คลังเก็บป้ายกำกับ: PC-NEWS

Mainboard – ชิปเซ็ตสุดประหยัด Intel B365 เพิ่มแบนด์วิทธ์ ปิด OC คุ้มค่ากว่า

ในตลาดพีซีคึกคักมากในช่วงปลายปี ทั้งข่าวซีพียูรุ่นใหม่ และแพลตฟอร์มที่กำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ แต่ล่าสุด Intel เปิดตัวชิปเซ็ต Intel B365 Express เอาใจผู้ใช้ที่งาน Mainboard เน้นความคุ้มค่า ที่เป็นไปได้ว่าจะออกมาแทรกกลางระหว่าง B360 และ H370 ชูจุดเด่นด้านแบนด์วิทธ์ PCI-Express เพื่อสนับสนุนอุปกรณ์ความเร็วสูง แต่ยังคงปิดการโอเวอร์คล็อกไว้

โดยชิปเซ็ต B365 Express รุ่นใหม่นี้ คาดว่าจะเป็นการรีแบรนด์ Z170 ให้สามารถสนับสนุนซีพียูรุ่นใหม่ในปัจจุบันได้ แต่ที่น่าสนใจคือ การเพิ่มช่องทางติดต่อ PCI-Express lanes จากเดิม 12 PCIe lane มาเป็น PCI-Express gen 3.0 20 lanes เทียบได้กับ H370 ก็อาจเป็นไปได้ว่าผู้ใช้ B365 นี้ จะสามารถเพิ่มการเชื่อมต่อโมดูล M.2 และ U.2 ได้สะดวกมากขึ้น

จากข้อมูลบน ARK specification ระบุข้อมูลของชิปเซ็ต B365 นี้ไว้ว่าจะไม่มีการเชื่อมต่อ USB 3.1 gen2 ในแบบ 10Gbps มาด้วย เหมือนกับว่าการขยายช่องทาง PCIe กลายเป็นสิ่งที่ถูกให้ความสำคัญมากกว่า ทางผู้ผลิตเมนบอร์ดเอง ก็น่าจะเลือกใช้คอนโทรลเลอร์ USB 3.1 gen2 ที่เป็น Third party มาติดตั้งแทน และที่สำคัญยังฟีเจอร์ Fast-charge บน USB 3.1 gen1 อีกด้วย ก็ดูจะหายไปด้วย

ทั้งหมดนี้เป็นไปได้ว่าชิปเซ็ต B365 นั้นคือการปรับเปลี่ยน Z170 ที่มีการล็อคการโอเวอร์คล็อกเอาไว้ สามารถรองรับแพลตฟอร์มรุ่นเก่าอย่างเช่น Windows 7 ได้อีกด้วย กลุ่มผู้ใช้ก็เรียกว่าใช้ได้ทุกกลุ่มตลาด ตั้งแต่เครื่องสำนักงานที่ใช้ซอฟต์แวร์รุ่นเก่า ไปจนถึงเกมเมอร์เริ่มต้นและผู้ใช้งานทั่วไป เพราะดูจากฟีเจอร์บางอย่างที่หายไป ไม่ได้กระทบกับกลุ่มผู้ใช้มากนัก ยกเว้นแค่เรื่องการ OC แต่ราคาน่าจะสบายกระเป๋ามากกว่า

ที่มา: Intel B365 Express

from:https://notebookspec.com/intel-launches-b365-express-chipset/465588/

Advertisements

Creative – เปิดตัว Sound Card ระดับ Audiophile-grade ในชื่อรุ่นว่า Sound BlasterX AE-9 ราคาเกือบหมื่นบาท

