คลังเก็บป้ายกำกับ: OPPO_RENO

เผยโฉม Reno3 Pro 5G ในงาน OPPO Inno Day 2019 ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 765G ผู้บริหารยืนยีนเปิดตัวเร็วๆ นี้

ไม่ต้องรอข่าวลือกันอีกแล้ว ในงาน OPPO INNO Day 2019 ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองเสิ่นเจิ้น ประเทศจีนได้มีการเผยโฉมและหน้าตาของ OPPO Reno3 Pro 5G อย่างเป็นทางการบนเวทีเรียบร้อย ระหว่างที่พูดถึงเรื่องของเทคโนโลยี 5G ที่ทางค่ายกำลังจะขยายรุ่นที่รองรับให้มากขึ้น

ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า OPPO เตรียมจะเปิดตัวมือถือในรุ่น Reno 3 อย่าง Reno3, Reno3 Pro, และ Reno3 Pro 5G ในเร็วๆ นี้ ซึ่งเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา Reno 3 ก็มีทั้งภาพหลุด พร้อมสเปคซึ่งก็ได้ผ่านการรับรองจาก TENAA ไปเรียบร้อยแล้ว ล่าสุดมีก็ถึงคิวของรุ่นพี่ Reno3 Pro 5G ที่คาดว่าจะผ่านการรับรองจาก TENAA แล้วเช่นกัน

เนื่องจากในงาน INNO Day นั้นทางค่ายยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลของมือถือรุ่นนี้มากนัก แต่จากข้อมูลที่ไปจดทะเบียนกับ  TENAA เอาไว้ทำให้เราได้รู้สเปค Oppo Reno3 Pro 5G ว่าจะใช้ชิปเซ็ตรุ่นใหม่ Snapdragon 765G จาก Qualcomm และมาพร้อมดีไซน์ตัวเครื่องบางเฉียบแบบไร้ขอบ พร้อมเจาะรูกล้องหน้า, มีเซนเซอร์แสกนนิ้วแบบ in-screen fingerprint และนอกจากนี้ยังมีข้อมูลว่าอาจจะมาพร้อมรีเฟรชหน้าจอ 90Hz และมี touch sample rate ที่ 180Hz อีกด้วย

สเปค OPPO Reno3 Pro 5G

  • จอแสดงผล :  AMOLED ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด FHD+
  • ขนาดตัวเครื่อง :  159.4×72.4×7.7 มม. หนัก 172 กรัม
  • ชิปเซ็ต :  Snapdragon 765G SoC
  • ระบบปฏิบัติการ :  Android 10 ColorOS 7
  • RAM :  8GB
  • ROM :  128GB
  • กล้องหน้า :  ความละเอียด 32MP
  • กล้องหลัง :   4 ตัว ความละเอียด 48MP + 13MP + 8MP + 2MP , LED Flash
  • รองรับ :
  • เครือข่าย :  Dual 4G VoLTE / 5G (NSA, SA)
  • Wi-Fi  : 802.11ac, Wi-Fi Hotspot,
  • การเชื่อมต่อ :   Bluetooth GPS
  • พอร์ต :  USB Type-C
  • แบตเตอรี่ :  4,025  และรองรับชาร์จเร็ว 30W

นอกจากจะมีสเปคหลุดออกมาบน  TENAA แล้วทางค่ายยังได้ปล่อย ทีเซอร์ของ  Reno3 Pro 5G ออกมาด้วยอีกเช่นกัน

 

Reno3 Pro 5G จะมีให้เลือก 4 สี คือ ขาว, น้ำเงิน, แดง และ ดำ แต่อย่างไรก้ตามยังไม่มีข้อมูลเรื่องราคาว่าจะเปิดตัวประมาณเท่าไหร่ แต่คาดว่าอาจจะเปิดตัวเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน

 

ที่มา gsmarenagizmochina

from:https://droidsans.com/oppo-reno3-pro-5g-full-specs-revealed-by-tenaa/

ใช้งานลื่น เปิดกี่แอพก็ไม่หวั่นกับ OPPO Reno 10x Zoom RAM 12GB Limited Edition สีใหม่ Ocean Blue แรงกว่าเก่า ในราคาเท่าเดิม

OPPO เอาใจแฟนสมาร์ทโฟน Reno 10x Zoom ด้วยการอัพเกรดประสิทธิภาพให้ลื่นไหลกว่าเดิม ด้วย OPPO Reno 10x Zoom RAM 12GB Limited Edition รุ่นพิเศษที่มาพร้อมความจำ RAM 12GB เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ให้มา 8GB และยังมาพร้อมสีสันใหม่ Ocean Blue ที่สวยงามพรีเมี่ยม ซึ่งก็ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในราคาเท่าเดิม พร้อมโปรโมชั่นสุดเร้าใจเช่นเคย ซึ่งก่อนหน้าทีมงาน @flashfly ก็ได้ทำการแกะกล่องรุ่นนี้ไปเรียบร้อยแล้ว คราวนี้ก็มาถึงเวลาทดสอบใจงานจริงกันบ้าง

แกะกล่อง OPPO Reno 10x Zoom RAM 12GB Limited Edition

สเปกแรง Snapdragon 855 แรม 12GB และ HyperBoost 2.0

OPPO Reno 10x Zoom RAM 12GB Limited Edition มาพร้อมชิปประมวลผลระดับเรือธง Qualcomm Snapdragon 855 ซึ่งเป็นชิปรุ่นท็อปของตลาดสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน ตอบสนองระบบ Multitasking หรือทำงานหลายอย่างพร้อมกันได้อย่างลื่นไหลด้วยความจำ RAM 12GB เก็บข้อมูลได้จุใจกับ ROM 256GB จากการที่ทำการทดสอบกับ AnTuTu Benchmark ได้คะแนนสูงถึง 42,6214 คะแนน มากกว่าในรุ่นเดิมแรม 8GB ที่ทำได้ประมาณ 36,000 คะแนน แน่นอนว่าประสบการณ์การใช้งานก็จะต่างจากเดิมโดยเฉพาะการเล่นเกมหรือเปิดแอปพลิเคชั่นเยอะๆ

OPPO Reno 10x Zoom RAM 12GB Limited Edition เอาใจเกมเมอร์ด้วยเทคโนโลยี HyperBoost 2.0 ประกอบด้วยระบบ Frame Boost และ Touch Boost ที่จะทำให้สมาร์ทโฟนนี้กลายเป็นเกมมิ่งสมาร์ทโฟนไปในพริบตา ทั้งเฟรมเรทบนหน้าจอที่ลื่นไหลไม่มีสะดุด และทุกการแตะหน้าจอหรือโจมตีคู่ต่อสู้ตอบสนองทันใจ ไม่พลาดเป้าอย่างแน่นอน

