คลังเก็บป้ายกำกับ: PHILIPPINES

ฟิลิปปินส์แชมป์คนใช้งานเน็ตนานที่สุดของโลก กว่า 10 ชั่วโมงต่อวัน

We Are Social ดิจิทัลเอเจนซี่ และ Hootsuite แพลตฟอร์มจัดการโซเชียลมีเดีย ออกรายงานสถานการณ์การใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วโลกในปี 2019 โดยสไลด์เต็มๆ มีกว่า 200 หน้า หนึ่งในข้อมูลน่าสนใจคือ ฟิลิปปินส์ติดอันดับคนใช้งานเน็ตนานที่สุดในโลก กว่า 10 ชั่วโมงต่อวัน

โดย 5 อันดับแรกของโลกเป็นประเทศในอาเซียนแล้วสามอันดับ คือ ไทย, อินโดนีเซีย ใช้งานเน็ตนาน 9.11 ชั่วโมง และอินโดนีเซีย 8.36 ชั่วโมง โดยค่าเฉลี่ยของโลกอยู่ที่ 6.42 ชั่วโมง และประเทศที่ใช้เวลาบนเน็ตน้อยที่สุดในการจัดอันดับคือ ญี่ปุ่น ใช้งาน 3.45 ชั่วโมง

ดูสไลด์เต็มๆ ได้ที่ The Next Web

No Description
ภาพจาก Shutterstock

ที่มา – The Guardian

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/107893

โฆษณา

กต.ฟิลิปปินส์ไม่ต่อสัญญาเอาต์ซอร์ส บริษัทเอาข้อมูลออกไป, ทางการต้องพิสูจน์เจ้าหนังสือเดินทางใหม่หมด

กระทรวงต่างประเทศฟิลิปปินส์ไม่ต่อสัญญาจ้างบริษัทเอาต์ซอร์สที่ดูแลระบบหนังสือเดินทางให้ และหลังจากไม่ต่อสัญญาบริษัทก็ “นำข้อมูลออกไป” ทั้งหมด ทำให้ทางกระทรวงต่างประเทศไม่มีข้อมูลใช้งาน

ตอนนี้กระทรวงต่างประเทศฟิลิปปินส์ต้องใช้ใบเกิดเพื่อออกหนังสือเดินทางใหม่ทั้งหมด เพื่อสร้างฐานข้อมูลขึ้นมาใหม่

ขณะที่คณะกรรมการข้อมูลส่วนบุคคลฟิลิปปินส์ (National Privacy Commission – NPC) กำลังเรียกทั้งบริษัทเอาต์ซอร์สและผู้เกี่ยวข้องมาให้ปากคำเพราะกรณีนี้เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมาก

ที่มา – Rappler, The Inquirer

No Description

from:https://www.blognone.com/node/107535

Facebook แบนเพจดิจิทัลเอเยนซี่ในฟิลิปปินส์ คนตามกว่าสิบล้าน เพราะผิดกฎเรื่องสแปม

Facebook เดินหน้าปราบปรามเรื่องบัญชีปลอม และสแปม ล่าสุดประกาศแบนเพจดิจิทัลเอเยนซี่ในฟิลิปปินส์ที่เป็นเพจใหญ่มีคนติดตามราว 10 ล้าน และเพจในเครืออื่นๆ ที่มียอดไลค์หลักล้านอีกหลายเพจ

เพจดังกล่าวเป็นของบริษัท Twinmark Media Enterprises โดย Facebook บอกว่าทางบริษัทละเมิดนโยบาย บิดเบือนความจริง สร้างสแปม ทำบัญชีปลอม พยายามซื้อยอดไค์ยอดแชร์เพื่อหวังผลกำไร

ตัวอย่างของเนื้อหาที่ผิดกฎของเพจดังกล่าวคือ มีการเปลี่ยนชื่อเพจ เป้าหมายของเพจ หลังจากที่มีคนติดตามเยอะ เป็นการส้รางความเช้าใจผิดให้กับผุ้ติดตาม ถือเป็นการละเมิดกฎแพลตฟอร์มอย่างชัดเจน และข่าวที่แชร์ก็พาดหัวชวนให้คลิกและชวนให้เข้าใจผิด หรือแนวคลิกเบท

No Description

เพจที่แบนไปทั้งหมดมี 220 เพจ บัญชี Facebook 73 บัญชี และ Instagram 29 บัญชี โดยเพจ ที่มีคนติดตามสูงสุดคือ

