คลังเก็บป้ายกำกับ: PC-REVIEW

Review – SEAGATE FireCuda 520 2TB จุใจแรงระดับ 5,000 MB/s ที่สุดของเจ้

สำหรับผู้ใช้งาน AMD โดยเฉพาะบอร์ด X570 ตอนนี้บอกเลยว่าได้เปรียบอย่างมาก เพราะสามารถใช้งาน SSD ที่เร็วแรงกว่าใครได้ด้วย PCIe Gen4 ที่เร็วแรงที่สุดตอนนี้ด้วยความเร็วอ่านอ่านที่สูงถึง 5,000 MB/s เปิดเครื่องติดภายในไม่กี่วินาที แต่ปัญหาคือ SSD PCIe Gen4 มักจะมีฮีทซิงค์ติดมาด้วย ทำให้การติดตั้งไม่ค่อยสะดวกเท่าไร บางเมนบอร์ดมีเพลทที่เป็นฮีทซิงค์มาให้แล้วก็ต้องมาแกะออก แต่ SSD ที่ทีมงานจะมาแนะนำในวันนี้บอกเลยว่าแรงได้แม้ไม่มีฮีทซิงค์ อีกทั้งยังเร็วแรง และที่สำคัญคือความจุมหาศาลอย่าง SEAGATE FireCuda 520

SEAGATE FireCuda 520 เป็นภาคต่อของ FireCuda 510 ที่ทีมงานเคยรีวิวไปก่อนหน้านี้ ด้วยการอัพเกรทจากมาตรฐาน PCIe Gen3 เป็น PCIe Gen4 ที่ให้ความเร็วการอ่านเขียนเพิ่มขึ้นอีก เมื่อใช้บนเมนบอร์ด AMD X570 และซีพียูที่ประสิทธิภาพสูง เปิดประสบการณ์การเล่นเกมส์แบบโปร ที่เร็วที่สุดที่ถูกออกแบบมาเพื่อเหล่าเกมเมอร์โดยเฉพาะ  ที่ความเร็วการอ่านสูงสุดถึง 5,000 MB/s และเขียนสูงสุดที่ 4,400 MB/s ให้ประสิทธิภาพความเร็วกว่ารุ่นเดิมถึง 45% พร้อมการรับประกัน 5 ปี เต็ม โดยมีความจุเริ่มต้นที่ 500 GB, 1 TB และสูงสุด 2 TB ที่ทีมงานได้มาทดสอบในวันนี้

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์

  • ประสิทธิภาพการอ่าน / เขียนตามลำดับสูงถึง 5,000 / 4400MB / s อ่าน / เขียนสูงสุด 760K / 700K IOPS
  • เร็วกว่า Gen3 M.2 NVMe ™มากถึง 45% และการอ่านต่อเนื่องที่เร็วกว่า SATA SSD กว่า9เท่า
  • ควบคุมด้วยพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเกมแบบพลักแอนด์เพลย์ที่เข้ากันได้กับแพลตฟอร์ม PCIe 3.0 และมาเธอร์บอร์ด AMD X570 ชิปเซ็ต PCIe 4.0
  • ด้วยเทคโนโลยี NAND ล่าสุดซึ่งมอบความเร็ว แรง และประสิทธิภาพสูงสุด
  • การจัดเก็บข้อมูลสูงสุด 2TBสามารถจัดเก็บคลังเกมของคุณไว้ในไดรฟ์ได้อย่างสบาย
  • มีความทนทานสูงและ รับประกันสูงถึง 5 ปีMTBF 1.8M ชั่วโมงและสูงถึง 2,800 TBW

สเปคแยกแต่ละความจุ ให้ความเร็วการอ่านเขียนข้อมูลที่ไม่เท่ากัน

  • 500 GB – Up to 5000MB/s Read, 2500MB/s Write
  • 1 TB ,2 TB – Up to 5000MB/s Read, 4400MB/s Write

 กล่องของ SEAGATE FireCuda 520 มาในโทนสีส้มดำพร้อมมังกร พร้อมสเปคต่างๆที่ระบุมาอย่างครบครัน คล้ายตัว 510 แต่ระบุรุ่น 520 พร้อมสเปค PCIe Gen4 ×4 ชัดเจน พร้อมสติกเกอร์การันตีความเร็วการอ่านเขียน และความจุชัดเจน

ภายในกล่องจะมีตัว SEAGATE FireCuda 520 ในซองพร้อมคู่มือการรับประกัน

หน้าตาของ SEAGATE FireCuda 520 จะมีชิปทั้ง 2 ฝั่ง โดยฝั่งนึงจะระบุ S/N ความจุ รวมถึงข้อมูลที่ควรทราบ ส่วนอีกฝั่งที่จะถูกโชว์ออกมาด้านนอกจะเป็นโลโก้ Fire Cuda 520 Series พร้อมแผงวงจรสีดำ

รายละเอียดสเปคครบครัน โดยเฉพาะความจุการันตีที่ 2 TB

ชิปหน่วยความจำจะมีทั้ง 2 ฝั่ง แบ่งเป็นฝั่งละ 2 ชิป และชิปควบคุมแยกออกมา

พอร์ตเชื่อมต่อยังคงเหมือยเดิม แต่อัพเกรทเป็น PCIe Gen4 ×4 ที่เร็วแรงขึ้นสำหรับ AMD X570 และซีพียูที่รองรับ

ตอนนี้ SEAGATE FireCuda 520 รองรับแค่เมนบอร์ด AMD X570 และซีพียูรุ่นแรงๆเท่านั้น ถึงจะวิ่งได้เต็มประสิทธิภาพ ไม่งั้นก็จะวิ่งแค่ PCIe Gen3 เท่านั้น

ซอฟแวร์

ซอฟแวร์ที่ต้องโหลดเพิ่มจะออกแบบมาเพื่อให้เราสามารถเห็นสถานะของตัว SSD เช่นอุณหภูมิ ความจุ อายุการใช้งานที่เหลืออยู่ นอกจากนั้นยังสามารถ สำรอง กู้ข้อมูล แบ่งพาร์ทิชั่นได้ด้วย (ดึงภาพมาจากรีวิว SEAGATE FireCuda 510)

สเปคของ SEAGATE FireCuda 520 บอกเลยว่าจัดเต็ม รองรับ PCIe 4.0 x4 NVMe 1.3 รองรับมาตรฐานการใช้งานเต็มพิกัด แต่ด้วยสเปคที่สูงทำให้มีความร้อนสูงตามไปด้วยครับ แต่ก็สามารถใช้งานได้ปรกติแม้จะไม่มีฮีทซิงค์ติดมาด้วยก็ตาม

ชุดทดสอบของทีมงานจะเป็น AMD Ryzen 5 3600 พร้อมเมนบอร์ด MSI X570 GAMING PLUS สามารถรีดประสิทธิภาพของของตัว SEAGATE FireCuda 520 ได้เต็มที่ ให้ความเร็วการอ่านสูงถึง 5,007 MB/s และเขียนที่ 4,440 MB/s ได้ตามสเปคที่ระบุไว้เลยครับ เร็วแรงมากเลยทีเดียว กดเปิดเครื่องแทบจะติดมาพร้อมใช้ในไม่กี่วินาทีเท่านั้น เปิดโปรแกรมเร็ว และที่สำคัญคือด้วยความจุระดับ 2 TB ไม่ต้องมีฮาร์ดดิสค์ก็เอาอยู่ ลงเกมใน SSD ได้เลย โหลดเกมใหญ่ๆได้ภายในไม่กี่วินาทีเท่านั้น

SEAGATE FireCuda 520 เป็นการอัพเกรทขึ้นมาอีกขั้นด้วยความเร็วการอ่านเขียนข้อมูลที่สูงสุดในตลาดตอนนี้รุ่นหนึ่ง พร้อมมาตรฐานการเชื่อมต่อรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง PCIe 4.0 x4 ช่วยให้เปิดวินโดวส์ไว เปิดโปรแกรมเร็วภายในไม่กี่วินาที โดยเฉพาะเกมเมอร์ที่ต้องโหลดเกม โหลดฉากนานๆ SEAGATE FireCuda 520 ช่วยให้เกมแรงเร็วดุดันไม่มีสะดุดกับเกมเมอร์มือโปรโดยเฉพาะ ใครเป็นเกมเมอร์จ๋านี่ต้องจัด อีกทั้งยังไม่จำเป็นต้องพึ่งฮีทซิงค์ทำให้สามารถติดตั้งใช้งานได้ทั้งพีซีและโน้ตบุ๊ค (ในอนาคต) ส่วนความเร็วในการเขียนอาจจะไม่ได้สูงเท่าแต่ก็ยังจัดว่าสูงมากอยู่ เปิดเครื่อง เปิดโปรแกรมได้เร็วภายในไม่กี่วินาที อีกทั้งยังมีซอฟแวร์ที่ช่วยจัดการและเช็คสุขภาพของตัว SSD อีกด้วย พร้อมการรับประกันนานถึง 5 ปี

SEAGATE FireCuda 520 เหมาะกับผู้ใช้ซึ่งอัพเกรทไปเมนบอร์ด AMD X570 พร้อมซีพียูตัวแรงเพื่อการทำงานที่รวดเร็ว และเกมเมอร์ที่ต้องการความเร็วที่ลื่นไหลไม่มีสะดุด โหลดเกมไวดุจสายฟ้าแล็บ

