คลังเก็บป้ายกำกับ: OCULUS

Google ออกแอพ YouTube VR ใช้ได้กับ Oculus Go แล้ว

หลังจาก Oculus Go แว่น VR สำหรับผู้ใช้ทั่วไปวางขายไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุด Google ปล่อยแอพ YouTube VR ที่สามารถใช้งานร่วมกับ Oculus Go ได้แล้ว

ลักษณะของแอพ YouTube VR ใน Oculus Go ไม่แตกต่างจากเวอร์ชั่นที่ใช้ร่วมกับ DayDream View, Samsung Gear VR หรือ Sony PlayStation VR รองรับทั้งการชมวิดีโอแบบ 360 องศาและวิดีโอธรรมดา แต่ชมในโหมดโรงภาพยนตร์ (Theater Mode)

นอกจากนี้ยังมาพร้อมฟีเจอร์ด้านโซเชียล สามารถดูวิดิโอเดียวกับเพื่อนที่ใส่ headset เหมือนกันได้

ที่มา : The Verge, ภาพจาก Oculus

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/106397

Advertisements

[ข่าวลือ] Oculus อาจเปิดตัวแว่น Rift S ตัวใหม่ที่เป็นอัพเกรดย่อย แทน Rift 2 ที่ถูกยกเลิก

จากข่าว Brendan Iribe ผู้ร่วมก่อตั้ง Oculus ประกาศลาออก เหตุ Facebook ยกเลิกโครงการ Rift 2

เว็บไซต์ TechCrunch อ้างข้อมูลวงใน อธิบายโครงการ Rift 2 ว่ามีโค้ดเนมภายในบริษัท Caspar เป็นการออกแบบแว่นตา Rift ตัวเดิมใหม่ทั้งหมด (complete redesign)

ปัญหาเกิดจากมุมมองของผู้บริหารฝั่ง Facebook ที่อยากให้แว่น Rift ไม่ต้องผูกติดกับพีซีอีกต่อไป เข้าถึงได้ง่ายขึ้น (ลักษณะเดียวกับแว่น Oculus Go หรือ Oculus Quest) แต่ Iribe กลับมองว่าการไม่ใช้พีซีประมวลผล ทำให้ประสบการณ์ใช้งานไม่ดี และมองว่า Facebook สนใจแต่ฐานผู้ใช้ระยะสั้น โดยแลกกับประสิทธิภาพที่ลดลง

หลังการลาออกของ Iribe พร้อมกับโครงการ Rift 2 ที่ถูกยกเลิก ทำให้บริษัท Oculus ตัดสินใจสร้างแว่นตัวใหม่ที่เรียกกันเล่นๆ ว่า Rift S ซึ่งเปลี่ยนแปลงจาก Rift ตัวแรกไม่มากขนาด Rift 2 และเป็นการอัพเกรดสเปกหน้าจอ รวมถึงไม่จำเป็นต้องใช้เซ็นเซอร์ภายนอก (external tracking) อีกแล้ว เพราะใช้เทคโนโลยีเซ็นเซอร์ภายในแว่นเลย แบบเดียวกับ Oculus Quest

แว่นตัวใหม่ Oculus Rift S อาจเปิดตัวในปีหน้า 2019 เป็นอย่างเร็ว

ที่มา – TechCrunch

No Description

from:https://www.blognone.com/node/106193

Brendan Iribe ผู้ร่วมก่อตั้ง Oculus ประกาศลาออก เหตุ Facebook ยกเลิกโครงการ Rift 2

Brendan Iribe ผู้ร่วมก่อตั้ง Oculus ที่ปัจจุบันเป็นบริษัทในเครือ Facebook ประกาศลาออกจาก Facebook โดยเขาให้เหตุผลว่า เป็นการหยุดพักผ่อน หลังจากทำงานมาตลอด 20 ปี และเพื่อก้าวไปสู่สิ่งใหม่ ๆ

TechCrunch รายงานว่า เหตุผลแท้จริงที่ Iribe ลาออกก็คือ Facebook ได้มีการปรับโครงสร้างองค์กรในส่วนของ VR และสิ่งที่ทำให้เขาตัดสินใจลาออกก็คือการยกเลิกโครงการ Rift 2 ที่เขาเป็นหัวหน้าทีมอยู่

เมื่อปีที่แล้ว Palmer Luckey ผู้ร่วมก่อตั้ง Oculus อีกคนได้ลาออกไปก่อนหน้า แต่สิ่งที่น่าสนใจคือการลาออกของ Iribe ทำให้เขากลายเป็นอีกหนึ่งในผู้บริหารของปีนี้ ในบรรดาบริษัทที่ Facebook ซื้อกิจการ ที่ตัดสินใจลาออก ต่อจาก Jan Koum (WhatsApp) และ Kevin Systrom กับ Mike Krieger (Instagram)

