คลังเก็บป้ายกำกับ: PC/NOTEBOOK

AMD เปิดขายการ์ดจอ Radeon RX 5600 XT แล้ววันนี้วันแรก เข้าไทยเริ่มต้นราว 9,XXX บาท

เรียกได้ว่าสร้างกระแสเสียงฮือฮากันพอสมควรสำหรับ AMD ในช่วงพักหลังมานี้ ที่ปล่อยของเด็ดกันมาถี่ยิบ ตั้งแต่ชิป Ryzen 4000 และ Threadripper 3990X คราวนี้มาถึงคราวการ์ดจอระดับกลางค่อนบนอย่างสุดคุ้มอย่าง Radeon RX5600XT ที่ตอนนี้เดินทางมาจำหน่ายที่ไทยแล้ววันนี้ เบื้องต้นมีแบรนด์ MSI ที่มีขายแล้วเริ่มต้นที่ 9,900 บาท

สเปคเบื้องต้น AMD Radeon RX 5600 XT

  • Compute Units : 36
  • Stream Processors : 2304
  • Boost Frequency : Up to 1560 MHz
  • Game Frequency : Up to 1375 MHz
  • Technology Architecture : RDNA 7 nm
  • PCIE : 4.0
  • Texture Units : 144
  • Typical Board Power : 150W
  • Memory Size : 6 GB GDDR6
  • Memory Interface : 192-bit

สำหรับการ์ดจอ AMD Radeon RX 5600 XT นั้นจะการขับเคลื่อนด้วยสถาปัตยกรรม RDNA ขนาด 7nm ทำให้สามารถรีดประสิทธิภาพของเกมได้ถึงขีดสุด โดยเฉพาะในระดับ Full HD พร้อมด้วยซอฟต์แวร์ Radeon Software Adrenalin 2020 Edition เวอร์ชันใหม่ที่ได้รับการปรับปรุงไดร์เวอร์ให้เสถียรยิ่งขึ้น แถมเพิ่มฟีเจอร์ Radeon Boost, Radeon Anti-Lag และ Radeon Image Sharpening ช่วยให้เล่นเกมได้ภาพสวยลดอาการแลคออีกด้วย

โดยการ์ดจอ AMD Radeon RX5600XT พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ในราคา 279 เหรียญ หรือประมาณ 8,500 บาท ซึ่งจะมีทั้งแบรนด์ ASRock, ASUS, Gigabyte, MSI, PowerColor, SAPPHIRE และ XFX ซึ่งในตอนนี้ที่มีวางขายแล้วในประเทศไทยคือแบรนด์ MSI เริ่มต้นที่ 9,900 บาท ส่วนแบรนด์อื่นๆ จะตามมาทีหลัง

นอกจากนี้ AMD ประเทศไทยเองยังเผยมาในจดหมายข่าวอีกว่าจะมีการ์ดจอ Radeon RX 5600 M สำหรับเกมมิ่งโน้ตบุ๊คตามหลังออกมาเร็วๆ นี้อีกด้วย ซึ่งคาดว่าน่าจะมาพร้อมกับโน้ตบุ๊คที่ใช้ซีพียูเป็น AMD Ryzen 4000 รหัส H คือเป็นสายแดงล้วน โดยน่าจะเป็น Dell G5 15 Special Edition นั่นเอง งานนี้รอติดตามกันเลยได้ครับ

 

ที่มา : ข่าวประชาสัมพันธ์

from:https://droidsans.com/amd-radeon-rx5600xt-release/

รวมรายชื่อ Notebook ที่รองรับ WiFi 1 Gbps พร้อมวิธีเช็คชิปเซ็ตในโน้ตบุ๊คว่ารุ่นไหนรองรับบ้าง

ทุกวันนี้เน็ตบ้านความเร็วระดับ 1Gbps เริ่มจะเป็นมาตรฐานใหม่ของปี 2020 ซึ่งปกติการที่จะใช้ความเร็วระดับนี้บนโน้ตบุ๊คได้นั้น แทบจะต้องเสียบสาย Lan เพียงอย่างเดียว หากเชื่อมต่อด้วย WiFi ปกติ เต็มที่ได้ 650Mbps ก็ถือว่าเก่งแล้ว โดยในบทความนี้เองทีมงานจะมาสอนวิธีเช็คโน้ตบุ๊คว่าเครื่องไหนรองรับ WiFi ระดับ 1Gbps บ้างไปดูกันเลยครับ

จะใช้ WiFi 1 Gbps ได้อย่างไร?

