทีมากกว่า 500 รายการ และกลุ่มผลิตภัณฑ์ Intel Select Solutions ที่ช่วยเร่งการปรับใช้งานตามความต้องการของลูกค้า โดยในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Intel Select Solutions ของเราจะทยอยปรับปรุงใหม่มากถึง 80% ภายในสิ้นปีนี้

แพลตฟอร์มศูนย์ข้อมูลชั้นนำของอุตสาหกรรม

แพลตฟอร์มศูนย์ข้อมูลของอินเทล ถือเป็นแพลตฟอร์มที่แพร่หลายมากที่สุดในตลาด พร้อมความสามารถที่เหนือกว่าใครในการเคลื่อนย้าย จัดเก็บ และประมวลผลข้อมูล แพลตฟอร์ม Intel Xeon Scalable เจนเนอเรชั่น 3 ใหม่ล่าสุด ประกอบด้วยหน่วยความจำ Intel Optane 200 series, Intel Optane Solid State Drive (SSD) P5800X, และ Intel® SSD D5-P5316 NAND SSD รวมถึงอะแดปเตอร์เครือข่าย Intel Ethernet 800 series และอุปกรณ์ Intel® Agilex FPGA รุ่นล่าสุด ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ 3rd Gen Intel Xeon Scalable platform product fact sheet.

Intel Navin Shenoy 3rd Gen Xeon 2 RE

 

มอบประสิทธิภาพที่ยืดหยุ่นตั้งแต่บนคลาวด์, ระบบเครือข่าย, ไปจนถึง Edge อัจฉริยะ

แพลตฟอร์ม Intel Xeon Scalable เจนเนอเรชั่น 3 ล่าสุดของเรา ได้รับการปรับแต่งให้เหมาะสมสำหรับกลุ่มตลาดที่หลากหลาย ตั้งแต่ระบบคลาวด์ ไปจนถึง Edge อัจฉริยะ

  • สำหรับคลาวด์ : โปรเซสเซอร์ Intel Xeon Scalable เจนเนอเรชั่น 3 ได้รับการออกแบบและปรับแต่งให้เหมาะสมต่อความต้องการขั้นสูงของเวิร์กโหลดบนคลาวด์ และรองรับสภาพแวดล้อมการให้บริการที่หลากหลาย ผู้ให้บริการระบบคลาวด์ทั่วโลกกว่า 800 ราย ใช้งานโปรเซสเซอร์ Intel Xeon Scalable และผู้ให้บริการระบบคลาวด์รายใหญ่ที่สุดทุกรายวางแผนที่จะนำเสนอบริการบนคลาวด์ที่ขับเคลื่อนโดยโปรเซสเซอร์ Intel Xeon Scalable เจนเนอเรชั่น 3 ในปี พ.ศ. 2564 นี้
  • สำหรับเครือข่าย: โปรเซสเซอร์ SKU “N” ที่ปรับแต่งมาสำหรับระบบเครือข่าย ออกแบบมาเพื่อรองรับสภาพแวดล้อมเครือข่ายอันหลากหลาย และปรับแต่งให้เหมาะสมกับเวิร์กโหลกที่หลากหลายและระดับประสิทธิภาพที่แตกต่างกัน โปรเซสเซอร์ Intel Xeon Scalable เจนเนอเรชั่น 3 มอบประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 62% โดยเฉลี่ย บนระบบเครือข่ายที่เปิดใช้งานในวงกว้างและเวิร์กโหลดของเครือข่าย 5G เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า[iv] ด้วยการทำงานร่วมกับระบบที่หลากหลายของสมาชิก Intel® Network Builders กว่า 400 ราย อินเทลได้ส่งมอบแบบแผนโซลูชันที่ใช้ SKU “N” ของโปรเซสเซอร์ Intel Xeon Scalable เจนเนอเรชั่น 3 ซึ่งทำให้การรับรองคุณสมบัติทำได้อย่างรวดเร็ว และลดระยะเวลาในการปรับใช้งานของ vRAN, NFVI, Virtual CDN และอื่นๆ อีกมาก
  • สำหรับ Edge อัจฉริยะ: โปรเซสเซอร์ Intel Xeon Scalable เจนเนอเรชั่น 3 มอบประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และการควบคุมการปฏิบัติงานที่จำเป็นสำหรับ AI ที่ทรงพลัง, การวิเคราะห์ภาพหรือวิดีโอที่ซับซ้อน, และปริมาณเวิร์กโหลดที่รวมเข้าด้วยกันที่ Edge อัจฉริยะ โดยแพลตฟอร์มนี้สามารถมอบประสิทธิภาพการอนุมานของ AI ที่เพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 1.56 เท่า สำหรับการจำแนกภาพเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนๆ หน้า[v]

###

from:https://notebookspec.com/web/587906-intel-xeon-scalable-ice-lake

RTB ส่ง SteelSeries แบรนด์เกมมิ่งเกมระดับโลกทำตลาด

หลังประสบความสำเร็จในการเป็นตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์สำหรับการเล่นเกมชั้นนำระดับโลก SteelSeries มาเกือบ 2 ปี จนยอดขายเติบโตก้าวกระโดด ล่าสุด บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด เดินหน้าขยายตลาดเกมมิ่งปี 2564 อย่างต่อเนื่องและสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์มากขึ้น ล่าสุดส่งผลิตภัณฑ์เกมมิ่งรุ่นใหม่รุกตลาดเอาใจเกมเมอร์เต็มสูบ ประกอบด้วย เมาส์เกมส์มิ่ง  2 รุ่นใหม่คือ Aerox 3 และ  รุ่น Aerox 3 Wireless พร้อมฉลองก้าวสู่ปีที่ 20 ของ SteelSeries อย่างยิ่งใหญ่ จัดแคมเปญ  “แคมเปญช้อปหนัก จัดเต็มของแถม” มอบสินค้าพรีเมี่ยมมากมายกับลูกค้าตลอดทั้งปี และกิจกรรมการตลาด หวังดันยอดขายเกมส์มิ่งของอาร์ทีบีฯ เติบโตขึ้น 15 – 20 % มั่นใจตลาดเกมในไทยยังขยายตัวต่อเนื่อง

Pic RTB SteelSeries 20th 01

ดร.บรรพต วัฒนสมบัติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้า Gadget รายใหญ่ในประเทศไทย เปิดเผยแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2564 ว่า ปีนี้อาร์ทีบีฯ มีแผนจะขยายตลาดเกมมิ่งมากขึ้น หลังจากประสบความสำเร็จในการเป็นตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์เกมมิ่งเกียร์ ภายใต้แบรนด์ SteelSeries ในประเทศไทยตั้งแต่กลางปี 2562 สะท้อนได้จากผลตอบรับที่ดีจากเหล่าเกมเมอร์ และยอดขายที่เติบโตต่อเนื่อง โดยในปี 2563 สัดส่วนรายได้กลุ่มสินค้าเกมมิ่งอยู่ที่ 10% เติบโตจากปี 2562 ที่มีสัดส่วนรายได้เพียง 2% ขณะเดียวกัน ธุรกิจเกมยังเป็นตลาดที่เติบโตต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Depa) หรือดีป้า คาดว่าปี 2563 ตลาดเกม และ E-Sport ในประเทศไทยมีมูลค่า 27,000 ล้านบาท เติบโตจากปี 2562 ที่ผ่านมา ที่มีมูลค่าอยู่ที่ 24,000 ล้านบาท

