คลังเก็บป้ายกำกับ: PC-REVIEW

Review-Super Flower LEADEX III Gold ARGB เพาเวอร์ RGB มี 80+Gold ราคาดี

สำหรับใครที่กำลังจะประกอบคอม แล้วยังหาทางเลือกเพาเวอร์ซัพพลายยังไม่ลงตัว ไม่ถูกใจ ตามแอดมาทางนี้เลย วันนี้มีเพาเวอร์ซัพพลายสำหรับใครที่ชอบความคุ้มค่า จ่ายไฟได้เต็มๆ และยังมีไฟ ARGB สีสวยๆ ซึ่งซิงก์กับเมนบอร์ดได้อีกด้วย พร้อมการันตี 80 Plus Gold จากค่าย Super Flower ในรุ่น LEADEX III Gold จัดว่าเป็น เพาเวอร์ RGB ที่บอกเลยว่าสายแต่ง สายโชว์ ไม่ควรพลาด

เพาเวอร์ rgb

เพาเวอร์ rgb

Super Flower เรียกว่าเป็นอีกแบรนด์ที่สร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้ทั่วโลก ซึ่งก็มีไลน์สินค้าที่ออกมาไม่น้อยแล้วในบ้านเรา โดยจะเน้นไปที่กลุ่มคนที่เล่นคอมแบบจริงจัง เน้นประสิทธิภาพในการจ่ายไฟ ซึ่งล่าสุดได้เปิดตัวซีรีส์ LEADEX III Gold ที่เป็นภาคต่อของ LEADEX II ที่ออกมาในช่วงปีกว่าๆ ที่ผ่านมา ซึ่งก็ได้การตอบรับที่ดีในแง่ของคุณภาพและการการันตีด้วยฟีเจอร์มากมายในตัว มาถึงรุ่น LEADEX III Gold เพาเวอร์ RGB ล่าสุด นอกจากจะเติมเทคโนโลยีที่เอาใจคอเกม ด้วยพลังในการจ่ายไฟสำหรับซีพียูและการ์ดจอรุ่นใหม่ๆ ได้อย่างเต็มที่แล้ว ก็ยังมาพร้อมมาตรฐาน 80 Plus Gold ให้ความคุ้มค่าในการจ่ายไฟ และเพิ่มมิติความสวยงามด้วยแสงไฟ ARGB LED ที่ปรับแต่งได้ จากการซิงก์เข้ากับเมนบอร์ดค่ายต่างๆ แต่จุดที่เป็นไฮไลต์ก็คือ เรื่องของคุณภาพที่ Super Flower ยกระบบการป้องกันต่างๆ อาทิ Over Voltage Protection, Short circuit Protection, Over Current Voltage Protection และ Over Temperature Protection เป็นต้น โดยในซีรีส์นี้ มีให้เลือก 2 รุ่นคือ 650W และ 750W ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 3,590 บาท และ 4,250 บาท

 

Specification

• 80 PLUS Gold Certified (87% 90% 87% Efficiency At 20% 50% 100% Rated Load)
• จ่ายไฟระบบ Single Rail
• 100% Full Modular สามารถถอดสายได้ทุกเส้น
• ไฟที่พัดลม และ ขั้วต่อ Modular เป็น ARGB สามารถซิงค์ปรับไฟที่เมนบอร์ดผ่านสาย 3-pin ARGB
• 100% Japanese 105℃ Capacitors (Main Board & Modular Back panel)
• Full Range Auto Voltage Detection Design 115V~240V (Active PFC)
• วงจรป้องกันไฟผิดปกติครบครัน OVP、OCP、OPP、SCP、UVP、OTP
• พัดลมขนาด 130mm, Unique 11 Blade, Fluid Dynamic Bearing Fan (RGB)
• มีระบบ ECO Intelligent Thermal Control System
• รองรับ CPU ทั้ง Intel และ AMD
• รองรับ VGA NVIDIA® SLI™ หรือ ATI CrossFireX™
• ปฏิบัติตามข้อกำหนด RoHS / WEEE ไร้สารตะกั่วในผลิตภัณฑ์
• ผ่านการทดสองเปิด ปิด กว่า 2000 ครั้งในการทดสอบ
• รับประกัน 7 ปี

 

รูปลักษณ์และฟังก์ชั่น

ถ้าดูจากแพ็คเก็จก็จะเห็นความสดใสในโทนสีขาว พร้อมกับใส่รายละเอียดที่เป็นลูกเล่นและฟังก์ชั่นเอาไว้มากมาย หลักๆ เมื่อดูจากด้านหลังกล่อง จะเห็นทั้งส่วนที่เป็น ARGB, การเชื่อมต่อและการระบายความร้อน รวมถึงการเป็นเพาเวอร์ซัพพลายแบบ Full Modular หรือถอดสายได้ทั้งหมด เพื่อการใช้งานที่คล่องตัวมากขึ้น

เมื่อแกะกล่อง เพาเวอร์ RGB รุ่นนี้ออกมา ด้านในจะมีตัวเพาเวอร์ซัพพลาย สีขาวดูหรูหราและกระเป๋าใส่บรรดาสายในแบบต่างๆ มาให้

คู่มือยังถือว่าจำเป็นต่อการใช้งาน พร้อมกับของเล่นเล็กๆ น้อยๆ สำหรับใช้ประดับตัวเพาเวอร์และสติ๊กเกอร์

สายไฟในแบบต่างๆ ก็มีมาอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น 24-pins, 8-pins CPU, 6+2 pins PCIe และสายต่อ ARGB connector

หน้าตาของ เพาเวอร์ RGB ในจุดที่เป็นพัดลม พร้อมตะแกรงสีขาว และโลโก้ ARGB ตรงกลาง โดยมาพร้อมพร้อมลมขนาด 130มม บอดี้แทบไม่ต่างไปจาก LEADEX II มากนัก

ด้านข้างระบุคุณสมบัติในการจ่ายไฟไว้อย่างครบครัน โดยไฟ +12V เป็นแบบรางเดี่ยว 54.1A ที่ 649.2W สมกับที่มีค่าการจ่ายไฟได้ในมากกว่า 90%

ในส่วนของการเชื่อมต่อ Super Flower ออกแบบให้เป็นแบบ Full Modular แต่ไม่แค่นั้น ยังทำให้เป็นแบบใส โปร่งแสง ซึ่งทำให้เพาเวอร์รุ่นนี้ดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น

ซึ่งหากเปิดใช้งานแล้วดูในความมืด จะเห็นว่าแสงไฟ ARGB ลอดผ่านตรงจุดนี้ออกมาด้วย ที่เรียกว่า ARGB Crytal ถ้าอยู่ในเคสข้างใส ก็จะเห็นความงามได้อย่างชัดเจน เพียงแต่จะต้องเป็นเคสที่สามารถโชว์เพาเวอร์ด้วยนะ

ด้านหลังก็จะมีทั้งจุดที่ต้องสายไฟ พร้อมสวิทช์เปิด-ปิดการทำงาน และมีสวิทช์ RGB Ready และ ECO มาให้อีกด้วย

ทดสอบการปรับแสงสีผ่านทางซอฟต์แวร์ 

เห็นแสงสีสวยๆ แบบนี้ ทำได้ง่ายมาก แค่เชื่อมต่อสายสัญญาณ ARGB cable เข้ากับเมนบอร์ด แล้วเปิดซอฟต์แวร์ของผู้ผลิตเมนบอร์ดแต่ละค่าย (เช็คข้อมูลจากเว็บไซต์ผู้ผลิตอีกครั้ง) จากนั้นก็ใช้งานได้ทันที

เพาเวอร์ rgb

ทีมงานทดสอบการเชื่อมต่อ RGB ผ่านทางซอฟต์แวร์ ASRock POLYCHROME SYNC บนเมนบอร์ด ASRock ด้วยการต่อเข้ากับ Addressable RGB connector เมื่อบูตระบบ และซอฟต์แวร์ Detect แล้ว ก็สามารถใช้งานได้ทันที

เพาเวอร์ rgb

ซึ่งหากดูจากข้อมูลที่ทาง Super Flower ระบุมาให้นั้น จะรองรับการปรับได้ถึง 16 โหมดหรือรูปแบบ จาก RGB Ready แต่ก็ขึ้นอยู่กับซอฟต์แวร์ที่นำมาใช้ด้วย

 

 

 

อารมณ์และสีสันที่ปรากฏอยู่บนพัดลมของเพาเวอร์ Super Flower LEADEX III ARGB รุ่นนี้ ต้องบอกว่าสวยงาม ให้ความรู้สึกน่าใช้เลยทีเดียว เพราะมีการตอบสนองต่อการปรับใช้งานได้อย่างรวดเร็ว

 

ระบบที่ใช้ในการทดสอบ

  • AMD Ryzen 7 3800X
  • ASRock B450M Steel Legend
  • HyperX FURY RGB 16GB (8GB x2)
  • Kingston UV500 SSD 480GB
  • GALAX RTX2070
  • Super Flower LEADEX III ARGB Gold

การทดสอบร่วมกับโปรแกรม OCCT PSU Test ด้วยการสร้าง Full Load ให้กับซีพียู กราฟิกการ์ดและเพาเวอร์ซัพพลาย สังเกตได้ว่าการจ่ายไฟค่อนข้างเรียบนิ่งดีทีเดียว

ทดสอบกับการใช้เล่นเกมกันบ้าง ด้วยการทดสอบร่วมกับ Farcry 5 benchmark และ DOTA2 แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็แสดงให้เห็นประสิทธิภาพในการจ่ายไฟได้ดี

 

Conclusion

ต้องบอกว่าไม่ธรรมดาสำหรับ Super Flower LEADEX III ARGB Gold รุ่นนี้ เพราะจัดเต็มมาเลยทั้งในแง่ประสิทธิภาพและความสวยงาม โดยคุณภาพในการจ่ายไฟ ก็สามารถดูได้จากการทดสอบ ด้วยการการันตีของ 80+ Gold ยังเป็นสิ่งที่ช่วยยืนยันได้ดี ซึ่งตอบโจทย์ผู้ใช้ที่ต้องการ เพาเวอร์ซัพพลายที่วางใจได้ในแง่ของการจ่ายไฟให้กับระบบ ด้วยความนิ่งและต่อเนื่อง ระดับ 650W ก็สามารถรันระบบ Ryzen 7 3800X และการ์ดจอ RTX 2070 ได้อย่างสบายๆ นอกจากนี้ยังแต่งสวยให้กับเคสด้วยพัดลม ARGB  ที่ทีมงานลองเชื่อมต่อเข้ากับเมนบอร์ด ASRock แล้วใช้ซอฟต์แวร์ RGB ก็สามารถตรวจพบและปรับแต่งได้ตามต้องการอีกด้วย มีให้เลือกหลายโหมดสีเลยทีเดียว ที่สำคัญยังเป็น ARGB ตั้งแต่พัดลมไปถึง Connector ที่ทำให้ดูสวยงามกลมกลืน แต่อย่างที่บอกคือ ควรจะเลือกเคสที่เปิดโชว์เพาเวอร์ซัพพลายด้วย จึงจะเห็นความสวยงามได้แบบเต็มที่ พัดลมขนาด 130มม ก็ยังทำงานได้เงียบ เสียงเบา แม้เวลาในการโหลดหนักๆ ซึ่งเราได้ยินเพียงเสียงจากการ์ดจอเท่านั้น และด้วยค่าตัวเพียง 3,590 บาทโดยประมาณ ก็ต้องถือว่าเป็นเพาเวอร์ซัพพลายประสิทธิภาพสูงอีกรุ่นหนึ่งที่ราคาจับต้องได้ ใช้งานสะดวก ที่สำคัญยังให้ความสวยงามสำหรับคนที่อยากแต่งเคสไปในตัวอีกด้วย

 

จุดเด่น

  • มาตรฐาน 80+ Gold
  • จ่ายไฟมีประสิทธิภาพ +12V รางเดี่ยว 54.1A ที่ 649.2W
  • มีพัดลมไฟ ARGB ปรับแต่งได้ ร่วมกับซอฟต์แวร์เมนบอร์ด
  • พัดลมนิ่ง เสียงเงียบ