ก่อนจะไปเช็ครุ่นโน้ตบุ๊คนั้นเราต้องมั่นใจก่อนนะครับว่า Modem หรือ WiFi Router ที่ค่ายอินเตอร์เน็ตแถมมานั้น ปล่อยสัญญาณออกมาได้ถึงระดับ 1 Gbps เพราะส่วนใหญ่ที่แจกฟรีให้มาติดตั้งนั้นมักจะความเร็วไม่ถึงกัน หากอยากจะได้รุ่นที่รองรับคงต้องมีการเสียเงินเพิ่มกันบ้าง หรือหากค่ายไหนแถมให้ก็ถือว่าดีงาม ไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม

เช็คชิป Wireless บนเครื่องว่าเป็นรุ่นอะไร

ปัจจุบันเอาเฉพาะโน้ตบุ๊คที่มีขายบ้านเรา คือจะต้องใช้ชิป Wireless เป็น Intel AC9260, Intel AC9560, Killer AX1650x, Intel AX200 และ Intel AX201 โดยมีวิธีการเช็คดังนี้

  • คลิกขวาที่ปุ่ม Start -> เลือก Device Manager

  • ดูที่แถบ Network Adapters เลือกเปิดแทบด้านล่าง แล้วเช็คว่าใช้ชิป Wireless รุ่นอะไร ถ้าเป็นรุ่นที่ระบุไว้ข้างต้นก็คือรองรับนั่นเอง (ในรูปเครื่องใช้ซีพียู Intel Gen 10 เลยใช้ชิปเป็น Intel WiFi 6 AX201)

มีโน้ตบุ๊ครุ่นอะไรบ้างที่รองรับ WiFi ความเร็ว 1Gbps

(อ้างอิงจาก AIS)

Brand

Model

Model Number

Wireless Chipset

acer Swift 1 SF114-32-P3PG Intel AC9560
acer Swift 3 SF314-56G-589 Intel AC9560
acer Swift 3 SF314-57-32PH Intel AX201
acer Swift 3 SF314-57G-56PE Intel AX201
acer Swift 5 SF514-54GT-5608 Intel AX201
acer Swift 7 SF714-52T-74CD Intel AX200
acer Aspire 7 A715-74G-5017 Intel AX200
acer Nitro 5 AN-515-52-53TU Intel AC9560
acer Nitro 5 AN-515-54-53RW Intel AX200
acer Predator Helios 300 PH-315-52-74NQ Killer AX1650x
ASUS Zenbook 13 UX333FN-A4132T Intel AC9560
ASUS Zenbook 14 UX434FLC-A6213T Intel AX201
ASUS Zenbook Duo UX481FL-BM050T Intel AX201
ASUS Zenbook Pro Duo UX581GV-H2003T Intel AX200
ASUS VivoBook Flip 14 TP412FA-EC180T Intel AC9560
Lenovo Ideapad S340 S340-13IML Intel AC9260
Lenovo Ideapad S540 S540-13IML Intel AC9560
Lenovo Legion Y540 Y540-81SY00ARTA Intel AC9560
Lenovo Legion Y7000SE Y7000SE-81T00011TA Intel AC9260
DELL Inspiron 7391 Intel AC9560
DELL G5 15 Intel AC9560
msi GS65 Stealth Intel AC9560
msi GF63 Thin Intel AC9560
msi GL75 Intel AC9560
msi GF75 Thin Intel AC9560

**สำหรับ Macbook Pro รองรับ WiFi ความเร็วได้สูงสุด 800 Mbps

สรุปแล้วโน้ตบุ๊คที่จะใช้ WiFi ความเร็วระดับ 1Gbps ได้นั้น จะต้องเป็นรุ่นที่ใช้ชิป Wireless ที่รองรับ WiFi 6 ซึ่งมักจะอยู่ในโน้ตบุ๊คที่ใช้ซีพียู Intel Gen 10 รุ่นใหม่ๆ นั่นเอง โดยหากเพื่อนๆ คนไหนที่ใช้ชิป Wireless รุ่นเก่าอยู่ แบบรองรับแค่คลื่น 2.4GHz แนะนำว่าไปซื้อชิปอันใหม่ที่รองรับ WiFi 5 หรือ 6 มาอัปเกรดได้เหมือนกัน ซึ่งตามร้านค้าออนไลน์ขายกันที่ประมาณ 300-500 บาท

