คลังเก็บป้ายกำกับ: ORACLE_DATABASE

เปิดตัว Oracle Database 21c พร้อมความสามารถ Immutable Blockchain Table

Oracle ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Oracle Database 21c แล้วอย่างเป็นทางการ โดยมีการเสริมนวัตกรรมใหม่ๆ เข้าไปมากกว่า 200 รายการ เพื่อให้รองรับการใช้งานสำหรับ Multi-Model, Multi-Workload และ Multi-Tenant ได้อย่างครบถ้วนในระบบเดียว ซึ่งความสามารถใหม่ที่โดดเด่นของ Oracle Database 21c นี้ได้แก่

Credit: Oracle
  • Immutable Blockchain Tables สามารถสร้าง Table ที่ทำการ Insert ได้อย่างเดียว โดยแต่ละบรรทัดจะถูกผสานเข้าด้วยกันแบบ Cryptographically Chained ทำให้สามารถตรวจจับและยับยั้งการปลอมแปลงข้อมูลเข้าไปยัง Oracle Database โดยตรงได้
  • Native JSON Data Type สามารถอ่านข้อมูล JSON ได้เร็วขึ้น 10 เท่าและอัปเดตได้เร็วขึ้น 4 เท่า
  • AutoML for In-Database Machine Learning สร้าง Machine Learning Model โดยอัตโนมัติได้ด้วย AutoML และทำงานได้อย่างมปีระสิทธิภาพในแบบ In-Database
  • In-Database JavaScripting เพิ่ม Graal Multilingual Engine ฝังเข้าไปในระบบ ทำให้สามารถใช้ JavaScript วิเคราะห์ข้อมูลใน Databases ได้โดยตรง และยังสั่งเรียก SQL ได้โดยตรงจาก JavaScript โดยมีการแมป Data Type ให้ตรงกันโดยอัตโนมัติ
  • Persistent Memory Support รองรับการใช้ PMEM สำหรับการเก็บ Data และ Redo Log ได้ ทำให้มีประสิทธิภาพการทำงานที่สูงขึ้น
  • Higher Performance Graph Model รองรับการจัดการ Data Model ที่ใช้ความสัมพันธ์ของข้อมูลเป็นหลักได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
  • Database In-Memory Automation ทำการปรับแต่งประสิทธิภาพของตนเองโดยอัตโนมัติเพื่อให้การเข้าถึงข้อมูลผ่านทาง In-Memory Column Store รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • Sharding Automation ทำ Database Sharding ได้ง่ายขึ้นโดยมี Sharding Advisor Tool สำหรับประเมิน Database Schema และ Workload Charateristic เพื่อแนะนำการออกแบบ Sharding ที่ดีที่สุดให้

ผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Oracle Database 21c สามารถศึกษาข้อมูลได้ที่ https://www.oracle.com/database/

นอกจากนี้ Oracle เองก็ยังประกาศเปิดตัว Oracle APEX Application Development ซึ่งเป็นบริการ Low-Code Service สำหรับการพัฒนา Application แบบ Data-Driven สำหรับธุรกิจองค์กรได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายบน Web Browser ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.oracle.com/news/announcement/oracle-apex-application-development-service-011321.html

ที่มา: https://www.oracle.com/news/announcement/oracle-database-21c-011321.html

from:https://www.techtalkthai.com/oracle-database-21c-is-announced/

Oracle Exadata Cloud at Customer – On-premises Cloud ที่ดีที่สุดสำหรับ Oracle Database และ AI/ML Workload

ระบบฐานข้อมูลยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลถูกเปรียบเปรยว่าเป็น “แหล่งน้ำมันสมัยใหม่” หลายองค์กรเริ่มจัดเก็บข้อมูลหลากหลายรูปแบบนอกจาก Relational Data มากขึ้น เพื่อเพิ่มความสะดวกในการประมวลผลข้อมูล เมื่อฐานข้อมูลมีหลากหลายรูปแบบ ย่อมต้องการผู้ดูแลที่มีทักษะ ทั้งยังมีเรื่องอธิปไตยของข้อมูล Oracle จึงนำเสนอแนวคิด “Converged Database” ที่รองรับ Data Model ได้ทั้งแบบดั้งเดิมและแบบใหม่ รวมไปถึงเปิดให้บริการ Exadata Cloud at Customer ที่ช่วยให้องค์กรสามารถใช้ฮาร์ดแวร์ที่ดีที่สุดสำหรับ Oracle Database ในรูปแบบของ Cloud ได้ภายใน Data Center ของตนเอง

การพัฒนาแอปพลิเคชันยุคใหม่ผสมผสาน Data Model หลากหลายรูปแบบ

การพัฒนาแอปพลิเคชันในปัจจุบัน นอกจากจะไม่ได้ยึดติดกับ Relational Data แบบสมัยก่อนแล้ว ยังมีการใช้ Data Model หลากหลายรูปเพื่อเพิ่มความสะดวกและประสิทธิภาพในการประมวลผล ไม่ว่าจะเป็น Spatial Data สำหรับทำ Location Awareness, JSON สำหรับใช้จัดเก็บข้อมูลเอกสาร, Graph สำหรับทำ Social Networking, Key-Value Data สำหรับอุปกรณ์ IoT และข้อมูลที่มีโครงสร้างไม่ชัดเจน (Unstructured Data) เป็นต้น จากแอปพลิเคชันก็มีการผสมผสานหลาย Data Model เข้าด้วยกัน ทำให้ต้องใช้ระบบฐานข้อมูลหลายแบบจากหลายๆ ค่ายซึ่งใช้เทคโนโลยีแตกต่างกัน ส่งผลให้ต้องใช้ผู้ดูแลหลายคน หลายทักษะในการบริหารจัดการและดูแลระบบฐานข้อมูล

เพื่อลดความยุ่งยากและความซับซ้อนในการบริหารจัดการระบบฐานข้อมูล Oracle ในฐานะผู้ให้บริการระบบจัดการฐานข้อมูลอันดับหนึ่งของโลก เลยรวมระบบฐานข้อมูลที่ใช้ Data Model หลายๆ แบบเข้าด้วยกันไว้บนแพลตฟอร์มเดียวกัน กลายเป็นระบบฐานข้อมูลที่เรียกว่า “Converged Database” ที่จัดการและดูแลได้ง่ายกว่า

ระบบฐานข้อมูลแบบใหม่ภายใต้แนวคิด “Converged Database”

Oracle Database เวอร์ชันล่าสุดถูกออกแบบมาให้นอกจากจะรองรับ Relational Data แบบดั้งเดิมแล้ว ยังสามารถรองรับ Data Model และประมวลผล Workload สมัยใหม่อย่าง Spatial Data, JSON, Graph Data, Key-value Data, Blockchain, IoT, Analytics และ Machine Learning ได้อีกด้วย ตอบโจทย์การพัฒนาแอปพลิเคชันในปัจจุบันที่ใช้หลักการ Microservices, Events, REST, SaaS หรือ CI/CD

ด้วยแนวคิดเรื่องการผสาน Data Model และ Workload ประเภทต่างๆ ทั้งสมัยใหม่และสมัยเก่าเข้าด้วยกันภายในระบบฐานข้อมูลเดียว ก่อให้เกิดเป็น “Converged Database” ทำให้องค์กรสามารถบริหารจัดการ Data Model และ Workload ทั้งหมดได้ภายใต้ระบบ Oracle Database เพียงระบบเดียว ลดความยุ่งยากเรื่องการจัดการและดูแลระบบจัดเก็บข้อมูลที่แยกจากกันหลายๆ ระบบซึ่งอาจมีปัญหาเรื่องการผสานการทำงานร่วมกันหรือปัญหาด้านความมั่นคงปลอดภัยตามมา

