คลังเก็บป้ายกำกับ: ONEPLUS

ทีวี OnePlus ใกล้มา! โผล่รีโมทบลูทูธของทีวีได้รับการรับรองโดย Bluetooth SIG เรียบร้อยแล้ว

หลายคนอาจจะทราบข่าวกันบ้างแล้วว่า OnePlus แบรนด์สมาร์ทโฟนที่เราคุ้นเคยกันดีในด้านการทำสมาร์ทโฟนพรีเมี่ยมในราคาที่เหมาะสมไม่แพงเกินไป เขากำลังมีแผนที่จะเข้าสู่วงการสมาร์ททีวีในอนาคตอันใกล้นี้ครับ

จากข้อมูลรายงานที่มีออกมาช่วงก่อนนี้ มีการพูดถึงกำหนดเปิดตัวคร่าวๆ ในช่วงประมาณปลายปี 2562 หรือต้นปีหน้า 2563 โดย OnePlus จะมีแผนเริ่มจำหน่ายที่แรกในประเทศอินเดีย

แม้ว่าจะไม่เห็นข่าวในความคืบหน้าสักเท่าไหร่ แต่ล่าสุดเราก็ได้พบเอกสารของตัว OnePlus Remote Control RC-001A หรือรีโมททีวีเชื่อมต่อผ่านสัญญาณบลูทูธ ที่นิยมใช้กันในระบบของสมาร์ททีวี เป็นเอกสารบนการรับรองของ Bluetooth SIG ในวันนี้ครับ ก็เป็นการยืนยันว่าทีวี OnePlus กำลังเดินหน้า และใกล้แล้วที่เราจะได้เห็นสมาร์ททีวีของ OnePlus กันจริงๆ สักที

เรายังไม่เห็นหรือมีข้อมูลอะไรของ OnePlus TV มากนักครับนอกจากเจ้ารีโมทของมันตัวนี้ แต่ก็พอประมาณการจากข่าวลือและแนวการตลาดของ OnePlus ได้ว่ามันจะเป็นผลิตภัณฑ์ทีวีในระดับพรีเมี่ยมที่มีคุณสมบัติด้านความฉลาดเป็นหลัก และแน่นอนว่าจากทิศทางของแบรนด์จะมุ่งเป้าไปที่กลุ่มระดับไฮเอนด์เช่นเดิม แต่จะขายในราคาที่ไม่แพง  เหมาะสมกับสินค้าในราคาจับต้องได้ไม่ยากตามสไตล์ OnePlus (เราหวังแบบนั้น ^^)

ตามรายงานล่าสุด OnePlus TV นอกจากจะมีความสามารถแบบสมาร์ททีวีโดยทั่วไปแล้ว OnePlus จะออกแบบให้่มันทำหน้าที่เป็นฮับศูนย์กลางการเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT อื่นๆ ภายในบ้าน ซึ่งนี้เป็นเทรนด์ที่สำคัญของทีวีประจำบ้านในอนาคตอย่างแน่นอนครับ มาทางเดียวกันหมดกับการใส่ความสามารถแนวนี้

ในเรื่องของจอภาพ ที่ผ่านมาเคนมีข้อมูลจาก Tipster Ishan Agarwal ที่ได้ออกมาระบุไว้ว่า OnePlus TV จะใช้แผงหน้าจอแบบ LCD แทนแผง OLED เผื่อจะรักษาราคาของทีวีเขาให้อยู่ในระดับที่แข่งขันได้ง่ายราคาไม่แพงเกินไปจากต้นทุนหน้าจอ นั้นหมายถึงมันจะเป็นทีวีที่มีราคาแบบที่เราๆ ท่านๆ หาซื้อมาใช้กันไม่ยากแน่นอนครับ

ถ้าทีวีของ OnePlus ใช้หน้าจอ LCD ก็คาดได้เลยว่า OnePlus จะกำหนดราคาทีวีของเขาให้ใกล้เคียงกับรุ่นพรีเมี่ยมสูงสุดของ Xiaomi ที่นับเป็นคู่แข่งในตลาดที่ใกล้เคียงกัน ฉะนั้นราคาก็น่าจะอยู่ในราวๆ 40,000รูปี ถึงประมาณ 50,000รูปี ไม่เกินไปจากนี้ (ประมาณ 18,000 บาท+นิดหน่อย)

ก็เป็นการมาที่น่าสนใจของรายใหม่ในวงการสมาร์ททีวี ชื่อชั้น OnePlus ไม่เคยทำใหคู่แข่งสบายใจครับ มาแน่ และน่าจะมาในแบบที่ตื่นตาตื่นใจเหมือนสมาร์ทโฟนของเขาอย่างแน่นอน ^^

ข่าว: ทีวี OnePlus ใกล้มา! โผล่รีโมทบลูทูธของทีวีได้รับการรับรองโดย Bluetooth SIG เรียบร้อยแล้ว มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2019/07/12/oneplus-tv-remote-bluetooth-sig.html

โฆษณา

อัพเดท Oxygen OS เวอร์ชั่นใหม่ สำหรับ OnePlus 6 และ OnePlus 6T เพิ่มฟีเจอร์ Screen Recorder สำหรับอัดวิดีโอบนหน้าจอ

OnePlus ปล่อยแพทช์อัพเดท Oxygen OS รุ่นใหม่เวอร์ชั่น 9.0.7 สำหรับ OnePlus 6 และ 9.0.15 สำหรับ OnePlus 6T ซึ่งมีทั้งการปรับปรุงความปลอดภัยของเดือนมิถุนายน และการปรับปรุงส่วนอื่นๆ แถมยังเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ Screen Recorder สำหรับอัดวิดีโอบนหน้าจอได้โดยไม่ต้องลงแอปเพิ่มเติมอีกด้วย

แน่นอนว่าการอัพเดทแพทช์ตัวดังกล่าวนี้ก็จะมาพร้อมกับแพทช์รักษาความปลอดภัยล่าสุดของเดือนมิถุนายน (2019/6) และยังมีการปรับปรุงความลื่นไหลของการหมุนหน้าจออีกด้วย นอกจากนี้พระเอกของเราในแพทช์อัพเดทนี้คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากฟีเจอร์อัดคลิปหน้าจอหรือ Screen Recorder ที่ OnePlus เอามาใส่ในรุ่น 6 และ 6T จนได้ หลังจากที่มีให้ใช้แค่ในรุ่นใหม่อย่าง OnePlus 7 Pro เท่านั้น




ใส่วนการเปิดใช้งาน Screen Recorder ก็สามารถทำได้ไม่ยาก เพียงแค่เลื่อนแถบการแจ้งเตือนลงมา จากนั้นก็คลิ๊กไปที่ไอคอนรูปดินสอ ขั้นตอนสุดท้ายก็คือเลื่อนไอคอน Screen Recorder ไปไว้ที่แถบด้านบน จากนั้นเวลาเราจะบันทึกคลิปหน้าจอมือถือก็แค่กดที่ปุ่มดังกล่าวเท่านั้น