อย่างที่บอกไปข้างต้นครับ โน้ตบุ๊คจะที่ใช้ WiFi ความเร็วระดับ 1Gbps ได้เต็มสปีดนั้น ไม่ใช่แค่ตัวโน้ตบุ๊ครองรับแล้วใช้ได้เลย แต่ต้องดู Router ด้วยว่าสเปครองรับหรือไม่ ซึ่งเอาเข้าจริงตอนนี้มีแค่AIS เจ้าเดียวเท่านั้นที่ให้ Router ที่สเปคถึงและมาพร้อมกับแพ็กเกจเลย โดยเป็นรุ่น Huawei HG8245WS แต่คาดว่าในอนาคตผู้ให้บริการค่ายอื่นๆ ก็น่าจะกำลังปรับ Router ของตัวเองให้รองรับสปีด 1 Gbps อยู่เหมือนกัน

from:https://droidsans.com/notebook-how-to-check-wifi-support-1gbps/

Review | รีวิว Microsoft Surface Laptop 3 13 โน้ตบุ๊คสุดหรู สเปคใหม่จัด Intel Gen 10 รหัส G เริ่มต้น 34,990 บาท

ถ้าพูดถึงโน้ตบุ๊ค Windows สุดหรู เห็นแล้วดูรู้เลยว่าเครื่องนี้ไม่ธรรมดา คงต้องยกให้เจ้าตัว Micorsoft Surface Laptop ที่คราวนี้มาถึงรุ่นที่ 3 กันแล้ว ซีพียูก็อัปเกรดตีบวกมาเป็น Intel Gen 10 รหัส G Ice Lake ที่เป็น 10 nm ตัวล่าสุด พร้อมกับน้ำหนักเบาเพียง 1.25 กิโลเบาๆ พกพาสะดวก โดยมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 34,990 บาท รีวิวและประสิทธิภาพตัวเครื่องจะเป็นยังไงบ้างไปดูกันเลยครับ

สเปคเบื้องต้น

  • CPU : Intel Core i5-1035G7 / i7-1065G7
  • GPU : Intel Iris Plus Graphics G7
  • Ram : 8 GB / 16GB DDR4x 3733MHz
  • Storage : SSD m.2 PCIe 128GB / 256GB
  • Display : หน้าจอสัมผัส 13.5 นิ้ว  ความละเอียด 2256 x 1504 QHD สัดส่วน 3:2 60 Hz
  • Network : Wi-Fi 6 802.11 ax / Bluetooth 5.0
  • Size : 308 x 223 x 14.5 mm
  • Weight : 1.25 kg
  • Warranty : 1 ปี

ราคา Microsoft Surface Laptop 3 13

  • i5-1035G7 / Ram 8GB / SSD m.2 128GB ราคา 34,990 บาท
  • i5-1035G7 / Ram 8GB / SSD m.2 256GB ราคา 44,990 บาท
  • i7-1065G7 / Ram 16GB / SSD m.2 256GB ราคา 52,990 บาท

ราคาอุปกรณ์เสริม

  • ปากกา Surface Pen ราคา 3,900 บาท (ใส่ถ่าน AAAA 1 ก้อน)
  • เมาส์ Surface Arc Mouse Bluetooth ราคา 3,100 บาท (ใส่ถ่าน AAA 2 ก้อน)

ดีไซน์ตัวเครื่อง

ดีไซน์ตัวเครื่อง Microsoft Surface Laptop 3 ยังคงเอกลักษณ์แบบเดิมคือสีโทนเดียวกันหมดโดยรุ่นที่ทีมงานได้มารีวิวจะเป็นตัวท็อป i7-1065G7 ตัวเครื่องเป็นสีดำด้าน  ส่วนถ้าเครื่องที่เป็นสีเงินแพลทินัม ตรงที่รองฝ่ามือหุ้มด้วยวัสดุ Alcantara แทน ซึ่งวัสดุบอดี้ตัวเครื่องทั้งหมดเป็นอะลูเนียมแข็งแรงทนทานหายห่วง

ด้านหลังตัวเครื่องเป็นโลโก้ธง Microsoft ดูสวยงามเป็นซิกเนเจอร์ที่ดูก็รู้ทันทีว่านี่คือเครื่อง Surface สำหรับผิวสัมผัสจะเป็นผิวเรียบไม่เป็นรอยนิ้วมือง่าย พร้อมกับแกนฝาพับที่เป็นแกนเดี่ยวตรงกลางแข็งแรงไม่มีโยกเยก และกางหน้าจอได้สูงสุดประมาณ 130 องศา


ถัดมาที่ด้านใต้ตัวเครื่องก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษ ดีไซน์ยังคงเรียบๆ มีแค่โลโก้ Microsoft ระบุชื่อโมเดล และซีเรียลนัมเบอร์เท่านั้น ไม่มีสติ๊กเกอร์อื่นแปะให้รำคาญตา

