คลังเก็บป้ายกำกับ: PC_ZONE

MSI OPTIX MAG273QF จอคอมเล่นเกม จอใหญ่ สีสวย ระดับอีสปอร์ต 2K 165Hz แค่ 12,900.-

ถ้าจะว่ากันที่จอคอมเล่นเกม สเปคโหดๆ กันแล้ว MSI OPTIX MAG273QF ถือเป็นอีกหนึ่งจอพันธุ์โหดจากค่ายนี้ ที่จัดสเปคมาให้แบบไม่กั๊ก เอาใจบรรดาเกมเมอร์ที่มีคอมแรง แต่ยังไม่มีจอภาพสวยๆ สเปคโหด ที่มาเติมสีสันความสนุกให้กับการเล่น โดยเฉพาะสิ่งที่เกมเมอร์ต้องการ เช่น สีสันสดใส ภาพไหลต่อเนื่อง ปรับแต่งได้ง่าย เพื่อเพิ่มความสนุกสนานให้กับการเล่นได้ กับฟังก์ชั่นที่น่าสนใจ เช่น จอแสดงผลแบบ Rapid-IPS, รีเฟรชเรต 165Hz ความละเอียดระดับ 2K

MSI OPTIX MAG273QF

MSI OPTIX MAG273QF เป็นจอคอมเกมมิ่งสายพันธุ์โหดในกลุ่มของ OPTIX series ที่สร้างชื่อให้กับ MSI ที่ตอบโจทย์คอเกม ที่มองข้ามการเล่นเกม มาสู่การเทิร์นโปร หรือก้าวไปสู่การแข่งขัน เพราะด้วยสเปคที่จัดว่าไม่ธรรมดาของจอมอนิเตอร์รุ่นนี้ รวมถึงดีไซน์ที่ทาง MSI เน้นที่การใช้งานจริง มากกว่าเส้นสายที่ดูเยอะเกินไป จนบางทีไปดึงดูดสายตาของนักเล่นเกม มากกว่าแมทช์ที่อยู่บนจอ กับโทนสีดำ และใส่เส้นสายที่เรียบง่ายมาให้ โดยที่โยนทุกสิ่งไปอยู่กับฟีเจอร์ ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอขนาด 27″ ความละเอียด WQHD (2560×1440) ซึ่งตอบโจทย์การเล่นเกมได้ตั้งแต่สเปคกลางๆ ไปจนถึงสเปคสุดโหด ให้สามารถเล่นได้แบบสวยๆ มีรายละเอียดที่ดี ด้วยการปรับ Detail High และ Very High ในหลายๆ เกม ได้ตามความเหมาะสม พาแนล Rapid IPS ที่ตอบสนองกับการใช้งานได้ดี อัตรารีเฟรชเรต 165Hz กับความลื่นไหล ที่จะสอดคล้องกับการสนับสนุน nVIDIA G-Sync compatible และฟีเจอร์ในการปรับแต่งบนหน้าจอ เพื่อเพิ่มความได้เปรียบให้กับการเล่นเกมของคุณอีกด้วย ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ เราจะขออนุญาตมาเล่ากันเต็มๆ ในการรีวิวครั้งนี้ครับ

Review – MSI OPTIX MAG274R เล่นสนุก ภาพสวย ฟีเจอร์เทพ

จอคอม MSI OPTIX MAG273QF

จุดเด่น

  • พาแนลให้ความคมชัดและภาพที่นุ่มนวล
  • รีเฟรชเรตสูง 165Hz เพิ่มความไหลลื่นได้ดี
  • ภาพคมชัด มุมมองกว้าง เหมาะกับการเล่นเกม
  • ฟีเจอร์ Night Vision ได้เปรียบในการเล่นฉากมืด

ข้อสังเกต

  • ปรับเลื่อนได้เพียงมุมก้ม-เงยเท่านั้น
  • รองรับ G-Sync compatible

Specification

MSI OPTIX MAG273QF Description
PANEL SIZE 27″ (69cm)
PANEL RESOLUTION 2560 x 1440 (WQHD)
REFRESH RATE 165Hz
RESPONSE TIME 1ms GTG
PANEL TYPE Rapid IPS
BRIGHTNESS (NITS) 300 nits
VIEWING ANGLE 178° (H) / 178° (V)
ASPECT RATIO 16:9
CONTRAST RATIO 1000:1
ACTIVE DISPLAY AREA (MM) 596.736(H) x 335.664(V)
PIXEL PITCH (H X V) 0.2331(H) x 0.2331(V)
SURFACE TREATMENT Anti-glare
DISPLAY COLORS 16.7M
DCI-P3 / SRGB 93% / 125%
VIDEO PORTS 1x Display Port (1.2), 2x HDMI (2.0)
AUDIO PORTS 1x Earphone out
KENSINGTON LOCK Yes
VESA MOUNTING 100 x 100 mm
CONTROL 5-way OSD navigation joystick
POWER TYPE External Adaptor 19V 3.42A
POWER INPUT G-sync Compatible
DYNAMIC REFRESH RATE TECHNOLOGY G-sync Compatible
ACTIVATED RANGE 48 to 165Hz
DCR 100000000:1
POWER CONSUMPTION 32W
SIGNAL FREQUENCY 90.9 to 242.4KHz (H), 30 to 165Hz (V)
ADJUSTMENT (TILT) -5° ~ 20°
DIMENSION (W X H X D) 614.9 x 444.6 x 228.38 mm
WEIGHT (NW / GW) 4.5kg / 7.5kg
FRAMELESS DESIGN Yes

Design

MSI OPTIX MAG273QF

MSI OPTIX MAG273QF มาในดีไซน์ที่ดูเรียบง่าย โดยเป็นจอคอมเกมมิ่งแบบ Flat panel ซึ่งทาง MSI พยายามขยายโมเดลในรูปแบบนี้ให้มากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับกลุ่มเกมเมอร์ที่ชื่นชอบจอเกมมิ่งเช่นนี้ และยังรวมถึงตลาดอีสปอร์ตอีกด้วย ด้านหน้ามาในโทนสีเทาเข้ม ขอบจอที่บางเฉียบ ทำให้ดูมีพื้นที่หน้าจอกว้างขวาง ฐานเป็นแบบ V ขนาดใหญ่ แม้จะดูไม่หวือหวาเหมือนในตะกูลที่เป็นจอ Curved แต่ก็ดูมีเสน่ห์ไม่เบา

MSI OPTIX MAG273QF
MSI OPTIX MAG273QF

ขอบจอด้านล่าง ไม่มีการใส่ฟังก์ชั่นเป็นพิเศษ เพราะหลักๆ การควบคุม จะไปอยู่ที่จอยสติ๊กทางด้านหลังจอ ดังนั้นจึงมีเพียงปุ่มเพาเวอร์ สำหรับปิด-เปิดอยู่ด้านใต้เท่านั้น แต่จะเห็นว่าเส้นสาย จะยังคงเป็นเอกลักษณ์ที่มีในจอหลายๆ รุ่นของ MSI

MSI OPTIX MAG273QF
MSI OPTIX MAG273QF

มาดูกันที่ฐานและขาตั้ง ซึ่งออกแบบมาเป็นสามเหลี่ยมด้วยกันทั้งคู่ ทำให้ดูทันสมัยกว่าด้านหน้าเลยทีเดียว แถมยังซ่อนไพ่เด็ดเอาไว้ด้วย ซึ่งเราจะว่ามากันในภายหลัง อย่างไรก็ดีขาตั้งไม่สามารถปรับเลื่อนได้ ส่วนตัวล็อคขาตั้งกับฐาน เป็นแบบมาตรฐาน คือสวมขาตั้งเข้าไป และไขน็อตยึดเท่านั้น

MSI OPTIX MAG273QF

มาดูภาพด้านหลังกันบ้างดีกว่า เรียกว่าสวยงามล้ำสมัยไม่เบาเลย ด้วยการเล่นเส้นสายให้พาดผ่านหลังจอ และยังมีโลโก้ MSI หล่อๆ อยู่ทางด้านซ้าย ซึ่งจอในรุ่นนี้ จะไม่มีแสงไฟ Mystic Light มาให้ ต่างจาก 2 โมเดลคือ MSI MAG274QRF และ MSI MAG274QRF-QD ที่จะเพิ่มแสงไฟด้านหลังมาให้ ไม่ว่าจะเป็นเส้นที่ตัดผ่านทางด้านหลังหรือโลโก้ MSI ก็ตาม

MSI OPTIX MAG273QF
MSI OPTIX MAG273QF
MSI OPTIX MAG273QF

จอคอมขอบจอบางเฉียบแบบนี้ จัดว่าให้พื้นที่ในการใช้งานได้เต็มที่มากขึ้น และที่สำคัญสำหรับคนที่ชอบการใช้งานแบบมัลติมอนิเตอร์ สามารถต่อจอเพิ่มได้แบบที่ลดขอบที่ดูเกะกะสายตาไปได้มากทีเดียว และทำให้ดูไม่เทอะทะน่าใช้มากขึ้น

MSI OPTIX MAG273QF
MSI OPTIX MAG273QF

5-way navigation joystick ที่อยู่ด้านหลังจอ ปุ่มสีแดงๆ ช่วยให้ควบคุมการปรับแต่งได้ง่ายขึ้น ซึ่งคนที่เบื่อกับการกดปุ่มหลายๆ ปุ่ม ในการตั้งค่าหน้าจอ น่าจะชื่นชอบการปรับ OSD ในรูปแบบนี้ เพราะจะช่วยให้เลือกโหมดหรือตั้งค่าได้ตามต้องการ ในเวลาไม่กี่วินาที ที่สำคัญยังมีปุ่มลัด มาเป็นทางเลือกให้เราได้ใช้อีกด้วย

MSI OPTIX MAG273QF
MSI OPTIX MAG273QF

และทั้งหมดนี้ เป็นภาพรวมของดีไซน์และรูปลักษณ์ของ MSI OPTIX MAG273QF รุ่นนี้

Adjustable

MSI OPTIX MAG273QF

สำหรับจอคอม MSI OPTIX MAGG273QF เป็นจอเกมมิ่งน้องเล็กในซีรีส์ จึงมีบางส่วนที่ถูกลดทอนลงไป เช่นเดียวกับการปรับเลื่อนในจุดต่างๆ จอรุ่นนี้จะมีให้เพียงการปรับ Tilting หรือมุมก้ม-เงย ได้ที่ -5 ถึง 20 องศาเท่านั้น แต่ถ้าเป็นรุ่น MAG274QRF และ MAG274QRF-QD จะสามารถปรับ Rotate เพิ่มได้ 90 องศาอีกด้วย แต่ราคาก็จะขยับสูงตามฟังก์ชั่นในการใช้งาน

OSD settings

MSI OPTIX MAG273QF

มาถึงในส่วนของการปรับตั้งค่าจอภาพ ผ่านทาง OSD settings กันบ้าง MSI รุ่นนี้มาพร้อม 5-way navigation joystick ทางด้านหลัง ใช้การกดปุ่ม เลื่อนซ้าย-ขวา ขึ้น-บน ที่จัดว่าเป็นรูปแบบที่ใช้งานง่ายมาก ในหน้าฟังก์ชั่นจะมีด้วยกัน 6 ส่วนหลักคือ

  1. Gaming – สำหรับปรับโหมดตัวเลือกในการเล่นเกมรูปแบบต่างๆ
  2. Professional – ใช้ในการปรับค่าของภาพ เพื่อการใช้งานตามความเหมาะสม
  3. Image – ตั้งค่าความสว่าง แสง สี Contrast และอื่นๆ
  4. Input Source – เลือกสัญญาณเข้ามาที่จอ
  5. Navi Key – ตั้งค่าปุ่มจอยสติ๊กเพื่อให้ใช้งานปุ่มลัดได้
  6. Setting – ตั้งค่าพื้นฐานของตัวจอ เช่น ภาษา ความโปร่งแสง และปุ่มต่างๆ
MSI OPTIX MAG273QF

แถบด้านบนของเมนู จะรายงานสถานะของมอนิเตอร์ ความละเอียด 2560 x 1440, รีเฟรชเรต 165Hz, อยู่ใน Game mode FPS และพร้อมใช้งาน Adaptive-Sync ในช่องสัญญาณ DisplayPort

MSI OPTIX MAG273QF

ในส่วนที่เกมเมอร์ต้องเข้ามาปรับแต่ง Game Mode ระบบจะปรับรายละเอียดของภาพให้เหมาะกับการเล่นเกมในแต่ละแบบ เช่น FPS, Racing, RTS และ RPG หรือจะตัั้งค่าเอง ก็สามารถเลือกแบบ User ได้เช่นกัน

MSI OPTIX MAG273QF

แต่สำหรับคนที่ใช้งานหลากหลาย ก็มีตัวเลือกของ Color Temp. มาให้ใช้ด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นพื้นฐานที่หลายๆ คนใช้งานกันอยู่แล้ว

MSI OPTIX MAG273QF
MSI OPTIX MAG273QF

หากตัว OSD บดบังโปรแกรมที่คุณใช้งาน ก็อาจจะเลือกตั้งค่า Transparency ให้โปร่งใส เพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบการทำงานของคุณ


Feature

ไฮไลต์ที่น่าสนใจ และเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับเกมเมอร์บนจอคอมรุ่นนี้ ประกอบด้วยส่วนหลักๆ เหล่านี้

MSI OPTIX MAG273QF

พาแนล Rapid IPS: คงอาจจะไม่ลงลึกไปที่เทคโนโลยีมากนักกับพาแนลจาก MSI นี้ เพราะสิ่งที่จะเกิดขึ้นในระหว่างที่คุณใช้งาน น่าจะสำคัญยิ่งกว่า ซึ่ง Rapid IPS นี้จะเป็นอีกชื่อหนึ่งในหลายๆ เทคโนโลยีที่ว่ากันไปตามชื่อของผู้ผลิตแต่ละราย แต่สิ่งที่จะเห็นได้ชัดเจนก็คือ การให้ผลในเรื่องของการแสดงผลและการตอบสนอง ที่เหนือกว่าพาแนลแบบ IPS ทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับหลายคนที่อาจมองว่า IPS อาจจะตอบสนองกับการทำงานมากกว่า แต่ถ้าดูจากรายละเอียดและความแตกต่างที่เกิดขึ้นแล้ว ปัจจุบันกลับให้ความเร็วในแง่ของ Hz ที่สูงขึ้น ทำให้รีเฟรชเรตได้เช่นเดียวกับ TN หรือ VA ที่ก่อนหน้านี้ หลายคนจะมองไปในแง่ของความเร็ว และสีสันที่สดใส แต่สำหรับ MSI OPTIX MAG273QF ให้คุณได้สัมผัสทั้งรีเฟรชเรตที่มากถึง 165Hz และ Response time 1ms เท่านั้น คนที่เล่นเกม FPS หรือ Action RPG ก็คงปฏิเสธไม่ได้ ถึงความสามารถในจุดนี้ และหาได้ค่อนข้างยากในท้องตลาด กับราคาประมาณหมื่นต้นๆ

MSI OPTIX MAG273QF

OSD settings: ใช้งานง่ายมากๆ สำหรับ 5-way navigation ที่อยู่ด้านหลังของจอคอมเกมมิ่งรุ่นนี้ เพราะถ้าคุณเคยผ่านประสบการณ์ปุ่มกดหลายๆ ปุ่ม เชื่อว่าคุณจะจะต้องหลงรักเจ้าจอยสติ๊กนี้อย่างแน่นอน แค่กดปุ่มและเลื่อนไปมา เหมือนกับที่คุณเล่นเกมบนเครื่องเล่นเกมคอนโซล ก็สามารถปรับแต่งหน้าจอได้แล้ว และไวกว่าแบบอื่นๆ มากมาย แม้ว่าจะเป็นการใช้งานครั้งแรก แต่ก็เชื่อว่าคุณจะใช้เวลาในการปรับตัวไม่นาน ที่สำคัญยังมีปุ่มลัด เพื่อเข้าสู่ฟีเจอร์ที่ต้องการได้อีกด้วย ในแง่ของความสะดวกสบาย ส่วนตัวให้คะแนนในข้อนี้เป็นพิเศษเลยครับ

MSI OPTIX MAG273QF

ฟีเจอร์ Night Vision: เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับจอเกมมิ่งของ MSI มายาวนาน ใครที่เล่นเกมแนว Dark ฉากมืดหรือในสตอรีที่มีศัตรูชวนหลอนเยอะ เช่น Resident Evil หรือ DBDL หรือจะเป็นแนว Action ในสมรภูมิที่มีแสงน้อย ไม่ควรพลาดฟีเจอร์นี้ เพราะจะช่วยเปิดโลกให้คุณเห็นสิ่งต่างๆ ได้ชัดขึ้น และการมองเห็นนี้เอง อย่างน้อยๆ ก็จะพอมีเวลาให้คุณได้หลบหรือโจมตีก่อน และลดโอกาสสูญเสียไปได้มาก โดยที่ Night Vision ยังมีให้เลือกหลายระดับ ตั้งแต่แบบน้อยๆ พอให้ได้เห็นหรือจะแบบชัดเจนจนเห็นรอบข้างได้ชัดเจน ก็ขึ้นอยู่กับว่า แบบไหนให้อรรถรสกับคุณได้มากที่สุด โดยฟีเจอร์นี้จะไม่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของระบบแต่อย่างใด เคล็ดลับ เน้นคว้าชัยชนะ ก็ปรับมากหน่อย เน้นสนุกสนาน ได้ฟิลลิ่งก็ปรับน้อยหน่อยได้ครับ

MSI OPTIX MAG273QF
MSI OPTIX MAG273QF

Screen Assistant: กรณีที่คุณเล่นเกม ไม่ว่าจะเป็น Action FPS หรือ Open-World ก็ตาม ปัญหาของหลายๆ คนก็คือ จับทิศทางการเคลื่อนที่ไม่ได้ ขณะที่โดนโจมตีหนักๆ ดังนั้น Screen Assistant จึงเข้ามาเป็นตัวช่วยให้กับผู้เล่น ซึ่งจะช่วยให้คุณยึดจุดตรงกลางหน้าจอ ให้พอจับทิศทางได้ง่ายกว่า รวมถึงการเล่นในโหมด First person การมีตัวช่วยที่เป็นศูนย์เล็งบนหน้าจอ ก็มีส่วนช่วยเพิ่มความแม่นยำได้มากขึ้นนั่นเอง และฟีเจอร์ดังกล่าวนี้ ก็มีอยู่ในจอเกมมิ่งของ MSI เกือบทุกรุ่น ให้คุณเปิดใช้งานได้บน OSD settings และ Software อีกด้วย

MSI OPTIX MAG273QF
MSI OPTIX MAG273QF

Low Blue Light: สำหรับคนที่ต้องอยู่หน้าจอคอมนานๆ ในแต่ละวัน ฟีเจอร์ลดแสงสีฟ้า จะช่วยให้คุณใช้งานได้สบายตายิ่งขึ้น และยังช่วยถนอมสายตา เมื่อต้องจ้องหน้าจอบ่อยๆ ฟีเจอร์นี้เหมาะกับการใช้งานทั้งซอฟต์แวร์สำนักงาน การท่องเว็บ และการใช้งานทั่วๆ ไป ส่วนถ้าจะใช้ในการชมภาพยนตร์ แนะนำให้เลือกโหมด Movies หรือถ้าจะใช้ในงานกราฟิกและอื่นๆ สามารถตั้งในโหมดของ User settings หรือ Office ก็ได้เช่นกัน

MSI OPTIX MAG273QF
MSI OPTIX MAG273QF

Rapid IPS นอกจากจะช่วยให้อัตรารีเฟรชเรตบนจอรุ่นนี้ทำได้รวดเร็วถึง 165Hz และการตอบสนองระดับ 1ms ซึ่งสูงมาก หากเทียบกับในกลุ่มของจอเกมมิ่งระดับเดียวกันในท้องตลาดเท่านั้น แต่ยังให้มุมมองที่กว้างตามแบบฉบับของ IPS ที่ช่วยให้ผู้เล่น สามารถมองเห็นภาพในมุมมองต่างๆ ได้ชัดเจนเท่าๆ กัน เพื่อไม่ให้พลาดการมองเห็นและการโจมตีจากฝ่ายตรงข้าม ซึ่งส่งผลต่อความแม่นยำอยู่ด้วยเช่นกัน นับว่าเป็นข้อดีที่น่าจะอยู่ในความต้องการของเหล่าเกมเมอร์


Port connector

MSI OPTIX MAG273QF
MSI OPTIX MAG273QF

พอร์ตต่อพ่วงของจอคอม MSI OPTIX MAG273QF รุ่นนี้ ประกอบด้วย Display Port (1.2) จำนวน 1 พอร์ต และ HDMI (2.0) อีกจำนวน 2 พอร์ตด้วยกัน ซึ่งก็ดูจะเพียงพอต่อการใช้งาน โดยเฉพาะการเล่นเกมที่มีทางเลือกให้ใช้งานได้มากขึ้น


Performance

MSI OPTIX MAG273QF

PUBG

มาเริ่มกันที่ PUBG กันก่อน สำหรับเกมนี้บางคนก็เน้นที่ภาพสวย แต่บางคนก็อยากเน้นที่เห็นศัตรูก่อนเป็นสำคัญ จึงมีทั้งคนที่เลือกตั้งค่า Low ให้ภาพลื่นขึ้น เคลื่อนไหวไม่สะดุด ซึ่งหากคนที่ใช้คอมแรงระดับกลาง รีเฟรชเรตเกิน 60fps ขึ้นไป ในโหมด Medium หรือ High เลือกปรับความละเอียด 2K แบบ Native ไปเลย ก็จะได้สัมผัสกับความสมจริงมากขึ้น เพราะนอกจากเรื่องของรายละเอียดที่ดี สังเกตสิ่งรอบข้างได้ง่าย สีสันที่ได้ ก็ยังสดใส ปรับโหมด FPS ในส่วนของ OSD และใช้งาน Adaptive-Sync เท่านี้ก็ทำให้ได้ภาพที่ลื่นและเล่นได้สะดวกขึ้นอีกด้วย

MSI OPTIX MAG273QF

ส่วนใครที่ชอบเล่นในโหมดของ Sniper หรือยิงระยะไกลเป็นหลัก นอกจากเมาส์ที่นิ่งๆ ด้วยค่า DPI สูงๆ แล้ว การเลือกใช้งาน Screen Assistant ก็ช่วยให้การเล็ง ทำให้ได้ดีขึ้น แม้จะไม่ได้ช่วยให้แม่นขึ้น 100% แต่ก็ช่วยให้การเทียบระยะของศูนย์เล็งค่อนข้างทำได้ไว และที่สำคัญการรองรับ G-Sync Compatible ก็ยังพอให้ภาพที่ได้มีความลื่นไหลในระดับหนึ่งเลยทีเดียว

MSI OPTIX MAG273QF
MSI OPTIX MAG273QF

ภาพด้านบนนี้ เป็นส่วนที่เปรียบเทียบคุณสมบัติ Night Vision ในเกมนี้ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่เพิ่มความได้เปรียบในการเล่นเกม ในฉากที่มีแสงน้อย ความมืดมาก หรือมีความแตกต่างของแสงค่อนข้างเยอะ จะช่วยให้คุณมองเห็นศัตรูได้ง่ายขึ้น สังเกตได้จากภาพด้านบนที่ไม่ได้ใช้ Night Vision แม้ว่าจะพอมองเห็นรายละเอียดของฉาก แต่ก็ยากในการมองหาศัตรู เพราะค่อนข้างกลมกลืนไปกับฉาก แต่ 2 ภาพที่ถัดมาด้านล่าง เมื่อเปิดฟีเจอร์นี้ ก็ทำให้มองเห็นสิ่งต่างๆ ได้มากกว่า ไม่ใช่แค่การเปิดความสว่าง Brightness แต่ปรับทั้งเรื่องของสีสัน และรายละเอียดให้เห็นได้ชัดเจน แนะนำว่าถ้าฉากมีแสงมือสว่างสลับไปมา ให้ใช้โหมด AI แต่ถ้าอยากจะให้สว่างชัดต่อเนื่องไป ก็สามารถเลือกใช้ Strongest ได้เลย

