คลังเก็บป้ายกำกับ: PC-COMPONENT

มาแล้ว MSI Creator series พีซีนักสร้างคอนเทนต์ จอภาพ 4K 165Hz ระดับมืออาชีพ

ยุคนี้อะไรก็เป็นคอนเทนต์ได้หมด เหล่าสตรีมเมอร์และยูทูปเบอร์ แจ้งเกิดกันมากมาย จึงไม่น่าแปลกใจที่หลายคนไม่ได้ประกอบคอม เฉพาะไว้เล่นเกมเท่านั้น แต่นำมาใช้ในงานทำคอนเทนต์ วีดีโอ หรือแคสสตรีมกันด้วย ซึ่งในปัจจุบันก็มีพีซีจากค่ายยักษ์ใหญ่ต่างๆ มารองรับ สำหรับคนที่ไม่อยากจะประกอบคอมเอง MSI Creator series ก็เป็นรุ่นล่าสุด ที่มาพร้อมสเปคที่ไม่ธรรมดา

MSI Creator

MSI Creator series ไม่ได้เป็นผู้ผลิตโน้ตบุ๊กหรือพีซีเกมมิ่งเท่านั้่น แต่หลายคนน่าจะคุ้นกับ Contect Creation ที่ทาง MSI ได้ปั้นซีรีส์นี้ในช่วงที่ผ่านมา เช่นเดียวกับคอมพิวเตอร์สำหรับงานสร้างคอนเทนต์ใหม่ล่าสุด อย่าง Creator P100X และ P100A รวมถึงเปิดตัวจอภาพรุ่นใหม่อย่าง Creator PS321QR และ Creator PS321URV ซึ่งทำมาเพื่องานออกแบบโดยเฉพาะ

MSI Creator

โดยดีไซน์ของ MSI Creator P100 series จะเน้นความหรูหราและดูสะอาดตา ให้ความสวยงามที่ค่อนไปทาง Creative ในโทนสีขาวและดำ กับการออกแบบ Air flow ที่ลดความร้อนให้กับอุปกรณ์ภายใน แต่ยังเสริมให้ดูไม่น่าเบื่อ ด้วยแสงไฟเรืองรอง จากด้านล่างและด้านหน้าตัวเครื่อง ขุมพลังที่ใส่เข้ามา น่าจะเป็นสิ่งที่เรียกความสนใจได้ดี เพราะนาทีนี้ MSI เลือกซีพียู Intel Core Gen 10 มาคู่กับกราฟิกการ์ด nVIDIA GeForce RTX ที่รองรับการทำงานและวีดีโอในระดับ 8K ได้ พร้อมเทคโนโลยี Ray-Tracing รวมถึงคุณสมบัติ AI เพื่อให้การสร้างสรรค์งานที่ต้องการความละเอียดและแสงสี ที่เป็นเงาสะท้อนออกมาได้อย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ส่วนแรมนั้นรองรับได้ถึง 64GB เช่นเดียวกับ Storage ไม่ว่าจะเป็น SSD M.2 หรือ HDD ก็เพิ่มได้ถึง 4TB

  • Windows 10 Home – MSI recommends Windows 10 Pro for business
  • Up to the 10th generation Intel®  Core™ i9 processors
  • The latest MSI GeForce®  RTX Graphics Card
  • Dual Channel Memory with DDR4 Boost Technology provides the most smooth & fastest real-time previews
  • Thunderbolt 3 delivers the fastest, most versatile connection to any dock, display, or data device & NAS
  • Wi-Fi 6 puts more emphasis on transmission security with speed up to 2.4Gbps
  • Support 2x M.2 PCI-e SSD with 2x 2.5″ SATA Mass Storage
  • Support 5K2K Creating Experience
  • Professional Sound Quality Powered by Audio Boost
  • Easy to Upgrade Design
  • Exclusive Software – Creator Center & Creator OSD
  • 10.36 liters in size, the most compact desktop PC for creators

นอกจากนี้ Creator P100X ยังรองรับ Thuderbolt 3 ที่เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด สำหรับคนทำงานร่วมกับไฟล์ขนาดใหญ่ ฟุตเทจหรือข้อมูลจำนวนมาก ด้วยการถ่ายโอนข้อมูลได้ถึง 40Gbps รวมถึงการชาร์จไฟได้ในตัว และรองรับการเชื่อมต่อไปยังอุปกรณ์สำคัญอย่าง NAS เช่นเดียวกับการรองรับการเชื่อมต่อ Ethernet LAN 2.5Gbps และรองรับ WiFi 6 ที่เร็วกว่าการใช้งานของ WiFi เดิมๆ คือไม่ใช่แค่เน้นประสิทธิภาพในการทำงาน แต่ยังรองรับงานในแบบมัลติทาส์กกิ้งได้อีกด้วย

MSI Creator

โดยไม่ใช่แค่พีซีสำหรับ Content Creator เท่านั้น MSI Creator ยังได้นำจอภาพ PS321 series มาลงตลาด และเป็นพาแนล IPS ที่รองรับ QHD ที่ 165Hz และ 4K 60Hz โดยเป็นจอ 4K (3840 x 2160) /QHD (2560 x 1440) ขนาด 32 นิ้ว สำหรับงานออกแบบ และงานด้านกราฟิกอย่างแท้จริง เพราะให้รายละเอียดของภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ด้วยคุณภาพการแสดงผล Adobe RGB 99% และ Delta-E ≤ 2 ซึ่งมีความแม่นยำสูง พร้อมค่าความสว่าง Brightness ได้สูงถึง 600cd/m2 และรองรับ HDR สีสันที่แม่นยำก็มา ความสดใสของภาพก็มี ได้ทั้งทำงานและความบันเทิง นอกจากนี้ยังมีฮู๊ด ที่กันแสงด้านข้างให้กับหน้าจอมาอีกด้วย

ข้อมูล MSI, Content Creation series

from:https://notebookspec.com/msi-creator-series-pc-for-content-creator/531298/

ชี้เป้า 4 SSD 512GB PCIe แค่ 2,200 บาท โปรโมชั่น Shopee เกมมิ่งโน้ตบุ๊ก เร็วขึ้นเยอะ

ในช่วงนี้ถ้าใครรู้สึกว่า โน้ตบุ๊กที่ใช้ เปิดเครื่องช้าไม่ทันใจ คอมช้าลง แม้ว่าจะ อัพเกรดแรม ไปแล้วก็ตาม แต่ก็ยังเปิดโปรแกรม เข้าเกมได้ไม่ทันใจ แนะนำว่าการ อัพเกรด SSD หรือ เปลี่ยนจากฮาร์ดดิสก์มาใช้ SSD จะเห็นผลมากขึ้น โดยเฉพาะการเล่นเกมและการโอนถ่ายไฟล์ข้อมูล และถ้าใครที่กำลังคิดจะเพิ่ม SSD มาเป็นตัวบูตระบบหรือใช้ติดตั้งโปรแกรม เกม ให้พอแล้วล่ะก็ แนะนำ SSD 512GB ขึ้นไป เพราะอย่างน้อยจะมีพื้นที่ให้ระบบหายใจหายคอ ในการ Swap file ได้สะดวกยิ่งขึ้น

ssd 512gb

และ SSD 512GB ที่นำมาแนะนำในวันนี้ เป็นโปรดี ที่แอดไปแซะมาจาก Shopee 4 รุ่นด้วยกัน ที่สำคัญราคาดี ดีกรีความแรงจัดจ้าน เพราะแต่ละรุ่นที่นำมานี้ เป็นรุ่นความเร็วสูง ที่ใช้งานผ่าน M.2 NVMe PCIe ซึ่งเร็วกว่า SATA อยู่หลายขุม คุณจะทำงานและโอนถ่ายไฟล์ได้เร็วขึ้น ที่สำคัญยังสามารถเข้ากันได้ รวมถึงติดตั้งลงบนเมนบอร์ดรุ่นย้อนไปสัก 3-4 ปี หรือโน้ตบุ๊กกลางเก่ากลางใหม่ หลายรุ่น ก็ยังอัพเกรดได้ และจะเห็นถึงความแตกต่าง เมื่อเทียบกับความเร็ว HDD หรือ SSD เริ่มต้นที่คุณเคยได้ใช้ วันนี้จัดมาให้ 4 รุ่น สนนราคาแค่ 2,200 บาท ราคาเบียดกับแบบ SATA แต่เร็วกว่าเห็นๆ เพราะความเร็วระดับ 2,xxxMB/s (Read) เกือบทุกรุ่น

