คลังเก็บป้ายกำกับ: ONEPLUS

OnePlus Nord CE 5G มือถือราคาประหยัดภาคต่อ OnePlus N10 5G อาจเปิดตัวเร็ว ๆ นี้

OnePlus N10 5G ถือว่ามีอายุอานามมาประมาณหนึ่งขวบเต็ม ๆ ได้แล้ว หลังจากเปิดตัวแบบ Global ไปช่วงเดือนตุลาคมปีที่แล้ว และเข้ามาวางขายที่ไทยในเดือนถัดไป ล่าสุดดูเหมือนว่ามือถือรุ่นดังกล่าวจะตกรุ่นซะแล้ว เพราะมีข้อมูลของ OnePlus Nord CE 5G ว่าที่มือถือภาคต่อของซีรีส์นี้หลุดออกมา

ก่อนหน้านี้ Max J. แหล่งข่าวที่มักจะออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของ OnePlus ก่อน Leaker คนอื่น ๆ เสมอ (แถมแม่นพอตัวซะด้วย) ได้เคยออกมาบอกว่า OnePlus N1 5G จะเป็นรุ่นที่มาเจาะตลาดมือถือรุ่นราคาประหยัดต่อจาก OnePlus N10 5G ทว่าในทวีตด้านล่าง Max J. ได้บอกเป็นกลาย ๆ ว่า OnePlus ได้ตัดสินใจเปลี่ยนชื่อจาก OnePlus N1 5G มาเป็น OnePlus Nord CE 5G แล้ว 

สเปค OnePlus Nord CE 5G (คาดการณ์)

สำหรับสเปคของ OnePlus Nord CE 5G น่าเสียดายที่ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลหรือรายละเอียดใด ๆ หลุดออกมาเลย แต่คาดว่าน่าจะขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตที่แรงกว่า Snapdragon 690 ตัวที่ใช้ใน OnePlus N10 5G เป็นแน่

และหากพิจารณาจากภาพเรนเดอร์ที่ OnLeaks เคยปล่อยออกมาก่อนหน้านี้ที่ว่ากันว่าคือมือถือภาคต่อของ OnePlus N10 5G ก็คาดว่า OnePlus Nord CE 5G น่าจะเลือกใช้หน้าจอ LCD แบบเดิม ขนาดเดิม เหมือนกับรุ่น N10 เนื่องจากตรงบริเวณปุ่ม Power ยังปรากฎให้เห็นถึงเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ ซึ่งนั่นหมายความว่าหน้าจอของรุ่นดังกล่าวไม่ใช่ประเภท OLED แล้วแน่ ๆ

โดย OnePlus อาจนำ OnePlus Nord CE 5G รุ่นนี้มาให้เรา ๆ ได้ยลโฉมกันในช่วงเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ เอาไว้หากมีข้อมูลเพิ่มเติมอัปเดตเกี่ยวกับสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ ทางทีมงาน DroidSans จะรีบคาบข่าวมาบอกเพื่อน ๆ ให้ได้อย่างไวที่สุดเลยครับ

 

ที่มา: Android Authority

from:https://droidsans.com/oneplus-nord-ce-5g-successor-oneplus-n10-5g/

รู้จักบริษัทเจ้าของ Oppo-Vivo: จากผู้ผลิตเครื่องเล่น CD จีน สู่ตัวท็อปแห่งวงการมือถือ

ชวนไปทำความรู้จักกับ BBK Electronics จากผู้ผลิตเครื่องเล่น CD แบรนด์จีน สู่บริษัทเจ้าของแบรนด์โทรศัพท์ Oppo, Vivo, OnePlus และ Realme บริษัทเดียวขายครบทุกกลุ่มเป้าหมาย

หากพูดถึงแบรนด์โทรศัพท์มือถือที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในปัจจุบัน คงจะหนีไม่พ้นแบรนด์โทรศัพท์มือถือในระดับท็อปของวงการที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงที่สุดในโลก ในไตรมาสที่ 4 ปี 2020 (ข้อมูลจาก IDC)

    • อันดับ 1 Apple มีส่วนแบ่งการตลาด 23.4%
    • อันดับ 2 Samsung มีส่วนแบ่งการตลาด 17%
    • อันดับ 3 Xiaomi มีส่วนแบ่งการตลาด 11.6%
    • อันดับ 4 Oppo มีส่วนแบ่งการตลาด 9%
    • อันดับ 5 Huawei มีส่วนแบ่งการตลาด 8.6%

เมื่อลองดูจาก 5 อันดับแบรนด์โทรศัพท์มือถือที่มีส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุด 5 อันดับแรก มีแบรนด์จากประเทศจีนถึง 3 แบรนด์ คือ Xiaomi, Oppo และ Huawei แสดงถึงความสำเร็จของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีจีนที่ตีตลาดโลกได้สำเร็จ

ส่วนในประเทศไทยเอง ส่วนแบ่งการตลาดของโทรศัพท์มือถือต่างจากตลาดโลกเล็กน้อย โดย Canalys รายงานส่วนแบ่งการตลาดของโทรศัพท์มือถือในประเทศไทย ช่วงไตรมาสที่ 1 ปี 2021 ดังนี้

    • อันดับ 1 Samsung มีส่วนแบ่งการตลาด 24%
    • อันดับ 2 Xiaomi มีส่วนแบ่งการตลาด 20%
    • อันดับ 3 Oppo มีส่วนแบ่งการตลาด 16%
    • อันดับ 4 Vivo มีส่วนแบ่งการตลาด 15%
    • อันดับ 5 Realme มีส่วนแบ่งการตลาด 9%

สิ่งที่น่าสนใจคือ แบรนด์โทรศัพท์ที่มีส่วนแบ่งการตลาดในอันดับ 2-5 เป็นแบรนด์จากประเทศจีนทั้งสิ้น และที่น่าสนใจไปมากกว่านั้น แบรนด์โทรศัพท์ที่มีส่วนแบ่งการตลาดในอันดับ 3-5 คือ Oppo, Vivo และ Realme เป็นแบรนด์ที่มีต้นกำเนิดจากบริษัทเดียวกัน นั่นคือ BBK Electronics

