คลังเก็บป้ายกำกับ: ORACLE

รู้จัก Oracle Cloud VMware Solutions อีกทางเลือกในการก้าวสู่การทำ Hybrid Cloud ด้วยโซลูชันจาก Oracle และ VMware

เดิมทีนั้นสำหรับธุรกิจองค์กรที่มีการใช้งานระบบ Virtualization จาก VMware ร่วมกับ Business Application และ Database จาก Oracle นั้น มักประสบปัญหาการเลือกใช้บริการ Cloud ที่รองรับเทคโนโลยีทั้งสองส่วนนี้ได้ยากทั้งในเชิง Infrastructure, เชิงเทคนิค และเชิงของราคา การก้าวสู่ Cloud ของธุรกิจในกลุ่มนี้จึงถือเป็นการตัดสินใจที่ยาก และมีกระบวนการย้ายระบบที่ค่อนข้างซับซ้อนตามมา

แน่นอนว่าทั้ง Oracle และ VMware ในฐานะของผู้พัฒนาโซลูชันชั้นนำสำหรับธุรกิจองค์กรเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ทั้งคู่จึงได้ร่วมมือกันและเปิดตัวบริการ Oracle Cloud VMware Solutions (OCVS) อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนสิงหาคม 2020 ที่ผ่านมานี้ ด้วยการผสานเทคโนโลยีของทั้งคู่เข้าด้วยกัน พร้อมทีมบริการจาก Oracle Cloud ที่จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าทุกประสบการณ์การใช้งานโซลูชันนี้จะเป็นไปได้อย่างราบรื่น Support การทำงาน Oracle Applications บน VMware, ตอบโจทย์การทำ Hybrid Cloud ระหว่าง On-Premise และ Oracle Cloud Infrastructure ได้อย่างมั่นใจ และสามารถต่อยอดด้วยเทคโนโลยีที่หลากหลายบน Oracle Cloud เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าได้อย่างเต็มที่

Oracle Cloud VMware Solutions: ระบบ VMware SDDC แบบครบวงจรบน Oracle Cloud ที่พร้อมช่วยให้ธุรกิจองค์กรก้าวสู่ Hybrid Cloud ได้ทันที

credit : Oracle

เบื้องหลังของ Oracle Cloud VMware Solutions นี้ก็คือการใช้เทคโนโลยี VMware Software-Defined Data Center (SDDC) ติดตั้งบน Physical Server หรือที่เรียกว่า Bare Metal Host บน Oracle Cloud นั่นเอง ทำให้ระบบนี้ทำงานแบบ Single-Tenant คือไม่มีการแบ่งปันทรัพยากรกับผู้ใช้งาน Oracle Cloud รายอื่นๆ เลย ทำให้สามารถตอบโจทย์ของธุรกิจองค์กรที่เข้มงวดเรื่องความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลหรือการตอบโจทย์ Compliance ได้เป็นอย่างดี โดยภายใน VMware SDDC ที่ใช้งานภายในโซลูชัน Oracle Cloud VMware Solutions นี้มีส่วนประกอบดังนี้

  • VMware vSphere ระบบ Virtualization จาก VMware ที่ประกอบไปด้วย VMware ESXi และ VMware vSphere
  • VMware NSX-T Data Center สำหรับการทำ Virtual Networking & Security ซึ่งประกอบไปด้วย NSX Manager, NSX-T Local Manager, NSX-T Controller และ NSX-T Edge
  • VMware vSAN ระบบ Software-Defined Storage ที่ผสานรวมเอา Local Storage ของ Bare Metal Server ในระบบเข้าด้วยกันเป็น Shared Datastore สำหรับให้ VM ใช้งาน
  • VMware HCX หรือ Hybrid Cloud Extension ที่มีบทบาทในการทำให้การย้าย Workload จากระบบ On-Premises มาสู่ Cloud เป็นไปได้อย่างราบรื่นและง่ายดาย

จะเห็นได้ว่าในเชิงโครงสร้างพื้นฐานเบื้องต้นนั้น Oracle Cloud VMware Solutions เลือกที่จะใช้เทคโนโลยีจาก VMware Cloud Foundation ร่วมกับ Bare Metal Cloud System โดยตรงทั้งหมดเพื่อให้ประสบการณ์ของผู้ใช้งานและการออกแบบระบบนั้นเป็นเหมือนกับการใช้งานภายใน On-Premises Data Center เลย ทำให้ระบบมีความซับซ้อนน้อยที่สุด และมั่นใจได้ในประสิทธิภาพของระบบนั่นเอง

การเริ่มต้นใช้งาน Oracle Cloud VMware Solutions นี้จะมากับ Bare Metal hosts จำนวน 3 เครื่อง และสามารถเพิ่มขยายสูงสุดได้ 64 เครื่องต่อระบบ ซึ่งในการเริ่มต้นใช้งานที่ 3 เครื่องนี้องค์กรจะได้รับทรัพยากรในการประมวลผลได้แก่ 156 OPCUs, 2304 GB Physical Memory และ 153 TB NVMe-based Raw Storage ซึ่งก็ถือว่าเพียงพอต่อการรองรับ Workload ได้หลากหลายชนิดแล้ว

สำหรับการ Provision ระบบขึ้นมาครั้งแรก ผู้ใช้งานสามารถทำผ่าน Oracle Cloud Infrastructure Console ได้ทันทีทั้งหมด จนเมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการตั้งค่าเบื้องต้นแล้ว การบริหารจัดการก็จะสามารถทำผ่าน VMware vCenter ภายในระบบได้เลย และจุดเด่นอีกข้อที่ทำให้ Oracle Cloud VMware Solutions (OCVS) แตกต่างจากเจ้าอื่นคือผู้ใช้งานนั้นจะมี Full Administrative control บน VMware environment ภายใต้ tenancy ที่เราดูแลอยู่ เช่น กำหนด version control ของ vSphere, การเข้าถึง OS ซึ่งจะทำให้การดูแลและจัดการใกล้เคียงกับ VMware บน On-premise มาก

