คลังเก็บป้ายกำกับ: PC/NOTEBOOK

ชี้เป้า !!! โน้ตบุ๊ค HP สเปค i7-1065G7 พร้อมการ์ดจอแยก MX250 แถมฟรีจอโค้งเกมมิ่ง 100Hz มูลค่า 6,490 บาท

หากใครที่กำลังมองหาซื้อโน้ตบุ๊คทำงานจอใหญ่ๆ สักเครื่องต้องมีโดนแล้วจังหวะนี้กับ HP 15-cs3147TX สเปค i7 Gen 10 รุ่นใหม่ตัวท็อป i7-1065G7 พร้อมมีการ์ดจอแยก NVIDIA MX250 ซึ่งทาง JD Central จัดโปรมาอย่างคุ้ม แถมจอเกมมิ่ง Skyworth ขนาด 29 นิ้ว ความละเอียด WFHD รองรับการแสดงผล Refresh Rate 100Hz มูลค่า 6,490 บาทอีกด้วย

สเปคเบื้องต้นของ HP 15-cs3147TX

  • Intel Core i7-1065G7 (4C/8T)
  • NVIDIA GeForce MX250 2GB GDDR5
  • Ram 8GB DDR4 Bus 2666
  • SSD m.2 PCIe 512GB
  • จอ 15.6″ Full HD IPS 45% NTSC (~62% sRGB)
  • WiFi 5 + Bluetooth 5.0
  • น้ำหนัก 1.85 kg
  • Windows 10 Home
  • ประกัน 2 ปี Onsite
  • ราคา 23,490 บาท

ทางด้านพอร์ตเชื่อมต่อของ HP 15-cs3147TX ก็ถือว่ามีมาให้ครบครันทั้ง USB 3.1 Type C, USB 3.1 Type A x2, HDMi, Lan, Headset 3.5mm และ SD Card Reader ส่วนคีย์บอร์ดตัวเครื่องก็ให้มาเป็นแบบ Full Size มี Numpad มาให้ และลำโพงเป็นแบบ Stereo ที่ใช้เป็นระบบเสียงของ B&O เรื่องคุณภาพเสียงไว้ใจได้

ส่วนจอที่แถมฟรีจะเป็นแบรนด์ Skyworth Curved Monitor โดยจะมีสเปคเบื้องต้นดังนี้

  • ขนาด 29 นิ้ว, สัดส่วน 21:9, โค้ง 1200R
  • ความละเอียด WFHD 2560×1080
  • Refresh Rate 100Hz
  • ขอบเขตสีหน้าจอ 81-90% sRGB
  • รองรับเทคโนโลยี FreeSync
  • ประกัน 3 ปี
  • ราคา 6,490 บาท

ซึ่งพอเรามาคิดค่าโน้ตบุ๊คหักส่วนต่างกับจอแล้วเท่ากับว่าเราได้โน้ตบุ๊คมาในราคาเพียงแค่หมื่นกลางๆ เท่านั้น บอกเลยว่าโคตรคุ้ม และตามปกติแล้ว HP 15-cs3147TX ราคาปกติจะอยู่ที่ 23,900 บาท ซึ่งเอาแค่ราคาโน้ตบุ๊คอย่างเดียวร้าน JD Central ก็ขายถูกกว่าร้านทั่วไปอยู่ 500 บาท อีกทั้งยังสามารถผ่อน 0% นาน 6 เดือนได้อีกด้วยนะ

สนใจซื้อหรือดูรายละเอียดได้ที่ : https://item.jd.co.th/9310772.html

ตอนนี้ทาง Droidsans มีเพจ คอมคร้าบ แยกออกมาเป็นเรื่องคอมโดยเฉพาะ ทั้ง FaceBook และ YouTube ฝากได้กด Like กด Subscribe กันด้วยนะครับผม

Facebook : https://www.facebook.com/comcraft.ds
YouTube : https://www.youtube.com/c/comcraftds

from:https://droidsans.com/hp-15-cs3147tx-jd-central/

LINE บน Desktop PC อัปเดตเวอร์ชัน 6.2.0 ใช้ Dark Mode และ Pop-up สติ๊กเกอร์ ได้แล้ว

หลังจากที่ LINE ปล่อยให้มี Theme Balck หรือ Dark Mode ให้ใช้กันมานาน ในที่สุดคราวนี้ก็มาถึงบน Desktop PC กันสักที ซึ่งก็เพิ่งปล่อยให้อัปเดตกันในเวอร์ชัน 6.2.o ใครที่กำลังใช้งาน LINE บน PC อยู่อย่าลืมไปอัปเดตกันด้วยนะครับ

สำหรับเวอร์ชัน LINE ล่าสุด ณ ปัจจุบันจะเป็นตัว 6.2.0.2287 ที่เพิ่มฟีเจอร์ส่งสติกเกอร์แล้วมีเอฟเฟกต์อนิเมชั่น Pop-up ขึ้นแสดงเต็มหน้าจออีกด้วย (เฉพาะสติ๊กเกอร์ใหม่ที่รองรับ)

วิธีการเปิด Dark Mode บน LINE PC


  • กด สามจุด ที่มุมล่างซ้าย เพื่อไปหน้า Settings
  • จากนั้นเลือกเมนู Basic -> แถบ Display mode -> เลือก Dark mode เป็นอันเสร็จ

เพียงเท่านี้ LINE บน PC ก็สามารถใช้ Dark Mode ได้เป็นที่เรียบร้อย บอกเลยว่าอ่านข้อความสบายตากว่าเดิมมาก ไม่แสบตาเหมือนพื้นหลังสีขาวเดิมๆ แต่ในตอนนี้ Dark Mode ยังเป็นเวอร์ชัน Beta อยู่ อาจจะมีบั๊กอยู่บ้าง ยังไงต้องรออัปเดตเวอร์ชันเต็มอีกทีนะครับ

**บน macOS ยังไม่มีอัปเดต 6.2.0 หรือมี Dark Mode ให้ใช้นะ

from:https://droidsans.com/line-desktop-pc-dark-mode/

ราคาหุ้น AMD พุ่งแซง Intel เป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี เมื่อวันที่ 22 ก.ค. ที่ผ่านมา ปิดราคา 61.79 เหรียญ

ต้องยอมรับเลยว่าช่วงนี้ AMD เขาเนื้อหอมจริงๆ ออกซีพียู PC มาแต่ละรุ่นสร้างความตื่นตาตื่นใจได้ตลอด ตั้งแต่ปล่อยซีพียู Ryzen ออกมาทุกอย่างก็ดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนกระทั่งการมาของ Ryzen 3000 Series ที่ใช้ขนาดสถาปัตยกรรม 7nm ทำให้มีการพัฒนาแบบก้าวกระโดดอย่างสุดๆ แน่นอนว่าผู้บริโภคและผู้ลงทุนถูกใจสิ่งนี้จนทำให้ราคาหุ้นของ AMD แซง Intel เป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี

เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2020 ราคาหุ้นของ AMD ปิดอยู่ที่ 61.57 เหรียญ หรือราว 1,948 บาท ส่วน Intel ปิดอยู่ที่ 61.05 เหรียญหรือราว 1,931 บาท (ราคาต่างกันที่ 0.52 เหรียญ) แน่นอนว่านี่เป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปีหรือตั้งแต่ปี 2006 ที่ราคาหุ้น AMD สามารถแซง Intel ได้

