คลังเก็บป้ายกำกับ: ORACLE

Oracle Cloud VMware พร้อมให้บริการแล้ว

Oracle ได้ประกาศว่าโซลูชัน Oracle Cloud VMware นั้นพร้อมให้บริการแล้ว หลังจากเปิดตัวมาตั้งแต่กันยายนปีก่อน

  • Oracle เปิดให้ลูกค้าคุมสภาพแวดล้อมของ VMware ได้ลึกกว่าเจ้าอื่น เช่น VMware Host Client for ESXi Management ซึ่งองค์กรใหญ่ๆ บางทีจำเป็นต้องใช้ เบื้องต้นนั้น Oracle จะให้ Template ของ VCF มาใน Tenancy ของตนแบบ 3 โหนด ให้ลูกค้ามาคุมการเข้ารหัส การเข้าถึง image ได้เอง
  • ลูกค้าคนไหนใช้ VMware กับ Oracle Database อยู่แล้วยิ่งเหมาะมากที่จะย้ายขึ้นคลาวด์
  • ลูกค้าสามารถรัน VMware หลายเวอร์ชันใน Tenancy เดียวกันได้ ทำให้ไม่กระทบต่อการทำงานขององค์กรด้วย เพราะการบังคับให้อัปเกรต VMware อาจเป็นลูกโซ่ไปถึงความเข้ากันของแอป 

โดยสรุปก็คือ Oracle ได้จัดเตรียมอย่างกว้างๆ ให้ VMware Workload มารันได้ โดยไม่ไปบังคับหรือกำหนดว่าลูกค้าต้องใช้ VMware อย่างไร ทั้งนี้การใช้งานเริ่มต้นขั้นต่ำคือ 3 โหนดต่อคลัสเตอร์ ซึ่งสามารถขยายได้สูงสุดถึง 64 โหนดและมีหลายคลัสเตอร์ได้ในสภาพแวดล้อมเดียวกัน ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นราว 25,000 ดอลล่าร์สหรัฐฯ ต่อเดือน 

ที่มา :   https://www.zdnet.com/article/oracles-cloud-vmware-solution-becomes-generally-available/

from:https://www.techtalkthai.com/oracle-cloud-vmware-is-now-ga/

TechTalk Webinar : เพิ่มขีดความสามารถการดูแลข้อมูลส่วนบุคคลให้สอดคล้องกับ PDPA ด้วย Database Hosting Service สำหรับ Oracle Database

TechTalkThai ขอเรียนเชิญผู้ดูแลระบบฐานข้อมูล ทีมงานไอที ผู้จัดการฝ่ายไอที หรือผู้บริหาร เข้าร่วมสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ “เพิ่มขีดความสามารถการดูแลข้อมูลส่วนบุคคลให้สอดคล้องกับ PDPA ด้วย Database Hosting Service สำหรับ Oracle Database” โดย NTT (Thailand) และ A-Host เพื่อศึกษาแนวทางการตอบโจทย์ พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและรู้จักกับบริการ Database Hosting Service ซึ่งจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2563 เวลา 14.00-15.30 น. โดยมีกำหนดการ และวิธีการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียด

หัวข้อ:  เพิ่มขีดความสามารถการดูแลข้อมูลส่วนบุคคลให้สอดคล้องกับ PDPA ด้วย Database Hosting Service สำหรับ Oracle Database

ผู้บรรยาย:   คุณสุวัฒน์ สังขยานนท์, Cloud Product Specialist บริษัท เอ็นทีที (ประเทศไทย) จำกัด และคุณคุณธีรพัฒน์ ทองเกลี้ยง, Senior Consultant Manager บริษัท เอ – โฮสต์ จำกัด

วันเวลา:  ศุกร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2563 เวลา 14.00-15.30 น.