จุดเด่นสำคัญอีกอย่างของแนวคิด Converged Database คือ การทำงานร่วมกันระหว่างแต่ละ Data Model และ Workload ได้สะดวกและรวดเร็ว เช่น กรณีที่มี Machine Learning และ Spatial Data ใน Oracle Database องค์กรสามารถทำ Predictive Analytics บน Spatial Data นั้นๆ ได้ทันที

เริ่มใช้เทคโนโลยี Machine Learning กว่า 30 แบบบนฐานข้อมูลได้ฟรีทันที

Oracle Database มาพร้อมเทคโนโลยี Machine Learning สำหรับใช้งานบนฐานข้อมูลได้ฟรี โดยใช้แนวคิดการนำอัลกอริธึมที่มีให้เลือกมากกว่า 30 รูปแบบไปใช้งานบน Oracle Database โดยตรง ลดเวลาที่สูญเสียไปในการโยกย้ายข้อมูลโดยเปล่าประโยชน์ ทั้งยังช่วยรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล และเพิ่มความเร็วในการสร้างโมเดลอีกด้วย นอกจากนี้ Oracle Machine Learning ยังมี API สำหรับผสานการทำงานร่วมกับ SQL, R และ Python (เร็วๆ นี้) สำหรับการพัฒนาโปรเจ็กต์ Data Science ขนาดใหญ่ซึ่งรองรับทั้งการใช้งานแบบ On-premises และบน Cloud

และด้วยแนวคิด Multi-model, Converged Database ของ Oracle ที่รองรับการจัดเก็บข้อมูลหลายๆ ประเภทและหลายๆ โมเดลไว้บนแพลตฟอร์มเดียวกัน ทำให้สามารถเรียกใช้อัลกอริธึม Machine Learning บนข้อมูลเหล่านั้นทั้งหมดได้ทันที ลดความยุ่งยากและค่าใช้จ่ายในการสร้างและบริหารจัดการฐานข้อมูลสำหรับใช้กับแต่ละฟังก์ชันการวิเคราะห์

ปัจจุบันนี้ Oracle Machine Learning มีอัลกอริธึมให้เลือกให้งานได้ฟรีมากกว่า 30 แบบ เช่น Regression, Classification, Time Series, Clustering, Feature Extraction, Anomaly Detection เป็นต้น

Oracle Exadata Cloud at Customer – Converged Infrastructure ในรูปของ On-premises Cloud ที่ดีที่สุดสำหรับ Oracle Converged Database และ AI/ML Workload

แม้ว่า Oracle Database จะเป็นซอฟต์แวร์ทางด้านการบริหารจัดการฐานข้อมูลที่ดีที่สุดสำหรับ Mission & Business Critical Applications เนื่องจากมีฟีเจอร์ครบครัน ทำงานได้อย่างรวดเร็ว และมีความเสถียรมากที่สุดในโลก แต่ด้วยความต้องการด้านประสิทธิภาพในการทำงานที่เพิ่มมากขึ้น การพึ่งพาแต่เพียงซอฟต์แวร์อย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป นอกจากนี้ หลายองค์กรเริ่มอยากหันไปใช้ Cloud Database เนื่องจากต้องการความยืดหยุ่นและความสามารถในขยายระบบออกไปได้อย่างอิสระโดยไม่จำเป็นต้องลงทุนฮาร์ดแวร์หรือเตรียม License ล่วงหน้าโดยเปล่าประโยชน์ แต่ก็ไม่สามารถทำได้เพราะติดข้อจำกัดเรื่อง Regulation Compliance

ด้วยเหตุนี้ Oracle จึงได้ผสานรวม Oracle Exadata ระบบ Converged Infrastructure ที่ถูกออกแบบมาด้วยนวัตกรรมเชิงวิศวกรรมสำหรับทำงานร่วมกับ Oracle Converged Database ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด เข้าด้วยกันกับ Oracle Cloud at Customer กลายเป็น Oracle Exadata Cloud at Customer ช่วยให้ลูกค้าสามารถนำ Oracle Exadata ในรูปแบบของ Cloud Service มาติดตั้งและทำงานภายใน Data Center ของตนเอง รองรับการใช้งานทั้งในรูปของ Database as a Service และ Autonomous Database โดยยังคงมีโมเดลการคิดค่าบริการเหมือนการใช้ Public Cloud ปกติ ตอบโจทย์องค์กรที่ต้องการใช้ Cloud Database สมรรถนะสูงและเคร่งครัดเรื่อง Regulations หรือห้ามนำข้อมูลออกนอก Data Center

คุณสมบัติเด่นของ Oracle Exadata Cloud at Customer ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ Oracle Converged Database ได้แก่

  • Exadata Smart Scan Model: ประมวลผล SQL Query ในระดับ Storage แทนที่จะเป็น Database Server เพื่อเพิ่มความเร็วในการ Query ข้อมูลและลดภาระการทำงานของ Database Server
  • Persistent Memory: หน่วยจัดเก็บข้อมูลใหม่ที่ Oracle นำเข้ามาใช้บน Storage Server มีความเร็วเทียบเคียง DRAM แต่บันทึกข้อมูลได้แบบถาวรเหมือน Flash Storage ลด Latency ในการ Query ข้อมูลลงได้มากกว่า 50 เท่าเมื่อเทียบกับ Flash Block Storage บน AWS หรือ Azure
  • Elastic Scaling: ปรับแต่งการใช้งานทั้ง CPU, Memory และ Storage ได้อิสระอย่างแท้จริง และเพิ่มหรือลดการใช้งานภายหลังได้ทันทีผ่านฟีเจอร์ Auto-scaling

ฟีเจอร์ด้านความมั่นคงปลอดภัยครบครันทั้งระดับ Cloud และ Database

นอกจากการทำงานในรูปแบบของ Cloud บน Data Center ของตนเองซึ่งทำให้เกิดอธิปไตยของข้อมูลแล้ว Oracle Exadata Cloud at Customer ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลแบบครบครัน โดยในระดับ Database นั้น Oracle Database มีกลไกการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เรียกว่า Database Defense In-depth ซึ่งประกอบด้วย การเข้ารหัสข้อมูล การพิสูจน์ตัวตน การกำหนดสิทธิ์ การติดตามการใช้งาน การเฝ้าระวังและป้องกันภัยคุกคาม การวางรูปแบบการตั้งค่าให้มั่นคงปลอดภัย และการปิดบังข้อมูล (Data Masking) เพื่อให้มั่นใจว่า การเข้าถึงระบบฐานข้อมูลและตัวข้อมูลจะมีทั้งความมั่นคงปลอดภัยและความเป็นส่วนบุคคล

ในระดับ Cloud นั้น Oracle Exadata Cloud at Customer มีกลไกการรักษาความมั่นคงปลอดภัยครอบคลุมตามที่แสดงในภาพด้านล่าง รวมไปถึงมีการเพิ่ม 2 ฟีเจอร์ใหม่เข้าไปในระบบ Cloud เวอร์ชันล่าสุด (Gen 2) ได้แก่