แต่ถึงอย่างนั้นมูลค่าหลักทรัพย์ของ AMD ยังคงน้อยกว่า Intel ถึง 3.6 เท่า โดย AMD มีมูลค่าหลักทรัพย์อยู่ที่ 72.43 พันล้านเหรียญหรือราว 2,291,900 ล้านบาท ในขณะที่ Intel มูลค่ามากกว่า 260.79 พันล้านเหรียญหรือราว 8,252,169 ล้านบาท ซึ่งจำนวนตัวเลขข้างต้นทั้งหมดยังไม่รวมสินทรัพย์ของแต่ละบริษัท

สำหรับสิ่งที่ทำให้นักลงทุนมีมุมมองที่ค่อนข้างดีต่อ AMD นี้คงต้องยกให้ Lisa Su ที่เป็น CEO ของบริษัท หลังจากเข้ามาบริหารก็นำทางและพัฒนาเติบโตขึ้นอย่างมาก และในความเป็นจริง Lisa Su อาจจะได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน CEO ที่ดีที่สุดของโลกก็เป็นได้

และอีกหนึ่งในแรงผลักดันที่ทำให้ AMD มีการเติบโตคือการมาของสถาปัตยกรรม Zen ที่เป็นหัวใจของ Ryzen CPU ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 2017 และได้รับการปรับปรุงเป็น Zen+ และ Zen 2 ที่เป็นซีพียูใช้กระบวนการผลิต 7nm ทั้งหมด ในขณะที่ Intel ยังคงอยู่ที่ 14nm และมี 10nm แค่ไม่กี่รุ่น

อย่างไรก็ตามล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2020 ราคาหุ้น Intel ก็พึ่งกลับมาแซง AMD คืน โดยปิดตลาดราคาต่างกันอยู่ที่ราว 0.83 เหรียญ ทำให้ราคาหุ้นของทั้งสองบริษัทนี้กลับมาพอฟัดเหวี่ยงกันค่อนข้างดุเดือดกันเลยทีเดียวครับ

 

ที่มา :  tomshardware, giztop

from:https://droidsans.com/amd-intel-stock-surpasses-first-time/

เปรียบเทียบโน้ตบุ๊คเล่นเกม สเปค Intel Gen 10 ทั้ง Acer, ASUS, HP, และ Lenovo รุ่นเริ่มต้น ซื้อตัวไหนดี

หลังจากที่ดูโน้ตบุ๊คทางฝั่ง AMD ไปแล้วมาดูโน้ตบุ๊คของทางฝั่ง Intel Comet Lake-H หรือ Gen 10 กันบ้าง ซึ่งราคาเทียบกับสเปคแล้วก็ถือว่าดีไม่แพ้กัน โดยในบทความนี้เองจะเป็นการเปรียบเทียบระหว่างเกมมิ่งโน้ตบุ๊ค 4 ด้วยกันคือ Acer, ASUS, HP, และ Lenovo ที่เป็นรุ่นเริ่มต้นที่ใช้ Intel Core i5-10300H เหมือนกัน ซึ่งแต่ละรุ่นจะมีรายละเอียดและจุดเด่นกันตรงไหนบ้างไปดูกันครับ

รุ่นเริ่มต้นของแต่ละแบรนด์ที่วางจำหน่ายอยู่ตอนนี้

  • Acer Nitro 5 AN515-55-55DQ
  • ASUS ROG Strix G15 GL542LI-HN053T
  • HP Pavilion Gaming 16-a0033tx
  • Lenovo IdeaPad Gaming 3i-81Y40069TA

ตารางเปรียบเทียบสเปคทั้ง 4 รุ่น

 Model  Acer
Nitro 5
ASUS
ROG Strix G15
HP
Pavilion Gaming 16
Lenovo
IdeaPad Gaming 3i
CPU Intel Core i5-10300H
GPU GTX 1650 GTX 1650Ti GTX 1650
Ram 16GB 8GB
Storage SSD m.2 PCIe 512GB
Display 15.6″ 144Hz 100% sRGB 15.6″ 144Hz 62% sRGB 16.1″ 144Hz 100% sRGB 15.6″ 120Hz 62% sRGB
Connection WiFi 6, Bluetooth 5.0
Port
  • USB 3.2 Type A x3
  • USB 3.2 Type C x1
  • Lan, HDMI, Headset 3.5mm
  • USB 3.2 Type A x3
  • USB 3.2 Type C with DP x1
  • Lan, HDMI, Headset 3.5mm
  • USB 3.1 Type A x2
  • USB 3.1 Type C with DP x1
  • SD Card Reader
  • Lan, HDMI, Headset 3.5mm
  • USB 3.1 Type A x2
  • USB 3.1 Type C x1
  • Lan, HDMI, Headset 3.5mm
Weight 2.3 กก 2.35 กก 2.2 กก
Warranty 3 ปี Onsite 2 ปี (Perfect Warranty 1 ปีแรก) 2 ปี Onsite
Price 29,990 บาท 32,990 บาท 30,990 บาท 25,990 บาท

หมายเหตุ

  • ทุกรุ่นใช้จอเป็นความละเอียด Full HD พาเนล IPS เหมือนกันหมด
  • Ram ทุกเครื่องใช้เป็นแบบ DDR4 Bus 2933
  • ราคาอ้างอิงจากเว็บร้านค้าชั้นนำที่จัดจำหน่าย

จุดเด่นที่น่าสนใจของแต่ละรุ่น

Acer Nitro 5 AN515-55-55DQ

สำหรับจุดเด่นของ Acer Nitro 5 รุ่นนี้คือทุกอย่างลงตัวจบเลยในเครื่องเดียวไม่ต้องอัปเกรดอะไรเพิ่ม มีคีย์บอร์ด Full Size มีไฟ RGB แถมได้ขอบเขตสีหน้าจอสูงถึง 100% sRGB อีกด้วย หน้าตาก็เปลี่ยนโฉมใหม่ดูโฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น ส่วนการอัปเกรดสามารถใส่เพิ่มได้ทั้ง SSD หรือ HDD 2.5 และ SSD m.2 ได้อีกอย่างละ 1 ช่อง ส่วน Ram ตัวเครื่องให้มา 16GB 1 แถวใส่เพิ่มได้อีก 1 แถว

ASUS ROG Strix G15 GL542LI-HN053T

คราวนี้มาดูที่แบรนด์ ASUS ROG Strix ซึ่งจุดเด่นของรุ่นนี้เลยคือดีไซน์บอดี้ตัวเครื่องที่ออกแบบมาสีสันโดดเด่น โทนเป็นสีชมพูเข้ม แถมมีไฟใต้ตัวเครื่องพร้อมคีย์บอร์ดไฟ RGB ที่ปรับแต่งได้บอกเลยว่าเอาไปตั้งที่ไหนก็ดูโดดเด่นกว่าใครแน่นอน อีกทั้งยังมีพอร์ต USB Type C แบบ DP รวมถึงใช้โลหะเหลวในการระบายความร้อนแทนซิลิโคนอีกด้วย ส่วนการอัปเกรดสามารถใส่เพิ่มได้ทั้ง SSD หรือ HDD 2.5 และ SSD m.2 ได้อีกอย่างละ 1 ช่อง ส่วน Ram ตัวเครื่องให้มา 8GB 1 แถวใส่เพิ่มได้อีก 1 แถว

HP Pavilion Gaming 16-a0033tx

ถัดมาจะเป็น HP ซีรีส์ Pavilion Gaming รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งมีจุดเด่นคือได้จอที่ขนาดใหญ่กว่าใครเพื่อน โดยมีขนาดใหญ่ถึง 16.1 นิ้วแถมได้ขอบเขตสี 72% NTSC หรือ 100% sRGB อีกด้วย เรียกได้ว่าเอาไปดูหนังฟังเพลง เล่นเกม แต่งภาพกราฟิกได้ฟินเต็มตากว่ารุ่นอื่น อีกทั้ง USB Type C เป็นแบบ DP ต่อจอแยกเพิ่มได้ ส่วนการอัปเกรดตัวเครื่องจะให้ Ram มา 8GB 1 แถวใส่เพิ่มได้อีก 1 แถว และใส่ SSD m.2 เพิ่มได้อีกหนึ่งลูกด้วยกัน