สำหรับหน้าจอตัวเครื่องเป็นจอกระจกรองรับการสัมผัสและขีดเขียนด้วยปากกา Surface ขนาด 13.5 นิ้ว QHD สัดส่วน 3:2 ซึ่งขอบจออาจจะไม่ได้บางมากเท่าไร โดยมาพร้อมกับกล้อง IR Camera ใช้งานร่วมกับ Windows Hello เพื่อปลดล็อคหน้าจอได้ ส่วนทัชแพทเป็นแบบซ่อนปุ่ม รองรับการใช้งานมัลติทัช ซึ่งถือว่าให้มาขนาดค่อนข้างใหญ่ใช้งานเลยทีเดียว

พอร์ตเชื่อมต่อ


ทางด้านพอร์ตเชื่อมต่อตัวเครื่อง Microsoft Surface Laptop 3 มีให้เท่าที่จำเป็นเท่านั้นคือฝั่งทางซ้ายตัวเครื่องจะมี USB Type A, USB Type C และช่อง Headset 3.5 mm อย่างละ 1 ช่องเท่านั้น ส่วนทางด้านขวาก็จะมีแค่ช่องเสียบสายชาร์จที่เป็นแบบแถบแม่เหล็ก ช่วยกันการดึงสายกระชากหลุดโดยตัวเครื่องจะไม่ติดไปกับสายด้วย

ทดสอบประสิทธิภาพ

Microsoft Surface Laptop 3 รุ่นที่ทีมงานได้มารีวิวจะใช้เป็น Intel Core i7-1065G7 ความเร็ว 1.30 – 3.90 Ghz แบบ 4 Core/ 8 Thread ขนาด 10 nm การ์ดจอออนบอร์ดเป็น
Intel Iris Plus Graphics ส่วน Ram ตัวเครื่องจะเป็น On Board 16GB DDR4x bus 3733 มาตรฐานใหม่ ทำงานแบบ Dual-Channel

คราวนี้มาผลทดสอบความเร็วของ SSD m.2 PCIe 256 GB กันบ้าง โดยได้ค่า Read อยู่ที่ 2015.4 MB/s และ Write อยู่ที่ 828.9 MB/s ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ระดับกลางๆ ค่อนบน ส่วนความจุจาก 256GB จะสามารถใช้งานได้จริงที่ 237GB ด้วยกัน

ต่อมาเป็นการทดสอบโดยการต่อ WiFi ดู YouTube ปรับแสงหน้าจอ 30% ผลปรากฏว่าสามารถใช้งานได้สูงสุดอยู่ที่ 7 ชั่วโมง 51 นาที ด้วยกัน ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ธรรมดาทั่วไปสำหรับโน้ตบุ๊คบางเบาแบบนี้

ถัดมาทดสอบเล่นเกมใช้งานหนักๆ กันบ้าง โดยทีมงานได้ทำการทดสอบเล่นเก DOTA 2 ตั้งค่าแบบ Medium (2 ขีด) ความละเอียด QHD ตาม Native หน้าจอ ได้ค่า FPS เฉลี่ยอยู่ที่ 60 ต่ำสุด 39 สูงสุด 80 ถือว่าเล่นได้สบายๆ แต่ถ้าใครจะไปเล่นเกมกินสเปคหนักกว่านี้อย่าง PUBG, GTAV, Planet Zoo อันนี้บอกเลยว่าเล่นไม่ไหว ไม่แนะนำครับ

แน่นอนว่าด้วยหน้าจอมีสัดส่วน 3:2 เท่ากับภาพถ่ายกล้องใหญ่ ทีมงานถือโอกาสนี้มาทดสอบใช้งานแต่งภาพร่วมกับโปรแกรม Adobe LightRoom สักหน่อย ซึ่งบอกเลยว่าฟินมาก ภาพขยายได้สัดส่วนเป๊ะๆ เต็มจอ และด้วยความเป็นที่หน้าจอสัมผัส ใช้งานร่วมกับ Surface Pen ได้ลื่นไหลสุดๆ

ส่วนการใช้งานร่วมปากกา Surface Pen ถือว่าทำได้ดีมาก ทั้งน้ำหนักการกดและความรู้สึกเหมือนกับใช้ปากกาวาดลงบนกระดาษจริงๆ แต่จะติดตรงที่ลงน้ำหนักมือมากไม่ค่อยได้ เพราะจอคอยระวังจอจะกางหักเอา

สุดท้ายกับผลทดสอบอุณหภูมิหลังจากที่ทีมงานได้นั่งเล่นเกม DOTA 2 และทดสอบต่างๆ โปรแกรมต่างๆ ไป โดยตัวเครื่องจะมีพัดลมระบายความร้อน 1 ตัว อุณหภูมิซีพียูวิ่งไปสูงสุดอยู่ที่ 92 องศา ซึ่งถือว่าอยู่เกณฑ์กลางๆ พอรับได้ แต่ตัวเครื่องด้านบนเหนือปุ่มคีย์บอร์ดจะค่อนข้างร้อนเลยทีเดียว เพราะด้วยบอดี้เป็นอะลูเนียมช่วยระบายความร้อนด้วยนั่นเองครับ