แม้ในปัจจุบัน BBK Electronics จะประสบความสำเร็จ จนมีที่ยืนอยู่ในระดับโลก เพียงแค่ Oppo แบรนด์เดียว ก็ได้ส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 4 ของโลกแล้ว ยังไม่รวมแบรนด์อื่นๆ ในเครือ คือ Vivo, Realme และ OnePlus ด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตามแม้ในปัจจุบัน BBK Electronics จะประสบความสำเร็จในตลาดระดับโลก แต่มีน้อยคนนักที่จะรู้ว่าจุดเริ่มต้นของบริษัทจากจีนแผ่นดินใหญ่นี้ ไม่ได้เริ่มต้นจากการทำธุรกิจผลิตโทรศัพท์มือถือมาก่อนเลย และต้องใช้เวลานานนับ 10 ปี กว่าจะประสบความสำเร็จอย่างในทุกวันนี้

จากผู้ผลิตเครื่องเล่น CD สู่ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือเบอร์ต้นๆ ของโลก

BBK Electronics ก่อตั้งขึ้นในปี 1998 ชาวจีนที่มีชื่อว่า Duan Yongping ในขณะนั้นเริ่มต้นจากการเป็นบริษัทที่ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน โดยเฉพาะเครื่องเล่น CD, DVD และ MP3 แต่ยังไม่ค่อยมีใครรู้จัก BBK Electronics มากเท่าใดนัก โดยเฉพาะนอกประเทศจีน

กำเนิด Oppo จุดเปลี่ยนสำคัญของ BBK Electronics

จนกระทั่งปี 2004 แบรนด์ Oppo ที่เรารู้จักกันในทุกวันนี้จึงถือกำเนิดขึ้น แม้ในขณะนั้น Oppo จะไม่ได้เริ่มจากการเป็นแบรนด์โทรศัพท์มือถือ แต่เป็นแบรนด์ที่วางตัวเป็น Digital Division เน้นผลิตเครื่องเล่น CD และ DVD เช่นเดิม แต่ก็นับว่าการสร้างแบรนด์ Oppo ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ BBK Electronics เช่นกัน

หลังจากที่ Oppo ได้ถือกำเนิดขึ้น 4 ปี ในปี 2008 จึงเริ่มผลิตโทรศัพท์มือถืออย่างที่เราคุ้นเคยกันในทุกวันนี้ ตั้งแต่ยุคฟีเจอร์โฟน และเริ่มผลิตโทรศัพท์สมาร์ทโฟนครั้งแรกในปี 2012 ซึ่งจุดเด่นสำคัญที่ทำให้ Oppo ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะในตลาดเอเชีย คือ การเน้นผลิตโทรศัพท์มือถือที่ราคาไม่แพง ดีไซน์สวย ออกแบบดี เน้นคุณภาพของกล้องถ่ายรูปที่ดี

แตกแบรนด์ย่อย จาก Oppo สู่ Vivo

หลังจากนั้นเพียง 1 ปี หลังจากที่ BBK Electronics ก่อตั้งแบรนด์ Oppo ขึ้นมา ก็ได้เวลาที่จะขยายธุรกิจไปสู่เป้าหมายที่กว้างขึ้น ด้วยการตั้งแบรนด์ใหม่ที่ชื่อว่า Vivo ขึ้นมาในปี 2009 แต่กว่าโทรศัพท์รุ่นแรกภายใต้แบรนด์ Vivo จะออกมาก็ต้องรอจนถึงปี 2011

โดยแบรนด์ Vivo เป็นแบรนด์ที่แยกตัวเป็นเอกเทศจาก Oppo เน้นจุดเด่นเรื่องดีไซน์สวย เสียงดี มีฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่สร้างความว้าว ในขณะนั้นโทรศัพท์ Vivo ใส่ชิปเสียงที่มีคุณภาพสูงเข้ามาเป็นจุดเด่นเหนือโทรศัพท์มือถือแบรนด์อื่นๆ ที่มีในเวลานั้น

Realme แบรนด์ที่เกิดมาสู้กับ Xiaomi

ในยุคถัดมาหลังจากที่ BBK Electronic ประสบความสำเร็จกับแบรนด์ Oppo และ Vivo แล้ว ในโลกของโทรศัพท์มือถือ มีคู่แข่งใหม่ที่น่ากลัวเพิ่มขึ้น คู่แข่งนั้นก็เป็นเพื่อนร่วมชาติกับ BBK Electronics นั่นเอง โดยแบรนด์นั้นมีชื่อว่า Xiaomi

ทำให้ BBK Electronics ต้องก่อตั้งแบรนด์ใหม่ขึ้นมา เพื่อแข่งกับ Xiaomi โดยเฉพาะ นั่นคือ Realme ในปี 2018 โดยเน้นจุดเด่นไปที่การผลิตโทรศัพท์มือถือราคาถูก แต่มีสเป็คดี เน้นทำตลาดทั้งในยุโรป และอินเดีย รวมถึงประเทศในเอเชียด้วย

เข้าสู่ตลาดโลกด้วยแบรนด์ OnePlus โทรศัพท์มือถือของสายเทคฯ

นอกจาก Oppo, Vivo และ Realme ซึ่งเป็น 3 แบรนด์หลักของ BBK Electronics แล้ว ยังมี OnePlus ที่เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ย่อยที่ประสบความสำเร็จ และเป็นที่รู้จักในระดับโลก แต่สิ่งที่สร้างความต่างให้กับ OnePlus คือการตั้งเป้าตีตลาดระดับโลก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่แรก ต่างจาก Oppo, Vivo และ Realme ที่เริ่มจากการตีตลาดในประเทศจีน และเอเชียก่อน

OnePlus เป็นแบรนด์ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2013 โดย Pete Lau อดีตผู้บริหารของ Oppo ที่ตัดสินใจลาออกไป (แต่ OnePlus ก็ยังนับว่าเป็นแบรนด์ที่อยู่ภายใต้ BBK Electronics เช่นกัน) โดยโทรศัพท์มือถือแบรนด์ Oneplus สร้างขึ้นบนพื้นฐานของโทรศัพท์มือถือ Oppo แต่จะมีรายละเอียดบางอย่างที่แตกต่างกัน

จุดเด่นของ OnePlus ไม่ได้อยู่ที่การเป็นโทรศัพท์ที่มีกล้อง เสียง คุณภาพดี มีฟีเจอร์ใหม่สร้างความว้าวให้กับผู้ใช้งานเหมือนอย่าง Oppo และ Vivo แต่เป็นแบรนด์ที่เน้นไปที่ฮาร์ดแวร์คุณภาพดี ประสิทธิภาพการทำงานสูง และซอฟแวร์ที่ไม่มีฟีเจอร์รกๆ แต่ให้ประสบการณ์การใช้งานโทรศัพท์มือถือ Android ที่ดีที่สุด จนแทบจะเรียกได้ว่าเป็น Pure Android ก็ได้

