คลังเก็บป้ายกำกับ: PC-COMPONENT

Addlink X70 SSD RGB เร็วแรงถูกใจสายแต่ง ไฟสวย บูตเครื่องเข้าเกมเร็ว

สำหรับคนที่กำลังจะเลือก SSD มาใช้สักรุ่นหนึ่ง ความเร็วที่แตกต่างจาก HDD อย่างสิ้นเชิง ถือเป็นสิ่งที่ใช้ในการพิจารณาเป็นอันดับต้นๆ เรื่องขนาดที่เล็ก และความร้อนที่น้อยกว่า จัดว่าเป็นผลพลอยได้นั่นเอง แต่ปัจจุบัน SSD ก็ได้มีการพัฒนาไปในด้านของดีไซน์และความสวยงามมากขึ้น สังเกตได้จาก SSD ที่มาพร้อมไฟ RGB ในตัว ทำให้คนที่ชื่นชอบความเร็วและความสวยงาม ได้มีทางเลือกในการแต่งเคสให้ดูโดดเด่นขึ้น เช่นเดียวกับ Addlink X70 SSD RGB ในแบบ M.2 ที่มาพร้อมไฟ RGB ซึ่งเปิดตัวมาล่าสุดนี้เอง

SSD RGB

Addlink X70 SSD RGB จัดเป็น SSD รุ่นใหม่จากค่ายที่เรียกว่าเปิดตลาด SSD ได้อย่างสนุกสนาน แม้จะมีโมเดลในตลาดบ้านเรายังไม่มากมายนัก แต่ก็ทำราคาเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพได้อย่างน่าสนใจ โดยวันนี้เปิดตัว SSD รุ่นใหม่ที่มีไฟ RGB มาในตัว บนแพลตฟอร์ม M.2 2280 ในแบบ PCIe Gen3 x4 มีความจุให้เลือกตั้งแต่ 256GB ไปจนถึง 2TB ให้ความเร็วในการทำงาน ตามที่ระบุมาคือ 3,00MB/s (Read) และ 1,000MB/s (Write) ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีทีเดียว แต่คงต้องมาดูกันในการทดสอบอีกครั้ง โดยใช้ NAND ในแบบ 3D TLC  โดยมีค่า TBW หรือ Terabyte Written อยู่ที่ 350TBW สำหรับ 256GB รุ่นนี้ และ MTBF ที่ยาวนานถึง 1.8 ล้านชั่วโมงด้วยกัน แต่ที่น่าสนใจก็คือ ฟีเจอร์ของไฟ RGB ที่ปรากฏอยู่บนซิงก์หรือชุดระบายความร้อน ที่ออกแบบมาเป็นอย่างดี ด้วยหลอด LED รอบตัว ซึ่งมีแสงไฟรอบๆ ตัวโมดูลในแบบ Rainbow ติดตั้งแล้วใช้ได้เลย ปรับเปลี่ยนรูปแบบไม่ได้ ภายใต้ซิงก์นี้ Addlink ติดตั้ง Silica gel pad ช่วยในการดึงความร้อนออกมาจากตัวชิป ทำให้การระบายความร้อนเป็นไปอย่างราบรื่นนั่นเอง

สำหรับ Addlink X70 เน้นไปที่การใช้งานร่วมกับคอมพิวเตอร์พีซีเป็นหลัก เนื่องจากขนาดของชุดซิงก์และไฟ RGB ที่เพิ่มเข้ามา ทำให้ขนาดใหญ่ขึ้นเล็กน้อย การติดตั้งลงบนโน้ตบุ๊กจะทำได้ยากกว่า โดยที่ SSD รุ่นนี้ได้การรับประกันที่ 5 ปี จากทาง Ascenti

 

Specification

 

SSD RGB

การออกแบบและประสิทธิภาพ

SSD RGB

หน้ากล่องค่อนข้างจะเรียบง่ายเลยทีเดียว ด้านหน้าจะมีภาพกราฟิกของ Addlink X70 ไว้อย่างชัดเจน พร้อมความจุที่ระบุไว้ด้วย

SSD RGB

แกะกล่องไม่ซับซ้อนมากนัก ภายในมีเพียงโมดูล SSD ในแบบ M.2 มาให้ ภายใต้กล่องพลาสติกใส

SSD RGB

 

มาดูหน้าตาในมุมต่างๆ กัน ด้านหน้าจะเป็นซิงก์ขนาดใหญ่ มีสกรีนซีรีส์ ADDGAME และความจุให้เห็นได้ชัดเจน โดยมีซิงก์ขนาดใหญ่สีดำอยู่ด้านบน และไฟ LED อยู่รอบๆ โมดูล

SSD RGB

ด้านหลังมีรายละเอียดปิดทับเอาไว้ กับข้อมูล S/N และระบุ M.2 PCIe Gen3 x4

SSD RGB

อินเทอร์เฟสเป็นแบบ M.2 PCIe สำหรับเมนบอร์ดที่รองรับการใช้งาน ซึ่งปัจจุบันสามารถใช้ร่วมกับชิปเซ็ต Intel และ AMD ได้เกือบทั้งหมด