  • Cloud Guard: ทำหน้าที่ตรวจสอบและเฝ้าระวังการตั้งค่าของผู้ใช้บริการ Oracle Cloud Infrastructure ว่ามีมาตรการควบคุมด้านความมั่นคงปลอดภัยที่รัดกุมเพียงพอ เพื่อให้มั่นใจว่าระบบไม่มีช่องโหว่ให้ถูกโจมตี ในกรณีที่ค้นพบช่องโหว่ เทคโนโลยี Machine Learning ของ Cloud Guard จะดำเนินแก้ไขการตั้งค่าเพื่อปิดช่องโหว่ให้อัตโนมัติ
  • Maximum Security Zones: เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของ Infrastructure ที่ถูกระบุให้มีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเป็นพิเศษ ผู้ใช้บริการสามารถกำหนดได้เองว่าจะให้ระบบหรือทรัพยากรใดของตนอยู่ภายใต้พื้นที่นี้บ้าง ภายในพื้นที่นี้ การดำเนินการต่างๆ บน Control Plane จะถูกวิเคราะห์แบบเรียลไทม์ เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีการกระทำใดๆ ที่ลดระดับการมั่นคงปลอดภัยลง แก้ปัญหาเรื่องการตั้งค่าผิดพลาดจนนำไปสู่การถูกโจมตีหรือข้อมูลรั่วไหลสู่สาธารณะดังที่เกิดขึ้นบ่อยกับผู้ใช้บริการ Public Cloud

from:https://www.techtalkthai.com/oracle-exadata-cloud-at-customer/

TechTalk Webinar : เพิ่มขีดความสามารถการดูแลข้อมูลส่วนบุคคลให้สอดคล้องกับ PDPA ด้วย Database Hosting Service สำหรับ Oracle Database

TechTalkThai ขอเรียนเชิญผู้ดูแลระบบฐานข้อมูล ทีมงานไอที ผู้จัดการฝ่ายไอที หรือผู้บริหาร เข้าร่วมสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ “เพิ่มขีดความสามารถการดูแลข้อมูลส่วนบุคคลให้สอดคล้องกับ PDPA ด้วย Database Hosting Service สำหรับ Oracle Database” โดย NTT (Thailand) และ A-Host เพื่อศึกษาแนวทางการตอบโจทย์ พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและรู้จักกับบริการ Database Hosting Service ซึ่งจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2563 เวลา 14.00-15.30 น. โดยมีกำหนดการ และวิธีการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียด

หัวข้อ:  เพิ่มขีดความสามารถการดูแลข้อมูลส่วนบุคคลให้สอดคล้องกับ PDPA ด้วย Database Hosting Service สำหรับ Oracle Database

ผู้บรรยาย:   คุณสุวัฒน์ สังขยานนท์, Cloud Product Specialist บริษัท เอ็นทีที (ประเทศไทย) จำกัด และคุณคุณธีรพัฒน์ ทองเกลี้ยง, Senior Consultant Manager บริษัท เอ – โฮสต์ จำกัด

วันเวลา:  ศุกร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2563 เวลา 14.00-15.30 น.

ช่องทางการบรรยาย:   Online Web Conference

ภาษา : ไทย

หลังจากวิกฤตการณ์ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ซึ่งพบว่ามีการทำธุรกรรมทางออนไลน์มากขึ้น ส่งผลให้บริษัทหรือองค์กรต่างๆ ต้องเก็บข้อมูลในปริมาณที่มากกว่าเดิม โดยข้อมูลเหล่านั้น เป็นทั้งข้อมูลในการทำธุรกรรม และข้อมูลส่วนบุคคล ถึงแม้ขณะนี้หลายองค์กรได้ดำเนินการปรับปรุงระบบการให้บริการ เพื่อให้รองรับ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือที่ทุกคนรู้จักกันในชื่อ PDPA ที่กำลังจะมีการนำมาใช้งานจริงในปีหน้า

จากเหตุผลข้างต้น เอ็นทีที ประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ (Cloud) ที่ครบวงจร โดยให้บริการตั้งแต่ Data Center, Hardware Infrastructure, Network, Firewall, Internet, Domestic link และ Managed Service พร้อมทั้งการให้บริการดูแลลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง และ เอ – โฮสต์ ผู้ให้บริการ ระบบจัดการฐานข้อมูลออราเคิล (Oracle Database) ร่วมกันพัฒนาบริการในรูปแบบของฐานข้อมูลที่มีชื่อว่า Database Hosting Service สำหรับ Oracle Database โดยบริการนี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถการดูแลข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลอื่นๆ ในส่วนระบบฐานข้อมูล Oracle พร้อมทั้งช่วยให้สามารถควบคุมและประมวลผลข้อมูลต่างๆ ที่ถูกจัดเก็บในระบบ ซึ่งจะจัดการฐานข้อมูลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ รองรับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เพื่อให้เป็นไปตามมาตราฐานของ พ.ร.บ ซึ่งเน้น 4 ประเด็นสำคัญดังนี้ คือ

  1. Protect Data – การปกป้องข้อมูล
  2. Access Control – การกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล
  3. Monitor and Audit – การตรวจสอบการนำข้อมูลไปใช้
  4. Secure Configuration – การควบคุมการแก้ไขระบบ

* พิเศษ!! ร่วมกิจกรรมตอนท้ายงาน ลุ้นรับรางวัลมากมายจากทางเอ็นทีที

ลงทะเบียนเข้าร่วม TechTalk Webinar ได้ฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม TechTalk Webinar ในหัวข้อนี้ได้ฟรีๆ ทันทีที่ https://zoom.us/webinar/register/WN_OY4Ph4reT_aQCJRpKXr-Egโดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

from:https://www.techtalkthai.com/techtalk-webinar-pdpa-compliance-with-database-hosting-service-for-oracle-by-ntt-ahost/

Oracle แพทช์ช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่สำคัญมากถึง 405 รายการ

ทาง Oracle ได้ออกตัวอัพเดทด้านความปลอดภัยฉุกเฉินมาอุดช่องโหว่ที่เปิดให้รันโค้ดได้จากระยะไกล ที่ผู้โจมตีสามารถใช้ประโยชน์ในการเข้าควบคุมระบบได้ โดยอ้างอิงจากประกาศที่ออกมาจากบริษัทในวันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมานั้น

แพทช์ที่อัพเดทดังกล่าวจะออกมาแก้ปัญหาช่องโหว่ด้านความปลอดภัยมากถึง 405 รายการ ทางออราเคิลเองก็แนะนำลูกค้าให้ติดตั้งแพทช์ฉุกเฉินนี้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

ทั้งนี้ มีแพทช์ 9 รายการใหม่ที่อุดช่องโหว่บน Oracle Database Server ที่มีช่องโหว่ 2 รายการในกลุ่มนี้เปิดช่องให้ผู้โจมตีเข้าถึงจากระยะไกลได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน นอกจากนี้ยังมีการแพทช์ช่องโหว่ด้านความปลอดภัยร้ายแรง 1 รายการบน Oracle Global Lifecycle Management ที่เปิดให้

ผู้โจมตีสามารถใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นี้ได้เพียงแค่มีรหัสผ่านของผู้ใช้เท่านั้น ส่วนช่องโหว่อื่นๆ ที่สำคัญไม่แพ้กันได้แก่ ช่องโหว่บน Oracle Secure Backup, Oracle Communications Applications, Oracle Construction and Engineering เป็นต้น

ที่มา : GBHackers

from:https://www.enterpriseitpro.net/oracle-critical-patch-update/

[Video Webinar] Unlocking Enterprise Data with Machine Learning – Model Building with Oracle Database

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าชมการบรรยาย Oracle Webinar เรื่อง “Unlocking Enterprise Data with Machine Learning – Model Building with Oracle Database” พร้อมแนะนำการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Machine Learning กับระบบฐานข้อมูลเพื่อตอบโจทย์การใช้งานแบบต่างๆ เช่น Fraud Detection โดยทีม Oracle Thailand ที่เพิ่งจัดไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือต้องการรับชมการบรรยายซ้ำอีกครั้ง สามารถเข้าชมวิดีโอบันทึกย้อนหลังได้ที่บทความนี้ครับ

ผู้บรรยาย: คุณฐิติธร เสมาเงิน Converged Infrastructure Director และคุณจันทพร นิยมปีติกุล Sales Director จาก Oracle Thailand

