คลังเก็บป้ายกำกับ: PIXEL

สงสัยติดใจ… Clint Barton และนักแสดงหลักหลายคนในซีรีส์ Hawkeye ล้วนใช้มือถือ Pixel ของ Google

ภาพยนตร์ The Avengers: Endgame ที่ออกฉายในปี 2562 มี Pixel 3 ในสี Not Pink ออกมาให้เห็นกันชัด ๆ 2 ฉาก เครื่องหนึ่งเป็นของเด็กผู้หญิงที่มาขอถ่ายรูปกับ Hulk ในร้านอาหาร และอีกเครื่องหนึ่งเป็นของ Clint Barton ซึ่งทาง MARVEL เกิดติดใจมือถือจาก Google หรืออย่างไรไม่ทราบ ล่าสุดมีทั้ง Pixel 3 และ Pixel 4 โผล่ตามมาอีกเพียบในซีรีส์ Hawkeye ที่พึ่งฉายทาง Disney+ และ Disney+ Hotstar ในบ้านเราไปไม่นาน


Pixel 3 ปรากฏตัวครั้งแรกใน The Avengers: Endgame

Clint Barton ในซีรีส์ Hawkeye ยังคงใช้ Pixel 3 อยู่ แต่เปลี่ยนมาเป็นสี Just Black แทน ในขณะที่ Laura เองก็ใช้รุ่นเดียวกันในสี Just Pink หรืออาจเดาได้ว่าเป็นเครื่องเก่าของเจ้าตัวที่ยกให้ภรรยาใช้ต่อ (?)


Hawkeye ใช้ Pixel 3 เหมือนเดิมในอีกหลายปีให้หลัง แต่เปลี่ยนเป็นสี Just Black


Laura ใช้ Pixel 3 เหมือนกัน

ในขณะที่ครอบครัว Bishop ทั้ง Kate ผู้สืบทอด Hawkeye กับ Eleanor ผู้เป็นแม่ ต่างใช้ Pixel 4 ทั้งคู่ ของ Kate นั้นเห็นได้ว่าเป็นสี Just Black ส่วนของ Eleanor ใส่เคส Fabric สี Sorta Smokey ทับเอาไว้


Pixel 4 ของ Kate จากสีปุ่มทำให้บอกได้ว่านี่คือเครื่องสี Just Black


Eleanor กับ Pixel 4 ที่ใส่เคส Fabric สี Sorta Smokey

หากนับตามไทม์ไลน์ในจักรวาลหนัง MARVEL แล้ว เวลาในเรื่องซีรีส์ Hawkeye ควรจะอยู่สักประมาณปี 2566 แต่ซีรีส์นี้เริ่มถ่ายทำมาตั้งแต่ตอนเดือนธันวาคม 2563 และสิ้นสุดในเดือนเมษายน 2564 รวมถึงมีการถ่ายทำเพิ่มเติมเมื่อเดือนกันยายนในปีเดียวกัน แต่นั่นเป็นช่วงก่อนที่ Google จะจัดงาน Pixel Fall Launch อยู่ดี เราจึงไม่ได้เห็น Pixel 6 รุ่นใหม่ล่าสุดโผล่มาในเรื่อง ส่วน Pixel 5 ยังมีลุ้น

ตอน The Avengers: Endgame นั้นชัดเจนว่า Google เป็นสปอนเซอร์โปรโมต Pixel 3 เพราะมีการออกคลิปโฆษณาอย่างเป็นทางการ แต่กับซีรีส์ Hawkeye นี้ยังไม่ทราบเหตุผลที่แท้จริง แฟน ๆ บางส่วนเดาว่า อาจเป็นเพราะ Pixel นั้นมีหน้าตาที่ดูเรียบง่ายเฉย ๆ ก็ได้ 😀

 

ที่มา : 9to5Google

from:https://droidsans.com/google-pixel-marvel-hawkeye-series/

เป็นเรื่องบังเอิญหรือตั้งใจ ตัวละครหลักในซีรีส์ Hawkeye ใช้แต่มือถือ Google Pixel

หลังซีรีส์ Hawkeye ออกฉายทาง Disney+ และ Disney+ Hotstar ในบ้านเรา เหล่าคนรักมือถือหลายๆ คนคงสังเกตว่าตัวละครในเรื่องใช้มือถือ Google Pixel แทบจะทุกคน แม้ซอฟต์แวร์จะเป็นแบบคัสตอมจนดูไม่ออกว่าเป็นแอนดรอยด์ แต่รูปลักษณ์เรียบง่ายของมือถือก็ชัดเจนว่าเป็น Google Pixel