SSD RGB

ได้เห็นหน้าตากันไปแล้ว คราวนี้มาติดตั้งเข้ากับเมนบอร์ด กับวิธีง่ายๆ ที่ผู้ใช้สามารถอัพเกรดและติดตั้งได้เองที่บ้าน

SSD RGB

เริ่มต้นให้ดูสล็อต M.2 ที่อยู่บนเมนบอร์ด โดยเมนบอร์ดที่นำมาใช้ในวันนี้เป็น ASRock B450M Steel Legend เบื้องต้นให้สังเกตด้วยว่า เมนบอร์ดรองรับ M.2 module ขนาดใดได้บ้าง สามารถดูข้อมูลได้จากคู่มือเมนบอร์ดได้ทันที

SSD RGB

เมื่อวางโมดูล SSD RGB Addlink ลงไปในสล็อต M.2 บนเมนบอร์ด ให้นำน็อตขนาดเล็ก ที่มาพร้อมกับเมนบอร์ด มายึดโมดูเข้ากับเมนบอร์ดให้มั่นคง ไม่แน่นจนเกินไป

SSD RGB

SSD RGB

เมื่อติดตั้งเสร็จเรียบร้อย จะเห็นได้ว่าเข้ากันกับเมนบอร์ดได้สุดๆ แต่ยังไม่ได้บูตเครื่อง ไฟ RGB จึงยังไม่แสดงผลในขณะนี้

SSD RGB

SSD RGB

SSD RGB

SSD RGB

เมื่อทำการบูตระบบแล้ว แสงไฟ SSD RGB จะปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน เท่าที่เราสังเกตเรียกว่าสว่างมากเลยทีเดียว ยิ่งได้อยู่ในพื้นที่มืดๆ แสงน้อยแล้ว ยิ่งโดดเด่นมากขึ้น โดยแสงจะลอดจากช่องซิงก์ออกมาให้เห็น เพียงแต่แสงไฟจะเป็นแบบ Rainbow เท่านั้น ไม่ได้มีซอฟต์แวร์ให้ปรับแต่ง แต่ก็ไม่น่าซีเรียส หากคุณจะเน้นความสวยงามในเฉพาะจุด ไม่ต้องเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นใด

SSD RGB

การทดสอบประสิทธิภาพ

  • AMD Ryzen 5 2600
  • ASRock B450M Steel Legend
  • DDR4 3000 8GB
  • GALAX GTX 1660 6GB
  • Thermaltake 850W

SSD RGB

เช็คความจุผ่าน Properties ของระบบ ระบุความจุหลังจากฟอร์แมต 238GB

SSD RGB

ทดสอบด้วย CrystalDiskMark ตัวเลขที่ได้สอดคล้องกับสเปคที่ระบุเอาไว้ 3,000MB/s และ 1,000MB/s (Read/Write)

SSD RGB

SSD RGB

ในส่วนของ AS SSD ก็ทำได้ใกล้เคียงเลยทีเดียว ตัวเลขในแง่ของการ Write: ยังคงเส้นคงวา

SSD RGB

ในการทดสอบ Compression จะเห็นกราฟที่ค่อนข้างคงที่ ตัวเลขไม่แกว่งจนผิดเพี้ยนไป เป็นสิ่งที่ยืนยันคุณภาพได้ดี

SSD RGB

สำหรับการทดสอบด้วย Anvil’s Storage ตัวเลขค่าการ Read ดูแปลกๆ ไปบ้าง แต่ในส่วนของ Write ยังคงอยู่ในระดับที่ดี

SSD RGB

ในการทดสอบ Copy file ขนาดประมาณ 21GB ซึ่งประกอบด้วย Compress file, Application และ Video FHD รวมๆ กัน จากไดรฟ์ SSD ในแบบ SATA3 ไปยัง Addlink X70 รุ่นนี้ ใช้เวลาเพียง 8.40 นาทีเท่านั้น ซึ่งเป็นเวลาที่ดี เมื่อเจอกับไฟล์บีบอัดและไฟล์มีเดียขนาดใหญ่เช่นนี้

 