ssd 512gb

Silicon Power A80 512GB – ราคา 2,290 บาท
มาดู SSD 512GB รุ่นแรก ราคาดีจากทาง Silicon Power A80 ซีรีส์นี้ การันตีเรื่องความเร็ว และเป็นตัวที่ลงตลาดล่าสุด พื้นฐานเป็น SSD อินเทอร์เฟส PCIe Gen3 x4 บนมาตรฐาน NVMe 1.3 ตัวเมมโมรี 3D NAND TLC ให้ความเร็วที่ 3,400MB/s และ 3,000MB/s ถือว่าจัดจ้านในย่านเดียวกัน สำหรับการอ่าน/เขียนตามลำดับ โดยค่า Endurance ระบุไว้ที่ 800TBW สำหรับรุ่น 512GB และ MTBF 2 ล้านชั่วโมง เหมาะกับการใช้งานบนพีซี ที่มีสล็อต M.2 NVMe และเกมมิ่งโน้ตบุ๊กที่จะเห็นผลดีในการทำงาน ให้การรับประกันถึง 5 ปี ซึ่งถือว่าเป็นมาตรฐานของ SSD PCIe ในปัจจุบัน
ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

ssd 512gb

WD Blue SN550 500GB – ราคา 2,259 บาท
จัดว่าเป็น SSD 500GB ที่โปรร้อนแรงมากในช่วงนี้ มาในแบบ M.2 NVMe 2280 อินเทอร์เฟส PCIe Gen3 x4 มีความเร็วในการอ่าน/เขียน ข้อมูลที่ 2,400MB/s และ 1,750MB/s ตามลำดับ โดยมี NAND Flash 3D TLC และค่า TBW rating อยู่ที่ 300TBW และตัวเลข MTTF อยู่ที่ 1.7 ล้านชั่วโมง การรับประกัน 5 ปี เหมาะกับคอเกมที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพ การโหลดเกมที่เร็วขึ้น และเป็นตัวบูตระบบที่เหมาะสม
ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

ssd 512gb

Kingston A2000 500GB – ราคา 2,250 บาท
มาถึง SSD ที่เรียกว่าเป็นเจ้าตลาดในด้าน Memory อีกรุ่นหนึ่งค่าย Kingston นี้ ส่ง A2000 มาตั้งแต่ในช่วงปลายปีที่แล้ว โดยใช้ 3D NAND และอินเทอร์เฟส M.2 NVMe PCIe Gen3 x4 ให้ความเร็วในการอ่าน/เขียนข้อมูล 2,200MB/s และ 2,000MB/s ตามลำดับ โดยมีค่า Endurance 350TBW กับตัวเลข MTBF 2 ล้านชั่วโมง ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูงทีเดียว เมื่อเทียบกับราคาที่ใกล้เคียงกัน นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ในการเข้ารหัสไดรฟ์มาอีกด้วย การรับประกันอยู่ที่ 5 ปี เป็นอีกรุ่นที่ทำราคาได้ดีในเวลานี้
ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

ssd 512gb

HIKVISION E2000 512GB – ราคา 2,290 บาท
สำหรับค่ายนี้ ก็ถือว่ามีความน่าสนใจไม่น้อย โดยสิ่งที่น่าสนใจคือ SSD 512GB มาพร้อมซิงก์ระบายความร้อน และสเปคที่ไม่ธรรมดาเลย M.2 NVMe PCIe Gen3 x4 กับความเร็วในการทำงาน 3,300MB/s (Read) และ 2,100MB/s (Write) โดยใช้ NAND 3D TLC แต่ที่น่าสนใจ คือ ให้ค่า Endurance มาถึง 800TBW สูงกว่ารายใดในครั้งนี้ ส่วนค่า MTBF 1.5 ล้านชั่วโมง อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน อย่างไรก็ตามการรับประกันอยู่ที่ 3 ปีเท่านั้น
ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

from:https://notebookspec.com/4-ssd-512gb-pcie-promotion-2200-upgrade/531084/

Matrox D1450 การกลับเข้าวงการกราฟิกการ์ดอีกครั้งของคู่แข่ง NVIDIA ในอดีต

Matrox D1450 นั้นถือได้ว่าเป็นการกลับมาเข้าสู่วงการกราฟิกการ์ดอีกครั้งของผู้ผลิตกราฟิกการ์ดที่โด่งดังในอดีตอย่าง Matrox ซึ่งหากย้อนกลับไปในสมัยที่ 3DFX ยังครองตลาดและ NVIDIA พึ่งจะเกิดขึ้นมาเป็นคู่แข่งใหม่ๆ นั้น Matrox ถือได้ว่าเป็นผู้ผลิตที่มีชื่อเสียงและโด่งดังมากๆ ในตอนนั้น Matrox มีกราฟิกชิปเป็นของตัวเองซึ่งมีเทคโนโลยีที่ล้ำพอสมควร น่าเสียดายที่เทคโนโลยีที่ใช้ในครั้งนั้นไม่ค่อยจะติดตลาดมากเท่าไรทำให้ทาง Matrox นั้นมียอดจำหน่ายไม่มากนักสุดท้ายชื่อก็เลยหายไปจากตลาดอย่างน่าเสียดาย

Matrox D1450

Matrox D1450 นั้นเป็นกราฟิกการ์ดที่ทาง Maxtrox เลือกเดินทางแบบสงบนั่นก็คือไม่มีการผลิตชิปใช้เป็นของตัวเองแต่อย่างใด ทว่าทาง Matrox นั้นเลือกที่จะใช้ชิปเซ็ทของทางคู่แข่งอย่าง NVIDIA Quadro P1000(หากไม่มีการเปลี่ยนแปลง) กับกราฟิกการ์ด Matrox D1450 โดยตัวการ์ดนั้นไม่ได้เน้นในเรื่องของการเล่นเกมแต่จะเน้นไปในเรื่องของการทำงานในระดับ workstation มากกว่า

Matrox D1450 นั้นจะเป็นกราฟิกการ์ดที่เน้นในเรื่องของการประหยัดพลังงานโดยจะมีอัตราการคายร้อนอยู่ที่ 47 W TDP เท่านั้น ตัวการ์ดจะมาพร้อมกับหน่วยความจำแบบ GDDR5 ขนาด 8 GB และมี CUDA core จำนวนทั้งหมด 640 cores เท่านั้น เพราะทาง Matrox นั้นจะเน้นให้ Matrox D1450 เป็นการ์ดที่ใช้ในการเชื่อมต่อหน้าจอที่ความละเอียดระดับ 4K ได้หลายหน้าจอสำหรับการทำงานทางด้านกราฟิก ดังนั้นแล้วการกลับมาในครั้งนี้นั้นจึงไม่ได้เป็นการกลับมาเพื่อทวงบัลลังค์ของผู้ผลิตกราฟิกชิปในด้านการเล่นเกมแต่ในอนาคตนั้นก็ไม่แน่เหมือนกัน

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/matrox-rises-from-the-dead-again-with-a-new-4k-card-called-the-matrox-d1450/531072/

5 อันดับ จัดสเปคคอม ที่มีผู้เข้าชมมากสุดใน NBS กรกฎาคม 63 คอมหลักล้านก็มี!

สำหรับใครที่กำลังจะซื้อคอมใหม่ หรือ ประกอบคอม ในช่วงเปิดเทอมใหม่ แล้วอยากจะลอง จัดสเปคคอม สามารถเข้ามาดูข้อมูลเบื้องต้น ในหน้า จัดสเปคคอม ของทาง NBS ด้วยการเข้ามาที่ Notebookspec.com/pc/spec เพราะในนี้ นอกจากจะให้คุณได้ลองจัดสเปคในงบประมาณที่มีแล้ว ยังดูสเปคที่เพื่อนๆ ได้จัดกันเอาไว้ได้อีกด้วย สามารถนำไปปรับเปลี่ยนให้เข้ากับแบบที่คุณต้องการได้ง่ายๆ หรือถ้ายังไม่โดนใจ ก็ลองเลือกจากสเปคยอดฮิต ที่ติดอันดับในแต่ละเดือนได้เช่นกัน เช่นเดียวกับในเดือน กรกฎาคม 63 ที่ผ่านมา ลองมาดูกันว่า มีสเปคใดที่มี จำนวนคนเข้าดูมากที่สุด