  • Filipino Channel Online มีคนตาม 10.4 ราย
  • Gorgeous Me มีคนตาม 5.7 ล้าน
  • Unhappy มีคนตาม 4.9 ล้าน
  • Text Message มีคนตาม 4.4 ล้าน
  • TNP Media มีคนตาม 4.3 ล้าน

ฟิลิปปินส์เป็นหนึ่งในประเทศที่มีพฤติกรรม click farm สูง หรือการรับจ้างกดไลค์เพื่อปั๊มตัวเลขให้สูงเกินจริง ประเศอื่นที่มีชื่อเรื่องนี้คือ จีน อินเดีย เนปาล ศรีล้งกา บังกลาเทศ อินโดนีเซีย

ที่มา – Facebook Newsroom

from:https://www.blognone.com/node/107519

เผยแล้ว รายชื่อ 5 ใน 6 เกมที่จะใช้ชิงชัยในฐานะ esports ของ SEA Games 2019

คณะกรรมาธิการจัดงาน SEA Games ประจำประเทศฟิลิปปินส์ และ Razer ซึ่งเป็นพันธมิตร ได้ประกาศรายชื่อเกมที่จะนำมาใช้แข่งขันเพื่อชิงเหรียญรางวัลในฐานะ esports ประจำการแข่งขัน SEA Games 2019 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 30 พฤศจิกายน – 11 ธันวาคม 2019 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เกมที่จะแข่งขันนั้นมีทั้งหมด 6 เกมโดยแบ่งออกเป็น 3 หมวด คือ PC คอนโซล และ เกมมือถือ ซึ่งมีดังต่อไปนี้
PC: Dota 2 และ Starcraft II
เกมมือถือ: Mobile Legends และ Arena of Valor (หรือ RoV ในชื่อที่คนไทยคุ้นเคย)
คอนโซล: Tekken 7 และ อีกหนึ่งเกมที่ยังไม่ได้รับการเปิดเผยชื่อ ซึ่งจะมีการประกาศอีกครั้งในอนาคต

นักกีฬาที่จะได้รับสิทธิ์เป็นตัวแทนของประเทศนั้น จะถูกต้องเลือกจากการแข่งขันรอบคัดเลือก และจะไม่มีทีมที่ได้รับสิทธิ์เป็นทีมเชิญสำหรับรายการนี้

ทั้งนี้ ประเด็นที่น่าสนใจสำหรับรายชื่อเกมในครั้งนี้คือ การทับซ้อนของเกมประเภทเดียวกันในหมวดเกมมือถือ เพราะ Mobile Lengeds และ Arena of Valor นั้นมีความใกล้เคียงกัน

alt="a"

ที่มา: Fox Sports Asia

from:https://www.blognone.com/node/107155

Tencent ลงทุนครั้งแรกในฟิลิปปินส์ ประเดิมเงินอัดฉีดก้อนแรก 175 ล้านดอลล์

Tencent ประกาศตกลงซื้อหุ้นบริษัทเทคโนโลยีสัญชาติฟิลิปปินส์ชื่อ Voyager อย่างเป็นทางการ แม้จะมีตำแหน่งเป็นผู้ถือหุ้นรายย่อย แต่คาดว่าหุ้น Voyager ที่ Tencent ถือไว้ในมีจำนวนไม่น้อย คาดว่าอาจมีมูลค่าสูงถึง 175 ล้านเหรียญสหรัฐ สะท้อนแผนขยายธุรกิจสู่ฟิลิปปินส์ที่น่าสนใจครั้งล่าสุดของ Tencent

Tencent บริษัทสัญชาติจีนที่รู้จักกันดีในฐานะต้นสังกัด WeChat และบริษัท KKR ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Tencent ที่เน้นพิจารณาการลงทุนทั่วโลก สำหรับดีลที่เกิดขึ้น ถือว่าไตรมาสนี้เป็นไตรมาสแรกที่ Tencent ลงทุนเต็มตัวในฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการ และเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อสู้กับ Alibaba ยักษ์ใหญ่สัญชาติจีนที่ยกระดับขึ้นไปอีกขั้น

