คลังเก็บป้ายกำกับ: Oppo

เปิดตัว OPPO A94 5G ใช้ชิป Dimensity 800U ชาร์จไว 30W

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา OPPO ได้เปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ในซีรีส์ Reno5 นั่นก็คือ​ Reno5 Z 5G เน้นวางจำหน่ายในสิงคโปร์ ซึ่งล่าสุดสมาร์ตโฟนรุ่นดังกล่าวก็ถูกนำมาวางจำหน่ายในตลาดยุโรปในชื่อว่า OPPO A94 5G นั่นเอง

OPPO A94 5G มีหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.43 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ ดีไซน์หน้าจอแบบเจาะรู กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล มีสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ กล้องทั้งหมด 3 ตัว กล้องหลักความละเอียด 48MP, กล้อง Ultrawide ความลละเอียด 8MP และกล้อง Depth ความละเอียด 2MP ที่สามารถถ่ายมาโครได้ด้วย

สำหรับสเปกภายใน OPPO A94 5G ใช้ชิปเซ็ต Dimensity 800U, RAM 8GB และ ROM 128GB



ตัวเครื่องมีแบตเตอรีความจุ 4,310 mAh รองรับชาร์จไวที่ 30W ซอฟต์แวร์ Android 11 ครอบทับด้วย ColorOS 11.1 มีให้เลือกทั้งหมด 2 สีคือ Fluid Black และ Cosmo Blue ราคา 349 ยูโร หรือราว 13,400 บาท

ข่าว: เปิดตัว OPPO A94 5G ใช้ชิป Dimensity 800U ชาร์จไว 30W มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/oppo-a94-5g-unveiled/

เปิดตัว OPPO A35 ใช้ชิป Helio P35 แบตใหญ่ 4,230 mAh

OPPO เปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ในหมู่บ้าน A ซีรีส์นั่นก็คือ OPPO A35 แต่ A35 นั้นไม่ใช่สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่หมดจด แต่เป็นรุ่นที่รีแบรนด์มาจาก OPPO A15s ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมานั่นเอง

สเปก OPPO A35

  • หน้าจอ LCD ขนาด 6.52 นิ้ว ความละเอียด HD+ ดีไซน์กล้องหน้าแบบหยดน้ำ
  • ใช้ชิปเซ็ต Helio P35
  • RAM 4GB, ROM 128GB สามารถเพิ่มความจุด้วย microSD สูงสุดที่ 256GB
  • กล้องหลังทั้งหมด 3 ตัว ประกอบไปด้วย กล้องหลักความละเอียด 13MP, กล้องมาโครความละเอียด 2MP และกล้อง Depth ความละเอียด 2MP
  • กล้องหน้าความละเอียด 8MP
  • มีสแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังของเครื่อง
  • แบตเตอรีความจุ 4,230 mAh ชาร์จผ่านพอร์ต microUSB มีอแดปเตอร์ 10W ในกล่อง

OPPO A35 มาพร้อมกับ Android 10 ครอบด้วย ColorOS 7.2 มีทั้งหมด 3 สีให้เลือก เบื้องต้นจะวางจำหน่ายในประเทศจีนก่อน ส่วนราคาและกำหนดการวางจำหน่ายยังไม่ออกมา ต้องติดตามกันต่อไปครับ

ข่าว: เปิดตัว OPPO A35 ใช้ชิป Helio P35 แบตใหญ่ 4,230 mAh มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/oppo-unveiled-oppo-a35/

UNBOXING | แกะกล่อง พรีวิว OPPO Reno5 Marvel Edition งามหยดย้อย เก็บงานเนี้ยบทุกซอกทุกมุม

Reno5 Marvel Edition สมาร์ทโฟนสุดพิเศษจาก OPPO เดินทางมาเปิดตัวและวางจำหน่ายในประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว จากที่ได้ลองสัมผัสมาต้องบอกเลยว่า หรูหราหมาเห่า สวยงามตั้งแต่แพ็กเกจ ยันตัวเครื่อง ไปจนถึงอุปกรณ์เสริมเลยทีเดียว เก็บรายละเอียดได้ประณีตในทุกจุด สมราคาค่าตัว 12,900 บาทอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง


ทำเอาขยลุกซู่…ตั้งแต่แกะกล่อง

เพียงแค่เห็นจากภายนอกก็บอกได้ในทันทีว่า Reno5 Marvel Edition ได้รับแรงบันดาลใจในการดีไซน์มาจาก The Avengers อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะมีโลโก้แปะอยู่หราเลยนั่นเอง โดย OPPO เลือกสีดำเป็นพื้นฐาน ตัดกับสีแดง และแซมด้วยสีเงินอย่างโดดเด่น ให้ความรู้สึกเท่ ดุดัน และน่าค้นหาในเวลาเดียวกัน


สมาชิก The Avengers ดั้งเดิมทั้ง 6 คน

พลิกฝากล่องมาด้านหลังจะเจอกับลูกเล่นเก๋ ๆ เป็นภาพกราฟิกสมาชิกทีมดั้งเดิมซ่อนเอาไว้อยู่ ประกอบด้วย ฮอว์กอาย ฮัลก์ ทอร์ กัปตันอเมริกา ไอรอนแมน และแบล็กวิโดว์ กล่องใส่คู่มือการใช้งานเองก็มีตราสัญลักษณ์ของทั้ง 6 คนนี้เช่นเดียวกัน


อุปกรณ์เสริมสุดพิเศษ ให้มาครบชุดเลย





(คลิกเพื่อดูภาพต้นฉบับ)


แม้แต่ด้านในเคสยังเก็บงานขนาดนี้

อุปกรณ์เสริมทั้งหมดจะแตกต่างจาก Reno5 รุ่นปกติ หูฟังมีลวดลายไอรอนแมนและกัปตันอเมริกา อะแดปเตอร์แปลงไฟมีสกรีนโลโก้สีแดง ส่วนเข็มจิ้มถาดซิมนั้นออกแบบได้โดดเด่นน่าสะสมสุด ๆ นอกจากนี้ยังมีซอฟต์เคสลาย MARVEL แถมมาให้อีกต่างหาก


ผสมผสานเท็กซ์เจอร์ที่แตกต่างได้อย่างลงตัว





(คลิกเพื่อดูภาพต้นฉบับ)