ที่มา: TechCrunch

alt="Brendan Iribe"

from:https://www.blognone.com/node/106005

VR Headset – Oculus Quest ไร้สายประสิทธิภาพสูงหมดปัญหาเรื่องสายไฟพันเกะกะ ในราคาเบาๆ 13,000 บาท

VR Headset ที่วางจำหน่ายออกมาในยุคนี้นอกจากจะให้ภาพที่สมจริงเหมือนหลุดเข้าไปข้างในแล้วแต่มันก็ยังมีข้อด้อยที่ยังแก้ไม่หายนั่นคืออุปกรณ์จำพวกนี้มีสายไฟสำหรับเชื่อมต่อกับ PC ซึ่งเป็นข้อจำกัดมากเวลาใช้งานเพราะทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อิสระแถมยังเสี่ยงอุบัติเหตุจากสายไฟพันแข้งขา

ถึงแม้ว่าผู้ผลิตจะปล่อยแว่น VR ที่เคลื่อนไหวสะดวกอย่าง Oculus Go ที่ใช้กับมือถือแต่ถ้าว่ากันในเรื่องประสิทธิภาพก็ยังด้อยกว่าอยู่ดีแต่ล่าสุดทาง Oculus ก็ได้พัฒนาแว่น VR โฉมใหม่ในชื่อว่า Oculus Quest กับจุดเด่นที่เป็นแว่นเสมือนจริงไร้สายและให้ประสิทธิภาพสูง

Oculus Quest จะมีส่วนผสมของ Oculus Go และ Oculus Rift ซึ่งภายนอกจะมีรูปร่างเหมือนกับแว่น VR ปกติเพียงแค่ไม่มีสายสำหรับเชื่อมต่อภายนอกแต่มันจะใส่เทคโนโลยี “Insight” เซ็นเซอร์การติดตามอยู่ข้างในโดยจะมีเซ็นเซอร์ 4 ตัวติดตั้งบริเวณมุมด้านหน้าเพื่อทำการคำนวณอัลกอริธึมติดตามตำแหน่งแบบ Real-Time

ดังนั้นแล้วแว่น VR ใหม่รุ่นนี้จะให้อิสระเคลื่อนไหวเต็มที่ได้ถึง 6 มิติ (เดินหน้า/ถอยหลัง , ซ้าย/ขวา , ขึ้น/ลง) โดยไม่จำเป็นต้องมีเซ็นเซอร์ภายนอกเข้าช่วยเลย

ส่วนเทคโนโลยี Insight นี้ได้ถูกพัฒนาเป็นเวลา 2 ปีที่จากเดิมมันคือ Project Santa Cruz ในปี 2016 จนกระทั่งปี 2018 เทคโนโลยีนี้จะพัฒนามากขึ้นแค่ไหนลองมาดูกันด้วยการทดสอบผ่านเกม Superhot VR , Dead and Buried และ Project Tennis Scramble ซึ่งเป็นแนวเกมที่มีความแตกต่างกัน

ก่อนที่อื่นเราลองมาดูสัมผัสแรกที่ได้ใส่อุปกรณ์ตัวนี้กันก่อนสิ่งที่รู้สึกได้เลยก็คือความสบายในการสวมใส่แม้ว่ามันจะมีสายรัดศรีษะทั้งจากด้านข้างกับด้านบนให้ฟีลลิ่งเหมือนตัว Rift ก็ตามแต่เมื่อสวมใส่ดูแล้วก็พบว่า Oculus Quest เป็นหนึ่งในแว่น VR ที่ใส่สบายที่สุด

ส่วนทางด้านคอนโทรลเลอร์ก็ให้ฟีลลิ่งเหมือนกับจอยของ Oculus Rift รวมถึงปุ่มกดต่าง ๆ เช่นปุ่ม X , Y ปุ่ม Home ก็จะเหมือนกันแต่สิ่งที่แตกต่างคือดีไซน์ของตัวเซ็นเซอร์ทรงกลมปกติแล้วจอยของ Rift จะอยู่ด้านล่างขณะที่จอยของ Quest จะอยู่ด้านบนแทนแต่ถึงอย่างนั้นความสะดวกในการเล่นก็ยังเหมือนเดิม