ภายใน Webinar นี้ ท่านจะได้เรียนรู้การนำเทคโนโลยี Machine Learning เข้ามาประยุกต์ใช้กับข้อมูลภายในองค์กร ซึ่ง Oracle ได้พัฒนาอัลกอริธึมทางด้าน Machine Learning เพื่อรองรับการใช้งานรูปแบบต่างๆ มากมาย เช่น Classification, Anomaly Detection โดยลูกค้าที่ใช้ Oracle Database ไม่ว่าจะเป็น Personal, Standard หรือ Enterprise Editions สามารถใช้งานได้ฟรี นอกจากนี้ยังมีการแชร์ Use Case การประยุกต์ใช้ Machine Learning สำหรับทำ Fraud Detection อีกด้วย

เนื้อหาการบรรยายประกอบด้วย

  • แนะนำเทคโนโลยี Machine Learning บน Oracle Database
  • การประยุกต์ใช้ Machine Learning บนข้อมูลขององค์กรในรูปแบบต่างๆ
  • Use Case การใช้ Machine Learning กับข้อมูลขององค์กร เช่น Fraud Detection
  • การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ Machine Learning ด้วยแพลตฟอร์มของ Oracle
  • ถามตอบเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ Machine Learning บนฐานข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญจาก Oracle Thailand

from:https://www.techtalkthai.com/video-webinar-unlocking-enterprise-data-with-machine-learning-model-building-with-oracle-database/

Oracle Webinar: Unlocking Enterprise Data with Machine Learning – Model Building with Oracle Database

Oracle ร่วมกับ TechTalkThai ขอเรียนเชิญเหล่าผู้ดูแลระบบฐานข้อมูลเข้าร่วมฟังบรรยาย Oracle Webinar ในหัวข้อเรื่อง “Unlocking Enterprise Data with Machine Learning – Model Building with Oracle Database” พร้อมแนะนำการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Machine Learning กับระบบฐานข้อมูลเพื่อตอบโจทย์การใช้งานแบบต่างๆ เช่น Fraud Detection โดยทีมวิศวกรจาก Oracle Thailand ในวันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2020 ผ่าน Live Webinar ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: Unlocking Enterprise Data with Machine Learning – Model Building with Oracle Database
ผู้บรรยาย: คุณฐิติธร เสมาเงิน Converged Infrastructure Director และคุณจันทพร นิยมปีติกุล Sales Director จาก Oracle Thailand
วันเวลา: วันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2020 เวลา 14.00 – 15.30 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 500 คน
ภาษา: ไทย
ลิงค์ลงทะเบียน: https://zoom.us/webinar/register/WN_OoW73HQbS8qhlNJWW5TXYA

ภายใน Webinar นี้ ท่านจะได้เรียนรู้การนำเทคโนโลยี Machine Learning เข้ามาประยุกต์ใช้กับข้อมูลภายในองค์กร ซึ่ง Oracle ได้พัฒนาอัลกอริธึมทางด้าน Machine Learning เพื่อรองรับการใช้งานรูปแบบต่างๆ มากมาย เช่น Classification, Anomaly Detection โดยลูกค้าที่ใช้ Oracle Database ไม่ว่าจะเป็น Personal, Standard หรือ Enterprise Editions สามารถใช้งานได้ฟรี นอกจากนี้ยังมีการแชร์ Use Case การประยุกต์ใช้ Machine Learning สำหรับทำ Fraud Detection อีกด้วย

เนื้อหาการบรรยายประกอบด้วย

  • แนะนำเทคโนโลยี Machine Learning บน Oracle Database
  • การประยุกต์ใช้ Machine Learning บนข้อมูลขององค์กรในรูปแบบต่างๆ
  • Use Case การใช้ Machine Learning กับข้อมูลขององค์กร เช่น Fraud Detection
  • การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ Machine Learning ด้วยแพลตฟอร์มของ Oracle
  • ถามตอบเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ Machine Learning บนฐานข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญจาก Oracle Thailand

กด Interested หรือ Going เพื่อติดตามอัปเดตและรับการแจ้งเตือนบน Facebook Event: https://www.facebook.com/events/504928903507862/

from:https://www.techtalkthai.com/oracle-webinar-unlocking-enterprise-data-with-machine-learning/

3 เหตุผล เปรียบเทียบ Oracle Exadata VS. DIY Infrastructure รัน Oracle Database

ระบบฐานข้อมูลยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุค Digital Transformation ที่ข้อมูลมีค่าเปรียบเสมือน “น้ำมัน” การจัดเก็บ ประมวลผล และเรียกใช้ข้อมูลได้อย่างรวดเร็วกลายเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยให้การดำเนินธุรกิจดิจิทัลมีความราบรื่น แน่นอนว่าหนึ่งในระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลที่ได้ความนิยมจากทั่วโลกมากที่สุดคงหนีไม่พ้น Oracle Database

เปรียบเทียบ Oracle Exadata – Converged Infrastructure ที่ดีที่สุดสำหรับ Oracle Database กับ DIY Infrastructure

Oracle เริ่มให้บริการระบบริหารจัดการฐานข้อมูลมาอย่างยาวนานเกือบ 40 ปีจนกลายเป็นหนึ่งในซอฟต์แวร์ทางด้านการบริหารจัดการฐานข้อมูลที่มีฟีเจอร์ครบครัน ทำงานได้อย่างรวดเร็ว และมีความเสถียรมากที่สุดในโลก อย่างไรก็ตาม ด้วยความต้องการด้านประสิทธิภาพในการทำงานที่เพิ่มมากขึ้น การพึ่งพาแต่เพียงซอฟต์แวร์อย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป หลายองค์กรจึงเริ่มเสาะหาฮาร์ดแวร์ที่เหมาะสมและทรงพลังมาสนับสนุนการทำงานซอฟต์แวร์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ด้วยเหตุนี้ Oracle จึงได้นำเสนอ Oracle Exadata ซึ่งเป็น Converged Infrastructure ที่ถูกออกแบบมาด้วยนวัตกรรมเชิงวิศวกรรมสำหรับทำงานร่วมกับ Oracle Database โดยเฉพาะ มีจุดเด่นที่ประสิทธิภาพสูงและความพร้อมในการใช้งานอย่างต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนการจัดการกับ Database Workloads ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจดิจิทัล Oracle Exadata สามารถทำ Online Transaction Processing และ Data Warehousing ได้พร้อมกัน และมีซอฟต์แวร์ Exadata Storage เพื่อเพิ่มความเร็วในการ Query ข้อมูลจนถึงขีดสุดซึ่ง DIY Infrastructure ไม่สามารถทำได้

Wikibon Research ได้ทำการสำรวจลูกค้าผู้ใช้ Oracle Database หลายร้อยรายในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เพื่อทำการเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างการใช้ Oracle Exadata และ DIY Infrastructure (เช่น Converged Infrastructure) สำหรับรัน Oracle Database ในมุมมองต่างๆ ได้แก่ ประสิทธิภาพ ค่าใช้จ่าย และการบริหารจัดการ ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้

1. ส่งมอบการสนับสนุนธุรกิจที่ยอดเยี่ยมกว่า

Oracle Exadata ช่วยเพิ่มมูลค่าเชิงธุรกิจได้สูงกว่า DIY Infrastructure ดังนี้

  • ลดเวลาในการติดตั้งเพื่อใช้งาน – ด้วยซอฟต์แวร์สำหรับบริหารจัดการ Infrastructure, ทำ Orchestration และ Automation แบบ Built-in ช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถติดตั้งและเริ่มใช้งาน Oracle Exadata ได้เร็วกว่า DIY Infrastructure
  • ประสิทธิภาพสูงและ Latency ต่ำ – Oracle Exadata มาพร้อมกับส่วน Networking ประสิทธิภาพสูง, Built-in IO และซอฟต์แวร์สำหรับบริหารจัดการ Storage ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลด Latency ลง
  • นำเสนอข้อมูลเชิงลึกได้อย่างรวดเร็ว – จากการผสานการทำงานร่วมกันระหว่าง Database และ Storage Server ช่วยเร่งการทำงานของ Workload ที่ต้องประมวลผลข้อมูลมหาศาล เช่น Analytics และ Artificial Intelligence (AI) ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