Lenovo IdeaPad Gaming 3i-81Y40069TA

สุดท้ายกับรุ่น Lenovo IdeaPad Gaming 3i จุดเด่นของรุ่นนี้เรื่องราคาที่เปิดตัวมาถูกกว่าใครเพื่อนๆ เริ่มต้นเพียง 25,990 บาทเท่านั้น สเปคก็คือว่าโอเคแรงใช้ แถมดีไซน์ตัวเครื่องก็ดูเรียบๆ โทนสีดำฟ้าสไตล์โน้ตบุ๊คทำงานปกติ แถมมี Privacy Shutter ปิดกล้อง Webcam แบบแมนวลเพื่อความเป็นส่วนตัวอีกด้วย ส่วนการอัปเกรดสามารถใส่ SSD หรือ HDD 2.5 เพิ่มได้อีก 1 ช่องและ Ram ตัวเครื่องให้มา 8GB 1 แถวใส่เพิ่มได้อีก 1 แถวครับ

เรียกได้ว่าหากเพื่อนๆ คนไหนสนใจเกมมิ่งโน้ตบุ๊คทั้ง 4 รุ่นนี้ก็สามารถหาซื้อจับจองเป็นเจ้าของได้แล้วตามหน้าเว็บร้านค้าออนไลน์หรือจะเป็นซื้อหน้าร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศก็ได้เช่นกัน แนะนำว่าหากจะไปซื้อตามหน้าร้านให้โทรสอบถามดูก่อนไปนะครับ เพราะช่วงนี้ของมีน้อยเหลือเกิน

ส่วนแบรนด์อื่นอย่าง MSI ตอนนี้มีแต่รุ่น Intel Core i7-10750H ขึ้นไป ซึ่งในอนาคตคาดว่าจะมีรุ่นรหัส GL หรือ GF ที่ใช้ i5-10300H ตามมาทีหลัง และ Dell ก็จะมีรุ่น G3 และ G5 ตามมาอีกเร็วๆ  นี้ ยังไงถ้าใครรอไหวก็รอดูก่อนก็ได้เช่นกันครับ

ตอนนี้ทาง Droidsans มีเพจ คอมคร้าบ แยกออกมาเป็นเรื่องคอมโดยเฉพาะ ทั้ง FaceBook และ YouTube ฝากกด Like กด Subscribe กันด้วยนะครับผม

Facebook : https://www.facebook.com/comcraft.ds
YouTube : https://www.youtube.com/c/comcraftds

from:https://droidsans.com/intel-gen-10-h-compare-gaming-notebook/

Intel เปิดตัวพอร์ต Thunderbolt 4 ความเร็ว 40Gb/s ใช้สายยาวได้สูงสุด 2 เมตร ต่อจอ 8K ได้ เตรียมมาพร้อมซีพียู Gen 11 เร็วๆ นี้

Intel เปิดตัวพอร์ตเชื่อมต่อ Thunderbolt 4 ซึ่งจะเป็นมาตรฐานใหม่ในการเชื่อมต่อยุคอนาคตที่ประสิทธิภาพการใช้งานให้หลากหลายมากขึ้นภายใต้มาตรฐาน USB4 แม้ความเร็วจะเท่ากับ Thunderbolt 3 ที่ 40 Gb/s แต่จะสามารถใช้สายเคเบิลได้ยาวสูงสุดถึง 2 เมตร ต่อจอ 8K หรือ 4K ได้ถึงสองจอ ซึ่งจะมาพร้อมกับ Intel Tiger Lake หรือ Gen 11 เร็วๆ นี้

เบื้องต้นพอร์ต Thunderbolt 4 จะอยู่ในฟอร์ม USB-C ตามปกติสามารถใช้งานร่วมกับ Thunderbolt 3 ได้อย่างไม่มีปัญหา ซึ่งสามารถทำงานได้ครอบจักรวาลทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นถ่ายโอนข้อมูล, ชาร์จไฟ,  ต่อจอ, ต่อ eGPU โดยใช้สายเคเบิลเพียงเส้นเดียว ไม่ต้องเสียบอุปกรณ์หรือมีสายอะไรให้เกะกะ ซึ่งจะมีให้ใช้ทั้งบน PC และ Mac แน่นอนในอนาคต

ส่วนความแตกต่างหลักๆ ระหว่าง Thunderbolt 4 กับ 3 คือเรื่องการรองรับที่ Thunderbolt 4 ทำได้มากกว่าทั้งการรรองรับหน้าจอ 4K สองจอหรือหนึ่งหน้าจอแบบ 8K, การรับส่ง PCIe ที่ระดับ 32 Gb/s, รองรับ dock ที่มีพอร์ต Thunderbolt ได้สูงสุด 4 พอร์ต, รองรับการ Wake from sleep เมื่อต่อ dock และฟีเจอร์ด้านความปลอดภัย Intel VT-d เพิ่มเข้ามา

เรียกได้ว่า Thunderbolt 4 จะถือเป็นมาตรฐานใหม่ของพอร์ตในยุคอนาคตที่รองรับการใช้งานทุกอย่างจริงๆ โดยเฉพาะต่อจอ 8K ที่บอกเลยว่าสุดจัดจริงๆ ซึ่งปัจจุบันเอาแค่ Thunderbolt 3 ก็ถือว่าดีมากๆ แล้ว หวังว่าในอนาคตขอแค่มีโน้ตบุ๊คทุกเครื่องมี Thunderbolt 3 มาให้เป็นขั้นต่ำก็จะสุดยอดมากเหมือนกัน พกที่ชาร์จอันเล็กอันเดียวใช้ได้ทั้งโน้ตบุ๊คและมือถือเลยนั่นเอง

 

ที่มา : intel

from:https://droidsans.com/intel-thunderbolt-4-gen-11/

Review | Lenovo ThinkBook 13s โน้ตบุ๊คสายทำงานครบเครื่อง หรูหรา จอ HDR ในราคาเบาๆ

สำหรับ Lenovo ThinkBook 13s รุ่นที่ทีมงานได้มารีวิวครั้งนี้จะเป็นรุ่นที่อัปสเปคขึ้นจากรุ่นช่วงปลายปีที่ผ่านมาขึ้นอีกขึ้น บอดี้ดีไซน์ต่างๆ ยังคงเดิม เพิ่มเติมคือจะใช้ซีพียูเป็น 10th Generation Intel® และเลือกใช้จอเป็นแบบ HDR ทำให้สีสันการแสดงผลสวยงามมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ส่วนรีวิวและผลการทดสอบต่างๆ จะเป็นยังไงบ้างไปดูด้านในกันได้เลยครับ

สเปคเบื้องต้น Lenovo ThinkBook 13s (รุ่นที่รีวิว)

  • Intel Core i5-10210U
  • Ram 8GB DDR4 bus 2666
  • SSD m.2 PCIe 256GB
  • หน้าจอ 13.3 นิ้ว Full HD IPS HDR
  • Wi-Fi 5 802.11ac, Bluetooth 5.2
  • น้ำหนัก 1.40 กิโลกรัม
  • Windows 10 Pro แท้
  • ราคาเริ่มต้น 24,120 บาท (รุ่นที่ทีมงานรีวิว 26,820 บาท เลือกปรับสเปคเพิ่ม-ลดได้)