ข้อสังเกต

  • ควรเลือกเคสที่สามารถโชว์เพาเวอร์ซัพพลายได้ชัดเจน เพื่อความสวยงาม

Contact: Ascenti Resources Co., Ltd | ARC
www.ascenti.co.th

ราคา: ประมาณ 3,590 บาท สำหรับ 650W

from:https://notebookspec.com/super-flower-leadex-iii-gold-argb/497185/

โฆษณา

Review – ACER PREDATOR X35 จอโคตรเทพจัดเต็มสุดสุด

หากพูดถึงจอเกมมิ่งสักแบรนด์ ผมเชื่อว่าแบรนด์หนึ่งที่หลายท่านคุ้นเคยกันก็คงต้องเป็น Acer อย่างแน่นอน ด้วยประสิทธิภาพ ฟีเจอร์ ออปชั่นต่างๆที่ไม่เป็นสองรองใคร พร้อมการรับประกันขั้นเทพ และที่สำคัญเลยคือราคาที่คุ้มค่ามากแบรนด์หนึ่ง แต่จอที่ทีมงานจะมารีวิวในวันนี้ไม่ใช้จอคุ้มค่าธรรมดาทั่วไป แต่มันคือจอภาพระดับเทพที่ใส่เต็มทุกออปชั่นด้วยราคาค่าตัวที่สูงถึง 89,990 บาท ใน ACER PREDATOR X35

ACER PREDATOR X35 เป็นจอโค้งสำหรับคอเกมที่มาพร้อมเทคโนโลยีขั้นสูงที่สุดตัวหนึ่งในท้องตลาดด้วยสเปคจัดเต็มไม่ว่าจะเป็น ความเร็วสุดขีดถึง 200Hz และรองรับ HDR ที่ให้ความสมจริง ไฟ RGB ที่สามารถปรับแต่งได้ ด้วยจอภาพแบบโค้งขนาด 35 นิ้วที่อัตราส่วน 21:9 บนความละเอียดสูงถึงระดับ 4 K (3440 x 1440) บนพาแนลแบบ VA และด้วย NVIDIA® G-SYNC® ULTIMATE ทำให้การเล่นเกมที่ลื่นไหลไม่มีสะดุด มากับอัตราการตอบสนองหรือ Response time ที่ 2 ms และยังมีพอร์ตการเชื่อมต่อที่ครบครัน และออปชั่นอื่นๆอีกเพียบไม่ว่าจะเป็น

  • โค้งอย่างเห็นได้ชัด  เฉพาะผู้ที่สัมผัสกับความโค้งนี้แล้วเท่านั้น จึงจะเข้าใจ นำคุณไปสู่อีกระดับของประสบการณ์ที่จะดึงดูดสายตาและเปิดมุมมองใหม่ ทำให้คุณไม่อยากละสายตา เมื่อพูดถึงการเล่นเกมด้วยจอภาพแบบพาโนรามาขนาดเต็ม 35 นิ้ว มีเพียงจอ 1800R ที่มีอัตราส่วนภาพ 21:9 สุดตระการตาเท่านั้นที่สามารถทำได้ 3440 X 1440  UWQHD 1800R  ความโค้ง 21:9  อัตราส่วนภาพ
  • NVIDIA® G-SYNC® ULTIMATE  คุณจะได้สัมผัสการเล่นเกมด้วยภาพ HDR ที่ดีที่สุด จอแสดงผลที่มาพร้อมเครื่องจะต้องให้ความสว่างสูงถึง 1000 Nits ความเปรียบต่างที่น่าทึ่ง สีสันระดับโรงภาพยนตร์ และการเล่นเกมที่มีความหน่วงต่ำเป็นพิเศษ ด้วยเทคโนโลยี Quantum Dot และขอบเขตสี DCI-P3 90% ทำให้สีต่างๆ ดูโดดเด่นขึ้นมาบนหน้าจอ
  • รวดเร็วถึงขีดสุด  หากคุณต้องการเล่นเกมที่ราบรื่นด้วยความเร็วอันเหลือเชื่อ คุณคิดถูกแล้ว ด้วยอัตรารีเฟรช 200Hz1 และเวลาตอบสนองโอเวอร์ไดรฟ์เพียง 2ms3 การเล่นเกมของคุณจะลื่นไหล ไม่สะดุด และเหนือกว่าด้วยการไม่มีภาพซ้อน คุณจึงสามารถเล่นฉากต่อเนื่องด้วยความแม่นยำอย่างเหนือชั้น
  • ดีไซน์แห่งอนาคต  ขาตั้งสามแฉกสีเงินที่ยื่นออกมาสามทิศทาง แสดงจอแสดงผลที่มีไฟเรืองแสงขนาด 35 นิ้ว นำคุณสู่โลกแห่งความโค้งมน และคุณยังสามารถเอียง หมุน และปรับจอแสดงผลไฟนีออนนี้แบบแนวตั้งได้เพื่อให้ได้ตามหลักสรีรศาสตร์อันเหมาะสมและเพื่อความสะดวกสบายอย่างแท้จริง
  • เติมแสงสว่างให้เกมของคุณ  ยกระดับระบบไฟของคุณไปสู่ขั้นใหม่ด้วย RGB Light Sense โดยปกติ คุณก็จะมีรูปแบบระบบไฟหลากหลายแบบอยู่แล้ว แต่ยิ่งไปกว่านั้น คุณสามารถซิงค์ไฟให้เข้ากับเพลงที่เลือก หรือซิงค์ให้เข้ากับเกมที่คุณเล่น เช่น League of Legends®

สเปค

  • ความคมชัดสูงสุด : (UW-QHD)3440 x 1440@180Hz
  • อัตราส่วนลักษณะ : 21:9
  • เวลาตอบสนอง : 2ms
  • อัตราการรีเฟรชโอเวอร์คล็อก : 200Hz
  • ความสว่าง : 600cd/m² – ท้องถิ่น
  • ส่องจากด้านหลัง : LED
  • มุมการรับชม :
    • 178° แนวนอน
    • 178° แนวตั้ง
  • ขาตั้ง :
    • Tilt (-5°~35°)
    • Swivel (-45°~45°)
    • Height adj (130mm)
  • ลำโพง : 2 x 4W
  • พอร์ทและขั้วต่อ
    • 1x DisplayPort
    • 1x HDMI® – อิน
    • HDMI®
    • 5x USB 3.0
  • พลังงาน : 77.20W (ENERGY STAR® On)
  • ความเข้ากันได้กับ VESA : (ใช่)
  • น้ำหนัก (โดยประมาณ) : 10.35kg ,13.39kg (พร้อมด้วยขาตั้ง)

อุปกรณ์ที่แถมมากับ ACER PREDATOR X35 จัดเต้มจริงๆ ทั้งคู่มือ Adapter พร้อมสาย AC ,ตัวแปลงยึดกับขาแขวน ,สาย HUB USB และสาย HDMI

ACER PREDATOR X35 เป็นจอโค้งขนาด 35 นิ้ว ทำให้มีขนาดที่ใหญ่ และหนักประมาณนึงเลย แต่เป็นจอภาพแบบไร้ขอบ 3 ด้าน เป็นพาแนลแบบ VA จอด้าน ทำให้ไม่สะท้อนแทน มุมมองจอโค้งช่วยให้สามารถใช้สายต่อมองได้อย่างเที่ยงตรงและสบายตา การออกแบบเอาใจเกมเมอร์ด้วยโทนสี เทา น้ำเงิน ขาตั้งทรงตัว V เป็นก้านขนาดใหญ่ โดยด้านหน้าจะมีระบุเพียงฟีเจอร์เด่น และโลโก้ PREDATOR ด้านล่าง

ด้านหลังของ ACER PREDATOR X35 ถือเป็นจุดเด่นเลยก็ว่าได้ ด้วยลายเส้นการออกแบบที่ไม่เหมือนใคร ในแบบฉับของ ACER PREDATOR โดยเฉพาะด้านหลังจอทั้ง 2 ด้านที่ผสมผสานระหว่างช่องระบายความร้อน เส้นไฟ RGB และลายการออกแบบที่ลงตัว วัสดุเป็นพลาสติกผิวเรียบไม่สะท้อนแสง แต่ก็ให้ความสวยงามดูดีระดับหนึ่ง

ในส่วนของขาตั้ง ออกแบบได้ลงตัวไม่แพ้ด้านหลังจอด้วยหูจับด้านบนเผื่อการยกย้าย (แต่ด้วยขนาดจอที่ให้ทำให้ยกย้ายจริงได้ยากมาก) ถัดลงมามีการขึ้นลาย พร้อมโลโก้ ACER PREDATOR จากนั้นจะเป็นแกนหมุนที่ทำให้จอสามารถหมุนซ้าขวาได้เล็กน้อย ใต้แกนหมุนจะเป็นช่องเก็บสาย และฐานขาตั้งโลหะที่แข็งแรงดีมาก

ปุ่มควบคุมจะเป็นแบบจอยสติกสำหรับการเลือกเมนูอยู่ทางด้านหลังจอด้านขวา โดยจะมีปุ่มเปิดปิดจออยู่บนสุด และปุ่มสั่งงานเมนูต่างๆอีก 3 ปุ่ม ที่ต้องเอื้อมไปพอสมควร ใช้งานช่วงแรกอาจจะไม่ถนัดเท่าไรนัก

พอร์ตเชื่อมต่อครบครันไม่ว่าจะเป็น ช่องต่อ Adapter (ซ้ายสุด) ,HDMI ,Display Port ,USB type-B (HUB) ,USB 3.0 3 พอร์ต และช่องต่อ Audio แบบ Combo

ACER PREDATOR X35 สามารถหมุนซ้ายขวาได้เล้กน้อย ปรับก้อมเงยได้ราว 15 องศา และเพิ่มลดความสูงของจอได้ระดับหนึ่ง

ACER PREDATOR X35 มาพร้อมเส้นไฟ RGB ด้านหลัง ฝั่งละ 2 เส้น รวม 4 เส้น ไม่เยอะมาก แต่ก็พอโชว์ความสวยงามได้อยู่

ACER PREDATOR X35 จัดว่าแสดงผลได้อย่างลงตัวด้วยแสงสีที่ค่อนข้างคมชัด แต่ก็ไม่ถึงกับสดใสมากตามแบบฉบับพาแนล VA ที่เน้นการใช้งานทั่วไปมากกว่า เลยอาจจะไม่ได้มีสีสันที่สดใสสมจริงเหมือน IPS แต่ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานต่างๆไม่ว่าจะชมภาพยนตร์หรืองานเอกสาร ตัวจอภาพเป็นแบบจอด้านด้วยทำให้สามารถใช้งานได้ยาวนานโดยไม่เมื่อยล้าสายตา และแสงสะท้อนน้อยกว่าจอภาพทั่วไป และด้วยฟีเจอร์ของจอทั้ง HDR ช่วยให้จอภาพสามารถแสดงรายละเอียดโดยเฉพาะภาพที่เป็นสีดำได้มากขึ้น มุมมองด้านข้างก็คมชัดดีไม่มีผิดเพี้ยน

การใช้งานด้านเอกสารหรือดูเว๊บต่างๆจัดว่าดีทีเดียว ด้วยจอที่เน้นการถนอมสายตา การชมภาพยนตร์ก็จัดว่าโอเค ความละเอียดระดับ 4K ยิ่งทำให้มีพื้นที่การใช้งานมากกว่าบนจอภาพ 35 นิ้ว สามารถแบ่งจอภาพเป็น 2 3 จอก็ยังไหว และเมื่อชมภาพยนตร์ยิ่งเต็มตาเต็มอารมณ์ เหมาะกับการชมภาพยนตร์เป็นอย่างยิ่ง ลำโพงที่ติดตั้งมาก็ให้เสียงดังระดับหนึ่ง ฟังเพลงหรือชมภาพยนตร์ได้ดีโดยไม่ต้องต่อลำโพงแยก แต่เสียงก็อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานไม่ได้ให้รายละเอียดเสียงที่ชัดเจนมากนัก

ในส่วนของการเล่นเกมนั้นจัดว่าอยู่ในระดับที่พอเล่นได้มี Nvidia G-Sync ช่วยลดอาการภาพฉีก อัตราการรีเฟรชจอภาพที่สูงถึง 200 Hz ก็ยิ่งช่วยให้เล่นเกมได้อย่างสบายตามากยิ่งขึ้น จอใหญ่ทำให้มุมมองในเกมกว้างขึ้น แต่ก็ต้องมีพื้นที่ในการนั่งที่ห่างนิดนึงไม่ควรใกล้จอมากจนเกินไป เล่นเกมดูหนังแจ่มไร้ที่ติเลย

ในส่วนของออปชั่นอื่นๆก็มีทั้งการที่รองรับขาแบบแขวน หรือขาตั้งเดิมๆก็สามารถปรับแต่งได้เยอะ มี HUB USB 3.0 ในตัว มีไฟ RGB ด้านหลังอีกด้วย

