คลังเก็บป้ายกำกับ: PC-COMPONENT

Game 2019 – Unreal Engine 4 สนับสนุนฟีเจอร์ Ray Tracing และ Path Tracing ของ NVIDIA แล้ว เพื่อเกมที่ดีกว่า

ดูเหมือนว่าในที่สุด NVIDIA เองนั้นก็สามารถที่จะทำลายคําสบประมาทของทาง AMD ได้แล้วครับเพราะเมื่อไม่นานมานี้่ทาง Epic Games ได้ประกาศอย่างเป็นทางการออกมาว่าเอนจินเกมชื่อดังของบริษัทอย่าง Unreal Engine 4 ในเวอร์ชันอัพเดท 4.22 จะรองรับกับเทคโนโลยี real-time ray tracing และ path tracing ของทาง NVIDIA อย่างเป็นทางการ

ซึ่งการรองรับนี้ไม่เพียงแค่ผู้พัฒนาเกมรายใหม่ๆ จะใช้ฟีเจอร์ดังกล่าวได้อย่างเพียงเท่านั้นเพราะเกมที่มีอยู่ในปัจจุบันซึ่งใช้ Unreal Engine 4 นั้นสามารถที่จะทำการอัพเดทให้มารองรับฟีเจอร์นี้ได้อย่างง่ายดายด้วยครับ

สำหรับผู้พัฒนาเกมที่ใช้เอนจิน UE4 นั้นหลังจากทำการอัพเดทตัวเอนจินเป็นเวอร์ชัน 4.22 แล้วนั้นผู้พัฒนาจะสามารถทำการเขียนโค้ดโปรแกรมในระดับ high-level สำหรับฟีเจอร์ ray tracing ได้โดยตรงซึ่งจะส่งผลให้การทำเอฟเฟคต่างๆ อย่าง rect area lights, soft shadows, reflections, real time global illumination, IBL, Niagara particles และอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการสะท้อนของแสงทำได้ง่ายมากขึ้นกว่าเดิมมากจากที่ปกติแล้วจะต้องเขียนโค้ดในระดับ low-level layer เพื่อให้แสดงผลผ่านทาง UE DirectX 12 ครับ

แน่นอนครับว่าการสนับสนุน real-time ray tracing และ path tracing บน Unreal Engine 4 นั้นย่อมเป็นผลดีต่อกราฟิกการ์ดซีรีส์ RTX 2000 ของทาง NVIDIA เป็นอย่างมาก ทว่าหากดูจากความเป็นจริงในเรื่องของเกมที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ real-time ray tracing ที่รันบนกราฟิกการ์ดซีรีส์ RTX 2000 แล้วประสิทธิภาพลดลงกว่าครึ่งแล้วนั้น หากคุณยังไม่รีบอะไรมากนักเราขอแนะนำให้รอกราฟืกการ์ดซีรีส์ต่อไปน่าจะดีกว่าครับ

หมายเหตุ – แต่อย่างน้อยนี่ก็เป้นการแสดงให้เห็นได้ว่าทาง NVIDIA นั้นมาถูกทางแล้วครับ

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/nvidias-rtx-2000-gpus-to-get-adoption-boost-via-expanded-ray-tracing-support-on-unreal-engine-4/472831/

โฆษณา

Gamer ต้องลอง ASUS ROG MAXIMUS XI Extreme แรงครบจบในตัว

เกมมิ่งเมนบอร์ดช่วงนี้ ออกสู่ตลาดกันแบบล้นหลาม โดยเฉพาะในตลาดไฮเอนด์ ที่บรรดาผู้ผลิตรายใหญ่ต่างทะยอยออกมากันหลายรุ่นเลยทีเดียว ซึ่ง ASUS เอง ก็ถือเป็นพี่บิ้กเบิ้มในตลาด ที่เวลานี้นำเรือธงอีกรุ่นที่ใช้ชิปเซ็ตใหม่ล่าสุด Intel Z390 สำหรับซีพียู Intel generation 9 มาลงตลาด พร้อมกับฟีเจอร์แรงสะใจ ภายใต้ชื่อของ ROG MAXIMUS XI อันเป็นซีรีส์ของเกมมิ่งเมนบอร์ด MAXIMUS ที่ออกแบบมาเพื่อซีพียู Intel 1151 ที่หลายคนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ประกอบไปด้วยรุ่นต่างๆ เหล่านี้ ASUS ROG MAXIMUS XI HERO, FORMULA, EXTREME, CODE, GENE และ APEX เป็นต้น

ASUS ROG MAXIMUS XI Extreme สำหรับใครที่เคยได้สัมผัสกับเมนบอร์ดในซีรีส์นี้ อาจจะพอคุ้นเคยกับบรรดาฟีเจอร์มากมาย ที่ทาง ASUS จัดวางมาให้กลุ่มผู้ใช้ที่เป็นเกมเมอร์โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของการโอเวอร์คล็อก การเชื่อมต่อเน็ตเวิร์ค และสีสันจากไฟ RGB ในสไตล์ของ ROG ซึ่งกระจายไปอยู่ในจุดต่างๆ ของเมนบอร์ด นอกเหนือจากการสนับสนุนซีพียู Intel รุ่นใน เจนเนอเรชั่นที่ 9 ไม่ว่าจะเป็น Core i7, i5, i3 รวมถึง Pentium Gold และ Celeron อีกด้วย จุดเด่นที่น่าสนใจอยู่ที่การออกแบบ ที่มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น ชุดซิงก์ระบายความร้อนให้ภาคจ่ายไฟขนาดใหญ่ หรือ ROG Patented Pre-mounted I/O Shield, Intel® Wireless-AC 9560 ที่รองรับ WiFi 802.11 a/b/g/n/ac และ MU-MIMO มีชุดสังเคราะห์เสียงตัวเก่ง ที่ยกมาจากเจนฯ ที่แล้ว พร้อมพลังเสียงที่ให้ดีกรีระดับซาวด์การ์ดแยกเลยทีเดียว