แพทช์อัพเดทนี้ทาง OnePlus ก็ประกาศว่าจะปล่อยแบบสุ่มเหมือนที่ทำมาตลอดนะครับ มุด VPN ไปก็ไม่น่าจะทำให้ได้รับการอัพเดทไวขึ้นแต่อย่างใด แต่ถ้ารอไม่ไหวจริงๆ.. ใน Google PlayStore ก็จะมีแอปที่ชื่อว่า Oxygen Updater ซึ่งจะคอยแจ้งเตือน หาก OnePlus มีการอัพเดทอะไรใหม่ๆ เข้ามา

Oxygen Updater (Free+, Google Play) →

และหลังจากดาวน์โหลดแพทช์เสร็จแล้ว ก็สามารถเข้าไป install อัพเดทได้เลยที่ Settings > System  > System Updates > ตัวเฟือง > Local Upgrade > คลิ๊กไปที่ไฟล์ที่เราเพิ่งดาวน์โหลดมา เท่านี้ก็เป็นอันเรียบร้อยแล้วครับ 🙂

from:https://droidsans.com/oxygenos-9-0-15-ota-for-the-oneplus-6t-and-oxygenos-9-0-7-ota-for-the-oneplus-6/

นึกว่าผีหลอก ผู้ใช้ OnePlus 7 Pro ได้รับข้อความ “ฮ่าๆๆๆ” เป็นภาษาจีน ที่แท้ทดสอบระบบ

เมื่อวานมีเหตุการณ์แปลกๆ เกิดขึ้นกับผู้ใช้ OnePlus 7 Pro รุ่นใหม่ทั่วโลก โดยเจ้าของเครื่องจำนวนมากรายงานว่าโทรศัพท์ของตนมีข้อความแจ้งเดือน (push) เข้ามาเป็นภาษาจีนยาวเหยียดว่า “哈哈哈哈哈” หรือแปลว่า “ฮ่าๆๆๆ”

ต่อมาในเวลาใกล้ๆ กัน ก็มีการแจ้งเตือนเด้งเข้ามาอีก แต่คราวนี้เป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษมั่วๆ ว่า “hbgchjgvchjg hbgchjgvchjg” สร้างความมึนงงให้ผู้ใช้อย่างมาก

หลังจากนั้น OnePlus ก็ได้แถลงทั้งทางทวิตเตอร์และในเว็บบอร์ดของตนว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากความผิดพลาดของทีมพัฒนา OxygenOS ที่กำลังทดสอบ Android Q แต่กลับส่งข้อความออกไปหาผู้ใช้จริงบนโปรดักชัน

OnePlus ระบุว่าระบบแจ้งเตือนดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อทำแบบสำรวจลูกค้า โดยส่งผ่านโปรโตคอล FCM (Firebase Cloud Messaging) ของกูเกิล พร้อมย้ำว่าข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ

สุดท้าย OnePlus ให้สัญญาว่าจะปรับปรุงขั้นตอนการทำงานเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก

ที่มา – Business Insider, OnePlus

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/110691

Review | รีวิว OnePlus 7 Pro ก้าวใหม่ของนักฆ่าเรือธง ที่รอบนี้ขอท้าชนกับรุ่นท็อปทุกค่าย

ถึงคิวของน้องใหม่ล่าสุดของทางมหาวิทยาลัยเรือธงแล้วสำหรับ OnePlus 7 Pro ที่รอบนี้ได้ขนสเปคและฟีเจอร์เด็ดๆ มาท้าชนกับมือถือรุ่น flagship ขาประจำของตลาดอย่าง Samsung หรือ Huawei  ทั้งชิป Snapdragon 855, หน่วยความจำ UFS 3.0, กล้องหลัง 3 ตัว, หน้าจอโค้งไร้ติ่งไร้ขอบ, กล้องเซลฟี่แบบ pop-up และที่สำคัญแบตขนาดใหญ่ 4,000 mAh ซึ่งน่าจะเพียงพอต่อการเล่นทั้งวันทั้งคืน นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีชาร์จไวอย่าง Warp Charge 3oW

สเปค ONEPLUS 7 PRO

  • หน้าจอ Fluid AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด QHD+ (3120 x 1440) รีเฟรชเรท 90Hz
  • CPU : Snapdragon 855
  • RAM : 6GB / 8GB / 12GB
  • ความจุ : (UFS 3.0) 128GB / 256GB ไม่รองรับ MicroSD Card
  • กล้องหลัง : เลนส์หลัก 48MP (f/1.6), เลนส์ซูมออพติคอล 3x ความละเอียด 8MP (f/2.4), OIS + เลนส์ Ultra-wide angle 117 องศา ความละเอียด 16MP (f/2.2)
  • กล้องหน้าป๊อปอัพ : 16MP (f/2.0)
  • ระบบเสียง : ไม่มีรูหูฟัง 3.5 มม, ลำโพงคู่สเตอรีโอ, Dolby Atmos
  • สแกนนิ้วมือบนหน้าจอ
  • เซ็นเซอร์ : Accelerometer, Gyroscope, Proximity, Ambient Light Sensor, Electronic Compass, Laser Sensor
  • แบตเตอรี่ : 4000 mAh รองรับ Warp Charge 30W
  • ระบบ Android 9.0 ครอบด้วย OxygenOS 9.5

แกะกล่องกันก่อน

ก่อนรีวิวจะทำอย่างอื่นก่อนไม่ได้นอกจากแกะกล่อง (ถ้าไม่แกะก็คงไม่มีโทรศัพท์มารีวิว..) และเครื่องที่เราได้รับมารีวิวครั้งนี้เป็นตัวความจุ 12GB/256GB สี Nebula Blue สุดพรีเมียมกันเลยทีเดียว ซึ่งในกล้องอันนี้แอบผิดหวังนิดนึงที่ทาง OnePlus ไม่ได้แถมตัวแปลง Type C เป็นรูหูฟัง 3.5 มม. มาให้ ต้องซื้อแยกเอง นอกจากนี้ก็เป็นของแถมมาตรฐานทั่วไปอย่างเคสพลาสติกใส, หม้อแปลง และสายชาร์จ (ต้องแถมอยู่แล้วอันนี้) ในส่วนของหูฟัง ทางบริษัทเองก็ไม่เคยแถมมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว สำหรับคนที่ไม่มีหูฟัง ก็คงต้องหาซื้อแยกกันเอาเองนะครับ

ดีไซน์ตัวเครื่องและหน้าจอ

รอบนี้ OnePlus ได้ทำการเปลี่ยนดีไซน์ไปค่อนข้างเยอะพอสมควรเลยจากโทรศัพท์ซีรีส์ก่อนๆ ของค่ายตัวเองอย่าง OnePlus 6 หรือ OnePlus 6T เพราะมาพร้อมกับหน้าจอโค้งที่ไม่มีติ่งและไม่มีขอบมากวนใจแบบแต่ก่อน ไหนจะรองรับ HDR 10+ อีก เรียกได้ว่าเพิ่มอรรถรสในการดูหนังขึ้นอีกเพียบ

