คลังเก็บป้ายกำกับ: PC-NEWS

คลอดแล้ว! Samsung 980 PRO PCIe 4.0 ไฮเอนด์เกมเมอร์และมือโปร Fast เร็วกว่าเดิม 10 เท่า

คลอดแล้วอย่างเป็นทางการกับ SSD สายโหด Samsung 980 PRO กับฟีเจอร์ PCIe 4.0 ใหม่ล่าสุด เข้าได้ทั้งแพลตฟอร์ม Intel และ AMD ความเร็วระดับ 7,000MB/s และความจุให้เลือกถึง 1TB เอาใจเกมเมอร์ที่ต้องการความเร็วและพื้นที่ในการติดตั้งเกมใหม่ๆ รวมถึงผู้ใช้ระดับมืออาชีพ บนเครื่องพีซีไฮเอนด์และ Workstation

Samsung 980 PRO

Samsung เปิดตัว SSD รุ่นใหม่ระดับฮาร์ดคอร์เกมเมอร์และมืออาชีพ 980 PRO ในซีรีส์สายโหด ที่ให้ความเร็วในการทำงานสูง กลุ่มผู้ใช้ที่เน้นความเร็วในการอ่าน-เขียนข้อมูลที่รวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานด้านกราฟิก ร่วมกับความละเอียดระดับ 4K หรือ 8K เล่นเกมที่หนักหน่วง ด้วยการใช้ V-NAND ที่สุดจัดในสายนี้ MLC คุณภาพสูง ร่วมกับคอนโทรลเลอร์ของ Samsung เอง และช่องทางการเชื่อมต่อ PCIe 4.0 ซึ่งทำให้ SSD รุ่นนี้ มีความเร็วในการอ่าน-เขียนข้อมูลสูงสุดที่ 7,000MB/s และ 5,000MB/s ตามลำดับ ซึ่งความเร็วของ Random Read/ Write นั้นไปแตะที่ 1,000K IOPS นั่นหมายถึงเร็วกว่า SSD PCIe 3.0 กว่าเท่าตัว และมากกว่า SSD SATA III สิบเท่า

Samsung 980 PRO

นอกจากนี้ Samsung ยังได้ออกแบบการจัดการความร้อนที่ดีขึ้น ด้วยการใช้นิกเกิลเคลือบไปบนคอนโทรลเลอร์และแผ่นลาเบล ที่ทำหน้าที่เป็น Heat spreader ในการกระจายความร้อนที่ด้านหลังของ SSD อีกด้วย ที่นับว่าเป็นการพัฒนารูปแบบการระบายความร้อนใหม่ในรูปแบบของ M.2 ที่ทำให้บางเบาลงได้ และเทคโนโลยี Samsung’s Dynamic Thermal Guard ในการควบคุมความร้อนของไดรฟ์ได้อีกด้วย

Samsung 980 PRO

Samsung 980 Pro SSD มีความจุให้เลือกตั้งแต่ 250GB, 500GB และ 1TB จะเริ่มวางขายใน กันยายนนี้ ส่วนในรุ่น 2TB คาดว่าจะขายในช่วงสิ้นปี ราคาเริ่มต้นที่ 89.99USD หรือประมาณ 3,000 บาท สำหรับ 250GB

ที่มา: SSD 980 PRO

from:https://notebookspec.com/samsung-980-pro-ssd-hiend-gamer/538488/

XPG Gammix S70 สุดยอด M.2 SSD จาก ADATA ความเร็วสูง

XPG Gammix S70 แหล่งเก็บข้อมูลมาตรฐาน PCIe Gen4x4 จากทาง ADATA เปิดตัวอย่างเป็นทางการ มาพร้อมกับความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมูลที่สูงกว่า SSD ของเครื่อง PlayStation 5 แถมขนาดความจุก็ยังสูงกว่า จะน่าสนใจมากแค่ไหนนั้นไปติดตามกัน

XPG Gammix S70

XPG Gammix S70

ADATA หนึ่งในผู้ผลิตแหล่งเก็บข้อมูลชื่อดังได้ทำการเปิดตัวแหล่งเก็บข้อมูลแบบ M.2 2280 SSD มาตรฐาน PCIe Gen4x4 รุ่นใหม่อย่าง XPG Gammix S70 ออกมาอย่างเป็นทางการ ซึ่งสเปคของ XPG Gammix S70 นั้นเรียกได้ว่าน่าสนใจเอามากๆ โดยมันมาพร้อมกับความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมุลดังต่อไปนี้

  • ความเร็วในการอ่านข้อมุลแบบลำดับสูงสุดที่ 7,400 MB/s
  • ความเร็วในการเขียนข้อมูลแบบลำดับสูงสุดที่ 6,400 MB/s
  • MTBF(mean time between failures) อยู่ที่ 2,000,000 ชั่วโมง
  • รองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อแบบ PCIe 4.0 และ  PCIe 3.0
  • มาพร้อมกับฮีทซิงค์สำหรับระบายความร้อนที่สามารถช่วยในการระบายความร้อนได้มากกว่าเดิม 30%
  • มาพร้อมกับขนาดความจุ 1 TB และ 2 TB
  • ระยะเวลารับประกันอยู่ที่ 5 ปี

ทั้งนี้การที่จะใช้ XPG Gammix S70 ได้ที่ความเร็วสูงสุดตามโฆษณานั้นมีข้อกำหนดอยู่หนึ่งอย่างก็คือเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่านต้องรองรับมาตรฐาน PCIe 4.0 ซึ่งในปัจจุบั้นนั้นจะมีเฉพาะผู้ที่ใช้หน่วยประมวลผล AMD Ryzen 3000 ซีรีส์เท่านั้นถึงจะสามารถสัมผัสความแรงดังกล่าวนี้ได้ น่าเสียดายที่ทาง ADATA นั้นยังคงไม่มีการเผยราคาและวันวางจำหน่ายของ XPG Gammix S70 ออกมาอย่างเป็นทางการ(แต่เชื่อว่าในไทยเรานั้นน่าจะสามารถหาซื้อได้ด้วยเช่นเดียวกันแทว่าคงต้องหลังเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วสักพัก)

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/xpg-gammix-s70-pcie-gen4x4-m-2-ssd-from-adata-will-woo-gamers-and-future-playstation-5-owners-alike/538473/

Rivet Networks เปิดตัว Killer 2.5 Gigabit Ethernet adapter

Rivet Networks หนึ่งในผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายชั้นนำได้ทำการเปิดตัวอะแดปเตอร์สำหรับเปลี่ยนพอร์ต USB Type-C มาตรฐาน 3.1 เป็นพอร์ตแลน(Ethernet RJ-45 jack) ที่มีความเร็วมากสุดถึง 2.5 Gb ภายใต้ชื่อไลน์ Killer ซึ่งมาพร้อมกับฟีเจอร์มากมายที่พัฒนาขึ้นมาสำหรับนักเล่นเกมโดยเฉพาะ

Rivet Networks

Rivet Networks Killer 2.5 Gigabit Ethernet adapter

สำหรับสเปคของ Rivet Networks Killer 2.5 Gigabit Ethernet adapter นั้นจะมีดังต่อไปนี้