MSI OPTIX MAG273QF

Battlefield V

มาที่เกมแอ็คชั่นตัวจริง ที่กินสเปคพอสมควรกันบ้าง BFV ที่มักจะมาพร้อมความอลังการของฉาก แสง สีแบบจัดเต็ม ซึ่งคุณสามารถเล่นได้สนุกจัดเต็มได้บนจอ MSI รุ่นนี้ เพราะสีสันที่สวยจัดจ้าน ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ดังตัวอย่างที่คุณเห็นได้ในฉาก Last Tiger ที่เป็นรถถังยิงถล่มกับแรงระเบิดและควันที่คลุ้งกระจาย ในส่วนที่จะได้ประโยชน์จาก G-Sync Compatible อยู่ด้วย เพราะการเคลื่อนไหวและสิ่งที่ต่างๆ ที่อยู่รอบตัว เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด และด้วยภาพที่นิ่ง อาการฉีกขาดของภาพน้อยลง ก็จะเพิ่มความแม่นยำให้กับการเล่นได้มากขึ้น และด้วยรายละเอียดระดับ 2K WQHD นี้ ก็ทำให้เล่นเกมได้อยากสนุกสะใจเลยทีเดียว

และคุณยังสามารถใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์ Night Vision ได้บนเกมนี้เช่นกัน ดังจะเห็นได้จากภาพด้านบน ทางซ้ายปิดการทำงานอยู่ อาจจะทำให้มองเห็นรายละเอียดได้มากนัก อย่างเช่น ลวดลายบนกำแพง หรือเหล็กดัดบนประตู แต่เมื่อเปิดการทำงานเป็น Strong ก็จะเห็นได้อย่างชัดเจน ทำให้คุณสามารถจัดการกับศัตรูได้ง่ายขึ้น โอกาสโดนโจมตีก่อนอาจจะน้อยลงอีกด้วย

MSI OPTIX MAG273QF

Horizon Zero Dawn

สำหรับเกมนี้ ต้องบอกว่าความจัดจ้านของสีสัน และเอฟเฟกต์เบลอ ยังคงเป็นเอกลักษณ์ที่น่าสนใจ และจอจาก MSI รุ่นนี้ ก็ช่วยเพิ่มอรรถรสในการเล่นได้ดีทีเดียว กับภาพที่ต่อเนื่องสวยงาม น่าจะทำให้สาย Adventure สนุกได้มากขึ้น โดยเฉพาะในฉากที่ต้องมีศัตรูจำนวนมากโจมตีรอบด้าน หน้าจอขนาดใหญ่ระดับ 27″ นี้ ทำให้การเคลื่อนไหวคล่องตัวเลยทีเดียว

MSI OPTIX MAG273QF

นอกจากประสิทธิภาพที่ดีสำหรับการเล่นเกมแล้ว จอคอม MSI OPTIX MAG273QF รุ่นนี้ยังมาพร้อมขอบเขตสีที่กว้าง DCP-IP3 92% และ sRGB 125% ที่เรียกว่ากว้างในระดับของจอที่ใช้ในงาน Content ซึ่งเหมาะกับเหล่า Creator ทั้งหลาย ที่เรียกว่าทั้งเล่นเกม และทำงานไปด้วยกัน ซึ่งเหมาะกับการใช้ในการตกแต่งภาพ ตัดต่อวีดีโอ ได้ในระดับที่ดีทีเดียว ในส่วนนี้น่าจะลงตัวกับเหล่าเกมเมอร์ ที่ต้องการทำงานในด้านวีดีโอ รวมถึงการแคสสตรีมและการเป็น Youtuber ได้อีกด้วย อีกทั้งหน้าจอก็มีขนาดใหญ่ ความละเอียดระดับ 2K ก็ทำให้การจัดสรรหน้าจอในการจัดการเมนู และ Tool ต่างๆ ของโปรแกรม ให้มองเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น

MSI OPTIX MAG273QF

Conclusion

MSI OPTIX MAG273QF

MSI OPTIX MAG273QF สำหรับจอคอมสำหรับเล่นเกมรุ่นนี้ ต้องถือว่าดีกรีความน่าสนใจ ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว เพราะถ้ามองจากคุณสมบัติที่จัดมาให้ ตั้งแต่พาแนล รีเฟรชเรต และฟังก์ชั่นการใช้งาน เรียกได้ว่าเกือบจะครบเครื่อง สำหรับคอเกม ที่มองถึงประสิทธิภาพในการเล่นเกมแบบจริงจัง นอกเหนือจากสเปคคอมตัวแรงที่มีอยู่แล้ว โดยเฉพาะในแง่ของภาพ ที่ให้ความสวยงามและต่อเนื่องได้ดี รวมถึงมี Game Mode มาให้ปรับแต่งได้ และเหมาะกับคนที่อาจจะไม่ชินกับการใช้จอโค้ง แต่อยากได้จอแบนที่ตอบสนองได้ไว มุมมองภาพที่กว้าง และการใช้งานได้หลากหลาย สิ่งสำคัญคือ ลูกเล่นที่ทำให้การเล่นเกมได้เปรียบคู่แข่งด้วย เพราะฟีเจอร์อย่าง Night Vision ก็ช่วยให้การมองเห็นสิ่งต่างๆ ในเกมได้ดีขึ้น โดยเฉพาะเกมที่อยู่ในสมรภูมิแสงน้อยๆ เล่นในความมืดเป็นหลัก ก็สามารถปรับใช้ได้ตามต้องการ

แต่ที่น่าสนใจก็คือ การที่ MSI เลือกใช้พาแนลคุณภาพสูง ให้ขอบเขตสีที่กว้าง ไม่ว่าจะเป็น DCI-PI หรือ sRGB มาให้นอกเหนือจากการเล่นเกม แม้จะไม่ได้เทียบเท่ากับจอสำหรับงาน Content โดยตรง แต่ก็พอทดแทนกันได้แบบใกล้เคียงเลยทีเดียว เอาใจสายตัดต่อ ที่ไม่ได้เล่นเกมเพียงอย่างเดียว แต่ใช้งานในการสร้างคอนเทนต์ หรือการทำงานอื่นๆ เข้าไปด้วย อย่างไรก็ดีรุ่นที่ทีมงานได้รับมาทดสอบจะไม่ได้มีแสงไฟด้านหลัง Mystic Light มาให้ แต่ถ้าสนใจต้องการได้ความสวยงามและฟีเจอร์อื่นๆ เพิ่มเติม ยังมีอีก 2 ตัวเลือกมาให้ สำหรับสนนราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 12,900 บาท และการรับประกันอีก 3 ปีเต็ม


Price

MSI OPTIX MAG273QF: ราคา 12,900 บาท

MSI MAG274QRF: ราคา 16,900 บาท
https://www.msi.com/Monitor/Optix-MAG274QRF

MSI MAG274QRF-QD: ราคา 17,900 บาท
https://www.msi.com/Monitor/Optix-MAG274QRF-QD

รับประกัน 3 ปีเต็ม
MSI Call Center 02 409 2984

ซื้อสินค้า MSI ได้ที่: http://bit.ly/38RqMVU
ติดตามโปรโมชั่นได้ที่: https://th.msi.com/Promotions/all/cur…%E2%80%8B


จอเล่นเกม 27″ 144Hz 7 รุ่นโดนๆ สีสด ลื่นไหล ราคา 10,000 บาท

จอเกมมิ่ง 27″ 144Hz เปิดแค่ 7,900 บาท

from:https://notebookspec.com/web/587535-msi-optix-g273qf-165hz-gaming

Mini PC เล็กแค่ฝ่ามือ! Intel NUC ใหม่ RTX + I7 เล่นเกม ทำงาน แคสสตรีมลื่น

ถ้าคุณเริ่มเบื่อกับพีซีขนาดใหญ่ ที่เติมเงินถมลงไป ก็ไม่จบสักที ลองดู Mini PC หรือพีซีขนาดเล็ก ที่คุณอาจจะเคยลืมไปว่า คอมที่บ้านใหญ่เพียงใด กับมินิพีซีจาก Intel NUC ขนาดประมาณฝ่ามือ แต่ฮาร์ดแวร์ภายใน ประสิทธิภาพไม่ได้เล็กไปด้วย เกริ่นเอาไว้เลยว่า แรงเท่ากับเกมมิ่งพีซีของบ้านใครหลายคนได้เลยทีเดียว โดยเฉพาะคอเกมที่ชื่นชอบความเล็กพริกขี้หนู ไม่ต้องไปหาประกอบคอมใหม่ ที่วุ่นวายไม่รู้จบ แถมยังไม่รู้ว่าจะหาการ์ดจอที่ไหนมาใช้ในเวลานี้ และเน้นความเป็นส่วนตัว พกพาได้ ต่อได้หลายจอ บอกเลยว่ารีวิวนี้ ให้คุณมองโลกของ NUC เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงครับ

Mini PC

Intel NUC 11 Enthusiast Mini PC Kit จัดเป็น Mini PC ในแบบชุด Kit ที่จะมีมาเป็น Box มาให้ ประกอบด้วย ซีพียู การ์ดจอ เมนบอร์ดและ WiFi เหลือแค่ RAM, SSD ที่คุณจะต้องไปเลือกหามาติดตั้งตามต้องการ แต่ไม่ต้องกังวลเรื่องการประกอบ เพราะคู่มือให้มาละเอียดมาก แกะน็อตไม่กี่ตัว ก็ติดตั้งได้แล้ว ส่วนถ้าไม่ค่อยมั่นใจ ดูตามขั้นตอนที่ทำไว้ให้ในรีวิวนี้ก็ได้ครับ โดยสเปคคร่าวๆ จะมาพร้อมซีพียู Intel Core i7 และการ์ดจอ GeForce RTX รองรับการเชื่อมต่อ WiFi 6 พร้อมการเชื่อมต่อ 2.5Gb รองรับพอร์ตต่อพ่วงอีกมากมาย ส่วนรายละเอียดต่างๆ สามารถดูจาก Specification ได้จากด้านล่างนี้

Mini PC Intel NUC 11

จุดเด่น

  • ขนาดกระทัดรัด ประหยัดพื้นที่โต๊ะ พกพาสะดวก
  • ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ไม่ว่าจะเล่นเกมหรือทำงาน
  • แกะอัพเกรดได้ มีความยืดหยุ่นพอสมควร
  • มีพอร์ตรองรับอุปกรณ์ต่อพ่วงใหม่ๆ ครบครัน
  • แสงไฟด้านหน้าปรับแต่งได้

ข้อสังเกต

  • อแดปเตอร์ขนาดค่อนข้างใหญ่
  • เป็นซีพียูโน๊ตบุ๊ค
  • ใช้แรมโน๊ตบุ๊ค SODIMM เท่านั้น

Specification

  • ซีพียู: Intel Core i7-1165G7 Base clock 2.8GHz, Turbo 4.7GHz
  • กราฟิก: Intel Iris Xe Graphic G7, GeForce RTX 2060 GDDR6 6GB
  • แรม: DDR4 SODIMM x 2 DDR4 3200 Upto 64GB
  • Storage: M.2 22×80/110 PCIe x4 Gen3 NVMe and M.2 22×80 key M slots for PCIe x4 Gen3 NVMe
  • พอร์ตต่อพ่วง: Thunderbolt™ 4, USB 3.1 Gen2 x6, Intel® 2.5Gb (i225-LM) Ethernet, SDXC slot
  • เชื่อมต่อไร้สาย: Intel® Wireless-AX 201, IEEE 802.11ax 2×2 and Wi-Fi 6 + Bluetooth® 5
  • พอร์ตแสดงผล: HDMI 2.0b, Mini DisplayPort 1.4,
  • ขนาด: 221 mm x 142 mm x 42 mm
  • ระบบปฏิบัติการ: Windows® 10

แกะกล่อง

Mini PC

สำหรับแพ๊คเกจของ Intel NUC 11 Enthusiast Mini PC ที่เราได้รับมา เป็นแบบจำหน่ายจริง ซึ่งสิ่งที่พิมพ์ลงมาบนกล่องนั้น คือรายละเอียดทั้งหมดของตัวผลิตภัณฑ์ อย่างที่เห็นคือ ด้านหน้าจะมีเพียงโลโก้ Intel NUC และมุมบนขวา บอกถึงรุ่นซีพียูที่ใช้ใน NUC รุ่นนี้ Core i7 และชื่อรุ่นเต็มจะอยู่มุมด้านล่างอย่างที่เห็น

ส่วนด้านหลัง จะเป็นภาพกราฟิกของอุปกรณ์ Intel NUC รุ่นนี้ ซึ่งทำให้เห็นรายละเอียดอย่างชัดเจน ส่วนด้านบนจะบอกสเปคมาให้แบบครบถ้วน

Mini PC

เปิดกล่องออกมา จะเห็นโลโก้ Skull ซึ่งเป็นคีย์หลักของ Mini PC จาก Intel รุ่นนี้ กับเส้นสายสีทอง ตัดกับตัวกล่องอย่างชัดเจน

Mini PC

และเมื่อเปิดกล่องออกมา จะเห็นตัวมินิพีซี Intel NUC ที่วางเอาไว้ด้านบน กันกระแทกด้วยโฟมหนาแน่นสูงรอบด้าน ซึ่งรองรับต่อการเคลื่อนย้ายได้แบบไม่ต้องกังวลเรื่องแรงกระแทก

Mini PC

ส่วนอุปกรณ์ต่างๆ ทาง Intel ออกแบบมาเป็นลิ้นชัก แค่ดึงออกมา แล้วนำอุปกรณ์ต่างๆ มาใช้ได้ทันที หลักๆ จะเป็น คู่มือการติดตั้ง, ฐานวางตัวเครื่อง และแผ่นเพลตที่เป็นโลหะ สำหรับติดตั้งบน Wall Mount หลังจอภาพได้อีกด้วย

Mini PC

นอกจากนี้ ยังได้ให้อุปกรณ์เสริม สำหรับการติดตั้งมาให้ ประกอบด้วยน็อตยึดเพลตติดด้านหลังจอ และไขควงแบบ 6 เหลี่ยม เพื่อใช้ในการไขน็อตด้านนอกตัวเครื่อง ตามตัวอย่างนี้

Mini PC

และชิ้นสำคัญที่เป็นตัวหลักในการใช้งาน Intel NUC นี้ ก็คือ อแดปเตอร์หรือตัวแปลงไฟขนาดใหญ่พอสมควร จ่ายไฟในแบบ 19.5V / 11.8A กับขนาดเท่าสมุดพกย่อมๆ เล่มหนึ่งได้เลย

Mini PC

การออกแบบ

Mini PC

ด้านหน้าตัวเครื่องไม่ธรรมดาเลยทีเดียว กับความหนาประมาณ 5-7cm มีช่องระบายอากาศเป็นแบบรังผึ้งมาให้ และปุ่มเพาเวอร์ เปิด-ปิดเครื่อง มีแสงไฟสีฟ้า ด้านบนจากซ้ายไปขวา ประกอบด้วย microSD card reader, LED status, Thunderbolt 4 (Fast charging), USB 3.1 Gen2 และ 3.5mm. Headset

ด้านข้างซ้ายมีเพียงช่องระบายความร้อนแบบเดียวกับด้านหน้า ทางขวาก็เช่นเดียวกัน แต่เพิ่ม Kensington Lock มาให้

Mini PC

ด้านหลังจะเป็นส่วนที่รวมการเชื่อมต่อต่างๆ เอาไว้อย่างครบครัน จากซ้ายไปขวา Optical sound, 2.5Gb Ethernet LAN, USB 3.1 Gen2, Thunderbolt 4. HDMI, Mini-DisplayPort และ Power Input

Mini PC

จะสังเกตได้ว่า Intel NUC รุ่นใหม่นี้ ขนาดจะยังไม่ต่างจากเดิมมากนัก แต่ดีไซน์กับฟังก์ชั่น โดยเฉพาะการเชื่อมต่อ เพิ่มเติมจากเดิมไม่น้อยเลยทีเดียว และยังเอาใจกลุ่มที่ชอบสไตล์ Mobility มากขึ้น

Mini PC

ด้านใต้มาพร้อมช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ประมาณ 1/3 ของพื้นที่ มีแถบยางสำหรับยกตัวเครื่องให้สูงขึ้น ทั้งสองด้าน และมีพัดลมในการระบายความร้อนมาให้ ซึ่งเดี๋ยวเราจะมาเฉลยในการทดสอบอุณหภูมิกันอีกทีว่าทำได้ดีเพียงใด

Mini PC

เมื่อเทียบขนาดกับโน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง 15.6″ ยังเรียกว่าเล็กกว่ากันเท่าตัว กระทัดรัดพกพาสะดวก ไม่ต้องเอาฐานวางไปก็ได้ถ้ารู้สึกเกะกะ เพราะตั้งแนวนอนเพื่อใช้งานได้เช่นกัน

การเชื่อมต่อ

Mini PC

สิ่งที่จัดว่าเป็นไฮไลต์ของ Intel NUC 11 Enthusiast Mini PC รุ่นนี้ มีอยู่ด้วยกัน 3 ส่วนหลัก ที่ให้ประโยชน์ในการใช้งานอย่างมาก ประกอบด้วย

  • Thunderbolt 4: ทำหน้าที่ในการเชื่อมต่อในปัจจุบันได้ดียิ่งขึ้น นอกจากการถ่ายโอนข้อมูลที่รวดเร็วแล้ว ยังรองรับการชาร์จไฟให้อุปกรณ์ต่างๆ เช่น มือถือ แท็ปเล็ต ยังรวมถึงการแสดงผลไปยังหน้าจอได้อีกด้วย
  • WiFi 6: Intel NUC รุ่นนี้ รองรับการเชื่อมต่อไร้สายความเร็วสูงล่าสุด 802.11ax ด้วยคอนโทรลเลอร์ Intel® Wireless-AX 201 โดยเป็นเสา Antenna ที่ติดตั้งมาในเครื่อง และยังสนับสนุน Bluetooth 5 อีกด้วย
  • 2.5G Gigabit LAN: ตอบโจทย์คอเกมได้ดียิ่งกว่า ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดี สำหรับคนเล่นเกม ที่อยากได้ความต่อเนื่อง ลดอาการ Lag เพราะ Latency ต่ำ จึงช่วยให้การส่งสัญญาณเป็นไปอย่างต่อเนื่องมากขึ้น

การติดตั้งอุปกรณ์

Mini PC

Step 1: ไขน็อตสกรูด้วย 6 เหลี่ยมที่มีมาให้ในกล่อง ที่ด้านบนของ NUC ประมาณ 8 ตัว จากนั้นเปิดฝา ด้วยการยกขึ้นตรงๆ

Mini PC

Step 2: จากนั้นเราจะเห็นด้านในชั้นที่ 2 ในส่วนนี้ จะเป็นส่วนของพาแนลที่จะเรืองแสง เวลาที่เปิดใช้งาน แต่ยังไม่ถึงส่วนที่จะอัพเกรด ให้ใช้ไขควง 4 แฉก ไขน็อตอีกประมาณ 6 ตัวด้วยกัน แล้วยกขึ้นมาตรงๆ

Mini PC

ข้อควรระวัง! พยายามอย่าไปโดนแผงพาแนลที่เป็นรูป Skull ตรงกลาง เพราะค่อนข้างจะบอบบาง และอีกส่วนหนึ่งคือ เมื่อเปิดขึ้นมาแล้ว อย่ากระชากออก เพราะยังมีสายแพ ที่เชื่อมจากจอตรงนี้และเมนบอร์ดเข้าด้วยกัน

Mini PC

Step 3: เมื่อเปิดฝาครอบ ที่เป็นรูป Skull ออกแล้ว จะเห็นสายแพ ที่ต่อเข้ากับเมนบอร์ด และถึงในส่วนของการติดตั้งอุปกรณ์และการอัพเกรดแล้ว

Mini PC

Step 4: มาถึงในส่วนของการติดตั้ง Mini PC จาก Intel รุ่นนี้ มีสล็อตแรมมาให้ 2 สล็อตด้วยกัน โดยสามารถติดตั้งแรมแบบ SODIMM DDR4 3200 ได้สูงสุด 64GB ในแบบ Dual-channel ซึ่งในครั้งนี้ เราติดตั้งที่ 16GB (8GB x2)

Mini PC

แต่ที่น่าสนใจก็คือ NUC 11 รุ่นนี้ ยังมีสล็อต M.2 NVMe มาให้อีก 2 สล็อตอีกด้วย ในการรองรับ SSD ในแบบ M.2 NVMe PCIe จำนวน 1 ช่อง และอีกช่องที่เหลือ จะรองรับได้ทั้งโมดูล NVMe และ SATA โดยทั้งคู่ยังคงเป็นอินเทอร์เฟซเดียวกันคือ PCIe Gen3 x4 ในครั้งนี้เราติดตั้ง WD Black 512GB สำหรับการทดสอบ

Mini PC

Step 5: ปิดฝาด้านบนกลับไปตามเดิม ด้วยการจัดวางให้เข้าที่แล้วไขน็อตให้ครบตามจุดทั้ง 2 ส่วน เมื่อเรียบร้อยแล้ว ก็พร้อมสำหรับการใช้งาน

Mini PC

ทดสอบประสิทธิภาพ

Mini PC

GPUz: ตรวจสอบได้อย่างชัดเจน GeForce RTX 2060 กับ Shader Unit 1920 ชุด และมี VRAM GDDR6 6GB กับการเชื่อมต่อ Bus Width 192-bit โดยทำงานแบบ PCIe Gen3 x4 สเปคมาเต็มๆ แบบนี้ วางใจได้ว่าไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการ์ดจอที่ติดตั้งแยกบนพีซีอย่างแน่นอน

CPUz 1 1
CPUz 2 2

CPUz: มากันที่ซีพียู รายงานถูกต้องว่าเป็น Intel Core i7-1165G7 ทำงานได้แบบ 4 core/ 8 thread และแรมที่เราติดตั้งไปเป็น DDR4 3200 16GB จากทาง Kingston ส่วนการทดสอบในเบื้องต้น เมื่อเทียบกับซีพียูเดสก์ทอป Intel Core i7-10700 พอได้เห็นความต่าง แต่ก็อย่าลืมว่า Core/ Thread และความเร็วนั้น ต่างกันอยู่มากพอสมควร ผลที่ได้จึงถือว่าปกติ

Mini PC

X264 Benchamrk: เป็นการทดสอบการพลังของซีพียูในการ Encode วีดีโอ ซึ่งประสิทธิภาพไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ก็ต้องถือว่าแม้จะเป็นซีพียูโน๊ตบุ๊คที่มีค่า TDP ไม่สูงนัก แต่ก็ตอบโจท์การใช้งานด้านวีดีโอได้ดี เหมาะสำหรับกลุ่ม Youtuber และสตรีมเมอร์ นอกเหนือจากการเล่นเกม

Mini PC

FurMark score: ก็สามารถทำคะแนนออกมาได้น่าสนใจ สำหรับการเรนเดอร์กราฟิก 3 มิติ ด้วยการทำงานของ GPU โดยตรง

