คลังเก็บป้ายกำกับ: Operating_System

Windows 10 v1903 ปรับปรุงการทำงานร่วมกับ AMD Ryzen ประสิทธิภาพดีขึ้นสูงสุด 15%

ของใหม่อีกอย่างใน Windows 10 May 2019 Update (v1903) คือปรับปรุงให้ทำงานกับซีพียู AMD Ryzen ให้ได้ประสิทธิภาพดีขึ้น

สาเหตุของปัญหาเกิดจาก Windows ไม่ได้รองรับโครงสร้างซีพียูสถาปัตยกรรม Zen ที่จัดกลุ่มคอร์ 4 คอร์เป็น CPU Complex (CCX) ได้ดีนัก, ปรับปรุงเรื่องการปรับจังหวะคล็อค (clock ramping) ให้ดีขึ้น (ของเดิมต้องรอ 30ms ของใหม่ใช้เวลาเพียง 1-2ms)

ปัญหาเหล่านี้แก้ไขแล้วใน v1903 ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมของ Ryzen ดีขึ้นประมาณ 6-15% จากเบนช์มาร์คของ AMD เอง ที่สำคัญคือผู้ใช้ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเลย เพียงแค่อัพเกรด Windows 10 เท่านั้น

ที่มา – Windows Latest

No Description

No Description

from:https://www.blognone.com/node/110489

โฆษณา

อัปเดตของใหม่ในงาน Nutanix .NEXT 2019

ปกติแล้วทาง Nutanix จะมีการจัดงานประจำปีภายใต้ชื่องาน .Next โดยสำหรับในปี 2019 นี้ได้มีการประกาศฟีเจอร์ ความร่วมมือ และบริการใหม่หลายรายการ ซึ่งทางทีมงาน TechTalkThai ได้มีโอกาสเข้าร่วมฟังอัปเดตจากทาง Nutanix ประเทศไทยเมื่อสัปดาห์ก่อนจึงขออนุญาตสรุปและนำเสนอให้ผู้สนใจได้อ่านกันครับ

คุณทวิพงศ์ อโนทัยสินทวี ผู้จัดการประจำประเทศไทยของนูทานิกซ์

1.Nutanix Mine

สำหรับส่วนนี้มี 2 ประเด็นคือ

  • Secondary Storage appliance – Mine ก็คือ Box สำหรับสำรองข้อมูลจาก Nutanix เองที่ออกมาเพื่องาน Backup โดยเฉพาะ 
  • Software Manager via Prism – ในส่วนซอฟต์แวร์ Backup ผู้ใช้งานยังคงต้องใช้ซอฟต์แวร์ Backup จาก Third-party เช่นเคยเพียงแต่ Nutanix ได้จับมือกับ Vendor อย่าง Veritas, Commvault, HYCU, Unitrends และ Veeam ให้สามารถบริหารจัดการได้ภายใต้ Prism นั่นเอง
credit : Nutanix, แก้ไขโดย TTT (เพิ่มลูกศร)

2.Nutanix Xi Frame และ Xi Beam

สำหรับใครที่ไม่คุ้นเคยกับ Nutanix Xi (ออกเสียว่า ‘ซายน์’) นั้นหมายถึงบริการ Cloud Services ของ Nutanix เองซึ่งมีทั้งส่วน Datacenter ของตัวเองและส่วนที่เป็นพันธมิตรอยู่บน Public Cloud เช่น GCP, Azure และ AWS เป็นต้น อย่างไรก็ตาม Nutanix ไม่ได้ตั้งตัวเองเป็นคู่แข่งในด้าน IaaS โดยเฉพาะแต่จะให้บริการเป็น PaaS หรือ SaaS แทน เช่น Xi IoT หรือ Xi Epoch เป็นต้น (อ่านข่าวเก่าจาก TechTalkThai) นอกจากนี้ Experience การใช้งานของ Xi และ Prism นั้นมีความคล้ายคลึงกันมากซึ่งผู้ใช้ไม่ต้องปรับตัวมากเลย โดยบริการใหม่บน Xi ในงานมีดังนี้