ยังรวมไปถึงบรรดาฟีเจอร์ที่่ช่วยในการจัดการเช่น ROG Ecosystem ที่เป็นระบบไฟ RGB หรือจะเป็น Livedash OLED ที่ช่วยมอนิเตอร์บรรดาฮาร์ดแวร์ต่างๆ แล้วแสดงผลบนหน้าจอ OLED ขนาดเล็กที่ Shield ด้านบน ซึ่งดูล้ำมากๆ เช่นเดียวกับ AI Overclock ที่เพิ่มพลังในการปรับแต่งได้อย่างสนุกมือเลยทีเดียว หรือจะเป็นปุ่มสำหรับการเพาเวอร์ รีเซ็ตและเคลียร์ CMOS ได้จากบนเมนบอร์ด เรียกว่าแค่รายละเอียดจากกล่อง บอกได้ไม่ครบ ใครมาสายนี้ ยังติดว่าอยากรู้ว่าลูกเล่นเยอะแค่ไหน บอกได้เลยว่าต้องลอง

Specification

  • CPU: Intel® Socket 1151 9th / 8th Gen Intel® Core™, Pentium® Gold and Celeron® Processors
  • Chipset: Intel® Z390
  • Memory: 4 x DIMM, Max. upto 64GB, support DDR4 4400(O.C) Intel® Extreme Memory Profile (XMP)
  • Graphic: Integrated Graphics Processor- Intel® UHD Graphics support
    -Multi-GPU Support: NVIDIA® 2-Way SLI™ and AMD 3-Way CrossFireX™
  • Expansion Slots:
    -Socket 1151 for 9th / 8th Gen Intel® Core™, Pentium® Gold and Celeron® processors
    -2x PCIe 3.0/2.0 x16 (x16 or dual x8)
    -Intel® Z390 Chipset
    -1x PCIe 3.0/2.0 x16 (max at x4 mode) *1
    -1x PCIe 3.0/2.0 x1
  • Storage:
    -ROG DIMM.2 Module support M key, type 2242/2260/2280/22110
    -M.2 Socket 3, with M key, type 2242/2260/2280 (SATA & PCIE 3.0 x 4 mode)*3
    -M.2 Socket 3, with M key, type 2242/2260/2280/22110 (PCIE 3.0 x 4 mode)
    -6x SATA 3Gb/s port(s)
  • LAN: Aquantia AQC111C 5G LAN w/ ROG GameFirst Technology
  • Wireless Data Network: Intel® Wireless-AC 9560, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac
  • Bluetooth: Bluetooth® 5.0
  • Audio: ROG SupremeFX 8-Channel High Definition Audio CODEC S1220
  • Back I/O Ports:
    -1x HDMI
    -1x LAN (RJ45) port(s)
    -4x USB 3.1 Gen 2 (red) (1 x Type-C+3 x Type-A)
    -6x USB 3.1 Gen 1
    -Optical S/PDIF out
    -Clear CMOS button(s)
    -USB BIOS Flashback® Button(s)
    -ASUS Wi-Fi Module
    -5x LED-illuminated audio jacks
    -1x AQC-111C 5G LAN port

 

การออกแบบและฟังก์ชั่น

แพ็คเกจมาในชุดสุดหรู ยังคงสไตล์ของ ASUS ROG ไว้อย่างเหนียวแน่น ด้านหน้ามีเพียงโทนสีดำแดง แฝงด้วยโลโก้ฟีเจอร์เล็กน้อย เรื่องความโดดเด่นให้ 10 เต็ม

ด้านหลังกล่อง ASUS เลือกใส่ฟีเจอร์ต่างๆ และสเปคของเมนบอร์ด จัดเต็มมาแบบไม่ต้องไปเปิดหน้าเว็บเพิ่ม บอกไว้ชัดเจนเลยทีเดียว

อุปกรณ์ที่มีมาภายในกล่อง เรียกว่ากล่องแทบแตก บันเดิลเยอะมาก มีตั้งแต่ คู่มือ, สายสัญญาณ, เสาสัญญาณ WiFi, SATA cable และ HB Bridge รวมถึงคอนเน็คเตอร์ต่างๆ มาอีกเพียบ สมกับเป็นเมนบอร์ดสำหรับเกมเมอร์และนักโอเวอร์คล็อกที่เป็นแฟนบอยอย่างแท้จริง

หน้าตาของเมนบอร์ด ASUS ROG MAXIMUS XI Extreme รุ่นนี้ มาในแนวที่ดุดัน ด้วยโทนสีดำทั้งบอร์ด โดยมี Shield ขนาดใหญ่ พร้อมกับซิงก์ระบายความร้อนให้กับภาคจ่ายไฟ และซิงก์ชิปเซ็ตขนาดใหญ่ องค์ประกอบโดยรวมดูอลังการมากทีเดียว

ASUS ROG MAXIMUS XI Extreme รองรับซีพียู Intel generation 9 และ 8 ในแบบซ็อกเก็ต 1151 พร้อมภาคจ่ายไฟขนาดใหญ่ 12-phase ภายใต้ซิงก์สีดำ และคาปาซิเตอร์ที่ดูหรูหราเลยทีเดียว

ซิงก์ของชิปเซ็ตด้านล่าง ไม่ใช่แบบธรรมดาทั่วไป แต่ใส่ลูกเล่นเป็นไฟ RGB มาด้วย โดยจะสว่างขึ้นที่โลโก้ ROG และแถบสีดำ เฉียงขึ้นไปรับกับ Shield ที่อยู่ด้านบน

