คลังเก็บป้ายกำกับ: PC-COMPONENT

Windows Update – Microsoft จะทำการติดตั้ง Windows 10 1903 บนเครื่องที่ใช้งานรุ่น 1803 โดยอัตโนมัติ

Microsoft นั้นได้ยอมให้ผู้ใช้ชะลอการอัพเดต Windows 10 นานสูงสุด 35 วัน ถึงอย่างนั้น Microsoft ได้ประกาศว่าจะทำการอัพเดตอัตโนมัติทันทีหาก Windows รุ่นปัจจุบันบนเครื่องสิ้นสุดการให้บริการ ซึ่งดูเหมือนว่าการบังคับอัพเดตจะมีผลกับผู้ใช้ที่ใช้งานการอัปเดตเมษายน 2018

เมื่อเดือนที่แล้ว Microsoft ได้บอกเอาไว้ว่า

“ ตอนนี้เรากำลังสร้างและฝึกอบรมการบวนการทำงานด้วย machine learning เพื่อที่จะอัพเดตอุปกรณ์ที่ใช้งานการอัปเดตเมษายน 2018 และ Windows 10 รุ่นก่อนหน้า เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเรายังสามารถให้บริการอัพเดตต่างๆได้ ”

ในการอัพเดตล่าสุดMicrosoft ได้บอกว่าจากนี้จะเป็น “ การเริ่มต้น ” กระบวนการสำหรับลูกค้ากับอุปกรณ์ที่ยังไม่ได้ทำการอัพเดต และใกล้หมดเวลาสนับสนุน โดย Microsoft บอกว่าจะเริ่มต้นที่รุ่น Home และ Pro ที่ใช้งานอัปเดตเมษายน 2018

“ จากอุปกรณ์จำนวนมากที่ใช้งานอัพเดตเมษายน 2018 ที่จะครบการให้บริการ 18เดือนในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2019 นี้ เราจะเริ่มกระบวนการอัปเดตทันทีสำหรับรุ่น Home และ Pro เพื่อให้มันใจว่าจะมีเวลาเพียงพอในการอัพเดตอย่างราบรื่น ”

Microsoft มั่นใจว่าพวกเขากำลังจัดอันดับความสำคัญของอุปกรณ์ที่ “ น่าจะได้รับประสบการณ์ที่ดีจากการอัพเดต ” จากนั้นจะขยายกระบวนการอัพเดตไปยังอุปกรณ์อื่นหลังจากทำการแก้ปัญหาต่างๆแล้ว

ผู้ใช้ Windows 10 ส่วนมากยังคงใช้งานเวอร์ชั่น 1803 (อัปเดตเมษายน 2018) กันอยู่ เนื่องด้วยอัพเดตเดือนตุลาคม 2018 นั้นมีปัญหาค่อนข้างมากทำให้ไม่ค่อยมีใครอยากจะอัพเดตกัน ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้จะยังคงใช้งานเวอร์ชั่น 1803 (อัปเดตเมษายน 2018)ได้ต่อไปอีกเพียง 35 วัน หลังจากนั้นไม่ว่าจะชอบหรือไม่ก็จะถูกบังคับอัพเดตเป็นอัพเดตพฤษภาคม 2019 อย่างแน่นอน 

ที่มา : wccftech

from:https://notebookspec.com/automatic-update-to-windows-10-1903-begins-for-some-users/488613/

โฆษณา

CPU – AMD Ryzen 7 3800X ผล Overclock แรก สามารถดันได้ถึง 5.9GHz แถม OC Ram ได้ถึง 5774MHz อีกด้วย

AMD Ryzen 7 3800X สามารถโอเวอร์คล็อกแบบ Single-Core ได้ถึง 5.9 GHz โดยการใช้ไนโตรเจนเหลวช่วยลดอุณหภูมิ ซึ่ง TSAIK นักโอเวอร์คล็อกได้ทำการโอเวอร์คล็อก AMD Ryzen 7 3800X บน บอร์ด MSI MEG X570 GODLIKE อีกทั้งยังโอเวอร์คล็อก Ram DDR4 ได้สูงถึง 5,774 MHz ถึงแม้จะยังไม่เห็นค่าประสิทธิภาพ ทว่าดูเหมือน AMD Ryzen 7 3800X จะโอเวอร์คล็อกได้ดีทีเดียว

สำหรับ CPU Ryzen Gen 3 ที่เปิดตัวในงาน E3 นั้นได้รับบทวิจารณ์ที่ค่อนข้างดี โดยในการเปิดตัว Ryzen 9 3950X นั้น AMD ได้แสดงการโอเวอร์คล็อกด้วยไนโตรเจนเหลวให้ดู ซึ่งค่อนข้างเป็นที่น่าสนใจพอสมควร และในคราวนี้จะเป็นคิวของ Ryzen 7 3800X ที่จะทำลายสถิติความเร็วในการใช้ไนโตรเจนเหลว