ช่องทางการบรรยาย:   Online Web Conference

ภาษา : ไทย

หลังจากวิกฤตการณ์ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ซึ่งพบว่ามีการทำธุรกรรมทางออนไลน์มากขึ้น ส่งผลให้บริษัทหรือองค์กรต่างๆ ต้องเก็บข้อมูลในปริมาณที่มากกว่าเดิม โดยข้อมูลเหล่านั้น เป็นทั้งข้อมูลในการทำธุรกรรม และข้อมูลส่วนบุคคล ถึงแม้ขณะนี้หลายองค์กรได้ดำเนินการปรับปรุงระบบการให้บริการ เพื่อให้รองรับ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือที่ทุกคนรู้จักกันในชื่อ PDPA ที่กำลังจะมีการนำมาใช้งานจริงในปีหน้า

จากเหตุผลข้างต้น เอ็นทีที ประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ (Cloud) ที่ครบวงจร โดยให้บริการตั้งแต่ Data Center, Hardware Infrastructure, Network, Firewall, Internet, Domestic link และ Managed Service พร้อมทั้งการให้บริการดูแลลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง และ เอ – โฮสต์ ผู้ให้บริการ ระบบจัดการฐานข้อมูลออราเคิล (Oracle Database) ร่วมกันพัฒนาบริการในรูปแบบของฐานข้อมูลที่มีชื่อว่า Database Hosting Service สำหรับ Oracle Database โดยบริการนี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถการดูแลข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลอื่นๆ ในส่วนระบบฐานข้อมูล Oracle พร้อมทั้งช่วยให้สามารถควบคุมและประมวลผลข้อมูลต่างๆ ที่ถูกจัดเก็บในระบบ ซึ่งจะจัดการฐานข้อมูลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ รองรับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เพื่อให้เป็นไปตามมาตราฐานของ พ.ร.บ ซึ่งเน้น 4 ประเด็นสำคัญดังนี้ คือ

  1. Protect Data – การปกป้องข้อมูล
  2. Access Control – การกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล
  3. Monitor and Audit – การตรวจสอบการนำข้อมูลไปใช้
  4. Secure Configuration – การควบคุมการแก้ไขระบบ

* พิเศษ!! ร่วมกิจกรรมตอนท้ายงาน ลุ้นรับรางวัลมากมายจากทางเอ็นทีที

ลงทะเบียนเข้าร่วม TechTalk Webinar ได้ฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม TechTalk Webinar ในหัวข้อนี้ได้ฟรีๆ ทันทีที่ https://zoom.us/webinar/register/WN_OY4Ph4reT_aQCJRpKXr-Egโดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

from:https://www.techtalkthai.com/techtalk-webinar-pdpa-compliance-with-database-hosting-service-for-oracle-by-ntt-ahost/

Oracle ประกาศออกแพตช์กว่า 400 รายการให้หลายผลิตภัณฑ์ แนะผู้ใช้ตรวจสอบอัปเดต

ปกติแล้ว Oracle จะมีการออกแพตช์ประจำไตรมาส ซึ่งครั้งนี้มีการแก้ไขช่องโหว่ด้านความมั่นคงปลอดถึง 443 รายการ ทั้งนี้มากกว่าครึ่งสามารถถูกใช้ผ่านทางไกลได้โดยไม่ต้องพิสูจน์ตัวตน โดยส่งผลกระทบกับผลิตภัณฑ์มากมายจึงแนะนำให้ผู้เกี่ยวข้องเร่งอัปเดต

แพตช์ชุดนี้มีช่องโหว่กว่า 100 รายการที่มี CVSS สูงกว่า 9 และกว่า 70 รายการสูงถึง 9.8/10 อย่างไรก็ดีมีช่องโหว่ระดับ 10/10 จำนวน 2 รายการใน SD-WAN Aware และ SD-WAN Edge Solution หมายเลขอ้างอิงคือ CVE-2020-14701 และ CVE-2020-14606 ตามลำดับ

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ถูกอัปเดตรายละเอียดคร่าวๆ ดังตารางด้านล่างนี้

ผลิตภัณฑ์ จำนวนช่องโหว่ จำนวช่องโหว่ที่ใช้จากทางไกลได้โดยไม่ต้องพิสูจน์ตัวตน
Communications Applications 60 46
Fusion Middleware 52 48
Retail Applications 47 42
MySQL 40 6
Financial Service 38 26
E-Business Suite 30 24
Virtualization 25
Supply Chain 22 18
Construction and Engineering 20 15
Database Server 19 1
Enterprise Manager 14 10
Java SE 6 4
PeopleSoft 11 9
Siebel CRM 5 5
JD Edwards 6 6
Insurance Applications 6 4

ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกหลายรายการ ผู้สนใจสามารถศึกษาได้จากเว็บไซต์ของ Oracle ได้ที่นี่ 