  • ใช้พอร์ตการเชื่อมต่อ USB Type-C โดยหากต้องการให้รองรับความเร็วสูงสุดที่ 2.5 Gb จะต้องใช้พอร์ต Type-C ที่รองรับมาตรฐาน 3.1
  • รองรับความเร็ว 10/100/1000Mbps และ 2.5Gbps
  • เพื่อให้สามารถใช้งานที่ความเร็ว 2.5 Gbps ได้จะต้องใช้คู่กับสายมาตรฐาน Cat. 5e ขึ้นไป
  • มาพร้อมซอฟต์แวร์ Killer Extreme ที่มีฟีเจอร์สำหรับการเล่นเกมโดยเฉพาะอย่าง Prioritization Engine; GameFast Technology; Intelligence Engine; DoubleShot Pro และ Control Center 2.0
  • รองรับมาตรฐาน 2.5GBASE-T Alliance PHY Specification
  • รองรับมาตรฐาน IPv4 และ IPv6
  • รองรับฟีเจอร์ “jumbo” 16K-byte frames
  • รองรับมาตรฐาน IEEE’s 802.3az Energy Efficient standard และ 802.3x Full Duplex Flow control

ทั้งนี้ Rivet Networks Killer 2.5 Gigabit Ethernet adapter นั้นน่าจะเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับนักเล่นเกมโดยเฉพาะเนื่องจากว่าซอฟต์แวร์นั้นมาพร้อมกับโหมดที่ปรับแต่งมาเป็นพิเศษสำหรับการเล่นเกมอย่าง Extreme Gaming Mode ที่ให้ลำดับความสำคัญกับเกมก่อนเป็นอย่างแรก ทั้งนี้ Rivet Networks Killer 2.5 Gigabit Ethernet adapter วางจำหน่ายแล้วใน Amazon ที่ราคา $49.99 หรือประมาณ 1,570 บาท

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/rivet-networks-announces-the-new-killer-usb-type-c-3-1-adapter-to-2-5-gigabit-ethernet-adapter/538456/

จอคอม มืออาชีพ EIZO 37.5 นิ้ว Ultrawide สว่างเจิดจ้า sRGB 100% ตัดต่อ แต่งภาพ Good!

งานตัดต่อระดับมืออาชีพ ไม่ใช่แค่คอมแรง แต่ต้องมี จอคอม ระดับโปร คุณภาพสูง ให้ภาพคมชัด สีสันสมจริงด้วย ล่าสุด EIZO เปิดตัว จอในแบบ Ultrawide 37.5 นิ้ว โค้งกว้าง โอบสายตา ให้ขอบเขตสีที่แม่นยำ

จอคอม

EIZO FlexScan EV3895 ต้องเป็นจออีกรุ่นที่มืออาชีพหรือคนที่กำลังก้าวสู่วงการตัดต่อหรือแต่งภาพอย่างจริงจัง หันมาสนใจ เพราะแค่ค่ายนี้ ก็การันตีถึงความเป็นมือโปรได้อย่างชัดเจน จอคอมรุ่นใหม่ล่าสุดนี้มาในแบบ Ultrawide ซึ่งนับเป็นตัวแรกจากค่ายนี้ ที่มาในรูปลักษณ์ที่สวยงาม โดดเด่นตั้งแต่ฐานไปจนถึงตัวจอ เข้ากับไลฟ์สไตล์ในบ้าน ที่เน้นความทันสมัยหรือออฟฟิศที่ดูล้ำ หน้าจอขนาด 37.5″ ความละเอียด UWQHD+ 3840 x 1600 พิกเซล สัดส่วน 24:10 ฟีเจอร์มาแน่นมาก

จอคอม

หน้าจอใช้พาแนล IPS ให้มุมมองกว้าง คมชัด 178/ 178 องศา แต่ใครที่อยากได้จอนี้ อาจจะต้องมีโต๊ะยาวสักหน่อย เพราะความยาวก็ปาไป 120cm แล้ว ความหนาแน่นของพิกเซลอยู่ที่ 111 ppi และให้ความสว่างกว่าจอทั่วไป 300cd/m2 มีอัตราตอบสนอง 5ms และค่า sRGB 100%, DCI-P3 94% และจุดเด่นคือ คุณสามารถ Input มายังจอได้ถึง 3 device ด้วยกัน และแบ่งหน้าจอใช้งานได้กว้างขึ้น

จอคอม

สามารถปรับแต่งหรือควบคุมการทำงานด้วยระบบสัมผัส และใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ที่เชื่อมต่ออยู่ ไม่ว่าจะเป็นพีซีหรือโน๊ตบุ๊คได้ด้วยคีย์บอร์ดเพียงอันเดียว แต่ที่น่าสนใจคือ การมีพอร์ต USB Type-C ในการชาร์จไฟให้กับโน๊ตบุ๊คได้อีกด้วย ทำให้ไม่ต้องต่อสายชาร์จอุปกรณ์อื่นๆ ให้วุ่นวาย นอกจากนี้ยังมีพอร์ตสำหรับใช้งานมาให้อีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น HDMI, DisplayPort, USB Type-B และ LAN แต่ที่สำคัญมีลำโพงเสียง Surround มาในตัว

จอคอม

แต่จุดที่น่าสนใจของจอขนาดใหญ่แบบนี้ อยู่ที่การแบ่งพื้นที่ใช้งานได้สะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่ทำงานด้านกราฟิกหรือมัลติมีเดีย เพราะจะใส่เมนูหรือเปิดภาพพรีวิวได้กว้างกว่าเดิม ด้วยการออกแบบที่บางและไร้ขอบ ทำให้พื้นที่ในการใช้งานกว้างกว่าที่คิด และยังใช้ต่อมัลติมอนิเตอร์ได้แนบเนียนยิ่งขึ้น มีให้เลือกทั้งสีขาวและดำ ผู้ใช้สามารถเก็บสายเข้ากับขาตั้งจอได้อีกด้วย โต๊ะทำงานจะสะอาดขึ้นจนผิดหูผิดตากันเลยทีเดียว นอกจากนี้จอจาก EIZO ยังมาพร้อม EcoView อันเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะ ช่วยลดการใช้พลังงานลงได้ถึง 40% ราคายังไม่เคาะออกมาเป็นทางการ แต่คาดว่าไม่ต่ำกว่า 50,000 – 60,000 บาท

ที่มา: จอ EIZO

from:https://notebookspec.com/professional-monitor-eizo-37-5-flexscan/538037/

AMD Radeon RX 6000 จะมาพร้อมกับ 80 CUs และ 128 MB Infinity Cache

AMD Radeon RX 6000 กราฟิกการ์ดซีรีส์ใหม่ล่าสุดที่จะมีการเปิดตัวในเร็วๆ นี้ของทาง AMD เริ่มมีข้อมูลออกมามากขึ้น โดยจากข้อมูลใหม่นั้นพบว่า AMD Radeon RX 6000 นั้นจะมาพร้อมกับ Compute Units หรือ CUs มากถึง 80 CUs นอกเหนือไปจากนั้นแล้วสเปคต่างๆ ที่หลุดออกมานั้นยังน่าสนใจเป็นอย่างมาก จะมีอะไรบ้างนั้นไปติดตามกัน

AMD Radeon RX 6000

AMD Radeon RX 6000

ข้อมูลล่าสุดของชิปเซ็ท AMD Radeon RX 6000 ที่หลุดออกมานี้นั้นถูกปล่อยออกมาโดย RedGamingTech (RGT) ซึ่งจากข้อมูลนั้นพบว่า AMD Radeon RX 6000 จะมาพร้อมกับ 80 CUs ตามมาด้วยหน่วยความจำที่มี 256-bit memory interface พร้อมกับ 128 MB Infinity Cache แถมด้วยความเร็วสัญญาณนาฬิกาที่เท่ากันกับชิปกราฟิกที่ถูกใช้งานบน PlayStation 5 ทว่าบน PlayStation 5 นั้นตัวชิปกราฟิกจะมาพร้อมกับ Compute Units เพียงแค่ 36 CUs เท่านั้นนั่นทำให้หากเทียบกันแล้วชิปกราฟิก AMD Radeon RX 6000 สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นจะแรงกว่าชิปกราฟิกบน PlayStation 5 เป็นอย่างมาก