จัดสเปคคอม

ทั้ง 5 อันดับในการ จัดสเปคคอม เดือน กรกฎาคมนี้ ต้องถือว่ามีความสนุกสนานเลยทีเดียว เพราะเป็นช่วงที่มีผลิตภัณฑ์ใหม่มากมายออกมาให้เลือก ตั้งแต่ซีพียู การ์ดจอ และ SSD ทำให้มีตัวเลือกที่น่าสนใจเพียบ ใครที่ยังคิดไม่ออก ว่าจะประกอบพีซีใหม่แบบใดดี และจัดอย่างไรให้ลงตัว มาลองจัดสเปคกันก่อนได้ใน Notebookspec/pc/spec

จัดสเปคคอม

จำนวนผู้เข้าชมอันดับ 5: จัดโดยคุณ Panukorn สำหรับการ จัดสเปคคอม ที่จัดมานี้ เชื่อว่าคอเกมที่เริ่มจะเทิร์นโปร น่าจะถูกใจ ด้วยการใช้ซีพียู Intel Core i5-10600 รุ่นใหม่ 6 core/ 12 thread จับคู่กับเมนบอร์ด ASUS Prime H470 Plus ที่เรียกว่าเป็นน้องรอง แต่ฟีเจอร์ไม่ธรรมดา แม้จะ OC ไม่ได้ แต่ฟีเจอร์และการสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ มีอย่างครบครัน โดยมีแรมตัวคุ้ม 32GB (16GB x2) DDR4 3200 ซึ่งทำราคาได้ดีทีเดียว และเสริมด้วย Storage SSD Blue 500GB จากทาง WD ที่ความเร็วระดับ 1,xxxMB/s ใช้งานทั่วไปหรือจะลงเกมก็พอสำหรับ 2-3 เกมระดับ AAA โดยมีการ์ดจอ ZOTAC RTX 2070 SUPER เอาใจคอเกม ที่อยากรีดเฟรมเรตให้แบบสุดๆ กับราคาที่ค่อนข้างถูกสุดในท้องตลาด เพาเวอร์ขนาด 700W 80 PLUS และเคสสวยๆ จาก Tsunami G9 ยอดนิยม ในราคาประมาณ 38,155 บาท

จัดสเปคคอม

จำนวนผู้เข้าชมอันดับ 4 จัดโดยคุณ Ikkyu San เรียกว่า จับตัวฮอตฮิตมารวมกัน นำโดยซีพียู AMD Ryzen 3 3300X น้องเล็กในซีรีส์ แต่ดีกรีเทียบ Ryzen 5 รองรับการโอเวอร์คล็อกด้วย แต่มาพร้อมเมนบอร์ด A320 ซึ่งน่าเสียดาย เพราะไม่ได้ดึงศักยภาพซีพียูได้เต็มที่ เพราะถ้าจับเอา B450 หรือ B550 จะลงตัวมากขึ้น แต่ก็จัดแรมมา 16GB กับ Storage ที่มีทั้ง SSD WD Green 240GB และ HDD 1TB ตอบโจทย์คนใช้งานที่มีดาต้าจำนวนมาก และบูตขึ้นเร็วอีกระดับหนึ่ง ส่วนการ์ดจอนั้น เลือก GTX 1660 OC ตัวพื้นฐานมา ความแรงโดยรวมของเซ็ตนี้ถือว่าดี แต่ถ้าจะให้ดี เปลี่ยนเมนบอร์ด B450 ตัวล่างสุด ก็น่าจะช่วยเพิ่มพลังได้ดีขึ้น ในงบ 21,000 บาท นิดๆ

จัดสเปคคอม

จำนวนผู้เข้าชมอันดับ 3: สเปคนี้ ได้จากคุณ ปอน ธันเดอร์ มาเป็นเซ็ตลูกผสม เพราะมีซีพียู Intel Core i3-9100F น้องเล็ก สเปคคุ้ม 4 core/ 4 thread จับคู่มากับการ์ดจอ AMD RX 5500 XT ที่เรียกว่าเป็นตัวคุ้มสำหรับเกมเมอร์เริ่มต้นเวลานี้ โดยใช้เมนบอร์ด H310 รุ่นประหยัด ชิปเซ็ตเล็กสุดในซีรีส์ แต่เรียกว่าเพียงพอต่อการใช้งาน แต่แรมน้อยไปหน่อย เพราะเลือกมา 4GB ถ้าเป็นไปได้ เพิ่มเป็น 8GB สำหรับการใช้งานบน Windows 10 เพื่อให้เปิดโปรแกรมและทำงานได้คล่องตัวขึ้น ซึ่งอาจจะลดในส่วนของ SSD ที่ใส่เข้ามา มีแค่ HDD ก็เพียงพอต่อการใช้งานแล้ว ส่วนเพาเวอร์และเคสอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน การ จัดสเปคคอม เซ็ตนี้ปรับเปลี่ยนนิดหน่อย ก็อร่อยแล้ว ในงบเกือบ 15,000 บาท

จัดสเปคคอม

จำนวนผู้เข้าชมอันดับ 2: สำหรับสเปคนี้ มาจากคุณ Ikkyu San อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งจัดมาเป็น Intel Core Gen 10 รุ่นใหม่ Core i5-10400F สำหรับการเริ่มต้น 6 core/ 12 thread เล่นเกม ทำงาน แต่งภาพ พร้อมสตรีมสบาย จับคู่มากับเมนบอร์ด Intel B460 จาก GIGABYTE ใส่แรม DDR4 16GB มาด้วย ช่วยให้คล่องตัวขึ้น และมีทั้ง SSD 250GB M.2 WD Black สำหรับบูตและติดตั้งระบบ ควบคู่มากับ HDD WD 1TB ใช้การ์ดจอ RTX 2060 SUPER รีดเฟรมเรตได้แบบหล่อๆ และมีเพาเวอร์ 700W จาก Antec และเคสสวยๆ มาด้วย ในงบนี้ถือว่าค่อนข้างลงตัวดี แต่ถ้าไม่อยากมีไดรฟ์เยอะวุ่นวาย เปลี่ยน HDD มาจ่าย SSD แบบ SATA งบนี้เกือบได้ 1TB เลยทีเดียว 29,770 บาท

จัดสเปคคอม

จำนวนผู้เข้าชมอันดับ 1: มาถึงสเปคที่มียอดผู้ชมมากที่สุด จากคุณ Potsatorn จัดมาได้แบบเวอร์วัง สเปคทะลุโลกกันเลยทีเดียว โดยเลือกซีพียู AMD Threadripper 3970X ที่เรียกว่าตัวท็อปสำหรับสายไฮเอนด์ เน้นทำงาน ตัดต่อและเรนเดอร์กราฟิก 32 core/ 64 thread ความเร็วสูงสุด 4.5GHz กับแคชขนาดใหญ่ 128MB โดยมีเมนบอร์ด ASUS ROG Zenith II Extreme ที่เป็นเมนบอร์ด TR4X40 คุณสมบัติจัดเต็ม เรียกว่าท็อปสุดในไลน์ ใส่แรม TEAMGROUP T-Force Dark Z 3200 มาด้วย 32GB และใส่ SSD WD 1TB มา 153 ตัว ขุ่นพระ! กับ HDD ตัวเทพจาก Seagate IronWolf 12TB มาอีก 150 ตัว การ์ดจอ RTX 2080 Ti จำนวน 153 ตัว เอามาทำไรนี่? เพาเวอร์ซัพพลาย 1100W และจอ Dell 4K 150 ตัว ราคาปาเข้าไป 20 กว่าล้านบาท ดูแล้วเกินสเปคในฝันไปเยอะ เอาเป็นว่านำมาให้ดูเป็นสีสัน ซึ่งเท่าที่ดูไม่รู้จะคอมเมนต์ตรงไหนดีครับ

from:https://notebookspec.com/5-gaming-pc-spec-hot-in-nbs-july-2020/531017/

ชี้เป้า 3 จอเกมมิ่ง 31.5 นิ้ว 144Hz โปรโมชั่น 5,7xx บาท ภาพสวย เล่นเกมสนุก ดูภาพชัด

เคยเบื่อมั้ย เล่นเกมทีไร ไม่ค่อยชนะบ้างเลย ส่วนหนึ่งก็เป็นที่ฝีมือและการฝึกฝน แต่อีกส่วนหนึ่งคือ ฮาร์ดแวร์ และเกมมิ่งเกียร์ ที่มีส่วนช่วยผลักดัน และส่งเสริมให้การเล่นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จอภาพเองก็มีส่วนสำคัญ เพราะภาพที่คมชัด ต่อเนื่อง ก็ทำให้คุณสามารถโจมตีต่อเนื่องหรือมองเห็นศัตรูได้อย่างชัดเจน จอเกมมิ่ง จึงเป็นอีกสิ่งที่เกมเมอร์ให้ความสำคัญ ยิ่งจอใหญ่ ก็จะเพิ่มความสนุกตื่นเต้นได้มากยิ่งขึ้น