ฝาหลังส่วนบนและล่างจะมีพื้นผิวแบบด้าน ในขณะที่ด้านข้างเป็นแบบมันเงา พร้อมเท็กซ์เจอร์รวงผึ้งที่นูนขึ้นมาเล็กน้อย เวลาสะท้อนกับแสงจะดูมีมิติสวยงาม และปุ่มกดทั้งหมดจะเป็นสีแดง ซึ่งสิ่งที่ OPPO ทำกับ Reno5 Marvel Edition นั้นบ่งบอกได้ถึงความใส่ใจในกระบวนการผลิต เห็นได้ชัดว่า เก็บรายละเอียดได้ดีแทบทุกซอกทุกมุม


ธีม MARVEL พิเศษเฉพาะ Reno5 Marvel Edition





(คลิกเพื่อดูภาพต้นฉบับ)

ยิ่งไปกว่านั้น Reno5 Marvel Edition ยังมาพร้อมกับธีมและไอค่อน MARVEL สุดเอ็กซ์คลูซีฟ เข้ากับลวดลายบนตัวเครื่องได้เป็นอย่างดี มีวอลเปเปอร์ให้เลือกเปลี่ยนกันได้ 7 รูปแบบ นอกเหนือจากลายพื้นฐานแล้ว ที่เหลือก็จะเป็นลายฮีโร่ทั้ง 6 คน ตามที่กล่าวไปแล้วด้านบนนั่นแหละครับ


กล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียดสูงสุด 64MP

ส่วนตัวรู้สึกว่า Reno5 Marvel Edition เป็นสมาร์ทโฟนที่น่าหามาครอบครองมากจริง ๆ การใช้งานทั่วไปจัดอยู่ในเกณฑ์ดี ลื่นไหลไม่มีหน่วง หน้าจอสีสันสวยงาม ชาร์จเร็ว และน้ำหนักเบามาก ต่อให้ไม่ใช่แฟนของ MARVEL ก็ต้องมีแอบเผลอใจกันบ้างแหละงานนี้

from:https://droidsans.com/unboxing-oppo-reno5-marvel-edition/

REVIEW | รีวิว OPPO Enco X หูฟังไร้สายเรือธงคุณภาพเสียงระดับ Hi-Fi จูนเสียงโดย Dynaudio มากับแบตอึด ๆ สูงสุด 5.5 ชม.

ในช่วง 2 – 3 ปีมานี้หูฟังไร้สายเริ่มได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก (น่าจะเพราะมือถือหลายรุ่นเริ่มตัดรูหูฟัง 3.5 มม. ออก) ทำให้แต่ละแบรนด์ต่างก็เริ่มเข้าสู่ตลาดหูฟังไร้สายกันมากขึ้น รวมถึงแบรนด์มือถืออย่าง OPPO ด้วยเช่นกัน วันนี้ DroidSans จะมารีวิว OPPO Enco X ให้ดูกันครับว่าหูฟังไร้สายราคา 5,999 บาท จะมีสเปค + ฟีเจอร์เหมาะสมกับค่าตัวขนาดไหน

สเปค OPPO Enco X

ขนาดไดรเวอร์ 11 มม. dynamic driver (ขับย่านกลาง/ต่ำ) + 6 มม. balanced membrane driver (ขับย่านสูง)
ย่านความถี่ 20Hz ~ 20kHz
ฟอร์แมตเสียงที่ซัพพอร์ต SBC, AAC, LHDC
Active Noise Cancelation (ระบบตัดเสียงรบกวน) ✔
Ambient Sound Mode (ระบบเร่งเสียงภายนอก) ✔
แบตเตอรี่ ใช้งานต่อเนื่องได้ 4 ชั่วโมง/ชาร์จหนึ่งครั้ง และรวมเป็น 20 ชั่วโมงเมื่อรวมกับการชาร์จผ่านเคส (เปิด ANC)

แบตเตอรี่

ใช้งานต่อเนื่องได้ 5.5 ชั่วโมง/ชาร์จหนึ่งครั้ง และรวมเป็น 25 ชั่วโมงเมื่อรวมกับการชาร์จผ่านเคส (ไม่เปิด ANC)

ระบบชาร์จไฟ USB-C / Wireless
Bluetooth 5.2
ระยะการเชื่อมต่อ 10 เมตร
น้ำหนัก ตัวหูฟัง 4.8g(±0.2g

เคส 42.5(±0.5g)

มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP54

ของในกล่อง



  • หูฟังพร้อมเคสชาร์จ
  • สาย USB-C
  • จุกหูฟัง 3 ขนาด
  • คู่มือ

ดีไซน์พรีเมี่ยม สวมใส่สบาย

ตัวหูฟัง OPPO Enco X เป็นรูปแบบ In-ear ที่มีดีไซน์แบบพิมพ์นิยม คือมีก้านห้อยลงมาด้านล่างสำหรับใช้ควบคุมการทำงานต่าง ๆ ด้วยระบบสัมผัส โดยแถบก้านด้านนอกดูเหมือนจะใช้วัสดุประกอบคนละแบบกับส่วนอื่น ๆ จุกหูฟังใส่ง่ายไม่เจ็บหูแม้จะเสียบไว้เป็นเวลานาน มีขนาดเล็กกะทัดรัด น้ำหนักเบาเพียง 4.8 กรัม พกพาง่าย 

OPPO Enco X มาพร้อมกับเคสรูปร่างกลม ๆ มน ๆ มีขนาดเล็กน้ำหนักเบาพกพาสะดวก มีจุดไฟ LED เล็ก ๆ เพื่อแสดงผลการเชื่อมต่อ และสถานะแบตเตอรี่อยู่ที่ด้านหน้า บริเวณขอบโค้ง ๆ ของตัวเคสก็จะมีเป็นวัสดุเหมือนเป็นโลหะคลุมรอบ ๆ ให้ความรู้สึกการจับถือพรีเมียมขึ้น ถัดมาด้านล่างจะเป็นช่องชาร์จ USB-C พร้อมปุ่ม Pairing ที่อยู่ข้างขวาเอาไว้สำหรับเชื่อมต่อกับมือถือ 