สำหรับ SteelSeries เป็นแบรนด์อุปกรณ์ต่อพ่วงสำหรับการเล่นเกม และ E-Sport ชั้นนำจากประเทศเดนมาร์ก ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2544 โดย Jacob Wolff-Petersen ซึ่งตอนนั้นยังเป็นเพียงผู้เล่น Counter-Strike โดยใช้แผ่นรองเม้าส์แม่เหล็กในการเล่น ทำให้ไม่สามารถเล็งได้แม่นยำ จึงเริ่มต้นพัฒนาแผ่นรองเมาส์ที่ทำจากกระจกสำหรับเล่นเกม FPS ในชื่อ Icemat ขึ้น ซึ่งให้ความแม่นยำและช่วยกันฝุ่นละอองได้เป็นอย่างดี จากนั้นในปี 2550 ได้เริ่มพัฒนาคีย์บอร์ด Machanical ตัวแรกของโลก ต่อด้วยชุดหูฟังสำหรับการเล่นเกมแบบครอบหูแบบพับเก็บได้ และเมาส์ MMO ตัวแรกสำหรับเกม World of Warcraft ก่อนจะพัฒนาอุปกรณ์เกมมิ่งอีกหลายชนิดอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น ลำโพงเกมมิ่ง แผ่นรองเมาส์ และจอยเกม

ดร.บรรพต กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้อุปกรณ์ของ SteelSeries เป็นที่ยอมรับจนครองใจนักเล่นเกมทั้งในไทยและทั่วโลก มาจากการสั่งสมประสบการณ์และทักษะในตลาดเกมมิ่งตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เพื่อนำมาสร้างสรรค์นวัตกรรมการเล่นเกมที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร โดยเน้นความเรียบง่ายแต่ทันสมัย ทั้งยังทนทาน และครอบคลุมทุกฟังก์ชั่นการใช้งานตอบโจทย์ทุกความต้องการของเกมเมอร์และนักกีฬามืออาชีพ ซึ่งนอกจากจะต้องอาศัยทักษะของทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญแล้ว ยังจำเป็นต้องมีทีมนักเล่นเกมระดับมืออาชีพจากทั่วทุกมุมโลก มาร่วมคิด ออกแบบ ไปจนถึงทดสอบความถูกต้องและแม่นยำ นอกจากนี้ ยังมีช่องทางการจัดจำหน่ายที่ครอบคลุม รวมถึงการจัดการแข่งขัน E-Sport ไปทั่วโลก ด้วยการสนับสนุนทีมแข่งขันเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดการสร้างอาชีพเข้าสู่วงการเกมมากขึ้น  ดร.บรรพต กล่าวทิ้งท้าย

Pic RTB SteelSeries 20th 02

ด้านคุณวิมลมาลย์  วัฒนสมบัติ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า จากการตอบรับของคอเกมเป็นอย่างดีจนทำให้แบรนด์ SteelSeries เป็นหนึ่งในใจของเหล่าเกมเมอร์ ปีนี้อาร์ทีบีฯ จึงมีแผนเปิดตัวอุปกรณ์เกมมิ่งรุ่นใหม่จาก SteelSeries ออกมาตอบสนองเหล่าเกมเมอร์อย่างต่อเนื่อง เพื่อจะขยายฐานเกมเมอร์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น โดยนับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่ปี 2564 เรามีการเปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่เข้ามาสู่ตลาดเกมประกอบด้วย หูฟังเกมส์มิ่ง Arctis7P,หูฟังเกมส์มิ่ง รุ่น TUSQ และล่าสุดกับเมาส์เกมส์มิ่ง  2 รุ่นใหม่คือ Aerox 3 และ  รุ่น Aerox 3 Wireless ที่จะออกมาจำหน่ายในช่วงงาน COMMART CRAZY OFFER 25-28 มีนาคม นี้  จะเห็นได้ว่าในปีนี้ สินค้าของ Steelseries ตอบสนองเหล่าเกมเมอร์ได้ทุกกลุ่ม ตั้งแต่กลุ่มเกมคอนโซล , โมบายเกมมิ่ง  และเกมมิ่งเกียร์

“ปี 2564 การแข่งขันของธุรกิจเกมและอุปกรณ์สำหรับเกมมิ่งจะรุนแรงมากขึ้น จากการเข้ามาทำตลาดของแบรนด์ใหม่ๆ แต่มองว่าตลาดยังเติบโตได้อีกมาก เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป หันมาทำงานและทำกิจกรรมอยู่กับบ้านมากขึ้น ซึ่งเกมเป็นหนึ่งในกิจกรรมทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะช่วยผ่อนคลาย และสร้างความสนุกสนานกับผู้เล่น ทั้งยังได้รับการสนับสนุนด้าน E-Sport จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อเนื่อง ซึ่งจากการรุกตลาดอย่างหนัก ทั้งการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่และจัดแคมเปญต่อเนื่องตลอดทั้งปี มั่นใจว่าปีนี้ยอดขายจากกลุ่มเกมมิ่งของเราเติบโตขึ้น 15-20% จากปีที่แล้ว และทำให้แบรนด์ SteelSeries ขยายฐานสู่คนรักเกมรุ่นใหม่ๆ ได้เพิ่มมากขึ้น”

พร้อมกันนี้ ยังจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษ “ครบรอบ 20 ปีของ SteelSeries” ที่ดำเนินธุรกิจเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง โดยในครั้งนี้เซอร์ไพรส์แบบจัดหนักมอบของขวัญขอบคุณนักเล่นเกมชาวไทยที่ไว้วางใจในคุณภาพและให้การสนับสนุน SteelSeries มาตลอดในแคมเปญ “แจกหนัก จัดเต็ม” ด้วยการแจกสินค้าพรีเมี่ยมที่ระลึกครบรอบ 20 ปีมากมายตลอดปี เพียงซื้อผลิตภัณฑ์ SteelSeries ตามเงื่อนไข โดยแคมเปญ “ช้อปหนัก จัดเต็มของแถม” จะเริ่มตั้งแต่เดือนนี้จนไปถึงสิ้นปี

นอกจากนี้ ยังเปิดตัวโฆษณา 6 เรื่อง ที่สะท้อนถึงประสบการณ์ความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับเกมเมอร์อย่างไม่หยุดนิ่ง 20 ปีของ Steelseries  โดยสามารถติดตามโฆษณาและกิจกรรมแจกของที่ระลึกได้ที่ https://www.facebook.com/SteelSeriesThai

from:https://notebookspec.com/web/587596-rtb-steelseries-aerox-3-wireless

BenQ เปิดตัวสินค้าใหม่ Screen Bar โคมไฟติดหน้าจอคอมพิวเตอร์ และจอมอนิเตอร์กลุ่ม GW-T Series ตอบโจทย์วิถีชีวิตทุกช่วงวัย

จากกระแสนิวนอร์มอลที่ทำให้ทุกคนต้องปรับวิถีการดำรงชีวิตแบบใหม่ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหรือเรียนออนไลน์ที่บ้าน ซึ่งบางคนกลับต้องใช้เวลาอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นานมากกว่าปกติ เบ็นคิว ประเทศไทย ผู้ให้บริการนวัตกรรมดิจิทัลไลฟ์สไตล์ ประกาศเปิดตัว Screen Bar โคมไฟ LED สำหรับติดหน้าจอคอมพิวเตอร์แบบแขวนที่มาพร้อมเซ็นเซอร์ปรับแสงอัจฉริยะ และจอมอนิเตอร์กลุ่ม GW-T Series ที่ออกแบบมาให้สามารถปรับระดับขาตั้งได้ตามต้องการ พร้อมเทคโนโลยีถนอมสายตาที่ช่วงปกป้องดวงตาของผู้ใช้งานเมื่อจำเป็นต้องทำงานหน้าจอเป็นเวลานาน