Creative นั้นถือว่าเป็นบริษัทผู้ผลิตการ์ดเสียงที่มีชื่อเสียงอยู่ในระดับต้นๆ ของตลาดมาอย่างยาวนานครับ โดยถึงแม้ว่าในปัจจุบันนั้นเครื่องคอมพิวเตอร์จะมาพร้อมกับชิปเสียงที่สามารถใช้งานได้ทันทีอยู่แล้วทว่าในส่วนของคุณภาพเสียงที่ได้รับนั้นก็คงจะไม่สามารถปฎิเสธได้เลยครับว่าเมื่อนำไปเทียบกับการใช้งานผ่านการ์ดเสียงแยกแล้วนั้นคุณภาพเสียงที่ได้จะมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนแบบฟังได้ชัดๆ กับหูของท่านเลยทีเดียว และนี่ก็เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ทาง Creative นั้นสามารถที่จะยังคงอยู่ในตลาดมาได้อย่างยาวนาน

ล่าสุดนั้นทาง Creative ได้ออกมาเขย่าตลาดการ์ดเสียงอีกครั้งกับการเปิดตัว Sound Card  รุ่น Sound BlasterX AE-9 ซึ่งมีคุณภาพเสียงที่ได้ในระดับเดียวกันกับ Audiophile-grade ซึ่งถือได้ว่าเป็นเสียงที่มีคุณภาพสูงและผู้ที่ทำงานทางด้านเสียงในระดับมืออาชีพต่างชื่นชอบกันเป็นอย่างมาก Sound BlasterX AE-9 นั้นจะมาพร้อมกับชิปประมวลผลเสียงรุ่น 3D Sound Core ซึ่งทาง Creative ได้นำไปใช้กับการ์ดเสียงสำหรับการเล่นเกมอย่าง AE-5 และ AE-5 Pure สิ่งที่ทำให้ AE-9 นั้นแตกต่างไปจากรุ่นพี่ของมันก็คือการที่ทาง Creative ได้นำเอา DAC ไปไว้นอกตัวการ์ดเสียง AE-9 ซึ่งจะทำให้ digital noises และเสียงรบกวนไม่เข้ามาอยู่ในระบบของการประมวลผลเสียงครับ

ตัวการ์ด AE-9 นั้นจะมาพร้อมกับเครื่องขยายเสียงที่ถูกแยกออกมาจากตัวการ์ดเสียงซึ่งนั่นจะทำให้ผู้ใช้งานการ์ดเสียง AE-9 นั้นสามารถที่จำทำงานประมวลผลเสียงของเสียงต้นฉบับได้โดยตรงโดยที่ไม่มีเรื่องของเครื่องขยายเสียงมาก่อให้เกิดปัญหาทางด้านเสียงต่างๆ เรียกได้ว่าเสียงที่ได้รับการประมวลผลออกมานั้นก็จะเป็นเสียงจริงที่ไม่ผ่านการเติมแต่งของเครื่องขยายเสียงครับ ทาง Creative ได้ออกแบบเครื่องขยายเสียงให้มีขนาดไม่ใหญ่มากนักโดยจะเรียกว่าขนาดของมันนั้นอยู่ในระดับที่สามารถทำการพกพาไปไหนมาไหนได้อย่างสบาาย

สำหรับช่องเชื่อมต่อเพื่อนำเอาเสียงออกจากตัวการ์ด AE-9 นั้นก็จะประกอบไปด้วย Optical in และ out, 3.5 mm jack สำหรับลำโพงหลัง, กลางและ sub ครับ นอกจากนั้นแล้ว AE-9 ยังมาพร้อมกับ RCA stereo out ด้วยอีกต่างหาก ทว่าสิ่งที่น่าสนใจจริงๆ นั้นคงหนีไม่พ้นช่องเชื่อมต่อไฟแบบ 6-pin ที่ถือว่าเป็นเรื่องแปลกมากที่มันมาอยู่บนการ์ดเสียงทว่านั่นก็ทำให้เราสามารถคิดในอีกมุมได้ครับว่าตัวการ์ด AE-9 นั้นมีความแรงในการประมวลผลเสียงมากจริงๆ จนถึงขั้นต้องต่อไฟเพิ่มเข้ามาช่วยอีกจุดครับ