สร้างแบรนด์แยก ขายลูกค้าทุกกลุ่ม ปัจจัยความสำเร็จของ BBK Electronics

จากที่กล่าวมาข้างต้น สิ่งที่สามารถเห็นได้ชัดจากรูปแบบการทำธุรกิจของ BBK Electronics แม้เราจะไม่เคยรู้จักชื่อของบริษัทนี้มาก่อน แต่เราต้องเคยได้ยินชื่อ Oppo, Vivo, OnePlus และ Realme อย่างแน่นอน การที่คนทั่วๆ ไป ไม่รู้จักชื่อ BBK Electronics ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เรากลับรู้จักแบรนด์ย่อยทุกแบรนด์ที่เป็นผลงานของบริษัทเดียวกัน

    • Oppo เน้นโทรศัพท์กล้องดี ดีไซน์สวย
    • Vivo เน้นโทรศัพท์เสียงดี ดีไซน์สวย มีฟีเจอร์ว้าวๆ
    • Realme เน้นโทรศัพท์สเป็คดี ราคาไม่แพง
    • OnePlus เน้นโทรศัพท์ฮาร์ดแวร์ดี ประสบการณ์การใช้งานแบบ Pure Android

การที่ทุกแบรนด์ มีจุดเด่น และจุดขายที่ต่างกัน นั่นหมายความว่าแต่ละแบรนด์จะมีลูกค้าเป็นของตัวเอง แต่เมื่อรวมตัวกันภายใต้การดูแลของ BBK Electronics จะทำให้บริษัทเดียวสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทุกกลุ่ม ตั้งแต่กลุ่มลูกค้าที่ต้องการโทรศัพท์มือถือราคาถูกหลักพันบาท ใช้งานได้คุ้มค่า ไปจนถึงโทรศัพท์มือถือตัวท็อปที่มีราคาหลักหมื่น สเป็คดี ตัวเครื่องหรูได้

อย่างไรก็ตามยังมีอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุด ที่แม้ BBK Electronics จะแยกแบรนด์ต่างๆ ออกจากกันตามกลุ่มเป้าหมาย แต่กระบวนการพัฒนาหลังบ้านหลายๆ อย่าง BBK Electronics ได้สร้างจุดแข็งให้ตัวเอง ด้วยการรวมส่วนที่ทำหน้าที่พัฒนาเบื้องหลังเข้าด้วยกัน เป็นการสร้างความได้เปรียบในการพัฒนาเหนือคู่แข่งรายอื่นๆ เรียกได้ว่าพัฒนาครั้งเดียว แต่ใช้จริงได้หลายแบรนด์ครบทุกกลุ่มเป้าหมายนั่นเอง

ข้อมูลอ้างอิงจาก – BBK Electronics, KrAsia, Android Central, Gizchina.it, Android Authority, IDC, Blognone

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post รู้จักบริษัทเจ้าของ Oppo-Vivo: จากผู้ผลิตเครื่องเล่น CD จีน สู่ตัวท็อปแห่งวงการมือถือ first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/bbk-electronic-parent-company-of-oppo-vivo/

ส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟน Nokia โซนยุโรป ลดลงเกิน 50% ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2021

ปัญหาเรื่องการใช้งาน GMS ไม่ได้ของ 2 ผู้ผลิตมือถือยักษ์ใหญ่อย่าง HUAWEI และ Honor ได้เปิดทางให้คู่แข่งอื่น ๆ ในวงการเข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดมือถือในยุโรปมากขึ้น แบรนด์อย่าง OnePlus, Xiaomi, OPPO และ Realme ต่างได้รับส่วนแบ่งตลาดยุโรปเพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาสที่ผ่านมาของปี 2021 อย่างไรก็ตามฝั่ง Nokia ที่คุมบังเหียนโดย HMD Global กลับสวนทางกับแบรนด์อื่น ๆ เพราะเสียส่วนแบ่งตลาดไปเกือบ 50% เลยทีเดียว

Counterpoint Research ได้ออกมารายงานส่วนแบ่งการตลาดมือถือในทวีปยุโรป ช่วงไตรมาสแรกของปี 2021 พบว่าแบรนด์ Nokia มีส่วนแบ่งการตลาดเพียง 2% เท่านั้น ลดลงจากไตรมาสแรกของปี 2020 ไปถึงครึ่งหนึ่ง ซึ่งตอนนี้จะยังไม่มีตัวเลขจำนวนส่งมอบมือถือแบบเป๊ะ ๆ ของปีนี้ออกมา แต่หากเทียบกับช่วงไตรมาสแรกปี 2020 ที่ Nokia ส่งมอบมือถือได้ราว ๆ 1.7 ล้านเครื่อง ก็เลยมีการคาดการณ์ว่าในปี 2021 น่าจะทำยอดส่งมอบในโซนยุโรปได้แค่ราว ๆ 850,000 เครื่องเท่านั้น ซึ่งน่าแปลกใจอยู่เหมือนกันทั้ง ๆ ที่ช่วงนี้ตลาดมือถือเริ่มฟื้นตัวบ้างแล้ว

ส่วนแบ่งการตลาดมือถือในทวีปยุโรปช่วง Q1 2021

ส่วนยอดส่งมอบโดยรวมของมือถือในทวีปยุโรปช่วงไตรมาสแรกของปี 2021 พบว่าโตขึ้นถึง 6% ซึ่งแบรนด์มือถือต่าง ๆ ล้วนแต่มีส่วนแบ่งการตลาดที่สูงขึ้น นำโดยจ่าฝูงอย่าง Samsung ที่มีส่วนแบ่ง 32% ตามมาด้วย Apple 28% และอันดับ 3 คือ Xiaomi 18% (Xiaomi เรียกว่ามาแรงจริง ๆ เพราะโตขึ้นกว่าปีก่อนถึง 73% เลยทีเดียว)

ส่วนอีก 3 แบรนด์ที่น่าสนใจอย่าง OPPO, OnePlus และ realme ถึงแม้จะมียอดส่งมอบโดยรวมไม่ได้สูงมากเมื่อเทียบกับ Top 3 แต่ก็มีอัตราการการเติบโตรายปีเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ OPPO เติบโดขึ้นเกือบเท่าตัวที่ 94% ตามมาด้วย OnePlus ที่ 85% และ realme ที่ส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนในยุโรปเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดถึง 183% เลยทีเดียว

