คลังเก็บป้ายกำกับ: ONEPLUS_9

แนะนำ Sony IMX789 เซ็นเซอร์กล้องขนาด 1/1.35 นิ้ว รุ่นคัสตอมที่สร้างมาเพื่อ OnePlus 9

จุดเด่นของ OnePlus 9 นอกจากเทคโนโลยีกล้อง Hasselblad ที่ช่วยให้สีที่เป็นธรรมชาติขึ้นกับภาพจากกล้องอัลตร้าไวด์ที่ขอบภาพไม่บิดเบี้ยวแล้ว OnePlus ยังพูดถึงอีกองค์ประกอบของกล้องที่สำคัญไม่แพ้กัน คือเซ็นเซอร์ภาพ Sony IMX789 รุ่นคัสตอมที่ OnePlus ทำร่วมกับ Sony เป็นเวลากว่า 2 ปี เพื่อให้ได้เซ็นเซอร์กล้องที่สร้างมาเป็นพิเศษเพื่อมือถือซีรีส์ OnePlus 9

Sony IMX789 เป็นเซ็นเซอร์ขนาด ขนาด 1/1.35 นิ้ว ใหญ่ขึ้นพอสมควรเมื่อเทียบกับ Sony IMX586 ขนาด 1/2 นิ้ว บน OnePlus 8T Pro และมีจำนวนพิกเซลอยู่ที่ 52 ล้านพิกเซล บนดีไซน์แบบ Quad Bayer หรือ 4 พิกเซลที่สามารถถ่ายภาพได้ 2 ค่าการเปิดรับแสง (exposure) พร้อมกัน ทำให้ได้ภาพ HDR ที่มีคุณภาพดีขึ้น และลด ghosting หรือเงาของภาพที่เกิดจากการขยับวัตถุ และยังสามารถรวม 4 พิกเซลเป็น 1 พิกเซล (pixel binning) เพื่อถ่ายภาพในที่ที่มีแสงน้อยได้เท่ากับพิกเซลที่มีขนาด 2.24 μm

ตัวเซ็นเซอร์มีอัตราส่วนรวมอยู่ที่ 16:11 แต่จะแบ่งใช้เป็นแบบ 4:3 สำหรับถ่ายภาพนิ่ง และ 16:9 สำหรับถ่ายวิดีโอ 4K 120FPS นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี 2×2 OCL (On-Chip Lens) ที่ทำงานร่วมกับ Laser Autofocus ช่วยเพิ่มความเร็วในการหาระยะโฟกัสของกล้อง

No Description

IMX789 ยังมีความสามารถในการถ่ายภาพ RAW แบบ 12 bit ที่เก็บสีได้ถึง 68.7 พันล้านสี มี FWC (Full Well Capacity) หรือจำนวนประจุต่อเต็มที่ต่อพิกเซลสูงขึ้น ช่วยลดอาการ bloom เมื่อถ่ายภาพที่มีแสงมาก มี RN (Read Noise) ต่ำ ลด noise เมื่อถ่ายภาพแสงน้อย มี DOL-HDR หรือ Digital Overlap High Dynamic Range ระบบซ้อนทับภาพต่าง exposure เพื่อลด artifacts และทำให้คุณภาพของ HDR โดยรวมดีขึ้น

No Description

OnePlus ยังระบุเพิ่มเติมว่าแค่ฮาร์ดแวร์อย่างเดียวคงไม่เพียงพอ แต่ระบบกล้องสมาร์ทโฟนที่ดีในปัจจุบันจะต้องเป็นการผสานระหว่างฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ซึ่งจะทยอยออกอัพเดตที่ปรับปรุงและพัฒนาประสิทธิภาพของกล้องต่อไปในอนาคต

อย่างไรก็ตาม แม้ OnePlus 9 และ 9 Pro จะใช้เซ็นเซอร์หลักเป็น Sony IMX789 รุ่นนี้เหมือนกัน และดูเผินๆ เหมือนจะต่างกันแค่กล้องเทเลโฟโต้ที่เพิ่มมาใน 9 Pro แต่จริงๆ แล้ว OnePlus 9 ถูกตัดระบบกันสั่นแบบออปติคัล (OIS) ที่เคยมีใน OnePlus 8T ออก เหลือเพียงกันสั่นแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EIS) เท่านั้น

OnePlus 9 รุ่นธรรมดา จึงถ่ายภาพหรือวิดีในที่ที่มีแสงน้อยได้แย่กว่า OnePlus 9 Pro ซึ่งการตัด OIS ออกนี้ อาจเป็นการลดต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากเซ็นเซอร์ใหม่และกล้อง Hasselblad ซึ่งก็คงกลายมาเป็นอีกปัจจัยที่ผู้ใช้ต้องพิจารณาว่าจะเลือกซื้อ OnePlus 9 หรือ 9 Pro ดี

ที่มา – OnePlus Forum

from:https://www.blognone.com/node/122256

ผู้ใช้งาน OnePlus 9 Pro หลายรายเจอปัญหาเครื่องเกิดความร้อนสูงเมื่อใช้กล้อง หรือตอนชาร์จแบต

OnePlus 9 Pro พึ่งเปิดตัวไปเมื่อไม่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา รวมถึงเริ่มวางจำหน่ายในบางประเทศแล้ว และหลังจากที่มีการวางจำหน่ายไปได้ไม่นาน ผู้ใช้งานหลาย ๆ รายก็ได้พบกับปัญหาตัวเครื่องมีความร้อนสูงเมื่อมีการใช้งานทั่วไป อย่างเช่นการเปิดกล้อง หรือชาร์จแบตเตอรี่เป็นต้น

สำหรับปัญหาต่าง ๆ ที่เหล่าเจ้าของ OnePlus 9 Pro พบเจอกันคราวนี้ มาจากโพสท์ใน Twitter และใน Forum ของ OnePlus เอง ซึ่งปัญหาส่วนมากที่โดนบ่นกันก็คือปัญหาความร้อนจากการใช้งานทั่ว ๆ ไป อย่างเช่นผู้ใช้งานรายนึงถ่ายวิดีโอ 4K 60fps ได้แค่นาทีเดียวแอปกล้องก็ปิดลงเนื่องจากความร้อนสูง หรือยิ่งแย่กว่าคือผู้ใช้งานรายนึงไม่สามารถแม้แต่จะถ่ายรูปกลางแดดได้ เพราะเครื่องเกิดความร้อนสูงจนต้องปิดกล้องลงไป

ส่วนความร้อนที่เกิดจากสาเหตุอื่น ๆ นอกจากเรื่องกล้องก็มีทั้ง เอามือถือเสียบไว้กับที่จับในรถยนต์แล้วเครื่องก็ร้อนจนมีข้อความแจ้งเตือน และหน้าจอต้องลดความสว่างลงอัตโนมัติ แม้ว่าอากาศภายนอกจะอยู่ที่ 23° C ก็ตาม, เสียบสายชาร์จไว้ก็เกิดอาการ Overheat ขึ้นจนมีการแจ้งเตือน หรืออีกรายแค่ใช้งานตามปกติเป็นเวลา 1 ชม. ก็มีแจ้งเตือน Overheat เหมือนกัน นอกจากนี้ยังมีผู้ใช้งานบางรายที่เจออาการเครื่องร้อนจัดจนแบตเตอรี่หมดอย่างรวดเร็ว

ตอนนี้ยังไม่มีสาเหตุที่แน่ชัดว่าอาการเครื่องร้อนผิดปกติจนมีการแจ้งเตือนแบบนี้เกิดจากอะไร และจะมีผู้ใช้งานเจอปัญหาดังกล่าวมากกว่านี้อีกหรือไม่ (เจอปัญหาแต่ไม่ได้มาโพสท์บอก) โดยมีการคาดการณ์ว่าปัญหาความร้อนน่าจะเกิดจากบั๊กของซอฟท์แวร์มากกว่า ซึ่งวิธีการแก้ไขก็น่าจะต้องรอให้ทาง OnePlus ปล่อยเฟิร์มแวร์ออกมาแก้ไขต่อไป

ก็หวังว่าปัญหาเครื่องร้อนดังกล่าวน่าจะได้รับการแก้ไขจากทาง OnePlus ก่อนที่จะมีการมาเปิดตัวในบ้านเราอย่างเป็นทางการนะครับ เพราะขนาดผู้ใช้งานในต่างประเทศที่มีอากาศเย็นสบายแค่ 23° C ยังเจอปัญหาเครื่องร้อน…ถ้ามาใช้งานในประเทศไทยน่าจะแย่หนักเลยล่ะ

 

ที่มา : Androidauthority

from:https://droidsans.com/oneplus-9-pro-overheat-issues/

OnePlus 9 และ OnePlus 9 Pro มีชื่อผ่าน กสทช.แล้ว ลุ้นเปิดตัวเร็ว ๆ นี้

OnePlus 9 และ OnePlus 9 Pro สมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ที่ได้ Hasselblad เข้ามาช่วยพัฒนาในส่วนของกล้องและการถ่ายภาพ ล่าสุดทั้งคู่ได้มีชื่อปรากฏบนเว็บไซต์ของสำนักงาน กสทช.แล้ว เตรียมเปิดตัวและวางจำหน่ายในประเทศไทยเร็ว ๆ นี้ มาพร้อมหน้าจอ 10-bit, ลำโพงคู่ Dolby Atmos, แบต 4500mAh เทคโนโลยีชาร์จไว 65W,รองรับการเชื่อมต่อเครือข่าย 5G