จอเกมมิ่ง 3 รุ่นที่มาแนะนำกันในวันนี้ จัดมาให้แบบเต็มอิ่ม กับความโดดเด่นที่แต่ละค่ายจัดมา ไม่ว่าจะเป็น Philips โค้งสวยงาม ขอบบาง Samsung ราคาดี จับต้องง่าย สเปคน่าใช้ และ Neolution ที่จัดเต็มแบบ 144Hz พร้อมดีไซน์เฉียบ เทคโนโลยีแน่น คอเกมแอ็คชั่นไม่น่าพลาด ใครชอบสไตล์ไหน ไปจัดตามลิงก์ได้เลย

จอเกมมิ่ง

Philips 322E1C-67
สำหรับ จอเกมมิ่ง ขนาด 31.5 นิ้ว รุ่นแรกนี้ จากทาง Philips เปิดตัวมาไม่นานนี้ เป็นจอ Curved ที่ดูโอบกระชับ ไม่ต้องถอยหลังจากจอมากไป พาแนลแบบ VA ให้รีเฟรชเรตสูงสุด 75Hz กับขอบจอที่บางพิเศษ 3 ด้าน ทำให้การต่อจอให้ดูอลังการทำได้ง่าย รองรับเทคโนโลยี AMD FreeSync ให้ความนุ่มนวลของภาพ และมี FlickerFree อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ในการปรับแต่ง Picture mode ค่าความสว่างที่ 250cd/m2 และการตอบสนอง 4ms พอร์ตแสดงผลมีทั้ง HDMI, DisplayPort และ D-Sub ในราคาออนไลน์ 5,900 บาท ผ่อนได้สบายกระเป๋า
ไปช้อปได้ที่ คลิ๊ก

จอเกมมิ่ง

Samsung 32F391FWEXDT
Samsung รุ่นนี้ มาพร้อมกับบอดี้สีขาวสวย โค้งมน น่าสัมผัส ขอบจออาจไม่บางมากนัก แต่กับฐานและการออกแบบดูลงตัว ความละเอียด Full-HD และพาแนล VA ความโค้งที่ระดับ 1800R และอัตรารีเฟรชเรต 60Hz กับการตอบสนอง 4ms โดยความสว่างที่ 2350cd/m2 มุมมองค่อนข้างกว้าง มาพร้อม FlickerFree และ Low Blue Light ปรับมุมได้เล็กน้อย พอร์ตด้านหลังต่อง่าย มีให้ทั้ง HDMI และ DisplayPort ในราคาแค่ 5,700 บาท ผ่อนสูงสุด 10 เดือน
ไปช้อปได้ที่ คลิ๊ก

จอเกมมิ่ง

Neolution E-Sport W3203SH
ชื่อนี้บอกดีกรีความสนุกให้กับคอเกมได้เสมอ จอเกมมิ่ง จากค่าย Neolution เป็นเพียงรุ่นเดียวในครั้งนี้ ที่ไม่ได้เป็นจอ Curved แต่ไม่ธรรมดา เพราะมาพร้อมรีเฟรชเรต 144Hz รองรับ FreeSync บนพาแนล VA ความละเอียด Full-HD บอดี้เน้นความทันสมัย ในโทนสีเทาดำ ตัดเส้นสายสีแดงด้านหลัง ความสว่างที่ 250-300 cd/m2 ให้ค่า Contrast มากกว่าใคร อัตราตอบสนอง 6.5ms กับพอร์ตแสดงผล DVI, HDMI และ DisplayPort สนนราคาที่ 5,980 บาท
ไปช้อปได้ที่ คลิ๊ก

ใครที่กำลังมองหา จอเกมมิ่ง เน้นใหญ่เข้าว่า ก็น่าจะถูกใจ 3 รุ่นนี้ ไม่น้อย Samsung ราคาดี สเปคคุ้มค่าน่าใช้ Philips ดีไซน์สวย จอโค้ง ฟีเจอร์เพียบ และ Neolution ที่ไม่โค้ง แต่ให้ 144Hz เพื่อความสะใจ โดนใจค่ายไหนไปช้อปกันได้เลยครับ

from:https://notebookspec.com/3-gaming-monitor-32-inch-144hz-promotion/531002/

จัดสเปคคอม Intel Gen 10 ใน Advice งบ 25,000 บาท แคสเกม สตรีมมิ่ง การ์ดจอ RTX

ต้นเดือนมาแบบนี้ หลายคนก็กำลังตัดสินใจ จัดสเปคคอม ประกอบคอมใหม่กัน และช่วงนี้ซีพียูรุ่นใหม่ออกมาให้เลือกกันมากมาย เช่นเดียวกับ Intel Core Gen 10 รุ่นใหม่ ซึ่งจัดว่าทำราคาได้น่าสนใจ และเป็นรุ่นใหม่ที่มีให้เลือกหลายรุ่น สำหรับวันนี้จึงถือโอกาส จัดสเปคคอม 25,000 บาท เพิ่มเติมจากก่อนหน้านี้ ที่จัดแบบเบาๆ ไป โดยจัดสเปคราคานี้ใน Advice ใครที่กำลังมองหา สเปคคอมเล่นเกม และการแคสเกม สตรีมมิ่ง มาลองดูเป็นไอเดียกันได้ครับ

จัดสเปคคอม

เลือกสเปคอะไรดี?
ตัวเลือกในการ จัดสเปคคอม 25,000 บาท ในครั้งนี้ มีค่อนข้างเยอะทีเดียว แต่ที่น่าสนใจก็คือ Intel Core Gen10 รุ่นใหม่ ก็ถือว่าน่าสนใจ เพราะมีรุ่นย่อยออกมาให้เลือกเยอะขึ้นกว่าตอนเปิดตัว แต่ที่ต้องให้ความสำคัญสำหรับสายสตรีม คือซีพียูเน้น Core/ Thread เยอะไว้ก่อน ในราคาที่เหมาะที่สุด และใช้แรมระดับ 16GB รวมถึงการ์ดจอ ที่พยายามให้หาให้ลงตัวกับค่าใช้จ่าย ซึ่งตัวเลือกที่เป็น GeForce RTX ดูจะตอบโจทย์การใช้งานได้ดีทีเดียว ติดตั้งลงบนเคสสวยๆ ที่มาพร้อมไฟ RGB ให้อีกด้วย เรามาดูกันว่า ประกอบคอมในงบ 25,000 บาท ที่ Advice จะได้สเปคแบบใด?

จัดสเปคคอม

ซีพียู Intel Core i5 10400F หน่วยประมวลผล
จัดสเปคคอม 25,000 บาท ก็น่าจะต้องเริ่มจากซีพียูที่แรงขึ้นมาหน่อย ในการแคสสตรีม คอร์ เธรด มีผลต่อการทำงาน Intel Core i5-10400F ซีพียูรุ่นใหม่นี้ มาพร้อมการทำงานแบบ 6 core/ 12 thread กับความเร็วบูสท์ระดับ 4.3GHz ร่วมกับ Turbo Boost ซึ่งก็จัดจ้าน เหมาะกับการเล่นเกม สตรีม รวมถึงงานตัดต่อพื้นฐานได้ โดยซีพียูรุ่นนี้มาบนแพลตฟอร์มใหม่ LGA1200 ทำงานร่วมกับแรม DDR4 2666 จับคู่กับเมนบอร์ดชิปเซ็ตใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น B460, H470 หรือ Z490 ก็ตาม
ไปซื้อได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

เมนบอร์ด (Mainboard) ASRock B460 Phantom Gaming 4
ตามจริงมีตัวเลือกมากมาย สำหรับเมนบอร์ด ที่จะนำมาใช้กับ Core i5-10400F แต่ที่ดูสะดุดตามากที่สุด ก็คงหนีไม่พ้น เมนบอร์ดชิปเซ็ตสุดคุ้ม B460 จาก ASRock Phatom Gaming series เพราะยัดฟีเจอร์มาคุ้มจริง ในราคานี้กับเมนบอร์ด ATX ตัวเต็ม พร้อมสล็อตที่มีให้เหลือเฟือ ตั้งแต่สล็อตแรม 4 สล็อต PCI-Express สำหรับการติดตั้ง Capture card ในการสตรีมหรือซาวด์การ์ดเพิ่ม รวมไปถึงสล็อต M.2 สำหรับ SSD ที่มีถึง 2 สล็อต ถือว่าเป็นเมนบอร์ดที่จัดฟีเจอร์มาได้ลงตัว เมื่อเทียบกับราคาเดียวกันในตลาด
ไปซื้อได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