โดยสรุปแล้ว Oracle Cloud VMware Solutions นี้มีจุดเด่นที่ตอบโจทย์ต่อการนำไปใช้งานในฐานะบริการ Cloud สำหรับธุรกิจองค์กรหลากหลายประการ ได้แก่

  • การย้ายระบบได้ง่ายไม่ต้องมีการแก้ไขโค้ด เนื่องจากเทคโนโลยีเบื้องหลังนั้นเป็นระบบของ VMware แบบเดียวกับที่ใช้งานอยู่ภายในธุรกิจองค์กร ผู้ดูแลระบบจึงสามารถทำการย้าย Workload ระหว่างกันได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องแก้ไขสิ่งใด
  • มีระบบแยกเฉพาะเป็นของตนเอง ไม่ต้องแบ่งปันทรัพยากรกับผู้ใช้บริการ Cloud รายอื่นๆ จึงมั่นใจได้ในความมั่นคงปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว รวมถึงยังสามมารถปรับแต่งการตั้งค่าการทำงานและการกำหนดสิทธิ์ได้ตามต้องการ
  • ติดต่อ Oracle เพียงรายเดียวสำหรับทั้งการจัดซื้อและการรับบริการหลังการขาย ไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดความวุ่นวายแต่อย่างใด
  • ใช้ทักษะเดิมในการทำงานได้ทันที เพราะระบบของ Oracle Cloud VMware Solutions นี้เป็นระบบแบบเดียวกับที่ใช้งานในธุรกิจองค์กร ผู้ดูแลระบบจึงสามารถใช้ความรู้ที่มีอยู่ทางด้าน vSphere, vCenter, vSAN และ NSX ทั้งหมดได้ทันที พร้อมทั้งยังบริหารจัดการทั้ง Cloud และ On-Premise ร่วมกันได้บน VMware vCenter
  • ปรับระบบ Cloud ให้มีสภาพแวดล้อมแหมือนภายในองค์กรได้ ทำให้ธุรกิจองค์กรสามารถควบคุมรุ่นของซอฟต์แวร์ภายในระบบ Cloud ให้เหมือนกับที่ใช้งานอยู่ภายในธุรกิจองค์กร และทำงานได้อย่างราบรื่น โดยปัจจุบันนี้ Oracle Cloud VMware Solutions รองรับ vSphere รุ่น 6.5 และ 6.7 และจะขยายสู่เวอร์ชันถัดๆไปในอนาคต
  • ออกแบบตามมาตรฐานที่ VMware รับรอง (VMware Validated Design) บนเครื่องทีได้รับการรับรองจาก VMware (VMware Certified Hardware) ทำให้มั่นใจได้ว่าการทำงานร่วมกันของระบบแต่ละส่วนสามารถทำงานร่วมกันได้ดี และมีประสิทธิภาพ
  • ทำ Data Center Extension หรือ Disaster Recovery ได้บน Oracle Cloud Data Center ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นการ Replicate ข้อมูลหรือ Backup ก็ตาม ธุรกิจองค์กรสามารถเลือกนำข้อมูลไปวางบน Oracle Cloud Region ที่ตนเองต้องการได้อย่างอิสระ
  • ควบคุมได้อย่างเต็มที่ เพราะระบบนี้เป็นของคุณทั้งหมด จึงสามารถเลือกใช้รุ่นของ vSphere ที่ต้องการ, เข้าถึงระบบปฏิบัติการที่ติดตั้งในฮาร์ดแวร์แต่ละชุดเพื่อปรับแต่งการทำงานในเชิงลึก ไปจนถึงการเข้าถึงทรัพยากรอื่นๆ
  • มีระบบที่ทรงพลัง ด้วยฮาร์ดแวร์ประสิทธิภาพสูงที่มีหน่วยประมวลผลมากถึง 156 Cores ให้ใช้งานภายใน 3 Node และเพิ่มขยายสูงสุดได้ถึง 64 Node ต่อ Cluster รองรับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคตได้อย่างยืดหยุ่น

ต่อยอด Oracle Cloud VMware Solutions ด้วยเทคโนโลยีจาก Oracle Cloud

แน่นอนว่าจุดเด่นที่ทำให้ Oracle Cloud VMware Solutions เหนือกว่าโซลูชัน VMware Cloud อื่นๆ นั้นก็คือความสามารถในการใช้เทคโนโลยีของ Oracle นั่นเอง ซึ่งภายใน Oracle Cloud ก็มีทั้งบริการและ Hardware ที่สามารถนำมาใช้งานร่วมกับ Oracle Cloud VMware Solutions ได้หลากหลาย ดังนี้

  • Container & Microservices โดยภายใน Oracle Cloud นั้นมีบริการ Container Engine for Kubernetes และ Oracle Functions แบบ serverless ให้สามารถใช้งานเพื่อค่อยๆ เปลี่ยน Workload แบบเดิมมาสู่สถาปัตยกรรมที่ทันสมัยขึ้นได้
  • Cloud Database Management บน Oracle Cloud นี้มีบริการ Database ให้เลือกใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Oracle Exadata Cloud Service, Autonomous Data Warehouse, Autonomous Transaction Processing, Oracle NoSQL Database และอื่นๆ อีกมากมาย
  • Business Analytics & Data Science แน่นอนว่าบน Oracle Cloud นี้ยังมีเครื่องมือสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลอยู่มากมาย เช่น Oracle Analytic Cloud, Oracle Big Data Service, Oracle Data Science Platform อีกทั้งยังมี GPU ให้ใช้เพื่อรองรับการประมวลผลประสิทธิภาพสูงได้อีกด้วย
  • Block, Object, File & NVMe Storage เพื่อรองรับการจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบต่างๆ ให้สามารถนำมาใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและเหมาะสมสูงสุด

บริการเหล่านี้สามารถช่วยเติมเต็มความต้องการในการบริหารจัดการและการประมวลผลข้อมูลของธุรกิจองค์กรได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้การก้าวสู่การใช้ Oracle Cloud VMware Solutions นี้สามารถต่อยอดไปสู่การนำข้อมูลมาใช้สร้างคุณค่าต่อธุรกิจได้ในระยะยาว และเปิดรับต่อเทคโนโลยีใหม่ๆ ทางด้าน Data Analytics, Machine Learning และ AI ได้นั่นเอง

แนวทางหนึ่งที่ Oracle แนะนำนั้นก็คือในช่วงแรกเริ่มนั้น ให้ธุรกิจองค์กรทำการย้าย Workload ระบบงานเดิมที่มีอยู่ขึ้นมายัง Oracle Cloud VMware Solutions โดยไม่ต้องมีเปลี่ยนแปลงการทำงานใดๆ ก่อน จนเมื่อระบบนิ่งแล้ว จึงค่อยเปิดบริการอื่นๆ บน Oracle Cloud เข้ามาต่อยอดหรือทดแทนระบบเดิมบางส่วน เพื่อเป็นการปรับให้ระบบมีสถาปัตยกรรมที่ทันสมัยขึ้น และสามารถรองรับการจัดการข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและทดสอบการใช้งาน Oracle Cloud VMware Solutions

ผู้ที่สนใจสามารถทำการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Oracle Cloud VMware Solutions ได้ที่ https://www.oracle.com/cloud/compute/vmware/ และสามารถติดต่อทีมงาน Oracle ในประเทศไทยเพื่อขอคำปรึกษาหรือทดสอบการใช้งานจริงได้ทันทีที่อีเมล์ pornpen.phichedwattana@oracle.com

เกี่ยวกับ VMware Cloud Provider Program (VCPP)

โครงการ VCPP นี้คือโครงการที่ได้ผสานรวมเอาบริการ VMware Software-as-a-Service เข้ากับเหล่าผู้ให้ริการ VMware Service Provider Partners ทั่วโลก เพื่อให้ธุรกิจองค์กรต่างๆ สามารถใช้งานบริการ Cloud ที่มีเทคโนโลยีของ VMware เป็นเบื้องหลังได้ผ่านทางผู้ให้บริการที่มีมาตรฐาน

ปัจจุบันในประเทศไทยมีผู้ให้บริการด้าน IT ที่ได้เข้าร่วมโครงการ VCPP มากกว่า 20 รายแล้ว ดังนั้นธุรกิจไทยจึงสามารถเลือกใช้งานบริการ Cloud ภายในประเทศที่ให้บริการเทคโนโลยีของ VMware และเชื่อมต่อระบบ Data Center ภายในธุรกิจองค์กรเข้ากับบริการ Cloud เหล่านี้สู่ภาพของ Hybrid Cloud หรือทำ Disaster Recovery ได้ทันที โดยมีทีมงานคนไทยคอยให้บริการแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างใกล้ชิด

ผู้ที่สนใจใช้บริการ VMware ในรูปแบบของการคิดค่าใช้จ่ายตามจริง สามารถติดต่อทีมงานของ VMware ประจำประเทศไทยได้ที่คุณปลา 081-913-3347 หรืออีเมล์ kemwat@vmware.com หรือสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ VCPP ได้ที่ https://www.vmware.com/partners/service-provider.html และสามารถตรวจสอบสถานะของบริษัทต่างๆ ที่เป็น VCPP ได้ที่ https://cloud.vmware.com/providers/

from:https://www.techtalkthai.com/oracle-cloud-vmware-solutions-the-hybrid-cloud-by-oracle-and-vmware/

Oracle Webinar: เปิดตัว MySQL Database Service พร้อม HeatWave บริการ Real-time Analytics ใหม่ล่าสุด

Oracle ขอเรียนเชิญนักพัฒนาและผู้ดูแลระบบ Database เข้าร่วม Oracle Webinar เรื่อง “เปิดตัว MySQL Database Service พร้อม  HeatWave บริการ Real-time Analytics ใหม่ล่าสุด” ซึ่งจะช่วยยกระดับการใช้ฐานข้อมูลบน Cloud และการทำ Real-time Analytics ไปอีกขึ้น ในวันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2021 เวลา 14:00 น. โดยมีรายละเอียดการขั้นตอนการลงทะเบียน ดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: เปิดตัว MySQL Database Service พร้อม  HeatWave บริการ Real-time Analytics ใหม่ล่าสุด
ผู้บรรยาย: Phakaporn Warawit, MySQL Enterprise Sales – ASEAN / Ryan Kuan
MySQL Solution Engineer – ASEAN และ Adulkit Trakulcholchart
Data Extreme Co., Ltd. – Managing Director
วันเวลา: วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2021 เวลา 14:00 – 16:00 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
ลิงค์ลงทะเบียน: https://go.oracle.com/LP=104648

ปลายปี 2020 ที่ผ่านมา Oracle ได้เปิดตัว MySQL Database Service ซึ่งเป็นบริการ MySQL ใหม่ล่าสุดที่ทำงานบน Cloud ถูกพัฒนา บริหารจัดการ และซัพพอร์ตโดย MySQL Team 100% เพิ่มความสะดวกสบายในการทำ Provisioning, Patches, Upgrades และ Backup & Restore ทั้งยังสามารถขยายระบบฐานข้อมูลได้ง่าย แต่ยังคงไว้ซึ่งความมั่นคงปลอดภัย ในขณะที่ค่าใช้จ่ายถูกกว่าการบริการ RDS ในท้องตลาดถึง 3 เท่า