เปรียบเทียบสเปค OnePlus 9 และ OnePlus 9 Pro

OnePlus 9 OnePlus 9 Pro
จอภาพ Fluid AMOLED ขนาด 6.55 นิ้ว
ความละเอียด 2400 x 1080 พิกเซล
สัดส่วน 20:9
อัตรารีเฟรช 120Hz
รองรับ sRGB, DCI-P3, ความลึกสี 10-bit
Fluid AMOLED LTOP ขนาด 6.7 นิ้ว
ความละเอียด 3216 x 1440 พิกเซล
สัดส่วน 20.1:9
อัตรารีเฟรช 120Hz
รองรับ sRGB, DCI-P3, ความลึกสี 10-bit
ชิป Qualcomm Snapdragon 888
หน่วยความจำ LPDDR5 RAM 8GB / 12GB
UFS 3.1 ROM 128GB / 256GB
กล้องหลัง – กล้องหลัก 48MP (ƒ/1.8), IMX689
– กล้องอัลตร้าไวด์ 50MP (ƒ/2.2), ความยาวโฟกัส 14 มม., IMX766
– กล้องโมโนโครม 2MP
– กล้องหลัก 48MP (ƒ/1.8), IMX789
– กล้องอัลตร้าไวด์ 50MP (ƒ/2.2), ความยาวโฟกัส 14 มม., IMX766
– กล้องเทเลโฟโต้ 8MP (ƒ/2.4)
– กล้องโมโนโครม 2MP
กล้องหน้า 16MP (ƒ/2.4), IMX471
เสียง ลำโพงสเตอรีโอ, รองรับ Dolby Atmos
เครือข่าย GSM / CDMA / HSPA / LTE / 5G
การเชื่อมต่อ – Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/ax
– Bluetooth 5.2
– NFC
– GPS (L1+L5 Dual Band), GLONASS, Galileo (E1+E5a Dual Band), Beidou, A-GPS
– USB Type-C
เซนเซอร์ Fingerprint, accelerometer, electronic, compass, gyroscope, ambient, proximity, sensor core, flicker-detect, front RGB, barometer
แบตเตอรี่ 4500mAh
Warp Charge 65W
ชาร์จไร้สาย 15W
ความทนทาน IP68
ระบบปฏิบัติการ OxygenOS บนพื้นฐาน Android 11
ขนาด 160 x 74.2 x 8.7 มม. 163.2 x 73.6 x 8.7 มม.
น้ำหนัก 192 กรัม 197 กรัม
สี Astral Black, Winter Mist Pine Greem, Morning Mist

 

ภาพรวมของ OnePlus 9 กับ OnePlus 9 Pro นั้นเรียกได้ว่า ใกล้เคียงกันแทบทุกส่วน ไล่ตั้งแต่ดีไซน์ ชิปประมวลผล แบตเตอรี่ ไปจนถึงเซนเซอร์ภายในต่าง ๆ แต่ฝ่ายหลังมีข้อได้เปรียบเล็กน้อย กับจอภาพ LTPO ที่ประหยัดพลังงานมากกว่า กับกล้องหลักเซนเซอร์ IMX789 พร้อมด้วยกล้องเทเลโฟโต้ที่เพิ่มเข้ามาในรุ่นโปร และคุณสมบัติกันน้ำ IP68 หากเพื่อน ๆ คนไหนยังตัดสินใจเลือกซื้อไม่ได้ สามารถดูข้อมูลประกอบการพิจารณาได้ตามลิงก์ด้านล่างเลยครับ

from:https://droidsans.com/oneplus-9-and-9-pro-nbtc-thailand/

เปรียบเทียบสเปค OnePlus 9 ปะทะ OnePlus 9 Pro สมาร์ทโฟนกล้อง Hasselblad ต่างกันตรงไหน ซื้อรุ่นไหนดี ?

OnePlus 9 และ OnePlus 9 Pro เปิดตัวมาพร้อมกันแบบสุดอลังการ ทั้งคู่มีดีไซน์คล้ายคลึงกันมาก ๆ แถมไส้ในก็แทบไม่แตกต่างกันเลย ใช้ชิป Snapdragon 888 สุดทรงพลัง หน้าจอ 10-bit แสดงผลได้ 1.07 พันล้านสี ลำโพงคู่ Dolby Atmos ได้ Hasselblad เข้ามาช่วยพัฒนาในส่วนของกล้องและการถ่ายภาพ แบต 4500mAh รองรับชาร์จไว 65W เท่า ๆ กัน ทำเอาหลายคนเลือกซื้อกันไม่ถูกและปวดหัวพอสมควรกับราคาที่ห่างกัน 200 ยูโร

OnePlus 9 OnePlus 9 Pro
จอภาพ Fluid AMOLED ขนาด 6.55 นิ้ว
ความละเอียด 2400 x 1080 พิกเซล
สัดส่วน 20:9
อัตรารีเฟรช 120Hz
รองรับ sRGB, DCI-P3, ความลึกสี 10-bit
Fluid AMOLED LTOP ขนาด 6.7 นิ้ว
ความละเอียด 3216 x 1440 พิกเซล
สัดส่วน 20.1:9
อัตรารีเฟรช 120Hz
รองรับ sRGB, DCI-P3, ความลึกสี 10-bit
ชิป Qualcomm Snapdragon 888
หน่วยความจำ LPDDR5 RAM 8GB / 12GB
UFS 3.1 ROM 128GB / 256GB
กล้องหลัง – กล้องหลัก 48MP (ƒ/1.8), IMX689
– กล้องอัลตร้าไวด์ 50MP (ƒ/2.2), ความยาวโฟกัส 14 มม., IMX766
– กล้องโมโนโครม 2MP
– กล้องหลัก 48MP (ƒ/1.8), IMX789
– กล้องอัลตร้าไวด์ 50MP (ƒ/2.2), ความยาวโฟกัส 14 มม., IMX766
– กล้องเทเลโฟโต้ 8MP (ƒ/2.4)
– กล้องโมโนโครม 2MP
กล้องหน้า 16MP (ƒ/2.4), IMX471
เสียง ลำโพงสเตอรีโอ, รองรับ Dolby Atmos
เครือข่าย GSM / CDMA / HSPA / LTE / 5G
การเชื่อมต่อ – Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/ax
– Bluetooth 5.2
– NFC
– GPS (L1+L5 Dual Band), GLONASS, Galileo (E1+E5a Dual Band), Beidou, A-GPS
– USB Type-C
เซนเซอร์ Fingerprint, accelerometer, electronic, compass, gyroscope, ambient, proximity, sensor core, flicker-detect, front RGB, barometer
แบตเตอรี่ 4500mAh
Warp Charge 65W
ชาร์จไร้สาย 15W
ความทนทาน IP68
ระบบปฏิบัติการ OxygenOS บนพื้นฐาน Android 11
ขนาด 160 x 74.2 x 8.7 มม. 163.2 x 73.6 x 8.7 มม.
น้ำหนัก 192 กรัม 197 กรัม
สี Astral Black, Winter Mist Pine Greem, Morning Mist

 

ดีไซน์และวัสดุตัวเครื่อง

การออกแบบของทั้งสองรุ่นเป็นไปในทิศทางเดียวกันทุกส่วน วัสดุเป็นกระจกทั้งด้านหน้าและหลัง ตีตรา Hasselblad บริเวณโมดูลกล้องหลังเหมือนกัน จุดแตกต่างอยู่ตรงเฟรมเครื่อง ซึ่ง OnePlus 9 เป็นกรอบพลาสติก มีให้เลือก 3 สี คือ Astral Black, Astral Sky และ Winter Mist ส่วน OnePlus 9 Pro เป็นกรอบอะลูมิเนียม มีให้เลือก 3 สีเช่นกัน ได้แก่ Morning Mist, Pine Greem และ Stellar Black พร้อมความสามารถกันน้ำและฝุ่นตามมาตรฐาน IP68

จอภาพและการแสดงผล

เริ่มที่ส่วนของหน้าจอกันก่อน OnePlus 9 และ 9 Pro ต่างก็มาพร้อมกับจอภาพที่มีความลึกสี 10-bit แบบเนทีฟ แสดงผลได้ 1.07 พันล้านสี ปรับความสว่างได้ละเอียดยิบ 8,192 ระดับ ซึ่งบริษัทเคลมว่า เป็นเกรดเดียวกับโรงภาพยนตร์ ผ่านมาตรฐาน HDR10+ แถมมีคลาดเคลื่อนของสีต่ำมาก

ฝ่ายแรกเลือกใช้พาเนล AMOLED ขนาด 6.55 นิ้ว บนสัดส่วน 20:9 ความสว่างสูงสุด 1100 nt ในขณะที่ฝ่ายหลังอัปเกรดมาใช้ AMOLED LTPO ขนาด 6.7 นิ้ว บนสัดส่วน 20.1:9 มีคุณสมบัติเหนือกว่าเรื่องการประหยัดพลังงาน มีอัตรารีเฟรชที่ยืดหยุ่นตั้งแต่ 1 – 120Hz รวมถึงความสว่างสูงสุด 1300 nt ได้เปรียบเล็กน้อยกรณีใช้งานกลางแจ้ง

หน่วยประมวลผล หน่วยความจำ และแบตเตอรี่

OnePlus 9 กับ OnePlus 9 Pro ขับเคลื่อนด้วยชิป Snapdragon 888 จาก Qualcomm แรงที่สุดของฝั่ง Android ในปัจจุบัน พ่วงด้วยโมเด็ม X60 ในตัว รองรับการเชื่อมต่อเครือข่าย 5G ผสานการทำงานร่วมกับ RAM LPDDR5 และ ROM UFS 3.1 แบบ 2 เลน ทำให้มีความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลที่สูงมาก ๆ แบตเตอรี่มีความจุ 4500mAh มีเทคโนโลยีชาร์จไวทั้งแบบมีสายและไร้สายที่ 65W และ 15W ตามลำดับ กล่าวรวม ๆ ได้ว่า ฮาร์ดแวร์ภายในเป็นระดับสูงทั้งหมดอย่างที่ควรจะเป็น โดยหลัก ๆ แล้วไม่มีจุดแตกต่างกันเลย

กล้องถ่ายภาพ

หากถามว่า ส่วนใดของ OnePlus 9 และ 9 Pro ที่แตกต่างกันมากที่สุด ? คำตอบก็คือกล้องถ่ายภาพนี่แหละครับ ฝ่ายแรกมีกล้อง 3 ตัว ส่วนฝ่ายหลังมีกล้อง 4 ตัว แม้จำนวนจะไม่เท่ากัน แต่มีจุดร่วมที่เหมือนกัน คือ กล้องอัลตร้าไวด์ 50MP ที่ใช้เซนเซอร์ IMX 766 ระดับไฮเอนด์จาก Sony มีการนำเลนส์ฟรีฟอร์มมาใช้ในการแก้ไขความผิดเพี้ยนโดยไม่สูญเสียขอบภาพ และกล้องโมโนโครม 2MP นอกจากนี้ยังได้ Hasselblad เข้ามาช่วยพัฒนา ปรับแต่งโทนสี Natural Color Calibration ที่สวยงามโดยคงความเป็นธรรมชาติเอาไว้ มี Hasselblad Pro Mode มาให้ใช้งาน อีกทั้งยังรองรับไฟล์ RAW 12-bit ด้วย

OnePlus 9 เลือกใช้ IMX689 เป็นเซนเซอร์ภาพสำหรับกล้องหลัก 48MP ทางฝั่ง OnePlus 9Pro มาพร้อมกับ IMX789 มีความละเอียด 48MP เท่ากัน แต่มีการเสริมกล้องเทเลโฟโต้ 8MP เข้ามาอีกตัว ทำให้มีจำนวนกล้องรวมมากกว่าที่ 1 ตัว ทำให้มีระยะการถ่ายภาพที่ครอบคลุมมากกว่า แต่ทั้งนี้ OnePlus 9 ก็ยังพอชดเชยได้ด้วยการซูมแบบดิจิทัล

ราคาห่างกัน 200 ยูโร ซื้อรุ่นไหนดี ?