แรมพีซี TEAM Dark Z DDR4 3200 16GB
ทางเลือกสำหรับแรมในตลาด มีอยู่มากมายหลายรุ่น แต่ TEAMGROUP ก็เป็นอีกค่ายหนึ่ง ที่ทำราคาได้ดี และมีตัวเลือกน่าสนใจ เช่นเดียวกับ Dark Z ที่เลือกมา ประกอบคอม ในครั้งนี้ กับความจุ 16GB (8GB x2) ความเร็วบัส 3200MHz เพื่อให้รองรับการใช้งานในโอกาสที่อาจเปลี่ยนเมนบอร์ดในการ OC แต่ที่โดนใจก็คือ ราคาไปเบียดกับ DDR4 2666 แต่ได้ความเร็วที่มากกว่า ซิงก์ระบายความร้อนอาจจไม่หวือหวา แต่สเปคที่มาด้วยนั้น ช่วยให้การทำงานและการเล่นเกมทำได้ลื่นขึ้น อีกทั้งสล็อตแรมก็ยังมีเหลือ มีงบอีกหน่อย ก็สามารถอัพเกรดเพิ่มได้ในภายหลัง
ไปซื้อได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

SSD (เอส เอส ดี) Storage ADATA XPG ASX6000 512GB
ถามว่าเลือกแบบไหนดี ก็คงต้องบอกว่า รุ่นที่ให้ความเร็วดีที่สุดในราคาที่พอใจ พร้อมกับการรับประกันที่ดี โดยที่ SSD รุ่นนี้ มาพร้อม NAND Flash 3D TLC ความเร็วในการทำงาน 1,800MB/s (Read) และ 1,200MB/s Write รวมถึงความจุระดับ 512GB ทำงานบนอินเทอร์เฟส PCIe Gen3 x4 ที่เปิดเครื่อง เข้าเกม หรือเปิดโปรแกรมได้ไวกว่า HDD และ SSD SATA ทั้งนี้เมนบอร์ดที่เลือก ยังมีให้ถึง 2 สล็อตด้วยกัน ตัวเลข MTBF 1.8 ล้านชั่วโมงและการรับประกันถึง 5 ปี
ไปซื้อได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

VGA กราฟิกการ์ด ZOTAC RTX 2060 Gaming GDDR6 6GB
การ์ดจออย่างที่ได้เกริ่นไป อย่างไรก็ต้องจัด GeForce RTX มาเอาใจ คอเกม ที่ชอบความแรง และสวยงาม กับคนที่มองหาการ์ดจอ ที่เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้ด้วย กับชุด CUDA core และ RT Core ที่ต่อเติมเข้ามา โดยเป็นการ์ดจอ ZOTAC RTX 2060 ที่มาพร้อม GDDR6 6GB 192-bit ในราคาไม่ถึงหมื่นบาท แต่ถ้ามีงบเพิ่มสัก 2 พันบาท อยากจะแนะนำ RTX 2060 SUPER ที่มีสเปคแรงขึ้น และคอเกมก็จะได้รีดเฟรมเรตได้อย่างสะใจขึ้นกว่าเดิม
ไปซื้อได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

เพาเวอร์ซัพพลาย Cooler Master MWE 650W
เพาเวอร์ซัพพลาย ค่อนข้างจะสำคัญมากขึ้น เมื่อสเปคที่คุณเลือกแรงขึ้น เช่นเดียวกับที่เลือกมานี้ สนนราคาค่อนข้างดี Cooler Master ที่ให้การจ่ายไฟ 650W จัดว่าเป็นเพาเวอร์เกมเมอร์เบื้องต้น ที่เน้นดีไซน์เรียบง่าย แต่ออกแบบแผงวงจรใหม่ ใส่พัดลมใหญ่ขึ้น และเสียงรบกวนน้อยมาก จ่ายไฟให้ +12V ในแบบ Single Rail รวมถึงจ่ายได้สูงสุด 54A ที่ 648W ที่สำคัญมาพร้อม 80 PLUS certified ถอดสายไม่ได้ สายต่อมีมาให้พื้นฐาน แต่เพิ่ม 4+4 pin และ 8 pin CPU มาด้วยคู่กัน ชุดต่อ PCIe 6+2 pin สำหรับการ์ดจอ มีให้ 4 ชุด สำหรับการ์ดรุ่นใหญ่ๆ ได้ไม่ยาก
ไปซื้อได้ที่ คลิ๊ก

จัดสเปคคอม

เคสคอมพิวเตอร์ Tsunami Unlimited T-10 Tron Black
เคสจาก Tsunami รุ่นนี้ ยังถือว่าเป็นของดี ราคาเบา สำหรับคนที่อยากได้เคส พร้อมพัดลมและไฟ RGB มาครบๆ ไม่ต้องไปซื้อเพิ่ม เพราะบางรุ่นราคาถูกจริง แต่ไม่มีพัดลมให้ ไปซื้อเองก็หลายร้อย โดยเคสรุ่นนี้ ให้พัดลม Tron RGB ด้านหน้ามา 3 ตัว ขนาด 120mm และพื้นที่ภายในกว้างขวาง วางการ์ดจอยาวๆ ได้สบาย แต่ที่น่าสนใจคือ จัดกระจกเทมเปอร์ Tempered Glass มาให้ถึง 3 ด้านด้วยกัน เรียกว่าโชว์กันแบบรอบตัว ในราคาแค่พันกว่าบาท ค่ากระจกกับพัดลมก็คุ้มแล้ว
ไปซื้อได้ที่ คลิ๊ก

รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการ จัดสเปคคอม 25,000 บาท Advice ในครั้งนี้ เบ็ดเสร็จอยู่ที่ 26,675 บาท ซึ่งอาจจะเกินไปบ้างเล็กน้อย แต่ก็น่าจะอยู่ในระดับที่พอรับได้ เพราะตัวแปรของอุปกรณ์บางอย่าง ที่ยกระดับขึ้น เพื่อให้การทำงานของระบบดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งถ้าคุณอยากลดค่าใช้จ่าย อาจเลือกเมนบอร์ด B460 บางรุ่นตัดฟีเจอร์ไปบ้าง ในแบบ mATX ก็ลดราคาลงได้ รวมถึงการ์ดจอ อาจจะเลือก GTX 1660 SUPER ก็จะลดไปได้ถึง 2 พันบาทเลยทีเดียว ซึ่งถ้าจะถามว่าซีพียู Intel Core i5 รุ่นนี้ จะขับ RTX 2060 ไหวมั้ย บอกได้เลยว่าสบาย สรุปการ จัดสเปคคอมเล่นเกม ชุดนี้ จะเด่นน่าจะอยู่ที่ ซีพียู Intel รุ่นใหม่ ได้แรม 16GB และการ์ดจอ GeForce RTX และเคสกระจกใส 3 ด้าน พัดลม RGB ในตัว ใครมีความเห็นเพิ่มเติมกับการ จัดสเปคคอม ในครั้งนี้ สามารถคอมเมนต์ไว้ด้านล่างได้เลยครับ

from:https://notebookspec.com/pc-spec-intel-gen-10-advice-25000-gaming/530958/

ชี้เป้า! 3 SSD 1TB แค่ 3,2xx บาท ติดตั้งวินโดวส์ ลงโปรแกรม เปิดเกมไว มีส่วนลด

แม้ว่าช่วงนี้ราคา SSD จะขยับตัวขึ้นเล็กน้อย แต่ SSD 1TB ถือว่ายังเป็นความจุ ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ และดูคุ้มค่า เพราะสนนราคาของ 500GB-512GB นั้นอยู่ที่พันปลายๆ หรือ 2,xxx บาท สำหรับ SSD SATA 2.5″ แต่ความจุ 1TB กลับอยู่ที่ 3,100-3,300 บาท เท่านั้น จึงน่าลงทุนมากกว่า

ssd 1tb

หากคุณประกอบคอม หรืออัพเกรดคอม SSD 1TB เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับการใช้งาน ไม่ว่าจะเอามา ลงวินโดวส์ ติดตั้งเกม หรือใช้ เก็บข้อมูล เช่น วีดีโอ หรือไฟล์ภาพ สำหรับมาตกแต่งตัดต่อ ก็สะดวกและรวดเร็ว ต่างจากการดึงไฟล์จากไดรฟ์อื่นลิบลับ ช่วงต้นเดือนแบบนี้ จึงนำ โปรโมชั่น SSD มาแนะนำกัน 3 รุ่น ราคาน่าใช้ จะมีรุ่นใดบ้าง ไปติดตามกันเลยครับ