ACER PREDATOR X35 เป็นจอโค้งที่เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการจอภาพที่ดีที่สุดเพื่อการเล่นเกมโดยไม่เกี่ยงงบประมาณ ด้วยขนาดจอภาพที่ใหญ่ถึง 35 นิ้ว ความละเอียดระดับ 4K ไม่ว่าจะชมภาพยนตร์ เล่นเกม หรือทำงานตัดต่อก็มีพื้นที่ใช้งานเหลือเฟือ โดยเฉพาะการเล่นเกมที่เจ้า ACER PREDATOR X35 จัดออปชั่นมาเพียบไม่ว่าจะเป็น NVIDIA® G-SYNC® ULTIMATE ,Response time ที่ 2 ms หรืออัตรารีเฟรชที่สูงถึง 200 Hz พร้อมการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ในแบบ ACER PREDATOR พร้อมไฟ RGB ในส่วนของพาแนลแบบ VA ที่สีสันอาจจะไม่ได้สดตรงเหมือน IPS แต่ก็เหมาะสำหรับการเล่นเกม และใช้งานต่างๆได้อย่างลงตัวแล้ว เป็นจอโค้งออปชั่นจัดเต็มที่สุดสำหรับการเล่นเกมรุ่นหนึ่งเลยก็ว่าได้

ACER PREDATOR X35 มาในราคาค่าตัว 89,900 บาท เหมาะกับท่านที่ไม่เกี่ยงงบประมาณ แต่ต้องการจอเล่นเกมที่ใหญ่และดีที่สุดตัวหนึ่งในท้องตลาดตอนนี้

จุดเด่น

  • จอใหญ่ 35 นิ้ว ระดับ 4K
  • ออปชั่นจัดเต็มมากมีทั้ง 200 Hz ,G-Sync ,HDR etc.
  • มีไฟ RGB หลังจอปรับแต่งได้

ข้อสังเกตุ

  • มีราคาสูง
  • เคลื่อนย้ายไม่สะดวก ต้องใช้พื้นที่ในการจัดวาง

from:https://notebookspec.com/review-acer-predator-x35/494703/

Review – Tsunami Protector TSS-7000 กะทัดรัด แต่จัดจาดเกินตัว

แบรนด์ Tsunami ถือเป็นอีกแบรนด์ที่พัมนาสินค้าใหม่ๆเข้ามาสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้มีเฉพาะแค่เคสแล้วในปัจจุบัน แต่ยังรวมไปถึงพาวเวอร์ซับพลาย พัดลมระบายความร้อน ชุดไฟ RGB คีย์บอร์ด เมาส์หูฟังเกมมิ่ง  และยังรวมไปถึงอุปกณณ์ระบายความร้อนซีพียู เช่นพัดลมซีพียูที่ทีมงานเคยทดสอบไปก่อนหน้านี้อย่างรุ่น Tsunami Super Storm TSS-2000  ที่มาพร้อมจุดเด่นทั้งราคา ความสวยงาม และประสิทธิภาพ จนได้รับความนิยมอย่างสูง และวันนี้อัพเกรทขึ้นมาอีกขั้น เล็กลงแต่จัดจ้านยิ่งกว่าเดิมใน Tsunami Protector TSS-7000

Tsunami Protector TSS-7000 เป็นอีกหนึ่งซีพียูคลูเลอร์รุ่นใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ Tsunami ที่มาครบในขนาดที่กะทัดรัดลงกว่ารุ่นก่อนด้วยพัดลมขนาด 92 มิลลิเมตร แบบวางกลางโดยจะนำความร้อนจากซีพียูผ่านขึ้นมาทางฮีทไปท์ 4 เส้น บิดขึ้นมาเป็นรูปตัว U เพื่อนะความร้อนระบายผ่านฟินอลูมิเนียม เล็กลงกว่ารุ่น Tsunami Super Storm TSS-2000 แต่ยังรองรับ TDP หรือซีพียูที่ใช้พลังงานได้ถึง 120 W เช่นรุ่น i7-8700K หรือ Ryzen 7-2700X ได้อย่างสบายๆ อีกทั้งยังมีกรอบครอบเพื่อบังคับทิศทางลงให้สามารถระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ มาพร้อมไฟ RGB ที่กล่องครอบฮีทซิงค์ ซึ่งรองรับระบบซิงค์ไฟ RGB จากเมนบอร์ดเช่นแบรนด์ MSI ASUS GIGABYTE ได้อีกด้วยซึ่งต่างจากเดิมที่ไม่สามารถปรับแต่งเองได้ สามารถติดตั้งใช้งานได้ทั้ง Intel และ AMD ส่วนหน้าตาประสิทธิภาพจะเป็นเช่นไรไปชมกันได้เลย

ฟีเจอร์เด่น

  • ซีพียูคูลเลอร์ใน Protector Series
  • รองรับ RGB SYNC จากเมนบอร์ดเช่นแบรนด์ MSI ASUS GIGABYTE
  • กินไฟน้อยเพียง 3.36W
  • มาพร้อมพัดลม 7 ใบพัด
  • 120W TDP Ventilation

สเปค Tsunami Super Storm TSS-7000

  • Product Dimension: 115*86*150mm
  • Fan Dimension: 92*92*25mm
  • Rate Voltage: DC 12V
  • Operating Voltage: 5 ~ 13.8 V
  • Staring Voltage: ≤DC 5V
  • Rated Current: 0.15A MAX
  • Power Consumption: 1.8W
  • Fan Speed: 1500-2500 RPM (P.W.M.)±10%
  • Max Airflow: 33.9 CFM
  • Air Pressure: 1.83mm-H2O
  • Noise Level: ≤32.2dB
  • Fan Life Time: 30,000 Hr
  • No. of Blades: 7 Blades
  • No. of Pole: 4 Poles
  • Fan Bearing: Hydraulic Bearing
  • LED Light Bar: RGB
  • LED Port: DC 5 V
  • Rated Voltage: 0.25A
  • Rated Current IDE: Standard configuration sync line
  • TDP(Thermal Design Power Output): 120W
  • Power Consumption: 3.36W
  • P.W.M. Function: Yes
  • RGB Chassis: Yes
  • RGB Sync: ASUS Aura, MSI Mysticlight, Gigabyte RGB Fusion

 

กล่องของ Tsunami Super Storm TSS-7000 ระบุหน้าตาสเปคต่างๆได้อย่างชัดเจน รองรับเกือบซ๊อคเก็ตของซีพียูในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นค่าย AMD และ Intel พร้อมอุปกรณ์ติดตั้งภายในครบครัน

อุปกรณ์ภายในกล่องนอกจากตัว Tsunami Super Storm TSS-7000 จะติดตั้งพัดลมระบายความร้อนมาเลยภายใน นอกจากนั้นก็ยังมี คู่มือ ซิลีโคน หมุดยืด และฐานยึดของเมนบอร์ด Intel (ส่วน AMD สามารถใช้ขาเกี่ยวที่ติดมากับฮีทซิงค์ได้เลย)

Tsunami Super Storm TSS-7000 มาในขนาดที่ไม่ใหญ่มากนัก ถ้าเทียบกับรุ่นก่อนหน้านี้อย่าง TSS-2000 ดูเล้กกว่าอย่างเห็นได้ชัด เพราะปรับมาใช้พัดลมขนาด 92 มิลลิเมตร ที่เล็กกว่า แต่ด้วยการออกแบบทำให้ยังสามารถรองรับซีพียูที่ TDP สูงถึง 120W ได้ (TSS-2000 รองรับ TDP ที่ 130W) โดยการออกแบบระบบระบายความร้อนจะมีฮีทไปท์ 4 เส้นนำความร้อนจากตัวซีพียูบิดขึ้นมาเป็นรูปตัว U เท่ากับ 8 เส้น โดยความร้อนจะถูกถ่ายเทผ่านฟินอลูมิเนียม โดยจะมีพัดลมอยู่ตรงกลางฟินอลูมิเนียม 2 ฝั่ง และถูกครอบด้วยโครงพลาสติกเพื่อบังคับทิศทางลมให้ออกไปทางด้านหลังเพียงฝั่งเดียว ทำให้อากาสถ่ายเทได้สะดวกระบายความร้อนได้ดี

หรือถ้าอยากให้ระบายความร้อนได้ดียิ่งขึ้น ก็ยังสามารถเพิ่มพัดลมขนาด 92 มิลลิเมตรได้อีกฝั่งละตัวรวมเป็น 3 ตัว ด้วยจุดยืดน๊อตที่มีมาให้แล้ว ซึ่งจะทำให้ยิ่งระบายความร้อนได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

เอกลักษณ์เด่นของ Tsunami Super Storm TSS-7000 เลยก็คือกรอบที่ครอบตัวฮีทซิงค์นี่ละครับ เพราะนอกจากช่วยในการบังคับทางลมให้ระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิ ทำให้อากาศบริเวณฟินระบายความร้อนไม่ตีกัน เพิ่มการติดตั้งพัดลมได้อีก 2 ตัว แล้วยังมีไฟ RGB ที่ตัวอักษร และขีดทรงตัว X อีกด้วย แต่ไม่ใช่ไฟ RGB แบบเดิมของ Tsunami แต่จะเป็น RGB Sync ที่สามารถควบคุมได้จากเมนบอรืดของผู้ผลิตชั้นนำได้อีกครับ

และด้วยการที่รองรับ RGB Sync ทำให้ต้องมีสายต่อ RGB และสายไฟ 4 พิน เพิ่มมา นอกเหนือจากสายต่อพัดลมซีพียู

ตัวฐานจะมีอลูมิเนียมช่วยระบายความร้อนอีกต่อหนึ่ง ด้านล่างค่อนข้างเปิดโล่ง ขาล๊อคเป็นแบบขาเกี่ยว 2 ด้าน โดยสามารถใช้กับเมนบอร์ด AMD ที่มีฐานเกี่ยวขาล๊อคซีพียูมาให้เลย โดยการเกี่ยวต้องไขน๊อตคลายหลวมๆก่อนทั้ง 2 ด้าน จากนั้นเกี่ยวขาล๊อคได้แล้วค่อยไขล๊อคทั้ง 2 ด้านเป็นอันเรียบร้อย (ส่วน Intel ต้องติดฐานก่อนซึ่งสามารถติดตั้งได้ไม่ยากดูจากคู่มือได้เลย)

หน้าสัมผัสซีพียูหรือฐานของซีพียูคูเลอร์จะเป็นฮีทไปท์ 4 ท่อ ยึดกับฐานอลูมิเนียมจากนั้นขัดเรียบให้แนบสนิทกับซีพียูมากที่สุดเพื่อให้นำความร้อนได้ดีมากกว่า ขัดเรียบจนเงาเลยทีเดียว

ขนาดของซีพียูคูเลอร์ Tsunami Super Storm TSS-7000 ขนาดกะทัดรัดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ออปชั่นประสิทธิภาพเกินตัว

ทดสอบติดตั้งบนเมนบอร์ด ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป เคสมาตรฐาน ATX ก็สามารถติดตั้งได้ ไม่เป็นภาระของเมนบอร์ด

อย่างที่เกริ่นไปแล้วครับว่าเจ้า Tsunami Super Storm TSS-7000 มาพร้อมไฟ RGB ที่ตัวกรอบด้านนอก และพัดลมภายใน อีกทั้งยังรองรับ RGB Sync ทำให้สามารถปรับแต่งไฟ RGB ได้ตามต้องการ แตกต่างจากเดิมที่ต้องสุ่ม หรือใช้รีโมทควบคุมเองเท่านั้น โดยเมนบอร์ดที่รองรับตอนนี้จะเป็นของ MSI ASUS GIGABYTE แสงสีสวยงามดีทีเดียวครับ ไม่ได้สว่างเกินไป ไม่ชอบก็สามารถปิดได้ หรือไม่ต่อสายไฟ RGB ก็ได้ ใช้งานแค่พัดลมระบายความร้อนซีพียูเท่านั้น

ทดสอบการระบายความร้อน

สเปคที่ทีมงานทดสอบ

  • CPU Cooler : Tsunami Super Storm TSS-7000
  • Case : Tsunami Protector 6727
  • CPU : AMD Ryzen 5 3600X
  • RAM : CORSAIR VENGEANCE RGB PRO 8GB DDR4 DRAM 3200MHz
  • M/B : ASROCK X570 TAICHI
  • SSD : Transcend PCIe SSD 220S 1TB
  • VGA : Galax Geforce RTX 2070 Super
  • Power Supply : Apexgaming AG-850M
  • OS : Windows 10 Home
  • เทสในอุณหภูมิห้องที่ราวๆ 25-29 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 30 นาที

เริ่มด้วยฮีทซิงค์เดิมๆของ AMD ที่แถมมา ใช้งานทั่วไปเฉลี่ยที่ 52 องศาเซลเซียส และ Full Load ที่ 83 องศาเซลเซียส จัดว่าร้อนอยู่ แต่ก็ปรกติของฮีทซิงค์เดิมๆประมาณนี้ละครับ