Frame Boost จะช่วยในการวิเคราะห์ประสิทธิภาพด้านกราฟิกของสมาร์ทโฟนแบบเรียลไทม์ในระหว่างเล่นเกม เพื่อจัดการทรัพยากรเครื่องให้เหมาะสม ช่วยทำให้เฟรมเรทของเกม ROV มีความเสถียรขึ้น 31.38% และลดอาการ Lag ของเกม PUBG ได้สูงสุด 44.1%

สำหรับ Touch Boost จะช่วยให้จอแสดงผลตอบสนองการสัมผัสได้เร็วขึ้น 34.9% ตอบสนองการสัมผัสระหว่างเล่นเกม ROV ได้ 13.75% และ ตอบสนองการสัมผัสระหว่างเล่นเกม PUBG ได้ 21.6% 

อีกทั้งยังมี Game Shock ตอบสนองเกมด้วยระบบสั่นจากมอเตอร์ พร้อมสร้างเอฟเฟกต์เสียงต่างๆ ตามฉากของเกม จึงให้ประสบการณ์การเล่นเกมที่สมจริงยิ่งขึ้น

ชาร์จไว VOOC Flash Charge 3.0

OPPO Reno 10x Zoom RAM 12GB Limited Edition มีความจุแบตเตอรี่ขนาด 4065mAh ให้อายุการใช้งานยาวนานตลอดทั้งวัน และรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว VOOC Flash Charge 3.0 (20 วัตต์) สามารถชาร์จแบตเตอรี่จากระดับ 0% ถึง 51% ได้ในเวลาเพียง 30 นาที

OPPO Reno 10x Zoom RAM 12GB Limited Edition ยังมีระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว (Liquid Cooling Heat) โดยใช้เทคโนโลยีระบายความร้อน 3 ชั้น จากกราไฟท์ เทคโนโลยีทำความเย็นด้วยท่อทองแดง และ เจลระบายความร้อน ช่วยลดอุณหภูมิตัวเครื่องได้ถึง 13% และช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ให้ยาวนานขึ้น

จึงสามารถเล่นเกมได้เป็นเวลานาน รวมถึงตอบสนองการใช้งานกล้อง แผนที่นำทาง และการทำงานทั่วไปได้อย่างราบรื่น

สีใหม่ Ocean Blue หน้าจอ Panoramic Screen ไร้ติ่ง

OPPO Reno 10x Zoom RAM 12GB Limited Edition เพิ่มความโดดเด่นด้วยสีสันใหม่สุดพรีเมี่ยม Ocean Blue และใช้กระจกคุณภาพสูง Gorilla Glass 6 ซึ่งเป็นกระจกที่มีความแข็งแรงมากที่สุดของ Corning ในปัจจุบันนี้ ช่วยปกป้องสมาร์ทโฟนจากแรงกระแทกและรอยขีดข่วนได้เป็นอย่างดี

จอแสดงผลของ OPPO Reno 10x Zoom RAM 12GB Limited Edition ให้สีสันสวยงามคมชัดด้วยจอภาพ AMOLED รองรับขอบเขตสีกว้างในแบบ DCI-P3 ความละเอียด 2340 x 1080 พิกเซล ขนาด 6.6 นิ้ว บนดีไซน์ Panoramic Screen ไร้กรอบ ไร้รอยบาก และให้อัตราส่วนหน้าจอต่อบอดี้สูงถึง 93.1% และยังผ่านมาตรฐานถนอมดวงตาจาก TÜV Rheinland สามารถกรองแสงสีฟ้าได้ถึง 56% 

ล้องหน้าดีไซน์ล้ำ Pivot Rising Camera

อีกหนึ่งไฮไลท์ของ OPPO Reno 10x Zoom RAM 12GB Limited Edition คือระบบกล้องหน้าดีไซน์ล้ำ Pivot Rising Camera ที่ซ่อนไว้ด้านบน ทำให้จอแสดงผลไม่มีรอยบากให้รบกวนสายตา โดยกล้องหน้าจะสไลด์ขึ้น-ลงอัตโนมัติอย่างรวดเร็ว

แต่จุดที่ทำให้ OPPO Reno 10x Zoom ได้รับความสนใจมากที่สุดในช่วงเปิดตัวก็คือระบบกล้องหลัง 3 ตัว ซึ่งประกอบไปด้วย กล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล + กล้องมุมกว้างพิเศษ 8 ล้านพิกเซล + กล้องเทเลโฟโต้ 13 ล้านพิกเซล 

กล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX586 รูรับแสง F1.7 มาพร้อมโหมด Ultra Night Mode 2.0 ที่ช่วยให้ถ่ายภาพในเวลากลางหรือในที่แสงน้อยออกมาคมชัดทุกรายละเอียด 

กล้องมุมกว้างพิเศษ  8 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX319 รูรับแสง F2.2 สามารถเก็บภาพในมุมกว้างถึง 120 องศา รองรับการถ่ายภาพทัศนียภาพต่างๆ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยว อาคารขนาดใหญ่ และภาพหมู่คณะ

Ultra Wide Angle OFF
Ultra Wide Angle ON

กล้องซูม 60 เท่า มากที่สุดในตลาดสมาร์ทโฟน

สำหรับกล้องเทเลโฟโต้ ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ ด้วยการนำโครงสร้างกล้องปริทรรศน์มาใช้เป็นต้นแบบในการวางชิ้นเลนส์ให้รองรับการหักเหของแสง และใช้เลนส์ D-cut เพื่อทำให้โมดูลกล้องมีขนาดเล็กเป็นพิเศษ หนาเพียง 5.75 มิลลิเมตร และยังสามารถซูมดิจิตอลได้สูงสุด 60 เท่า หรือซูมแบบไฮบริดได้สูงสุด 10 เท่า 

ระบบกล้องหลังยังมาพร้อมเทคโนโลยีลดภาพสั่นไหวแบบ Dual OIS ช่วยให้ถ่ายภาพได้อย่างคมชัด โดยไม่ต้องอาศัยขาตั้งกล้อง หรือทำให้ภาพนิ่งไม่สั่นไหวแม้จะใช้ระบบซูม และยังช่วยถ่ายวีดีโอได้อย่างราบรื่น

OPPO Reno 10x Zoom ยังมีโหมดถ่ายภาพ Dazzle Color Mode ที่ช่วยปรับสีสันของภาพให้เป็นธรรมชาติ โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI มาช่วยให้ภาพถ่ายมีสีสันสดใสอย่างธรรมชาติทุกสภาพแสง ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพในเวลากลางวัน หรือเก็บภาพไฟประดับตามร้านหรืออาคารต่างๆ ในเวลากลางคืน และสามารถใช้  Dazzle Color Mode กับกล้องมุมกว้างได้ด้วย