ssd 1tb

Silicon Power A55 1TB เป็น SSD โมเดลที่มีอายุในตลาดค่อนข้างนานเลยทีเดียว ใช้ NAND TLC ความเร็วในการอ่านข้อมูล 560MB/s และค่า MTBF 1.5 ล้านชั่วโมง พร้อมกับซอฟต์แวร์ตรวจสอบและจัดการ SSD การรับประกัน 3 ปีเช่นเดียวกัน
ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

ssd 1tb

Pioneer APS-SL2 SSD 1TB มาในอินเทอร์เฟส SATA III และใช้ NAND TLC กับคอนโทรลเลอร์ Marvell ให้ความเร็วในการอ่านที่ 545MB/s กับการรับประกัน 3 ปี
ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

ssd 1tb

Crucial BX500 1TB เป็น SSD ที่ใช้ NAND 3D TLCความเร็วอยู่ที่ 540MB/s และ 500MB/s สำหรับอ่านและเขียน รวมถึงค่า TBW 360 การรับประกัน 3 ปี พื้นที่แบบเหลือเฟือ ลงระบบ เกม โปรแกรม ตัวเดียวจบ อินเทอร์เฟสเป็นแบบ SATA 6.0Gbps พื้นฐาน ใช้กับโน้ตบุ๊ก พีซีได้ หรือจะใส่ Box ต่อ USB Drive ก็น่าสนใจ
ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

from:https://notebookspec.com/promotion-3-ssd-1tb-32xx-gaming-fast-boot/530722/

เย็นสะท้าน! เมนบอร์ด Z490 มาพร้อมชุดน้ำปิด AIO ไฟ RGB ในตัวจาก GIGABYTE

เรียกว่ามาแบบดุดันทีเดียวสำหรับ เมนบอร์ด Z490 AORUS MASTER WATERFORCE จากทาง GIGABYTE จัดหนักเพื่อคอเกม ที่เน้นรีดความแรงและเฟรมเรตแบบไม่กลัวร้อน ด้วยการควบชุดน้ำปิดหรือ AIO 320mm ที่ครอบคลุมซีพียูไปจนถึง VRM มาเอาใจผู้ใช้ Intel Gen10 K series แบบเต็มสูบ

เมนบอร์ด Z490

เมนบอร์ด Z490 AORUS MASTER WATERFORCE นอกจากจะได้รับการออกแบบที่โดดเด่น โดนใจชาว AORUS แล้ว ยังเสริมกำลังด้วยภาคจ่ายไฟ 14-phase เพื่อการใช้งานซีพียูระดับ 10-core ได้แบบไม่ติดขัด คาปาซิเตอร์ไททาเนียมโพลิเมอร์ใหม่ล่าสุด คุณภาพพรีเมียม รวมถึงการโอเวอร์คล็อก พร้อม I/O Shield ที่ดูสวยงาม รองรับซีพียู Intel Core Gen10 และกราฟิกการ์ดรุ่นใหญ่ สนับสนุน PCIe 3.0 และ M.2 ในแบบ PCIe ได้ถึง 3 ชุดด้วยกัน เช่นเดียวกับฟีเจอร์ RGB FUSION ที่ทำงานร่วมกับ Addressable LED เพิ่มความสวยงามให้กับเมนบอร์ด

เมนบอร์ด Z490

แต่จุดสำคัญของเมนบอร์ดรุ่นนี้ อยู่ที่การรองรับซีพียูรุ่นใหม่จาก Intel กับค่า TDP 125W และนั่นก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพในการโอเวอร์คล็อกด้วย โดยค่า TDP นี้ส่งผลต่อความร้อน เมื่อใช้งานอย่างหนักหน่วงหรือการปรับแต่ง การระบายความร้อนแบบพัดลมทั่วไป อาจไม่ตอบโจทย์ สำหรับกลุ่มผู้ใช้เหล่านี้ ยิ่งเป็นเกมเมอร์ที่มีโหลดการทำงานสูงตลอดเวลา เมื่อเล่นเกมเป็นเวลานาน บางครั้งการเลือก AIO หรือชุดน้ำปิดทั่วไป อาจไม่เพียงพอและไม่ครอบคลุมไปยังชุดภาคจ่ายไฟ และ VRM เป็นต้น หรือบางคนอาจเลือกใช้ชุดน้ำเปิด แต่เมื่อเกิดปัญหาน้ำรั่วซึม ย่อมส่งผลเสียต่อระบบและไม่อยู่ในการรับประกัน

เมนบอร์ด Z490

เมนบอร์ด GIGABYTE รุ่นนี้ จึงมาพร้อมกับชุด AIO 360 ที่ใช้ของเหลวในการระบายความร้อน ที่ครอบคลุมทั้งซีพียูและ VRM ไปพร้อมๆ กัน เนื่องจากเมนบอร์ดมาพร้อมภาคจ่ายไฟ 14-phase แต่ละเฟสรองรับได้สูงสุด 90 แอมป์ แต่ทาง GIGABYTE ก็ออกแบบฟีเจอร์ Smart Power Stage เพื่อสร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพที่ดีและอุณหภูมิที่้เหมาะสม โดยที่ชุด Cooling นี้ จะมีหน้าสัมผัสกับ VRM โดยตรง พัดลมไฟ RGB 3 ชุด ขนาด 120mm รองรับ RGB FUSION ฐานของปั้มน้ำเป็นแบบทองแดงขนาดใหญ่ มีท่อน้ำเข้า-ออก ซึ่งทาง GIGABYTE มีพรีเซนเทชั่นให้ดูว่า สามารถลดอุณหภูมิได้ต่ำกว่าชุดฮีตซิงก์ลมถึง 23%

เมนบอร์ด Z490

โดยพื้นฐานของ เมนบอร์ด Z490 AORUS XTREME WATERFORCE นั้นมาจาก Z490 AORUS XTREME ที่ถือว่าเป็นเมนบอร์ดระดับไฮเอนด์ ที่อัดฟีเจอร์และเทคโนโลยีมาครบครัน ออกแบบมาเพื่อนัก OC และเกมเมอร์ที่ชอบการปรับแต่ง การเสริม AIO 360 ที่ครอบคลุมชุดภาคจ่ายไฟ VRM มาด้วย ในการใช้งานบน Intel Core Gen 10 ก็ถือว่า หาไม่ได้ทั่วไปในท้องตลาด น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว โดยเฉพาะคนที่ใช้งานซีพียู K series เพราะจะได้รีดความเร็วกันได้แบบสุดๆ

ที่มา: เมนบอร์ด GIGABYTE

from:https://notebookspec.com/mainboard-z490-provide-aio-rgb-gigabyte/530706/

Tips – 12 คีย์ลัด 2020 ปุ่ม Win ลดเวลา ไม่ต้องคลิ๊กเมาส์ เมนูลัด 2020 บน Windows 10

จัดให้เกือบครบกันแล้ว สำหรับ คีย์ลัด ที่ว่ากันตั้งแต่ Ctrl, Shift และ Alt จนมาล่าสุด ปุ่ม Windows หรือ ปุ่ม Win ที่หลายคนคุ้นเคยกันดี ก็เป็นอีกปุ่มหนึ่งที่มีบทบาทหลายหน้าที่ เมื่อนำมาใช้คู่กับปุ่มอื่นๆ จัดได้ว่า สารพัดประโยชน์เลยทีเดียว ที่สำคัญใช้ง่าย ใกล้มือ มีทั้งช่วยการเปิดโปรแกรม ซูมขยายหน้าจอ ล็อคหน้าจอ จับภาพ และอื่นอีกเพียบ ซึ่งในครั้งนี้จัดมาให้ถึง 12 ปุ่มด้วยกัน จำได้ครึ่งหนึ่ง ก็ถือว่าคุณลดเวลาในการทำงานได้เยอะทีเดียวในชีวิตประจำวัน ไม่ต้องคลิ๊กให้เมาส์สึก

