คลังเก็บป้ายกำกับ: NVIDIA_QUADRO

รีวิว Lenovo ThinkPad P15v Mobile workstation สเปก i7-10850H, NVIDIA Quadro P620 ตัวเลือกสำหรับงาน 3D และองค์กรใหญ่

Lenovo ThinkPad P15v Mobile Workstation มิตรแท้วิศวกรและงาน 3D ทั้งมวล

 

p15v cover

Lenovo ThinkPad P15v โน๊ตบุ๊คสายทำงานประสิทธิภาพสูงแบบพกพาได้ หรือ Mobile Workstation ซึ่งทาง Notebookspec เคยมีพรีวิวเรื่องสเปกและรายละเอียดตัวเครื่องแบบคร่าว ๆ ออกมาให้อ่านกันก่อนหน้านี้แล้ว โดย ThinkPad P15v รุ่นนี้เป็น Mobile Workstation ในกลุ่มซีรี่ส์ ThinkPad P1 ที่ใช้การ์ดจอ NVIDIA Quadro T2000 มีกลุ่มเป้าหมายเป็น วิศวกร, นักทำโมเดล 3D ฯลฯ ที่ต้องการโน๊ตบุ๊คสำหรับเรนเดอร์งาน 3D ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างอาคาร, เครื่องจักร หรือแม้แต่โมเดลตัวละคร 3D ต่าง ๆ แล้วนำโน๊ตบุ๊คใส่กระเป๋าไปพรีเซนต์งานของตัวเองได้ ไม่เหมือนพีซีที่มีขนาดใหญ่และอุปกรณ์อื่น ๆ เช่นหน้าจอและสายไฟต่าง ๆ ให้รกรุงรังมาก

เพราะเป็นโน๊ตบุ๊คสาย Workstation เน้นการทำงาน ไดรเวอร์การ์ดจอก็จะแยกเป็นไดรเวอร์ที่ NVIDIA ปรับแต่งเป็นพิเศษ ซึ่งตอนเลือกดาวน์โหลดไดรเวอร์จะมีให้เลือกเป็น Production Branch/Studio หรือ New Feature Branch แยกเฉพาะ ซึ่งไดรเวอร์กลุ่มนี้จะเรียกว่าไดรเวอร์กลุ่ม NVIDIA Studio ที่มีการปรับแต่งให้เสถียรและเอื้อการทำงานเป็นพิเศษและลดโอกาสการเกิดปัญหาระหว่างทำงานลงไปด้วย และยังได้รับการรับรองจากผู้พัฒนาและจำหน่ายโปรแกรมชั้นนำ (ISV Certifications / Independent Software Vendors Certification) ว่า Lenovo ThinkPad P15v เป็นโน๊ตบุ๊คระดับ Workstation ที่มีคุณภาพอีกด้วย

Lenovo ThinkPad P15v

สำหรับ ISV Certifications ที่รับรอง Lenovo ThinkPad P15v เครื่องนี้ได้แก่ Adobe, Altair, ANSYS, Autodesk, AVEVA, Bentley, Dassault, Esri, PTC, Siemens, Vectorworks และ Barco ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกทั้งสิ้น

ขึ้นชื่อว่าเป็น Mobile Workstation แล้ว Lenovo ThinkPad P15v เองก็สามารถเลือปรับแต่งสเปกก่อนสั่งซื้อบนหน้าเว็บไซต์ Lenovo ได้เต็มที่ ไม่ว่าจะเปลี่ยนจาก Intel Core รุ่นที่ 10 ไปเป็น Intel Xeon, เพิ่มความจุแรมและ M.2 NVMe SSD และสั่งทำ RAID0 หรือ RAID1, เลือกหน้าจอ Full HD แบบธรรมดาหรือสัมผัสก็ได้ รวมทั้งเพิ่มความละเอียดไปเป็น 4K และเพิ่มฟังก์ชั่นการสแกนหน้าด้วยกล้อง IR Camera ที่ทำงานกับฟังก์ชั่น Windows Hello ก็ได้ เรียกว่าปรับแต่งได้หลากหลายตามสไตล์การใช้งานมาก ๆ แต่ราคาก็จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ แตะหลักแสนบาทได้เลย 

สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพของ Lenovo ThinkPad P15v เครื่องนี้ จะมีผลทดสอบด้วยโปรแกรม Benchmark ทั่วไป แต่ส่วนของโปรแกรม 3D ต่าง ๆ เช่น SolidWorks และโปรแกรม 3D อื่น ๆ นั้น ผู้เขียนจะขอยกตัวอย่างการรีวิวเปรียบเทียบจากทาง NVIDIA มาประกอบการรีวิวนี้แทน

NBS Verdict

IMG 4248

Lenovo ThinkPad T15v เป็นโน๊ตบุ๊คสาย Workstation ที่ได้ดีไซน์, ความแข็งแรงและการออกแบบของสาย ThinkPad จับคู่กับสเปกสำหรับการทำงานของมืออาชีพด้วย Intel Core i7-10850H พร้อม Intel vPro และการ์ดจอ NVIDIA Quadro P620 และถ้าสเปกที่มีขายหน้าร้านผ่านทาง BlueShop ยังไม่แรงพอตอบโจทย์ก็ปรับแต่งแล้วสั่งซื้อผ่านหน้าเว็บไซต์ Lenovo ได้ด้วย รวมทั้งมีพอร์ต Thunderbolt 3 ติดตั้งมาให้ ซึ่งรองรับการเชื่อมต่อได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นหน้าจอหรือต่อพอร์ตเสริมอื่น ๆ ก็ได้ ซึ่งมืออาชีพที่กำลังมองหาโน๊ตบุ๊คสำหรับทำงานหนักสักเครื่อง ก็จัดเป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจมาก

นอกจากนี้ซีพียูที่เป็น Intel vPro นอกจากทำงานได้เร็วและเสถียรกว่าซีพียู Intel รุ่นธรรมดาแล้ว ก็ยังมีฟีเจอร์รักษาความปลอดภัยเสริมเข้ามาให้ใช้ทำงานคู่กับ Windows 10 Pro ที่ติดตั้งมา ช่วยเพิ่มความปลอดภัยของข้อมูลให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

อย่างไรก็ตาม Lenovo ThinkPad P15v ยังมีจุดสังเกตอยู่บ้าง เช่นหน้าจอสเปกเริ่มต้นยังเป็นหน้าจอความละเอียด Full HD เกรดธรรมดา, ถึงมีระบบสแกนนิ้วเพื่อปลดล็อคเครื่องก็ตามแต่ถ้าต้องการกล้อง IR Camera ต้องเพิ่มเงินและสั่งสเปกผ่านทางเว็บไซต์ Lenovo เท่านั้น

จุดเด่นของ Lenovo ThinkPad P15v
  1. สเปกแรงตอบโจทย์คนทำงาน 3D และวิศวกรรมด้านต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี เลือกปรับแต่งให้แรงขึ้นได้ผ่านหน้าเว็บไซต์ Lenovo 
  2. ซีพียู Intel Core i7-10850H ที่ติดตั้งอยู่ในเครื่องรองรับ Intel vPro ช่วยเสริมความปลอดภัย, ประสิทธิภาพการทำงานดีและเสถียรขึ้น เลือกปรับแต่งใส่ Intel Xeon W-10855M พร้อม Intel vPro ได้ และระบบปฏิบัติการจะอัพเกรดเป็น Windows 10 Pro WS โดยอัตโนมัติ
  3. รองรับ M.2 NVMe SSD ได้ 2 ช่อง ช่องละ 2 TB มีช่องอัพเกรดแรม 2 ช่อง รองรับช่องละ 32GB รวมเป็น 64GB รองรับ ECC RAM ด้วย
  4. ติดตั้งการ์ดจอ NVIDIA Quadro P620 มาให้ใช้ทำงาน 3D โดยเฉพาะ
  5. มีพอร์ต Thunderbolt 3 ติดตั้งมาให้ ใช้เชื่อมต่อพอร์ตได้หลากหลายแบบ
  6. ติดตั้ง Windows 10 Pro มาให้ในเครื่องเป็นมาตรฐาน
  7. แบตเตอรี่มีความจุเยอะ สามารถใช้งานได้นานสุดร่วม 11 ชั่วโมง
  8. รองรับ WWAN (WAN แบบไร้สาย) ช่วยในการเชื่อมต่อและทำงานในองค์กรขนาดใหญ่ได้ดีขึ้น โดยเป็นออปชั่นสั่งเพิ่มเติม
  9. งานประกอบแน่นและแข็งแรงมากตามสไตล์ Lenovo ThinkPad และยังคงเอกลักษณ์การออกแบบสไตล์ ThinkPad เอาไว้ได้เป็นอย่างดี
  10. ปุ่มคำสั่ง Fn บนคีย์บอร์ด ออกแบบมาเน้นการทำงานธุรกิจโดยเฉพาะ มีปุ่มวงเล็บและเครื่องหมายเท่ากับสำหรับใช้กับโปรแกรมเครื่องคิดเลขโดยเฉพาะติดตั้งมาให้ด้วย
  11. ได้รับ ISV Certifications จากบริษัทชั้นนำมากมาย ช่วยการันตีคุณภาพว่าเหมาะกับการทำงานอย่างแน่นอน
ข้อสังเกตของ Lenovo ThinkPad P15v
  1. ถ้าต้องการฟีเจอร์ไหนเป็นพิเศษ ควรสั่งด้วยตัวเองผ่านหน้าเว็บ Lenovo เช่นกล้อง IR Camera หรือ Smart Card Reader ฯลฯ
  2. หน้าจอรุ่นเริ่มต้นยังเป็นแค่ Full HD เกรดมาตรฐานเท่านั้น ถ้าต้องการใช้หน้าจอ 4K ที่ได้รับการตั้งค่าสีจากโรงงานและรองรับ Dolby Vision HDR ต้องสั่งผ่านหน้าเว็บไซต์เป็นพิเศษ
  3. ถ้าต้องการใช้ Intel Xeon W-10855M จะเสียค่าอัพเกรดเป็น Windows 10 Pro WS เพิ่มเติม
  4. ไม่มีไฟ Wireless Status เหมือน ThinkPad รุ่นอื่น
สารบัญเนื้อหา