2. DIY Infrastructure ต้องลงทุนสูง

แม้จะต้องสนับสนุนธุรกิจด้วยประสิทธิภาพการทำงานที่สูง แต่ Oracle Exadata ยังช่วยลด CapEx และ OpEx ของระบบโดยรวมด้วยเช่นกัน เพื่อให้ลูกค้าได้กำไรจากการใช้ Oracle Database License สูงสุด

  • ค่าใช้จ่ายตั้งแต่เริ่มติดตั้งไปจนถึงบำรุงรักษา DIY Infrastructure จนจบอายุการใช้งานสูงกว่าระบบ Oracle Exadata ที่ผสานรวมส่วน Compute, Network และ Storage ไว้ด้วยกันทั้งหมดถึง 53%
  • ในกรณีที่ใช้ DIY Infrastructure เราจำเป็นต้องผสานรวมส่วน Compute, Network และ Storage เข้าด้วยกัน จากนั้นทำการบริหารจัดการ ปรับแต่ง และอัปเดตแพตช์แต่ละส่วนด้วยตนเอง ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายในการจัดการและบำรุงรักษาสูงกว่า Oracle Exadata ที่รวมทุกอย่างไว้ด้วยกันเรียบร้อยแล้วเป็นอย่างมาก
  • DIY Infrastructure มีค่าใช้จ่ายการปฏิบัติงาน (Operational Costs) สูงกว่า Oracle Exadata ถึง 300%

3. Oracle Exadata ช่วยขจัดความซับซ้อนของระบบ

Oracle Exadata เป็นการผสานรวมระหว่างระบบฐานข้อมูลเข้าด้วยกันกับฮาร์ดแวร์อันทรงพลังที่ถูกออกแบบมาสำหรับ Oracle Database โดยเฉพาะ ซึ่งช่วยให้การปฏิบัติงานด้าน IT มีความง่ายและเพิ่มความคล่องตัวของธุรกิจ

  • Oracle Exadata สามารถเปลี่ยนงานที่ผู้ดูแลระบบ DIY Infrastructure จะต้องลงมือทำด้วยตนเองให้กลายเป็นการปฏิบัติงานโดยอัตโนมัติได้ถึง 2 ใน 3
  • Oracle Exadata ช่วยให้การย้าย Oracle Database และ Applications ขึ้นสู่ระบบ Cloud ทำได้ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมทั้งมีตัวเลือกในการวางระบบทั้งบน On-premises และ Oracle Cloud ที่หลากหลาย
  • Oracle Exadata มีสถาปัตยกรรมแบบ Scale-out ซึ่งช่วยให้การขยายระบบฐานข้อมูลและฮาร์ดแวร์ทำได้ง่าย รวดเร็ว และยืดหยุ่น ตามความต้องการที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจในอนาคต

ผู้ที่สนใจสามารถอ่านผลสำรวจการเปรียบเทียบระหว่าง Oracle Exadata และ DIY Infrastructure ฉบับเต็มจาก Wikibon Research ได้ที่ http://www.oracle.com/us/products/oracle-exadata-vs-roll-your-own-4406113.pdf

from:https://www.techtalkthai.com/oracle-exadata-vs-diy-infrastructure/

รู้จักกับ Toad: เครื่องมือบริหารจัดการและเชื่อมต่อ Database ระดับองค์กร สำหรับ DBA และ Developer โดยเฉพาะ

หากใครเคยต้องดูแลระบบ Database ภายในธุรกิจขนาดใหญ่กันมา ก็คงคุ้นเคยกับเสียงกบร้องและชื่อของ Toad เป็นอย่างดีในฐานะของเครื่องมือที่ใช้ในการบริหารจัดการ Database ที่ช่วยลดความซับซ้อนในการทำงานลงไปได้เป็นอย่างมาก ซึ่งอันที่จริงแล้ว Toad นั้นยังทำอะไรได้อีกมากมาย ด้วย Edition ที่หลากหลายสำหรับโจทย์การทำงานของ DBA และ Developer ในทุกวันนี้ที่นับวันจะยิ่งต้องจัดการกับระบบ Database กันมากขึ้นจากการเติบโตของระบบ Application ท่ามกลางยุคสมัยแห่ง Digital Transformation

เมื่อ DBA ขาดแคลน การดูแลรักษาระบบ Database ในองค์กรก็กลายเป็นความท้าทายยิ่งขึ้น

ปัญหาที่เหล่าธุรกิจองค์กรจำนวนมากทั่วไทยกำลังพบเจอในทุกวันนี้ ก็คือการขาดแคลนพนักงานในตำแหน่ง Database Administrator หรือ DBA ที่ทำหน้าที่ในการบริหารจัดการ, ควบคุมการทำงาน และแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับระบบ Database โดยเฉพาะ

ในทางกลับกัน ทุกธุรกิจองค์กรนั้นกลับต้องมี Database ที่มีขนาดใหญ่มากยิ่งขึ้น และมีการใช้งานเทคโนโลยี Database จากผู้ผลิตที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับต่อการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ หรือพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ในธุรกิจองค์กร แนวโน้มนี้ยิ่งซ้ำเติมให้ปัญหาการขาดแคลน DBA นั้นทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก

ทางออกหนึ่งที่เป็นไปได้นั้นก็คือการนำเครื่องมือที่จะช่วยบริหารจัดการ Database หลากหลายเทคโนโลยีด้วยประสบการณ์เดียวกันอย่างเช่น Toad มาใช้ เพื่อให้ DBA แต่ละคนนั้นสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และ Learning Curve ในการเรียนรู้เพื่อดูแลเทคโนโลยีระบบ Database ใหม่ๆ นั้นไม่สูงชันเท่าแต่ก่อนนั่นเอง

Database มีหลากหลาย Developer จะสร้าง Query ที่ดีที่สุดสำหรับทุก Database ได้อย่างไร

ในอีกมุมหนึ่ง นอกจากความหลากหลายและซับซ้อนของเทคโนโลยี Database จะสร้างความลำบากให้กับ DBA แล้ว เหล่านักพัฒนาหรือ Software Developer เองต่างก็ได้รับผลกระทบไปด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างหรือแก้ไข Query สำหรับระบบ Database ที่ตนเองไม่คุ้นเคยมาก่อน, การ Optimize Query ให้ดีเพื่อลดภาระให้กับระบบ Database และอื่นๆ อีกมากมาย

เช่นเดียวกัน เครื่องมืออย่าง Toad นั้นสามารถช่วยบรรเทาปัญหานี้ให้กับเหล่า Developer ได้ ด้วยการยกระดับชั้นของการเข้าถึงและแก้ไขข้อมูลใน Database ให้กลายมาเป็นโมดูลหนึ่งๆ ที่ Developer สามารถใช้งานได้ง่าย และสร้าง Query ที่มีประสิทธิภาพได้ดีขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลาเรียนรู้มากเท่าแต่ก่อน

Toad โซลูชันสำหรับการบริหารจัดการและเชื่อมต่อ Database หลากหลายค่าย ตอบโจทย์ได้ทั้ง DBA และ Developer