Conclusion

SSD RGB

สำหรับ Addlink ADDGAME X70 รุ่นนี้ อาจกล่าวได้ว่า เป็น SSD ในแบบ NVMe ที่ไม่ได้มีแค่เรื่องของความเร็วในการทำงาน ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้ทั่วไปและเกมเมอร์เพียงอย่างเดียว แต่ยังใส่สีสันด้วยไฟ RGB มาให้อีกด้วย โดยจัดวางมาบนฮีตซิงก์ (Heat spreader) ช่วยในการระบายความร้อนมาให้อีกด้วย ตรงนี้คือ จุดที่เป็นไฮไลต์อีกอย่างหนึ่ง นอกเหนือจากความเร็วที่มีมาแบบเหลือเฟือ 3,xxxMB/s (Read) สามารถตอบโจทย์การใช้งานหลายๆ อย่างได้ดี สิ่งที่น่าสังเกตคือ ความเร็ว Write ที่ในหลายการทดสอบ แทบไม่ต่างกัน ค่อนข้างนิ่ง แม้จะไม่ได้เร็วเทียบกับในหลายๆ รุ่น แต่ก็ไม่ได้ตกลงมา เมื่อเปลี่ยนโปรแกรมทดสอบ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนทำงานหรือเล่นเกม ที่ระบบจะไม่แกว่งในภาวะโหลดข้อมูลขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง หรือในช่วงที่ทำงานกับซอฟต์แวร์อย่างหนัก แต่ในการติดตั้งอาจจะต้องเช็คเมนบอร์ดสักเล็กน้อย โดยเฉพาะคนที่ซื้อไปเน้นความสวยงาม ให้แน่ใจว่าสล็อต M.2 ที่จะใช้ ไม่ได้อยู่ใต้การ์ดจอ ที่อาจจะถูกบดบังความสวยงามไปอย่างน่าเสียดายนั่นเอง ส่วนการใช้งานพื้นฐานนั้นมั่นใจได้ เพราะมีการรับประกันถึง 5 ปีเลยทีเดียว แรง คุ้ม สวย อุ่นใจได้ครบ สำหรับ SSD จาก Addlink รุ่นนี้

จุดเด่น

  • ให้ความเร็วในการทำงานที่สูง (Read/Write)
  • มีแสงไฟ RGB สว่างขณะที่ทำงาน
  • รับประกัน 5 ปี

ข้อสังเกต

  • ปรับแต่งแสงไฟไม่ได้

ราคา: ประมาณ 2,490 บาท

ติดต่อ: JIB, Advice, Computeandmore

from:https://notebookspec.com/addlink-x70-ssd-rgb-m2/485251/

โฆษณา

MSI – Trident X Gaming Desktop ที่มาพร้อมกับรูปทรงที่บางลงกว่าเดิมแต่ยังคงความแรงแบบเต็มๆ

ย้อนกลับไปในช่วงงาน CES 2019 ที่ผ่านมานั้นทางเราเองเคยนำเสนอให้ทุกท่านได้ทราบกันไปแล้วครับว่า MSI นั้นได้มีการนำเอาผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่อย่างคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะซีรีย์ Trident X ซึ่งตังวเครื่องนั้นถึงแม้จะเป็นแบบตั้งโต๊ะทว่ามันได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดีทำให้ตัวเครื่องนั้นบางและเบาลงกว่าเดิม ทว่าในเรื่องของความแรงแล้วนั้นไว้วางใจได้เลยครับว่าไม่ได้บางลงเหมือนกับขนาดเพราะทาง MSI ใส่มาให้อย่างเต็มเปี่ยมไม่ว่าจะเป็นตัวเลือกหน่วยประมวลผล Intel® 9th gen Core i9 K หรือจะเป็นกราฟิกการ์ดแบบแยกอย่าง GeForce RTXTM 2080 Ti บนเครื่องรุ่นท๊อปสุดอย่าง Trident X Plus เป็นต้นครับ

ตัวเครื่องนั้นเจ็งมากแค่ไหน บอกได้คำเดียวเลยครับว่ามันสุดยอดเอามากๆ เพราะตัวยเครื่องรุ่นท๊อปอย่าง Trident X Plus นั้นได้รับรางวัล 2019 CES Innovation Award, the 2019 Best Choice Award in Gaming & Entertainment Category และ 2019 d&i Award มาเป็นการันตีว่าตัวเครื่องนั้นเจ๋งจริงอย่างแน่นอน นอกไปจากนั้นแล้วทาง Tom’s Hardware ยังให้รางวัล editor’s choice review มาด้วยอีก งานนี้เรียกได้ว่าเก็บรางวัลเรียบครับ

นอกไปจากจากซีรีย์ Trident X แล้วนั้นทาง MSI ยังมีเครื่องในซีรีย์อื่นๆ ไว้รองรับผู้ใช้งานอีกอย่างซีรีย์ Infinite S และซีรีย์ Codex โดยในส่วนของซีรีย์ Infinite S นั้นจะมีความโดดเด่นอยู่ที่ตัวเครื่องจะมีขนาดความจุภายในวัดได้ 10 ลิตร ทว่าดีไซน์นั้นจะยังคงดูคล้ายๆ กับเครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะทั่วไป สำหรับน้องเล็กอย่างซีรีย์ Codex นั้นจะสบายกระเป๋าเงินของท่านมากที่สุดโดยเน้นเรื่องของราคากับประสิทธิภาพของตัวเครื่องที่ได้ครับ