แต่เราก็ยังต้องจับตาดู Nokia กันต่อไปเพราะทางแบรนด์ก็เพิ่งเปิดตัว Nokia 1.4 ไปในช่วง Q1 และจะเริ่มวางขายอย่างเป็นทางการในช่วงกรกฎาคมที่จะถึงนี้…มารอลุ้นกันในช่วงไตรมาสที่ 2 ว่าส่วนแบ่งการตลาดสมาร์ทโฟนในยุโรปของ Nokia จะสามารถกระเตื้องขึ้นมาได้บ้างหรือไม่ครับ

 

Source: NokiaMob Via PhoneArena

from:https://droidsans.com/nokia-lost-50-percent-european-market-share-durring-q1-2021/

รายชื่อมือถือใหม่ผ่าน กสทช. OnePlus 9 Pro, Mi 11 Ultra, Redmi Note 10S, Legion Phone Duel 2 และอื่น ๆ อีกเพียบ [เม.ย 2021]

รายชื่อสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ๆ ที่ผ่านการรับรองจากสำนักงาน กสทช.ประจำเดือนเมษายน 2564 มีรุ่นที่น่าสนใจอยู่พอสมควรเลยทีเดียว ระดับเรือธงมีทั้ง Mi 11 Ultra, OnePlus 9 และ OnePlus 9 Pro ฝั่ง vivo ยังยกทัพมาเยอะเหมือนเคยทั้งหมด 3 รุ่น ส่วน TECNO ค่อนข้างเซอร์ไพรส์เพราะมีมากกว่าใครเพื่อนถึง 4 รุ่นด้วยกัน

หมายเลข ตราอักษร แบบ/รุ่น
B38151-21 OnePlus OnePlus 9 5G
B38156-21 TECNO Spark 7 (KF6j)
B38165-21 NOKIA TA-1342
B38167-21 OnePlus OnePlus 9 Pro 5G
B38168-21 TECNO CG7
B38176-21 TECNO Spark 7 (KF6)
B38178-21 Xiaomi Mi 11 Ultra
B38181-21 Motorola moto g20
B38191-21 TECNO LE7
B38194-21 Redmi Redmi Note 10S
B38195-21 vivo Y52 5G
B38196-21 Lenovo Legion Phone Duel 2
B36012-21 ZTE ZXRAN R9224E M1821
B38198-21 Infinix HOT 10S (X689B)
B38199-21 Infinix HOT10S (X689)
B38201-21 TWZ X10
B38204-21 vivo Y3s
B38208-21 vivo V21

Xioami

Mi 11 Ultra สมาร์ทโฟนแฟล็กชิปดีไซน์โดดเด่นรุ่นล่าสุดจาก Xiaomi ที่มีโมดูลกล้องหลังขนาดมหึมาสุดอลังการ พร้อมด้วยหน้าจอเสริมอเนกประสงค์นำไปประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย ความสามารถการถ่ายภาพอยู่ในระดับท็อปของวงการ การันตีด้วยคะแนนรีวิว 143 แต้ม สูงที่สุดเป็นอันดับ 1 จาก DXOMARK ภายในขับเคลื่อนด้วยชิป Snapdragon 888 นอกจากนี้ยังมีลำโพงสเตอรีโอที่ปรับแต่งโดย harman / kardon อีกด้วย


Mi 11 Ultra

Redmi Note 10S ยังคงคอนเซปต์มือถือสุดคุ้มค่าเอาไว้ได้เป็นอย่างดี ค่าตัวเริ่มต้นเพียงแค่ 15,999 รูปีเท่านั้น แต่ยัดมาให้ทั้งหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.43 นิ้ว ชิป Helio G95 กล้องหลัง 4 ตัว ลำโพงคู่ แถมยังมีคุณสมบัติกันน้ำและฝุ่น IP53 อีกต่างหาก


Redmi Note 10S

OnePlus

มาพร้อมกันแบบแพ็กคู่ สำหรับ OnePlus 9 และ OnePlus 9 Pro ซึ่งชูจุดแข็งด้านการถ่ายภาพเช่นกัน โดยในคราวนี้ได้บริษัทผู้ผลิตกล้องและเลนส์ชื่อดังอย่าง Hasselblad เข้ามาร่วมพัฒนา ช่วยปรับจูนโทนสีให้มีเอกลักษณะเฉพาะตัวไม่ซ้ำแบบใคร ฮาร์ดแวร์และดีไซน์ภายนอกของทั้งสองรุ่นนั้นใกล้เคียงกันมาก ๆ ได้หน้าจอแสดงผลความลึกสี 10-bit เสริมด้วยอัตรารีเฟรช 120Hz ใช้ชิป Snapdragon 888 รองรับเทคโนโลยีชาร์จไวแรงกระฉูด 65W


OnePlus 9 Pro

Motorola

moto g20 พึ่งเปิดตัวที่ต่างประเทศไปหยก ๆ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมานี้เอง (26 เมษายน 2564) ดูเหมือนแฟน ๆ Motorola จะไม่ต้องรอกันนานสำหรับการนำเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทย สมาร์ทโฟนรุ่นนี้มีหน้าขอขนาด 6.5 นิ้ว พาเนล IPS LCD อัตรารีเฟรช 90Hz ใช้ชิป Unisoc T700 กล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียดสูงสุด 48MP พร้อมด้วยแบตเตอรี่ความจุ 5000mAh ราคาน่าจะอยู่ในช่วงประมาณ 5,000 บาท


moto g20

vivo

สำหรับ vivo Y3s นั้นอาจมีฮาร์ดแวร์ที่ใกล้เคียงกับรุ่นที่เผยโฉมในประเทศจีนไปตั้งแต่เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว เป็นสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้นที่มากับหน้าจอขนาด 6.35 นิ้ว ความละเอียด HD+ ใช้ชิป Helio P35 จากค่าย MediaTek พ่วงด้วย RAM 4GB กับแบตเตอรี่ 5000mAh


vivo V21

ในขณะที่ vivo V21 นั้นเป็นอีกรุ่นหนึ่งที่พึ่งเปิดตัวไปแบบสด ๆ ร้อน ๆ ที่ประเทศมาเลเซีย ชูจุดเด่นก้องหน้า Super Night Selfie ความละเอียดสูงปรี๊ด 44MP พร้อมระบบกันสั่น OIS ในตัว บอดี้เพรียวบาง ฝาหลังเลือกใช้วัสดุเป็นกระจกผิวสัมผัสด้าน ส่วนกล้องหลังให้มา 3 ตัว ความละเอียดสูงสุด 64MP ภายในขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง Dimensity 800U ส่วน vivo Y52 5G ยังเป็นปริศนาอยู่ในตอนนี้