นักโอเวอร์คล็อก TSAIK สามารถดันคล็อก AMD Ryzen 7 3800X ไปได้สูงถึง 5.9 GHz เมื่อระบายความร้อนด้วยไนโตรเจนเหลวบนบอร์ด MSI MEG X570 GODLIKE ที่มี Ram 16 GB ซึ่งไม่ใช่แค่ CPU ที่ถูกโอเวอร์คล็อกแต่ Ram เองก็ถูกโอเวอร์คล็อกด้วย โดย Ram DDR4 นั้นโอเวอร์คล็อกได้ถึง 5,774 MHz ซึ่งตัวเลขนี้เป๋าค่าที่น่าประทับใจมากเมื่อตัว CPU มีทำการโอเวอร์คล็อกนั้นมีความเร็วพื้นฐานที่ 3.9 GHz และ Turbo ที่ 4.5 GHz โดย CPU-Z ได้บอกว่ามีความเร็วคล็อกอยู่ที่ 5911.3 MHz ค่า multiplier ที่ x59 และมีบัส 100.19 MHz ซึ่งค่าเหล่านี้นั้นใช้แรงดันไฟเพียง 1.1 V เท่านั้น ซึ่งจะน่าประทับใจอย่างยิ่งหากค่าถูกต้อง

 Ryzen 7 3800X ที่ 5.9 GHz แบบ Single-Core นั้นเมื่อนำไปเทียบกับ Intel Core i9-9900K แล้วถือว่าไม่ได้สูงมากนัก แต่ก็ยังถือว่าน่าชื่นชมสำหรับแพลตฟอร์มใหม่ที่พึ่งจะมา สำหรับ Core i9-9900K ที่สามารถทำได้ถึง 7.6 GHz แบบ All-Core, Ryzen 7 2700X ที่ทำได้ถึง 6 GHz แบบ All-Core ซึ่ง der8auer ทำการโอเวอร์คล็อกด้วยไนโตรเจนเหลว นอกจากนี้ Threadripper 2990WX ที่มี 32 Core นั้นโอเวอร์คล็อกได้ถึง 6 GHz แบบ All-Core เหมือนกัน ซึ่งมีความแตกต่างของแพลตฟอร์มและการตั้งค่าการโอเวอร์คล็อกที่ใช้ในแต่ละกรณีด้วย ทำให้เป็นที่น่าสนใจว่า Ryzen 7 3800X จะสามารถโอเวอร์คล็อกไปได้ไกลแค่ไหน

TSAIK ไม่ได้ให้ตัวเลขประสิทธิภาพใดๆมาเปรียบเทียบเลย ดังนั้นผลจากการโอเวอร์คล็อกนี้นั้นยังไม่ชัดเจนเท่าไร ดังนั้นก็ควรที่จะรอดูว่านักโอเวอร์คล็อกรายอื่นจะสามารถทำการโอเวอร์คล็อกแบบ All-Core ได้ใกล้เคียง 6 GHz ได้หรือเปล่า 

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/amd-ryzen-7-3800x-pushed-to-5-9-ghz-along-with-ddr4-ram-at-5-774-mhz-on-ln2-seems-to-have-good-potential-for-an-all-core-overclock-record/488606/

Review-เมนบอร์ด ASRock X570 Steel Legend ฟังก์ชั่นเยอะ ปรับแต่งง่ายสำหรับ Ryzen

ASRock X570 Steel Legend ต้องเรียกว่าเป็นเมนบอร์ดที่มีความจัดจ้านอีกรุ่นหนึ่งจากค่าย ASRock ที่ออกแบบมาเพื่อคอเกม ที่ต้องการใช้งานร่วมกับซีพียู AMD Ryzen 3000 series รุ่นใหม่ ที่ใช้สถาปัตยกรรม Zen 2 กับกระบวนการผลิต 7nm แม้ว่าซีพียูรุ่นใหม่นี้ จะได้รับการยืนยันว่าใช้กับเมนบอร์ดรุ่นก่อนหน้านี้ เช่น B450 หรือ X470 ได้ก็ตาม แต่ถ้าต้องการใช้ร่วมกับฟีเจอร์ใหม่ เช่น PCIe 4.0 ที่ให้แบนด์วิทธิ์เหนือกว่ารุ่นเดิมหลายเท่า ก็แนะนำให้ใช้ AMD X570 นี้ ซึ่งเมนบอร์ดรุ่นใหม่นี้ มาในสายพันธุ์ของ Steel Legend ที่ออกแบบมาเพื่อคอเกมหรือนักโอเวอร์คล็อกก็ตาม