เข้าร่วม Webinar นี้เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับ

  • MySQL Database Service – วิธีการ Provision และ Migrate ข้อมูลจาก RDS และ Cloud Database อื่นๆ
  • รู้จัก Heatwave บริการ Real-time Analytics ใหม่ล่าสุดบน MySQL Database Service
  • เปรียบเทียบ MySQL Database Service และ Heatwave กับบริการอื่นๆ ในท้องตลาด
  • แนะนำ Use Cases และสาธิตการใช้งาน
  • ถามตอบโดยผู้เชี่ยวชาญจาก Oracle MySQL

from:https://www.techtalkthai.com/oracle-webinar-mysql-database-service-and-heatwave/

Microsoft, Salesforce, Oracle ร่วมทำบันทึกสถานะการฉีดวัคซีน COVID-19 แบบดิจิทัล

หน่วยงานสุขภาพไม่แสวงหากำไร CARIN Alliance, Cerner, Change Healthcare, The Commons Project Foundation, Epic, Evernorth, Mayo Clinic, MITER, Oracle, Safe Health และบริษัทเทคโนโลยีคือ Microsoft, Salesforce, Oracle เข้าร่วมโครงการ The Vaccination Credential Initiative (VCI) สร้างระบบบันทึกสถานะการฉีดวัคซีน COVID-19 ของแต่ละคนในรูปแบบดิจิทัล

เป้าหมายของ VCI คือ สร้างมาตรฐานและให้ข้อมูลรับรองการฉีดวัคซีนในรูปแบบดิจิทัลที่คนสามารถเข้าถึงได้อย่างปลอดภัย และทำงานร่วมกันได้ เพราะในอนาคตจะมีการตรวจสอบสถานะการฉีดวัคซีนมากขึ้นเพื่อการกลับไปใช้ชีวิตปกติ ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงาน โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว

ในประกาศแถลงบอกว่า ระบบบันทึกการฉีดวัคซีนในปัจจุบันยังเข้าถึงและแชร์ข้อมูลระหว่างกันได้ไม่ดีพอ แนวร่วม VCI จึงต้องร่วมกันพัฒนาและกำหนดมาตรฐานการเข้าถึงข้อมูล และทำงานร่วมกันได้ตามมาตรฐาน W3C Verifiable Credential และ HL7 FHIR (มาตรฐานสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพระดับสากล) ตัวสำเนาดิจิทัลสามารถเก็บไว้มือถือ กระเป๋าเงินดิจิทัล หรือคนที่ไม่มีอุปกรณ์ ก็ต้องมีกระดาษที่พิมพ์ด้วยรหัส QR ที่มีข้อมูลรับรองที่ตรวจสอบได้ตามมาตรฐาน W3C

No Description
ภาพจาก VCI

ตอนนี้แต่ละประเทศเริ่มมองหาระบบจัดการข้อมูลวัคซันเอง เช่น ทางการลอสแองเจลิสมีแผนที่จะให้คนฉีดวัคซีนแล้ว จัดเก็บหลักฐานการฉีดใน Apple Wallet บน iPhone, ประเทศจีนเปิดตัวแอปพลิเคชั่นที่แสดงว่าบุคคลนั้นไม่มีอาการใดๆ เพื่อที่จะเช็คอินในโรงแรมหรือใช้รถไฟใต้ดิน, ในชิลีคนที่หายจาก COVID-19 แล้วจะได้รับใบรับรอง เป็นต้น

จนถึงตอนนี้ ยังมีไม่กี่ประเทศในโลกที่เริ่มฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชน และจากการสำรวจความเห็นคนอังกฤษพบว่า ผู้คนบางส่วนยังไม่อยากฉีดวัคซีนด้วยปัจจัยหลายอย่าง เช่น ไม่แน่ใจเรื่องประสิทธิภาพ กังวลเรื่องผลกระทบข้างเคียง

ที่มา – Business Wire, CNBC

from:https://www.blognone.com/node/120627

เปิดตัว Oracle Database 21c พร้อมความสามารถ Immutable Blockchain Table

Oracle ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Oracle Database 21c แล้วอย่างเป็นทางการ โดยมีการเสริมนวัตกรรมใหม่ๆ เข้าไปมากกว่า 200 รายการ เพื่อให้รองรับการใช้งานสำหรับ Multi-Model, Multi-Workload และ Multi-Tenant ได้อย่างครบถ้วนในระบบเดียว ซึ่งความสามารถใหม่ที่โดดเด่นของ Oracle Database 21c นี้ได้แก่

Credit: Oracle
  • Immutable Blockchain Tables สามารถสร้าง Table ที่ทำการ Insert ได้อย่างเดียว โดยแต่ละบรรทัดจะถูกผสานเข้าด้วยกันแบบ Cryptographically Chained ทำให้สามารถตรวจจับและยับยั้งการปลอมแปลงข้อมูลเข้าไปยัง Oracle Database โดยตรงได้
  • Native JSON Data Type สามารถอ่านข้อมูล JSON ได้เร็วขึ้น 10 เท่าและอัปเดตได้เร็วขึ้น 4 เท่า
  • AutoML for In-Database Machine Learning สร้าง Machine Learning Model โดยอัตโนมัติได้ด้วย AutoML และทำงานได้อย่างมปีระสิทธิภาพในแบบ In-Database
  • In-Database JavaScripting เพิ่ม Graal Multilingual Engine ฝังเข้าไปในระบบ ทำให้สามารถใช้ JavaScript วิเคราะห์ข้อมูลใน Databases ได้โดยตรง และยังสั่งเรียก SQL ได้โดยตรงจาก JavaScript โดยมีการแมป Data Type ให้ตรงกันโดยอัตโนมัติ
  • Persistent Memory Support รองรับการใช้ PMEM สำหรับการเก็บ Data และ Redo Log ได้ ทำให้มีประสิทธิภาพการทำงานที่สูงขึ้น
  • Higher Performance Graph Model รองรับการจัดการ Data Model ที่ใช้ความสัมพันธ์ของข้อมูลเป็นหลักได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
  • Database In-Memory Automation ทำการปรับแต่งประสิทธิภาพของตนเองโดยอัตโนมัติเพื่อให้การเข้าถึงข้อมูลผ่านทาง In-Memory Column Store รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • Sharding Automation ทำ Database Sharding ได้ง่ายขึ้นโดยมี Sharding Advisor Tool สำหรับประเมิน Database Schema และ Workload Charateristic เพื่อแนะนำการออกแบบ Sharding ที่ดีที่สุดให้

ผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Oracle Database 21c สามารถศึกษาข้อมูลได้ที่ https://www.oracle.com/database/

นอกจากนี้ Oracle เองก็ยังประกาศเปิดตัว Oracle APEX Application Development ซึ่งเป็นบริการ Low-Code Service สำหรับการพัฒนา Application แบบ Data-Driven สำหรับธุรกิจองค์กรได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายบน Web Browser ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.oracle.com/news/announcement/oracle-apex-application-development-service-011321.html

ที่มา: https://www.oracle.com/news/announcement/oracle-database-21c-011321.html

from:https://www.techtalkthai.com/oracle-database-21c-is-announced/

Oracle Linux เสนอตัวเป็นทางออกให้ผู้ใช้ CentOS อัพเดตฟรี เข้ากันได้ 100% กับ RHEL

จากกรณี Red Hat เตรียมทิ้ง CentOS 8 ส่งผลให้ผู้ก่อตั้งโครงการ CentOS หนีไปสร้างโครงการใหม่ Rocky Linux ใช้ทดแทน

อีกทางออกหนึ่งที่ฟังชื่อแล้วไม่น่าเป็นไปได้ (แต่ก็เกิดขึ้นจริงแล้ว) คือ Oracle เสนอตัวเป็นทางเลือกให้ผู้ใช้ CentOS

จริงๆ แล้ว [Oracle มีโครงการ Oracle Linux มาตั้งแต่ปี 2006 โดยเป็นการนำซอร์สโค้ดของ RHEL มาคอมไพล์เป็นดิสโทรของตัวเองลักษณะเดียวกับ CentOS

จุดเปลี่ยนสำคัญคือ Oracle ตัดสินใจแจกอัพเดตไบนารีฟรีต่อสาธารณะ โดยหารายได้จากการขายซัพพอร์ตเพียงอย่างเดียวเท่านั้น (ต่างจาก Red Hat ที่ขาย subscription สำหรับคนที่ต้องการอัพเดตไบนารี)

No Description

เมื่อโครงการ CentOS กำลังจะตายจากไป ทำให้ Oracle ออกมาประกาศว่าเรายังเป็นทางเลือกที่ดีอยู่สำหรับคนที่ต้องการใช้ RHEL แบบอัพเดตฟรี เพราะไบนารีใช้แทนกันได้ 100% และสัญญาว่าจะอัพเดตเวอร์ชันย่อยตามหลัง RHEL ภายใน 5 วันทำการ, เวอร์ชันใหญ่ภายใน 3 เดือน

จุดต่างที่สำคัญคือเคอร์เนลที่ Oracle Linux มีให้เลือก 2 ตัวคือ เคอร์เนลของ Red Hat (Red Hat Compatible Kernel – RHCK) กับเคอร์เนลของ Oracle เอง (Unbreakable Enterprise Kernel – UEK) ที่ชูจุดเด่นเรื่องประสิทธิภาพและรองรับการสเกลที่มากกว่า (เคอร์เนลทั้งสองแบบเข้ากันได้กับ RHEL 100%)

ในโอกาสนี้ Oracle ยังออกคู่มือและสคริปต์ที่ช่วยย้ายจาก CentOS 6, 7, 8 มาสู่ Oracle Linux เวอร์ชันเทียบเคียงกันได้ ลิงก์

ที่มา – Oracle

from:https://www.blognone.com/node/120090

Oracle ประกาศย้ายสำนักงานใหญ่จากแคลิฟอร์เนียไปอยู่เท็กซัส

Oracle ประกาศย้ายที่ตั้งของสำนักงานใหญ่จาก Redwood City รัฐแคลิฟอร์เนีย ไปอยู่ที่ Austin ในรัฐเท็กซัส โดยให้เหตุผลแบบกว้างๆ ว่าเพื่อความยืดหยุ่นในการทำงานของพนักงาน

การย้ายสำนักงานใหญ่เป็นเรื่องปกติของบริษัทในสหรัฐ ส่วนใหญ่มาจากเหตุผลด้านภาษีในแต่ละรัฐที่แตกต่างกัน และรัฐบาลท้องถิ่นอาจให้ข้อผ่อนปรนพิเศษ (เช่น ลดภาษีหรือมาตรการอื่น) เพื่อจูงใจให้บริษัทขนาดใหญ่ย้ายสำนักงานใหญ่มา ดังเช่นกรณีของ Amazon HQ2

บริษัทที่ตั้งอยู่ย่าน Silicon Valley หลายรายเริ่มประสบปัญหาเรื่องค่าครองชีพและที่อยู่อาศัยแพงขึ้นเรื่อยๆ จนถูกบีบให้ต้องขยายสำนักงานที่อื่น หรือย้ายสำนักงานใหญ่ไปอยู่ที่อื่น ซึ่งเท็กซัสถือเป็นอีกพื้นที่ยอดนิยมสำหรับบริษัทที่ต้องการย้ายออก