Voyager คือใคร

สำหรับ Voyager นั้นเป็นผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม fintech ที่หลากหลาย หนึ่งในนั้นคือระบบกระเป๋าสตางค์บนมือถือ PayMaya ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ชาวฟิลิปปินส์รู้จักมากที่สุด PayMaya ช่วยให้ชาวฟิลิปปินส์ส่งเงิน ซื้อสินค้า และชำระค่าบริการออนไลน์ รวมถึงเติมเงินโทรศัพท์

รายงานระบุว่า PLDT โอเปอเรเตอร์ยักษ์ใหญ่ผู้ครองส่วนแบ่งตลาดครึ่งหนึ่งของวงการโทรคมนาคมฟิลิปปินส์ จะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของ Voyager แม้ว่าการขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับนักลงทุนรายอื่น อาจลดสัดส่วนการถือครองหุ้นของ PLDT ลงเหลือน้อยกว่า 50% โดยการระดมทุนของ Voyager ครั้งนี้ถือเป็นการระดมทุนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์บริษัท

จุดนี้มีรายงานว่า การระดมทุนของ Voyager ด้วยการขายหุ้นเกิดขึ้นเนื่องจาก PLDT วางแผนที่จะเพิ่มการลงทุนในธุรกิจโทรคมนาคมแบบเดิม ทำให้บริษัทตัดสินใจจำหน่ายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่สินทรัพย์หลัก ซึ่งก่อนหน้านี้ PLDT ยังขายหุ้นในบริษัท Rocket Internet ของเยอรมนีทิ้งไปในเดือนพฤษภาคมด้วย

โอกาสในการลงทุน

PLDT เคยเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่ากำลังมองหาผู้ลงทุนใหม่ใน Voyager ซึ่งรายงานผลขาดทุนครึ่งปีแรก 2018 ราว 24 ล้านเหรียญสหรัฐ แม้จะขาดทุน แต่ดีกรีของ Voyager ที่นอกเหนือจาก PayMaya แล้ว Voyager ยังเป็นเจ้าของเครือข่ายการโอนเงินผ่านมือถือ Smart Padala ตลาดสินเชื่อออนไลน์ Lendr และบริการแลกรางวัลอินเทอร์เน็ตฟรี Freenet app ทั้งหมดนี้จะทำให้ Tencent มีจุดยืนเพื่อแข่งขันกับเพื่อนร่วมชาติอย่าง Alibaba ในตลาดโมบายเพย์เมนต์ฟิลิปปินส์ได้

เหตุผลเป็นเพราะ Voyager เป็นคู่แข่งโดยตรงกับ Mynt ซึ่ง Alibaba เข้าถือหุ้นใน Mynt แล้วในนามบริษัท Ant Financial ผู้มีดีกรีเป็นต้นสังกัดระบบกระเป๋าสตางค์บนมือถือที่ใหญ่ที่สุดในจีนอย่าง Alipay

อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ในวงการเพย์เมนต์ฟิลิปปินส์ถือว่าซ่อนเงื่อนเล็กน้อย เพราะ Mynt ถือเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัท Globe Telecom ซึ่งเกี่ยวข้องกับ PLDT อยู่แล้ว ดังนั้นสิ่งที่เราสามารถสรุปได้คือวันนี้บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของจีนกำลังทุ่มเงินลงทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างจริงจัง ไม่ว่าจะต้องซื้อหุ้นจากกระเป๋าไหนก็ตาม

ทั้งหมดนี้เพราะจีนต้องการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคมากกว่า 600 ล้านคนและชนชั้นกลางที่กำลังเพิ่มขึ้นในอาเซียน โดยขณะนี้ Alibaba เป็นเจ้าของบริษัทอีคอมเมิร์ซอย่าง Lazada และได้ลงทุนใน Tokopedia ของอินโดนีเซียแล้ว พร้อมกับลงทุนในบริษัท Ascend Finance ในกรุงเทพฯ และบริษัท M-Daq ในสิงคโปร์ ทั้งหมดนี้เป็นการลงทุนที่นอกเหนือจาก Mynt ของฟิลิปปินส์

ในทางกลับกัน Tencent เป็นเจ้าของอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ JD ซึ่งเริ่มทำตลาดจริงจังในอินโดนีเซียและไทย ขณะเดียวกันก็ลงทุนใน Go-Jek ที่คนไทยเริ่มได้เห็นบริการหนาตาขึ้นแล้วในนาทีนี้.