OnePlus 9

  • RAM 128GB + 8GB – ราคา 699 ยูโร (ประมาณ 25,690 บาท)
  • RAM 256GB + 12GB – ราคา 799 ยูโร (ประมาณ 29,990 บาท)

OnePlus 9 Pro

  • RAM 128GB + 8GB –  ราคา 899 ยูโร (ประมาณ 32,990 บาท)
  • RAM 256GB + 12GB – ราคา 999 ยูโร (ประมาณ 36,690 บาท)

เพื่อน ๆ จะเห็นได้ว่า ภาพรวมของทั้งคู่ไม่ค่อยแตกต่างกันมากนัก ชิปประมวลผลใช้ตัวเดียวกัน แบตเตอรี่เท่ากัน เซนเซอร์อะไรต่าง ๆ มาครบทั้งหมด ยกเว้นในส่วนของจอภาพ LTPO ที่ประหยัดพลังงานมากกว่าและมีความสว่างสูงกว่า กับกล้องหลักเซนเซอร์ IMX789 พร้อมด้วยกล้องเทเลโฟโต้ที่เพิ่มเข้ามาในรุ่นโปร ที่หน่วยความจำเท่า ๆ กัน OnePlus 9 และ 9Pro มีราคาห่างกัน 200 ยูโร หรือประมาณ 7,400 บาท เป็นช่องว่างที่ห่างพอสมควรจนทำให้ตัดสินใจได้ยากจริง ๆ รุ่นเล็กดูคุ้มกว่า ส่วนรุ่นท็อปก็ไปสุดทาง เสริมด้วยคุณสมบัติกันน้ำและฝุ่น IP68 แต่ต้องเพิ่มเงินเยอะ

อย่างไรก็ตาม ราคาสมาร์ทโฟนที่วางจำหน่ายในโซนยุโรปนั้นสูงกว่าบ้านเราประมาณหนึ่งเลย ด้วยอัตราภาษีที่สูงกว่า หาก OnePlus 9 และ 9 Pro เข้ามาวางขายในไทยเท่าไหร่ อาจพิจารณาได้ง่ายมากขึ้นครับ

from:https://droidsans.com/oneplus-9-vs-oneplus-9-pro-specs-compare/

คุ้มอยู่มั้ย? มือถือ OnePlus แพงใกล้แตะ 1,000 ดอลลาร์ แต่อัพเดตช้า แถมการันตีอัพเดตแค่สองปี

หลังจากปีที่แล้ว ผู้เขียนเขียนบทความเกี่ยวกับราคาของมือถือ OnePlus ที่เคยได้ชื่อว่านักฆ่าเรือธง แต่ราคากลับแพงขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี มาปีนี้ ราคาของ OnePlus 9 และ OnePlus 9 Pro ก็เคลื่อนตัวไปในทิศทางเดิม นั่นคือแพงขึ้นกว่าปีที่แล้วอีก

ราคามือถือปีที่แล้ว OnePlus 8 เริ่มต้น 699 ดอลลาร์ และ 8 Pro ที่ 899 ดอลลาร์ ส่วนปีนี้ OnePlus 9 เริ่มที่ราคา 729 ดอลลาร์ และ 9 Pro ที่ 969 ดอลลาร์ เกือบแตะหลัก 1,000 ดอลลาร์แล้ว ในขณะที่ข้อแตกต่างน้อยก็น้อยลงเรื่อยๆ แม้จะมีกล้องจากแบรนด์ Hasselblad มา แต่ก็ไม่ได้สร้างความแตกต่างอะไรขนาดนั้น

ในขณะที่คู่แข่งระดับเรือธงที่ใช้ Snapdragon 888 เหมือนกันคือ Realme GT หรือ Redmi K40 ที่ใช้ชิปเรือธง Snapdragon 888 ก็เริ่มต้นในระดับราคาประมาณ 430 กับ 460 ดอลลาร์เท่านั้น (แม้ไม่มีกล้องจาก Hasselblad หรือจอ AMOLED ที่เป็น Adaptive Refresh Rate แบบใน OnePlus 9 Pro ก็ตาม)

ปัญหาอีกอย่างของ OnePlus ในช่วงหลังคือการอัพเดต เพราะอัพเดตเวอร์ชั่นแอนดรอยด์ให้แค่สองปี และอัพแพทช์ความปลอดภัยทุกสองเดือน (bi-monthly) เป็นเวลาสามปีที่ยึดถือมาตั้งแต่บน OnePlus 6 ในปี 2018 ซึ่งอาจจะดูช้าไปและน้อยไปซะแล้ว

ในทางปฏิบัตินอกจากนี้ มือถือรุ่นที่อายุเก่าเกิน 1 ปีของ OnePlus ก็ได้อัพเดตเวอร์ชั่นแอนดรอยด์ค่อนข้างช้าเช่นกัน แม้ยังจะอยู่ในวงรอบการันตีอัพเดตสองปี เช่น OnePlus 7T และ 7T Pro ก็เพิ่งได้รับอัพเดตเป็นเวอร์ชั่น Oxygen OS 11 (Android 11) เมื่อวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมานี่เอง

คู่แข่งในตลาดเองก็ปรับปรุงเรื่องการอัพเดตมากขึ้น เช่น One UI ของ Samsung เพิ่มระยะอัพเดตแพทช์ความปลอดภัยบนมือถือ Galaxy ทุกเครื่องให้เป็น 4 ปีแถมรุ่นเรือธงยังอัพเดตแพทช์ความปลอดภัย ไวพอๆ กับ Pixel แล้วอีกด้วย

ในยุคที่ราคามือถือ OnePlus ไม่ได้ต่างจากมือถือแอนดรอยด์เรือธงเจ้าอื่นมากนัก แถมยังแพงกว่ามือถือค่ายจีนอื่นๆ จนทำให้มูลค่าเมื่อเทียบกับระยะเวลา และความน่าดึงดูดของ OnePlus ลดลงไปแบบนี้ อาจถึงเวลาแล้วหรือยังที่ OnePlus จะทบทวนนโยบายอัพเดตทั้งแพทช์ความปลอดภัย และเวอร์ชั่นแอนดรอยด์ของบริษัทอีกครั้ง

No Descriptionกราฟราคามือถือ OnePlus ที่แพงขึ้นเรื่อยๆ แทบทุกปี

ที่มา – 9to5Google

from:https://www.blognone.com/node/121876

เปิดตัว OnePlus 9 กล้อง Hasselblad ชิป Snapdragon 888 เริ่มต้น 729 ดอลลาร์

OnePlus เปิดตัว OnePlus 9 และ 9 Pro มือถือเรือธงรุ่นใหม่ พร้อมกล้องที่ร่วมมือผลิตกับ Hasselblad แบรนด์กล้องจากสวีเดน ทั้งสองรุ่น เริ่มเปิดจองในสหรัฐ 26 มีนาคมนี้ และจะเริ่มจำหน่ายอย่างเป็นทางการวันที่ 2 เมษายน

รุ่น OnePlus 9 Pro ชูกล้องจาก Hasselblad เน้นสีที่เป็นธรรมชาติ (Natural Color Calibration) ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX789 แบบคัสตอม ที่ OnePlus บอกว่าขนาดใหญ่พอๆ กับ iPhone 12 Pro Max

หน้าจอเป็น AMOLED ชนิด LTPO (วัสดุ Low-Temperature Polycrystalline Oxide สามารถปรับอัตรารีเฟรชได้ต่ำลงเพื่อประหยัดพลังงาน) และเป็นแบบ Adaptive Refresh Rate ปรับได้ต่ำสุด 1Hz สูงสุด 120Hz สเปกอื่นๆ ดังนี้

OnePlus 9 Pro

  • หน้าจอ Fluid AMOLED (LTPO) ขนาด 6.7 นิ้ว
  • อัตรารีเฟรช 1hz-120Hz (Adaptive Refresh Rate)
  • ความละเอียด 1080 x 2400 พิกเซล ความสว่างสูงสุด 1300 nits
  • ชิป Snapdragon 888
  • แรม 8GB/12GB
  • หน่วยความจำ 128GB/256GB
  • กล้องหน้า 16 MP, f/2.4
  • กล้องหลัง 4 ตัว กล้องหลัก 48 MP, f/1.8, กล้องเทเลโฟโต้ 8 MP, f/2.4, กล้องอัลตร้าไวด์ 50 MP, f/2.2, depth sensor 2 MP, f/2.4
  • ถ่ายวิดีโอ 8K 30fps, 4K 120fps
  • แบตเตอรี่ 4,500 mAh
  • ชาร์จเร็ว 65W ชาร์จไร้สาย 50W
  • รองรับ 5G, Wi-Fi 6, Bluetooth 5.2
  • รัน Android 11 ครอบด้วย OxygenOS 11

OnePlus 9 Pro มีสามสี คือ Morning Mist (เงิน), Pine Green (เขียว), Stellar Black (ดำ)

  • ราคารุ่น 8GB + 128GB อยู่ที่ 969 ดอลลาร์ (ราว 30,100 บาท)
  • ราคารุ่น 12GB + 256GB อยู่ที่ 1069 ดอลลาร์ (ราว 33,200 บาท)

No DescriptionNo Description

รุ่น OnePlus 9 มีกล้องหลังหลักเป็น Hasselblad เช่นกัน แต่ตัดกล้องเทเลโฟโต้ออกไป (กล้องหลังเหลือ 3 ตัว) หน้าจอไม่ได้เป็น Adaptive Refresh Rate เป็น AMOLED มีอัตรารีเฟรชคงที่ ที่ 120Hz และไม่รองรับการชาร์จไร้สาย สเปกอื่นๆ ดังนี้