ทั้ง Clint Barton หรือ Hawkeye ยังใช้ Google Pixel 3 สี Just Black ที่วางขายในปี 2018 อยู่ ส่วน Laura Barton ภรรยาของ Clint ก็ใช้ Pixel 3 สี Not Pink เช่นกัน แม้ตามเนื้อเรื่องแล้ว เหตุการณ์ในซีรีส์จะเกิดขึ้นหลัง Avengers: Endgame แปลว่าน่าจะเกิดภายในปี 2023 หรือหลังจากนั้นก็ตาม

No Description

ส่วน Kate Bishop ตัวละครหลักอีกตัวที่จะมาสืบทอดตำแหน่ง Hawkeye รวมถึง Eleanor Bishop แม่ของเธอ ก็ใช้ Google Pixel 4 ที่เปิดตัวในปี 2019 เป็นสี Just Black และรันซอฟต์แวร์แบบคัสตอมเช่นกัน

No Description

Clint Barton เคยใช้ Google Pixel 3 มาแล้วเมื่อปี 2019 ใน The Avengers: Endgame ซึ่งครั้งนั้นน่าจะเป็นการโปรโมทของ Google แต่ครั้งนี้ ยังไม่แน่ชัดว่าการที่ตัวละครหลักหลายตัวใช้มือถือ Google Pixel นีเป็นการร่วมโปรโมตระหว่าง Google กับ Marvel หรือเปล่า หรือ Marvel เพียงแค่เห็นว่ารูปลักษณ์ของ Pixel ดูเรียบง่าย และสะดวกในการตัดต่อใส่เอฟเฟกต์หน้าจอมือถือ คงต้องติดตามข่าวกันต่อไป

ที่มา – 9to5Google

from:https://www.blognone.com/node/126012

ภาพเรนเดอร์ Pixel 6a มาแล้ว หน้าตาเหมือนรุ่นพี่ แต่เครื่องเล็กลง ลุ้นใช้ชิป Tensor Lite

OnLeaks นักข่าววงในขาประจำที่ผลงานในช่วงหลังอยู่ในระดับท็อปฟอร์ม จากข้อมูลที่แม่นยำสุดขีด ล่าสุดได้ปล่อยภาพเรนเดอร์ Pixel 6a ออกมาแล้ว โดยมีดีไซน์และวัสดุที่ลอกแบบมาจาก Pixel 6 แทบทุกกระเบียดนิ้ว แถมอาจเป็นรุ่นแรกในซีรีส์มิดเรนจ์ของ Google ที่ไม่โดนลดคุณภาพวัสดุอีกต่างหาก โดยใช้เฟรมโลหะประกบด้วยกระจกเหมือนเดิม แต่ข่าวร้ายเล็กน้อย คือ ไม่มีแจ็ก 3.5 มม. เป็นครั้งแรกในซีรีส์ “a” เช่นกัน

จากภาพเรนเดอร์จะเห็นได้ว่า Pixel 6a มีกล้องหลัง 2 ตัวเหมือน Pixel 6 แต่เนื่องจากแถบโมดูลกล้องหลังไม่ได้ปูดออกมาเท่ารุ่นพี่ที่ใช้ ISOCELL GN1 ดังนั้นอาจมากับเซนเซอร์ IMX363 (12MP) ตัวเก่าที่แฟน ๆ คุ้นเคยกันดี เสริมด้วยกล้องอัลตราไวด์ที่ใช้เซนเซอร์ตัวใดตัวหนึ่งระหว่าง IMX386 (12MP) และ IMX481 (16MP)

ทาง OnLeaks ให้ข้อมูลว่า Pixel 6a มีขนาดตัวเครื่องเท่ากับ 152.2 x 71.8 x 8.7 มม. เล็กกว่า Pixel 6 ที่มีขนาด 158.6 x 74.8 x 8.9 มม. ในทุกมิติ ซึ่งเมื่อคำนวณออกมาแล้วจะมีหน้าจอขนาดประมาณ 6.2 นิ้ว ส่วนพาเนลที่ใช้คือ OLED พร้อมเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือในตัว

ตอนนี้มีโค้ดเนม Pixel ปริศนาอยู่อย่างน้อย 2 ชื่อที่เข้าข่ายมีความเกี่ยวข้องกับ Pixel 6a คือ Bluejay และ Pipit ซึ่งมาจากชื่อนกทั้งคู่ และทาง 9to5Google เคยตั้งข้อสังเกตว่า การที่ Google เปลี่ยนวิธีการตั้งโค้ดเนมในช่วงหลังมาใช้ชื่อนก ทั้งที่ใช้ชื่อปลามาตลอด เป็นเพราะมีการโยกย้ายมาใช้ชิป Tensor แทน Snapdragon นั่นเอง หากการคาดการณ์นี้ถูกต้อง Pixel 6a จะขับเคลื่อนด้วย Tensor Lite …แต่ถ้าไม่ใช่ก็คงเป็น Snapdragon 778G

นอกจากนี้ หาก Bluejay เป็นชื่อโค้ดเนมของ Pixel 6a จริง ๆ แล้วล่ะก็… ข้อมูลส่วนกล้องหลังจะสอดคล้องกับที่ Mishaal Rahman เคยรายงานว่าเป็นเซนเซอร์ IMX363 (12MP) กับ IMX363 (12MP) ด้วย ซึ่งคนนี้ก็ความน่าเชื่อถือสูงสุด ๆ ไม่แพ้ OnLeaks เลย เพียงแต่แหล่งข่าวอาจต่างกันอยู่บ้าง โดย OnLeaks จะอ้างอิงจากคนวงในอุตสาหกรรม ส่วน Mishaal Rahman เป็นสายขุดคุ้ยเฟิร์มแวร์และซอร์สโค้ดต่าง ๆ ในเบื้องหลัง

ทั้งนี้ สำหรับการเปิดตัวของ Pixel 6a ยังไม่มีความชัดเจน อย่างเร็วที่สุดอาจเป็นไตรมาส 2 ของปีหน้าประมาณเดือนพฤษภาคมครับ

 

ที่มา : 91mobiles

from:https://droidsans.com/google-pixel-6a-render-specs-leak/

Google ปล่อยอัปเดตย่อย แก้ปัญหาสแกนลายนิ้วมือ Pixel 6 และ Pixel 6 Pro

Google ออกอัปเดตแพตช์ความปลอดภัยประจำเดือนพฤศจิกายนให้กับ Pixel 6 และ Pixel 6 Pro มาตั้งแต่เมื่อวาน ล่าสุดมีปล่อยอัปเดตย่อยขนาด 14.56MB ตามออกมาอีกระลอกแบบเฉพาะกิจ เพื่อปรับปรุงการทำงานของเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ ณ ขณะนี้โดยเฉพาะ สามารถดาวน์โหลดเฟิร์มแวร์ผ่านช่องทาง OTA โดยตรงได้แล้วทั้ง 2 รุ่น

หมายเลขบิลด์ของเฟิร์มแวร์ตัวนี้คือ SD1A.210817.037 เหมือนกันทั้ง Pixel 6 และ Pixel 6 Pro ส่วนการอัปเดตสามารถทำได้ง่าย ๆ โดยมีวิธีดังนี้

  • เข้าแอป Settings
  • เลื่อนลงมาด้านล่างจะเจอกับเมนู System
  • ไปที่ Advanced
  • กด System update

หากระบบตรวจสอบแล้วแจ้งกลับมาว่า เฟิร์มแวร์ที่ใช้อยู่เป็นรุ่นล่าสุดแล้ว ไม่ต้องตกใจไปนะครับ ให้รอสักพักแล้วค่อยกลับมาดูอีกรอบ (บางครั้งอาจต้องรอข้ามวัน) เพราะแต่ละคนอาจได้อัปเดตช้าหรือเร็วไม่เท่ากันนั่นเอง

สำหรับปัญหาเกี่ยวกับการสแกนลายนิ้วมือของ Pixel 6 และ Pixel 6 ที่ทำงานได้ช้านั้น Google ได้ให้เหตุผลว่า เป็นผลมาจากอัลกอริทึมความปลอดภัยที่หนาแน่น ในขั้นตอนประมวลผลจึงใช้เวลานานและอาจต้องแปะนิ้วลงไปเน้น ๆ เสียหน่อย เพื่อให้ระบบสแกนได้แม่นยำนั่นเอง