ทั้งนี้ทาง MSI ได้เริ่มวางจำหน่ายคอมพิวเตอร์สำหรับการเล่นเกมทั้ง 3 ซีรีย์ดังกล่าวอย่างเป็นทางการแล้วผ่านทางหน้าเว็บไซต์ของตัวเอง รวมไปถึงเว็บไซต์ขายของออนไลน์ชื่อดังอื่นๆ อย่างเข่น Amazon และ Newegg เป็นต้น ท่านใดสนใจก็สามารถไปทำการตรวจสอบสเปคที่ต้องการแล้วสั่งกันได้เลยครับ

ที่มา : wccftech

from:https://notebookspec.com/msi-trident-x-gaming-desktop-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%97%e0%b8%a3/485286/

Microsoft – ทดลองเปลี่ยนปุ่ม Windows ให้เป็นปุ่ม Office แทน คาดอาจจะมาพร้อม Windows เวอร์ชั่นใหม่

ดูเหมือน Microsoft จะทำการทดสอบปุ่มใหม่ที่จะเอามาแทนปุ่ม windows เพราะเห็นว่าเป็นปุ่มที่มักถูกมองข้าม โดยจะเปลี่ยนให้เป็นปุ่ม Office แทน โดย WalkingCat ผู้ที่มักมีข่าวหลุดของ Microsoft มาบอกต่อเป็นประจำนั้นได้บอกว่าเขาไปพบลิ้งบนเว็บ office.com ของ Microsoft เป็นแบบฟอร์มให้สมัครเพื่อทดสอบปุ่มใหม่นี้ โดยผู้ที่สมัครจะได้ปุ่มใหม่นี้ไปเปลี่ยน และใบแบบฟอร์มยังถามด้วยว่าอยากจะให้เพิ่ม Shortcut อย่างอื่นอีกไหม

Microsoft ปัจจุบันดูเหมือนจะพยายามรวมซอร์ฟแวร์กับฮาร์ดแวร์เข้าด้วยกัน เพราะการมี Office เข้ามามีส่วนร่วมในการใช้งาน โดยค่าของปุ่มนี้จะขึ้นอยู่กับการตั้งค่าและการใช้งานโปรแกรม Office ต่างๆ  ซึ่งในปัจจุบันจะมีอยู่บนแป้มพิมพ์ทุกอันและอาจจะถูกใช้งานเป็นปุ่มฟังก์ชั่นของผู้ผลิตอีกด้วย

หาก Microsoft ต้องการจะเปลี่ยนปุ่มจริงคาดว่าจะต้องทำการเปิดตัวคีย์บอร์ดของ Microsoft เองหรือ Surface และ Surface laptop มันไม่แน่ชัดว่าการปรับเปลี่ยนนี้จะสร้างความแตกต่างให้กับผู้ใช้ได้หรือไม่ แม้ว่ามันจะเป็รการพยายามอย่างหนักสำหรับแป้มพิมพ์ที่ใช้กับ Office Suite

และเมื่อถามความเห็นกับโฆษกของ Microsoft แล้ว ก็ได้คำตอบกลับมาว่า จะไม่ออกความเห็นใดๆ ในเรื่องนี้ คาดว่านี่อาจเป็นการทดลองดูว่าจะประสบผลสำเร็จหรือไม่ก่อน หากสำเร็จอาจมีการมาประกาศอย่างจริงจังแน่นอน

ที่มา : tomshardware

from:https://notebookspec.com/microsoft-office-key-test/485298/

ให้ไว! SP S55 SSD ราคาถูก 240GB แค่ 940 บาท เร็วดี มีประกัน

สำหรับคนที่กำลังไม่แน่ใจว่าจะใช้ SSD ดีมั้ย ชั่วโมงนี้แอดบอกเลยว่าใช้เถอะ คุ้มสุดๆ วันนี้แอดเอา SSD ราคาถูก ให้คนที่กำลังจะเริ่มต้นกับ SSD มาให้ได้โดนกัน เพราะ 240GB แค่ 940 บาท เท่านั้น  จากทาง SP หรือ Silicon Power ที่หลายคนรู้จักดี เป็น SSD ในแบบ SATA ที่สามารถใช้ได้ทั้ง โน้ตบุ๊กและพีซี ความเร็วจัดว่าเยี่ยม อ่าน/เขียน ระดับ 500MB/s

ssd ราคาถูก

SP S55 เป็น SSD ในแบบ SATA ที่ดีไซน์มาสวยทีเดียว กับสเปคความจุ 240GB ให้การอ่านข้อมูลที่ 560MB/s และเขียน 530MB/s มีค่า MTBF 1.5 ล้านชั่วโมง พร้อมการรับประกัน 3 ปี ซึ่งใครมีโค้ดส่วนลดลูกค้าใหม่ ก็นำมาใช้ได้ รวมถึงไม่มีค่าจัดส่งด้วย แต่เช็คเงื่อนไขกันก่อนนะ เดี๋ยวจะหาว่าแอดไม่บอก สนนราคาเหลือแค่ 940 บาท หักโค๊ดส่วนลดเหลือแค่ 8xx บาทเท่านั้นเอง ใครอยากได้ SSD ตัวแรกหรือเริ่มต้นใช้งานก็จัดได้เลย