Specification

IMG 4237small

สเปกของ ThinkPad P15v เครื่องที่ได้รับมาทดสอบจะเป็นรุ่นติดตั้งซีพียู Intel Core i7-10850H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.6-5.0 GHz มี Intel vPro ที่เป็นฟีเจอร์พิเศษของซีพียู Intel ที่เสริมฟีเจอร์รักษาความปลอดภัยของข้อมูลในตัวเครื่อง, รองรับการสั่งงานแบบ Remote manageability เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานต่าง ๆ ได้ดีกว่ารุ่นไม่มีฟังก์ชั่นนี้ติดตั้งมาให้ จับคู่กับการ์ดจอ NVIDIA Quadro P620 แรม 4GB GDDR5 สำหรับการทำงาน 3D โดยเฉพาะ ติดตั้ง SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB พร้อม Windows 10 Pro และแรม 16GB DDR4 บัส 3200 MHz ส่วนหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS anti-glare ความสว่าง 250nits

ด้านการเชื่อมต่อมีพอร์ต Thunderbolt 3, ช่องปลั๊กเฉพาะของ Lenovo จ่ายไฟ 135 วัตต์, USB 3.2 Type-A x 2 ช่อง มีพอร์ตหนึ่งเป็นแบบ Always on ใช้ชาร์จแบตเตอรี่ให้อุปกรณ์เช่นสมาร์ทโฟนได้ถึงจะปิดเครื่องอยู่, HDMI 2.0 x 1 ช่อง, ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1, SD Card Reader x 1 ช่อง, RJ45 LAN x 1 ช่อง เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax ด้วย Intel AX201 และ Bluetooth 5.0

ด้านของระบบรักษาความปลอดภัยมีตัวอ่านลายนิ้วมือแบบสัมผัส, ช่อง Kensington Lock, dTPM 2.0, ตัวสไลด์ปิดกล้อง Webcam ThinkShutter ติดตั้งมาให้ ช่วยเสริมความปลอดภัย สามารถสั่งอัพเกรดกล้องหน้าให้มีกล้อง IR Camera เพื่อสแกนใบหน้าปลดล็อคใบหน้าได้ด้วย

p15v

คลิกเพื่อชมสเปกของ Lenovo ThinkPad P15v
สเปกของ
Lenovo ThinkPad P15v 
เครื่องทดสอบ สเปกที่อัพเกรดได้สูงสุด
ซีพียู Intel Core i7-10850H
6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.6-5.0 GHz พร้อม Intel vPro 
Intel Xeon W-10855M
แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.8-5.1 GHz พร้อม Intel vPro 
การ์ดจอ NVIDIA Quadro P620 4GB GDRR5
แรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz 64GB (32+32) DDR4
บัส 2933MHz ECC
SSD M.2 NVMe 2280 512GB M.2 NVMe 2280 2 TB
2 ช่อง
หน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS anti-glare จอทัช 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS anti-glare

15.6 นิ้ว ความละเอียด 4K พาเนล IPS anti-glare พร้อมปรับแต่งค่าสีจากดรงงาน รองรับ Dolby Vision HDR

ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Pro Windows 10 Pro WS

(เฉพาะการอัพเกรดเป็น Intel Xeon W-10855M มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมด้วย)

การเชื่อมต่อ Thunderbolt 3 x 1

USB 3.2 Type-A x 2 (Always on x 1)

HDMI 2.0 x 1

SD Card Reader x 1

RJ45 LAN x 1

ช่องหูฟัง 3.5 มม. x 1

Wi Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax

Bluetooth 5.0

ระบบรักษาความปลอดภัย สแกนลายนิ้วมือ

dTPM 2.0

Kensington Lock

ThinkShutter

สแกนลายนิ้วมือ

dTPM 2.0

Kensington Lock

ThinkShutter

IR Camera สำหรับ Windows Hello

น้ำหนักเครื่อง เฉพาะตัวเครื่อง 2.18 กิโลกรัม

เฉพาะอะแดปเตอร์ 457 กรัม

รวมทั้งหมด 2.64 กิโลกรัม

ราคา ราว 62,000 บาท ราว 110,511 บาท

(ยังไม่รวมโปรแกรมกลุ่ม Adobe Creative Cloud, McAfee LiveSafe, Microsoft Office Professional 2019 และค่าอัพเกรด Windows 10 Pro WS)

IMG 4226

จะเห็นว่าสเปกของ Lenovo ThinkPad P15v สามารถเลือกปรับแต่งไปให้แรงได้ระดับใช้ซีพียู Intel Xeon ได้เลย ซึ่งใครที่ต้องทำงานสเกลใหญ่แล้วต้องการพลังการประมวลผลของซีพียูแบบเน้น ๆ ก็สั่งอัพเกรดได้ตามต้องการ

Hardware / Design

IMG 4280

IMG 4207
IMG 4251
IMG 4271

ดีไซน์ของ Lenovo ThinkPad P15v นั้น เรียกว่าเป็นดีไซน์ที่ยังได้กลิ่นอายของ ThinkPad รุ่นก่อน ๆ ไม่ว่าจะตัวเครื่องที่ดูแข็งแรงและคลาสสิค, ก้านบานพับหน้าจอโลหะ 2 ส่วน มีปุ่ม Power แยกอยู่มุมบนขวามือกับคำว่า “ThinkPad” กับจุดสีแดงเหนือตัว i วางตัวเฉียงอยู่มุมล่างขวามือและมุมบนซ้ายมือที่ฝาหลังของตัวเครื่อง บอดี้เป็นพลาสติกเนื้อแข็งสีดำเนื้อด้านและงานประกอบตัวเครื่องจัดว่าแน่นมากไม่ต่างกับ Lenovo ThinkPad รุ่นอื่น ๆ

ด้านของก้านบานพับตัวเครื่องจะเป็นก้านโลหะแบบสั้น 2 ชุด ต่อเข้ากับขาเหล็กต่อหน้าจอและมีตัวก้านเหล็กอีกชุดยึดเข้ากับฐานตัวเครื่องอีกทีหนึ่ง และด้วยตัวเครื่องมีน้ำหนักร่วม 2 กิโลกรัม ทำให้ใช้นิ้วเดียวดึงบานพับหน้าจอกางออกมาได้เลยและตัวเครื่องไม่เกิดอาการเอียงตามหรือเลื่อนเลยแม้แต่น้อย

IMG 4243

ส่วนตัวเครื่องของ Lenovo ThinkPad P15v นั้น สามารถกางจนราบได้ 180 องศา เหมือนกับ Lenovo IdeaPad หลาย ๆ รุ่น ซึ่งทาง Lenovo ชี้แจงว่าการกางหน้าจอได้ระดับนี้ ทำให้เราและเพื่อน ๆ เห็นภาพและเนื้อหาบนหน้าจอได้พร้อมกัน

IMG 4282

ส่วนหน้าเครื่องนอกจากแป้นคีย์บอร์ดกับปุ่ม TrackPoint ที่ใช้เลื่อนเคอร์เซอร์เมาส์ มีปุ่มสำหรับคลิก 3 ปุ่มและเส้นสีแดงส้มขีดใต้ปุ่มคลิกซ้ายและขวา จะมีลำโพงวางเป็นแถบด้านบนเครื่อง 1 ชุด มีลำโพงด้านใน 2 ตัว ส่วนฝั่งขวาใต้ปุ่มลูกศรจะเป็นจุดสแกนลายนิ้วมือสำหรับสแกนปลดล็อคเครื่อง ตั้งค่าในฟีเจอร์ Windows Hello

IMG 4242
IMG 4238

ด้านฝาหลังของตัวเครื่องก็เป็นแบบบเรียบ ๆ สีดำด้านเช่นกันพร้อมคำว่า ThinkPad วางตัวเฉียงอยู่มุมบนซ้ายมือ ส่วนจุดบนตัว i จะเป็นหลอด LED ที่กระพริบไฟสีแดงไว้แสดงสถานะของตัวเครื่องแยกเป็น 4 แบบด้วยกัน คือ

  1. ไฟแดงติดสว่าง : ตัวเครื่องเปิดใช้งานตามปกติ
  2. กระพริบเร็ว : อยู่ในโหมด Sleep หรือ Hibernate
  3. กระพริบช้า : เข้า Sleep mode
  4. ไฟไม่กะพริบ : ตัวเครื่องถูกสั่ง Shut down แล้วหรืออยู่ในโหมด Hibernate

ซึ่งปกติแล้ว ThinkPad มักทำไฟแดงกระพริบตรงที่วางข้อมือขวา แต่ของ Lenovo ThinkPad P15v ที่อยู่บนฝาหลังเครื่องก็ถือว่าเป็นการเลือกจุดติดตั้งใหม่ที่ดี เพราะก็เป็นอีกจุดที่เห็นสถานะตัวเครื่องได้ชัดเจนเช่นกัน แต่จุดสังเกตคือตัวนี้ไม่มีแถบไฟเขียว Wireless Status ติดเอาไว้ตรงขอบเครื่องเพื่อบอกสถานะการเชื่อมต่อ Wi-Fi เหมือน ThinkPad รุ่นอื่น ๆ