ที่มา: : TIA

 
Source: thumbsup

from:https://thumbsup.in.th/2018/10/tencent-first-investment-philippines/

Grab จับมือกับ Shopee บริการส่งสินค้าแบบ Same-Day ในมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์

Grab ประกาศความร่วมมือกับ Shopee โดยเตรียมให้บริการจัดส่งสินค้าแบบภายในวันเดียวกับที่สั่งซื้อ (Same-Day Delivery) เฉพาะในพื้นที่เมืองมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ โดยจำกัดเฉพาะร้านค้าบางราย และคำสั่งซื้อต้องอยู่ระหว่างเวลา 9 นาฬิกา ถึง 18 นาฬิกา ของวันจันทร์ถึงวันเสาร์ ภายใต้ชื่อบริการ GrabExpress

ถึงแม้ความร่วมมือนี้จะมีเฉพาะในฟิลิปปินส์ แต่เนื่องจากทั้ง Grab และ Shopee ต่างให้บริการอยู่ในประเทศไทยและอีกหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงเป็นไปได้ว่าอาจมีการขยายพื้นที่ในอนาคต

ก่อนหน้านี้ Anthony Tan ซีอีโอ Grab กล่าวว่า 4 ธุรกิจสำคัญของ Grab คือการเดินทาง, ส่งอาหาร, บริการทางการเงิน และประกาศเพิ่มบริการขนส่งสินค้า เป็นธุรกิจสำคัญตัวใหม่ของบริษัท

ที่มา: Grab และ Tech In Asia

alt="Grab x Shopee"

from:https://www.blognone.com/node/103282

รัฐบาลฟิลิปปินส์โวย Facebook เลือกบริษัทตรวจสอบความจริงที่ลำเอียงและต่อต้านรัฐบาล

ปัจจุบัน Facebook ร่วมมือกับ VERA Files และ Rappler IQ เปิดแพลตฟอร์มตรวจสอบความจริงเพื่อป้องกันการแพร่กระจายข่าวปลอมบนโซเชียลมีเดียของฟิลิปปินส์ตามนโยบายแก้ปัญหาข่าวปลอมของ Facebook แต่ล่าสุดรัฐบาลของฟิลิปปินส์ได้ออกมากล่าวว่าบริษัทที่ Facebook เลือกให้เป็นผู้ตรวจสอบความจริงนี้มีความลำเอียงต่อต้านประธานาธิบดี Rodrigo Duterte

Duterte กล่าวหาว่า Rappler เป็นบริษัทที่พยายามจะทำลายรัฐบาลของเขา และอาจเป็นไปได้ว่าบริษัทนี้จะมีส่วนช่วยสหรัฐฯ ในการสอดแนม โดยตอนนี้ ก.ล.ต.ของฟิลิปปินส์ก็ได้เพิกถอนใบอนุญาตดำเนินงานของบริษัทนี้แล้วเนื่องจากละเมิดกฎความเป็นเจ้าของต่างชาติของฟิลิปปินส์ (ปัจจุบัน Rappler ยังอยู่ระหว่างการอุทธรณ์และยังคงดำเนินธุรกิจต่อไป)

Harry Roque โฆษกของ Duterte กล่าวว่ายินดีกับการตัดสินใจของ Facebook ที่จะจัดการกับข่าวปลอม แต่ว่าระบบของ Facebook ถูกคนหาว่าเป็นการเลือกตำรวจที่คอยตรวจความจริง ซึ่งในบางครั้งก็เป็นการเลือกพรรคพวกของตัวเองด้วยเช่นกัน

เหตุผลที่ Facebook เลือกเฉพาะ VERA Files และ Rappler IQ นั้น เนื่องจากเป็นเพียงสองบริษัทที่อยู่ในฟิลิปปินส์และเป็นสมาชิกของเครือข่ายตรวจสอบความจริงทั่วโลกของสถาบันด้านการสื่อสารมวลชนของสหรัฐฯ Poynter Institute

ปัจจุบันชาวฟิลิปปินส์ใช้งานโซเชียลมีเดียเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีผลศึกษาออกมาว่าชาวฟิลิปปินส์ใช้งานโซเชียลมีเดียแบบแอคทีฟเยอะเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก โดยใช้เวลาเฉลี่ยมากกว่า 4 ชั่วโมงบนแพลตฟอร์มอย่างเช่น Facebook

ที่มา – Reuters

No Description

ภาพ freestocks.org / Pexels

from:https://www.blognone.com/node/101545