ที่มา :  https://www.securityweek.com/oracles-july-2020-cpu-includes-443-new-patches

from:https://www.techtalkthai.com/oracle-patches-over-400-vulnerabilities-on-july-2020/

เอาไปเลยทั้งศูนย์ ออราเคิลเปิดบริการคลาวด์ในอาคารลูกค้า กั้นรั้วเซิร์ฟเวอร์แยก เริ่มเดือนละ 16 ล้านบาท

ออราเคิลเปิดบริการ Oracle Dedicated Region Cloud@Customer ขยายจากบริการ Cloud@Customer เดิมที่เป็นเซิร์ฟเวอร์ติดตั้งในศูนย์ข้อมูลลูกค้า มาเป็นพื้นที่ที่บริหารโดยออราเคิลเองทั้งหมด โดยออราเคิลมองเทียบเท่าบริการคลาวด์หนึ่งภูมิภาค (region) ของออราเคิลเอง

จุดเด่นของ Dedicated Region คือออราเคิลระบุว่าจะได้บริการคลาวด์ทั้งหมดไปใช้งานในศูนย์ข้อมูลตัวเอง เช่นบริการฐานข้อมูลก็จะครบเท่าที่ออราเคิลให้บริการบนคลาวด์ หรือบริการรายล้อมเช่น API Gateway, Container Registry ก็จะใช้งานได้ทั้งหมด และบริการนี้ไม่ต้องการการสั่งงานผ่านคอนโซลของคลาวด์แต่สามารถต่อตรงเพื่อใช้งานได้เลย ทำให้ไม่มีปัญหาหากเน็ตเวิร์คมีปัญหาแล้วเชื่อมต่อคลาวด์ภายนอกไม่ได้

No Description

ค่าบริการเริ่มต้นเดือนละ 500,000 ดอลลาร์หรือประมาณ 16 ล้านบาท ศูนย์ข้อมูลในส่วนที่ติดตั้ง Dedicated Region จะถูกบริหารจัดการโดยออราเคิลทั้งหมด

ออราเคิลเปิดบริการ Cloud@Customer มาแล้วหลายปี เป็นเซิร์ฟเวอร์ที่จัดการโดยออราเคิลทั้งหมด แบบเดียวกับ AWS Outpost ทำให้บริการทั้งสองตัวนับว่าใกล้เคียงกันมาก เพราะ AWS Outpost ก็มีบริการฐานข้อมูลที่บริหารจัดการโดย AWS แต่อยู่ในศูนย์ข้อมูลลูกค้าเช่นกัน

ที่มา – Oracle

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/117362

เชิญร่วมงาน Oracle Cloud Day Online – Asia

Oracle ขอเชิญเหล่าผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานด้าน IT เข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ Oracle Cloud Day Online – Asia เพื่ออัปเดตเทรนด์ทางด้าน Data และ Cloud Technology ล่าสุด รวมไปถึง Best Practices และกรณีศึกษาที่เกี่ยวข้องกับ Data Management, Business Transformation และ AI & Analytics ตลอดวันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2020 ตั้งแต่ 9:00 น. เป็นต้นไป ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรี

รายละเอียดงานสัมมนา

ชื่องาน: Oracle Cloud Day Online – Asia
Track: Developer Playground
วัน: วันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2020
เวลา: 9:00 – 18:00 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Conference
รายละเอียด: https://www.oracle.com/ph/cloudday/

Oracle Cloud Day Online – Asia เป็นงานสัมมนาออนไลน์ของ Oracle ที่จัดขึ้นในภูมิภาคเอเชีย (รวมประเทศไทย) มีวัตถุประสงค์เพื่ออัปเดตเทคโนโลยีและแนวทางปฏิบัติทางด้าน Data Management, Application Modernization และ AI & Analytics ล่าสุดในยุค Cloud Transformation จุดประกายให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถเพิ่มมูลค่าให้แก่ข้อมูลที่มีอยู่และพลิกโฉมธุรกิจของตนให้ทันสมัย โดยภายในงานจะแบ่งเนื้อหาออกเป็น 4 Tracks ครอบคลุมทั้งเชิงธุรกิจและเชิงเทคนิค รวมไปถึงมีการแชร์กรณีศึกษาที่น่าสนใจ, Demo และ Hands-on Lab ที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้