Keyboard / Touchpad

IMG 4230

IMG 4227
IMG 4288

คีย์บอร์ดของ Lenovo ThinkPad P15v เป็นคีย์บอร์ดแบบ Full size พร้อม Numpad สำหรับพิมพ์ตัวเลขได้ แต่จะมีรายละเอียดการออกแบบที่เอื้อการทำงานด้านธุรกิจมากขึ้น มีไฟแสดงสถานะสีขาวติดเอาไว้ 4 ปุ่ม คือ Cap Lock เอาไว้แสดงสถานะว่าปุ่มนี้ทำงานอยู่หรือเปล่า, Esc ทำงานร่วมกับคำสั่ง FnLock ว่าล็อคการทำงานของปุ่ม Fn อยู่หรือเปล่า, ปุ่ม F4 ที่เป็นปุ่มฟังก์ชั่นปิดไมโครโฟน ถ้าไฟติดแสดงว่าตอนนี้กำลังปิดไมค์อยู่ และ Numpad ว่าตอนนี้ Numpad ทำงานหรือเปล่า

สัมผัสการพิมพ์ของคีย์บอร์ด ThinkPad ก็ยังคงเอกลักษณ์การกดแล้วรู้ว่าเป็นคีย์บอร์ดของ ThinkPad คือ ระยะกดจะลึกกว่าปุ่มคีย์บอร์ดโน๊ตบุ๊คทั่วไป, สปริงแข็งกว่าปุ่มคีย์บอร์ดปกติเล็กน้อย ขอบล่างของปุ่มโค้ง ทำให้พิมพ์งานได้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งเว้นขอบปุ่ม G, H, B ไว้ติดตั้งปุ่ม TrackPoint สำหรับคุมเคอร์เซอร์ของเมาส์ ซึ่งเป็นอัตลักษณ์สำคัญของคีย์บอร์ด ThinkPad ยิ่งถ้าใครใช้ปุ่ม TrackPoint จนคล่องมือแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องใช้เมาส์เลยก็ได้

IMG 4229

IMG 4286
IMG 4228

สำหรับปุ่มฟังก์ชั่น (Fn) ของ Lenovo ThinkPad P15v จะสลับตำแหน่งกับปุ่ม Ctrl ฝั่งซ้ายมือ โดยเอา Fn ไว้ข้างนอกและปุ่ม Ctrl อยู่ด้านใน ซึ่งแตกต่างจากคีย์บอร์ดโน๊ตบุ๊คทั่ว ๆ ไปนิดหน่อย ดังนั้นต้องอาศัยการปรับตัวตอนใช้งานใหม่ ๆ อยู่บ้างถึงจะชิน

ส่วนปุ่มฟังก์ชั่นและปุ่มพิเศษต่าง ๆ บนคีย์บอร์ด ThinkPad รุ่นนี้ จัดว่าทำปุ่มมาเน้นเรื่องการทำงานและธุรกิจอย่างจริงจังมาก สังเกตว่าคำสั่ง Fn ที่ปุ่ม F1-F12 ทาง Lenovo จะ Mapping ปุ่มมาเน้นเรื่องการทำงานและธุรกิจโดยเฉพาะ คือ

  • F4 : เปิดหรือปิดไมค์
  • F7 : เรียกคำสั่งตั้งค่าหน้าจอเสริมว่าจะให้ทำงานอย่างไร
  • F8 : สั่งปิดหรือเปิด Wi-Fi 
  • F9 : เปิด Notification Center ของ Windows 10
  • F10-F12 : คำสั่งโทร, วางสายและเรียกรายชื่อติดดาว ทำงานกับโปรแกรม Skype for Business 2016 เท่านั้น

จุดน่าสนใจของแป้นคีย์บอร์ด ThinkPad นี้ คือ ติดตั้งปุ่มวงเล็บและเครื่องหมายเท่ากับสำหรับใช้กับโปรแกรมเครื่องคิดเลขติดตั้งมาให้โดยเฉพาะ เวลาใช้โปรแกรม Calculator แล้วเลือกเปลี่ยนเป็นเครื่องคิดเลขแบบวิทยาศาสตร์, โปรแกรมมิ่งหรือ Graphing แล้ว จะช่วยให้ทำงานสะดวกขึ้นมาก เหมาะกับวิศวกรที่จะใช้ Lenovo ThinkPad P15v ทำงานแล้วคำนวนค่าต่าง ๆ กับโปรแกรมจำลองโมเดล 3D ได้สะดวกขึ้นมาก ส่วนปุ่ม Print Screen จะย้ายลงมาอยู่ฝั่งขวาล่างข้างปุ่ม Alt แทนปุ่มคลิกขวาบนคีย์บอร์ด

IMG 4217
IMG 4220

ด้านของ Touchpad จะเป็นทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส ติดตั้งอยู่ด้านล่างถัดจากปุ่มคลิกเมาส์ของ TrackPoint ซึ่งเป็นดีไซน์ของตัว ThinkPad อยู่แล้ว แต่ถ้าผู้ใช้คนไหนใช้งาน ThinkPad มาเป็นประจำก็น่าจะคุ้นเคยกับ TrackPoint สีแดงที่อยู่กลางคีย์บอร์ดและใช้ Touchpad เป็นส่วนเสริมกรณีจะใช้ Gesture Control ของ Windows 10 เสียมากกว่า และสามารถตอบสนองได้ลื่นไหลเหมือนกับทัชแพดของโน๊ตบุ๊คหลาย ๆ รุ่นในปัจจุบัน

เสริมในส่วนของชุดปุ่ม TrackPoint และปุ่มคลิกเมาส์เหนือ Touchpad สำหรับกลุ่มผู้ใช้ที่ไม่คุ้นเคยกับ ThinkPad มาก่อน โดยปุ่ม TrackPoint สีแดงจะใช้คุมการเลื่อนเคอร์เซอร์เมาส์บนหน้าจอ และตอบสนองได้เร็วทีเดียว ส่วนปุ่มคลิกทั้งสามปุ่มนอกจากคลิกซ้ายขวาแล้ว ปุ่มตรงกลางจะเอาไว้ใช้แทนการกดสไลด์บาร์ด้านข้างเพื่อเลื่อนหน้าเว็บไซต์ขึ้นลงและซ้ายขวาได้ เมื่อใช้ให้เลื่อนเคอร์เซอร์ไปตรงกลางหน้าเว็บไซต์หรือหน้าโปรแกรมนั้น ๆ แล้วกดปุ่มตรงกลางค้างจากนั้นเลื่อน TrackPoint เพื่อเลื่อนหน้าเพจนั้น ๆ ได้เลย เรียกว่าถ้าใครใช้ชุด TrackPoint นี้จนคล่องแล้ว เมาส์ก็อาจจะไม่จำเป็นเสมอไป

Screen / Speaker

IMG 4206

IMG 4231
IMG 4233

หน้าจอของ Lenovo ThinkPad P15v ตามสเปกแล้วมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS anti-glare ความสว่างสูงสุด 250nits ซึ่งเป็นสเปกหน้าจอรุ่นเริ่มต้น ถ้าเปิดความสว่างสูงสุดถือว่าสว่างกำลังดี ไม่มากไม่น้อยเกินไปจนเจ็บตา สามารถใช้งานต่อเนื่องได้สบาย ๆ อย่างแน่นอน รวมทั้งเป็นหน้าจอ anti-glare จึงไม่มีปัญหาเรื่องแสงสะท้อนจากหลอดไฟหรือแสงแดดเลย นอกจากนี้ยังเลือกอัพเกรดเป็นหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด 4K พาเนล IPS anti-glare ที่ได้การตั้งค่าโปรไฟล์สีจากโรงงานได้อีกด้วย

ขอบบนกลางหน้าจอติดกล้อง Webcam ความละเอียด HD 720p เอาไว้พร้อมบานเลื่อน ThinkShutter เอาไว้เลื่อนปิดกล้องหน้าเวลาไม่ใช้งาน รักษาความเป็นส่วนตัวและป้องกันการถูกแฮ็คเข้ามาใช้งานกล้อง Webcam ได้อีกด้วย

gamut

brightness 1
9 sector
monitor rating 1

เมื่อทดสอบด้วย Spyder5Elite เพื่อเช็คขอบเขตสีของหน้าจอแล้ว Lenovo ThinkPad P15v จะมีความแม่นยำสีระดับไล่เลี่ยกับหน้าจอโน๊ตบุ๊ครุ่นทั่ว ๆ ไป ได้คะแนน 62% sRGB กับ 47% AdobeRGB เท่านั้น ซึ่งผู้เขียนเชื่อว่าถ้าเป็นหน้าจอ 4K รุ่นที่ตั้งค่าโปรไฟล์สีจากโรงงานจะได้คะแนนเยอะกว่านี้อย่างแน่นอน แต่ถ้าเป็นหน้าจอ Full HD เช่นรุ่นที่ได้รับมาทดสอบแล้วต้องทำงานเกี่ยวกับสีสัน ขอแนะนำให้ต่อหน้าจอเสริมที่ออกแบบมาเพื่องานสีโดยเฉพาะจะดีกว่า

ด้านความสว่างหน้าจอที่วัดได้ เมื่อตั้งความสว่าง 100% จะอยู่ที่ 222nits ถือว่าใกล้เคียงกับที่ Lenovo เคลมเอาไว้ พอแบ่งเป็นตาราง 9 ช่องแล้ว จะเห็นว่าความสว่างสูงสุดจะอยู่ตรงกลางที่ 0% และส่วนอื่น ๆ ก็สว่างไล่เลี่ยกันหมดที่ 4-8% ด้วยกัน แต่ฝั่งขวามือส่วนกลางและล่างจะค่อนข้างมืดกว่าโซนอื่นที่ 10-13% ดังนั้นเวลาทำงานเกี่ยวกับสีสันอาจจะระวังส่วนนี้สักหน่อยจะดีที่สุด