โดยพระเอกหลักที่ OnePlus พยายามจะใช้เป็นตัวชูโรงอยู่ตลอดเลยในซีรีส์นี้ก็คือหน้าจอ AMOLED ที่ทางบริษัททุ่มงบการวิจัยไปกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งจากประสบการณ์ที่ใช้มาต้องบอกเลยว่าทุกบาททุกสตางค์ที่ OnePlus เสียไปนั้นคุ้มค่า หน้าจอนั้นสีสดงดงาม Refresh Rate ของจอก็อยู่ที่ 90Hz เลื่อนไถแล้วรู้สึกสบายตามากๆ (พอเอาไปเทียบกับ OnePlus 6 แล้วเห็นภาพอย่างชัดเจนเลย) เรียกได้ว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่มีค่ารีเฟรชเรทที่สูงที่สุดแล้วล่ะ (ถ้าไม่นับรวมฝั่งของเกมมิ่งโฟนทั้งหลายแหล่) โดยความเทพของหน้าจอครั้งนี้ก็ได้รับการรับรองจากเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง DisplayMate ด้วยคะแนน A+ ในเรื่องของการสู้แสงก็ถือว่าหายห่วงเลยล่ะ เปิดสุดสู้แสงแดดเวลานี้ได้สบายๆ

ส่วนขนาดตัวเครื่องนั้นก็มีขนาดที่ใกล้เคียงกับ Samsung Galaxy S10+ และ Huawei P30 Pro ทว่า OnePlus 7 Pro นั้นจะมีความกว้างและความยาวมากกว่านิดหน่อย ความรู้สึกในการถือจับนั้นถือว่ากำลังอยู่ในขนาดที่พอดีมือเลยทีเดียว แต่ตรงนี้ขอบ่นนิดหน่อย ด้วยความที่มันเป็นจอโค้ง ทำให้เกิดการทัชลั่นตรงบริเวณขอบจอเหมือนกัน แต่หลังจากอัพแพทช์ใหม่ ปัญหานี้ก็หายไปแล้ว

ในส่วนของตำแหน่งการวางของปุ่มกดต่างๆ ก็อยู่ในระดับที่พอดีนิ้วพอสมควร กดเพิ่มเสียงลดเสียงอะไรได้ค่อนข้างสะดวก ที่สำคัญจุดนี้ถือว่าเป็นจุดที่สาวกหลายๆ คนน่าจะถูกใจก็คือ alert slider ที่สามารถให้เราปรับว่าจะให้โทรศัพท์อยู่ในโหมดสั่น ปิดเสียง หรือว่าเปิดเสียงได้โดยที่เราไม่ต้องปลดล็อกหน้า แค่เลื่อนไปเลื่อนมาเท่านั้น

แต่ก็ต้องบอกก่อนเลยนะว่า OnePlus 7 Pro นั้นเป็นหนึ่งในเรือธงไม่กี่รุ่นที่มีน้ำหนักตัวเครื่องที่จัดว่าอยู่ในระดับที่ค่อนข้างหนักพอสมควรเลย ในส่วนนี้น่าจะมาจากกลไกของกล้อง pop-up แต่เอาเข้าจริง พอถือจริงๆ ใช้งานไปสักพักก็ไม่ได้มีความรู้สึกที่หนักมากอะไรขนาดนั้นนะ งานนนี้ OnePlus จัดการเรื่องการบาลานซ์น้ำหนักมาได้ดีจริงๆ โดยน้ำหนักรวมของตัวเครื่องอยู่ที่ 206 กรัมด้วยกัน

ซอฟต์แวร์และการใช้งาน

มาในส่วนของการใช้งานกันบ้าง OnePlus 7 Pro มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Oxygen OS ซึ่งระบบปฏิบัติการที่ว่านี่ได้รับฉายาว่าเป็น Pure Android ที่มีความสมบูรณ์แบบยิ่งกว่าเดิม ข้อดีของมันก็คือเวลามีการอัพเดทเวอร์ชั่น Android อะไร OnePlus มักจะเป็นรุ่นแรกๆ เสมอที่ได้รับการอัพเดท เรียกว่าทีม Oxygen OS นั้นทำงานกันค่อนข้างเร็ว อีกทั้งความลื่นนี่ก็ไม่เป็นที่สองรองใครเหมือนกัน อาการแลคหรือหน่วงแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย

ส่วน RAM ที่ให้มาในเครื่องรีวิวบอกเลยว่าเหลือกินเหลือใช้มากๆ ตั้ง 12GB เยอะกว่าโน๊ตบุ๊คส่วนใหญ่อีก.. แต่ว่า OnePlus 7 Pro ก็มีหลายโมเดลอยู่นะ ทั้งตัว RAM 6GB/8GB ไปจนถึง 12GB ซึ่งเอาเข้าจริงตัวเล็กสุดอย่าง 6GB ก็เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปแล้ว ไม่ต้องกังวล ในเรื่องของการใช้งานทั่วไป (Facebook, Twitter, Instagram, Line) ถือว่าทำออกมาได้ดีมากเลยแหละ เปิดแอปค้างไว้หลายๆ แอปก็ยังไม่แสดงอาการงอแงออกมาให้เห็น ไม่มีแอบปิดไปก่อน

ฟีเจอร์ของ Oxygen OS

  • Gaming Mode เอาไว้รีดประสิทธิภาพ CPU และ GPU ออกมาให้อยู่ในระดับที่สามารถใช้งานได้ดีและแรงที่สุด
  • Fnatic Mode โหมดเล่นเกมขั้นสุด ที่ไปร่วมมือกับทีม E-Sport ระดับโลก พัฒนาระบบการเล่นเกมขั้นสุดชนิดครอบคลุมการเชื่อมต่อต่างๆ เพื่อลดอาการ Ping ของเกม
  • Reading Mode เอาไว้สำหรับอ่านหนังสือ ซึ่งฟีเจอร์นี้จะปรับหน้าจอให้เป็นขาวดำเพื่อที่จะทำให้ตาเรานั้นไม่ต้องเจอกับแสงสีฟ้านานๆ ซึ่งเจ้าตัวแสงสีฟ้าเนี่ย หากตาเราได้รับมันนานๆ อาจจะส่งผลเสียได้นะ
  • Screen Recorder ในที่สุดฟีเจอร์สุดมีประโยชน์ตัวนี้ก็มาลงมือถือ OnePlus สักที โดยในฟีเจอร์นี้ เราสามารถเลือกได้ว่าจะอัดเสียงจากภายในตัวเครื่อง หรือว่านอกเครื่องก็ได้ครับ
  • Parallel App ฟีเจอร์โคลนแอปโซเชียลอย่าง LINE, Facebook, Instagram, Messenger หรือ Twitter ก็มีมาให้นะ สำหรับคนที่ต้องการจะใช้งานพร้อมกัน 2 ไอดีบนเครื่องเดียว
  • Zen Mode อันนี้เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ใหม่ที่ทาง OnePlus ใส่เข้ามาให้ แล้วทางผู้เขียนก็มีความเห็นว่ามันควรจะเป็นฟีเจอร์สามัญประจำบ้านที่ควรมีติดไว้ในโทรศัพท์ทุกเครื่องอีกด้วย ซึ่งความพิเศษของฟีเจอร์ตัวนี้เนี่ย ทันทีที่เรากด enable มันเมื่อไหร่ มันจะทำให้หน้าจอเราไม่สามารถทำอะไรได้เลยเป็นเวลา 20 นาทีด้วย! เรียกได้ว่าหากใครต้องการที่จะวางโทรศัพท์แล้วสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด กินลมชมวิว แต่ไม่เคยทำได้เลย ฟีเจอร์นี้อาจจะช่วยได้นะ ต้องลองดู