 

ที่มา : XDA

from:https://droidsans.com/google-pixel-6-update-fingerprint-sensor-fixed/

Pixel 6 มีฟีเจอร์ “ปลดล็อกด้วยการสแกนหน้า” แต่พัฒนาเสร็จไม่ทัน – อาจอัปเดตใส่เพิ่มมาทีหลัง

Google ได้ตัดสินใจถอดคุณสมบัติการปลดล็อกด้วยการสแกนใบหน้าออกไปใน Pixel 5 ตอนนั้นบริษัทฯ ให้เหตุผลว่า มันมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ใช้ปลดล็อกได้เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานบางส่วนอยากได้ฟีเจอร์นี้กลับมา โดยมองว่า หากใส่มาให้ทั้ง 2 อย่างก็ไม่น่าจะใช่เรื่องเสียหายอะไร จนกระทั่ง Pixel 6 ล่าสุดนี้ก็ยังไม่มีฟีเจอร์ดังกล่าวอยู่ดี แต่อาจยังพอมีลุ้น เพราะมีหลักฐานที่บ่งชี้ว่า Google เคยพัฒนาฟีเจอร์นี้อยู่จริง แต่อาจเสร็จไม่ทันกำหนด เลยเลือกตัดออกไปก่อน

ภาพผลิตภัณฑ์ Pixel 6 และ Pixel 6 Pro ที่หลุดมาตั้งแต่ก่อนเปิดตัวนั้นมีรูปหนึ่งที่แสดงเกี่ยวกับ Security hub หน้าเมนูรวมฟีเจอร์ด้านความปลอดภัย แล้วมีเมนูย่อยรายการหนึ่งเขียนอย่างชัดเจนว่า “Face and Fingerprint unlock” แม้สุดท้ายภาพนี้ไมได้ถูกนำมาใช้ แต่ภาพอื่น ๆ ที่หลุดมาด้วยกันนั้นปรากฏบนหน้าเว็บจริงและตรงกันทั้งหมด เป็นสิ่งยืนยันความน่าเชื่อถือได้เป็นอย่างดีว่า “มันเคยมีอยู่ และควรจะมีอยู่”

นักพัฒนาซอฟต์แวร์จาก XDA ได้ตรวจสอบเพิ่มเติมแล้วไปเจอเข้ากับซอร์สโค้ดของเคอร์เนล กลายเป็นสิ่งยืนยันอีกอย่างหนึ่งว่า Pixel 6 และ Pixel 6 Pro มีฟีเจอร์ปลดล็อกด้วยการสแกนใบหน้าอยู่จริง ๆ แต่ Google ถอดออกไปก่อนวันเปิดตัว ซึ่งอาจเกี่ยวกับปัญหาด้านการใช้พลังงานของชิป Tensor ตามที่ปรากฏในซอร์สโค้ด หรืออย่างอื่นที่ไม่อาจทราบได้

ข่าวดีของเรื่องนี้คือ Google อาจเพิ่มฟังก์ชันปลดล็อกด้วยการสแกนใบหน้าให้ Pixel 6 และ Pixel 6 Pro ในการอัปเดต Feature Drop ช่วงใดช่วงหนึ่งในอนาคตก็เป็นได้ครับ

 

ที่มา : XDA

from:https://droidsans.com/google-pixel-6-face-unlock-missed-deadline/

Google อธิบาย ทำไมสแกนลายนิ้วมือของ Pixel 6 ถึงช้ามาก

Google เปิดตัว Pixel 6 และ Pixel 6 Pro เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ในแง่ของสเปกและความสามารถก็ถือว่าเป็นสมาร์ตโฟนที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว แต่นอกจากจะมีปัญหาโทรออกเองแล้ว ดูเหมือนจะมีปัญหาระบบสปกนลายนิ้วมือที่ช้าแบบแปลก ๆ อีกด้วย

ผู้ใช้งานบางส่วนรายงานว่าระบบสแกนลายนิ้วมือบนสมาร์ตโฟน Pixel รุ่นใหม่นั้นมีปัญหา หลายครั้งพบว่ามีอาการสแกนช้ากว่าปกติ บางครั้งสแกนไม่ได้เลย ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของ Google ที่ย้ายเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือลงไปไว้ใต้จอ จากเดิมที่ใช้แต่สแกนลายนิ้วมือแบบ Physical หรือวางไว้ด้านนอกของเครื่องมาโดยตลอด