สรุป

จากที่ทีมงานได้ทดลองใช้ Microsoft Surface Laptop 3 13 ตัวท็อปนี้มาตลอดทั้งสัปดาห์ การทำงานสายครีเอเตอร์ถือว่าทำได้อย่างลื่นไหลทุกๆ อย่างไม่มีสะดุด ไม่ว่าจะเป็นทั้งตัว Adobe Premirer Pro, Photoshop และ Lightroom ก็ถือใช้งานได้ดีเลย เพราะด้วยซีพียู i7-1065G7 รุ่นใหม่ 10nm มี AI คอยช่วยประมวลผลพวกโปรแกรมเหล่านี้ ทำงานได้เร็วขึ้นกว่าตัว Gen 8 รุ่นเก่าอย่างรู้สึกได้

สำหรับการพกพาต่างๆ ด้วยไซต์ที่ตัวเครื่องขนาดค่อนข้างเล็กและมีน้ำหนักเบาเพียง 1.25 กิโล เวลาพกเดินมือเดียวก็ทำได้สะดวก หรือจะแบกใส่กระเป๋าเป้ก็ไม่มีเมื่อย และบาลานซ์ตัวเครื่องกระจายน้ำหนักได้ดี ส่วนปากกา Surface Pen ก็เป็นแม่เหล็กแปะติดกับตัวเครื่องได้

ทางด้านแบตเตอรี่จากการทดสอบเปิดดูวิดีโอ YouTube ก็ได้ราวๆ ประมาณ 8 ชั่วโมง ถือว่าพอพึ่งพาได้อยู่ แต่หากนำมา YouTube แบบคลิปปกติ 16:9 แล้ว สังเกตว่าภาพที่ได้จะไม่เป็นจอ เพราะจอของตัวเครื่องเป็นแบบ 3:2 ทำให้จะโดนตัดขอบบนขอบล่างแทน

โดยรวมสรุป Microsoft Surface Laptop 3 13 เครื่องนี้เหมาะกับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊ค Windows ดีไซน์พรีเมียมให้ความรู้สึกไม่ต่างจากพวก MacBook และต้องการใช้งานจอสัมผัสร่วมกับปากกา ซึ่งเจ้าเครื่องนี้สามารถตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว แต่หากมองเครื่องความคุ้มค่าทางด้านสเปคเทียบราคายังถือว่าค่อนข้างสูงกว่าโน้ตบุ๊คตลาดทั่วไปพอสมควรครับ

จุดเด่น

  • ดีไซน์ออกแบบได้ดูหรูพรีเมียม และวัสดุบอดี้ตัวเครื่องเป็นอะลูมิเนียมทั้งหมด
  • สเปคใช้ซีพียูเป็น Intel Gen 10 รหัส G Ice Lake รุ่นล่าสุดที่เป็น 10nm
  • หน้าจอความละเอียดสูง 2256 x 1504 QHD สัดส่วน 3:2 เหมาะกับสายทำภาพ
  • การทัชหน้าจอทำได้ลื่นไหลสุดๆ แทบไม่ต่างจากใช้งานบนมือถือ
  • มีพอร์ต USB Type A มาให้แล้ว
  • ทัชแพทมีขนาดค่อนข้างใหญ่และใช้งานได้ลื่นไหลมาก
  • มีกล้อง IR Camera สแกนใบหน้าปลดล็อคหน้าจอได้
  • ที่อะแดปเตอร์มีชาร์จไฟ USB Type A มาให้

ข้อพิจารณา

  • พอร์ต USB Type C ไม่ใช่ Thuderbolt 3 และไม่สามารถใช้ชาร์จไฟได้
  • ราคาเทียบสเปคถือว่าสูงกว่าแบรนด์ตลาดทั่วไปพอสมควร
  • การแกะอัปเกรดตัวเครื่องทำได้ยากมาก (แทบจะถือว่าทำไม่ได้เลย)
  • อุปกรณ์เสริมแต่ละอย่างราคาค่อนข้างสูง

from:https://droidsans.com/review-microsoft-surface-laptop-3-13/

Microsoft เลิกสนับสนุน Windows 7 ตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม 2020 เป็นต้นไป พร้อมแนะให้ใช้ Windows 10 แทน