นอกจากนี้ก็จะมีฟีเจอร์พื้นฐานอย่างลากนิ้ว 3 นิ้วแล้วจะเป็นการแคปหน้าจอ หรือว่าเคาะหน้าจอ 2 ทีเพื่อปลุกโทรศัพท์ขึ้นมา

นอกจากนี้ OnePlus 7 Pro ยังรอบรับการดู Netflix แบบ HD ได้อีกด้วย

สเปคและการเล่นเกม

 

จะให้พูดยังไงดีล่ะตรงส่วนนี้ เพราะเจ้า OnePlus 7 Pro นั้นมาพร้อมกับชิปเซ็ตตัวล่าสุดอย่าง Snapdragon 855 ไหนจะ RAM ที่อัดมาซะเยอะ แถมรีเฟรชเรทหน้าจอที่ให้มาถึง 90Hz อีก จะมีอะไรให้บ่นอีกเนี่ย? อีกทั้งผลทดสอบ AnTuTu ก็ทำออกมาได้ค่อนข้างดี 345899 คะแนน ซึ่งถือเป็นมาตรฐานของชิป Snapdragon 855


 

ในส่วนของ UFS 3.0 นั้นเขียนแรงอ่านเร็วจริงจัง จากการทดสอบจากแอป AndroBench ก็พบว่ามีความเร็วการอ่านมากถึงประมาณ 1400 MB ต่อวินาที

ส่วนการเล่นเกมแบบเต็มๆ นั้นไปดูที่คลิปการทดสอบนี้ได้เลยครับ อาจจะเห็นภาพมากกว่ามานั่งอธิบายเป็นตัวหนังสือ เพราะลองเล่นยาวๆ หลายเกมติดกัน และเปิดโหมด Fnatic ให้ดูด้วย

 

การเชื่อมต่อต่างๆ

น่าจะเป็นอีกจุดนึงที่ต้องติ เพราะ OnePlus 7 Pro นั้นไม่มีรูหูฟัง 3.5 มม. มาให้ สำหรับใครที่สนใจอยากใช้ต้องไปซื้อแยกนั้นต้องขอทดสอบด้วยนะ ด้วยเพราะว่าตัวแปลงที่ขายทั่วไปตามร้านขายอุปกรณ gadget ต่างๆ เนี่ย บางอันบางยี่ห้อพอใช้แล้วเหมือนเสียงมันมาให้เต็มเหนี่ยวนะ ทางที่ดีคือซื้อหูฟัง bluetooth, หูฟัง Type C หรือว่าตัวแปลงจากทางเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ OnePlus หรือจะผ่านตัวแทนจำหน่ายจะดีกว่านะครับ ในส่วนของการเชื่อมต่อแบบไร้สาย ก็เป็นมาตรฐานเรือธงทั่วไปอย่าง Bluetooth 5G และ WiFi 2.4GHz และ 5GHz

ความปลอดภัย

ในส่วนความปลอดภัยของตัวสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอของ OnePlus 7 Pro ก็ออกมาได้มาตรฐานอยู่ ทว่าตอนสแกนต้องเอานิ้วแตะค้างนิดนึงนะ (ประมาณ 0.5 วินาที) ถ้าแบบแตะแปปๆ มันไม่อ่านไม่ทันนะ ซึ่งตอนรีวิวก็พบกับบั๊กอันหนึ่งที่ไม่คิดว่าจะเจอเหมือนกัน ก็คือลงทะเบียนไปนิ้วโป้งข้างขวาแค่นิ้วเดียว แต่นิ้วโป้งข้างซ้ายกลับสแกนปลดล็อกหน้าจอได้เฉยเลย.. แต่หลังจากมีการ restart เครื่องแล้ว อาการนี้ก็หายไป และหลังจากนั้นก็พบว่าไม่สามารถใช้นิ้วอีกข้างสแกนได้แล้ว น่าจะเป็นบั๊กเล็กๆ น้อยๆ ของระบบ

แต่การสแกนมันก็ไวอย่างที่ OnePlus คุยกันไว้ในงานเปิดตัวจริงๆ แตะนิดเดียวหน้าจอปลดล็อกได้เลย ส่วนเรื่องติดฟิล์มแบบไหนได้ ใช้ฟิล์มกระจกแล้วปลดล็อคได้ไหมอันนี้ขอติดไว้ก่อน เพราะยังไม่ได้ลองกับฟิล์มรุ่นไหนเลย รีวิวใช้ฟิล์มดั้งเดิมจากที่แถมมาในกล่อง ส่วน Face Unlock อยากจะบอกว่ามันปลดล็อกไวมากชนิดที่สังเกตไม่ทันเลยว่ากล้องมันเด้งขึ้นมาแล้ว

ระบบเสียง

หลังจากที่เฝ้ารอคอยกันมานาน ลำโพงสเตอริโอก็ได้ถูกใส่มาไว้อยู่ในโทรศัพท์ของ OnePlus แล้ว เรียกได้ว่าเข้ามาเพิ่มประสบการณ์การฟังเพลงได้ดีมากเลยทีเดียว เสียง มิติ และเบสทั้งหมดต่างมีพัฒนาการขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เลือกเปิด Dolby Atmos จากลำโพงตัวเครื่องได้

กล้องถ่ายภาพ

น่าจะเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์หลักของ OnePlus 7 Pro เลยก็ว่าได้สำหรับในเรื่องของการถ่ายภาพ หลังจากที่กล้องมักจะเป็นจุดด้อยของ OnePlus มาโดยตลอด มาวันนี้ทางบริษัทได้ปรับปรุงและพัฒนากล้องของตัวเองมาอยู่ในระดับเดียวกับคู่แข่งได้แล้ว ด้วยคะแนนที่ได้รับการยืนยันจากเว็บไซต์จัดอันดับในเรื่องของการถ่ายภาพชื่อดังอย่าง DxOMark โดยกวาดคะแนนไปมากถึง 112 คะแนน รั้งอยู่ที่ 3 ของตารางเลย (จริงๆ คือที่ 2 แหละ เพราะอันดับ 1 กับอันดับ 2 คะแนนเท่ากัน)

ในส่วนของกล้องหน้า รอบนี้มาแบบ pop-up นะ ซึ่งจากการทดสอบของ OnePlus แล้วสามารถใช้งานได้มากกว่า 3 แสนครั้งแหนะ เรียกได้ว่าหากเปิดใช้งานกล้องเซลฟี่ทุกวันวันละ 100 ครั้ง กล้องหน้าตัวนี้จะอยู่ได้นานถึง 3,000 วันหรือประมาณ 8 ปีกว่าๆ เลยทีเดียวแหละ แถมล่าสุดก็มีการทดสอบความแข็งแกร่งออกมาของกล้อง pop-up ผลสรุปคือหลังจากที่โดนทรมานอยู่นาน ทั้งปาทั้งเขวี้ยง กล้องหน้าก็ยังไม่พังสักที!