ซึ่ง Google ก็ได้ให้คำตอบเรื่องนสแกนลายนิ้วมือที่ช้า โดยเริ่มต้นด้วยการขอโทษผู้ใช้งานเป็นอย่างแรก สาเหตุที่ระบบสแกนลายนิ้วมือทำงานได้ช้าเนื่องจากอัลกอริทึมของระบบมีการตรวจสอบด้านความปลอดภัยที่แน่นหนาซึ่งอาจทำให้สแกนช้าไปบ้าง

อย่างไรก็ตาม หลายคนเชื่อว่านี่อาจเป็นปัญหาจากฮาร์ดแวร์เนื่องจากสมาร์ตโฟนหลาย ๆ รุ่นในตลาดเองก็มีสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ แต่ไม่ได้ช้าขนาดนี้

ข่าว: Google อธิบาย ทำไมสแกนลายนิ้วมือของ Pixel 6 ถึงช้ามาก มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/pixel-6-and-pixel-6-pro-fingerprint-sensor-slowness-is-normal/

บั๊กเก่ายังไม่ทันแก้ บั๊กใหม่มาอีกแล้ว… Pixel 6 พบปัญหา อยู่ดี ๆ ก็โทรออกเอง

ในขณะที่ปัญหาหน้าจอกะพริบหากกดปุ่มเพาเวอร์ตอนปิดเครื่องของ Pixel 6 ยังต้องรอแพตช์แก้ไขในเดือนธันวาคม ล่าสุดมีบั๊กใหม่ถูกแจ้งมาจากฝั่งผู้ใช้อีกแล้ว คราวนี้เป็นปัญหาเกี่ยวกับการที่อยู่ดี ๆ มือถือก็โทรออกไปหาผู้ติดต่อที่บันทึกอยู่ในเครื่องเองโดยไม่ทราบสาเหตุ แบบไม่เจาะจงทั้งบุคคลและช่วงเวลา แถมยังเกิดขึ้นแม้ยามที่ผู้ใช้งานหลับอยู่ในห้องที่เงียบสนิทอีกต่างหาก

ปัญหาที่ว่านี้ มาจากการทำงานผิดพลาดของ Google Assistant ทราบได้จากหลักฐานที่ปรากฏใน Google My Activity เบื้องต้นน่าจะเกิดเฉพาะใน Android 12 แต่เรื่องที่ชวนงุนงงกว่านั้นคือ ผู้ใช้งาน Pixel 6 หลายรายระบุว่า เมื่อลองเปิดฟังคำสั่งเสียงที่ถูกบันทึกไว้แล้ว กลับไม่พบคำพูดอะไรที่ใกล้เคียงกับคำว่า “โทรออก” เลยแม้แต่น้อย ไม่แม้แต่จะพูดคำว่า “Hey Google” เสียด้วยซ้ำไป

ทาง 9to5Google ทดสอบแล้วได้ผลลัพธ์ไปในทางเดียวกันจริง พอพูดคำสั่งอะไรไป กลายเป็น Google Assistant ดันโทรออกไปเสียทั้งหมด (ดูได้จากวิดีโอด้านล่าง) โดยรายงานว่า เป็นบั๊กของ Google Assistant เมื่อมีการใช้งานครั้งแรกหลังจากปลดล็อกโทรศัพท์

นอกจากนี้ยังมีรายงานจาก Pixel รุ่นเก่า ๆ ย้อนหลังไปถึง Pixel 2 ที่พบปัญหาในลักษณะเดียวกัน แม้ส่วนใหญ่แล้วจะเกิดขึ้นกับ Pixel 6 ก็ตาม… ส่วนกรณีที่ Google Assistant โทรออกเองตอนกลางคืนหรืออยู๋ในห้องที่เงียบ มีการตั้งข้อสังเกตว่า อาจมาจากการตั้งค่าให้รับคำสั่งเสียงแม้ในหน้าจอล็อก วิธีแก้ไขในเบื้องต้นคือ ให้ปิดฟังก์ชันนี้ไปก่อน จนกว่าจะมีการแก้ไขจาก Google