ASRock X570

ASRock X570 Steel Legend เมนบอร์ดในไลน์ของเกมเมอร์และนักโอเวอร์คล็อก ซึ่งมาพร้อมฟีเจอร์ที่ช่วยให้การใช้งานง่ายยิ่งขึ้น รองรับซีพียู AMD Ryzen 3000 series รุ่นใหม่ รวมถึงซีพียูที่เป็น Zen และ Zen+ ในไลน์ของ Ryzen 1000 และ 2000 series ด้วยเช่นกัน ด้วยซ็อกเก็ต Am4 โดยสล็อตแรม DDR4 รองรับได้ถึง 4666MHz (OC) พร้อม Cover ปิดบน M.2 ขนาดใหญ่ ช่วยในการระบายความร้อน ครอบคลุมไปถึงชุดซิงก์และพัดลมบนชิปเซ็ต และ Armor ด้านหลังขนาดใหญ่ ที่มีไฟ RGB มาให้เพิ่มความสวยงาม และชุดซิงก์ที่ช่วยระบายความร้อนให้ภาคจ่ายไฟแบบ 10-phase เอาใจนักโอเวอร์คล็อก และสล็อต PCIe จำนวนมาก ให้เลือกใช้ โครงสร้างเน้นความทนทาน ตั้งแต่แผงเมนบอร์ด ไปจนถึงบรรดาภาคจ่ายไฟ คาปาซิเตอร์และชิ้นส่วนอื่นๆ เพื่อให้เมนบอร์ดรองรับการใช้งานแบบโหดๆ ได้อย่างมีเสถียรภาพ แม้ฟีเจอร์จะค่อนข้างแน่น แต่ก็ไม่ทิ้งเรื่องความสวยงามไป กับลูกเล่น RGB ที่นอกจากจะมีจุดที่ RGB สว่างสดใสไปทั่วเมนบอร์ดแล้ว ก็ยังมี connector บนเมนบอร์ดสำหรับต่อพ่วงเพิ่มเติม และยังใช้งานร่วมกับซอฟต์แวร์ POLYCHROME RGB ได้อีกด้วย ส่วนรายละเอียดนั้นสามารถเข้าไปชมได้ในพรีวิวนี้

 

Specification

  • Supports AMD AM4 Socket Ryzen™ 2000 and 3000 Series processors
  • 10 Power Phase Design
  • Supports DDR4 4666+ (OC)
  • 2 PCIe 4.0 x16, 3 PCIe 4.0 x1, 1 M.2(Key E) For WiFi
  • AMD Quad CrossFireX™ and CrossFireX™
  • Graphics Output Options: HDMI, DisplayPort
  • 7.1 CH HD Audio (Realtek ALC1220 Audio Codec), Nichicon Audio Caps
  • 8 SATA3, 1 Hyper M.2 (PCIe Gen4 x4 & SATA3), 1 Hyper M.2 (PCIe Gen4 x4)
  • 2 USB 3.2 Gen2 (Rear Type A+C), 10 USB 3.2 Gen1 (4 Front, 6 Rear)
  • Intel® Gigabit LAN
  • ASRock Polychrome SYNC

 

การออกแบบและฟังก์ชั่น

ASRock X570

เมนบอร์ด ASRock X570 Steel Legend รุ่นใหม่นี้ ค่อนข้างจะต่างจากในซีรีส์เดียวกันเล็กน้อย กับเส้นสายที่ดูหนักแน่นขึ้น รวมถึงโครงสร้างที่มีการจัดวางองค์ประกอบทรงพลังกว่าในรุ่น AMD B450 ในรุ่นก่อนหน้านี้ ด้วยบรรดา Cover และ Armor ที่มีให้เต็มพื้นที่

ASRock X570

เมนบอร์ด ASRock X570 สนับสนุนซีพียู AMD socket AM4 รุ่นใหม่ Ryzen 3000 series และยังรองรับ Ryzen 2000 series ด้วยเช่นกัน กับพื้นที่รอบๆ ที่ดูสบายตา

ASRock X570

พื้นที่ด้านล่างครอบคลุมไปด้วย Armor และชุดระบายความร้อนให้กับ M.2 SSD และมีพัดลมชิปเซ็ตอีกด้วย โดยมีไฟ RGB ตรงโลโก้ด้วยเช่นเดียวกัน

ASRock X570

Armor ด้านบนของเมนบอร์ด มีขนาดใหญ่ และมาพร้อมแสงไฟ RGB พร้อมซิงก์สีเมทัลลิค ที่ช่วยระบายความร้อนให้ภาคจ่ายไฟ 10-phase ขนาดไม่สูงมาก ติดตั้งซิงก์ใหญ่ๆ ได้แบบไม่ต้องกังวล