จุดเด่น

  • ความเร็วการอ่านเขียนที่สูงมาก
  • ซอฟแวร์เช็คและจัดการ SSD ได้หมด
  • ไม่มีฮีทซิงค์ทำให้สามารถติดตั้งได้สะดวกกว่า
  • ความจุ 2 TB ใช้งานได้เหลือๆโดยไม่ต้องมีฮาร์ดดิสค์ก็ได้

ข้อสังเกต

  • ประสิทธิภาพที่ดีที่สุดเมื่อใช้กับเมนบอร์ดและซีพียูที่รองรับเท่านั้น
  • มีความร้อนสูงเมื่อทำงานต่อเนื่องยาวนาน

SEAGATE FireCuda 520 มี 3 ความจุ อัพเดทราคาล่าสุด ได้แก่

  • 500 GB ราคา 4,990 บาท
  • 1 TB ราคา 9,700 บาท
  • 2 TB ราคา 15,900 บาท

from:https://notebookspec.com/review-seagate-firecuda-520-2tb-%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a-5000-mbs-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa/506976/

Review – SEAGATE FireCuda 520 2TB จุใจแรงระดับ 5,000 MB/s ที่สุดของเจ้

สำหรับผู้ใช้งาน AMD โดยเฉพาะบอร์ด X570 ตอนนี้บอกเลยว่าได้เปรียบอย่างมาก เพราะสามารถใช้งาน SSD ที่เร็วแรงกว่าใครได้ด้วย PCIe Gen4 ที่เร็วแรงที่สุดตอนนี้ด้วยความเร็วอ่านอ่านที่สูงถึง 5,000 MB/s เปิดเครื่องติดภายในไม่กี่วินาที แต่ปัญหาคือ SSD PCIe Gen4 มักจะมีฮีทซิงค์ติดมาด้วย ทำให้การติดตั้งไม่ค่อยสะดวกเท่าไร บางเมนบอร์ดมีเพลทที่เป็นฮีทซิงค์มาให้แล้วก็ต้องมาแกะออก แต่ SSD ที่ทีมงานจะมาแนะนำในวันนี้บอกเลยว่าแรงได้แม้ไม่มีฮีทซิงค์ อีกทั้งยังเร็วแรง และที่สำคัญคือความจุมหาศาลอย่าง SEAGATE FireCuda 520

SEAGATE FireCuda 520 เป็นภาคต่อของ FireCuda 510 ที่ทีมงานเคยรีวิวไปก่อนหน้านี้ ด้วยการอัพเกรทจากมาตรฐาน PCIe Gen3 เป็น PCIe Gen4 ที่ให้ความเร็วการอ่านเขียนเพิ่มขึ้นอีก เมื่อใช้บนเมนบอร์ด AMD X570 และซีพียูที่ประสิทธิภาพสูง เปิดประสบการณ์การเล่นเกมส์แบบโปร ที่เร็วที่สุดที่ถูกออกแบบมาเพื่อเหล่าเกมเมอร์โดยเฉพาะ  ที่ความเร็วการอ่านสูงสุดถึง 5,000 MB/s และเขียนสูงสุดที่ 4,400 MB/s ให้ประสิทธิภาพความเร็วกว่ารุ่นเดิมถึง 45% พร้อมการรับประกัน 5 ปี เต็ม โดยมีความจุเริ่มต้นที่ 500 GB, 1 TB และสูงสุด 2 TB ที่ทีมงานได้มาทดสอบในวันนี้

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์

  • ประสิทธิภาพการอ่าน / เขียนตามลำดับสูงถึง 5,000 / 4400MB / s อ่าน / เขียนสูงสุด 760K / 700K IOPS
  • เร็วกว่า Gen3 M.2 NVMe ™มากถึง 45% และการอ่านต่อเนื่องที่เร็วกว่า SATA SSD กว่า9เท่า
  • ควบคุมด้วยพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเกมแบบพลักแอนด์เพลย์ที่เข้ากันได้กับแพลตฟอร์ม PCIe 3.0 และมาเธอร์บอร์ด AMD X570 ชิปเซ็ต PCIe 4.0
  • ด้วยเทคโนโลยี NAND ล่าสุดซึ่งมอบความเร็ว แรง และประสิทธิภาพสูงสุด
  • การจัดเก็บข้อมูลสูงสุด 2TBสามารถจัดเก็บคลังเกมของคุณไว้ในไดรฟ์ได้อย่างสบาย
  • มีความทนทานสูงและ รับประกันสูงถึง 5 ปีMTBF 1.8M ชั่วโมงและสูงถึง 2,800 TBW

สเปคแยกแต่ละความจุ ให้ความเร็วการอ่านเขียนข้อมูลที่ไม่เท่ากัน

  • 500 GB – Up to 5000MB/s Read, 2500MB/s Write
  • 1 TB ,2 TB – Up to 5000MB/s Read, 4400MB/s Write

 กล่องของ SEAGATE FireCuda 520 มาในโทนสีส้มดำพร้อมมังกร พร้อมสเปคต่างๆที่ระบุมาอย่างครบครัน คล้ายตัว 510 แต่ระบุรุ่น 520 พร้อมสเปค PCIe Gen4 ×4 ชัดเจน พร้อมสติกเกอร์การันตีความเร็วการอ่านเขียน และความจุชัดเจน

ภายในกล่องจะมีตัว SEAGATE FireCuda 520 ในซองพร้อมคู่มือการรับประกัน

หน้าตาของ SEAGATE FireCuda 520 จะมีชิปทั้ง 2 ฝั่ง โดยฝั่งนึงจะระบุ S/N ความจุ รวมถึงข้อมูลที่ควรทราบ ส่วนอีกฝั่งที่จะถูกโชว์ออกมาด้านนอกจะเป็นโลโก้ Fire Cuda 520 Series พร้อมแผงวงจรสีดำ

รายละเอียดสเปคครบครัน โดยเฉพาะความจุการันตีที่ 2 TB

ชิปหน่วยความจำจะมีทั้ง 2 ฝั่ง แบ่งเป็นฝั่งละ 2 ชิป และชิปควบคุมแยกออกมา

พอร์ตเชื่อมต่อยังคงเหมือยเดิม แต่อัพเกรทเป็น PCIe Gen4 ×4 ที่เร็วแรงขึ้นสำหรับ AMD X570 และซีพียูที่รองรับ

ตอนนี้ SEAGATE FireCuda 520 รองรับแค่เมนบอร์ด AMD X570 และซีพียูรุ่นแรงๆเท่านั้น ถึงจะวิ่งได้เต็มประสิทธิภาพ ไม่งั้นก็จะวิ่งแค่ PCIe Gen3 เท่านั้น

ซอฟแวร์

ซอฟแวร์ที่ต้องโหลดเพิ่มจะออกแบบมาเพื่อให้เราสามารถเห็นสถานะของตัว SSD เช่นอุณหภูมิ ความจุ อายุการใช้งานที่เหลืออยู่ นอกจากนั้นยังสามารถ สำรอง กู้ข้อมูล แบ่งพาร์ทิชั่นได้ด้วย (ดึงภาพมาจากรีวิว SEAGATE FireCuda 510)

สเปคของ SEAGATE FireCuda 520 บอกเลยว่าจัดเต็ม รองรับ PCIe 4.0 x4 NVMe 1.3 รองรับมาตรฐานการใช้งานเต็มพิกัด แต่ด้วยสเปคที่สูงทำให้มีความร้อนสูงตามไปด้วยครับ แต่ก็สามารถใช้งานได้ปรกติแม้จะไม่มีฮีทซิงค์ติดมาด้วยก็ตาม

ชุดทดสอบของทีมงานจะเป็น AMD Ryzen 5 3600 พร้อมเมนบอร์ด MSI X570 GAMING PLUS สามารถรีดประสิทธิภาพของของตัว SEAGATE FireCuda 520 ได้เต็มที่ ให้ความเร็วการอ่านสูงถึง 5,007 MB/s และเขียนที่ 4,440 MB/s ได้ตามสเปคที่ระบุไว้เลยครับ เร็วแรงมากเลยทีเดียว กดเปิดเครื่องแทบจะติดมาพร้อมใช้ในไม่กี่วินาทีเท่านั้น เปิดโปรแกรมเร็ว และที่สำคัญคือด้วยความจุระดับ 2 TB ไม่ต้องมีฮาร์ดดิสค์ก็เอาอยู่ ลงเกมใน SSD ได้เลย โหลดเกมใหญ่ๆได้ภายในไม่กี่วินาทีเท่านั้น