และทดสอบด้วย Tsunami Super Storm TSS-7000 ใช้งานทั่วไปอยู่ที่ราว 52 องศาเซลเซียส ไม่ต่างกันแต่จะคุมอุณหภูมิได้ดีกว่า ไม่ค่อยแว่งมาก

ส่วนทำงานหนักหรือ Full Load จะอยู่ที่ราวๆ 67-77 องศาเซลเซียส เย็นกว่าราวๆ 5 องศาเซลเซียส อาจจะดูไม่ต่างกันมาก แต่ได้เสียงที่เงียบกว่าอย่างเห็นได้ชัด และความสวยงามที่มากกว่าด้วย

สรุปรีวิวซีพียูคูเลอร์ Tsunami Super Storm TSS-7000 แม้ตัวจะเล็กลง แต่ความสามารถเหลือล้นยิ่งกว่าขนาดตัว หรือจัดจ้านมากกว่ารุ่นก่อนหน้านี้อย่าง TSS-2000 เสียอีก ด้วยการรองรับ TDP ที่มากถึง 120 W ทำให้ใช้งานร่วมกับซีพียูอันคล๊อคไม่ว่าจะเป็นรหัส K ของ Intel หรือรหัส X ของ AMD ด้วยพัดลมขนาด 92 มิลลิเตร ที่บังคับทางลงให้ระบายความร้อนผ่านฟินอลูมิเนียมทั้ง 2 ฝั่ง ที่สามารถระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรืออยากจะให้เย็นขึ้นอีกก็แค่ซื้อพัดลมขนาด 92 มิลลิเมตร มาติดตั้งได้เองอีก 2 ตัว เย็นเข้าไปอีก และที่น่าสนใจคือเสียงขณะทำงานที่เบากว่าอย่างเห็นได้ชัด การติดตั้งก็ง่ายไม่ยุ่งยาก และความสวยงามด้วยไฟ RGB Sync ซึ่งสามารถปรับแต่งได้เองตามต้องการ ในราคาเพียง 749 บาท เท่านั้น

Tsunami Super Storm TSS-7000 กะทัดรัด ระบายความร้อนเยี่ยม สวยงามในราคาสุดคุมค่า

จุดเด่น

  • สีสันสวยงามด้วยไฟ RGB Sync ที่สามารถปรับแต่งได้
  • ขนาดกะทัดรัด ไม่เป็นภาระเมนบอร์ด
  • ติดตั้งง่ายไม่ยุ่งยาก
  • ระบายความร้อนได้ดีมีประสิทธิภาพ

ข้อสังเกตุ

  • RGB Sync ยังไม่รองรับในบางเมนบอร์ด

Tsunami Protector TSS-7000 Quad-Pipes CPU Cooler [พัดลม Tsunami Protector TSS-7000 Quad-Pipes CPU Cooler] ราคา 749 บาท

สามารถส่งซื้อได้ที่

from:https://notebookspec.com/review-tsunami-protector-tss-7000/495241/

Review – Tsunami Protector 3727 ยกเครื่องการออกแบบใหม่ถึงใจกว่าเดิม

เคส Tsunami ถือเป็นเคสอีกแบรนด์ที่อยู่คู่กับชาวไทยมาเป็นเวลาหลายปี ด้วยจุดเด่นเรื่องของราคาคุ้มค่า แต่ยังให้ฟังค์ชั่นการใช้งานจดเต้มไม่แพ้เคสแบรนด์ใหญ่ไม่ว่าจะเป็นไฟ RGB พัดลม ฝาเคสข้างใส ไปจนถึงฟังค์ชั่นการใช้งานที่ครบครันสำหรับท่านที่เริ่มประกอบคอมพิวเตอร์ แต่วันนี้ Tsunami ได้ยกระดับขึ้นไปอีกขั้นด้วยเคสที่มีฟังค์ชั่นการใช้งานดีขึ้นพัดลมไฟ RGB จัดเต็ม พร้อมกะพริบตามเสียงได้ การออกแบบที่สวยงาม ไซท์ใหญ่ขึ้น ในราคาที่คุ้มค่าเหมือนเดิมใน Tsunami Protector 3727

Tsunami Protector 3727 เป็นเคสซีรีย์ใหม่จากทาง Tsunami ด้วยจุดเด่นตั้งแต่ชื่อตามเลยคือ Multi-Functional Sync Sound Control Gaming Case ด้วยจุดเด่นจะมีไมค์รับเสียงแยกในกล่องควบคุ้ม ที่จะรับเสียงจังหวะต่างๆที่เราฟัง ที่ดังออกมารอบเคส แล้วจะสั่งให้ไฟ RGB ทั้งเส้นไฟ และพัดลมกะพรับตามจังหวะไม่จำเป็นต้องควบคุมผ่านตัวเมนบอร์ดเท่านั้น แต่ก็ยังสามารถเชื่อมต่อกับเมนบอร์ดแบรนด์ดังได้ด้วย โดยจะมาพร้อมพัดลมไฟ RGB ที่แถมมาให้สะใจถึง 6 ตัว พร้อมเส้นไฟ RGB ด้านหน้าและด้านข้าง ฝากระจกข้างโชว์ความสวยงาม พร้อมการดีไซน์เคสใหม่ที่โปร่งกว้างกว่าเดิม ใส่อุปกรณ์ได้เยอะขึ้น ระบายความร้อนได้ดี ฟังค์ชั่นจัดเต็มที่สุดในเคสระดับราคาสามพันบาทเลยก็ว่าได้ พูดไปจะหาว่าโม้ไปดูตัวจริงกันเลยดีกว่า

ฟีเจอร์เด่น Tsunami Protector 3727

  • เคสกระจกกันรอย พร้อมพัดลม 6 ตัว
  • รองรับ RGB SYNC กับแบรนด์อื่น เช่น MSI ASUS GIGABYTE โดยสามารถใช้ software ของ MB ปรับแสงไฟได้
  • มาพร้อมแถบไฟ RGB ทั้งสองด้าน ที่ Sync สีไฟได้เช่นกัน
  • รองรับการควบคุมด้วยรีโมท ปุ่มสวิตช์ด้านบน รวมถึง ARGB MOBO
  • แสดง EDM ในหน้าสินค้าที่ ลิงค์นี้ให้ลูกค้าดู มีคู่อธิบายภาษาไทย
  • แสดง 3 โหมดตอบสนองต่อเสียงเพลงให้ผู้ชมดู

Protector Chassis SPEC .:

Model Name:  Protect 3727

  • Structure:L440*W216*H470MM
  • Full Case :L457*W216*H488MM
  • Package:L558*W310*H550MM
  • Front Panel: ABS + ARGB LED Light Bar
  • Top Cover: Filter Screen
  • Side Panel: Right-side plate:   0.8MM Left-side plate :   Black tempered glass 4mm
  • Chassis: SPCC 0.8 mm, w/o  black baking paint
  • Foot stand ARGB + LED Light bar*2 (Left & Right side)
  • HD Audio Included
  • USB3.0 x2 Included
  • PCI Slots: 7
  • PSU Port: Bottom / ATX
  • Reserved Fan Ports :   Front:without
  • Rear:      1*120 mm (Standard) / 140 mm*1  (Fan optional)
  • Mainboard : 120 mm*2 (Standard) /140 mm*2 (Fan optional)
  • support 240MM liquid cooler
  • Top:     120 mm*3 (Standard) / 140*3 mm (Fan optional)
  • support 240/280/360MM liquid cooler
  • Drive Bays: 5.25”ODDx0 ,3.5”HDDx2 ,2.5”SSDx3
  • N.W. .: 10 KGS
  • G.W..:  11.4 KGS
  • CE, RoHs Approved

Tsunami 1263 Multi-Functional Sync Sound Control System

Protector 1263 12CM  ARGB Cooling Fan SPEC

  • Product Dimension     120*120*25 mm
  • Rate Voltage  DC 12V
  • Control Voltage 5~13.2V
  • Star Voltage < 5V
  • Rated Current 0.36A
  • Output Power 4.32±10%W
  • Speed 1200±10%RPM
  • Max Airflow 55 CFM (ft3/min)
  • Noise Level 25 dB (A)
  • Life Time 40,000 Hr
  • No. of Blades 11
  • Bearing Hydraulic Bearing
  • LED Bar ARGB
  • Light Brightness Tiers: 8
  • Light Velocity Tiers: 7
  • Lighting Effects Modes≈300
  • Wire Length: 450mm
  • Port: 6P
  • Special Central Airflow Reinforced Design:   Yes

Protector LED Light Bar

  • Rate Voltage  DC 12V
  • Port 3p
  • Light effects ARGB
  • Lighting Effects Mode    ≈300
  • Support Protector ARGB Hub & Remote Control
  • Light Brightness mode   8
  • Light Velocity mode        7

Protector ARGB Hub & Remote Control

  • Remote Control 21 Keys
  • Support Remote/Physical Switch/ARGB MOBO Control Interface
  • 6p FAN Port: 10
  • 3p LED Port: 2
  • Power Port: 4p
  • RGB Platform MSI/ASUS/GIGABYTE
  • Aura Port Type: 5v 3pin
  • Physical Buttons Included
  • Lighting Effects Mode≈300
  • Light Brightness Tiers: 8
  • Light Velocity Tiers: 7
  • Music Mode: 3 Mode
  • Rate Voltage: DC 12V

 

 ฟีเจอร์เด่นเยอะมากกกก

หน้าตาโดยรวมของ Tsunami Protector 3727 จะมีขนาดที่ใหย่กว่าเคสตัวอื่นของทาง Tsunami อย่างเห็นได้ชัด โดยจะมีรุ่นย่อยแตกต่างกันออกไปในส่วนของสี หน้ากากด้านหน้า แต่โครงสร้างโดยรวมจะคล้ายกัน ทีมงานอาจจะมีรูปสลับรุ่น 6737 ในบางมุม โดยหลักๆภายในจะเน้นความกว้างมากขึ้น ทำให้สามารถติดตั้งอุปกรณ์ได้มากเป็นพิเศษ ไปจนถึงเมนบอร์ดไ:ท์ใหญ่ การ์ดจอระดับ RTX 2080 Ti ได้อย่างไม่มีปัญหา โดยจะแบ่งโซนระหว่างเมนบอร์ดกับพาวเวอร์ซับพลายอย่างชัดเจน และยังได้เพิ่มช่องระบายความร้อนบริเวณฝาทึบด้านซ้ายของตัวเคส ซึ่งปรกติจะเป็นฝาเคสทึบๆช่วยในการระบายความร้อนออก และยังสามารถติดตั้งพัดลมขนาด 120 มิลลิเมตรเพิ่มได้อีก 2 ตัว โดยรุ่น 3727 ที่ทีมงานได้มาทดสอบจะเป็นแบบฝาหน้าทึบ โดยจะมีเส้นไฟ RGB พาดเป็นแนวทะแยง เหมาะกับท่านที่ต้องการดูเรียบ สวยงาม

ฝาด้านบนยังคงความเป็นเอกลักษณ์ในแบบ Tsunami ด้วยช่องติดตั้งพัดลมขนาด 120 มิลลิเมตร มากถึง 3 ตัว หรือจะติดเป็นหม้อน้ำ 3 ตอน ก็ยังได้ อีกทั้งยังมีตะแกรงกันฝุ่นที่เป็นแม่เหล็กช่วยกันฝุ่น สามารถถอดออกเพื่อล้างได้อย่างสะดวก

นอกจากนั้นขอบเคสด้านบนยังมีปุ่มเปิดเครื่อง ไฟแสดงสถานะตัวเครื่อง ฮาร์ดดิสค์ ช่องต่อไมค์ หูฟัง พอร์ต US 3.0 และปุ่มเปลี่ยนโหมดไฟ RGB

ด้านหลังจะเห็นถึงความสูงของเคส Tsunami Protector 3727 ที่แตกต่างจากรุ่นอื่นอย่างชัดเจนด้วยของด้านบนที่หน้าขึ้น ไปจนถึงระยะระหว่างเมนบอร์ดกับตัวส่วนของพาวเวอร์ซับพลาย โดยด้านหลงสามารถติดตั้งพัดลมขนาด 120 มิลลิเมตรได้อีก 1 ตัว สล๊อต PCI ได้สูงสุดถึง 7 ช่อง