OnePlus 9

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว อัตรารีเฟรช 120Hz
  • ความละเอียด 1080 x 2400 พิกเซล ความสว่างสูงสุด 1100 nits
  • ชิป Snapdragon 888
  • แรม 8GB/12GB
  • หน่วยความจำ 128GB/256GB
  • กล้องหน้า 16 MP, f/2.4
  • กล้องหลัง 3 ตัว กล้องหลัก 48 MP, f/1.8, กล้องอัลตร้าไวด์ 50 MP, f/2.2, depth sensor 2 MP, f/2.4
  • ถ่ายวิดีโอ 8K 30fps, 4K 30fps/60fps
  • แบตเตอรี่ 4,500 mAh
  • ชาร์จเร็ว 65W
  • รองรับ 5G, WiFi6, Bluetooth 5.2
  • รัน Android 11 ครอบด้วย OxygenOS 11

OnePlus 9 มีสามสีเช่นกัน คือ Winter Mist (เงิน), Astral Black (ดำ), Arctic Sky (ฟ้า)

  • ราคารุ่น 8GB + 128GB อยู่ที่ 729 ดอลลาร์ (ราว 22,700 บาท)
  • ราคารุ่น 12GB + 256GB อยู่ที่ 829 ดอลลาร์ (ราว 25,800 บาท)

ราคาเริ่มต้นถือว่าค่อนข้างแพง ถ้าเทียบกับมือถือจีนที่ใช้ชิป Snapdragon 888 รุ่นอื่นในปีนี้ เช่น Redmi K40 ที่เริ่มต้น 2,999 หยวน (ราว 14,000 บาท) หรือ Realme GT ที่ 2,799 หยวน (ราว 13,200 บาท) แต่ก็มีจุดขายคือมีกล้อง Hasselblad และราคาก็ยังใกล้เคียงกับราคาไทยของ Xiaomi Mi 11 ที่เริ่มต้น 21,990 บาท

No Description

ที่มา – TechRadar, GSMArena, GSMArena

from:https://www.blognone.com/node/121853

OnePlus 9 Series เปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมกล้อง Hasselblad และ OnePlus Watch รุ่นแรก!

OnePlus 9 Series ผลจากการร่วมมือวิจัยและพัฒนากับ Hasselblad สู่ความก้าวหน้าของระบบกล้องสมาร์ทโฟนที่มีสีสันแม่นยำและสมจริงตามธรรมชาติ ด้วยระบบสีจากระบบกล้องถ่ายภาพระดับพรีเมียม Hasselblad Camera for Mobile และยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีการแสดงผลรุ่นใหม่ และการชาร์จแบบไร้สายที่เร็วที่สุด

พร้อมกับเปิดตัวรุ่นแรก OnePlus Watch นาฬิกาอัจฉริยะ ที่จะมาสร้างระบบการเชื่อมต่อครบวงจรให้กับ OnePlus การออกแบบที่เพรียวบางและมีสไตล์ มีอายุการใช้งานแบตเตอรี่นานถึงสองสัปดาห์ และคุณสมบัติสำหรับการดูแลสุขภาพและกิจกรรมที่หลากหลาย

OnePlus 9 Series จะเป็นสมาร์ทโฟนตัวเรือธง ใช้ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon  888 หน้าจอชนิดใหม่ Fluid Display 2.0 ที่ได้รับการันตีจาก DisplayMate ด้วยคะแนนระดับ A + และการชาร์จที่รวดเร็วอย่าง Warp Charge 65T และระบบชาร์จไร้สายที่เร็วที่สุดในโลก Warp Charge 50 Wireless

Hasselblad Camera for Mobile จะเป็นระบบกล้องใหม่ในรุ่นเรือธงของ OnePlus โดยมุ่งเน้นไปที่การปรับเทียบสีตามธรรมชาติและฮาร์ดแวร์ระดับพรีเมียม ระบบกล้องใน OnePlus 9 Series จะเป็นก้าวกระโดดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในด้านคุณภาพกล้องถ่ายภาพ  ด้วยความร่วมมือกันในระยะยาวกับ Hasselblad ผู้ผลิตกล้องมืออาชีพในตำนานซึ่งได้บันทึกบุคคลและเหตุการณ์ที่โดดเด่นในประวัติศาสตร์ รวมถึงก้าวแรกของมนุษย์บนดวงจันทร์

“OnePlus 9 Series ถือเป็นก้าวสำคัญของสมาร์ทโฟนเรือธง สำหรับการพัฒนาร่วมกับ Hasselblad จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถจับภาพช่วงเวลาสำคัญและมีคุณค่าของตนเองด้วยสีที่แม่นยำยิ่งขึ้นและคุณภาพของภาพระดับพรีเมียม” เมื่อใช้งานร่วมกับ OnePlus Watch สมาร์ทโฟนเรือธงซีรีส์ล่าสุดของเราจะมอบประสบการณ์การใช้งานอย่างไร้ที่ติในทุก ๆ รายละเอียด แม้แต่รายละเอียดที่เล็กที่สุดที่ออกแบบมาเพื่อท้าทายอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนและเสริมพลังให้กับแฟน ๆ ของเราผ่านเทคโนโลยีระดับพรีเมียม”

Pete Lau ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ OnePlus กล่าว 

OnePlus 9 Pro

กล้อง Hasselblad สำหรับมือถือบน OnePlus 9 Pro รวมฮาร์ดแวร์ที่ล้ำสมัยเข้ากับการปรับเทียบซอฟต์แวร์อย่างพิถีพิถันเพื่อประสบการณ์การใช้งานกล้องเรือธงที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จอแสดงผล 120 Hz QHD+ อันน่าทึ่ง ประกอบด้วยเทคโนโลยีหน้าจอรุ่นใหม่เพื่อปรับปรุงอายุการใช้งานแบตเตอรี่และประสิทธิภาพการเล่นเกม Warp Charge 65T และ Warp Charge 50 Wireless ยกระดับการชาร์จไปอีกขั้น ช่วยลดเวลาในการชาร์จอุปกรณ์ของคุณได้อย่างดีเยี่ยม ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังชิปเซ็ต Qualcomm® Snapdragon ™ 888 ล่าสุดที่ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นช่วยให้มั่นใจได้ว่า OnePlus 9 Series พร้อมสำหรับทุกความต้องการและการใช้งานของผู้ใช้

กล้องถ่ายภาพ Hasselblad Camera for Mobile

สีสันถือได้ว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่กำหนดคุณภาพของการถ่ายภาพด้วยมือถือ ด้วยกล้อง Hasselblad Camera for Mobile OnePlus มุ่งหวังที่จะนำประสิทธิภาพสีอันเป็นสัญลักษณ์ของ Hasselblad มาสู่สมาร์ทโฟนเป็นครั้งแรก นี่เป็นความท้าทายที่สำคัญสำหรับทั้ง OnePlus และ Hasselblad กับมาตรฐานที่เข้มงวดสำหรับประสิทธิภาพสีและการประมวลผลภาพ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ OnePlus และ Hasselblad จึงได้ร่วมกันปรับเทียบเซ็นเซอร์ OnePlus 9 และ 9 Pro โดยทำการทดสอบในห้องปฏิบัติการจำนวนมากโดยใช้มาตรฐานสีระดับสูงของ Hasselblad เพื่อปรับการถ่ายภาพให้เหมาะสมที่สุดกับความต้องการและนิสัยของผู้ใช้สมาร์ทโฟน

ซึ่ง OnePlus 9 Series ใช้มาตรฐานใหม่ของ OnePlus เพื่อให้ได้สีที่ถูกต้องและดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นสำหรับภาพถ่ายที่ถ่ายด้วย OnePlus 9 และ OnePlus 9 Pro ผลลัพธ์นี้ใช้เวลาในการตรวจสอบและปรับแต่งอย่างละเอียดโดยทีมวิจัยและพัฒนาของ Hasselblad และ OnePlus นอกจากนี้ Hasselblad Ambassadors ที่ได้รับการคัดเลือกกลุ่มหนึ่งได้มีส่วนร่วมในการให้ข้อเสนอแนะและปรับปรุง นำประสบการณ์การถ่ายภาพระดับมืออาชีพมาใช้เพื่อช่วยเพิ่มความสวยงามในอีกระดับให้กับประสิทธิภาพการใช้งานกล้องบนสมาร์ทโฟน

กล้องหลัก 48MP ของ OnePlus 9 Pro มีเซ็นเซอร์ IMX789 ที่ถูกออกแบบด้วย Sony โดยมีเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ 1 / 1.4” ที่น่าประทับใจ ผลลัพธ์ที่ได้คือความสามารถในการถ่ายภาพที่ยอดเยี่ยมด้วยเทคโนโลยีชั้นนำ ได้แก่ เลนส์ 2×2 บนชิป (OCL), ไฟล์ RAW 12 บิต, ISO แบบคู่และ DOL-HDR ให้ความเร็วในการโฟกัสที่เร็วขึ้น ข้อมูลสีเพิ่มขึ้นสี่เท่าเพื่อความแม่นยำของสีที่มากขึ้น ภาพกลางวันและกลางคืนที่คมชัดยิ่งขึ้นและลดความเบลอของภาพเคลื่อนไหวในวิดีโอ

กล้องอัลตร้าไวด์ 50MP ที่ไม่มีใครเทียบได้ของ OnePlus 9 Pro ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX766 ขนาด 1 / 1.56” ซึ่งช่วยเพิ่มคุณภาพของภาพและสัญญาณรบกวนที่ลดลง เลนส์ Freeform ทำให้ความผิดเพี้ยนบิดเบี้ยวขอบของภาพถ่ายลดลงเหลือประมาณ 1% และยังช่วยให้คุณถ่ายภาพมาโครคุณภาพสูงได้โดยสามารถโฟกัสได้จากระยะใกล้ถึง 4 ซม. จากวัตถุของคุณ

กล้องเทเลโฟโต้ 8MP บน OnePlus 9 Pro มีการซูม 3.3x (77 มม.) พร้อม OIS เพื่อลดความเบลอโดยขยายออกได้สูงสุดที่การซูมดิจิตอล 30x ส่วนกล้องขาวดำจะทำงานร่วมกับกล้องหลัก เพื่อเพิ่มรายละเอียดและการจัดเลเยอร์ให้กับภาพถ่ายขาวดำในขณะที่การปรับความเอียงแบบใหม่จะจำลองเอฟเฟกต์ขนาดเล็กพิเศษของเลนส์ปรับเอียงเพื่อให้ได้ภาพถ่ายที่สร้างสรรค์ยิ่งขึ้น