5.adjustable color temperature screebar

BenQ Screen Bar โคมไฟอัจฉริยะระบบแสง LED ช่วยปกป้องดวงตา

Screen Bar โคมไฟ LED สำหรับติดหน้าจอคอมพิวเตอร์ ที่มาพร้อมเซ็นเซอร์ปรับแสงอัตโนมัติ ให้ความสว่าง 500 Lux ด้วยการออกแบบ Asymmetrical Optical Design กันแสงสะท้อนบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ให้แสงส่องสว่างเฉพาะบริเวณพื้นที่ใช้งาน ทำให้มองเห็นทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้าจอได้อย่างชัดเจน ปรับอุณหภูมิสีได้ถึง 8 ระดับ ให้ทั้งแสงสีเหลือง-สีขาวที่อบอุ่นนวลตา ปราศจากอันตรายจากแสงสีฟ้า ผ่านการทดสอบและการรับรองมาตรฐานระดับสากล ช่วยถนอมสายตาของผู้ใช้งานและเพิ่มประสิทธิภาพในขณะใช้จอคอมฯ เป็นเวลานาน

3.screenbar topleft45 button

นอกจากนี้ Screen Bar ของ BenQ ยังมีขนาด 45 ซม. x 9 ซม. x 9.2 ซม. น้ำหนัก 0.53 kg สามารถเชื่อมต่อด้วยสาย USB ดีไซน์เพื่อรองรับการใช้งานที่ลงตัวประหยัดพื้นที่บนโต๊ะทำงาน สะดวกมากยิ่งขึ้นกับแผงควบคุมแบบสัมผัสช่วยให้เปิดปิดไฟและปรับความสว่างหรืออุณหภูมิสีได้ตามต้องการ ยึดติดกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้ง่าย ไม่จำเป็นต้องใช้เทปหรืออุปกรณ์อื่นที่จะทำให้จอมอนิเตอร์เสียหายหรือเป็นริ้วรอย

1.BenQ Screen Bar

BenQ Screen Bar มีวางจำหน่ายแล้วทั่วประเทศในราคา 3,490 บาท และ BenQ Screen Bar Plus ที่มาพร้อมกับปุ่มควบคุม Desktop Dial เปิดตัวในราคา 4,490 บาท หรือสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ https://benqurl.biz/3vXqer4

BenQ GW-T Series จอมอนิเตอร์รุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพของผู้ใช้งาน

GW-T Series สินค้ากลุ่มจอมอนิเตอร์ที่ช่วยถนอมสายตา ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้งานเลือกปรับระดับความสูง องศาการเอียง การหมุนหน้าจอได้ตามต้องการ โดยทาง BenQ ได้คำนึงถึงหลักสรีรศาสตร์ของผู้ใช้งานที่แตกต่างกัน พร้อมด้วยฟีเจอร์จากเทคโนโลยี Brightness Intelligence ที่เป็นเอกสิทธิ์ของ BenQ สามารถปรับแสงหน้าจออัตโนมัติให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมโดยรอบของผู้ใช้งาน เพื่อป้องกันไม่ให้สว่างจ้าจนเกิน ช่วยถนอมดวงตาที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้งานบนหน้าจอเป็นเวลานาน และเพิ่มสมาธิขณะเรียนหรือทำงานที่บ้านได้อีกด้วย

GW-T Series เปิดตัวพร้อมกันถึง 2 รุ่น ให้ได้เลือกใช้ ได้แก่ รุ่น GW2480T จอมอนิเตอร์ขนาด 24” เปิดตัวในราคา 4,990 บาท และ รุ่น GW2780T จอมอนิเตอร์ ขนาด 27” ราคา 6,790 บาท ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://benqurl.biz/3sur10H

สำหรับผู้ที่สนใจสั่งซื้อหรือทดลองใช้ Screen Bar โคมไฟติดหน้าจอคอมพิวเตอร์ และ GW-T Series จอมอนิเตอร์รุ่นใหม่ สามารถสอบถามได้ที่ 02-117-1420 และดูข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.benq.com

from:https://notebookspec.com/web/587590-benq-screen-bar

ลิงค์ซิส (Linksys) จับมือ Banana และ Studio 7 เอาใจสาวกชาบูน้องกวิ้น Penguin Eat Shabu จัดโปรโมชั่นรับซัมเมอร์ “เน็ตฟิน! กินฟรี!”

ลิงค์ซิส (Linksys) แบรนด์ชั้นนำเรื่องอุปกรณ์เน็ตเวิร์คภายในบ้าน (Connected Home) ของเบลคิน อินเตอร์เนชันแนล (Belkin International) และบริษัท ฟอกส์คอน อินเตอร์คอนเน็ค เทคโนโลยี (Foxconn Interconnect Technology: FIT) ที่ได้ควบรวมกิจการเข้าด้วยกัน ล่าสุดได้ร่วมกับร้านค้าไอทีชั้นนำอย่าง Banana และ Studio 7 จัดแคมเปญโปรโมชั่นสุดฮอตรับซัมเมอร์ “เน็ตฟิน! กินฟรี!”

LS BANANA SHABU 01

เอาใจสาวกสายบุฟเฟ่ต์ชาบูพรีเมี่ยมน้องกวิ้น  ง่ายๆ เพียงซื้อ Linksys Mesh WiFi 6 Router รุ่นที่กำหนด ก็รับความพิเศษ 2 ต่อแบบไม่ต้องลุ้น ต่อแรก รับส่วนลดในการซื้อทันทีสูงสุด 15% ต่อที่สอง รับฟรี!! บัตรทานบุฟเฟ่ต์ชาบูพรีเมี่ยมน้องกวิ้นชื่อดังที่ร้าน Penguin Eat Shabu มูลค่าสูงสุด 2,229 บาท ตอบโจทย์ลูกค้าที่กำลังมองหาเราเตอร์คุณภาพระดับสากลที่จะช่วยขยายสัญญาณอินเทอร์เน็ตให้แรงเต็มสปีดทั่วบ้าน รองรับการใช้งานช่วงวันหยุดยาว จะสตรีมเกมส์ ฟังเพลง โหลดหนังดูก็ราบรื่นไม่สะดุด สามารถใช้โปรโมชั่นนี้ได้ที่ร้าน Banana และ Studio 7 ทุกสาขา (สงวนสิทธิ์ให้เฉพาะการซื้อที่หน้าร้านเท่านั้น ไม่ร่วมรายการสำหรับการสั่งสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์) ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 เมษายนนี้เท่านั้น

รายละเอียดสินค้าในโปรโมชั่นนี้:

  • Linksys Velop MX5300 ราคาพิเศษ 10,990 บาท จากราคาปกติ 12,990 บาท รับฟรี!! บัตรทานบุฟเฟ่ต์ชาบูพรีเมี่ยมน้องกวิ้น 1 ใบ มูลค่า 743 บาท
  • Linksys Velop MX8400 ราคาพิเศษ 12,490 บาท จากราคาปกติ 13,990 บาท รับฟรี!! บัตรทานบุฟเฟ่ต์ชาบูพรีเมี่ยมน้องกวิ้น 2 ใบ มูลค่า 1,486 บาท
  • Linksys Velop MX12600 ราคาพิเศษ 16,990 บาท จากราคาปกติ 18,990 บาท รับฟรี!! บัตรทานบุฟเฟ่ต์ชาบูพรีเมี่ยมน้องกวิ้น 3 ใบ มูลค่า 2,229 บาท

ดูรายละเอียดโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Linksys Thailand

————————————————

from:https://notebookspec.com/web/586795-linksys-penguin-eat-shabu

Logitech G จับมือร่วมกับ RIOT Games เปิดตัวเกมมิ่งเกียร์ คอลเลคชั่นพิเศษ K/DA เพื่อคอเกม LEAGUE of LEGENDS