ตัวอย่างภาพถ่าย OPPO Reno 10x Zoom RAM 12GB Limited Edition

อีกจุดหนึ่งที่ไม่เขียนถึงคงไม่ได้ นั่นคือจุดเซรามิคที่เรียกว่า O-Dot ติดตั้งไว้ใต้เลนส์กล้องและไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน ทำหน้าที่ป้องกันเลนส์กล้องไม่ให้สัมผัสกับพื้นโดยตรง เพราะ O-Dot ถูกออกแบบมาให้มีความนูน จึงช่วยป้องกันเลนส์กล้องไม่ให้ได้รับความเสียหายเมื่อวางด้านหลังของสมาร์ทโฟนไว้บนพื้นราบ

โดยรวมแล้ว OPPO Reno 10x Zoom ถือเป็นสมาร์ทโฟนระดับเรือธง มีความน่าสนใจตั้งแต่การออกแบบสวยงามพรีเมี่ยม ดีไซน์ไม่ซ้ำใคร และยังให้ประสิทธิภาพสูงไม่แพ้เรือธงคู่แข่ง แต่การมาของ OPPO Reno 10x Zoom RAM 12GB Limited Edition ถือเป็นการอัพเกรดให้มีความคุ้มค่ามากขึ้น ด้วยการเพิ่มสีสันใหม่ Ocean Blue และเพิ่มความจำ RAM 12GB รองรับการทำงานหลายแอพร้อมกันได้อย่างลื่นไหล และยังคงวางจำหน่ายในราคาเดิม 28,990 บาท เท่ากับรุ่น RAM 8GB แทนที่จะเพิ่มราคา นี่จึงถือว่าเป็นของขวัญที่ OPPO มอบให้ในช่วงเวลาแห่งความสุขส่งท้ายปี

#OPPOReno10xZoom #12GBLimitedEdition #OceanBlue #แรมเยอะกว่าราคาเท่าเดิม

from:https://www.flashfly.net/wp/276822

OPPO Reno 10x Zoom 12GB RAM Limited Edition พร้อมวางจำหน่ายทางการ 2 ธันวาคมนี้ เริ่มต้นเพียง 13,490 บาท

OPPO Reno 10x Zoom สมาร์ทโฟนสุดพรีเมี่ยมจาก OPPO โดดเด่นในด้านของประสิทธิภาพการทำงานที่รวดเร็ว และเทคโนโลยีกล้องสุดล้ำ อย่างเทคโนโลยี 10x Hybrid Zoom ซูม 10 เท่า โดยที่ภาพยังคมชัด และดิจิทัลซูมได้สูงสุด 60 เท่า วันนี้ OPPO กลับมาตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านสมาร์ทโฟนอีกครั้งด้วยการเปิดตัว OPPO Reno 10x Zoom 12GB RAM Limited Edition ในราคาเท่าเดิม 28,990 บาท พร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการวันที่ 2 ธันวาคมนี้ ณ OPPO Brand Shop ทุกสาขาและตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ พร้อมรับข้อเสนอพิเศษ เริ่มต้นเพียง 13,490 บาท เมื่อซื้อพร้อมแพ็คเกจกับผู้ให้บริการเครือข่ายที่ร่วมรายการ ทั้ง AIS (โปรโมชั่นถึงวันที่ 9 มกราคม 2563) และ Truemove H (โปรโมชั่นถึงวันที่ 31ธันวาคม 2562) สำหรับผู้ที่ทำการซื้อ OPPO Reno 10x Zoom 12GB RAM Limited Edition รับฟรี OPPO Enco Q1 Wireless Noise Cancelling Headphones ไปเลยทันที มูลค่า 2,990 บาท

OPPO Reno 10x Zoom 12GB RAM Limited Edition ถือเป็นสมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยมจาก OPPO ที่มีประสิทธิภาพการทำงานระดับไฮเอนด์ โดยในรุ่นนี้มีการเพิ่ม RAM มากถึง 12GB และ ROM 256GB ผสานการทำงานกับ CPU ตัวท็อปในตลาดสมาร์ทโฟนอย่าง Snapdragon 855 ให้ประสบการณ์ที่เหนือกว่าของการใช้งานสมาร์ทโฟนได้อย่างลื่นไหลและรวดเร็ว

OPPO Reno 10x Zoom 12GB RAM Limited Edition ยังคงประสิทธิภาพของเทคโนโลยีกล้องอันเหนือชั้นอย่าง เทคโนโลยี 10x Hybrid Zoom และ 60x Digital Zoom พร้อมทั้งมีระบบกันสั่น Dual OIS และ EIS ลดความสั่นไหวของทั้งภาพและวิดีโอ พร้อมให้รูปถ่ายและวิดีโอออกมาสมบูรณ์แบบด้วย Dazzle Color Mode 2.0 ที่ปรับสีให้ดูเป็นธรรมชาติและปรับสมดุลของความสว่าง

ในเรื่องของงานดีไซน์ที่ผ่านกระบวนการคิดมาอย่างประณีต อย่างหน้าจอไร้ขอบ Panoramic Full Screen ขนาด 6.6 นิ้ว พร้อมเทคนิคการซ่อนกล้องหน้าให้เป็นแบบ Pivot Rising Camera ทำให้ผู้ใช้งานเห็นหน้าจอได้แบบเต็มตาไม่มีสิ่งรบกวน และมีการเพิ่มปุ่ม O-Dot หรือจุดเซรามิกทางด้านหลังของตัวเครื่อง เพื่อปกป้องเลนส์กล้องเวลาสัมผัสกับพื้นผิวต่างๆ

OPPO Reno 10x Zoom 12GB RAM Limited Edition มาในสี ‘Ocean Blue’ ที่ผ่านการออกแบบอย่างพิถีพิถัน ภายใต้แรงบันดาลใจจากความสวยงามของท้องทะเล โดยตัวเครื่องได้รับการเคลือบเงาพิเศษเล่นกับแสงไฟที่ตกกระทบ พร้อมสะกดทุกสายตา นอกจากเด่นเรื่องการใช้งานที่รวดเร็วลื่นไหล OPPO Reno 10x Zoom 12GB RAM Limited Edition ยังมีเทคโนโลยีชาร์จไว VOOC 3.0 ควบคู่กับแบตเตอรี่ความจุขนาดใหญ่ถึง 4,065 mAh ทำให้สามารถชาร์จได้เร็วขึ้น ใช้งานได้นานขึ้น ตอบโจทย์ในทุกไลฟ์สไตล์การใช้งาน