from:https://www.techtalkthai.com/oracle-cloud-day-online-asia-2020/

เชิญร่วมงาน Developer Playground @ Oracle Cloud Day Online – Asia

Oracle ขอเชิญเหล่า Developer และ Programmer เข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ Developer Playground @ Oracle Cloud Day Online – Asia เพื่ออัปเดตเทรนด์การพัฒนาแอปพลิเคชันล่าสุดในยุคดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็น Cloud-native Apps, Autonomous Development และ Low-code Development พร้อมรับชม Demo และเข้าร่วม Hands-on Lab ตลอดวันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2020 ตั้งแต่ 9:00 น. เป็นต้นไป ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรี

รายละเอียดงานสัมมนา

ชื่องาน: Oracle Cloud Day Online – Asia
Track: Developer Playground
วัน: วันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2020
เวลา: 9:00 – 18:00 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Conference
รายละเอียด: https://www.oracle.com/ph/cloudday/

Oracle Cloud Day Online – Asia เป็นงานสัมมนาออนไลน์ของ Oracle ที่จัดขึ้นในภูมิภาคเอเชีย (รวมประเทศไทย) มีวัตถุประสงค์เพื่ออัปเดตเทคโนโลยีและแนวทางปฏิบัติทางด้าน Data Management, Application Modernization และ AI & Analytics ล่าสุดในยุค Cloud Transformation จุดประกายให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถเพิ่มมูลค่าให้แก่ข้อมูลที่มีอยู่และพลิกโฉมธุรกิจของตนให้ทันสมัย โดยภายในงานจะแบ่งเนื้อหาออกเป็น 4 Tracks ครอบคลุมทั้งเชิงธุรกิจและเชิงเทคนิค รวมไปถึงมีการแชร์กรณีศึกษาที่น่าสนใจ, Demo และ Hands-on Lab ที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้

สำหรับ Developer และ Programmer นั้น มีการแยก Track ออกมาเป็นพิเศษ คือ Developer Playground ซึ่งผู้เชี่ยวชาญจาก Oracle จะมาแนะนำวิธีการพัฒนา Cloud-native Apps อัจฉริยะ, ประโยชน์ของ Autonomous Development และเรียนรู้ Low-code Development โดยใช้ Oracle APEX บน Oracle Autonomous Database พร้อมสาธิตการใช้งานและมี Workshop ให้ลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งท่านจะได้เรียนรู้

  • วิธีสร้าง Autonomous Transaction Processing Instance
  • การใช้ Oracle APEX (Low-code Development Platform) บน Oracle Cloud
  • การสร้าง APEX Workspace
  • การสร้างแอปพลิเคชันจากไฟล์
  • การใช้ Quick SQL เพื่อสร้าง Database Objects
  • การใช้ SQL Developer Web เพื่อเข้าถึง Database Objects และสร้าง Data Model
  • การสร้างและปรับปรุง APEX Applications

ผู้ที่สนใจเข้าร่วม Workshop สามารถดูรายละเอียดและลงทะเบียนได้ที่ https://go.oracle.com/LP=94539

** ลิงค์ลงทะเบียนนี้สำหรับการเข้าร่วม Workshop เวลา 16:00 น. เท่านั้น ถ้าท่านต้องการเข้าร่วมฟังบรรยายอื่นๆ ภายในงาน สามารถลงทะเบียนได้ที่ https://go.oracle.com/LP=95006

from:https://www.techtalkthai.com/developer-playground-at-oracle-cloud-day-online-asia-2020/

Oracle ไตรมาสล่าสุด รายได้ลดลงเล็กน้อย ผลกระทบจากลูกค้าหลายกลุ่มธุรกิจชะลอการลงทุน

ออราเคิลรายงานผลประกอบการ ประจำไตรมาสที่ 4 ตามปีการเงินบริษัท 2020 สิ้นสุดเดือนพฤษภาคม รายได้รวม 10,440 ล้านดอลลาร์ ลดลง 6% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 3,116 ล้านดอลลาร์

รายได้จากค่าบริการบนคลาวด์และค่าสนับสนุนไลเซนส์ เพิ่มขึ้น 1% เป็น 6,845 ล้านดอลลาร์ รายได้จากการขายไลเซนส์คลาวด์และออนพรีมิส อยู่ที่ 1,959 ล้านดอลลาร์