ASRock X570

Realtek ALC1220 Audio Codec รองรับระบบเสียง 7.1-channel และ Purity Sound 4 พร้อมกับ Nichicon Fine Gold Series Audio Caps

ASRock X570

เมนบอร์ด ASRock รุ่นนี้ มาพร้อม PCI-Express จำนวน 6 สล็อตด้วยกัน ประกอบด้วย PCI Express 4.0 x16 จำนวน 2 สล็อต โดยจะเป็น 4.0 เมื่อใช้กับ Ryzen 3000 series รุ่นใหม่ เป็นแบบ x16/ x16 dual และ PCIe 4.0 x1 อีกจำนวน 3 สล็อต นอกจากนี้ยังมี Key E ที่รองรับ WiFi/BT module มาด้วย

ASRock X570

รองรับแรม DDR4 ได้ถึง 4666MHz ในการโอเวอร์คล็อก และอัพเกรดได้สูงสุด 128GB ตามรูปแบบของเมนบอร์ดที่ใช้ชิปเซ็ตระดับบนเช่นนี้

ASRock X570

นอกเหนือจากสล็อต Hyper M.2 ที่มีมาให้บนเมนบอร์ด 2 ชุดด้วยกัน รองรับ PCIe 4.0 ร่วมกับ SSD M.2 รุ่นใหม่ ก็ยังมาพร้อมพอร์ต SATA3 ที่มีถึง 8 พอร์ตเลยทีเดียว

ASRock X570

I/O shield ก็ถือเป็นจุดขายเล็กๆ ของเมนบอร์ดรุ่นนี้ นอกจากจะมาพร้อมลายกราฟิกให้ดูสะดุดตาแล้ว ASRock ยังเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผู้ใช้ โดยสามารถปรับเลื่อนได้เล็กน้อย เพื่อให้เข้ากับช่องด้านหลังของแต่ละเคสได้ดียิ่งขึ้น และมีพอร์ตต่อพ่วงมากมาย ไม่ว่าจะเป็น 2 USB 3.2 Gen2 (Rear Type A+C), 10 USB 3.2 Gen1 (4 Front, 6 Rear), RJ-45 (Gigabit LAN) HDMI และ DisplarPort อีกด้วย

 

Conclusion

ASRock X570

ASRock X570 Steel Legend ในบรรดาซีรีส์เมนบอร์ดของทาง ASRock นั้น Steel Legend แม้จะเป็นน้องใหม่ ที่ปรากฏตัวได้ไม่นาน แต่เรื่องของฟีเจอร์และคุณภาพนั้น ถือว่าให้มาเต็มที่ เมื่อเทียบกับเมนบอร์ดในระดับเดียวกัน ด้วยสนนราคาประมาณ 6-7 พันบาท จุดที่น่าสนใจก็คือ เรื่องของการออกแบบที่ไม่ได้ดูหนาแน่นเกินไป ซึ่งเหมาะกับคนที่ชอบเมนบอร์ดชิปเซ็ตรุ่นใหญ่ แต่อยากได้การติดตั้งอุปกรณ์ที่ง่ายๆ ไม่ซับซ้อน เพราะไม่ต้องถอดกันหลายชิ้น ตามที่เราเห็นกันบนเมนบอร์ดรุ่นใหม่ๆ ที่บางครั้งต้องแกะกันหลายส่วนเลยทีเดียว แต่ก็ยังคงเรื่องของความสวยงามและการระบายความร้อนที่ดีเอาไว้ และต้องถือว่า X570 Steel Legend นี้ ยังเพิ่มจุดที่เป็น RGB มามากขึ้นกว่าในรุ่นอื่นๆ สำหรับคนที่ชอบสไตล์หรูๆ รวมถึงฟังก์ชั่นอื่นๆ ก็จัดมาครบตามแบบฉบับของ ASRock นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนแรม DDR4 ที่รองรับการโอเวอร์คล็อก สล็อต PCI-Express ที่มี Armor มาให้ และ SATA3 ที่มีให้ถึง 8 พอร์ตด้วยกัน สิ่งเหล่านี้ทำให้การใช้งานยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น จะมีบางจุดที่น่าเสียดายไม่ได้ใส่มาให้ด้วยก็คือ LED Debug ที่เป็นตัวบอกสถานะของเมนบอร์ด ว่าทำงานปกติหรือมีปัญหาอะไรหรือไม่ ซึ่งเคยมีอยู่ในหลายๆ รุ่น แต่รุ่นนี้ใช้เป็น LED status แทนก็ต้องปรับตัวกันไป รวมถึงบรรดาสวิทช์ออนบอร์ด ถ้ามีมาให้ครบๆ ถือว่าลงตัวเลยทีเดียวสำหรับเมนบอร์ดรุ่นนี้