กล้องหน้าของ OnePlus 9 Pro มีจำนวนพิกเซล 16 เท่าและความชัด 1080p มาตรฐานสำหรับวิดีโอคุณภาพสูง สามารถถ่ายวีดีโอได้ที่ 4K 120fps ช่วยให้ครีเอทวิดีโอได้สร้างสรรค์มากขึ้นและการตัดต่อด้วย DOL-HDR ทำให้มั่นใจได้ว่าคุณจะได้รับภาพที่สวยงามแม้ในสภาพแวดล้อมที่ย้อนแสง และยังสามารถสร้างวิดีโอ time-lapse ขณะเคลื่อนที่ได้อีกด้วย

Hasselblad Pro Mode ให้สีที่แม่นยำและเป็นธรรมชาติอย่างไม่น่าเชื่อ เพื่อพื้นฐานที่มั่นคงสำหรับการแก้ไขภายหลัง ได้รับการปรับปรุงใหม่ด้วยอินเทอร์เฟซผู้ใช้งานใหม่โดยใช้ซอฟต์แวร์ประมวลผลภาพของ Hasselblad เพื่อให้ผู้ใช้ได้สัมผัสประสบการณ์และความรู้สึกที่เป็นเอกลักษณ์ของ Hasselblad นอกจากนี้ยังเป็นตัวช่วยให้ช่างภาพผู้เชี่ยวชาญสามารถควบคุมในการปรับแต่งภาพถ่ายได้อย่างละเอียดมากเป็นประวัติการณ์ด้วยความสามารถในการปรับ ISO, โฟกัส, เวลาเปิดรับแสง, ไวต์บาลานซ์และอื่น ๆ อีกมากมาย ผู้ใช้ยังสามารถถ่ายภาพในรูปแบบไฟล์ RAW 12 บิตสำหรับสี 64 เท่าเมื่อเทียบกับ RAW 10 บิตที่พบในรูปแบบอื่น ๆ

 

หน้าจอ Fluid Display 2.0

Fluid Display 2.0 ของ OnePlus 9 Pro นำเสนอเทคโนโลยีการแสดงผลบนมือถือขั้นสูงรุ่นใหม่โดยผสานรวมเทคโนโลยีโพลีคาร์บอเนตออกไซด์อุณหภูมิต่ำ (LTPO) เทคโนโลยีพิเศษ BackPlane ที่ทันสมัยที่สุดที่ใช้ในจอแสดงผล OLED ระดับไฮเอนด์และการตอบสนองต่อการสัมผัสที่รวดเร็วสำหรับการเล่นเกม เทคโนโลยี LTPO ช่วยให้จอแสดงผลของ OnePlus 9 Pro สามารถปรับอัตราการรีเฟรชเรทโดยอัตโนมัติจาก 120 Hz ไปจนถึง 1 Hz เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ของผู้ใช้ในปัจจุบันส่งผลให้การใช้พลังงานน้อยลงเป็นอย่างมาก เทคโนโลยี Hyper Touch ยังช่วยให้คุณตอบสนองได้เร็วขึ้นมากเมื่อเล่นเกมโดยการเพิ่มความเร็วในการซิงค์ระหว่างโปรเซสเซอร์และจอแสดงผลเป็น 360 Hz – เร็วกว่าเดิมถึงหกเท่า

จอแสดงผลของ OnePlus 9 Pro ได้รับคะแนนระดับ A + จาก DisplayMate โดยความชัดอยู่ที่ QHD + ความสว่างสูงสุดถึง 1,300 nits และค่าของสี 10-bit รองรับ HDR10+ พร้อมเทคโนโลยี MEMC การปรับอุณหภูมิสีอัตโนมัติโดยการตรวจจับแสงโดยรอบ จอแสดงผลให้สีที่แม่นยำและเป็นธรรมชาติที่สุดด้วยค่า JNCD ที่น้อยกว่า 1.0 สำหรับสีที่จัดอยู่ในประเภท “มองไม่เห็นจากความสมบูรณ์แบบ” แม้จะมีประสิทธิภาพสูงกว่าจอภาพระดับมืออาชีพ

ประสิทธิภาพ

ด้วยเทคโนโลยี 5G ที่ล้ำสมัยบนชิปเซ็ต Qualcomm® Snapdragon ™ 888 มอบความเร็วและพลังที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้วยประสิทธิภาพของ CPU ที่เร็วขึ้น 25% และการแสดงผลกราฟิกที่เร็วขึ้น 35% พร้อมด้วยหน่วยประมวลผล 5 นาโนเมตรใหม่ และยังช่วยประหยัดพลังงานได้อย่างมาก สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานเพียงพอต่อต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

OnePlus 9 Pro มาพร้อมกับทั้ง LPDDR5 RAM และความเร็วในการอ่านเขียนข้อมูลแบบ UFS 3.1 เพื่อมอบประสบการณ์ที่เร็วและราบรื่นที่สุดบนสมาร์ทโฟนเรือธง เร็วกว่า LPDDR4X ถึง 1.5 เท่าและมีความเร็วสูงถึง 6400 Mbps เมื่อรวมกับความสามารถในการประหยัดพลังงานที่ได้รับการปรับปรุงแล้ว เทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยเติมเต็มไลฟ์สไตล์ที่เชื่อมต่อกันโดยใช้ประโยชน์จากความเร็ว 5G อย่างเต็มที่คุ้มค่าและทำให้การทำงานราบรื่น

เทคโนโลยีการชาร์จ Warp Charge

Warp Charge 65T ให้พลังงานทั้งวันในเวลาเพียง 15 นาทีและสามารถชาร์จจาก 1-100% ในเวลาเพียง 29 นาทีใน OnePlus 9 Pro กับความจุแบตเตอรี่ 4,500 mAh เซลล์คู่ที่ปรับปรุงใหม่เพื่อลดความต้านทานภายในและความร้อนขณะชาร์จ

Warp Charge 50 Wireless เป็นเทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สายที่เร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมาของ OnePlus และเร็วที่สุดในอุตสาหกรรม ด้วยเซลล์แบตเตอรี่ทั้งสองที่ชาร์จที่ 25W ทำให้ Warp Charge 50 Wireless เหนือกว่าการชาร์จเร็วแบบมีสายส่วนใหญ่โดยชาร์จจาก 1-100% ในเวลาเพียง 43 นาที เครื่องชาร์จไร้สายที่ออกแบบใหม่มาพร้อมกับขดลวดชาร์จสองตัว ดังนั้น OnePlus 9 Pro จึงสามารถชาร์จได้อย่างรวดเร็วทั้งในแนวนอนและแนวตั้ง

อะแดปเตอร์จ่ายไฟที่รวมอยู่ในกล่องยังสามารถใช้เทอร์โบชาร์จอุปกรณ์อื่น ๆ ที่ไม่ใช่ OnePlus รวมถึงแล็ปท็อปแท็บเล็ตและอื่น ๆ ได้สูงสุด 45W โดยใช้ USB PD หรือ PPS

การออกแบบ

OnePlus 9 Pro ยังคงวิสัยทัศน์ของแบรนด์สำหรับการออกแบบที่ไร้ภาระโดยนำเสนอรูปลักษณ์และความรู้สึกที่เป็นหนึ่งเดียว ด้วยกรอบอะลูมิเนียมบาง 2.2 มม. ทำให้อุปกรณ์มีความสมดุลและถือได้อย่างสบายแม้จะใช้งานเป็นระยะเวลานาน เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าจอแสดงผลแบบโค้งของ OnePlus 9 Pro ได้รับการปรับแต่งอย่างพิถีพิถันเพื่อลดการเปลี่ยนสีและการมองเห็นที่เพี้ยนไป

OnePlus 9 Pro มีสามสีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ได้แก่ สีเทา Morning Mist, สีเขียว Pine Green และสีดำ Stellar Black และมี IP68 สำหรับการกันน้ำและฝุ่น

OnePlus 9

OnePlus 9 มอบประสบการณ์เรือธงที่ทรงพลังเช่นเดียวกับ OnePlus 9 Pro พร้อมจอแสดงผล 120 Hz เต็มรูปแบบด้วย Qualcomm Snapdragon 888 และเทคโนโลยี 5G พร้อมด้วย Warp Charge 65T และกล้องถ่ายภาพ Hasselblad อันทรงพลังสำหรับประสบการณ์สมาร์ทโฟนที่รวดเร็วและลื่นไหลรอบด้าน

กล้องถ่ายภาพ

กล้อง Hasselblad สำหรับมือถือบน OnePlus 9 ใช้มาตรฐานสีขั้นสูงเช่นเดียวกับ OnePlus 9 Pro – การปรับเทียบสีตามธรรมชาติด้วยระบบของ Hasselblad ด้วยกล้องสามตัวช่วยให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพที่สวยงาม สีสันที่เป็นธรรมชาติที่สุด เพื่อประสบการณ์การถ่ายภาพระดับมืออาชีพ

OnePlus 9 ใช้กล้องอัลตร้าไวด์ 50MP เช่นเดียวกับ OnePlus 9 Pro พร้อมเซ็นเซอร์ Sony IMX766 ขนาด 1 / 1.56” และเลนส์ Freeform แบบโค้งที่ไม่เหมือนใครเพื่อลดความบิดเบี้ยวของขอบภาพให้น้อยที่สุด กล้องหลัก 48MP ความสามารถในการถ่ายภาพที่ยอดเยี่ยมด้วยเซ็นเซอร์ Sony IMX689 ขนาด 1 / 1.43″ ความเร็วในการโฟกัสที่เร็วขึ้น ข้อมูลชุดสีที่มากขึ้น 64 เท่าเมื่อเทียบกับเซ็นเซอร์ 10-bit แบบเดิมทำให้ภาพถ่ายทั้งกลางวันและกลางคืนที่ชัดขึ้น ร่วมถึงช่วงในการถ่ายดีโออีกด้วย กล้องขาวดำก็ยังทำงานร่วมกับกล้องหลักสำหรับภาพถ่ายขาวดำที่มีรายละเอียดสูงและแยกเลเยอร์ของสีภาพขาวดำได้

