คลังเก็บป้ายกำกับ: OPPO_RENO_2F

วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ OPPO Reno2 F สีใหม่ Nebula Green Limited Edition

 

ตั้งแต่ OPPO เปิดตัว OPPO Reno2 F สมาร์ทโฟนที่ถ่ายภาพสวยทุกมุมมอง ก็ได้รับกระแสตอบรับดีอย่างต่อเนื่อง จนล่าสุดทางแบรนด์ได้เปิดตัว OPPO Reno2 F สีใหม่ Nebula Green Limited Edition เพื่อตอบรับความต้องการของลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น

 

โดยวันนี้ OPPO Reno2 F สีใหม่ Nebula Green Limited Edition วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว ภายใต้การออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากแสงเหนือ หรือแสงออโรร่าในธรรมชาติ โดยเฉดสีที่ใช้เกิดจากการผสมผสานเทคโนโลยีการเคลือบนาโนสองชั้น จนก่อให้เกิดเอฟเฟกต์การไล่สีของเฉดสีเขียวและสีม่วง พร้อมทั้งยังมีการเคลือบเงาพิเศษ เพื่อความสวยงามเมื่อแสงตกกระทบกับตัวเครื่อง

OPPO Reno2 F

OPPO Reno2 F สีใหม่ Nebula Green Limited Edition ยังคงคุณภาพในเรื่องของสเปคและฟีเจอร์สุดล้ำ ทั้งกล้องหลัง 4 ตัว เลนส์หลักความละเอียดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล, เลนส์ Ultra Wide Angle, เลนส์ Portrait มาพร้อม Bokeh Effect ให้คุณถ่ายภาพได้แบบหน้าชัดหลังละลาย และเลนส์ Monoโดยกล้องทั้ง 4 ตัวถูกจัดเรียงให้อยู่ตามแนวแกนกลางของตัวเครื่องเพื่อสร้างความรู้สึกสมดุลเมื่อได้สัมผัส อีกทั้งยังมีเทคโนโลยีชาร์จไว VOOC 3.0 พร้อมแบตเตอรี่ 4,000 mAh อีกทั้งยังจัดเต็มในเรื่องของสเปคด้วย RAM 8GB ROM 128GB

สามารถเป็นเจ้าของ OPPO Reno2 F สีใหม่ Nebula Green Limited Edition ในราคา 11,990 บาท ได้แล้ววันนี้ ณ OPPO Brand Shop ทุกสาขา และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/oppothai/ 

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน OPPO ที่นี่ >>> http://bit.ly/2CtyuWo

 

from:http://mobileocta.com/oppo-reno2-f-nebula-green-limited-edition-officially-on-sale-today/

Review | รีวิว OPPO Reno 2F และ Reno 2 รุ่นไหนเหมาะกับใคร สายเซลฟี่ หรือสายกล้องคมชัด

มือถือ 4 กล้องหลังอย่าง OPPO Reno2 และ Reno2 F ได้เปิดตัวในบ้านเราไปเมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และเริ่มวางจำหน่ายไปได้ไม่กี่วันนี้เอง ซึ่งมือถือทั้ง 2 รุ่นนี้ มีราคาที่ห่างกันถึง 6,000 บาท เลยทีเดียว โดย Reno 2 เป็นมือถือตัวท็อปเน้นกล้องคมชัดความละเอียดสูง ในราคา 17,900 บาท ส่วน Reno 2F เป็นรุ่นต่อยอดสายเซลฟี่ของ F series ราคา 11,900 บาท

ดีไซน์

สำหรับดีไซน์ของทั้งคู่ถ้าดูเผินๆ จะค่อนข้างคล้ายกัน เพราะมีตัวเครื่องและขนาดหน้าจอเท่ากันที่ 6.5 นิ้ว มีความละเอียด FHD+ แต่ตัวเครื่องของ Reno 2F จะใหญ่กว่านิดเดียว (นิดเดียวจริงๆ) เนื่องจากมีขอบจอโดยรอยหนากว่า และทั้ง 2 รุ่น ใช้ระบบสแกนนิ้วมือบนหน้าจอเหมือนกัน

Reno 2F / Reno 2

รูปแบบการวางปุ่ม และพอร์ทอื่นๆ จะอยู่ในตำแหน่งเดียวกันหมด

จะมีส่วนต่างอยู่ที่กล้องหน้าซึ่งเป็นกล้องที่ซ่อนเอาไว้บนขอบเครื่องด้านบนทั้งคู่ แต่ว่ากล้องหน้าของ Reno 2 จะเป็นกล้องแบบ Sharkfin Popup Camera เด้งขึ้นมาแบบเฉียงๆส่วนกล้องของ Reno 2F เป็นแบบ Popup ปกติเด้งขึ้นมาพร้อมกับไฟ OLED หลากสี เลือกตั้งค่าได้

Reno 2F / Reno 2

กล้องหลัง 4 ตัว โดยทั้งคู่จะเรียงกล้องเป็นแนวตั้งอยู่ตรงกลางเครื่องด้านบน แต่จะต่างกันตรงที่ Reno 2 มีจุดนูนหรือ O-Dot ที่แข็งแกร่งสุดๆ อยู่ด้านล่างกล้อง ส่วน Reno 2F มีอยู่ด้านบนของกล้อง ซึ่งมันช่วยให้เลนส์กล้องไม่โดนพื้นเวลาวางเครื่องนั่นเอง ส่วนที่บอกว่าแข็งแกร่งนั้นไม่ได้โม้ อย่าเอาไปวางซ้อนกับเครื่องอื่นนะครับ ขูดจอเป็นรอยได้เลยทีเดียว

Reno 2F / Reno 2

สเปค Reno 2 และ Reno 2F

สเปค OPPO Reno 2 OPPO Reno 2F
หน้าจอ AMOLED ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080) ขนาด 6.5 นิ้ว AMOLED ความละเอียด FHD+ (2340 x 1080) ขนาด 6.5 นิ้ว
CPU Snapdragon 730G Helio P70
GPU Adreno 618 Mali-G72 MP3
RAM 8GB 8GB
ความจุ 256GB (UFS 2.1) 128GB (UFS 2.1)
กล้องหลัง 48MP (f/1.7) + 8MP (f/2.4) + 13MP (f/2.2) + 2MP (f/2.4) 48MP (f/1.7) + 8MP (f/2.2) + 2MP (f/2.4) + 2MP (f/2.4)
กล้องหน้า 16MP 16MP
การเชื่อมต่อ WLAN Function: 2.4/5GHz 802.11 a/b/g/n/ac, BT 5.0, USB-C WLAN Function: 2.4/5GHz 802.11 a/b/g/n/ac, BT 4.2, USB-C
เซ็นเซอร์ Gyro, Light, Proximity, G-Sensor/Acceleration Sensor, Compass Gyro, Light, Proximity, G-Sensor/Acceleration Sensor, Compass
แบตเตอรี่ 4000 mAh รองรับ VOOC Flash Charge 3.0 4000 mAh รองรับ VOOC Flash Charge 3.0