สำหรับคะแนน Monitor Rating โดยรวมนั้น จะได้คะแนนเฉลี่ยที่ 4 เต็ม 5 คะแนน จัดว่าอยู่ในระดับทั่วไป แต่จะเด่นเรื่องค่า Contrast ที่ทำได้คะแนนเต็ม ส่วนคะแนน Tone Response, Color Uniformity, Color Accuracy ได้ 4 คะแนน

IMG 4212

ลำโพงของ Lenovo ThinkPad P15v จะเป็นแถบลำโพงอันเดียวอยู่เหนือแป้นคีย์บอร์ด ฝังดอกลำโพงเอาไว้ 2 ดอก แตกต่างจากโน๊ตบุ๊คหลาย ๆ รุ่นในปัจจุบันที่ติดลำโพงเอาไว้ใต้ตัวเครื่องเพื่อให้สะท้อนโต๊ะขึ้นมา และไม่มีการปรับจูนเสียงลำโพงด้วยบริษัทรับจูนเสียงชื่อดังเจ้าต่าง ๆ ให้เสียงลำโพงค่อนข้างดังและเนื้อเสียงนั้นจัดว่าทำออกมาได้ค่อนข้างดี มีเสียงแหลมและเบสให้พอฟังเพลงได้สนุกทีเดียว

Connector / Thin & Weight

IMG 4246
IMG 4250

พอร์ตการเชื่อมต่อของ Lenovo ThinkPad P15v จะมีอยู่แค่ฝั่งซ้ายและขวาของตัวเครื่องเท่านั้น เหมือนกับโน๊ตบุ๊คหลาย ๆ รุ่นในปัจจุบัน โดยแยกพอร์ตดังนี้

  • ฝั่งซ้าย ไล่จากซ้ายมือ : ไฟ LED แสดงสถานะการชาร์จไฟ แสดงสองสีคือสีส้มเมื่อแบตเตอรี่ยังไม่เต็มและชาร์จอยู่กับสีขาวเมื่อแบตเต็ม 100%, ช่องเสียบปลั๊กชาร์จโน๊ตบุ๊คและ Thunderbolt 3 ส่วนฝั่งขวาสุดใต้ที่วางข้อมือเป็นช่อง Mock up สำหรับพอร์ต Express Card (ต้องสั่งประกอบจากเว็บไซต์ Lenovo)
  • ฝั่งขวา ไล่จากซ้ายมือ : ช่องหูฟัง 3.5 มม., SD Card Reader, HDMI 2.0, USB 3.2 Gen 1 Type-A x 2 ช่อง เฉพาะช่องขวาจะมีฟีเจอร์ Always on ใช้ชาร์จแบตเตอรี่ให้อุปกรณ์อื่น เช่นสมาร์ทโฟนได้โดยใช้แบตเตอรี่ของโน๊ตบุ๊คแม้จะไม่ได้เปิดเครื่อง, RJ-45 Gigabit Ethernet
  • การเชื่อมต่อไร้สาย : เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax ด้วยการ์ด Wi-Fi รุ่น Intel AX201 (Gig+) และรองรับ Bluetooth 5.1 vPro สามารถอัพเกรดไปใช้ WWAN ได้ ซึ่งต้องสั่งประกอบผ่านหน้าเว็บไซต์ Lenovo เช่นกัน

IMG 4273
IMG 4274

ส่วนความหนาของตัวเครื่อง เมื่อวัดด้วยเวอร์เนียดิจิตอลแล้ว เมื่อพับหน้าจอจะหนาราว 24.5 มม. ส่วนเฉพาะตัวเครื่องไม่รวมจอหนาราว 16.6 มม.

IMG 4201

IMG 4202
IMG 4204

ส่วนของน้ำหนัก เฉพาะตัวเครื่องอย่างเดียวจะหนัก 2.18 กิโลกรัม ปลั๊กเฉพาะของตัวเครื่อง 135 วัตต์ หนัก 457 กรัม รวมแล้วหนัก 2.64 กิโลกรัม จัดว่าเป็นน้ำหนักระดับทั่ว ๆ ไปของโน๊ตบุ๊คขนาด 15.6 นิ้วในกลุ่ม Workstation ดังนั้นถ้าต้องการพกโน๊ตบุ๊คไปพรีเซนต์งานต่าง ๆ แนะนำว่าควรใส่กระเป๋าเป้ไปจะดีที่สุด และไม่แนะนำให้ใส่ย่ามหรือกระเป๋าสะพายข้างเนื่องจากตัวเครื่องค่อนข้างหนาพอควร

สำหรับพอร์ตของ Lenovo ThinkPad P15v เครื่องนี้ ถือว่าจัดมาให้ครบครันและเป็น USB 3.2 Type-A มาตรฐาน 3.0 ขึ้นไปทั้งหมดแล้วและมี Thunderbolt 3 ติดตั้งมาให้ใช้ สามารถต่อ USB-C Multiport adaptor เพื่อเพิ่มพอร์ตใช้งานเข้าไปได้อีกด้วย 

Inside / Upgrade

IMG 4262

การเปิดฝาเครื่อง Lenovo ThinkPad P15v สามารถใช้ไขควงหัวแฉกบวกไขน็อต 9 ตัวด้านใต้เครื่องได้เลย แต่เพราะ Lenovo ดีไซน์ฝาล่างตัวเครื่องคลุมขึ้นมาสูงจนปิดช่องระบายความร้อนตัวเครื่องไปเลย ทำให้ขอบช่องว่างตัวเครื่องที่ต้องเอาปิ๊กกีตาร์หรือการ์ดแข็งสอดจะถัดลงมาจากที่วางข้อมือเพียง 0.5 มม. เท่านั้น ถ้าใครต้องการเปิดฝาตัวเครื่องมาเพิ่มแรมหรือ SSD แนะนำให้สอดการ์ดเปิดจากช่อง Mock up ของ Express Card จะง่ายที่สุด แล้วค่อย ๆ ไล่ตามขอบไปเรื่อย ๆ

IMG 4263
IMG 4269

 

ด้านในเครื่องจะมีพัดลมระบายความร้อนจะเป็นแบบโบลวเวอร์ 1 ตัว กับฮีตไปป์ 2 เส้น เดินพาดแนวระหว่างการ์ดจอและซีพียูเพื่อดึงเอาความร้อนไประบายที่ครีบระบายความร้อนอีกชุด ติดตั้งเอาไว้ตรงกลางตัวเครื่องพาดมาออกทางใต้คีย์บอร์ดฝั่งซ้ายมือ

ส่วนการอัพเกรดมีช่องติดตั้งแรมกับ SSD แบบ M.2 NVMe อย่างละ 2 ช่อง ส่วนของแรมรองรับความจุมากสุด 64GB DDR4 บัส 2933 SO-DIMM ECC ซึ่งถ้าแรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz ที่ติดเครื่องมายังน้อยเกินไปไม่ตอบโจทย์ จะเพิ่มอีก 16GB หรือจะถอดใส่ 32+32GB แทนก็ได้

M.2 NVMe SSD จะอยู่มุมล่างขวา รองรับความจุสูงสุด 2TB ต่อช่อง ถ้าติดตั้งเอาไว้ 2 ตัวจะทำ RAID0 หรือ RAID1 ก็ได้ รองรับเฉพาะ M.2 NVMe ขนาด 2280 เท่านั้น สังเกตจากช่องน็อตที่มีให้เพียงระยะเดียวที่เป็นของ 2280 เท่านั้น ดังนั้นถ้าใครต้องการอัพเกรดเครื่องให้ SSD และ RAM ให้มีความจุมากขึ้น จะอัพเกรดด้วยตัวเองหรือสั่งผ่านหน้าเว็บไซต์ Lenovo เลยก็ได้เช่นกัน

Performance / Software

cpu z 1

Lenovo ThinkPad P15v เครื่องที่ได้รับมาทดสอบ จะติดตั้ง Intel Core i7-10850H เป็นซีพียูแบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.7-5.1 GHz เป็นซีพียู Intel รุ่นที่ 10 สถาปัตยกรรม Comet Lake รองรับ Intel vPro ที่เป็นฟีเจอร์สำหรับเอื้อการทำงานในรูปแบบองค์กร ช่วยประมวลผลการทำงานต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น, รองรับ Remote manageability รองรับการทำงานในเครือข่ายองค์กรแบบ On-premise หรือ Off-premise ก็ได้ และมีฟีเจอร์รักษาความปลอดภัยติดตั้งมาในซีพียูอีกด้วย ดังนั้นนอกจากประสิทธิภาพของซีพียูจะดีแล้วก็ยังปลอดภัยยิ่งขึ้น

cpu z 2
cpu z 3

แรมในเครื่องทดสอบผลิตโดย Samsung มีความจุ 16GB DDR4 บัส 3200MHz จำนวน 1 แถว อัพเกรดได้มากสุด 2 แถว ความจุ 64GB แบบ 32+32GB สามารถติดตั้ง ECC RAM (Error Correction Code RAM) หรือแรมที่มีระบบตรวจสอบความผิดพลาดระหว่างใช้งานได้ด้วย โดยจะรองรับ ECC RAM บัส 2933 MHz (อ้างอิงจากหน้าสเปกของ Lenovo)

gpu z
gpu z 2

การ์ดจอแยกเป็น NVIDIA Quadro P620 แรมการ์ดจอ 4GB GDDR5 128-bit รองรับ DirectX 12 ชิป GP107 สถาปัตยกรรม Pascal ขึ้นชื่อว่าเป็นการ์ดจอสาย Quadro แล้ว ก็จะเน้นเรื่องการใช้ทำงาน 3D และงานระดับบมืออาชีพแบบต่าง ๆ มีชุดคำสั่งเฉพาะ, มีความเสถียรและประสิทธิภาพที่ดีกว่าการ์ดจอสาย NVIDIA GEFORCE ที่ออกแบบมาเพื่อกลุ่ม Consumer อย่างชัดเจน ยิ่งถ้าเอาไปใช้กับโปรแกรมเช่น AutoCAD, Solidworks 2018 หรือโปรแกรมสายการแพทย์และการจำลองของ (Visualizing) จะแสดงผลได้ดีกว่าอย่างชัดเจน