วิธีปิดไม่ให้ Google Assistant ทำงานในหน้าจอล็อก

  • จากแอป “Google” ให้แตะรูปโปรไฟล์บริเวณมุมขวาบน
  • เลือก “Settings”
  • ไปที่ “Google Assistant”
  • เลื่อนลงมาช่วงกลาง ๆ จะเจอกับเมนู “Lock screen”
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าฟังก์ชัน “Assistant reponses on lock screen” ถูกปิดอยู่

 

ที่มา : Reddit | XDA | 9to5Google

from:https://droidsans.com/google-pixel-6-bug-random-phone-call/

DXOMARK ตัดเกรด Pixel 6 Pro ให้คะแนนกล้อง 135 แต้ม เก่งทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ พร้อมฟัดกับเรือธงทุกแบรนด์

รีวิวกล้องมือถือจาก DXOMARK เริ่มเสื่อมความนิยมลงไปในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา สาเหตุอาจเกิดจากกรณีมีคนบางส่วนตั้งข้อสังเกตถึงเกณฑ์การให้คะแนนที่ดูค้านสายตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับตอน Galaxy S21 Ultra และผู้ผลิตเลิกนำไปใช้โปรโมตประกอบในการเปิดตัวสินค้า อย่างไรก็ตาม รีวิวของ Pixel 6 Pro ที่ปล่อยออกมาล่าสุดช่วยดึงความสนใจกลับมาได้อีกครั้ง โดยสมาร์ทโฟนเรือธงจาก Google โดนตัดเกรดที่ 135 คะแนน รั้งอันดับ 7 ของชาร์ต

Pixel 6 Pro ถือเป็นการอัปเกรดชุดฮาร์ดแวร์กล้องครั้งสำคัญจาก Google ในรอบ 5 ปี นับตั้งแต่ที่ใช้เซนเซอร์ภาพความละเอียด 12MP มาตั้งแต่ Pixel ในปี 2559 ตอนนี้ขยับขึ้นมาเป็น 50MP แล้ว และมีการใส่กล้องเทเลโฟโต 48MP เข้ามาเป็นครั้งแรกด้วย

  • กล้องหลัก 50MP, รูรับแสง f/1.85, ความยาวโฟกัส 24 มม., ระบบกันสั่น OIS, ระบบโฟกัส PDAF
  • กล้องอัลตราไวด์ 12.5MP, รูรับแสง f/2.2, ความยาวโฟกัส 16 มม.
  • กล้องเทเลโฟโต 48MP, รูรับแสง f/3.5, ความยาวโฟกัส 102.6 มม., ระบบกันสั่น OIS, ระบบโฟกัส PDAF
  • เซนเซอร์ LDAF
  • แฟลช LED
  • บันทึกวิดีโอสูงสุด 4K ที่ 60 เฟรมต่อวินาที (ถ่ายด้วย 4K ที่ 30 เฟรมต่อวินาทีในการทดสอบ)

คะแนนรวม 143 แต้มของ Pixel 6 Pro แบ่งย่อยออกไปเป็น คะแนนภาพนิ่ง 143 แต้ม คะแนนซูม 71 แต้ม และคะแนนวิดีโอ 115 แต้ม โดดเด่นมากในเรื่องการเรนเดอร์ที่สีสันและการเก็บรายละเอียดพื้นผิววัตถุ ความสามารถด้านอื่น ๆ ที่เหลือโดยรวมแล้วถูกประเมินให้อยู่ในเกณฑ์ดีไปจนถึงดีมากแทบทั้งหมด เช่น ความสว่าง คอนทราสต์ ไวต์บาลานซ์ แต่มีจุดอ่อนอยู่บ้างสำหรับนอยส์ที่ค่อนข้างเยอะเมื่อถ่ายภาพในที่แสงน้อย กับกล้องอัลตราไวด์ที่ให้มุมมองแคบกว่าคู่แข่ง

ผลงานที่น่าประทับใจหลาย ๆ มาจากประสิทธิภาพ ISOCELL GN1 ของ Samsung แต่ในทางตรงกันข้าม DXOMARK มองว่ามันกลายเป็นข้อเสียเช่นกัน เพราะด้วยขนาดที่ใหญ่ 1/1.31 นิ้ว ทำให้ระยะชัดลึกแคบไปโดยปริยาย เมื่อถ่ายวัตถุที่อยู่ต่างระนาบกันจึงหลุดออกระยะโฟกัสได้ง่าย