พร้อมเป็นเจ้าของ OPPO Reno 10x Zoom 12GB RAM Limited Edition ได้อย่างเป็นทางการวันที่ 2 ธันวาคมนี้ ในราคา 28,990 บาท ณ OPPO Brand Shop ทุกสาขาและตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ พร้อมรับข้อเสนอพิเศษ เริ่มต้นเพียง 13,490 บาท เมื่อซื้อพร้อมแพ็คเกจกับผู้ให้บริการเครือข่ายที่ร่วมรายการ ทั้ง AIS (โปรโมชั่นถึงวันที่ 9 มกราคม 2563) และ Truemove H (โปรโมชั่นถึงวันที่ 31ธันวาคม 2562) สำหรับผู้ที่ทำการซื้อ OPPO Reno 10x Zoom 12GB RAM Limited Edition รับฟรี OPPO Enco Q1 Wireless Noise Cancelling Headphones ไปเลยทันที มูลค่า 2,990 บาท

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนดและสามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/oppothai/

#OPPOReno10xZoom #12GBLimitedEdition #OceanBlue #แรมเยอะกว่าราคาเท่าเดิม

from:https://www.flashfly.net/wp/276672

รีวิว Oppo Reno2: กล้องดีมาก เล่นเกมลื่น กับอนาคตที่ไม่แน่นอน

เมื่อดูสเปกและราคาควบคู่กันไปแล้ว Oppo Reno2 เป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางค่อนไปทางสูง ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนสิงหาคม เกือบจะเป็นตัวท็อปของ Oppo ในปีนี้แล้ว Oppo Reno2 เน้นเรื่องกล้องเอามากๆ (และก็ทำได้ดีเสียด้วย) อีกทั้งยังมีหน้าตาที่โดดเด่นดูพรีเมียมไม่เหมือนใคร ขอบอกไว้ก่อนว่า Oppo Reno2 ถือเป็น Oppo เครื่องแรกที่ผมใช้งานเลย และก็ขอสปอยล์ตรงนี้เลยว่า Oppo ทำการบ้านมาได้ดีทีเดียว

รีวิวนี้ใช้ Oppo Reno2 สี Luminous Black ความจุ 256 GB เครื่องศูนย์ไทย โดยผู้รีวิวเป็นผู้จัดหาอุปกรณ์ดังกล่าวด้วยตนเอง

ดีไซน์

Oppo Reno2 มาพร้อมขนาดที่ใหญ่เต็มมือ ด้านหน้าเป็นกระจก Gorilla Glass 6 ส่วนด้านหลังเป็นกระจก Gorilla Glass 5 โค้งรับกับมือ กล้องไม่นูน ลวดลายสวยงามโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของ Oppo มีการเล่นกับการสะท้อนของแสงให้เป็นเส้นสีน้ำเงินคล้ายๆ การเรืองแสง ให้ความรู้สึกพรีเมียม กรอบของตัวเครื่องเป็นโลหะด้าน การถือใช้งานก็ค่อนข้างหนักด้วยน้ำหนัก 189 กรัม

เผื่อมีใครสงสัย จุดที่มีขอบเขียวๆ ตรงนั้นไม่ใช่ไฟแต่อย่างใด จากการคาดเดาเหมือนจะมีไว้เพื่อให้นูนออกมา เวลาวางเครื่องแล้วกระจกด้านหลังจะได้ไม่สัมผัสกับพื้นผิวเต็มแผ่น ป้องกันการเกิดรอยบนกระจกด้านหลัง

หน้าจอ

Oppo Reno2 ใช้หน้าจอ AMOLED ความละเอียด 1080p โดยมีขนาดใหญ่ถึง 6.5 นิ้ว รองรับการแสดงผลที่ความกว้างสี P3 และรองรับ HDR อีกด้วย แต่รู้สึกว่ามีความอมฟ้าเล็กน้อย ในด้านความสว่างอาจไม่สู้แสงแดดจ้าภายนอกนัก แต่ก็ยังสามารถใช้งานได้

ด้วยความที่มีขนาดใหญ่ถึง 6.5 นิ้ว ทำให้การพิมพ์ข้อความด้วยมือเดียวอาจจะลำบากหน่อย ปกติผมจะใช้มือเดียวแล้วใช้นิ้วโป้งลากเพื่อพิมพ์ (swipe) แต่พอมาใช้เครื่องนี้ก็ต้องใช้สองมือในการพิมพ์เพราะมันใหญ่จริงๆ บางทีก็อาจจะขี้เกียจพิมพ์ข้อความยาวๆ ไปด้วย

Oppo Reno2 ใช้หน้าจอแบบ AMOLED ก็ทำให้มีฟีเจอร์แสดงนาฬิกาบนจอตลอดเวลา (ชื่อว่า Screen-off clock) หรือที่เรามักเรียกกันว่า always-on display มาด้วย แต่ก็แสดงได้แค่เวลา วันที่ และแบตเตอรี่ ไม่สามารถปรับแต่งได้ และไม่แสดงการแจ้งเตือน หวังว่า Oppo จะมีการเพิ่มความสามารถในอนาคต

เสียง

เรื่องเสียงอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ Oppo Reno2 ถนัด เพราะตัวเครื่องมีลำโพงมาเพียงตัวเดียวอยู่ด้านล่างของเครื่อง (ถ้าไม่นับลำโพงสนทนาที่ใช้คุยโทรศัพท์อย่างเดียว) ซึ่งก็ให้เสียงที่ธรรมดา เสียงดังได้พอสมควรแต่แบน ข้อสังเกตที่สำคัญคือ Oppo Reno2 ไม่รองรับหูฟังแบบ USB Type-C

ประสิทธิภาพและซอฟต์แวร์

Oppo Reno2 ใช้ระบบปฏิบัติการ แอนดรอยด์ 9 ครอบด้วย ColorOS 6.1 ของ Oppo ซึ่งก็มีหน้าตาค่อนข้างต่างจากแอนดรอยด์ปกติแต่ก็ใช้งานได้ง่าย เมื่อซื้อเครื่องมาใหม่ก็มีแอปติดมาจำนวนหนึ่ง แต่ข้อดีคือสามารถลบออกได้ถ้าไม่ต้องการหรือถ้ากลัวความจุ 256 GB ของเครื่องจะเต็ม

หน่วยประมวลผล Snapdragon 730G บวกกับแรม 8 GB ก็เหลือเฟือที่จะทำให้ Oppo Reno2 ทำงานส่วนใหญ่ได้อย่างลื่นไม่สะดุด เข้าแอปสลับแอปได้เร็ว แต่ Google Maps ก็ยังมีสะดุดเล็กน้อยขณะดูรายการสถานที่แนะนำ