สเปคของทั้งคู่ค่อนข้างจะแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดทั้งชิปของ Reno 2 ที่ใช้ Snapdragon 730G ซึ่งแรงกว่า Helio P70 พอสมควร, ให้ RAM มาเท่ากันที่ 8GB ส่วนความจุ Reno 2 ให้มามากกว่าที่ 256GB ต่อ 128GB นอกจากนี้หน้าจอของ Reno2 ยังสู้แดดได้ดีกว่าเพราะเป็นหน้าจอแบบ Sunlight AMOLED ซึ่งสามารถเร่งแสงได้สูงสุดถึง 700 nits เลยทีเดียว

UI ของ ColorOS 6.1

สำหรับคนที่เคยใช้งานมือถือ OPPO มาก่อนก็น่าจะคุ้นเคยกับหน้าตาของ UI กันมาอยู่แล้ว ส่วนใครที่ไม่เคยใช้มาก่อน ก็แทบจะไม่ต้องปรับตัวอะไรมากมาย เพราะมันจะคล้ายๆ กับ UI มือถือจีนรุ่นอื่นๆ คือไม่มี App Drawer มาให้ แต่จะรวมแอปต่างๆ เอาไว้บนหน้าจอเลย แต่ถ้าใครเคยชินกับแบบ pure android ก็สามารถไปเลือกเปิดใช้ได้นะ ในการตั้งค่า

หนึ่งในฟีเจอร์เด่นใช้สะดวกของ ColorOS 6.1 คือ Smart Side Bar เป็นแถบด้านข้างจอสำหรับปัดออกมาเพื่อเปิดเหล่าแอปที่เราใช้บ่อยๆ โดยเราสามารถเลือกปรับแต่งแอปเหล่านั้นได้เอง เลือกจับภาพหน้าจอ หรือบันทึกวิดีโอไปเลยก็มี

ประสิทธิภาพและการเล่นเกม

จากการทดสอบประสิทธิภาพด้วย AnTuTu พบว่า Reno 2 ทำคะแนนไปได้ถึง 214,203 ส่วน Reno  F ทำไปได้147,589 คะแนน

Reno2 / Reno2 F

ทดสอบความเร็วของหน่วยความจำในการอ่าน-เขียนข้อมูล พบว่าสูสีกัน เพราะเป็นแบบ UFS 2.1 ทั้งคู่นั่นเอง

Reno2 / Reno2 F

ทดสอบการเล่นเกมยอดฮิตจาก Reno 2F ที่ใช้ชิป Helio P70 พบว่าทั้ง ROV และ PUBG สามารถปรับเป็นระดับ HD และเฟรมเรทสูงได้ แต่ในเกม PUBG อาจจะมีบางจังหวะที่กระตุกบ้าง แต่ไม่เยอะ ถ้าใครกลัวว่าจะทำให้ดวลแพ้ ก็ปรับกราฟฟิคลงมาซักหน่อยนึงก้ได้…เพื่อความชัวร์

Reno2 F เล่น PUBG ปรับกราฟฟิค HD และเลือกเฟรมเรทสูงได้

สำหรับเกม ROV พบว่าเซอร์ไพรส์พอสมควร เพราะเปิดกราฟฟิคได้สุดทุกอย่าง แถมเฟรมเรทก็ยังนิ่งอีกต่างหาก

ROV ปรับกราฟฟิคสุดได้ทุกอย่างเลยจ้า

ส่วนรุ่นพี่ OPPO Reno 2 ก็ไม่ต้องลุ้นเลย เพราะชิป Snapdragon 730G แรงพอที่จะเล่นเกมทั้ง 2 ได้ แบบสบายๆ แม้จะปรับกราฟฟิคสูงสุดก็ตาม แต่เนื่องจากชิป Snapdragon 730G เป็นชิปที่พึ่งเปิดตัวได้ไม่นาน ทำให้การปรับกราฟฟิคบางเกมยังไม่รองรับ อย่างเช่นกราฟฟิคคลื่นน้ำ หรือหญ้าไหว ในเกม ROV (รอการอัพเดทครั้งใหม่แล้วน่าจะเปิดได้)

Reno2 ไม่มีให้เลือกตั้งค่าภาพ HD

กล้องของทั้ง 2 รุ่น

กล้องReno 2

ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะมีกล้องหลังเท่ากัน 4 ตัว แต่สเปคของเซ็นเซอร์แต่ละจะแตกต่างกันพอสมควร โดย Reno 2 ใช้เซ็นเซอร์หลัก IMX586 ความละเอียด 48MP + เลนส์ซูม 13MP + เลนส์ Wide 8MP + เลนส์จับความลึก 2MP แถมยังมีระบบซูมแบบ Hybrid ไม่เสียความละเอียดได้อีก 5 เท่า และยังซูมแบบดิจิตอลได้สูงสุดถึง 20 เท่า อีกต่างหาก เรียกว่าออกแบบมาเพื่อการถ่ายภาพที่เน้นความคทชัดในหลายๆ ระยะ ตั้งแต่ใกล้สุดๆ แบบมาโคร ไปจนถึงระยะซูม







โหมดถ่ายภาพในที่มืด Ultra Dark ของ Reno 2 ถือว่าทำออกมาได้ดีเลย จากการถ่ายโหมดปกติมืดหม่นๆ พอเปิดโหมด Ultra Dark ปุ๊บ ก็สว่างไสวขึ้นมาทันตา แต่จะใช้เวลาในการประเมินผลนานอยู่เหมือนกัน รูปละราวๆ 5 – 6 วินาที เรียกว่าแม้จะแสงน้อยจนแทบมองอะไรไม่เห็นก็ยังดึงลูฟี่ และองค์หญิงชิราโฮชิมาได้เฉยเลย






กล้องหลังของ Reno 2 มีระบบกันสั่นทั้งแบบ OIS และ EIS ทำให้การถ่ายวิดีโอออกมาค่อนข้างนิ่ง พอกับกล้อง Action Cam ระดับกลางๆ ด้วยการเปิดฟีเจอร์ Ultra Steady Video ถ่ายได้ที่ความละเอียด 1080p 60fps

มีโหมดถ่ายวิดีโอแบบหน้าชัดหลังเบลอให้ด้วยนะ ซึ่งประสิทธิภาพในการเบลอฉากหลังเรียกว่าค่อนข้างเนียนพอใช้ได้ แต่ก็ไม่ได้เนียนขนาดกล้องระดับมืออาชีพขนาดนั้น เพราะเวลาขยับการตัดขอบจะยังไม่ค่อยเนียนนัก และการถ่ายควรให้ในเฟรมมีอยู่แค่คนเดียว และถ่ายที่ระยะครึ่งตัวเท่านั้นนะครับ