Lenovo

ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์เด็ดประจำเดือนนี้ กับภาคต่อของเกมมิ่งสมาร์ทโฟนตัวแรงจาก Lenovo อย่าง Legion Phone Duel 2 อัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์ด้านการเล่นเกม กล้องหน้าแบบป๊อปอัปด้านข้างสุดแปลกแหวกแนว ออกแบบมาสำหรับนักแคสต์เกมโดยเฉพาะ หน้าจอ AMOLED ขนาดใหญ่ 6.92 นิ้ว อัตรารีเฟรช 144Hz ใช้ชิประดับไฮเอนด์ Snapdragon 888 ลำโพงคู่เสียงกระหึ่ม แบตเตอรี่เซลล์คู่ความจุ 5500 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จไว 90W พร้อมด้วยระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว ผสานกับพัดลมคู่ ควบคุมอุณหภูมิได้อยู่หมัด


Legion Phone Duel 2

TECNO ค่อนข้างเซอร์ไพรส์อยู่ไม่น้อย ขนขบวนสมาร์ทโฟนรุ่นมาให้เพียบ ทั้ง Spark 7 (KF6, KF6j), CG7 และ LE7 ทางด้าน Nokia นี่เดายากเหมือนเดิม เพราะบอกเพียงแค่หมายเลขรุ่น TA-1342 อาจเป็นรุ่นใดรุ่นหนึ่งระหว่าง X10, X20, G10, G20, C10 และ C20 ซึ่งเราคงต้องมาลุ้นไปพร้อม ๆ กันครับ

 

ที่มา : กสทช.

from:https://droidsans.com/nbtc-new-phones-apr-2021/

OnePlus เปิดตัว Nord N100 จอสวย แบตอึด ลำโพงคู่ เคาะราคา 5,299 บาท

OnePlus ประเทศไทย ประกาศเปิดตัว Nord N100 จอใหญ่ 6.52 นิ้ว ลื่นไหล 90Hz, แบตอึด 5000mAh ใช้งานได้ข้ามวัน, กล้องหลังจัดเต็ม 3 ตัว ความละเอียดสูงสุด 13MP, ลำโพงคู่เสียงดังกระหึ่ม วางขายแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป มีราคาที่น่าสนใจมาก ๆ เพียงแค่ 5,299 บาทเท่านั้นเอง

Nord N100 ใช้จอภาพชนิด IPS LCD ขนาด ความละเอียด HD+ คมชัดสวยงาม สีสดบาดใจ ปิดทับด้วยกระจก Gorilla Glass 3 จาก Corning รับประกันเรื่องความแข็งแกร่ง จุดเด่นที่สุดคงหนีไม่พ้นอัตรารีเฟรช 90Hz ตามที่กล่าวไปแล้วข้างต้น ช่วยเพิ่มประสบการณ์ที่ดีในการใช้งาน ไถโซเชี่ยลได้เพลิน ๆ ไม่รู้สึกขัดใจ

กล้องหลัก 13MP รองรับการซูมดิจิทัลสูงสุด 6 เท่า ถ่ายวิดีโอได้ที่ระดับ 1080p ที่ 30fps พร้อมด้วยระบบ EIS ช่วยลดการสั่นไหว กล้องที่เหลืออีก 2 ตัว ประกอบด้วยกล้องมาโครกับกล้องจับความลึก ความละเอียด 2MP เท่ากันทั้งคู่

โหมดโปรสามารถลากความเร็วชัตเตอร์ได้ตั้งแต่ 1/8000 วินาที ไปจนถึง 32 วินาที มีช่วง ISO ตั้งแต่ 100 ไปจนถึง 6400 นอกจากนี้ยังมีฟิลเตอร์สวย ๆ มาให้ใช้งานมากถึง 16 รูปแบบ แค่แชะภาพออกมาก็สวยฟริ้งทันที

OnePlus เลือกใช้ Snapdragon 460 เป็นหน่วยประมวลผลสำหรับ Nord N100 ผสานการทำงานร่วมกับ RAM 4GB และ ROM 64GB ใส่ microSD card ใส่ microSD card เพิ่มได้อีกสูงสุด 256GB ส่วนแบตเตอรี่ยัดมาให้ 5000mAh แบบจุก ๆ กันไปเลย

สเปค OnePlus Nord N100

  • จอภาพ :
    – IPS LCD ขนาด 6.52 นิ้ว
    – ความละเอียด HD+
    – อัตรารีเฟรช 90Hz
    – กระจก Corning Gorilla Glass 3
  • ชิป : Qualcomm Snapdragon 460
  • หน่วยความจำ : RAM 4GB LPDDR4x + ROM 64GB UFS 2.1, รองรับ microSD card สูงสุด 256GB
  • กล้องหลัง :
    – กล้องหลัก 13MP (ƒ/2.2), ซูมดิจิทัลสูงสุด 6 เท่า, ระบบกันสั่น EIS
    – กล้องมาโคร 2MP (ƒ/2.4)
    – กล้องโบเก้ 2MP (ƒ/2.4)
    – ถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุด 1080p ที่ 30fps
  • กล้องหน้า :
    – 8MP (ƒ/2.0)
    – ถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุด 1080p ที่ 30fps
  • เสียง : ลำโพงสเตอรีโอ
  • เครือข่าย : GSM / CDMA / HSPA / LTE
  • การเชื่อมต่อ :
    –  Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac
    – Bluetooth 5
    – GPS, GLONASS, BeiDou, A-GPS, Galileo
    – USB Type-C
    – แจ็กเสียง 3.5 มม.
  • เซนเซอร์ : Fingerprint, accelerometer, electronic compass, gyroscope, ambient light, proximit, SAR
  • แบตเตอรี่ : 5000mAh, รองรับชาร์จไว 18W
  • ระบบปฏิบัติการ Android 10 อัปเดตได้ถึง Android 11
  • ขนาด : 164.9 × 75.1 × 8.49 มม.
  • น้ำหนัก : 188 กรัม
  • สี : น้ำเงินหมอก Midnight Frost