ลูกเล่นในแอปกล้องของ OnePlus 7 Pro นั้นฟีเจอร์หลักๆ ก็มีมาครบ ไม่ว่าจะเป็น Portrait, Time-lapse, Pro Mode, Slow motion, Nightscape และ Panorama แต่ก็ยังมีจุดน่าเสียดายอยู่ที่โหมด Portrait และ Nightscape นั้นจะใช้ได้เฉพาะกับเซ็นเซอร์ตัวหลัก 48MP เท่านั้น แต่ในส่วนนี้ก็ได้ยินแว่วๆ มาว่าทาง OnePlus ก็กำลังจะพิจารณาอัพแพทช์ใหม่เพื่อให้เซ็นเซอร์ตัวอื่นๆ สามารถถ่ายโหมดเหล่านั้นได้อยู่เหมือนกัน

ภาพตัวอย่างจาก OnePlus 7 Pro 

























 

ตัวอย่างภาพถ่ายกลางคืนจาก OnePlus 7 Pro ระหว่างโหมด Auto และ Night Scape








ในโหมด Auto นั้นสภาพแสงที่ถ่ายได้นั้นก็ถือว่ามีความสว่างใกล้เคียงกับที่ตาเห็น แต่ถ้าเปิด Night Scape ก็จะช่วยดึงรายละเอียดของถาพขึ้นมาได้เยอะมาก

 

 

ตัวอย่างภาพกลางคืนในโหมด Auto ทดสอบภาพจากเลนส์ระยะต่างๆ กัน








ความสว่างของภาพในเวลากลางคืนนั้นจะค่อนข้างชัด เพราะระยะเลนส์ Ultra Wide นั้นมีรูรับแสงที่แคบกว่า ทำให้เวลาถ่ายภาพในที่แสงน้อยก็จะมืดลงกว่ากล้องหลักและกล้องซูม

 

ตัวอย่างภาพจากกล้องหน้า OnePlus 7 Pro





 

กล้องวิดีโอ

ในส่วนของเรื่องกล้องวิดีโอ OnePlus เองก็เป็นอีกหนึ่งค่ายที่จัดเต็มมาให้ในเรื่องนี้ ซึ่งเจ้า OnePlus 7 Pro นี้สามารถถ่ายได้ความละเอียดแบบ 4K ได้ที่ 60 FPS เลยนะ แต่ทว่าก็ยังพอมีข้อกำจัดอยู่บ้าง โดยความยาวของวิดีโอจะถูกจำกัดไว้ที่ 5 นาทีเท่านั้น ซึ่งถ้าเอาไปเทียบกับเรือธงของค่ายอื่นๆ ก็อาจจะเป็นรองอยู่บ้าง เพราะ Samsung Galaxy S10 และ S10+ นั้นสามารถถ่ายแบบ 4K 60 FPS ได้แบบไม่จำกัดเวลาเลยจนกว่าเมมจะเต็ม

ลองไปดูตัวอย่างการถ่ายวิดีโอได้ในช่วงท้ายคลิปของ OnePlus 7 Pro นะครับ

 

แบตเตอรี่

เรื่องความอึดของ OnePlus 7 Pro ถือว่าอยู่ในระดับปานกลางนะ คือไม่อึดเท่า OnePlus 6 หรือ 6T ถอดสายชาร์จตอน 9 โมงเช้า กลับถึงบ้านตอน 3 ทุ่ม เฉลี่ยแล้วเหลืออยู่ประมาณ 20-30% อันนี้ต้องบอกก่อนเลยว่าเล่นทั้งวันเลย พวกโซเชียล ไถฟีดเฟซบุ๊กแทบจะทั้งวัน รวมไปถึงเวลาทำงานด้วย (อย่าบอกหัวหน้าเชียวล่ะ) Screen On Time ก็จะอยู่ที่ประมาณ 4-5 ชั่วโมง อันนี้เดาว่าถ้าเล่นไปจนแบตหมดเลย Screen on time น่าจะได้เพิ่มอีก 1-2 ชั่วโมง ตรงนี้คิดว่าถ้าลดค่ารีเฟรชเรทหน้าจอลงให้เหลือ 60Hz กับความละเอียดเป็นแค่ Full HD+ แบตคงจะอึดมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

ส่วนเรื่องการชาร์จก็ได้เทคโนโลยีชาร์จไวอย่าง Warp Charge เข้ามาแทนนะ ให้มาตั้ง 30W แหนะ ชาร์จทิ้งไว้ตอนไปอาบน้ำ กลับมาอีกทีเกือบถึง 50% แล้ว

จุดเด่นของ OnePlus 7 Pro

  • จอ 90Hz ซึ่งตอนแรกบอกเลยว่าไม่เห็นความแตกต่าง แต่พอใช้ไปสักหนึ่งสัปดาห์ ไปเล่นเครื่องเดิมที่รีเฟรชเรทแค่ 60Hz แล้วรู้สึกหงุดหงิดแล้ว
  • หน้าจอใหญ่เต็มตา ไม่มีอะไรติ่งมาคอยกวน
  • Oxygen OS ลื่นมาก
  • ลำโพงสเตอริโอที่ใส่มา มิติเสียงถือว่าอยู่ในระดับที่ค่อนข้างดี
  • ติดฟิล์มกันรอยมาให้จากโรงงานเลย
  • สแกนลายนิ้วมือเร็วมาก
  • ปลดล็อกด้วยใบหน้าก็ถือว่าทำได้ค่อนข้างเร็ว
  • ทาง OnePlus ออกมาเคลมว่าจะการันตีอัพเดทให้นานถึง 2 ปี
  • กล้องหน้า pop-up ถือว่ารอบนี้ทำการบ้านมาดี ไม่ค่อยพบเจอกับปัญหาฝุ่นเกาะ
  • ภาพจากกล้องหลังดีขึ้นกว่ารุ่นที่แล้ว

ข้อที่เอาไว้พิจารณาของ OnePlus 7 Pro

  • ตัวเครื่องยังรู้สึกหนักๆ อยู่
  • พอร์ตหูฟังที่หายไป
  • ระยะซูมกล้องหลังไม่ใช่ Optical 3x (ประมาณ 2 นิดๆ แล้วมีการ crop ภาพ)
  • เพิ่มเมมไม่ได้ (แต่แฟนๆ OnePlus ก็น่าจะรู้กันอยู่แล้ว)
  • Oxygen OS ไม่ค่อยมีลูกเล่นฟีเจอร์อะไรให้เล่นนัก

สุดท้ายท้ายสุด หากใครกำลังมองหาสมาร์ทโฟนเรือธงมาไว้ในอ้อมกอดสักเครื่องนึง OnePlus 7 Pro ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดี แม้ราคาจะสูงไปฐานของ OnePlus เดิมพอสมควร ยังไงก็ขอบคุณที่อ่านมาจนจบถึงตรงนี้นะครับ สงสัยอะไรคอมเมนท์ถามไว้ด้านล่างได้ จะพยายามตอบทุกคำถามครับ

from:https://droidsans.com/review-oneplus-7-pro/

ปัญหาจุกจิกที่เกิดขึ้นในมือถือ OnePlus 7 Pro พร้อมวิธีแก้ไขเบื้องต้นแบบง่ายๆ

สุดยอดมือถือเรือธงอย่าง OnePlus 7 Pro วางขายในบ้านเราซักพักแล้ว หลายๆ คนที่ได้เป็นเจ้าของก็คงจะกำลังติดใจกับหน้าจอสุดสมูธ, เครื่องสุดแรง หรือกล้องสุดงามกันอยู่ แต่ถึงแม้ว่ามือถือรุ่นนี้จะดีงามแค่ไหน มันก็ยังคงมีปัญหาจุกจิกกวนใจให้ได้หงุดหงิดอยู่บ้างล่ะ.. วันนี้เราก็เลยขอรวบรวมเอาปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้งานบางรายพร้อมวิธีแก้ไขเบื้องต้นมาให้ดูกัน