หน้าจอ 120 Hz Fluid Display

หน้าจอแบบ 120 Hz จะมอบประสบการณ์การรับชมที่สมจริงไม่ว่าคุณจะรับชมอะไรก็ตาม ด้วยการใช้จอแบนแบบเดียวกับ OnePlus 8T ซึ่งก็ได้รับคะแนนระดับ A+ จาก ขนาด 6.55” AMOLED 120 Hz พร้อมความแม่นยำของสีที่สุดในอุตสาหกรรมและการควบคุมความสว่างอัตโนมัติที่ดีขึ้น สามารถเพิ่มขึ้นได้ถึง 1,100 nits รับรอง HDR10+ ควบคุมความสว่างอัตโนมัติที่ราบรื่นยิ่งขึ้น Comfort Tone ปรับอุณหภูมิสีของจอแสดงผลให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของคุณเพื่อประสบการณ์การอ่านที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น

เทคโนโลยีการชาร์จ Warp Charge

ความจุแบตเตอรี่ 4,500 mAh แบบเซลล์คู่ที่ปรับปรุงใหม่ สามารถชาร์จจาก 1-100% ในเวลาเพียง 29 นาที รองรับการชาร์จแบบไร้สายความเร็วสูงสุด 15W Qi เพื่อความสะดวกยิ่งขึ้น

การออกแบบ

OnePlus 9 มีดีไซน์เพรียวบาง โค้งด้านหลังและน้ำหนักที่เบาให้ความรู้สึกถือสบายมือ มีสามสีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ได้แก่ สีม่วง Winter Mist, สีฟ้า Arctic Sky และสีดำ Astral Black

OxygenOS 11

OS ที่ร่วมสร้างขึ้นร่วมกับ OnePlus Community และใน OxygenOS 11 นำความเร็วและลื่นไหล นำมาปรับแต่งสู่ OnePlus 9 Series เพื่อประสบการณ์ Android ที่ใช้งานที่ง่าย ให้มีประสิทธิภาพ และความเป็นส่วนตัวที่สูงที่สุด บนการออกแบบที่เรียบง่าย แม้การใช้งานด้วยใช้มือเดียว

การเพิ่มประสิทธิภาพหน่วยความจำ Turbo Boost 3.0 ใหม่ช่วยให้คุณสามารถเปิดแอปต่าง ๆ ที่รันไว้ได้มากกว่าเดิมถึง 25% ด้วยการรีดประสิทธิภาพของ RAM ซึ่งทำให้ข้อมูลบน RAM มีขนาดเล็กลงและ เพื่อให้คุณมี RAM ที่เหลืออยู่จริง ออกมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สมาร์ทโฟน OnePlus สร้างขึ้นเพื่อรองรับประสบการณ์อัตราเฟรมเรทเพื่อประสิทธิภาพการในการใช้งาน รวมถึงการเล่นเกมที่ต้องการมากที่สุด ด้วย Pro Gaming Mode ปลดล็อคพลังของ CPU และ GPU ของ OnePlus 9 Series โดยบล็อกการแจ้งเตือนแอป การโทร และการรบกวนอื่น ๆ เพื่อให้ผู้ใช้ดื่มด่ำกับเกมโปรดได้อย่างเต็มที่ พร้อมด้วยระบบระบายความร้อนถึงห้าชั้นที่ได้รับการปรับปรุงที่เรียกว่า OnePlus Cool Play ช่วยระบายความร้อนระหว่างการเล่นเกมอย่างดีเยี่ยม

ราคาของ OnePlus 9 Series ในต่างประเทศ

  • OnePlus 9 8GB RAM, 128GB ($729)
  • OnePlus 9 12GB RAM, 256GB สี Astral Black เท่านั้น ($829)
  • OnePlus 9 Pro 8GB RAM, 128GB  ($969)
  • OnePlus 9 Pro 12GB RAM, 256GB สี Morning Mist และ Pine Green ($1,069)

OnePlus Watch

OnePlus Watch กลยุทธ์ใหม่ล่าสุดของบริษัท ในการนำเสนอประสบการณ์ OnePlus ให้กับผู้ใช้งานที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นทั่วทั้งมุมโลก ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด ซึ่งจะมอบประสบการณ์การใช้งานที่ไร้ที่ติ OnePlus Watch มีเป้าหมายที่จะรวมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตดิจิทัลประจำวันของผู้ใช้งาน OnePlus โดยการออกแบบที่มีสไตล์ การเชื่อมต่อที่ราบรื่น รวมถึงติดตามการออกกำลังกายที่ชาญฉลาด และอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานเหลือล้น

การออกแบบ

นาฬิกา OnePlus Watch คือความประณีตในเรื่องของคุณภาพเช่นเดียวกับการผลิตสมาร์ทโฟน OnePlus ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์นี้ถือได้ว่า มีประสิทธิภาพในการใช้งาน สวยงามในการสวมใส่ การออกแบบทรงกลมเลียนแบบรูปลักษณ์ของนาฬิกาแบบดั้งเดิม โดยมีส่วนโค้งที่เรียบที่ด้านข้างของตัวเรือนขัดด้วยมือผ่านกรรมวิธีการมากถึง 20 แบบเพื่อให้ได้ผิวสัมผัสที่ปราณีต ตัวเรือนมีขนาด 46 มม. ผลิตจากวัสดุ

สแตนเลสคุณภาพเยี่ยม พร้อมกระจกโค้ง 2.5D บนหน้าปัดและรูปทรงคล้ายแผ่นซีดีเคลือบเงาที่ละเอียดอ่อน แต่ยังมีความวิบวับบนขอบข้างจอแสดงผลเพื่อเพิ่มความมีระดับ

OnePlus Watch Cobalt Limited Edition

เป็นการเติมเต็มความสวยงามแบบมินิมอลของนาฬิการุ่น Classic Edition กับดีไซน์ระดับพรีเมี่ยมไปอีกขั้นด้วยวัสดุที่ใช้บนนาฬิกาสุดหรูเท่านั้น ตัวเรือนนาฬิการุ่น Limited Edition นี้สร้างขึ้นจากโลหะผสมโคบอลต์ ซึ่งเป็นวัสดุที่ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ระคายเคือง ซึ่งมีความแข็งเป็นสองเท่า และทนต่อการกัดกร่อนได้ดีกว่าวัสดุสแตนเลสในขณะเดียวกันหน้าปัดของนาฬิการุ่นพิเศษนี้ทำจากกระจกแซฟไฟร์เพื่อเพิ่มความสว่างและความทนทานต่อรอยขีดข่วนเป็นพิเศษ

การเชื่อมต่อที่ราบรื่น

OnePlus Watch กับการเชื่อมต่อกับชีวิตดิจิทัลของคุณอย่างราบรื่นไร้รอยต่อช่วยให้คุณดื่มด่ำกับทุกช่วงเวลาของชีวิต เป็นผู้ช่วยที่ดีให้กับคุณและตอบสนองต่อการแจ้งเตือนการโทรเข้าหรือรับสาย รวมถึงการเล่นเพลงที่คุณชื่นชอบและถ่ายภาพได้อย่างสะดวกสบาย นาฬิกา OnePlus Watch มาพร้อมกับพื้นที่จัดเก็บข้อมูลแบบสแตนด์อโลน 4 GB (2 GB สำหรับการใช้งานจริง) เพียงพอสำหรับเพลงมากกว่า 500 เพลงและใช้งานได้ดีกับหูฟังบลูทูธสำหรับการเล่นเพลงแบบไร้สายขณะเดินทาง นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อกับ OnePlus TV ซึ่งทำหน้าที่เป็นรีโมทคอนโทรลอัจฉริยะที่สามารถลดระดับเสียงเมื่อมีสายโทรเข้าหรือแม้กระทั่งปิดทีวีในตอนที่นาฬิกาตรวจพบว่าคุณหลับไปแล้ว

พลังงานแบตเตอรี่และติดตามการออกกำลังกาย

OnePlus Watch ให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานเป็นพิเศษแก่ผู้ใช้งาน โดยการชาร์จเพียงห้านาทีก็สามารถใช้งานได้ทั้งวัน หรือชาร์จ 20 นาทีก็สามารถให้พลังงานได้นานถึงหนึ่งสัปดาห์ และด้วยความจุแบตเตอรี่ขนาด 402 mAh ที่สามารถใช้งานได้ยาวนานที่สุดถึงสองสัปดาห์

ด้วยคุณสมบัติการกันน้ำและฝุ่นระดับ 5ATM + IP68 และการติดตามตรวจจับการออกกำลังกายที่มากกว่า 110 ประเภท รวมถึงการตรวจจับการออกกำลังกายอัตโนมัติสำหรับการวิ่งจ็อกกิ้งและการวิ่งทั่วไป รวมถึงการออกกำลังกายที่หนักหน่วง เพื่อผลักดันประสิทธิภาพของการใช้ชีวิตของคุณที่ดีขึ้น ด้วยค่าตรวจวัดต่าง ๆ เช่นชีพจร ระยะทาง แคลอรี่ รวมถึงการตรวจวัดความเร็วและประสิทธิภาพ SWOLF สำหรับนักว่ายน้ำ ด้วย GPS ในตัวนาฬิกา OnePlus Watch จะติดตามกิจกรรมทั้งหมดของคุณได้อย่างแม่นยำแม้ว่าสมาร์ทโฟนของคุณจะไม่อยู่ติดกับคุณก็ตาม นอกจากนี้ยังมีการตรวจวัดค่าออกซิเจนในเลือด การตรวจวัดความเครียด การฝึกการหายใจเข้าออก การแจ้งเตือนอัตราการเต้นของหัวใจ และการแจ้งเตือนต่าง ๆ ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถจัดการได้อย่างง่ายดายบนแอป OnePlus Health

ข่าว: OnePlus 9 Series เปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมกล้อง Hasselblad และ OnePlus Watch รุ่นแรก! มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/2021/03/24/oneplus-9-series-hasselblad-oneplus-watch-launch.html?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=oneplus-9-series-hasselblad-oneplus-watch-launch

รวม 9 ฟีเจอร์และไฮไลท์เด็ด ๆ ของ OnePlus 9 และ OnePlus 9 Pro

หลังจากเปิดตัวไปเมื่อซักครู่สำหรับ OnePlus 9 Series ที่รอบนี้ขนสมาร์ทโฟนมาเปิดตัว 2 รุ่นเหมือนเช่นเคย ได้แก่ OnePlus 9 และ OnePlus 9 Pro โดยในบทความนี้ ทางทีมงาน DroidSans ก็ได้รวบรวม 9 ฟีเจอร์และไฮไลท์เด็ด ๆ ของมือถือทั้ง 3 รุ่นนี้ ว่าแต่จะมีอะไรบ้าง มาดูไปพร้อม ๆ กันเลยดีกว่า