Safra Catz ซีอีโอออราเคิล กล่าวว่ากำไรสุทธิต่อหุ้นของบริษัทเพิ่มขึ้น 5% เป็นผลจากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคลาวด์ นำโดย Fusion Cloud ERP Suite ที่เติบโตถึง 35% ส่วน Fusion Cloud HCM Suite ก็เติบโต 29% ซึ่งตัวเลขจะดีกว่านี้ หากไม่ได้รับผลกระทบจากลูกค้ากลุ่มโรงแรม, ค้าปลีก และขนส่ง ที่ชะลอการลงทุนลงจากผลกระทบของการระบาดของไวรัส

ที่มา: ออราเคิล

Oracle

from:https://www.blognone.com/node/116950

Oracle เปิดตัว Oracle Database Appliance เจเนอเรชันที่ 8 พร้อม Low-code Platform และ AI ให้ใช้ฟรี

Oracle ประกาศเปิดตัว Oracle Database Appliance (ODA) X8 ซึ่งเป็น Integrated System เจเนอเรชันที่ 8 ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้งาน Oracle Database ได้ง่าย สะดวกรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ในราคาที่ถูกกว่าการใช้ฮาร์ดแวร์ยี่ห้ออื่นๆ ทั้งยังผสานเทคโนโลยี Artificial Intelligence และ Machine Learning ตอบโจทย์แนวคิดเรื่อง “Converged Database” และเพิ่มให้บริการ Low-code Development Platform ให้ใช้งานได้ฟรี

Oracle Database Appliance สำหรับ Oracle Database ภายใต้แนวคิด “Simple. Optimized. Affordable”

เป็นที่ทราบกันดีว่าในช่วงหลายทศวรรษนี้ Oracle Database เป็นระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลที่มีฟีเจอร์ครบครัน เสถียร และเร็วที่สุดในโลก จึงมักถูกนำไปใช้ใน Critical Infrastructure ขององค์กร และเพื่อให้องค์กรที่มีงบประมาณและทรัพยากรบุคคลจำกัดสามารถเข้าถึง Oracle Database ได้ง่ายยิ่งขึ้น Oracle จึงได้พัฒนา Oracle Database Appliance (ODA) ซึ่งเป็น Integrated System ที่ผ่านการคำนวณเชิงวิศวกรรมมาเป็นอย่างดี และมีการติดตั้งซอฟต์แวร์พร้อมใช้มาจากโรงงาน เพิ่มปริมาณการใช้ได้แบบ Pay as You Grow ทำให้มีค่า License และ MA ของซอฟต์แวร์ถูกว่าใช้งานบนฮาร์ดแวร์ยี่ห้ออื่นกว่า 50% ที่สำคัญคือสามารถบริหารจัดการทั้งฮาร์ดแวร์ ซอร์ฟแวร์ แอปพลิเคชัน และ Virtual Machine ทั้งหมดได้อย่างง่ายดายผ่านทาง GUI สอดคล้องกับแนวคิด “Simple. Optimized. Affordable”

Oracle Database Appliance มาพร้อมกับชุดการตั้งค่าเริ่มต้นตามแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด (Best Practices) ของ Oracle โดย DBA สามารถเลือกประเภทการใช้งานฐานข้อมูลได้ตามความต้องการ ซึ่งระบบจะดำเนินการปรับแต่งระบบฐานข้อมูลให้พร้อมใช้งานภายใต้สภาวะแวดล้อมตามที่ระบุโดยอัตโนมัติ ช่วยลดระยะเวลาในการเตรียมระบบฐานข้อมูลจากหลักสัปดาห์เหลือเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง ในขณะที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าการใช้ฮาร์ดแวร์ยี่ห้ออื่นถึง 5 เท่า