หลังจากที่ Microsoft เคยประกาศออกมาได้ซักพักแล้วว่า Windows 7 จะสิ้นสุดการสนับสนุนซอฟท์แวร์หลังจากเดือนมกราคมปี 2020 เป็นต้นไป โดยวันที่ 14 มกราคม 2020 นี้จะเป็นวันสุดท้ายที่ Microsoft จะเลิกสนับสนุน Windows 7 อย่างเป็นทางการ ซึ่งทาง Microsoft เองก็พยายามผลักดันให้คนหันมาใช้ Windows 10 (ของแท้) มาโดยตลอดอยู่แล้ว

สำหรับ Windows 7 ก็ถือเป็นอีกระบบปฏิบัติการนึงที่ยังมีผู้ใช้งานอยู่เยอะมากในปัจจุบัน เนื่องจากมันทำงานได้ค่อนข้างเสถียรนั่นเอง ซึ่งทาง Microsoft ได้มีการ Support  OS นี้มาตลอดเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม 2009 เป็นต้นมา โดย Microsoft เองก็ได้ตอบคำถามที่หลายคนสงสัยเกี่ยวกับการเลิกสนับสนุน Windows 7 เอาไว้ดังนี้

การเลิกสนับสนุน Windows 7 คือการยกเลิกส่วนใดบ้าง?

  • หลังจากวันที่ 14 มกราคม 2020 พีซีที่ใช้งาน Windows 7 จะไม่ได้รับการอัปเดตด้านความปลอดภัยและด้านเทคนิคอีกต่อไป
  • บริการที่เกี่ยวข้องสำหรับ Windows 7 จะถูกยกเลิกเมื่อเวลาผ่านไปเช่นกัน เช่น Internet Backgammon และ Internet Checkers

จะเกิดอะไรขึ้นหากยังคงใช้ Windows 7 ต่อไป?

  •  Windows 7 จะยังคงใช้งานได้ตามปกติ เพียงแต่จะมีความเสี่ยงมากขึ้นกับปัญหาด้านความปลอดภัยและไวรัส รวมถึงไม่ได้รับการอัปเดตซอฟต์แวร์จาก Microsoft อีกต่อไป

ตอนนี้ยังอัปเกรดเป็น Windows 10 ฟรีได้ไหม?

  • อเสนอการอัปเกรดเป็น Windows 10 ฟรี สิ้นสุดไปเมื่อวันที่ 29 กรกฏาคม 2016 แล้ว (แต่พบว่าผู้ใช้งาน Windows 7, 8 และ 8.1 ของแท้ ยังสามารถอัพเกรดเป็น Windows 10 ได้แบบฟรีๆ อยู่)
  • ทาง Microsoft แนะนำว่า ไม่ควรอัปเดตอุปกรณ์ที่เก่าเกินไป เป็น Windows 10 เพราะอาจมีฟีเจอร์ หรือไดรเวอร์บางตัวที่ใช้งานร่วมกันไม่ได้แล้ว

อย่างไรก็ตามสรุปแล้วหากเพื่อนๆ คนไหนที่ใช้ Windows 7 อยู่ ก็ยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ เพียงแต่ว่าจะไม่ได้อัปเดตเรื่องความปลอดภัยอีกต่อไป ซึ่งจะทำให้เสี่ยงมากๆ ต่อการโดนเจาะระบบ โดนไวรัส, มัลแวร์ ฯลฯ ส่วนใครที่ใช้ PC รุ่นเก่า ที่มีอายุอานามตั้งแต่ 7 – 10 ปีขึ้นไป แนะนำว่าตอนนี้ถึงเวลาที่ควรซื้อใหม่ได้แล้วครับ…รับรองว่าชีวิตจะดีขึ้นเยอะ

 

ที่มา : microsoft (1 และ 2)

**เพิ่มเติม** Microsoft ยังคงให้คนmujใช้ Windows 7,8 และ 8.1 (ของแท้) อัปเกรดเป็น Windows 10 ได้ฟรีอยู่ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://droidsans.com/upgrade-to-windows-10-free-now

from:https://droidsans.com/microsoft-windows-7-end-of-support/

Intel เตรียมส่งซีพียู i7-1068G7 เผยมี 4 Core/8 Thread และ ค่า TDP สูงถึง 28W พร้อมส่งในไตรมาสแรก

เริ่มทยอยกันออกมาเรื่อยๆ สำหรับซีพียูของทางฝั่ง Intel ค่ายฟ้า ที่คราวนี้ออกมายืนยันเตรียมส่ง i7-1068G7 (Ice Lake) ที่เป็นซีพียูในกลุ่มโน้ตบุ๊คบางเบารุ่นใหม่ให้กับแบรนด์ผู้ผลิต ซึ่งมีค่า TDP สูงถึง 28W และมีจำนวนคอร์ที่ 4 Core/8 Thread ความเร็ว 2.3-4.1 GHz พร้อมส่งมอบภายในไตรมาส 1 นี้ และคาดว่าจะเริ่มเห็นโน้ตบุ๊คที่ใช้ชิปนี้ภายในกลางปี 2020 นี้เช่นเดียวกัน