จอ OLED แบบ LTPO ปรับรีเฟรชเรทอัตโนมัติ 1Hz – 120Hz

OnePlus 9 และ OnePlus 9 Pro มาพร้อมกับหน้าจอ Fluid AMOLED ความละเอียด FHD+ และ QHD+ ตามลำดับ รองรับค่ารีเฟรชเรทสูงสุดที่ 120Hz โดยรุ่น Pro จะมีความพิเศษมาก ๆ ตรงที่เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกจาก OnePlus ที่ใช้หน้าจอ OLED แบบ LTPO ซึ่งเทคโนโลยี LTPO จะเข้ามาช่วยปรับรีเฟรชเรทอัตโนมัติตั้งแต่ 1Hz ไปจนถึง 120Hz

โดย OnePlus เคลมว่าหน้าจอ Fluid AMOLED 120Hz LTPO ของ OnePlus 9 Pro จะกินพลังงานน้อยลงกว่าจอ OLED ทั่วไปถึง 50%

HYPER TOUCH ทัชติดนิ้วกว่าเดิม

นอกจากนี้ OnePlus 9 และ OnePlus 9 Pro ยังมากับฟีเจอร์ Hyper Touch ที่จะเข้ามาให้ประสบการณ์การสัมผัสได้ลื่นไหลและติดนิ้วกว่าเดิม โดยปัจจุบันฟีเจอร์ Hyper Touch จะรองรับการใช้งานกับ PUBG, Call of Duty และ Genshin Mobile

ชิปเซ็ตเรือธง Snapdragon 888 รองรับ 5G

ภายในของ OnePlus 9 และ OnePlus 9 Pro จะมีชิปเซ็ต Snapdragon 888 ที่ผลิตบนสถาปัตยกรรมขนาด 5 นาโนเมตร เป็นหน่วยประมวลผล CPU และ GPU แรงขึ้นกว่าเดิม 25% และ 35% ตามลำดับ อีกทั้งยังมีโมเด็ม Snapdragon X60 โมเด็ม 5G แถมยังรองรับการใช้งาน WiFi 6 และ Bluetooth 5.2

ระบบระบายความร้อน COOL PLAY เล่นเกมต่อเนื่อง เครื่องก็ยังเย็น

นอกจากจะมีชิปที่แรงระดับเรือธงแล้ว ทาง OnePlus 9 และ OnePlus 9 Pro ก็ยังมีระบบระบายความร้อนที่ทาง OnePlus ต้ังชื่อเอาไว้แบบสุดเท่ว่า “Cool Play” โดยจะมี Copper Graphite ทั้งหมด 5 ชั้น ซึ่งแน่นอนว่าเล่นไปนาน ๆ ตัว Cool Play จะเข้ามาช่วยให้ OnePlus 9 และ OnePlus 9 Pro มีอุณหภูมิที่น้อยกว่าสมาร์ทโฟนรุ่นอื่น ๆ อยู่ราว ๆ 1 – 2 องศาเซลเซียสเลย

กล้องหลังจับมือกับ Hasselbald ตีบวกคุณภาพ

เรื่องกล้องถือว่าเป็นจุดที่มือถือ OnePlus ยังตามหลังเรือธงจากค่ายอื่น ๆ อยู่ แต่ปีนี้เหมือนจะไม่เป็นแบบนั้นแล้ว เพราะ OnePlus ได้ไปจับมือร่วมกับ Hasselbald แบรนด์กล้องที่เคยขึ้นไปเหยียบพื้นผิวดวงจันทร์มาแล้วมาช่วยคาลิเบรตสี ใช้เซ็นเซอร์หลักเป็น IMX789 ที่ OnePlus เคลมว่ามีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่ได้ใช้ ส่วนกล้อง Ultra-Wide ให้มาเป็นแบบ Free Form ไร้ความบิดเบี้ยว, กล้อง Telephoto ความละเอียด 8MP ซูม Optical 3x และสุดท้ายเป็นกล้อง Mono ความละเอียด 2MP

*OnePlus 9 ไม่มีเลนส์ Telephoto*

รูปภาพตัวอย่างจาก OnePlus x Hasselblad















 

ขยี้กันที่เรื่องกล้องต่อดีกว่า ทั้ง OnePlus 9 และ OnePlus 9 Pro สามารถถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุด 8K 30FPS คมชัดสุด เก็บได้ทุกรายละเอียด แถมยังรองรับการถ่าย Slow Motion แบบชัด ๆ ที่ 4K 120FPS อีกด้วย

*OnePlus 9 ถ่าย Slow Motion ได้สูงสุดที่ 4K 60FPS

แบตเตอรี่ 4500 mAh ชาร์จไวทั้งแบบมีสายและไร้สาย

OnePlus 9 และ OnePlus 9 Pro อัดแบตเตอรี่มาให้แบบเต็ม ๆ ที่ 4,500 มิลลิแอมป์ รองรับระบบชาร์จไว Warp Charge 65T ที่ทาง OnePlus เคลมว่าสามารถชาร์จจาก 0% – 100% ใช้เวลาไม่ถึง 30 นาที หรือวันไหนรีบ ๆ ก็เสียบทิ้งไว้ 15 นาที ก็ได้แบตมาใช้งานแบบเพลิน ๆ แล้ว 65% ซึ่งถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน

นอกจากนี้ ทั้ง OnePlus 9 และ OnePlus 9 Pro ยังรองรับการชาร์จไวแบบไร้สาย หรือ Wireless Charging อีกด้วย รอบนี้สามารถวางบนแท่นชาร์จได้ทั้งแบบแนวตั้งและแนวนอน

ระบบ OxygenOS ลื่นไหล และได้ฟีล Stock Android เหมือนเดิม

แน่นอนว่าทั้ง OnePlus 9 และ OnePlus 9 Pro ก็มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ OxygenOS 11 ที่มีพื้นฐานมาจาก Android 11 หน้าตา UI ยังคลีน ๆ ตามสไตล์ OnePlus แต่แฝงมาด้วยฟีเจอร์เด็ดและประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหลเหมือนเช่นเคย นอกจากนี้ยังมีกิมมิคเล็ก ๆ ก็คือ หน้าปัดนาฬิกาในฟีเจอร์ Always-On Display มีเข็มวินาทีใส่มาให้แล้ว ซึ่งทาง OnePlus อธิบายว่า ที่ทำแบบนี้ได้ ก็เพราะจอ OLED 120Hz แบบ LTPO นั่นเอง

มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68

OnePlus 9 Pro มากับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68 ที่สามารถนำไปแช่น้ำจืดความลึก 1.5 เมตรเป็นเวลานาน 30 นาที สามารถใช้ออกกำลังกายได้ ตากฝนได้นิดหน่อย หรือเข้ามาช่วยให้ผู้ใช้อุ่นใจขึ้นเวลาเผลอทำมือถือตกน้ำ

ฝาหลัง Matte Finish มีให้เลือกจุใจ 6 สี

ปิดท้ายกันที่เรื่องของสีสันดีกว่า โดยทั้ง OnePlus 9 และ OnePlus 9 Pro ต่างมีให้เลือกทั้งหมดรุ่นละ 3 สี 3 สไตล์ ใช้ฝาหลังเป็นแบบ Matte Finish ทั้งหมด เป็นรอยนิ้วมือยากมาก ๆ แถมยังครอบทับด้วยกระจกนิรภัย Corning Gorilla Glass อีกด้วย

OnePlus 9

OnePlus 9 Pro

 

from:https://droidsans.com/9-features-highlights-oneplus-9-series/

เปิดตัว OnePlus 9 และ OnePlus 9 Pro จอ LTPO ชิปตัวท็อป กล้อง Hasselblad และชาร์จไว 65W

เปิดตัวอย่างเป็นทางการกันแล้ว สำหรับ OnePlus 9 Series ที่รอบนี้มาด้วยกันถึง 2 รุ่นเช่นเคย ได้แก่ OnePlus 9 สมาร์ทโฟนน้องเล็กสเปคแรงที่มีฟีเจอร์ครบเครื่องไม่แพ้รุ่นพี่ และ OnePlus 9 Pro สมาร์ทโฟนเรือธงพี่ใหญ่สุดที่มีการอัดสเปคมาแบบแน่น ๆ พร้อมทั้งยังมีการร่วมมือแบรนด์กล้องระดับโลกอย่าง Hasselblad อีกด้วย

OnePlus 9 Pro

เปิดมากับพี่ใหญ่สุดในตระกูลนี้อย่าง OnePlus 9 Pro ที่มาพร้อมกับหน้าจอ Fluid AMOLED 2.0 ขนาด 6.7 นิ้ว ขอบโค้ง ความละเอียด QHD+ รีเฟรชเรท 120 Hz แบบ LTPO ที่สามารถปรับรีเฟรชเรทได้อัตโนมัติตั้งแต่ 1 – 120 Hz ตามการใช้งาน รองรับเทคโนโลยี Hyper Touch เพิ่มความเร็วในตอบสนองในการเล่นเกมได้กว่าสมาร์ทโฟนปกติ รองรับ HDR10+ สามารถเร่งความสว่างหน้าจอได้สูงสุดถึง 1300 nits ได้รับการรันตีจาก DisplayMate ระดับ A+ เลยทีเดียว

ทางฝั่งของกล้องนั้นก็ถือว่าเป็นไฮไลท์ของรุ่นนี้เลย เพราะได้แบรนด์ระดับโลกอย่าง Hasselblad มาช่วยจูนสีภาพให้ดูเป็นธรรมชาติและเทพมากยิ่งขึ้น ซึ่งก็มาด้วยกันถึง 4 ตัว ความละเอียดหลัก 48 ล้านพิกเซล ใช้เซนเซอร์ Sony IMX789 พร้อมระบบกันสั่นแบบออปติคอล (OIS) ถัดมาเป็นกล้องอัลตราไวด์มุมกว้างที่มาในความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ใช้เซนเซอร์ Sony IMX 766 ตัวเดียวกับ OPPO Find X3 Pro ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ ต่อมากับเลนส์ Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซลที่มีความสามารถในการซูม Optical 3 เท่าและเลนส์ Monochorme ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล นอกจากนั้นยังสามารถถ่ายวีดีโอที่ความละเอียด 4K แบบ 120 fps ได้อีกด้วย

