คลังเก็บป้ายกำกับ: PC-NEWS

สรุป AMD Ryzen 5000 series ซีพียูที่แรงที่สุดสำหรับการเล่นเกม มีรุ่นไหน เท่าไรบ้าง?

หลังจากปล่อยให้เราลุ้นกันว่า AMD จะเปิดตัวอะไรในวันนี้ ก็ถึงเวลาที่ AMD จะเปิดตัวให้เรารู้กันแล้วว่าคือซีพียูรุ่นใหม่สำหรับเครื่องพีวีในสถาปัตยกรรม Zen 3 ที่ใช้เลขรุ่นว่า Ryzen 5000 series (ข้าม 4000 ไปเลย กันสับสนกับฝั่งโน๊ตบุ๊ค) ที่ยังคงอยู่กับ 7 nm แต่อัพเกรทความเร็ว ความแรงขึ้นอีกไม่น้อย

โดยจุดเด่นหลักๆของ AMD Ryzen 5000 series ไม่ว่าจะเป็น

  • AMD Zen3 officially has a 19% IPC uplift  compared
  • Advanced Load/Store Performance and Flexibility
  • 2X Direct Access L3 Cache Per Core
  • Unified 8-core Complex (CCX)
  • Wider Issue in Float and Int Engines
  • “Zero Bubble” Branch Prediction

สรุปง่ายๆคือปรับปรุงสถาปัตยกรรมภายในให้ทำงานได้รวดเร็วขึ้น และยังเพิ่มความเร็วของซีพียูไปให้เร็วขึ้นกว่าเดิม ทำให้แม้ในการใช้งาน Single ก็เร็วไม่แพ้คู่แข่งแล้ว

โดยนำทัพด้วยซีพียูที่ AMD ให้นิยมว่าแรงและดีที่สุดสำหรับการเล่นเกมอย่าง AMD Ryzen 9 5950X ด้วยสเปคสูงที่สุดสำหรับซีพียูเพื่อผู้ใช้งานทั่วไป หรือเน้นการเล่นเกม จัดเต็มไม่ว่าจะเป็น

  • 16 Core 32 Thread
  • Up to 4.9 GHz
  • Cache 72 MB
  • TDP 105W
  • $799 หรือประมาณ 24,900 บาท

AMD Ryzen 9 5950Xให้ประสิทธิภาพที่เหนือกว่าคู่แข่งในการเล่นเกมชัดเจน

AMD Ryzen 9 5900X เป็นรุ่นแรกที่เปิดตัวในงาน เน้นความเร็วสุง สำหรับการเล่นเกมที่ดีมาก และยังเคลมว่าแม้แต่ความเร็วหรือการทำสอบแบบ Single Core ก็ยังแรงกว่าคู่แข่งที่ราคา $549 (ประมาณ 17,000 บาท)
  • 12 Core 24 Thread
  • Up to 4.8 GHz
  • Cache 70 MB
  • TDP 105W

นอกจากนั้นก็ยังมีน้องๆ Ryzen 7 และ 5 ตามมาอีก 2 รุ่น

Ryzen 7 5800X – $449 (ประมาณ 14,000 บาท)
  • 8 Core 16 Thread
  • Up to 4.7 GHz
  • Cache 36 MB
  • TDP 105W
Ryzen 5 5600X – $299 (ประมาณ 9,300 บาท)
  • 6 Core 12 Thread
  • Up to 4.6 GHz
  • Cache 35 MB
  • TDP 65W

AMD Ryzen 5000 series พร้อมวางจำหน่ายวันที่ 5 พฤษจิกายนนี้ ตามเวลาอเมริกา หรือช่วงค่ำๆของวันที่ 5 ในบ้านเรา

ส่วน RX 6000 เจอกันวันที่ 28 ตุลาคมนะตัวเธอว์

Zen4 จะไปถึง 4nm อยู่ระหว่างการออกแบบ ส่วนเมนบอร์ด ไม่ได้พูดถึง แต่ด้วยสถาปัตยกรรมที่ไม่ได้เปลี่ยนไปมาก การันตีว่าใช้รุ่นเดิมได้ (แค่ต้องอัพเดท Bios ก่อนนะ)

from:https://notebookspec.com/amd-announces-ryzen-5000-series/541252/

SK Hynix เปิดตัวแรม DDR5 5600 เร็วกว่า DDR4 1.8 เท่า ความจุ 256GB ปีหน้าได้ลุ้น

ถือว่าเป็นอีกค่ายยักษ์ใหญ่ในวงการโมดูลหน่วยความจำ สำหรับ SK Hynix ที่ล่าสุดเปิดตัวแรม DDR5 DRAM ตัวแรกของโลกกับความเร็ว 4,800-5,600Mbps ใช้พลังงานน้อยลง แต่ความจุมากขึ้น