ปัญหาหน้าจอเพี้ยนกดเอง (Ghost Touch)

ปัญหาจุกจิกเรื่องแรกเกิดจากหน้าจอสุดสมูธของ OnePlus 7 Pro ที่ผู้ใช้งานหลายรายเจอเข้ากับความเฮี้ยนของ Ghost Touch หรืออาการหน้าจอหลอน ทัชเองโดยที่เราไม่ได้แตะต้องเครื่องเลย ซึ่งอาการดังกล่าวจะเป็นๆ หายๆ ไม่เลือกเวลา คือนึกอยากจะกด ก็กดเองมั่วๆ โดยส่วนมากจะเกิดขึ้นที่บริเวณด้านบนของหน้าจอมือถือ.. ถ้าใครอยากรู้ว่า OnePlus 7 Pro ของตัวเอง (หรือรุ่นอื่นๆ ก็ได้) มีอาการ Ghost Touch บ้างรึเปล่า ก็สามารถดาวน์โหลดแอป CPU-Z ไปทดสอบหน้าจอกันได้เลย ซึ่งแอปนี้จะโชว์จุดที่โดนแตะขึ้นมาเป็นวงกลมให้เห็นบนหน้าจอนั่นเอง

อาการ Ghost Touch

วิธีแก้ไขเบื้องต้น

ผู้ใช้งานบางรายบอกว่าแก้อาการ Ghost Touch ได้ด้วยการปิดระบบ NFC ใน Quick Settings ซึ่งสามารถลดความเฮี้ยนของการกดหน้าจอเองได้แบบชะงัดนัก

วิธีแก้ไขที่พอเป็นไปได้

ส่วนผู้ใช้งานบางรายก็บอกว่า หลังจากอัพเดท Oxygen OS เป็นรุ่นใหม่แล้ว อาการดังกล่าวก็หายไป หรือลดน้อยลง.. แต่ก็ยังมีผู้ใช้งานบางรายที่ยังเจอกับปัญหาเดิมอยู่ดี

 

ปัญหาแบตไหล และเครื่องร้อนเกิน

ถึงแม้ว่า OnePlus 7 Pro จะมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 4000 mAh แต่กลับไม่พบว่ามันจะมีอายุการใช้งานในแต่ละวันที่อึดซักเท่าไหร่ เพราะมีรายงานจากผู้ใช้บางรายบอกว่า OnePlus 7 Pro ของตัวเองเกิดอาการแบตไหล และเครื่องร้อนจัดอยู่บ่อยๆ หลังจากการใช้งานติดต่อกันซักพัก

วิธีแก้ไขเบื้องต้น

  • เนื่องจากหน้าจอของ OnePlus 7 Pro มีทั้งขนาดที่ใหญ่ แถมยังมีรีเฟรชเรทที่สูงกว่ามือถือรุ่นอื่นๆ ก็เลยเป็นส่วนนึงที่ทำให้มือถือรุ่นนี้กินแบตมากกว่านั่นเอง วิธีแก้ไขเบื้องต้นก็คือเข้าไปที่ Settings > Display และเปลี่ยนระยะเวลาที่หน้าจอจะดับลงให้เร็วกว่าเดิม, ปิดระบบ Ambient Display หรือให้หน้าจอติดเฉพาะตอนที่เราเอานิ้วแตะหน้าจอเท่านั้น อีกวิธีนึงก็คือลดความละเอียดหน้าจอ หรือลดรีเฟรชเรทของหน้าจอลง
  • เข้าไปดูใน Settings > Battery > View Detailed Usage และลองหาแอปที่กินแบตเตอรี่ของเรามากที่สุด ถ้าไม่ได้ใช้ก็ลบทิ้งซะ
  • ลบเกม หรือแอป ที่ไม่ได้เปิดใช้งานทิ้งไป
  • ไปที่ Settings > Battery > Battery Saver และตั้งค่าว่าจะให้มันเปิดใช้งานตอนไหน

 

ปัญหาการปรับความสว่างหน้าจออัตโนมัติไม่ค่อยทำงาน

ผู้ใช้งาน OnePlus 7 Pro บางรายเจอกับปัญหาหน้าจอปรับความสว่างไม่แม่นตามสภาพแสงในขณะนั้น หรือเปลี่ยนความสว่างบ่อยเกินไปจนเวียนหัว

วิธีแก้ไขเบื้องต้น

  • เข้าไปที่ Settings > Display และเปิด Adaptive brightness ซึ่งวิธีดังกล่าว เราอาจจะต้องทำเองก่อนในตอนแรกๆ เพื่อที่เครื่องจะได้จดจำระดับความสว่างที่เราต้องการในสภาพแสงตอนนั้น และภายหลังมันก็จะปรับความสว่างแบบที่เราต้องการให้เองโดยอัตโนมัติ
  • หรือจะเปิดโหมด DC dimming โดยเข้าไปที่ Settings > Utilities > OnePlus Laboratory > DC dimming ซึ่งโหมดนี้จะลดอาการหน้าจอกระพริบในสภาพแสงน้อยได้ แต่อาจจะมีผลในการแสดงสีที่ไม่แม่นเหมือนเดิม

 

ปัญหาสั่งงานด้วย OK, Google ไม่ได้

ผู้ใช้ OnePlus 7 Pro บางรายก็เจอกับปัญหาไม่สามารถสั่งงานผู้ช่วยอัจฉริยะด้วยคำสั่ง OK, Google ได้ บางรายก็สั่งได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แล้วแต่อารมณ์ หรือบางรายก็สั่งได้ตอนที่เครื่องปิดหน้าจออยู่ แต่พอปลดล็อคเครื่อง กลับใช้ไม่ได้ซะเฉยๆ ก็มี

วิธีแก้ไขเบื้องต้น

  • ถ้าในเครื่องมีแอป Plus Beat ติดตั้งอยู่ ให้ลองลบทิ้งแล้วเรียก OK, Google ก่อนว่าใช้ได้รึเปล่า
  • เข้าไปที่ Play Store จากนั้นหาแอปที่พัฒนาโดย Google และกด Uninstall เพื่อลบ Update ออกให้หมด จากนั้นกด Update ทุกแอปอีกรอบนึง แล้วปิด – เปิด เครื่องซักรอบ จากนั้นให้ตั้งค่าการใช้งาน OK, Google อีกทีนึง
  • ผู้ใช้งานบางรายบอกว่าให้ Factory Reset ก็จะกลับมาใช้ได้เหมือนเดิม โดยเข้าไปที่ Settings > System > Reset Options > Erase all data > Reset Phone > Enter PIN / Password > Next > Erase Everuthing (แต่อย่าลืม Backup ข้อมูลก่อนด้วยนะ)