ระบบซูมเสียงตอนถ่ายวิดีโอ (30fps เท่านั้น) เรียกว่าใช้ได้จริง แต่ต้องเป็นสถานที่ที่ค่อนข้างเงียบ ถึงจะสามารถซูมในบริเวณที่ต้องการได้ ถ้าเป็นการซูมเสียงข้างถนนที่มีทั้งเสียงลม เสียงรถวิ่งไปมา แน่นอนว่าเสียงรอบข้างจะตีกันหมด

กล้อง Reno 2F

ส่วนรุ่นน้อง Reno2 F จะใช้เซ็นเซอร์หลัก ISO Cell 48MP + เลนส์ Wide 8MP + เลนส์ Mono 2MP + เลนส์จับความลึก 2MP เน้นไปที่การถ่ายภาพสายบิวตี้เป็นหลัก








มีโหมดถ่ายในที่มืดมาให้ด้วย แต่ยังไม่ถภึงขั้นขุดแสงจากความมืดได้ อันนี้เรียกว่า Ultra Night Mode 2.0 ซึ่งถ่ายออกมาได้สว่างอยู่เหมือนกัน แต่หากไปเจอที่มือสนิท หรือแสงน้อยมากๆ ก็จะยังสู้ Ultra Dark ของ Reno 2 ไม่ได้นะจ๊ะ






โหมดถ่ายวิดีโอของ Reno 2F มีระบบกันสั่น stabilize เนียนๆ ได้ แต่ไม่มีโหมด Ultra Steady แบบกล้อง action, สามารถถ่ายได้สูงสุดที่ 1080p 30fps

กล้องหน้า 16MP

ทั้งคู่ให้กล้องหน้ามาเท่ากันที่ 16MP ซึ่งประสิทธิภาพก็หายห่วงตามสไตล์ OPPO ด้วยโหมด AI Beauty ที่ถ่ายให้หน้าออกมาเนียนใส วิ้งวับ แบบเป็นธรรมชาติ ไม่วอก ไม่เอเลี่ยนเกินไป แถมยังเลือกปรับได้ทั้งหน้าเล็ก หน้าเรียว ตาโต จมูกเล็ก ฯลฯ






แต่ Reno 2 จะเหนือกว่าตรงที่สามารถถ่ายวิดีโอแบบ Portrait หน้าชัดหลังเบลอได้ด้วย

 

GPS

ระบบนำทางของทั้ง 2 รุ่น จากที่ทดสอบแล้วก็พบว่าแม่นยำใช้ได้ มีระยะคลาดเคลื่อนไม่มากนัก ที่ราวๆ 1 – 3 เมตร และเท่าที่ใช้มายังไม่เคยเจออาการเอ๋ออะไร เวลาวิ่งใต้สะพานหรือทางด่วน

ดู Netflix ความละเอียด HD ได้รึเปล่า?

รุ่นท็อปอย่าง OPPO Reno 2 สามารถดูหนัง ดูซีรีส์จาก Netflix ได้ที่ความละเอียดระดับ HD แบบไม่มีปัญหา แต่สำหรับรุ่นน้องอย่าง Reno 2F จะดูได้แค่ความละเอียด 480p เท่านั้น แต่ถ้าเป็นพวก YouTube, VIU หรือ iflix ก็ยังดูเต็มความละเอียดจอ 1080p ได้ไม่มีปัญหาทั้ง 2 รุ่นครับ

Reno2 / Reno2 F

แบตเตอรี่

ทดสอบการใช้พลังงานของแบตเตอรี่ขนาด 4000 mAh ของทั้งคู่ ด้วยการเปิดคลิปวิดีโอระดับ 1080p ใน YouTube ผ่าน WiFi (ใส่ซิม 4G เอาไว้ทั้ง 2 เครื่อง) ตั้งความสว่างหน้าจอและระดับเสียงเอาไว้ที่ 50% ดูไปได้ราวๆ 3 ชั่วโมงหน่อยๆ พบว่า Reno2 ใช้พลังงานน้อยกว่านิดนึง เพราะจากแบตเตอรี่ 100% เหลืออยู่ที่ 81% ส่วนแบตเตอรี่ของ Reno2 F เหลืออยู่ที่ 77%

Reno2 / Reno2 F

สรุปซื้อรุ่นไหนดี?

สำหรับคนที่อยากจัดเต็มทั้งสเปคเครื่องแรงๆ และกล้องงามๆ ทั้งภาพนิ่ง และวิดีโอ แน่นอนว่า Reno 2 เป็นตัวเลือกที่เหมาะที่สุด ไม่ว่าจะเป็นกล้องหลักพิมพ์นิยม IMX586 48MP ที่มีระบบถ่ายภาพกลางคืนแบบดีงาม, ระบบซูมที่ดันระยะไปได้ถึง 20x, ฟีเจอร์การถ่ายวิดีโอที่หลากหลาย แถมยังมีระบบกันสั่นสุดเทพ และระบบซูมเสียงล้ำๆ ส่วนสเปคก็แรงหายห่วงทั้งการใช้งานทั่วไป หรือการเล่นเกมหนักๆ ก็ตาม…ด้วยราคาค่าตัว 17,990 บาท ก็ถือว่า OPPO Reno 2 ให้ทุกอย่างมาค่อนข้างสมราคาเลยทีเดียว

แต่สำหรับใครที่ยังคงรักในตระกูล F series และใช้มาตั้งแต่ F7, F9, F11 Pro งานนี้ก็คงต้องจัด OPPO Reno 2F ที่เป็นตัวตายตัวแทนของตระกูล ดีไซน์สวยงามไม่แพ้กัน แถมยังประหยัดกว่าถึง 6,000 บาท ก็ถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า เพราะชิปเซ็ตก็ยังแรงและตอบสนองการใช้งานทั่วไปจนถึงการเล่นเกมได้สบายๆ ภาพเซลฟี่เนียน  AI Beauty สวยเหมือนเดิม ส่วนแบตเตอรี่ก็ได้มาเท่ากันที่ 4000 mAh แถมด้วยระบบชาร์จสุดไวก็เป็นระบบ VOOC Flash Charge 3.0 เหมือนกันอีกด้วย

from:https://droidsans.com/review-oppo-reno-2-reno-2f/

OPPO Reno 2F และ Reno 2 มือถือ 4 กล้อง 48MP พร้อมระบบซูม 20X เคาะราคาไทยเริ่มต้น 11,990 บาท

มือถือกล้องหน้าเด้งแบบ Pivot Rising Camera อย่าง OPPO Reno 2, Reno 2Z และ Reno 2Fเปิดตัวไปเมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เผลอแป๊บเดียวก็ได้ฤกษ์เข้ามาถึงประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว ซึ่งในบ้านเราจะเอาเข้ามาจำหน่ายทั้งหมด 2 รุ่น คือตัวท็อป OPPO Reno 2 และรุ่นเล็กสุด Reno 2F โดยเคาะราคาเริ่มต้นมาที่ 11,990 บาท