แรม DDR5

ข้อมูลอ้างว่าแรม DDR5 ชุดใหม่นี้ จะเร็วกว่า DDR4 เดิมๆ ประมาณ 1.8 เท่า

แต่ไม่รวมแรมความเร็วสูงบางรุ่น ที่มีการโอเวอร์คล็อกมาใกล้เคียง เช่น Crucial Ballistix Max 5100 ที่แม้จะเป็น DDR4 แต่ก็ถือว่าเร็วใกล้เคียงกับสัญญาณความถี่ของ DDR5 เลยทีเดียว ซึ่งถ้ามองย้อนกลับไปในช่วงปี 2014 ที่ผ่านมาถึงวันนี้ก็เกือบ 10 ปีของ DDR4 แล้ว นับว่าเป็นเส้นทางอันยาวไกลเลยทีเดียว

แรม DDR5

โดยที่แรม DDR5 จากทาง SK Hynix จะเซ็ตความเร็วชุดแรกออกมาที่ 4,800MHz ไปจนถึง 5,600MHz และแผนต่อไปคือ ความเร็วระดับ 6,400MHz ขึ้นไป แต่สำหรับ DDR5 ไม่ได้มีแค่ความเร็วเท่านั้น แต่ความจุก็ได้รับการปรับปรุงมาเช่นเดียวกัน โดยคาดว่าจะพัฒนาความจุไปได้ถึง 256GB ในโมดูลเดียวได้ ผ่านทางชิปซิลิกอนที่ซ้อนกัน Chip-stacking คล้ายกับ NAND บน SSD ด้วยเทคโนโลยี TSV

แรม DDR5

แต่จากข้อมูลล่าสุด DDR5 ชุดนี้จะยังไม่ได้ลงมาในตลาดเกมมิ่งพีซีหรือคอมทั่วไป แต่เป็นโมดูลที่เป็นแบบ Low voltage ที่เหมาะสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งมีข่าวว่าจะมีแพลตฟอร์มจากทั้ง 2 ค่ายใหญ่อย่าง Intel และ AMD ออกมาด้วย บนสถาปัตยกรรมเซิร์ฟเวอร์ที่ใกล้จะมาถึงอย่าง Intel’s Sapphire Rapids ในปี 2021 โดยมีการทำงานอย่างใกล้ชิดระหว่าง Intel และ SK Hynix ในการพัฒนา DDR5 รุ่นแรก ให้ผ่านมาตรฐาน JEDEC เพื่อให้พร้อมต่อการใช้งานในเร็ววัน

ส่วนการนำไปใช้ในเกมมิ่งพีซีนั้น แม้ว่า DDR5 จะเป็นสิ่งใหม่ที่น่าสนใจ ทั้งในแง่ความเร็วและความจุ แต่ด้วยปัจจุบัน DDR4 ความเร็วสูง เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์การใช้งานได้ดีพออยู่แล้วบนสถาปัตยกรรมในปัจจุบัน ซึ่งทาง AMD และ Intel ก็พยายามผลักดัน ด้วยการเพิ่มความเร็วให้สูงขึ้น แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ การให้ความสำคัญของ Latency ในการเล่นเกม ที่อาจมีส่วนทำให้ถึงเวลาของ DDR5 เร็วกว่าเดิม ส่วนค่ายอื่นๆ เช่น Samsung จะเริ่มผลิต DDR5 มากขึ้นในปี 2021 และ Micron ก็เตรียม DDR5 เอาไว้แล้วในเวลานี้

ที่มา: DRAM DDR5 SK Hynix

from:https://notebookspec.com/sk-hynix-ddr5-5600-faster-ddr4-2021/540889/

ดูสเปค เล่นเกม Steam Survey 2020 การ์ดจอ GTX ยังนำ ซีพียู AMD มาแรง แรม 16GB good!

เช็คกันหน่อย คนเล่นเกม Steam Survey ในเดือน กันยายน 63 ที่ผ่านมานี้มีหลายสิ่งที่น่าสนใจเลยทีเดียว ผู้ใช้ซีพียู AMD มีเพิ่มขึ้น การ์ดจอ GTX 1060 ยังนำและเกมเมอร์ให้ความสำคัญกับแรม 16GB

เล่นเกม Steam

สเปคคอมเล่นเกม Steam Sep 2020

ในช่วงเดือน กันยายนที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงของผู้ใช้บนแพลตฟอร์มเล่นเกมระดับโลกอย่าง Steam นี้ ก็มีหลายสิ่งที่น่าสนใจ โดยเฉพาะสเปคคอมเล่นเกม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของซีพียู แรม และการ์ดจอ มาดูกันว่าเกมเมอร์ส่วนใหญ่ ที่มาเล่นเกมบนแพลตฟอร์ม Steam นี้ เค้าใช้สเปคแบบใดกันบ้าง

เล่นเกม Steam

มาดูในภาพรวมกันก่อน ในการสำรวจคนเล่นบน Steam การ์ดจอ nVIDIA ยังคงครองแชมป์ด้วยสัดส่วน 73.88% และตามมาด้วย AMD ส่วนของซีพียู AMD ขยับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 25.59% และดูเหมือนว่ากำลังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่วนซีพียู 4 Core ยังเป็นที่้ใช้กันอยู่มากที่สุดบนแพลตฟอร์มนี้ แต่ที่น่าสนใจคือ พีซีที่ใช้แรม 16GB เพิ่มขึ้นอย่างมาก ในช่วงที่ผ่านมา เช่นเดียวกับ VRAM 8GB ที่อยู่บนการ์ดจอ ก็มีผู้ใช้เพิ่มขึ้นเช่นกัน