ทั้งหมดนั้นคือปัญหาจุกจิก ที่ผู้ใช้งาน OnePlus 7 Pro บางรายได้เจอ แล้วนำมาโพสท์บ่นกันในเว็บบอร์ด OnePlus ของต่างประเทศนะครับ ไม่รู้ว่าผู้ใช้งานในบ้านเราจะเจอกับปัญหาเหล่านี้บ้างรึเปล่า เอาเป็นว่าถ้าใครที่มีปัญหาแล้วแก้ได้ด้วยวิธีที่บอกไป ก็เอามาคอมเม้นท์บอกกันบ้างนะครับ

 

ที่มา : DigitalTrends

from:https://droidsans.com/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99/

รวมปัญหาพร้อมวิธีแก้ไข ของ OnePlus 7 Pro มือถือซุปเปอร์เรือธง

สุดยอดมือถือเรือธงอย่าง OnePlus 7 Pro วางขายในบ้านเราซักพักแล้ว หลายๆ คนที่ได้เป็นเจ้าของก็คงจะกำลังติดใจกับหน้าจอสุดสมูธ, เครื่องสุดแรง หรือกล้องสุดงามกันอยู่ แต่ถึงแม้ว่ามือถือรุ่นนี้จะดีงามแค่ไหน มันก็ยังคงมีปัญหาจุกจิกกวนใจให้ได้หงุดหงิดอยู่บ้างล่ะ.. วันนี้เราก็เลยขอรวบรวมเอาปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้งานบางรายพร้อมวิธีแก้ไขเบื้องต้นมาให้ดูกัน

ปัญหาหน้าจอเพี้ยนกดเอง (Ghost Touch)

ปัญหาจุกจิกเรื่องแรกเกิดจากหน้าจอสุดสมูธของ OnePlus 7 Pro ที่ผู้ใช้งานหลายรายเจอเข้ากับความเฮี้ยนของ Ghost Touch หรืออาการหน้าจอหลอน ทัชเองโดยที่เราไม่ได้แตะต้องเครื่องเลย ซึ่งอาการดังกล่าวจะเป็นๆ หายๆ ไม่เลือกเวลา คือนึกอยากจะกด ก็กดเองมั่วๆ โดยส่วนมากจะเกิดขึ้นที่บริเวณด้านบนของหน้าจอมือถือ.. ถ้าใครอยากรู้ว่า OnePlus 7 Pro ของตัวเอง (หรือรุ่นอื่นๆ ก็ได้) มีอาการ Ghost Touch บ้างรึเปล่า ก็สามารถดาวน์โหลดแอป CPU-Z ไปทดสอบหน้าจอกันได้เลย ซึ่งแอปนี้จะโชว์จุดที่โดนแตะขึ้นมาเป็นวงกลมให้เห็นบนหน้าจอนั่นเอง

อาการ Ghost Touch

วิธีแก้ไขเบื้องต้น

ผู้ใช้งานบางรายบอกว่าแก้อาการ Ghost Touch ได้ด้วยการปิดระบบ NFC ใน Quick Settings ซึ่งสามารถลดความเฮี้ยนของการกดหน้าจอเองได้แบบชะงัดนัก

วิธีแก้ไขที่พอเป็นไปได้

ส่วนผู้ใช้งานบางรายก็บอกว่า หลังจากอัพเดท Oxygen OS เป็นรุ่นใหม่แล้ว อาการดังกล่าวก็หายไป หรือลดน้อยลง.. แต่ก็ยังมีผู้ใช้งานบางรายที่ยังเจอกับปัญหาเดิมอยู่ดี

 

ปัญหาแบตไหล และเครื่องร้อนเกิน

ถึงแม้ว่า OnePlus 7 Pro จะมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 4000 mAh แต่กลับไม่พบว่ามันจะมีอายุการใช้งานในแต่ละวันที่อึดซักเท่าไหร่ เพราะมีรายงานจากผู้ใช้บางรายบอกว่า OnePlus 7 Pro ของตัวเองเกิดอาการแบตไหล และเครื่องร้อนจัดอยู่บ่อยๆ หลังจากการใช้งานติดต่อกันซักพัก

วิธีแก้ไขเบื้องต้น

  • เนื่องจากหน้าจอของ OnePlus 7 Pro มีทั้งขนาดที่ใหญ่ แถมยังมีรีเฟรชเรทที่สูงกว่ามือถือรุ่นอื่นๆ ก็เลยเป็นส่วนนึงที่ทำให้มือถือรุ่นนี้กินแบตมากกว่านั่นเอง วิธีแก้ไขเบื้องต้นก็คือเข้าไปที่ Settings > Display และเปลี่ยนระยะเวลาที่หน้าจอจะดับลงให้เร็วกว่าเดิม, ปิดระบบ Ambient Display หรือให้หน้าจอติดเฉพาะตอนที่เราเอานิ้วแตะหน้าจอเท่านั้น อีกวิธีนึงก็คือลดความละเอียดหน้าจอ หรือลดรีเฟรชเรทของหน้าจอลง
  • เข้าไปดูใน Settings > Battery > View Detailed Usage และลองหาแอปที่กินแบตเตอรี่ของเรามากที่สุด ถ้าไม่ได้ใช้ก็ลบทิ้งซะ
  • ลบเกม หรือแอป ที่ไม่ได้เปิดใช้งานทิ้งไป
  • ไปที่ Settings > Battery > Battery Saver และตั้งค่าว่าจะให้มันเปิดใช้งานตอนไหน

 

ปัญหาการปรับความสว่างหน้าจออัตโนมัติไม่ค่อยทำงาน

ผู้ใช้งาน OnePlus 7 Pro บางรายเจอกับปัญหาหน้าจอปรับความสว่างไม่แม่นตามสภาพแสงในขณะนั้น หรือเปลี่ยนความสว่างบ่อยเกินไปจนเวียนหัว

วิธีแก้ไขเบื้องต้น

  • เข้าไปที่ Settings > Display และเปิด Adaptive brightness ซึ่งวิธีดังกล่าว เราอาจจะต้องทำเองก่อนในตอนแรกๆ เพื่อที่เครื่องจะได้จดจำระดับความสว่างที่เราต้องการในสภาพแสงตอนนั้น และภายหลังมันก็จะปรับความสว่างแบบที่เราต้องการให้เองโดยอัตโนมัติ
  • หรือจะเปิดโหมด DC dimming โดยเข้าไปที่ Settings > Utilities > OnePlus Laboratory > DC dimming ซึ่งโหมดนี้จะลดอาการหน้าจอกระพริบในสภาพแสงน้อยได้ แต่อาจจะมีผลในการแสดงสีที่ไม่แม่นเหมือนเดิม

 

ปัญหาสั่งงานด้วย OK, Google ไม่ได้

ผู้ใช้ OnePlus 7 Pro บางรายก็เจอกับปัญหาไม่สามารถสั่งงานผู้ช่วยอัจฉริยะด้วยคำสั่ง OK, Google ได้ บางรายก็สั่งได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แล้วแต่อารมณ์ หรือบางรายก็สั่งได้ตอนที่เครื่องปิดหน้าจออยู่ แต่พอปลดล็อคเครื่อง กลับใช้ไม่ได้ซะเฉยๆ ก็มี