SEAGATE FireCuda 520 เป็นการอัพเกรทขึ้นมาอีกขั้นด้วยความเร็วการอ่านเขียนข้อมูลที่สูงสุดในตลาดตอนนี้รุ่นหนึ่ง พร้อมมาตรฐานการเชื่อมต่อรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง PCIe 4.0 x4 ช่วยให้เปิดวินโดวส์ไว เปิดโปรแกรมเร็วภายในไม่กี่วินาที โดยเฉพาะเกมเมอร์ที่ต้องโหลดเกม โหลดฉากนานๆ SEAGATE FireCuda 520 ช่วยให้เกมแรงเร็วดุดันไม่มีสะดุดกับเกมเมอร์มือโปรโดยเฉพาะ ใครเป็นเกมเมอร์จ๋านี่ต้องจัด อีกทั้งยังไม่จำเป็นต้องพึ่งฮีทซิงค์ทำให้สามารถติดตั้งใช้งานได้ทั้งพีซีและโน้ตบุ๊ค (ในอนาคต) ส่วนความเร็วในการเขียนอาจจะไม่ได้สูงเท่าแต่ก็ยังจัดว่าสูงมากอยู่ เปิดเครื่อง เปิดโปรแกรมได้เร็วภายในไม่กี่วินาที อีกทั้งยังมีซอฟแวร์ที่ช่วยจัดการและเช็คสุขภาพของตัว SSD อีกด้วย พร้อมการรับประกันนานถึง 5 ปี

SEAGATE FireCuda 520 เหมาะกับผู้ใช้ซึ่งอัพเกรทไปเมนบอร์ด AMD X570 พร้อมซีพียูตัวแรงเพื่อการทำงานที่รวดเร็ว และเกมเมอร์ที่ต้องการความเร็วที่ลื่นไหลไม่มีสะดุด โหลดเกมไวดุจสายฟ้าแล็บ

จุดเด่น

  • ความเร็วการอ่านเขียนที่สูงมาก
  • ซอฟแวร์เช็คและจัดการ SSD ได้หมด
  • ไม่มีฮีทซิงค์ทำให้สามารถติดตั้งได้สะดวกกว่า
  • ความจุ 2 TB ใช้งานได้เหลือๆโดยไม่ต้องมีฮาร์ดดิสค์ก็ได้

ข้อสังเกต

  • ประสิทธิภาพที่ดีที่สุดเมื่อใช้กับเมนบอร์ดและซีพียูที่รองรับเท่านั้น
  • มีความร้อนสูงเมื่อทำงานต่อเนื่องยาวนาน

SEAGATE FireCuda 520 มี 3 ความจุ อัพเดทราคาล่าสุด ได้แก่

  • 500 GB ราคา 4,990 บาท
  • 1 TB ราคา 9,700 บาท
  • 2 TB ราคา 15,900 บาท

from:https://notebookspec.com/review-seagate-firecuda-520-2tb/506976/

Review – T-FORCE XTREEM ARGB แรงระดับ 4,000 MHz ใสๆพร้อมไฟ RGB

หากพูดถึงออปชั่นในแรมที่ควรมีทุกท่านนึกถึงนึกถึงอะไรบ้างเอ๋ย ไฟ RGB บัสความถี่สูงๆ ซิงค์ระบายความร้อนดีๆ ออกแบบสวยงาม หรือชิป IC ที่คัดเกรทมาเพื่อการโอเวอร์คล๊อค ซึ่งในแรมบ้านเราที่ขายกันส่วนใหญ่อาจจะมีไม่ครบตามที่ต้องการทั้งหมด ทำให้จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่แรมที่ทีมงาน NBS จะมาแนะนำในวันนี้เป็นแรมที่รวมทุกความต้องการไว้ในหนึ่งเดียว และยังโดดเด่นสวยงามยิ่งกว่าใครอีกใน TEAMGROUP T-FORCE XTREEM ARGB

T-FORCE XTREEM ARGB เป็นแรมรุ่นล่าสุดจากทาง TEAMGROUP ที่โดดเด่นด้วยประสิทธิภาพขั้นสูงและความสวยงามที่มี Heatspreader ระบายความร้อนที่เงาเหมือนกระจก พร้อมยังสามารถแสดงไฟ ARGB ได้สว่างตั้งตัวได้เลย จะต่างจากรุ่นอื่นที่แสดงไฟ RGB แค่ขอบด้านบนเท่านั้น โดยเป็นแรม DDR4 ที่มีความถี่เริ่มต้น 3200 MHz ไปจนถึงระดับ 4000Mhz กันเลยทีเดียว เรียกได้ว่าทั้งสวย ทั้งแรง ตอบโตนท์ทั้งสายแต่งและสายแรง โอเวอร์คล๊อคในหนึ่งเดียว โดยชุดจำหน่ายจะเป็นแบบ 8 GB จำนวน 2 แถว ใช้ไฟเริ่มต้นที่ 1.35 V มีให้เลือกความถี่ตั้งแต่ 3,200 ,3,600 และ 4,000 MHz

ฟีเจอร์เด่น
  • กระจกแบบเต็มพร้อมไฟ RGB
  • เทคโนโลยี ARGB รุ่นล่าสุด
  • อลูมิเนียมอัลลอยด์ระบายความร้อนประสิทธิภาพสูง
  • รองรับเมนบอร์ด Intel & AMD
  • IC ประสิทธิภาพสูงที่คัดมาพิเศษ
  • สนับสนุนโปรไฟล์โอเวอร์คล๊อค
  • ประหยัดพลังงานด้วยแรงดันไฟฟ้าต่ำพิเศษ

สเปค

Module Type 288 Pin Unbuffered DIMM Non ECC
Capacity 8GB x 2
Frequency 3200 3600  3600 4000
Data Transfer Bandwidth 25,600 MB/s

(PC4 25600)

28,800 MB/s

(PC4 28800)

28,800 MB/s

(PC4 28800)

32,000 MB/s

(PC4 32000)

Latency CL16-18-18-38
CL14-14-14-34
CL14-15-15-35 CL18-22-22-42 CL18-22-22-42
Voltage 1.35V 1.45V 1.35V  1.35V
Dimensions 48.7(H) x 133.7(L) x 8.1(W)mm
Warranty Lifetime warranty

กล่องของ TEAMGROUP T-FORCE XTREEM ARGB  มาพร้อมกับสีสันสดใสมาก โชว์ความความสวยงาม พร้อมเทคโนโลยีใหม่ที่การันตีมาเลยว่าเป็น ARGB ซึ่งสามารถปรับแต่งได้กับซอฟแวร์ผู้ผลิตเมนบอร์ดเกือบทุกเจ้าเลยก็ว่าได้

อุปกรณ์ภายในกล่องนอกจากตัว TEAMGROUP T-FORCE XTREEM ARGB  แล้วยังมีสติกเกอร์ คู่มือ และผ้าเช็คทำความสะอาดอีกด้วย

TEAMGROUP T-FORCE XTREEM ARGB แรกพบสวยงามไม่เหมือนใครอย่างมาก โดยการออกแบบ Heatspreader เป็นอลูมิเนียม แล้วใช้วัสดุที่เป็นอะคริลิคที่มีความเงา + ไฟ ARGB เสริมเข้าไปอีกหนึ่งชั้น จึงทำให้แรมรุ่นนี้มีไฟ RGB สว่างไปทั่วทั้งตัวเลยนั่นเองครับหรือถ้าไม่ได้เปิดไฟ ARGB ก็จะเป็นเหมือนกระจกเงาๆ โดยฝั่งนึงจะเคลือบเงาทั้งหมด ส่วนอีกฝั่งจะเคลือบแค่ด้านบน โดยมีการสกรีนโลโก้ T-FORCE พร้อมรุ่น XTREEM ARGB เอาไว้ชัดเจนสวยงาม ดูไม่เยอะจนเกินไป แต่แน่นอนว่าความสวยงามขนาดนี้ก็มีสิ่งที่ต้องแลกคือเป็นรอยนิ้วมือและเกิดรอยขีดข่วนได้ง่าย

ด้านหลังของแรมจะมีสติ๊กเกอร์สเปคครบครัน โดยรุ่นที่ทีมงานได้มาทดสอยเป็นแบบ DDR4 8GB x 2 บัส 4,000 MHz ค่า CL 18-22-22-42 และใช้ไฟเบาๆเพียง 1.35 V

TEAMGROUP T-FORCE XTREEM ARGB จะไม่ได้หนามากนัก เท่าๆกับแรมที่มี Heatspreader ทั่วไป

TEAMGROUP T-FORCE XTREEM ARGB มีความเงางามมาก สามารถนำมาส่องเป็นกระจกได้เลย แต่อย่าลืมว่าต้องระวังเรื่องรอยนิ้วมือ และรอยขีดข่วนให้ดีด้วยนะครับ

TEAMGROUP T-FORCE XTREEM ARGB สวยจริงๆนะ

ทดสอบติดตั้งบนเมนบอร์ดจะเห็นได้ว่าตัว เงามากจนสะท้องแพงวงจรเมนบอร์ดได้ชัดเจน ตัวแรมยังมีช่องว่างระหว่างกันเล็กน้อย และก็ไม่ได้ดูใหญ่จนเกินไปนัก

เมื่อเปิดใช้งาน TEAMGROUP T-FORCE XTREEM ARGB จะโชว์ไฟ ARGB ซึ่งเป็นจุดเด่นขึ้นมาทันทีแม้จะยังไม่ได้เข้าวินโดวส์ โดยแสดงไฟจะติดโดยรอบของตัว Heatspreader และตัวอักศรต่างๆ โดยการเปลี่ยนไฟจะเป็นการไลเฉดจากตรงกลางออกไปด้านข้าง ไม่ได้เปลี่ยนแบบทันที ทำให้ตัวแรมมีลูกเล่นการปรับแต่งที่ไม่เหมือนใคร เหมาะสำหรับสายแต่งยิ่งนัก