ดีไซน์

เริ่มต้นมาดูที่งานดีไซน์ออกแบบกันก่อนสำหรับ Lenovo ThinkBook 13s ที่ต้องบอกเลยว่างานประกอบเนี้ยบแบบสุดๆ วัสดุตัวเครื่องจะเป็นอะลูมิเนียมขึ้นรูปเป็นชิ้นเดียว ทำให้มีความแข็งแรงแน่นหนามากกว่าโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ในช่วงราคาระดับเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด พร้อมกันน้ำหกเข้าสู่เครื่องได้สูงสุด 60 มล. อีกทั้งแกนฝาพับโลหะ Powdere-Metal แบบแกนคู่กางได้สูงสุด 180 องศาสะดวกทุกการใช้งานได้ไม่มีติดขัด สามารถกางเข้าออกด้วยการเปิด-ปิดกว่า 25,000 รอบ

สีสันบอดี้ตัวเครื่องจะเป็นโทนสีเทา Mineral Gray เรียบง่าย เข้าโทนกับโน้ตบุ๊คสายทำงานกึ่งๆ Business ถือไปใช้งานแล้วเสริมบุคลิกดูน่าเชื่อถือ อีกทั้งตัวเครื่องก็มาพร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัยที่เป็นการเข้ารหัสข้อมูลและงานจาก discrete Trusted Platform Module (dTPM) ที่ช่วยป้องกันข้อมูลที่สำคัญไม่ให้โดนเจาะง่ายๆ รวมถึงมีปุ่มสแกนลายนิ้วมือที่สามารถปลดล็อคเครื่องได้อย่างรวดเร็ว และมี ThinkShutter ม่านชัตเตอร์ปิดเลนส์กล้องแบบแมนวลที่ทำให้มั่นใจว่ากล้องจะใช้งานเฉพาะเวลาที่ต้องการเท่านั้น


(ม่านปิดชัตเตอร์กล้อง รูปซ้ายเปิด / รูปขวาปิด)

ทางด้านมิติตัวเครื่อง Lenovo ThinkBook 13s ถือว่าขนาดค่อนข้างเล็ก เพราะด้วยตัวเครื่องเป็นแบบขอบจอบาง ความกว้างตัวเครื่องใหญ่กว่ากระดาษ A4 นิดเดียว และมีความหนาเพียง 15.9 มม เท่านั้น รวมถึงน้ำหนักตัวเครื่องหนัก 1.4 กิโลกรัมอาจจะดูหนักไปสักนิด แต่ถือว่ายังพกพาไปไหนมาได้สะดวกอยู่

คีย์บอร์ด

สำหรับคีย์บอร์ดของ Lenovo ThinkBook 13s ถือว่าเป็นจุดเด่นของซีรีส์นี้เลยที่ถอดแบบออกมาจาก ThinkPad รุ่นพี่ใหญ่ ฟีลลิ่งการกดนุ่มมือแบบสุดๆ การเด้งรับสัมผัสไม่มีติดขัด จะพิมพ์เร็วแค่ไหนก็ไม่มีสะดุด อีกทั้งยังมาพร้อมกับไฟ Backlit สีขาวปรับได้ 2 ระดับไว้สำหรับใช้งานในที่มืดได้อีกด้วย เรียกว่าเป็นโน้ตบุ๊คอีกรุ่นที่ให้คีย์บอร์ดมาดีที่สุดรุ่นหนึ่งในช่วงงบราคานี้เลยก็ว่าได้เลยทีเดียว

หน้าจอ




(สีหน้าจอ HDR ดูคมเข้ม โดยเฉพาะสีดำที่ดำสนิมจริงๆ)

ถัดมาดูทางด้านหน้าจอของ Lenovo ThinkBook 13s กันบ้าง ต้องบอกตามตรงเมื่อเปิดใช้งานครั้งแรก รู้สึกได้เลยว่าจอรุ่นนี้ไม่ธรรมดา สีสันคมชัดเอามากๆ โดยตัวเครื่องจะเป็นแบบจอด้านความละเอียด Full HD พาเนล IPS พร้อม Dolby Vision HDR ที่ให้ความสว่างมาสูงถึง 300Nits และให้ขอบเขตสีสูงสุดถึง 100% sRGB อีกด้วย จะเอามาทำงานกราฟิกที่เน้นความเที่ยงตรงของสีก็ถือว่าโอเคเหมือนกัน

พอร์ตเชื่อมต่อ


(พอร์ตเชื่อมต่อด้านข้างตัวเครื่องด้านซ้าย และ ด้านขวา)

ในส่วนของพอร์ตเชื่อมต่อของ Lenovo ThinkBook 13s ก็ถือว่าให้มาให้ค่อนข้างครบคือมีทั้ง USB Type C แบบ PD ที่สามารถชาร์จไฟได้ (อะแดปเตอร์ตัวเครื่องก็ให้มาเป็นแบบสาย Type C เช่นกัน), USB 3.1 Type A จำนวน 2 พอร์ต, HDMI 1.4b และ Headset 3.5 mm เพียงพอต่อการใช้งานทั่วๆ ไป แต่แอบเสียดายนิดหนึ่งตรงที่ตัวเครื่องไม่มีช่องอ่าน SD Card มาให้ ซึ่งหากใครที่จำเป็นต้องใช้คงต้องซื้อ Card Reader มาเสียบเพิ่มเอาเองอีกที

การใช้งาน

สเปคเครื่อง Lenovo ThinkBook 13s เครื่องที่ได้รีวิวมานี้จะใช้เป็นซีพียูที่เป็น Intel Core i5-10210U ความเร็ว 1.60 – 4.20 Ghz แบบ 4 Core/ 8 Thread ขนาด 14 nm ค่า TDP 15w การ์ดจอแยกใช้เป็น AMD Radeon 630,  Ram 8GB DDR4 2666MHz และ SSD m.2 PCIe 256GB

ทดสอบความเร็วของ SSD m.2 PCIe ด้วยโปรแกรม CrystalDiskMark ได้ค่า Read อยู่ที่  3333.01 MB/s และ Write อยู่ที่ 2292.23 MB/s ถือว่าค่อนข้างสูง สามารถเปิด-ปิดเครื่อง และโปรแกรมได้อย่างรวดเร็วไม่มีติดขัด โดยสามารถใช้พื้นที่จริงที่ได้สูงสุด 237GB ด้วยกัน

ถัดมาลองทดสอบการเล่นเกมกันบ้าง โดยทีมงานได้ทดสอบเล่นเกม DOTA 2 (ดูแมทซ์) ปรับกราฟิกระดับ Medium ความละเอียด Full HD โดยได้ค่าเฟรมเรทเฉลี่ยอยู่ที่ 70FPS, สูงสุด 94FPS, ต่ำสุด 44FPS ด้วยกัน ก็ถือว่าสามารถเล่นเกมกราฟิกไม่หนักมากได้อยู่สำหรับ Lenovo ThinkBook 13s

ผลทดสอบ PCMark 10 ได้คะแนนรวมอยู่ที่ 4238 คะแนน ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูงเหมือนกันสำหรับโน้ตบุ๊คสายทำงาน จะเอาไปทำงานแต่งภาพ ทำงานเอกสาร วิดีโอคอล ได้สบายๆ หรือเอาไปทำงานตัดต่อก็พอทำได้ในระดับหนึ่งเหมือนกันครับ

มาดูทางด้านระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่กันบ้าง ทีมงานทดสอบโดยการต่อ Wifi ดู YouTube ปรับแสงหน้าราว 30% เปิดเสียงความดังลำโพง 30% ผลปรากฏว่าสามารถใช้งานได้สูงสุดอยู่ที่ 7 ชั่วโมง 24 นาทีด้วย ซึ่งถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานในการพกพาไปไหนอยู่เหมือนกัน