Mini PC

PCMark 10: สำหรับคะแนนในภาพรวมที่สูงกว่า 5,xxx คะแนน ก็บอกได้ถึงประสิทธิภาพในการทำงานที่โดดเด่นเทียบเท่ากับพีซีเดสก์ทอปขนาดใหญ่ ส่วนหนึ่งก็เพราะสเปคโดยทั่วไปค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเป็น ซีพียู การ์ดจอ แรมและ SSD ที่ล้วนแต่เป็นองคประกอบหลักที่ทำให้คุณภาพงานสูงขึ้น

Mini PC

CINEBench R20: และสำหรับการทดสอบกราฟิก 3 มิติกับงานเรนเดอร์โดยตรง ซีพียู Intel Core i7-1165G7 ยังคงแสดงศักยภาพออกมาได้ดี แม้ว่าจะทิ้งห่างจากรุ่นพี่ใหญ่ Intel Xeon มากอยู่ แต่ถ้ามองอดีตตัวท็อปอย่าง Core i7-7700K หรือ Xeon E5 ก็ต้องบอกว่า ทำคะแนนออกมาได้ใกล้เคียงเลยทีเดียว

Game Test

Mini PC

PUBG – Low settings: ในโหมด Low บนเกม PUBG เรียกว่าเฟรมเรตทะลุ 100fps ไปได้สบายๆ แม้ในช่วงเอฟเฟกต์เยอะ มีการเคลื่อนไหวและการโจมตีโดยรอบ ก็ยังตกมาไม่มาก แตกอยู่ที่ 80-90fps ซึ่งก็ยังลื่นไหลได้ดี

Mini PC

PUBG – Ultra settings: ส่วนในการปรับ Ultra นั้น ทำให้เฟรมเรตตกลงไปพอสมควร แต่ก็ยังแตะอยู่ที่ราว 70-80fps. ได้ไม่ยาก และเมื่อเจอกับสถานการณ์หนักๆ ก็ยังไหลลื่นมากกว่า 60fps. จึงเล่นได้อย่างสนุกเช่นกัน

Mini PC

Horizon Zero Dawn – Original settings: เกมนี้ แม้จะเรียกใช้สเปคได้โหดกับเอฟเฟกต์และแสงสี แต่ในโหมดนี้ จะเป็นการปรับแบบ Medium ก็ยังไปได้ไหลๆ ภาพสวย เอฟเฟกต์ไม่ด้อยไปเลย ตัวเลขอยู่ที่ราว 70fps. ก็ถือว่าน่าสนใจ

Mini PC

Horizon Zero Dawn – Ultra settings: ส่วนพอปรับมาโหดขึ้น ว่ากันที่ Ultra แน่นอนว่าในหลายครั้ง ก็ทำเอาสะดุดเหมือนกัน โดยเฉพาะเมื่อโดนรุมมาจากหลายด้าน เฟรมเรตเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 40fps. กว่าๆ แต่ถ้าลองปรับรายละเอียดบางส่วนลง ก็น่าจะทำให้เล่นลื่นขึ้นกว่านี้

Mini PC

Battlefield V – Low settings: เป็นอีกเกมสายโหด แต่ให้ภาพที่สวยงาม ขนาดลองปรับมาที่ Low ยังโชว์ความงดงามของแสงสีได้อย่างตระการตา เฟรมเรตไปมากกว่า 130fps. ได้ไม่ยาก แม้จะโดนทุบลงมาบ้าง ในช่วงที่เจอกระสุนหรือระเบิดหนักๆ แต่ก็ยังให้ความประทับใจ สำหรับคอเกมสายแอ็คชั่นนี้

Mini PC

Battlefield V – Ultra settings: ส่วนในโหมด Ultra ถ้าเฟรมเรตไม่ดรอปก็คงแปลก เพราะภาพสวยเวอร์อลังการเลยทีเดียว หล่นมาที่ 70-88fps. โดยประมาณ แต่ก็ถือว่า ถ้าเน้นงานสวย ภาพนิ่ง เอฟเฟกต์แบบจัดจ้าน ก็คงต้องยอมงานนี้ Intel NUC 11 รุ่นนี้จัดให้ได้

Mini PC
Mini PC

Death Stranding – Low and Very High settings: ในเกมนี้ต้องบอกว่าไม่ค่อยต่างกันมากนักในแง่ของการเล่นทั่วไป แม้ภาพจะสวยขึ้นมาบ้างในบางจุดกับความอลังการ แนะนำว่าถ้าเล่นสเปคนี้ ให้ปรับ Very High น่าสนใจมากกว่า เพราะใช้พลังซีพียูไม่มาก ทำให้การรีดพลังของการ์ดจอไปต่อได้สบายๆ จึงทำให้ได้ภาพที่สวยและลื่น แตะๆ ที่ประมาณ 80-90fps.

Mini PC

ประสิทธิภาพการระบายความร้อน

Mini PC

และสิ่งที่หลายคนอาจสงสัยกับพีซีตัวแรงๆ และอยู่ในไซส์ขนาดเล็กเท่าฝ่ามือนี้ จะหรือไม่? และระบายความร้อนได้ดีเพียงใด เราไขคำตอบนี้ให้ ด้วยการทำงานในห้องอุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส และใช้โปรแกรม OCCT ในการเร่งความเร็วของซีพียูแบบ Full load 100% ทั้ง CPU และ GPU สำหรับผลที่ได้จากซีพียูนั้น Full load สูงสุดอยู่ที่ 69 องศาเซลเซียส และต่ำสุดที่ 38 องศาเซลเซียส จัดว่าเป็นข้อดีอย่างหนึ่งของซีพียูจาก Intel Gen 11 รุ่นนี้ ที่จัดการพลังงานและความร้อนได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญระหว่างใช้งาน แทบจะไม่มีเสียงพัดลมมารบกวนเลยด้วยซ้ำ ส่วนด้าน GPU ที่เป็น GeForce RTX 2060 Peak สูงสุดอยู่ที่ 71 องศาเซลเซียส เท่านั้น ซึ่งดูแล้วยังสามารถไปต่อได้ หากเป็นการเล่นเกมจริง ที่ไม่ได้เรียกการทำงานถึง 100% แบบนี้บ่อยนัก เพราะฉะนั้นจึงว่าใจได้ในการเล่นเกมหรือทำงานบน Mini PC จาก Intel นี้

Conclusion

หลังจากได้ดูและทดสอบ Mini PC จาก Intel® NUC 11 Enthusiast Mini PC – NUC11PHKi7CAA เครื่องนี้กันไปแล้ว หลายคนอาจมีคำถามว่า เหมาะกับใคร? ถ้าจะตอบตามจุดประสงค์หลัก ก็คงไม่พ้นคอเกม ที่ต้องการเล่นเกมให้สนุก แต่ถ้ามองกันแบบลึกๆ ทั้งในเรื่องของรูปลักษณ์ ฟีเจอร์และศักยภาพแล้ว อาจจะครอบคลุมการใช้งานไปถึงคนอีกหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น แคสเตอร์ สตรีมเมอร์ ที่สามารถต่อพ่วง Capture card และ Live stream ได้ทันที หรือจะเป็นกลุ่มทำงาน ที่เน้นความคล่องตัว ด้วยการเชื่อมต่อกับพอร์ตแสดงผลที่หลากหลาย ก็ใช้งานได้ง่ายขึ้น หรือจะเป็นคนที่ต้องอาศัยการพรีเซนเทชั่นงาน แต่ต้องการพลังสำหรับเรนเดอร์ภาพ กราฟิกหรือใช้ในงานตัดต่อเบื้องต้น ก็พอที่จะโชว์ให้เห็นได้ที่หน้างานนั้นเอง ยังไม่รวมกลุ่มคนทำงานด้านมัลติมีเดีย ความบันเทิงและกลุ่มนักศึกษาหรือ Work from Home ก็ตาม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสอดคล้องในการใช้งานของแต่ละบุคคล ดังนั้นคำตอบในเรื่องนี้ ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแต่ละบุคคล ส่วนถ้าเงื่อนไขของคุณมีอยู่ในข้อต่างๆ เหล่านี้ เล็ก ประสิทธิภาพดี พกพาสะดวก รองรับได้หลายงาน ก็ไปช้อปกันได้เลย

ข้อมูลเพิ่มเติม: Intel NUC 11

from:https://notebookspec.com/web/583552-mini-pc-gaming-intel-nuc

เลือก SSD ใหม่! – รีวิว KIOXIA EXCERIA SSD บูตวินโดว์เร็ว เข้าเกมไว ย้ายข้อมูลไม่กี่วินาที

SSD เป็นอุปกรณ์ที่ต้องคิดและตัดสินใจให้ดี ก่อนจะเปลี่ยนหรืออัพเกรด ไม่ว่าจะเลือก SSD โน๊ตบุ๊คหรือพีซีรุ่นใหม่ เพราะไม่ได้เป็นอุปกรณ์ที่เปลี่ยนกันบ่อยๆ อีกทั้งควรจะต้องให้ความสำคัญกับฟีเจอร์และคุณภาพ มากกว่าแค่ราคา หรือว่าความจุ เพราะยังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องสนใจ เช่น ค่า Endurance หรือ MTTF หรือ TBW รวมถึงอัตราการเขียนข้อมูลในแต่ละวัน และการรับประกัน สามารถเข้าไปดูข้อมูลได้ใน การเลือก SSD โดยคุณจะทำให้คุณได้ทั้ง SSD ที่มีความเร็ว และประสิทธิภาพเหมาะสมกับรูปแบบการใช้งานของคุณ

เลือก SSD

คุณเคยเจออาการเหล่านี้มั้ย สุดสัปดาห์ทั้งที เพื่อนๆ ปาร์ตี้กันในเกม แต่คุณเปิดเครื่องเข้าตี้ไม่ทัน เพราะฮาร์ดดิสก์ช้ามาก หรือรีบเข้ามาเทรด Bit Coin แล้ววืด เพราะเปิดโปรแกรมช้า ว่าจะขายก็ดอยซะแล้ว หรือจะ Copy file วีดีโอด่วนๆ ที่ตัดเสร็จแล้วไปให้หัวหน้าได้ดู กว่าจะได้แต่ละ GB ไปอาบน้ำ กินข้าวก็ยังไม่เสร็จ บอกเลยว่า ได้เวลาอัพเกรด SSD กันได้แล้ว

เลือก SSD โน๊ตบุ๊ค พีซีใหม่อย่างไร?

NAND Flash: มีให้เลือกมากมาย มีทั้ง SLC, MLC, TLC และ QLC ซึ่งในปัจจุบัน ถ้าจะว่ากันตามความจุและราคา ก็จะมีตัวเลือก TLC และ QLC เป็นหลัก ส่วนประสิทธิภาพและความทนทาน ก็จะขึ้นอยู่กับ NAND Flash แต่ละแบบนั่นเอง เป็นตัวเลือกที่ดีของ SSD ในยุคก่อน เพราะความเร็วสูงและทนทาน แต่ราคาก็สูงเช่นกัน แต่ปัจจุบันมีตัวเลือกอย่าง TLC ที่ให้ประสิทธิภาพที่ดีและใช้งานได้นาน ส่วน QLC เป็นที่นิยมในกลุ่มที่เน้นความจุ และราคาที่ไม่สูงเกินไป

เลือก SSD

ความจุ: สำคัญมาก เพราะ SSD เร็วกว่า Harddisk ปกติอยู่แล้ว คำนวณจากโปรแกรมพื้นฐานที่ใช้ มีการเก็บไฟล์หรือเปล่า ทำงานเอกสารเป็นหลัก หรือใช้ด้านมัลติมีเดีย ถ้ามีข้อมูลเยอะมาก เลือกความจุสูงก็แพงหน่อย หรือจะใช้โซลูชั่นอื่นก็ตามสะดวก

เลือก SSD

ความทนทาน: ในการเลือก SSD ค่า Endurance ให้ดูที่ TBW ในนั้นจะระบุการเขียนซ้ำลงไปใน SSD รุ่นนั้นๆ ว่าได้สูงสุดกี่ Terabyte ใช้เป็นค่าอ้างอิงในเบื้องต้นได้ ตัวเลขยิ่งมาก หมายถึงใช้งานได้ยาวนาน เช่นเดียวกับ MTTF ส่วนใหญ่จะระบุที่หลักแสนหรือล้านชั่วโมง ซึ่งมักจะสอดคล้องกับตัวเลขการรับประกันนั่นเอง

การรับประกัน: ว่ากันตั้งแต่ตัวเลข จำนวนปี รวมถึงเงื่อนไข การเปลี่ยนตัวใหม่ให้ทันที แบบนี้ก็มั่นใจได้ว่างานไม่สะดุด อย่างน้อยก็ทำงานต่อได้

เลือก SSD

เมื่อได้ข้อมูล SSD ที่คุณต้องการเป็นแบบใด ก็ไปเลือก SSD กันได้ตามใจชอบ แต่ถ้ายังไม่ถูกใจ อยากได้ SSD ที่มั่นใจได้ทั้งคุณภาพ ประสิทธิภาพและการรับประกัน วันนี้เรามี SSD จากค่ายที่เชี่ยวชาญด้านหน่วยความจำและ SSD มาแนะนำกันครับ อยู่ตรงหน้านี้แล้วกับแบรนด์ KIOXIA (คิ อ๊อก เซีย)

เลือก SSD

รู้จัก KIOXIA (คิ อ๊อก เซีย)

KIOXIA (คิ อ๊อก เซีย) นั้นไม่ได้เป็นผู้ผลิตหน้าใหม่ในตลาด แต่จัดเป็นอีกหนึ่งค่ายผู้เชี่ยวชาญด้านหน่วยความจำระดับโลก เพราะผลิตตั้งแต่ SSD ระดับ Enterprise สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ กับเซิร์ฟเวอร์ระดับ Tier 0 รวมถึง Data Center ที่เซิร์ฟโซลูชั่น SSD ทั้งเมมโมรี คอนโทรลเลอร์และเฟิร์มแวร์ให้กับบริการด้าน Cloud Storage จนมาถึง SSD สำหรับผู้ใช้ทั่วไป ที่มีให้เลือกทั้ง การอัพเกรด ใช้งานทั่วไป และมืออาชีพ ที่เราจะได้สัมผัสกันในวันนี้

KIOXIA (คิ อ๊อก เซีย) ผู้นำทางด้านการจัดเก็บข้อมูล ประกอบด้วยเมมโมรี่การ์ดSD/ไมโคร SD, แฟลชไดรฟ์ USB และ SSD แต่ละผลิตภัณฑ์ประกอบด้วยสีสันที่สวยงาม แบ่งตามวัตถุประสงค์ของการจัดเก็บ ทำให้ลูกค้าจดจำและเห็นได้อย่างง่ายดายในการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานต่างๆ ยกระดับประการณ์ใหม่ ให้ดียิ่งขึ้นด้วย เทคโนโลยีของอุปกรณ์หน่วยความจำ

Specification

KIOXIA EXCERIA PLUS: (สีฟ้า) เน้นประสิทธิภาพจัดจ้าน ชอบความแรงเป็นชีวิตจิตใจ

เลือก SSD
  • ใช้ได้ทั้ง PC และ Notebook
  • มีความจุให้เลือก 500GB, 1,000GB, 2,000GB
  • ความเร็วในการอ่านและเขียน 3,400/3,200 MB/s
  • การเชื่อมต่อเป็นแบบ M.2 NVMe PCIe Gen3 x4
  • Endurance 800TB
  • การรับประกัน 5 ปี
  • 1TB ราคาประมาณ 6,900 บาท

KIOXIA EXCERIA: (สีส้ม) เพิ่มดีกรีความแรงให้คอมเครื่องโปรด ประกอบคอมใหม่

เลือก SSD
  • ใช้ได้ทั้ง PC และ Notebook
  • มีความจุให้เลือก 250GB, 500GB, 1,000GB
  • ความเร็วในการอ่านและเขียน 1,700/1,600 MB/s
  • การเชื่อมต่อเป็นแบบ M.2 NVMe PCIe Gen3 x4
  • Endurance 400TB
  • การรับประกัน 5 ปี
  • 500GB ราคาประมาณ 2,500 บาท

KIOXIA EXCERIA SATA: (สีเขียว) สำหรับผู้ที่เริ่มต้นอัพเกรดใช้งาน SSD

เลือก SSD
  • SSD ในแบบ SATA 2.5″ หนา 7mm
  • ใช้ได้ทั้ง PC และ Notebook
  • มีความจุให้เลือก 240GB, 480GB, 960GB
  • ความเร็วในการอ่านและเขียน 555/540 MB/s
  • การเชื่อมต่อเป็นแบบ SATA 6Gbps
  • Endurance 240TB
  • การรับประกัน 3 ปี
  • 250GB ราคาประมาณ 1,100 บาท
Model EXCERIA PLUS SSD EXCERIA SSD EXCERIA SATA SSD
User Enthusiast Mainstream Upgrader
Capacity 500GB, 1,000GB, 2,000GB 250GB, 500GB, 1,000GB 240GB, 480GB, 960GB
Max Sequential Read/Write Speed(1) 3,400/3,200 MB/s 1,700/1,600 MB/s 555/540 MB/s
Max Random Read/Write Speed(2) 680,000/620,000 IOPS 350,000/400,000 IOPS 82,000/88,000 IOPS
Interface PCIe Gen3 x4L / NVMe™ 1.3c PCIe Gen3 x4L / NVMe™ 1.3c Serial ATA (SATA) 6 Gbit/s
Form Factor M.2 Type 2280-S3-M / 2280-D3-M M.2 Type 2280-S2-M 2.5-inch, 7mm height
Endurance (Total Bytes Written)(3) Up to 800 TB Up to 400 TB Up to 240 TB
Warranty Period(4) 5 years 5 years 3 years

ฟีเจอร์ของ SSD KIOXIA (คิ อ๊อก เซีย) EXCERIA แต่ละรุ่น

เลือก SSD

KIOXIA EXCERIA PLUS

เลือก SSD

EXCERIA Plus มาในกล่องสีฟ้าสดใส จัดเป็นตัวท็อปสุดในรุ่นมาในรูปแบบของโมดูล M.2 NVMe กับการเชื่อมต่อ PCIe Gen3 x4 ที่ทาง KIOXIA (คิ อ๊อก เซีย) ออกแบบมาเพื่อเหล่าเกมเมอร์และนักประกอบคอมที่ชอบความเร็วแรงของอุปกรณ์ที่ใช้ ให้ความเร็วในการอ่าน/เขียน บนรุ่นความจุ 1TB อยู่ที่ 3,400/3,200 MB/s ซึ่งตอบโจทย์นักสร้างคอนเทนต์ เกมเมอร์และการทำงานในด้านต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ รวมถึงการใช้งานร่วมกับพีซีและโน๊ตบุ๊คได้ โดยมีค่า Endurance สูงถึง 800TB และการรับประกัน 5 ปี

เลือก SSD

KIOXIA EXCERIA

เลือก SSD

สำหรับ EXCERIA นี้ มาในกล่องสีส้ม ออกแบบมาเพื่อคนที่ประกอบคอมเครื่องใหม่ หรือใช้คอมเครื่องแรก SSD ตัวแรก สามารถใช้งานร่วมกับพีซีและโน๊ตบุ๊คได้ ติดตั้งบนสล็อต M.2 NVMe PCIe บนแพลตฟอร์ม NVME 2280 การเชื่อมต่อร่วมกับอินเทอร์เฟส PCIe Gen3 x4 ซึ่งให้ความเร็วได้มากกว่า SATA กับความเร็วบนความจุ 500GB อยู่ที่ 1,700/1,600 MB/s สำหรับการอ่านและเขียนข้อมูล เหมาะอย่างยิ่งกับคอเกมหรือคนที่จะเริ่มต้นกับงานที่ต้องอาศัยข้อมูลขนาดใหญ่หรือไฟล์จำนวนมาก และงานกราฟิกมัลติมีเดีย ให้ค่า Endurance หรือ TBW 400TB และการรับประกันถึง 5 ปีด้วยกัน

เลือก SSD

KIOXIA EXCERIA SATA

เลือก SSD

สำหรับ EXCERIA SATA มาในโทนกล่องสีเขียว จัดเป็น SSD ในกลุ่มผู้ใช้เริ่มต้น ที่ทาง KIOXIA (คิ อ๊อก เซีย) จัดให้อยู่ในกลุ่มของคนที่เริ่มเปลี่ยนมาใช้ SSD เป็นตัวแรก หรืออัพเกรดยจากโน๊ตบุ๊คหรือพีซีเครื่องเก่า เพราะยังมีพอร์ต SATA ใช้งานได้อยู่ ให้ได้เล่นเกม ทำงานหรือโอนถ่ายข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น โดยเชื่อมต่อเข้ากับ SATA 3Gbps มีตัวเลือกความจุตั้งแต่ 240GB, 480GB และ 960GB ความเร็วในการอ่าน/เขียนข้อมูล ประมาณ 555MB/s และ 540MB/s ตามลำดับ ซึ่งความเร็วจะเท่ากันหมดในทุกความจุ และตัวเลขค่า Endurance อยู่ที่ราว 240TB และการรับประกัน 3 ปี

เลือก SSD

ระบบที่ใช้ในการทดสอบ

  • Intel Core i9-10900K
  • ASRock B560 STEEL LEGEND
  • Thermaltake TOUGHRAM DDR4 3200 8GB
  • DEEPCOOL 850W
  • Windows 10 Pro
เลือก SSD

ทดสอบประสิทธิภาพ

มาดูประสิทธิภาพในการทำงานของ SSD จากทาง KIOXIA (คิ อ๊อก เซีย) ทั้ง 3 รุ่นกัน โดยจะเน้นไปที่การทดสอบเรื่องของความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูล การเข้าถึงไฟล์ และความเร็วในการเปิดโปรแกรม เกม ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใช้ที่เลือก SSD คาดหวังจะได้สัมผัสกับความแตกต่างจากการใช้งานบนฮาร์ดดิสก์ทั่วไป

Boot Windows Test 1
ตัวเลขน้อย = ดี

ความเร็วในการบูตวินโดว์: การตัดสินใจเลือก SSD ของหลายๆ คน มักจะคาดหวังกับความเร็วในการบูตเข้าวินโดว์ ที่เรียกว่ากดปุ่มปุ๊บหรือเปิดเครื่องปั๊บ จะเข้าไปสู่หน้าวินโดว์ได้ในอึดใจ ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะถ้าดูตามเวลาตั้งแต่การกดปุ่มเพาเวอร์ ไปจนถึงเข้าสู่หน้าวินโดว์ SSD จาก KIOXIA (คิ อ๊อก เซีย) ใช้เวลา 15 วินาทีนิดๆ เท่านั้น ส่วนฮาร์ดดิสก์ก็เป็นไปตามคาด คืออยู่ราวๆ เกือบ 1 นาที ในเงื่อนไขของข้อมูล โปรแกรมและการติดตั้งวินโดว์ในแบบเดียวกัน

Install program Test 1
ตัวเลขน้อย = ดี

ความเร็วในการติดตั้งโปรแกรม: ตัวเลขที่ปรากฏในการทดสอบนี้ เรียกว่าแสดงให้เห็นความแตกต่างของฮาร์ดดิสก์จานหมุนและ SSD ได้อย่างชัดเจน เพราะระบบ Storage ที่ใช้การเขียนข้อมูล มีผลอย่างมากในการทำงาน และ EXCERIA Plus พี่ใหญ่ ก็สามารถติดตั้งโปรแกรมขนาดใหญ่อย่าง Photoshop CS6 ได้ในเวลาประมาณ 1 นาทีกว่าๆ เท่านั้น ส่วนฮาร์ดดิสก์นั้น ใช้เวลาไปเกือบ 6 นาที