เรื่องของเสียงนั้นตัว Oculus Quest จะเหมือนกับ Oculus Go มันจะมีระบบเสียงในตัวบริเวณที่คาดศรีษะด้านข้างจะส่งเสียงส่งตรงถึงหูก็ให้ความรู้สึกโล่งที่ไม่ต้องมีหูฟังครอบแต่เสียงที่ได้ก็ให้ความกังวาลดังรอบทิศทางเมื่อเดินไปต่อยหรือยิงศัตรูในเกมมันช่วยเพิ่มความตื่นตัวให้ระแวดระวังตลอดเวลา

ข้อดีของการเป็นแว่น VR ไร้สายก็ทำให้เราสามารถสนุกกับเกมที่เล่นได้เต็มที่โดยไม่ต้องกังวลว่าสายไฟจะพันขาในเกม Dead and Buried ก็สามารถเดินหลบกระสุนหรือหลีกเลี่ยงการชนกับเพื่อนได้ถ้าเล่นกันเป็นทีมหรือเกม Project Tennis Scramble เป็นเกมเทนนิสที่ให้ผู้เล่นเหวี่ยงแขนได้อย่างสบายใจสามารถเล่นได้แม้แต่ในห้องขนาดเล็ก

งานภาพที่แสดงผลออกมาตัวแว่นจะใช้จอความละเอียด 1600×1440 ซึ่งภาพที่ได้รับคือมีสีสันสดใสและคมกริบเพียงแต่ว่าในส่วนของเชดเดอร์ยังไม่มีรายละเอียดที่คมชัดมากพอสมควร

ถึงประสิทธิภาพของมันจะอยู่ในเกณฑ์ที่ดีบวกกับให้อิสระคล่องตัวมากขึ้นแต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือแบตเตอรี่การใช้งานที่ดูเหมือนว่าจะน้อยเพราะสังเกตได้จากการทดสอบเดโมเกมเสร็จทีมงานก็จะสับเปลี่ยนอุปกรณ์เพื่อชาร์จไฟแต่อย่างไรก็ตามโชคร้ายที่ทางผู้ให้ทดสอบอุปกรณ์ไม่ได้บอกว่ามันมีอายุการใช้งานมากน้อยแต่ไหนจากการประมาณแล้วคงไม่ยาวนานนัก

ภาพรวมของ Oculus Quest ก็ถือว่าให้ความรู้สึกเดียวกับการเล่น Oculus Rift แต่ว่าไม่มีสายไฟเชื่อมต่อภายนอกให้เกะกะงานภาพกับเสียงอยู่ในระดับที่ใช้งานได้ดีมีจุดเด่นที่ความคล่องตัวในการใช้งานแต่ถ้าเทียบกันแล้วมันอาจจะด้อยกว่า Rift อยู่บ้างแต่มันก็ถือว่าเป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่ชอบเล่นเกม VR แบบไม่มีสายไฟให้พันกันรุงรัง

Oculus Quest จะพร้อมวางจำหน่ายในปี 2019 สนนราคาที่ $400 (64GB Version) หรือคร่าว ๆ ก็ประมาณ 13,000 บาท (ราคานี้มีทั้งแว่นและคอนโทรลเลอร์มาให้ด้วย)

ที่มา: Engadget

from:https://notebookspec.com/oculus-quest-vr-device-without-wire-hands-on/456895/

Oculus Quest เปิดตัวแล้ว แว่น VR ไร้สายเกะกะ แต่พลังสูงใกล้เคียงพีซี ราคา 399 ดอลลาร์

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ข้อจำกัดของแว่น VR คือจำเป็นต้องพึ่งพาพีซีในการประมวลผล ทำให้ต้องเสียบสายตลอดเวลา ขาดอิสระในการเคลื่อนไหว ครั้นจะไปใช้แนวทางประมวลผลผ่านมือถือ (เช่น Gear VR) ก็ต้องแลกความคล่องตัวกับสมรรถนะที่ลดลงเมื่อเทียบกับการใช้พีซี

Oculus ในฐานะผู้บุกเบิกวงการ VR ยุคใหม่ก็รับทราบปัญหานี้เป็นอย่างดี แม้ออก Oculus Go มาคั่นเวลา แต่แท้จริงแล้ว ไส้ในของมันคือ Snapdragon 821/Android ซึ่งมีพลังเท่ากับมือถือทั่วไปอยู่ดี

อย่างไรก็ตาม Oculus ยังมีโครงการ VR ไร้สายสมรรถนะสูงพัฒนาอยู่ ก่อนหน้านี้เรารู้จักมันในชื่อ Project Santa Cruz และวันนี้มันเปิดตัวอย่างเป็นทางการในชื่อ Oculus Quest