Oracle Database Appliance X8 VS. DIY เหนือกว่าทั้งประสิทธิภาพและราคา

Oracle Database Appliance เจเนอเรชันที่ 8 ประกอบด้วย 3 โมเดลย่อย ได้แก่ X8-2S, X8-2M และ X8-2-HA ซึ่งเป็นโมเดลพิเศษที่ถูกปรับแต่งมาสำหรับรัน Database แบบคลัสเตอร์ด้วย Real Application Clusters (RAC) สำหรับการใช้งานภายใต้สภาวะแวดล้อมที่ High Availability เป็นปัจจัยสำคัญ Oracle Database Appliance ได้รับการอัปเกรดโดยใช้หน่วยประมวลผล Intel Xeon เจเนอเรชันล่าสุด และมีการขยายขนาดความจุ รวมไปถึงเพิ่มพอร์ตสำหรับเชื่อมต่อ รองรับการใช้งานทั้ง Oracle Database 11gR2, 12c, 18c และ 19c

เมื่อเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายของการใช้ Oracle Database บน Oracle Database Appliance และ DIY Infrastructure (เช่น Converged Infrastructure ยี่ห้ออื่น) พบว่าการใช้ Oracle Database บน DIY Infrastructure ต้องเสียค่า License และ Support สูงกว่าบน Oracle Database Appliance ถึงหลักหลายสิบล้านบาท และมี OpEx สูงกว่าถึง 6.8 เท่าตัว ส่งผลให้ Total Cost of Ownership (TCO) ระยะ 3 ปีสูงกว่าถึง 57%

ในส่วนของประสิทธิภาพการใช้ Database Workload นั้น Oracle Database Appliance X8-2-HA (32 Cores/node) สามารถรองรับ Swingbench (Benchmark สำหรับใช้ทดสอบ Database Workload และทำ Stress Test) ได้ถึง 37,500 Concurrent Transactions ต่อวินาที และมี Response Time โดยเฉลี่ยน้อยกว่า 12.1 มิลลิวินาที

เปิดให้ใช้ APEX Low-Code Platform บน Oracle Database Appliance ฟรี

Low-code Development Platform เป็นชุดเครื่องมือที่ช่วยให้เหล่า Developers สามารถออกแบบและพัฒนาแอปพลิเคชันซอฟต์แวร์ได้อย่างรวดเร็วโดยมีการเขียนโค้ดเองเกิดขึ้นน้อยที่สุด ลดความยุ่งยากในการทำงานกับโค้ดที่มีความซับซ้อนและ Syntax ต่างๆ หลายพันหรือหมื่นบรรทัด ช่วยให้สามารถสร้างแอปพลิเคชันที่มีหน้าตาทันสมัย ทำงานร่วมกับระบบต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย รวมไปถึงจัดการกับข้อมูลและลำดับการทำงานของแอปพลิเคชันได้อย่างสะดวก ตอบโจทย์ความต้องการสร้างคุณค่าใหม่ๆ ให้กับธุรกิจอย่างรวดเร็วและยั่งยืน พร้อมสามารถปรับเปลี่ยนตามความต้องการได้เร็วกว่าการพัฒนาแอปพลิเคชันแบบเดิมเป็นอย่างมาก

สำหรับ Oracle เองเปิดให้บริการ Low-code Development Platform ในนาม Application Express (APEX) ซึ่งสามารถติดตั้งใช้งานบน Oracle Database Appliance ได้ฟรี Developers สามารถพัฒนาแอปพลิเคชันผ่านทางหน้าจอการทำงานแบบ Drag-and-Drop เพียงไม่กี่คลิกเท่านั้น พร้อมเชื่อมต่อกับ Oracle Database ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ทั้งยังมีความมั่นคงปลอดภัยสูง รองรับตั้งแต่การสร้าง Web Apps ที่ใช้งานกันทั่วไป ไปจนถึง Mission-critical Apps ที่ต้องรับภาระงานประมาณมหาศาลระดับหลักหมื่นผู้ใช้

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://apex.oracle.com/en/

ระบบฐานข้อมูลภายใต้แนวคิด “Converged Database”

Oracle Database Appliance และ Oracle Database เวอร์ชันล่าสุดถูกออกแบบมาให้นอกจากจะรองรับ Relational Data แบบดั้งเดิมแล้ว ยังสามารถรองรับ Data Model สมัยใหม่อย่าง Spatial Data สำหรับทำ Location Awareness, JSON สำหรับใช้จัดเก็บข้อมูลเอกสาร, IoT สำหรับทำ Device Integration หรือเทคโนโลยี In-memory สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์อีกด้วย ส่งผลให้ Oracle Database สามารถประมวลผล Workload ได้ทุกรูปแบบ ตั้งแต่ IoT, Blockchain, Analytics และ Machine Learning ตอบโจทย์การพัฒนาแอปพลิเคชันในปัจจุบันที่ใช้หลักการ Microservices, Events, REST, SaaS หรือ CI/CD