ตัวขอบด้านข้างก็ยังมีส่วนที่เป็นไฟ RGB แสดงออกมาด้วยครับ

โดยการควบคุมสามารถควบคุมแสงสี RGB ผ่าน Software ของเมนบอร์ดชั้นนำต่างๆได้เลย

ลองทดสอบในยามืดยิ่งสว่างโดดเด่นยิ่งขึ้นไปอีก

อันนี้แถม แรมตัวนี้มันสวยจริงๆ

สเปคที่ทีมงานทดสอบ

  • CPU : Intel® Core™ i5-9600KF Processor(9M Cache, up to 4.70 GHz)
  • Cooling : Tsunami THQ-1000
  • RAM : TEAMGROUP T-FORCE XTREEM ARGB DDR4 4,000MHz 16GB  (8GB x 2)
  • M/B : ASRock Z390 Phantom Gaming X
  • VGA : AMD Radeon RX 5700
  • SSD : Crucial SSD MX500 SATA 500 GB

TEAMGROUP T-FORCE XTREEM ARGB สามารถปรับแต่งใน bios ได้เยอะเลยทีเดียว

ซีพียูที่ทีมงานใช้ทดสอบ Intel® Core™ i5-9600KF มี 6 คอร์ 6 เทรด แคช L3 ขนาด 9 MB กับเมนบอร์ด ASRock Z390 Phantom Gaming X

แรมที่ทีมงานทดสอบ TEAMGROUP T-FORCE XTREEM ARGB ความจุ 16 GB ที่ความถีบัส 4,000 MHz และไฟเลี้ยง 1.35 V แสดงสเปคได้อย่างครบครัน

ทดสอบเบาๆเทียบกับ i7-8700K

เช็ครายละเอียดของชิปแรมด้านในกันกับ TEAMGROUP T-FORCE XTREEM ARGB DDR4-4,000Mhz CL18 ตัวนี้เลือกใช้ชิป SK Hynix ตัวแรงที่ทาง TEAMGROUP คัดมาพิเศษ โดยถูกโปรแกรม XMP มาที่ความเร็ว 200Mhz (DDR4-4000) CL 18-22-22-42-64 1.35V

สเปคที่ทีมงานทดสอบ

สเปคโดยรวมของแรม TEAMGROUP T-FORCE XTREEM ARGB

สเปคโดยละเอียดของ TEAMGROUP T-FORCE XTREEM ARGB

ทดสอบด้วยโปรแกรม AIDA64 ตัวแรมจะให้จุดเด่นเรื่อง Memory Latency ที่ใช้เวลาน้อยมากเลย

TEAMGROUP T-FORCE XTREEM ARGB เป็นแรมที่ออกมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการอย่างแท้จริง ทั้งประสิทธิภาพทั้งการใช้งานพื้นฐานไปจนถึงการโอเวอร์คล๊อคด้วยความถี่ที่สูงถึง 4,000 MHz ชิปแรมที่คัดพิเศษช่วยให้โอเวอร์คล๊อคไปได้ไกลใช้พลังงานต่ำ ระบายความร้อนเยี่ยม หรือจะเป็นสายแต่งก็ต้องชื่นชอบด้วยการออกแบบเคลือบวัสดุดุจกระจกและยังเพิ่มความสวยงามด้วยเทคโนโลยี ARGB ที่สามารถแสดงแสดงสีได้เต็มชุดแรมไม่เฉพาะแค่ขอบด้านบนเท่านั้น พร้อมการแสดงแสงสีที่ไม่เหมือนใครผมให้เป็นแรมที่สวยงามที่สุดในใจทีมงานเลยครับ ประสิทธิภาพสูงจบคนทุกความต้องการ

TEAMGROUP T-FORCE XTREEM ARGB มาในราคาเริ่มต้น  (ประมาณ  บาท) เหมาะทั้งสายแต่งไฟ RGB และต้องการแรมประสิทธิภาพสูงในเวลาเดียวกัน

จุดเด่น

  • ความถี่สูงถึง 4,000 MHz
  • IC คัดพิเศษ ช่วยให้โอเวอร์คล๊อคได้เยอะ
  • เคลื่อบผิวแบบกระจกเพิ่มความสวยงาม
  • เทคโนโลยี ARGB เพิ่มความสวยงามมากกว่า

ข้อสังเกต

  • ยังไม่วางจำหน่ายในบ้านเรา
  • เป็นรอยง่ายมาก

from:https://notebookspec.com/review-t-force-xtreem-argb-4000-mhz/505711/

Review – AMD Radeon RX 5500 XT น้องใหม่โคตรคุ้มชน GTX 16xx

ตลาดกลาดการ์ดจอปัจจุบันกลับมาดุเดือดอีกครั้ง หลังจากปล่อยให้ค่ายเขียวอย่าง nvidia นำตลาดอยู่ฝ่ายเดียว ด้วยการเปิดตัว AMD Radeon RX 5700 Series ซึ่งให้ประสิทธิภาพทัดเทียบกับคู่แข่ง แต่มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่อย่างการผลิตที่ 7 นาโนเมตร และ PCIe 4.0 จนทำให้ AMD กลับมายืนในตลาดบนได้อีกครั้ง แต่ AMD เองก็ยังไม่ได้หยุดแค่นั้นด้วยการเข็ญ RX 5500XT เข้ามาเติมเต็มตลาดกลางด้วยเทคโนโลยีใหม่แบบที่คู่แข่งค่ายเขียวต้องมองฆ้อนอย่าง AMD Radeon RX5500 XT ที่ทีมงานทดสอบในวันนี้

AMD Radeon RX5500 XT ที่ทีมงานได้มาทดสอบในวันนี้เป็นน้องคนเล็กค่อนมาทางกลางของตลาดก็ว่าได้ ด้วยการยกเทคโนโลยีของพี่ใหญ่อย่าง RX 5700 Series มาหมด ทั้งการที่รองรับ PCIe 4.0 บนเทคโนโลยีการผลิตที่  7 นาโนเมตร โดยคู่แข่งคนสำคัญที่ AMD วางเป้าหมายชนคือ NVIDIA GeForce GTX 1660 ซึ่งเป็นรุ่นที่ทีมงานได้มาทดสอบในวันนี้ (โดยยังมีแผนว่าจะมีน้องเล็กอย่าง RX 5500 ชนกับ GTX 1650 อีกด้วย)

โดยสเปคภายในของ 5500 XT จะมาพร้อมสตรีมโปรเซสเซอร์ที่ 1408 โดยมีความเร็วคล๊อคที่เริ่มต้น 1670 MHz ความเร็วคล๊อคการเล่นเกมที่ 1717 MHz และสามารถบูธความเร็วคล๊อคสูงสุดถึง 1845 MHz โดยมาพร้อมแรมการ์ดจอที่ความจุ 4 GB แบบ GDDR6 บัสที่ 128-bit และใช้กำลังไฟที่ 110W แนะแน่นอนว่าจะใช้ชุดระบายความร้อนที่ออกแบบของแต่ละค่ายผู้ผลิตเอง อย่างที่ทีมงานได้มาทดสอบเป็นของแบรนด์ SAPPHIRE แบบ 2 พัดลม เรียบๆแต่ก็สวยงามดีทีเดียว

สเปคเทียบกับรุ่นพี่

Graphics Card Radeon RX 5700 XT Radeon RX 5700 Radeon RX 5500 XT (DIY) Radeon RX 5500 (OEM)
GPU Architecture 7nm Navi (RDNA 1st Gen) 7nm Navi (RDNA 1st Gen) 7nm Navi (RDNA 1st Gen) 7nm Navi (RDNA 1st Gen)
Stream Processors 2560 SPs 2304 SPs 1408 SPs 1408 SPs
TMUs / ROPs 160 / 64 144 / 64 88 / 32 88 / 32
Base Clock 1605 MHz 1465 MHz 1670 MHz 1670 MHz
Boost Clock 1905 MHz 1725 MHz 1845 MHz 1845 MHz
Game Clock 1755 MHz 1625 MHz 1717 MHz 1717 MHz
Compute Power 9.75 TFLOPs 7.95 TFLOPs 5.19 TFLOPs 5.19 TFLOPs
VRAM 8 GB GDDR6 8 GB GDDR6 8 GB GDDR6 4 GB GDDR6
Bus Interface 256-bit 256-bit 128-bit 128-bit
Bandwidth 448 GB/s 448 GB/s 224 GB/s 224 GB/s
TBP 225W 180W 110W 110W

 

กล่องของ AMD Radeon RX 5500 XT ที่ทีมงานได้มาทดสอบเป็นของแบรนด์ SAPPHIRE สีสันจัดจ้าน ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ระบุฟีเจอร์ครบครัน