จิ้มไปซื้อเบาๆ ที่นี่

 

from:https://notebookspec.com/ssd-240gb-940-sp-s55/485380/

AMD – ชิปประมวลผล Ryzen 9 3950X ทำลายสถิติ Geekbench ไปแล้ว แต่ยังเป็นรอง Xeon W-3175X

เป็นที่ยืนยันแล้วว่า โปรเซสเซอร์เดสก์ท็อปตระกูล Matisse ของ AMD ได้ทำลายสถิติผลการทดสอบแบบ Multi Core ของ Geekbench ไปเมื่อไม่นานนี้ โดยจากข้อมูลบอกว่าเป็น Ryzen 9 3950X engineering sample ซึ่งได้รับการ overclocked CPU พร้อมด้วยชุดระบายความร้อนด้วยน้ำ และใช้บอร์ดเป็น x470 ด้วย

ก่อนหน้านี้ได้มีรายงานที่ไม่น่าเชื่อบน Geekbench ซึ่งได้ถูกระบบรวบรวมเอาไว้บนฐานข้อมูลของ Geekbench คือ AMD Myrtle โดยมีคะแนนแบบ Single Core อยู่ที่ 5,868 คะแนน และคะแนนแบบ Multi Core 61,072 คะแนน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงเอามากๆเลยทีเดียว นอกจากนี้ HWBOT ได้ทำการทดสอบด้วยตัวเองแล้ว ดูเหมือนรายงานที่ได้จะเป็นความจริง

ตามที่ blueleader บอกเอาไว้ CPU เจ้าปัญหาคือ AMD Ryzen 9 3950X (ES) ด้วยคะแนนแบบ Single Core ทำให้ก้าวเข้าสู่เขตแดนของ Intel อย่างเช่น i5-9600K และ i7-8700K แล้ว แต่คะแนนแบบ Multi Core ของ CPU Matisse นั้นพุ่งทะลุชาร์ตของ Geekbench ไปแล้ว

แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ส่งผลต่อตารางอันดับของ Geekbench มากเท่าไร เพราะปัจจุบันนี้คะแนนสูงที่สุดคือ 84,070 คะแนน โดยเจ้าของสถิตินี้คือ Xeon W-3175X ทว่าสัตว์ประหลาดตัวนี้มีถึง 28core ซึ่ง Ryzen 9 3950X ที่มี 16core นั้นประสบความสำเร็จอย่างงดงาม อีกทั้งผลจากการทดสอบแบบ Multi Core ที่ได้ 61,072 คะแนน จึงทำให้มันได้อันดับที่ 12 ในหอเกียรติยศของ HWBOT

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/amd-ryzen-9-3950x-es-confirmed-as-geekbench-wrecking-record-breaker/485239/

NZXT H400 Black เคสสายแต่ง กระจกข้างใส พัดลมเพียบ เงียบและสวย

คงต้องบอกว่าไม่ง่ายเลยกับการหาเคสคอมพิวเตอร์ให้ถูกใจ และใช้งานได้สะดวก เพราะถ้ามองว่าแค่เน้นสวย ก็คงไม่มีความน่ากังวลนัก แต่ถ้าคุณซีเรียสกับฟีเจอร์ การติดตั้ง หรือพื้นที่สำหรับจัดการสิ่งต่างๆ ภายในเคสได้ดีแล้วล่ะก็ คุณอาจต้องใช้เวลาพอสมควรในการค้นหา แต่ถ้าวันนี้ไม่มีเวลา แอดมีเคสรุ่นหนึ่งจากค่ายยักษ์ใหญ่ระดับโลก เคส NZXT มาแนะนำกันครับ

เคส nzxt

NZXT H400 Black เป็นเคสในซีรีส์ H ที่เน้นในเรื่องฟังก์ชั่นการใช้งานมาแบบครบๆ ทั้งในแง่ของการติดตั้งอุปกรณ์และการระบายความร้อน ด้วยสนนราคาสบายกระเป๋า จึงเหมาะกับทั้งกลุ่มผู้ใช้ทั่วไป ที่ต้องการเคสที่ดูเรียบๆ แต่มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่สะดวก เกมเมอร์ที่อยากได้ระบบระบายความร้อนที่ดี เสียงเงียบ ขณะที่ใช้ทำงาน รวมถึงกลุ่มผู้ใช้ที่ชื่นชอบการตกแต่งคอมให้สวยงาม ด้วยไฟและแสงสีของอุปกรณ์ต่างๆ เพราะ เคส NZXT ให้ฟีเจอร์ที่เป็นกระจกข้างใส โชว์อุปกรณ์ต่างๆ ไว้อย่างสวยงาม กับการติดตั้งอุปกรณ์ที่ค่อนข้างง่าย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของค่ายนี้ ไม่ว่าจะเป็นการต่อพ่วงอุปกรณ์พื้นฐาน หรือการอำนวยความสะดวกในการติดตั้งชิ้นส่วนต่างๆได้อย่างรวดเร็ว แทบจะไม่ต้องใช้เครื่องมือ พร้อมชุดกรองฝุ่นตลอดทั้งตัว สนนราคาประมาณ 3 พันกว่าบาท เท่านั้น