หมายเหตุ – ในส่วนของข้อมูลเรื่องหน่วยความจำนั้นยังคงมีการถกเถียงกันมากว่าจะใช้เป็นประเภทใด ทว่ามีการคาดการกันมากว่าอาจจะไม่ได้เป็น GDDR6X เนื่องจากทาง NVIDIA นั้นได้ร่วมเป็นคู่ค้ากับ Micron ที่เป็นเจ้าของเทคโนโลยีนี้ไปแล้ว

นอกไปจากนั้นแล้วยังพบว่า AMD Radeon RX 6000 นั้นจะมีอัตราการคายความร้อนสูงมากถึง 300 W TDP ซึ่งนั่นทำให้ตัวชิปนั้นน่าจะสามารถ Overclocked ความเร็วสัญญาณนาฬิกาจาก 2.23 GHz(คิดตามความเร็วสัญญาณนาฬิกาของชิปกราฟิกบน PlayStation 5) ไปอยู่ที่ 2.3 GHz ได้ ทว่านั่นก็แลกมากับการที่ตัวการ์ดนั้นจะต้องต่อไฟเพิ่มผ่านทาง 8-pin power connectors ถึง 2 ชุดด้วยกัน

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/amd-radeon-rx-6000-series-up-to-80-cus-with-a-256-bit-memory-interface-128-mb-of-infinity-cache-a-300-w-tdp-and-playstation-5-gpu-clock-speeds/537810/

หลุด GeForce RTX 3060 SUPER/ Ti New จัด CUDA 4,864 พร้อม GDDR6 8GB ขย่ม RTX 2080

หลุดข้อมูลล่าสุดของกราฟิกการ์ด GeForce RTX 3060 SUPER หรือ Ti ที่มีแผนจะปล่อยมาในช่วงพฤศจิกายนนี้ รายละเอียดต้องบอกว่าขยี้ใจคอเกมที่ครอง RTX 2000 serie เดิมพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นตัวเลข GPU หรือ CUDA core ก็ตาม พร้อมกับ VRAM ที่ไม่ธรรมดา

rtx 3060

ก่อนหน้านี้ที่ทาง nVIDIA เพิ่งจะประกาศเปิดตัว RTX 3070, RTX 3080 และ RTX 3090 ไป แต่หลายฝ่ายยังคงเชื่อว่า nVIDIA ยังวาง RTX 3060 เอาไว้เพื่อดูท่าทีในตลาด และหลังจากในช่วงเดือนที่ผ่านมา ก็มีข้อมูลค่อนข้างชัดว่า อาจคลอด RTX 3060 ออกมา และยังมี 2 โมเดลอีกด้วย ซึ่งทาง Videocardz แสดงความเห็นเอาไว้ในเรื่องนี้

rtx 3060

โดยที่ RTX 3060 จะเป็นน้องเล็กสุดในไลน์ผลิตภัณฑ์ และคาดว่าจะใช้พื้นฐานบนชิป GA106 ซึ่งยังไม่แน่ว่าจะเป็น RTX 3060 SUPER หรือ Ti แต่มีข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับกราฟิกการ์ดใหม่นี้บน Twitter ของ nVIDIA ว่าอาจเป็นไปได้ว่าทั้ง 2 โมเดล ที่จะใช้ GPU GA106 ส่วน GA104 จะเป็นหัวใจหลักของ RTX 3070 แต่ในส่วนของ 3060 นั้นจัดถูกทอนฟีเจอร์บางอย่างลง ซึ่งข้อมูลจาก @kopite7kimi ได้ระบุว่าจะมาพร้อม CUDA 4,863 core ซึ่งน้อยกว่า RTX 3070 อยู่ถึงประมาณ 1,000 ชุด รวมถึงใช้ VRAM GDDR6 8GB แม้ว่าขนาดจะดูไปตรงกับ RTX 3070 ก็ตาม

อย่างไรก็ดีข้อมูลอีกหลายที่ ยังกล่าวตรงกันว่า จะไม่ได้มีแค่ RTX 3060 เท่านั้น ที่จะคลอดมาในเวลาอันใกล้ แต่ยังไลน์ของกราฟิกการ์ดรุ่นพี่ ที่น่าจะถูกปล่อยออกมาในเวลาอันใกล้ด้วย เช่น RTX 3080 Ti ที่มาพร้อม GDDR6X 12GB หรือ 16GB และมีเวอร์ชั่น 20GB สำหรับ RTX 3080 โดยที่ทาง Lenovo ก็ยังได้มีข้อมูลที่อาจเป็นการ์ด RTX 3070 Ti และ RTX 3070 SUPER หากเป็นเช่นนั้นจริง ตลาดก็คงคึกคักสนุกสนาน ผู้ซื้อคงได้คิดกันหนักอย่างแน่นอน

ที่มา: RTX3060SUPER

from:https://notebookspec.com/leak-geforce-rtx-3060-super-ti-gddr6-8gb/536465/

Kingston เปิดตัวไดร์ฟ KC2500 NVMe PCIe SSD รุ่นใหม่ล่าสุดในไทย

Kingston Technology ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์หน่วยความจำและโซลูชันเทคโนโลยีระดับโลก เปิดตัวไดร์ฟ KC2500 ซึ่งเป็น M.2 NVMe™ PCIe SSD เจนเนอเรชั่นล่าสุดสำหรับเดสก์ทอป เวิร์คสเตชั่น และระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูง (HPC) ไดร์ฟ KC2500 NVMe PCIe SSD จะมอบประสิทธิภาพการใช้งานที่ทรงพลังโดยอาศัยชุดควบคุม Gen 3.0 x 4 ใหม่ล่าสุดร่วมกับ 3D TLC NAND 96 เลเยอร์ ด้วยความเร็ว1 ในการอ่านสูงสุดถึง 3,500Mb/s และความเร็วในการเขียนสูงสุดถึง 2,900Mb/s ไดร์ฟ KC2500 ผสมผสานประสิทธิภาพการทำงานที่โดดเด่นและความเสถียรเพื่อยกระดับการใช้งานทั้งบนเดสก์ทอป เวิร์คสเตชั่น หรือ PC ประสิทธิภาพสูง

ไดร์ฟ KC2500 มาพร้อมความจุสูงสุดถึง 2TB2 และอยู่ในฟอร์มแฟคเตอร์ M.2 2280 ที่กะทัดรัด ช่วยประหยัดพื้นที่ให้ส่วนประกอบอื่นๆ แต่ในขณะเดียวกันยังคงมอบความเร็ว PCIe ให้แก่ผู้ใช้งานได้อย่างเต็มสปีด ไดร์ฟ SSD นี้มาพร้อมคุณสมบัติการเข้ารหัสได้เองและรองรับคุณสมบัติด้านความปลอดภัยเต็มรูปแบบ เพื่อมอบการปกป้องจากต้นทางถึงปลายทางด้วยวิธีการเข้ารหัส AES-XTS 256 บิตเชิงฮาร์ดแวร์ และยังรองรับการทำงานกับผู้ให้บริการซอฟต์แวร์อิสระ ที่ใช้ระบบจัดการความปลอดภัย TCG Opal 2.0 ไม่ว่าจะเป็น Symantec™, McAfee™, WinMagic® เป็นต้น ไดร์ฟ KC2500 รองรับ Microsoft eDrive ในตัว ซึ่งเป็นระบบความปลอดภัยการจัดเก็บข้อมูลสำหรับทำงานร่วมกับ BitLocker