ตัวเครื่องด้านหลังครอบด้วย Gorilla Glass 5 ทนแรงขีดข่วน

OPPO Reno 2 และ Reno 2F มีตัวเครื่องด้านหลังที่ครอบด้วยกระจกสุดอึด Gorilla Glass 5 ที่สามารถทนการขีดข่วนได้จากเหรียญหรือกุญแจต่างๆ นอกจากนี้ยังมีการดีไซน์แบบสมมาตรของทั้งกล้องหลัง 4 ตัว รวมถึงโลโก้ OPPO ที่เรียงลงมาเป็นแนวตั้ง ตรงกลางเครื่องแบบเป๊ะๆ

หน้าจอ AMOLED อัตราส่วนต่อตัวเครื่องสูง 93.1%

หน้าจอของ OPPO Reno 2 มีขอบบางสุดๆ เพียง 3.35 มม. ทำให้สามารถขยายหน้าจอออกไปได้สุดๆ จนมีอัตราส่วนต่อตัวเครื่องสูงถึง 93.1% (Reno 2F 91.6%) แถมยังครอบด้วยกระจก Gorilla Glass 6 สุดอึดสุดถึกอีกต่างหาก

OPPO Reno 2F

เซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือใต้หน้าจอที่แม่นยำกว่าเดิม

ทั้ง Reno 2 และ Reno 2F มีหน้าจอที่ใหญ่เต็มตาเพราะยืดออกไปจนสุดขอบเครื่อง เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือก็เลยย้ายมาไว้ใต้หน้าจอแทน ซึ่งเซ็นเซอร์ดังกล่าวสามารถปลดล็อคเครื่องได้เร็วกว่าเดิมถึง 11.3%

กล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียด 48MP

OPPO Reno 2 มาพร้อมกับกล้องหลังถึง 4 ตัว ประกอบด้วยเลนส์หลักเซ็นเซอร์ Sony IMX586 48MP (f/1.7) + เลนส์ซูม 13MP (f/2.4) + เลนส์ Wide Angle 119° 8MP + เลนส์ Mono จับความลึก 2MP 

ส่วนกล้องหลังของ OPPO Reno 2F ก็มีกล้องหลัง 4 ตัว เช่นกัน แต่จะลดสเปคลงมานิดนึง ประกอบด้วยกล้องหลัก 48MP (f/1.7) + เลนส์ Wide Angle 119° 8MP (f/2.2) + เลนส์ Mono 2MP + เลนส์จับความลึก 2MP 

โหมดถ่ายภาพกลางคืน Ultra Dark

OPPO Reno 2 มีโหมดถ่ายภาพในที่แสงน้อยอย่าง Ultra Dark ที่สามารถเก็บภาพในสภาวะแสงน้อย หรือแทบจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ให้ออกมาคมชัด แจ่มแจ๋ว เหมือนเปิดไฟเลยทีเดียว แถมยังทำงานร่วมกับระบบ AI ในการลด Noise บนภาพถ่าย ให้ภาพออกมาคมกว่าอีกด้วย

ส่วนรุ่นน้องอย่าง OPPO Reno 2F ก็มีมีโหมดถ่ายกลางคืนให้มาด้วยเหมือนกัน แต่จะใช้เทคโนโลยีคนละแบบ เรียกว่า Ultra Night Mode 2.0 ที่ให้ความสว่างและรายละเอียดของภาพแบบครบๆ ไม่แพ้กัน

ถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอได้ง่ายกว่าที่เคยด้วย Portrait Mode 2.0

ทั้ง OPPO Reno 2 และ Reno 2F มากับเทคโนโลยีหน้าชัดหลังเบลอ Portrait Mode 2.0 ที่มีลูกเล่นหลากหลายทั้ง Portrait Bokeh การปรับความเบลอได้ก่อนถ่าย, HDR Portrait ลดแสงในการถ่ายในพื้นที่แสงมากไป และเพิ่มแสงให้กับพื้นที่ที่แสงน้อยเกินไป, โหมด Monochrome ที่จะเปลี่ยนพื้นหลังให้เป็นสีขาวดำแทนการเบลอก็ยังได้

ซูมดิจิตอลสูงสุด 20 เท่า

นอกจากกล้องหลังของ Reno 2 จะมีเลนส์ให้เลือกใช้ได้หลากหลายแบบแล้ว มันยังสามารถซูมภาพแบบ Optical ได้ 2 เท่า ซูมแบบ Hybrid ได้ 5 เท่า และสามารถซูมแบบดิจิตอลได้สูงสุดถึง 20 เท่า โดยที่ยังคงความคมชัดและรายละเอียดต่างๆ ของภาพได้เป็นอย่างดี

นิ่งสุดๆ ด้วย ULTRA STEADY VIDEO

OPPO Reno 2 มีโหมดถ่ายวิดีโอแบบ Ultra Steady Video ที่ใช้ระบบกันสั่นทั้ง OIS และ EIS พร้อมๆ กัน ทำให้คลิปวิดีโอที่ออกมานิ่งพอๆ กับการถ่ายด้วย Action Cam แถมยังสามารถบันทึกวิดีโอได้ที่ 60fps อีกด้วย

ระบบซูมทั้งภาพและเสียง

นอกจาก Reno 2 จะซูมภาพเข้าไปได้ถึง 20 เท่า ในระหว่างบันทึกวิดีโอแล้ว มันยังสามารถซูมเสียงได้อีก ด้วยการเพิ่มระดับเสียงของสิ่งที่เรากำลังถ่ายอยู่ และใช้ระบบตัดเสียงรอบข้างออก ทำให้เสียงของสิ่งที่เราถ่ายมีความคมชัดมากขึ้น

กล้องเซลฟี่ที่ถ่ายวิดีโอแบบ Bokeh ได้

กล้องหน้าแบบ Pivot Rising Camera ของ Reno 2 และกล้อง Rising Camera ของ Reno 2F ยังสามารถถ่ายวิดีโอเซลฟี่เก๋ๆ ด้วยการใส่เอฟเฟ็คท์ Bokeh หรือหน้าชัดหลังเบลอได้อีกด้วย

ระบบชาร์จสุดไว VOOC FLASH CHARGE 3.0

OPPO Reno 2 และ Reno 2F ให้แบตเตอรี่มาให้ใช้งานกันได้สบายๆ ถึง 4000 mAh โดยเล่นเกมต่อเนื่องได้ถึง 8 ชม. และดูวิดีโอต่อเนื่องได้ถึง 13 ชม. แถมยังใส่ระบบชาร์จไวอย่าง VOOC Flash Charge 3.0 ที่สามารถชาร์จไฟจาก 0 – 51% ได้ในเวลาเพียง 30 นาที เท่านั้น