วิธีแก้ไขเบื้องต้น

  • ถ้าในเครื่องมีแอป Plus Beat ติดตั้งอยู่ ให้ลองลบทิ้งแล้วเรียก OK, Google ก่อนว่าใช้ได้รึเปล่า
  • เข้าไปที่ Play Store จากนั้นหาแอปที่พัฒนาโดย Google และกด Uninstall เพื่อลบ Update ออกให้หมด จากนั้นกด Update ทุกแอปอีกรอบนึง แล้วปิด – เปิด เครื่องซักรอบ จากนั้นให้ตั้งค่าการใช้งาน OK, Google อีกทีนึง
  • ผู้ใช้งานบางรายบอกว่าให้ Factory Reset ก็จะกลับมาใช้ได้เหมือนเดิม โดยเข้าไปที่ Settings > System > Reset Options > Erase all data > Reset Phone > Enter PIN / Password > Next > Erase Everuthing (แต่อย่าลืม Backup ข้อมูลก่อนด้วยนะ)

ทั้งหมดนั้นคือปัญหาจุกจิก ที่ผู้ใช้งาน OnePlus 7 Pro บางรายได้เจอ แล้วนำมาโพสท์บ่นกันในเว็บบอร์ด OnePlus ของต่างประเทศนะครับ ไม่รู้ว่าผู้ใช้งานในบ้านเราจะเจอกับปัญหาเหล่านี้บ้างรึเปล่า เอาเป็นว่าถ้าใครที่มีปัญหาแล้วแก้ได้ด้วยวิธีที่บอกไป ก็เอามาคอมเม้นท์บอกกันบ้างนะครับ

 

ที่มา : DigitalTrends

from:https://droidsans.com/oneplus-7-pro-problem-issue-solution/

หมดปัญหาลายน้ำเกะกะสายตา ด้วยวิธีปิด Logo ลายน้ำกล้องของมือถือ 9 แบรนด์ยอดนิยม

หลายคนที่ใช้สมาร์ทโฟนการถ่ายภาพอาจจะเจอกับปัญหาถ่ายรูปแล้วมีลายน้ำของแบรนด์มือถือติดเข้าไปอยู่ในรูปด้วยทุกที ถึงมันจะเป็นแค่ลายน้ำเล็กๆ อยู่ตามมุมแต่ก็ยังรู้สึกขัดหูขัดตา จะปิดลายน้ำก็ไม่รู้ว่าต้องเข้าไปปิดตรงไหน ซึ่งบางเครื่องถูกตั้งค่าเปิดมาให้ตั้งแต่ต้น หรือบางเครื่องไม่ได้เปิดไว้แต่พนักงานดันเป็นคนตั้งค่าให้เราแทน.. วันนี้เราก็เลยจะมาบอกวิธีปิดเจ้า Logo ลายน้ำสำหรับมือถือแบรนด์ยอดนิยมในบ้านเรากันค่ะ

วิธีปิดลายน้ำของมือถือแต่ละแบรนด์ส่วนมากจะมีวิธีการเปิด-ปิด ที่เหมือนกันในแต่ละรุ่นนะคะ โดยเราจะแยกเป็นแบรนด์ยอดนิยมในบ้านเราทั้งหมด 9 แบรนด์ ได้แก่ Huawei, OPPO (และ realme), Vivo, Xiaomi, OnePlus, Motorola, Nokia และ Wiko ค่ะ

วิธีปิด logo ลายน้ำของ HUAWEI

  • เข้าไปที่แอปกล้อง
  • กดไอคอนฟันเฟืองมุมบนขวามือ
  • กดปิด “เพิ่มลายน้ำอัตโนมัติ” เท่านี้ก็เรียบร้อย

 

วิธีปิด logo ลายน้ำของ OPPO และ Realme

สำหรับ OPPO และ realme จะปิดยากกว่าชาวบ้านเค้านิดนึง เพราะต้องเข้าไปปิดถึงใน Settings (การตั้งค่า) กันเลยทีเดียว

  • เข้าไปที่ตั้งค่า เลื่อนหา “แอพของระบบ”
  • กดเข้าไปที่คำว่า “กล้อง”
  • ปิดข้อ “ภาพลายน้ำ” ให้เหมือนในรูป อย่ากดเปิดนะไม่งั้น logo ลายน้ำจะยังมีอยู่



 

วิธีปิด logo ลายน้ำของ vivo

  • สำหรับมือถือ Vivo ที่ใช้ระบบ Funtouch OS 3.0 หรือเวอร์ชันที่สูงกว่า
  • เข้าไปที่แอป “กล้อง”
  • แตะไอคอนฟันเฟืองที่มุมบนขวามือ
  • กด “Time watermark (ลายน้ำ)” จากนั้นแตะเพื่อปิดการใช้งาน


  • ส่วน Funtouch OS 2.6 และเวอร์ชันที่ต่ำกว่า
  • เข้าไปที่แอป “กล้อง”
  • แตะไอคอนฟิลเตอร์ ที่มุมล่างขวา
  • และกด “None” เพื่อปิดการใช้งานลายน้ำ


 

วิธีปิด logo ลายน้ำของ Xiaomi

  • เข้าไปที่แอป “กล้อง”
  • กดไอคอน ” 3 ขีด” มุมบนขวามือ
  • เสร็จแล้ว กดเข้า “การตั้งค่า”
  • เลื่อนหา Watermark (ลายน้ำอุปกรณ์) และกดปิด



 

วิธีปิด logo ลายน้ำของ OnePlus

  • เข้าไปที่แอป “กล้อง”
  • ใช้นิ้วเลื่อนขึ้นด้านบน เพื่อเปิดตัวตั้งค่า
  • กดที่ Settings (ไอคอนฟันเฟือง)
  • เลื่อนหา “Shot on OnePlus watermark” และกดเข้าไป
  • กดปิด “Watermark”




 

วิธีปิด logo ลายน้ำของ motorola

  • เข้าไปที่แอป “กล้อง”
  • กดที่ปุ่มเมนู (ไอคอนตาราง)
  • เสร็จแล้ว กดไอคอน “ฟันเฟือง” มุมบนขวามือ
  • เลื่อนหา Watermark (ลายน้ำ) และกดปิด



 

วิธีปิด logo ลายน้ำของ Nokia

  • เข้าไปที่แอป “กล้อง”
  • กดไอคอน ” 3 ขีด” มุมบนซ้ายมือ
  • เสร็จแล้วเลื่อนหา Watermark (ลายน้ำ)
  • กดปิดให้เรียบร้อย


 

วิธีปิด logo ลายน้ำของ Wiko

  • เข้าไปที่แอป “กล้อง”
  • กดไอคอน “3 จุด” มุมบนขวามือ
  • เลือก Watermark (ลายน้ำ)
  • กดปิดให้เรียบร้อย


ใครที่เคยรำคาญเพราะเวลาถ่ายภาพแล้วมีลายน้ำติดมาด้วย ตอนนี้ก็น่าจะรู้วิธีปิดกันแล้วนะคะ ส่วนใครที่อยากโชว์ว่าเราใช้มือถือรุ่นอะไรถ่ายรูป วิธีการเปิดก็ใช้วิธีการเดียวกันนี่แหละ แต่ถ้าใครยังหาวิธีปิด-เปิดลายน้ำของรุ่นไหนไม่เจอ หรือมีปัญหาส่วนไหนก็ถามกันเข้ามาได้เลยค่ะ

from:https://droidsans.com/how-to-turn-off-watermark/