“ไดร์ฟ KC2500 ได้ยกระดับมาตรฐานครั้งใหม่สำหรับการใช้งานบนไคลเอนต์ PC ประสิทธิภาพสูง มอบความเร็วและความน่าเชื่อถือให้ผู้ใช้งานสามารถรับมือกับเวิร์คโหลดที่เข้มข้นเพื่อใช้งานบนเดสก์ทอป เวิร์คสเตชั่น หรือระบบ HPC” กล่าวโดย Kingston “ฟอร์มแฟคเตอร์ M.2 2280 ที่กะทัดรัดและตัวเลือกด้านความปลอดภัยรวมถึงการเข้ารหัสที่หลากหลาย จะมอบการใช้งานที่ยืดหยุ่นแก่องค์กรที่กำลังพิจารณาปรับเปลี่ยนระบบ หรือกลุ่มเพาเวอร์ยูสเซอร์ที่กำลังมองหาการอัพเกรดระบบปัจจุบันด้วย NVMe PCIe SSD ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา”

ไดร์ฟ KC2500 จะมีวางจำหน่ายในความจุขนาด 250GB, 500GB, 1TB และ 2TB2 โดยจะมาพร้อมกับการรับประกันแบบจำกัดห้าปีและบริการสนับสนุนด้านเทคนิคฟรี พร้อมวางจำหน่ายผ่านเครือข่ายร้านค้าปลีกและร้านค้าออนไลน์ของ Kingston แล้ววันนี้

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดเยี่ยมชม kingston.com

KC2500 NVMe PCIe SSD
หมายเลขชิ้นส่วน ความจุ ราคาปลีกแนะนำ 
SKC2500M8/250G 250GB KC2500 NVMe PCIe SSD 2,600 บาท
SKC2500M8/500G 500GB KC2500 NVMe PCIe SSD 4,810 บาท
SKC2500M8/1000G 1000GB KC2500 NVMe PCIe SSD 8,640 บาท
SKC2500M8/2000G 2000GB KC2500 NVMe PCIe SSD 17,400 บาท

คุณสมบัติเด่นและคุณลักษณะของ Kingston KC2500 NVMe PCIe SSD:

  • NVMe PCIe ที่มีประสิทธิภาพในการทำงานที่โดดเด่น
  • รองรับระบบความปลอดภัยแบบครบวงจร: TCG Opal 2.0, XTS-AES 256 บิต, eDrive
  • เหมาะสำหรับการใช้งานบนเดสก์ทอป เวิร์คสเตชั่น และระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูง (HPC) อย่างสมบูรณ์
  • อัพเกรด PC ของคุณด้วยความจุสูงสุดถึง 2TB2
  • ฟอร์มแฟคเตอร์: M.2 2280
  • อินเทอร์เฟซ: NVMe PCIe Gen 3.0 x 4 ช่องสัญญาณ
  • ความจุ2: 250GB, 500GB, 1TB, 2TB
  • ชุดควบคุม: SMI 2262EN
  • NAND: 96-layer 3D TLC
  • เข้ารหัส: AES-XTS 256 บิต
  • อ่าน/เขียนตามลำดับ1:
    • 250GB – สูงสุด 3,500/1,200MB/s
    • 500GB – สูงสุด 3,500/2,500MB/s
    • 1TB – สูงสุด 3,500/2,900MB/s
    • 2TB – สูงสุด 3,500/2,900MB/s
  • อ่าน/เขียน 4K แบบสุ่ม1:                         
    • 250GB – สูงสุด 375,000/300,000 IOPS
    • 500GB – สูงสุด 375,000/300,000 IOPS
    • 1TB – สูงสุด 375,000/300,000 IOPS
    • 2TB – สูงสุด 375,000/300,000 IOPS
  • จำนวนไบต์ทั้งหมดสำหรับเขียนข้อมูล (TBW)3:        
    • 250GB – 150TBW
    • 500GB – 300TBW        
    • 1TB – 600TBW
    • 2TB – 1.2PBW
  • อัตราสิ้นเปลืองพลังงาน: เปิดทิ้ง .003W / เฉลี่ย .2W / อ่าน 2.1W (สูงสุด) / เขียน 7W (สูงสุด)
  • อุณหภูมิการจัดเก็บ: -40°C~85°C
  • อุณหภูมิการทำงาน: 0°C~70°C
  • ขนาด: 80 มม. x 22 มม. x 3.5 มม.
  • น้ำหนัก:
    • 250GB – 8 ก.
    • 500GB – 10 ก.
    • 1TB – 10 ก.
    • 2TB – 11 ก.
  • แรงสั่นสะเทือนขณะทำงาน: สูงสุด 2.17G (7-800Hz)
  • แรงสั่นสะเทือนขณะไม่ทำงาน: สูงสุด 20G (20-1000Hz)
  • MTBF: 2,000,000
  • การรับประกัน/บริการรองรับ4: รับประกันแบบจำกัดเงื่อนไข 5 ปีพร้อมบริการทางเทคนิคฟรี

from:https://notebookspec.com/kingston-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9f-kc2500-nvme-pcie-ssd-%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab/536266/

ASRock DeskMini X300 และ A300 มาพร้อม Ryzen 7 Pro 4750G

ASRock DeskMini X300 และ A300 ได้รับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการจากผู้ผลิตที่คุ้นเคยอย่าง ASRock โดยตัวเครื่องนั้นอยู่ในรูปแบบของ miniPC barebones โดยมีความพิเศษตรงที่ตัวเครื่องนั้นเป็น miniPC รุ่นแรกของโลกที่รองรับการใช้งานร่วมกับหน่วยประมวลผลสุดแรงจากฝั่ง AMD อย่าง Ryzen 7 Pro 4750G สเปคจะเป็นอย่างไรนั้นมาติดตามกัน

ASRock DeskMini X300 และ A300

ASRock DeskMini X300 และ A300

ASRocks หนึ่งในผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ชื่อดังที่ในบ้านเรานั้นรู้จักกันดีกับเมนบอร์ดคุณภาพดีราคาย่อมเยาว์ซึ่งล่าสุดนั้นทาง ASRock ได้ทำการเปิดตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ miniPC แบบ barebones (เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มาพร้อมกับเมนบอร์ในตัวโดยผู้ใช้สามารถที่จะเลือกฮาร์ดแวร์ในส่วนอื่นๆ ได้เองตามที่ต้องการซึ่งจะประกอบไปด้วยหน่วยประมวลผล, หน่วยความจำและแหล่งเก็บข้อมูล) ออกมาพร้อมกันถึง 2 รุ่นกับ DeskMini X300 และ DeskMini A300 ซึ่งตัวเครื่องนั้นจะมีสเปคที่เหมือนกันคือมาพร้อมกับบอร์ดแบบ STM ทว่าส่วนที่แตกต่างกันนั้นก็คือรุ่น X300 จะรองรับการ OC ส่วนรุ่น A300 นั้นจะไม่สามารถ OC ได้ สำหรับสเปคในส่วนอื่นๆ นั้นจะมีดังต่อไปนี้