เล่นเกม Steam

ส่วนรายละเอียดของซีพียู ในส่วนของ Intel ความเร็วระดับ 3.3GHz-3.69GHz มีสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งก็น่าจะตรงกับซีพียูรุ่นใหม่ๆ ในปัจจุบัน ซึ่งน่าจะเน้นไปที่ซีพียูเดสก์ทอปเป็นส่วนใหญ่ ส่วนซีพียู Intel ระดับ 1.7GHz – 2.0GHz แม้ว่าจะมีอยู่บ้าง แต่ก็น้อยมาก ซึ่งดูแล้วอาจจะไม่ตอบโจทย์กับการเล่นเกมได้มากนัก ส่วนทาง AMD ความเร็ว 3.3GHz – 3.69GHz เริ่มตีตื้นคู่แข่งมาพอสมควร เรียกว่ากระโดดจากในช่วงเดือนที่ผ่านมาระดับ 0.52% เลยทีเดียว เช่นเดียวกับซีพียู 3.7GHz ขึ้นไป ก็ค่อนข้างตอบโจทย์ในการเล่นเกมมากขึ้น

เล่นเกม Steam

ส่วนในเรื่องของการจำนวน Core ของซีพียู 4 Core ยังคงเป็นตัวหลักในการขับเครื่อง Game Rig บนพีซีหลายๆ เครื่อง ที่ใช้ในการเล่น Steam นี้ แต่ที่ดูโดดเด่น ก็คือ ซีพียูระดับ 8 core ที่มีแนวโน้มการเติบโตขึ้นมาเรื่อยๆ ในส่วนนี้ดูเฉพาะที่เป็น Physical นั่นก็หมายความว่า กลุ่มของ Intel Core i7 และ AMD Ryzen 7 มีเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่ก็ยังน้อยกว่า 6 core ที่มีสัดส่วนสูงขึ้น และเป็นรองในกลุ่ม 4 core ไม่มากแล้ว

เล่นเกม Steam

ตัวเลขที่น่าสนใจของผู้เล่น Steam จะใช้แรมระดับ 16GB กันเป็นหลักแล้ว ด้วยตัวเลขระดับ 42.08% ซึ่งขยับขึ้นมาจากเดิมที่เคยอยู่ที่ 8GB ซึ่งตอนนี้กลายเป็นว่าน้อยกว่า เป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นว่าเกมเมอร์เริ่มปรับเปลี่ยนและอัพเกรดให้เล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งในช่วงที่ผ่านมา 2-3 เดือนนี้ ราคาแรมก็ถูกลงมาเรื่อยๆ ใครที่ใช้ 8GB อัพเกรดมาเป็น 16GB ก็น่าสนใจไม่น้อย

ส่วนสุดท้ายที่สำคัญสำหรับการเล่นเกมก็คือ การ์ดจอ โดยที่ GTX 1060 ยังคงครองตำแหน่งนี้มายาวนาน แต่ก็มี GTX 1050 Ti อดีตแชมป์ตามมาติดๆ แต่ที่น่าลุ้นก็คือ การมาของ GTX 1650 และ GTX 1660 แม้จะยังอยู่กลางๆ ตาราง แต่ก็มีแนวโน้มผู้ใช้มากขึ้น ส่วน RTX 2060 ก็มีผู้ใช้ในแพลตฟอร์ม Steam มากขึ้นเช่นกัน สำหรับเวลานี้ ราคาของ RTX 2000 series ก็ยั่วยวนใจเหลือเกิน ใครที่อยากจะขยับมาใช้ในช่วงนี้ RTX 2060 SUPER และ RTX 2070 SUPER น่าจับจ่ายเป็นอย่างยิ่ง

ที่มา: Steam survey

from:https://notebookspec.com/steam-survey-2020-gtx-amd-ram-16gb/540684/

Lenovo ThinkVision T27hv-20 หน้าจอที่เกิดมาสำหรับผู้ทำงานอย่างแท้จริง

Lenovo ThinkVision T27hv-20 มอนิเตอร์สำหรับการทำงานรุ่นใหม่ของทาง Lenovo เปิดตัวอย่างเป็นทางการ มาพร้อมฟีเจอร์เด็ดๆ สำหรับการใช้งานทางด้านธุรกิจที่ตอบโจทย์เป็นอย่างดีสำหรับการทำงานในยุค New normal โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ 1080p IR webcam ที่จะช่วยให้การประชุมทางไกลเป้นเรื่องกล้วยๆ ฟีเจอร์อื่นจะน่าสนใจมากแค่ไหนไปติดตามกัน

Lenovo ThinkVision T27hv-20

Lenovo ThinkVision T27hv-20

สำหรับ Lenovo ThinkVision T27hv-20 หรือ ThinkVision T27hv-20 นั้นเป้นมอนิเตอร์ที่เรียกได้ว่าเปิดตัวออกมาเหมาะสมกับช่วงเวลาของยุค COVID-19 หรือการทำงานที่ต้องคำนึงถึงรูปแบบการใช้ชีวิต New Normal เป็นอย่างยิ่ง โดยตัวมอนิเตอร์นั้นจะมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 27 นิ้ว รองรับความละเอียดที่ระดับ 2K ดีไซน์ของหน้าจอนั้นจะมาพร้อมกับดีไซน์แบบขอบบาง 3 ด้าน(บน, ซ้ายและขวา)