โลจิเทค จี (Logitech G) แบรนด์อุปกรณ์เกมมิ่ง ภายใต้แบรนด์โลจิเทค (Logitech) เปิดตัวอุปกรณ์เกมมิ่งสุดเอ็กคลูซีฟ พัฒนาขึ้น เพื่อคอเกม League of Legends โดยเฉพาะกับคอลเลคชั่น K/DA ประกอบด้วย 6 ไอเทม ที่คอเกมต้องการ โดยจับมือร่วมกับ ไรออท เกมส์ (Riot Games) ผู้ผลิตและพัฒนาเกม League of Legends (LOL) สุดยอดเกมฮิตที่มีผู้เล่นบนคอมพิวเตอร์มากที่สุดในโลก เพื่อพัฒนา สร้างสรรค์เทคโนโลยีและออกแบบเกมมิ่งเกียร์คอลเลคชั่นนี้ให้เป็นประสบการณ์การเล่นเกมที่ดีที่สุดสำหรับคอเกม League of Legends (LOL) โดยสินค้า K/DA Collection ประกอบด้วย

Logitech G

            หูฟังเกมมิ่ง G733 K/DA LIGHTSPEED เป็นชุดหูฟังไร้สายที่มีน้ำหนักเบาใส่สบายเพียง 278 กรัม พร้อมแถบคาดศรีษะกันสะเทือนที่ปรับขนาด และหมุนกลับได้ ในส่วนเอียร์แพด (Ear pads) ทำจากเมมโมรี่โฟม 2 ชั้นที่มีความนุ่ม และทำให้รู้สึกสบายศรีษะเมื่อใส่ใช้งาน ถือเป็นหนึ่งในชุดหูฟังที่เบาที่สุด และใส่สบายที่สุดเท่าที่โลจิเทค จี เคยออกแบบมา G733 K/DA วางจำหน่ายแล้วในราคา 4,790 บาท

Pic หูฟังเกมมิ่ง KDA G733

          หูฟังเกมมิ่งอินเอียร์ G333 K/DA เป็นชุดหูฟังเกมมิ่งในรูปแบบอินเอียร์ (In-ear) รุ่นแรกของโลจิเทค จี มาพร้อมไดรเวอร์เสียงคู่ภายในหูฟังแต่ละข้าง ตัวหนึ่งสำหรับเสียงสูง/กลาง และอีกตัวสำหรับเบส ทำให้ G333 เป็นหูฟังที่มอบพลังเสียงที่เต็มเปี่ยมด้วยรายละเอียด เพื่อสร้างประสบการณ์การเล่นเกมสุดมันส์ G333 K/DA มีวางจำหน่ายแล้วในราคา 1,690 บาท

          เมาส์เกมมิ่งไร้สาย G304 K/DA ปลดล็อคความสามารถการเล่นให้เกินขีดสุด ด้วย G304 เป็น LIGHTSPEED เมาส์เกมมิ่งไร้สายที่มีขนาดกระทัดรัด น้ำหนักเบาเพียง 99 กรัม เพื่อให้การเคลื่อนไหวทำได้คล่องแคล่ว รวดเร็ว และเต็มเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพขั้นสุดสำหรับเมาส์เกมมิ่ง  G304 มาพร้อมเทคโนโลยี HERO เซ็นเซอร์ และ LIGHTSPEED เทคโนโลยีไร้สายระดับมือโปร ที่เหล่าเกมเมอร์ชื่นชอบ G304 K/DA หาซื้อได้แล้ววันนี้ในราคา 1,590 บาท

Pic เมาส์เกมมิ่งไร้สาย KDA G304

            เมาส์เกมมิ่ง G502 HERO K/DA ที่แฟนๆ โลจิเทค จี ชื่นชอบที่สุด ถูกดีไซน์ใหม่ในเวอร์ชั่นสุดเท่ห์ ที่ยังคงคุณสมบัติเด่นในเรื่องความแม่นยำของเซ็นเซอร์ HERO 25K ที่ช่วยให้การติดตามทำได้อย่างแม่นยำ และขึ้นเป็นผู้นำ ในเกมทุกแมทซ์การแข่งขันได้ไม่ยาก G502 HERO K/DA วางจำหน่ายแล้วในราคา 2,990 บาท

            แผ่นรองเมาส์ G840 K/DA ออกแบบมาให้มีพื้นที่ขนาดใหญ่พิเศษ เพื่อให้เกมเมอร์มีพื้นที่มากขึ้นในการเล่นเกม ได้อย่างอิสระ ด้วยการดีไซน์ผืนผ้าขนาดใหญ่พิมพ์ลายสาวๆ K/DA วัสดุทำจากยางทำให้เกิดความไว ลื่นไหลเวลากวาดมือ เลื่อนเมาส์ ขณะเดียวกันพื้นผิวของแผ่นรองเมาส์ G840 ก็ยังได้รับการปรับแต่งเพื่อประสิทธิภาพความแม่นยำและความสม่ำ เสมอสูงสุดสำหรับเมาส์เล่นเกม ในการถ่ายทอดภาพจากเซ็นเซอร์ได้อย่างยอดเยี่ยม แปลงการเคลื่อนที่ของเมาส์ เป็นการเคลื่อนที่ของเคอร์เซอร์แม้ใช้ความเร็วสูง  G840 K/DA Mousepad วางจำหน่ายแล้วในราคา 1,590 บาท

Pic Logitech KDA Collection 03

            คีย์บอร์ดแมคคานิคอล (Mechanical) G PRO K/DA เป็นคีย์บอร์ดเกมทัวร์นาเมนต์ประสิทธิภาพสูง สำหรับมืออาชีพ ด้วยสวิตซ์ GX Brown Tactile ไม่ว่าคุณจะเล่นแชมเปี้ยน K/DA ตัวไหน อย่าง Ahri หรือ Seraphine ก็ให้จังหวะกดได้ดั่งใจ ตั้งแต่เริ่มตีป้อมจนไปถึงฐาน Nexus G PRO K/DA หาซื้อได้แล้ววันนี้ในราคา 4,290 บาท

from:https://notebookspec.com/web/586785-logitech-g-k-da-lol

เลอโนโวเปิดตัว ThinkVision T27hv-20 มอนิเตอร์ที่ออกแบบมาเพื่อเสริมประสิทธิภาพ

เลอโนโว เสริมทัพผลิตภัณฑ์ตระกูล Think สำหรับคนทำงาน ธุรกิจ รวมถึงองค์กร ด้วยการประกาศวางจำหน่ายมอนิเตอร์ ThinkVision T27hv-20 USB-C® Hub ใหม่ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ตัวจอมาพร้อมนวัตกรรม Lenovo Display Control Center – ThinkColor แพลตฟอร์มซอฟต์แวร์เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานมอนิเตอร์ของเลอโนโวของผู้ใช้ให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ถึงแม้การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะส่งผลให้ผู้คนมากมายต้องเผชิญกับความท้าทายด้านการทำงานที่ไม่เคยเจอมาก่อน เช่น การต้องใช้เทคโนโลยีมากขึ้นเพื่อทำงานร่วมกัน (collaborate) กับสมาชิกในทีม แต่ธุรกิจต่าง ๆ ยังสามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการปรับตัวในครั้งนี้ได้ โดยการทำให้พนักงานเข้าถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัย และเหมาะสมกับงานได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะนั่งทำงานในออฟฟิศหรือที่บ้าน มอนิเตอร์ ThinkVision T27hv-20 ช่วยให้การทำงานร่วมกันจากระยะไกลเป็นเรื่องง่ายสำหรับพนักงานในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ ด้วยหลากหลายฟีเจอร์ที่อัจฉริยะที่ควบคุมง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส

 ThinkVision

เลอโนโวช่วยให้สังคมทั่วโลกเข้าถึงโอกาสที่ดีกว่า และเชื่อมต่อกันได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีอันชาญฉลาดอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยึดมั่นในหลักการดำเนินธุรกิจ รวมถึงวิสัยทัศน์กว้างไกล

ตอบโจทย์ความต้องการของมืออาชีพ

ThinkVision T27hv-20 เป็นมอนิเตอร์ขนาด 27 นิ้วที่ผ่านการออกแบบมาเพื่อชูการเชื่อมต่อแบบใช้ USB-C เพียงสายเดียว ให้พื้นที่ทำงานดูมีระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น พร้อมมอบประสิทธิภาพขั้นสูงของการประชุมทั้งผ่านภาพและเสียง ตัวจอยึดติดกับขาตั้งที่ช่วยให้ผู้ใช้เอียง หัน ยก หรือปรับองศาได้ตามหลักการยศาสตร์ (ergonomics) มีกล้องความละเอียด 1080p IRRGB ที่ปรับองศาได้ จุดเด่นอยู่ตรงที่ชัตเตอร์สำหรับปิดกันแฮกเกอร์มองเห็น และไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนสองตัวที่ฝังอยู่ภายใน ให้อีกฝ่ายได้ยินคำพูดดังชัดเจน ไร้เสียงรอบข้างรบกวน

นอกจากนี้มอนิเตอร์ยังมาพร้อมพอร์ตเสียง และที่เกี่ยวหูฟัง เสริมให้พื้นที่ทำงานดูสะอาดตาขึ้น หายห่วงเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลได้ด้วย Smart Guard ซึ่งขับเคลื่อนโดยซอฟต์แวร์ Glance by Mirametrix® ที่จะเบลอหน้าจอโดยอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้มองไปทางอื่น ลุกออกจากหน้าจอ หรือตรวจพบว่ามีคนแอบมองจากด้านหลัง ด้านการประหยัดพลังงานก็ไม่เป็นรองใคร ด้วย Smart Energy ที่จะปิดหน้าจอลงโดยอัตโนมัติ เมื่อตรวจพบว่าผู้ใช้เดินออกจากโต๊ะ

Thinkvision T27hv Closeup Adjustable Camera

ตัวอย่างฟีเจอร์เพื่อคนทำงานยุคใหม่ของ ThinkVision T27hv-20:

  • จอแสดงผลขนาด 27 นิ้ว ความละเอียด 2560 x 1440 แบบเกือบไร้ขอบ 3 ด้าน
  • กล้องความละเอียด 1080p IRRGB พร้อมไมโครโฟน และลำโพงคุณภาพสูง
  • USB-C Hub เชื่อมต่อแบบใช้ USB-C เพียงสายเดียว ได้ทั้งข้อมูล วิดีโอ และอีเธอร์เน็ต พร้อม ๆ กับจ่ายไฟให้อุปกรณ์อื่นได้สูงสุดถึง 90W อีกทั้งยังมีพอร์ต USB 3.2 Gen 1 จำนวน 4 พอร์ต สำหรับการเชื่อมต่อโดยตรงกับอุปกรณ์ภายนอกที่รองรับ
  • Smart Traffic Light แสงไฟสีแดงบนกล้อง แจ้งเพื่อนร่วมงาน หรือสมาชิกในครอบครัวให้ทราบว่าผู้ใช้กำลังคุยประชุมทางโทรศัพท์อยู่
  • ผ่านการรับรองจากทาง TÜV Rheinland Eye Comfort และ Eyesafe® ลดความล้าของตาที่เกิดจากแสงสีฟ้า โดยไม่ทำให้สีเพี้ยน ด้วยเทคโนโลยี Natural Low Blue Light
  • Lenovo Display Control Center – ThinkColor ให้ผู้ใช้ปลายทางตั้งค่าการแสดงผลของหน้าจอได้ง่ายขึ้น และทำงานมัลติทาสกิ้งได้อย่างลื่นไหล รวมถึงให้ฝ่ายไอทีเข้าควบคุมจัดการจากระยะไกลได้สะดวกรวดเร็ว

ราคาและการจัดจำหน่าย

  • ThinkVision T27hv-20 มีวางจำหน่ายแล้วในประเทศไทย ราคา 14,590 บาท

from:https://notebookspec.com/web/586433-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-thinkvision-t27hv-20-%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b9%80

มาแล้ว!! Canon PowerShot ZOOM กล้องดิจิทัลส่องทางไกล ราคาเพียง 9,990 บาท กดสั่งซื้อได้แล้วที่เวป Canon E-Store

Canon PowerShot ZOOM กล้องดิจิทัลส่องทางไกลแนวคิดใหม่สุดคูลจากแคนนอน พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ ในราคาเพียง 9,990 บาท สามารถหาซื้อได้ตั้งแต่ 1 เมษายน 2564 นี้เป็นต้นไป และจัดจำหน่ายที่แรกที่ร้านค้าออนไลน์อย่างเป็นทางการของแคนนอน https://goto.canon.co.th/estore/

Canon PowerShot ZOOM 1 1 scaled

Canon PowerShot ZOOM กล้องดิจิทัลส่องทางไกลในรูปลักษณ์ทันสมัย หนึ่งในกล้องแนวคิดใหม่จากแคนนอน มาพร้อมบอดี้ที่เล็กกะทัดรัดเท่าฝ่ามือ น้ำหนักเบาพกพาสะดวก และฟีเจอร์สที่ถ่ายภาพและบันทึกวิดีโอระดับ Full HD ได้ง่าย ๆ ในปุ่มเดียว ไม่พลาดทุกเหตุการณ์ด้วยระบบออโต้โฟกัสและระบบป้องกันภาพสั่นไหว ด้วยพลังการซูมถึง 3 ระดับ รวมถึงช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์คุณภาพดีที่เห็นภาพได้ชัดเจนพร้อมรายละเอียดที่มากขึ้น พร้อมแชร์ความทรงจำผ่านอุปกรณ์สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตได้ในทุกที่ทุกเวลา ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะสายโซเชียล หรือสายกิจกรรมโดยเฉพาะ

Canon PowerShot ZOOM Vacation 1 1

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://th.canon และfacebook.com/canon.thailand หรือติดต่อ Call Center โทร 0-2344-9988

from:https://notebookspec.com/web/586113-canon-powershot-zoom-2

เลอโนโว เปิดตัว Lenovo Legion ไลน์อัพใหม่ล่าสุด จัดเต็มขุมพลังโปรเซสเซอร์ ฉลาดล้ำหน้าทุกเกมด้วย AI เทคโนโลยี ฟีเจอร์จัดเต็มเรื่องลดความร้อน เล่นแรงต่อเนื่อง เอาใจเกมเมอร์ยุค 2021

เพราะเกมเมอร์จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ขั้นสุดเพื่อคว้าชัยชนะให้ทุกเกมการแข่งขัน เลอโนโว บริษัทผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก เปิดตัวผลิตภัณฑ์ Lenovo Legion  2021 ใหม่ล่าสุดที่มาพร้อม AI ตัวช่วยอัจฉริยะเสริมประสิทธิภาพการเล่นเกมให้ลื่นไหลทุกที่ ทุกเวลา เต็มพลังกับประสิทธิภาพการประมวลผลที่ยกระดับขึ้นอีกขั้นภายใต้ดีไซน์การออกแบบสไตล์มินิมอลที่คงเอกลักษณ์เรียบเท่ห์สไตล์ Lenovo Legion