สเปค OPPO RENO 2

  • หน้าจอ AMOLED ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080) ขนาด 6.5 นิ้ว
  • CPU : Snapdragon 730G
  • GPU : Adreno 618
  • RAM : 8GB
  • ความจุ : 256GB
  • กล้องหลัง : Sony IMX586 48MP (f/1.7) + 8MP (f/2.4) + 13MP (f/2.2) + 2MP (f/2.4), OIS + EIS, Ultra Dark Mode
  • กล้องหน้า Pivot Rising Camera : 16MP
  • เซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือบนหน้าจอ
  • การเชื่อมต่อ : WLAN Function: 2.4/5GHz 802.11 a/b/g/n/ac, BT 5.0, USB-C
  • เซ็นเซอร์ : Gyro, Light, Proximity, G-Sensor/Acceleration Sensor, Compass
  • แบตเตอรี่ 4000 mAh รองรับ VOOC Flash Charge 3.0
  • ขนาด / น้ำหนัก : 160 x 74.3 x 9.5 มม. / 189 กรัม
  • ระบบ Android 9 ครอบด้วย ColorOS 6.1
  • สีที่วางจำหน่าย : สีดำ Luminous Black, สีชมพู Sunset Pink

สเปค OPPO RENO 2F

  • หน้าจอ AMOLED ความละเอียด FHD+ (2340 x 1080) ขนาด 6.5 นิ้ว
  • CPU : Helio P70
  • GPU : Mali-G72 MP3
  • RAM : 8GB
  • ความจุ : 128GB รองรับ MicroSD card 256GB
  • กล้องหลัง : Samsung Bright GM1 48MP (f/1.7) + 8MP (f/2.2) + 2MP (f/2.4) + 2MP (f/2.4), Ultra Night Mode
  • กล้องหน้า Rising Camera : 16MP
  • เซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือบนหน้าจอ
  • การเชื่อมต่อ : WLAN Function: 2.4/5GHz 802.11 a/b/g/n/ac, BT 4.2, USB-C
  • เซ็นเซอร์ : Gyro, Light, Proximity, G-Sensor/Acceleration Sensor, Compass
  • แบตเตอรี่ 4000 mAh รองรับ VOOC Flash Charge 3.0
  • ขนาด / น้ำหนัก : 161.8 x 75.8 x 8.7 มม. / 195 กรัม
  • ระบบ Android 9 ครอบด้วย ColorOS 6.1
  • สีที่วางจำหน่าย : สีเขียว Lake Green, สีขาว Sky White

นอกจากจะเปิดตัวมือถือทั้ง OPPO Reno 2 และ Reno 2F แล้ว ก็ยังมีหูฟังบลูทูธแบบคล้องคอ OPPO Enco Q1 ที่มีฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวนด้วยระบบ AI แบบ Dual Active Noise Canceling ใช้งานได้ยาวๆ 15 ชม. เมื่อเปิดโหมดตัดเสียง และได้ยาวกว่าเดิมเป็น 22 ชม. เมื่อปิดโหมดตัดเสียง

OPPO Enco Q1 จะเริ่มวางขายตาม OPPO Brand Shop และร้านค้าที่เป็นตัวแทนจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2019 เป็นต้นไป ในราคา 2,990 บาท

OPPO Reno 2 และ Reno 2F จะเริ่มเปิดให้จองได้ตั้งแต่วันที่ 9 – 25 ตุลาคม 2019 โดย Reno 2 มีราคาอยู่ที่ 17,990 บาท (รับฟรี Special Gift Box และ Premium Card) ส่วน Reno 2F มีราคาอยู่ที่ 11,990 บาท (รับฟรี OPPO Sport Bag และ VIP Card) โดยจะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2019 เป็นต้นไป

และสำหรับลูกค้าที่จอง OPPO Reno 2 และ Reno 2F ผ่านผู้ให้บริการเครือข่าย AIS, dtac และ Truemove H ในวันที่ 9 – 25 ตุลาคม 2019 พร้อมแพ็คเกจรายเดือนที่กำหนด จะได้สิทธิซื้อเครื่องในราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 3,490 บาท เท่านั้น

from:https://droidsans.com/oppo-reno-2f-reno-2-thailand-price/

OPPO Reno2 เปิดตัวทางการแล้ว มาพร้อมรุ่น Reno2 Z และ Reno2 F ทั้งหมดได้รับกล้องหลัง 4 ตัว

OPPO เปิดตัวสมาร์ทโฟน Reno2 series อย่างทางการ โดยมีด้วยกัน 3 รุ่น คือ Reno2, Reno2 Z และ Reno2 F ทั้งหมดได้รับการออกแบบคล้ายกัน มาพร้อมกล้องหลัง 4 ตัว แต่รุ่น Reno2 จะใช้กล้องเซลฟี่แบบครีบฉลามเหมือนกับ Reno รุ่นแรก ส่วนกล้องเซลฟี่ของ Reno2 Z และ Reno2 F เป็นแบบป๊อปอัพ Rising Camera สไลด์ขึ้นตรงๆ

OPPO Reno2

OPPO Reno2 มาพร้อมกล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX586 ขนาด 1/2.0 นิ้ว รูรับแสง F1.7 ระบบลดภาพสั่นไหว OIS วางคู่กับกล้องมุมกว้างพิเศษ 116 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มีกล้องเทเลโฟโต้ 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง F2.4 และกล้องตัวที่ 4 มีความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รองรับระบบซูมดิจิตอลสูงสุด 20 เท่า และซูมแบบไฮบริดสูงสุด 5 เท่า

OPPO Reno2 มาพร้อมจอแสดงผล AMOLED Panoramic Screen ขนาด 6.5 นิ้ว อัตราส่วนหน้าจอต่อบอดี้ 93.1% ใช้ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 730G ความจำ RAM 8GB จับคู่กับ ROM 256GB ความจุแบตเตอรี่ 4000mAh รองรับชาร์จเร็ว VOOC Flash Charge 3.0 และทำงานบน ColorOS 6.1

OPPO Reno2 จะเริ่มวางจำหน่ายในอินเดีย วันที่ 20 กันยายนนี้ ราคา 37,000 รูปี หรือราว 15,785 บาท

OPPO Reno2 Z

OPPO Reno2 Z มาพร้อมกล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX586 ขนาด 1/2.0 นิ้ว รูรับแสง F1.7 วางคู่กับกล้องมุมกว้างพิเศษ 119 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง F2.2 มีกล้องโมโน และกล้องสำหรับถ่ายภาพบุุคคล ตัวละ 2 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องเซลฟี่ 16 ล้านพิกเซล