Compress file Test 1
ตัวเลขน้อย = ดี

ความเร็วในการบีบอัดไฟล์: แม้ว่าหน้าที่หลักของการประมวลผล เพื่อการ Compress file จะยังอยู่ที่ซีพียู แต่การส่งไฟล์ข้อมูลไปให้ทัน ก็เป็นหน้าที่ของ Storage ด้วยเช่นกัน ความเร็วของ EXCERIA Plus ยังคงโชว์ศักยภาพออกมาได้ดี ใช้เวลาในการบีบอัดไฟล์ขนาด 9.10GB ด้วยเวลาแค่ 3 นาทีเท่านั้น ใช้เวลาน้อยกว่าฮาร์ดดิสก์ธรรมดาเกือบครึ่ง

Start Game Test 1
ตัวเลขน้อย = ดี

ความเร็วในการเข้าเกม: ทดสอบด้วยการเข้าเกม PUBG ซึ่งจะเป็นการโหลดเข้าหน้าหลัก ในส่วนของ SSD ยังทำความเร็วได้ดี โดยอยู่ที่ประมาณ 40 กว่าวินาทีเท่านั้น ส่วนฮาร์ดดิสก์ใช้เวลานานกว่าพอสมควร และเรียกว่ายังไม่เปิดได้ไม่เต็มที่ มีอาการหน่วงเล็กน้อย เมื่อจะเข้าสู่เกมเต็มๆ อย่างไรก็ดีในส่วนนี้ก็ขึ้นอยู่กับความเร็วอินเทอร์เน็ตและความหนาแน่นของผู้เล่นในช่วงนั้นๆ ด้วย

Copy file Test 1
ตัวเลขน้อย = ดี

ก็อปปี้ไฟล์ข้อมูล: เราทดสอบโดยเน้นไปที่ไฟล์วีดีโอขนาดใหญ่หลายไฟล์ รวมกันความจุ 9.10GB โดยเป็นการก็อปปี้ข้อมูลจาก SSD แบบต่อภายนอก ต่อผ่าน USB 3.1 มายังไดรฟ์ SSD ในแต่ละรุ่น ซึ่งความเร็วที่ได้ก็เป็นไปตามคาด เพราะตัวเลขความเร็วนั้น อยู่ที่ประมาณ 20 กว่าวินาทีเท่านั้นเอง รุ่นที่เร็วสุดอยู่ที่ราวๆ 26 วินาที เร็วกว่าฮาร์ดดิสก์แบบ SATA อยู่หลายเท่าตัว เพราะ HDD 2.5″ ที่เรานำมาทดสอบ ใช้เวลาไปถึง 2 นาทีกว่าๆ เลยทีเดียว

Kioxia SSD 23

CrystalDiskMark

เลือก SSD
KIOXIA EXCERIA PLUS 1TB

KIOXIA (คิ อ๊อก เซีย) EXCERIA PLUS 1TB

เลือก SSD
KIOXIA EXCERIA 500GB

KIOXIA (คิ อ๊อก เซีย) EXCERIA 500GB

เลือก SSD
KIOXIA EXCERIA SATA 240GB

KIOXIA (คิ อ๊อก เซีย) EXCERIA SATA 240GB

Conclusion

Kioxia SSD 1

ในภาพรวมของ SSD จากค่าย KIOXIA (คิ อ๊อก เซีย) ทั้ง 3 รุ่นนี้ จัดว่าทำผลงานออกมาได้ค่อนข้างน่าประทับใจ หากมองในแง่ของคนที่กำลังจะเปลี่ยนจากฮาร์ดดิสก์หรือกำลังจะประกอบคอมใหม่ ความแตกต่างในด้านความเร็วนั้นเห็นได้ชัด แม้จะเป็นแบบ SATA 6Gbps หรือ NVMe ในแบบ PCIe Gen3 x4 แต่ก็เข้ากันได้ทั้งบนโน๊ตบุ๊คและพีซีรุ่นใหม่ ความเร็วก็ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่าย ซึ่งรุ่นท็อป EXCERIA Plus 1TB ราคาประมาณ 6 พันกว่าบาท เหมาะอย่างยิ่งกับคนที่เน้นความแรง ลงวินโดว์ โปรแกรม พร้อมเกมได้แบบเหลือเฟือ หรือจะใช้ในการเก็บไฟล์ข้อมูลเพื่อนำมาใช้ต่อก็สะดวก

จากตัวเลขในผลทดสอบที่ใกล้เคียงกับสเปคที่ระบุมา หรือถ้างบประมาณไม่สูง EXCERIA รุ่นพื้นฐาน ก็รองรับการใช้งานได้ไม่ยาก แต่ถ้างบน้อย แนะนำในรุ่น SATA เพราะให้ผลทดสอบ ไม่ว่าจะเป็นการบูตวินโดว์ การเข้าเกม และบีบอัดไฟล์ แทบไม่ต่างจากรุ่นพี่มากมายนัก เน้นความจุให้เยอะ เพื่อตอบสนองการทำงานได้มากยิ่งขึ้นก็ดูจะคุ้มค่าไม่น้อย กับการรับประกันสูงสุดถึง 5 ปี และเปลี่ยนตัวใหม่ให้เลย หากเสียจากการใช้งาน กับค่ายผู้ผลิตที่มีความเชี่ยวชาญด้านหน่วยความจำระดับโลกเช่นนี้ ก็ดูน่าใช้งานไม่น้อยเลยใช่มั้ยครับ

จุดเด่น

  • ประสิทธิภาพดี ตอบสนองไฟล์งานขนาดใหญ่ได้ไว
  • ติดตั้งง่ายในแบบ SATA และ M.2 NVMe
  • แบ่งสีตามรุ่นและซีรีส์ เพื่อการจดจำ
  • รองรับได้ทั้งพีซีเดสก์ทอปและโน๊ตบุ๊ค
  • ให้การรับประกัน 3-5 ปี

ข้อสังเกต

  • เป็น SSD ที่ใช้อินเทอร์เฟส PCIe Gen3 x4

Contact: ผลิตภัณฑ์ SSD จากทาง KIOXIA (คิ อ๊อก เซีย) มีจำหน่ายแล้วที่ Power Mall / Powerbuy / JD Central และร้านค้าไอทีชั้นนำทั่วประเทศ และจำหน่ายผ่าน Online Official ทั้ง Shopee และ Lazada ในกรณีสินค้าที่มีปัญหาเสีย สามารถเปลี่ยนตัวใหม่ได้ทันที แต่ต้องเก็บแพ็คเกจสินค้าไว้สำหรับการเคลมด้วย

from:https://notebookspec.com/web/581990-review-new-ssd-kioxia-exceria-pc

AXLE เปิดตัวกราฟิกการ์ด RTX 3000 ซีรีส์รุ่นท๊อปที่ยังคงไม่มีวางขายจริง

AXLE บริษัทด้านเทคโนโลยีน้องใหม่(ที่ใหม่จริงๆ เพราะเว็บไซต์ยังคงพัฒนาอยู่) เปิดตัวกราฟิกการ์ดรุ่นท๊อปที่ไม่น่าเชื่อว่าน้องใหม่ในตลาดจะสามารถหาชิปมาใช้ในการผลิตได้กับ AXLE Classic Edition GeForce RTX 3090 และ AXLE Classic Edition GeForce RTX 3080 แถมยังมาพร้อมกับรายละเอียดแปลกๆ อีก จะแปลกมากแค่ไหนไปติดตามกัน

Screenshot 2021 03 01 170314
AXLE Classic Edition GeForce RTX 3090

AXLE Classic Edition

ในช่วงเวลาที่กราฟิกการ์ดนั้นราคาแสนแพงแถมหายากอย่างนี้ เราๆ ท่านๆ คงต้องระวังตัวกันมากจริงๆ เพราะนอกเหนือไปจากการที่จะต้องระวังผู้ขายที่อาจจะหลอกเอาเงินเราไปได้เฉยๆ แล้ว ในบางครั้งเราอาจจะเจอกับของปลอมที่เอาชื่อสินค้าราคาแพงมาวางจำหน่ายในราคาถูกๆ แบบล่อตาล่อใจกันดัวย 

ที่พูดในข้างต้นนั้นไม่ได้หมายความว่า AXLE จะตั้งใจหลอกแต่อย่างใดแต่ทว่าในยุคที่เงินทองหายากแบบนี้นั้นคงต้องระวังตัวกันเอาไว้หน่อย โดยจากข้อมูลนั้นทาง AXLE ได้เปิดตัวกราฟิกการ์ดรุ่นท๊อปที่ใช้ชิปเซ็ทสุดหายากอย่าง RTX 3080 และ RTX 3090 ออกมาพร้อมกันทีเดียวถึง 2 รุ่น แต่การเปิดตัวในครั้งนี้นั้นเป็นการเผยรูปของกล่องและตัวการ์ดดังที่ท่านได้เห็นจากรูปเท่านั้น

Screenshot 2021 03 01 170406
AXLE Classic Edition GeForce RTX 3080

ตัวการ์ดทั้ง 2 รุ่นนั้นจะคล้ายกับการ์ด Founders Edition ของทาง NVIDIA เป็นอย่างมาก สิ่งที่แตกต่างออกไปนั้นมีเพียงสัญลักษณ์ AXLE ตรงพัดลมเท่านั้น นอกไปจากนั้นแล้วหากดูที่กล่องจะเห็นได้ว่ามีการระบุเอาไว้ว่าตัวการ์ดจะมาพร้อมกับพอร์ต DVI ด้วย ซึ่งหากท่านเป็นแฟนๆ กราฟิกการ์ดที่ตามกราฟิกชิปรุ่นใหม่ๆ มาโดยตลอดน่าจะพอทราบกันดีว่า ณ ปัจจุบันนี้กราฟิกชิปซีรีส์ RTX 3000 ของทาง NVIDIA ยังคงไม่มีชิปรุ่นไหนที่ตัวการ์ดจะมาพร้อมกับพอร์ตการเชื่อมต่อ DVI เลย

ด้วยความที่รายละเอียดน้อยมากนั่นเองดังนั้นเราจึงไม่สามารถที่จะสรุปได้ว่า AXLE Classic Edition จะมีวางจำหน่ายจริงหรือไม่ และถ้ามีจริงจะราคาอยู่ที่เท่าไรวางจำหน่ายตอนไหน 

หมายเหตุ – ตอนนี้ทาง AXLE ได้ลบหน้าเว็บที่เปิดตัวกราฟิกการ์ดทั้ง 2 รุ่นออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/web/580171-axle-announces-what-may-well-be-the-most-unlikely-nvidia-geforce-rtx-3080-and-rtx-3090-graphics-cards

Cooling – DEEPCOOL GAMMAXX 400 XT ฮีตซิงค์ไฟสวย เย็นติดตั้งง่าย

ปัจจุบันถ้าคุณเลือกซีพียูแรงๆ ก็อาจจะต้องมองหา Cooling หรือฮีตซิงค์ ที่เป็นพัดลมหรือชุดน้ำดีๆ มาใช้ร่วมกัน เพราะซีพียูตัวแรง หรือตัวท็อปหลายรุ่น ก็ไม่ได้ให้ชุดระบายความร้อนมาให้ เพื่อเปิดโอกาสให้คุณได้เลือกหาในแบบที่คุณต้องการมาใช้ เพื่อตอบโจทย์ของคุณได้มากกว่า แต่การจะเลือกหามาใช้ ก็จะต้องมีรายละเอียดพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นขนาด พัดลม การติดตั้ง ความสวยงาม ไปจนถึงต้องดูว่า สามารถรองรับซีพียูที่มีค่า TDP สูงๆ ในโหมดที่เป็นการทำงานแบบ Full-load ได้ดีอีกด้วย ซึ่งนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่า คุณให้ความสำคัญในสิ่งใดมากที่สุด แต่ถ้าคุณยังไม่มีฮีตซิงค์ในใจ วันนี้เรามีทางเลือกมานำเสนอ

cooling

DEEPCOOL GAMMAXX 400 XT ฮีตซิงค์ในสไตล์ทาวเวอร์ ไซส์กลางๆ ที่ระบายความร้อนให้กับซีพียูทั้ง Intel LGA1200 และ AMD AM4 รุ่นใหม่ ด้วยครีบระบายความร้อนจำนวนมาก เชื่อมต่อกับฮีตไปป์ทองแดงจำนวน 3 เส้น และฐาน Cooling ที่เป็นหน้าสัมผัสจากฮีตไปป์พาดผ่านไปยังซีพียูโดยตรง ทำให้มีการถ่ายเทความร้อนได้รวดเร็ว ซึ่งเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน แต่มีจุดเด่นที่พัดลมขนาดใหญ่ 120mm x 120mm ที่ให้ความเร็วรอบได้ถึง 1,500rpm และออกแบบใบพัดลมมาเป็นพิเศษ ซึ่งให้ปริมาณลมที่พัดผ่านครีบระบายความร้อนได้ดี แต่เสียงรบกวนน้อย พร้อมสีสันจากไฟ LED 6 สี ตัดกับสีขาวและสีดำของพัดลม ช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับคนที่อยากจะตกแต่งภายในเคสให้สวย ในงบที่ไม่มากเกินไปนัก ฮีตซิงค์จาก DEEPCOOL นี้ ไม่ได้มีดีแค่เรื่องการออกแบบและสีสันเท่านั้น แต่ประสิทธิภาพในการระบายความร้อน ยังอยู่ในเกณฑ์ที่น่าสนใจ ส่วนผลการทดสอบจะเป็นอย่างไรนั้น ไม่ชมกันได้เลยครับ

cooling
GAMMAXX 400XT 5

Cooling-DEEPCOOL GAMMAXX 400 XT

จุดเด่น

  • ติดตั้งง่าย ไม่ซับซ้อน
  • มีพัดลม พร้อมแสงไฟ LED เพิ่มความสวยงาม
  • ประสิทธิภาพในการระบายความร้อนอยู่ในเกณฑ์ที่ดี
  • เปลี่ยนพัดลมอื่นมาติดตั้งได้

ข้อสังเกต

  • แสงไฟ LED 6 สี ปรับเปลี่ยนไม่ได้
  • ต้องถอดพัดลมก่อนติดตั้งฮีตซิงค์ลงเมนบอร์ด

Specification

  • ขนาดฮีตซิงค์: 127×50×155 mm
  • น้ำหนักรวม: 723 g
  • ฮีตไปป์: Ø6 mm×4 pcs
  • ขนาดพัดลม: 120×120×25 mm
  • ความเร็วรอบพัดลม: 500~1500 RPM±10%
  • ปริมาณลม: 56.5 CFM
  • แรงดันลม: 1.66 mmAq
  • เสียงพัดลม: ≤27 dB(A)
  • คอนเน็คเตอร์: 4-pin PWM
  • Bearing Type: Hydro Bearing
  • แรงดันไฟพัดลม: 12 VDC
  • กระแสไฟพัดลม: 0.22 A
  • การใช้พลังงานของพัดลม: 2.64 W
  • รูปแบบแสงไฟ: LED

การออกแบบ

Cooling

อุปกรณ์ที่มีมาให้ในกล่อง ค่อนข้างกระทัดรัดเลยทีเดียว ประกอบด้วย ฮีตซิงค์พร้อมพัดลม ขาล็อค Intel ที่รองรับซ็อกเก็ต LGA1200 และ LGA15xx รวมถึง AMD AM4 พร้อมแผ่นพับคู่มือ ช่วยในการติดตั้ง

ภายในกล่องที่มีสีสันสดใส ก็มีชิ้นส่วนสำหรับการติดตั้ง ไม่ว่าจะเป็น ฐานติดหลังเมนบอร์ด เพื่อยึดขาฮีตซิงค์ ขาล็อค Intel ทางซ้ายมือ และตัวล็อคสำหรับ AMD ขวามือ

Cooling
Cooling

ตัวฮีตซิงค์ DEEPCOOL GAMMAXX 400 XT มีให้เลือกทั้งรุ่น X400 WH ที่เป็นพัดลมสีขาว และ X400 XT พัดลมสีดำ แต่ที่เหมือนกันคือ พัดลมจะมาพร้อมแสงไฟสวยงามเช่นกัน

Cooling

ด้านหลังของตัวฮีตซิงค์ มาพร้อมครีบระบายที่เป็นอะลูมิเนียมจำนวนมาก ความสูงของตัวฮีตซิงก์อยู่ที่ประมาณ 15cm

Cooling

Cooling รุ่นนี้ มาพร้อมฐานอะลูมิเนียม และมีฮีตไปป์ทองแดง เส้นผ่าศูนย์กลาง 6mm จำนวน 4 เส้น พาดผ่านด้านใต้ ซึ่งจะสัมผัสกับซีพียูโดยตรง เป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน

Cooling
Cooling

ด้านใต้ฮีตซิงค์ในจุดที่เป็นหน้าสัมผัส จะแปะสติกเกอร์ ซึ่งแจ้งเอาไว้ว่า ให้แกะออกก่อนจะติดตั้งลงบนซีพียู เมื่อแกะออกมาก็จะเห็นท่อทองแดงที่เป็นฮีตไปป์ 4 เส้น ซึ่งอาจจะไม่เงาเรียบมากนัก แต่ก็สามารถนำไปปัดเงาได้ในภายหลัง

พัดลมระบายความร้อน

Cooling

พัดลมที่มีมาในชุดฮีตซิงค์นี้ เป็นพัดลมสีขาวขนาด 120mm x 120mm ความหนามาตรฐาน 25mm ให้ความเร็วรอบที่ 500~1500 RPM±10% ออกแบบใบพัดลมมาเป็นพิเศษ เพื่อลดเสียงรบกวน ที่น่าสนใจคือให้ปริมาณลมได้ถึง 56.5 CFM เลยทีเดียว

หัวต่อไฟเลี้ยงแบบ 4-pins ต่อเข้ากับคอนเน็กเตอร์ CPU_Fan บนเมนบอร์ด สามารถมอนิเตอร์ และปรับรอบพัดลมได้บนระบบ หรือซอฟต์แวร์

Cooling

ตัวล็อคพัดลมเป็นแบบคล้องเข้ากับตัวฮีตซิงค์โดยตรง ซึ่งค่อนข้างแน่นหนาเลยทีเดียว ซึ่งถ้าจะติดตั้งฮีตซิงก์ลงบนเมนบอร์ด ก็ต้องแกะออกก่อน เพื่อให้ไขน็อตยึดฐานได้ง่ายขึ้น

การประกอบติดตั้ง

Cooling

ต้องถือว่าเป็นจุดเด่นของฮีตซิงค์รุ่นนี้ และหลายค่ายก็ใช้วิธีการใกล้เคียงกัน เพราะแค่นำตัวล็อคมาติดตั้งเข้ากับฐาน ทั้งสองข้าง และไขน็อตเพียงด้านละตัวเท่านั้น ซึ่งก็ดูแน่นหนาดี

Cooling

เมื่อไขเสร็จแล้ว ก็จะออกมาตามภาพนี้ ซึ่งขาล็อคทั้งหมดก็เพียงวางลงในช่อง

DEEPCOOL GAMMAXX 400 XT

นำ Bracket ชิ้นนี้ไปแปะไว้ที่ด้านหลังของเมนบอร์ด ซึ่งจะใช้เป็นตัวล็อคฮีตซิงค์

Cooling

เมื่อติดตั้งขาล็อคของตัวล็อคพัดลมซ็อกเก็ต LGA1200 ให้ทาซิลิโคนบนซีพียูให้ทั่ว แนะนำว่าปาดและเกลี่ยให้เรียบ เพื่อการถ่ายเทความร้อนที่ดีขึ้น

Cooling

จากนั้นก็วางขาล็อคในแต่ละด้านลงไป ไขน็อตยึดทั้ง 4 ตัว เป็นแนวทะแยง เพื่อให้ติดตั้งได้ง่ายขึ้น

ภาพจากมุมด้านบนทั้ง 2 ด้าน จะเห็นได้ว่าฮีตซิงก์จะวางขวาง ในตำแหน่งเดียวกับที่ทิศทางลมเข้าจากด้านหน้า ผ่านไปยังพัดลมเป่าออกด้านหลัง

Cooling

หลังจากที่ติดตั้งฮีตซิงค์ลงไปแล้ว ก็ให้ติดพัดลมกลับเข้าไปที่ซิงก์ โดยหันด้านที่เป่าเข้าฮีตซิงก์ เพื่อให้ลมผ่านครีบระบายความร้อนและฮีตไปป์

DEEPCOOL GAMMAXX 400 XT

เมื่อติดตั้งพัดลม สำหรับพร้อมใช้งานแล้ว จะเห็นได้ว่าค่อนข้างจะยื่นไปใกล้กับสล็อตแรมแถวแรกเลยทีเดียว แต่ก็ไม่ต้องกังวลมาก หากคุณใช้แรมที่มีความสูง อาจจะขยับพัดลมให้สูงขึ้นได้ เพื่อจะไม่ต้องไปเบียดกัน กรณีที่ต้องติดตั้งแรมแถวแรก หรือเลือกจะขยับแรมไปแถว 2 ก็ได้เช่นกัน

Cooling

หลังจากที่ติดตั้งเสร็จสิ้นในรุ่น X400 WH ค่อนข้างโดดเด่นในเคสเลยทีเดียว ด้วยสีขาวที่ตัดกับสีดำของอุปกรณ์รอบข้าง และรูปด้านล่าง จะเห็นได้ว่า ความสูง 15cm ยังไม่เลยขอบตัวเคสระดับ Medium Tower สามารถปิดฝาข้างที่เป็นกระจกเทมเปอร์ได้สบาย

DEEPCOOL GAMMAXX 400 XT

และเมื่อเปิดใช้งาน พัดลมแสงไฟ LED ก็จะเริ่มทำงาน ซึ่งจะเป็นแสงไฟแบบตายตัว 6 สีเท่านั้น ไม่สามารถปรับแต่งได้ แต่ก็ทำให้ตัวเคสดูมีสีสันไม่น่าเบื่อ เมื่อเปิดใช้งานกับแรมอย่าง HyperX FURY RGB ก็ดูเข้ากันได้ดีทีเดียว

DEEPCOOL GAMMAXX 400 XT

ประสิทธิภาพการระบายความร้อน

หลังจากที่ติดตั้งฮีตซิงค์และให้เห็นเรื่องของแสงไฟ LED กันเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาทำการทดสอบ โดยมีอุปกรณ์ที่ใช้ในการทดสอบดังนี้

  • ซีพียู Intel Core i5-10600K 8 core/ 16 thread
  • เมนบอร์ด MSI B550 TOMAHAWK
  • แรม HyperX FURY RGB 16GB
  • การ์ดจอ MSI GTX 1660 SUPER VENTUS XS
  • DEEPCOOL 850W
DEEPCOOL GAMMAXX 400 XT idle 1
idle temp.
DEEPCOOL GAMMAXX 400 XT full load
Full load temp.