 

Specification

  • Dimensions: W: 210mm H: 417mm D: 421mm (with feet)
  • Material(s): SGCC Steel and Tempered Glass
  • Weight: 7.6 kg
  • Motherboard Support: mini-ITX and microATX
  • I/O Ports: 2 x USB 3.1 Gen 1, 1 x Audio/Mic
  • Filters: Front, Top, and PSU Intake
  • Expansion Slots: 4
  • Drive Bays 2.5”: 3+1, 3.5”: 1
  • Radiator Support:
  • Front: 2 x 140 or 2 x 120mm with Push/Pull
  • Rear: 1 x 120
  • Fan Support: Front: 2 x 120/2 x 140mm (2 Aer F120 Case Version included)
  • Top: 2 x 120/2 x 140mm
  • Rear: 1 x 120mm (1 Aer F120 Case Version included)
  • Fan Specs: Aer F120 (Case Version)
  • Speed: 1200 + 200 RPM
  • Airflow: 50.42
  • CFM Noise: 28 dBA
  • Bearing: Rifle Bearing
  • Clearance Cable Management: 18-22mm
  • GPU Clearance: Up to 411mm
  • CPU Cooler: Up to 164mm
  • Front Radiator: 60mm

 

รูปลักษณ์และการออกแบบ

 

หน้าตาของ เคส NZXT H400 รุ่นนี้ มาในโฉมแบบเปิดข้างใส เห็นอุปกรณ์ภายในเกือบทั้งหมด และมีพื้นที่กว้างขวาง มากพอสำหรับติดตั้งการ์ดจอขนาดใหญ่และชุดพัดลมจำนวนมาก เพื่อช่วยในการระบายความร้อน

เคส nzxt

ด้านหน้าตัวเคสเป็นแบบปิด มีเพียงโลโก้ NZXT เล็กๆ อยู่ด้านหน้าเท่านั้น ไม่ได้มีดีไซน์หวือหวามากนัก สำหรับใครที่ชอบแนวเรียบๆ แบบนี้ น่าจะชื่นชอบแน่นอน

เคส nzxt

ฟังก์ชั่นพาแนลด้านบน ประกอบด้วย ไฟสถานะ Mic/ Headset, USB 3.0 และปุ่มเพาเวอร์

เคส nzxt

ด้านบนเปิดโล่ง ช่วยในการระบายความร้อน รองรับการติดตั้งพัดลมหรือ Radiator ได้ทั้งขนาด 120mm 2 ตัวและ 140mm 2 ตัวเช่นเดียวกัน

เคส nzxt

ตะแกรงกรองฝุ่นแบบแม่เหล็กมาตรฐาน สามารถแกะออกมาล้าง เป่าฝุ่น ทำความสะอาดได้

เคส nzxt

ด้านหลังเป็นโลหะแผ่นเรียบสีดำ ไม่ได้มีความโดดเด่นเป็นพิเศษ ซึ่งด้านในเปิดเป็นพื้นที่สำหรับการจัดเก็บสายได้สะดวกทีเดียว

เคส nzxt

ด้านหลังมาพร้อมสล็อตสำหรับ Expansion card จำนวน 4 ช่อง และด้านบนสำหรับติดตั้งพัดลม ส่วนพื้นที่ด้านล่างใช้จัดวางเพาเวอร์ซัพพลาย

เคส nzxt

ด้านหลังติดตั้งพัดลมขนาด 120mm มาให้ด้วย ปรับเลื่อนขึ้น-ลงได้ตามสะดวก เพื่อให้เหมาะกับพื้นที่ภายใน

เคส nzxt

ช่องด้านล่างสำหรับการติดตั้งเพาเวอร์ซัพพลาย ที่รองรับได้หลายขนาด ซึ่งจากที่ลองใช้เพาเวอร์ทั่วไปจะติดตั้งง่ายเป็นพิเศษ แต่ถ้าเพาเวอร์รุ่นใหญ่ อาจจะต้องขยับสายให้ลงตัวก่อนที่จะยึดเพาเวอร์เข้ากับเคส จะช่วยให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น

เคส nzxt

พื้นที่ภายในมีความกว้างขวางพอสมควร แต่ก็จำกัดเมนบอร์ดไว้ที่ mATX ซึ่งหากใครต้องการติดตั้งเมนบอร์ดระดับ ATX อาจต้องขยับไปที่ H500 ขึ้นไป แต่ที่เห็นโดดเด่นเลย ก็น่าจะเป็นเรื่องพัดลม ที่ติดตั้งมาแน่นเลยทีเดียว

เคส nzxt

เคส nzxt

เคส NZXT ด้านหน้ามาพร้อมพัดลม 120mm จำนวน 2 ตัว หรือจะเปลี่ยนใช้แบบ 140mm ก็ได้เช่นกัน ส่วนด้านหลังเป็นพัดลม 120mm จำนวน 1 ตัว