Shield ที่คลุมบรรดาพอร์ตต่างๆ ด้านหลัง ถูกออกแบบให้ดูยิ่งใหญ่ ซึ่งนอกจากจะมีแสงไฟ RGB สวยงามให้เห็นแล้ว ด้านล่างยังมีหน้าจอ OLED ขนาดเล็ก สำหรับใช้เป็น Hardware monitor เพื่อตรวจสอบการทำงานของระบบผ่านทางหน้าจอนี้ได้ด้วย เอาใจคนที่ใช้เคสใส กระจกข้างกันแบบสุดๆ

นอกจากนี้ยังมาพร้อมฟีเจอร์ ROG DIMM.2 Slot ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของทาง ASUS ในการใช้เป็น PCIe 3.0 x4 สำหรับ SSD Type 2242-22110 ความเร็วสูง นอกเหนือจากบรรดาพอร์ต SATAพื้นฐาน และ M.2 slot ที่มีให้สำหรับติดตั้งอุปกรณ์ Storage นับสิบรายการ

ชุดสังเคราะห์เสียง ROG SupremeFX CODEC S1220 รองรับระบบเสียง 8-Channel High Definition Audio ที่ให้คุณภาพเสียงระดับภาพยนตร์ ซึ่งก็น่าจะตรงใจสำหรับเกมเมอร์และคนที่ชอบความบันเทิงเต็มรูปแบบ

สล็อต PCI-Express ที่มีให้จำนวน 4 สล็อต รองรับการใช้งานทั้ง CrossFire และ SLI สล็อตบนจะเป็น PCIe x1 ถัดมาเป็นแบบ PCIe 3.0/2.0 x16 (x16 หรือ dual x8) และส่วนแถวล่างจะเป็นแบบ PCIe 3.0/2.0 x16 (max at x4 mode)

สล็อตแรมในแบบ Q-DIMM ที่มีตัวล็อคด้านเดียว เพื่อความปลอดภัยและใช้กันในบอร์ดหลายๆ รุ่น รองรับแรม DDR4 ได้สูงสุด 4400(O.C) และสนับสนุน XMP เต็มรูปแบบ ซึ่งได้การรับรองจากผู้ผลิตแรมรายต่างๆ ในแง่ของประสิทธิภาพการ OC

ASUS จัดพอร์ตสำหรับอุปกรณ์ Storage มาให้เยอะมาก บนเมนบอร์ด โดยมีพอร์ต SATA3 พื้นฐาน 6 พอร์ต และสล็อต M.2 จำนวน 2 ชุดด้วยกัน รวมไปถึง ROG DIMM.2 Module ที่ใช้ร่วมกับ M.2 ความเร็วสูง ที่เชื่อมต่อผ่าน PCIE 3.0 x 4 เรียกว่าเร็ว แรง ลื่น

พอร์ตต่อพ่วงด้านหลัง ที่ไม่ธรรมดาเพราะ ASUS นอกจากจะให้พอร์ต USB 3.1 มาอย่างน้อย 6 พอร์ตที่ด้านหลัง และยังมีให้เชื่อมต่อบนเมนบอร์ด สำหรับการใช้งานร่วมกับ Front panel ได้ ที่สำคัญยังใส่ปุ่ม Reset และ Clear BIOS มาให้อีกด้วย คือนอกจากจะมีให้บนเมนบอร์ด สำหรับคนที่ชอบใช้งานแบบเปลือยเคสแล้ว คนที่ปิดเคส ก็ยังใช้จากด้านหลังเครื่องได้เช่นกัน เอาใจสาย OC กันแบบสุดๆ

ส่วนในการเชื่อมต่อเครือข่าย ASUS เพิ่มในส่วนของ Aquantia AQC111C 5G LAN มาให้ พร้อมกับ ROG GameFirst Technology ที่เอาใจคอเกมกันแบบสุดๆ หรือจะใช้การเชื่อมต่อ WiFi 802.11 a/b/g/n/ac ผ่านทาง Intel® Wireless-AC 9560 ก็ได้เช่นกัน

เมนบอร์ด ASUS รุ่นนี้ มาพร้อมฟีเจอร์ RGB มาเพียบ ด้วยหัวต่อแบบ 4-pin AURA RGB headers และ 3-pin Addressable headers ทำงานร่วมกับ ASUS-exclusive Aura Sync RGB แค่ซอฟต์แวร์นี้ ก็ทำให้คุณปรับรูปแบบของไฟ RGB ได้สนุกแล้ว ซึ่งรวมไปถึงอุปกรณ์อีกมากมาย ที่รองรับการซิงก์ด้วยฟีเจอร์เดียวกัน เช่น พัดลมเคส พัดลมซีพียู ชุดน้ำ หรืออื่นๆ ก็ตาม

 

Conclusion

จุดเด่นค่อนข้างมหาศาลสำหรับ ASUS ROG MAXIMUS XI Extreme รุ่นนี้ เพราะยังไงดีกรีความพรีเมียมยังคงทำให้ ASUS วางองค์ประกอบให้สอดคล้องกับผู้ใช้ในกลุ่ม ROG เช่นนี้ ในแบบที่ลงตัวมากที่สุด เพื่อตอบสนองการใช้งาน ทั้งในเรื่องของความเร็ว ที่สนับสนุนซีพียู LGA1151 รุ่นใหม่ Intel gen9 หรือจะเป็นแรม DDR4 ที่เพิ่มการโอเวอร์คล็อกได้ระดับ 4400MHz ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากสำหรับคอเกมและสาย OC เช่นเดียวกับในแง่ของการเล่นเกม ที่เสริมทั้งระบบ Storage ความเร็วสูงมาชุดใหญ่ มีสล็อต PCI-Express มาครบครัน ไม่ใช่แค่การเล่นเท่านั้น แต่ยังรองรับการสตรีมได้แบบสบายๆ คุณสมบัติการเชื่อมต่อเครือข่ายก็มีทั้ง LAN และ WiFi ที่มีให้เลือกตามความเหมาะสม รวมไปถึงลูกเล่นสำหรับการปรับแต่ง ก็มีปุ่มเพาเวอร์ รีเซ็ตและ Recovery BIOS มาให้อีกด้วย ที่สำคัญให้ LED debug ในการตรวจสอบ หรือจะใช้เป็น OLED ที่อยู่บน Shield ข้างซ็อกเก็ตซีพียูรายงานสถานะของระบบได้อีกด้วย