ถัดมาด้านหลังตรงฝาพับจะเห็น เป็นตรา Co-created with Dynaudio ที่ทาง OPPO ได้เข้าไปร่วมมือกับแบรนด์เครื่องเสียงระดับโลกอย่าง Dynaudio มาช่วยจูนเพื่อให้ได้เสียงคุณภาพระดับ Hi-Fi ได้เนื้อเสียงรู้สึกพรีเมียมไม่เหมือนใคร

คุณภาพเสียง

OPPO Enco X มี Driver เสียงแบบ Coaxial Dual-Driver (วางไดรเวอร์ 2 ตัว) ประกอบไปด้วย Balanced Membrane Driver ขนาด 6 มม. เป็นตัวขับเสียงย่านสูงที่ให้รายละเอียดครบถ้วน คู่กับ Dynamic Driver ขนาด 11 มม. เพื่อขับเสียงย่านเบส และกลาง แถมยังได้ Dynaudio เข้ามาช่วยจูนเสียง และออกแบบ Acoustic Chamber ทำให้เนื้อเสียงโดยรวมของ OPPO Enco X มีความสมบูรณ์แบบ คุณภาพเยี่ยมระดับใกล้เคียงหูฟังระดับ Audiophile เลยทีเดียว 

แต่ด้วยความที่ OPPO Enco X ถูกออกแบบมาเพื่อให้คนทั่วไปใช้งาน ตัวหูฟังยังคงถูกจูนเสียงให้ฟังง่าย โดยเน้นเบสย่านต่ำมาก ๆ เช่น เบสพวกกระเดื่อง, Kick,หรือ Sub-bass จะมาเยอะ และให้ความรู้สึกที่ Deep มีอิมแพค แต่ถ้าเป็นกลองที่มีความถี่สูงขึ้นมาหน่อย จะไม่ค่อยจัดจ้าน ทำให้ผู้ฟังสามารถแยกเสียงเบสออกจากกันได้ อาจจะมีความอื้ออึงบ้างบางเพลงเพราะเป็นเบสที่เก็บตัวช้า ส่วนเสียงกลางมีรายละเอียดดี ไม่ได้ถูกปรุงแต่ง อยู่ในจุดที่ควรจะเป็น ไม่เด่นหรือดังเกินไป และไม่กลืนไปกับเนื้อเสียงอื่น ๆ  

เสียงสูงเป็นอะไรที่น่าสนใจมาก ๆ เพราะใช้ Balanced Membrane Driver ในการขับเสียงสูง ทำให้เสียง Treble มีความโดดเด่น มีรายละเอียด เป็นเสียงสูงที่ไม่เสียดหู Imaging ดี จะสังเกตได้ชัดเจน ถ้าฟังเพลง Acoustic ที่มี Guitar เพราะเสียงที่ขับออกมา จะเอาเสียงของนิ้วตอนเสียด ๆ กับกีต้าร์ติดเข้ามาด้วย แต่ถ้าฟังนาน ๆ ด้วยความที่เสียงสูงเด่น เวลาเปิดเสียงดังมาก ๆ จะให้ความรู้สึกที่แห้งไปบ้าง ซึ่งก็แล้วแต่ความชอบของผู้ฟังครับ

 

ฟีเจอร์

Ambient Sound รับเสียงภายนอกโดยไม่ต้องถอดหูฟังออก

OPPO Enco X มากับโหมด Ambient Sound ช่วยให้ผู้ใช้งานได้ยินเสียงรอบข้างได้โดยไม่ต้องถอดหูฟังออก ให้ความรู้สึกเหมือนใส่หูฟังระบบเปิดเลย มีความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติไม่ได้เร่งเสียงรอบข้างให้ดังกว่าเดิมแต่อย่างใด แต่จะมีจุดสังเกตตรงที่เมื่อใส่หน้ากากอนามัย เวลาลมหายใจลอดออกจากหน้ากากมากระทบกับหูฟัง จะทำให้เราได้ยินเสียงเหมือนคนเป่าไมค์ได้ครับ 

 

Active Noise Cancellation ระบบตัดเสียงรบกวน

ถัดมาในเรื่องของฟีเจอร์เสียง OPPO Enco X ก็ให้มาครบครันมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบตัดเสียงรบกวน ANC (Active Noise Cancelling) ที่จะใช้ไมค์ 2 ตัวที่อยู่บนหูฟังเพื่อจับเสียงและลบเสียงรบกวนนั้นทิ้งไป มีให้เลือก 2 ระดับ คือเป็นตัดเสียงปกติ Noise Cancellation และตัดเสียงขั้นสุด Max Noise Cancellation จากการทดลองพบว่าสามารถตัดเสียง White Noise ได้ดีมาก ๆ พวกเสียงแอร์ หรือเสียงรบกวนอื่น ๆ ที่เป็นเสียงในย่านเดียวกัน คือลบหายเกือบหมดจดเลย โดยเราได้ทดสอบในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่พบเจอได้ในชีวิตประจำวัน

  1. รถไฟฟ้า – เสียงรถไฟฟ้าจะประกอบไปด้วยเสียงอื้ออึงจาก แอร์ไปจนถึงเสียงรางรถไฟ ซึ่งระบบ ANC ทำได้ดีพอสมควรเลยทีเดียว แต่เสียงจำพวกคนคุย หรือเสียงประกาศก็ยังพอเข้ามาบ้าง ถ้าเปิดเพลงคลอไปด้วยต้องบอกเลยว่าแทบไม่ได้ยินเสียงด้านนอกเลยครับ 
  2. รถเมล์ – ต่างกับรถไฟฟ้าหน่อยตรงที่รถเมล์ถ้าไม่มีแอร์ จะมีเสียงลมกับเสียงการจราจรค่อนข้างมาก ซึ่งเสียงพวกนี้ก็ไม่ใช่จุดเด่นของการตัดเสียงรบกวนด้วย ANC อยู่แล้ว แต่การเปิดใช้งาน ANC ก็ช่วยให้เสียงเงียบขึ้นกว่าปกติมาก ๆ 
  3. เดินริมถนน – เสียงรถผ่านไปมามีความเงียบลงอย่างเห็นได้ชัด แต่เสียงจำพวกแตรรถ หรือมอเตอร์ไซค์ท่อดัง ๆ ก็ยังสามารถเข้ามาได้บ้าง
  4. เดินในห้าง – ห้างประกอบไปด้วยเสียงคนเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเมื่อพูดพร้อมกันเยอะ ๆ จะกลายเป็นเสียงอื้ออึงที่ทำให้ ANC ช่วยตัดเสียงเหล่านั้นออกไปได้เยอะพอสมควรเลย ยิ่งเปิดเพลงไปด้วยก็คือไม่ได้ยินอะไรเลยครับ