จากคลิปการทดสอบจากทาง NVIDIA จะเห็นว่าการ์จอสาย Quadro นั้นจะเน้นเรื่องการทำงานกับโมเดล 3D และโปรแกรมสายทำงานต่าง ๆ เป็นหลัก ซึ่งแม้การ์ดจอสาย GEFORCE จะทำได้เหมือนกัน แต่เวลาใช้งานจริง ตอน Preview ตัวอย่างโมเดลที่ออกแบบเอาไว้แล้ว NVIDIA Quadro จะทำงานได้ลื่นไหลกว่าอย่างชัดเจน

ยิ่งถ้าเป็นวิศวกร, สถาปนิกที่ทำงานกับโปรแกรม Autodesk ที่ใช้ออกแบบอาคารสถานที่ต่าง ๆ อยู่เป็นประจำล่ะก็ การ์ดจอ NVIDIA Quadro จะสามารถหมุนโมเดล, ทำงานและเรนเดอร์ให้เสร็จได้ลื่นไหล, เร็วและต่อเนื่องกว่า

ส่วนโปรแกรมสร้างโมเดลชิ้นส่วน 3D อย่าง SolidWorks 2018 จะเห็นว่า NVIDIA Quadro สามารถเรนเดอร์และหมุนโมเดล 3D ได้อย่างลื่นไหลกว่ามาก ซึ่งถ้าเป็นการ์ดจอออนบอร์ดหรือการ์ดจอสาย Consumer อย่าง GEFORCE ที่ไม่ได้ออกแบบและติดตั้งชุดคำสั่งเฉพาะที่เอาไว้ใช้กับโปรแกรม 3D กลุ่มนี้เอาไว้ 

r15 1
r20 1

สำหรับการทดสอบเรนเดอร์ 3D ที่ใกล้เคียงกับการใช้โปรแกรมกลุ่ม Autodesk, SolidWorks 2018 ที่สุดนั้น จะมี CINEBENCH R15 ในส่วนของ OpenGL ที่ทดสอบการเรนเดอร์ฉาก CG 3D ว่าทำงานได้ดีแค่ไหน โดยคะแนนของ OpenGL ทำได้ 166.20 fps และคะแนน CPU ทำได้ 1,353 คะแนน ส่วน CINEBENCH R20 ที่ทดสอบเน้นประสิทธิภาพของ CPU จะทำได้ 2892 pts

ถ้าเทียบกันแล้ว ถือว่าการ์ดจอ NVIDIA Quadro P620 นั้นสามารถทำงานกับโมเดล 3D และ CG ต่าง ๆ ได้อย่างดีและลื่นไหลมาก แม้จะเป็นรองจาก NVIDIA Quadro T1000 ก็ตาม แต่สเปกที่แรงและราคาราว 62,000 บาทนั้น ถือว่าทำออกมาได้ดีทีเดียว ดังนั้นถ้าใครจะเอาไปทำงานกับโปรแกรม 3D และ CG จะเก็บรุ่นนี้เอาไว้เป็นตัวเลือกก็ถือว่าน่าสนใจทีเดียว

as ssd 1

SSD M.2 NVMe ในเครื่องทดสอบจะเป็น KIOXIA KXG6AZNV512G (อดีต Toshiba) เป็น 96-Layer TLC NAND (BiCS FLASH) เชื่อมต่อผ่านอินเตอร์เฟส PCIe 3.0 x4 มีอายุการใช้งานก่อนเสียหาย 1.5 ล้านชั่วโมง เมื่อทดสอบด้วยโปรแกรม AS SSD เพื่อวัดความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมูลแล้ว จะได้ความเร็ว Sequential Read 2,473.49 MB/s และ Sequential Write 2,507.92 MB/s ซึ่งประสิทธิภาพระดับนี้ ก็สามารถอ่านเขียนไฟล์, เปิดโปรแกรมต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วแน่นอน

time spy

สำรับการทดสอบ 3DMark Time Spy ที่ดูเรื่องประสิทธิภาพการเล่นเกมผ่าน DirectX 12 จะได้คะแนนรวมไป 1,590 คะแนน ถือว่า NVIDIA Quadro P620 อาจจะพอเล่นเกมออนไลน์เช่น DotA 2 หรือ Valorant ได้บ้าง ไม่ใช่เกม AAA ซึ่งสำหรับการ์ดจอสายทำงานนั้น คะแนนระดับนี้ถือเป็นเรื่องปกติ

pcmark10 1

ส่วนการทดสอบด้วย PCMark 10 ซึ่งใช้จำลองการทำงานต่าง ๆ ทั้งการบีบอัดและคลายไฟล์ Zip, เข้าออกเว็บไซต์, เปิดโปรแกรมทำงานและประชุมออนไลน์ต่าง ๆ รีดคะแนนออกมาได้ 5,013 คะแนน จัดว่าทำออกมาได้ดีทีเดียว ดังนั้นเรื่องการทำงานต่าง ๆ Lenovo ThinkPad P15v เครื่องนี้ถือว่าผ่านโดยไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

IMG 4290

ส่วนการทดสอบเรนเดอร์วิดีโอความละเอียด 4K 29.97fps ตั้งค่า Quality 100 ความยาว 12 นาที สามารถเรนเดอร์วิดีโอจนเสร็จพร้อมอัพโหลดขึ้นเว็บไซต์ได้ภายใน 10 นาทีเท่านั้น จัดว่าประหยัดเวลาและเร็วมาก ตัวเครื่องสามารถเรนเดอร์ได้อย่างต่อเนื่องไม่มีปัญหาระหว่างใช้งานเลย

Battery / Heat / Noise

IMG 4270

เมื่อเป็นเครื่องแบบ Workstation แบตเตอรี่ก็จะมีความจุเพิ่มมากขึ้นตาม โดย Lenovo ThinkPad P15v เครื่องนี้จะติดตั้งแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออน ความจุ 5,780mAh (66.58Wh) มาให้ใช้งาน โดยทาง Lenovo เคลมไว้ว่าสามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานสุด 12.8 ชั่วโมง

Battery Mon

สำหรับการทดสอบตามมาตรฐานของ Notebookspec โดยลดความสว่างหน้าจอลงต่ำสุดและเปิดเสียง 10% แล้วดูคลิปบน YouTube ด้วยเบราเซอร์ Microsoft Edge ที่ติดตั้งมาพร้อม Windows 10 แล้วทดสอบระยะเวลาใช้งานด้วยโปรแกรม BatteryMon แล้ว สามารถใช้งานได้นานสุด 11 ชั่วโมงทีเดียว ถือว่า Lenovo ThinkPad P15v ที่ติดตั้ง Intel Core i7-10850H มาให้ก็สามารถจัดการแบตเตอรี่ได้ดีพอควรและใกล้เคียงกับที่ทาง Lenovo เคลมประสิทธิภาพเอาไว้ที่หน้าเว็บไซต์อีกด้วย

เรื่องของความร้อนตัวเครือ่ง ถ้าเป็นการใช้งานตามปกติเรียกว่าไม่มีเสียงพัดลมหรือความร้อนมารบกวนระหว่างใช้งานเลย และเมื่อทดสอบเรนเดอร์ไฟล์วิดีโอ 4K 29.97fps ความยาว 12 นาที แล้วตั้งค่า Quality ไว้ 100 แล้ว ตัวเครื่องจะมีเพียงเรื่องเสียงพัดลมโบลวเวอร์

Conclusion / Award

IMG 4236

โดยสรุปแล้ว Lenovo ThinkPad P15v นับเป็นโน๊ตบุ๊ค Workstation ประสิทธิภาพดีที่ยังคงดีไซน์และเอกลักษณ์ของ ThinkPad เอาไว้ได้เป็นค่อนข้างครบเครื่อง ไม่ว่าจะไฟ LED สีแดงตรงจุดตัว i สำหรับบอกสถานะตัวเครื่อง, ชุดปุ่ม TrackPoint ที่ใช้งานแทนเมาส์ได้ คีย์บอร์ดที่สัมผัสการพิมพ์ยังคงเอกลัษณ์ของคีย์บอร์ด ThinkPad เอาไว้ได้เป็นอย่างดี รวมทั้งงานประกอบที่แน่นและแข็งแรงมากเครื่องหนึ่ง ซึ่งถ้าผู้ใช้ที่ใช้ทำงานแบบสมบุกสมบันก็ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าตัวเครื่องจะเสียหายได้ง่าย ๆ

สเปกก็เอื้อกับการทำงาน 3D หนัก ๆ ได้ดี ด้วยซีพียู Intel Core i7-10850H มี Intel vPro จับคู่กับ NVIDIA Quadro P620 อัพเกรดแรมจาก 16GB ไปได้สูงสุด 64GB และ SSD แบบ M.2 NVMe ได้ช่องละ 2TB แล้วทำ RAID0 หรือ RAID1 ได้ และติดตั้ง Windows 10 Pro มาจากโรงงานด้วย ถ้าเป็นบริษัทหรือองค์กรสายงาน 3D ต่าง ๆ ทั้งในเชิงวิศวกรรมและเครื่องกลต่าง ๆ ก็สามารถใช้ประโยชน์จากโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ได้อย่างเต็มที่แน่นอน