แต่สำหรับคนที่ชื่นชอบเรื่องของไฟ RGB ต้องบอกว่า ASUS เป็นผู้ผลิตที่มีความชำนาญและเป็นรายแรกๆ ที่นำเรื่องของไฟ RGB มาใช้บนเมนบอร์ด รวมถึงมีการปรับปรุงเรื่องซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการควบคุม ปรับแต่งแสงไฟได้อย่างสนุก เพียงแต่ใครที่หวังว่าจะมีไฟ RGB ในทุกจุดทั่วบอร์ด ก็คงต้องผิดหวังเล็กๆ แต่ถ้าคุณมองว่า จะเสริมไฟผ่าน LED Strip หรืออุปกรณ์อื่นๆ ด้วยการเชื่อมต่อเข้ากับหัวต่อที่มีอยู่บนเมนบอร์ดได้ไม่ยาก สิ่งเหล่านี้ คือฟีเจอร์สำคัญที่คุณจะได้รับ เมื่อคุณอยากสัมผัสกับความเป็น ROG บนเมนบอร์ดรุ่นนี้อย่างแท้จริง

 

จุดเด่น

  • ให้คุณสมบัติพิเศษสำหรับเกมเมอร์และนักโอเวอร์คล็อก
  • รองรับ RGB เต็มรูปแบบทั้งไฟบนเมนบอร์ด พร้อมหัวต่อต่อสำหรับโมดูล RGB อื่นๆ
  • รองรับแรม DDR4 ความเร็วสูงและสนับสนุนการโอเวอร์คล็อก
  • มีจอ OLED ขนาดเล็กสำหรับเป็น Hardware monitor ได้

ข้อสังเกต

  • ด้วยการใส่ฟีเจอร์มาเต็มพื้นที่ อาจจะต้องวางแผนการติดตั้งอุปกรณ์ล่วงหน้า
  • ราคายังค่อนข้างสูง

 

ราคา: ประมาณ 17,500 บาท

ติดต่อ: ASUS ROG MAXIMUS XI Extreme

 

from:https://notebookspec.com/asus-rog-maximus-xi-extreme-gaming/472556/

Game 2019 – เผยเกมเมอร์ทั่วโลกใน Steam ใช้การ์ดจอ NVIDIA มากกว่า AMD เยอะ ! โดย GTX 1060 เป็นที่ 1

ล่าสุด Steam ได้เปิดเผยข้อมูล แบบสำรวจฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ด้านกราฟิกการ์ดแยกตามผู้ผลิต สำหรับเดือน มกราคม 2019 ด้าน NVIDIA นั้นครองตลาดสูงถึง 73.97% จากการ์ดจอทั้งหมด

GTX 1060

เกมเมอร์ทั่วโลกใน Steam ใช้การ์ดจอ GTX 1060 มากกว่ารุ่นอื่นๆ

โดยผลสรุปล่าสุดของปี 2019 ประจำเดือน มกราคม ในเครื่องมือสำรวจฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของ Steam นั่นได้เปิดเผยข้อมูลของเกมเมอร์ทั่วโลกบน Steam โดยเกมเมอร์ส่วนใหญ่นั้นใช้การ์ดจอ NVIDIA เป็นส่วนใหญ่ โดยครองตลาดอยู่ที่ 73.97% จากการ์ดจอทั้งหมด เมื่อเทียบกับ ฝั่ง AMD ที่มีอยู่ที่ 15.34% และ Intel อยู่ที่ 10.55%

สำหรับการ์ดจอรุ่นที่เกมเมอร์บน Steam ส่วนใหญ่ใช้กันนั้นจะเป็นรุ่น GTX 1060 อยู่ที่ 14.87%  สูงเป็นอันดับ 1 รองลงมาจะเป็น 1050TI อยู่ที่ 9.34% โดยการ์ดจอ NVIDIA ครองอันดับทั้ง 1-10 หมด ส่วนการ์ดจอ รองลงมาจะเป็นของ AMD R7 ที่มีส่วนแบ่ง 1.15% แต่ถือว่าเป็นลางดีเพราะ ขึ้นมาจากเดือนก่อนที่อยู่ที่ 0.96% เท่านั้น น่าเสียดายที่การ์ดจอ AMD นั้นยังไม่นิยมในหมู่เกมเมอร์ Steam มากเท่าไหร่