Nord N100 เคาะราคาออกมาที่ 5,299 บาท หาซื้อกันได้แล้ววันนี้ตามร้านค้าชั้นนำทั่วไปทั้งออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือต่าง ๆ ด้วย และ OnePlus ใจดี แถมลำโพงบลูทูธให้ไปด้วยอีก 1 ชิ้น มูลค่า 399 บาท ~

 

ที่มา : อีเมลประชาสัมพันธ์

from:https://droidsans.com/oneplus-nord-n100-specs-price/

OnePlus Nord N100 สมาร์ทโฟนราคาเข้าถึงได้ จอใหญ่ แบตอึดข้ามวัน วางจำหน่ายแล้ววันนี้เพียง 5,299 บาท

OnePlus แบรนด์สมาร์ทโฟนระดับเรือธงสุดพรีเมียม ประกาศวางจำหน่าย OnePlus Nord N100 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดในราคาเข้าถึงได้ อย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ ที่ราคา 5,299 บาท

OnePlus Nord N100 มากับสโลแกน ‘สมาร์ทโฟนรุ่นเด็ด จอใหญ่ จอลื่น แบตอึดข้ามวัน’ ด้วยหน้าจอที่ขนาดใหญ่ถึง 6.52 นิ้ว เต็มตา เต็มอารมณ์ พร้อมเทคโนโลยีหน้าจอรีเฟรชเรท 90Hz มอบประสบการณ์สุดลื่นไหล Fast & Smooth ดูอะไรก็เพลิน สนุกสุดๆ ไม่มีสะดุด กล้องถ่ายภาพเลนส์หลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพสวยปังทุกช็อต เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ถ่ายใกล้ ภาพชัดทุกรายละเอียด ถ่ายภาพหน้าชัดหลังละลายด้วยเลนส์ Bokeh ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล และโหมดกันสั่น EIS ตอบโจทย์ทุกการใช้งานทั่วไปได้เป็นอย่างดีด้วยชิปประมวลผล Snapdragon 460 พร้อม RAM 4GB และหน่วยความจำ 64GB สามารถเพิ่ม Micro SD card สูงสุดถึง 256GB ใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องข้ามวันด้วยแบตเตอรี่ 5,000 มิลลิแอมป์ พร้อมรองรับการชาร์จเร็ว 18W ในดีไซน์สีสันน้ำค้างยามราตรี Midnight Frost

OnePlus Nord N100 เปิดให้เป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศพร้อมรับฟรี! ของแถมสุดพิเศษลำโพง Bluetooth Speaker มูลค่า 399 บาท ที่ช่องทางจำหน่ายผู้ให้บริการเครือข่ายทั้ง AIS, DTAC และ Truemove H รวมทั้ง BaNANA IT, Jaymart, , TG FONE ที่ร่วมรายการทั่วประเทศและ OnePlus Experience Zone by TG FONE ตลอดจนช่องทางออนไลน์ได้ที่

LAZADA >>>  https://bit.ly/32vhlrk

Shopee >>> https://bit.ly/2RKtd6K

Thisshop >>>  https://bit.ly/3eiFg2M

ข่าว: OnePlus Nord N100 สมาร์ทโฟนราคาเข้าถึงได้ จอใหญ่ แบตอึดข้ามวัน วางจำหน่ายแล้ววันนี้เพียง 5,299 บาท มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/oneplus-nord-n100-launch-sale-now/

เจาะสเปค Sony IMX789 เซ็นเซอร์กล้องหลักของ OnePlus 9 Pro

รอบนี้ดูเหมือนว่า OnePlus จะคาดหวังให้เรือธงตัวล่าสุดของพวกเขาอย่าง OnePlus 9 Pro เฉิดฉายในเรื่องของการถ่ายภาพมาก ๆ เพราะนอกจากจะไปจับมือร่วมกับ Hasselbald แบรนด์กล้องชื่อดังจากสวีเดนแล้ว เซ็นเซอร์หลักของ OnePlus 9 Pro ยังใช้เป็น IMX789 ความละเอียด 48MP ที่พวกเขาเคลมว่าได้รับการปรับแต่ง Customise จาก Sony มาอย่างดี

เซ็นเซอร์ IMX789 ของ Sony ที่พบได้ใน OnePlus 9 Pro มีขนาดอยู่ที่ 1/1.35 นิ้ว ใหญ่กว่าตัวที่ใช้ใน OnePlus 8 Pro, OnePlus 7 Pro และ OnePlus 6 อยู่พอสมควร ความละเอียดสูงสุด 52MP ใช้ดีไซน์แบบ Quad Bayer โดยเลือกใช้ Aspect Ratio แบบ 16:11 ไม่เหมือนใคร ขนาดพิกเซลอยู่ที่ 2.24 μm

แม้ว่าหน้าสเปคจะบอกชัดเจนว่า IMX789 มีจำนวนพิกเซลอยู่ที่ 52MP และขนาด 1/1.35 นิ้ว แต่พอเอาไปใช้ถ่ายรูปจริง ๆ ความละเอียดจะเหลือแค่ 48MP และไซส์เซ็นเซอร์จะลดลงเล็กน้อยเหลือ 1/1.43 นิ้วเท่านั้น โดย Aspect Ratio ก็จะปรับมาใช้เป็นแบบ 4:3 ปกติ ส่วนการถ่ายวิดิโอ 4K ที่ 120 FPS ทางเซ็นเซอร์ก็จะปรับไปใช้อัตราส่วนแบบ 16:9 เพื่อที่จะให้ภาพที่ได้ออกมามีมุมกว้างที่สุด

นอกจากนี้ เซ็นเซอร์ IMX789 ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์การถ่ายภาพแบบล้ำ ๆ มากมาย อาทิ