OPPO Reno2 Z มาพร้อมจอแสดงผล AMOLED Panoramic Screen ขนาด 6.53 นิ้ว อัตราส่วนหน้าจอต่อบอดี้ 91.6% ใช้ชิปประมวลผล MediaTek Helio P90 ความจำ RAM 8GB จับคู่กับ ROM 256GB ความจุแบตเตอรี่ 4000mAh รองรับชาร์จเร็ว VOOC Flash Charge 3.0 และทำงานบน ColorOS 6.1

OPPO Reno2 Z เปิดรับจองแล้วในอินเดีย ผ่านร้าน Amazon ราคา 30,000 รูปี หรือราว 12,800 บาท เริ่มวางจำหน่าย 6 กันยายนนี้

OPPO Reno2 F

OPPO Reno2 F มาพร้อมกล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2.25 นิ้ว รูรับแสง F1.79 วางคู่กับกล้องมุมกว้างพิเศษ 119 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง F2.2 มีกล้องโมโน และกล้องสำหรับถ่ายภาพบุุคคล ตัวละ 2 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องเซลฟี่ 16 ล้านพิกเซล

OPPO Reno2 F มาพร้อมจอแสดงผล AMOLED Panoramic Screen ขนาด 6.53 นิ้ว อัตราส่วนหน้าจอต่อบอดี้ 91.6% ใช้ชิปประมวลผล MediaTek Helio P70 ความจำ RAM 8GB จับคู่กับ ROM 128GB ความจุแบตเตอรี่ 4000mAh รองรับชาร์จเร็ว VOOC Flash Charge 3.0 และทำงานบน ColorOS 6.1

OPPO Reno2 F จะเริ่มวางจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายนนี้ แต่ยังไม่เปิดเผยราคาออกมา

ที่มา – OPPO
https://www.flashfly.net/wp/264636

from:https://www.flashfly.net/wp/264636

เปิดตัว OPPO Reno 2, Reno 2Z และ Reno 2F มือถือ 4 กล้องหลังความละเอียด 48MP พร้อมระบบซูม 20X

เปิดตัวเรียบร้อยแล้ว สำหรับมือถือกล้องซูม 20 เท่า อย่าง OPPO Reno 2 ที่มาพร้อมกับรุ่นน้องอีก 2 รุ่น ทั้ง Reno 2Z และ Reno 2F ซึ่งจะมีสเปคลดหลั่นลงไปตามลำดับ ซึ่งจริงๆ แล้วมือถือซีรีส์ OPPO Reno 2 ไม่ใช่มือถือเรือธงภาคต่อจาก OPPO Reno รุ่นแรกที่พึ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่มันเป็นมือถือเน้นกล้องที่มีระบบซูมโหดๆ ในราคาที่เอื้อมถึงง่ายกว่าต่างหาก ส่วนสเปค+ฟีเจอร์จะมีอะไรบ้าง.. มาดูกันครับ

ตัวเครื่องด้านหลังทนทานต่อแรงการขีดข่วนด้วย Gorilla Glass 5

OPPO Reno 2 มีตัวเครื่องด้านหลังที่ครอบด้วยกระจกสุดอึด Gorilla Glass 5 ที่สามารถทนการขีดข่วนได้จากเหรียญหรือกุญแจต่างๆ นอกจากนี้ยังมีการดีไซน์แบบสมมาตรของทั้งกล้องหลัง 4 ตัว รวมถึงโลโก้ OPPO ที่เรียงลงมาเป็นแนวตั้ง ตรงกลางเครื่องแบบเป๊ะๆ

หน้าจอ AMOLED อัตราส่วนต่อตัวเครื่องสูงถึง 93.1%

หน้าจอของ OPPO Reno 2 มีขอบบางสุดๆ เพียง 3.35 มม. (บางกว่า Reno รุ่นแรก 4%) ทำให้สามารถขยายหน้าจอออกไปได้สุดๆ จนมีอัตราส่วนต่อตัวเครื่องสูงถึง 93.1% แถมยังครอบด้วยกระจก Gorilla Glass 6 สุดอึดสุดถึกอีกต่างหาก

กล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียดสูงสุด 48MP

OPPO reno 2 มาพร้อมกับกล้องหลังถึง 4 ตัว ประกอบด้วยเลนส์หลักเซ็นเซอร์ Sony IMX586 48MP (f/1.7) + เลนส์ซูม 13MP (f/2.4) + เลนส์ Wide Angle 116° 8MP + เลนส์ Mono จับความลึก 2MP

ระบบซูม Hybrid 5 เท่า และซูมดิจิตอลสูงสุด 20 เท่า

นอกจากกล้องหลังของ Reno 2 จะมีเลนส์ให้เลือกใช้ได้หลากหลายแบบแล้ว มันยังสามารถซูมภาพแบบ Optical ได้ 2 เท่า ซูมแบบ Hybrid ได้ 5 เท่า และสามารถซูมแบบดิจิตอลได้สูงสุดถึง 20 เท่า โดยที่ยังคงความคมชัดและรายละเอียดต่างๆ ของภาพได้เป็นอย่างดี

มืดแค่ไหนก็หายห่วงด้วย Ultra dark Mode

OPPO Reno 2 ยังมีโหมดถ่ายภาพในที่แสงน้อยอย่าง Ultra Dark Mode ที่สามารถเก็บภาพในสภาวะแสงน้อย หรือแทบจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ให้ออกมาคมชัด แจ่มแจ๋ว เหมือนเปิดไฟเลยทีเดียว แถมยังทำงานร่วมกับระบบ AI ในการลด Noise บนภาพถ่าย ให้ภาพออกมาคมกว่าอีกด้วย

นิ่งสุดๆ ด้วย Ultra Steady Video

เอาใจคนชอบถ่ายวิดีโอด้วย Ultra Steady Video ที่ใช้ระบบกันสั่นทั้ง OIS และ EIS พร้อมๆ กัน ทำให้คลิปวิดีโอที่ออกมานิ่งพอๆ กับการถ่ายด้วย Action Cam แถมยังสามารถบันทึกวิดีโอได้ที่ 60fps อีกด้วย

ซูมได้ทั้งภาพและเสียง

นอกจาก Reno 2 จะซูมภาพเข้าไปได้ถึง 20 เท่า ในระหว่างบันทึกวิดีโอแล้ว มันยังสามารถซูมเสียงได้อีก ด้วยการเพิ่มระดับเสียงของสิ่งที่เรากำลังถ่ายอยู่ และใช้ระบบตัดเสียงรอบข้างออก ทำให้เสียงของสิ่งที่เราถ่ายมีความคมชัดมากขึ้น

กล้องเซลฟี่ที่ถ่ายวิดีโอแบบ Bokeh ได้

กล้อง Pivot Rising Camera ของ Reno 2 ยังสามารถถ่ายวิดีโอเซลฟี่เก๋ๆ ด้วยการใส่เอฟเฟ็คท์ Bokeh หรือหน้าชัดหลังเบลอได้อีกด้วย