Lenovo Legion 2021

Lenovo Legion 2021 รุ่นใหม่ล่าสุดประกอบด้วยแล็ปท็อป Lenovo Legion 7, Legion 5 Pro ที่มาพร้อมหน้าจอขนาด 16 นิ้ว และ Lenovo Legion 5 ที่มาพร้อมตัวเลือกจอทั้งขนาด 15 และ 17 นิ้ว ผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 รุ่นเริ่มจำหน่ายแล้ววันนี้ พร้อมฟีเจอร์เด็ด ๆ แบบจัดเต็มสำหรับเกมเมอร์ทั่วประเทศ

จัดว่าเด็ด กับโปรเซสเซอร์ใหม่ล่าสุด AMD Ryzen™ 5000 H-series Mobile Processors

แล็ปท็อป Lenovo Legion ทั้ง 3 รุ่นมาพร้อมหน่วยประมวลผล AMD AMD Ryzen™ 5000 H-series รุ่นใหม่ล่าสุด เพิ่มพลังให้กับการประมวลผลอันรวดเร็ว และยังเสริมพลังให้แบตเตอรี่ใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนานยิ่งขึ้นเพื่อเกมเมอร์จะสามารถเล่นเกมโปรดได้แบบ non-stop

ใหม่ล่าสุด NVIDIA GeForce RTX™ 3000 Series GPUs

สัมผัสกับประสบการณ์ด้านภาพที่ดีขึ้นกว่าเดิมในทุกเกมและทุกงานสร้างสรรค์ ด้วยกราฟฟิกการ์ดสำหรับแล็ปท็อปเวอร์ชั่นล่าสุดอย่าง NVIDIA® GeForce RTX™ 3000 Series ที่ได้พัฒนา Ray Tracing Cores และ Tensor Cores รวมถึงการประมวลผลสำหรับการสตรีมมิ่งให้ดีขึ้นกว่าเดิม จึงทำให้ภาพที่ออกมาจากหน้าจอของ Lenovo Legion ประจำปี 2021 ทั้งสามรุ่น มีภาพที่คมชัดสมจริงยิ่งกว่าเดิม ทั้งยังมีความอัจฉริยะของเทคโนโลยี AI ที่เสมือนเป็นตัวช่วยเสริมด้านการแสดงผลของภาพ

ครั้งแรกของโลก กับหน้าจอขนาด 16 นิ้วแบบ QHD 16:10 บนเกมมิ่งแล็ปท็อปรุ่น Legion 7 และ Legion 5 Pro

แล็ปท็อป Lenovo Legion 7 และ Lenovo Legion 5 Pro มาพร้อมหน้าจอ QHD ขนาด 16 นิ้ว (ความละเอียด 2560 x 1600 พิกเซล) แบบ IPS ซึ่งให้การแสดงผลที่ดีขึ้นกว่าจอขนาด 15.6 นิ้วถึง 11%   สัดส่วนหน้าจอแบบ 16:10 ให้รีเฟรชเรทสูงถึง 165Hz และระยะเวลาการตอบสนองภายใน 3 ms พร้อมรองรับการเชื่อมต่อ NVIDIA® G-SYNC และ AMD FreeSync™ สมจริงยิ่งกว่าเดิมกับพิกเซลการแสดงผลภาพที่ละเอียดยิ่งกว่าเดิมบนหน้าจอขอบบางทั้ง 4 ด้าน ให้สีสันเที่ยงตรงตามแบบฉบับ 100% sRGB เครื่องยังมาพร้อมเทคโนโลยี Dolby® Vision และ VESA Display HDR 400

Lenovo Legion 2021 with AMD

AI ตัวช่วยอัจฉริยะของเกมเมอร์ กับ Lenovo Legion AI Engine

เสริมประสิทธิภาพการเล่นเกมด้วย AI อัจฉริยะที่มาพร้อมกับแล็ปท็อป Lenovo Legion รุ่นใหม่ล่าสุดให้ทุกเกมใช้พลังจากหน่วยประมวลผลได้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม

เกมในแต่ละเกมนั้นแน่นอนว่าต้องใช้การประมวลผลของ CPU และ GPU ที่แตกต่างกัน เทคโนโลยีอัจฉริยะอย่าง Lenovo Legion AI Engine ที่เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และระบบ AI จะเป็นตัวช่วยในการแจกแจงพลังงานความร้อนหรือ Thermal Design Power (TDP) แบบอัตโนมัติ และเลือกใช้ค่า CPU และ GPU ที่เหมาะสม ทำให้แล็ปท็อป Lenovo Legion ได้ค่าเฟรมเรตที่ดีที่สุด เกมเมอร์จึงเล่นเกมได้อย่างลื่นไหล ต่อเนื่อง

ไม่ว่าจะเป็นเกมระดับ triple-A ตัวไหนจากทั้ง 16 เกมฮิต ระบบ AI จากแล็ปท็อป Lenovo Legion ก็จะปรับการตั้งค่าการประมวลผลให้เหมาะสมที่สุด เกมเมอร์จึงไม่ต้องเสียเวลาในการตั้งค่า หรือจะเป็นในส่วนของเกมอื่น ๆ ก็ไม่ต้องกังวลเพราะ AI ในเครื่องยังสามารถเรียนรู้พฤติกรรมในการเล่น และสามารถปรับการตั้งค่าเพื่อให้คุณได้พลังการเล่นเกมที่ดีที่สุด

ระบบจัดการความร้อนอัพเกรดใหม่ล่าสุด กับเทคโนโลยี Coldfront 3.0

จะเล่นนานแค่ไหนก็ทำได้แบบไร้กังวลเรื่องความร้อนเกิน ด้วยเทคโนโลยี Coldfront 3.0 ที่ช่วยจัดการการระบายความร้อนผ่านพัดลมแบบ dual-fans และช่องระบายความร้อนแบบ Quad-channel 4 ช่องกับ Vapor chamber (สำหรับรุ่น Legion 7) และวัสดุที่สามารถจัดการการนำความร้อนคุณภาพสูง จึงทำให้การระบายความร้อนของเครื่องทำได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

เครื่องยังมีเซนเซอร์ตรวจจับความร้อนในหลายตำแหน่งเพื่อคอยเช็คความร้อนในทุก ๆ จุดไม่ให้สูงเกิน หรือหากเกมเมอร์ต้องการเปลี่ยนการควบคุมความร้อนของพัดลมระบายอากาศของเครื่องก็สามารถทำได้ง่าย ๆ ผ่านปุ่มคีย์ฟังก์ชั่น Function + Q เพื่อเลือกปรับระหว่างโหมดการทำงานสูงสุด (Maximum) โหมด AI และโหมดเงียบ (Silent)

เสียงดังชัดครบทุกมิติ เหมือนเข้าไปอยู่ในเกมจริง กับระบบเสียง Nahimic® Audio

คราวนี้เลอโนโวเลือกเพิ่มประสิทธิภาพให้ลำโพง Harman® ที่อยู่ในไลน์อัพแล็ปท็อป Lenovo Legion ใหม่ประจำปีนี้ด้วยระบบเสียง Nahimic® ซึ่งผ่านการออกแบบมาให้เหมาะกับสายเกม ให้เสียงดังชัด สมจริง รอบด้าน 360 องศา แถมยังมีฟีเจอร์ต่าง ๆ เสริมให้ประสบการณ์การฟังของผู้ใช้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น เช่น Night Mode ลดระดับเสียงได้อัจฉริยะ และ Sound Tracker แสดงให้ผู้ใช้เห็นแหล่งกำเนิด รวมถึงที่มาของเสียงในเกม ระบบสามารถลดเสียงรบกวนในพื้นหลังได้ เพื่อให้ทั้งผู้ใช้ และปลายสายคุยกันได้สะดวก แบบไร้เสียงรบกวน นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสตรีมเสียงจากเครื่องไปยังชุดหูฟังได้ถึงสองชุด โดยไม่ต้องใช้อะแดปเตอร์เสียงได้ ด้วยฟีเจอร์ Sound Sharing และเชื่อมต่อเครื่องกับลำโพงบลูทูธ สร้างเสียงเซอร์ราวได้ ด้วยฟีเจอร์ BT Link