มาเจาะภายในเคสกัน จะเห็นได้ชัดอีกจุดว่าเคสกว้างขึ้นขนาดเสริมพัดลม 120 มิลลิเมตร ข้างเมนบอร์ดเข้ามาได้เลย เพื่อช่วยเสริมช่องระบายความร้อน โดยรุ่น Tsunami Protector 3727 จะมีพัดลมแถมมา 6 ตัวคือหลัง 1 บน 3 และข้างเมนบอร์ด 2 ตัว จะไม่รวมด้านหน้า 3 ตัวแบบในรูปนะครับอันนั้นของรุ่น 6737 โดยยังคงมีช่องใต้เมนบอร์ดเพื่อช่วยระบายความร้อน และสามารถติดตั้งขาล๊อคซีพียูได้โดยไม่ต้องถอดเมนบอร์ดออกมา ข้างกันนั้นยังมีช่องให้ร้อยสายไฟล่าง 2 ข้าง 2 และข้างบนอีก 1 จัดสายไฟกันได้อย่างสบาย

ด้านหลังจะมีความกว้างมากกว่าเคสทั่วไป ทำให้จัดสายไฟหนาๆได้อย่างสะดวกไม่ต้องมาห่วงว่าจะปิดฝาเคสได้ไหม แต่เวลาจัดก็ต้องระวังสายไฟจะไปบังพัดลม 2 ตัวนี้ด้วยนะครับ โดยสามารถติดตั้ง SSD หรือฮาร์ดดิสค์แบบ 2.5 นิ้ว ได้ 2 ลูกด้านหลังเมนบอร์ด และ 3.5 นิ้ว ที่ถาดด้านล้างซ้าย ว่องพาวเวอร์ซับพลายขนาดใหญ่ดีทีเดียวใส่ตัวใหญ่ได้สบาย

นอกจากนั้นจะเห็นกล่องคอนโทรลไฟ RGB สีขาว ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ที่นอกจากการปรับโหมดไฟ RGB ได้แล้ว ยังมีไมค์รับเสียงจากรองข้างเพื่อควบคุมไฟ RGB ให้กะพริบเป็นจังหวะอีกด้วยครับ

เทียบหน้าตา 3 พี่น้องเริ่มด้วยตัวซ้ายสดที่ทีมงานได้มาทดสอบ Tsunami Protector 3727 กลางสีขาว 4727 และขวาพัดลมจัดเต็มพร้อมกระจกด้านหน้า 6737

 

 

เมื่อประกอบเครื่องติดตั้งไฟ RGB แล้ว บอกเลยว่าไฟสว่างสวยงามมากกกกกกกกกกกก เพราะนอกจากพัดลมไฟแล้ว ยังมีขอบด้านล่างที่เป็นเส้นไฟ RGB ทั้ง 2 ฝั่ง และด้านหน้าก็เป็นไฟ RGB อีกด้วย ยิ่งเมนบอร์ดฮีทซิงค์ ไปจนถึงแรมมีไฟ RGB ด้วยแล้วยิ่งสวยงาม และยังสามารถซิงค์ไฟ RGB ผ่านซอฟแวร์ของผู้ผลิตเมนบอร์ดได้ด้วยครับ

การปรับแต่งไฟ RGB จะสามารถสั่งงานได้จาก 4 อุปกรณ์ด้วยกันคือ

  1.  สวิตซ์ด้านบนที่จะกดหมุนรูปแบบวนไป
  2. รีโมทที่สามารถปรับได้ละเอียดทั้งเปิด ปิด เพิ่ม ลด ความสว่าง เลือกสีได้ตามต้องการ
  3. เสียง โดยต้องกดที่รีโมทก่อน โดยจะมี 3 โหมดเลยคือ ติดดับ สว่างมากน้อย และกะพริบ
  4. จะสั่งผ่านผ่านสาย AURA ที่ต่อกับเมนบอร์ด ซึ่งตอนนี้มี ASUS ,Gigabyte และ MSI ที่รองรับ

Tsunami Protector Series ถือว่าเป็นการคิดใหม่ทำให้ของ Tsunami ที่น่าสนใจอย่างมากจนแบรนด์ดังต้องเหลี่ยวมองกันเลย เพราะออกจากกรอบเคสเดิมๆที่เน้นเคสราคาเบาๆ ขายความสวยงามออปชั่นเสริม แต่ปรับมาเป็นเคสซึ่งยังเน้นความคุ้มอยู่ แต่อัพเกรทตัวเคสให้ใหญ่ขึ้น สวยขึ้น ระบายความร้อนได้ดีขึ้นด้วยการเสริมพัดลมระบายความร้อนข้างเมนบอร์ดที่นอกจากช่วยดึงความร้อนแล้ว ยังเพิ่มความสวยงามให้ตัวเคสด้วยไฟ RGB ทั้งพัดลมและด้านข้าง โดยยังไม่ทิ้งความเป็น Tsunami ด้วยฝาข้างกระจกใส และสีข้าว หรือดำให้เลือก เคสที่กว้างขึ้น และที่สำคัญเลยคือนวัตกรรมที่ใส่เข้ามากับฟังค์ชั่น Multi-Functional Sync Sound Control ซึ่งเท่าที่ทีมงานทราบยังไม่เคยเห็นแบรดน์ไหนทำ ด้วยการที่กล่องคอนโทรลไฟ RGB ติดตั้งไมค์ในตัว เพื่อรับเสียงและสั่งให้ไฟ RGB ทั้งพัดลมและเส้นไฟ กะพริบตามจังหวะเพลงได้ด้วย เอากับเขาสินะ และยังไม่พอ ยังสามารถต่อกับเมนบอร์ดเจ้าดังเพื่อให้เมนบอร์ดสั่งควบคุมไฟ RGB ได้อีกด้วย พร้อมของแถมอย่างพัดลมและเส้นไฟ RGB ที่จัดเต็มให้มาเลยไม่ต้องซื้อเพิ่ม

Tsunami Protector 3727 มาในราคา 3,490 บาท เท่านั้น อาจจะดูว่าสูงเมื่อเทียบกับเคสรุ่นก่อน แต่ถ้ามองถึงของที่แถม กล่องคุมไฟ RGB สุดแทพ พร้อมออปชั่นของตัวเคสที่น่าสนใจ และใหญ่ขึ้นเล่นอะไรได้เยอะขึ้น ผมว่าไม่แพงเกินไปเลยครับ

จุดเด่น

  • ระบบควบคุมไฟ RGB จากไมค์ตามเสียงเพลงได้
  • พัดลมแถมมาให้เลย 6 ตัว พร้อมเส้นไฟ RGB
  • เคสกว้างใหญ่ ใส่อุปกรณ์ได้เยอะ

ขอสังเกตุ

  • เคสหนักเอาเรื่อง
  • ดูรุ่นที่จะซื้อให้ดีเพราะของแถมหน้าตาต่างกัน

Tsunami Protector 3727 Multi-Functional Sync Sound Control Gaming Case ราคา 3,490 บาท

สามารถสั่งซื้อได้ที่

from:https://notebookspec.com/review-tsunami-protector-3727/494537/

Review – ASUS ExpertPC D641MD เคสเล็ก สเปคแรง ทนทานมากหลาย

ปัจจุบันถ้าพูดถึงพีซีสักเครื่อง เราคงนึกถึงเครื่องพีซีประกอบ ไม่ก็พีซีแบรนด์ที่เน้นเรื่องของสเปคราคากันเป็นหลัก แต่ยังมีพีซีแบรนด์อีกกลุ่มนึงที่ไม่ได้เน้นเรื่องของราคาต่อสเปค แต่เน้นเรื่องของฟังค์ชั่นการใช้งาน ความปลอดภัยขั้นสูง และความแข็งแรงทนทานซึ่งเป็นพีซีที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานในองค์กร นึกง่ายๆก็เครื่องที่ใช้งานกันตามออฟฟิตนี่ละครับ ซึ่งไม่จำเป็นต้องแรงมาก แต่เน้นฟังค์ชั่นอื่นเสียมากกว่า และหนึ่งในแบรนด์ที่กลับมาทำพีซีในตลาดองค์กรอีกครั้งก็คือ ASUS ที่ห่างหายจากตลาดองค์กรไปสักพักใหญ่ๆ ที่นอกจากโน้ตบุ๊คแล้วยังมีพีซีในกลุ่ม ASUS Pro เข้ามาด้วย อย่างเครื่องที่ทีมงานได้มาทดสอบในวันนี้ ASUS ExpertPC D641MD

ก่อนอื่นต้องแนะนำพีซีที่ออกแบบมาเพื่อองค์กรกันก่อน เพราะองค์กร หรือตามออฟฟิตส่วนใหญ่ไม่ได้มีพื้นที่การจัดวางมากนักพีซีสำหรับองค์กรจึงมักเป็นเคสที่มีขนาดกะทัดรัด แต่ยังคงมีสเปคที่เพียงพอสำหรับการใช้งานตั้งแต่งานเอกสาร ไปจนถึงงานประมวลผลสูตร Excel จำนวนมากหรือทำงานหนักๆได้ นอกจากนั้นยังต้องคำนึงถึงความทนทาน เพราะส่วนใหญ่องค์กรซื้อครั้งเดียวก็ใช้งานยาวอีก 3-5 ปีเป็นอย่างน้อย นอกจากนั้นก็มีเรื่องของฟังค์ชั่นด้านความปลอดภัย ช่วยทำควยความสะดวกให้แผนกไอทีเช็คสถานะเครื่องและซ่อมได้ตรงจุด การันตีความเข้ากันได้ของอุปกรณ์ และยังมีพอร์ตที่เครื่องทั่วไปแทบไม่มีใช้แล้วอย่าง serial ,parallel พอร์ต หรือแม้กระทั้งตัวอ่านสมาร์ทการ์ดก็มีใน ASUS ExpertPC D641MD

ASUS ExpertPC D641MD มาในขนาดที่กะทัดรัดอย่าง SFF (Small Form Factor) มีสไตล์ทันสมัยไม่ได้ดูโบราณแบบพีซีสำหรับองค์กรในสมัยก่อน มีโครงเครื่องขนาดกะทัดรัดอย่างเหลือเชื่อซึ่งมีขนาดเล็กกว่า ASUS ExpertPC ซีรี่ส์ก่อนหน้าถึง 47% แต่ยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีภายในไม่ว่าจะเป็นซีพียูระดับ Core i7 หรือจะใส่เป็น Core i9 ก็ยังไหว และแม้จะเป็นการ์ดจอออนบอร์ดแต่ก็สามารถเชื่อมต่อจอภาพได้มากที่สุดพร้อมกันถึง 3 จอ โดยไม่จําเป็นต้องเพิ่มกราฟิกการ์ดใดๆ พอร์ต I/O แบบเต็มรูปแบบช่วยให้มั่นใจได้ว่าจะเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่อพ่วงได้หลากหลาย มีพอร์ต USB จํานวน 6 พอร์ตติดตั้งไว้ทางด้านหน้า และหลังอีก 4 พอร์ต ซึ่งถือว่าเยอะมาก นอกจากนั้นก็ยังมีไดร์ฟ DVD มาให้ใช้งาน ส่วนฟังค์ชั่นอื่นๆและสเปคการใช้งานจะเป็นอย่างไรไปชมกันครับ

ชม Unbox

สเปคเครื่องทดสอบ โดยสามารถสั่งสเปคเองได้ตามต้องการ

  • Processor Intel® Core™ i7-8700 Processor, 3.2GHz (12M Cache, up to 4.6 GHz)
  • OS Windows 10 (64bit) (Home)
  • Chipset (System Platform) Intel® B360
  • Memory (module) DDR4 2666MHz 8G
  • Storage 3.5 HDD SATA 2TB 7200RPM
  • Optical Drive DVD RW 8X
  • LAN Intel® I219V 10/100/1000 Mbps
  • WiFi IEEE Wi-Fi 5(802.11 ac) + BT 5.0

พอร์ตเชื่อมต่อครบครันสมกับเป็นพีวีสำหรับองค์กร โดยเฉพาะ USB ที่มีมาให้ถึง 10 พอร์ต และ USB-C อีก 1 พอร์ต

การันตีความทนทานด้วยการทดสอบทางทหาร แข็งแกร่งแน่นอน

ASUS ExpertPC D641MD แรกพบบอกเลยว่ามาในขนาดที่กะทัดรัดอย่างมาก เล็กกว่าเคสพีซีทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด โดยวัสดุเป็นพลาสติกคุณภาพดีด้านหน้า และโลหะในส่วนของเคส การออกแบบดูทันสมัยต่างจากพีซีสำหรับองค์กรในสมัยก่อน จัดวางบนโต๊ะก็ได้ หรือใต้โต๊ะก็ไม่เกะกะ แม้ขนาดกะทัดรัด แต่ก็ยังมาพร้อมพอร์ต USB ด้านหน้าที่จัดเต็มอย่างมาก และด้านข้างที่มีการเจาะช่องให้อากาสเข้าไปถ่ายเทได้สะดวกขึ้น แม้เคสเล็ก แต่ก็ไม่ร้อน