ด้วยแนวคิดเรื่องการผสาน Data Model และ Workload ประเภทต่างๆ ทั้งสมัยใหม่และสมัยเก่าเข้าด้วยกันภายในระบบฐานข้อมูลเดียว ก่อให้เกิดเป็น “Converged Database” ทำให้องค์กรสามารถบริหารจัดการ Data Model และ Workload ทั้งหมดได้ภายใต้ระบบ Oracle Database เพียงระบบเดียว ลดความยุ่งยากเรื่องการจัดการและดูแลระบบจัดเก็บข้อมูลที่แยกจากกันหลายๆ ระบบซึ่งอาจมีปัญหาเรื่องการผสานการทำงานร่วมกันหรือปัญหาด้านความมั่นคงปลอดภัยตามมา

จุดเด่นสำคัญอีกอย่างของแนวคิด Converged Database คือ การทำงานร่วมกันระหว่างแต่ละ Data Model และ Workload ได้สะดวกและรวดเร็ว เช่น กรณีที่มี Machine Learning และ Spatial Data ใน Oracle Database องค์กรสามารถทำ Predictive Analytics บน Spatial Data นั้นๆ ได้ทันที ปัจจุบันนี้ Oracle Database รองรับการจัดเก็บข้อมูลทั้ง Machine Learning, Blockchain, Graph, Spatial, JSON, REST, Events, Editions และ IoT Streaming ภายในแพลตฟอร์มเดียวโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม

เริ่มใช้เทคโนโลยี Machine Learning กว่า 30 แบบบนฐานข้อมูลได้ฟรีทันที

อัปเกรด Oracle Database เพื่อเริ่มใช้งาน Oracle Machine Learning บนฐานข้อมูลได้ฟรีทันที โดย Oracle Machine Learning ใช้แนวคิดการนำอัลกอริธึม Machine Learning ที่มีให้เลือกมากกว่า 30 รูปแบบไปใช้งานบนข้อมูลที่ถูกจัดเก็บอยู่ภายใน Oracle Database โดยตรง ลดเวลาที่สูญเสียไปในการโยกย้ายข้อมูลโดยเปล่าประโยชน์ ทั้งยังช่วยรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล และเพิ่มความเร็วในการสร้างโมเดลอีกด้วย นอกจากนี้ Oracle Machine Learning ยังมี API สำหรับผสานการทำงานร่วมกับ SQL, R และ Python (เร็วๆ นี้) สำหรับการพัฒนาโปรเจ็กต์ Data Science ขนาดใหญ่ซึ่งรองรับทั้งการใช้งานแบบ On-premises และบน Cloud

และด้วยแนวคิด Multi-model, Converged Database ของ Oracle ที่รองรับการจัดเก็บข้อมูลหลายๆ ประเภทและหลายๆ โมเดลไว้บนแพลตฟอร์มเดียวกัน ทำให้สามารถเรียกใช้อัลกอริธึม Machine Learning บนข้อมูลเหล่านั้นทั้งหมดได้ทันที ลดความยุ่งยากและค่าใช้จ่ายในการสร้างและบริหารจัดการฐานข้อมูลสำหรับใช้กับแต่ละฟังก์ชันการวิเคราะห์

ปัจจุบันนี้ Oracle Machine Learning มีอัลกอริธึมให้เลือกให้งานได้ฟรีมากกว่า 30 แบบ เช่น Regression, Classification, Time Series, Clustering, Feature Extraction, Anomaly Detection เป็นต้น

สนใจ Free workshop หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ODA product ติดต่อ 065-994-6399 หรือ Napapat.s@oracle.com

from:https://www.techtalkthai.com/oracle-introduces-oda-x8-with-low-code-platform-and-ai/

Java ฉลองครบ 25 ปี, Oracle ยืดระยะซัพพอร์ต Java SE 8 ให้ถึงสิ้นปี 2030

Oracle ประกาศฉลอง Java อายุครบ 25 ปี (เปิดตัวครั้งแรกปี 1995) ด้วยสโลแกน “Our World. Moved by Java.” และประกาศยืดอายุซัพพอร์ตของ Java SE 8