Lenovo Legion 5 Pro

โจมตีคู่ต่อสู้ได้รวดเร็ว ไม่มีพลาด กับคีย์บอร์ด Legion TrueStrike

จากคีย์บอร์ด ThinkPad ในตำนาน เลอโนโวพัฒนาคีย์บอร์ด Legion TrueStrike มาให้รองรับการเคลื่อนไหวมืออันรวดเร็วของเกมเมอร์ได้อย่างลื่นไหล นวัตกรรมสวิตช์ซอฟต์แลนดิ้งจะทำให้ผู้ใช้สัมผัสได้ถึงการกดปุ่มลงที่ลึกขึ้น นุ่มนวลแต่หนักแน่น โจมตีคู่ต่อสู้ได้แม่นยำ และรวดเร็วกว่าที่เคย

ปรับแต่งการตั้งค่าเครื่องได้ง่ายสุด ๆ กับ Lenovo Vantage

Lenovo Vantage เป็นซอฟต์แวร์ออนบอร์ดอันทรงพลัง ที่ให้ผู้ใช้ปรับการตั้งค่าของเครื่องได้ตามความต้องการ ฟีเจอร์ Vantage Smart Performance Services self-diagnostic ใหม่ ช่วยลดเวลาที่ระบบเกิดขัดข้อง โดยจะสแกน ตรวจจับ และจำกัดสปายแวร์ มัลแวร์ รวมถึงแอดแวร์ แก้ไขปัญหาด้านเครือข่าย พร้อมปรับจูนการตั้งค่าเพื่อให้เครื่องมีประสิทธิภาพสูงสุดอยู่เสมอโดยอัตโนมัติ

เลอโนโวช่วยให้สังคมทั่วโลกเข้าถึงโอกาสที่ดีกว่า และเชื่อมต่อกันได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีอันชาญฉลาดอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยึดมั่นในหลักการดำเนินธุรกิจ รวมถึงวิสัยทัศน์กว้างไกล

Lenovo Legion 7 AMD 16 Zoll Storm Grey 06

Lenovo Legion 7 – อยากเล่นเกมได้อย่างเทพ ก็ต้องมีอุปกรณ์ประสิทธิภาพขั้นเทพ

เกมมิ่งแล็ปท็อปเรือธงใหม่ Legion 7 ผลิตขึ้นโดยใช้อะลูมิเนียมเกรดเทคโนโลยีการบินและอวกาศ พร้อมพาผู้ใช้ก้าวข้ามขีดจำกัดของประสิทธิภาพเดิม ๆ ด้วยตัวเลือกโปรเซสเซอร์โมบายล์สูงสุด AMD Ryzen 9 5980HX และตัวเลือกจีพียูสูงสุด NVIDIA GeForce RTX 3080

สนุกกับการเล่นเกมได้อย่างเต็มตา ด้วยหน้าจอขนาด 16 นิ้ว 165Hz IPS ที่มีอัตราส่วนภาพ 16:10 ความละเอียด 2560 x 1600 NVIDIA® G-SYNC™ 100% sRGB อัตราส่วนหน้าจอต่อเครื่อง 90% พื้นที่หน้าจอที่เพิ่มขึ้น 11% (เมื่อเทียบกับหน้าจอขนาด 15.6 นิ้วทั่วไป) และ Dolby Vision

โดดเด่นด้วยคีย์บอร์ดขนาดเต็ม ที่มาพร้อมแป้นตัวเลข แบล็คไลท์ Corsair® iCUE กว่า 16 ล้านเฉดสี ทัชแพดแก้วที่ใหญ่กว่าในแล็ปท็อป Legion รุ่นก่อน ๆ ถึง 23% และ Super Key ซึ่งสร้างขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถกดเปิดซอฟต์แวร์ Lenovo Vantage แล้วปรับเทียบค่าต่าง ๆ ของระบบตามความต้องการได้อย่างง่ายดาย

หายห่วงเรื่องความเป็นส่วนตัว ด้วยเว็บแคม 720p ที่มี E-shutter เพียงแค่กดสวิตช์ด้านข้างเครื่อง พลังงานไฟฟ้าไปเว็บแคมก็จะถูกตัดทันที ป้องกันแฮ็คเกอร์แอบมองโดยไม่รู้ตัว

ตัวเลือก Wi-Fi 6 Killer™ AX1650 ช่วยให้ผู้ใช้เชื่อมต่อแบบไร้สายได้รวดเร็วเพียงพริบตา รวมถึงเล่นเกมโปรดได้อย่างลื่นไหล นอกจากนี้เครื่องยังมีเทคโนโลยีจ่ายไฟ Type-C ให้เอาไว้ชาร์จอุปกรณ์อื่นที่รองรับด้วย

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL2hpLzAvdWQvMzA1LzE1MjU4OTMvYmF0Y2hfbGVnaW9uXzVwcm9fMi5qcGc 

Lenovo Legion 5 Pro – อัพเลเวลเหนือคู่ต่อสู้ ด้วยพลังการประมวลผลที่แรงกว่า

Legion 5 Pro มาพร้อมหน้าจอขนาด 16 นิ้ว 16:10 QHD (เช่นเดียวกับ Legion 7) ตัวเลือกโปรเซสเซอร์โมบายล์สูงสุด AMD Ryzen 7 5800H และตัวเลือกจีพียูสูงสุด NVIDIA GeForce RTX 3070

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์เด็ดอีกหลากหลาย เช่น:

–          หน้าจอขนาด 16 นิ้ว 165Hz IPS ที่มาพร้อมเวลาตอบสนองเร็วสุด 3ms อัตราส่วนภาพ 16:10 ความละเอียด 2560 x 1600 รองรับNVIDIA® G-SYNC™ และ AMD FreeSync™ 100% sRGB อัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่อง 90% และ Dolby Vision

–    Lenovo AI Engine เพื่อการกระจายพลังงานของซีพียู และจีพียูแบบไดนามิก เพิ่มเฟรมเรตให้สูงขึ้นสำหรับเกม Triple-A 16 เกม และเกมอื่น ๆ

–          ระบบระบายความร้อน Legion Coldfront 3.0 ที่มีเซ็นเซอร์ตรวจจับความร้อนหลายตัว ระบบพัดลมคู่แบบเทอร์โบชาร์จ และระบบระบายอากาศแบบสี่ช่อง ซึ่งมีใบพัดระบายความร้อนชั้นดีคอยนำอากาศปริมาณมากที่มีความร้อนอยู่ออกจากเครื่องอย่างรวดเร็ว

–          คีย์บอร์ด Legion TrueStrike ที่มาพร้อมสวิตช์ซอฟต์แลนดิ้ง และตัวเลือกไฟ RGB 4 โซน รวมถึงทัชแพดขนาดใหญ่ มีพื้นที่ขยับเคลื่อนนิ้วไปมามากขึ้น

  • ระบบเสียง Nahimic ให้เสียง 3 มิติสมจริง อีกทั้งยังแสดงที่มาของเสียงในเกม สตรีมเสียงไปชุดหูฟังคู่ และให้เสียงเซอร์ราวด์ผ่านการเชื่อมต่อเครื่องกับลำโพงบลูทูธได้อย่างมีคุณภาพ
  • เทคโนโลยีจ่ายไฟ Type-C สำหรับชาร์จอุปกรณ์อื่นที่รองรับ
  • E-shutter ให้ปิดเว็บแคม เพิ่มความเป็นส่วนตัว
  • ซอฟต์แวร์ Lenovo Vantage ที่มีปุ่มลัด Fn + Q เพื่อการจัดการการใช้พลังงานของเครื่องแบบทันทีเฉพาะ
  • Intel Wi-Fi 6

czhii78w

Lenovo Legion 5 – เคลื่อนตัวเร็วขึ้น ดาเมจแรงขึ้น ทำอะไร ๆ ได้มากขึ้น

Legion 5 โดดเด่นอย่างมีสมดุล ทั้งสไตล์ที่ทันสมัย และพลังที่เต็มขีดจำกัด หน้าจอมีให้เลือกสองขนาด 15 นิ้ว และ 17 นิ้ว มีวางจำหน่ายในสีน้ำเงิน Phantom Blue