มาเจาะจุดเด่นด้านหน้าก่อนเลย โดยจะมีปุ่มเปิดเครื่องอยู่ด้านบนใต้โลโก้ ASUS PRO ถัดลงมาก็เป็นไฟแสดงสถานะ ไดร์ฟ DVD สำหรับหลายออฟฟิตยังต้องใช้งานอยู่

ถัดมาด้านซ้ายจะมีช่องต่อไมค์ หูฟัง ,USB-C ,USB 3.1 Gen 2 สีออกเขียวจัดมาให้ถึง 4 พอร์ต และ USB 3.1 Gen 1 อีก 2 พอร์ต

ASUS ExpertPC D641MD นอกจากมี SD Card Reader แล้ว ยังมีช่องอ่านสมาร์ทการ์ด หรือก็คือเครื่องอ่านบัตรประชาชนของเรา หรือบัตรเคสดิตที่มีชิปนี่ละครับ นึกถึงเวลาที่เราเข้า 7-11 ที่เราต้องเอาบัตรประชาชนใส่เครื่องลงทะเบียนอะไรสักอย่างละครับ

ด้านหลังไล่จากบนเลยที่เป็นช่อง PCI จะเป็นช่องต่อเสา WiFi แบบ 2 เสา ถัดลมมาด้านซ้ายจะเป็น serial ,parallel พอร์ต สำหรับต่อปริ้นเตอร์หรืออุปกรณ์รุ่นเก่าที่ยังไม่เป็น USB ถัดลมมาจะเป็นช่องระบายความร้อน และทางขวาที่แบ็คเพลท

  • 4 x USB 2.0
  • 1 x PS/2(Keyboard)
  • 1 x PS/2(Mouse)
  • 1 x HDMI
  • 1 x DisplayPort
  • 1 x RJ45 LAN
  • 1 x D-sub
  • 3 x Audio Jack(s)

ภายใน ASUS ExpertPC D641MD ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี แม้เคสมีขนาดกะทัดรัดมากก็ตาม แต่ยังสามารถเปิดภายในเพื่อปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นฮาร์ดดิสค์ชนิด 2.5 หรือ 3.5 นิ้ว โดยพัดลมซีพียูขนาดมาตรฐาน แต่จะมีกรอบบังคับให้ระบายออกทางด้านหลัง นอกจากนั้นยังเพิ่มแรมได้ถึง 4 แถว การ์ดจออีกใบ พร้อม SSD แบบ M.2 จัดเต็มเลยในเคสเล็กขนาดนี้

ทดสอบต่อ 3 จอ ใช้งานได้หลากหลายเลยแม้จะเป็นการ์ดจอออนบอรืดก็ใช้งานได้สบายๆ เหมาะกับงานออฟฟิต เทรดหุ้น ดูวีดีโอ หรือกระทั่งสายตัดต่อ

ทดสอบ


โปรแกรมที่ให้มา แผนกไอทีต้องชื่นชอบเป็นอย่างมาก เพราะสามารถเช็คสถานะเครื่องได้เลย ตั้งแต่เวอร์ชั่นไดร์ฟเวอร์ ไบออส สเปคเครื่อง สร้างจุด Backup Windows ไว้ รวมไปถึงการกู้คืน ระบบความปลอดภัยตั้งแต่พอร์ต USB ที่สามารถล๊อคได้ ระบบความปลอดภัยจากอินเตอร์เน็ต ไปจนถึงความปลอดภัยของข้อมูลในฮาร์ดดิสค์ และสุดท้ายสามารถป้องกันการส่งไฟล์ข้อมูลต่างๆได้ด้วย

ซีพียูในเครื่องทดสอบ i7-8700 พร้อมเมนบอร์ด Intel B360

แรมที่ติดเครื่องมาแปลกๆหน่อยเป็น 4+8 GB แบบ DDR 4

เครื่องทดสอบเป็นการ์ดจอออนบอร์ด แต่ถ้าต้องการการ์ดจอแยกก็สามารถสั่งได้ตามต้องการ

แม้จะเป็นซีพียูรุ่นเก่าหน่อย แต่ก็ยังเก๋า ใช้งานได้ดีไม่แพ้รุ่นใหม่ตัวแรงอย่าง i9-9900KF

ฮาร์ดดิสค์ที่ติดมาเป็น 2TB แต่ถ้าต้องการเปลี่ยนเป็น SSD ก็สามารถสั่งสเปคได้ตามต้องการ

แม้เครื่องจะเล็ก แต่การระบายความร้อนก็จัดว่าดีทีเดียว แม้จะมีสูงสุดที่ 90 องศาเซลเซียส แต่โดยเฉลี่ยอยู่ที่ราวๆ 70-75 องศาเซลเซียส เท่านั้นเมื่อทำงานหนักทั้งซีพียูและการ์ดจอ

ASUS ExpertPC D641MD อาจจะไม่ใช่พีซีที่แรงที่สุด ไม่ใช้ที่คุ้มที่สุด ไม่ใช่ที่ใหม่ที่สุด แต่มันคือพีซีสำหรับองค์กรที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่ต่อเนื่องยาวนานด้วยการทดสอบมาเป็นร้อยชั่วโมง การทดสอบทางการทหารการันตีความทนทานใช้งานได้ 3-5 ปีสบายๆ ระบบการจัดการสำหรับแผนกไอที ที่ง่ายสะดวกและตรวจเช็คเครื่องได้เลย นอกจากนั้นยังมาพร้อมพอร์ตใช้งานที่ครบครันอย่างมากทั้ง USB ไปจนถึงพอร์ตรุ่นเก่า ในเคสที่มีความกะทัดรัด แต่อัดแน่นไปด้วยสเปคภายใน รองรับการอัพเกรทเพิ่มเติมในอนาคตได้ง่าย หรือจะสั่งสเปคเองก็ได้ตามต้องการ

ASUS ExpertPC D641MD เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการพีซีสักเครื่องที่ทนทานใช้งานได้ยาวนาน ในขนาดเคสที่เล็กกะทัดรัดแต่ยังคงอัดแน่นเด้วยความแรงและพอร์เชื่อมต่อที่ครบครัน พร้อมความสะดวกและง่ายในการจัดการของแผนกไอที ในราคาเริ่มต้นเพียงหมื่นต้นๆ พร้อมสั่งสเปคได้ตามต้องการ

มาพร้อมการรับประกันคุณภาพจาก ASUS

  • 3 Year Onsite Service : บริการซ่อมถึงที่ 3 ปี
  • 3 Year Global Warranty : รับประกัน 3 ปีทั่วโลก
  • 1 Year Perfect Warranty : รับประกันอุบัติเหตุ 1 ปี

จุดเด่น

  • พอร์ตเชื่อมต่อเยอะและครบที่สุด
  • เคสขนาดกะทัดรัด
  • รองรับการอัพเกรทได้ในอนาคต
  • เคสระบายความร้อนได้ดี
  • มาพร้อมซอฟแวร์ที่ช่วยฝ่ายไอทีจัดการเครื่อง

ข้อสังเกตุ

  • ต้องสั่ง by order เท่านั้น

ตัวแทนจำหน่ายหรือลิงค์สั่งซื้อ  >> https://www.asus.com/th/commercial/

from:https://notebookspec.com/review-asus-expertpc-d641md/494558/

Review – ASUS ROG STRIX GL10CS พีซีแบรนด์คุ้มยังกะเครื่องประกอบ

ปัญหาอย่างหนึ่งของพีซีประกอบเลยคือ ไม่ค่อยเหมาะกับผู้ใช้มือใหม่ ไปจนถึงความไม่สะดวกกับผู้ใช้ทั่วไปเท่าไร เพราะไหนจะต้องจัดสเปค ไหนจะต้องประกอบ ไหนจะลงวินโดวส์ไดร์ฟเวอร์ต่างๆอีก ไหนจะต้องมาคอยดูว่าใช้งานเสถียรไหม หรือถ้าเสียทีก็ต้องถอดอุปกรณ์ หรือยกไปซ่อมหน้าร้านสุดแสนวุ่นวาย แตกต่างจากพีซีแบรนด์ที่เน้นความสะดวกง่าย ประกอบมาพร้อมลงวินโดวส์และไดร์ฟเวอร์มาเสร็จสรรพพร้อมใช้งานในทันที และการรับประกันที่เชื่อถือได้อย่างพีซีแบรนด์ ASUS ROG STRIX GL10CS

ASUS ROG STRIX GL10CS เป็นพีซีเกมมิ่งจากทาง ASUS ที่เน้นเจาะตลาดผู้ที่ต้องการประกอบพีซี แต่ก็ไม่ต้องการปัญหายุ่งยากต่างๆนานา ด้วยการประกอบเสร็จการันตีความเข้ากันได้ของอุปกรณ์ อีกทั้งยังมาพร้อมวินโดวส์และลงไดร์ฟเวอร์ให้มาพร้อมใช้งานในทันทีตั้งแต่ครั้งแรกที่เปิดเครื่อง อีกทั้งสเปคเองก็ตอบโจทย์สำหรับการเล่นเกมได้เป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็นซีพียู i5-9400 แรม 8 GB DDR หน่วยความจำแบบ SSD PCIe ขนาด 256 GB และการ์ดจอที่มีให้เลือกตั้งแต่ NVIDIA GEFORCE GTX 1660TI 6 GB GDDR6 ในรุ่นที่ทีมงานได้มาทดสอบ ไปจนถึงรุ่นสูงสุด NVIDIA GEFORCE RTX 2070 8 GB GDDR6 พร้อมเคสที่มาในหน้าตาสวยงาม ไฟ RGB ด้านหน้า พร้อมการรับประกัน 3 ปี ซ่อมให้ถึงที่ กับราคาเริ่มต้นที่สองหมื่นหน่อยๆเท่านั้น ราคาเท่าๆกับเครื่องประกอบเลยทีเดียว

สเปคเครื่องทดสอบ

  • CPU : INTEL CORE I5-9400
  • RAM : 8 GB DDR4 2666MHz
  • HDD : 256 GB PCIe/NVMe M.2 SSD
  • VGA : NVIDIA GEFORCE GTX 1660TI 6 GB GDDR6
  • OS : WINDOWS 10

ฟีเจอร์เด่น

เพื่อเกมโดยสมบูรณ์
จากการอัปเกรดจากรุ่นล่าสุดด้วย ROG Strix GL10CS ซึ่งเป็นเดสก์ท็อป Windows 10 สำหรับเกม ที่มอบประสบการณ์การเล่นเกมที่เร้าใจ ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ i5-9400K เจนเนอเรชั่น 9 แลพกราฟิกการ์ด NVIDIA® GeForce RTX™ 2070 เร้าใจไปกับการออกแบบที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ มีแสงสว่างภายในด้วยเทคโนโลยีแสงสว่าง Aura Sync ที่อยู่ด้านหลังแผงด้านข้างที่โปร่งใส – Intel® Super Fast 802.11ac Gigabit Wi-Fi ช่วยเพิ่มปริมาณงานเครือข่าย


สมาชิกใหม่ของ ROG STRIX
ROG Strix GL10CS มุ่งเน้นไปที่พื้นฐานเกมเพื่อให้ประสบการณ์ที่สุดยอดในราคาที่จับต้องได้ การกำหนดค่าโดยอัตโนมัติ การปรับแต่งอย่างชาญฉลาด จะรวมเอาความเร็วและความเสถียรที่คุณต้องการด้วยเส้นสายที่เพรียวบาง การออกแบบที่โดดเด่น – GL10CS ขอต้อนรับสมาชิกใหม่สู่สาธารณรัฐแห่งเกม Republic of Games


DESIGN
สวยงามและแข็งแกร่ง
การออกแบบตัวเครื่องที่โดดเด่นท้าทายสายตา พร้อมรอยบากที่คมชัดตัดกับพื้นผิวที่ได้รับแรงบันดาลใจจากชุดเกราะในโลกอนาคต ด้วยความจุของตัวเครื่องเพียง 27 ลิตร Strix GL10CS ได้นำส่วนประกอบที่สำคัญทั้งหมดมาบรรจุไว้ในตัวเครื่องขนาดกะทัดรัด ใช้พื้นที่บนโต๊ะหรือใต้โต๊ะของคุณน้อยลง – ลองมองผ่านแผงอุปกรณ์เสริมด้านข้างเพื่อชมแสงสว่างภายในจากไฟ LED 20 ดวงที่ถูกโปรแกรมโดย Aura Sync


PERFORMANCE
ประสิทธิภาพเกินราคา
Strix GL10CS[i] ยกระดับความสมจริงของเกมโปรดของคุณด้วยโปรเซสเซอร์ Intel Core i5-9400 เจนเนอเรชั่นที่ 9 และกราฟิกการ์ด NVIDIA GeForce RTX™ 2070 ใหม่ล่าสุด