การนำทางของเครื่องก็ตั้งค่าได้หลายแบบ เช่น สามปุ่มแบบดั้งเดิม (สลับแอป โฮม และย้อนกลับ), ปุ่มใหม่ในแอนดรอยด์ 9 ที่ทั้งกดและลากได้, หรือเป็นแบบท่าทาง (gesture) ก็ได้ ซึ่งใช้งานได้ลื่นคล้าย iOS และยังปัดเพื่อสลับแอปได้ด้วย

ColorOS รองรับการโคลนแอป หรือจำลองว่ามีแอปเดียวกันอยู่สองตัว เช่น มีสอง LINE ในเครื่องเดียว เป็นต้น แต่ก็รองรับแอปอื่นด้วย เช่น Facebook, Messenger, Instagram, Telegram, WhatsApp, BBM, Weibo และ Skype เป็นต้น

Oppo Reno2 มีฟีเจอร์วาดหน้าจอขณะปิดจออยู่ เพื่อเปิดแอป เช่น วาดตัว O เพื่อเปิดกล้อง, วาดตัว V เพื่อเปิดไฟฉาย, ใช้สองนิ้วลากลง l l เพื่อหยุดเพลง เป็นต้น ทำให้สั่งงานได้เร็วไม่ต้องเปิดหน้าจอก่อน

การเล่นเกมสามารถทำได้สบายด้วยชิป Snapdragon 730G ที่ปรับแต่งเพื่อการเล่นเกมโดยเฉพาะ สามารถเล่น Call of Duty ที่กราฟิกสูงสุดได้สบาย เฟรมเรตโหมดมัลติเพลเยอร์ถ้าดูจากสายตาอย่างไรก็ไม่ต่ำกว่า 55 แน่ๆ โหมดแบทเทิลรอแยลก็ไม่ต่างกัน แต่ต่ำสุดก็น่าจะราว 30 เฟรมต่อวินาที ในความรู้สึกคืออย่างไรก็เล่นได้ลื่นๆ เลย

นอกจากนี้ Oppo Reno2 ยังรองรับการเชื่อมต่อสองเครือข่าย Wi-Fi คลื่น 2.4 GHz และ 5 GHz พร้อมกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อ แอปที่รองรับยังมีไม่มาก เช่น Telegram, YouTube, Twitter และ Instagram เป็นต้น จากการใช้งานยังไม่ได้พบความแตดต่างมาก

Dual Wi-Fi

กล้อง

Oppo Reno2 เป็นสมาร์ทโฟนที่เน้นเรื่องกล้องพอสมควร กล้องหลังมีสี่ตัว แต่เราเลือกสลับใช้งานได้สามตัว คือ มุมกว้างธรรมดา (ความละเอียด 48 MP รูรับแสง f/1.7 พร้อมระบบกันสั่นแบบออปติคอล), มุมกว้างมากหรืออัลตราไวด์ (13 MP f/2.2) และซูม (8 MP f/2.4)

ภาพที่ได้มีสีที่สวยเหมือนจริง รายละเอียดดี ได้ความกว้างช่วงแสงเยอะด้วยโหมด HDR ที่ทำงานอัตโนมัติได้ แต่บางทีถ้าแสงต่างกันมากๆ โหมด HDR ก็ทำงานหนักเกินจนภาพดูปลอมไปหน่อย ส่วนการถ่ายภาพคนก็ได้สีผิวสวย ดูดี เป็นธรรมชาติ เรียกว่าในที่แสงดีก็ไม่มีอะไรที่เป็นปัญหา

การซูมสามารถซูมแบบออปติคอลได้ที่ 2 เท่า และซูมแบบไฮบริดได้ถึง 5 เท่า เกินจากนี้จะเป็นซูมแบบดิจิตอลซึ่งจะทำให้รายละเอียดภาพลดลงไปตามระดับการซูม โดยซูมได้สูงสุด 20 เท่า

กล้องอัลตราไวด์ให้ภาพที่กว้าง มีออโต้โฟกัส ทำให้สามารถใช้ถ่ายภาพระยะใกล้มากๆ หรือมาโครได้

การถ่ายภาพในที่แสงน้อยทำได้ดีโดยไม่ต้องใช้โหมดกลางคืน สีสันที่ได้สดใส ไม่ค่อยมีจุดรบกวน ซึ่งถ้าใช้โหมดกลางคืนก็จะได้ภาพที่สว่างขึ้นมาอีก แม้อาจจะเป็นวุ้นๆ ไปบ้างแต่ถือว่าภาพก็เอาไปใช้งานได้ ทั้งนี้ในที่แสงน้อยและในโหมดกลางคืนจะใช้กล้องตัวซูมไม่ได้ จึงเป็นดิจิตอลซูม แต่ใช้กล้องมุมกว้างทั้งสองตัวได้ตามปกติ

โหมดหน้าชัดหลังเบลอทำงานได้ดี ปรับความเบลอได้เฉพาะขณะถ่ายเท่านั้น แก้ไขหลังถ่ายไม่ได้ การตัดขอบทำได้ดีมาก ละลายหลังเป็นธรรมชาติ ถ่ายได้ทั้งคนและวัตถุ แต่ไม่สามารถซูมได้

กล้องหน้ามีความละเอียด 16 MP และมีแฟลช LED ด้วย กล้องหน้าเปิดขึ้นมาแบบป๊อบอัพ ที่ Oppo เรียกว่า “ครีบฉลาม” (sharkfin) สามารถเปิดขึ้นมาได้เร็ว และถ้าเครื่องรู้ตัวว่ากำลังตกจากที่สูง กล้องหน้าก็จะพับเก็บเข้าไปโดยอัตโนมัติ

กล้องหน้าถ่ายภาพได้คมชัด สีผิวดีมาก เลือกปรับโหมดบิวตี้ได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ความสว่างใบหน้า ปรับแก้มให้เรียว ทำจมูกให้ผอม เป็นต้น โดยส่วนตัวผมคงไม่ได้ใช้อะไรขนาดนั้น ก็เปิดเป็นค่าตั้งต้นแบบ AI ไปแทน จะไม่ดูปลอม กล้องหน้าสามารถถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอได้เช่นกัน ซึ่งก็เป็นธรรมชาติและตัดขอบได้ดี

Oppo Reno2 รองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุด 4K 30 fps ด้วยกล้องหลัง ได้สีที่ดี ความกว้างช่วงแสงดี ย้อนแสงได้สบาย สามารถเปลี่ยนเลนส์ขณะถ่ายได้ถ้าถ่ายที่ความละเอียดต่ำกว่า 4K ระบบกันสั่นทำงานได้ดี เดินถ่ายได้สบาย แต่ถ้ายังนิ่งไม่พอก็มีโหมด Ultra Steady ที่จะถ่ายในความละเอียด 1080p 60 fps วิดีโอก็จะนิ่งขึ้นไปอีก