ภายในกล่องไม่มีอะไรมาก นอกจากตัวการ์ดจอที่หุ้มพลาสติกและคู่มือแนะนำเบื่องต้น

AMD Radeon RX 5500 XT จากแบรนด์ SAPPHIRE ที่ทีมงานได้มาทดสอบ มาในโทนสีดำเรียบ ชุดระบายความร้อนขนาดไม่ใหญ่มาก ระบายความร้อนผ่านพัดลม 2 ตัว ผ่านฟันระบายความร้อนที่มีท่อฮีทไปป์ 3 ท่อ นำความร้อนจากตัว GPU มาระบาย โดยโครงพัดลมเป็นพลาสติกคุณภาพดีแข็งแรง และเป็นรอยได้ยาก ใช้พื้นที่ติดตั้ง 2 สล๊อตก้เอาอยู่ แต่แนะนำว่าเพื่อการรับายความร้อนที่ดี ไม่ควรติดการ์ดเสริมติดกับการ์ดจอ โดยรวมเรียๆ แต่แฝงไปด้วยพลัง

ชุดระบายความร้อนเป็นท่อฮีทไปป์ 3 เส้น นำความร้อนไปถ่ายเทที่ฟินอลูมิเนียม จากนั้นระบายความร้อนด้วยพัดลม 2 ตัว ชุดระบายความร้อนงานดีทีเดียว

รองรับการเชื่อมต่อแบบ PCIe 4.0 เมื่อใช้ร่วมกับเมนบอร์ด AMD X570 แต่เมนบอรืดตัวอื่นก็ใช้ได้บน PCIe 3.0 ครับ

ด้านบนจะมีสกรีนแบรนด์ SAPPHIRE พร้อมช่องจ่ายไฟแบบ 8 พิน

ท้ายการ์ดจอเปิดโล่งเพื่อให้นำลำมที่นำความร้อนท่ายเทออกมาได้อย่างสะดวก

ด้านหลังมีการติดตั้ง backplate อลูมิเนียมขนาดใหญ่ ช่วยเสริมความแข็งแรง ปกป้องตัวเมนบอร์ด สายเส้นอันเป็นเอกลักษณ์ และยังเจาะช่องระบายความร้อนไว้ด้วย อีกทั้งยังแอบซ่องสวิตซ์ bios การ์ดจอไว้ด้วย

พอร์ตเชื่อมต่อเป็น Display Port จำนวน 3 พอร์ต ,HDMI 1 พอร์ต และยังมีช่องระบายความร้อนที่เล่นลายเส้นแปลกตาสไตล์แบบ SAPPHIRE

ประกอบเข้ากับเมนบอร์ด X570 ดูลงตัว ไม่เล็กไม่ใหญ่

สเปคทดสอบ

  • VGA :
  • CPU : AMD Ryzen 5 2600
  • CPU Cooler : Tsunami Protector TSS-7000
  • RAM : Corsair Vengeance LED 32GB (2 x 16GB) 3200MHz
  • SSD : Crucial MX300 525GB SATA 2.5″
  • M/B : ASRock X570 Taichi
  • PSU : Antec 700w Vp700p Plus (80+)
  • OS : Windows 10 Pro

สเปคทดสอบ


สเปค AMD Radeon RX 5500 XT มาพร้อมเทคโนโลยีการผลิตแบบ 7 นาโนเตร แรมการ์ดจอที่ทีมงานทดสอบเป็นรุ่นแรม 4GB แบบ GDDR6 โดยความเร็วคล๊อคเริ่มต้นที่ 1,607 MHz

ทดสอบด้วย FINAL FANTASY XV ระดับกลางๆเล่นได้อยู่

Farcry 5 ที่ Full HD ความละเอียดสูงสุดเล่นได้สบายๆ

Rise of the Tomb Raider ความละเอียด Full HD ปรับสุด ก็ยังเล่นได้สบายๆ

GTA V ความละเอียด Full HD ปรับสุด ก็เล่นได้เช่นเดียวกันครับ

AMD Radeon RX 5500 XT เป็นการเข้ามาเติมเต็มตลาดที่ว่างอยู่ของ AMD ซึ่งเป็นตลาดที่กว่างมาก เพราะเป็นตลาดของผู้ใช้ระดับกลางที่เน้นเรื่องของงบประมาณไม่สูง แต่ต้องการการ์ดจอที่แรงเล่นเกมระดับ Full HD ได้อย่างสบาย ซึ่ง AMD Radeon RX 5500 XT สามารถตอบโจทย์ตรงนี้ได้เป็นอย่างดี เล่นเกมระดับกลางที่ความละเอียด Full HD ได้อย่างสบาย พร้อมเทคโนโลยีใหม่ที่อัดแน่นภายใน และที่สำคัญคือราคาซึ่งไม่สูงมากเหมาะสำหรับประกอบพีซีระดับราคา 15,000 – 20,000 บาท ได้อย่างสบาย โดยเฉพาะการระบายความร้อนซึ่งแบรนด์ SAPPHIRE ออกแบบมาได้อย่างดี ไม่ร้อน ดูสวยงามในแบบเรียบๆที่เกมเมอร์ชื่นชอบกัน

AMD Radeon RX 5500 XT เหมาะกับท่านที่ต้องการการ์ดจอที่มาพร้อมเทคโนลยีใหม่ ให้ประสิทธิภาพสูง ราคาคุ้มเล่นเกมระดับ Full HD ได้ลื่นๆสบายๆ หรือระดับ 4K ก็ยังเล่นได้อยู่นะ แต่อาจจะปรับสุดไม่ได้เท่านั้น

AMD Radeon RX 5500 XT จะแบ่งเป็น 2 รุ่นคือ 4 GB จะอยู่ที่ 5,690-5,990 บาท ชนกับ GTX 1650 โดยตรงในราคาที่พอๆกัน แต่มากับประสิทธิภาพที่เหนือกว่า และถ้าไดร์ฟเวอร์สมบูรณ์น่าจะทำเฟรมได้สูงขึ้นอีก

ส่วนรุ่น 8GB ราคาอยู่ที่ 6,890-7,290 บาท จะชนกับ GTX 1660 Super ซึ่งต้องรอดูผลทดสอบอีกทีว่าจะเบียดหรือแซงได้มากน้อยขนาดไหน

จุดเด่น

  • เทคโนโลยีใหม่ 7 นาโนเมตร
  • รองรับ PCIe 4.0
  • ประสิทธิภาพดี
  • ระบายความร้อนได้ดี
  • ราคาต่อสเปคจัดว่าดี

ข้อสังเกตุ

  • ต้องจ่ายไฟเพิ่มถึง 8 พิน
  • ไดร์ฟเวอร์ยังไม่สมบูรณ์

ปล.ด้วยเวลาจำกัดเลยทดสอบกันก่อนเบื่องต้น ยังไงเดี๋ยวจะทดสอบเพิ่มเติมอีกนะครับ

ปล2. แถมผลทดสอบ GTX 1660 Super ของ Galax โดยสเปคอื่นๆเหมือนกัน จะเห็นได้ว่า GTX 1660 Super แรงกว่าราวๆ 10 – 20 เฟรม แต่ใน GTX V แทบไม่ต่างกัน

from:https://notebookspec.com/review-amd-radeon-rx-5500-xt/504292/

Review – T-Force DELTA MAX SSD สวยใสไฟ RGB จัดเต็ม

ถ้าจะเรียกว่า SSD คือหน่วยความจำหลักในโน้ตบุ๊คพีซีตอนนี้ก็คงไม่ผิดนัก เพราะทั้งเครื่องใหม่ และเครื่องเก่าก็ล้วนใช้หน่วยความจำแบบ SSD กันเกือบหมดแล้ว โดยเฉพาะ SSD แบบ SATA 2.5 นิ้ว ที่นิยมอย่างมากในการอัพเกรทเครื่องเก่า เพิ่มความจุให้เครื่อง ด้วยราคาต่อความจุที่คุ้มค่ากว่า สปีดการอ่านเขียนก็จัดอยู่ในระดับที่น่าพอใจ และสิ่งหนึ่งที่ทำให้ SSD แบบ SATA 2.5 นิ้ว เป็นที่น่าสนใจก็คือออปชั่นพิเศษเช่นไฟ RGB ที่มีเพิ่มเข้ามาเพื่อสายแต่งเครื่องโดยเฉพาะอย่าง T-Force DELTA MAX SSD สวยใสไฟ RGB จัดเต็มไม่เหมือนใคร

T-Force DELTA MAX SSD เป็นหน่วยความจำแบบ SSD กับรูปทรงฮาร์ดดิสค์ 2.5 นิ้วในรูปแบบการเชื่อมต่อ SATA III กับความเร็วการอ่านสูงสุดที่ 560MB/s และความเร็วการเขียนสูงสุดที่ 510MB/s ซึ่งถือว่าสูงมากในตลาดตัวหนึ่งเลยทีเดียว ด้วยเทคโนโลยีชิป 3D NAND และที่ทำให้เจ้า T-Force DELTA MAX SSD  แตกต่างไม่เหมือนใครคือด้านบนมีการเพิ่มชั้นไฟ RGB เข้ามา ทำให้สามารถปรับแต่งไฟ RGB ได้มากกว่า สวยงามกว่า ใหญ่กว่า SSD รุ่นอื่นๆที่สามารถปรับแต่งไฟ RGB ได้

ฟีเจอร์

  • Simple design mirror can present a mirror like reflection effect
  • Exclusive in luminous mode and motherboard synchronization function
  • The world’s one and only independent dual control interface
  • Using addressable RGB LED module
  • Leading industry with largest proportion of luminous area
  • Taiwan Utility PATENT (number: M583110)