Credit: Quest

Toad ภายใต้แบรนด์ Quest นั้นต้องการแก้ปัญหาเรื่องความซับซ้อนของเทคโนโลยีระบบ Database โดยเฉพาะ จึงได้พัฒนาโซลูชัน Toad for DBA สำหรับให้ DBA นำไปใช้ในการดูแลรักษาติดตามการทำงานและแก้ไขปัญหาของ Database ค่ายต่างๆ และโซลูชัน Toad for Developer สำหรับให้เหล่า Software Developer นำไปใช้ในระหว่างการพัฒนา Software เพื่อให้งานที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมต่อ Database นั้นกลายเป็นเรื่องง่าย

จุดเด่นของ Toad นั้นคือการมีเทคโนโลยีสำหรับการทำงานร่วมกับ Database ได้ครอบคลุมทุกยี่ห้อที่ธุรกิจองค์กรใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น Oracle, Microsoft, IBM, SAP, MySQL, Hadoop, Cassandra, MongoDB, HBase, Netezza ไปจนถึงระบบใหญ่อย่าง Oracle Exadata และบริการ Cloud อีกมากมาย รวมถึงยังมีความสามารถครอบคลุมทั้ง Life Cycle ของการบริหารจัดการและใช้งาน Database ใดๆ อีกด้วย

Credit: Quest

สำหรับ Toad for DBA นั้นมีความสามารถรองรับตั้งแต่การตรวจสอบสถานะการทำงานและแก้ไขปัญหา, การสร้าง/แก้ไข/ลบฐานข้อมูลหรือการตั้งค่าอื่นๆ, การเปรียบเทียบการตั้งค่าของฐานข้อมูลเพื่อเตรียมการย้ายระบบ, การตรวจสอบและปรับแต่งประสิทธิภาพการทำงาน, การวิเคราะห์ข้อมูลการทำงานเพื่อทำนายแนวโน้มของปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต, การตรวจสอบและทดสอบการทำ High Availability ของระบบ, การตรวจสอบความผิดปกติที่เกิดขึ้น โดยทั้งหมดนี้มีการคำนึงถึงประเด็นด้าน Database Security ในขั้นตอนการแก้ไขการตั้งค่าต่างๆ ผนวกรวมอยู่ด้วย

ในขณะเดียวกัน Toad for Developer นั้นจะมีความสามารถที่แตกต่างกันออกไป โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างและ Debug คำสั่ง Query, การทำ Code Refactor ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ Database, การทำ Data Modeling, การวิเคราะห์และปรับแต่ง Query เพื่อให้มีประสิทธิภาพและความมั่นคงปลอดภัย, การ Optimize ในส่วนของ Code และการทำ Index และอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อให้ Code มี Quality ที่ดี และทำให้การพัฒนา Software เป็นไปได้อย่างรวดเร็วและมั่นคงปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

อันที่จริงแล้วนอกเหนือไปจากส่วนของการจัดการแง่มุมต่างๆ เกี่ยวกับ Database แล้ว โซลูชันของ Toad นั้นได้ถูกพัฒนาต่อเนื่องมาอย่างยาวนานเกือบ 20 ปีจนทุกวันนี้กลายเป็นโซลูชันด้าน Data Management โดยมีโซลูชันอื่นๆ ของ Quest มาเสริมให้ภาพรวมมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ครอบคลุมไปถึงการทำด้าน Data Availability, Data Security, Data Privacy และอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อช่วยให้ธุรกิจองค์กรสามารถก้าวสู่ยุคแห่งการเป็น Data-Driven Business ได้อย่างมั่นใจ

ผู้ที่สนใจโซลูชันทั้งหมดของ Toad สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.quest.com/toad/

Toad for Oracle – โซลูชันที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทย

Credit: Quest

สำหรับในเมืองไทยนั้น โซลูชันที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดก็คือ Toad for Oracle ซึ่งเหล่า DBA ทั่วไทยต่างเลือกใช้เพื่อลดค่าใช้จ่ายทางด้านระบบบริหารจัดการ Oracle Database ลง และเสริมในเรื่องของความง่ายดายในการดูแลรักษาระบบ อีกทั้งยังทำให้ DBA คนใหม่สามารถเรียนรู้เรื่องการดูแลรักษาระบบได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย พร้อมทำงานได้อย่างรวดเร็ว

Toad for Oracle นี้มีหลาย Edition ให้เลือกใช้งานได้ทั้งสำหรับ DBA และ Developer ดังนี้

1. Toad for Oracle Base Edition

โซลูชันเริ่มต้นของ Toad สำหรับใช้ในการสร้างและแก้ไข PL/SQL Code ได้อย่างง่ายดาย โดยโซลูชันนี้ยังได้รวมเอาระบบ Debugging สำหรับ PL/SQL, SQL*Plus Script และ utPLSQL Unit Testing เอาไว้ด้วย ทำให้สามารถทำการทดสอบโค้ดได้ทันทีที่ต้องการ ใช้งานได้ทั้งสำหรับ Developer และ DBA

2. Toad for Oracle Professional Edition

มีความสามารถทั้งหมดของ Base Edition และเพิ่มเติมความสามารถในการปรับปรุง Code Quality ให้ดีขึ้นได้ด้วยระบบ Code Quality Analysis & Report อีกทั้งยังมีระบบสำหรับแจ้งเตือน Developer เมื่อมีการพัฒนาโค้ดที่มีความเกี่ยวข้องกับข้อมูลสำคัญของธุรกิจใดๆ ช่วยให้สามารถปกป้องข้อมูลสำคัญของธุรกิจไม่ให้สูญหายจากความผิดพลาดในระหว่างการพัฒนา Software ได้เป็นอย่างดี

3. Toad for Oracle Xpert Edition

มีความสามารถทั้งหมดของ Professional Edition และเพิ่มการทำ SQL Optimizer for Oracle เข้ามา ทำให้สามารถตรวจจับและวิเคราะห์คำสั่ง SQL ที่มีปัญหาได้ รวมถึงยังช่วยทำ Performance Tuning โดยอัตโนมัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ Application ให้สูงยิ่งขึ้น

4. Toad for Oracle Developer Edition

รวมทุกความสามารถของ Xpert Edition และเสริมความสามารถในการทำ PL/SQL Unit Testing และ Performance/Benchmark Testing เข้าไป รองรับต่อการพัฒนา Application ที่ต้องให้ความสำคัญกับประเด็นด้าน Scalability ในธุรกิจองค์กรขนาดใหญ่ได้

5. Toad DB Admin Module (Add-on)

โมดูลย่อยสำหรับช่วยในการบริหารจัดการ Oracle Database ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ติดตามการเชื่อมต่อและเข้าถึง Database, การออกรายงานด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูล, การตรวจสอบและสร้าง Change Script สำหรับส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Database, การตรวจสอบการทำงานของระบบ Database, การออกรายงานสำหรับใช้ในการบริหารจัดการ Database, การจัดการการตั้งค่าและการย้ายข้อมูลระหว่าง Database เป็นต้น

6. Toad for Oracle DBA Edition

รวมทกความสามารถของ Xpert Edition และ Toad DB Admin Module เข้าด้วยกัน พร้อมเสริมความสามารถในการทำ Performance/Benchmark Testing, Data Modeling (รองรับ Database มากกว่า 20 รูปแบบ) และ Predictive Diagnostics จาก Spotlight เข้ามา

Credit: Quest
Credit: Quest

สำหรับผู้ที่สนใจตารางเปรียบเทียบฉบับเต็มของ Toad for Oracle ในแต่ละ Edition สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ที่ https://cdn2.hubspot.net/hubfs/4130326/Files%20for%20Download/Toad%20for%20Oracle%20Editions%202018%20R2%20Functional%20Matrix.pdf