ดีไซน์ฐานตั้งนั้นจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าถูกออกแบบมาสำหรับการใช้งานทางด้านธุรกิจโดยเฉพาะ โดยตัวฐานนั้นจะมาพร้อมกับสีดำแต่มีการตัดสีแดงที่ฐานทำให้มองแล้วนั้นดูโฉบเฉี่ยวไม่เป็นโทรดำไปทั้งหมดไม่เหมือนกับมอนิเตอร์สำหรับการทำงานในอดีตที่ส่วนใหญ่แล้วนั้นจะมาพร้อมกับสีของตัวเครื่องเป็นสีดำเป็นหลัก ทาง Lenovo ได้ให้ลำโพงมากับตัวหน้าจอด้วยโดยจะอยู่ทางด้านล่างของหน้าจอโดยลำโพงนั้นจะเป็นแบบลำโพงคู่ที่แต่ละด้านนั้นจะมีกำลังอยู่ที่ 3W ทำให้ในการใช้งานด้านการฟังเสียงโดยเฉพาะการประชุมต่างๆ นั้นเป็นไปได้ด้วยความสะดวกสบาย

ตัวหน้าจอนั้นยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ในการช่วยลดภาระการใช้สายตาต่างๆ อย่าง “Natural Low Blue Light-Technology” ซึ่งผ่านการรับรองจากทาง Eyesafe และ TÜV Rheinland Eye Comfort ซึ่งนั่นทำให้การใช้งานนั้นจะมีความล้าของสายตาที่เกิดจากแสงสีฟ้าน้อยลงเป็นอย่างมาก

ถึงแม้ว่าบนตัวหน้าจอเองจะมีลำโพงมาให้แล้วด้วยก็ตามแต่ด้วยลักษณะของการทำงานในสำนักงานที่เปลี่ยนไปจากเดิมทำให้ทาง Lenovo ยังคบไม่ลืมที่จะเพิ่มดีไซน์ในส่วนของฐานสำหรับวางชุดหูฟังมาให้ทางด้านข้างซ้ายของตัวเครื่อง นอกไปจากนั้นแล้วที่ด้านซ้ายล่างยังมีพอร์ต 3.5 audio combo jack มาให้ใช้งานอยู่ด้วย ซึ่งถือว่ามีประโยชน์เป็นอย่างมากเพราะเวลาที่จะใช้งานนั้นผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องคลำมื้อไปทางด้านหลังของตัวเครื่องเพื่อหาพอร์ต 3.5 audio jack เสียบให้ยุ่งยากอีกต่อไป

จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งคงหนีไม่พ้น Webcam ที่มีความละเอียดมากถึง 1080p โดยตัวเลนส์นั่นยังใช้เซ็นเซอร์แบบ IR/RGB Camera ทำให้เพิ่มความสามารถในการถ่ายทอดภาพได้ดีแม้ว่าจะอยู่ในมุมที่มีแสงน้อยก็ตาม ที่ติดตั้ง Webcam นั้นก็สามารถที่จะทำการปรับระดับได้อย่างง่ายดายทำให้ไม่ต้องกังวลว่าตัวกล้องจะอยู่ในมุมที่ไม่เหมาะสมกับการประชุม นอกไปจากนั้นแล้วมันยังมาพร้อมกับไมค์ที่ตัดเสียงรบกวนได้ในตัว งานนี้เรียกได้ว่าการประชุมงานทางไกลนั้นก็เป็นเรื่องง่ายไปแบบชิวๆ เลยทีเดียว

จุดที่อาจจะมีข้อติบ้างนั้นก็คือส่วนของดีไซน์ขอตั้งที่ค่อนข้างจะใหญ่พอสมควรหากดูจากมุมด้านข้างของตัวหน้าจอ ทว่าในการใช้งานนั้นก็คงไม่มีใครไปนั่งอยู่ทางด้านข้างของตัวหน้าจออยู่แล้ว

อีกข้อติหนึ่งนั้นก็คือพอร์ตการเชื่อมต่อต่างๆ ของตัวหน้าจอที่อยู่ทางด้านหลังของตัวเครื่องนั้นจะวางตัวทำมุมลงไปทางด้านล่างของตัวเครื่องซึ่งเวลาที่จะทำการเชื่อมต่อสายสัญญาณต่างๆ นั้นอาจจะทำได้ลำบาก แต่ตรงนี้นั้นทาง Lenovo ก็แก้มาให้ด้วยการพิมพ์บอกตำแหน่งของพอร์ตต่างๆ เอาไว้มาให้ด้วยซึ่งทำให้ในการเช่อมต่อพอร์ตต่างๆ นั้นก็จะสามารถทำได้ง่ายมากขึ้น

สำหรับพอร์ตการเชื่อมต่อของตัวหน้าจอนั้นจะมาแบบครบครันไม่ว่าจะเป็น RJ-45 jack, DisplayPorts, HDMI, USB Type-A และ Type-C โดย USB Type-C นั้นจะเป็นพอร์ตมาตรฐาน 3.2 Gen 1 รองรับกำลังไฟมากถึง 90W ทั้งนี้ Lenovo ThinkVision T27hv-20 จะพร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม 2021 นี้ สนนราคาจะอยู่ที่ €419 หรือประมาณ 15,570 บาท

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/lenovo-thinkvision-t27hv-20-monitor-shows-remote-collaboration-potential-with-usb-type-c-and-a-1080p-ir-webcam/539726/

Xiaomi เตรียมจอเล่นเกมใหม่ 240Hz และ 360Hz Full-HD IPS เริ่ม 5 พันบาท Good!