หลังจากที่ทดสอบเล่นเกมและทำงานต่างๆ คราวนี้มาดูอุณหภูมิตัวซีพียูกันบ้างซึ่งจะมีความร้อนสูงสุดอยู่ที่ 93 องศา ส่วนอุณหภูมิการ์ดจอแยกร้อนสูงสุดอยู่ที่ 69 องศา ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติไม่ได้ร้อนจนเกินไป

สรุป

สำหรับ Lenovo ThinkBook 13s เรียกได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊คสายทำงานที่น่าสนใจมากๆ รุ่นหนึ่ง ณ เวลานี้เลย ด้วยงานประกอบที่แข็งแรง วัสดุเป็นโครงสร้างเป็นอะลูมิเนียมทั้งชุด แกนฝาพับกางได้ 180 องศา กันน้ำหก 60 มล เรื่องความทนทานนี่บอกเลยว่าไม่เป็นสองรองใครแน่นอน

จุดเด่นของรุ่นนี้ที่เห็นได้ชัดเจนอีกอย่างคือหน้าจอที่มีขอบเขตสีสูงถึง 100% sRGB มีระบบ Dolby Vision และ HDR ทำให้การแสดงผลที่ได้มีสีสันความคมชัดและการแสดงเม็ดสีแม่นยำมากกว่าโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ในช่วงเรทราคาเดียวกันอย่างรู้สึกได้

ส่วนฟีเจอร์อื่นๆ ที่เพิ่มเข้ามากที่แตกต่างจากคนอื่นคือ มีเรื่องของระบบรักษาความปลอดภัยอย่างการเข้ารหัสข้อมูล dTPM, มี ThinkShutter ม่านชัตเตอร์ปิดเลนส์กล้องแบบแมนวล และปุ่มสแกนลายนิ้วที่สามารถสแกนล็อคอินเข้าเครื่องได้อย่างรวดเร็วโดยไม่จำเป็นต้องเข้ารหัสอีกด้วย รวมถึงการบริการต่างๆ ของทาง Lenovo ที่ครอบคลุมการใช้งานตั้งแต่ออกมาจากโรงงานจนถึงหลังการใช้งานและสามารถเลือกบริการได้สูงสุดถึง 5 ปี ลูกค้าสามารถ upgrade เป็น premier support  ที่ดูแลระหว่างการใช้งาน สามารถติดต่อทีมบริการหลังการขายที่สะดวกตลอด 24×7 มีเจ้าหน้าที่ดูแลเคสเป็น Key Contact Point หมดความกังวลเรื่องอะไหล่ พร้อมเจ้าหน้าที่ onsite ในวันทำการถัดไป

โดยรวมแล้ว Lenovo ThinkBook 13s ทั้งด้านคุณภาพเรื่องงานประกอบ และการใช้งานประสิทธิภาพต่างๆ ถือว่าสอบผ่านได้อย่างสบายๆ ซึ่งถ้าใครที่ต้องการโน้ตบุ๊คจอสวย บอดี้แข็งแรง คีย์บอร์ดเยี่ยม บอกเลยว่าเจ้าโน้ตบุ๊คตัวนี้ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ลองไปสัมผัสดูแล้วจะชอบแน่นอนครับ

ข้อดี

  • วัสดุบอดี้เป็นอะลูมิเนียมทั้งชุด งานประกอบแน่น แข็งแรงทนทาน
  • คีย์บอร์ดฟีลลิ่งการกดนุ่มมือ พิมพ์เร็วๆ ได้ไม่มีติดขัด
  • หน้าจอสีสวยมาก รองรับ HDR ขอบเขตสีสูงถึง 100% sRGB และกางได้ 180 องศา
  • มี ThinkShutter ม่านชัตเตอร์ปิดเลนส์กล้องแบบแมนวล ช่วยรักษาความเป็นส่วนตัว
  • มีปุ่มสแกนลายนิ้วมือ ล็อคอิน-เอาท์ ได้อย่างรวดเร็ว
  • กันน้ำหกเข้าสูงเครื่องได้สูงสุด 60 มิลลิลิตร
  • ชาร์จไฟผ่าน USB Type C แบบ PD ได้
  • ลำโพง Stereo ใช้ระบบเสียง Harman ให้คุณภาพเสียงที่ดี ไพเราะ ไม่แบน
  • ตัวเครื่องมาพร้อมกับ Windows 10 แท้ในตัวพร้อมใช้งาน
  • การบริการต่างๆที่ครอบคลุม ไม่ต้องกังวลตลอดการใช้งาน ถ้าเครืองมีปัญหา

ข้อสังเกต

  • น้ำหนัก 1.4 กิโลกรัม ถือว่าค่อนข้างหนักไปสักนิด
  • ลำโพงเปิดสุดเสียงเบาไปหน่อย
  • สเปคเริ่มต้นเป็น Ram 4GB แนะนำว่าควรเลือกปรับเป็น Ram 8GB หรือมากกว่า

from:https://droidsans.com/review-lenovo-thinkbook-13s/

เปรียบเทียบเกมมิ่งโน้ตบุ๊ค สเปค AMD Ryzen 4000 ทั้ง ASUS, HP, Lenovo และ MSI รุ่นเริ่มต้น ซื้อตัวไหนดี

ช่วงนี้กระแสเกมมิ่งโน้ตบุ๊คที่ใช้สเปคเป็นซีพียู AMD Ryzen 4000 Series  ถือว่ากำลังมาแรงเลยทีเดียว ซึ่งเมื่อเทียบเงินกับสเปคที่จ่ายถือว่าคุ้มค่ามากๆ โดยในตลาดตอนนี้ก็แบรนด์นำเข้ามาขายด้วยกันทั้งหมด 4 เจ้าคือ ASUS, HP, Lenovo และ MSI ราคาเริ่มต้นที่สองหมื่นกลางๆ ซึ่งแต่ละรุ่นจะมีรายละเอียดและจุดเด่นกันตรงไหนบ้างไปดูกันครับ

รุ่นเริ่มต้นของแต่ละแบรนด์ที่วางจำหน่ายอยู่ตอนนี้

  • ASUS TUF Gaming A15 FA506II-HN138T
  • HP Pavilion Gaming 15-EC1046AX
  • Lenovo Legion 5 15 ARH05-82B5001CTA
  • MSI Bravo 15 A4DDR-038TH 

ตารางเปรียบเทียบสเปคทั้ง 4 รุ่น

 Model  ASUS TUF FA506 HP Pavilion Gaming  Lenovo Legion 5  MSI Bravo 15 
CPU AMD Ryzen 5 4600H
GPU GTX 1650Ti GTX 1650 RX5500M
Ram 8 GB DDR4
Storage SSD m.2 PCIe 512GB
Display 15.6″ 144Hz 62% sRGB  15.6″ 144Hz 100% sRGB  15.6″ 120Hz 62% sRGB
Connection WiFi 5, Bluetooth 5.0 WiFi 6, Bluetooth 5.0
Port
  • USB 3.2 Type A x2
  • USB 2.0 Type A x1
  • USB 3.2 Type C with DP x1
  • Lan, HDMI, Headset 3.5mm
  • USB 3.1 Type A x1
  • USB 2.0 Type A x1
  • USB 3.1 Type C x1
  • SD Card Reader
  • Lan, HDMI, Headset 3.5mm
  • USB 3.1 Type A x4
  • USB 3.1 Type C with DP x1
  • Lan, HDMI, Headset 3.5mm
  • USB 3.2 Type A x2
  • USB 3.2 Type C x2
  • Lan, HDMI, Headset 3.5mm
Weight 2.3 กก 1.96 กก
Warranty 2 ปี (Perfect Warranty 1 ปีแรก) 2 ปี Onsite 2 ปี
Price 26,990 บาท 25,990 บาท 26,990 บาท 29,990 บาท