  • Xi Frame – เป็น Cloud VDI แต่การใช้งานนั้นสามารถทำได้จาก Web UI นั่นหมายความถึงความเร็วและง่ายต่อการใช้งานไม่ต้องติดตั้ง Agent เพิ่มเติมให้ยุ่งยาก
  • Xi BEAM – เป็นบริการ Multi-cloud Management กับ Azure, GCP และ AWS ได้เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถวางแผนค่าใช้จ่าย รวมถึงทำรายงานค่าใช้จ่ายและประเมินความมั่นคงปลอดภัยในการใช้งานตาม Compliance  (ลักษณะคือผู้ให้บริการ Cloud มี API ให้อยู่แล้ว ดังนั้น Beam จะไปใช้ API เช่น เรียกดูว่าถ้าต้องการใช้ Virtual Machine จากค่ายต่างๆ มีราคาเท่าไหร่ พร้อมทั้งทำรายงานเปรียบเทียบกันทั้ง 3 ค่ายหรือหากใช้ Nutanix จะคุ้มกว่าหรือไม่ผ่านหน้าจอ Beam เพียงตัวเดียว) 

นอกจากนี้การเป็น Cloud หมายความว่าผู้ใช้งานอาจจะไม่ได้ซื้อ Appliance ของ Nutanix ก็สามารถใช้บริการ Xi อย่างเดียวได้

3.Nutanix Cluster on AWS

Nutanix ได้จับมือเป็นพันธมิตรกับ AWS ทำให้ลูกค้าสามารถเลือกใช้ EC2 Bare Metal Instance (HW เปล่าแต่ไม่ต้องดูแลเอง) จาก AWS และลง Acropolis OS กับ AHV ตอบโจทย์การใช้งาน Hybrid ได้อย่างแท้จริงที่สามารถบริหารจัดการผ่าน Prism (ภาพประกอบด้านล่าง)

credit : nutanix

4.Nutanix Cloud Native

Nutanix ยังมีการรองรับกับสภาพแวดล้อมแบบ Cloud native application ด้วยการอำนวยให้สามารถติดตั้งโซลูชันที่จำเป็นสำหรับ DevOps ได้ง่ายขึ้นด้วย PaaS และ IaaS ดังนี้

  • Nutanix Karbon – เป็นโมดูลของ Kubernetes ที่มีให้อยู่แล้วเพราะการติดตั้งเองนั้นทำได้ยากหรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือมีองค์ประกอบที่จำเป็นในการติดตั้ง Kubernetes ช่วยลดเวลาและลดงานได้อย่างมาก
  • Nutanix Bucket (IaaS) –  รองรับการใช้งาน Object Storage เช่น ติดต่อกับ S3 ของ AWS ได้ หรือทำ Object Storage ไว้ใช้งานเองภายในองค์กรโดยไม่ต้องซื้อ Storage แยกมาทำ เป็นต้น
  • Nutanix ERA – ช่วยทำ Provision และ Deploy Database ได้หลายตัว เช่น Oracle, PostgreSQL, SQL Server และ MySQL เป็นต้น

นอกจาก PaaS และ IaaS แล้ว Nutanix ยังมี SaaS ที่ชื่อ Xi Epoch ที่ช่วยเรื่อง Visibility ในการใช้งานว่าแอปพลิเคชันต่างๆ เชื่อมต่อกันอย่างไรทั้งจาก On-premise และ Cloud ยกตัวอย่างสถานการณ์ เช่น Database อยู่ On-premise, UI อยู่บน GCP และมีการ Analytics จาก Azure จะแสดงภาพกราฟฟิคให้เห็น Flow การทำงานได้ เป็นต้น

5.ความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์

  • Nutanix ไม่ได้ผลิตฮาร์ดแวร์เองซึ่งตอนนี้ได้ประกาศให้ HPE มาร่วมผลิตฮาร์ดแวร์ให้ด้วย
  • Fujisu Server Primergy ทำการ OEM Nutanix เตรียมจำหน่ายปลายปีนี้
  • Nutanix และ Huawei ได้ทำการ Certified ให้ลง Acropolis OS/AHV บนฮาร์ดแวร์ในรุ่นที่ได้รับการรับรองซึ่งจากเดิมมี Lenovo, DellEMC, Cisco และ IBM (เซิร์ฟเวอร์ทั่วไปไม่ใช่ HCI ของเจ้าเหล่านั้น)  