ในการทดสอบ Cooling จาก DEEPCOOL ครั้งนี้ ในห้องปรับอากาศอุณหภูมิประมาณ 25 องศาเซลเซียส โดยแบ่งการทดสอบออกเป็น การทดสอบโหมด idle เช็คอุณหภูมิขณะที่อยู่ในระบบปฏิบัติการ Windows 10 หลังจากเปิดเครื่องไว้ประมาณ 10 นาที อุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 32 องศาเซลเซียส และขยับไปที่ 45 องศาเซลเซียส เมื่อเริ่มเปิดโปรแกรมบางตัว ส่วนเมื่อเริ่มเปิดเกม จะอยู่ที่ราว 54 องศาเซลเซียส

และในการทดสอบแบบ Full load ด้วยการทดสอบบนโปรแกรม OCCT ซึ่งจะเป็นการเร่งให้ซีพียูทำงานแบบ 100% ในทุกคอร์ อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 67 องศาเซลเซียส มีไปแตะที่ 75 องศาเซลเซียส นิดหน่อยเท่านั้น ซึ่งนับว่าฮีตซิงค์รุ่นนี้ ให้ประสิทธิภาพในการระบายความร้อนได้ดีทีเดียว

Game test 6

มาดูผลทดสอบกับการเล่นเกม Death Stranding กันบ้าง โดยเกมนี้เรียกการทำงานของซีพียูไปประมาณ 50-60% ซึ่งตัวเลขอุณหภูมิในการทำงานอยู่ที่ราว 55-59 องศาเซลเซียส ซึ่งก็ถือว่าฮีตซิงก์รุ่นนี้ ยังเอาอยู่ กับการเล่นเกมต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ

CINEBenchR20

มาดูการทดสอบ Cooling ที่โหดขึ้นมาอีกหน่อย นั่นคือการจำลองเรนเดอร์กราฟิก 3 มิติ ด้วยโปรแกรม CINEBench R20 ซึ่งก็ตามคาด เพราะมีการเรียกใช้ซีพียูในทุกคอร์ เธรดอย่างเต็มที่ ทำให้อุณหภูมิขยับสูงไปแตะที่ 78-79 องศาเซลเซียส แต่ก็ไม่ได้น่าเป็นห่วง เพราะลดระดับลงมาที่ 70 กว่าองศาเซลเซียส ได้ในเวลาไม่นาน

GAMMAXX 400XT 3

Conclusion

ในการทดสอบฮีตซิงค์ DEEPCOOL GAMMAXX 400 ทั้ง 2 รุ่น ไม่ว่าจะเป็น WH หรือ XT ก็ตาม จุดที่น่าสนใจและดูจะเหมาะกับผู้ใช้ก็คือ เรื่องของการติดตั้งที่ง่าย ไม่ซับซ้อน และไม่จำเป็นต้องใช้ชิ้นส่วนมากมาย มือใหม่ก็เริ่มต้นใช้งานทำเองได้ และการที่แยกส่วนพัดลมกับตัวล็อค ทำให้มีความยืดหยุ่น โดยเฉพาะเมื่อต้องใช้แรมที่มีความสูงๆ ก็ยังพอขยับได้ ไม่ติดกัน ในแง่ของไฟพัดลม แม้ว่าจะปรับแต่งไม่ได้ แต่ก็สีสันสดใส เอาใจคอเกมหรือคนที่อยากแต่งเคสแบบง่ายๆ ก็ทำได้อีกด้วย ส่วนประสิทธิภาพการระบายความร้อน ก็เป็นไปตามที่ทดสอบ Full load กับงานเรนเดอร์ ความร้อนอาจจะสูงหน่อย แต่ในแง่ของการเล่นเกม ก็ค่อนข้างสบาย ราวๆ 60 องศาเซลเซียส ก็ถือว่าไม่ได้น่าเป็นห่วง เสียงพัดลมก็ค่อนข้างเบาเลยทีเดียว ในภาพรวมจัดว่าเป็น Cooling อีกรุ่นหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยเลย ทั้งในแง่ของการติดตั้ง ความสะดวก และการใช้งาน จะมีแค่เรื่องต้องแกะพัดลมก่อนติดตั้ง เพื่อความสะดวก และแสงไฟพัดลมที่ปรับไม่ได้ ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็จัดว่าทำได้ดี ใครที่กำลังมองหาฮีตซิงก์ใช้ง่าย ไฟสวย ไม่ควรพลาดเลยครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม: DEEPCOOL GAMMAXX X400

ราคา: ประมาณ 790 บาท

10 อันดับฮีตซิงก์ยอดนิยมใน NBS กุมภาพันธ์ 2564

from:https://notebookspec.com/web/578498-cooling-deepcool-gammaxx-400-xt

10 อันดับ จอคอมพิวเตอร์ NBS TOP CHART ของเหล่านักจัดสเปค กพ. 2021

จอคอมนั้นนานๆ จะเปลี่ยนกันที เลือกจอดีๆ สักรุ่นสำหรับเล่นเกม ทำงานและการเรียนก็คงดีไม่น้อย 10 อันดับ จอคอมพิวเตอร์ ที่นำมาแนะนำกันในวันนี้ เป็นจอที่ได้รับความนิยมในการจัดสเปคของชาว NBS ที่เข้ามาเลือกใช้กันในหน้าจัดสเปคคอม ช่วงเดือนมกราคม 2564 ที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่จะเป็นจอขนาดที่ใช้งานกันในปัจจุบัน 24″ และ 27″ และเน้นไปที่จอคอมเล่นเกมเป็นส่วนใหญ่ มาดูกันว่าทั้ง 10 รุ่นนี้ มีรุ่นใดที่คุณหมายตากันไว้บ้าง บอกเลยว่าหลายรุ่นในนี้ สเปคดี ราคาเด็ด เผ็ดถูกใจคอเกมอย่างแน่นอน จะช้อปจะผ่อนรุ่นไหน คลิ๊กไปที่ลิงก์ด้านใต้กันได้เลย

10 อันดับ จอคอมพิวเตอร์

10 อันดับ จอคอมพิวเตอร์ ยอดฮิต 2021

  1. ACER Nitro Gaming VG240Ybmiix
  2. ACER Nitro Gaming VG270bmiix
  3. MSI Optix G241V
  4. ACER Nitro Gaming VG220Qbmiix
  5. MSI Optix G27C4
  6. SAMSUNG LF24T350FHEXXT
  7. ASUS PG65UQ
  8. AOC 24G2E5/67
  9. ASUS VG279Q
  10. GIGABYTE G27Q
10 อันดับ จอคอมพิวเตอร์
10 อันดับ จอคอมพิวเตอร์

1.ACER Nitro Gaming VG240Ybmiix

จัดว่าฮอตฮิตใน 10 อันดับ จอคอมพิวเตอร์ สำหรับจอในซีรีส์ Nitro ที่เป็นกลุ่มเกมมิ่ง ในรุ่นนี้ก็ถือว่ามีอายุอยู่ในตลาดมากพอสมควร สำหรับ VG240Ybmiix รุ่นนี้ให้สเปคที่ได้กับราคาที่โดน บนหน้าจอขนาดเริ่มต้น 23.8″ ความละเอียด Full-HD เท่านี้ก็โดนใจคอเกมกันแล้ว ด้วยราคาที่ทำให้เข้าถึงได้ไม่ยาก และดีไซน์ก็ถือว่าทันสมัย ขอบจอที่บางพิเศษ พาแนล IPS ให้มุมมองที่กว้าง ซึ่งรองรับการใช้งานได้หลากหลาย แต่พอร์ตแสดงผลมีเพียง D-Sub และ HDMI เท่านั้น รวมถึงการปรับมุมก้มเงยได้เล็กน้อย ความสูงที่ตายตัว กับราคาประมาณ 3 พันปลายๆ ก็น่าสนใจไม่น้อยเลย

  • Size: 24″
  • Resolution: 1920 x 1080
  • Panel: IPS
  • Refresh Rate: 75Hz
  • Port: VGA, HDMI
  • Feature: –
  • Price: 3,650 บาท

ดูข้อมูลเพิ่มเติมและไปช้อปจอคอมรุ่นนี้ได้ที่ Click

10 อันดับ จอคอมพิวเตอร์

2.ACER Nitro Gaming VG270bmiix

มาถึงหน้าจอใหญ่ไซส์ 27″ จากทาง Acer Nitro ขยับไซส์เอาใจคนที่รักการเล่นเกม และอยากเห็นภาพที่ชัดขึ้น ตัวละครบิ๊กบึ้มอย่างเห็นได้ชัด แต่ความละเอียด Full-HD ไม่ต้องใช้สเปคที่แรงมารีดให้มากมาย เป็นพาแนล IPS มุมมองกว้าง ภาพชัด รีเฟรชเรตสูงสุด 75Hz และมาพร้อมลำโพงในตัว สนับสนุน AMD FreeSync ลดปัญหาภาพฉีกขาดจากเฟรมเรตและรีเฟรชไม่ต่อเนื่อง กับหน้าจอขนาดใหญ่นี้ ไม่ใช่แค่เล่นเกมสนุกขึ้น แต่คนที่เน้นการใช้งานหลายหน้าต่าง อยากจะแบ่งหน้าจอใช้งานด้วยการ Snap บนวินโดว์ ก็ให้ความสะดวกไม่น้อย พอร์ตแสดงผลมีทั้ง VGA และ HDMI การปรับใช้งานหน้าจอทำได้แค่ Tilt ก้มเงยเล็กน้อย ในงบประมาณ 5 พันกว่าบาท น่าใช้งานอีกรุ่นหนึ่งใน 10 อันดับ จอคอมพิวเตอร์ ครั้งนี้

  • Size: 27″
  • Resolution: 1920 x 1080
  • Panel: IPS
  • Refresh Rate: 75Hz
  • Port: VGA, HDMI
  • Feature: AMD FreeSync
  • Price: 3,650 บาท

ดูข้อมูลเพิ่มเติมและไปช้อปจอคอมรุ่นนี้ได้ที่ Click

10 อันดับ จอคอมพิวเตอร์

3.MSI OPTIX G241V

จอคอมในซีรีส์ OPTIX ของทาง MSI จัดอยู่ในเกมมิ่งซีรีส์ที่ออกมาทำตลาด และเข้าป้ายมาใน 10 อันดับ จอคอมพิวเตอร์ ที่เน้นฟีเจอร์จัดจ้านมาเพื่อคอเกมโดยเฉพาะ กับจุดเด่นที่ดีไซน์ที่ดูล้ำสมัย ขอบจอบางเฉียบ โดยใน OPTIX G241V รุ่นนี้ หน้าจอ 24″ ความละเอียด Full-HD กำลังพอเหมาะ พาแนล IPS สีสันคมชัดสดใส รีเฟรชเรตสูงสุด 75Hz มาตรฐาน สำหรับคอเกมระดับเริ่มต้น และเสริมลูกเล่นสำหรับคอเกมโดยเฉพาะ เช่น รองรับ AMD FreeSync และ TRUE Color กับฟีเจอร์ Night Vision ที่เพิ่มความได้เปรียบในการเล่น เพื่อจะให้เห็นศัตรูได้ง่ายขึ้นในที่มืด และยังเพิ่ม Game Mode เพื่อการเล่นเกมในแนวต่างๆ ได้อย่างลื่นไหล สวยงาม เช่น FPS, RTS, RPG หรือในโหมดใช้งานต่างๆ พร้อมกันนี้พาแนลยังมีให้ปรับลดแสงสีฟ้า กรณีที่ใช้งานหรือต้องจ้องจอเป็นเวลานานๆ และการปรับฟังก์ชั่นด้วย 5-Way Navigation Joystick ยังเอาใจคนที่ชอบความสะดวกสบายได้ดีทีเดียว กับสนนราคาประมาณ 4 พันกว่าบาท เท่านั้น

  • Size: 24″
  • Resolution: 1920 x 1080
  • Panel: IPS
  • Refresh Rate: 75Hz
  • Port: DisplayPort, HDMI
  • Feature: AMD FreeSync, Game Mode
  • Price: 4,100 บาท

ดูข้อมูลเพิ่มเติมและไปช้อปจอคอมรุ่นนี้ได้ที่ Click

10 อันดับ จอคอมพิวเตอร์

4.ACER Nitro VG220Qbmiix

มาอีกรุ่นหนึ่งใน 10 อันดับ จอคอมพิวเตอร์ ที่เป็นจอเกมมิ่งเริ่มต้นจากทาง Acer ในรุ่น VG220QBMIIX บนบอดี้ขนาด 21.5″ ดีไซน์ยังคงให้ความรู้สึกของเกมมิ่ง ด้วยโทนสีดำ ตัดเส้นสายสีแดงของฐาน บนขอบหน้าจอที่บางพิเศษ 3 ด้าน ด้านหลังมาพร้อมปุ่มปรับการใช้งานและตัวควบคุม OSD ความละเอียดระดับ Full-HD อัตราตอบสนอง 1ms ใช้พาแนล IPS ให้ความคมชัดและมุมมองที่กว้าง อัตรารีเฟรชเรต 75Hz พร้อมรองรับ AMD FreeSync ให้ภาพที่ลื่นไหลในการเล่นเกม เอาใจผู้ใช้จอเป็นเวลานานด้วย Flicker-less ลดการกระพริบของหน้าจอ รวมถึง BlueLightShield ในการลดแสงสีฟ้า เมื่อต้องใช้งานนานๆ โดยเฉพาะคนที่ทำงานเอกสารหรือท่องเน็ต เป็นต้น เอาใจคนที่ชอบความบันเทิงกับลำโพงในตัว เสียงเร้าใจ ปรับมุมก้มเงยได้เล็กน้อย และราคาประมาณ 3 พันกว่าบาทเท่านั้น

  • Size: 22″
  • Resolution: 1920 x 1080
  • Panel: IPS
  • Refresh Rate: 75Hz
  • Port: VGA, HDMI
  • Feature: AMD FreeSync
  • Price: 3,450 บาท

ดูข้อมูลเพิ่มเติมและไปช้อปจอคอมรุ่นนี้ได้ที่ Click

10 อันดับ จอคอมพิวเตอร์

5.MSI OPTIX G27C4

มาถึง 10 อันดับ จอคอมพิวเตอร์ จอคอมที่เป็นไลน์ของเกมมิ่ง รุ่นใหญ่ สเปคไม่ธรรมดาจาก MSI ในรุ่น OPTIX G27C4 รุ่นนี้กันบ้าง ดีไซน์ยังคงสไตล์สปอร์ต เช่นเดียวกับใน OPTIX ซีรีส์ทุกรุ่น กับฐานจอตัว Y ขนาดใหญ่ กับขอบจอที่บางเฉียบ บนบอดี้สีเทาเข้ม เน้นที่ความเป็นจอโค้ง 1500R ให้มุมมองที่กว้างด้วยพาแนล VA คุณภาพ ตอบสนองไว เหมาะกับเกมเมอร์ที่จะก้าวสู่ความเป็นอีสปอร์ท พร้อมด้วยรีเฟรชเรตที่สูงถึง 165Hz และตอบสนองไวแค่ 1ms เท่านั้น ความละเอียดที่ Full-HD เพิ่มความสวยงามด้วย Wide Color Gamut ให้ความสมจริงในการเล่นเกมมากขึ้น และเทคโนโลยี FreeSync Premium ลดอัตราการฉีกขาดของภาพขณะเล่นเกม และเอาใจคนที่ใช้จอคอมนานๆ ด้วยฟีเจอร์ลดแสงสีฟ้าและ Anti-Flicker เพื่อถนอมสายตาอีกด้วย ให้พอร์ตต่อพ่วงมาครบครัน ไม่ว่าจะเป็น HDMI หรือ DisplayPort ก็ตาม เคาะราคา 7 พันกว่าบาท สำหรับเกมเมอร์ที่อยากเล่นเกมได้สนุกมากขึ้น

  • Size: 27″ Curved 1500R
  • Resolution: 1920 x 1080
  • Panel: IPS
  • Refresh Rate: 165Hz
  • Port: DisplayPort, HDMI
  • Feature: AMD FreeSync Premium
  • Price: 6,900 บาท

ดูข้อมูลเพิ่มเติมและไปช้อปจอคอมรุ่นนี้ได้ที่ Click

10 อันดับ จอคอมพิวเตอร์

6.SAMSUNG LF24T350FHEXXT

อีกหนึ่งจอขนาด 24″ ใน 10 อันดับ จอคอมพิวเตอร์ที่ดูน่าสนใจ สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน และราคาค่อนข้างสบายกระเป๋า กับ SAMSUNG LF24T350FHEXXT รุ่นนี้ ที่ดูเรียบง่าย แต่สวยได้ใจ ขอบจอที่บางเฉียบทั้ง 3 ด้าน ขาตั้งรูปตัว V ไม่เปลืองพ้นที่ มีปุ่ม OSD Settings แบบจอยสติ๊กใช้งานสะดวก แต่ไม่สามารถปรับตัวจอได้ พาแนลแบบ IPS ที่ความคมชัด มุมมองกว้าง สบายตา ความละเอียด Full-HD และรีเฟรชเรตสูงสุด 75Hz เพิ่มฟีเจอร์ AMD FreeSync มาให้ สำหรับคอเกม รวมไปถึง Game Mode ที่เอาใจเกมเมอร์ในการเล่นเกมในฉากมืดได้ดี ส่วนใครที่ใช้หน้าจอนาน Samsung ยังจัดโหมดถนอมสายตา Eye Saver Mode และ Flicker Free มาอีกด้วย เพื่อให้การใช้งานในแต่ละวันได้อย่างเต็มที่ แม้จะจ้องหน้าจอเป็นเวลานาน โดยมีพอร์ตแสดงผล 2 แบบคือ VGA และ HDMI ในราคาประมาณ 3 พันกว่าบาท

  • Size: 24″
  • Resolution: 1920 x 1080
  • Panel: IPS
  • Refresh Rate: 75Hz
  • Port: VGA, HDMI
  • Feature: AMD FreeSync
  • Price: 3,900 บาท

ดูข้อมูลเพิ่มเติมและไปช้อปจอคอมรุ่นนี้ได้ที่ Click

10 อันดับ จอคอมพิวเตอร์

7.ASUS PG65UQ

จอไซส์ยักษ์รุ่นใหม่ ที่เข้ามาติดโผในครั้งนี้ ASUS ROG Swift PG65UQ ที่พกความร้อนแรงมาเกินร้อย กับหน้าจอขนาด 65″ และความละเอียดระดับ 4K และอัตรารีเฟรชเรต 144Hz โดยเป็นพาแนลแบบ VA กับดีไซน์สุดเท่ ที่เพิ่มความเร้าใจในการเล่น ขอบจอที่บางเฉียบ ให้ภาพที่ดูเต็มตา และพกพาเทคโนโลยีมาเต็มพิกัด ไม่ว่าจะเป็น nVIDIA G-Sync Ultimate ที่จัดว่าเป็นขั้นสุดของจอในกลุ่มเกมมิ่งนี้ กับผ่านเงื่อนไขในข้อต่างๆ มาครบถ้วน DisplayHDR 1000 ด้วยขนาดที่ใหญ่สะใจ คล้ายกับเป็นผนังห้อง ทำให้คอเกมได้ลุ้นระทึกไปกับการเล่นได้อย่างสมจริง เพิ่มเสียงคุณภาพกับลำโพง ASUS SonicMaster มาให้ รวมถึงการใช้งานกับเครื่องเล่นเกมคอนโซลด้วย VRR บน Xbox One ผ่านทาง HDMI บริเวณฐานจอยังรองรับ AURA Sync ร่วมกับพีซีในการปรับแสงสีได้ตามต้องการ ให้การเชื่อมต่อครบครัน ไม่ว่าจะเป็น HDMI, DisplayPort และมี S/PDIF มาให้อีกด้วย ควบคุมการทำงานผ่านทางรีโมต ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น สนนราคาเปิดที่แสนกว่าบาท

  • Size: 65″ Curved
  • Resolution: 3840 x 2160
  • Panel: VA
  • Refresh Rate: 144Hz
  • Port: DisplayPort, HDMI
  • Feature: nVIDIA G-Sync Ultimate
  • Price: 139,900 บาท

ดูข้อมูลเพิ่มเติมและไปช้อปจอคอมรุ่นนี้ได้ที่ Click

10 อันดับ จอคอมพิวเตอร์

8.AOC 24G2E5/67

จอคอมขนาด 24″ ราคาสบายกระเป๋า แต่ดีไซน์ไม่ธรรมดาจาก AOC ในรุ่น 24G2E5/67 มาพร้อมกับขอบจอที่บางพิเศษ ให้ใช้งานได้เต็มตา บนความละเอียด Full-HD และเป็นพาแนล IPS ให้มุมมองกว้าง เหมาะกับการใช้งานทั่วไป และเล่นเกม อัตราตอบสนอง 1ms ให้ภาพที่ดูสบายตากับ FreeSync Technology พร้อมกับสีสันสดใสบน HDR Mode จุดเด่นอยู่ที่ค่า Gamut หรือขอบเขตสี sRGB 102% จึงช่วยให้ทำงานด้านภาพวีดีโอได้ดีขึ้น ด้วยสีที่แม่นยำ นอกเหนือจากการเล่นเกม ตัวจอปรับได้เล็กน้อยในมุมก้มเงยเท่านั้น พร้อมพอร์ตสัญญาณในแบบ VGA, HDMI และ DisplayPort ครบถ้วน นับว่าทำราคาได้ดีใน 10 อันดับ จอคอมพิวเตอร์ ครั้งนี้

  • Size: 24″
  • Resolution: 1920 x 1080
  • Panel: IPS
  • Refresh Rate: 60Hz
  • Port: VGA, HDMI
  • Feature: AMD FreeSync
  • Price: 3,800 บาท

ดูข้อมูลเพิ่มเติมและไปช้อปจอคอมรุ่นนี้ได้ที่ Click

10 อันดับ จอคอมพิวเตอร์

9.ASUS VG279Q

มาถึง 10 อันดับ จอคอมพิวเตอร์ กับจอเกมมิ่งสายโหด ขนาด 27″ ที่จัดสเปคมาเต็ม พร้อมลูกเล่นเพียบจาก ASUS VG279Q เอาใจคอเกม ให้สนุกไปกับจอภาพขนาดใหญ่ เห็นศัตรูได้ชัด และเพิ่มฟีเจอร์เพื่อความได้เปรียบ ด้วยอัตรารีเฟรชเรต 144Hz และการตอบสนอง 1ms เท่านั้น พร้อมเทคโนโลยี ASUS Extreme Low Motion Blur (ELMB) เช่นเดียวกับ GameFast ที่ช่วยให้คอเกมเล่นได้สนุกมากขึ้น พาแนล IPS กับมุมมองภาพที่คมชัด และเทคโนโลยี Adaptive-Sync (FreeSync™) ช่วยลดอาการภาพฉีกขาด โดยมีพอร์ตสัญญาณมาให้เลือกทั้ง DVI, HDMI และ DisplayPort และให้ตัวจอที่ปรับเลื่อนได้หลากหลาย เช่น หันซ้ายขวาที่ 90 องศา หรือ ก้มเงยได้ -5 – 33 องศา และรองรับการหมุน Pivot ได้อีกด้วย คีย์ที่น่าสนใจ เพื่อเพิ่มความสนุกในการเล่น อยู่ที่ GamePlus ที่เสริมลูกเล่นอย่าง Crosshair, Timer, FPS counter มาให้ใช้ พร้อมกับ Game Mode เพื่อใช้งานในรูปแบบต่างๆ ได้อีกเพียบ และเทคโนโลยี Ultra-Low Blue Light ซึ่งให้ปรับได้หลายระดับอีกด้วย สนนราคาอยู่ที่ราว 7 พันกว่าบาทเท่านั้น

  • Size: 27″
  • Resolution: 1920 x 1080
  • Panel: IPS
  • Refresh Rate: 144Hz
  • Port: DVI, HDMI และ DisplayPort
  • Feature: AMD FreeSync
  • Price: 7,900 บาท