คีย์ลัด

Win + Tab = คีย์ลัด เปิดดูแท็ปที่มีบนเดสก์ทอปเดิม และสร้างเดสก์ทอปใหม่
Win + D = ซ่อนทุกหน้าต่างโปรแกรมมาอยู่ในทาส์กบาร์
Win + E = เปิด File Explorer หรือ My Computer
Win + ลูกศรซ้าย = ย้ายหน้าต่างโปรแกรมที่ใช้อยู่ ให้มาชิดด้านซ้าย
Win + Shift + S = จับภาพหน้าจอแบบเลือกพื้นที่ได้เอง
Win + เครื่องหมาย + หรือ – = ซูมขยายหรือย่อหน้าจอ ด้วย Magnifier
Win + I = เข้า Windows Settings
Win + L = Lock หน้าจอคอม
Win + G = คีย์ลด บันทึกหน้าจอขณะเล่นเกม Game Mode
Win + X = เปิดเมนูลัด
Win + ตัวเลข 1,2,3… = แสดงหน้าต่างโปรแกรมที่ตั้งเอาไว้
Win + PrtScn = จับภาพหน้าจอ แล้วบันทึกลงในโฟลเดอร์ Screenshot อัตโนมัติ

from:https://notebookspec.com/tips-12-hotkey-2020-win-key-windows-10/530524/

Review – จอ Philips Brilliance 271B IPS ใหญ่สะใจ 27 นิ้ว เต็มตา สีสดใส หมุนได้ มีลำโพง จอสายบันเทิง เล่นเกม ดูหนัง ท่องเว็บ

Philips Brilliance 271B จอภาพขนาด 27 นิ้ว อีกหนึ่งรุ่นจาก Philips ที่มีความน่าสนใจไม่น้อย สำหรับคนที่กำลังมองหาจอภาพขนาดใหญ่ และมีความคมชัดสูง โดยจุดเด่นอยู่ที่การใช้พาแนล IPS คุณภาพดี ทำให้มีมุมมองกว้าง และสิ่งสำคัญคือ การให้ความยืดหยุ่นในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการปรับเลื่อน ก้มเงย และการหมุนจอ (Pivot) ล้วนแต่อำนวยความสะดวกต่อการใช้งานได้เป็นอย่างดี มาพร้อมสนนราคาที่ดูคุ้มค่า เมื่อเทียบกับจอภาพขนาดเดียวกันในท้องตลาด สำหรับคนที่มองหาจอภาพในการเล่นเกมหรือทำงาน รวมถึงคนที่อยากได้จอที่นำมาใช้งาน Multi-monitor ไม่วา่จะเป็นสายเกมเมอร์ สตรีมเมอร์หรือกลุ่มคนทำงานก็ตาม มาดูกันว่า จอ Philips รุ่นนี้ น่าสนใจเพียงใด

จอ Philips

จอมอนิเตอร์ Philips รุ่นนี้เหมาะกับใคร?
ถ้ามองจากฟังก์ชั่นที่มากับ จอ Philips Brilliance 271B รวมถึงเทคโนโลยีพาแนล ค่อนข้างเน้นไปที่กลุ่มคนทำงาน ร่วมกับซอฟต์แวร์พื้นฐาน รวมถึงคนที่ต้องการจอภาพ ที่รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้ แต่ที่สำคัญ ต้องเป็นจอภาพขนาดใหญ่ โดยที่ Philips รุ่นนี้ ให้พื้นที่ระดับ 27 นิ้ว แต่ความละเอียด Full-HD จึงใช้งานได้แบบไม่ต้องปรับแต่งอื่นใดมากนัก รวมถึงระยะการนั่ง ที่แทบไม่ต่างไปจากจอ 22-24″ ที่ใช้กันทั่วไป เพียงแค่กวาดสายตามากขึ้นอีกนิดหน่อย แต่ท่านที่เล่นเกม แนะนำว่าขยับออกมาอีกนิดเดียว เพราะฉากมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว จะลดภาระของสายตาลง แต่จะให้ความแม่นยำมากขึ้น เพราะว่าจะเห็นศัตรูได้ชัดกว่า รวมถึงสีสันที่สดใส ทำให้คนที่เล่นเกมแล้วชอบปรับค่า White Balance เพื่อความสะใจ น่าจะชื่นชอบจอรุ่นนี้ แม้ว่าจะไม่ได้มีลูกเล่นในสไตล์ของเกมมิ่งมอนิเตอร์ แต่การปรับแต่งเกี่ยวกับการแสดงผลได้ ก็ทำให้การเล่นเกมสนุก ส่วนคนที่ใช้งานทั่วไป ก็สามารถเลือกปรับความสว่าง สี อุณหภูมิสี ตามความต้องการได้เช่นกัน

Specification: Philips Brilliance 271B

  • ประเภทจอ LCD: เทคโนโลยี IPS
  • ชนิดแสงพื้นหลัง: ระบบ W-LED
  • ขนาดจอภาพ: 27 นิ้ว / 68.6 ซม.
  • การเคลือบจอแสดงผล: ลดแสงสะท้อน 3H ความทึบแสง 25%
  • พื้นที่แสดงภาพจริง: 597.89 (แนวนอน) x 336.31(แนวตั้ง)
  • อัตราการจัดมุมมอง: 16:9
  • ความละเอียดที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุด: 1920 x 1080 @ 60Hz
  • ความละเอียดพิกเซล: 82 PPI
  • เวลาตอบสนอง (ทั่วไป): 5 มิลลิวินาที (Gray to Gray)*
  • ความสว่าง: 250 cd/m²
  • อัตราความคมชัด (ทั่วไป): 1000:1
  • SmartContrast: 50,000,000:1
  • ระยะห่างระหว่างพิกเซล: 0.311 x 0.311 มม.
  • มุมมองภาพ: 178º (H) / 178º (V) @ C/R > 10
  • ปราศจากการสั่นไหว: ใช่
  • การเพิ่มประสิทธิภาพของภาพ: SmartImage
  • สีในการแสดงผล: 16.7 ล้าน
  • ความถี่ในการสแกน: 30 – 83 kHz (H) / 50 – 76 Hz (V)
  • สัญญาณอินพุต: VGA (อะนาล็อก), DVI-D (ดิจิตอล, HDCP), DisplayPort x 1.2, HDMI 1.4
  • USB: USB 3.0×2 (สำหรับชาร์จแบบรวดเร็ว 1 อัน)*, USB 2.0 x 2
  • สัญญาณเสียง (เข้า/ออก): Audio In PC
  • ช่องสัญญาณออกของหูฟัง
  • ระยะการปรับความสูง: 130 มม.
  • การหมุน: -/+ 90 องศา
  • แท่นหมุน/ บิดได้: -175/175 องศา
  • เอียง: -5/30 องศา

การออกแบบและฟังก์ชั่น

จอ Philips

จอ Philips Brilliance 271B มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 27 นิ้ว กับการออกแบบที่เรียบง่ายอันเป็นเอกลักษณ์ หน้าตา สไตล์และรูปทรง แทบไม่ต่างไปจากที่เราได้รีวิวไปก่อนหน้านี้

จอ Philips

ฐานด้านล่าง เป็นทรงกลม แต่เติมช่องเล็กๆ สำหรับการวางสิ่งของ เช่น โทรศัพท์มือถือ แฟลชไดรฟ์หรือของใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ได้เป็นฐานเล็กๆ ตามที่เราเห็นกันทั่วไป

จอ Philips
จอ Philips

ขอบจอบางทั้ง 4 ด้าน กับความหนาไม่ถึง 10mm. ทำให้มีพื้นที่แสดงผลขนาดใหญ่ เมื่อเทียบกับสัดส่วนของขนาดจอ ซึ่งถือว่าเป็นข้อดีอย่างหนึ่งของจอภาพจาก Philips รุ่นนี้

จอ Philips

มุมบนด้านซ้าย ระบุรุ่น Brilliance 271B กับขอบจอที่บางเป็นพิเศษ เอาใจคนที่อยากได้จอ ที่มีพื้นที่แสดงผลแบบเต็มๆ แต่ไซส์บอดี้ไม่ใหญ่เกินไป

จอ Philips

จุดที่เป็นลำโพงอยู่บริเวณขอบด้านล่างของหน้าจอทั้ง 2 ด้าน ให้เสียงสะใจเลยทีเดียว ใครเบื่อ ไม่อยากต่อลำโพงให้สายพันกันวุ่นวาย ก็ใช้ลำโพงบนจอได้เลย

จอ Philips

ขาตั้งด้านหลังดูบึกบึน ซึ่งถือเป็นคุณลักษณะที่ดี เพราะทาง Philips ออกแบบให้จอรุ่นนี้ สามารถปรับเลื่อนขึ้น-ลงได้ รวมถึงตัวจอยังหมุนเป็นแบบ Pivot เอาใจคนท่องเว็บ และเปิดไฟล์งานเอกสาร รวมถึงคนที่ชอบการอ่านข้อมูลแบบเพลินๆ