ที่น่าสนใจก็คือ i7-1068G7 จะเป็นซีพียูตัวท็อปรุ่นใหม่ของกลุ่มโน้ตบุ๊คสายประหยัดพลังงานในหมวด G ที่เป็น Ice Lake บนสถาปัตยกรรม 10nm ซึ่งมีค่า TDP กระโดดขึ้นไปจากเดิมสูงมาก จากเดิม 15W ขึ้นไป 28W พร้อมกับมีชิปกกราฟิก Iris Plus มี 64 CUs สปีด 300 – 1100 MHz ซึ่งแรงกว่า APU Vega 10 บน AMD Ryzen 7 โดยคาดว่าอาจจะอยู่ใน MacBook Pro 13 ตัวใหม่เป็นรุ่นแรกๆ

สำหรับปัจจุบันซีพียู Intel Ice Lake รหัส G ที่เป็น 10nm มีทั้งหมดดังนี้

ชื่อรุ่น

Core / Thread

Clock Speed

IGP

TDP

i7-1068G7 4C/8T 2.3 – 4.1 GHz 64 EUs 28 W
i7-1065G7 4C/8T 1.3 – 3.9 GHz 64 EUs 15W
i5-1035G7 4C/8T 1.2 – 3.7 GHz 64 EUs 15W
i5-1035G4 4C/8T 1.1 – 3.7 GHz 48 EUs 15W
i5-1035G1 4C/8T 1.0 – 3.6 GHz 32 EUs 15W
i3-1005G1 2C/4T 1.2 – 3.4 GHz 32 EUs 15W

**IGP ย่อมาจาก integrated graphics processor

อย่างไรก็ตาม Intel ไม่ได้พูดถึงซีพียู Gen 10 รหัส H บนโน้ตบุ๊คที่เพิ่งเปิดตัวไปในงาน CES 2020 ก่อนหน้านี้เลยว่าจะเริ่มส่งมอบให้แบรนด์ผู้ผลิตเมื่อไร ซึ่งคงต้องรอติดตามกันต่อไป แต่คาดว่าเร็วสุดคงเปิดตัวในงาน Computex 2020 อย่างเป็นทางการอีกที ตอนนี้เกมมิ่งโน้ตบุ๊คก็ใช้ Intel Gen 9 กันยาวๆ ไปครับ

 

ที่มา : anandtech, notebookcheck

from:https://droidsans.com/intel-i7-1068g-on-notebook-cpu/

Lenovo เปิดตัว Legion Y740S เกมมิ่งโน้ตบุ๊ค บางเบาที่สุดในโลก หนา 14.9 มิล หนัก 1.7 กิโล เริ่มต้นราว 33,000 บาท

มาดูทางฝั่งแบรนด์ Lenovo กันบ้างที่ในงาน CES 2020 นอกจากจะเปิดตัว ThinkPad X1 Fold ที่เป็นโน้ตบุ๊คสองหน้าจอแล้ว ก็มีเจ้าตัว Legion Y740S ตัวใหม่ล่าสุด ที่เป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊ค บางเบาที่สุดในโลก หนักเพียง 1.7 กิโลกรัมและหนาแค่ 14.9 มิลลิเมตร เท่านั้น แต่ตัวเครื่องไม่มีการ์ดจอแยก ต้องต่อ eGPU เอา ซึ่งเฉพาะตัวเครื่องโน้ตบุ๊คมีราคาเปิดตัวอยู่ 1,100 เหรียญ หรือประมาณ 33,000 บาท

สเปคเบื้องต้น Legion Y740S

  • CPU : Intel Core i5-9300H / i7-9750H / i9-9880H
  • GPU : Intel UHD Graphics 630 (On Board)
  • RAM : 16GB / 32GB DDR4
  • Storage : SSD m.2 PCIe 256 GB / 512 GB / 1 TB
  • Display : 15.6″ UHD or Full HD IPS 60Hz
  • Interface : USB 3.1 Gen 2 x2 , Thunderbolt 3 x2, SD Card Reader และ Headset 3.5 mm
  • Connection : WiFi 802.11 ax + Bluetooth 5.0
  • Battery : ~8 Hours; 4-Cell 60 WHr
  • Size : 356 x 251.8 x 14.9 mm
  • Weight : 1.7 kg