กล้องหน้าถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุด 1080p 30 fps ใช้งานโหมดบิวตี้ได้ (กล้องหลังก็ได้เช่นกัน) ถ่ายย้อนแสงได้ ไม่มีระบบกันสั่นแต่ก็ไม่ใช่ว่าวิดีโอจะสั่นอะไรมาก

ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังรองรับการถ่ายวิดีโอแบบละลายหลังด้วย สามารถทำได้ดีอย่างน่าตกใจทั้งสองกล้อง ซึ่งจากที่ดูก็ทำได้ดีกว่า Galaxy Note10 เสียอีก

แบตเตอรี่

Oppo Reno2 มีแบตเตอรี่ขนาด 4000 มิลลิแอมป์ สามารถใช้งานได้ทั้งวันอย่างไม่ยากเย็น ในการใช้งานของผมซึ่งมีการเข้าเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม แชต ถ่ายรูป เข้าเว็บ เล่นเกมเล็กน้อย ก็สามารถได้เวลาหน้าจอไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมงครึ่งต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ถ้าใช้จนเกลี้ยงจริงๆ ก็จะได้ 6 ชั่วโมงกันเลย

แม้จะไม่รองรับการชาร์จไร้สาย แต่ Oppo Reno2 ก็มาพร้อมระบบ VOOC Flash Charge 3.0 ที่ชาร์จไฟแรงถึง 20 วัตต์ ทำให้สามารถชาร์จจาก 15% จนถึง 100% ได้ในเวลา 1 ชั่วโมง 25 นาที ด้วยอแดปเตอร์ในกล่อง

สรุป

ในตลาดสมาร์ทโฟนระดับหมื่นปลาย Oppo Reno2 เป็นรุ่นที่น่าสนใจด้วยความสามารถหลายอย่างทั้งกล้อง แบตเตอรี่ ประสิทธิภาพการใช้งาน การเล่นเกม และดีไซน์

ขณะเดียวกัน หากมองในระยะยาว Oppo เป็นที่ขึ้นชื่อในการแจกแพ ไม่ค่อยอัปเดตเวอร์ชันแอนดรอยด์เสียเท่าไร ก็คงต้องไปลุ้นกันเอาดาบหน้า แต่หากไม่ได้ซีเรียสกับการอัปเดตอยู่แล้ว Oppo Reno2 กับ ColorOS 6.1 ในปัจจุบันก็ใช้งานได้ดีในตัวของมันเองแล้ว

ใครที่เน้นถ่ายรูปแต่ไม่อยากจ่ายแพงถึงระดับเรือธงสองสามหมื่นบาท Oppo Reno2 ก็เป็นตัวเลือกที่มอบความสนุกในการถ่ายภาพได้ แต่ถ้าอยากประหยัดเงินอีกหน่อย Oppo Reno2 F รุ่นน้องที่ต่างกันหลักๆ ที่กล้องไม่มีเลนส์ซูม ใช้ซีพียูที่แรงน้อยกว่า ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

ข้อดี

  • ดีไซน์สวย เป็นเอกลักษณ์ ดูพรีเมียม
  • ใช้งานลื่น เล่นเกมได้สบาย
  • แอปที่ติดมากับเครื่องส่วนมากลบได้
  • ใช้หน้าจอ AMOLED ซึ่งรองรับเฉดสี P3 และ HDR
  • วาดหน้าจอขณะปิดจออยู่เพื่อสั่งงานได้
  • ถ่ายภาพนิ่งได้ดีในทุกสถานการณ์ โฟกัสไวมาก
  • ถ่ายภาพบุคคลได้ดี สีผิวสวย ละลายหลังได้ดี ทั้งกล้องหน้าและหลัง
  • ถ่ายวิดีโอได้นิ่ง เก็บช่วงแสงได้กว้าง
  • เปลี่ยนเลนส์ขณะถ่ายวิดีโอได้
  • รองรับการถ่ายวิดีโอละลายหลังทั้งกล้องหน้าและหลัง
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน ชาร์จได้เร็ว

ข้อสังเกต

  • ถือนานๆ แล้วอาจเมื่อยมือ
  • พิมพ์หรือใช้งานมือเดียวไม่ค่อยสะดวก
  • หากถ่ายวิดีโอ 4K จะเปลี่ยนเลนส์ไม่ได้
  • ในที่แสงน้อยจะใช้เลนส์ซูมไม่ได้
  • ถาดการแจ้งเตือน (notification tray) เต็มหน้าจอ
  • ระบบสั่นของเครื่องนิ่มนวลเกินไปและไม่สมราคา
  • ไม่รองรับหูฟังแบบ USB Type-C
  • มีลำโพงเดียวและเสียงแบน
  • Always-on display ปรับแต่งไม่ได้ และไม่แสดงการแจ้งเตือน
  • ใช้ picture-in-picture ไม่ได้ถ้าใช้การควบคุมแบบ gesture
  • ไม่มีโหมดสีดำ อาจจะรำคาญตาเมื่อใช้งานในที่มืด

บทความ รีวิว Oppo Reno2: กล้องดีมาก เล่นเกมลื่น กับอนาคตที่ไม่แน่นอน มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2019/11/13984/

OPPO เปิดให้ผู้ใช้ทดลองระบบปฎิบัติการ Android 10 และ ColorOS เวอร์ชั่นทดลองใน OPPO Reno เป็นรุ่นแรก

 

OPPO ผู้นำแบรนด์สมาร์ทโฟนระดับโลกได้ประกาศอัพเกรด ColorOS เวอร์ชั่นทดลองใช้ บนระบบปฎิบัติการ Android 10 อย่างเป็นทางการ โดย OPPO Reno จะเป็นรุ่นแรกที่ได้รับการอัพเกรด

นอกจากนี้สมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ เช่น OPPO Reno 10x Zoom และ OPPO Reno2 ก็จะได้รับการอัพเกรดภายในปี 2019 นี้เช่นกัน

ซึ่งเวอร์ชั่นทดลองตัวอัพเดตรุ่นใหม่ก่อนวางจำหน่ายจะครอบคลุมในประเทศอินเดีย ประเทศอิโดนีเซีย ประเทศมาเลเซีย และประเทศไทย โดยสิทธิ์เข้าร่วมใช้งานเวอร์ชั่นทดลองมีจำนวนจำกัด และเปิดให้ใช้บริการตั้งแต่ วันที่ 25 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป

 

ด้วยการที่ OPPO เป็นหนึ่งในพาทเนอร์ที่สำคัญที่สุดของระบบปฎิบัติการ Android ซึ่งระบบ ColorOSใน OPPO เป็นหนึ่งในระบบปฎิบัติการแรกที่สามารถทำงานควบคู่กันกับระบบปฎิบัติการ Android 10 โดยระบบปฎิบัติการ ColorOS 6 รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ มีต้นแบบมาจาก ระบบปฎิบัติการ Android 10 มาพร้อมกับฟีเจอร์สามารถปรับแต่งให้เหมาะผู้ใช้งานแต่ละคน

โดยระบบปฎิบัติการ ColorOS จะช่วยให้ผู้ใช้ได้สัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ๆกับการออกแบบการใช้งานได้ด้วยตัวเองโดยระบบนี้มาพร้อมกับความปลอดภัยและความสะดวกสบาย เช่น การนำทางด้วยท่าทางและการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวที่ดีขึ้น

มุมมอง Dark Mode แบบใหม่

ภายใต้คอนเซปการออกแบบที่ไร้ขีดจำกัดของ OPPO ระบบปฎิบัติการ ColorOS เวอร์ชั่นใหม่มาพร้อมกับ Dark Mode แบบใหม่ทั้งหมด ซึ่งช่วยถนอมสายตาผู้ใช้งาน และแบตเตอรี่ของโทรศัพท์ โดย User Interface (UI) มาพร้อมกับระบบควบคุมความสว่างแบบอัตโนมัติที่สามารถเปิดใช้งาน Dark Mode ปรับแสงให้เข้ากับสถานการณ์ต่างๆ ทั้งในที่แสงจ้าหรือในที่แสงน้อย มอบการทำงานที่มีประสิทธิภาพในทุกที่ทุกเวลา ทั้งยังสามารถเพิ่มความคมชัดให้ตัวอักษรสีขาว โดยคุณสมบัติพิเศษของ UI นี้ยังครอบคลุมถึงการใช้งานในแอปพลิเคชันอื่นๆ สามารถตั้งค่าเปิดใช้ได้อย่างง่ายดาย

การนำทางหน้าจอ Full Screen แบบใหม่สู่อีกขั้นของการนำทางที่ลื่นไหล

อีกหนึ่งการอัปเดตที่สำคัญคือระบบการรองรับท่าทางแบบเต็มหน้าจอ OPPO เป็นหนึ่งในแบรนด์สมาร์ทโฟนเครื่องแรกที่เปิดตัวโทรศัพท์มือถือที่มีหน้าจอ Full Screen ในซีรีย์ R15 ซึ่งเป็นรุ่นที่เปิดตัวระบบการรองรับ Full Screen Gestureการอัปเดตใหม่นี้ช่วยการนำทางด้วยท่าทางแบบเต็มหน้าจอได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น

ระบบปฎิบัติการ ColorOS นำเสนอสามการนำทางที่จะทำให้การใช้งานลื่นไหลยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น การปัดนิ้วจากด้านซ้ายของหน้าจอเพื่อกลับไปยังหน้าก่อนหน้า, การปัดขึ้นจากด้านล่างของหน้าจอเพื่อกลับไปที่หน้าจอหลัก, การดูแอพที่เปิดอยู่ทั้งหมดผู้ใช้สามารถปัดขึ้นจากด้านล่างของหน้าจอแล้วหยุดประมาณหนึ่งในสามของหน้าจอ และการนำทางด้วยท่าทางให้คุณเพลิดเพลินกับการใช้งานสมาร์ทโฟนในทุกๆวัน

ความสะดวกและระบบความปลอดภัยที่ดียิ่งขึ้น

Android 10 Digital Wellbeing เปิดให้ผู้ใช้เข้าถึงและจัดการกับการใช้งานโทรศัพท์ได้ดียิ่งขึ้น ผู้ใช้สามารถตรวจสอบการใช้งานโทรศัพท์ว่าเปิดเข้าแอพลิแคชั่นบ่อยแค่ไหน และสามารถตั้งค่าขีดจำกัดในการใช้งานบางแอพพลิเคชั่นได้ด้วยตัวจับเวลา ทั้งยังมีฟีเจอร์ Wind Down ที่สามารถเตือนผู้ใช้ให้ปิดการทำงานในตอนกลางคืน ด้วยการตั้งเวลาเข้านอนช่วยให้นอนหลับตามเวลาได้มากขึ้น ถือเป็นความสำเร็จของ Android 10 Digital Wellbeing ที่คำนึงถึงการใช้งานของผู้ใช้ในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง

OPPO ColorOS ที่ผ่านมาสนับสนุนการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวทั้งเรื่องการโทรเข้าออก, บันทึกเสียงการสนทนา, บัญชีรายชื่อ, ข้อความ, กล้องหรือวิดีโอ และอีกมากมาย OS จะไม่แสดงข้อมูลต่างๆ เมื่อแอพพลิเคชั่นต้องการที่จะเข้าถึงรายชื่อ, บันทึกการสนทนา, ข้อความ, และการนัดหมาย เพื่อให้สามารถป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลส่วนตัวได้

นอกจากการตั้งค่าใหม่ที่จะทำให้ผู้ใช้ได้รับความเป็นส่วนตัวมากขึ้นแล้ว Android 10 ยังให้ผู้ใช้สามารถควบคุมการใช้งานต่างๆ ได้มากขึ้น ทั้งการแชร์โลเคชั่น เมื่อแอพพลิเคชั่นต้องการรู้ที่อยู่ของผู้ใช้ ผู้ใช้สามารถแชร์ตำแหน่งนั้นได้เฉพาะเมื่อเปิดใช้งานแอพพลิเคชั่นนั้นอยู่ หรือจะบล็อคการเข้าถึงทั้งหมดก็ได้เช่นกัน ถ้าหากแอพพลิเคชั่นได้รับข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งที่ตั้งตลอดเวลา Android จะเตือนผู้ใช้ 1 ครั้ง ซึ่งจะทำให้

สามารถเข้าไปควบคุมการตั้งค่าได้อย่างง่ายดาย และยังช่วยประหยัดแบตเตอรี่อีกด้วย

ขั้นตอนการทดลองใช้งาน

ไปที่ การตั้งค่า – การอัพเดตซอฟต์แวร์ – ไอคอนการตั้งค่า- อัพเกรดเวอร์ชั่นทดลอง และสถานที่ต่างๆจะปรากฏแบบเรียลไทม์ โดยสิทธิ์เข้าร่วมใช้งานเวอร์ชั่นทดลองมีจำนวนจำกัดในการอัพเกรดเวอร์ชั่นทดลอง ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคมนี้