แบตเตอรี่ 4000 mAh พร้อมระบบชาร์จเร็ว VOOC Flash Charge 3.0

OPPO Reno 2 ให้แบตเตอรี่มาให้ใช้งานกันได้สบายๆ ถึง 4000 mAh โดยเล่นเกมต่อเนื่องได้ถึง 8 ชม. และดูวิดีโอต่อเนื่องได้ถึง 13 ชม. แถมยังใส่ระบบชาร์จไวอย่าง VOOC Flash Charge 3.0 ที่สามารถชาร์จไฟจาก 0 – 51% ได้ในเวลาเพียง 30 นาที เท่านั้น

สเปค OPPO Reno 2

  • หน้าจอ AMOLED ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080) ขนาด 6.5 นิ้ว
  • CPU : Snapdragon 730G
  • GPU : Adreno 618
  • RAM : 8GB
  • ความจุ : 256GB
  • กล้องหลัง : Sony IMX586 48MP (f/1.7) + 8MP (f/2.4) + 13MP (f/2.2) + 2MP (f/2.4), OIS + EIS, Ultra Dark Mode
  • กล้องหน้า Pivot Rising Camera : 16MP
  • เซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือบนหน้าจอ
  • การเชื่อมต่อ : WLAN Function: 2.4/5GHz 802.11 a/b/g/n/ac, BT 5.0, USB-C
  • เซ็นเซอร์ : Gyro, Light, Proximity, G-Sensor/Acceleration Sensor, Compass
  • แบตเตอรี่ 4000 mAh รองรับ VOOC Flash Charge 3.0
  • ขนาด / น้ำหนัก : 160 x 74.3 x 9.5 มม. / 189 กรัม
  • ระบบ Android 9 ครอบด้วย ColorOS 6.1
  • สีที่วางจำหน่าย : สีดำ Luminous Black, สีน้ำเงิน Ocean Blue, สีชมพู Sunset Pink

สเปค OPPO Reno 2Z

  • หน้าจอ AMOLED ความละเอียด FHD+ (2340 x 1080) ขนาด 6.5 นิ้ว
  • CPU : Helio P90
  • GPU : IMG 9XM-HP8
  • RAM : 8GB
  • ความจุ : 128GB / 256GB
  • กล้องหลัง : Sony IMX586 48MP 10x Digital Zoom (f/1.7) + 8MP (f/2.2) + 2MP (f/2.4) + 2MP (f/2.4), EIS, Ultra Dark Mode
  • กล้องหน้า Pop-up : 16MP
  • เซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือบนหน้าจอ
  • การเชื่อมต่อ : WLAN Function: 2.4/5GHz 802.11 a/b/g/n/ac, BT 5.0, USB-C
  • เซ็นเซอร์ : Gyro, Light, Proximity, G-Sensor/Acceleration Sensor, Compass
  • แบตเตอรี่ 4000 mAh รองรับ VOOC Flash Charge 3.0
  • ขนาด / น้ำหนัก : 161.8 x 75.8 x 8.7 มม. / 195 กรัม
  • ระบบ Android 9 ครอบด้วย ColorOS 6.1
  • สีที่วางจำหน่าย : สีดำ Luminous Black, สีขาว Sky White

สเปค OPPO Reno 2F

  • หน้าจอ AMOLED ความละเอียด FHD+ (2340 x 1080) ขนาด 6.5 นิ้ว
  • CPU : Helio P70
  • GPU : Mali-G72 MP3
  • RAM : 8GB
  • ความจุ : 128GB รองรับ MicroSD card 256GB
  • กล้องหลัง : Sony IMX586 48MP 10x Digital Zoom (f/1.7) + 8MP (f/2.2) + 2MP (f/2.4) + 2MP (f/2.4), Ultra Night Mode
  • กล้องหน้า Pop-up : 16MP
  • เซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือบนหน้าจอ
  • การเชื่อมต่อ : WLAN Function: 2.4/5GHz 802.11 a/b/g/n/ac, BT 4.2, USB-C
  • เซ็นเซอร์ : Gyro, Light, Proximity, G-Sensor/Acceleration Sensor, Compass
  • แบตเตอรี่ 4000 mAh รองรับ VOOC Flash Charge 3.0
  • ขนาด / น้ำหนัก : 161.8 x 75.8 x 8.7 มม. / 195 กรัม
  • ระบบ Android 9 ครอบด้วย ColorOS 6.1
  • สีที่วางจำหน่าย : สีฟ้า Lake Blue, สีขาว Sky White

OPPO Reno 2Z จะวางขายในประเทศอินเดียตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2019 ในราคา 36,990 รูปี หรือราวๆ 15,775 บาท และ OPPO Reno 2F จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน 2019 ในราคา 29,990 รูปี หรือราวๆ 12,800 บาท ส่วนรุ่นท็อป OPPO Reno 2 จะเริ่มวางจำหน่ายในเดือนพฤษจิกายน 2019 แต่ตอนนี้ยังไม่มีราคาออกมาครับ

from:https://droidsans.com/oppo-reno-2-2z-2f-officially-announced/

เผยสเปคเพิ่มเติมมือถือซีรีส์ OPPO Reno 2 ทั้ง 3 รุ่น พร้อมข้อมูล OPPO Reno A ที่เตรียมเปิดตัวหลังจากนี้ด้วย

เหลืออีกไม่กี่วันแล้วสำหรับงานเปิดตัวของ OPPO Reno 2 ที่รอบนี้จะเปิดตัวถึง 3 รุ่นเลยทีเดียว ทั้ง Reno 2, Reno 2Z และ Reno 2F ซึ่งสเปคบางส่วนก็มีหลุดออกมาให้เราเห็นกันมาบ้างแล้ว ยกเว้นรุ่นเล็กสุด Reno 2F ที่ยังไม่มีข้อมูลอะไรหลุดออกมาเลย.. ทว่าล่าสุดก็ได้มีข้อมูลสเปคของมือถือรุ่นดังกล่าวหลุดออกมาจนได้ ส่วนจะมีอะไรบ้าง…ไปดูกันได้เลยครับ

ตามข้อมูลสเปคของ OPPO Reno 2F ถ้าเทียบกับสเปคของ Reno 2 และ Reno 2Z ที่หลุดออกมาก่อนหน้านี้ คาดว่า Reno 2F จะเป็นมือถือรุ่นน้องเล็กสุดของซีรีส์ Reno 2 เพราะมีสเปคต่างๆ ที่ด้อยกว่าอีก 2 รุ่น ไม่ว่าจะเป็นชิป Helio P70 หรือกล้องหลักขนาด 48MP ที่ใช้เซ็นเซอร์ Samsung Bright GM1 ส่วนกล้องหน้าจะเป็นกล้องป๊อปอัพธรรมดา ไม่ใช่แบบ Pivot Rising Camera เหมือนรุ่นท็อป