สำหรับดีไซน์ Legion Y740S บอดี้ตัวเครื่องจะเป็น Iron Grey วัสดุเป็น Aluminum ผิวสัมผัสบอกเลยว่าเรียบหรู ดูพรีเมียมมาก หน้าจอขอบบาง แกนฝาพับสองแกน กางได้ 180 องศา ปุ่มคีย์บอร์ดให้มาขนาด Full Size มี numpad พร้อมไฟ blacklit สีขาวสวยงาม

ส่วนด้านหลังตัวเครื่องมีช่องระบายความร้อนสองช่อง พร้อมพอร์ต USB 3.1 Type A จำนวน 2 ช่องด้านหลังซึ่งถือว่าแปลกใหม่ดี เพราะปกติจะอยู่แต่ด้านข้างกัน

อย่างไรก็ตามด้วยตัวเครื่อง Legion Y740S ไม่มีการ์ดจอแยก หากจะเล่นเกมจึงจำเป็นต้องต่อ eGPU เพิ่มผ่านพอร์ต Thunderbolt 3 ซึ่งทาง Lenovo ก็ได้เปิดตัวมาพร้อมกันชื่อ Legion BoostStation ราคา 250 เหรียญ หรือประมาณ 7,500 บาท (เฉพาะตัวกล่อง eGPU) โดยสามารถใส่การ์ดจอได้สูงสุดถึง NVIDIA GeForce RTX 2080 Super 8 GB กันเลยทีเดียว

งานนี้บอกเลยว่าซื้อจะซื้อเครื่อง Legion Y740S ไปแล้ว อย่าเผื่องบไว้ซื้อ eGPU + การ์ดจอแยกเพิ่มไว้ได้ด้วยนะครับ

from:https://droidsans.com/lenovo-legion-y740s-egpu/

Dell เปิดตัวเกมมิ่งโน้ตบุ๊ค G5 15 SE สเปค AMD ล้วน Ryzen 4000H พร้อม RX 5600M เริ่มต้นราว 24,000 บาท

ปกติถ้าพูดถึงเกมมิ่งโน้ตบุ๊คของทางฝั่ง Dell หลายคนคงนึกถึง Alienware แต่จริงๆ แล้ว Dell ก็มี G Seires หรือ Gaming Series เหมือนกัน ซึ่งล่าสุดภายในงาน CES 2020 ได้เปิดตัวเกมมิ่งโน้ตบุ๊ค G5 15 SE ที่ใช้สเปคเป็นค่ายแดง AMD ล้วน คือใช้ซีพียูเป็น AMD Ryzen 4000 รหัส 4 พร้อมการ์ดจอ Radeon RX 5600M โดยจะมีราคาเริ่มต้นที่ 799 เหรียญ หรือประมาณ 24,000 บาท

สเปคเบื้องต้น Dell G5 15 SE

  • CPU : AMD Ryzen 4000 H-Series (up to 8 Core/16 Thread)
  • GPU : MD Radeon RX 5600M
  • Ram : มาตรฐาน DD4 (ไม่ได้ระบุว่าใส่ได้สูงสุดเท่าไร)
  • Storage : ใส่ SSD m.2 PCIe ได้สูงสุด 1TB / ใส่ HDD 2.5 ได้สูงสุด 2TB
  • Display : 15.6 นิ้ว Full HD 144Hz with FreeSync

โดยตัวดีไซน์เบื้องต้นจะคล้ายกับรุ่น G5 15 ที่เป็นสเปค Intel ที่ตัวเครื่องสีเทาเข้ม ดีไซน์เป็นเครื่องบินรบมีไอพ่นด้านหลัง พร้อมโลโก้ Dell สีรุ้ง และฝาหลังมีลวดลายบรัชจุดๆ สีรุ้งเช่นกัน แปลกแหวกแนวสุดๆ ส่วนคีย์บอร์ดก็เป็นขนาด Full Size มี numpad พร้อมไฟ RGB และไฮไลท์พิเศษปุ่ม WASD

นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังมาพร้อมกับระบบเสียง Nahimic 3D Audio กับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 68WHr รวมถึงตัวเครื่องก็ยังมีซอฟต์แวร์ Alienware Command Center ไว้สำหรับปรับแต่งเครื่องเหมือนกับรุ่นพี่ใหญ่อีกด้วย

โดย Dell G5 15 SE จะเริ่มจำหน่ายตั้งแต่กลางเดือน เมษายน 2020 เป็นต้นไปที่ราวเริ่มต้นราว 24,000 บาทครับ

 

ที่มา : Dell

from:https://droidsans.com/dell-g5-15-se-gaming-notebook/