Product Specifications

Model DELTA MAX SSD
Interface SATA Rev. 3.0 (6Gb/s) –
With Backwards Compatibility to SATA Rev. 2.0
Capacity 250GB / 500GB / 1TB[4]
Voltage DC +5V
Operation Temperature 0°C ~ 70°C
Weight 78g
Dimensions 100(L) x 69.85(W) x 9.5(H)mm
OperatingSystem Windows 10 / 8.1 / 8 / 7 / Vista, MAC OS 10.4 or later, Linux 2.6.33 or later
MTBF 1000000 hours
Terabyte Written 250GB / >60TB
500GB / >120TB
1TB / >240TB
2TB / >800TB [5]
Performance ATTO / Crystal Disk Mark:
250GB Read: 560MB/s ; Write: 500MB/s
500GB Read: 560MB/s ; Write: 510MB/s
1TB/2TB Read: 560MB/s ; Write: 510MB/s[6]IOPS:
250GB 4K Random Read/Write: 90K/75K IOPS Max
500GB 4K Random Read/Write: 90K/80K IOPS Max
1TB/2TB 4K Random Read/Write: 90K/80K IOPS Max[6]
Warranty 3-year limited warranty

การเชื่อมต่อ RGB นั้นจะมี 2 แบบคือสาย 9-Pin USB Header นั้นจะไม่สามารถ Sync ไฟได้แต่จะแสดงเป็นไฟแบบ Rainbow เท่านั้น ซึ่งทำไว้ในกรณีผู้ใช้งานไม่มีช่องเสียบ 5V 3-Pin ARGB แต่ยังต้องการให้ตัว SSD มีไฟ RGB ติดขึ้นมา

T-Force DELTA MAX SSD จะไม่มีซอฟแวร์ของตัวเอง แต่จะรองรับ RGB Sync ได้กับเมนบอร์ดชั้นนำต่างๆ ได้มากมายเช่น ASUS AURA Sync, GIGABYTE RGB Fusion, MSI Mystic Light Sync และ ASRock Ploychome Sync ได้เป็นต้น โดยการ SYnc นั้นต้องต่อผ่านเมนบอร์ดที่มีช่องเสียบ 5V 3-Pin RGB เท่านั้นจึงจะสั่งงานได้

กล่องของ T-Force DELTA MAX SSD เห็นสีสันแบบไฟ RGB มาเด่นชัดเลย พร้อมชื่อรุ่นสเปค และการเชื่อมต่อไฟ RGB ตั้งแต่บนกล่องเลย ไม่ผิดรุ่นแน่นอน

อุปกรณ์ภายในกล่อง T-Force DELTA MAX SSD คู่มือ ,สติ๊กเกอร์ ผ้าเช็ด และสายไฟ RGB ทั้ง 9-Pin USB Header ,5V 3-Pin RGB

T-Force DELTA MAX SSD มาในรูปแบบมาตรฐาน 2.5 นิ้ว ขนาดมาตรฐาน แต่จะหนากว่า SSD ทั่วไปจาก 7 มิลลเมตร เป็น 9 มิลลเมตร ทำให้ไม่สามารถติดตั้งในโน้ตบุ๊คหลายรุ่นได้ แต่ยังสามารถติดตั้งในพีซีเคสได้ปรกติ วัสดุเป็นโลหะ แต่จะมีด้านบนที่เป็นส่วนของไฟ RGB ที่เป็นผิวกระจกเงา สะท้อนแสงมากเลยทีเดียว โดยจะมีสกรีนโลโก้ TF พร้อมรุ่น DELTA MAX

ผิวด้านบนที่เป็นส่วนของไฟ RGB เป็นผิวเราดุจราวกระจก สะท้อนแสงสวยดี แม้จะจะไม่ได้เปิดไฟ RGB

หนาจาก SSD 2.5 นิ้วทั่วไปเล็กน้อยที่ 9 มิลลิเมตร ซึ่งหนาขึ้นในส่วนของไฟ RGB นี่ละครับ

ด้านล่าง T-Force DELTA MAX SSD จะมี S/N ชื่อรุ่น พร้อมระยะเวลาการรับประกัน 3 ปี

T-Force DELTA MAX SSD จะมาพร้อมพอร์ตเชื่อมต่อแบบ SATA III แต่จะมีช่อง Micro-USB เพิ่มขึ้นมาสำหรับเชื่อมต่อสายปรับแต่งไฟ RGB

จุดเด่นของ T-Force DELTA MAX SSD คือไฟ RGB ด้านบนนี่ละครับ เต็มแผ่น สว่างสวยงามเลยทีเดียวครับ ใหญ่มาก แต่ปรับได้แค่ไฟ RGB ไม่ละเอียดมาก ไม่ถึงขั้นเป็นจอแสดงผลที่โชว์ข้อความอะไรได้นะครับ

T-Force DELTA MAX SSD ที่ทีมงานได้มาทดสอบเป็นรุ่นความจุ 500 GB มีพื้นที่ใช้งานได้จริง 465 GB

สเปคของ T-Force DELTA MAX SSD

ความเร็วที่ทดสอบได้ถือว่าตามสเปคเลยครับ อ่านได้สูงสุดถึง 564 MB/s และเขียนได้สูงสุดถึง 523 MB/s ถือว่าเร็วที่สุดตัวหนึ่งของ SSD SATA III เลยทีเดียว

หากท่านเป็นคนที่ชอบแต่งพีซีเป็นชีวิตจิตใจ แต่ก็ต้องการใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์แต่งนั่นด้วย T-Force DELTA MAX คือคำตอบที่น่าสนใจ ด้วยการติดตั้งชั้นไฟ RGB เพิ่มเข้าไป เพิ่มความสวยงามได้อีกขั้นเพราะเคสส่วนใหญ่จะมีจุดที่ติดตั้ง SSD 2.5 นิ้วที่มักจะอยู่ในจุดสะดุดตา และยังได้ใช้ประโยชน์ด้วยการเก็บข้อมูลอีกด้วยไม่ใช้แค่มีไฟสวยๆเหมือนอุปกรณ์แต่งเครื่องทั่วไป อีกทั้งสเปคของตัว SSD ก็สามารถอ่านเขียนได้ไว และราคาต่อความจุก็ไม่ได้สูงมากจนเกินไป สายแต่งพีซีที่ชอบความสวยงามต้องจัดแล้ว

จุดเด่น

  • ไฟ RGB เต็มแผ่นสวยมาก
  • สเปคความเร็วการอ่านเขียนดี
  • ควบคุมไฟ RGB ได้ผ่านเมนบอร์ด

ข้อสังเกต

  • ไม่เหาะกับโน้ตบุ๊คเท่าไร เนื่องจากหน้าและต่อไฟ RGB ไม่ได้
  • ราคาต่อความจุสูงกว่ารุ่นปรกติ

พร้อมวางจำหน่ายแล้วที่ร้าน B&Y Computer CO.,LTD.

  • 250 GB ยังไม่วางจำหน่าย
  • 500 GB ราคา 3,180บาท
  • 1 Tb ราคา 5,990 บาท

from:https://notebookspec.com/review-t-force-delta-max-ssd/502853/

Review – Tsunami Protector Vision ตู้ปลา แต่งคอม

นับวันเดคสของ Tsunami จะมีพัฒนาการขึ้นเรื่อยๆ จากเคสธรรมดามีพัดลมมีช่องระบายความร้อน ก็เพิ่มไฟ RGB ,พัดลมไฟ RGB หลากหลายรุ่น เปลี่ยนรูปทรงเคสให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น หรือกระทั่งพัฒนากล่องควบคุมไฟ RGB ให้ปรับแต่งได้ หรือแม้กระทั่ง OC ก็ยังไหว เทียบชั้นแบรนด์ดังเลยทีเดียว และหนึ่งในเคสที่ทีมงานได้สัมผัสในวันนี้ถือเป็นอีกครั้งของการพัฒนาที่ไม่ได้ติดอยู่ในกรอบของเคสรูปแบบเดิมกับ Tsunami Protector Vision

Tsunami Protector Vision หรือชื่อเต็มๆ Tsunami Protector Vision Sound Sync ARGB Panorama Tempered Glass ATX Gaming Case with Protector 1262 (ชื่อยาวมาก) ตามชื่อเลยครับ เพราะตัวนี้มาพร้อมจุดเด่นคือกระจกแทบจะรอบเคสแบบพาโรรามา 2 ด้าน ทั้งด้านซ้ายและด้านหน้า โดยไม่มีอะไรมาบดบัง ทำให้เห็นตัวอุปกณณืภายในได้อย่างเด่นชัด ด้วยการออกแบบใหม่หมด โดยซ้อนสายไฟและอุปกณณืไว้ด้านหลัง พร้อมติดตั้งพัดลมไฟ RGB ในรุ่น Protector 1262 มาให้ถึง 7 ตัว พร้อมกล่องควบคุม Sound Sync ที่สามารถเชื่อมต่อกับเมนบอร์ด ควบคุมผ่านเสียง และรีโมทได้ด้วย ออปชั่นจัดเต็มที่สุดของ Tsunami รุ่นหนึ่งเลยทีเดียว โดยนอกจากรุ่นสีดำที่ทีมงานได้มาทดสอบแล้ว ยังมีรุ่นสีขาววางจำหน่ายอีกด้วย