Creative ได้บอกเอาไว้ครับว่าตัวการ์ด AE-9 นั้นมีอัตราส่วน signal-to-noise อยู่สูงถึง 129 dB เลยทีเดียว และด้วยการใช้ ESS Sabre 32 digital analog converter นั้นก็ทำให้สามารถรับรองได้เลยถึงเรื่องคุณภาพของเเสียงที่ได้ครับ นอกจากนั้น AE-9 ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี XAMP ของทาง Creative เองซึ่งจะเข้ามาช่วยในการขยายเสียง stereo แต่ละช่องแยกออกจากกันสำหรับการใช้งานคู่กับหูฟัง

สำหรับตัวกล่องเครื่องขยายเสียงแบบแยกนั้นจะมาพร้อมกับ DAC ภายนอกของตัวเองซึ่งรองรับการใช้งานกับช่องเชื่อมต่อ TRS และ XLR สำหรับการเชื่อมต่อกับไมโครโฟนได้ด้วย ทั้งนี้เครื่องขยายเสียงภายนอกนี้นั้นจะมาพร้อมกับ 48-volt phantom power ตามมาด้วยสวิตซ์ที่เอาไว้ใช้เลือกโปรไฟล์เฉพาะสำหรับหูฟังที่มีสมรรถภาพสูง อีกทั้งตัวเครื่องขยายเสียงยังรองรับ SBX แบบปุ่มกายภาพซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถตวามคุมเทคโนโลยีการจำลองเสียงแบบ 3 มิติได้ตามที่ตัวเองต้องการ สำหรับราคาของ Sound BlasterX AE-9 ก็ถือว่าคุ้มค่ากับสิ่งที่ได้ครับ โดยหากท่านใดสนใจก็เตรียมเงินไว้ที่ $300 หรือประมาณ 9,800 บาทแล้วรอเวลาที่มีการนำมาขายในเมืองไทยคุณภาพเสียงระดับสุดยอดของโลกก็จะอยู่ในมือคุณแล้วครับ

ที่มา : techpowerup

from:https://notebookspec.com/creative-to-launch-audiophile-grade-sound-card-sound-blasterx-ae-9/465538/

Intel – Ghost Canyon คอมไซส์เล็กสไตล์ NUC ที่มาพร้อมกับสเปคแรง รองรับ MXMใช้งานแบบไร้พัดลม

โดยปกติแล้วนั้นเรามักจะไม่ค่อยได้เห็นเครื่องคอมพิวเตอร์แบบ NUC ที่มาพร้อมกับสเปคในส่วนต่างๆ สูงมากเท่าไรครับ แน่นอนว่าด้วยข้อจำกัดของตัวเครื่องแบบ NUC ที่มีขนาดเล็กทำให้เรื่องของการระบายความร้อนนั้นสามารถทำได้อย่างลำบาก ทว่าทาง Intel เองนั้นก็ไม่ยอมแพ้กับข้อจำกัดเหล่านั้นและได้ทำลายกำแพงต่างๆ ลง

ด้วยการเปิดตัว NUC รุ่น “Ghost Canyon” ซึ่งเป็น NUC ระดับบนที่มาพร้อมกับหน่วยประมวลผลสถาปัตยกรรม “Coffee Lake-HR” ที่มีแกนการประมวลผลถึง 8 แกน / 16 threads พร้อมด้วยชิปกราฟิกแบบฝังรุ่น Intel UHD 620 แถมด้วยช่องเชื่อมต่อ PCI-Express 3.0 x16 อีกด้วยครับ

ทาง Intel นั้นได้วางตำแหน่งของ “Ghost Canyon” ไว้สูงกว่ารุ่น “Hades Canyon” ครับ (เป็นรุ่นที่มาพร้อมกับหน่วยประมวลผลที่มีแกนการประมวลผล 8 แกนแถมด้วยการใช้ชิปกราฟิกแบบฝังของทาง AMD (ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าประสิทธิภาพนั้นดีกว่าชิปกราฟิกแบบฝังของทาง Intel เอง)