จากข้อมูลล่าสุดในเว็บไซต์ Xiaomi เตรียมส่งจอเล่นเกมที่มีรีเฟรชเรตสูง มาลุยตลาด ในช่วงพฤศจิกายนที่จะถึงนี้

โดยจอเล่นเกมใหม่นี้ เน้นไปที่ตลาดเมนสตรีม ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ กับข้อมูลในเบื้องต้น อาจมีด้วยกัน 2 โมเดลคือ 240Hz และ 360Hz กับไซส์จอเริ่มต้น 24.5″

จอเล่นเกม

ด้วยตัวเลข 145USD หรือประมาณ 5,xxx บาท อาจเป็นราคาที่ทาง Xiaomi นำมาใช้ในการกรุยทางสู่ตลาดในกลุ่มนี้ ก่อนจะขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ในรุ่นที่สูงขึ้น คาดว่าตัวเริ่มต้นจะอยู่ที่ 24.5″ และเป็นแบบ 1080p ทั้งหมด ส่วนอัตรารีเฟรชเรตก็อาจจะมีทั้ง 240Hz และ 360Hz หรืออาจจะมีจำหน่ายทั้ง 2 โมเดล แต่ยังไม่มีข้อมูลของพาแนลออกมาชัดเจน เพราะจะต้องเลือกใช้พาแนลที่มีคุณภาพ แต่ก็ต้องควบคุมต้นทุนให้เหมาะสม ซึ่งก็อจเป็นไปได้ทั้ง IPS แต่บางทรรศนะก็ให้ความเห็นว่าควรเป็น TN สำหรับการเล่นเกม

แม้ว่างบประมาณ 145USD นี้ จะเป็นจุดที่เกมเมอร์เอื้อมถึงซื้อได้ง่าย ลงตัวกับผู้ใช้ แต่หลายคนก็อาจจะทราบดีกว่า การเล่น 360Hz บน Full-HD ไม่ได้เป็นเรื่องง่าย ที่เราจะรีดเฟรมเรตกันไปได้ระดับนั้น หรือแม้แต่ 240Hz ก็ตาม เพราะถ้าพีซีทั่วไป ประสิทธิภาพก็ดูจะเป็นข้อจำกัด อย่างไรก็ดีนั่นก็คงเป็นเรื่องของอนาคต

ในครั้งนี้น่าจะเป็นการปรับโมเดล มาลองตลาดกลุ่มใหญ่มากขึ้น จากก่อนหน้านี้ Xiaomi ส่งจอขนาด 27 นิ้วรองรับความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 2K(2560×1440 pixels) โดยมี refresh rate อยู่ที่ 165 Hz และ response time 1 ms ตัวหน้าจอนั้นรองรับการเล่นเกมอย่างเต็มรูปแบบโดยจะมาพร้อมกับเทคโนโลยี Adaptive-Sync พร้อมด้วยความสว่างสูงสุดมากถึง 400 nits และรองรับช่วงกว้างของสี DCI-P3 ถึง 95% และประสบความสำเร็จ กับตลาดมิดเอนด์ กับราคาประมาณ 9,xxx บาท

ที่มา: Xiaomi

from:https://notebookspec.com/xiaomi-gaming-240hz-360hz-full-hd-ips/538528/

คลอดแล้ว! Samsung 980 PRO PCIe 4.0 ไฮเอนด์เกมเมอร์และมือโปร Fast เร็วกว่าเดิม 10 เท่า

คลอดแล้วอย่างเป็นทางการกับ SSD สายโหด Samsung 980 PRO กับฟีเจอร์ PCIe 4.0 ใหม่ล่าสุด เข้าได้ทั้งแพลตฟอร์ม Intel และ AMD ความเร็วระดับ 7,000MB/s และความจุให้เลือกถึง 1TB เอาใจเกมเมอร์ที่ต้องการความเร็วและพื้นที่ในการติดตั้งเกมใหม่ๆ รวมถึงผู้ใช้ระดับมืออาชีพ บนเครื่องพีซีไฮเอนด์และ Workstation