  • รองรับหน่วยประมวลผลรุ่นใหญ่สุดคือ AMD Ryzen 7 Pro 4750G
  • รองรับหน่วยความจำแบบ DDR4-3200 ขนาดสูงสุดที่ 64 GB
  • แหล่งเก็บข้อมูลที่สามารถเพิ่มลงไปได้จะประกอบไปด้วยการเชื่อมต่อผ่านพอร์ต PCIe 3.0 X4 M.2 2280 จำนวน 1 slot, M.2 2280 จำนวน 1 slot และ SATA3 จำนวน 2 พอร์ต
  • ตัวเคสมีความจุอยู่ที่ 1.92 ลิตรทำให้ไม่รองรับการเชื่อมต่อกราฟิกการ์ดเพิ่มเติม

พอร์ตการเชื่อมต่อของ DeskMini X300 และ DeskMini A300 จะประกอบไปด้วย

  • HDMI / DisplayPort / D-Sub video connectors
  • Realtek RTL8111H GbE NIC
  • 1x USB-C 3.2 Gen1
  • 2x USB-A 3.2 Gen1
  • 1x USB-A 2.0
  • 1x headphone jack
  • 1x Mic-in jack
  • 1x GbE jack
  • Wi-Fi + Bluetooth module ผ่านการเชื่อมต่อด้วย M.2 E 2230 slot (ซื้อแยกต่างหาก)

ทั้งนี้ DeskMini X300 จะมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ $200 หรือประมาณ 6,275 บาท ส่วน DeskMini A300 จะมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ $150 หรือประมาณ 4,710 บาท

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/asrock-deskmini-x300-and-a300-mini-pc-barebones-first-to-support-up-to-an-amd-ryzen-7-pro-4750g-apu/536112/

ROG เสริมแกร่งชุดใหญ่ภายใต้ชื่อ Meta Buffs เพื่อยกระดับประสบการณ์การเล่นเกมที่เหนือกว่า

ASUS Republic of Gamers (ROG) ได้จัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเกมมิ่งภายใต้ธีม Meta Buffsโดยมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงในเรื่องของน้ำหนักที่เบาขึ้น เร็วขึ้น และความทนทานที่มากขึ้นเพื่อยกระดับประสบการณ์การเล่นเกมไปอีกขั้น โดยงานนี้ได้จัดผ่านระบบออนไลน์ซึ่งมีการถ่ายทอดสดไปทั่วโลก

ROG Strix GeForce RTX30 Series graphics cards

มาถึงสินค้าตัวแรกกับการ์ดจอ ROG Strix GeForce RTX™ 30 ซีรี่ส์ที่ปรับปรุงมาใหม่ทั้งหมดบนสถาปัตยกรรม NVIDIA® Ampereถึอว่าเป็นRTX ในเจเนอเรชั่นที่ 2 ซึ่งได้เพิ่มความสามารถใหม่ ๆ เข้ามามากมาย อาทิความละเอียดและความสวยงามของภาพ, เฟรมเรทที่สูงขึ้น เพื่อรองรับแอปพลิเคชั่นใหม่ ๆ และความแรงเพิ่มขึ้น 1.9 เท่าต่อวัตต์ และสามารถรองรับความละเอียดในการแสดงผลสูงถึง 8K, ผสานกับการออกแบบชุดระบายความร้อนแบบใหม่ที่ได้เปิดเพลทโลหะเข้าไปเพื่อให้ดูดุดันมากยิ่งขึ้น พร้อมกับพัดลมแบบ Axial-tech3 ตัวที่ได้รับการปรับจูนเพื่อการระบายความร้อนที่ดีที่สุด และเสียงรบกวนน้อยที่สุด โดยพัดลมตัวกลางจะให้ใบพัดมาถึง 13 ใบ และพัดลมตัวซ้ายและขวาจะมีใบพัด 11 ใบ ทำงานที่ความเร็วรอบแตกต่างกัน ช่วยทำให้การไหลเวียนของอากาศผ่านแผงระบายความร้อนมีประสิทธิภาพมากขึ้น

มาถึงในส่วนของฮีทซิงค์ระบายความร้อนที่ออกแบบใหม่ ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นถึง 2.9 slot เพื่อช่วยการไหลเวียนของอากาศที่ดีขึ้น และถ่ายเทความร้อนจากตัว GPU ได้ดีขึ้นด้วยเทคโนโลยี MaxContractพื้นผิวที่ถูกขัดเรียบในระดับจุลภาคทำให้สามารถนำพาความร้อนได้อย่างดี, นอกจากเรื่องของชุดระบายความร้อนแล้ว เรายังได้ปรับปรุงประสิทธิภาพของตัวเก็บประจุ, โช้คภาคจ่ายไฟ ที่สามารถส่งมอบพลังงานหลายร้อยวัตต์ได้อย่างง่ายดายภายในเวลาเพียงเสื้ยววินาที,

กราฟิกการ์ด ROG Strix GeForce RTX 30 ใช้ส่วนประกอบ Super Alloy Power II ที่ถูกประกอบเป็นตัวการ์ดด้วยเทคโนโลยี Auto-Extreme โดยใช้หุ่นยนต์อุตสาหกรรมในการผลิตทุกขั้นตอนเพื่อลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากมนุษย์ และเพื่อให้แน่ใจว่าการ์ดทุกใบจะได้มาตรฐานตามข้อกำหนดของ ROG

FanConnect II หัวต่อพัดลม PWM ที่ควบคุมการทำงานอัตโนมัติตามการแปรผันของอุณหภูมิ CPU และ GPU และทำงานตามการปรับสวิตช์ Dual bios ระหว่าง Performance และ Quiet โดยไม่ต้องใช้โปรแกรมควบคุม และไฟแสดงสถานะตรวจสอบการเชื่อมต่อไฟจาก PSU เพื่อช่วยให้แก้ปัญหาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ในส่วนของการออกแบบด้านหน้าตัวการ์ดครั้งนี้ ทีม ROG ได้มีการออกแบบหน้าตาใหม่ทั้งหมดโดยมีการผสมเส้นสายที่เป็นโลหะช่วยเพิ่มความดุดันและความแข็งแรงของตัวการ์ด, ไฟ RGB ที่สามารถปรับแต่งได้ด้วยโปรแกรม Armory Crate, แผ่น Backplateและ PCB ที่มีการเจาะช่องระบายอากาศเผื่อให้ระบายขึ้นสู่ด้านบน ป้องกันลมร้อนที่จะหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่

สรุปผลรวมของการเพิ่มบัฟให้กับกราฟิกการ์ด ROG Strix GeForce RTX 30 Seriesส่งผลให้การออกแบบระบายความร้อนก้าวกระโดดไปข้างหน้าอย่างมาก เมื่อจับคู่กับประสิทธิภาพที่โดดเด่นของสถาปัตยกรรม NVIDIA Ampere ตอนนี้เกมเมอร์สามารถเข้าถึงประสบการณ์ใหม่ ๆ ตั้งแต่อัตราเฟรมที่บ้าคลั่งในเกมการแข่งขันไปจนถึงการเล่นเกมความละเอียดสูงที่ราบรื่นในเกม AAA ที่สมจริง

ROG Swift 360Hz PG259QN and PG259QNR gaming monitors

ROG ยังเปิดตัวจอเกมมิ่งรุ่นล่าสุดอีก 3 รุ่นด้วยกันคือ ROG Swift PG329Q, ROG Swift PG259QN 360Hz และ ROG Swift PG259QNR 360Hz ที่รองรับการเล่นเกมได้ไหลลื่นและภาพสมจริงขณะเล่นเกม