ดูข้อมูลเพิ่มเติมและไปช้อปจอคอมรุ่นนี้ได้ที่ Click

10 อันดับ จอคอมพิวเตอร์

10.GIGABYTE G27Q

เข้ามาในโผ 10 อันดับ จอคอมพิวเตอร์ครั้งนี้ กับโมเดลที่ไม่ธรรมดาจาก GIGABYTE ในรุ่น G27Q ที่ให้ความหรูหราและล้ำสมัย เอาใจคอเกมและคนที่ชอบสเปคแบบจัดเต็ม หน้าจอขนาด 27″ ในแบบ IPS กับมุมมองที่กว้าง ดีไซน์สวยงาม ด้วยโทนสีเทาเข้ม เพิ่มเส้นสายและขอบจอที่บางเป็นพิเศษ ตัวฐานและขาตั้งที่ปรับเลื่อนขึ้นลง รวมถึงก้มเงยได้ ให้สอดคล้องกับการใช้งาน ความละเอียด QHD 2560 x 1440 และให้ค่าความสว่างมากถึง 350cd/m2 การตอบสนอง 1ms และรีเฟรชเรตเอาใจเกมเมอร์ 144Hz รองรับ HDR400 กับสีสันภาพและความคมชัดสดใส พร้อมขอบเขตสีที่กว้างถึง 120% sRGB มีพอร์ตสัญญาณให้ทั้ง HDMI และ DisplayPort กับลำโพงมาในตัว โดยมีซอฟต์แวร์ OSD ให้ปรับแต่งได้อีกด้วย เช่นเดียวกับ AIM Point และ Counter รวมถึง Crosshair ส่วนใครที่อยากจะได้เปรียบในการเล่นมี Black Equalizer มาให้ จัดการเด็ดชีพศัตรูในฉากมืดได้อย่างชัดเจน รวมถึงในส่วนของการใช้งานอื่นๆ อีกมากมาย ในราคาประมาณ หมื่นบาท

  • Size: 27″
  • Resolution: 2560 x 1440
  • Panel: IPS
  • Refresh Rate: 144Hz
  • Port: DisplayPort, HDMI
  • Feature: DVI, HDMI และ DisplayPort
  • Price: 10,900 บาท

ดูข้อมูลเพิ่มเติมและไปช้อปจอคอมรุ่นนี้ได้ที่ Click

Model Size (Inch) Panel Refresh Rate (Hz) Res. FreeSync/G-Sync Port Price (Baht)
1.ACER Nitro Gaming VG240Ybmiix 24″ IPS 75Hz Full-HD VGA, HDMI 3,650
2.ACER Nitro Gaming VG270bmiix 27″ IPS 75Hz Full-HD AMD FreeSync VGA, HDMI 5,900
3.MSI Optix G241V 24″ IPS 75Hz Full-HD AMD FreeSync DisplayPort, HDMI 4,100
4.ACER Nitro Gaming VG220Qbmiix 22″ IPS 75Hz Full-HD AMD FreeSync VGA, HDMI 3,450
5.MSI Optix G27C4 27″ IPS 165Hz Full-HD AMD FreeSync Premium DisplayPort, HDMI 6,900
6.SAMSUNG LF24T350FHEXXT 24″ IPS 75Hz Full-HD AMD FreeSync VGA, HDMI 3,900
7.ASUS PG65UQ 65″ VA 144Hz 3840 x 2160 nVIDIA G-Sync Ultimate DisplayPort, HDMI 139,900
8.AOC 24G2E5/67 24″ IPS 60Hz Full-HD AMD FreeSync VGA, HDMI 3,800
9.ASUS VG279Q 27″ IPS 144Hz Full-HD AMD FreeSync DVI, HDMI และ DisplayPort 7,900
10.GIGABYTE G27Q 27″ IPS 144Hz 2560 x 1440 AMD FreeSync DVI, HDMI และ DisplayPort 10,900

เป็นอย่างไรกันบ้าง สำหรับ 10 จอคอมน่าใช้ ที่เข้ามาอยู่ใน Top Chart ของทาง NBS ซึ่งมาจากทางคุณผู้ที่เข้ามาจัดสเปคเลือกใช้กัน เท่าที่สังเกต หน้าจอขนาด 24″ จะได้รับความนิยมมากที่สุด และจอ 27″ ก็กำลังตามมาติดๆ เชื่อว่าแนวโน้มของจอคอม 27″ ที่ความละเอียดมากกว่า Full-HD จะเริ่มตอบโจทย์การใช้งานของเหล่าเกมเมอร์ และคนที่ชื่นชอบความบันเทิงมากขึ้นอีกด้วย ส่วนสนนราคาก็ขึ้นอยู่กับสเปคของจอในแต่ละรุ่นและซีรีส์ ที่มีเทคโนโลยีและการออกแบบที่ต่างกันไปบ้าง ตามความชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นจอโค้ง พาแนล หรือจะเป็น Adaptive-Sync ไปจนถึงแสงไฟ RGB ในการเลือกใช้ ก็คงต้องมองกันที่ความต้องการในการใช้งานในชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคล

from:https://notebookspec.com/web/576666-10-top-chart-monitor-feb-2021

10 อันดับ Heatsink ระบายความร้อนซีพียู ยอดนิยม NBS 2021 มค.

ซื้อซีพียูแรงๆ มา อยากจะให้ทำงานได้เต็มที่ และไม่ต้องกังวลเรื่องความร้อน ก็ต้องมีตัวช่วยที่ดี วันนี้เรามี 10 อันดับ Heatsink ที่เป็นฮีตซิงก์สำหรับซีพียู ที่ได้รับความนิยมในการจัดสเปคเดือน มกราคม 64 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นฮีตซิงก์ระบายความร้อน ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการทำงาน ใช้งาน พร้อมพัดลมและครีบระบายสวยๆ จากค่ายต่างๆ มาแนะนำกัน มาดูกันว่า มีฮีตซิงก์รุ่นใดบ้าง ที่อยู่ในความสนใจ ของผู้คนที่เข้ามาจัดสเปคในหน้าจัดสเปคของทาง NBS ช่วงต้นปีที่ผ่านมานี้ พร้อมลิงก์ให้คลิ๊กไปดูรายละเอียด และสั่งซื้อกันได้เลย

10 อันดับ Heatsink

10 อันดับ Cooling

  1. Tsunami TSS 7000 RGB
  2. COOLER MASTER MasterAir MA620M
  3. Tsunami TSS 2000 RGB
  4. AEROCOOL Cylon 4
  5. COOLER MASTER Hyper 212 LED Turbo
  6. COOLER MASTER MasterAir MA410M RGB
  7. COOLER MASTER GeminII M5 LED
  8. Be quiet! Shadow Rock LP
  9. COOLER MASTER Hyper H410R Red
  10. Be quiet! Pure Rock 2 Black

1.Tsunami TSS 7000 RGB

10 อันดับ Heatsink

อีกหนึ่งซีพียูคูลเลอร์รุ่นใหม่ล่าสุดที่ติดมาใน 10 อันดับ Heatsink จากแบรนด์ Tsunami ที่มาครบในขนาดที่กะทัดรัดลงกว่ารุ่นก่อนด้วยพัดลมขนาด 92 มิลลิเมตร แบบวางกลางโดยจะนำความร้อนจากซีพียูผ่านขึ้นมาทางฮีทไปท์ 4 เส้น บิดขึ้นมาเป็นรูปตัว U เพื่อนะความร้อนระบายผ่านฟินอลูมิเนียม รองรับ TDP หรือซีพียูที่ใช้พลังงานได้ถึง 120 W อีกทั้งยังมีกรอบครอบเพื่อบังคับทิศทางลงให้สามารถระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ มาพร้อมไฟ RGB ที่กล่องครอบฮีทซิงค์ ซึ่งรองรับระบบซิงค์ไฟ RGB จากเมนบอร์ดเช่นแบรนด์ MSI ASUS GIGABYTE ได้ ติดตั้งใช้งานได้ทั้ง Intel และ AMD

  • Dimension: 115 x 86 x 150mm
  • Fan: 92 x 92 x 25mm 1,500 – 2,500 rpm
  • Max Airflow: 33.9CFM
  • Noise Level: 32.2 dB
  • TDP 120W
  • RGB Sync: ASUS Aura, MSI Mystic Light, Gigabyte RGB Fusion
  • Price: 735 Baht

ดูรายละเอียดฮีตซิงก์เพิ่มเติมที่ Click

2.COOLER MASTER MasterAir MA620M

10 อันดับ Heatsink

มองในแง่การดีไซน์จัดว่าไม่ธรรมดา CoolerMaster ถือว่าเป็นอีกค่ายที่เติบโตในตลาดของชุดระบายความร้อนมายาวนานและเข้ามาใน 10 อันดับ Heatsink นี้ด้วย เช่นเดียวกับ MA620M รุ่นนี้ ที่มาในแบบซิงก์คู่ตัวใหญ่ มีชุครีบระบายความร้อนแยกเป็น 2 ส่วนซ้ายขวา และมาพร้อมฮีตไปป์ 6 เส้น พาดผ่านหน้าสัมผัสทองแดง และมีซิงก์ตัวกลางจับยึดให้แน่นหนา และมีพัดลมขนาด 120mm อยู่ตรงกลาง ความเร็วรอบ 650-2000 rpm ให้เมาท์สำหรับติดตั้งพัดลมได้สะดวก และจุดเด่นกับความสวยงามของไฟ RGB ที่คอนโทรลผ่านตัวควบคุม เพื่อเลือกโพรไฟล์ในการแสดงแสงสี ในภาพรวมแม้ว่าจะดูเป็นฮีตซิงก์แบบบิ๊กไซส์ แต่ก็ให้ความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนได้ดี อีกทั้งรองรับเข้ากับซ็อกเก็ต Intel และ AMD ปัจจุบันได้ลงตัว เมื่อรวมกับการติดตั้งที่ไม่ซับซ้อนก็ต้องถือว่าน่าใช้ไม่น้อยเลย

  • Dimension: 135 x 125 x 165 mm
  • Fan: 120 x 120 x 25 mm/ 650-2000 RPM (PWM) ± 10%
  • Max Airflow: 57.3 CFM
  • Noise Level: 8 – 30 dBA
  • TDP –
  • RGB Sync: Addressable RGB LED Controller
  • Price: 2,790 Baht

ดูรายละเอียดฮีตซิงก์เพิ่มเติมที่ Click

3.Tsunami TSS 2000 RGB

10 อันดับ Cooling
10 อันดับ Heatsink

เป็นซีพียูคูลเลอร์ที่ออกแบบมาในแนวตั้งขนาดไม่ใหญ่มากนักสามารถติดตั้งได้ทุกเมนบอร์ดทั้ง Intel และ AMD โดยจะนำความร้อนจากซีพียูผ่านขึ้นมาทางฮีทไปป์ทองแดง 4 เส้น บิดขึ้นมาเป็นรูปตัว U เพื่อนะความร้อนระบายผ่านฟินอลูมิเนียมที่เคลือบสีดำจำนวนมาก แล้วระบายความร้อนผ่านพัดลม 120 มิลลิเมตร ที่มาพร้อมไฟ RGB แบบ Neon Light Dual Ring RGB LED Fan ที่เป็นไฟ RGB แบบเส้น 2 เส้นอยู่ที่ขอบทั้ง 2 ฝั่ง สวยงาม ที่แถมมาให้เลยในเซ็ต โดยสเปคของ Tsunami Super Storm TSS-2000 รองรับ TDP หรือซีพียูที่ใช้พลังงานได้ถึง 130 W ติดตั้งก็ง่ายไม่ยุ่งยาก ราคายังสบายกระเป๋า เป็นอีกรุ่นที่ได้รับความนิยมใน 10 อันดับ Heatsink นี้ด้วย

  • Dimension: 156.5 x 73 x 123mm
  • Fan: 120 x 120 x 25 mm/ 1000~2000 RPM(PWM)+/-10%
  • Max Airflow: 58~68 CFM
  • Noise Level: 25~35 dB
  • Heatpipe: 4 pipe
  • Fan Life Time : 20,000 Hrs
  • LED Light bar: Red, Blue, Green, Yellow
  • Price: 555 Baht

ดูรายละเอียดฮีตซิงก์เพิ่มเติมที่ Click

4.AEROCOOL Cylon 4

10 อันดับ Heatsink

10 อันดับ Heatsink ก็ต้องไม่พลาดค่ายนี้ AEROCOOL ที่มีไลน์ผลิตภัณฑ์ระบายความร้อนจำนวนมาก และมักจะมีลูกเล่นสนุกๆ ให้กับผู้ใช้อยู่เสมอ เช่นเดียวกับ Cylon 4 นี้ ที่มาพร้อมขนาดที่กระทัดรัด แต่รองรับซีพียูที่มี TDP สูงได้ถึง 145W ดีไซน์ที่ดูเรียบง่าย ในโทนสีดำ เส้นสายเล็กๆ ทำให้ดูสวยงาม แนวแสงไฟ RGB LED ด้านบน ทำให้ดูสะดุดตา โดยมีคอนเน็กเตอร์เข้ากับ ARGB บนเมนบอร์ด ตัวฮีตซิงก์อะลูมิเนียม มีครีบระบายอากาศจำนวนมาก กับการดึงความร้อนจากหน้าสัมผัสซีพียูด้วยเพลตขนาดใหญ่ มายังฮีตไปป์จำนวน 4 เส้น ให้พัดลมขนาด 120mm มาจำนวน 1 ตัวด้านหน้า เป็นแบบ Hydraulic Bearing มีความทนทาน เสียงรบกวนน้อย เข้ากันได้ทั้งซีพียู Intel และ AMD ราคาไม่ถึงพันบาท

  • Dimension: 126.5 x 76 x 160mm
  • Fan: 120 x 120 x 25 mm/ 800-1800 rpm
  • Max Airflow: 58~68 CFM
  • Noise Level: 14-26 dBA
  • Heatpipe: 4 pipe
  • TDP: 145W
  • RGB : Addressable RGB
  • Price: 890 Baht

ดูรายละเอียดฮีตซิงก์เพิ่มเติมที่ Click

5.COOLER MASTER Hyper 212 LED Turbo

10 อันดับ Heatsink

Hyper 212 LED ถือว่าเป็นซีรีส์ที่ออกมายาวนาน และมีออกมาต่อเนื่องหลายรุ่น โดยรุ่น Turbo นี้ มีความโดดเด่นตรงที่จัดพัดลมมาให้ถึง 2 ตัวด้วยกัน ทำให้ฮีตซิงก์ดูมีขนาดใหญ่ขึ้น น้ำหนักตัวเกือบ 0.5Kg. แต่ก็ตอบโจทย์ได้ดีในการระบายความร้อน และมีความสวยงามจากแสงไฟ ควบคู่กันไป โดยที่ฮีตซิงก์มาพร้อมครีบระบายความร้อนอะลูมิเนียมขนาดใหญ่ และมีฮีตไปป์ 4 ท่อช่วยในการนำพาความร้อน กับการเป็นหน้าสัมผัสโดยตรงจากซีพียู รองรับซีพียูได้ทั้ง Intel และ AMD พัดลมมีมาให้ 2 ตัวขนาด 120mm ความเร็วรอบสูงสุดที่ 1,600rpm และให้ความทนทานสูง กับครอบโลหะสีดำและแดงมาให้เลือก เพิ่มความสวยงามด้วยแสงไฟพัดลมสีแดงสดใส และเสียงรบกวนน้อยอีกด้วย ราคาจัดว่าน่าคบหาใน 10 อันดับ Heatsink เป็นฮีตซิงก์เริ่มต้นกับคอมเครื่องแรกได้ดี

  • Dimension: 120 x 60 x 160 mm
  • Fan: 2 Fan 120 x 120 x 25 mm/ 600-1600 rpm
  • Max Airflow: 66.3 CFM ± 10%
  • Noise Level: 9 – 31 dBA
  • Heatpipe: 4 pipe
  • LED : Red
  • Price: 1,030 Baht

ดูรายละเอียดฮีตซิงก์เพิ่มเติมที่ Click

6.COOLER MASTER MasterAir MA410M RGB

10 อันดับ Heatsink
10 อันดับ Heatsink

ถ้าอยากจะเน้นความล้ำสมัย เพิ่มความสวยงามในเคส 10 อันดับ Heatsink ครั้งนี้นำเสนอ MASTERAIR MA410M ที่เป็นฮีตซิงก์อีกรุ่นหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะตั้งแต่รูปทรงหรูหรา ดีไซน์ทันสมัย เพิ่มแสงไฟ RGB มาให้อีกด้วย เห็นได้ชัดจากตัวครีบอะลูมิเนียม HEXAGON HOLOGRAM ที่ถูกซ่อนไว้ข้างใน ครอบด้วยพลาสติกที่มีแสงไฟ RGB อยู่โดยรอบ ให้การระบายความร้อนแบบ 2 พัดลม จุดสำคัญคือ CM จัดเซ็นเซอร์ด้านใต้ซิงก์ให้ตรวจเช็คอุณหภูมิ เพื่อปรับแสงสีได้ตามความร้อนที่เกิดขึ้นอีกด้วย โดยมีคอนโทรลเลอร์ที่ต่อแยกจาก ARGB หรือจะใช้ร่วมกับซอฟต์แวร์ของเมนบอร์ดก็ได้ สำหรับการปรับแต่ง ฮีตไปป์ 4 เส้น ลากผ่านด้านใต้ ตรงเข้าหน้าสัมผัสซีพียูโดยตรง พัดลมขนาด 120mm ความเร็วรอบสูงสุด 1,800rpm และให้อายุการใช้งานที่ยาวนาน และมีให้ถึง 2 พัดลมด้วยกัน

  • Dimension: 111.8 x 130.9 x 165.1 mm
  • Fan: 2 Fan 120 x 120 x 25 mm/ 600-1800 rpm
  • Max Airflow: 53.38 CFM
  • Fan MTTF: 40,000 Hours
  • Noise Level: –
  • Heatpipe: 4 pipe
  • RGB : ARGB Controller
  • Price: 1,670 Baht

ดูรายละเอียดฮีตซิงก์เพิ่มเติมที่ Click

7.COOLER MASTER GeminII M5 LED

10 อันดับ Heatsink

เรียกว่าติดโผกันมาหลายรุ่นสำหรับค่ายนี้ เช่นเดียวกับฮีตซิงก์ที่อยู่ในตลาดมานานอย่าง GEMINII M5 LED ซึ่งเป็นแบบแนวนอน พร้อมพัดลมขนาดใหญ่ สำหรับเคสที่มีข้อจำกัดในด้านความสูง สามารถระบายอากาศให้แรมได้ในตัว และเสียงรบกวนต่ำ ก็ทำให้หลายคนนั้นชื่นชอบ โดยบอดี้หลังอาจจะดูค่อนข้างใหญ่ เพราะขยายไปในแนวราบ ครีบระบายความร้อนอะลูมิเนียม และมีฮีตไปป์ 5 เส้นด้วยกัน พาดผ่านหน้าสัมผัสโดยตรง กับพัดลมไฟสีแดง 120mm แต่เป็นแบบบาง จึงไม่เปลืองพื้นที่ ให้รอบสูงสุด 1,600rpm และAir flow จัดว่าดีเลยทีเดียว ความอึดทนอยู่ในเกณฑ์ที่ใช้ได้นาน ดีไซน์อาจจะแปลกตา ลูกเล่นไม่เยอะ แต่ถ้าดูประสิทธิภาพและราคา ถือว่าลงตัว

  • Dimension: 130.15 x 120 x 45.5 mm
  • Fan: 120 x 120 x 25/ 500-1600 RPM ± 10%
  • Airflow: 50.43 CFM ± 10%
  • Fan MTTF: 40,000 Hours
  • Noise Level: 31 dBA (Max)
  • Heatpipe: 5 pipe
  • Price: 790 Baht

ดูรายละเอียดฮีตซิงก์เพิ่มเติมที่ Click

8.Be quiet! Shadow Rock LP

10 อันดับ Heatsink

10 อันดับ Heatsink มาถึงค่ายนี้ Be quiet! กับฮีตซิงก์ที่มีดีไซน์น่าใช้เป็นสไตล์แบบแนวนอนอีกรุ่นหนึ่ง เอาใจคนใช้เคสเล็กๆ โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น SFF หรือ Small Form Factor หรือ HTPC ก็ตาม แม้จะเป็นฮีตซิงก์ที่ดูกระทัดรัด และน้ำหนักไม่ถึง 400 กรัมดี แต่สเปคก็ไม่ธรรมดา เพราะรองรับซีพียูได้ในระดับ 130W เลยทีเดียว โดยให้ฮีตไปป์มา 4 ชุดด้วยกัน และพัดลมขนาดใหญ่ Pure Wing 2 120mm เสียงรบกวนน้อยมากๆ ความเร็วรอบที่ 1,500 rpm มีครีบอะลูมิเนียมวางในแบบแนวนอน ฐานเป็นทองแดง ที่มีฮีตไปป์พาดผ่าน ที่น่าสนใจคืออายุการใช้งานที่เคลมไว้นานกว่าหลายๆ รุ่นเลยทีเดียว การจัดวางดูกระชับพื้นที่ ไม่ต้องห่วงเคสในแนวสูง และยังช่วยระบายความร้อนให้กับแรมได้อีกทางด้วย การติดตั้งอาจจะต้องใส่ก่อนจะนำเมนบอร์ดลงเคส เพื่อความสะดวก สนนราคานับว่าโดนใจ

  • Dimension: 134 x 122 x 50 mm
  • Fan: 120 x 120 x 25 mm/ 1500 rpm
  • Fan MTTF: 80,000 Hours
  • Noise Level: 25.5dBA (Max.)
  • Heatpipe: 4 pipe
  • TDP: 130W
  • RGB : ARGB Controller
  • Price: 1,590 Baht

ดูรายละเอียดฮีตซิงก์เพิ่มเติมที่ Click

9.COOLER MASTER Hyper H410R Red

10 อันดับ Heatsink

HYPER H410R น้องเล็กสุดกระทัดรัด ที่ค่อนข้างเรียบง่าย แต่ใช้งานสะดวก โดยเฉพาะคนที่ไม่ชอบความยุ่งยากในการติดตั้ง และยังไม่เกะกะพื้นที่ในการวางแรม รวมถึงดูแล้วสบายตา แต่ก็มาพร้อมครีบระบายความร้อนจำนวนมาก ฮีตไปป์มีให้ 4 ชุดด้วยกัน วางพาดผ่านฐานด้านใต้ตรงหน้าสัมผัสซีพียูโดยตรง ไม่ต้องกังวลเรื่องความสูง ใส่ในเคส Mini-Tower ได้สบาย ให้พัลมมารอบจัด 2,000rpm บนขนาด 92mm และเสียงรบกวนน้อย มีความทนทาน เพิ่มความสวยงามเล็กน้อย ด้วยแสงไฟสีแดงสดใส น่าจะถูกอกถูกใจชาว mini-ITX หรือเบื่อซิงก์เดิมของซีพียู เปลี่ยนมาใช้เผื่อ OC ได้อีกด้วย ราคาเบาๆ เข้าใจชาวพีซีที่ชอบมินิมอลเล็กสุดใน 10 อันดับ Heatsink ครั้งนี้

  • Dimension: 90 x 63.5 x 136 mm
  • Fan: 92 x 92 x 25 mm/ 600-2000 RPM (PWM) ± 10%
  • Fan Airflow: 34.13 CFM ± 10%
  • Fan MTTF: 40,000 Hours
  • Noise Level: 29.4 dBA (Max.)
  • Heatpipe: 4 pipe
  • LED : Red
  • Price: 340 Baht