 

จุดเด่น

  • ภาคจ่ายไฟขนาดใหญ่ 10-phase
  • มีไฟ RGB อยู่บนจุดต่างๆ ของเมนบอร์ด เชื่อมต่อเข้ากับ ASRock POLYCHROME RGB ได้
  • ชุด Cover ช่วยระบายคามร้อนให้กับ M.2 SSD
  • ให้พอร์ต SATA3 มาถึง 8 ชุดด้วยกัน
  • รองรับแรม DDR4 4666MHz สำหรับการโอเวอร์คล็อก

ข้อสังเกต

  • ใช้ไฟ LED บอกสถานะระบบ ไม่ได้เป็น LED Debug
  • เมื่อเปลี่ยนหรือติดตั้ง M.2 SSD ต้องถอด Cover ออกทั้งชุด

ASRock X570 Steel Legend ราคาประมาณ 6,990 บาท

ติดต่อ: JIB, Advice

ข้อมูลเพิ่มเติม: ASRock X570 Steel Legend

from:https://notebookspec.com/review-mainboard-asrock-x570-steel-legend/488408/

CPU – คะแนน AMD Ryzen 7 3800X ถูก Intel Core i9-9900KS แซงแล้วในผล Geekbench ล่าสุด

การเปรียบเทียบอันใหม่ที่ถูกพบบน Geekbenck ที่เหมือนจะเป็นประสิทธิภาพที่แท้จริงของ Intel Core i9-9900KS ที่กำลังจะมา ซึ่งถูกนำไปเทียบกับ AMD Ryzen 7 3800X ซึ่งในครั้งนี้จะเป็นการแข่งกันทั้งแบบ Single-Core และ Multi-Core 

จากการตรวจสอบอย่างหนักของ Tum Apisak บน Geekbenck ทำให้พบการเปรียบเทียบตัวใหม่ของ Intel Core i9-9900KS และ AMD Ryzen 7 3800X โดยก่อนหน้านี้มีรายงานว่า CPU Intel นั้นพ่ายให้กับ CPU AMD ในการทดสอบแบบ Multi-Core ทว่ามันเป็นการเปรียบเทียบที่ไม่ค่อยจะเท่าเทียมสักเท่าไร จากผลการเปรียบเทียบใหม่นั้นเป็นผลดีต่อทีมวิศวกรของ intel มากขึ้น

ในการทดสอบใหม่นี้ CPU Intel และ AMD นั้นจะทดสอบด้วย Ram ที่สเปคเท่ากัน(ของเดิม Intel  ใช้ Ram แย่กว่า) ที่น่าสนใจคือ ในการเปรียบเทียบล่าสุด AMD Ryzen 7 3800X ใช้ mainboard เป็น Gigabyte X570 Aorus Master รุ่นใหม่ แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะสู้กับ Intel Core i9-9900KS

Intel Core i9-9900KS นั้นได้คะแนนแบบ Single-Core อยู่ที่ 6,450 คะแนนเมื่อเทียบกับ AMD Ryzen 7 3800X ที่ได้คะแนน 5,919 คะแนน ส่วนแบบ Multi-Core ได้คะแนนอยู่ที่ 38,301 คะแนนเมื่อเทียบกับ AMD Ryzen 7 3800X ที่ได้ 36,933 คะแนน ซึ่งนี้จะเป็นโอกาสที่ผู้ซื้อจะคาดหวังในประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากราคาสูงกว่า i9-9900K ไม่มากนัก

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/amd-ryzen-7-3800x-in-x570-motherboard-surpassed-by-unhindered-intel-core-i9-9900ks-in-latest-geekbench-reveal/488434/

AMD – เผยผลทดสอบการ์ดจอ Navi 14 บน Compubench เตรียมปล่อยออกมาสู้ GTX 1660 และเข้ามาแทนที่ RX 580

ในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมานั้นเราๆ ท่านๆ น่าจะได้เห็นข่าวของการเผยข้อมูลของชิปกราฟิกรุ่นใหม่จากทาง AMD อย่าง Navi 14 ที่อยู่บน Linux kernel patches ครับ ล่าสุดนั้นก็ได้มีการหลุดข้อมูลของชิปกราฟิก AMD Navi 14 อีกรอบซึ่งในคราวนี้นั้นหลุดมาจากทาง Compubench ซึ่งได้มีการเผยสเปคส่วนหนึ่งเอาไว้ด้วย สำหรับสเปคที่มีการเผยออกมานั้นเชื่อได้ว่าเจ้าชิปกราฟิก Navi 14 ของทาง AMD นั้นจะเข้ามาแทนที่ Polaris RX 580 และทำการชนกับ NVIDIA GTX 1660 ครับ