นอกไปจากนั้นแล้ว “Ghost Canyon” ยังจะมาพร้อมช่อง MXM ตามมาด้วยการออกแบบระบบระบายความร้อนไร้พัดลม ในส่วนของพอร์ตการเชื่อมต่อต่างๆ นั้นก็จะประกอบไปด้วย HDMI 2.0 ports, Thunderbolt 3 ports, M.2-2280 NVMe storage และ PCI-Expresss 3.0 x16 ครับ

ที่มา : techpowerup

from:https://notebookspec.com/intel-ghost-canyon-high-end-nuc-pictured/465546/

AMD – เตรียมปล่อยอัพเดท Adrenalin ที่เป็นซอฟต์แวร์ Driver การ์ดจอ Radeon ในช่วงต้นปี 2019 ที่จะถึงนี้

ตามรายงานล่าสุดของทาง AMD นั้นพบว่าทาง AMD เตรียมที่จะปล่อยอัพเดท Adrenalin drivers สำหรับช่วงปี 2019 ที่จะถึงนี้ครับ ตามข้อมูลนั้นระบุเอาไว้ว่าอัพเดทใหม่นี้จะเข้ามาแทนที่ driver ของ Radeon เวอร์ชัน 17.12.1 และไม่เพียงแค่จะมีการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกมให้สูงมากขึ้นเท่านั้นนะครับเพราะทาง AMD ยังได้เตรียมฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่มีชื่อเรียกว่า WattMan โดยที่ WattMan นั้นจะมาพร้อมกับความสามารถในการ OC ทั้งตัว GPU และหน่วยความจำของกราฟิกด้วย นอกไปจากนั้นแล้วยังจะสามารถทำการลด GPU-undervolt ได้โดยอัตโนมัติเพื่อที่ว่าเวลาไม่ได้ใช้งานกราฟิกการ์ดมากนั้นความร้อนที่จะเกิดขึ้นก็จะลดลงตามไปด้วยเป็นต้นครับ

นอกไปจากนั้นแล้วในส่วนของ Radeon Settings ก็จะมาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่อย่าง ‘Game Advisor’ ซึ่งจะเข้ามาทำหน้าที่ในการเชื่อมต่อเข้ากับ Radeon Overlay เพื่อทำให้ความสามารถในการตั้งค่าการเล่นเกมในแต่ละเกมนั้นสามารถที่จะให้ประสิทธิภาพออกมาดีที่สุดตามฮาร์ดแวร์ของเครื่องคุณครับ นอกไปจากนั้นยังจะมีระบบใหม่อย่าง ‘Radeon Settings tutorial’ ที่เป็นการรวมเอา Settings Advisor และ Upgrade Advisor เข้าไว้ด้วยกัน อีกจุดหนึ่งที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือใน driver Adrenalin ใหม่นี้นั้นจะมีการปรับปรุงในส่วนของ auto-tone mapping สำหรับการใช้งาน FreeSync 2 HDR โดยเฉพาะ และก็จะยังมาพร้อมกับการรองรับหน้าจอที่มีอัตรตราส่วนอยู่ที่ 21:9 และ Virtual Super Resolution อีกด้วยครับ

สำหรับฟีเจอร์อย่าง AMD Link นั้นก็จะได้รับการอัพเกรดให้สนับสนุน QR Code linking และการสั่งงานด้วยเสียงในการสตรีมมิ่ง, บันทึกวีดีโอและบันทึกภาพนิ่ง พร้อมกันนั้นก็จะรองรับ instant replay, FPS settings, GPU settings, memory settings และ fan speed อีกด้วยครับ อีกฟีเจอร์หนึ่งที่จะเพิ่มเข้ามาใหม่ในอัพเดทนี้นั้นก็คือ AMD ReLive ซึ่งจะเป็นความสามารถที่ให้ผู้ใช้สามารถใช้สมาร์ทโฟนควบคุม In-Game Replay, Scene Editor, GIF Support และ streaming (up to 4K/60fps) ผ่านทางอุปกรณ์เคลื่อนที่ของคุณได้โดยตรงซึ่งทาง AMD ได้ยืนยันเอาไว้ว่า ReLive นั้นจะมีอัตราการตอบสนองอยู่ที่ 70 ms เท่านั้นซึ่งถือว่าน้อยกว่าเทคโนโลยีของคู่แข่งมากเลยทีเดียวครับ