ดูรายละเอียดฮีตซิงก์เพิ่มเติมที่ Click

10.Be quiet! Pure Rock 2 Black

10 อันดับ Cooling
10 อันดับ Heatsink

Be quiet! Pure Rock 2 Black จัดว่าเป็นซีพียูตัวจริงสำหรับคอ OC ที่เข้ามาในโผของเดือนนี้ได้อย่างเต็มตัว กับความหล่อเหลาในโทนสีดำทั้งครีบระบายความร้อน ฮีตไปป์และพัดลม ที่จัดจ้านคือ รองรับซีพียูระดับ 150W ซึ่งหมายถึงรุ่นหัวแถวของทั้ง Intel และ AMD ฮีตไปป์ขนาด 6mm จำนวน 4 ชุดด้วยกัน และยกระดับขอบของตัวซิงก์ให้สูงขึ้น เพื่อหลบตัวแรมอีกด้วย หน้าสัมผัสของซิงก์เป็นฮีตไปป์ทองแดง วิ่งตรงไปที่ซีพียู พัดลมขนาดใหญ่ 120mm ที่มีเสียงรบกวนต่ำ กับการออกแบบใบพัดลมมาเป็นอย่างดี ให้การติดตั้งที่ง่าย ด้วยอุปกรณ์ไม่กี่ชิ้น ใครที่เบื่อกับแสงสี อยากมีสไตล์ที่ดุดัน ไม่ควรพลาด

  • Dimension: 62 x 121 x 155 mm
  • Fan: 120 x 120 x 25/ 1500 RPM (PWM) ± 10%
  • TDP: 150W
  • Fan MTTF: 40,000 Hours
  • Noise Level: 26.8 dBA (Max.)
  • Heatpipe: 4 pipe
  • Price: 1,290 Baht

ดูรายละเอียดฮีตซิงก์เพิ่มเติมที่ Click

Model Heatsink Fan RPM. Heatpipe LED Price
1.Tsunami TSS 7000 RGB 115x86x150mm 92x92x25mm 2,500 4 Yes 735B
2.COOLER MASTER MasterAir MA620M 135x125x165mm 120x120x25mm 2,000 6 Yes 2,790B
3.Tsunami TSS 2000 RGB 156.5 x 73 x 123mm 120x120x25mm 2,000 4 Red 555B
4.AEROCOOL Cylon 4 126.5 x 76 x 160mm 120x120x25mm 1,800 4 RGB 890B
5.COOLER MASTER Hyper 212 LED Turbo 120 x 60 x 160 mm 120x120x25mm 1,600 4 Red 1030B
6.COOLER MASTER MasterAir MA410M RGB 111.8 x 130.9 x 165.1 mm 2x 120x120x25mm 1,800 4 ARGB 1,670B
7.COOLER MASTER GeminII M5 LED 130.15 x 120 x 45.5 mm 120x120x25m 1,600 5 Red 790B
8.Be quiet! Shadow Rock LP 134 x 122 x 50 mm 120x120x25m 1,500 4 ARGB 1,590B
9.COOLER MASTER Hyper H410R Red 90 x 63.5 x 136 mm 92 x 92 x 25 mm 2,000 4 340
10.Be quiet! Pure Rock 2 Black 62 x 121 x 155 mm 120 x 120 x 25 1,500 4 1,290B

10 อันดับ Cooling ในครั้งนี้ค่อนข้างจะมีความหลากหลาย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแต่ละรุ่นเข้ามาในช่วงเวลาที่ต่างกัน และความชื่นชอบในเรื่องของรูปลักษณ์และฟังก์ชั่น ก็ขึ้นอยู่กับงบประมาณของผู้ใช้ในแต่ละบุคคล ซึ่งเชื่อได้เลยว่าต้องมีสักรุ่นในนี้ที่คุณต้องสนใจอย่างแน่นอน อย่างไรก็ดีการเลือกใช้ อยากให้เน้นไปที่การลดความร้อนมาเป็นอันดับแรกๆ แต่ก็ควรเช็คขนาดพื้นที่ภายในเคสให้เหมาะสม ส่วนเรื่องความสวยงามนั้น มาแต่งเติมกันได้ในภายหลัง การลงทุนเรื่อง Cooling หรือฮีตซิงก์ระบายความร้อน ก็น่าจะกันเอาไว้ในระดับหนึ่ง เพราะจะมีผลต่อการใช้งานในระยะยาว รวมถึงคนที่อยากจะลองปรับแต่งโอเวอร์คล็อกก็จะเห็นผลมากขึ้นอีกด้วย

from:https://notebookspec.com/web/576706-10-cooling-heatsink-for-cpu-2021

10 อันดับ SSD ยอดนิยมในจัดสเปคคอม NBS 2021 อัพเกรด ประกอบคอมใหม่

ประกอบคอมกันเวลานี้ ส่วนใหญ่ต้องมี SSD ติดเครื่องไว้บ้าง เพราะอย่างน้อยช่วยให้บูตเร็ว เข้าเกมไวขึ้น ต้นปี 2021 แบบนี้มาดู 10 อันดับ SSD ที่เหล่านักจัดสเปค เข้ามาเลือกในหน้าจัดสเปคคอมของ NBS กันดีกว่าว่ามีรุ่นใด ที่ได้รับความนิยม และน่าใช้กันบ้าง SSD ราคาประหยัดก็ติดเข้ามาในชาร์ทนี้ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น SSD SATA หรือว่า M.2 NVMe ก็ตาม หากสนใจก็สามารถเข้าไปจัดสเปคคอมด้วยตัวเองกันได้เลย

เข้าไปดูอันดับยอดนิยมของบรรดาอุปกรณ์ต่างๆ กันได้ที่ NBS Top Chart

10 อันดับ SSD

*MTBF (Mean time between failures) หรือ ระยะเวลาการใช้งานเฉลี่ย

10 อันดับ SSD ยอดฮิตในหน้าจัดสเปค NBS

  1. SAMSUNG 970 EVO Plus 500GB NVMe
  2. Western Digital SN850 SSD 1TB Black
  3. Western Digital Black SN750 250GB NVMe
  4. Western Digital Blue 1TB 3D NAND
  5. Kingmax PQ3480 SSD 1TB
  6. Western Digital SN850 SSD 500GB Black
  7. Western Digital Blue SN550 500GB NVMe
  8. SAMSUNG 970 EVO Plus 1TB NVMe
  9. Western Digital Black SN750 500GB NVMe
  10. SAMSUNG 860 EVO 1TB

1.SAMSUNG 970 EVO Plus 500GB NVMe

10 อันดับ SSD

มาที่ SSD รายแรกซึ่งเข้าป้าย 10 อันดับ SSD มาได้อย่างร้อนแรง และถือว่าเป็นอีกรุ่นที่ยืนยาวในตลาดได้นาน สมเป็นหนึ่งใน 10 อันดับ SSD ของปีที่ผ่านมานี้ สำหรับ Samsung 970 EVO Plus ที่ทำตลาดได้สมกับเป็นเรือธง ด้วยความจุ 500GB ซึ่งมาพร้อม NAND ในแบบ MLC ที่ถือว่ามีความทนทาน แต่ยังคงเป็นเจนเนอเรชั่น ที่ใช้การเชื่อมต่อ PCIe Gen3 x4 ในแบบ M.2 NVMe ให้ความเร็วในการอ่านและเขียนระดับ 3,500 MB/s และ 3,200 MB/s ตามลำดับ แต่จุดที่น่าสนใจอยู่ที่ค่า MTBF มากถึง 1.5 ล้านชั่วโมง และเขียนได้ที่ 300TBW อีกด้วย ซึ่งถ้าเทียบกับ SSD ทั่วไป ตัวเลขนี้ถือว่าออกมาได้น่าสนใจไม่น้อยเลยกับ SSD M.2 NVMe ที่ความเร็วระดับนี้ ราคาอยู่ที่ 3,xxx บาท

  • Interface: M.2 (2280) PCIe Gen 3.0 x 4, NVMe 1.3
  • Capacity: 500GB
  • NAND: Samsung V-NAND 3-bit MLC
  • Controller: Samsung Phoenix Controller
  • Sequential Read/ Write: 3,500 MB/s/ 3,200 MB/s
  • MTBF: 1.5 Million Hours
  • Endurance: 300 TBW
  • Price: 3,xxx บาท

ดูข้อมูล SSD รุ่นนี้เพิ่มเติมได้ที่: SAMSUNG 970 EVO Plus 500GB

2.Western Digital SN850 SSD 1TB Black

10 อันดับ SSD

เป็น SSD ความเร็วสูง ที่จัดว่ามาแรงในช่วงหลังมานี้ เช่นเดียวกับ 10 อันดับ SSD ที่ถือว่าเป็น SSD เจนเนอเรชั่นใหม่ ซึ่งใช้อินเทอร์เฟส M.2 PCIe Gen4 กับความเร็วที่เพิ่มขึ้นกว่าเดิมสองเท่า สำหรับ WD SN850 เพราะถ้าดูจากความเร็ว Read/ Write ระดับ 7,000MB/s/ 5,300 MB/s ทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มใหม่จาก AMD และ Intel ก็สามารถรีดความเร็วให้กับการทำงานได้ดี เหมาะทั้งการทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์เฉพาะทาง เปิดไฟล์ขนาดใหญ่และการเล่นเกมแบบจริงจัง มีแบบที่มีซิงก์ระบายความร้อนมาให้เลือกด้วย พร้อมด้วย TLC NAND และเพิ่มค่าความทนทานได้สูงถึง 600 TBW เลยทีเดียว เคาะราคาอาจจะสูงอยู่บ้าง ราวๆ 8,xxx บาท แต่ถ้ามองในแง่ประสิทธิภาพ ถือว่าคุ้มค่าไม่น้อย

  • Interface: M.2 (2280) PCIe Gen 4.0 x 4
  • Capacity: 1TB
  • NAND: 3D NANA TLC
  • Sequential Read/ Write: 7,000MB/s/ 5,300 MB/s
  • MTBF: 1.75 Million Hours
  • Endurance: 600 TBW
  • Price: 8,xxx บาท

ดูข้อมูล SSD รุ่นนี้เพิ่มเติมได้ที่: Western Digital SN850 SSD 1TB

3.Western Digital Black SN750 250GB NVMe

10 อันดับ SSD

WD Black SN750 เป็นหนึ่งในไลน์ของ SSD ระดับแถวหน้าของทาง WD ที่เปิดตัวออกมาท่ามกลางคู่แข่งในท้องตลาดมากมาย แต่อยู่ในช่วงที่กระแสของ Gaming SSD กำลังเติบโต อินเทอร์เฟสในการเชื่อมต่อแบบ PCIe Gen3 x4 ค่า MTTF อยู่ที่ราวๆ 1,750,000 ชั่วโมง ซึ่งถ้าเทียบกับ SSD ในระดับเดียวกัน นับว่าอยู่ในระดับต้นๆ ความเร็วในการทำงานรุ่น 250GB นี้อยู่ที่ 3,100 MB/s Read และ 1,600 MB/s Write ตอบความต้องการทั้งในด้านของเกมและการทำงานได้ดี กับราคาประมาณ 1,xxx บาท จัดว่ามาแรงใน 10 อันดับ SSD นี้ด้วยเช่นกัน

  • Interface: M.2 (2280) PCIe Gen 3 x 4
  • Capacity: 250GB
  • NAND: 3D NAND TLC
  • Sequential Read/ Write: 3,100MB/s/ 1,600 MB/s
  • MTBF: 1.75 Million Hours
  • Endurance: 200 TBW
  • Price: 1,xxx บาท

ดูข้อมูล SSD รุ่นนี้เพิ่มเติมได้ที่: Western Digital Black SN750 250GB

4.Western Digital Blue 1TB 3D NAND

10 อันดับ SSD

ต้องเรียกว่าเป็น SSD ในแบบ SATA3 ที่มีผู้ให้ความสนใจอย่างล้นหลามอีกรุ่นหนึ่งใน 10 อันดับ SSD ด้วยชื่อของ WD Blue ที่อยู่คู่ตลาดมายาวนานตั้งแต่ฮาร์ดดิสก์ WD Blue™ 3D NAND SATA SSD มาในซีรีย์ Blue ที่จะเน้นเรื่องของความคุ้มค่าสเปคต่อราคา โดยมาพร้อมเทคโนโลยีการผลิตชิปแบบ 3D NAND มาในรูปแบบ SATA3 ใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 1,750,000 ชั่วโมง ความเร็วการอ่านอยู่ที่ 560 MB/s และเขียนอยู่ที่ 530 MB/s เหมาะกับผู้ใช้งานที่ประกอบเครื่องพีซีใหม่ และอัพเกรด Storage ให้กับโน๊ตบุ๊คหรือพีซี ด้วยความจุที่มากถึง 1TB ก็ทำให้การใช้งานในแบบต่างๆ คล่องตัวขึ้น ไม่รู้สึกอึดอัด แม้จะไม่ได้ความเร็วทะลุหลัก 1,xxxMB/s เหมือนกับ M.2 PCIe ก็ตาม แต่สนนราคาระดับ 3,xxx บาท ย่อมทำให้การตัดสินใจง่ายขึ้น และเหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวันได้ดี

  • Interface: SATA3
  • Capacity: 1TB
  • NAND: 3D NAND
  • Sequential Read/ Write: 560MB/s/ 5300 MB/s
  • MTBF: 1.75 Million Hours
  • Endurance: 400 TBW
  • Price: 3,xxx บาท

ดูข้อมูล SSD รุ่นนี้เพิ่มเติมได้ที่: Western Digital Blue 1TB

5.Kingmax PQ3480 SSD 1TB

10 อันดับ SSD

สำหรับ Kingmax นับว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในตลาดเมมโมรีมายาวนาน และด้วยราคาที่ค่อนข้างสบายกระเป๋า สำหรับ PQ3480 รุ่นนี้ ที่เป็น SSD ในแบบ M.2 NVMe PCIe Gen3 x4 ความจุถึง 1TB ก็กลายมาเป็นตัวเลือกของหลายคนอยู่บ่อยครั้ง ในแง่ความเร็วก็จัดว่าทำได้ค่อนข้างดี แม้ในการ Read จะไม่ถึง 2,xxxMB/s แต่อัตราการ Write นั้นไม่ธรรมดา จัดว่าเทียบชั้นกันในรุ่นได้เลย ด้วยการเลือกใช้ 3D NAND TLC ส่วนจุดที่น่าสนใจอยู่ที่ MTBF ที่ระบุไว้ถึง 2 ล้านชั่วโมงกันเลยทีเดียว

  • Interface: M.2 PCIe Gen 3×4, NVMe 1.3
  • Capacity: 1TB
  • NAND: 3D NAND
  • Sequential Read/ Write: 1,950MB/s/ 1,800 MB/s
  • MTBF: 2 Million Hours
  • Endurance: –
  • Price: 3,xxx บาท

ดูข้อมูล SSD รุ่นนี้เพิ่มเติมได้ที่: Kingmax PQ3480 SSD 1TB

6.Western Digital SN850 SSD 500GB Black

10 อันดับ SSD

มาถึง 10 อันดับ SSD ยอดนิยมอีกรุ่นหนึ่ง ซึ่งมีผู้ให้ความสนใจกันเยอะ เพราะเป็นรุ่นย่อยของเรือธง WD Black SN850 แต่ความจุ 500GB ซึ่งก็แทบจะไม่ส่งผลกระทบในแง่ของความแรงเท่าใดนัก เพราะจากความเร็วยังอยู่ที่ Read/ Write: 7,000MB/s/ 4,100 MB/s และการเชื่อมต่อแบบ PCIe Gen 4 x4 รุ่นใหม่ ที่ใช้งานร่วมกับแพลตฟอร์มของ AMD และ Intel ในรุ่นใหม่ๆ ก็ยิ่งทำให้ผู้ใช้ในกลุ่มนี้ มั่นใจได้ในประสิทธิภาพ ทั้งในแง่ของการทำงานหรือการเล่นเกมก็ตาม จุดสำคัญคือ ด้วยการให้ค่า MTBF มาเท่ากับรุ่นความจุสูง และมีค่า Endurance ที่มากถึง 300 TBW ในราคาระดับ 4,xxx บาท ก็ทำให้หลายคนตัดสินใจลงทุนกับความทนทานและความเร็วระดับนี้ได้ไม่ยาก

  • Interface: M.2 PCIe Gen 4 x4
  • Capacity: 500GB
  • NAND: 3D NAND TLC
  • Sequential Read/ Write: 7,000MB/s/ 4,100 MB/s
  • MTBF: 1.75 Million Hours
  • Endurance: 300 TBW
  • Price: 4,xxx บาท

ดูข้อมูล SSD รุ่นนี้เพิ่มเติมได้ที่: Western Digital SN850 SSD 500GB

7.Western Digital Blue SN550 500GB NVMe

10 อันดับ SSD

ถ้าจะว่ากันถึงชื่อชั้นของ WD Blue ก็เรียกว่าอยู่คู่มากับตลาดไอทีบ้านเรามายาวนาน ตั้งแต่ในยุคของฮาร์ดดิสก์ ซึ่งในรุ่นที่เป็น SN550 นี้ ก็เป็นรุ่นรองลงมาจาก WD Black ด้วยการปรับฟีเจอร์บางส่วนลง กลุ่มเป้าหมาย อยู่ที่ประกอบเครื่องใหม่ เน้นความเร็ว และความจุกับราคาอยู่ในระดับที่จับต้องได้ง่ายขึ้น โดยสิ่งที่เห็นได้ชัดคือ การใช้อินเทอร์เฟส PCIe Gen 3 x4 ความเร็วอยู่ที่ Read/ Write: 2,400MB/s/ 1,750 MB/s แต่ยังคงได้ตัวเลขของ MTBF ใกล้เคียงกับในรุ่นพี่ๆ กันเลยทีเดียว ซึ่งความจุ 500GB ก็สามารถตอบโจทย์การติดตั้งเกม โปรแกรมและใช้งานในชีวิตประจำวันได้ดีพอสมควร อีกทั้งราคาประมาณ 2,xxx บาท พอที่จะจัดสรรสำหรับองค์ประกอบอื่นๆ ได้ลงตัวมากขึ้น

  • Interface: M.2 PCIe Gen 3×4
  • Capacity: 500GB
  • NAND: 3D NAND
  • Sequential Read/ Write: 2,400MB/s/ 1,750 MB/s
  • MTBF: 1.7 Million Hours
  • Endurance: 300 TBW
  • Price: 2,xxx บาท

ดูข้อมูล SSD รุ่นนี้เพิ่มเติมได้ที่: Western Digital Blue SN550 500GB

8.SAMSUNG 970 EVO Plus 1TB NVMe

10 อันดับ SSD

เรียกว่ายังคงเป็นอีกหนึ่ง SSD ที่อยู่คู่ตลาดเกมเมอร์และผู้ที่ต้องการ Performance มาอย่างยาวนาน และใน 10 อันดับ SSD ด้วยประสิทธิภาพที่วางใจได้ของ Samsung 970 Evo Plus ทั้งในแง่ของความเร็วระดับ 3,500MB/s (Read) และ Write 3,300 MB/s ด้วยความเร็วที่มีเสถียรภาพ พร้อมกับ NAND ในแบบ MLC ก็ทำให้น่าใช้ยิ่งขึ้น แม้ว่าจะยังคงใช้อินเทอร์เฟส PCIe Gen3 x4 อยู่ก็ตาม แต่ก็เข้าได้กับโน๊ตบุ๊คหรือพีซีรุ่นใหม่ๆ ได้ดีเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็น Intel หรือ AMD ก็ตาม และราคาระดับ 8,xxx บาท บนความจุ 1TB ก็ถือว่าคุ้มค่าและตอบโจทย์ได้ดีพอสมควร ส่วนที่น่าสนใจก็คือค่า Endurance ยังสูงถึง 600TBW ซึ่งเป็นการการันตีในแง่ของความทนทานได้ดี

  • Interface: M.2 (2280) PCIe Gen 3.0 x 4, NVMe 1.3
  • Capacity: 1TB
  • NAND: Samsung V-NAND 3-bit MLC
  • Sequential Read/ Write: 3,500 MB/s/ 3,300 MB/s
  • MTBF: 1.5 Million Hours
  • Endurance: 600 TBW
  • Price: 8,xxx บาท

ดูข้อมูล SSD รุ่นนี้เพิ่มเติมได้ที่: SAMSUNG 970 EVO Plus 1TB

9.Western Digital Black SN750 500GB NVMe

10 อันดับ SSD

WD Black SN750 จัดเป็นหนึ่ง SSD เรือธงที่เข้าสู่ Rank ได้เกือบทุกความจุ ซึ่งถ้าดูจากความสามารถ ก็ต้องบอกว่าสมราคา เพราะว่ากันตั้งแต่สเปค ไปจนถึงประสิทธิภาพ แม้ว่าจะมี SN850 ที่เป็น PCIe Gen4 ออกมาให้เป็นทางเลือกแล้ว แต่สำหรับคนที่ยังใช้ระบบเดิมอยู่ และยังเป็นเพียง PCIe Gen3 ตัวเลือกในรุ่นนี้ ยังถือว่าน่าสนใจไม่น้อย เพราะราคาเปิดที่ 2,xxx บาทเท่านั้น กับความเร็วในการอ่านเขียนที่ไม่เป็นรองใคร ในระดับเดียวกัน รวมถึงเรื่องของความทนทานและการรับประกันที่ดี จึงไม่น่าแปลกใจที่จะเป็นตัวเลือกของเกมเมอร์และคนที่ต้องการศักยภาพในการทำงานที่สูงขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะอัพเกรดมาจาก HDD หรือประกอบคอมใหม่ก็ตามที

  • Interface: M.2 (2280) PCIe Gen 3.0 x 4
  • Capacity: 500GB
  • NAND: 3D NAND TLC
  • Sequential Read/ Write: 3,430 MB/s/ 2,600 MB/s
  • MTBF: 1.75 Million Hours
  • Endurance: 300 TBW
  • Price: x,xxx บาท

ดูข้อมูล SSD รุ่นนี้เพิ่มเติมได้ที่: Western Digital Black SN750 500GB

10.SAMSUNG 860 EVO 1TB

10 อันดับ SSD

มาถึง SSD วัยเก่า แต่ก็ยังเก๋า มีความน่าสนใจอยู่ในตัว จนกลายเป็นอีกตัวเลือกหนึ่ง ซึ่งเข้ามาติด 10 อันดับ SSD ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา สำหรับ SAMSUNG 860 EVO มาในรูปแบบของ ไดรฟ์ 2.5″ อินเทอร์เฟส 2.5″ และให้ความเร็วในการทำงานที่ 550MB/s (Read), 520MB/s (Write) เข้ากับพีซีและโน๊ตบุ๊คได้หลากหลาย สำหรับรุ่นที่มี SATA port พร้อมกับ NAND Flash คุณภาพ MLC จาก Samsung โดยมี MTBF อยู่ที่ 1.5 ล้านชั่วโมงและ 150 TBW ซึ่งจัดว่าเป็นตัวเลขที่สูงมากทีเดียว เมื่อเทียบกับ SSD ในระดับเดียวกัน สนนราคาบนความจุ 1TB ประมาณ 4,xxx บาทเท่านั้น

  • Interface: SATA3 2.5″
  • Capacity: 1TB
  • NAND: 3D NAND MLC
  • Sequential Read/ Write: 550 MB/s/ 520 MB/s
  • MTBF: 1.5 Million Hours
  • Endurance: 150 TBW
  • Price: 4,xxx บาท

ดูข้อมูล SSD รุ่นนี้เพิ่มเติมได้ที่: SAMSUNG 860 EVO 1TB

from:https://notebookspec.com/web/573714-top-10-ssd-nbs-spec-2021

MSI เปิดตัวกราฟิกการ์ด GeForce RTX 3060Ti Aero ITX

MSI เปิดตัวกราฟิกการ์ดซีรีส์ GeForce RTX 3000 ขนาดเล็กรุ่นแรกของตัวเองออกมากับ MSI GeForce RTX 3060 Ti Aero ITX ที่ออกแบบมาสำหรับผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ขนาด Mini-ITX โดยเฉพาะ ตัวการ์ดแรงด้วยชิป GeForce RTX 3060 Ti ที่สเปคอาจจะลดลงไปจากการ์ดขนาดปกติอยู่นิดหน่อยแต่ MSI ยืนยันว่าเล่นเกมได้แรงเหมือนเดิม จะน่าสนใจมากแค่ไหนไปติดตามกัน