ทั้งหมดทั้งมวลที่บอกมาได้มีการทดสอบทั้งแบบเปิดเพลง และไม่เปิดเพลงในเวลาเดียวกัน แต่บอกเลยว่าในทุก ๆ สถานการณ์ ถ้าเปิดเพลงราว ๆ 70% คลอไปด้วยเสียงภายนอกจะเงียบมาก ๆ แทบไม่มีเสียงเล็ดรอดเข้ามาเลยครับ 

Noise Cancellation และ Max Noise Cancellation มีความต่างกันเล็กน้อย ถ้าใครอยากได้เงียบมาก ๆ ก็เลือก Max ไปเลย แต่สำหรับโหมด Max ถ้าเปิดใช้งานแต่ไม่ได้เปิดเพลงฟังไปด้วยจะได้ยินเสียง Static เล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้น่ารำคาญเท่าไหร่นัก

 

การเชื่อมต่อ

ตามสูตรเลยหูฟังที่ผลิตโดยแบรนด์มือถือมักจะใช้งานได้ดีกับมือถือของค่ายตัวเอง ซึ่ง OPPO Enco X ก็เหมาะกับการใช้งานร่วมกับมือถือ OPPO เป็นที่สุด เพราะเพียงแค่เปิดฝาขึ้นมา มือถือ OPPO ที่อยู่ใกล้ ๆ ก็จะแสดงเมนูขึ้นมาให้เชื่อมต่อทันที ไม่ต้องเข้าไปกด Pair ให้วุ่นวายครับ

ส่วนมือถือ Android ทั่ว ๆ ไปก็จะสามารถกดปุ่ม Pairing เพื่อเชื่อมต่อหูฟังตามปกติ แต่ถ้าต้องการใช้งานฟีเจอร์อื่น ๆ ให้สมบูรณ์ขึ้นจำเป็นต้องโหลดแอปพลิเคชั่น HeyMelody เพื่อมาปรับแต่งการควบคุม และอัปเดตเฟิร์มแวร์ด้วยนะ

OPPO Enco X มาพร้อมกับระบบเสียง DBEE 3.0 ช่วยให้สามารถใช้งาน CODEC เสียงความละเอียดสูงได้ (SBC, AAC, LHDC) แถมใช้งานเป็นระบบ Bluetooth 5.2 การเชื่อมต่อเสถียร ระยะสูงสุดถึง 10 เมตร (ในกรณีที่ไม่มีสิ่งกีดขวาง)

 

แบตเตอรี่สูงสุด 5.5 ชม. 

OPPO Enco X มีแบตเตอรี่ขนาด 44 mAh ในหูฟังทั้ง 2 ข้าง บวกกับในตัวเคสอีก 535 mAh ซึ่งสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องสูงสุด 4 ชั่วโมง/ชาร์จหนึ่งครั้ง และเพิ่มเป็น 20 ชั่วโมงเมื่อชาร์จผ่านเคส (เปิดโหมด ANC) และหากปิดระบบ ANC จะใช้ได้ 5.5 ชั่วโมง/ชาร์จหนึ่งครั้ง และรวมเป็น 25 ขั่วโมงหากรวมการชาร์จจากเคส หากแบตหมดก็สามารถชาร์จผ่านสาย USB-C ได้ นอกจากนี้ยังรองรับชาร์จไร้สายผ่านแท่นชาร์จ หรือ Reverse Charge จากมือถือก็ได้เช่นเดียวกัน

การควบคุม

OPPO Enco X มีฟีเจอร์การควบคุมที่ครบครันผ่านแถบสัมผัสตรงก้านหูฟัง ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งการควบคุมเพลง หรือรับสาย โดยผู้ใช้งานก็สามารถเข้าไปปรับได้ที่แอป HeyMelody ส่วนผู้ใช้งานมือถือ OPPO ก็ไม่จำเป็นต้องโหลดแอป HeyMelody แต่สามารถไปปรับแต่งโดยตรงจากหน้า Settings ได้เลย ซึ่งมีคำสั่งรวม ๆ ดังนี้

  • แตะ 2 ครั้ง – เล่น/หยุด เปลี่ยนเพลง สามารถเลือกได้ว่าข้างไหนจะทำอะไรได้ (ปรับแต่งผ่านแอป)
  • แตะ 3 ครั้ง – เรียกผู้ช่วยอัจฉริยะ
  • สไลด์ขึ้น หรือลง – สามารถเอาไว้เพิ่มเสียงลดเสียงได้ หรือจะสลับให้ข้างใดข้างหนึ่งเป็นเปลี่ยนเพลงก็ทำได้เช่นเดียวกัน
  • แตะค้างไว้ (1 วินาที) เปลื่ยนโปรไฟล์ตัดเสียงรบกวน
  • แตะค้างไว้ (3 วินาที) – สลับไปเชื่อมต่ออีกอุปกรณ์ที่เคยเชื่อมต่อไว้ล่าสุด

**OPPO คิดมาดีแล้วที่ไม่ใส่คำสั่งแตะ 1 ครั้งมาด้วย เพราะเวลาใส่ หรือปรับหูฟังมีโอกาสพลาดไปเล่นหรือหยุดเพลงได้

 

กันน้ำกันฝุ่น IP54

OPPO Enco X เป็นหูฟังที่ได้รับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP54 ทำให้สามารถใช้ใส่ออกกำลังกายได้โดยไม่ต้องกลัวว่าเหงื่อจะเข้าเครื่อง หรือวิ่งมาเหนื่อย ๆ อยากเอาน้ำราดหัวก็ทำได้เลยไม่ต้องถอดหูฟังออกก่อน และหากต้องการวิ่งออกกำลังกลางสายฝนก็ทำได้เช่นกัน (แต่ระวังลื่นล้มนะครับ)

 