จอ Philips

ลำโพงด้านล่างของหน้าจอ ที่พุ่งออกทางด้านหลัง คล้ายกับจอทีวี ดังนั้นยิ่งใกล้ผนัง เสียงก็ยิ่งดังก้องขึ้น เล่นเกม ดูหนังสนุกมากขึ้น

จอ Philips

ด้านบนของฐานจอ มาพร้อมโลโก้ Philips ซ่อนมาด้วย เป็นอีกจุดหนึ่งที่สร้างสมดุลให้จอไม่เคลื่อนไหวได้ง่าย เมื่อปรับเลื่อน หรือหมุนหน้าจอนั่นเอง

จอ Philips

ด้านข้างที่เห็นเป็นช่องสำหรับต่อ USB port และเป็น Hub ในตัว สำหรับการต่อพ่วง เมาส์ คีย์บอร์ด และแฟลชไดรฟ์ USB เป็นต้น

จอ Philips

หน้าตาเมื่อปรับหมุน 90 องศา โดยโหมดนี้ มาพร้อมกับฟีเจอร์ EasyRead ที่ให้คุณสามารถอ่านหน้าเว็บได้สะดวกยิ่งขึ้น อารมณ์เหมือนอ่านบนแท็ปเล็ต

จอ Philips
จอ Philips

พอร์ตด้านข้าง ถูกซ่อนเอาไว้อย่างดี เพื่อให้สามารถต่อสายได้แบบไม่เกะกะ หรือคนที่จะใช้แฟลชไดรฟ์ก็สะดวก นอกจากนี้ยังมี USB แบบ Fast charge เอาไว้ให้ชาร์จมือถืออีกด้วย

จอ Philips

ด้านใต้ของ จอ Philips ประกอบด้วยพอร์ตแสดงผล D-Sub, DVI, HDMI 1.4 และ DisplayPort 1.2 รวมถึง Audio In และหูฟัง

OSD ปรับแต่งอะไรได้บ้าง?

จอ Philips

Low Blue Mode โหมดถนอมสายตา ที่เรียกว่าจอภาพในปัจจุบันควรจะต้องมี ในการลดแสงสีฟ้า ที่เป็นแสงคลื่นสั้น ที่อาจทำร้ายดวงตาได้ในระยะยาว ยิ่งเป็นคนที่ต้องใช้สายตานานๆ มีความสำคัญไม่น้อยเลย

จอ Philips
จอ Philips

Picture Mode: ในส่วนนี้จะเป็นส่วนหลักในการปรับแต่ง ไม่ว่าจะเป็นการปรับค่าความสว่าง Contrast, Sharpness รวมถึง Gamma และอื่นๆ

จอ Philips
จอ Philips

Color: ปรับค่าโทนสี ที่มีให้เลือก 6 ระดับ 5000K, 6500K, 7500K, 8200K, 9300K และ 11500K เรียกว่าชอบโทนสีอุ่นหรือเย็น ปรับเลือกได้ หรือจะใช้เป็นแบบ Native ก็ได้เช่นกัน

จอ Philips

มาดูมุมต่างๆ ของหน้าจอ เมื่อเล่นเกมกันบ้าง ด้วยการเป็นพาแนลแบบ IPS และยังเป็นแบบ Anti-Glare สามารถกันสะท้อนได้ดี จึงให้มุมมองที่ดูคมชัด แม้ว่าจะดูในมุมแบบเอียงๆ สิ่งนี้ถือว่าเป็นจุดเด่นของจอภาพจาก Philips รุ่นนี้ได้ เพราะไม่มีแสงมารบกวนสายตา

จอ Philips
จอ Philips

ภาพที่ได้ในเกม จะเห็นได้ว่ามีความคมชัดสดใส โดยในครั้งนี้เราลองปรับค่า Gamma ในแบบโทนเย็น ซึ่งทำให้สีสันดูน่าสนใจ ยิ่งใครที่ชอบเล่นเกม แล้วต้องการ Nature ให้มีโทนสีฟ้าสบายๆ ก็สามารถปรับได้ตามสะดวก

จอ Philips

อีกตัวอย่างหนึ่งคือ เกม COD:Warfare จะเห็นว่าภาพที่ได้นั้น สีสันสดใสคมชัด สร้างอารมณ์ในการเล่นเกมได้ดีทีเดียว แม้ว่าจะไม่ได้เป็นจอเกมมิ่ง ที่เน้นรีเฟรชเรตบน Hz สูงๆ แต่หากปรับ Resolution ในเกม เพื่อให้เฟรมเรตออกมาสอดคล้องกัน ก็สามารถทำให้ภาพนั้นดูลื่นไหลสบายตาได้

จอ Philips

ฉากที่มีการโจมตีภายในเกม ไม่ว่าจะเป็นเอฟเฟกต์ ควันหรือแสงสะท้อนต่างๆ เช่น ผืนน้ำ อาวุธปืนหรือความเงางามของรถ ต่างเด่นขึ้นด้วยความคมชัด แม้จะเล่นบนความละเอียด Full-HD ก็ทำให้สนุกไปกับการเล่นได้ไม่น้อย

จอ Philips

และเราก็ไม่ลืมกับการใช้งานเอาใจคนที่ชอบท่องเว็บ กับการปรับหมุนหน้าจอ 90 องศา แค่ก้มจอลงมานิดๆ คุณก็สามารถเอนหลังและนั่งอ่านข้อมูลหรือเว็บที่คุณต้องการได้อย่างสบายตา หรือจะใช้การขยาย Scale เพื่อให้มอง Text ได้ใหญ่ขึ้น กับฟีเจอร์ EasyRead แต่ถ้าใครที่เป็นแฟนนิยาย แนะนำปรับ Background ให้เป็นสีดำ หรือใช้ Dark mode ขยายฟอนต์ให้ใหญ่ขึ้น เท่านี้คุณก็สามารถอ่านได้แบบเพลินๆ แล้ว

Conclusion

แม้ว่าจะไม่ได้ออกตัวว่าเป็นเกมมิ่งมอนิเตอร์แบบเต็มตัว เพราะด้วยฟังก์ชั่นหลายอย่างที่ไม่ได้ออกแบบมาเฉพาะ แต่ถ้ามองถึงขนาดหน้าจอที่ใหญ่ 27 นิ้ว และมีลูกเล่นการปรับแต่งในส่วนของภาพ แสงสี ก็ถือว่ามีส่วนต่อการเล่นเกมได้ดี ดังที่ปรากฏในตัวอย่าง กับการเล่นเกมในแนว FPS ภาพมีความนุ่มนวลต่อเนื่อง สีสันสดใสตามสไตล์ของ IPS รวมถึงได้มุมมองที่กว้างขึ้น ซึ่ง จอ Philips รุ่นนี้น่าจะครอบคลุมการใช้งานในแบบต่างๆ ในชีวิตประจำวันมากกว่าการเฉพาะเจาะจง ด้วยฟีเจอร์ที่น่าสนใจ เช่น หน้าจอปรับเลื่อนและหมุนได้ จึงน่าจะเหมาะกับการใช้ในสำนักงานหรือที่บ้าน รวมถึงพอร์ตแสดงผล ที่มีให้เกือบครบแบบที่มีในบนคอมพิวเตอร์ทั่วไปในเวลานี้ และที่สำคัญให้ลำโพงเสียงดีมาอีกด้วย การดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม ก็ครบจบได้ในตัว กับสนนราคาแค่ 6,990 บาท ต้องถือว่าคุ้มค่าน่าสนใจ เมื่อเทียบกับจอภาพในระดับ IPS 27″ ด้วยกัน หากใครที่สนใจ ไปช้อปกันได้ที่ Topvalue กำลังมีโปรโมชั่นพิเศษ ถึงช่วงปลายเดือน กรกฏาคมนี้

จุดเด่น

  • หน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ พาแนล IPS ความคมชัดสูง
  • ปรับหมุนหน้าจอได้ เพิ่มมุมมองให้กว้างขึ้น
  • มีลำโพงคุณภาพดีมาในตัว
  • ขอบจอค่อนข้างบาง ให้พื้นที่กว้างขวาง
  • OSD มีให้ปรับแต่งได้พอควร

ข้อสังเกต

  • ความละเอียด Full-HD เท่านั้น

ราคา: ประมาณ 6,990 บาท

ช้อปได้ที่:

ข้อมูลเพิ่มเติม: Philips monitor

from:https://notebookspec.com/review-philips-271b8qjeb-27-inch-monitor/530392/