คุณภาพในงานวิดีโอ Pixel 6 Pro ถูกจัดให้อยู่ในระดับท็อป ชนกับ iPhone 13 Pro Max จุดแข็งเป็นไปในทิศทางเดียวกับภาพนิ่งตามที่กล่าวไปแล้ว และมีสิ่งที่แสดงศักยภาพออกมาได้โดดเด่นที่สุดคือ ระบบกันสั่น โดยสามารถทำคะแนนไปได้ 103 แต้ม สูงที่สุดเป็นสถิติใหม่

ทั้งนี้ ด้วยความที่ Pixel 6 Pro มีกระแสตอบรับดี ประกอบกับชิปขาดแคลน ทำให้ผลิตออกมาได้น้อย ทำให้สินค้าเริ่มขาดตลาดทันทีตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัวจนถึงตอนนี้ มีทั้งคนที่โดนเลื่อนการจัดส่งและโดนยกเลิกออร์เดอร์ด้วย

 

ดูเพิ่มเติม : DXOMARK

from:https://droidsans.com/dxomark-pixel-6-pro-camera-review/

Google ปล่อยแพตช์ความปลอดภัยเดือน พ.ย.แล้ว – ปัญหาจอกะพริบใน Pixel 6 รอแก้เดือน ธ.ค.

Google ออกแพตช์ความปลอดภัยประจำเดือนพฤศจิกายน 2564 ให้กับมือถือตระกูล Pixel แล้ว ทาง Pixel 3 ที่มีอายุครบ 3 ขวบสิ้นสุดระยะเวลาสนับสนุนซอฟต์แวร์เป็นที่เรียบร้อยตามกำหนดการ (แต่ในทางปฏิบัติอาจได้อัปเดตครั้งสุดท้ายในเดือนธันวาคม เหมือนอย่างตอน Pixel และ Pixel 2) ส่วน Pixel 6 ที่มีรายงานปัญหาเรื่องจอกะพริบ บริษัทฯ รับทราบปัญหาแล้ว พร้อมระบุไม่ใช่ข้อบกพร่องจากฮาร์ดแวร์ แต่เฟิร์มแวร์สำหรับแก้ไขจะมาในเดือนถัดไป

เรื่องน่าเสียดายสำหรับ Pixel 3 คือ อาจไม่ได้ไปต่อกับ Android 12L ที่จะมาในไตรมาส 1 ปี 2565 เพราะอยู่นอกเหนือกรอบเวลาซัพพอร์ต รวมถึงรายชื่อมือถือที่ Google เปิดให้ทดสอบ Beta ในเดือนธันวาคมนี้ก็ไม่มีชื่อ Pixel 3 รวมอยู่ด้วย ซึ่งน่าจะเป็นการยืนยันเรื่องนี้ได้อีกทางหนึ่ง

Pixel 6 เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่ Google การันตีอัปเดตแพตช์ความปลอดภัยให้เป็นเวลา 5 ปี ส่วน Pixel 5a with 5G หรือเก่ากว่า ยังยืนยันตามเดิมที่ 3 ปี รุ่นต่อไปที่กำลังจะหมดระยะสนับสนุนซอฟต์แวร์คือ Pixel 3a ในเดือนพฤษภาคม 2565

รุ่น การันตีอัปเดต Android การันตีอัปเดต Security Patch
Pixel 6 & Pixel 6 Pro ตุลาคม 2567 ตุลาคม 2569
Pixel 5a with 5G สิงหาคม 2567 สิงหาคม 2567
Pixel 5 ตุลาคม 2566 ตุลาคม 2566
Pixel 4a (5G) พฤศจิกายน 2566 พฤศจิกายน 2566
Pixel 4a สิงหาคม 2566 สิงหาคม 2566
Pixel 4 & Pixel 4 XL ตุลาคม 2565 ตุลาคม 2565
Pixel 3a & Pixel 3a XL พฤษภาคม 2565 พฤษภาคม 2565
Pixel 3 & Pixel 3 XL ตุลาคม 2564 ตุลาคม 2564

 