เรียนรู้โซลูชันต่างๆ ของ Toad พร้อมโหลดไปทดลองใช้งานได้ฟรีๆ

เนื่องจาก Toad นั้นเป็นโซลูชันที่ได้รับความนิยมสูงในเหล่าธุรกิจองค์กรทั่วโลก และมีผลิตภัณฑ์สำหรับ Database อยู่มากมาย Quest จึงได้เปิดเว็บไซต์แยกสำหรับนำเสนอข้อมูลและแบ่งปันความรู้ที่เกี่ยวข้องกับ Toad โดยเฉพาะ พร้อมเปิดให้ Download ผลิตภัณฑ์ไปทดลองใช้งานได้ฟรีๆ ที่ https://www.toadworld.com/

ติดต่อทีมงาน Quest เพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Toad ได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจโซลูชันใดๆ ของ Toad สามารถติดต่อทีมงาน Quest ในประเทศไทยได้โดยตรง เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรุ่นต่างๆ หรือราคาได้ที่ ตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย

  • บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ติดต่อคุณสิทธิกร บุญทัน โทร 0-2032-9999 ต่อ 1353 หรือ 09-0545-4559, E-Mail : Sitthikorn@vstecs.co.th
  • บริษัท เก็ต ออน เทคโนโลยี จำกัด ติดต่อคุณนิตเนต เจริญสุข โทร 0-2911-1999 ต่อ 0 หรือ 215 หรือ 08-1591-1771, E-Mail : nitnate@got.co.th

หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ Quest ได้ที่ https://www.quest.com/

เกี่ยวกับ Quest

Quest ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1987 ในฐานะของผู้พัฒนาโซลูชันทางด้าน Software ที่ช่วยให้ระบบ IT ของธุรกิจองค์กรก้าวทันต่อความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ช่วยให้การดูแลรักษาระบบ IT นั้นใช้เวลาน้อยลง และทำให้ธุรกิจสามารถมุ่งเน้นไปที่การเติบโตได้อย่างเต็มที่ โดยปัจจุบันนี้ Quest มีลูกค้าธุรกิจองค์กรกว่า 130,000 รายในมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก และมีบริษัท 95% ใน Fortune 500 และ 90% ใน Global 1000 เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของ Quest https://www.quest.com

from:https://www.techtalkthai.com/toad-database-management-and-development-tool-for-dba-and-software-developer/

6 เทคโนโลยีของ Pure Storage ที่จะมาช่วยให้งานของ Oracle DBA ง่ายดายยิ่งขึ้น

Oracle Database Administrator หรือ Oracle DBA นั้นถือเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญสูงต่อหลายธุรกิจ ด้วยภาระหน้าที่ในการดูแลระบบฐานข้อมูลซึ่งเป็นหัวใจของแต่ละธุรกิจนั่นเอง ในบทความนี้เราจะเล่าถึงเทคโนโลยีต่างๆ ของ Pure Storage ผู้พัฒนาระบบ All-Flash Array ชั้นนำ ว่าจะมาช่วยให้การทำงานของ Oracle DBA ง่ายขึ้นได้อย่างไรกันบ้าง

Credit: Pure Storage

1. ช่วยให้การติดตั้งและอัปเกรด Hardware สำหรับ Database ง่ายขึ้น

หนึ่งในงานที่ถือเป็นงานยากของเหล่า Oracle DBA นั้นก็คือการอัปเกรดระบบ Hardware ที่ใช้รองรับระบบ Database เมื่อถึงอายุขัยของระบบ เนื่องจากงานนี้จะต้องครอบคลุมทั้งการติดตั้งระบบใหม่, การ Migrate ข้อมูล และการอัปเดต Software ต่างๆ เพื่อให้เข้ากันได้กับ Hardware และระบบปฏิบัติการใหม่ๆ ในขณะที่ Application ที่เ่ชื่อมต่อกับ Database เหล่านี้ก็ยังต้องทำงานได้โดยมี Downtime เกิดน้อยที่สุด

Pure Storage สามารถช่วยให้ปัญหาเรื่องการอัปเกรดระบบ Hardware หายไป และไม่มี Downtime เกิดขึ้นในระบบเลย ด้วยโซลูชัน Pure Storage Evergreen ที่มีการออกแบบ Hardware ให้สามารถถอดเปลี่ยนอัปเกรดทีละส่วนได้แบบ Modular และสามารถอัปเกรด Software ได้โดยไม่มี Downtime ทำให้เมื่อระบบ Database นั้นต้องมีการเปลี่ยน Hardware ก็สามารถทำการเปลี่ยนไปใช้ Hardware รุ่นที่ใหม่ขึ้นและมีประสิทธิภาพสูงขึ้นหรือความจุมากขึ้นของ Pure Storage ได้ทันทีโดยไม่ต้องมี Downtime, ไม่ต้องติดตั้งระบบใดๆ ใหม่ และไม่ต้อง Migrate ข้อมูลอีกต่อไป

2. ช่วยให้ติดตามประสิทธิภาพของระบบได้ง่าย และไม่ต้องทำ Performance Tuning ที่ระดับ Storage อีกต่อไป

อีกหนึ่งงานสำคัญของเหล่า Oracle DBA ก็คือการทำ Database Performance Tuning เพื่อให้ระบบฐานข้อมูลนั้นสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับความต้องการที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละ Application ที่ใช้ในธุรกิจองค์กร ซึ่งงานนี้ถือเป็นงานที่ยากและใช้เวลาในการทำค่อนข้างมาก เพราะการทำความเข้าใจในพฤติกรรมของแต่ละระบบที่ถูกพัฒนามาอย่างแตกต่างกัน และทำความเข้าใจกับปัญหารูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้น ต้องอาศัยทั้งความรู้ ประสบการณ์ และเครื่องมือมากมาย

Pure Storage FlashArray นั้นเป็นระบบ All Flash Storage ที่มีประสิทธิภาพสูงและมี Latency ต่ำในระดับ Sub-millisecond, มี Response Time ที่รวดเร็ว และมี IOPS ที่สูงมากให้พร้อมใช้งานได้ทันทีตั้งแต่แรกโดยไม่ต้องทำการปรับแต่งใดๆ ทำให้ Pure Storage นั้นพร้อมให้บริการรองรับระบบฐานข้อมูลประสิทธิภาพสูงได้ทันที โดยจากการทดสอบนั้นพบว่า Pure Storage สามารถช่วยให้ประสิทธิภาพในการทำ Transaction ของ Oracle Database เร็วขึ้นได้มากถึง 3 เท่า และยังมี Response Time ที่เร็วถึง 10 เท่าเมื่อเทียบกับระบบ Storage แบบเดิมๆ

3. ช่วยให้การวางแผนลงทุนขยายระบบเป็นไปได้อย่างง่ายดายและแม่นยำยิ่งขึ้นด้วย Machine Learning

จากการศึกษานั้นพบว่าระบบ Oracle Database โดยทั่วไปนั้นมีอัตราการเพิ่มขึ้นของข้อมูลเฉลี่ย 40% ต่อปี และนั่นก็ทำให้ Oracle DBA ต้องคอยวางแผนการขยายระบบอยู่เสมอเพื่อไม่ให้เกิดกรณีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเต็ม หรือประสิทธิภาพของระบบต่ำลง และการขยายพื้นที่จัดเก็บข้อมูลนั้นก็อาจหมายถึงการเกิด Downtime ของระบบ หรือการ Migrate ข้อมูลทั้งสิ้น

ทาง Pure Storage เล็งเห็นว่าปัญหานี้เป็นปัญหาสำคัญ จึงได้นำเสนอเทคโนโลยีและแนวทางสำหรับแก้ไขปัญหาเหล่านี้เอาไว้ดังนี้