Tsunami Protector Vision Full-View Tempered Glass Case with Protector 1262 ARGB Music Sync RGB Cooling Fan*7

  • Sheet Metal Type: 0.8 mm SPCC oxide sheet metal
  • Front Panel: White tempered glass 4mm
  • Side Panel: Left-side plate : 9H 4mm Tempered Glass Transparent Side Panel
  • Right-side plate:0.8MM SPCC
  • Dust Filter : Top Panel Filter Screen
  • Chassis Size : L415*W280*H427MM
  • Case Size: L415*W280*H427MM
  • Motherboard Size: Micro-ATX/ATX
  • PSU: All series ATX Power
  • PSU Location : Rear Bottom
  • Support cable management
  • Cooling Fan & Size: Top Panel : 120mm Cooling Fan *3 (Option) / support 240/360MM liquid cooler

Mainboard Panel: Protector 1262 ARGB Music Sync RGB 120mm Cooling Fan*3(Standard)

  • support 360MM liquid cooler
  • Rear Panel : Protector 1262 ARGB Music Sync RGB 120mm Cooling Fan *1 Fan (Standard)
  • Bottom Panel: Protector 1262 ARGB Music Sync RGB 120mm Cooling Fan *3 Fan (Standard)
  • CPU Cooler Size : < 160 mm
  • Drive Bays: 2.5’’SSD *2 ,3.5’’HDD*2
  • Expansion Slots: 7 x Full height slots
  • Expansion Ports: USB 2.0 * 1, USB 3.0 *1, MIC*1,Earphone*1, HD audio *1,
  • USB 3.0 Hi-Speed Support to 100 m/s
  • VGA Card Length Support : Maximum 400 mm
  • N.W. : 7.9 Kgs
  • Carton Size : L510*W395*H530MM

Protector 1262 12CM Sound Control ARGB Cooling Fan

  • Product Dimension        120*120*25 mm
  • Rate Voltage        DC 12V
  • Control Voltage        5~13.2V
  • Star Voltage        < 5V
  • Rated Current        0.36A
  • Output Power        4.32±10%W
  • Speed        1200±10%RPM
  • Max Airflow        55 CFM (ft3/min)
  • Noise Level        25 dB (A)
  • Life Time         40,000 Hr
  • No. of Blades        11
  • Bearing        Hydraulic Bearing
  • LED Bar          ARGB
  • Wire Length        450mm
  • Port        6P

Protector ARGB Hub & Remote control Spec

  • Remote Control        21 Keys
  • Support Mode        Remote Control/Switch/ARGB M/B
  • 6p FAN Port        10
  • 3p LED Port        2
  • Power Port        4p
  • aura Platform        MSI/ASUS/GIGABYTE
  • aura Port Type        5v 3pin
  • Physical Buttons        Included
  • Lighting Effects Mode        ≈300
  • Music Mode        3 Mode
  • Rate Voltage        DC 12V
  • Syncable Platform: ASUS Aura / MSI Mysticlight/ Gigabyte Fusion RGB / Asrock Polychrome / Protector Sound Sync RGB

Tsunami Protector Vision เป็นเคสไซท์ใหญ่ โดยเน้นฝาที่เป็นกระจก 2 ด้าน ทั้งด้านหน้าและด้านซ้าย เพื่อโชว์ตัวเครื่องภายใน โดยเฉพาะสาย RGB หรือท่นที่ระบายความร้อนด้วยน้ำน่าจะชอบกัน โดยด้านซ้ายจะเป็นจุดที่ติดตั้งเมนบอร์ด การ์ดจอ ชุดระบายความร้อนซีพียูไว้ ส่วนพาวเวอร์ซัพพลาย ฮาร์ดดิส์ และสายไฟต่างๆจะถูกซ่อนอยู่ด้านหลังทั้งหมด โดยจะมีช่องให้รอยสายไฟออกมาโดยรอบเมนบอร์ด

อีกทั้งฝั่งนี้จะมีการติดตั้งพัดลมไฟ RGB มาให้แล้วถึง 7 ตัว แบ่งเป็นด้านล่าง 3 ด้านหน้า 3 และด้านหลังอีก 1 ตัว และด้วยการวางเลย์เอ้า คามใหญ่ของเคสขนาดนี้ทำให้สามารถติดตั้งอุปกรณ์ขนาดใหญ่ไม่ว่าจะเป็นเมนบอร์ด หรือการืดจอไซท์ใหญ่ได้โดยไม่ติดขัด อีกทั้งด้านบนก็ยังมีพื้นที่ให้สามารถติดตั้งพัดลมระบายความร้อน หรือหม้อน้ำ 3 ตอนก็ยังได้

นอกจากนั้นด้านหน้าก็ยังมีเส้นไฟ RGB เป็นลายเส้นที่ไม่เหมือนใคร ปรับแต่งได้ผ่านกล่องควบคุม

ฝาด้านบนยังคงความเป็นเอกลักษณ์ในแบบ Tsunami ด้วยช่องติดตั้งพัดลมขนาด 120 มิลลิเมตร มากถึง 3 ตัว หรือจะติดเป็นหม้อน้ำ 3 ตอน ก็ยังได้ อีกทั้งยังมีตะแกรงกันฝุ่นที่เป็นแม่เหล็กช่วยกันฝุ่น สามารถถอดออกเพื่อล้างได้อย่างสะดวก

นอกจากนั้นขอบเคสยังมีปุ่มเปิดเครื่อง ,ปุ่มรีเซ็ตหรือเปลี่ยนโหมดไฟ RGB ,ไฟแสดงสถานะตัวเครื่อง ,ฮาร์ดดิสค์ ช่องต่อไมค์ หูฟัง พอร์ต USB 2.0 2 พอร์ต และ USB 3.0 อีก 1 พอร์ต

ด้านหลังจะเห็นถึงความสูงของเคส Tsunami Protector Vision ที่แตกต่างจากรุ่นอื่นอย่างชัดเจนด้วยการปรับย้ายพาเวอร์ซัพพลายไปอยู่ด้านข้าง ทำให้ความสูงของเคสดูเตี้ยลง แต่กว้างขึ้น  โดยด้านหลงสามารถติดตั้งพัดลมขนาด 120 มิลลิเมตรได้อีก 1 ตัว สล๊อต PCI ได้สูงสุดถึง 7 ช่อง

มาเจาะภายในเคสกัน จะเห็นได้ชัดอีกจุดว่าเคสกว้างขึ้นขนาดเสริมพัดลม 120 มิลลิเมตร ข้างเมนบอร์ดเข้ามาได้เลย รวมไปถึงด้านล่างที่ติดตั้งมาให้เช่นกัน เพื่อช่วยเสริมช่องระบายความร้อน โดยรุ่น Tsunami Protector Vision7 จะมีพัดลมแถมมา 7 ตัวคือหลัง 1 บน ล่าง 3 และข้างเมนบอร์ด 3 ตัว จะไม่รวมด้านหน้า 3 ตัว ซึ่งมีช่องมาให้เผื่อติดตั้งเพิ่มเติม หรือเอาไว้ติดตั้งชุดน้ำก็ได้แบบ 3 ตอน โดยยังคงมีช่องใต้เมนบอร์ดเพื่อช่วยระบายความร้อน และสามารถติดตั้งขาล๊อคซีพียูได้โดยไม่ต้องถอดเมนบอร์ดออกมา โดยช่องรอยสายไฟจะมียางปิดเพื่อความสวยงาม และดูเป็นระเบียบ ทั้งด้านบน ด้านล่าง และด้านข้าง

Tsunami Protector Vision มากับจุดเด่นที่ย้านอุปกรณ์มาไว้ด้านหลังเมนบอร์ดโดยพาวเวอร์ซัพพลายอยู่ด้านล่างขวา ขนาดไม่ใหญ่มาก เท่าที่ลองสามารถติดตั้งพาวเวอร์ขนาดมาตรฐานได้ แต่ขนาดใหญ่จะติดตั้งได้ยากมาก ถัดมาที่คาดเสริมความแข็งแรงด้านหลังจะออกแบบให้สามารถติตั้งฮาร์ดดิสค์ 3.5 นิ้วได้ 2 ลูกด้านบน และด้านล่างเป็นฮาร์ดดิสค์หรือ SSD 2.5 นิ้ว ได้อีก 2 ลูก แม้ไม่จัดสายก็มองไม่เห็น หรือจัดสายก็ง่ายไม่ต้องห่วงว่าฝาเคสจะปิดไม่ได้

นอกจากนั้นจะเห็นกล่องคอนโทรลไฟ RGB สีขาว ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ที่นอกจากการปรับโหมดไฟ RGB ได้แล้ว ยังมีไมค์รับเสียงจากรองข้างเพื่อควบคุมไฟ RGB ให้กะพริบเป็นจังหวะอีกด้วยครับ