No Description

จุดเด่นของ Oculus Quest คือการรวมข้อเด่นของแว่น VR ทั้งสองแนวทางเข้าด้วยกัน นั่นคือไร้สายใดๆ มีระบบ internal tracking ไม่ต้องใช้เซ็นเซอร์ภายนอกช่วยติดตามตำแหน่ง ช่วยให้ผู้เล่นมีอิสระในการเคลื่อนไหวอย่างสมบูรณ์ ในขณะเดียวกันก็มีพลังประมวลผลใกล้เคียงกับพีซี สามารถเล่นเกมของ Oculus Rift ได้อย่างไม่มีปัญหา โดย Oculus บอกว่าจะมีเกมให้เล่นในช่วงเปิดตัวประมาณ 50 เกม

สเปกของ Oculus Quest เท่าที่เปิดเผยคือ ใช้หน้าจอความละเอียด 1600×1440 ต่อข้าง และใช้เลนส์ตัวเดียวกับ Oculus Go, มีระบบเสียงในตัวที่สายคาดศีรษะ (แบบเดียวกับ Oculus Go) แต่พัฒนาคุณภาพเสียงให้ดีขึ้น, ความจุ 64GB แต่ยังไม่มีข้อมูลของหน่วยประมวลผล แรม และแบตเตอรี่

ตัวเซ็นเซอร์ของ Quest มีชื่อเรียกว่า Oculus Insight ใช้เซ็นเซอร์ 4 ตัวติดที่มุมของแว่น เพื่อวัดตำแหน่งของแว่นและผู้เล่นจากสภาพแวดล้อมรอบตัว ทำให้สามารถเคลื่อนไหวได้ใน 6 มิติ (ภาษา VR เรียกว่า 6DOF หรือ six degrees of freedom อิสระในทั้ง 6 มิติคือ หน้า/หลัง/ซ้าย/ขวา/บน/ล่าง) เทียบกับ Oculus Go ที่ทำได้แค่ 3 มิติเพราะมีเซ็นเซอร์น้อยกว่า ส่วน Oculus Rift ต้องมีเซ็นเซอร์ภายนอกคอยช่วยจับตำแหน่ง

Oculus Quest มีกำหนดการวางขายในช่วงฤดูใบไม้ผลิต้นปี 2019 ในชุดมีคอนโทรลเลอร์ Oculus Touch มาให้เรียบร้อย ราคา 399 ดอลลาร์ (ราคาเท่ากับ Rift ส่วน Oculus Go ขายในราคา 199 ดอลลาร์ จับตลาดที่ต่ำลงมา)

ความเห็นจาก Engadget ที่มีโอกาสลองใช้ Oculus Quest ตัวจริงในงานแถลงข่าว ระบุว่าคุณภาพของภาพดีในระดับที่เรียกว่าเป็น standalone VR ได้ แต่ก็ยังด้อยกว่า Rift อยู่ดี ซึ่งตัวแทนของ Oculus ก็ยอมรับว่ามีข้อจำกัดของการนำพลังประมวลผลไปใส่ไว้บนศีรษะของผู้เล่น ทั้งเรื่องขนาด น้ำหนัก และความร้อน

No Description

คู่แข่งของ Oculus Quest คงหนีไม่พ้น HTC Vive Pro ที่จับตลาดเดียวกัน แต่ใช้เทคโนโลยีต่างกัน เพราะ HTC Vive Pro ยังต้องประมวลผลผ่านพีซีอยู่ แต่ส่งข้อมูลไร้สายผ่าน WiGig มาที่แว่นแทน

ที่มา – Oculus Blog

from:https://www.blognone.com/node/105506

Walmart ใช้ Oculus Go 17,000 ชิ้น เทรนพนักงานทั่วสหรัฐฯ ฝึกเทคโนโลยีและการบริการลูกค้า

Walmart นำ Oculus Go กว่า 17,000 ชิ้นมาใช้เทรนพนักงานในร้านค้าทั่วสหรัฐฯ โดยเป็นการเทรนสามด้านคือ เทคโนโลยี, การปฏิบัติ และ soft skill การบริการลูกค้า

Walmart ระบุว่าเคยทดลองเทรนพนักงานด้วยวิธีนี้มาก่อนและเมื่อพบว่าประสบผลสำเร็จ พนักงานมีความมั่นใจมากขึ้น จึงเริ่มนำมาใช้โดยทั่วถึงกัน พนักงานจะได้รับการเทรนผ่านโปรแกรมต่างๆ ราว 45 โมดูลในซอฟต์แวร์ที่บริษัท STRIVR ทำขึ้น การเทรนนี้ช่วยให้พนักงานเรียนรู้จากความผิดพลาดทางการงานได้โดยไม่ต้องทำพลาดจริง

No Description
ภาพจาก Walmart

ที่มา – ZDnet

from:https://www.blognone.com/node/105443