ที่มา : notebookcheck.net

from:https://notebookspec.com/steam-gamer-gtx-1060-more/472795/

เพิ่มไฟ RGB คอมเก่า Thermaltake Pacific R1 Plus แค่พันกว่าบาท

โดยพื้นฐานของผู้ใช้พีซีทั่วไป การที่ทำให้คอมเร็ว แรงขึ้น ก็น่าจะสร้างความพึงพอใจได้ระดับหนึ่งแล้ว แต่บางคนอาจจะมองว่า เร็วแรงอย่างเดียวอาจไม่พอ ต้องสวยด้วย ยิ่งในปัจจุบันมีลูกเล่น ของตกแต่งมากมายมาให้เลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็น พัดลมไฟสวยๆ ฮีตซิงก์งามๆ หรือจะเป็นชุดน้ำ ที่มาพร้อมท่อใสๆ ที่มีน้ำสีสวยวิ่งไปมา ความพึงพอใจก็ขึ้นอยู่กับว่าใครต้องการแบบขนาดไหน สวยแบบทั่วไปหรือฮาร์ดคอร์ แต่ถ้าคุณชอบง่ายๆ ไฟสวยๆ เชื่อว่าคุณต้องสนใจ Pacific R1 Plus รุ่นนี้อย่างแน่นอน

Thermaltake Pacific R1 Plus หลายคนอาจจะสงสัยว่า สิ่งนี้คืออะไร คงต้องบอกแบบนี้ว่า ถ้าใครเคยใช้งานพัดลมแรมสมัยช่วง 5-10 ปีก่อน สิ่งนี้จะค่อนข้างคล้ายคลึง เพียงแต่เค้าไม่ใช่พัดลม แต่เป็นแถบไฟ RGB ที่ใช้ติดตั้งบนโมดูลของสล็อตแรมอีกชั้นหนึ่ง จะมองเห็นเหมือนเป็นแรมที่มีไฟ RGB จากแรมเดิมๆ ที่คุณใช้ ไม่ว่าจะเป็นแรมธรรมดา Value หรือแรมซิงก์ปกติก็ตาม รองรับการใช้งานบนสล็อตแรม 4 แถวและสามารถเชื่อมต่อกับคอนเน็คเตอร์ LED บนเมนบอร์ด สำหรับการทำงานร่วมกับบรรดาฟีเจอร์ของเมนบอร์ดที่มีฟีเจอร์รองรับ เช่น ASUS, MSI, GIGABYTE และ ASRock หรือเชื่อมต่อกับกล่อง RGB lighting control ที่มีมาให้ด้วย จากนั้นปรับแต่งผ่านทางซอฟต์แวร์ TT RGB PLUS

 

แกะกล่อง

 

แพ็คเกจมาเยอะมาก หน้ากล่องดูหล่อทีเดียว Thermaltake ยังคงเลือกใช้โทนสีดำตัดกับสีไฟ RGB ดูน่าใช้เลยทีเดียว

ด้านหลังกล่องมาพร้อมฟีเจอร์สำคัญ โดยเฉพาะการซิงก์กับบรรดา RGB บนเมนบอร์ดจากค่ายต่างๆ ครบ ASUS, MSI, GIGABYTE และ ASRock

เมื่อแกะกล่องออกมาด้านในแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ตัวโมดูลชุดไฟ RGB และกล่องอุปกรณ์สีดำ

คู่มือสำคัญมากสำหรับคนที่ไม่เคยใช้ ด้านในกล่องสีดำ จะมีสายแบบต่างๆ มาให้ 6 เส้นและกล่องควบคุมอีก 1 ชุด สำหรับติดตั้งและปรับแต่งได้สะดวกขึ้น

 

คู่มือเก็บไว้ดีๆ อย่าทำหาย แต่ถ้าคุณจำมันได้ขึ้นใจ และลองได้ต่อใช้งานหลายรอบแล้ว ก็น่าจะพอจำได้แน่นอน

สายไฟจัดเรียงมาครบ มีด้วยกัน 6 เส้น มีทั้งแบบที่ใช้ต่อเพาเวอร์จากระบบเข้าสู่คอนโทรลเลอร์ สายต่อเข้ากับเมนบอร์ดผ่าน RGB connector โดยตรงและสายสำหรับต่อเข้ากับ USB บนเมนบอร์ด สำหรับควบคุมการทำงานผ่านซอฟต์แวร์

กล่องควบคุม อันนี้สำคัญมาก นอกจากจะใช้เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อกับ Pacific R1 แล้ว ยังรองรับอุปกรณ์อื่นๆ ที่เป็น RGB ได้อีกด้วย เช่น บรรดาพัดลมต่างๆ

อุปกรณ์ Pacific R1 Plus หน้าตาจะคล้ายๆ กับชุดพัดลมสำหรับแรม แต่กลายเป็นไฟ RGB แทน ด้านหนึ่งจะเป็นขาคล้องไว้เฉยๆ แต่อีกด้วยหนึ่งจะเป็นกริ๊ปล็อค

ออกแบบมาเพื่อชุดแรมแบบ 4 แถว ใช้ครอบลงไปได้ตรงๆ สายสัญญาณจะเป็นแบบต่อพ่วงกับคอนเน็คเตอร์แบบต่างๆ

ไฟ LED แบบ 4 แถว ที่จัดเรียงเป็นชุดเดียวกัน หน้าตาจะดูค่อนข้างเรียบง่าย

ตัวคลิปล็อคสำหรับยึดเข้ากับตัวล็อคของแรม ใช้ได้ทั้ง DDR4 รวมถึง DDR3 และ DDR2 อีกด้วย

ด้านใต้ของอุปกรณ์ฺจะเป็นรางของไฟ LED ที่วางไว้ และมีตัวล็อค ไม่ได้ซับซ้อนมากมาย ใช้ง่าย

สายต่อสำหรับการพ่วงเข้ากับหัวแปลงที่มีมาให้ ก่อนจะเชื่อมต่อเข้ากับเมนบอร์ดหรืออุปกรณ์คอนโทรลเลอร์

เมื่อลองแปลง เพื่อให้ต่อเข้ากับ Addressable RGB บนเมนบอร์ดที่สนับสนุน LED strip ต่างๆ ตรวจเช็คให้ดีก่อนเสียบเข้ากับขั้วบนเมนบอร์ด ป้องกันความเสียหาย