ก่อนหน้านี้เพิ่งมี HPE ที่ประกาศย้ายสำนักงานใหญ่จาก San Jose ออกไปอยู่ที่ Houston ในเท็กซัส และ Tesla ที่ย้ายไปอยู่เท็กซัสเพราะไม่พอใจกฎระเบียบของแคลิฟอร์เนีย

No Description

กรณีของ Oracle ไม่ได้ระบุชัดเจนว่ามีเรื่องภาษีด้วยหรือไม่ แต่บริษัทบอกว่าพนักงานสามารถเลือกได้ว่าจะยังทำงานที่ Redwood City ต่อไปได้ บริษัทยังมีฮับขนาดใหญ่ในหลายเมืองทั่วสหรัฐ รวมถึงอนุญาตให้เลือก work from home ทั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้เช่นกัน

Oracle ถือเป็นอีกตำนานของ Silicon Valley เพราะก่อตั้งที่เมือง Santa Clara ในแคลิฟอร์เนีย และตั้งสำนักงานใหญ่อยู่บริเวณแถบนี้มานานถึง 43 ปี โดยตึกหลักของ Oracle ทำเป็นรูปทรงกระบอก คล้ายกับสัญลักษณ์ของ database นั่นเอง

ที่มา – CNBC, ภาพจาก Oracle

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/120077

ระวัง! ModPipe มัลแวร์เจาะระบบชำระเงิน (POS) ของ Oracle กำลังระบาดหนัก

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางนักวิจัยด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ออกมาเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการโจมตีแบบประตูหลังที่พุ่งเป้าไปที่ซอฟต์แวร์จัดการร้านอาหารแบบ POS จาก Oracle เพื่อดูดเอาข้อมูลการชำระเงินออกไป

มัลแวร์ประตูหลังนี้ถูกเรียกชื่อว่า “ModPipe” กระทบกับระบบ Oracle MICROS Restaurant Enterprise Series (RES) 3700 POS ที่ถูกนำมาใช้งานอย่างแพร่หลายตามร้านอาหาร และธุรกิจให้บริการอย่างเช่นโรงแรมต่างๆซอฟต์แวร์นี้ดูแลทั้งเรื่องการชำระเงิน สต็อค และจัดการพนักงานได้เป็นอย่างดี สำหรับเหยื่อที่โดนส่วนใหญ่นั้นอยู่ในสหรัฐฯ

มัลแวร์นี้มีความพิเศษอยู่ที่มีโมดูลที่ดาวน์โหลดเพิ่มได้ พร้อมกับอัลกอริทึมที่ถูกออกแบบมาให้ดูดรหัสผ่านฐานข้อมูลได้ด้วยโดยใช้กลไกถอดรหัสออกจากค่ารีจิสตรี้ของวินโดวส์ ทำให้ผู้โจมตีเข้าถึงเนื้อหาของฐานข้อมูล โดยเฉพาะข้อมูลธุรกรรม POS ถึงแม้ข้อมูลสำคัญอย่างเช่นเลขบัตรเครดิตและวันหมดอายุจะถูกเข้ารหัสอีกชั้นหนึ่ง แต่ก็สันนิษฐานว่าผู้โจมตีอาจมีโมดูลที่ถอดรหัสข้อมูลนี้ออกมาได้

ที่มา : THN

from:https://www.enterpriseitpro.net/modpipe-pos/

[Guest Post] ซี.พี. อินเตอร์เทรด เลือกโซลูชันการบริหารบุคคล (HCM) ผ่านระบบคลาวด์ของออราเคิล ตอบโจทย์เทรนด์การทำงานที่กำลังเปลี่ยนแปลง

ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายข้าวสารบรรจุถุงแบรนด์ “ข้าวตราฉัตร” เริ่มใช้โซลูชันระบบคลาวด์เพื่อเปลี่ยนขั้นตอนการบริหารพนักงานให้เป็นระบบดิจิทัล ทั้งด้านการยกระดับประสิทธิภาพ การสรรหาพนักงาน และการจ่ายค่าตอบแทน

บรรยายภาพ (จากซ้าย) คุณอภัณตรี นาคะเวช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานทรัพยากรบุคคล ธุรกิจข้าวและอาหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ที่ 1 จากซ้าย) คุณทวีศักดิ์ แสงทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัทออราเคิล (ประเทศไทย) จำกัด (ที่2จากซ้าย) คุณสุเมธ เหล่าโมราพร ประธานคณะผู้บริหาร ธุรกิจข้าวและอาหาร กลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ที่ 3 จากซ้าย) และคุณฐิติ ลุจินตานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ธุรกิจข้าวและอาหาร กลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ที่ 4 จากซ้าย)

 

บริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายข้าวสารบรรจุถุงแบรนด์ “ข้าวตราฉัตร” เผยถึงการประชุมใหญ่ของพนักงาน กับผู้บริหารระดับสูง เกี่ยวกับเริ่มใช้งานโซลูชันการบริหารจัดการบุคลากร ผ่านระบบคลาวด์ของออราเคิล Oracle Fusion Cloud Human Capital Management (HCM) เพื่อส่งเสริมการปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมายของบริษัท อีกทั้งซี.พี. อินเตอร์เทรดได้ยกระดับมาเป็นโซลูชัน Oracle Cloud HCM เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในขั้นตอนด้านทรัพยากรบุคคลทั้งหมดกว่า 1,300 คน ในกลุ่มบริษัท ให้มีความสอดคล้องตรงกัน ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการสรรหาบุคลากรและการบริหารประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ไปจนถึงรูปแบบการจ่ายค่าตอบแทน

บริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายข้าวสารบรรจุถุงแบรนด์ “ข้าวตราฉัตร” ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1979  ซึ่งบริษัทเป็นผู้ผลิต ปรับปรุงคุณภาพข้าว และจัดจำหน่ายสินค้าข้าวสารบรรจุถุงไปกว่า 100 ประเทศทั่วโลก นอกจากผลิตภัณฑ์ข้าว ซี.พี. อินเตอร์เทรด ยังขยายกลุ่มสินค้าอีกมากมายภายใต้แบรนด์ตราฉัตร ไม่ว่าจะเป็น วุ้นเส้น เส้นหมี่สำเร็จรูปพร้อมปรุงอาหาร รวมไปถึงขนมที่ทำจากข้าว และอื่น ๆ อีกมากมาย เมื่อบริษัทนำโซลูชั่น Oracle Cloud HCM มาใช้งานจึงช่วยให้ฝ่ายบุคคลสามารถปรับขั้นตอนการทำงานให้สอดคล้องกันทั้งหมด เพื่อสร้างศูนย์รวมข้อมูลไว้ในที่เดียว ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งโซลูชั่น Oracle Cloud HCM ยังช่วยเสริมการทำงานในแต่ละวันของพนักงานได้อีกด้วย ซึ่งการมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำงานนั้นเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ทั่วโลก งานศึกษาของออราเคิล ระบุว่าปี 2020 ถือเป็นปีที่มีความกดดันมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งส่งผลกระทบเชิงลบต่อสุขภาพจิตของแรงงานกว่า 78% ทั่วโลก

“ซี.พี. อินเตอร์เทรด เชื่อมั่นว่า ‘ข้าวคือชีวิต’ เราจึงมีพันธกิจในการช่วยเหลือเกษตรกรไทยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เช่นเดียวกับที่เราให้ความสำคัญกับพนักงานเป็นเหมือนแรงขับเคลื่อนชีวิตขององค์กร การทำงานด้วยโซลูชัน Oracle Cloud HCM ทำให้เราตรวจสอบขั้นตอนการทำงานที่สำคัญๆได้อย่างละเอียด เพื่อคุณภาพชีวิตการทำงานที่ดีของพนักงานเรา ทั้งการกำหนดเป้าหมายการทำงานที่ง่ายต่อการอัพเดตข้อมูล ความโปร่งใส สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ตลอดเวลา  แม้ในโทรศัพท์มือถือ”

นอกจากนี้ Oracle Cloud HCM สามารถนำไปปรับใช้ตามกลยุทธ์ในด้านบุคลากรของซี.พี. อินเตอร์เทรดได้ เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยโซลูชัน Oracle Cloud HCM สามารถช่วยปรับทุกขั้นตอนการทำงานของพนักงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน อีกทั้งเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่ติดตั้งมากับโซลูชันนั้นสามารถใช้งานได้ทันที และทำหน้าที่เป็น Digital Assistant พร้อมนำเสนอความสามารถใหม่ๆ อีกมากมายในแต่ละไตรมาสของการทำงานอีกด้วย โซลูชัน Oracle Cloud HCM จะช่วยรักษาสถานะผู้นำในการแข่งขันทางธุรกิจ ด้วยกระบวนการทำงานอันชาญฉลาดในด้านการจัดการบุคลากร

“ข้าวถือเป็นอาหารหลักของคนเอเชีย และผู้บริโภคในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งภาคการเกษตรก็เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มักจะเกิดปัญหาที่คาดเดาไม่ได้ โดยเฉพาะท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจเช่นทุกวันนี้ แต่ถ้าเรามีการเตรียมพร้อมสำหรับการฟื้นฟู และนำเสนอรูปแบบธุรกิจใหม่ๆในประเทศไทย ตัวเรากับเทคโนโลยีนั้นก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนให้เข้าถึงความต้องการใหม่ๆที่จะสร้างประสบการณ์ต่อผู้ใช้งาน เราตระหนักถึงความจำเป็นในการทำให้ขั้นตอนการทำงานด้านทรัพยากรบุคคลง่ายขึ้น ซี.พี. อินเตอร์เทรด จึงเปลี่ยนมาใช้ระบบการทำงานผ่านคลาวด์เพื่อให้ง่ายต่อการปรับตัวในผลิตอาหาร และสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในด้านบทบาท และหน้าที่รับผิดชอบของพนักงานได้อย่างทันท่วงที ในขณะเดียวกัน โซลูชั่น Oracle Cloud HCM ยังสามารถปรับเปลี่ยนเป็นรูปแบบการใช้งานได้แบบเฉพาะตัว เพื่อให้สอดคล้องกับวัฒนธรรม และการจัดลำดับความสำคัญต่างๆ รวมไปถึงการสร้างรากฐานสำหรับแผนการจัดการบุคลากร” นายทวีศักดิ์ แสงทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออราเคิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

 

เกี่ยวกับ ซี.พี.อินเตอร์เทรด

บริษัท ซี.พี.อินเตอร์เทรด จำกัด และ บริษัท ข้าว ซี.พี.จำกัด กลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศภายใต้เครือเจริญโภคภัณฑ์ก่อตั้งเมื่อปีค.ศ.1979 โดยได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนแห่งประเทศไทย มุ่งเน้นให้บริการการค้าระหว่างประเทศทั้งการนำเข้าและส่งออกสินค้าแบบครบวงจร โดยให้บริการนำเข้าและส่งออกสินค้าหลากหลายประเภทและครบวงจร เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าครอบคลุมทุกภูมิภาคจาก ทั่วทุกมุมโลกได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าว่าเป็นบริษัทการค้าระหว่างประเทศชั้นนำของประเทศไทยที่มีเครือข่ายการค้า ทั่วโลก

 