GAME TEST
พร้อมสำหรับการเล่นทุกรูปแบบ
Strix GL10CS ให้ประสิทธิภาพที่เสถียร การเล่นเกมที่ราบรื่น ภาพสีสันสดใส เหมาะสมอย่างยิ่งกับการเล่นเกมที่ความละเอียด Full HD – ยิ่งไปกว่านั้น ยังสามารถเพิ่มความสมจริงด้วยเอฟเฟกต์ Ray-Trace และ Anti-Alias ด้วยเทคโนโลยี DLSS – เกม Overwatch และ Fortnite สามารถทำงานที่ความละเอียด FHD ด้วยอัตราเฟรม 106 และ 118 ตามลำดับ[iv]


AURA SYNC
ปรับแต่งระบบส่องสว่าง
เลือกรูปลักษณ์ที่คุณชื่นชอบจากสีสันและเอฟเฟกต์ต่างๆ ที่ขับเคลื่อนโดย Aura Sync – แผงข้างตัวเครื่องเป็นแบบโปร่งใส ให้มองเห็นอุปกรณ์เสริมและชิ้นส่วนภายในที่ส่องแสง RGB ที่ตรงกับกรอบหน้าตัวเครื่อง – สามารถโปรแกรมแสงได้ง่ายดายกับเมาส์สำหรับเล่นเกม คีย์บอร์ด หูฟัง หรืออุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นๆ ที่สนับสนุนเทคโนโลยี Aura Sync เพื่อให้ดูกลมกลืนกันทั้งหมดทุกอุปกรณ์ตามสไตล์ของคุณ[v]


DURABILITY
อึดไร้เทียมทาน
Strix GL10CS ผ่านการทดสอบคุณภาพอย่างเข้มงวด[vi] รวมถึงการทดสอบการตก กระแทก การสั่นสะเทือน ความร้อน เสียง และแรงดันไฟฟ้า เพื่อให้แน่ใจว่าความทนทานของเราเป็นไปตามมาตรฐานเข้มงวดที่สูงกว่าคู่แข่ง


AUDIO
ประสบการณ์เสียงที่น่าประทับใจ
Strix GL10CS มาพร้อมกับหูฟังระดับเทคโนโลยี DTS Headphone:X™ ที่ให้เสียงรอบทิศทางเสมือนจริง 7.1 แชนแนล ให้เสียงที่สมจริงเพื่อเสียงที่มีคุณภาพระดับโฮมเธียเตอร์ผ่านหูฟัง โดยมีการตั้งค่าที่เหมาะสมสำหรับเกม ภาพยนตร์ กีฬา และยังมีอีควอไลเซอร์ในตัวเพื่อการปรับแต่งให้เข้ากับหูของคุณยิ่งขึ้น


THERMAL
เย็น แม้อยู่ท่ามกลางการต่อสู้ที่ร้อนแรง
Strix GL10CS มีการออกแบบระบบระบายความร้อนโดยมีช่องอากาศแยกสองห้อง ห้องด้านบนสำหรับ CPU และ GPU ในขณะที่ตัวจ่ายกระแสไฟและฮาร์ดไดรฟ์จะอยู่ที่ห้องด้านล่าง ช่องแยกนี้จะให้อากาศไหลเวียนผ่านระบบที่สมบูรณ์ ป้องกันการไหลกลับของอากาศร้อนจากห้อง CPU/GPU ไปนบกวนระบบระบายความร้อนของตัวจ่ายกระแสไฟและฮาร์ดไดรฟ์


SOFTWARE
การควบคุมแบบรวมศูนย์ พร้อมคลังอาวุธครบมือ
ซอฟต์แวร์ ROG Armory Crate ใหม่ล่าสุด ผสานรวมทุกระบบ ไม่ว่าจะเป็นระบบการใช้งานคอมพิวเตอร์ปกติและระบบควบคุมแสงสว่างเข้าไว้ด้วยกัน เข้าใช้ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ช่วยให้คุณสามารถจัดการโปรไฟล์เกมได้ถึง 4 แบบ โปรแกรมจะโหลดโปรไฟล์ที่ตั้งค่าไว้เมื่อคุณเปิดเกมโดยอัตโนมัติ ตัวเลือกเหล่านี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของสิ่งที่จะกลายเป็นเครื่องมืออเนกประสงค์ในอนาคต


CONNECTIVITY
เชื่อมต่อได้อย่างหลากหลาย
Strix GL10CS ช่วยให้คุณสามารถเข้าถึงสิ่งที่จำเป็นทั้งหมดได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายด้วยพอร์ต USB 3.1 เจนเนอเรชั่นที่ 1 จำนวน 2 พอร์ต และแจ็คเสียงด้านหน้า – ให้ได้หมดทุกสิ่งที่คุณต้องการ รวมไปถึงพอร์ต USB 3.1 เจนเนอเรชั่นที่ 1 กับ USB 2.0 ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีพอร์ตสำหรับแลนความเร็วกิกะบิต และพอร์ต HDMI เพื่อตอบสนองความต้องการของคุณได้อย่างครบถ้วน



 

ASUS ROG STRIX GL10CS มาในเคสที่ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ทำให้สามารถอัพเกรทหรือเพิ่มอุปกรณ์ต่างๆได้อย่างสะดวก โดยจุดเด่นจะอยู่ที่หน้ากากลาย ROG เป็นลายเส้นแนวทะแยงที่มีไฟ RGB ซ่อนอยู่ เพิ่มความสวยงามไม่เหมือนใคร ด้านข้างจะเป็นเหล็กที่มีการเจาะรูเพื่อช่วยในการระบายความร้อน หรือจะติดตั้งพัดลมเพิ่มก็ยังได้

สเปคโดยละเอียดของ ASUS ROG STRIX GL10CS ที่ทีมงานได้มาทดสอบติดไว้ข้างเคสชัดเจน

ปุ่มเปิดเครื่องอยู่ด้านบนเฉียงไปทางขวา ปุ่มไม่ใหญ่ต้องสังเกตุนิดนึง (ตอนแรกก็หาไม่เจอ)

พอร์ตเชื่อมต่อด้านบนมี USB 3.1 gen 1 และ Mic in / Headphone out

ด้านหลังมีช่องระบายความร้อน พร้อมติดตั้งพัดลมมาให้แล้วด้วย และพัดลมของพาวเวอรNซับพลายอยู่ด้านล่าง โดยพอร์ตเชื่อมต่อที่เมนบอร์ดจะมี

  • USB 3.1 Gen 1
  • HDMI
  • USB 2.0
  • RJ45
  • 3-in-1Audio Jacks

พอร์ตเชื่อมต่อการ์ดจอ

  • DVI-D
  • HDMI x 2
  • Display-Port

เปิดภายในเคสออกมา ทางด้านซ้ายจะมีการจัดเก็บสายไฟมาให้แล้วอย่างเรียบร้อย โดยกล่องด่านล่างยังมีพื้นที่ให้ติดตั้งฮาร์ดดิสค์เพิ่มได้

ด้านขวาจะเป็นส่วนของการ์ดจอและเมนบอร์ด มีการจัดสายไฟไว้แล้ว โดยการ์ดจอเป็นรุ่นพัดลมเดียว แรมสามารถติดตั้งเพิ่มได้อีก 1 สล๊อต พื้นที่ด้านล่างสามารถติดตั้งฮาร์ดดิสค์เสริมได้อีก ด้านหน้ายังมีพื้นที่ให้ติดตั้งพัดลมเพื่อเพิ่มอากาศถ่ายเทได้ โดยรวมสามารถติดตั้งอัพเกรทได้ไม่แพ้เคสพีวีประกอบทั่วไป

 

ไฟ RGB ที่ฝาเคสบอกเลยว่าสวยงามไม่เหมือนใคร โชว์ไม่เยอะ แต่แจ่มมาก

ทดสอบ

ซีพียู i5-9400 ตัวฮิต 6 คอร์ 6 เทรด ใช้งานต่างๆตั้งแต่เล่นเกมงานเอกสาร ไปจนถึงตัดต่อวีดีดอได้สบายๆ บนเมนบอร์ด B360

แรมติดตั้งมาให้แล้ว 8 GB DDR4 ที่บัส 2666 MHz และยังสามารถอัพเกรทเพิ่มได้อีก 1 แถว

การ์ดจอที่ติดตั้งมาเป็น GTX 1660Ti เล่นเกมระดับกลางค่อนไปทางสูง หรือใช้งานตัดต่อได้อย่างสบาย

SSD ที่ติดตั้งมาเป็น WD SN520 รุ่นกลางไม่แรงมาก แต่ก็พอสำหรับโหลดเกมเร็ว เปิดโปรแกรม วินโดวส์ได้ไว

ประสิทธิภาพโดยรวมอยู่เป็นพีซีระดับสเปคกลางๆ ที่สามารถใช้งานต่างๆได้อย่างลงตัว ตั้งแต่งานเอกสารดูหนัง 4K ไม่มีปัญหาแน่นอน ไปจนถึงงานตัดต่อ หรือแรงเดอร์วีดีโอก็ยังสามารถทำได้อย่างไม่มีปัญหาด้วยพลังของ i5-9400 + GTX 1660Ti หรือจะนำไปเล่นเกมซึ่งเป็นเป้าหมายหลังของเจ้า ASUS ROG STRIX GL10CS ก็สามารถเล่นเกมระดับกลางค่อนไปทางสูงได้อย่างสบาย ไม่ต้องพูดถึงเกมออนไลด์ PUBG ,Overwatch ที่เล่นได้ระดับความละเอียดสูงๆไม่มีปัญหา

มาถึงในส่วนของความร้อนเบิร์นให้เต็มที่เป็นชั่วโมง ก็ยังสามารถคุ้มอุณหภูมิซีพียูสูงสุดไม่เกิน 73 องศาเซลเซียส หรือการ์ดจอที่ระดับ 78 องศาเซลเซียส จะมีร้อนหน่อยตรงเมนบอร์ดที่ราว 70 องศาเซลเซียส (ส่วนที่ทะลุร้อยไปนั้นเช็คแล้วเซนเซอร์เพียนครับ)

Link spec : https://notebookspec.com/pc/6860843

จากนั้นมาดูสเปคว่าถ้าเทียบกับเครื่องประกอบเองราคาต่างกันขนาดไหน เอาแบบสเปคธรรมดา ราคาถ้าประกอบเองอยู่ที่ราว 24,680 บาท ส่วนราคาขายของ  ASUS ROG STRIX GL10CS  ที่ทีมงานได้มาทดสอบอยู่ที่ 26,990 บาท ต่างกันแค่ 2,310 บาท ต่างกันน้อยมาก แต่ ASUS ROG STRIX GL10CS ยังมีเด็นกว่าด้วย

  • วินโดวส์แท้ พร้อมลงไดร์ฟเวอร์เปิดเครื่องใช้งานได้ทันที
  • การรับประกัน 3 ปี ออนไซท์ ซ่อมฟรีถึงบ้าน เสียไม่ต้องยกมาร้านให้เสียค่ารถเสียอารมณ์
  • มีคีย์บอร์ดเมาส์ให้มาแล้ว ราคาประมาณ 500 บาท
  • ไม่มีค่าประกอบเครื่อง ผ่อน 0% ได้ด้วย (บางร้าน)
  • เคสสวย พร้อมไฟ RGB ให้มาเลย

ASUS ROG STRIX GL10CS เป็นพีซีแบรนด์ที่เรียกได้ว่าคุ้มค่าไม่แพ้เครื่องประกอบเลย เพราะส่วนต่างแค่สองพันบาท กับวินโดวส์แท้ที่แถมมาก็คุ้มกว่าแล้ว อีกทั้งยังได้ประกัน 3 ปี ออนไซท์ซ่อมถึงบ้านไม่ต้องยกเครื่องหรือถอดของไปเคลมให้วุ่นวาย การันตีทุกอุปกรณ์ใช้งานร่วมกันได้ 100% กับฝาเคสที่สวยงามไม่เหมือนใคร มีไฟ RGB ติดตั้งมาให้พร้อมโชว์ได้ทันทีตั้งแต่ครั้งแรกที่เปิดเครื่อง ในสเปคที่ตอบโจทย์ทุกการเล่นเกม และการใช้งานหนักในชีวิตประจำวัน

ASUS ROG STRIX GL10CS จึงเหมาะกับท่านที่ต้องการเกมมิ่งพีซีที่เน้นความสะดวก ไม่ต้องวุ่นจัดสเปค ประกอบเครื่อง มาพร้อมวินโดวส์เสร็จสรรพพร้อมใช้งานตั้งแต่แกะกล่องครั้งแรก ประกัน 3 ปีซ่อมถึงบ้าน ในราคาที่ไม่ต่างจากเครื่องประกอบเองเลย