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/amd-to-release-its-adrenalin-driver-updates-for-2019-soon/465524/

Seagate จัดโปรฯ โดนใจ Double The Capacity พิเศษส่งท้ายปี

Seagate คืนกำไรให้ลูกค้าส่งท้ายปี 2018 ด้วยโปรโมชั่นพิเศษ “Double The Capacity ความจุ x 2” เมื่อซื้อ BarraCuda ฮาร์ดไดร์ฟความจุ 2 TB ขนาด 3.5 นิ้ว รับฟรี! บัตรกำนัลมูลค่า 100 บาท โดยสแกน QR Code แล้วกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ธันวาคมนี้เท่านั้น ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ

ฮาร์ดไดร์ฟ BarraCuda จาก Seagate ช่วยอัพเกรดคอมพิวเตอร์ของคุณให้มีประสิทธิภาพการประมวลผลและเรียกค้นข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว มีความเร็วในการหมุนจานบันทึกข้อมูลที่ 7,200 รอบต่อนาที มีอัตราการรับส่งข้อมูลอยู่ที่ 250MB/s หน่วยความจำแคชขนาด 256MB รวมไปถึง Multi-Tier Caching Technology (MTC) เทคโนโลยีเฉพาะของ Seagate ที่ช่วยปรับปรุงกระบวนการอ่านและเขียนข้อมูลให้มีประสิทธิภาพสูงที่สุดแม้ว่าจะทำงานบนไดร์ฟที่มีความจุสูงก็ตาม พร้อมมั่นใจด้วยการรับประกันนานถึง 3 ปี

from:https://notebookspec.com/seagate-double-the-capacity-promotion/465391/

Graphic Card – รุ่นถัดไป AMD Navi ประสิทธิภาพจะเทียบเท่ากับ RTX 2080 แต่ราคาแค่ 8,200 บาท !!!

สำหรับ AMD นั้นในตอนนี้ถือว่ามาแรงจริงๆ ครับในส่วนของหน่วยประมวลผล ทว่าในส่วนของกราฟิกการ์ดนั้นถือว่ายังคงตามคู่แข่งอย่าง NVIDIA อยู่ครับ ทว่าอย่างไรก็ตามแต่แล้วนั้นดูเหมือนว่าปีหน้าฟ้าใหม่ของทาง AMD น่าจะมาถึงแล้วครับด้วยการเปลี่ยนมาใช้กระบวนการผลิตชิปที่ระดับ 7 nm ซึ่งในส่วนของหน่วยประมวลผลนั้นคงไม่ต้องพูดอะไรกันมากเพราะน่าจะทำยอดขายได้เพิ่มมากขึ้นอยู่แล้ว(หากไม่เผลอสะดุดเท้าตัวเองเข้า) แต่กับกราฟิกชิปนั้นสำหรับสถาปัตยกรรมรุ่นถัดไปอย่าง Navi นั้นคงต้องลุ้นกันหน่อยครับ