หมายเหตุ

  • ทุกรุ่นใช้จอเป็นความละเอียด Full HD พาเนล IPS เหมือนกันหมด
  • ราคาอ้างอิงจากเว็บร้านค้าชั้นนำที่จัดจำหน่าย

จุดเด่นที่น่าสนใจของแต่ละรุ่น

ASUS TUF Gaming A15 FA506II-HN138T

สำหรับจุดเด่นของ TUF รุ่นนี้เลยคือให้การ์ดจอแยกมาแรงกว่าใครเป็น NVIDIA GTX 1650Ti 4GB GDDR6 พร้อมกับมีฟีเจอร์ Anti-Dust เป็นช่องช่วยระบายฝุ่นออก มี USB Type C แบบ DP ต่อจอแยกได้ อีกทั้งเป็นรุ่นเดียวที่มีประกันอุบัติเหตุ Perfect Warranty ให้ 1 ปีแรกอีกด้วย

HP Pavilion Gaming 15-EC1046AX

ถัดมาดูทางด้านแบรนด์ HP กันบ้าง จุดเด่นของรุ่นนี้ที่โดดเด่นกว่าใครเลย คือเป็นรุ่นเดียวที่ให้หน้าจอขอบเขตสี 72% NTSC หรือ 100% sRGB มากกว่าใคร เหมาะกับคนที่ต้องการเกมมิ่งโน้ตบุ๊คเอามาทำงานกราฟิก แต่งภาพอะไรด้วย แถมมี SD Card Reader ตัวเต็มในตัวไม่ต้องซื้อแยก รวมถึงได้ WiFi 6 ประกัน Onsite 2 ปี และราคาถูกกว่าใครเพื่อนในตลาด

Lenovo Legion 5 15 ARH05-82B5001CTA

ต่อมาเป็น Lenovo ซีรีส์ Legion 5 ที่เพิ่งเปิดตัวมาใหม่ล่าสุด โดยจุดเด่นของรุ่นนี้ดีไซน์ที่ดูเงียบง่ายที่สุด สีสันโทนดำเทา สเปคทุกอย่างดูกลางๆ มี WiFi 6 พร้อมกับมี USB 3.1 Type A ถึง 4 พอร์ตซึ่งถือว่าให้มาเยอะมากๆ ซึ่งตัวเครื่องจะย้ายพอร์ตเชื่อมต่อส่วนใหญ่มาอยู่ที่ด้านหลังตัวเครื่อง และมีประกันแบบพรีเมียม 2 ปี Onsite แถมให้ฟรีเฉพาะคนที่ซื้อในช่วงโปรโมชันนี้อีกด้วย (ถ้าเพิ่ม 1000 บาทได้จอ 144Hz 100% sRGB)

MSI Bravo 15 A4DDR-038TH 

สุดท้ายกับ MSI Bravo 15 ที่เป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊ครุ่นเดียวในตลาดตอนนี้ที่ใช้ทั้งซีพียูและการ์ดจอเป็น AMD ล้วน โดยการ์ดจอเป็น Radeon RX 5500M ทำให้ใช้ AMD FreeSync ร่วมกับหน้าจอ 120Hz ได้ ซึ่งความแรงถือว่าพอๆ กับ GTX 1650Ti และตัวเครื่องมีน้ำหนักเบาที่สุดหนักเพียง 1.96 กิโลกรัมเท่านั้น พกพาสะดวกกว่าใคร รวมถึงระบบระบายความร้อนมีฮีทไปป์มาให้ถึง 6 เส้นอีกด้วย

เรียกได้ว่าหากเพื่อนๆ คนไหนสนใจรุ่นไหนตอนนี้ก็สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ทุกรุ่น ซึ่งมีวางจำหน่ายแล้วที่ร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ แนะนำว่าหากจะไปซื้อตามหน้าร้านให้โทรสอบถามที่ร้านดูก่อน เพราะของแต่ละรุ่นในนี้ค่อนข้างหายากอยู่เหมือนกัน ส่วน Acer Nitro 5 กับ Dell G5 SE ที่ใช้สเปคเป็น AMD Ryzen 4000 Serie ก็คาดว่าคงเตรียมใกล้วางจำหน่ายเร็วๆ นี้เช่นกันครับ

ตอนนี้ทาง Droidsans มีเพจ คอมคร้าบ แยกออกมาเป็นเรื่องคอมโดยเฉพาะ ทั้ง FaceBook และ YouTube ฝากกด Like กด Subscribe กันด้วยนะครับผม

Facebook : https://www.facebook.com/comcraft.ds
YouTube : https://www.youtube.com/c/comcraftds

from:https://droidsans.com/amd-ryzen-4000-compare-gaming-notebook/

Acer เปิดตัวโน้ตบุ๊ค Swift 5 SF514-55 รุ่นใหม่ สเปค Intel Tiger Lake-U (Gen 11) พร้อมจอสัมผัส 14 นิ้ว น้ำหนักไม่ถึง 1 กิโล

Acer เปิดตัวโน้ตบุ๊ค Swift 5 รุ่นใหม่รหัส SF514-55 ที่เป็นโน้ตบุ๊คสายทำงานน้ำหนักเบา สเปคบอกเลยว่าจัดเต็มมากๆ โดยมาพร้อมกับซีพียู Intel Gen 11 หรือ Tiger Lake-U ขนาด 10 nm ที่มีการ์ดจออนบอร์ด Intel Xe รุ่นใหม่แถมพ่วงมากับการ์ดจอแยกอย่าง NVIDIA GeForce MX350 อีกด้วย ในน้ำหนักตัวเครื่องไม่ถึง 1 กิโลกรัม ใครที่กำลังอยากได้โน้ตบุ๊คทำงานน้ำหนักเบาๆ เตรียมรอสอยได้เลยครับ

สเปคเบื้องต้นของ Acer Swift 5 ตัวใหม่

  • Intel Tiger Lake-U สูงสุด i7 (10 nm)
  • NVIDIA GeForce MX350
  • Ram up to 16GB LPDDR4X
  • SSD m.2 PCIe up to 1TB
  • จอสัมผัส 14 นิ้ว Full HD IPS 72% NTSC หรือ 100% sRGB
  • Wi-Fi 6
  • น้ำหนักไม่ถึง 1 กก. (คาดว่า 0.9 นิดๆ)

ทางด้านพอร์ตเชื่อมต่อจะมาพร้อมกับ USB 3.2 Type A x2, Thudnerbolt 3, HDMI และ รูหูฟังแบบ Headset 3.5 mm เพียงพอต่อการใช้งานทั่วๆ ไป ส่วนวัสดุบอดี้ตัวเครื่องทำมาจากแมกนีเซียมลิเธียมและแมกนีเซียมอลูมิเนียมคุณภาพสูง แข็งแรงน้ำหนักเบา

สำหรับฟีเจอร์อื่นๆ ตัวจอ Acer Swift 5 รุ่นนี้เป็นจอทัชสกรีน Gorilla Glass ที่เคลือบ Antimicrobial เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียต่างๆ และ สามารถเลือกออปชั่นที่จะเคลือบสาร Antimicrobial เพิ่มที่คีย์บอร์ด หรือที่ Trackpad ได้ รวมถึงมีฟีเจอร์ชาร์จไว สามารถชาร์จ 30 นาที ใช้งานได้ถึง 4 ชั่วโมงอีกด้วย