เคส nzxt

สล็อตสำหรับ SSD หรือ HDD ขนาด 2.5″ ติดโชว์ด้านหน้าได้เลย แต่อาจจะต้องมองไลน์ในการเดินสาย SATA สักหน่อย

เคส nzxt

ด้านหลังเมื่อเปิดฝาออกมา จะเห็นพิ้นที่จัดวางอุปกรณ์ และจุดที่ใช้ในการเก็บสาย ที่นอกจากจะวางช่องสำหรับเดินสายไฟและสายสัญญาณเอาไว้แล้ว ก็ยังมีสายรัดเพิ่มมาให้ สำหรับเก็บสายได้สะดวกยิ่งขึ้น

เคส nzxt

เพลตสำหรับติดตั้ง SSD อยู่ด้านหลังของเมนบอร์ด ติดตั้งง่ายทีเดียว แค่แกะเพลตออกมาติดตั้ง แล้วติดตั้งกลับเข้าไป ก็พร้อมในการใช้งานแล้ว

เคส nzxt

สายรัดและช่องสำหรับรัดสายได้ทั้งสายแบบอ่อนและแข็ง พร้อมช่องที่สามารถสายให้โค้งได้ตามความเหมาะสม ซึ่งถือว่าช่วยในการจัดเก็บสายได้ง่ายขึ้น

เคส nzxt

พื้นที่โล่งด้านหลังเมนบอร์ด ช่วยให้การติดตั้งฮีตซิงก์ทำได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะฮีตซิงก์จำหน่ายแยก ที่บางครั้งต้องถอดเมนบอร์ดออกจากเคสก่อน แต่สำหรับเคสรุ่นนี้ เปิดช่องให้พร้อมใช้งาน

ฝาด้านหน้าสามารถถอดออกมาได้ ด้านในเป็นตะแกรงสำหรับกรองฝุ่น ถอดออกมาทำความสะอาดได้เช่นกัน

 

Conclusion

เคส nzxt

NZXT H400 เป็นเคสขนาดกระทัดรัดในสไตล์ mATX ที่ให้ฟังก์ชั่นการใช้งานมาอย่างครบครัน กับดีไซน์ที่มีความเรียบหรู ด้วยหน้าตาที่อาจจะดูไม่หวือหวา แต่ใส่กระจกเทมเปอร์ด้านข้างมาให้ สำหรับโชว์รายละเอียดภายในอย่างครบครัน สิ่งที่น่าสนใจอยู่ที่ฟังก์ชั่นในการติดตั้งอุปกรณ์ และพื้นที่ในการจัดวาง ที่มีความลงตัว เริ่มตั้งแต่ในการจัดวางเมนบอร์ด ที่มีช่องด้านข้างในการเดินสายไฟต่อพ่วงอย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะเป็น 24-pins หรือ 8-pins ที่เดินเข้ามาในเคส และสล็อตสำหรับติดตั้ง SSD ด้านหลังเคส 2 ตัวและด้านข้างตรงบริเวณเพาเวอร์ซัพพลาย พร้อมพัดลมช่วยในการระบายความร้อนมาทั้งด้านหน้าและหลัง ซึ่งค่อนข้างหาได้ยากกับเคสในระดับเดียวกัน ใครที่ซีเรียสเรื่องช่องทางการระบายลม ถ้าได้ลองเล่นเคสรุ่นนี้น่าจะชื่นชอบเป็นพิเศษ เพราะด้านหน้า เมื่อแกะฝาปิดออกมา จะเป็นแบบเปิดโล่ง มีตะแกรงสำหรับกรองฝุ่นมาให้ เช่นเดียวกับด้านบน ที่รองรับการติดตั้ง Radiator ของชุดน้ำ พร้อมพัดลมใหญ่สุด 140mm มาด้วย ด้านหลังก็มีพัดลมมาให้ ส่วนพื้นที่ด้านล่างสำหรับติดตั้งเพาเวอร์ซัพพลาย ก็ใหญ่พอสำหรับเพาเวอร์ไซส์ใหญ่ เพราะตรงจุดที่เป็นเบย์ HDD นั้น ปรับเลื่อนได้ ซึ่งถ้าใช้กับเพาเวอร์แบบถอดสายได้ ก็ยิ่งใช้งานได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม ในภาพรวมต้องถือว่า เมื่อดูจากฟังก์ชั่น และงานออกแบบ รวมถึงวัสดุ เทียบกับราคาประมาณ 3 พันกว่าบาท ถือว่าคุ้มค่าน่าใช้ทีเดียว เรียกว่าถ้าอยากจะแต่งไฟ หรือการ์ดจอใหญ่ๆ เคส NZXT H400 รุ่นนี้สบายๆ ครับ

 

จุดเด่น

  • ฝาข้างกระจกใสเทมเปอร์เปิดโล่งเห็นภายใน
  • พื้นที่จัดเก็บสายด้านหลังกว้างขวางจัดการง่าย
  • มีพัดลมระบายความร้อนเสียงรบกวนต่ำมาด้วย
  • สามารถติดตั้งการ์ดจอยาวได้ถึง 41cm

ข้อสังเกต

  • น็อตยึดในจุดต่างๆ ค่อนข้างแน่น ต้องออกแรงพอสมควร

ราคา: ประมาณ 3,690 บาท

ติดต่อ: JIB, Advice, Computeandmore

from:https://notebookspec.com/nzxt-h400-black-case-temper-glass/484704/

Alienware – มอนิเตอร์เล่นเกมขนาดใหญ่พาเนลหน้าจอ OLED อาจไม่มีวันได้ออกจำหน่าย ?!?!?