Samsung 980 PRO

Samsung เปิดตัว SSD รุ่นใหม่ระดับฮาร์ดคอร์เกมเมอร์และมืออาชีพ 980 PRO ในซีรีส์สายโหด ที่ให้ความเร็วในการทำงานสูง กลุ่มผู้ใช้ที่เน้นความเร็วในการอ่าน-เขียนข้อมูลที่รวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานด้านกราฟิก ร่วมกับความละเอียดระดับ 4K หรือ 8K เล่นเกมที่หนักหน่วง ด้วยการใช้ V-NAND ที่สุดจัดในสายนี้ MLC คุณภาพสูง ร่วมกับคอนโทรลเลอร์ของ Samsung เอง และช่องทางการเชื่อมต่อ PCIe 4.0 ซึ่งทำให้ SSD รุ่นนี้ มีความเร็วในการอ่าน-เขียนข้อมูลสูงสุดที่ 7,000MB/s และ 5,000MB/s ตามลำดับ ซึ่งความเร็วของ Random Read/ Write นั้นไปแตะที่ 1,000K IOPS นั่นหมายถึงเร็วกว่า SSD PCIe 3.0 กว่าเท่าตัว และมากกว่า SSD SATA III สิบเท่า

Samsung 980 PRO

นอกจากนี้ Samsung ยังได้ออกแบบการจัดการความร้อนที่ดีขึ้น ด้วยการใช้นิกเกิลเคลือบไปบนคอนโทรลเลอร์และแผ่นลาเบล ที่ทำหน้าที่เป็น Heat spreader ในการกระจายความร้อนที่ด้านหลังของ SSD อีกด้วย ที่นับว่าเป็นการพัฒนารูปแบบการระบายความร้อนใหม่ในรูปแบบของ M.2 ที่ทำให้บางเบาลงได้ และเทคโนโลยี Samsung’s Dynamic Thermal Guard ในการควบคุมความร้อนของไดรฟ์ได้อีกด้วย

Samsung 980 PRO

Samsung 980 Pro SSD มีความจุให้เลือกตั้งแต่ 250GB, 500GB และ 1TB จะเริ่มวางขายใน กันยายนนี้ ส่วนในรุ่น 2TB คาดว่าจะขายในช่วงสิ้นปี ราคาเริ่มต้นที่ 89.99USD หรือประมาณ 3,000 บาท สำหรับ 250GB

ที่มา: SSD 980 PRO

from:https://notebookspec.com/samsung-980-pro-ssd-hiend-gamer/538488/

XPG Gammix S70 สุดยอด M.2 SSD จาก ADATA ความเร็วสูง

XPG Gammix S70 แหล่งเก็บข้อมูลมาตรฐาน PCIe Gen4x4 จากทาง ADATA เปิดตัวอย่างเป็นทางการ มาพร้อมกับความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมูลที่สูงกว่า SSD ของเครื่อง PlayStation 5 แถมขนาดความจุก็ยังสูงกว่า จะน่าสนใจมากแค่ไหนนั้นไปติดตามกัน

XPG Gammix S70

XPG Gammix S70

ADATA หนึ่งในผู้ผลิตแหล่งเก็บข้อมูลชื่อดังได้ทำการเปิดตัวแหล่งเก็บข้อมูลแบบ M.2 2280 SSD มาตรฐาน PCIe Gen4x4 รุ่นใหม่อย่าง XPG Gammix S70 ออกมาอย่างเป็นทางการ ซึ่งสเปคของ XPG Gammix S70 นั้นเรียกได้ว่าน่าสนใจเอามากๆ โดยมันมาพร้อมกับความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมุลดังต่อไปนี้

  • ความเร็วในการอ่านข้อมุลแบบลำดับสูงสุดที่ 7,400 MB/s
  • ความเร็วในการเขียนข้อมูลแบบลำดับสูงสุดที่ 6,400 MB/s
  • MTBF(mean time between failures) อยู่ที่ 2,000,000 ชั่วโมง
  • รองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อแบบ PCIe 4.0 และ  PCIe 3.0
  • มาพร้อมกับฮีทซิงค์สำหรับระบายความร้อนที่สามารถช่วยในการระบายความร้อนได้มากกว่าเดิม 30%
  • มาพร้อมกับขนาดความจุ 1 TB และ 2 TB
  • ระยะเวลารับประกันอยู่ที่ 5 ปี

ทั้งนี้การที่จะใช้ XPG Gammix S70 ได้ที่ความเร็วสูงสุดตามโฆษณานั้นมีข้อกำหนดอยู่หนึ่งอย่างก็คือเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่านต้องรองรับมาตรฐาน PCIe 4.0 ซึ่งในปัจจุบั้นนั้นจะมีเฉพาะผู้ที่ใช้หน่วยประมวลผล AMD Ryzen 3000 ซีรีส์เท่านั้นถึงจะสามารถสัมผัสความแรงดังกล่าวนี้ได้ น่าเสียดายที่ทาง ADATA นั้นยังคงไม่มีการเผยราคาและวันวางจำหน่ายของ XPG Gammix S70 ออกมาอย่างเป็นทางการ(แต่เชื่อว่าในไทยเรานั้นน่าจะสามารถหาซื้อได้ด้วยเช่นเดียวกันแทว่าคงต้องหลังเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วสักพัก)

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/xpg-gammix-s70-pcie-gen4x4-m-2-ssd-from-adata-will-woo-gamers-and-future-playstation-5-owners-alike/538473/