กล่องสำหรับควบคุมการทำงานและทำหน้าที่เป็น Hub สำหรับต่ออุปกรณ์ RGB อื่นๆ เพิ่มเติม โดยเฉพาะพัดลมได้อีก 4 ตัวด้วยกัน

ติดตั้งไม่ยาก 

ง่ายนิดเดียว แค่แกะกล่อง ฉีกซอง ใส่น้ำร้อน…ไม่ใช่ละ แค่แกะกล่องออกมา เจอโมดูล ก็ขยับตัวล็อค แล้วครอบลงไปที่สล็อตแรม DDR4 จะมีสายต่อ USB connector สำหรับต่อบนเมนบอร์ดมาให้ เพื่อใช้เป็นไฟเลี้ยง เท่านี้ก็ใช้งานได้แล้ว แต่ถ้าไม่แน่ใจ เพราะจำนวนสายที่มีมาให้เยอะพอสมควร มีทั้งต่อเข้ากับ Addressable RGB connector บนเมนบอร์ดโดยตรงและแบบต่อเข้ากับ Controller เพื่อใช้งานกรณีที่ใช้บนเมนบอร์ดทั่วไป ที่ไม่มีฟีเจอร์ RGB มาบนเมนบอร์ด สามารถดูตามขั้นตอนจากคู่มือที่มีให้ในกล่องได้เลย

กรณีที่เป็นเมนบอร์ดรุ่นเก่าหรือรุ่นที่ไม่ได้มีคอนเน็คเตอร์สำหรับ RGB ที่ใช้สำหรับ LED strip มาเฉพาะ ก็สามารถเชื่อมต่อผ่านกล่องควบคุมได้ โดยต่อสายจาก USB บนเมนบอร์ด เข้าสู่กล่อง จากนั้นต่อสายจากกล่องเข้ากับ Pacific R1 Plus รวมถึงต่อสายเพาเวอร์เข้ากับ 4-pin ที่เพาเวอร์ซัพพลายด้วย

สายต่างๆ ต้องต่อให้ครบ เพื่อให้ใช้งานได้อย่างถูกต้อง ทั้งเพาเวอร์และสายสัญญาณจากเมนบอร์ด สำหรับการใช้งานผ่านซอฟต์แวร์

ต่อจากพอร์ต USB บนเมนบอร์ด เข้าสูกล่องควบคุม แล้วจึงต่อพ่วงกับอุปกรณ์ เช่น Pacific R1 Plus หรือพัดลม RGB อีกที

ภาพเมื่อติดตั้ง Pacific R1 Plus เข้ากับสล็อตแรมเรียบร้อย ในภาพนี้ใช้ร่วมกับระบบที่เป็น DDR3 ดูลงตัวมากทีเดียว

เมื่อต่อสายทุกอย่างเรียบร้อย เปิดเครื่องไฟก็จะเริ่มทำงานทันที เพียงแต่จะเป็นรูปแบบเดียว เมื่อต้องการปรับแต่ง ต้องไปดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ที่ชื่อว่า TT RGB Plus มาติดตั้งก่อน

เมื่อดาวน์โหลดและติดตั้งซอฟต์แวร์แล้ว ก็สามารถปรับแต่งรูปแบบของไฟได้หลากหลายมากกว่า 20 แบบด้วยกัน โดยซอฟต์แวร์นี้ ยังเชื่อมโยงไปยังอุปกรณ์อื่นๆ ที่ต่อเข้ากับกล่องควบคุมได้อีกด้วย

 

เมื่อไฟเริ่มทำงานในโหมดต่างๆ บอกเลยว่าสวยมาก ยิ่งถ้าอยู่ในเคสมืดๆ ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ดูสะดุดตาดีทีเดียว

 

การเชื่อมต่อร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ

จุดเด่นอย่างหนึ่งของ Thermaltake Pacific R1 Plus นี้ ก็คือการเชื่อมต่อกับซอฟต์แวร์ ที่เรียกว่า TT RGB PLUS สำหรับการปรับแต่งแสงไฟ RGB ให้เป็นรูปแบบที่ต้องการได้ แต่ที่สำคัญคือ การเชื่อมโยงแสงไฟ RGB ของอุปกรณ์ต่างๆ เช่น พัดลม ปั้มน้ำและอื่นๆ ภายในระบบเข้าด้วยกัน ให้แสงไฟทำงานได้สอดคล้องกัน รวมไปถึงรองรับฟีเจอร์ RGB จากค่ายผู้ผลิตอุปกรณ์ชั้นแนวหน้า อาทิ ASUS AURA SYNC, GIGABYTE RGB Fusion, MSI Mystic Light Sync และ ASRock RGB ได้อีกด้วย ในแง่ของการติดตั้ง

Thermaltake Pacific R1Plus เหมาะกับใคร

คงต้องบอกแบบนี้ว่า ตามจริงสำหรับใครก็ได้ ที่เบื่อกับสไตล์การแต่งเคสเดิมๆ พัดลมไฟ RGB หรือแค่ฮีตซิงก์ RGB เอาแค่เบาๆ แสงสีไม่อลังการนัก หรืออีกกลุ่มคือ แต่งแบบไปให้สุด ชนิดที่แต่งมาแล้ว ก็ต้องให้ครบ เพราะดูจากเวลานี้ ของแต่งที่เกี่ยวกับไฟแรม RGB ที่ไม่นับแรม RGB แบบเดิมๆ อยู่แล้วแทบไม่มี โดยเข้ามาตอบโจทย์ในท้องตลาดได้อย่างชัดเจน ทำให้นักแต่งเคสมีทางเลือกมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็น Geek หรือคลั่งไคล้ในการอวด โชว์ความสวยงาม ไปได้สุดทางจริงๆ