สรุป

credit : nutanix

จะเห็นได้ว่าตอนนี้ Nutanix ไม่ใช่แค่ Vendor HCI เจ้าตลาดอย่างเดียวแล้วนะครับ แต่ยังขยายตลาดครอบคลุมไปในส่วนของ PaaS และ SaaS เพื่อรองรับกับทุกการใช้งานตั้งแต่ Private Cloud, Multi-cloud และ Hybrid-cloud ทั้งนี้ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงประสบการณ์การใช้งานเพราะยังมีพระเอกคนเดิมคือ One OS (AOS) และ One Click (Prism) ตามคอนเซปต์ Nutanix Enterprise Cloud Platform ครับ (Marketing Concept Term)

สำหรับผู้สนใจ Xi Frame, Beam และ Leap สามารถเข้าไปทดลองใช้งานได้ที่ https://www.nutanix.com/nextoffers ครับ

from:https://www.techtalkthai.com/summary-nutanix-next-2019-keys-announcement/

Huawei จดเครื่องหมายการค้า HongMeng OS ในหลายประเทศนอกจีน

หลังจากที่ Huawei จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า HongMeng OS ในจีนไปแล้ว ล่าสุด Reuters รายงานอ้างอิงข้อมูลจาก U.N. World Intellectual Property Organization (WIPO) ว่า Huawei ได้ยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า HongMeng ในอีกหลายประเทศอย่างน้อย 9 ประเทศรวมถึงในยุโรปแล้ว

เอกสารจดเครื่องหมายการค้าชี้ว่า Huawei ต้องการใช้ HongMeng OS ในหลายอุปกรณ์ตั้งแต่สมาร์ทโฟน ไปจนถึงหุ่นยนต์และคอมพิวเตอร์ในรถ ส่วนประเทศที่ Huawei จดเครื่องหมายการค้าก็มีกัมพูชา, แคนาดา, เกาหลีใต้, นิวซีแลนด์และเปรู เป็นต้น ขณะที่ Andrew Williamson รองประธานด้านสาธารณะและการสื่อสารยืนยันว่า Huawei กำลังอยู่ระหว่างกระบวนการหาทางเลือก

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า Huawei จดเครื่องหมายการค้า Ark OS ซึ่งก็คาดกันว่าอาจเป็นชื่อ HongMeng OS นอกจีนแต่ก็หาความเชื่อมโยงไม่ได้

ที่มา – Reuters

from:https://www.blognone.com/node/110348

Windows 10 Insider ออกรุ่นใหม่ ผนวก Windows Subsystem for Linux 2 มาแล้ว

ไมโครซอฟท์ออก Windows 10 Insider Preview Build 18917 ซึ่งเป็นรุ่นทดสอบของ Windows 10 20H1 ที่จะออกในปีหน้า

ของใหม่ที่สำคัญคือ Windows Subsystem for Linux 2 ที่ประกาศตอนงาน Build 2019 ถูกผนวกเข้ามาใน Insider แล้ว

จุดเด่นของ WSL2 เหนือ WSL1 คือมันใช้เคอร์เนลลินุกซ์ตัวเต็ม แล้วรันอยู่ใน VM ขนาดเบา (lightweight) ที่ทำงานได้เร็วและกินทรัพยากรน้อย ผลคือมันเข้ากันได้กับลินุกซ์เต็มรูปแบบ (รัน Docker ได้, ใช้ระบบไฟล์เสมือนได้) และมีประสิทธิภาพดีขึ้นกว่ารุ่นแรกถึง 20 เท่า

ของใหม่อีกอย่างในรุ่นนี้คือ Settings เพิ่มตัวเลือกจำกัดแบนด์วิดท์การดาวน์โหลดไฟล์อัพเดต (Delivery Optimization) จากเดิมที่ระบุได้เป็นเปอร์เซนต์ของความเร็วเน็ตอย่างเดียว ตอนนี้สามารถใส่เป็นจำนวน Mbps ได้แล้ว