ROG Swift PG259QN และ PG259QNR เป็นจอเกมมิ่งตัวแรกของโลกที่มีรีเฟรชเรตเร็วที่สุดตอนนี้คือ 360 Hz ซึ่งแสดงผลได้สูงกว่าจอ 240 Hz ถึง 50% ตัวจอมีขนาด 24.5 นิ้ว 1920 x 1080 ใช้พาแนลแบบ Fast IPSทำให้การตอบสนองของภาพทำได้เร็วถึง 1ms gray-to-gray (GTG) ตัวจอยังรองรับ HDR10 ทำให้ความสว่างของภาพทำได้ชัดเจน สมจริงยิ่งขึ้น ที่สำคัญยังใช้ NVIDIA® G-SYNC® processor ที่ให้ variable refresh rate (VRR) แบบปรับเปลี่ยนได้ ทำให้การเล่นเกมนั้นลื่นไหล ภาพไม่มีอาการภาพขาด หรืออาการแลคของภาพเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

Reflex Latency Analyzer อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่จะมาปฏิวัติวงการเกมเมอร์ให้เหนือชั้นไปอีกระดับ กับจอ ROG Swift PG259QNR จอเกมมิ่งที่สามารถตรวจจับเมาส์ที่การคลิกของเมาส์และการเคลื่อนไหวบนจอได้ เช่น แสงไฟจากปากกระบอกปืนที่ยิงออกไปกับเมาส์ที่คลิกอยู่ขณะนั้นว่าตรงกันรึเปล่า ซึ่งการวัดผลระดับนี้ต้องใช้เครื่องวัดที่มีราคาสูงกว่า $7,000 เหรียญสหรัฐฯ Reflex Latency Analyzer ช่วยให้เกมเมอร์ได้เข้าใจถึงการวางตำแหน่งเมาส์ เครื่องคอมฯ และจอที่คุณใช้งานว่าสัมพันธ์กันในแบบที่ควรจะเป็น

นอกจาก Reflex Latency Analyzer ที่มีในจอ ROG Swift 360Hz PG259QNR และเรายังมี ROG Desk Mount Kit ตัวยึดจอเข้ากับโต๊ะเกมมิ่งที่สามารถปรับเปลี่ยนจากขาของจอปกติมาใช้ขาแบบจับโต๊ะเพื่อเพิ่มพื้นที่บนโต๊ะคุณได้อีก ตัวขาติดตั้งได้ง่ายเพียง 3 ขั้นตอน เพียงถอดขาเดิมและต่ออแดปเตอร์เข้ากับ C-clamp ที่สามารถรองรับความหนาของโต๊ะได้สูงสุดถึง 80 มิลฯ

ROG Swift PG329Q gaming monitor

ROG Swift PG329Q จอเกมมิ่งขนาด 32 นิ้ว ที่ความละเอียด2560 x 1440p ให้อัตรารีเฟรชเรทที่ 175 Hz มาพร้อมกับเทคโนโลยีพาเนลจอแบบFast IPS และเป็นจอเกมมิ่งตัวแรกของโลกที่มาพร้อมกับNVIDIA G-SYNC Compatible ที่มีโอเวอร์ไดรฟ์แบบปรับเปลี่ยนได้, องค์ประกอบผนึกของเหลวภายในจอสามารถตอบสนองได้รวดเร็วกว่าจอ IPS ทั่วไปได้ถึง 4 เท่า ทำให้การตอบสนองทำได้เร็วถึง 1 ms gray-to-gray (GTG) ที่สำคัญจอตัวนี้ใช้เทคโนโลยี Quantum-dot ที่ผ่านการตั้งค่าสีแล้วจากโรงงานแล้ว นอกจากนี้ยังรองรับ DisplayHDR™ 600, DCI-P3 98% และ sRGBสูงถึง  160% ให้สีได้แม่นยำและสมจริงยิ่งขึ้น และถนอมสายตาด้วยเทคโนโลยี ASUS Extreme Low Motion Blur Sync (ELMB Sync) ช่วยขจัดภาพเบลอโดยไม่ลดทอนอัตราการรีเฟรชเรท ด้วยการปรับการตอบสนองของพิกเซลแบบไดนามิกช่วยให้ภาพลื่นไหลพร้อมไปกับการถนอมสายตาในตัว

ROG Strix XF 120 cooling fan

ROG Strix XF 120พัดลมระบายความร้อนพีซีขนาด 120 มม. เชื่อมต่อผ่านสาย 4 พิน แบบ PWM ได้รับการทดสอบและการันตีว่าให้แรงลมได้สูงถึง 62.5 ลูกบาศก์ฟุตต่อนาที (CFM) และแรงดันลมคงที่3.07 mm H2O รองรับการใช้งานได้หลากหลายทั้ง CPU cooler ระบายความร้อนหม้อน้ำ หรือแม้แต่ระบายความร้อนจากตัวเคสฯ

ROG Strix XF 120 ใช้แกนพัดลมเป็นแบบแม่เหล็กลอยตัว เพื่อลดการเสียดทานเมื่อใช้งาน ทำให้มีเสียงที่เงียบขึ้น อายุการใช้งานได้ยาวนานถึง 400,000 ชั่วโมง ใบพัดลมมีร่องพิเศษเพื่อเพิ่มแรงลมอีกด้วย ขอบของพัดลมใช้วัสดุเป็นยางเพื่อลดการสั่นสะเทือนที่ให้เสียงรบกวนได้ ตัวพัดลมทำรอบได้ตั้งแต่ต่ำสุด250 ถึงสูงสุดที่1800 RPM และสามารถปิดตัวเองอัตโนมัติเมื่อตั้งค่าไว้ที่ 0% PWM

ROG Rapture GT-AXE11000 gaming router

ASUSเป็นผู้นำในตลาดอุปกรณ์เครือข่ายรายแรกที่เปิดตัวเราเตอร์ WiFi 6 ตัวแรกของโลก และตอนนี้ ASUS ได้พร้อมที่จะส่งมอบแบนด์วิดท์ที่กว้างขึ้นและเพิ่มช่องสัญญาณWiFi 6E บนช่องความถี่ 160Hz ด้วย ROG Rapture GT-AXE11000ซึ่งเป็นเราเตอร์ WiFi 6E ตัวแรกของโลกในแบบ Tri-Band บนการเชื่อมต่อแบบ 802.11ax WiFi 6Eทำให้ ROG Rapture GT-AXE11000 รองรับความเร็วสูงถึง 11,000 Mbps และรองรับ WAN aggregation ซึ่งสามารถทำงานคู่กันได้ ทำให้รองรับความเร็วอินเทอร์เน็ตได้สูงถึง 2Gbps, และด้วยเสา Wifi6 แบบ4×4 และความเร็วพอร์ท Lanที่2.5Gbpsพร้อมสำหรับความเร็วของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทั้งแบบสายและไร้สาย ได้มากกว่า 1Gbpsเป็นที่เรียบร้อย ROG Rapture GT-AXE11000 ใช้ CPU แบบ quad-core 1.8 GHz 64-bit มาพร้อมกับRAM1GBรองรับการทำงานหนักต่อเนื่องได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ROG Rapture GT-AXE11000 ยังใช้พาวเวอร์แอมป์กระจายใหม่ในย่านความถี่6 GHz ซึ่งมีแบนด์วิดท์มากกว่า 5Ghz ถึง 3 เท่า นอกจากนี้ยังเพิ่มช่องสัญญาณ 160 MHz ให้อีก 7 ช่อง จากมาตรฐาน WiFi6 ช่วยลดอาการแลค และให้ความเร็วสูงกับอุปกรณ์ที่รองรับ โดยไม่กระทบกับอุปกรณ์รุ่นเก่า

ROG Strix Scope RX keyboard

เกมมิ่งคีย์บอร์ด ROG Strix Scope RX เป็นคีย์บอร์ด RGB ตัวแรกที่เราใช้สวิตซ์เมคคานิคคอลของเราเองที่ใช้ชื่อว่า ROG RX Red Optical Mechanical Switches ที่ออกแบบแกนปุ่มกดเป็นทรงสี่เหลี่ยมแบบกลวงพร้อมไฟ RGB ช่วยให้คุณได้พิมพ์แม่นยำมากยิ่งขึ้น แม้ไม่ได้ออกแรงกดเต็มนิ้ว และช่วยให้ไฟ RGB นั้นกระจายได้รอบคีย์แคปอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นความล่าช้าในขณะส่งข้อมูลเรียกได้ว่าเป็นศูนย์ ทำให้ทุกสัมผัสของคุณทำได้อย่างแม่นยำ และด้วยสวิตซ์ภายในเป็นแบบ X-stabilizer ทุกการกดทำได้สม่ำเสมอไม่โยกเยก และอายุการใช้งานของสวิตซ์ยังทำได้สูงถึง 100 ล้านครั้ง มั่นใจในความทนทานได้เลย!