เกี่ยวกับ ออราเคิล

ระบบคลาวด์ของออราเคิลนำเสนอชุดแอปพลิเคชันครบวงจรแบบบูรณาการทั้งสำหรับธุรกิจการขาย ธุรกิจบริการ การตลาด ทรัพยากรบุคคล การเงิน ห่วงโซ่อุปทาน และการผลิตอุตสาหกรรม รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์ที่ทำงานแบบอัตโนมัติและมีความมั่นคงปลอดภัยสูงรุ่นที่ 2 ซึ่งใช้ระบบฐานข้อมูลอัตโนมัติ (Oracle Autonomous Database) ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับออราเคิล (NYSE:ORCL) ได้ที่เว็บไซต์ www.oracle.com    

เครื่องหมายการค้า

Oracle และ Java คือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของออราเคิล และ/หรือ บริษัทในเครือ ชื่ออื่น ๆ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่เกี่ยวข้อง

 

 

 

from:https://www.techtalkthai.com/oracle-hcm-solution/

Oracle Webinar: วางระบบ Cloud ระดับ 99.999% ด้วย Oracle Private Cloud Appliance

Oracle ขอเรียนเชิญผู้บริหารและผู้ดูแลระบบ Cloud เข้าร่วม Oracle Webinar เรื่อง “วางระบบ Cloud ระดับ 99.999% ด้วย Oracle Private Cloud Appliance” เพื่อเรียนรู้การออกแบบสถาปัตยกรรมระบบ Cloud ให้มี Availability ถึงระดับ 99.999% พร้อมอัปเดตแนวโน้มด้าน Cloud Native Technology ล่าสุดท้ายปี 2020 ในวันพุธที่ 18 พฤศจิกายน เวลา 18:00 น. ผ่าน Live Webinar ฟรี

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: วางระบบ Cloud ระดับ 99.999% ด้วย Oracle Private Cloud Appliance
ผู้บรรยาย: Nattapon Sub-Anake, Director, Systems Business Development, Oracle ASEAN
วันเวลา: วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน 2020 เวลา 14:00 – 15:30 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
ภาษา: ไทย
ลิงค์ลงทะเบียน: https://go.oracle.com/LP=102701

Cloud Native Technology เป็นแนวโน้มที่องค์กรทั่วโลกต่างให้การยอมรับ นอกจากจะช่วยให้การพัฒนาแอปพลิเคชันที่มีความซับซ้อนทำได้ง่ายขึ้นแล้ว ยังช่วยให้องค์กรสามารถสร้างและวางระบบแอปพลิเคชันขึ้นได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย

ภายใน Webinar นี้ท่านจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับแนวโน้มการทำ Digital Transformation ล่าสุด ประกอบด้วย Application Modernization, Cloud Portability และ Secure and Agile Infrastructure รวมไปถึง Cloud Native Technology นอกจากนี้ ท่านจะได้ทำความรู้จักกับ Oracle Private Cloud Appliance ระบบ Engineered Systems ที่สามารถลด CapEx ลงได้ถึง 50% และความซับซ้อนของ Infrastructure ลงได้ถึง 70% พร้อมการออกแบบสถาปัตยกรรมให้รองรับความพร้อมใช้งานระดับ 99.999% สำหรับ Cloud Native Applications

หัวข้อการบรรยายประกอบด้วย

  • Digital Transformation and IT Trends/Priorities
  • Cloud Native Technology and Oracle’s Approach
  • Oracle’s Private Cloud Appliance – PCA
  • Availability does Matter
  • Oracle’s Maximum Availability Architecture

กด Interested หรือ Going เพื่อติดตามอัปเดตและรับการแจ้งเตือนบน Facebook Event: https://www.facebook.com/events/3572658349459584/

from:https://www.techtalkthai.com/oracle-webinar-deploying-five-nines-cloud-native-environment-with-oracle-pca/

แฮ็กเกอร์โจมตีเซิร์ฟเวอร์ WebLogic เพื่อติดตั้งมัลแวร์ Cobalt Strike

พบผู้โจมตีกำลังเจาะช่องโหว่บนเซิร์ฟเวอร์ Oracle WebLogic ผ่านช่องโหว่รหัส CVE-2020–14882 เพื่อติดตั้ง Cobalt Strike สำหรับเปิดทางให้เข้าถึงระบบเหยื่อจากระยะไกลแบบเจาะจงสำหรับเข้าควบคุมอุปกรณ์ภายหลังได้

โดยช่วงสัปดาห์ก่อนนั้นพบการตรวจสแกนพอร์ตของ Oracle WebLogic Server มากผิดปกติด้วยเป้าหมายในการตรวจหาช่องโหว่ CVE-2020-14882 ที่เพิ่งมีการออกแพ็ตช์มาเมื่อช่วงหลายสัปดาห์ก่อน

นอกจากนี้แล้วยังพบความพยายามในการติดตั้งทูลแอบขุดเหมืองเงินคริปโตร่วมด้วย โดยเมื่อศุกร์ที่แล้วทาง Oracle ได้ออกแพ็ตช์ตัวแก้ไขสำหรับช่องโหว่ CVE-2020–14882 [2] ซึ่งกลายพันธุ์มาจากช่องโหว่เดิมรหัส CVE-2020–14750 ที่เป็นช่องโหว่สำหรับแฮ็กเซิร์ฟเวอร์ WebLogic แต่มีการปรับแก้โค้ดสำหรับเจาะระบบแตกต่างออกมา

ส่วนตัว Cobalt Strike ถือเป็นทูลเจาะระบบที่ถูกนำมาใช้งานอย่างถูกต้องตามปกติ แต่ครั้งนี้โดนผู้ไม่หวังดีนำมาใช้เปิดทางให้เข้าถึงจากระยะไกลได้ต่อเนื่อง

ที่มา : GBHackers

from:https://www.enterpriseitpro.net/weblogic-cobalt-strike/