IMG 4207 1

ถึงประสิทธิภาพจะดีมากก็ตามแต่สิ่งที่น่าสังเกตคือ เรื่องสเปกรายละเอียดส่วนต่าง ๆ เช่นกล้องปลดล็อคด้วยใบหน้า, ตัวอ่าน Smart Card, หน้าจอ 4K ที่ได้รับการตั้งค่าโปรไฟล์สีจากโรงงานและรองรับ Dolby Vision HDR จะต้องสั่งประกอบเป็นพิเศษผ่านทางหน้าเว็บไซต์ของ Lenovo เท่านั้น แต่ถ้าผู้ใช้สายทำงานคนไหนไม่ได้ซีเรียสเรื่องนี้ แค่ต้องการสเปกของตัวเครื่องมาต่อกับหน้าจอทำงานที่ตั้งค่าโปรไฟล์สีเอาไว้โดยเฉพาะอยู่แล้ว Lenovo ThinkPad P15v เครื่องนี้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่แพ้โน๊ตบุ๊คสาย Workstation เครื่องอื่นเช่นกัน

Award

award new Design

Best Design

รางวัล Best Design ของ Lenovo ThinkPad P15v ยกให้กับการรักษาอัตลักษณ์ของตระกูล ThinkPad เอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ดีไซน์ตัวเครื่องได้แข็งแรงแน่นหนาเหมาะกับผู้ใช้ที่อาจจะไม่ได้ระวังตัวเครื่องเป็นพิเศษ ก็ไม่ต้องกังวลกับตัวเครื่องว่าจะเสียหายหรือเปราะบางหรือเปล่า ดังนั้นเรื่องความแข็งแรงจัดว่าไว้ใจได้อย่างแน่นอน

award new Graphic

Best Graphic

รางวัล Best Graphic ของ Lenovo ThinkPad P15v นั้นจะไม่ใช่ในแง่ของการนำไปเล่นเกมได้อย่างลื่นไหล แต่เป็นประสิทธิภาพการเรนเดอร์งานทั้งไฟล์วิดีโอและงาน 3D ได้ดีด้วย NVIDIA Quadro P620 ที่ติดตั้งมาให้ใช้งาน ซึ่งผลจาก CINEBENCH R15 นั้นเป็นตัวช่วยการันตีว่าโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้รับมือกับงานโมเดล 3D และ 3D CG ได้ดีอย่างแน่นอน

from:https://notebookspec.com/web/598994-review-lenovo-thinkpad-p15v

เปิดตัว NVIDIA RTX A6000 แรม 48GB ทำงาน 3 มิติ แรงสุดในโลก

นอกจากการ์ดจอสายเกมมิ่งแล้ว NVIDIA ก็มีการ์ดจอสายทำงานรุ่นใหม่ ๆ เปิดตัวออกมาอย่างต่อเนื่อง โดย NVIDIA RTX A6000 รุ่นนี้เป็นรุ่นต่อจาก NVIDIA Quadro RTX 6000 ที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่ารุ่นก่อนหน้ากว่า 2 เท่าพร้อมกับแรมการ์ดจออีก 48GB GDDR6 และมี ECC (Error-Correcting Code) อยู่ในตัว

จุดประสงค์ของ RTX A6000 จะเน้นเรื่องการประมวลผลการทำงานต่าง ๆ ทั้งด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมเป็นหลัก ทำให้การทำงานกับโปรแกรมงานออกแบบที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ (Computer-Aided Design – CAD) และงานวิศวกรรมที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ช่วยคำนวน (Computer-Aided Engineering – CAE) เป็นหลัก ใช้ดีไซน์แบบเรียบง่ายและดึงลมเข้าระบายความร้อนให้การ์ดจอด้วยพัดลมแบบโบลเวอร์

nvidia rtx a6000

สเปคของ NVIDIA RTX A6000

Screenshot 2021 02 12 093804

RTX A6000 รุ่นใหม่นี้ติดตั้งชิป GA102 สถาปัตยกรรม Ampere มี CUDA Core อยู่ 10,752 คอร์, Tensor Core 336 คอร์, RT Core อีก 84 คอร์ มี Memory bus อีก 384-bit ซึ่งเป็นชิปเดียวกันในการ์ดจอ NVIDIA GEFORCE RTX 3090 แต่สเปคของ RTX 3090 ในส่วนของ CUDA Core จะลดลงเหลือ 10,496 คอร์, Tensor Core 328 คอร์, RT Core 82 คอร์ แต่มี Memory bus 384-bit เหมือนกัน แต่แรมการ์ดจอจะมีเพียง 24GB GDDR6X ซึ่งน้อยกว่าครึ่งหนึ่ง

แต่ NVIDIA เองก็วางจุดเด่นของ RTX ทั้งสองรุ่นให้แตกต่างกันคนละทาง คือ RTX A6000 จะเด่นเรื่องการทำงานและประมวลผลงามสามมิติต่าง ๆ เพราะมีแรมการ์ดจอให้ใช้งานมากถึง 48GB แต่ด้านการเล่นเกมก็จะไม่เทียบเท่ากับ RTX 3090 ซึ่งมีประสิทธิภาพด้านการเล่นเกมสูงแต่งานกราฟฟิคก็จะยังแพ้ RTX A6000 เช่นกัน

spec

ส่วนสเปคของ NVIDIA RTX A6000 รองรับการเชื่อมต่อหน้าจอผ่าน DisplayPort x 4 ช่องและการ์ดจอเป็น PCI Express x16 Gen 4 แล้ว เพื่อให้รันการทำงานได้ดียิ่งขึ้น รองรับ Quadro Sync, NVIDIA GRID, NVIDIA Quadro Virtual Data Center Workstation, NVIDIA Virtual Compute Server และใช้ไดรเวอร์ ISV-certified ที่ทำงานได้เสถียรกว่าไดรเวอร์เวอร์ชั่นสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป เพื่อให้การรันงานทั้งหมดทำได้โดยไม่มีปัญหา แต่การ์ดจอรุ่นนี้ใช้พลังงาน 300 วัตต์ ดังนั้นต้องเตรียมพาวเวอร์ซัพพลายให้เพียงพอใช้งานด้วยเช่นกัน

alt

ทางเว็บไซต์ Puget Systems นำ NVIDIA RTX A6000 ไปทดสอบเทียบกับการ์ดจอสายทำงานระดับเรือธงรุ่นก่อนอย่าง NVIDIA Quadro RTX 6000 แรมการ์ดจอ 24GB ชิป TU102 สถาปัตยกรรม Turing ที่มี CUDA Core 4,608 คอร์ดูแล้ว พบว่าประสิทธิภาพของ RTX A6000 เมื่อ Benchmark เทียบกับ RTX 6000 ในโปรแกรมงานสามมิติต่าง ๆ พบว่ามีประสิทธิภาพเหนือกว่าอย่างน้อย 46.6% และบางโปรแกรมอย่าง V-Ray ทำได้ดีกว่าเดิม 92.2%

แต่บางโปรแกรมเช่น Adobe After Effects และ Adobe Photoshop เอง ถึงจะรีดประสิทธิภาพของการ์ดจอออกมาได้ดีแต่ไปติดคอขวดอยู่กับซีพียูแทน แต่ก็ยังทำประสิทธิภาพได้เหนือกว่ารุ่นก่อนพอตัวทีเดียว ซึ่งจากผลทดสอบทั้งหมดนี้ Puget Systems ได้ยกให้ RTX A6000 เป็นการ์ดจอทำงานที่ประสิทธิภาพสูงสุดในโลกตอนนี้

สำหรับราคาของ RTX A6000 จะอยู่ที่ 4,650 ดอลลาร์ หรือราว 139,000 บาท แพงกว่ารุ่นก่อนอย่าง RTX 6000 ขายราคา 4,000 ดอลลาร์ หรือราว 120,000 บาท อยู่บ้าง แต่ประสิทธิภาพจัดว่าเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งถ้าเทียบกันแล้วการลงทุนเพิ่มร่วม 20,000 บาทเพื่อใช้ทำงานก็ดูจะเป็นมูลค่าเพิ่มเติมที่น่าสนใจอยู่เช่นกัน

ที่มา : NVIDIA, Tom’s Hardware

from:https://notebookspec.com/web/576436-nvidia-rtx-a6000-best-performance-gpu

NVIDIA – เปิดตัวกราฟิกชิปสำหรับการทำงานระดับมืออาชีพ Quadro RTX รุ่นใหม่ ในงาน Computex 2019

สำหรับผู้ใช้งานโน๊ตบุ๊คสำหรับการทำงานในระดับมืออาชีพนั้น ล่าสุดคุณได้มีตัวเลือกใหม่ของกราฟิกชิปแล้วครับ โดยในงาน Computex 2019 นั้นทาง NVIDIA ได้เปิดตัวกราฟิกขิปรุ่นใหม่อย่าง Quadro RTX มามากถึง 7 รุ่นด้วยกัน ซึ่งทั้ง 7 รุ่นดังกล่าวนั้นจะถูกแบ่งออกเป็น 2 โมเดลนั้นก็คือโมเดลที่รองรับกับ ray-tracing ซึ่งจะมีด้วยกันอยู่ 3 โมเดล ส่วนอีก 4 โมเดลนั้นจะเป็นรุ่นที่ไม่รองรับ ray-tracing แต่ละรุ่นจะเป็นเช่นไรนั้นไปติดตามกันได้เลยครับ

มาเริ่มกันที่ 3 โมเดลที่รองรับเทคโนโลยี ray-tracing กันก่อนครับ ทั้ง 3 โมเดลนั้นจะประกอบไปด้วย Quadro RTX 3000, Quadro RTX 4000, และ Quadro RTX 5000 ซึ่งจะมาพร้อมกับหน่วยความจำแบบ GDDR6 ทำให้แต่ละโมเดลนั้นมีแบนด์วิดธ์  336 GB/s บน RTX 3000 และ 448 GB/s บน RTX 4000 และ RTX 5000 ครับ แน่นอนครับว่าทั้ง 3 โมเดลนี้นั้นจะเป็นชิปสำหรับผู้ใช้งานในระดับพรีมเมียมซึ่งตอนนี้มีบริษัทผู้ผลิตโน๊ตบุ๊คนำไปใช้งานแล้วมากมายอย่าง Dell, HP, MSI, Asus, Acer และ Razer ครับ

Acer ConceptD 7 – Quadro RTX 5000

Asus StudioBook W500 – Quadro RTX 5000.