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/oppothai/

 

from:http://mobileocta.com/oppo-is-offering-users-the-first-trial-of-the-android-10-and-coloros-operating-systems-in-the-oppo-reno/

OPPO Reno S จะเปิดตัวเดือนธันวาคมนี้ มาพร้อมกล้อง 64 ล้านพิกเซล ชาร์จเร็ว 65 วัตต์ ใช้ชิป Snapdragon 855 Plus

หลังจากเปิดตัว Reno Ace อย่างทางการไปก่อนหน้านี้ OPPO ก็ถูกอ้างว่า กำลังวางแผนเปิดตัว Reno S ในประเทศอินเดีย เดือนธันวาคมนี้ และจะเป็นสมาร์ทโฟน Reno ที่มีราคาแพงที่สุดในอินเดีย คาดว่าจะสูงกว่า 40,000 รูปี หรือไม่น้อยกว่า 17,000 บาท

OPPO Reno S ถูกอ้างว่าจะมาพร้อมชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 855 Plus กล้องหลัก 64 ล้านพิกเซล สนับสนุนเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 65 วัตต์ Super VOOC 2.0

ดูเหมือน Reno S จะมีคุณสมบัติคล้ายกับ Reno Ace แต่กล้องหลักจะได้รับการอัพเกรดให้มีความละเอียดสูงขึ้น

ที่มา – 91mobiles
https://www.flashfly.net/wp/272321

from:https://www.flashfly.net/wp/272321

เปิดตัว OPPO Reno Ace มือถือสเปคโหด Snapdragon 855+, จอ 90Hz, UFS 3.0 และแบต 4000 mAh ชาร์จเต็มใน 30 นาที

เปิดตัวเรียบร้อยแล้วสำหรับ OPPO Reno Ace มือถือเกมมิ่งระดับไฮเอนด์ ที่อัดสเปคมาให้แบบจัดเต็มสุดๆ ทั้งชิป Snapdragon 855+, RAM 8GB / 12GB, หน้าจอ 90Hz และอื่นๆ อีกเพียบ แถมยังมาพร้อมกับระบบชาร์จไว 65W ที่เร็วที่สุดในโลกตอนนี้แล้ว โดยมันสามารถชาร์จแบตเตอรี่ขนาด 4000 mAh จาก 0 – 100% ได้ในเวลาแค่ 30 นาที เท่านั้น!

OPPO Reno Ace ในตอนนี้เป็นมือถือที่มีเทคโนโลยีชาร์จไวที่เร็วที่สุดในโลก เพราะมันรองรับได้ถึง 65W ทำให้มันสามารถชาร์จแบตเตอรี่ขนาด 4000 mAh จาก 0% ขึ้นมาที่ 27% ได้ในเวลาเพียง 5 นาที และรออีกแค่ 25 นาที ก็ได้เต็ม 100% ไปเลย นอกจากนี้เทคโนโลยีชาร์จไวดังกล่าวยังรองรับมาตรฐาน USB-PD และระบบ Quick Charge ของ Qualcomm อีกด้วย

สำหรับประสิทธิภาพในการใช้งานก็หายห่วง เพราะมันมีสเปคสุดแรงระดับมือถือเกมมิ่ง ไม่ว่าจะเป็นชิประดับท็อป Snapdragon 855+, RAM ที่มีให้เลือก 2 ขนาด คือ 8GB และ 12GB, หน่วยความจำสุดแรงแบบ UFS 3.0 มีให้เลือกทั้ง 128GB และ 256GB ส่วนหน้าจอเป็นแบบ AMOLED ความละเอียด FHD+ ขนาด 6.5 นิ้ว ที่มีรีเฟรชเรทสูง 90Hz ทำให้การเล่นเกมสมูธและเนียนตากว่ามือถือจอ 60Hz ทั่วไป แถมยังน่าจะถูกใจหลายๆ คน เพราะ OPPO Reno Ace ยังคงมีรูหูฟัง 3.5 มม. มาให้อยู่

กล้องหลังของ OPPO Reno Ace ก็จัดมาให้ถึง 4 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 48MP (Sony IMX586) + กล้อง Ultra Wide มุมกว้าง 116° ความละเอียด 8MP + กล้องซูม Hybrid 5x ความละเอียด 13MP + กล้อง Monochrome ความละเอียด 2MP

สเปค OPPO Reno Ace

  • หน้าจอ OLED ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 90Hz รองรับการแสดงผล HDR10+
  • CPU : Snapdragon 855+
  • GPU : Adreno 640
  • RAM : 8GB / 12GB
  • ความจุ : 128GB / 256GB (UFS 3.0)
  • กล้องหลัง : Sony IMX586 48MP + Ultra Wide 8MP + Telephoto 13MP + Mono Chrome 2MP
  • กล้องหน้า : 16MP
  • เซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือใต้หน้าจอ
  • ระบบเสียง : ลำโพงคู่สเตอรีโอ, รูหูฟัง 3.5 มม.
  • ระบบระบายความร้อนแบบ Heat Pipe
  • แบตเตอรี่ 4000 mAh รองรับชาร์จไว 65W
  • ระบบ Android 10 ครอบด้วย ColorOS 6.1
  • สีที่วางจำหน่าย สีม่วง Psychedelic Purple และสีน้ำเงิน Starry Blue

OPPO Reno Ace มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่น แบ่งออกตามหน่วยความจำดังนี้

  • OPPO Reno Ace : 8GB / 128GB ราคา 2999 หยวน หรือประมาณ 12,800 บาท
  • OPPO Reno Ace : 8GB / 256GB ราคา 3199 หยวน หรือประมาณ 13,650 บาท
  • OPPO Reno Ace : 12GB / 256GB ราคา 3799 หยวน หรือประมาณ 16,220 บาท

OPPO Reno Ace จะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศจีนตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2019 เป็นต้นไป

นอกจากนี้ยังมีรุ่นพิเศษจำกัดจำนวน OPPO Reno Ace Gundam Edition ฉลองครบรอบ 40 ปี การ์ตูนกันดั้ม ที่มีดีไซน์ตัวเครื่องสีเงินพร้อมลายสีแดง และน้ำเงินสุดเท่ มีหน่วยความจำ 8GB / 256GB มาพร้อมเคสสีขาวแดง และที่ชาร์จสีขาว และสาย USB สีแดงอีกด้วย สนนราคาอยู่ที่ 3,599 หยวน หรือประมาณ 15,370 บาท เริ่มเปิดให้จองในวันที่ 21 ตุลาคมนี้

 

ที่มา : Engadget

from:https://droidsans.com/oppo-reno-ace-officially-announced/