จุดเด่น

  • เพิ่มแสงไฟ RGB ให้ภายในเคสดูสวยงาม
  • มีซอฟต์แวร์ปรับแต่งไฟ RGB ได้
  • มีคอนโทรลเลอร์รองรับการเพิ่มอุปกรณ์ RGB ได้เยอะ

ข้อสังเกต

  • การติดตั้งซับซ้อนเล็กน้อย สายต่อค่อนข้างเยอะ

สนนราคา : ประมาณ 1,980 บาท

ข้อมูลเพิ่มเติม: Thermaltake Pacific R1 Plus

from:https://notebookspec.com/review-thermaltake-pacific-r1-plus/472575/

BaNANAStore Promotion – Computer DIY อัพเกรดสเปคแรง ลดราคาสูงสุดถึง 40% พร้อมส่งฟรีถึงบ้านใน 3 ชั่วโมง

BaNANAStore Promotion – เชื่อได้ว่าเดี๋ยวนี้ใครจะประกอบคอมซักเครื่องอย่าง PC DIY นั้น เราไม่จำเป็นต้องไปซื้อตามหน้าร้านอีกต่อไปแล้ว ด้วยความที่ว่าเราสามารถสั่งซื้อผ่านทางร้านค้าออนไลน์ได้แล้ว ที่สำคัญเราทุกคนก็สามารถประกอบคอมพิวเตอร์เองได้แล้ว เรียกได้ว่าทำให้การไปซื้อตามหน้าร้านให้วุ่นวายเป็นเรื่องเก่าไปเลย

โดยล่าสุดทางด้านร้านค้าออนไลน์ชั้นนำอย่าง BaNANAStore ก็ได้มีการนำเสนอโปรโมชั่นราคาพิเศษครั้งใหญ่ กับในส่วนของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่างๆ ที่ลดราคากันสูงสุดถึง 40% เรียกได้ว่าใครจะจัดสเปกพลาดไม่ได้เลย!! โปรโมชั่นถึง 28 กุมภาพันธ์นี้เท่านั้น โดยโปรโมชั่นเฉพาะช้อปออนไลน์ BaNANA Store เท่านั้น

สามารถสั่งซื้อได้เลยผ่านทาง BaNANAStore ส่งฟรีถึงบ้านใน 3 ชั่วโมงด้วย* โปรโมชั่นตั้งแต่วันนี้ถึง – 28 กุมภาพันธ์นี้เท่านั้น

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่

  • Inbox Facebook : BaNANAStore
  • Line : @bananastore (มี@ ด้านหน้า)
  • โทร.02-017-7788 (จันทร์-ศุกร์ เวลา 10.00-18.00 น.)

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

from:https://notebookspec.com/bananastore-promotion-pc-diy-feb-2019/472603/

จัดสเป็คคอม 2019 คอเกมงบน้อย AMD หรือ Intel ก็แค่ 13000 บาท

มาถึงชั่วโมงนี้ อะไรๆ ก็เป็นไปได้ โดยเฉพาะคนที่กำลังจะซื้อคอมใหม่หรือ จัดสเป็คคอม 2019 ในราคาสุดประหยัด เรียกว่างบ 13000 บาท ก็ยังประกอบคอมได้ แถมสเปคก็ไม่ธรรมดาด้วย ต้องขอบคุณ SSD และการ์ดจอ ที่เวลานี้ราคาหล่นลงมาจากเดิมไม่น้อย แม้แรมจะลดไม่เยอะมาก แต่ก็จับต้องได้ต่างจากในช่วงกลางปีที่แล้ว บอกเลยว่า ถ้าใครจะประกอบคอมช่วงนี้ ไม่ผิดหวังแน่นอน

ในการ จัดสเป็คคอม 2019 งบ 13,000 บาท ครั้งนี้ก็เช่นกัน วันนี้จัดมาให้ดูทั้งชุด Intel และ AMD ซึ่งจัดมาเอาใจเกมเมอร์ที่อยากได้สเปคเล่นเกม PUBG, DOTA2, RE2 remake, Overwatch หรือจะเป็น APEX ที่เป็นเทรนด์ของเกมแนว Battle Royale อีกตัวหนึ่ง ที่กำลังได้รับความนิยมจากความสดใหม่ และสไตล์การเล่นที่สนุกทีเดียว โดยชุดของ Intel จะนำโดยซีพียู Intel Pentium G5400 รุ่นใหม่ คู่กับ GTX1050ti ส่วนทาง AMD จะมาแบบฮาร์ดคอร์ ด้วยซีพียูที่เจนเนอเรชั่นเก่ากว่า แต่มาพร้อมฟีเจอร์โอเวอร์คล็อก ด้วย AMD Ryzen 3 1300X และการ์ดจอ RX570 ที่ถือว่าไม่เป็นรองอีกฝั่งกันเลยทีเดียว ซึ่งทั้ง 2 ชุดนี้ ถือว่าประสิทธิภาพเบียดบี้สูสีกันเลยทีเดียว

สเปคคอม งบ 13000 บาท Intel

สำหรับสเปค Intel นี้ นำโดยซีพียู Intel Pentium G5400 สัญญาณนาฬิกาสูงถึง 3.70GHz ทำงานในแบบ 2 core/ 4 thread พร้อมกับเมนบอร์ด H310 จากทาง GIGABYTE ฟีเจอร์ครบครันในบอร์ดมาตรฐาน mATX ใส่แรม DDR4 2666 8GB มาให้ มีสล็อตเหลือเพิ่มเติมสำหรับการอัพเกรดในอนาคต เพิ่มความลื่นด้วย SSD 256GB จาก Plextor และใช้กราฟฟิกการ์ดเรือธง nVIDIA GeForce GTX1050ti 4GB ที่การันตีความลื่นในการปรับ High บนหลายๆ เกม อาทิ Overwatch, DOTA2 และ PUBG โดยมีเพาเวอร์ซัพพลายจาก Silverstone 600W ที่มั่นใจได้ สนนราคาโดยรวมอยู่ที่ประมาณ 13,910 บาท