ROG Strix Scope RX วัสดุด้านบนทำจากอัลลอยป้องกันน้ำและฝุ่นมาตรฐาน IP56 เพื่อความทนทานในการใช้งาน ให้คุณได้สัมผัสการเล่นเกมแนว first-person shooter (FPS) ได้แม่นยำด้วยปุ่มCtrl ด้านซ้ายที่มีขนาดใหญ่ พอร์ตเชื่อมต่อผ่าน USB 2.0 ที่เป็นแบบ passthroughรองรับการชาร์ตแบตฯ และการต่อฮาร์ดดิสก์ภายนอกได้ ปุ่ม Stealth key ไว้สำหรับปิดโปรแกรมทั้งหมดเพียงปุ่มเดียวยามต้องการความเป็นส่วนตัว และบรรดาปุ่มมัลติมีเดียก็ยังมีมาให้ครบครัน คีย์บอร์ดมาพร้อมกับไฟ RGB ในทุกส่วน ที่โลโก้ ROG และยังสามารถปรับตั้งแต่ตามใจคุณต้องการ ผ่านโปรแกรม Armoury Crate ที่ยังสามารถตั้งค่าโปรไฟล์ไว้ให้ตรงกับเกม หรือโปรแกรมที่คุณใช้งานได้ตามใจชอบ

ROG Keris Wireless mouse

เมาส์ไร้สาย ROG Kerisมาพร้อมกับน้ำหนักที่เบามาก หนักเพียง 79 กรัม แต่ยังมีพื้นที่ในการจับเมาส์ได้กระชับ เหมาะมือ เมาส์ตัวนี้เป็นการร่วมมือกันระหว่าง ROG กับบรรดาเกมเมอร์มือโปรฯ ที่ใช้เวลากว่า 6 เดือน ออกตัวต้นแบบมามากมายเพื่อให้เมาส์ไวเลส ROG Kerisที่จับได้กระชับ เหมาะกับเกมเมอร์ทุกคน

ความโดดเด่นอย่างแรกเชื่อมต่อได้ 3 โหมด 2.4 GHz /Bluetooth® LE และต่อสายUSB เมื่อจำเป็นต้องชาร์ตแบตเตอรี่ เซนเซอร์ของเมาส์ยังคงความพิเศษเหมือนเดิมคือรองรับการตั้งค่า DPI สูงถึง 16,000 dpi และต่ำสุด 400dpiและด้วยแรงกดเพียง 40 กรัมเพื่อคงความแม่นยำที่สุด เมาส์ไวเลส ROG Kerisยังใส่ฟีเจอร์ที่สามารถปรับเปลี่ยนสวิตซ์ได้เองโดยไม่ต้องบัดกรี อีกทั้งยังมาพร้อมกับสวิตซ์ที่ออกแบบใหม่ของ ROG เองที่ใช้ชื่อว่า ROG Micro Switch รองรับการคลิกได้สูงถึง 70 ล้านครั้งและหัวเชื่อมต่อแบบเคลือบทองเพื่ออายุการใช้งานที่ยาวนาน

ในส่วนของวัสดุที่ใช้กดปุ่ม L/R นั้นเราได้ใช้วัสดุPBTซึ่งมีความหนาและทนทานเป็นพิเศษ และด้านฟีดเมาส์ถูกออกแบบใหม่ให้มีความโค้งมน 100% ปุ่มด้านข้างสามารถถอดเปลี่ยนได้ และสามารถสร้างสรรค์สีได้เอง และท้ายสุดกับสายของเมาส์ไวเลส ROG Kerisนั้นออกแบบให้ยืดยุ่นได้สูง ใช้งานได้คล่องตัวอีกด้วย

ROG Delta S headset

หูฟังเกมมิ่ง ROG Delta S เหมาะกับเกมเมอร์ตัวจริงอย่างคุณ ฟีเจอร์แน่นๆ อย่าง hi-fi-grade ESS 9281 CODEC ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี QUAD DAC™ และเป็นครั้งแรกของหูฟังเกมมิ่งที่มีเทคโนโลยี Master Quality Authenticated (MQA) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีทางด้านเสียงที่สร้างขึ้นเพื่อปรับปรุงคุณภาพการฟังเพลง และเป็นวิธีการเก็บเพลงที่บันทกไว้ในรูปแบบไฟล์ให้เล็ก สะดวกแก่การดาวน์โหลด โดยไม่เสียคุณภาพเสียงไปในขณะที่บีบอัดข้อมูล จึงทำให้ผลลัพธ์ไฟล์ MQA มีคุณภาพเทียบเท่ากับเสียงต้นฉบับที่อัดอยู่ในสตูดิโอเลยทีเดียว อีกทั้งยังมี ASUS AI noise-canceling ไมโครโฟน ทำให้ ROG Delta S ส่งมอบเสียงของคุณให้กับเพื่อนหรือก๊วนในวง ได้คมชัดยิ่งขึ้น และด้วยไดร์เวอร์ ASUS Essence ทำให้คุณภาพของเสียงทำได้สมจริงที่สุด เพลิดเพลินไปกับการเล่นเกมได้เป็นอย่างดี

ROG Delta S นั้นมีน้ำหนักเพียง 300 กรัมและลักษณะเป็นแบบ D-shaped ROG Hybrid ear cushions ทำให้สวมใส่ได้สะดวกสบาย เหมาะกับการใช้งานต่อเนื่องได้เป็นอย่างดี พอร์ตเชื่อมต่อเป็นแบบ USB-C® เพื่อให้คุณสามารถใช้งานได้ทั้ง PC และเกมมิ่งคอนโซลอื่น ๆ หรือแม้แต่โทรศัพท์ได้สะดวก ไฟ RGB รอบตัวหูฟังนั้นมาพร้อมกับฟังก์ชั่น Aura Sync เพื่อให้คุณได้ควบคุมแสงไฟได้ทั้งหมด และมาพร้อมกับเอฟเฟ็คอย่าง soundwave จะเป็นแสงไฟแบบคลื่นเสียงเมื่อยามคุณพูดใส่ไมค์