สรุป

OPPO Enco X ได้ทำสินค้าที่เหนือความคาดหมายมาอีกครั้งในตลาดที่เต็มไปด้วยคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็น Huawei Free Buds Pro, Galaxy Buds Pro หรือ AirPods Pro ซึ่ง OPPO สร้างความโดดเด่นให้กับตนเองด้วยการออกแบบตัวหูฟังให้มีความเรียบง่าย แต่มีประสิทธิภาพ มาพร้อมเนื้อเสียงที่โดดเด่นไปด้วยรายละเอียด และสีสัน เหมาะกับการฟังเพลงทุกรูปแบบ สำหรับใครที่กำลังหาหูฟังไร้สายเสียงเทพระดับ Audiophile ที่มีฟีเจอร์ครบ ๆ ล่ะก็ สามารถไปลองฟัง OPPO Enco X ได้ที่ช็อป OPPO หรือร้านตัวแทนจำหน่ายกันได้เลยครับ

from:https://droidsans.com/oppo-enco-x-true-wireless-review/

OPPO Band สายรัดข้อมืออัจฉริยะจอ AMOLED พร้อมฟีเจอร์วัด SpO2 และโหมดออกกำลังเพียบ เคาะราคาไทย 1,199 บาท

สายรัดข้อมืออัจฉริยะ OPPO Band เปิดตัวแบบ Global ไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ด้วยจุดเด่นคือหน้าจอ AMOLED คมชัด สีสันสดใส, ฟีเจอร์ออกกำลังมากมาย แถมยังมีฟีเจอร์วัดออกซิเจนในเลือด (SpO2) อีกด้วยนะ ซึ่งใครที่กำลังเล็ง ๆ สายรัดข้อมือรุ่นนี้อยู่ก็เตรียมเสียเงินกันได้เลย เพราะตอนนี้ OPPO Band เข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว เคาะราคาออกมาที่ 1,199 บาท เท่านั้นเอง

OPPO Band มาพร้อมกับหน้าจอ AMOLED สี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 1.1 นิ้ว มีให้เลือก 2 สี คือสีดำ และสี Lavender ซึ่งต้องใช้ควบคู่ไปกับแอปพลิเคชั่น HeyTap Health เพื่อการทำงานที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น แถมยังรองรับฟีเจอร์ออกกำลังกายถึง 12 แบบ และยังมีฟีเจอร์การวัดชีพจรต่าง ๆ ที่ครบครัน

OPPO Band ยังมากับฟีเจอร์ วัดออกซิเจนในเลือด SpO2 และฟีเจอร์ Sleep Tracking ที่จะคอยติดตามพฤติกรรมในการนอนของผู้ใช้งานได้ แถมยังรองรับ Bluetooth 5.0 LE สามารถรับสาย วางสายมือถือ หรืออ่านการแจ้งเตือนจากตัวนาฬิกาได้อีกด้วย

จะใส่ตากฝน ใส่อาบน้ำ หรือจะใส่ว่ายน้ำก็ไม่มีปัญหา เพราะ OPPO Band มาพร้อมมาตรฐานกันน้ำ 5ATM ลงน้ำได้ที่ความลึกถึง 50 เมตร และพ่วงมาด้วยแบตเตอรี่ขนาด 100mAh ที่เคลมว่าสามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 12 วัน ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง

OPPO Band เริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยแล้วตามร้านค้าที่เป็นตัวแทนจำหน่าย โดยมีราคาอยู่ที่ 1,199 บาทเท่านั้น และหลังจากนี้ทาง OPPO ยังจะจัดโปรโมชั่นซื้อมือถือแล้วแถม OPPO Band อีกด้วย ต้องรอติดตามกันนะครับ

from:https://droidsans.com/oppo-band-thailand-launches/

Xiaomi และ OPPO เริ่มพัฒนาชิปเซ็ต 5G คาดได้เห็นในปีหน้า

อ้างอิงรายงานล่าสุดจากสื่อของไต้หวันบอกว่า ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนแบรนด์จีน Xiaomi และ OPPO กำลังพัฒนาชิปเซ็ต 5G ของตัวเอง โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงสิ้นปี 2021 นี้ อีกทั้งยังมีบริษัท Unisoc ของจีนก็กำลังพัฒนาชิปเซ็ต 5G อยู่เหมือนกัน

หลังจาก Huawei ถูกตัดขาดการผลิตชิปเนื่องจากคำสั่งของรัฐบาลสหรัฐฯ ก็ดูเหมือนว่า Xiaomi และ OPPO เองก็มีแผนที่อยากจะทำชิปประมวลผลของตัวเองอยู่เหมือนกัน

สำหรับ Xiaomi นี่ไม่ใช่ครั้งแรกในการพัฒนาชิปเซ็ตเอง แต่ก่อนหน้านี้บริษัทก็เคยเปิดตัวชิปเซ็ตชื่อ Surge S1 เมื่อปี 2017 หรือ 4 ปีก่อน โดยชิป Surge S1 นั่นผลิตขึ้นที่สถาปัตยกรรม 28nm ถูกนำมาใช้ในการขับเคลื่อสมาร์ตโฟน Xiaomi Mi 5c ในสมัยนั้น แต่หลังจากนั้นเราก็ไม่ได้เห็นชิปรุ่นใหม่จาก Xiaomi อีกเลย

Xiaomi Mi 5c

งานนี้ก็ต้องมาติดตามดูกันช่วงปลายปีนี้ว่าเราจะได้เห็นชิปเซ็ตที่ Xiaomi และ OPPO พัฒนาเองหรือไม่

ข่าว: Xiaomi และ OPPO เริ่มพัฒนาชิปเซ็ต 5G คาดได้เห็นในปีหน้า มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/xiaomi-and-oppo-reportedly-develop-their-own-5g-chipset/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=xiaomi-and-oppo-reportedly-develop-their-own-5g-chipset

แกะกล่อง OPPO Reno5 Marvel Edtion สมาร์ทโฟนลวดลายพิเศษ จาก The Avengers ราคาเบาเอาใจแฟนแค่ 12,990 บาท ความเป็นฮีโร่เต็มกล่อง

ความร่วมมืออีกครั้งระหว่าง OPPO และ Marvel ในการออกแบบสมาร์ทโฟนรุ่นพิเศษ OPPO Reno5 Marvel Edtion ปรับเปลี่ยนหน้าตาทั้งภายนอกและภายในใหม่หมด ให้มีความเป็น The Avengers อย่างสมบูรณ์ตั้งแต่กล่องภายนอก ตัวเครื่องสมาร์ทโฟน และอุปกรณ์ทุกชิ้นที่อยู่ภายใน ไม่มีอะไรที่ธรรมดา แม้แต่ซอฟท์แวร์การใช้งานภายในยังใส่ความเป็น Marvel มาทุกไอคอนและธีม เปิดราคาขายไม่แพง 12,990 บาทเท่านั้น