ที่มา – Microsoft

No Description

from:https://www.blognone.com/node/110335

[ลือ] Huawei เจรจาใช้งาน Aurora OS ระบบปฏิบัติการจากรัสเซีย ร่างแยกของ Sailfish

ดูเหมือนว่า Huawei จะมองหาทางออกหลายแบบในการแก้ปัญหาไม่สามารถใช้งาน Android ได้ นอกจาก Hongmeng หรือ Ark OS ยังมีข่าวว่าบริษัทสนใจทดสอบระบบปฏิบัติการจากรัสเซียด้วย

ข้อมูลนี้มาจากเว็บไซต์ข่าว The Bell ของรัสเซีย ที่ระบุว่า Huawei กำลังเจรจากับบริษัท Open Mobile Platform (OMP) ของรัสเซีย ที่พัฒนาระบบปฏิบัติการ Aurora OS เพื่อนำไปใช้งาน ตอนนี้ Huawei กำลังทดสอบ Aurora OS กับฮาร์ดแวร์บางรุ่นแล้ว

ชื่อ Aurora OS อาจเป็นของใหม่ แต่แท้จริงแล้วมันพัฒนามาจาก Sailfish OS ของบริษัท Jolla ที่สืบทอดตำนานมาจาก MeeGo ในยุค Nokia อีกทีหนึ่ง ตัวระบบปฏิบัติการ Sailfish เป็นโอเพนซอร์สและยังพัฒนาอยู่ โดยเพิ่งออก Sailfish 3 เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว จุดเด่นอย่างหนึ่งของ Sailfish คือมันสามารถรันแอพจาก Android ได้ด้วย แม้อาจไม่สมบูรณ์ 100% ก็ตาม

No Description

ความสัมพันธ์ระหว่าง OMP กับ Jolla คือเศรษฐีชาวรัสเซีย Grigory Berezkin มีหุ้นอยู่ใน Jolla และเป็นบอร์ดบริหารของ Jolla ด้วย (Jolla เป็นบริษัทจากฟินแลนด์ ที่ก่อตั้งโดยทีมจาก Nokia) ทำให้ Berezkin มาก่อตั้งบริษัท OMP และซื้อไลเซนส์ระบบปฏิบัติการจาก Jolla มาตั้งแต่ปี 2016 เพื่อพัฒนาเป็นระบบปฏิบัติการเวอร์ชันรัสเซีย

จากนั้นในปี 2018 บริษัท Rostelecom ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจด้านโทรคมนาคมของรัสเซีย (ปัจจุบันเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์มอสโก) เข้ามาถือหุ้น 75% ใน OMP ทำให้ตอนนี้บริษัท OMP และ Aurora OS ก็มีสถานะเป็นของรัฐบาลรัสเซียไปโดยปริยาย

ตามข่าวบอกว่า Guo Ping ประธานของ Huawei พูดคุยเรื่องนี้กับ Konstantin Noskov รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลของรัสเซ๊ย และผู้นำสูงสุดของทั้งสองประเทศคือ Xi Jinping กับ Vladimir Putin ก็มีวาระหารือกันเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน

ใครอยากเห็นหน้าตาของ Aurora OS ดูได้จาก เว็บไซต์ของ OMP

ที่มา – AsiaTimes, RT, xda

from:https://www.blognone.com/node/110328

Robot Operating System 2 ออกแล้ว!

มีการประกาศปล่อย Robot Operating System (ROS) เวอร์ชัน 2 ออกมาแล้ว โดยใช้ชื่อโค้ดว่า Dashing Diademata (ตั้งตามชื่อสายพันธุ์เต่ามาตลอด)

credit : discourse.ros.org

ROS เป็นโปรเจ็คโอเพ่นซอร์สหรือเฟรมเวิร์กที่ได้รวบรวมเอาชุดของ Library และเครื่องมือต่างๆ ที่จำเป็นต่อการพัฒนาหุ่นยนต์เข้าไว้ด้วยกัน โดยเริ่มขึ้นราวปี 2007 ทั้งนี้มีการอัปเดตทุกปีอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตามใน ROS2 ถูกประกาศให้เป็นเวอร์ชัน Long Term Support (LTS) ที่มีระยะเวลายาวนานถึง 2 ปี