  • ซีพียู: Intel Pentium G5400
  • เมนบอร์ด: GIGABYTE H310M DS2V
  • แรม: DDR4 2666 8GB
  • การ์ดจอ: ASUS GTX1050ti PH 4GB
  • SSD: Plextor S3C 256GB
  • เพาเวอร์ซัพพลาย: Silverstone ST60F

ดูข้อมูลสเปคนี้เพิ่มเติมได้ที่ https://notebookspec.com/pc/5789923

 

สเปคคอม งบ 13000 บาท AMD

สำหรับสเปค AMD ค่อนข้างจี๊ดจ๊าด เพราะนอกจากจะได้ซีพียูเพื่อนัก OC ตัวแกร่ง Ryzen 3 1300X ที่แม้จะเป็น Gen1 แต่สเปคไม่ธรรมดา กับสัญญาณนาฬิกา 3.50GHz แต่ยังบูสท์ขึ้นไปได้ถึง 3.90GHz ได้เลย แถมยังทำงานแบบ 4 core/ 4 thread โดยมีการ์ดจอ Radeon RX570 กราฟฟิกระดับมิดเอนด์ ที่เป็นอีกหนึ่งในซีรีส์ที่ลดราคาลดลงมาจนซื้อได้ง่ายขึ้น พร้อมพัดลมขนาดใหญ่ วางใจได้ในเรื่องการระบายความร้อน โดยมีแรม DDR4 2666 8GB และใส่ SSD A400 240GB จากทาง Kingston มาให้ พร้อมเพาเวอร์ซัพพลายที่จ่ายไฟได้เนียนๆ 600W จากทาง CoolerMaster อีกด้วย สนนราคาเซ็ต AMD นี้ อยู่ที่ประมาณ 13,915 บาท

  • ซีพียู: AMD Ryzen3 1300X
  • เมนบอร์ด: ASRock AB350M Pro4
  • แรม: DDR4 2666 8GB
  • การ์ดจอ: ASRock Phantom Gaming RX570 4GB
  • SSD: Kingston A400 240GB
  • เพาเวอร์ซัพพลาย: CoolerMaster  Elite 600W

ดูข้อมูลสเปคนี้เพิ่มเติมได้ที่ https://notebookspec.com/pc/5789956

 

วิเคราะห์การ จัดสเป็คคอม 2019 งบ 13,000 บาทคู่นี้ ถือว่าน่าสนุกด้วยกันทั้งคู่ ฝั่ง AMD ได้เปรียบเรื่องซีพียูเป็นแบบ 4 core/ 4 thread กับความเร็วที่ดุดันกว่าเล็กน้อย แถมยังปลดล็อคสำหรับการโอเวอร์คล็อก เผื่อเกมเมอร์อยากรีดประสิทธิภาพ ส่วนทาง Intel แม้จะใช้ซีพียู Pentium ในแบบ 2 core/ 4 thread ปรับแต่อะไรไม่ได้มากนัก แต่ก็ถือความได้เปรียบเล็กน้อย ในแง่ของการ์ดจอ GTX1050ti ที่มีประสิทธิภาพทีดีในหลายๆ เกม ส่วนในด้านอื่นๆ จัดมาให้อย่างสูสี เอาใจคนที่ชอบความเร็ว ลื่น เพราะใส่ SSD ความจุ 240GB มาให้ด้วย เพียงพอสำหรับการติดตั้งเกม 1-2 เกมเป็นอย่างน้อย

from:https://notebookspec.com/pc-gaming-spec-2019-13000/472252/

AMD – ปลดล็อกคุณสมบัติ Professional ในการ์ดจอ Radeon VII ท้าชน RTX 2080 Ray-tracing Edge

สำหรับ RTX 2080 ที่มีคุณสมบัติ Ray-tracing Edge ทาง AMD ไม่ยอมน้อยหน้าด้วยการปลดล็อก คุณสมบัติ Professional หลายอย่างสำหรับ Radeon VII คุณสมบัติเหล่านี้จะถูกปล่อยออกมาโดยเพิ่มการรองรับ Radeon VII เข้ากับชุดซอฟต์แวร์ Radeon Pro 19.Q1 ที่กำลังจะมาถึง

Radeon VII

AMD ปลดล็อกคุณสมบัติ Professional ใน Radeon VII

ด้านการติดตั้งนั้นก่อนอื่นให้คุณทำการถอนการติดตั้งไดรเวอร์ Radeon Adrenalin 2019 Edition และแทนที่ด้วย Radeon Pro 19.Q1 เพื่อเข้าถึงคุณสมบัติ Professional

โดยรวมถึง ProRender การรับรองชุด 3D, CAD และ CGI, การรักษาความปลอดภัย SecureMI และมีโปรแกรมจัดการกว่า 320 โปรแกรม สำหรับไดรเวอร์ Radeon Pro 19.Q1 ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำงานบน Radeon VII ได้อย่างราบรื่น AMD จะแนะนำคุณสมบัติที่ช่วยให้คุณสามารถสลับระหว่างไดรเวอร์ Radeon Pro และ Radeon Adrenalin ได้ทันที (โดยไม่จำเป็นต้องบูตเครื่องใหม่) ดังนั้นคุณจะไม่พลาดประสบการณ์ในการเล่นเกมอย่างแน่นอน

ที่มา: techpowerup.com

from:https://notebookspec.com/amd-unlock-pro-radeon-vii/472398/