OPPO Reno5 Marvel Edtion ยกตัวสเปคเครื่องมาจากรุ่นนิยม OPPO Reno5 สมาร์ทโฟนหน้าจอ AMOLED FullHD+ ขนาด 6.43 นิ้ว สีสันจอสดใส แบตเตอรี่ภายใน 4310 mAh รองรับระบบชาร์จไว 50W Flash Charge ใช้หน่วยประมวลผลตัวนิยม Snapdragon 720G RAM 8GB และ ROM 128GB กล้องถ่ายภาพคมชัดสูงมาก กล้องหน้าที่มีความละเอียดถึง 44 ล้านพิกเซล และให้กล้องหลังสี่ตัว ความละเอียดสูงสุด 64 ล้านพิกเซล กล้องมุมกว้าง 119 องศา 8 ล้านพิกเซล กล้องมาโคร 2 ล้านพิกเซล และ Mono 2 ล้านพิกเซล

ตัวเครื่องสวยงาม ใช้การออกแบบของชุด Quantum ที่ทีม Avengers ใช้ใส่เพื่อเดินทางเข้าสู่มิติควอนตัมในภาพยนตร์ Avengers ภาค The End สีเงิน ดำ ตัดแดง มีลวดลายลวงผึ้งตามเทคเจอร์ของชุด ใช้โลโก้ Avengers สีเงินโลหะ ด้านหลังเป็นสัญลักษณ์ X เพื่อรับกับ Black Widow ภาคใหม่ที่กำลังจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์

อุปกรณ์เสริมทุกชิ้นสกรีนใหม่ ทำลวดลายให้กลายเป็นสินค้า Marvel ทุกชิ้น ทั้งที่ชาร์จ 65W SuperVOOC 2.0 ชุดหูฟัง  และเคสลวดลายพิเศษจากทาง Marvel




 

 

ใช้ระบบ ColorOS 11.1 ครอบทับ Android 11 แต่ไม่ใช่ระบบ ColorOS แบบธรรมดา เพราะภายในระบบปรับเปลี่ยนใหม่หมดให้กลายเป็นธีมพิเศษของ Marvel ตั้งแต่เปิดสตาร์ทเครื่อง ไปจนถึงหน้าการชาร์จเลยครับ เราสามารถเลือกภาพหน้าล็อกสกรีนสลับได้ 6 ภาพจากตัวละครหลักของ Avengers และจะใช้เป็นหน้าจอขณะชาร์จแบตไปด้วยในตัวครับ


ลองมาดูของจริงกันดีกว่า นอกจากจะมีการใช้ลวดลายและความเป็น Marvel มาครบชุดแล้ว ภายในปรับเปลี่ยนระบบอะไรไว้ให้เราบ้าง รับชมทั้งหมดได้ในคลิปวีดีโอด้านล่างนี้ได้เลยครับ

 

 

ข่าว: แกะกล่อง OPPO Reno5 Marvel Edtion สมาร์ทโฟนลวดลายพิเศษ จาก The Avengers ราคาเบาเอาใจแฟนแค่ 12,990 บาท ความเป็นฮีโร่เต็มกล่อง มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/unbox-oppo-reno5-marvel-edtion/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=unbox-oppo-reno5-marvel-edtion

เปิดตัว OPPO Reno5 Z 5G มาพร้อมชิป Dimensity 800U, จอ sAMOLED และกล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียด 48MP

ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา เราได้เห็น OPPO เปิดตัวมือถือซีรีส์ Reno5 มามากมายหลายรุ่น (เยอะจริง ๆ นะ) ไม่ว่าจะเป็น Reno5, Reno5 5G, Reno5 Pro 5G, Reno5 Pro+ 5G หรือจะเป็นรุ่นพิเศษอย่าง Reno5 Marvel Edition ที่พึ่งเปิดตัวในบ้านเราไปไม่นาน ล่าสุดก็มีรุ่นใหม่มาเปิดตัวอีกแล้ว คือ OPPO Reno5 Z 5G ซึ่งเป็นมือถือ 5G ที่มากับชิป Dimensity 800U, จอ sAMOLED และกล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียด 48MP

OPPO Reno5 Z 5G มากับหน้าจอ sAMOLED ขนาด 6.43 นิ้ว ที่ให้ภาพคมชัดระดับ FHD+ สีสันสดสวย แถมยังมีพื้นที่หน้าจอต่อตัวเครื่องสูงถึง 90.8% เพราะใช้การเจาะรูบนหน้าจอที่มุมซ้ายบนสำหรับวางกล้องเซลฟี่ ทำให้สามารถขยายขอบขึ้นไปได้จนเกือบสุด นอกจากนี้ยังมีเซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือฝังไว้ใต้จออีกด้วย

สเปคใช้งานสบาย ๆ ด้วยชิป Dimensity 800U ที่มีโมเด็ม 5G ในตัว แถมยังใช้เสาอากาศแบบ 360° ทำให้การรับสัญญาณไม่ถูกบดบังจากการถือใช้งาน

กล้องหลังมีทั้งหมด 4 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลัก 48MP + กล้อง Ultrawide ความละเอียด 8MP + กล้อง Macro ความละเอียด 2MP + กล้อง Mono ความละเอียด 2MP ส่วนกล้องเซลฟี่ให้มา 16MP มากับโหมดถ่ายรูปมากมาย เช่นโหมดถ่ายกลางคืนที่ใช้ได้ทั้งการถ่ายวิดีโอ และถ่ายภาพนิ่ง หรือจะถ่ายวิดีโอจากกล้องหลังและกล้องหน้าพร้อมกันเลยก็ยังได้

แบตเตอรี่ขนาด 4310 mAh พร้อมเทคโนโลยี Super Nighttime Standy ประหยัดแบตเตอรี่เวลานอน ซึ่งจะมีการใช้พลังงานระหว่าง Stand by เป็นเวลา 8 ชม. เพียงแค่ 1.78% เท่านั้น แถมยังมีระบบชาร์จไว 30W ลดระยะเวลาในการชาร์จแบตแต่ละครั้งลงไปได้อีก