ด้วยความที่ใกล้จะขึ้นปี 2019 แล้วนั้นทำให้ในช่วงนี้มีข่าวลือของกราฟิกชิปสถาปัตยกรรม Navi ออกมาค่อนข้างมากโดยในช่วงไม่นานที่ผ่านมานั้นก็มีข้อมูลหลุดออกมาจากสื่ออย่าง AdoredTV และ Chiphell ซึ่งได้มีการรายงานไว้ครับว่ากราฟิกชิปสถาปัตยกรรม Navi รุ่นแรกที่จะออกมานั้นจะถูกเรียกชื่อว่า Navi 10 ซึ่งประสิทธิภาพของมันนั้นตามรายงานบอกเอาไว้เลยครับว่าอยู่ในระดับเดียวกับ GeForce RTX 2080 เลยทีเดียวและแน่นอนครับว่าเช่นเดียวกันกับ Radeon RX Vega ที่ราคาของเจ้า Navi 10 นั้นจะค่อนข้างถูกมากเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพที่ได้โดยในส่วนของราคานั้นจะอยู่ที่ราวๆ $249 หรือประมาณ 8,200 บาทครับ

อีกหนึ่งจุดดีของ Navi 10 จากการใช้กระบวนการผลิตที่ระดับ 7 nm นั้นก็คือในส่วนของความต้องการไฟเพิ่มที่ Navi 10 นั้นน่าจะสามารถใช้ไฟจาก 8-pin PCIe ได้ครับ ทว่าอย่างไรก็ตามแต่สาวกสีแดงอย่าพึ่งรีบดีใจไปครับเนื่องจากว่าตามรายงานนั้นได้ระบุเอาไว้ว่า Navi 10 นั้นจะสามารถเริ่มวางจำหน่ายในตลาดได้ก็เป็นช่วงครึ่งปีหลังของปี 2019 ไปแล้วครับ ซึ่งแน่นอนครับว่าเรานั้นคงไม่สามารถที่จะคาดการได้ว่าทางฝั่ง NVIDIA นั้นจะมีการแก้เกมออกมาอย่างไรงานนี้คงต้องรอดูกันยาวๆ ต่อไปครับ

ที่มา : tweaktown

from:https://notebookspec.com/amds-next-gen-navi-rumor-rtx-2080-performance-for-249/465292/

RTX 2060 GDDR6 มาแน่ แรงจริงทิ้ง GTX1060 เยอะ

ข่าวของ RTX 2060 มีหลุดออกมาไม่เว้นแต่ละวัน ล่าสุดน่าจะช่วงมกราคม 2019 นี้ ที่ผู้ใช้จะได้สัมผัสกับการ์ดจอมหาชนรุ่นนี้กันทั่วโลก กับสเปค 1920 CUDA core และ GDDR6 6GB ตามคาด ซึ่งคาดการณ์ว่าแรงกว่า GTX 1060 อยู่ถึง 50%

การมาของ RTX 2060 ซึ่งเป็นการ์ดจอในตลาดกลาง ที่หลายคนจับตามอง เวลานี้ข้อมูลจากทาง VideoCardz ออกมาว่า น่าจะเปิดตัวในเร็วๆ นี้ โดยตัวการ์ดจะมาพร้อมสัญญาณนาฬิกา 1200MHz จะน้อยกว่าของ GTX1060 อยู่เล็กน้อย อย่างไรก็ดีเรื่องของความเร็ว ยังไม่เป็นที่แน่ชัด เพราะอาจเป็นไปได้ว่า RTX 2060 จะสามารถบูสท์หรือเพิ่มสัญญาณนาฬิกาไปในรุ่น OC ได้สูงกว่า จากโครงสร้างสถาปัตยกรรมใหม่ก็ต้องจับตาดูกันอีกครั้ง เมื่อการ์ดออกมาเป็นรูปร่างต่อสาธารณชน

แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ยังไม่มีการพูดถึงการสนับสนุน RTX หรือเกี่ยวกับ Tensor core หรือ RT core ในข้อมูลต้นฉบับ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า nVIDIA อาจตัดสินใจบางอย่างกับการ์ด RTX 2060 นี้ เนื่องจากส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานด้าน Ray Tracing ด้วยนั่นเอง ล่าสุดมีภาพกราฟฟิก RTX 2060 จากทาง GIGABYTE ออกมาให้ยลโฉมกันแล้ววว..

ที่มา: RTX 2060 GDDR6

from:https://notebookspec.com/rtx-2060-desktop-gpu-specifications-leak/465302/