  • Java SE 8 SE สำหรับผู้ใช้ทั่วไป (ฟรี) แผนเดิม หยุดอัพเดตเดือนธันวาคม 2020 เปลี่ยนเป็น อัพเดตให้ต่อเนื่องอย่างไม่มีกำหนดสิ้นสุด (indefinitely) โดยสัญญาว่าจะแจ้งก่อน 18 เดือนเมื่อกำหนดวันสิ้นสุดได้แล้ว
  • Java SE 8 เชิงพาณิชย์ (เสียเงิน) แผนเดิม อัพเดตและซัพพอร์ตให้ถึงเดือนมีนาคม 2025 เปลี่ยนเป็นเดือนธันวาคม 2030
  • Java Web Start ให้บริการซัพพอร์ตเชิงพาณิชย์ถึงเดือนธันวาคม 2030, ใช้งานส่วนตัวได้เท่าอายุของ Java SE 8 ที่ยังไม่กำหนดวัน
  • JavaFX แผนเดิม ซัพพอร์ตถึงเดือนมีนาคม 2022 ขยายเป็นเดือนมีนาคม 2025, ยืนยันว่ายังพัฒนาโครงการ OpenJFX ต่อไป

ปัจจุบัน Java ใช้ระบบการออกรุ่นใหม่ทุก 6 เดือน เวอร์ชันล่าสุดในตอนนี้คือ Java 14 แต่จะมีรุ่น LTS ที่มีระยะซัพพอร์ตยาวนานให้องค์กรใช้กัน โดย LTS รุ่นล่าสุดคือ Java 11 ที่ใช้ได้นานถึงปี 2026

ที่มา – Oracle (1), Oracle (2)

No Description

from:https://www.blognone.com/node/116350

พบช่องโหว่บน iPlanet Web Server เวอร์ชัน 7 เตือนผู้เกี่ยวข้องควรหาทางป้องกัน

iPlanet เป็น Web Server ค่าย Oracle ซึ่งล่าสุดมีการพบช่องโหว่ใหม่ 2 รายการบน iPlanet เวอร์ชัน 7.0.x ซึ่งนำไปสู่การเปิดเผยข้อมูลและการ Inject รูปภาพ จึงแนะนำให้ผู้ที่ยังใช้งานหาทางป้องกันเนื่องจากเวอร์ชันนี้เก่าจน Vendor ไม่ออกแพตช์แล้ว

Credit: ShutterStock.com

ช่องโหว่ 2 รายการคือ

  • CVE-2020-9315 – เป็นช่องโหว่ที่คนร้ายสามารถเข้าไปยังเพจเป้าหมายผ่านทาง Admin GUI URL โดยไม่มีการพิสูจน์ตัวตน ทำให้อาจเปิดเผยข้อมูลในการตั้งค่าได้
  • CVE-2020-9314 – เป็นบั๊กต่อเนื่องจากที่มาจากการอุดช่องโหว่ไม่สมบูรณ์ใน CVE-2012-0516 ซึ่งสามารถใช้พารามิเตอร์ ‘productNameSrc’ ในหน้าคอนโซลเข้ามา Inject รูปภาพในโดเมนได้

ประเด็นคือ iPlanet 7.0.x ได้สิ้นสุดระยะเวลาการดูแลไปแล้ว ทำให้คาดว่าไม่น่าจะมีแพตช์ใดๆ ออกมา รวมถึงยังไม่แน่ว่าจะมีช่องโหว่กับเวอร์ชันก่อนหน้าด้วยหรือไม่ แต่นักวิจัยเผยว่า Glassfish และ Eclipse ที่มีการแชร์โค้ดบางส่วนร่วมกันกับ iPlanet ไม่ได้รับผลกระทบ ด้วยเหตุนี้หากใครยังใช้อยู่ควรดูแลตัวเองด้วยการจำกัดการเข้าถึงหรืออัปเกรตเวอร์ชันใหม่ได้แล้ว

ที่มา :  https://www.zdnet.com/article/data-leak-phishing-security-flaws-exposed-in-oracle-iplanet-web-server/

from:https://www.techtalkthai.com/oracle-web-server-iplanet-7-0-vulnerabilities/