สำหรับข้อมูลดังกล่าวนี้นั้นมีผู้ใช้ตาดีอย่างคุณ Komachi ซึ่งจะว่าไปแล้วนั้นข้อมูลบนหน้าเว็บเองนั้นก็ไม่ได้ระบุว่าเจ้าชิปกราฟิกรุ่นดังกล่าวนั้นจะใช้ Navi 14 จริงหรือไม่เนื่องจากว่าชื่อที่หลุดออกมานั้นคือ GFX 1012 ทว่าอย่างไรก็ดีนั้นตามข้อมูลสเปคอื่นๆ ที่หลุดออกมานั้นก็ทำให้เข้าใจได้ว่ามันน่าจะเป็นชิปกราฟิกในรุ่น Navi 14 ครับ ทั้งนี้รองไปดูภาพที่ได้มีการจับภาพหน้าจอเอามาไว้กันดีกว่าครับ

จากข้อมูลดังกล่าวนั้นทางคุณ Komachi นั้นได้บอกเอาไว้ว่าบน Compubench จะมีการแสดงผลของสเปคตัวชิปเป็นเครื่องนึงจากความเป็นจริงในส่วนของ CL_DEVICE_MAX_COMPUTE_UNITS ซึ่งแสดงเอาไว้แค่ที่ 12 เท่านั้นสำหรับ RDNA GPUs ดังนั้นแล้วในความเป็นจริงเจ้าชิปกราฟิกดังกล่าวนี้นั้นก็จะมาพร้อมกับ 24 CU ซึ่งมี 1,536 SPs ในส่วนของความเร็วสัญญาณนาฬิกาสูงสุดของตัวชิปนั้นจะอยู่ที่ 1,900 Mhz พร้อมหน่วยความจำอีก 4 GB ครับ

แน่นอนครับว่าเรายังไม่สามารถที่จะทำการระบุลงไปได้อย่างเป็นทางการว่าเจ้าชิปรุ่นดังกล่าวนี้จะถูกใช้งานบนกราฟิกการ์ดรุ่นไหน ทว่าเมื่อดูจากสเปคที่หลุดออกมานั้นทำให้คิดได้ว่าเจ้าชิปกราฟิกดังกล่าวนี้นั้นน่าจะเป็นรุ่น Navi 14 ที่คาดว่าชื่อในการวางจำหน่ายจริงนั้นจะเป็น RX 5600 โดยจากสเปคนั้นน่าจะเป็นการจัดตำแหน่งสำหรับเอาไว้สู้กับกราฟิกการ์ดของทาง NVIDIA ในรุ่น GTX 1660 โดยตรง

ทั้งนี้ทาง Notebookcheck เองนั้นก็ได้มีการคาดการณ์เอาไว้ว่าเจ้าชิปกราฟิกดังกล่าวนั้นจะเข้ามาแทนที่กราฟิกการ์ดในซีรีย์ RX 480 และ RX 580 ที่ใช้ชิปกราฟิกสถาปัตยกรรม Polaris ของทาง AMD เองโดยตัวกราฟิกการ์ดที่จะมาพร้อมกับขิป Navi 14 นั้นน่าจะถูกแบ่งออกมาเป็น 2 รุ่นย่อยโดยแยกด้วยตัวหน่วยความจำบนตัวการ์ดที่จะมาพร้อมกับหน่วยความจำ 4 GB และ 8 GB สำหรับราคาวางจำหน่ายนั้นน่าจะอยู่ที่ราวๆ ไม่เกิน $200 หรือประมาณ 6,200 บาทครับ

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/amd-navi-14-appears-on-compubench-poised-to-be-a-viable-alternative-to-nvidia-gtx-1660-and-a-likely-replacement-for-polaris-rx-580/488393/

CPU – เผยข้อมูลใหม่ … หน่วยประมวลผล Intel รุ่นที่ 10 Comet Lake-S บน Socket ใหม่ LGA 1200

เชื่อว่าแฟนๆ Intel หลายๆ ท่านนั้นน่าจะรอหน่วยประมวลผลรุ่นที่ 10 สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่อย่างแน่นอน ล่าสุดนั้นทาง wccftech ได้มีการเผยข้อมูลเพิ่มเติมของตัวหน่วยประมวลผลรุ่นดังกล่าวออกมาเพิ่มเติมแล้วครับ ซึ่งจากสิ่งที่เผยออกมานั้นก็มีทั้งส่วนที่น่าสนใจและไม่ผิดหวังอยู่เล็กน้อยโดยข้อมูลที่ได้มีการเผยออกมานั้นจะเป็นเช่นไรบ้างไปติดตามกันได้เลยครับ