Asus StudioBook W700G3T – Quadro RTX 3000.

Razer Blade Pro 17 – Quadro RTX 5000.

Razer Blade 15 – Quadro RTX 5000.

สำหรับโมเดลต่อมานั้นจะเป็นซีรีย์ T-mobile ที่ประกอบไปด้วย Quadro T1000 และ Quadro T2000 โดยทั้ง 2 โมเดลนี้นั้นไม่รองรับกับเทคโนโลยี ray-tracing เนื่องจากว่าทาง NVIDIA ได้ตัดเอาในส่วนของ RT cores หรือ Tensor cores ออกไปครับ เข่นเดียวกันกับรุ่นล่างสุดในซีรีส์ P ที่ประกอบไปด้วย Quadro P520 และ Quadro P620 ซึ่งประสิทธิภาพของมันนั้นจะสูงกว่าซีรีย์ P รุ่นเก่าอยู่พอสมควรโดยทาง NVIDIA ได้บอกเอาไว้ครับว่า P620 นั้นจะมีประสิทธิภาพพอๆ กับ P1000 ครับ

สเปคในแต่ละรุ่น

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/computex-2019-nvidia-announces-seven-brand-new-quadro-gpus-for-mobile-workstations-including-three-high-end-rtx-skus/482505/

NVIDIA – เริ่มเปิดให้ pre-order กราฟิกการ์ดสำหรับการใช้งานในระดับมืออาชีพอย่าง Quadro RTX 6000 แล้ว

ยังคงเดินเกมเร็วอย่างต่อเนื่องจริงๆ ครับสำหรับ NVIDIA เพราะล่าสุดนั้นทาง NVIDIA ได้ทำการเปิดให้ผู้ใช้ในระดับมืออาชีพได้ทำการ pre-order กราฟิกการ์ดรุ่นท๊อปสำหรับการทำในในระดับมืออาชีพที่มาพร้อมกับสถาปัตยกรรม Turing อย่าง Quadro RTX 6000 อย่างเป็นทางการผ่านทางหน้าเว็บไซต์ของทาง NVIDIA เองแล้วครับ

ทั้งนี้นั้น Quadro RTX 6000 จะมาพร้อมกับชิปกราฟิกรุ่น TU102 ซึ่งเป็นตัวเดียวกับที่ถูกใช้งานบน RTX 2080 Ti ครับ ในส่วนของสเปคนั้นก็มีจะการปรับแต่งให้แตกต่างออกไปจากรุ่นที่ใช้บน RTX 2080 Ti ในบางส่วนซึ่ง Quadro RTX 6000 จะมีสเปคดังต่อไปนี้ครับ

  • ใช้ชิป TU102 ที่มีทรานซิสเตอร์จำนวนมากถึง 18.6 พันล้านตัว
  •  มาพร้อม CUDA core เป็นจำนวนทั้งสิ้น 4,608 cores(บน RTX 2080 Ti จะอยู่ที่ 4,352 cores)
  • มาพร้อม Tensor core เป็นจำนวนทั้งสิ้น 576 core(บน RTX 2080 Ti จะอยู่ที่ 544 cores)
  • มาพร้อม Ray Tracing core เป็นจำนวนทั้งสิ้น 72 cores(บน RTX 2080 Ti จะอยู่ที่ 68 cores)
  • ใช้หน่วยความจำแบบ GDDR6 ที่มาพร้อมกับขนาด 24 GB(บน RTX 2080 Ti จะอยู่ที่ 11 GB)
  • throughput อยู่ที่ 16.3 TFLOPS ใน single precision FP32 mode และจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวใน half precision FP16 mode
  • 10 Gigarays/s
  • 84 Tera RTX-OPS
  • 130. Tensor TFLOPS
  • อัตราการคายความร้อนสูงสุดอยู่ที่ 295 W TDP
  • พอร์ตการเชื่อมต่อประกอบไปด้วย 4x DisplayPort 1.4 และ USB-C connector สำหรับ Nvidia VirtualLink

ทั้งนี้เนื่องจากการออกแบบระบบระบายความร้อนจะมาพร้อมกับพัดลมเพียงแค่ตัวเดียวเท่านั้นทำให้ความเร็วสัญญาณนาฬิกาของ Quadro RTX 6000 น้อยกว่า RTX 2080 Ti สำหรับราคานั้นจะอยู่ที่ $6,300 หรือประมาณ 206,550 บาท โดยทาง NVIDIA จะเปิดให้ผู้ใช้ 1 รายสามารถจอง Quadro RTX 6000 ได้ไม่เกินคนละ 5 การ์ดเท่านั้นครับ

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/nvidias-quadro-rtx-6000-professional-gpu-is-up-for-pre-order/457968/

แนะนำ Dell Precision 5530 Mobile Workstation สำหรับคนทำงานวิศวกรรมและกราฟฟิกโดยเฉพาะ

สำหรับเหล่าวิศวกรหรือนักออกแบบมืออาชีพนั้น เครื่องคอมพิวเตอร์พกพาที่มีประสิทธิภาพสูงเพียงพอสำหรับงานในแต่ละวันนั้นถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำงานที่คุ้มค่าต่อการลงทุน และในบทความนี้เราก็จะพาทุกท่านไปรู้จักกับ Dell Precision 5530 Mobile Workstation ซึ่งใช้ทั้ง Intel Xeon และ NVIDIA Quadro ในการประมวลผลร่วมกันแล้ว ก็ยังมีน้ำหนักเพียงแค่ไม่ถึง 2 กิโลกรัมเท่านั้น ถือว่าเบามากสำหรับเครื่องที่มีสเป็คในระดับนี้

 

Mobile Workstation ต่างอย่างไรจาก Notebook ทำงาน?

ก่อนจะไปทำความรู้จักกับ Dell Precision 5530 เรามาเริ่มต้นทำความรู้จักกันก่อนครับว่า Mobile Workstation นั้นต่างอย่างไรจาก Notebook ทั่วๆ ไป

โดยทั่วไปนั้นเรามักจะได้ยินว่า Mobile Workstation คือ Notebook รุ่นสำหรับทำงานโดยเฉพาะ ซึ่งประโยคนี้ก็ถือว่าถูกต้องอยู่ส่วนหนึ่ง ซึ่งหากจะกล่าวกันโดยรวมแล้ว Mobile Workstation นั้นจะมีความแตกต่างจาก Notebook ที่เราใช้ทำงานกันทั่วๆ ไปดังนี้

  • Mobile Workstation นี้มักจะมีการนำเทคโนโลยีล่าสุดหรือเทคโนโลยีที่เหนือชั้นไปกว่าที่ใช้งานในอุปกรณ์ PC หรือ Notebook สำหรับทำงานทั่วๆ ไปเป็นอย่างมาก เช่น การนำ CPU รุ่นสำหรับ Server มาใช้เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงขึ้น, การนำการ์ด GPU รุ่นสำหรับทำงานโดยเฉพาะอย่าง NVIDIA Quadro มาใช้ เป็นต้น
  • ระบบของ Mobile Workstation มักจะถูกออกแบบมาสำหรับใช้ในการทำงานเป็นหลัก ดังนั้นหากจะนำมาใช้เพื่อความบันเทิงอย่างเช่นการเล่นเกมนั้น ก็อาจไม่คุ้มค่าต่อการลงทุนนัก
  • โดยมากแล้ว Mobile Workstation นั้นมักจะผ่านการทดสอบร่วมกับเหล่าผู้ผลิต Software สำหรับใช้ในการทำงาน ว่า Hardware นั้นสามารถทำงานร่วมกับ Software ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ภาคธุรกิจสามารถตัดสินใจลงทุนใช้งานได้อย่างสบายใจ
  • Mobile Workstation มักถูกออกแบบมาให้รองรับการอัปเกรดเสริม Hardware เพื่อรองรับงานที่ต้องใช้ทรัพยากรสูงได้

ด้วยเหตุเหล่านี้เอง Dell จึงได้แยกสายผลิตภัณฑ์ของ Mobile Workstation ออกมาเป็นกลุ่ม Dell Precision Mobile Workstation แยกขาดจาก Dell Latitude ซึ่งเป็นเครื่องสำหรับใช้ในการทำงานทั่วๆ ไปเป็นหลัก เพราะแนวคิดในการออกแบบระบบนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงนั่นเอง

 

 

Dell Precision 5530 Mobile Workstation: คอมพิวเตอร์พกพาประสิทธิภาพสูง พร้อมการ์ดจอ NVIDIA Quadro รุ่นสำหรับใช้ทำงานโดยเฉพาะ

 

Credit: Dell

 

Dell Precision 5530 Mobile Workstation นี้เป็น Mobile Workstation รุ่นที่ถือว่าเบาและบางที่สุด โดยมีหน้าจอ InfinityEdge ที่มาพร้อมกับ 4K PremierColor ขนาดใหญ่ถึง 15.6 นิ้ว ออกแบบมาให้ติดตั้ง Hardware ประมวลผลประสิทธิภาพสูงพร้อมเทคโนโลยีล่าสุด เพื่อให้การทำงานที่ต้องการพลังประมวลผลสูงสำหรับงานทางด้านวิศวกรรมและการออกแบบกราฟฟิกหรือวิดีโอนั้นเป็นไปได้อย่างลื่นไหลสูงสุดในตัว