  • 2×2 OCL ที่จะเข้ามาทำให้แต่ละพิกเซลที่อยู่บนเซ็นเซอร์ทำหน้าที่ช่วยกันโฟกัสไปที่วัตถุที่ต้องการ โดยฟีเจอร์นี้บวกกับประสิทธิภาพของ Laser Focus ทำให้ OnePlus 9 Pro ถือเป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนที่โฟกัสภาพได้ไวแบบสุด ๆ
  • ถ่าย 12-bit RAW ที่สามารถเก็บสีได้กว่า 6.87 หมื่นล้านสี มากกว่า 10-bit RAW ทั่วไปถึง 64 เท่า
  • มีค่า FWC (Full Well Capacity) ที่สูง และ RN (Read Noise) ที่น้อยกว่าเซ็นเซอร์รุ่นก่อน ๆ ซึ่งแปลง่าย ๆ ว่า เซ็นเซอร์ IMX789 นี้ สามารถถ่ายภาพออกมาได้เคลียร์ ชัด และมี Dynamic Range ที่สูงกว่าเซ็นเซอร์ในอดีตนั่นเอง
  • 4K 120 FPS พร้อมกับฟีเจอร์ PDAF 
  • DOL-HDR (Digital Overlap High Dynamic Range) เปิดรับแสง สั้น กลาง และยาวในคราวเดียว จากนั้นค่อยมาประมวลผลรวมเป็น 1 รูป ทำให้ภาพที่ได้มีความละเอียดสูง แม้จะถ่ายในที่มืดก็ตาม (อ่านเพิ่มเติม)

ฮาร์ดแวร์เยี่ยมแล้ว ซอฟต์แวร์ก็ต้องดีตามด้วย

จากที่กล่าวไปข้างต้น จะเห็นว่าเซ็นเซอร์ IMX789 ของ Sony นั้น แทบจะเป็นหนึ่งในเซ็นเซอร์ตัวท็อป ๆ ของตลาดสมาร์ทโฟนปัจจุบัน ณ ขณะนี้เลยก็ว่าได้ แต่…แน่นอนว่าฮาร์ดแวร์ดีแล้ว ซอฟต์แวร์ก็ต้องดีตามด้วยเหมือนกัน ซึ่งนั่นเองก็เป็นสาเหตุที่ OnePlus ตัดสินใจไปจับมือกับ Hasselblad ช่วยกันจูนสีของเซ็นเซอร์ให้มีความเหมือนจริงกับที่สายตาเห็นให้ได้มากที่สุด

สุดท้ายนี้ ทาง OnePlus เผยว่า พวกเขายังหาทางที่จะรีดประสิทธิภาพของเซ็นเซอร์ IMX789 บน OnePlus 9 Pro ออกมาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งในอนาคตข้างหน้า พวกเขาจะค่อย ๆ ปล่อยอัปเดตตีบวกความโหดของกล้องออกมาเรื่อย ๆ

 

ที่มา: OnePlus

 

from:https://droidsans.com/sony-imx-789-main-sensor-oneplus-9-pro-specs/

แนะนำ Sony IMX789 เซ็นเซอร์กล้องขนาด 1/1.35 นิ้ว รุ่นคัสตอมที่สร้างมาเพื่อ OnePlus 9

จุดเด่นของ OnePlus 9 นอกจากเทคโนโลยีกล้อง Hasselblad ที่ช่วยให้สีที่เป็นธรรมชาติขึ้นกับภาพจากกล้องอัลตร้าไวด์ที่ขอบภาพไม่บิดเบี้ยวแล้ว OnePlus ยังพูดถึงอีกองค์ประกอบของกล้องที่สำคัญไม่แพ้กัน คือเซ็นเซอร์ภาพ Sony IMX789 รุ่นคัสตอมที่ OnePlus ทำร่วมกับ Sony เป็นเวลากว่า 2 ปี เพื่อให้ได้เซ็นเซอร์กล้องที่สร้างมาเป็นพิเศษเพื่อมือถือซีรีส์ OnePlus 9

Sony IMX789 เป็นเซ็นเซอร์ขนาด ขนาด 1/1.35 นิ้ว ใหญ่ขึ้นพอสมควรเมื่อเทียบกับ Sony IMX586 ขนาด 1/2 นิ้ว บน OnePlus 8T Pro และมีจำนวนพิกเซลอยู่ที่ 52 ล้านพิกเซล บนดีไซน์แบบ Quad Bayer หรือ 4 พิกเซลที่สามารถถ่ายภาพได้ 2 ค่าการเปิดรับแสง (exposure) พร้อมกัน ทำให้ได้ภาพ HDR ที่มีคุณภาพดีขึ้น และลด ghosting หรือเงาของภาพที่เกิดจากการขยับวัตถุ และยังสามารถรวม 4 พิกเซลเป็น 1 พิกเซล (pixel binning) เพื่อถ่ายภาพในที่ที่มีแสงน้อยได้เท่ากับพิกเซลที่มีขนาด 2.24 μm

ตัวเซ็นเซอร์มีอัตราส่วนรวมอยู่ที่ 16:11 แต่จะแบ่งใช้เป็นแบบ 4:3 สำหรับถ่ายภาพนิ่ง และ 16:9 สำหรับถ่ายวิดีโอ 4K 120FPS นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี 2×2 OCL (On-Chip Lens) ที่ทำงานร่วมกับ Laser Autofocus ช่วยเพิ่มความเร็วในการหาระยะโฟกัสของกล้อง

No Description

IMX789 ยังมีความสามารถในการถ่ายภาพ RAW แบบ 12 bit ที่เก็บสีได้ถึง 68.7 พันล้านสี มี FWC (Full Well Capacity) หรือจำนวนประจุต่อเต็มที่ต่อพิกเซลสูงขึ้น ช่วยลดอาการ bloom เมื่อถ่ายภาพที่มีแสงมาก มี RN (Read Noise) ต่ำ ลด noise เมื่อถ่ายภาพแสงน้อย มี DOL-HDR หรือ Digital Overlap High Dynamic Range ระบบซ้อนทับภาพต่าง exposure เพื่อลด artifacts และทำให้คุณภาพของ HDR โดยรวมดีขึ้น

No Description

OnePlus ยังระบุเพิ่มเติมว่าแค่ฮาร์ดแวร์อย่างเดียวคงไม่เพียงพอ แต่ระบบกล้องสมาร์ทโฟนที่ดีในปัจจุบันจะต้องเป็นการผสานระหว่างฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ซึ่งจะทยอยออกอัพเดตที่ปรับปรุงและพัฒนาประสิทธิภาพของกล้องต่อไปในอนาคต

อย่างไรก็ตาม แม้ OnePlus 9 และ 9 Pro จะใช้เซ็นเซอร์หลักเป็น Sony IMX789 รุ่นนี้เหมือนกัน และดูเผินๆ เหมือนจะต่างกันแค่กล้องเทเลโฟโต้ที่เพิ่มมาใน 9 Pro แต่จริงๆ แล้ว OnePlus 9 ถูกตัดระบบกันสั่นแบบออปติคัล (OIS) ที่เคยมีใน OnePlus 8T ออก เหลือเพียงกันสั่นแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EIS) เท่านั้น