Rivet Networks เปิดตัว Killer 2.5 Gigabit Ethernet adapter

Rivet Networks หนึ่งในผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายชั้นนำได้ทำการเปิดตัวอะแดปเตอร์สำหรับเปลี่ยนพอร์ต USB Type-C มาตรฐาน 3.1 เป็นพอร์ตแลน(Ethernet RJ-45 jack) ที่มีความเร็วมากสุดถึง 2.5 Gb ภายใต้ชื่อไลน์ Killer ซึ่งมาพร้อมกับฟีเจอร์มากมายที่พัฒนาขึ้นมาสำหรับนักเล่นเกมโดยเฉพาะ

Rivet Networks

Rivet Networks Killer 2.5 Gigabit Ethernet adapter

สำหรับสเปคของ Rivet Networks Killer 2.5 Gigabit Ethernet adapter นั้นจะมีดังต่อไปนี้

  • ใช้พอร์ตการเชื่อมต่อ USB Type-C โดยหากต้องการให้รองรับความเร็วสูงสุดที่ 2.5 Gb จะต้องใช้พอร์ต Type-C ที่รองรับมาตรฐาน 3.1
  • รองรับความเร็ว 10/100/1000Mbps และ 2.5Gbps
  • เพื่อให้สามารถใช้งานที่ความเร็ว 2.5 Gbps ได้จะต้องใช้คู่กับสายมาตรฐาน Cat. 5e ขึ้นไป
  • มาพร้อมซอฟต์แวร์ Killer Extreme ที่มีฟีเจอร์สำหรับการเล่นเกมโดยเฉพาะอย่าง Prioritization Engine; GameFast Technology; Intelligence Engine; DoubleShot Pro และ Control Center 2.0
  • รองรับมาตรฐาน 2.5GBASE-T Alliance PHY Specification
  • รองรับมาตรฐาน IPv4 และ IPv6
  • รองรับฟีเจอร์ “jumbo” 16K-byte frames
  • รองรับมาตรฐาน IEEE’s 802.3az Energy Efficient standard และ 802.3x Full Duplex Flow control

ทั้งนี้ Rivet Networks Killer 2.5 Gigabit Ethernet adapter นั้นน่าจะเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับนักเล่นเกมโดยเฉพาะเนื่องจากว่าซอฟต์แวร์นั้นมาพร้อมกับโหมดที่ปรับแต่งมาเป็นพิเศษสำหรับการเล่นเกมอย่าง Extreme Gaming Mode ที่ให้ลำดับความสำคัญกับเกมก่อนเป็นอย่างแรก ทั้งนี้ Rivet Networks Killer 2.5 Gigabit Ethernet adapter วางจำหน่ายแล้วใน Amazon ที่ราคา $49.99 หรือประมาณ 1,570 บาท

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/rivet-networks-announces-the-new-killer-usb-type-c-3-1-adapter-to-2-5-gigabit-ethernet-adapter/538456/

จอคอม มืออาชีพ EIZO 37.5 นิ้ว Ultrawide สว่างเจิดจ้า sRGB 100% ตัดต่อ แต่งภาพ Good!

งานตัดต่อระดับมืออาชีพ ไม่ใช่แค่คอมแรง แต่ต้องมี จอคอม ระดับโปร คุณภาพสูง ให้ภาพคมชัด สีสันสมจริงด้วย ล่าสุด EIZO เปิดตัว จอในแบบ Ultrawide 37.5 นิ้ว โค้งกว้าง โอบสายตา ให้ขอบเขตสีที่แม่นยำ

จอคอม

EIZO FlexScan EV3895 ต้องเป็นจออีกรุ่นที่มืออาชีพหรือคนที่กำลังก้าวสู่วงการตัดต่อหรือแต่งภาพอย่างจริงจัง หันมาสนใจ เพราะแค่ค่ายนี้ ก็การันตีถึงความเป็นมือโปรได้อย่างชัดเจน จอคอมรุ่นใหม่ล่าสุดนี้มาในแบบ Ultrawide ซึ่งนับเป็นตัวแรกจากค่ายนี้ ที่มาในรูปลักษณ์ที่สวยงาม โดดเด่นตั้งแต่ฐานไปจนถึงตัวจอ เข้ากับไลฟ์สไตล์ในบ้าน ที่เน้นความทันสมัยหรือออฟฟิศที่ดูล้ำ หน้าจอขนาด 37.5″ ความละเอียด UWQHD+ 3840 x 1600 พิกเซล สัดส่วน 24:10 ฟีเจอร์มาแน่นมาก

จอคอม

หน้าจอใช้พาแนล IPS ให้มุมมองกว้าง คมชัด 178/ 178 องศา แต่ใครที่อยากได้จอนี้ อาจจะต้องมีโต๊ะยาวสักหน่อย เพราะความยาวก็ปาไป 120cm แล้ว ความหนาแน่นของพิกเซลอยู่ที่ 111 ppi และให้ความสว่างกว่าจอทั่วไป 300cd/m2 มีอัตราตอบสนอง 5ms และค่า sRGB 100%, DCI-P3 94% และจุดเด่นคือ คุณสามารถ Input มายังจอได้ถึง 3 device ด้วยกัน และแบ่งหน้าจอใช้งานได้กว้างขึ้น