สเปค OPPO Reno 2F

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.53 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (1080 x 2340) ความหนาแน่นพิกเซล 395 ppi ครอบด้วยกระจก Gorilla Glass 5
  • CPU : Helio P70
  • RAM : 8GB
  • ความจุ : 128GB
  • กล้องหลัง : 48MP (GM1, EIS) + 8MP (Wide angle 119°) + 2MP + 2MP, โหมดถ่ายกลางคืน Ultra Night Mode 2.0
  • กล้องหน้า : 13MP
  • USB-C
  • แบตเตอรี่ 3700 mAh รองรับ VOOC Charging 3.0
  • ระบบ Android 9 ครอบด้วย ColorOS 6.0.1

ถัดมาเป็นมือถือรุ่นกลางอย่าง OPPO Reno 2Z ที่จะมีสเปคต่างๆ อัพเกรดขึ้นมาจากรุ่นน้องเล็กอย่าง Reno 2F ทั้งชิป Helio P90 และเซ็นเซอร์กล้อง Sony IMX586 พร้อมระบบซูมดิจิตอล 10X ส่วนกล้องหน้าจะเป็นกล้องป๊อปอัพธรรมดาเหมือนรุ่นน้อง Reno 2F

สเปค OPPO Reno 2Z

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.53 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (1080 x 2340) ครอบด้วยกระจก Gorilla Glass 5
  • CPU : Helio P90
  • RAM : 8GB
  • ความจุ : 256GB
  • กล้องหลัง : 48MP (IMX586, EIS) + 8MP (Wide angle 119°) + 2MP + 2MP, โหมดถ่ายกลางคืน Ultra Dark Mode, ซูมดิจิตอล 10X
  • กล้องหน้า : 16MP
  • USB-C
  • แบตเตอรี่ 4000 mAh รองรับ VOOC Charging 3.0
  • ระบบ Android 9 ครอบด้วย ColorOS 6.0.1

ภาพหลุดตัวเป็นๆ ของ Reno 2Z

สุดท้ายกับรุ่นท้อปอย่าง OPPO Reno 2 ที่เหนือกว่าทั้ง 2 รุ่นด้านบนด้วยหน้าจอ Dynamic AMOLED ขนาดใหญ่กว่าที่ 6.55 นิ้ว และยังรองรับการแสดงผลของเกมแบบ HDR10, ชิป Snapdragon 730G, กล้องหลัง 4 ตัว ที่มีระบบซูมแบบไฮบริดได้ 5X และซูมแบบดิจิตอลได้ถึง 20X  พร้อมระบบกันสั่นแบบ OIS + EIS อีกด้วย ส่วนกล้องหน้าจะเป็นแบบ Pivot Rising Camera เหมือนรุ่นพี่ OPPO Reno

สเปค OPPO Reno 2

  • หน้าจอ Dynamic AMOLED ขนาด 6.55 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (1080 x 2340) ครอบด้วยกระจก Gorilla Glass 5
  • CPU : Snapdragon 730G
  • RAM : 8GB
  • ความจุ : 256GB
  • กล้องหลัง : 48MP (IMX586, OIS+EIS) + 13MP (เลนส์ซูม Optical 2X) + 8MP (Wide angle 116°) + 2MP, โหมดถ่ายกลางคืน Ultra Dark Mode, ซูมดิจิตอล 20X
  • กล้องหน้า : 16MP
  • USB-C
  • แบตเตอรี่ 4000 mAh รองรับ VOOC Charging 3.0
  • ระบบ Android 9 ครอบด้วย ColorOS 6.0.1

นอกจากนี้ OPPO ยังมีแผนที่จะเปิดตัวสมาร์ทโฟนซีรีส์ Reno A เพิ่มอีกด้วย ซึ่งก็มีภาพเรนเดอร์ของ Reno A หลุดออกมาบ้างแล้ว โดยมือถือรุ่นนี้มาพร้อมกับฝาหลังแบบเงา, กล้องหลัก 16MP (f/1.8) + เซ็นเซอร์จับความลึก 2MP, หน้าจอ AMOLED แบบติ่งหยดน้ำไว้ใส่กล้องเซลฟี่ความละเอียด 25MP (f/2.4), หน้าจอขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด FHD+ และน่าจะใช้ระบบสแกนนิ้วบนจอ ส่วนชิปเซ็ตคาดว่าน่าจะใช้ Snapdragon 710, แบตเตอรี่ขนาด 3,600 mAh

OPPO Reno A จะมีให้เลือก 2 รุ่น แบ่งตามหน่วยความจำ 6GB/64GB และ 6GB/128GB มีให้เลือกด้วยกัน 2 สีได้แก่สีน้ำเงินและสีดำ ส่วนวันเปิดตัวของ OPPO Reno A คาดว่าจะเป็นช่วงหลังเปิดตัว Reno 2 ไปแล้วซักพักนึงครับ

 

ที่มา: 91mobiles, mysmartprice

from:https://droidsans.com/oppo-reno-2f-specifications-leak/

เผยสเปก OPPO Reno 2F มาพร้อมชิป Helio P70 แรม 8GB กล้องหลัง 4 ตัว เปิดตัวพร้อม Reno 2, Reno 2Z และ Reno A

รายงานก่อนหน้านี้ ระบุว่า OPPO Reno 2 series จะประกอบไปด้วยรุ่น Reno 2, Reno 2Z และ Reno 2F โดย 1 รุ่นแรก Reno 2 กับ Reno 2Z ถูกเปิดเผยสเปกออกมาแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกสำหรับ Reno 2F ที่ถูกเปิดเผยสเปกออกมา

แหล่งข่าวอ้างว่า OPPO Reno 2F จะมาพร้อมจอแสดงผล Full HD+ AMOLED ขนาด 6.53 นิ้ว ใช้ชิปประมวลผล MediaTek Helio P70 ความจำ RAM 8GB จับคู่กับ ROM 128GB

OPPO Reno 2F มีไฮไลท์ที่กล้องหลัง 4 ตัว โดยตัวหลักใช้เซ็นเซอร์ Samsung ISOCELL Bright GM1 ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล วางคู่กับกล้องมุมกว้างพิเศษ 8 ล้านพิกเซล และกล้องอีก 2 ตัว มีความละเอียดเท่ากัน 2 ล้านพิกเซล รองรับซูมดิจิตอล 10 เท่า พร้อมด้วยโหมดถ่ายภาพ Ultra Dark Mode และ Ultra Night Mode 2.0

คาดว่า OPPO Reno 2F จะได้รับการเปิดตัวพร้อมกับ Reno 2, Reno 2Z และ Reno A ในวันที่ 28 สิงหาคมนี้

ที่มา – Gsmarena
https://www.flashfly.net/wp/264316

from:https://www.flashfly.net/wp/264316