OnePlus 9 รุ่นธรรมดา จึงถ่ายภาพหรือวิดีในที่ที่มีแสงน้อยได้แย่กว่า OnePlus 9 Pro ซึ่งการตัด OIS ออกนี้ อาจเป็นการลดต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากเซ็นเซอร์ใหม่และกล้อง Hasselblad ซึ่งก็คงกลายมาเป็นอีกปัจจัยที่ผู้ใช้ต้องพิจารณาว่าจะเลือกซื้อ OnePlus 9 หรือ 9 Pro ดี

ที่มา – OnePlus Forum

from:https://www.blognone.com/node/122256

เปิดตัว OnePlus Nord LE สมาร์ตโฟนที่ใครก็ซื้อไม่ได้

เมื่อปีที่ผ่านมา OnePlus ได้กระโดดเข้าสู่ตลาดสมาร์ตโฟนระดับกลางด้วยการเปิดตัว OnePlus Nord ที่ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล Snapdragon 765G โดยวันนี้บริษัทได้เปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นพิเศษ OnePlus Nord LE ที่ไม่มีใครสามารถซื้อได้เหมือนปกติครับ

OnePlus Nord SE มีรูปร่างหน้าตาและสเปกที่เหมือนกับ OnePlus Nord รุ่นปกติ นั่นหมายความว่า OnePlus Nord LE จะใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 765G, หน้าจอ AMOLED 90Hz กล้องหลังทั้งหมด 4 ตัว โดยมีกล้องหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล แบตเตอรีความจุ 4,115 mAh รองรับชาร์จไว 30W แต่รุ่นนี้จะมาพร้อมกับสีพิเศษที่แตกต่างจาก OnePlus Nord รุ่นปกติครับ

OnePlus Nord มีทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Blue Marble, Gray Onyx และ Gray Ash ซึ่งเป้นสีโทนเดียว ไม่มีลูกเล่นอะไรแปลก ๆ ในขณะที่ OnePlus Nord LE นั้นจะใช้การไล่เฉดสี สีส้ม-สีเขียว แทน

คราวนี้มาถึงเรื่องการครอบครอง OnePlus Nord สำหรับสมาร์ตโฟนรุ่นนี้นั้นเราไม่สามารถซื้อได้แบบปกติเหมือนที่แล้ว ๆ มา โดย LE นั้นย่อมาจาก Literally Only One Edition หรือเป็นสมาร์ตโฟนที่ OnePlus ทำออกมาเพียงเครื่องเดียวในโลก ซึ่ง OnePlus ไม่ได้ทำมาขาย แต่ทำมาแจกโดยการเข้าแข่งขันกับทาง OnePlus ตามรายละเอียดด้านล่างนี้เลยครับ

ข่าว: เปิดตัว OnePlus Nord LE สมาร์ตโฟนที่ใครก็ซื้อไม่ได้ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/oneplus-nord-le-unveiled/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=oneplus-nord-le-unveiled

เปิดตัว OnePlus Nord LE มีเครื่องเดียวในโลก ! เตรียมแจกฟรีให้แฟน ๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรม

OnePlus ประกาศเปิดตัว Nord LE สมาร์ทโฟนสุดพิเศษ “ผลิตเพียงเครื่องเดียวในโลก” ไม่มีราคา เพราะทำมาเพื่อแจกให้แก่ผู้โชคดีที่เข้าร่วมกิจกรรมกันแบบฟรี ๆ โดยเฉพาะ มาพร้อมจอภาพ Fluid AMOLED ขนาด 6.44 นิ้ว อัตรารีเฟรช 90Hz ขับเคลื่อนด้วยชิป Snapdragon 765G มีแบตเตอรี่ความจุ 4115mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จไว Warp Charge 30T

OnePlus กล่าวว่า ตัวอักษร “LE” นั้นย่อมาจากคำว่า “Literally Only One Edition” ความหมายตรงตัว คือ มีหนึ่งเดียวในโลกอย่างแท้จริง อธิบายง่าย ๆ Nord LE นั้นเปรียบได้กับเหล้าเก่าในขวดใหม่ เพราะทั้งรูปร่างภายนอกไปจนถึงไส้ใน ไม่มีความแตกต่างอะไรไปจาก Nord ที่วางจำหน่ายอยู่ ณ ปัจจุบันเลย

แล้วสิ่งที่ทำให้ Nord LE เกิดความพิเศษนั้นอยู่ตรงไหน ? คำตอบ คือ “สี” และ “ผิวสัมผัส” …อย่างที่ทราบกันดีว่า Nord เผยโฉมมาด้วยกัน 2 สี ได้แก่ ฟ้าและเทา เป็นกระจกผิวมันเหมือนกันทั้งคู่ แต่ Nord LE มาพร้อมกับสีใหม่ ไล่โทนตั้งแต่ส้มยันเขียว ขึ้นอยู่กับมุมที่แสงตกกระทบ (แต่ดูจากในภาพแล้ว เหมือนเป็นเหลืองกับฟ้าเสียมากกว่า) อีกทั้งยังมีการเปลี่ยนผิวสัมผัสเป็นแบบด้าน ให้ความรู้สึกเรียบเนียนและหรูหรา

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า OnePlus ผลิต Nord LE ขึ้นมาเพื่อแจกให้แฟน ๆ ฟรี ๆ ไม่มีค่าใช้จ่าย โดยมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้

  • ติดตามบัญชี @oneplus.nord บนอินสตาแกรม
  • ถ่ายและโพสต์ภาพสมาร์ทโฟนที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบันลงบนอินสตาแกรมของตัวเอง จากนั้นให้เขียนแคปชั่น อธิบายถึงเหตุผลว่า ทำไมจึงอยากเปลี่ยนมาใช้ Nord พร้อมใส่แฮชแท็ก #SwitchToNord

อยากเพื่อน ๆ คนไหนสนใจก็เข้าไปร่วมสนุกกันได้นะครับ น่าจะเปิดให้เข้าร่วมทั่วโลก เพราะ OnePlus ไม่ได้มีการระบุเงื่อนไขใด ๆ เพิ่มเติมนอกเหนือจากนี้เลย

 

ที่มา : OnePlus

from:https://droidsans.com/oneplus-nord-le-literally-only-one-edition/