เริ่มด้วยสเปคหลักของตัวหน่วยประมวลผลกันก่อนครับ อย่างแรกเลยที่ค่อนข้างจะหน้าผิดหวังนั้นก็คือตัวหน่วยประมวลผลสถาปัตยกรรม Comet Lake-S หรือรุ่นที่ 10 ของทาง Intel นั้นจะยังคงใช้กระบวนการผลิตอยู่ที่ 14 nm++ อยู่ซึ่งนั่นหมายความว่าเราๆ ท่านๆ เองจะยังคงไม่ได้เห็นหน่วยประมวลผลสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะที่มาพร้อมกับกระบวนการผลิตสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะที่มาพร้อมกับกระบวนการผลิตที่ระดับ 10 nm ในระยะเวลาอันใกล้นี้เพราะตามกำหนดการนั้นทาง Intel จะปล่อย Comet Lake-S ออกมาในปี 2020 เลยครับ

อย่างไรก็ตามแต่อล้วนั้นถึงตัวหน่วยประมวลผลจะมาพร้อมกับกระบวนการผลิตที่ระดับ 14 nm++ ทว่าตัวหน่วยประมวลผลนั้นก็จะได้รับการอัพเกรดขึ้นมาพอสมควรคือตามรายงานนั้นระบุเอาไว้ว่าในรุ่น Core i7 นั้นตัวหน่วยประมวลผลสถาปัตยกรรม Comet Lake-S จะมาพร้อมกับแกนการประมวลผลที่มากถึง 10 แกนซึ่งเพิ่มมาจากเดิมถึง 2 แกนครับ แน่นอนว่าเมื่อเพิ่มมาอย่างนี้แล้วนั้นประสิทธิภาพในการใช้งานแบบ multi-threads นั้นย่อมเพิ่มมากขึ้นไปด้วยครับ

ด้วยการเพิ่มแกนการประมวลผลมาอีก 2 แกนนั้นทำให้อัตราการคายความร้อนของตัวหน่วยประมวลผลนั้นสูงขึ้นด้วยคืออยู่ที่ 125 W TDP อีกจุดหนึ่งที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งก็คือตามข้อมูลนั้นได้มีการรายงานว่าหน่วยประมวลผลสถาปัตยกรรม Comet Lake-S นั้นจะถูกเปลี่ยนไปใช้ Socket ใหม่ LGA 1200 จากเดิมที่อยู่ที่ 1151 นั่นหมายความว่าผู้ใช้ทั้งหลายจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนบอร์ดใหม่เพื่อที่จะใช้งานหน่วยประมวลผลรุ่นที่ 10 ของทาง Intel ครับ

แน่นอนครับว่าเมื่อมีการเปลี่ยน socket ใหม่นั้นหมายความว่าชิปเซ็ทก็ต้องถูกเปลี่ยนตามไปด้วยซึ่งแน่นอนว่าชิปเซ็ทที่จะเข้ามาใหม่นั้นก็จะอยู่ในซีรีย์ 400 ครับ การเปลี่ยนชิปเซ็ทในครั้งนี้นั้นจะว่าไปแล้วก็ไม่ค่อยจะมีอะไรเพิ่มเติมมาเท่าไรครับเพราะทาง Intel นั้นจะยังคงไม่มีการรองรับ PCIe 4.0 เหมือนกับ AMD Zen 2 ทว่าสิ่งที่เพิ่มเข้ามาแทนนั้นก็จะเป็นการเพิ่มแบนด์วิดธิ์ของการติดต่อสื่อสารระหว่างระหว่างหน่วยประมวลผลกับอุปกรณ์เชื่อมต่อต่างๆ มากขึ้นแทนครับ

สำหรับข้อดีของชิปเซ็ทและหน่วยประมวลผลรุ่นใหม่นั้นจะมีดังต่อไปนี้ครับ

  • รองรับการทำงานทางด้าน Multi-Thread ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมนั้นดีมากขึ้นกว่าเดิม
  • รองรับหน่วยประมวลผลที่มาพร้อมกับแกนการประมวลผลจำนวน 10 แกน
  • รองรับการ Overclocked ทั้งในส่วนของหน่วยประมวลผลและหน่วยความจำได้ดีขึ้นกว่าเดิม
  • รองรับ Intel Turbo Boost Technology 2.0
  • สนับสนุน Rec.2020 & HDR
  • มาพร้อมกับการรองรับการเข้าและถอดรหัสไฟล์วีดีโอมาตรฐาน HEVC 10-bit ในระดับฮาร์ดแวร์
  • รองรับการถอดรหัสไฟล์วีดีโอมาตรฐาน VP9 10-bit ในระดับฮาร์ดแวร์
  • สนับสนุนสื่อจำพวก Premium UHD / 4K ในระดับฮาร์ดแวร์
  • มาพร้อมกับ USB 3.1 Gen 2 (10 Gb/s) ในตัว
  • รองรับการเชื่อมต่อไร้สายแบบ Gigabit Wi-Fi 802-11ax (160MHz) & Bluetooth 5
  • รองรับเทคโนโลยี Intel Optane memory รุ่นใหม่
  • สนับสนุนการใช้งาน Thunderbolt 3
  • สนับสนุน Intel Smart Sound Technology ที่มาพร้อมกับ quad-core audio DSP
  • สนับสนุน Modern Standby