สเปค OPPO Reno5 Z 5G 

  • หน้าจอ sAMOLED ขนาด 6.43 นิ้ว ความละเอียด FHD+
  • CPU : Dimensity 800U
  • GPU : ARM G57 MC3
  • RAM (LPDDR4X) : 8GB
  • ความจุ : 128GB
  • กล้องหลัง 4 ตัว
    – กล้องหลักความละเอียด 48MP (f/1.7)
    – กล้อง Ultrawide มุมกว้าง 119° ความละเอียด 8MP (f/2.2)
    – กล้อง Macro ความละเอียด 2MP (f/2.4)
    – กล้อง Mono ความละเอียด 2MP (f/2.4)
  • กล้องหน้า : 16MP
  • เซ็นเซอร์ : Geomagnetic sensor, Light sensor, Proximity sensor, Accelerometer, Gravity sensor, Gyroscope
  • การเชื่อมต่อ : WLAN: Wi-Fi 2.4G, Wi-Fi 5.1G, Wi-Fi 5.5G, Wi-Fi 5.8G, Wi-Fi Display, BT 5.1, NFC
  • แบตเตอรี่ : 4310 mAh รองรับชาร์จไว 30W
  • สีที่วางจำหน่าย : สีฟ้า Cosmo Blue, สีดำ Fluid Black

OPPO Reno5 Z 5G เริ่มวางจำหน่ายแล้วในสิงคโปร์ มีราคาอยู่ที่ 529 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 12,400 บาท โดยจริง ๆ แล้วมือถือรุ่นนี้ก็คือ OPPO A94 ที่ถูกปรับเปลี่ยนสเปคบางอย่างไปนั่นเองครับ ซึ่งตอนนี้ก็ผ่านการรับรองจาก กสทช. แล้ว คาดว่าอาจได้วางจำหน่ายเร็ว ๆ นี้ด้วย

 

ที่มา : OPPO (Singpore)

from:https://droidsans.com/oppo-reno5-z-5g-announced/

เปิดตัว OPPO Reno 5 Marvel Edition พร้อมอุปกรณ์เสริมครบครันสุด Exclusive เคาะราคา 12,990 บาท

เปิดตัวในไทยไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วกับ OPPO Reno5 Marvel Edition เอาใจนักสะสมสายคอมิค “Avengers” มาพร้อมดีไซน์สีทูโทนดำสลับแดงสุดเท่ หน้าจอขนาดใหญ่ 6.4 นิ้ว กล้องหลัง 4 ตัวความละเอียดสูงสุด 64Mp แบต 4310mAh รองรับชาร์จไว 50W พ่วงมาด้วยขุมพลัง Snapdragon 720G แถมยังขนขบวนอุปกรณ์เสริมธีม “Avengers” มาให้แบบครบชุดเลยทีเดียว

หลังจากที่เปิดตัวในประเทศอินโดเนเซียไปเแล้วในช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา ล่าสุด OPPO Reno5 Marvel Edition ก็ได้นำเข้ามาเปิดตัวในประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งถ้าใครที่คุ้นเคยกับ OPPO Reno5 กันมาก่อนแล้ว สเปคเครื่องนี้ก็ไม่ได้ต่างจากเดิมเลย มาพร้อม หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ อัตรารีเฟรชสูง 90Hz ขอบเขตสีกว้าง 100% ของ sRGB แสดงผลได้คมชัด ลื่นไหล และสวยงาม

เชื่อว่าเรื่องสเปคอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนถามถึงกันอย่างแน่นอน เพราะ OPPO Reno5 Marvel Edition มาพร้อมกับดีไซน์เครื่องแบบใหม่สุดเท่ พร้อมด้วยโลโก้ตัวอักษร “A” จาก “Avengerrs” บริเวณตรงกลางฝาหลัง แถมด้านในยังมาพร้อมกับธีมพิเศษสำหรับด้านในตัวเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นไอคอน และวิตเจ็ตต่าง ๆ แถมยังมีวอลเปเปอร์ลายซูเปอร์ฮีโร่มากมายอีกด้วย

ฝาหลังมาพร้อมกับสีดำ Quantom Black เป็นการสมผสานสีดำ แดง และเงิน พร้อมทั้งโลโก้ตัว A ทรงกลมตรงกลางเพื่อสื่อถึงเครื่องหมายทีม Avengers และโล่ของกัปตันอเมริกา ยังไม่พอนะครับ เพราะตรงบริเวณที่เป็นโล่ และด้านข้างตัวเครื่องยังใช้วัสดุเป็นโลหะเคลือบไฟฟ้าให้ความรู้สึกพรีเมี่ยม แข็งแรงทนทาน

ด้านใน Software ก็มีการออกแบบธีม และไอคอนต่าง ๆ ใหม่ทั้งหมดเพื่อให้เข้าธีมกับตัวเครื่องโดยไอคอนแต่ละตัวจะได้รับการออกแบบมาจากตัวละครใน Marvel ทั้งหมด มีความพิเศษขึ้นมาก ๆ เลยครับ

ของแถมก็ไม่ได้น้อยหน้ากันเลยทีเดียวเพราะ OPPO Reno5 Marvel Edition มาพร้อมกับของแถม ที่เข้าธีมความเป็น Marvel มากมายไม่ว่าจะเป็นเคส Mavel สีแดงสวยงามที่เป็นลายตัวละครคอมิคทั้ง 6 ตัวอยู่ที่เคส แถมตัวอักษร Marvel ก็ใช้เป็นวัสดุแบบไล่สีเงินสวยงาม

ส่วนของหูฟัง เข็มจิ้มซิม และสายชาร์จก็ได้ถูกดีไซน์ใหม่ทั้งหมด ทั้งธีมสี และโลโก้สัญลักษณ์เพื่อความสวยงามเข้าธีมไปกับมือถือด้วย ถือว่าเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทาง OPPO ไม่พลาดเลยทีเดียวครับ

OPPO Reno5 มากับกล้องทั้งหมด 4 ตัว ประกอบไปด้วยกล้องหลักความละเอียด 64Mp กล้อง Ultra-Wide 8MP กว้าง 119องศา เสริมด้วยกล้อง Macro และ กล้อง Depth ความละเอียด 2MP ส่วนของกล้องเซลฟี่ด้านหน้าก็จัดเต็ม ให้ความละเอียดมาถึง 44MP เลยทีเดียว