เครื่องมาพร้อมตัวเลือกโปรเซสเซอร์โมบายล์สูงสุด AMD Ryzen 7 5800H ตัวเลือกจีพียูสูงสุด NVIDIA GeForce RTX 3070 และฟีเจอร์คูล ๆ อีกมากมาย เช่น:

  • หน้าจอขนาด 15 นิ้ว 165Hz IPS ความละเอียด 1080p อัตราส่วนภาพ 16:9 sRGB สูงได้ถึง 100% และรองรับ AMD FreeSync™ หรือหน้าจอขนาด 17 นิ้ว 144Hz IPS ความละเอียด 1080p อัตราส่วนภาพ 16:9 และ sRGB สูงได้ถึง 100%
  • Lenovo AI Engine เพื่อการกระจายพลังงานของซีพียู และจีพียูแบบไดนามิก เพิ่มเฟรมเรตให้สูงขึ้นสำหรับเกม Triple-A 16 เกม และเกมอื่น ๆ
  • ระบบระบายความร้อน Legion Coldfront 3.0 ที่มีเซ็นเซอร์ตรวจจับความร้อนหลายตัว ระบบพัดลมคู่แบบเทอร์โบชาร์จ และระบบระบายอากาศแบบสี่ช่อง ซึ่งมีใบพัดระบายความร้อนชั้นดีคอยนำอากาศปริมาณมากที่มีความร้อนอยู่ออกจากเครื่องอย่างรวดเร็ว

–          คีย์บอร์ด Legion TrueStrike ที่มาพร้อมสวิตช์ซอฟต์แลนดิ้ง และตัวเลือกไฟ RGB 4 โซน

  • ระบบเสียง Nahimic ให้เสียง 3 มิติสมจริง อีกทั้งยังแสดงที่มาของเสียงในเกม สตรีมเสียงไปชุดหูฟังคู่ และให้เสียงเซอร์ราวด์ผ่านการเชื่อมต่อเครื่องกับลำโพงบลูทูธได้อย่างมีคุณภาพ
  • เทคโนโลยีจ่ายไฟ Type-C สำหรับชาร์จอุปกรณ์อื่นที่รองรับ
  • E-shutter ให้ปิดเว็บแคม เพิ่มความเป็นส่วนตัว สำหรับรุ่นหน้าจอ 15 นิ้ว และชัตเตอร์ให้ผู้ใช้เลื่อนปิดเว็บแคมด้วยตัวเอง สำหรับรุ่นหน้าจอ 17 นิ้ว
  • ซอฟต์แวร์ Lenovo Vantage ที่มีปุ่มลัด Fn + Q เพื่อการจัดการการใช้พลังงานของเครื่องแบบทันทีเฉพาะ
  • Intel Wi-Fi 6

เสริมความมั่นใจให้กับเหล่าเกมเมอร์อีกขั้นด้วยแพคเกจประกัน Unbeatable Protection ใหม่ล่าสุดครั้งแรกของประเทศไทยกับ Gaming Laptop Premium Service Level ที่ให้การรับประกันยาวนานสูงสุดถึง 4 ปี การันตีคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ทุกชิ้นส่วนถูกผลิตขึ้นจากวัสดุที่ผ่านการเลือกสรรและทดสอบมาอย่างดีที่สุด เสริมมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์ใช้งานได้ยาวนานมากขึ้น

รายละเอียดการรับประกันมีดังนี้ ;

แพคเกจ Unbeatable Protection Pack ราคา 14,900 บาท

ประกันแบบ Premium Care ระยะเวลา 4 ปี

  • การสนับสนุนแบบ 24/7
  • พนักงาน Call Center เป็นผู้ชำนาญการด้านเทคนิคโดยเฉพาะ
  • รับประกันการซ่อมแบบ on-site next business day
  • เวลาทำการบริการ on-site ระหว่าง 9 AM- 9PM

การคุ้มครอง Lenovo Accidental Damage Protection (ADP) 2 ปี

  • การคุ้มครองด้านอุบัติเหตุแบบ Ultimate ADP
  • 100% ดูแลด้านชิ้นส่วนและบริการ

แพคเกจ Unbeatable Protection Pack  ราคา 9,900 บาท

ประกันแบบ Premium Care ระยะเวลา 3 ปี

  • การสนับสนุนแบบ 24/7
  • พนักงาน Call Center เป็นผู้ชำนาญการด้านเทคนิคโดยเฉพาะ
  • รับประกันการซ่อมแบบ on-site next business day
  • เวลาทำการบริการ on-site ระหว่าง 9 AM- 9PM

การคุ้มครอง Lenovo Accidental Damage Protection (ADP) 2 ปี

  • การคุ้มครองด้านอุบัติเหตุแบบ Ultimate ADP
  • 100% ดูแลด้านชิ้นส่วนและบริการ

ราคาและการวางจำหน่าย:

  • Lenovo Legion 7 วางจำหน่ายที่ราคา  89,990 บาท
    • หน้าจอ 16” QHD 165Hz 100%sRGB HDR400 500Nits
    • AMD Ryzen™ 9 5980HX Max 4.8Ghz 8 Cores/ 16 Threads
    • GeForce RTX™ 3080 16GB GDDR6  165W
    • 32 GB DDR4 3200Mhz /1TB + 1TB NVMe PCIe SSD
    • แพคเกจการรับประกัน Unbeatable Protection มูลค่า 14,900.- บาท
      • 4Y Premium Care
      • 2Y ADP 100% part and Service
    • รับฟรีกระป๋า Legion Recon Backpack มูลค่า 1,790.- บาท
  • Lenovo Legion 5 Pro วางจำหน่ายที่ราคา  49,990 บาท
    • หน้าจอ 16” QHD 165Hz 100%sRGB HDR400 500Nits
    • AMD Ryzen™ 7 5800H Max 4.4Ghz 8 Cores/ 16 Threads
    • GeForce RTX™ 3060 6GB GDDR6  130W
    • 32 GB DDR4 3200Mhz /512 NVMe PCIe SSD
    • แพคเกจการรับประกัน Unbeatable Protection Pack มูลค่า 14,900.- บาท
      • 4Y Premium Care
      • 2Y ADP 100% part and Service
    • รับฟรีกระป๋า Legion Recon Backpack มูลค่า 1,790.- บาท
    • รับฟรีฮาร์ดดิสก์ 500GB NVMe PCIe SSD
  • Lenovo Legion 5 วางจำหน่ายที่ราคา  39,990 บาท
    • หน้าจอ FHD 15.6” 165Hz 100%sRGB 300 Nits Dalby Vision Enable
    • AMD Ryzen™ 7 5800H Max 4.4Ghz 8 Cores/ 16 Threads
    • GeForce RTX™ 3060 6GB GDDR6  130W
    • 16 GB DDR4 3200Mhz /512 NVMe PCIe SSD
    • แพคเกจการรับประกัน Unbeatable Protection Pack 9,900.- บาท
      • 3Y Premium Care
      • 2Y ADP 100% part and Service
    • รับฟรีกระป๋า Free Gaming Backpack 1,290.- บาท

from:https://notebookspec.com/web/585816-lenovo-legion-2021