โดย Acer Swift 5 จะเปิดให้ได้จับจองกันที่ต่างประเทศในช่วงเดือน ตุลาคม โดยมีให้เลือกถึงสองสีทอง Safari Gold และ เขียว Mystical Green โดยราคาเปิดตัวในสหรัฐฯ อยู่ที่ 999 เหรียญ หรือประมาณ 30,809 บาท ส่วนประเทศไทยจะวางขายตอนไหน ราคาเท่าไรยังไงก็ต้องรอติดตามกันต่อไปครับผม

 

ที่มา : NotebookCheck, PCmag

from:https://droidsans.com/acer-announce-new-swift-5-laptop-with-intel-tiger-lake/

AMD เปิดตัว Ryzen 3000XT Series อย่างเป็นทางการ พร้อมเตรียมปรับราคารุ่นเก่าลง คาดเริ่มจำหน่าย 7 ก.ค. 2563 นี้

ตลาดซีพียูคอมพิวเตอร์บอกเลยว่าดุเดือดไม่แพ้ใคร หลังจากที่ Intel ได้เปิดตัวซีพียู Gen 10 บน Desktop PC ไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา AMD จะเตรียมออกรุ่นใหม่ ซึ่งก็คือ Ryzen 3000XT Series ที่จะเป็นรุ่นอัปเกรดจาก Ryzen 3000X Series ให้มีคล็อคสปีดที่สูงขึ้น อีกทั้งปรับราคาซีพียูรุ่นเก่าลงอีกด้วย  รายละเอียดและราคาแต่ละรุ่นจะเป็นยังไงบ้างไปดูกันครับ

Model

Core/Thread

Speed

TDP

Price

ตีเป็นเงินไทย

Ryzen 9 3950X 16/32 3.5-4.7 GHz 105W 699 $ ~21,700 บาท
Ryzen 9 3900XT 16/32 3.8-4.7 GHz 105W 499 $ ~15,500 บาท
Ryzen 9 3900X 16/32 3.8-4.6 GHz 105W 449 $ ~14,000 บาท
Ryzen 7 3800XT 8/16 3.9-4.7 GHz 105W 399 $ ~12,400 บาท
Ryzen 7 3800X 8/16 3.9-4.5 GHz 105W 349 $ ~10,800 บาท
Ryzen 7 3700X 8/16 3.6-4.4 GHz 65W 329 $ ~10,200 บาท
Ryzen 5 3600XT 6/12 3.8-4.5 GHz 95W 249 $ ~7,700 บาท
Ryzen 5 3600X 6/12 3.8-4.4 GHz 95W 224 $ ~7,000 บาท
Ryzen 5 3600 6/12 3.6-4.2 GHz 65W 199 $ ~6,200 บาท

(ตารางข้างต้นอ้างอิงราคาจากเมืองนอก)

สำหรับ AMD Ryzen 3000XT รุ่นใหม่นี้จะใช้ชื่อว่าเป็น Matisse Refresh หรือรุ่นอัปเกรดของ 3000X ใช้ Socket AM4 สถาปัตยกรรม Zen 2 ขนาด 7nm เหมือนเดิม โดยที่สิ่งที่อัปเกรดมาเดิมก็คือเพิ่มท็อปสปีด Turbo Boost อีก 100-200 MHz โดยเปิดตัวมา ทั้งหมด 3 รุ่นคือ

  • Ryzen 9 3900XT เพิ่มท็อปสปีดจาก 3900X อีก 100MHz
  • Ryzen 7 3800XT เพิ่มท็อปสปีดจาก 3800X อีก 200MHz
  • Ryzen 5 3600XT เพิ่มท็อปสปีดจาก 3600X อีก 100MHz

เรียกได้ว่าหากดูจากสเปคแล้วตัว Ryzen 7 3800XT ดูน่าจะคุ้มค่าที่สุดเพราะ เพิ่มสปีดมาถึง 200MHz เยอะกว่ารุ่นอื่นๆ นั่นเอง นอกจากนี้ทาง AMD ที่ต่างประเทศก็เตรียมปรับราคารุ่นเก่าลง ลดสูงสุดถึง 50 เหรียญบน Ryzen 3900X จากปกติ 499 เหรียญ เหลือ 449 เหรียญเท่านั้น ส่วน Ryzen 7 3800X และ Ryzen 5 3600X ก็ลดราคา 40 เหรียญ และ 25 เหรียญ ตามลำดับ

หรือจะพูดอีกนัยหนึ่งก็คือพวกรุ่น Ryzen 3000XT Series นี้ราคาและตำแหน่งจะมาแทนที่ 3000X ตัวเก่า แล้ว Ryzen 3000X ตัวเก่าก็จะปรับราคาลงมานั่นเอง โดยจะเริ่มวางจำหน่ายซีพียูรุ่นใหม่นี้ในวันที่ 7 ก.ค. 2563 รวมถึงทาง AMD ยังได้พูดถึงเมนบอร์ดตัวใหม่ที่ใช้ชิปเซ็ตเป็น A520 ด้วย ซึ่งคาดว่าจะเตรียมวางจำหน่ายในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ โดยจะมีทั้งหมด 6 แบรนด์ คือ ASRock, ASUS, Biostar, Colorful, GIGABYTE, และ MSI

ส่วนทางประเทศไทยจะวางจำหน่าย Ryzen 3000XT Series พร้อมกันกับต่างประเทศหรือไม่ ราคาเท่าไร จะปรับราคาตัวเก่าลงหรือเปล่า ยังไงก็ต้องรอติดตามกันต่อไปครับผม คาดว่าคงได้รู้กันเร็วๆ นี้แน่นอน

 

ที่มา : videocardz (1,2)

from:https://droidsans.com/amd-ryzen-3000xt-series/

ASUS เปิดตัว ExpertBook B9 โน้ตบุ๊คเบาที่สุดในโลก และ ProArt StudioBook สายทำงาน 3D มืออาชีพ

ASUS เปิดตลาดโน้ตบุ๊คสายมืออาชีพรุ่นใหม่ 2 รุ่นรวดทั้ง ExpertBook B9 ที่โน้ตบุ๊คสาย Business ธุรกิจน้ำเบาหนักที่สุดในโลก ด้วยน้ำหนักตัวเพียง 870 กรัมเท่านั้น บนหน้าจอขนาด 14 นิ้ว และอีกรุ่นสำหรับสายทำงาน 3D Workstation กับ ProArt StudioBook ที่มาพร้อมกับการ์ดจอ Quadro RTX สุดแรง โดยรายละเอียดแต่ละรุ่นจะเป็นยังไงบ้างไปดูกันครับ

(ในคลิป Unbox จะเป็นรุ่น ASUS ExpertBook B9 และ ProArt StudioBook W500G5T)

ASUS ExpertBook B9

สำหรับ ASUS ExpertBook B9 ตัวนี้ถือเป็นโน้ตบุ๊คสายธุรกิจที่มีน้ำหนักเบาที่สุดในโลกเพียง 870 กรัมเท่านั้น โดยมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 14 นิ้วขอบบางทั้ง 4 ด้าน สัดส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องสูงถึง 94% ความละเอียด Full HD พาเนล IPS โดยวัสดุตัวเครื่องบอดี้จะเป็นแมกนีเซียมลิเทียมอัลลอย แข็งแรงทนทาน และได้ผ่านการทดสอบมาตรฐาน Military Grade ระดับ MIL-STD 810G อีกด้วย บอกเลยว่าไม่ต้องกลัวว่าบอดี้จะหักพังง่ายๆ