ภายในมาพร้อมกับ Snapdragon 720G พ่วงด้วย RAM 8GB และ ROM 128GB แถมยังสามารถใส่ microSD card เพิ่มได้อีกด้วย ส่วนแบตเตอรี่ก็มาพร้อมกับความจุ 4310mAh รองรับฟีเจอร์ชาร์จไว Flash Charge กำลังไฟสูงสุดถึง 50W เลยทีเดียว

สเปค OPPO RENO5 MARVEL EDITION

  • หน้าจอ : AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว, ความละเอียด Full HD+, อัตรารีเฟรช 90Hz
  • ชิป : Qualcomm Snapdragon 720G
  • หน่วยความจำ : RAM 8GB +  128GB, รองรับ microSD card
  • กล้องหลัง : 4 ตัว
    – กล้องหลัก 64MP (f/1.7)
    – กล้องอัลตร้าไวด์ 8MP (f/2.2)
    – กล้องมาโคร 2MP (f/2.4)
    – กล้องจับความลึก 2MP (f/2.4)
  • กล้องหน้า : 44MP
  • เซนเซอร์ : Fingerprint, geomagneti, proximit, accelerometer, gravity, gyroscope, pedometer
  • การเชื่อมต่อ :
    – Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac
    – Bluetooth 5.1
    – แจ็กหูฟัง 3.5 มม.
    – USB Type-C
  • แบตเตอรี่ : 4310mAh, รองรับชาร์จไว Flash Charge 50W
  • ระบบปฏิบัติการ : ColorOS 11.1 บนพื้นฐาน Android 11
  • ขนาด : 159.1 x 73.3 x 7.7 มม.
  • น้ำหนัก : 171 กรัม

สำหรับในเรื่องของราคา OPPO Reno5 Marvel Edition ถูกนำมาวางขายอยู่ที่ 12,990 บาท เริ่มวางจำหน่ายแล้ววันนี้เป็นต้นไปทั้งในช็อป OPPO และช่องทางออนไลน์ครับ สำหรับนักสะสมตัวยงถือว่าพลาดไม่ได้จริง ๆ ครับ

from:https://droidsans.com/oppo-reno-5-marvel-edition-launched-in-thailand/

สเปค OPPO F19 มือถือจอ AMOLED ขนาด 6.43 นิ้ว, กล้องหลัง 3 ตัว 48MP, แบต 5,000 mAh พร้อมชาร์จไว 33W

หลังจากที่ OPPO เปิดตัว OPPO F19 Pro และ F19 Pro+ ในอินเดียไปเมื่อเดือนที่ผ่านมา ล่าสุดก็มีข้อมูลสเปคอย่างเป็นทางการของ OPPO F19 รุ่นธรรมดาซึ่งเป็นน้องเล็กในตระกูลนี้ โผล่ขึ้นมาบนหน้าเว็บไซต์ของ OPPO ประเทศศรีลัง โดยจุดเด่นของรุ่นนี้นั้นจะมาพร้อมกับหน้าจอ AMOLED แบบเจาะรูฝังกล้องหน้า ใช้ชิปเซ็ตเป็น Qualcomm Snapdragon 662 บวกกับกล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียดหลัก 48MP และมีแบตเตอรี่ 5,000 mAh รองรับระบบชาร์จไว 33W ด้วย

OPPO F19 นั้นมากับหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.43 นิ้ว ความละเอียด FHD+ ที่ใช้ดีไซน์แบบเจาะรูสำหรับวางกล้องเซลฟี่ความละเอียด 16MP ไว้บริเวณมุมบนซ้าย และมีเซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือฝังไว้ข้างใต้จอด้วย

ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 662 จาก Qualcomm ที่พ่วงมาด้วย RAM แบบ LPDDR4X ขนาด 6GB และมีหน่วยความจำภายใน 128GB รองรับการใช้งานทั่วไป ใช้งานได้ลื่นไหลไม่มีสะดุดแน่นอน

กล้องหลังนั้นก็ให้มา 3 ตัว ความละเอียดหลัก 48MP + กล้องมาโครสำหรับการถ่ายวัตถุระยะใกล้ ความละเอียด 2MP และกล้องจับความลึกสำหรับการถ่ายภาพบุคคล 2MP พร้อมระบบ AI สำหรับประมวลผลภาพถ่าย

ปิดท้ายด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่จุใจถึง 5,000 mAh รองรับการใช้งานได้ยาวนานข้ามวัน และยังรองรับระบบชาร์จไว 33W ที่ใช้เวลาชาร์จเพียงแค่ 30 นาทีก็ได้แบตเตอรี่มาถึง 54% เลยทีเดียว

สเปค OPPO F19

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.43 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 90Hz
  • CPU : Snapdragon 662
  • RAM : (LPDDR4X) 6GB
  • ความจุ : (UFS 2.1) 128GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    – กล้องหลัก 48MP (f/1.7)
    – กล้อง Macro 2MP (f/2.4)
    – กล้องจับความลึก 2MP (f/2.4)
  • กล้องหน้า : 16MP (f/2.4)
  • เซ็นเซอร์ : Fingerprint (ใต้หน้าจอ), Proximity sensor, Light sensor, Accelerator sensor, Magnetic sensor, Gyroscope sensor
  • แบตเตอรี่ : 5,000 mAh รองรับระบบชาร์จไว 33W
  • ระบบ Android 11 ครอบด้วย ColorOS V11.1
  • สีที่วางจำหน่าย : สีดำ Prism Black และสีน้ำเงิน Midnight Blue

ราคาและการวางจำหน่าย

เบื้องต้น OPPO F19 นั้นยังไม่มีรายละเอียดเรื่องราคาและการวางจำหน่ายออกมาแต่อย่างใด แต่ถ้าสังเกตดี ๆ ดีไซน์ของรุ่นนี้ก็ดูมีความคล้ายกับ OPPO A74 ที่มีภาพเรนเดอร์หลุดออกมาก่อนหน้านี้เหมือนกัน ไม่แน่ว่าอาจจะมีการเปลี่ยนชื่อรุ่นและวางจำหน่ายในบ้านเราก็เป็นได้ครับ เพราะได้ผ่านการรับรองจาก กสทช. มาแล้วนั่นเอง

 

ที่มา : OPPO

from:https://droidsans.com/oppo-f19-specs/