 

ทางด้านหน่วยประมวลผลรุ่นนี้ก็มาพร้อมกับชิปเซ็ตเรือธงสุดแรงแห่งปีอย่าง Qualcomm Snapdragon 888 เล่นเกมลื่นไหลแน่นอน

OnePlus 9 Pro นั้นจะมีด้วยกัน 3 สี คือ สีดำ Stellar Black ที่มีผิวสัมผัสแบบด้านหยาบ ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของ OnePlus ซึ่งถ้าใครเคยใช้เคสแบบ Sanstone ก็จะได้ผิวสัมผัสตัวเครื่องลักษณะนั้นเลย, สีเงิน Morning Mist และสีเขียว Pine Green

 

ทางด้านแบตเตอรี่นั้นก็ให้มาถึง 4,500 mAh รองรับการใช้งานทั้งวัน และรองรับระบบชาร์จไว Warp Charge 65W ชาร์จเพียง 15 นาที ก็ได้แบตเตอรี่มาถึง 65% เลยทีเดียว (ชาร์จเต็มภายใน 29 นาทีเท่านั้น) นอกจากนั้นยังรองรับระบบชาร์จไร้สายแบบ Warp Charge Wireless 50W อีกด้วย

OnePlus 9

และ OnePlus 9 ที่มีสเปคคล้ายกับรุ่น Pro แต่จะมีการปรับสเปคเล็กน้อย เนื่องจากมีการเปลี่ยนไปใช้หน้าจอ Fluid AMOLED ขนาด 6.55 นิ้ว ขอบไม่โค้ง ลดความละเอียดหน้าจอเหลือเพียง FHD+ มีรีเฟรชเรท 120Hz เร่งความสว่างได้สูงสุด 1,100 nits ทางด้านชิปเซ็ตก็ใช้ Snapdragon 888 เหมือนกับรุ่น Pro

ทางด้านของกล้องนั้นก็ได้มีการร่วมงานกับ Hasselblad เช่นเดียวกันแต่มีการเปลี่ยนแปลงตัวกล้องหลักไปใช้ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เซนเซอร์ Sony IMX689 ที่เคยใช้ใน OnePlus 8 Pro แทนนั่นเอง

และมาด้วยกัน 3 สี คือ สีม่วง Winter Mist, สีดำ Astral Black และสีฟ้า Astral Sky

สเปค OnePlus 9 และ OnePlus 9 Pro

สเปค OnePlus 9 OnePlus 9 Pro
หน้าจอ Fluid AMOLED ขนาด 6.55 นิ้ว, ความละเอียด FHD+, รีเฟรชเรท 120Hz Fluid AMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว, ความละเอียด QHD+, รีเฟรชเรท 1 – 120Hz
ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 888
RAM 8GB / 12GB (LPDDR5)
ความจุ 128GB / 256GB
กล้องหลัง
  • กล้องหลักความละเอียด 48MP (f/1.8), PDAF, OIS
  • กล้อง Ultra Wide มุมกว้าง 120° ความละเอียด 50MP (f/2.2)
  • กล้อง Macro ความละเอียด 5MP
  • กล้องหลักความละเอียด 48MP (f/1.8), PDAF, OIS
  • กล้อง Ultra Wide มุมกว้าง 120° ความละเอียด 50MP (f/2.2)
  • กล้อง Telephoto 3x ความละเอียด 8MP (f/2.4), OIS
  • กล้อง Macro ความละเอียด 5MP
กล้องหน้า 16MP 16MP
การเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band, Wi-Fi Direct, NFC, BT 5.2 Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band, Wi-Fi Direct, NFC, BT 5.2
เซนเซอร์ Fingerprint (ใต้หน้าจอ), accelerometer, gyro, proximity, compass, barometer
ระบบเสียง ลำโพงสเตอริโอคู่, ไม่มีช่องเสียบรูหูฟัง 3.5 มม.
แบตเตอรี่ 4,500 mAh 4,500 mAh
ระบบชาร์จ
  • Warp Charge 65W
  • Warp Charge 65W
  • Wireless Warp Charge 50W
ระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย OxygenOS 11

ราคาและการวางจำหน่าย

  • OnePlus 9
    • ราคาเริ่มต้น 699 ยูโร (ประมาณ 25,590 บาท) สำหรับรุ่นความจุ 128GB + 8GB
    • และราคา 799 ยูโร (ประมาณ 29,500 บาท) สำหรับรุ่นความจุ 256GB + 12GB
  • OnePlus 9 Pro
    • ราคาเริ่มต้น 899 ยูโร (ประมาณ 33,990 บาท) สำหรับรุ่นความจุ 128GB + 8GB
    • และราคา 999 ยูโร (ประมาณ 36,790 บาท) สำหรับรุ่นความจุ 256GB + 12GB

ส่วนกำหนดการเปิดตัวของ OnePlus 9 Series ในประเทศไทย คาดว่าใน เร็ว ๆ นี้ คงจะมีประกาศอย่างเป็นทางการออกมาอีกครั้งครับ

 

from:https://droidsans.com/oneplus-9-series-official-launch/

OnePlus คอนเฟิร์ม OnePlus Watch มาแน่ 23 มีนาคมนี้ ส่วน OnePlus 9R จะเป็นเกมมิ่งราคาประหยัด

เหลือเวลาอีกไม่กี่วัน ก็ถึงวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการของสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ของ OnePlus อย่าง OnePlus 9 Series แล้ว ที่รอบนี้ทางบริษัทสัญชาติจีนจะขนมือถือมาเปิดตัวมากถึง 3 รุ่นด้วยกัน โดยล่าสุดทาง CEO ของพวกเขาอย่าง Pete Lau ก็ได้ออกมาคอนเฟิร์มชื่อของมือถือรุ่นที่สามแล้วว่าจะใช้เป็น OnePlus 9R และเซอร์ไพรส์สุด ๆ เพราะครั้งนี้มี OnePlus Watch แนบติดมาด้วย

ก่อนหน้านี้มีข้อมูลหลุดออกมาว่า OnePlus Watch ว่าที่สมาร์ทวอทช์รุ่นแรกของทางค่าย จะมาพร้อมกับดีไซน์หน้าปัดแบบวงกลม ขนาด 46 มม. จนล่าสุดไม่นาน บัญชี Twitter อย่างเป็นทางการของ OnePlus ก็ออกมาทวีตยืนยันด้วยตัวเองเลยว่า OnePlus Watch จะเดินทางมาเปิดตัวพร้อมกับ OnePlus 9 Pro, OnePlus 9 และ OnePlus 9R ในวันที่ 23 มีนาคมที่จะถึงนี้ 

โดย Pete Lau ซีอีโอและผู้ก่อตั้งของ OnePlus ได้เปิดเผยว่า OnePlus Watch จะมอบประสบการณ์การใช้งานเทียบเท่ากับสมาร์ทวอทช์รุ่นแพง ๆ แต่ราคาค่าตัวจะเข้าถึงได้มากกว่าเดิม อีกทั้ง Pete Lau เองยังอัปคลิปแชร์ผ่าน Twitter ที่คาดว่าน่าจะเป็นการบอกกลาย ๆ ว่าา OnePlus Watch จะรองรับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นเกรด IP68 หรือก็อาจจะเป็น 5ATM ไปเลย

นอกจากนี้ CEO คนเก่งของ OnePlus ยังแอบบอกใบ้อีกว่า OnePlus Watch จะไม่ใช้ระบบปฏิบัติการ WearOS ของ Google อย่างที่ลือกันในตอนแรก เพราะพวกเขาอยากให้ OnePlus Watch มีแบตเตอรี่ที่อึดใช้งานได้ยาว ๆ ไม่ต้องชาร์จบ่อย ๆ นั่นเอง ซึ่งสมาร์ทวอทช์ส่วนมากที่ใช้ WearOS มักจะมีแบตเตอรี่ที่ไม่ค่อยอึดมากนัก

OnePlus 9R จะเป็นมือถือเกมมิ่งราคาประหยัด

อย่างที่รู้กันว่า OnePlus 9 Series รอบนี้จะมีมือถือมาเปิดตัวพร้อมกันทั้งหมด 3 รุ่น ซึ่งเราก็ทราบชื่อของสองรุ่นแรกไปแล้วว่าจะมาเป็น OnePlus 9 และ OnePlus 9 Pro ทว่า…ในส่วนของรุ่นที่สามนั้น สื่อหลายสำนัก (รวมไปถึงบรรดา Leaker) ก็ยังคงเสียงแตก บ้างก็บอกว่าจะใช้ชื่อ OnePlus 9 Lite บ้างก็บอกว่าเป็น OnePlus 9 SE หรือบางเจ้าก็เชื่อว่าจะเป็น OnePlus 9R

ล่าสุด Pete Lau ก็ออกมายืนยันผ่าน News 18 สื่อในอินเดียเลยว่า มือถือรุ่นดังกล่าวจะใช้ชื่อเป็น OnePlus 9R โดยสมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะมีสเปคที่เหนือกว่า OnePlus Nord ไปอีกระดับ ทำให้คาดการณ์กันว่า OnePlus 9R จะเป็นมือถือระดับกลาง ๆ ค่อนไปทางสูงหรือ Upper-Midrange นั่นเอง

เป็นที่น่าเสียดายที่ Pete Lau ไม่ได้ให้ข้อมูลรายละเอียดสเปคและฟีเจอร์ของ OnePlus 9R เลย นอกจากบอกว่าจะรองรับการใช้งาน 5G แต่เชื่อว่าหาก OnePlus 9R จะก้าวขึ้นมาเป็นสมาร์ทโฟนเกมมิ่งราคาประหยัดล่ะก็ มือถือรุ่นนี้ก็น่าจะไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยชิปตัวแรงจาก Qualcomm อย่าง Snapdragon 888 เป็นแน่ คาดว่าน่าจะใช้ชิป Dimensity 1200 จากฝั่ง MediaTek แทน 

โดย OnePlus 9 Series และ OnePlus Watch มีคิวเปิดตัวพร้อมกันทั่วโลกในวันที่ 23 มีนาคมที่จะถึงนี้ เวลา 3 ทุ่มบ้านเรา

 

ที่มา: XDA | GSMArena

 

from:https://droidsans.com/oneplus-watch-confirmed-alongside-with-oneplus-9r/