งานนี้นั้นก็คงต้องรอดูกันต่อไปยาวๆ ล่ะครับว่าหน่วยประมวลผลสถาปัตยกรรม Comet Lake-S หรือรุ่นที่ 10 ของทาง Intel นั้นจะสามารถสู้กับหน่วยประมวลผลสถาปัตยกรรม Zen 2 จากทาง AMD หรือไม่ ทว่าอย่างที่บอกไปครับว่ากว่า หน่วยประมวลผลสถาปัตยกรรม Comet Lake-S หรือรุ่นที่ 10 ของทาง Intel นั้นกว่าจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการก็ปาเข้าไปช่วงต้นปี 2020 เลยล่ะครับ

ที่มา : wccftech

from:https://notebookspec.com/intel-10th-generation-comet-lake-s-desktop-cpus-to-feature-support-on-lga-1200-socket-arriving-in-2020-with-up-to-10-cores-125w-tdp/488401/

CPU – ผลทดสอบเผย Intel Core i9-9900KS ไม่สามารถจัดการ AMD Ryzen 7 3800X ลงได้อย่างราบคาบ

ผลคะแนน Geekbench ที่น่าแปลกใจระหว่าง Intel Core i9-9900KS และ AMD Ryzen 7 3800X ได้ถูกแชร์บนโลกออนไลน์ ซึ่งในการทดสอบแบบ Single-Core AMD ได้พ่ายแพ้ให้กับ Intel ไป แต่ถึงอย่างนั้นในการทดสอบแบบ Multi-Core Intel กลับพ่ายให้กับ AMD แทน 

ชิป Intel Core i9-9900KS เป็นรุ่นพิเศษของ i9-9900K ซึ่งได้ทำการโอเวอร์คล็อคโดยเริ่มที่ 4GHz ไปจนถึง 5GHz แบบ 8Core ดังนั้นจึงเป็ฯที่น่าแปลกใจที่พ่ายให้กับ AMD Ryzen 7 3800X ในการทดสอบแบบ Multi-Core ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ถูกเรียกว่า Ryzen killer ก็ตาม

ในการทดสอบบน Geekbench นั้นต้องคำนึงเอาไว้ด้วยว่าอาจมีการผิดพลาดได้บ้าง แต่ก็ยังเป็นภาพรวมที่น่าสนใจสำหรับการเปรียบเทียบของ Core i9-9900KS ซึ่งทำคะแนนแบบ Single-Core ถึง 6,129 คะแนน ในขณะที่ Ryzen 7 3800X นั้นทำคะแนนได้เพียง 5,783 คะแนน แต่ดูเหมือนว่าจะผิดคาดกับผลคะแนนแบบ Multi-Core เพราะ Core i9-9900KS ทำคะแนนได้ 34,003คะแนน ในขณะที่ Ryzen 7 3800X ทำคะแนนได้ถึง 36,748คะแนน 

โดยปกติแล้วจะมีตัวแปรอื่นๆเข้ามาเกี่ยวข้องกับผลคะแนนด้วย ซึ่ง Intel Core i9-9900KS ใช้ mainboard เป็น Gigabyte Z390 Aorus Master และ Ram คล็อค 1067MHz ส่วน AMD Ryzen 7 3800X ใช้ mainboard เป็น Asus ROG Crosshair VI Extreme (X370) และ Ram คล็อค 1,730MHz ซึ่งผลลัพธ์ของ Geekbench สร้างการเปรียบเทียบที่น่าสนใจหากไม่ใช่สิ่งที่ควบคุมได้

ยังมีเวลาอีกมาก(คาดว่าจะมีการเปิดตัว Q4) สำหรับ Intel ในการปรับแต่งและทดสอบ i9-9900KS  สำหรับ Ryzen 7 3800X นั้นมีราคาอยู่ที่ 399.99USD(ประมาณ 12,000บาท) ซึ่งคาดว่า Intel นั้นอาจจะมีราคาที่สูงกว่า โดยปกติแล้ว i9-9900Kจะมีราคาอยู่ที่ 485USD(ประมาณ 15,000บาท)

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/intel-s-core-i9-9900ks-fails-to-kill-amd-ryzen-7-3800x-in-geekbench-comparison/488287/