ที่มา : Google | 9to5Google

from:https://droidsans.com/google-pixel-3-end-of-life-sw-support/

ลือกันข้ามปี… Pixel 7 มีกล้องหลัง 3 ตัว เซนเซอร์เดียวกับ Pixel 6 Pro ทั้งชุด

มือถือโค้ดเนม Bluejay จาก Google ที่มีชื่อหลุดออกมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ล่าสุดมีข้อมูลเพิ่มเติมแล้ว อาจเป็น Pixel 6a เพราะ Mishaal Rahman ได้รายงานว่า มันจะมาพร้อมกล้องหลัง 2 ตัว กล้องหลักมีความละเอียด 12MP เท่ากับรุ่นก่อน ๆ ส่วน โค้ดเนม Cloudripper จะมากับกล้องหลัง 3 ตัว ยกชุดมาจาก Pixel 6 Pro ทั้งแผงเลย

Mishaal Rahman บอกว่า Cloudripper อาจไม่ใช่ Pixel 7 เหมือนที่หลายคนเดากัน อาจไม่ใช่แม้กระทั่งโทรศัพท์ด้วยซ้ำไป หากแต่เป็นโค้ดเนมของแพลตฟอร์มที่ใช้ในการพัฒนาชิป Tensor ในเจเนอเรชันที่ 2 เหมือนอย่างชื่อ Slider ก่อนหน้านี้ที่เกี่ยวข้องกับ Whitechapel ซึ่งสุดท้ายออกมาเป็น Pixel 6 ในโค้ดเนม Oriole และ Pixel 6 Pro ในโค้ดเนม Raven แต่ข้อมูลน่าจะพอเอามาใช้อ้างอิงได้หากดูจากตอน Slider ที่สอดคล้องกันหมด

ถ้าพิจารณาแล้ว สิ่งที่ Mishaal Rahman กล่าว ดูจะสมเหตุสมผล เพราะมือถือของ Google ปกติจะใช้ชื่อโค้ดเนมเป็น “ปลา” มาตลอด พึ่งมาเปลี่ยนเป็น “นก” ใน Pixel 6 และ Pixel 6 Pro รวมถึง Bluejay ด้วย โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่า อาจมาจากการที่ย้ายจากชิป Snapdragon มาเป็น Tensor แทนเลยเปลี่ยนวิธีการตั้งชื่อตาม แต่ Cloudripper นี้เป็นชื่อภูเขาในแคลิฟอร์เนีย ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับทั้งปลาและนกเลยแม้แต่น้อย

Google Pixel โค้ดเนม “Bluejay”

  • กล้องหลัก : เซนเซอร์ Sony IMX363, ความละเอียด 12MP (ตัวเดียวกับ Pixel 5 และรุ่นที่เก่ากว่า)
  • กล้องอัลตราไวด์ : เซนเซอร์ Sony IMX386, ความละเอียด 12MP (ตัวเดียวกับ Pixel 6 และ Pixel 6 Pro)
  • กล้องเซลฟี : เซนเซอร์ Sony IMX355, ความละเอียด 8MP (ตัวเดียวกับ Pixel 5 และรุ่นที่เก่ากว่า)

Google Pixel โค้ดเนม “Cloudripper”

  • กล้องหลัก : เซนเซอร์ Samsung ISOCELL GN1, ความละเอียด 50MP (ตัวเดียวกับ Pixel 6 และ Pixel 6 Pro)
  • กล้องอัลตราไวด์ : เซนเซอร์ Sony IMX386, ความละเอียด 12MP (ตัวเดียวกับ Pixel 6 และ Pixel 6 Pro)
  • กล้องเทเลโฟโต : เซนเซอร์ Sony IMX586, ความละเอียด 48MP (ตัวเดียวกับ Pixel 6 และ Pixel 6 Pro)
  • กล้องเซลฟี : เซนเซอร์ Sony IMX663, ความละเอียด 12MP (เคยมีข่าวลือว่า Pixel 6 Pro จะใช้เซนเซอร์ตัวนี้)

ทั้งนี้ หากไม่มีอะไรผิดพลาด Google น่าจะเปิดตัว Pixel 6a ในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2565 ส่วน Pixel 7 จะตามมาในไตรมาส 4 ของปีเดียวกัน จนกว่าจะถึงตอนนั้นเดี๋ยวคงมีข้อมูลอื่น ๆ หลุดตามออกมาอีกเพียบแน่นอนครับ

 

ที่มา : Mishaal Rahman

from:https://droidsans.com/google-pixel-7-pixel-6a-camera-specs-leak/