  • Pure1 META ระบบ AI สำหรับติดตามและวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานของระบบต่างๆ เพื่อช่วยให้ทำนายปริมาณการเติบโตของข้อมูลและประสิทธิภาพที่ต้องการได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ง่ายต่อการวางแผนลงทุนระบบเพิ่มเติมในอนาคต
  • Data Reduction ช่วยลดพื้นที่ที่ต้องใช้ในการจัดเก็บข้อมูลลง ทำให้การใช้งานระบบจัดเก็บข้อมูลมีความคุ้มค่าสูงขึ้น และช่วยยืดเวลาในการลงทุนเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลต่อรอบสำหรับ Application ที่มีอยู่เดิมได้
  • Evergreen Storage ช่วยให้การขยายพื้นที่จัดเก็บข้อมูลนั้นสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่มี Downtime ใดๆ ต่อระบบ ทำให้มีความยืดหยุ่นในการเพิ่มขยายระบบได้ตามต้องการ

4. ช่วยให้การสำรองและกู้คืนข้อมูลหรือระบบเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายยิ่งขึ้น

Oracle Database แทบทั้งหมดนั้นมักเป็นระบบ Mission Critical Application ที่ต้องทำงานได้ตลอด 24x7x365 ในขณะที่ข้อมูลภายในระบบนั้นก็มักจะเป็นข้อมูลทางธุรกิจที่มีความสำคัญสูงทั้งสิ้น การจัดการเรื่องการสำรองข้อมูลและกู้คืนข้อมูลให้ได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่องนั้นจึงถือเป็นอีกหน้าที่ที่สำคัญของเหล่า Oracle DBA อีกทั้งยังเป็นงานที่มักมีค่าใช้จ่ายสูงทั้งการลงทุนโซลูชันที่จะมาตอบโจทย์เหล่านี้ และความซับซ้อนของโซลูชันนี้ที่จะมาเพิ่มความยากในการทำงานให้กับ Oracle DBA

Pure Storage สามารถช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ด้วย Pure Storage FlashArray//X ที่มีเทคโนโลยี Snapshot ที่ประหยัดพื้นที่กว่าเทคโนโลยี Snapshot จากผู้ผลิตรายอื่นๆ เป็นอย่างมาก ทำให้สามารถทำการสำรองข้อมูลถี่ได้เท่าที่ต้องการ และกู้คืนข้อมูลได้โดยแทบไม่ส่งผลกระทบต่อระบบ Production เลย โดยความสามารถนี้เป็นความสามารถที่มาพร้อมกับตัวอุปกรณ์ ไม่ต้องมีการลงทุนซื้อลิขสิทธิ์ใดๆ เพิ่มเติม

นอกจากนี้ Purity ActiveCluster เองก็เป็นอีกหนึ่งโซลูชันของ Pure Storage ที่จะมาตอบโจทย์ให้กับการทำ Disaster Recovery ได้ ด้วยการทำ Synchronous Replication ข้ามสาขาระยะไกลได้ด้วยการติดตั้งเพียงแค่ 4 ขั้นตอนง่ายๆ เท่านี้การจัดการระบบ Oracle Database ให้มีความมั่นคงทนทานนั้นก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

5. ช่วยให้มั่นใจในเรื่องของ Data Security และการทำ Compliance มากยิ่งขึ้น

เพื่อให้ตอบโจทย์ต่อการทำ Compliance และ Audit ให้มั่นใจว่าระบบมีความมั่นคงปลอดภัย Pure Storage ได้มีการเสริมระบบ Data Security หลากหลายเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นการเข้ารหัสแบบ FIPS 140-2, การรองรับ Common Criteria, การปกป้อง Data at Rest ด้วยการเข้ารหัสแบบ AES-256 ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถทำได้โดยไม่ต้องแก้ไขระบบในระดับของ Database, ไม่มีลิขสิทธิ์ใดๆ เพิ่มเติม และไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของระบบแต่อย่างใด

6. ช่วยให้การวิเคราะห์ข้อมูลเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และรองรับการใช้งานจากผู้ใช้งานหลายทีมร่วมกันได้ดีขึ้น

การจัดการกับ Big Data ที่จะมีข้อมูลขนาดใหญ่ จัดเก็บอยู่อย่างหลากหลาย และยังต้องถูกเรียกใช้ได้จากระบบต่างๆ ด้วยประสิทธิภาพสูงนั้นถือเป็นอีกโจทย์ใหญ่ที่หลายๆ องค์กรกำลังเผชิญอยู่ Pure Storage นั้นมีโซลูชัน Pure Storage FlashBlade ที่จะมาช่วยให้การจัดเก็บข้อมูลเหล่านี้และการนำข้อมูลไปใช้เป็นไปได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพ ทำให้การจัดการกับข้อมูลก่อนที่จะบันทึกลงไปใช้งานภายใน Oracle Database เป็นปได้อย่างรวดเร็วปละมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยแนวคิด Data Hub ที่จะมารองรับทุกๆ โครงการด้านการวิเคราะห์ข้อมูลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ผู้ที่สนใจรายละเอียดของโซลูชัน Pure Storage สำหรับนำไปใช้งานร่วมกับ Oracle Database สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.purestorage.com/solutions/applications/oracle-database.html

สนใจติดต่อทีมงาน Pure Storage ในประเทศไทยได้โดยตรง

สำหรับผู้ที่สนใจเทคโนโลยี All Flash Storage และต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติมหรืออยากพิจารณาใบเสนอราคา สามารถติดต่อทีมงานของ Pure Storage ประเทศไทยโดยตรงได้ทันทีที่ jkunasinkjja@purestorage.com

ที่มา: https://blog.purestorage.com/pure-storage-helps-oracle-dbas-sleep-better-at-night/

from:https://www.techtalkthai.com/6-pure-storage-technologies-that-make-oracle-dba-life-easier/

Nutanix Era ประกาศ GA สำหรับจัดการ Oracle และ PostgreSQL แล้ว

ภายในงาน Nutanix .NEXT London ทาง Nutanix ได้ออกมาประกาศ General Availability สำหรับการสนับสนุน Oracle และ PostgreSQL ภายใน Nutanix Era ระบบบริหารจัดการ Database แบบอัตโนมัติของ Nutanix แล้ว

 

Credit: Nutanix

 

Nutanix Era นี้รองรับการทำ Database Provisioning และ Database Lifecycle Management (LCM) พร้อมทั้งสามารถทำ Copy Data Management (CDM), Clone, Refresh, Backup สำหรับ Database ได้ ช่วยให้การทำงานของ Database Administrator (DBA) เป็นไปได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้นผ่านระบบ GUI ทั้งหมด

ในงานสัมมนาครั้งนี้ Nutanix ได้ออกมาประกาศรองรับ Oracle Database และ PostreSQL ก่อน โดยในอนาคตก็มีแผนที่จะรองรับ Database อื่นๆ เพิ่มเติมได้ด้วย

ความสามารถของ Nutanix Era นี้เปรียบเสมือนการยก Cloud Database มาให้บริการภายใน On-Premises Data Center ภายในองค์กรได้ ด้วยความง่ายในการสร้างบริการ Database ใหม่ๆ ขึ้นมา และสามารถควบคุมมาตรฐานในการตั้งค่าใช้งาน รวมถึงยังจัดการเรื่องการสำรองข้อมูลและบริหารจัดการข้อมูลได้อย่างง่ายดายโดยที่ผู้ดูแลระบบไม่ต้องลงไปใช้คำสั่งเชิงลึกของ Database ค่ายต่างๆ ด้วยตัวเองอีกต่อไป

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.nutanix.com/products/era/

 

 

ที่มา: https://www.nutanix.com/2018/11/27/nutanix-era-elegant-efficient-one-click-database-operations/

from:https://www.techtalkthai.com/nutanix-era-supports-oracle-and-postgresql/