ROG Scabbard II mousepad

ROG Scabbard II เป็นแผ่นรองเมาส์ขนาดใหญ่พิเศษ เพื่อเพิ่มครอบคลุมพื้นที่ในการวางคีย์บอร์ด เมาส์ และอุปกรณ์เกมมิ่งอื่นๆได้ทั้งหมด และด้วยขนาดที่ใหญ่ ทำให้คุณสามารถใช้งานได้สะดวกสบาย ตัวแผ่นรองนั้นเคลือบนาโนเกรดทหารทำให้ กันน้ำ น้ำมันหรือแม้แต่ฝุ่นเกาะได้เป็นอย่างดี ขอบมุมโค้งมนและเย็บด้ายกันขอบลุ่ยมาให้อีกด้วย

from:https://notebookspec.com/asus-rog-meta-buffs/535811/

สารพัดคำถามสงสัยจากงานเปิดตัว GeForce RTX 30 series เมื่อ 3070 แรงพอกับ 2080Ti

หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมา NVIDIA ได้เปิดตัว GeForce RTX 30 series ไปแล้วก็มีหลายคำถามเกิดขึ้นในใจของใครหลายท่านโดยเฉพาะประสิทธิภาพของ RTX 3070 ที่แรงเทียบเท่า RTX 2080Ti ในราคาที่ถูกกว่าเท่าตัว รวมไปถึงประสิทธิภาพการใช้งานจริง และอื่นๆ ทีมงานเลยขอรวมรวมคำถามและคำตอบมาให้อ่านกัน

Q : แรงจริงเหรอ

A : ผลทดสอบตอนนี้มีแค่ Nvidia ปล่อยมา โดยเทียบกับการ์ดจอของตัวเองเท่านั้น ซึ่งต้องรอผลทดสอบจริงจากรีวิวของสื่อต่างๆอีกที

Q : RTX 3070 จะมาแทน 2080Ti เหรอ

A : ของใหม่ย่อมต้องแรงกว่าของเก่าแน่นอนละ แต่ครั้งนี้ซีรีย์ราคาถูกดันแรงพอๆกับรุ่นท๊อป เลยมีการทับซ้อนกันของตลาดการ์ดจอ ใหม่กว่า แรงพอๆกัน ในราคาถูกกว่า ซึ่งคงไม่ได้มาแทนเสียทีเดียว

Q : แล้ว RTX 2080 Ti จะเป็นยังไงต่อ

A : ดูจากกำหนดการ RTX 3070 จะมาช้าสุดเพื่อให้แต่ละแบรนด์มีเวลาเคลียของ ลดราคา หรือทำอะไรก็ว่าไป ซึ่งอันที่จริงแล้วในตลอดตอนนี้ RTX 2080Ti มือ 1 ก็ไม่ได้มีของเยอะมากมายนัก

Q : แล้วพวก RTX 2080 / 2070 ละ

A : ก็คงสถานะการ์ณคล้ายๆกับ 2080Ti ลดราคาลง เคลียของเก่า เพื่อให้ตัวใหม่เข้ามาแทนเร็วๆนี้ เพราะเทคโนโลยีเก่ากว่าราคาถูกลง สุดท้ายคงต้องไป

Q : ราคาที่ตั้งจะเป็นไปตามนั้นเลยไหม

A : ก่อนอื่นต้องบอกว่าราคาที่ตั้งจะเป็นแบบ Founders Edition เวอร์ชั่นที่ NVIDIA ผลิตและขายเอง ซึ่งถ้าเทียบกับสมัย RTX 20 Series ก็ราคาเดียวกัน แต่จะมีขายแค่ในบ้างประเทศและสั่งออนไลด์เท่านั้น (ไทยไม่มีขายด้วยนะ) แต่ที่ขายส่วนใหญ่ NVIDIA จะส่งชิป รวมไปถึงแผงวงจรให้แต่ละผู้ผลิตไปใส่ระบบระบายความร้อนของตัวเอง เพิ่มออปชั่นต่างๆเข้าไปเช่นไฟ RGB ต่างๆ ทำให้ราคาจะสูงขึ้นมาอีกอย่างน้อยก็ 2,000 – 3,000 บาท อย่าง RTX 3070 กจาราคาประมาณ 15,500 บาท เมื่อส่งให้ผู้ผลิตอื่น อาจจะพุ่งขึ้นไปถึง 17,500 – 20,000 บาท เลยก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นอย่าคาดหวังว่าราคาจะถูกเหมือนที่เปิดตัว

Q : กำหนดการเปิดตัว

A : ตามกำหนดการเร็วสุดคือ 17 กันยายน สำหรับ RTX 3080 ซึ่งจะเป็นกำหนดการขายแบบออนไลด์ของ Founders Edition ส่วนในบ้านเราคาดว่าจะไม่หนีกันมาก ต้องดูความพร้อมของแต่ละค่าย ซึ่งผมดูทรงแล้ว น่าจะเลื่อนไปก่อนเพื่อระบายของเก่า

Q : PSU ที่แนะนำ

A : ตามสเปคที่ NVIDIA ระบุมา RTX 3090 ใช้ไฟ 350W เพราะฉะนั้น PSU ควรจะถึงระดับ 1000W เพราะอย่าลืมว่าต้องเพื่อให้ระบบอื่นๆด้วยเพระาใช้การ์ดจอระดับนี้ก็ต้องใช้สเปคซีพียูแรงๆถึงจะขับไหว

ส่วน RTX 3080 ตามสเปค 320W เพราะฉะนั้นอย่างน้อยก็ต้อง 800W หรือ 1000W ได้ก็ดี ส่วน RTX 3070 สเปค 220W ก็ราว 700W ขึ้นไปได้อยู่

Q : RTX 3090 ไม่ใหญ่และแพงไปเหรอ

A : ระบบระบายความร้อนที่ NVIDIA ใส่มาสามารถระบายความร้อนได้แม้เล่นเกมหนัก หรือตัวเครื่องไม่มีพัดลมช่วยระบายความร้อนเลย จึงต้องใหญ่ไว้ก่อน เพระาถ้าระบบระบายความร้อนไม่ดี อาจจะทำให้การ์ดจอพังเลย ซึ่งน่าจะมีของผู้ผลิตอื่นที่สามารถทำขนาดได้เล็กกว่า หรือไปเล่นชุดน้ำเลย ส่วนราคานั้นตามสเปคเล่นเกมได้ถึง 8K ซึ่งก่อนหน้านี้ถ้าจะเล่นเกมที่กินสเปคสูงถึงความละเอียดนี้ต้องใช้การ์ดจอแบบ SLI ซึ่งแพงกว่า และกินไฟมากกว่า แต่ RTX 3090 มาตัวเดียวจบเลย

Q : ตลาดมือ 2 ละ

A : บอกได้คำเดียวว่าคนขายชิปหายครับ ด้วยเฉพาะพวกซื้อมาขายต่อ ซึ่งก็ดีสำหรับผู้ซื้ออย่างเราที่ได้ซื้อการ์ดจอตัวแรงราคาถูก

Q : บนโน้ตบุ๊คละมาเมื่อไร

A : ยังตอบไม่ได้ แต่ปรกติจะอยู่ที่ราว 6 เดือน เพระาต้องลดขนาด สเปคต่างๆเพื่อให้สามารถติดตั้งบนโน้ตบุ๊คได้ ถ้าจะซื้อโน้ตบุ๊คก็ซื้อไปเถอะครับ เพราะอีกนาน และส่วนใหญ่จะเปิดตัวรุ่นแพงๆกันก่อน

Q : อนาคตของ GTX

A : ก็ลากขายกันต่อไปไม่มีอะไรมาก และไม่มีผลใดๆ เพราะมันคนละชั้น คนละระดับราคาอยู่แล้ว

….

หรือใครมีอะไรอยากรู้ก็คอมเมนท์ถามกันมาได้นะครับเดี๋ยวจะไปหามาตอบให้

from:https://notebookspec.com/some-questions-from-the-launch-event-of-the-geforce-rtx-30-series/535359/