จุดเด่น

  • ราคาต่อสเปคแทบไม่ต่างจากเครื่องประกอบ
  • วินโดวส์ไดร์ฟเวอรืลงมาพร้อมใช้งาน
  • สะดวกไม่ต้องประกอบเอง อุปกรณ์ใช้ร่วมกันได้แน่นอน
  • ประกัน 3 ปี ออนไซท์ซ่อมให้ฟรีถึงบ้าน

ข้อสังเกตุ

  • น่าจะมีฮาร์ดดิสค์ติดตั้งมาให้เลย
  • SSD เป็นรุ่นกลางเท่านั้น

ASUS ROG STRIX GL10CS มาในราคาเริ่มต้น 26,990 บาท สามารถสั่งซื้อได้ที่

from:https://notebookspec.com/review-asus-rog-strix-gl10cs/491015/

Review – T-FORCE CARDEA Liquid SSD ที่ระบายความร้อนด้วยของเหลวเย็นเฉียบจับใจ

ยิ่งเทคโนโลยีของหน่วยความจำอย่าง SSD NVMe พัฒนาไปไกล ความเร็วยิ่งสูงก็ยิ่งทำให้ตัว SSD แผ่ความร้อนมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งร้อนมากก็ยิ่งทำให้ตัว SSD ไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ความเร็วตก หรืออายุการใช้งานที่มีโอกาสสั้นลงได้ ทำให้ผู้ผลิตหลายค่ายพัฒนาชุดระบายความร้อนให้ SSD NVMe ในแบบฮีทซิงค์ ซึ่งมันก็ช่วยระบายความร้อนได้ดีประมาณหนึ่ง แต่ก็ทำให้ตัว SSD หน้าดูไม่สวยงาม T-FORCE เลยจัด SSD ที่มาพร้อมชุดระบายความร้อนด้วยน้ำในตัวสวยเย็นในเวลาเดียวกันกับ T-FORCE CARDEA Liquid M.2 PCIe SSD

T-FORCE CARDEA Liquid เปิดตัวครั้งแรกที่งาน Computex 2019 เป็น M.2 PCIe SSD ที่นำแนวคิระบายความร้อนด้วยน้ำของ SSD มาทำให้เกิดขึ้นจริงโดยที่ไม่ยุ่งยาก เพราะปรกติถ้าจะให้ SSD สามารถระบายความร้อนด้วยน้ำได้ จำเป็นต้องเดินระบบน้ำให้พีซีด้วย แต่ T-FORCE CARDEA Liquid จะมีบล๊อคน้ำช่วยในการระบายความร้อน แทนฮีทซิงค์เพื่อช่วยในการระบายความร้อนให้ตัว SSD ซึ่งมาในมาตรฐาน NVMe PCIe3.0 x4 ขนาดมาตรฐาน 2280 ที่สามารถใช้งานได้บนเครื่องพีซีทั่วไปได้เลย โดยมีความจุให้เลือกตั้งแต่ 256GB (ที่ทีมงานได้มาทดสอบ) ไปจนถึง 1 TB ซึ่งสามารถทำความเร็วการอ่านได้สูงถึง 3,400MB/s และเขียนที่ 3,000 MB/s สามารถทำงานได้มากถึง 2 ล้นชั่วโมง พร้อมการรับประกัน 3 ปี

จุดเด่น

  • World’s first water cooling M.2 solid state drive.
  • Superior performance – read speed up to 3400 MB/s
  • Support latest NVMe1.3 protocol.
  • Support S.M.A.R.T./TRIM technology – monitoring hard drive status efficiently and bring out its best performance.
  • Structure design is a combination of craftsmanship and fashion.
  • Product warranty – 3 years product warranty. Free technical support service.
  • Taiwan Utility Model Patent No. M574264

สเปค

Model CARDEA Liquid
Interface PCIe 3.0 x4 with NVMe 1.3
Capacity 256GB / 512GB / 1TB[5]
Voltage DC +3.3V
Operation Temperature 0˚C ~ 70˚C
Storage Temperature -40˚C ~ 85˚C
Terabyte Written 256GB / 380 TB
512GB / 800 TB
1TB / 1,665TB[6]
Performance Crystal Disk Mark:
256GB Read/Write: up to 3,000/1,000 MB/s
512GB Read/Write: up to 3,400/2,000 MB/s
1TB Read/Write: up to 3,400/3,000 MB/s[1]
IOPS:
256GB Read/Write: 200K/200K IOPS Max
512GB Read/Write: 350K/300K IOPS Max
1TB Read/Write: 450K/400K IOPS Max[1]
Weight 42g
Dimensions 83.9(L) x 24.3(W) x 14.1(H) mm
Humidity RH 90% under 40°C (operational)
Vibration 80Hz~2,000Hz/20G
Shock 1,500G/0.5ms
MTBF 2,000,000 hours
Operating System 1. System Requirements:

  • Windows 10 / 8.1 / 8 / 7 / Vista[7]
  • Linux 2.6.33 or later

2. This product is recommended for use on desktop computers due to the installation water cooling module.

Warranty 3-year limited warranty

 

หลักการระบายความร้อนจะเป็นการใช้บล๊อคน้ำที่เป็นเหมือนฮีทซิงค์ขนาดเล็กดึงความร้อนจากชิปหน่วยความจำ จากนั้นให้ของเหลวในบล๊อคน้ำช่วยในการระบายความร้อนออกไป ซึ่งทาง T-Force เคลมไว้เลยว่าเย็นกว่า SSD ทั่วไปถึง 10 องศาเซลเซียด

หน้าตากล่องเรียกได้ว่าสวยงามแจ่มชัดเห็นถึงหน้าตาพร้อมฟีเจอร์เด่นของ T-FORCE CARDEA Liquid SSD อย่างชัดเจน

ภายในกล่อนอกจากตัว T-FORCE CARDEA Liquid SSD กับคู่มือแล้ว ยังแถมน๊อตยึด M.2 มาด้วย (ที่เวลาซื้อ SSD M.2 มาไม่ค่อยชอบแถมกัน) และน้ำยาสีฟ้านี่ไม่ใช่น้ำเปล่านะครับ แต่เป็นของเหลวที่ช่วยในการระบายความร้อนซึ่งจะต่างจากน้ำทั่วไปตรงที่ไม่นำไฟฟ้า และมีสีฟ้าเพิ่มความสวยงาม และที่ให้มาอีกหลอดเผื่อว่ามันแห้งจะได้มีไว้เติมเพิ่มเข้าไปครับ

 

T-FORCE CARDEA Liquid M.2 PCIe SSD มากับหน้าตาที่บอกเลยว่าโดดเด่นไม่เหมือนใคร พร้อมบล๊อคน้ำนี่ละครับ ตัว SSD ก็แผงวงจรธรรมดาไม่มีอะไรแตกต่างไปจาก SSD M.2 ทั่วไป แต่ที่ทำให้ต่างคอบล๊อคน้ำขนาดไม่เล้กไม่ใหญ่ พอๆกับ SSD ที่มีฮีทซิงค์ทั่วไป แต่อาจจะบางกว่าบางรุ่น และหนักกว่าเล็กน้อย โดยภายในบล๊อคจะมีของเหลวสีฟ้าช่วยในการระบายความร้อน ปะกบด้วยซีลยางกันน้ำรั่วและน๊อตยึด 6 ตัว ขอบด้านท้ายจะมีโลโก้ T-FORCE ที่สามารถดึงออกเพื่อบังน๊อตสำหรับท่านที่ไม่ชอบให้รูน๊อตเติมน้ำโชว์ขึ้นมา

โดยรวมบอกเลยว่าสวยงามไม่เหมือนใคร ไม่ต้องเดินระบบน้ำให้วุ่นวาย แต่ช่วยในการระบายความร้อนได้ดีกว่าฮีทซิงค์ไหมต้องไปตามกันต่อครับ

ด้านหลังของ T-FORCE CARDEA Liquid M.2 PCIe SSD จะมีฉลาดระบุเลขรุ่น S/N รวมไปถึงข้อมูลพื้นฐานอื่นๆ พร้อมวอยด์การรับประกันที่ระวังฉีกขาดด้วยนะครับ โดยมาพร้อมกับพอร์ตเชื่อมต่อ PCIe3.0 x4

ด้านหลังของตัวบล๊อคน้ำจะมีรูน๊อตให้เราสามารถไขเพื่อเติมน้ำได้ครับ เผื่อว่าใช้งานนานไปน้ำจะระเหยออกไปเพราะความร้อนก็สามารถเติมได้เอง

หน้าตาโดยรวม T-FORCE CARDEA Liquid M.2 PCIe SSD ไม่ได้หนาหรือใหญ่เกินไปนัก

เทียบระหว่าง T-FORCE CARDEA Liquid M.2 PCIe SSD กับ SSD ปรกติ โดยตัวแผงวงจรเหมือนกัน แต่ต่างกันที่บล๊อคน้ำระบายความร้อนที่เพิ่มเข้ามา

เมื่อติดตั้ง T-FORCE CARDEA Liquid M.2 PCIe SSD เข้ากับเมนบอร์ด

ทดสอบ

T-FORCE CARDEA Liquid ที่ทีมงานได้มาทดสอบความจุ 256GB ซึ่งมีพื้นที่เหลือสามารถใช้งานได้จริง 238 GB

สเปคโดยละเอียดของ T-FORCE CARDEA Liquid

ความเร็วการการใช้งานสามารถทำได้ตามสเปคเลยเขียนที่ 3,084 MB/s และเขียนที่ 1,054 MB/s

แม้จะบอกว่าระบบระบายความร้อนของ T-FORCE CARDEA Liquid เป็นของเหลวจะเย็นกว่า แต่เอาจริงๆก็ร้อนเหมือนกันนะครับ ขึ้นไปแตะระดับ 53 องศาเซลเซียส เย็นกว่าแบบฮีทซิงค์นิดหน่อย แต่…

จุดเด่นของระบบระบายความร้อนด้วยน้ำคืออุณหภูมิอาจจะสูงไม่ต่างจากแบบฮีทซิงค์ แต่สามารถลดความร้อนลงมาได้เร็วมาก จากระดับ 53 องศาเซลเซียส สามารถลดมาเหลือ 39 องศาเซลเซียส ได้ภายในแค่ไม่ถึงนาทีเท่านั้น เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันที่มีโหลดหนักบ้างเบาบ้างทำให้อุณหภูมิของ SSD ไม่ร้อนนานจนเกินไปยืดอายุและได้ความเร็วเต็มประสิทธิภาพ

T-FORCE CARDEA Liquid M.2 PCIe SSD เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมการระบายความร้อนตัว SSD ที่ยกระดับขึ้นไปอีกขั้นด้วยระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวโดยที่ไม่จำเป็นต้องเดินชุดน้ำให้วุ่นวาย ช่วยลดความเร็นตัวชิปหน่วยความจำได้เร็วขึ้น ยืดอายุการใช้งานให้นานยิ่งขึ้นไปอีก และยังช่วยให้ความเร็วการอ่านเขียนไม่มีตกอีกด้วย อีกทั้งยังมากับความสวยงามด้วยของเหลวสีฟ้าพร้อมบล๊อคน้ำที่ไม่เหมือนใครมีไฟ UV จะยิ่งสวยงามขึ้นไปอีก สำหรับท่านที่ต้องการ SSD ที่ไม่เหมือนใคร ช่วยลดความร้อน พร้อมความเร็วการอ่านเขียนที่ไม่เป็นสองรองใคร

T-FORCE CARDEA Liquid M.2 PCIe SSD สามารถสั่งซื้อผ่านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ พร้อมการรับประกัน 3 ปีเต็มจากร้าน B&Y Computer CO.,LTD. ราคาต้องรอติดตามชมกัน และพร้อมวางจำหน่ายเร็วๆนี้

จุดเด่น

  • ระบายความร้อนด้วยของเหลวลดความร้อนได้ไว
  • สวยไม่เหมือนใคร
  • อ่านเขียนได้เร็วดีทีเดียว

ข้อสังเกตุ

  • ไม่สามารถใช้กับโน้ตบุ๊คได้
  • ต้องหมั่นเช็คของเหลว

สนใจสินค้าจากแบรนด์ T-FORCE และอื่นๆอีกมาก สามารถสอบถามและสั่งซื้อได้ที่ B&Y Computer CO.,LTD. ตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการของแท้แน่นอน

from:https://notebookspec.com/review-t-force-cardea-liquid-ssd/491777/