การออกแบบบานพับสำหรับ ASUS ExpertBook B9 ตัวนี้ก็เป็นแบบ ErgoLift ที่จะช่วยยกตัวแป้นพิมพ์ให้สูงขึ้น พิมพ์งานได้สบายมือ ลำโพงก็ปรับจูนโดย Harman Kardon เรื่องเสียงก็ถือว่าดีเยี่ยมไม่แพ้ใคร ทัชแพดก็ออกแบบมาพิเศษมีฟีเจอร์เปลี่ยนเป็น Numpad ได้ แถมเรื่องแบตเตอรี่ทาง ASUS เคลมไว้ว่าสามารถใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 24 ชั่วโมงอีกด้วยอย่างถึก

นอกจากนี้ ASUS ExpertBook B9 ยังมาพร้อมกับชิป Trusted Platform Module 2.0 (TPM) ที่ช่วยกันการเข้ารหัสให้มีความปลอดภัยมากกว่าโน้ตบุ๊คปกติ มีเซ็นเซอร์ลายนิ้วมือ กล้อง IR และ Webcam shield ที่สามารถปิดกล้องแบบแมนนวลเองได้ รวมถึงเรื่องการเชื่อมต่อก็จัดมาให้เต็มที่คือมีทั้ง Thunderbolt 3 2 ช่อง และ WiFi 6 ในตัวด้วยนั่นเอง

ราคาและสเปค ASUS ExpertBook B9

  • รหัส BM0377T Intel Core i5-10210U, Ram 8GB, SSD m.2 PCIe 512GB, Batt 33 WHrs (up to 12 hrs.), Windows 10 Home, 0.88 KG ราคา 38,990 บาท
  • รหัส BM0377R Intel Core i5-10210U, Ram 8GB, SSD m.2 PCIe 512GB, Batt 33 WHrs (up to 12 hrs.), Windows 10 Pro, 0.88 KG ราคา 43,990 บาท
  • รหัส BM0209T Intel Core i7-10510U, Ram 16GB, SSD m.2 PCIe 1TB, Batt 66 WHrs (up to 12 hrs.), Windows 10 Home, 0.99 KG ราคา 44,990 บาท
  • รหัส BM0209R Intel Core i7-10510U, Ram 16GB, SSD m.2 PCIe 1TB, Batt 66 WHrs (up to 12 hrs.), Windows 10 Pro, 0.99 KG ราคา 49,990 บาท

ASUS ProArt StudioBook

ถัดมาจะเป็นรุ่น ASUS ProArt StudioBook ที่เป็นผลิตภัณฑ์โมบายล์เวิร์คสเตชั่นซีรีย์ใหม่ล่าสุดที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับงานกราฟิกระดับมืออาชีพโดยเฉพาะ มีให้เลือกตั้งแต่ราคา 64,900 – 399,990 บาทเรียกได้ว่าสุดจัดจริงๆ โดยรุ่นท็อปสุดจะเป็น ProArt StudioBook One (W590) โน้ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 15 นิ้วเครื่องแรกของโลกที่ใช้การ์ดจอเป็น NVIDIA Quadro RTX 6000 ร่วมกับ Intel Core i9 ความแรงล้นเหลือ

อีกทั้งยังมาพร้อมกับหน้าจอที่มีความคมชัดสูงเป็นพิเศษ 4K UHD ที่ได้รับการรับรอง PANTONE Validated ให้สีที่เที่ยงตรง และมีค่า Delta E<1 เรื่องหน้าจอนี่เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบอย่างที่สุดสำหรับงานออกแบบผลิตภัณฑ์, การสร้างอนิเมชั่นสามมิติ, และงานวิทยาศาสตร์ข้อมูล (data science)

ส่วนทางด้าน ProArt StudioBook Pro X (W730) จะเป็นโมบายล์เวิร์คสเตชั่นที่ใช้การ์ดจอ Quadro เช่นเดียวกัน โดยจะเป็นรุ่น Quadro RTX 5000 ทำงานร่วมกับ Intel Xeon ขนาดหน้าจอ 17 นิ้วใหญ่เต็มตา แถมเป็นเครื่องแรกที่มาพร้อมกับกรอบหน้าจอบางพิเศษสี่ด้านแบบ four-sided NanoEdge อีกทั้งตัวทัชแพดก็เป็นแบบ ASUS ScreenPad 2.0 ช่วยให้การทำงานเป็นจอที่สองร่วมกับแอปพลิเคชันต่างๆ ได้ง่ายสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

และสุดท้ายคือเจ้า ProArt StudioBook รุ่นธรรมดาซึ่งจะมีหลายซีรีส์แตกย่อยออกมาอีก คือ H500, W700 และ W500 ซึ่งสเปคและฟีเจอร์ต่างๆ เรียงมาตามลำดับ เพื่อให้ได้ราคาที่จับจองง่ายมากยิ่งขึ้น เหมาะกับนักเรียนนักศึกษาหรือใครที่กำลังจะเริ่มจริงจังมาในทางสาย Creator นี้นั่นเอง

ราคาและสเปคของ ASUS ProArt StudioBook

  • ProArt StudioBook H500GV-HC002T Intel Core i7-9750H, RTX 2060, Ram 16GB DDR4,  SSD m.2 PCIe 1TB, จอ 15.6” 4K UHD IPS (100% Adobe RGB), Wifi 6, Windows 10 Home  ราคา 64,990 บาท
  • ProArt StudioBook W700G3T- AV091R Intel Xeon E-2276M, Quadro RTX 3000, Ram 32GB DDR4 (ECC) , SSD m.2 PCIe 1TB, จอ 17” WUXGA 1920 x 1200 (16:10) IPS (97% DCI-P3), Wifi 6, Windows 10 Pro ราคา 99,990 บาท
  • ProArt StudioBook W500G5T- HC006T Intel Core i7-9750H, Quadro RTX 5000, Ram 48GB DDR4, SSD m.2 PCIe 2 TB (1+1 ต่อ RAID0), จอ 15.6” UHD 4K IPS (100% Adobe RGB), Wifi 6, Windows 10 Home ราคา 149,990 บาท
  • ProArt StudioBook Pro X W730G5T- H8104R Intel Xeon E-2276M, Quadro RTX 5000, Ram 64GB DDR4 (ECC), SSD m.2 PCIe 4 TB (2+2 ต่อ RAID0), จอ 17” WUXGA 1920 x 1200 (16:10) IPS (97% DCI-P3), Wifi 6, ScreenPad 2.0, Windows 10 Pro ราคา 199,990 บาท
  • ProArt StudioBook One W590G6T- HI004R Intel Core i9-9980HK, Quadro RTX 6000, Ram 64GB DDR4, SSD m.2 PCIe 1TB, จอ 15.6” UHD 4K IPS (100% Adobe RGB), Wifi 6, Windows 10 Pro ราคา 399,990 บาท (By order)

โดยโน้ตบุ๊คทั้ง 2 ซีรีย์นี้ คือ ASUS ExpertBook B9450 และ ProArt StudioBook ทุกรุ่น จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 16 มิ.ย. 2563 นี้เป็นต้นไป ทุกเครื่องจะมาพร้อมกับการรับประกัน 3 ปีทั่วโลก, On-Site Service 3 ปี (เฉพาะในประเทศไทย) รวมถึงมีประกันอุบัติเหตุ Perfect Warranty 1 ปีแรก(เฉพาะในประเทศไทย) ให้อีกด้วย เรียกได้ว่า ASUS เปิดตัวมาสองซีรีส์นี้จัดหนักจัดเต็มจริงๆ ครับ

และรอติดตามรีวิว ASUS ExpertBook B9450 และ ProArt StudioBook W500G5T เร็วๆ นี้มีมาแน่นอนครับ

from:https://droidsans.com/asus-expertbook-b9-proart-studiobook/