รีโมทควบคุม เปลี่ยนสีไฟ เปลี่ยนโหมด เพิ่มลดจังหวะ ความสว่างได้ด้วย

ด้านหน้าจะมีเส้นไฟ RGB ด้วยนะครับ ขนาดใหญ่ เป็นลายเส้นแปลกตาเลยทีเดียว

ไฟ RGB จัดเต็มจริงด้วยพัดลมถึง 7 ตัว พร้อมเส้นไฟ RGB ด้านหน้า ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามรีโมท หรือให้กะพริบเป็นจังหวะตามเสียงก็ได้ อีกทั้งด้วยกระจกใส 2 ด้าน ช่วยให้เห็นเครื่องภายในได้ชัดเจน เหมือนตู้ปลาเลย

Tsunami Protector Vision เป็นเคสที่เหมาะสำหรับสายโชว์ สาย RGB ที่ต้องการโชว์ตัวเครื่องให้โลกภายนอกเห็น ด้วยจุดเด่นที่ฝาข้างใส 2 ด้าน โดยไม่มีคานมาขวางสายตา จัดเต็มได้ทุกอุปกรณ์ ไม่ว่าจะใหญ่ขนาดไหน หรือจะเล่นชุดน้ำปิดก็มีพื้นที่ติดตั้งหม้อน้ำด้านบน จะเล่นชุด้ำเปิด ก็มีพื้นที่วางทั้งหม้อน้ำ ถังพัก เล่นท่อระบายน้ำได้เต็มที่โดยไม่มีอะไรมาขวา นอกจากนั้นยังมาพร้อมพัดลมไฟ RGB ที่มากถึง 7 ตัว ติดตั้งมาเลยโดยไม่ต้องซื้อเพิ่ม และยังซิงค์กับเมนบอร์ด ปรับแต่งโหมด หรือจะให้กะพริบตามเสียงก็ยังได้ โชว์ได้เต็มที่ จัดเต็มที่สุดได้ไม่แพ้เคสแบรนด์ดัง ในราคาเพียง 3,390 บาท เท่านั้น

จุดเด่น

  • กระจกกันรอย 2 ด้าน ไม่มีอะไรมาบังในเคส
  • เคสไซท์ใหญ่ใส่อุปกรณ์ขนาดใหญ่ได้จัดเต็ม
  • พัดลมไฟแถมมาเลย 7 ตัว
  • กล่องควบคุมเชื่อมต่อกับเมนบอร์ดได้ หรือสังงานจากรีโมท จากเสียงก็ได้

ข้อสังเกต

  • พัดลมลมเบาไปหน่อย
  • ติดตั้งพาวเวอร์ซัพพลายขนาดใหญ่ได้ยาก

Tsunami Protector Vision Sound Sync ARGB Panorama Tempered Glass ราคา 3,390 บาท สั่งซื้อได้ที่

from:https://notebookspec.com/review-tsunami-protector-vision/498466/

Review – HIKVISION E100 อัพเกรทความแรง แต่คุ้มค่าเหมือนเดิม

ตลาด SSD ตอนนี้แข่งกันดุมาก ทั้งแบรนด์เก่า แบรนด์ใหม่เข้ามาขายกันยุบยับ และหนึ่งในแบรนด์น้องใหม่ก็คือ HIKVISION ที่เน้นตลาด SSD ราคาประหยัด โดยโฟกัสไปที่ตลาด 2.5 นิ้ว SATA เป็นหลัก ซึ่งก่อนหน้านี้ทีมงานเคยรีวิวรุ่น C100 ไปผลตอบรับดีมาก ราคาคุ้มสเปคกำลังดี HIKVISION จึงได้สานต่อความคุ้มด้วย E100 ที่อัพเกรทสเปคขึ้นแต่คุ้มเหมือนเดิม

HIKVISION E100 เป็นรุ่นที่อัพเกรทมาจาก C100 ที่ทีมงานเคยรีวิวไปก่อนหน้านี้ โดยอัพเกรทในส่วนของความเร็วการเขียนขึ้นมาสูงสุดที่ 500 MB/s และอ่านสูงสุดที่ 560 MB/s โดยมีความจุเริ่มต้นที่ 128 GB ,256 GB ,512 GB และ 1 TB สเปคมาตรฐานจะเป็นชิปแบบ 3D NAND ตัวใหม่ แบบ 2.5 นิ้ว มาตรฐานพอร์ต SATA III 6 Gb/s ใช้งานได้ทั้งโน้ตบุ๊คและพีซี โดยสเปคหลากๆจะต่างจาก C100 คือความเร็วการอ่านเขียนข้อมูลที่เพิ่มเข้ามา และความจุที่มีให้เลือกสูงสุด 1 TB ส่วน C100 จะมีรุ่น 2 TB ด้วย

Specifications

  • Model HS-SSD-E100
  • Capacity 128 GB 256 GB 512 GB 1024 GB
  • Max. read speed (MB/S) 550 550 550 560
  • Max. write speed (MB/S) 430 450 480 500
  • Max. random 4K read IOPS 61K 63K 65K 76K
  • Max. random 4K write IOPS 70K 72K 76K 76K
  • Form factor 2.5-inch SATA
  • Protocol SATA 6Gb/s
  • Dimension (W × H × D) 69.9 × 100.1 × 7.0 mm (2.75 × 3.94 × 0.28 inch)
  • MTBF (Mean Time between Failures) 2,000,000 hours
  • Power consumption
  • Idle (max.) 0.35 W 0.37 W 0.48 W 0.48 W
  • Reading (max.) 0.96 W 1.15 W 1.65 W 1.66 W
  • Writing (max.) 0.98 W 1.2 W 1.8 W 1.8 W
  • Endurance(TBW) 60TB 120TB 240TB 480TB
  • NAND flash memory 3D
  • Operation temperature 0 °C to 70 °C (32 °F to 158 °F)
  • Weight ≤ 45 g
  • Warranty period 3 years

HIKVISION E100 มากับกล่องมาตรฐาน ดำเทา พร้อมระบุรุ่น และสติกเกอร์บอกความจุ

ตัว HIKVISION E100 มากับการออกแบบเรียบๆ สีดำสนิท โดยจะมีสติ๊กเกอร์ติดชื่อรุ่นเป็นสีน้ำเงินพร้อมเล่นลายเส้นอีกเล็กน้อย พร้อมระบุชื่อรุ่น ความจุครบครัน โดยเป็นขนาด 2.5 นิ้ว ที่ความหนา 7 มิลลิเมตร

ด้านหลังจะเป็นในส่วนของซีเรียล ข้อมูลสเปคต่างๆ โดยจะมีวอยด์รับประกันอยู่ที่ขอบ ใส่เคสอาจจะต้องระวังหน่อย

HIKVISION E100 มีพอร์ตเชื่อมต่อแบบ SATA III 6 Gb/s

HIKVISION E100 ความจุตามสเปค 512 GB มีพื้นที่ใช้งานได้จริง 476 GB

สเปคตามมาตรฐาน SATA III ออปชั่นต่างๆครบรัน

สิ่งที่ HIKVISION E100 อัพเกรทจากรุ่นก่อนอย่างชัดเจนเลยคือความเร็วในการอ่านเขียนข้อมูลโดยเฉพาะในรุ่น 512 GB ที่ทีมงานทดสอบ อ่านได้ถึง 560 MB/s และเขียนได้ถึง 525 MB/s เร็วกว่ารุ่นเก่าพอสมควรเลย เทียบชั้นกับแบรนด์อื่นที่สเปคดีๆเลยทีเดียว

HIKVISION E100 อัพเกรทความแรงขึ้นอีกขั้น ลดจุดด้อยของ C100 รุ่นก่อนหน้านี้อย่างชัดเจน ด้วยความเร็วการอ่านที่สูงถึง 560 MB/s เทียบชั้นแบรนด์อื่นตัวแรกๆของพอร์ต SATA เลย เปิดวินโดวส์เร็ว เปิดโปรแกรมไวแน่นอน เหมาะทั้งใส่ในโน้ตบุ๊ค พีซีทั้งรุ่นใหม่ หรือซื้อไปเปลี่ยนในโน้ตบุ๊คพีซีรุ่นเก่า เปลี่ยนมาใช้ SSD แล้วท่านจะลืมฮาร์ดดิสค์ไปเลย ที่สำคัญคือราคาคุ้มมากโดยเฉพาะช่วงโปรโมชั่น

HIKVISION E100 เหมาะกับท่านที่ต้องการ SSD ไปอัพเกรทโน้ตบุ๊คพีซีรุ่นเก่า หรือเพิ่มความจุให้พีซีเครื่องใหม่ อ่านเขียนได้ไว คุ้มค่าไม่แพ้ฮาร์ดดิสค์เลยทีเดียว ความจุ 512 GB ในราคาโปรโมชั่นเพียงพันต้นๆเท่านั้น

จุดเด่น

  • อ่านเขียนเร็วดีทีตามมาตรฐาน SATA
  • ราคาคุ้ม (ราคาโปรโมชั่นยิ่งคุ้ม)

ข้อสังเกต

  • มีขายแค่บางร้าน

HIKVISION E100 ในบ้านเรามีให้เลือก 3 ความจุ ในราคาปรกติ

  • 128 GB ราคา 590 บาท
  • 256 GB ราคา 850 บาท
  • 512 GB ราคา 1,690 บาท

from:https://notebookspec.com/review-hikvision-e100/501941/