ในงาน CES 2019 ที่ผ่านมานั้นทาง Alienware ได้มีการสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่กับการนำเอามอนิเตอร์สำหรับการเล่นเกมขนาด 55 นิ้วใช้พาเนล OLED ซึ่งสเปคนั้นเรียกได้ว่าทรงพลังมากๆ ไม่ว่าจะเป็นการมาพร้อมกับพอร์ตการเชื่อมต่อ HDMI 2.1, DisplayPort 1.4 (รองรับความละเอียดที่ระดับ 4K@120Hz), High Dynamic Range (HDR) และ Variable Refresh Rate (VRR) อีกด้วยครับ

ในงาน CES 2019 นั้นทาง Alienware ได้ทำการบอกเอาไว้ครับว่ามอนิเตอร์รุ่นดังกล่าวนี้นั้นจะทำการเปิดตัวพร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในช่วงครึ่งหลังของปี 2019 ซึ่งผ่านมาจนถึงงาน E3 2019 ก็ถือได้ว่าครบเวลาแล้วพอดีซึ่งแน่นอนครับว่าสื่อหลายๆ สำนักนั้นต่างก็รอคอยการเปิดตัวของมอนิเตอร์รุ่นนี้กันเป็นการใหญ่ ทว่าทุกสื่อนั้นกลับต้องผิดหวังเนื่องจากว่าทางฝ่ายบริหารของทาง Alienware ได้ออกมาบอกด้วยตัวเองครับว่าเจ้ามอนิเตอร์รุ่นดังกล่าวนั้นเป็นเพียงแค่ผลิตภัณฑ์เชิงแนวคิดเท่านั้นซึ่งนั่นทำให้มันอาจจะไม่มีการผลิตมาวางจำหน่ายจริงก็ได้

หากลองคิดกันแบบเล่นๆ แล้วนั้นการที่มอนิเตอร์รุ่นดังกล่าวนี้มาพร้อมกับพอร์ตการเชื่อมต่อแบบ DisplayPort นั้นทำให้มีความเป็นไปได้ค่อนข้างที่จะมากเลยทีเดียวว่าตัวหน้าจอนั้นจะรองรับเทคโนโลยี G-Sync ซึ่งนั่นทำให้เป็นที่น่าเสียดายเป็นอย่างมากครับที่ทางเราๆ ท่านๆ จะได้ใช้มอนิเตอร์ขนาดจอใหญ่ในการเล่นเกม PC กลับกลายเป็นว่าความฝันนั้นก็ต้องมาดับสลายไป เพราะหากพูดกันตรงๆ แล้วหน้าจอแบบ OLED นั้นก็มีข้อดีหลายๆ อย่างที่ดีกว่าหน้าจอแบบ LED ครับ

อย่างไรก็ตามแต่แล้วเหมือนทำให้เสียใจก่อนแล้วค่อยมาปรอบทีหลังครับเพราะผู้บริหารคนเดิมนั้นได้บอกปิดเอาไว้ก่อนจะขอตัวจากออกไปว่า ถึงแม้มอนิเตอร์สำหรับการเล่นเกมขนาดใหญ่นั้นจะเป็นเพียงผลิตภัณฑ์ที่ยังคงเป็นแนวคิดอยู่ก็ตาม ทว่าในหลายๆ ด้านแล้วนั้นเจ้ามอนิเตอร์รุ่นดังกล่าวนี้ก็ได้ก้าวข้ามคำว่าเป็นเพียงแค่แนวคิดแล้วครับ ทั้งนี้ทางผู้บริหารเอ่ยจบสวยๆ แบบฝากเป็นตอนต่อไปไว้ครับว่าเจ้ามอนิเตอร์รุ่นดังกล่าวนี้นั้นอาจจะโชคดีได้ออกมาเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน CES ครั้งต่อไปก็เป็นได้ งานนี้นักเล่นเกมทั้งหลายก็เตรียมเก็บเงินไว้รอได้เลยครับเพราะจากสเปคแล้วนั้นเชื่อได้ว่าไม่ต่ำกว่าแสนแน่ๆ ครับ

ที่มา : wccftech

from:https://notebookspec.com/update-the-alienware-55%e2%80%b3-oled-gaming-monitor-may-never-be-released-after-all/485098/