MSI GeForce RTX 3060Ti Aero ITX 002
MSI GeForce RTX 3060 Ti Aero ITX

MSI GeForce RTX 3060 Ti Aero ITX

ด้วยความที่ตัวการ์ดนั้นถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้กับเครื่อง Mini-ITX ทำให้ขนาดของตัวการ์ดนั้นจะอยู่ที่เพียง 172 x 125 x 43 mm เท่านั้น ซึ่งทาง MSI ได้บอกเอาไว้ว่าขนาดของตัวการ์ดนั้นจะเล็กกว่าการ์ดที่ใช้ชิป RTX 3060 Ti ปกติที่ราวๆ 40% และยังมีน้ำหนักเบาลงกว่าการ์ดขนาดปกติถึง 50% อย่างไรก็ตามแต่แล้วนั้นระบบระบายความร้อนยังคงถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ทาง MSI ใส่ใจโดยถึงแม้ตัวการ์ดจะใช้พัดลมระบายความร้อนแค่ตัวเดียวแต่ว่าตัวใบพัดก็มาพร้อมกับการดีไซน์ที่ช่วยระบายความร้อนได้เร็วแถมด้วย heat pipes หนา 6 mm ให้คุณมั่นใจว่าตัวชิปจะไม่ร้อนเกินไปเวลาเล่นเกมอย่างแน่นอน

MSI GeForce RTX 3060Ti Aero ITX 001

ชิป RTX 3060 Ti บนตัวการ์ดนั้นใช้ตัวเดียวกันกับการ์ดขนาดปกติ ทว่าด้วยความที่ต้องทำให้มันเหมาะสมกับระบบระบายความร้อนที่มีขนาดเล็กลงทำให้ทาง MSI ไม่สามารถที่จะ OC ความเร็วสัญญาณนาฬิกาของชิปได้(ความเร็วสัญญาณนาฬิกาขณะ boost ของชิปนั้นจะอยู่ที่ 1,665 MHz เท่านั้น) ถึงกระนั้นแล้วชิปบนตัวการ์ดก็ยังสามารถที่จะประมวลผลได้สูงตามสเปคมาตรฐานของ RTX 3060 Ti ในบางช่วงเวลาอยู่(ที่ 16 TFLOPS แต่ทาง MSI บอกเอาไว้ว่าจะได้แค่ในระยะเวลาสั้นๆ แล้วลดลงซึ่งนั่นอาจทำให้ในการเล่นเกมนั้นอาจจะเห็นช่วงที่เฟรมเรทลดลงได้)

ตัวการ์ดยังมาพร้อมกับหน่วยความจำแบบ GDDR6 ขนาด 8 GB แบบเดียวกับการ์ดขนาดปกติ พอร์ตการเชื่อมต่อบนตัวการ์ดจะประกอบไปด้วย HDMI 2.1(รองรับ4K@120FPS), DisplayPort 1.4a อย่างละ 1 พอร์ต แน่นอนว่าตัวการ์ดยังคงต้องการไฟเพิ่มผ่านทาง 8-pin connector โดยทาง MSI แนะนำว่าควรใช้งานร่วมกับ PSU ที่มีกำลังไฟฟ้าอย่างน้อย 650W(ตัวการ์ดจะใช้พลังงานไฟฟ้า 200W ขณะ Full load)

MSI GeForce RTX 3060 Ti Aero ITX ถือได้ว่าเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ใช้เครื่องขนาด Mini-ITX มากจริงๆ น่าเสียดายที่ทาง MSI ยังไม่ได้เผยราคาและวันวางจำหน่ายของตัวการ์ดอย่างเป็นทางการออกมา

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/web/573660-msi-one-of-the-first-to-launch-a-long-awaited-mini-itx-compatible-rtx-30-series-card

10 อันดับ แรม DDR4 น่าใช้ 2021 โดนใจนักจัดสเปคใน NBS

แรมช่วงนี้ราคาขยับขึ้นมาเล็กน้อย ให้ตื่นเต้นกัน ใครจะอัพเกรดหรือประกอบคอมใหม่ก็ส่องกันให้ดี วันนี้เรามี 10 อันดับแรม DDR4 ที่มาติดอันดับในชาร์ทของทาง NBS สำหรับคนที่เข้ามาจัดสเปคใน Notebookspec.com/pc/spec ให้ได้ชมกัน มาดูกันว่าแรมรุ่นใด ค่ายไหน ราคาเท่าไร ที่โดนใจเหล่าคอเกมกันบ้าง

10 อันดับ แรม

10 อันดับ แรม

  1. KINGSTON HyperX FURY DDR4 16GB – 3200
  2. CORSAIR Vengeance PRO RGB DDR4 16GB – 3200
  3. KINGSTON Hyper-X Fury DDR4 16GB-2400
  4. KINGSTON HyperX FURY RGB DDR4 16GB – 3200
  5. KINGSTON HyperX FURY DDR4 16GB-2666
  6. Apacer Panther Rage RGB DDR4 16GB – 2666
  7. Thermaltake TOUGHRAM Z-ONE DDR4 16GB – 3200
  8. CORSAIR Vengeance RGB Pro DDR4 32GB – 3600
  9. Thermaltake TOUGHRAM Z-ONE DDR4 16GB – 3600
  10. Gigabyte AORUS RGB DDR4 16GB – 3200

1.KINGSTON HyperX FURY DDR4 16GB – 3200

10 อันดับ แรม

10 อันดับ แรม 2021 เริ่มต้นกับ HyperX FURY เป็นแรม DDR4 ที่มีให้เลือก 2 เวอร์ชั่นคือ FURY และ FURY RGB ซึ่งทั้ง 2 รุ่นเรียกว่าแทบไม่ต่างกันในแง่ของสเปคความจุและบัสแรม แต่จะเห็นความต่างในด้านของรูปลักษณ์ภายนอกอย่างชัดเจน โดยในรุ่นปกติ ซิงก์แรมจะเตี้ยกว่าเล็กน้อย ส่วนในรุ่น FURY RGB จะมีแสงไฟด้านบน ในเรื่องของราคาจะต่างกันอยู่หลักร้อย เช่นเดียวกับแรมที่เข้ามาอันดับแรกในชาร์ท เป็นแรม DDR4 16GB ในบัส 3200MHz มาพร้อมซิงก์ขนาดใหญ่สีดำ พร้อมลวดลายสวยงามดูเป็นเกมมิ่ง มีค่า CL16-18-18, แรงดันไฟ 1.35V มีให้เลือกทั้งแบบ แถวเดี่ยว, ชุดคิท 2 แถวและชุดคิท 4 แถว ซึ่งรุ่นที่ได้รับความนิยมของผู้ที่เข้ามาจัดสเปคนี้ จะเป็นแบบ 8GB x2 (16GB) สนนราคาอยู่ที่ 2,600 บาท โดยประมาณ

  • Model: HyperX FURY DDR4 16GB (8GB x2) 3200
  • Memory Type: DDR4
  • Memory Size: 16GB
  • Speed: 3200MHz
  • CL: 16-18-18-38
  • Price: 2,600 บาท โดยประมาณ

คลิ๊กไปช้อปแรมรุ่นนี้ได้ที่: HyperX FURY DDR4 16GB

2.CORSAIR Vengeance PRO RGB DDR4 16GB – 3200

10 อันดับ แรม

มาถึงอีกค่ายแรมยอดฮิตในตลาดที่ติด 10 อันดับ แรม มายาวนาน กับแรม Corsair Vengeance PRO RGB ที่ต้องถือว่าเป็นแรมกลุ่มเกมมิ่งอีกรุ่นหนึ่ง ที่เข้ามาครองใจผู้ใช้ในตลาดได้อย่างเหนียวแน่น โดยที่ จะมีด้วยกันหลายซีรีส์ ไม่ว่าจะเป็น CORSAIR Vengeance LPX, VENGEANCE PRO และ VENGEANCE RGB PRO ซึ่งปัจจุบันที่มีวางจำหน่าย ความเร็วระดับ 4000MHz ยังไม่รวมแรมในกลุ่มพรีเมียมหรือโอเวอร์คล็อกอย่าง Dominator นั่นเอง สำหรับแรมที่เข้ามาในชาร์ทอันดับ 2 นี้ เป็นแรม VENGEANCE RGB PRO ในรุ่นความจุ 16GB (8GB x2) เป็นแบบชุดคิท 2 แถว ออกแบบมาในโทนสีขาวสวยหรู โดยจะมีแถบไฟ RGB อยู่ด้านบนของตัวแรม สีสันสดใส กับซิงก์อะลูมิเนียมชุบอะโนไดซ์ขนาดใหญ่ พร้อมโลโก้แปะอยู่ด้านข้างของแรม และลาเบลที่มีรายละเอียดสเปคพื้นฐาน มีค่า CL 16-18-18-36 ความเร็ว 3200MHz และแรงดันไฟ 1.35V มาตรฐาน ราคาอยู่ที่ประมาณ 3,300 บาท

  • Model: Corsair VENGEANCE RGB PRO DDR4 16GB (8GB x2) 3200
  • Memory Type: DDR4
  • Memory Size: 16GB
  • Speed: 3200MHz
  • CL: 16-18-18-36
  • Price: 3,300 บาท โดยประมาณ

คลิ๊กไปช้อปแรมรุ่นนี้ได้ที่: CORSAIR Vengeance PRO RGB DDR4 16GB

3.KINGSTON HyperX Fury DDR4 16GB-2400

10 อันดับ แรม

เป็นแบรนด์ที่ลงตลาดบ้านเราค่อนข้างเยอะ และมีโมเดลที่หลากหลาย เช่นเดียวกับรุ่นดังกล่าวนี้ เข้ามาตั้งแต่ตลาด DDR4 เปิดมาในช่วงแรกๆ และยังยืนยาวมาถึงวันนี้ ที่ยังได้รับความนิยม ส่วนหนึ่งเพราะยังสามารถใช้กับซีพียูรุ่นต่างๆ ในหลายเจนเนอเรชั่นที่ผ่านมาได้ดี และก่อนหน้านี้ก็ราคาหลุดร่วงลงไปพอสมควร เรียกว่าเป็นแรมราคาที่จับต้องได้ง่าย สำหรับ HyperX Fury รุ่นนี้ จะมีขนาดที่เล็กลงกว่าและเป็นดีไซน์ดั้งเดิม เป็นซิงก์อะลูมิเนียม มีลวดลาย HyperX ขนาดใหญ่ด้านข้างแรม และไม่มีแสงไฟ RGB ความจุ 16GB ในแบบ Single ความเร็ว 2400MHz และค่า CL 15-15-15 ที่แรงดันไฟ 1.2V ราคาอยู่ที่ 2,500 บาท โดยประมาณ

  • Model: HyperX FURY DDR4 16GB (Single) 2400
  • Memory Type: DDR4
  • Memory Size: 16GB
  • Speed: 2400MHz
  • CL: 15-15-15-36
  • Price: 2,500 บาท โดยประมาณ

คลิ๊กไปช้อปแรมรุ่นนี้ได้ที่: KINGSTON HyperX Fury DDR4 16GB

4.KINGSTON HyperX FURY RGB DDR4 16GB – 3200

10 อันดับ แรม

จัดมาอีกรุ่นสำหรับ HyperX อย่างที่ได้แจ้งไปว่ามีด้วยกันหลายซีรีส์ สำหรับรุ่นที่มีการเลือกเพื่อนำมาจัดสเปคกันในหน้าเว็บบ่อยอีกรุ่นหนึ่งก็คือ FURY RGB ซึ่งซีรีส์นี้จะมีตัวเลือกได้ถึง DDR4 3733MHz จัดว่าเป็นความเร็วที่เหมาะกับการใช้งานในเวลานี้ และที่สำคัญยังรองรับการซิงก์แสงไฟได้อีกด้วย โดยมาในความจุ DDR4 16GB แบบชุดคิท (8GB x2) ความเร็วบัส 3200MHz และมีค่า CL 16-18-18 ซึ่งความโดดเด่นของแรมชุดนี้อยู่ที่ซิงก์อะลูมิเนียมขนาดใหญ่ ในโทนสีดำ พร้อมโลโก้ HyperX แต่ด้านบนของตัวแรมจะมีแถบแสง RGB ที่ดูสะดุดตา เหมาะกับเกมเมอร์หรือนักโมดิฟายเคส ใช้ในการเพิ่มความสวยงามให้กับเคสของตนได้ดี ที่สำคัญราคายังไม่สูงมากนัก เมื่อเทียบกับแรมในระดับเดียวกัน ราวๆ 2,900 บาท เท่านั้น

  • Model: HyperX FURY DDR4 16GB (8GB x2) 3200
  • Memory Type: DDR4
  • Memory Size: 16GB
  • Speed: 3200MHz
  • CL: 16-18-18-38
  • Price: 2,900 บาท โดยประมาณ

คลิ๊กไปช้อปแรมรุ่นนี้ได้ที่: HyperX FURY RGB DDR4 16GB

5.KINGSTON HyperX FURY DDR4 16GB-2666

10 อันดับ แรม

เรียกว่าทำคะแนนเกาะกันมากับ FURY RGB ด้วยความที่อยู่ในตลาดมาไล่ๆ กันกับรุ่นนี้ แม้จะเป็นรุ่นความเร็ว 2666MHz ก็ตาม แต่ก็ได้รับความนิยมมาในช่วงใหญ่ๆ เลยทีเดียว เพราะราคาก็ค่อนข้างสบายกระเป๋า แต่ก็เข้าได้กับแพลตฟอร์มหลายๆ เจนเนอเรชั่นที่ผ่านมา เพราะเป็นบัสมาตรฐานสำหรับ Intel และ AMD มาในช่วงหนึ่ง แต่ความต่างจากบัส 2400 ก็คือ ฮีตซิงก์ที่ปรับใหม่ ดูทันสมัยและสวยงาม ในวัสดุแบบเดียวกับ FURY RGB จึงทำให้หลายคนเลือกอย่างไม่ลังเล โดยรุ่นที่ติดชาร์ทมานี้ เป็นรุ่นความจุ 16GB (8GB x2) ที่เป็นแบบชุดคิท ซึ่งหลายเป็นความจุมาตรฐานในปัจจุบัน สำหรับคอเกม ซึ่งมีค่า CL 16-18-18 และแรงดันไฟ 1.2V ราคาประมาณ 2,100 บาท เท่านั้น

  • Model: HyperX FURY DDR4 16GB (8GB x2) 2666
  • Memory Type: DDR4
  • Memory Size: 16GB
  • Speed: 2666MHz
  • CL: 16-18-18-38
  • Price: 2,100 บาท โดยประมาณ

คลิ๊กไปช้อปแรมรุ่นนี้ได้ที่: HyperX FURY DDR4 16GB

6.Apacer Panther Rage RGB DDR4 16GB – 2666

10 อันดับ แรม

มาถึงแรมจากค่ายที่น่าสนใจ และจัดอยู่ในกลุ่มที่ยอดกฮิตในการจัดสเปคของหลายๆ คน Apacer Panther Rage ในช่วงแรกที่ออกมา ถือว่าทำราคาได้ดี และมีดีไซน์ที่แปลกใหม่ โหนกระแสกับ Black Panther ได้พอดีในช่วงนั้น ซึ่งตัวแรมก็ทำออกมาได้สวยงาม กับโลโก้ที่โดดเด่นอยู่บนซิงก์แรม ให้ความเงางาม และปัจจุบันยังมีแบบ RGB ที่แถบด้านบนของแรมมาอีกด้วย เช่นเดียวกับตัวเลือกของซิงก์สีทอง ที่ดูทันสมัย ให้ความรู้สึกสะดุดตา หลายคนชอบเพราะความเป็นมงคลในสีทองแบบนี้ โดยรุ่นที่ติดชาร์ทมา จะเป็นรุ่น 16GB (8GB x2) ในแบบชุดคิท และความเร็วบัส 2666MHz ให้ค่า CL 16-16-16-36 และแรงดันไฟ 1.2V ราคาประมาณ 1,890 บาท เท่านั้น

  • Model: Apacer Panther Rage RGB DDR4 16GB (8GB x2) 2666
  • Memory Type: DDR4
  • Memory Size: 16GB
  • Speed: 2666MHz
  • CL: 16-16-16-36
  • Price: 1,890 บาท โดยประมาณ

คลิ๊กไปช้อปแรมรุ่นนี้ได้ที่: Apacer Panther Rage RGB

7.Thermaltake TOUGHRAM Z-ONE DDR4 16GB – 3200

10 อันดับ แรม

Thermaltake TOUGHRAM เป็นค่ายที่เรียกว่าเติบโตในสายเกมมิ่งมาอย่างยาวนาน และในช่วงหลังก็มาเพิ่มไลน์ที่เป็นแรม จนกลายเป็นอีกหนึ่งความชำนาญ และติดตลาดมาจนทุกวันนี้ กับจุดเด่นของซีรีส์ TOUGHRAM ซึ่งจะคัดแรมความเร็วสูงออกจำหน่าย ในช่วงต้นจะเป็นแรมที่มีไฟ RGB มาในตัว ปรับแต่งเองได้ สวยสะดุดตา แต่ในซีรีส์ที่เข้ามาใน 10 อันดับ แรม เป็นรุ่น TOUGHRAM Z-One ที่ลงมาทำตลาดแรมความเร็วสูง คุ้มค่า แต่ไม่มีไฟ RGB มาด้วย ซึ่งดูจะร้อนแรงไม่เบา โดยรุ่นนี้มาพร้อมความเร็ว 3200MHz ความจุ 16GB (8GB x2) ในแบบชุดคิทเช่นกัน ค่า CL 16-18-18-36 แรงดันไฟ 1.35 V สนับสนุน XMP 2.0 Ready มาในโทนสีดำ ตัดเส้นสายสีเทาเข้ม ดูทันสมัย โครงสร้างซิงก์เป็นอะลูมิเนียมลายปัดเสี้ยน พร้อมซอฟต์แวร์ในการมอนิเตอร์ตัวแรมได้อีกด้วย จึงไม่น่าแปลกใจที่เข้ามาสู่ 10 อันดับ แรมยอดนิยมในการจัดสเปคคอม

  • Model: Thermaltake TOUGHRAM Z-ONE DDR4 16GB (8GB x2) 3200
  • Memory Type: DDR4
  • Memory Size: 16GB
  • Speed: 3200MHz
  • CL: 16-18-18-36
  • Price: 2,100 บาท โดยประมาณ

คลิ๊กไปช้อปแรมรุ่นนี้ได้ที่: Thermaltake TOUGHRAM Z-ONE

8.CORSAIR Vengeance RGB Pro DDR4 32GB – 3600

10 อันดับ แรม

มากันที่แรมเข้ามาสู่ชาร์ทความนิยม 10 อันดับ แรมจาก Corsair Vengeance RGB Pro ที่บัส 3600MHz ที่ถือว่าเป็นอีกความเร็วหนึ่งที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน โดยในรุ่นนี้จะเป็นซีรีส์เดียวกับรุ่นที่แนะนำไปก่อนหน้า แต่ความเร็วสูงขึ้น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเกมเมอร์มือโปร และคนที่เน้นทำงานเป็นหลัก และการ OC ด้วยซิงก์แรมขนาดใหญ่ ในโทนสีดำวัสดุอะลูมิเนียมระบายความร้อน ด้านบนมีแถบแสงไฟ RGB ที่ปรับแสงไฟได้ตามใจชอบ ร่วมกับซอฟต์แวร์ RGB บนเมนบอร์ดหลายๆ รุ่น โดยมีค่า CL 16-18-18-36 และแรงดันไฟ 1.35V กับความจุ 32GB (16GB x2) ในแบบชุดคิท ด้วยความที่เป็นแรมระดับไฮเอนด์ความจุสูง ราคาเคาะไปที่ 6,000 บาทโดยประมาณ

  • Model: CORSAIR Vengeance RGB Pro DDR4 32GB (16GB x2) 3600
  • Memory Type: DDR4
  • Memory Size: 32GB
  • Speed: 3600MHz
  • CL: 16-18-18-36
  • Price: 6,000 บาท โดยประมาณ

คลิ๊กไปช้อปแรมรุ่นนี้ได้ที่: CORSAIR Vengeance RGB Pro

9.Thermaltake TOUGHRAM Z-ONE DDR4 16GB – 3600

10 อันดับ แรม

มาถึง 10 อันดับ แรมอีกรุ่นหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับคนที่จะประกอบคอมแรงๆ หรือเกมมิ่งพีซีสักรุ่น เพราะถ้ามองจากสเปคและราคาแล้วเป็น DDR4 3600 ในระดับ 16GB ที่ออกมาได้น่าใช้ สำหรับ Thermaltake TOUGHRAM Z-ONE รุ่นนี้ โดยมีซิงก์แรมสีเทาดำ ตัดกับขอบด้านบนที่เป็นสีเทา พร้อมโลโก้สวยงาม บอดี้หลักเป็นลายแบบอะลูมิเนียมปัดเสี้ยน ให้ค่า CL 18-19-19-39 แรงดันไฟ 1.35V สนับสนุน XMP 2.0 Ready ราคาประมาณ 2,600 บาท

  • Model: Thermaltake TOUGHRAM Z-ONE DDR4 16GB (8GB x2) 3600
  • Memory Type: DDR4
  • Memory Size: 16GB
  • Speed: 3600MHz
  • CL: 18-19-19-39
  • Price: 2,600 บาท โดยประมาณ

คลิ๊กไปช้อปแรมรุ่นนี้ได้ที่: Thermaltake TOUGHRAM Z-ONE

10.Gigabyte AORUS RGB DDR4 16GB – 3200

10 อันดับ แรม

อีกหนึ่งความจัดจ้านที่มาแรงใน 10 อันดับ แรม แฟนๆ AORUS จากทาง Gigabyte น่าจะชื่นชอบแรมรุ่นนี้ด้วยเช่นกัน จับมาใส่เข้าด้วยกัน น่าจะดูลงตัวไม่น้อย กับแรมที่ให้ความแรง มาพร้อมแสงไฟ RGB ในรุ่น Gigabyte AORUS RGB โดยที่แพ็คเกจรุ่นนี้มาในแบบอะลูมิเนียมสีเทาสวยงาม เพิ่มประสิทธิภาพในการระบายความร้อนได้ดี ตัดลวดลายด้านข้าง พร้อมโลโก้ AORUS มาอย่างชัดเจน ส่วนด้านบนเป็นแถบแสงไฟ RGB ปรับแต่งได้ร่วมกับ RGB FUSION 2.0 แถมยังมีโมดูลที่เป็น Demo มาเพิ่มให้ด้วย เพื่อความสวยงามเมื่อติดตั้ง เรื่องของสเปค เป็นแรมขนาด 16GB (8GB x2) ในแบบชุดคิท ความเร็ว 3200MHz มีค่า CL1‎6-18-18-38 สนับสนุน XMP 2.0 แรงดันไฟ 1‎.35v ราคาประมาณ 2,980 บาท

  • Model: Thermaltake Gigabyte AORUS RGB DDR4 16GB (8GB x2) 3200
  • Memory Type: DDR4
  • Memory Size: 16GB
  • Speed: 3200MHz
  • CL: 1‎6-18-18-38
  • Price: 2,980 บาท โดยประมาณ

คลิ๊กไปช้อปแรมรุ่นนี้ได้ที่: Gigabyte AORUS RGB

from:https://notebookspec.com/web/573149-top-10-ram-ddr4-2021-nbs