จอคอม

สามารถปรับแต่งหรือควบคุมการทำงานด้วยระบบสัมผัส และใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ที่เชื่อมต่ออยู่ ไม่ว่าจะเป็นพีซีหรือโน๊ตบุ๊คได้ด้วยคีย์บอร์ดเพียงอันเดียว แต่ที่น่าสนใจคือ การมีพอร์ต USB Type-C ในการชาร์จไฟให้กับโน๊ตบุ๊คได้อีกด้วย ทำให้ไม่ต้องต่อสายชาร์จอุปกรณ์อื่นๆ ให้วุ่นวาย นอกจากนี้ยังมีพอร์ตสำหรับใช้งานมาให้อีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น HDMI, DisplayPort, USB Type-B และ LAN แต่ที่สำคัญมีลำโพงเสียง Surround มาในตัว

จอคอม

แต่จุดที่น่าสนใจของจอขนาดใหญ่แบบนี้ อยู่ที่การแบ่งพื้นที่ใช้งานได้สะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่ทำงานด้านกราฟิกหรือมัลติมีเดีย เพราะจะใส่เมนูหรือเปิดภาพพรีวิวได้กว้างกว่าเดิม ด้วยการออกแบบที่บางและไร้ขอบ ทำให้พื้นที่ในการใช้งานกว้างกว่าที่คิด และยังใช้ต่อมัลติมอนิเตอร์ได้แนบเนียนยิ่งขึ้น มีให้เลือกทั้งสีขาวและดำ ผู้ใช้สามารถเก็บสายเข้ากับขาตั้งจอได้อีกด้วย โต๊ะทำงานจะสะอาดขึ้นจนผิดหูผิดตากันเลยทีเดียว นอกจากนี้จอจาก EIZO ยังมาพร้อม EcoView อันเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะ ช่วยลดการใช้พลังงานลงได้ถึง 40% ราคายังไม่เคาะออกมาเป็นทางการ แต่คาดว่าไม่ต่ำกว่า 50,000 – 60,000 บาท

ที่มา: จอ EIZO

from:https://notebookspec.com/professional-monitor-eizo-37-5-flexscan/538037/

AMD Radeon RX 6000 จะมาพร้อมกับ 80 CUs และ 128 MB Infinity Cache

AMD Radeon RX 6000 กราฟิกการ์ดซีรีส์ใหม่ล่าสุดที่จะมีการเปิดตัวในเร็วๆ นี้ของทาง AMD เริ่มมีข้อมูลออกมามากขึ้น โดยจากข้อมูลใหม่นั้นพบว่า AMD Radeon RX 6000 นั้นจะมาพร้อมกับ Compute Units หรือ CUs มากถึง 80 CUs นอกเหนือไปจากนั้นแล้วสเปคต่างๆ ที่หลุดออกมานั้นยังน่าสนใจเป็นอย่างมาก จะมีอะไรบ้างนั้นไปติดตามกัน

AMD Radeon RX 6000

AMD Radeon RX 6000

ข้อมูลล่าสุดของชิปเซ็ท AMD Radeon RX 6000 ที่หลุดออกมานี้นั้นถูกปล่อยออกมาโดย RedGamingTech (RGT) ซึ่งจากข้อมูลนั้นพบว่า AMD Radeon RX 6000 จะมาพร้อมกับ 80 CUs ตามมาด้วยหน่วยความจำที่มี 256-bit memory interface พร้อมกับ 128 MB Infinity Cache แถมด้วยความเร็วสัญญาณนาฬิกาที่เท่ากันกับชิปกราฟิกที่ถูกใช้งานบน PlayStation 5 ทว่าบน PlayStation 5 นั้นตัวชิปกราฟิกจะมาพร้อมกับ Compute Units เพียงแค่ 36 CUs เท่านั้นนั่นทำให้หากเทียบกันแล้วชิปกราฟิก AMD Radeon RX 6000 สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นจะแรงกว่าชิปกราฟิกบน PlayStation 5 เป็นอย่างมาก

หมายเหตุ – ในส่วนของข้อมูลเรื่องหน่วยความจำนั้นยังคงมีการถกเถียงกันมากว่าจะใช้เป็นประเภทใด ทว่ามีการคาดการกันมากว่าอาจจะไม่ได้เป็น GDDR6X เนื่องจากทาง NVIDIA นั้นได้ร่วมเป็นคู่ค้ากับ Micron ที่เป็นเจ้าของเทคโนโลยีนี้ไปแล้ว

นอกไปจากนั้นแล้วยังพบว่า AMD Radeon RX 6000 นั้นจะมีอัตราการคายความร้อนสูงมากถึง 300 W TDP ซึ่งนั่นทำให้ตัวชิปนั้นน่าจะสามารถ Overclocked ความเร็วสัญญาณนาฬิกาจาก 2.23 GHz(คิดตามความเร็วสัญญาณนาฬิกาของชิปกราฟิกบน PlayStation 5) ไปอยู่ที่ 2.3 GHz ได้ ทว่านั่นก็แลกมากับการที่ตัวการ์ดนั้นจะต้องต่อไฟเพิ่มผ่านทาง 8-pin power connectors ถึง 2 ชุดด้วยกัน

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/amd-radeon-rx-6000-series-up-to-80-cus-with-a-256-bit-memory-interface-128-mb-of-infinity-cache-a-300-w-tdp-and-playstation-5-gpu-clock-speeds/537810/