โดยทางทีมงานกล่าวว่าจะพยายามแพตช์ Dashing เรื่อยๆ ในระยะเวลา LTS แต่ไม่สามารถการันตีความเข้ากันของ API ที่เกิดขึ้นในระหว่าง ROS Distribution แต่จะพยายามรักษาความสเถียรของ API และ ABI ให้ได้เหมือนที่เคยทำมาตั้งแต่เวอร์ชัน 1 อย่างไรก็ตามยุคสมัยของการพัฒนานั้นเกิดขึ้นตั้งแต่หุ่นยนต์ยังมีราคาแพงจนปัจจุบันเราฮาร์ดแวร์ราคาถูกมาก เช่น Raspberry Pie เป็นต้น ดังนั้นจะมีการละทิ้ง Library หรือเครื่องมือล้าสมัยเก่าออกไปด้วย สำหรับผู้สนใจสามารถติดตามได้ที่ ROS2 Release Note ครับ

ที่มา : https://hackaday.com/2019/06/06/dashing-diademata-delivers-second-generation-ros/ และ https://discourse.ros.org/t/ros-2-dashing-diademata-released/9365

from:https://www.techtalkthai.com/ros-2-dashing-diademata-has-been-released/

Apple เปิดตัว macOS Catalina แยก iTunes ออกเป็น Apple Music, Podcasts และ TV

แอปเปิลเปิดตัวระบบปฏิบัติการ macOS เวอร์ชันใหม่ ในชื่อเรียกว่า macOS Catalina ซึ่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญก็เป็นไปตามข่าวลือก่อนหน้านี้ โดย iTunes จะเปลี่ยนมาเป็นแอปแยก 3 แอป ได้แก่ Apple Music, Apple Podcasts และ Apple TV

ทั้งนี้แบรนด์ iTunes จะยังคงอยู่ต่อไปสำหรับ iTunes Music Store สำหรับผู้ใช้ที่ยังต้องการซื้อเพลงดิจิทัล แทนที่จะเป็นบริการฟังเพลงสตรีมมิ่ง Apple Music ส่วนการเชื่อมต่อและจัดการอุปกรณ์ iOS ที่เดิมมีใน iTunes จะย้ายไปอยู่ที่ Finder แทน

alt="macOS Catalina"

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Sidecar ส่วนต่อขยายจากจอ Mac ไปยัง iPad เหมาะสำหรับนักออกแบบที่ต้องการใช้ Apple Pencil ออกแบบงานผ่าน iPad แล้วสามารถไปแก้ไขงานต่อได้เลยบน Mac อีกจุดขายของ macOS Catalina คือระบบ Voice Control สำหรับผู้มีปัญหาไม่สามารถใช้อุปกรณ์ได้ตามปกติ โดย Voice Control นี้ยังเปิดให้ใช้งานบน iOS และ iPadOS ด้วย

alt="macOS Catalina"

คุณสมบัติใหม่อื่น ได้แก่ ระบบความปลอดภัยที่เชื่อมต่อกับ Find My ให้ส่งพิกัดล่าสุดไปยังอุปกรณ์แอปเปิลอื่นเมื่อเครื่องออฟไลน์, ระบบ Screen Time ควบคุมเวลาการใช้งานหน้าจอ และมีการปรับปรุงแอปพื้นฐานทั้ง Photos, Safari, Mail, Notes และ Reminders

macOS Catalina เปิดให้ดาวน์โหลดทดสอบแล้วสำหรับนักพัฒนา ส่วนผู้ใช้ทั่วไปเปิดให้ใช้งานแบบเบต้าในเดือนหน้า และเวอร์ชันทั่วไปช่วงปลายปี ส่วน Mac รุ่นที่สามารถอัพเกรดได้ แอปเปิลบอกว่าสำหรับ Mac รุ่นที่ออกมาตั้งแต่กลางปี 2012 เป็นต้นไป

ที่มา: แอปเปิล

from:https://www.blognone.com/node/110114