ด้วยการใช้งานหน่วยประมวลผล 8th Gen Intel® Core™ และ Xeon® 6-core รวมถึงยังรองรับ Intel®Core™ i9 ได้ ก็ทำให้การประมวลผลทั่วไปนั้นมีประสิทธิภาพสูง ในขณะที่สามารถติดตั้ง NVIDIA Quadro P1000 และ P2000 ได้ ก็ทำให้ Dell Precision 5530 Mobile Workstation รองรับการทำงานได้อย่างต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องห่วงเรื่องของความร้อน และไม่ต้องห่วงว่า GPU จะพัง งานด้าน Simulation หรือการ Render นั้นจึงสามารถทำได้อย่างต่อเนื่องยาวนาน

สำหรับ RAM สูงสุดนั้นก็สามารถติดตั้งได้ถึง 32GB พร้อมรองรับ NVME PCIe SSD ภายในที่ความจุสูงถึง 2TB หรือจะเลือกติดตั้ง HDD ความจุรวมกัน 4TB ก็ได้ตามต้องการ ก็ทำให้การจัดเก็บและประมวลผลไฟล์ขนาดใหญ่นั้นสามารถเกิดขึ้นได้บน Mobile Workstation เครื่องนี้

หนึ่งเทคโนโลยีใหม่ที่ถูกใส่เข้ามาใน Dell Precision 5530 Mobile Workstation ก็คือ Intel Optane ที่จะช่วยให้การเข้าถึงไฟล์งานหรือ Application ขนาดใหญ่นั้นเป็นไปได้อย่างรวดเร็วกว่าเดิม ทำให้การตอบสนองของการเรียกใช้งานสิ่งต่างๆ ภายใน Mobile Workstation เร็วขึ้นถึง 2 เท่า

ในแง่ของความทนทานนั้น Dell Precision 5530 Mobile Workstation นี้ได้รับมาตรฐาน MIL-STD 810G ซึ่งเป็นมาตรฐานความทนทานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในระดับการทหาร ทำให้มั่นใจได้ว่าการพกพา Mobile Workstation เครื่องนี้ไปทำงานภายนอกอาคาร, ภายในโรงงาน หรือออกกองถ่ายภาพยนตร์นั้นจะไม่ทำให้เครื่องเสียหายอย่างง่ายๆ แน่นอน

ส่วนพอร์ตที่ให้มากับ Dell Precision 5530 Mobile Workstation นั้น มีดังนี้

  1. Memory card reader
  2. USB 3.1 Gen 1 port
  3. Battery-status button
  4. Security lock
  5. Power adapter port
  6. USB 3.1 Gen 1 port
  7. HDMI 2.0
  8. Thunderbolt 3
  9. Headphone jack

ก็เรียกได้ว่าให้พอร์ตมาค่อนข้างครบ พร้อมใช้งานได้หลากหลายวัตถุประสงค์ทีเดียว

 

น้ำหนักเริ่มต้นเพียง 1.78 กิโลกรัม เทียบเท่า Notebook ทั่วไป

 

Credit: Dell

 

จุดเด่นที่ถือว่าน่าสนใจมากของ Dell Precision 5530 Mobile Workstation นี้ก็คือน้ำหนักที่เริ่มต้นเพียงแค่ 1.78 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งหากเทียบกับ Notebook ทำงานทั่วๆ ไปในน้ำหนักที่เท่ากันนี้ ก็อาจได้จอที่เล็กกว่าและประสิทธิภาพในระดับที่ต่ำกว่ามากทีเดียว

ด้วยเหตุนี้ Dell Precision 5530 Mobile Workstation จึงสามารถพกพานำไปทำงานนอกสถานที่ก็ได้ หรือจะใช้งานเป็นเครื่องภายในโต๊ะทำงานหลัก และเลือกที่จะพกพาออกไปใช้งานภายนอกเป็นครั้งคราวก็ได้เช่นกัน

 

ทำ Performance Tuning โดยอัตโนมัติด้วย Dell Precision Optimizer โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

 

Dell Precision Optimizer Credit: Dell

 

Dell Precision Optimizer คือ Software ที่แถมมาให้กับ Dell Precision ทุกรุ่นอยู่แล้ว โดย Dell Precision Optimizer นี้จะเป็น Software ที่มีการจัดเก็บ Profile สำหรับทำ Performance Tuning ให้กับ Dell Precision เพื่อรองรับการทำงานร่วมกับ Application ต่างๆ ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดโดยอัตโนมัติ ดังนั้นไม่ว่าเราจะเปลี่ยนไปใช้งาน Application ใดๆ บน Dell Precision ก็ตาม ระบบ Dell Precision Optimizer ก็จะปรับการทำงานของอุปกรณ์ให้รองรับต่อ Application ที่ใช้งานอยู่ ณ เวลานั้นๆ โดยอัตโนมัติให้เอง อีกทั้งยังมีระบบ Automated System Update เพื่อลดภาระด้านการดูแลรักษา, มีระบบ Analytics สำหรับวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นในการใช้งาน และสามารถบริหารจัดการแบบศูนย์กลางผ่าน SCCM ได้อีกด้วย

ส่วนธุรกิจที่มีการใช้งาน Application เฉพาะทางที่ Dell Precision Optimizer ยังไม่รู้จักมาก่อน หรือมีรูปแบบการใช้งานเฉพาะตัวสูงมากนั้น ทาง Dell เองก็มี Dell Precision Optimizer รุ่น Premium ซึ่งจะมาพร้อมกับระบบ Machine Learning สำหรับเรียนรู้รูปแบบการใช้งานทรัพยากรต่างๆ ในเครื่องและทำการปรับแต่งระบบให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยอัตโนมัติ ลดภาะด้านการทำ Performance Tuning ให้กับเหล่า Application เฉพาะทางเหล่านี้ลงไปได้เป็นอย่างมาก

 

รองรับงานวิศวกรรมและงานกราฟฟิก พร้อมพกพาไปทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา

 

จัดสเป็คเองได้ เลือกออปชันเสริมได้มากมาย ตอบทุกโจทย์ความต้องการในการทำงาน

Dell นั้นเปิดให้เหล่าธุรกิจองค์กรที่ต้องการใช้งาน Dell Precision 5530 Mobile Workstation สามารถเลือกจัดสเป็คของเครื่องเพื่อให้เหมาะสมต่อความต้องการในการใช้งานได้เอง เช่น

  • สามารถเลือกหน่วยประมวลผล Intel Core i5, i7, i9 และ Xeon E-2176M ได้ตามต้องการ
  • สามารถเลือกใช้การ์ดจอ Intel HD Graphcis, NVIDIA Quadro P1000 w/4GB GDDR5 หรือ NVIDIA Quadro P2000 w/4GB GDDR5 ได้
  • ติดตั้ง RAM ได้สูงสุด 32GB DDR4-2666MHz
  • ติดตั้ง HDD ได้สูงสุด 4TB
  • ติดตั้ง NVMe PCIe SSD ได้สูงสุด 2TB + HDD 2TB
  • รองรับการติดตั้ง Intel Optane Memory 32GB PCIe NVMe SSD เพื่อเร่งความเร็วการเข้าถึงข้อมูลได้อีกระดับ

นอกจากการเลือกสเป็คภายในตัวเครื่องแล้ว Dell เองก็ยังมี Accessory อื่นๆ ที่น่าสนใจสำหรับช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานหรือตอบโจทย์การทำงานในรูปแบบต่างๆ ได้อีกมากมาย ดังนี้

  • Dell Business Thunberbolt Dock เชื่อมต่อ Dell Precision เข้ากับจอแสดงผลและอุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นๆ สำหรับทำงานบนโต๊ะทำงานได้อย่างสะดวก
  • Dell 27 UltraSharp Monitor with PremierColor หน้าจอขนาด 27 นิ้วที่แสดงผลสำหรับงานกราฟฟิกมืออาชีพโดยเฉพาะ ด้วย Color Depth ระดับ 1,070 ล้านสี มากกว่าจอทั่วๆ ไปถึง 64 เท่า
  • Dell USB-C Mobile Adapter DA300 สำหรับเชื่อมต่อ Dell Precision เข้ากับอุปกรณ์ใดๆ ก็ได้ถึง 6 รูปแบบ จากการเชื่อมต่อผ่าน USB-C เพียงช่องเดียว
  • Dell Portable Thunderbolt 3 SSD อุปกรณ์ 1TB SSD สำหรับพกพาข้อมูลที่สามารถเชื่อมต่อได้ด้วยความเร็วสูงถึง 2.8GB/s
  • Dell Canvas หน้าจอแสดงผลที่รองรับการทำงานร่วมกับการสัมผัส, การใช้ปากกา และ Totem เพื่อรองรับงานด้าน Creative โดยเฉพาะ

 

ใช้ทำงานได้อย่างมั่นใจด้วย Windows 10 Pro ทำงานร่วมกับโซลูชันต่างๆ ภายในองค์กรได้ทันที

 

 

Dell Precision 5530 Mobile Workstation สำหรับใช้ในการทำงานนี้จะมาพร้อมกับ Windows 10 Pro หรือ Windows 10 Pro for Workstation เพื่อรองรับการใช้งาน Hardware ประมวลผลและความสามารถของระบบปฏิบัติการที่แตกต่างกันได้ โดย Windows 10 Pro นี้ก็มีจุดเด่นด้านความสามารถในการทำงานร่วมกับ Microsoft Active Directory ได้, มีความสามารถในการสำรองข้อมูล ไปจนถึงมีความสามารถด้าน Security ที่เหนือกว่า พร้อมใช้ในการทำงานได้ทันที

 

รับประกันทั่วไทย แก้ไขปัญหา 24×7 จาก Dell

หนึ่งในชื่อเสียงของ Dell ที่ทำให้ได้รับความไว้วางใจจากภาคธุรกิจและหน่วยงานทั่วไทยนั้น ก็คือคุณภาพในการรับประกันสินค้าที่ครอบคลุมทั่วประเทศไทย พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน ซึ่ง Dell Precision 5530 Mobile Workstation รุ่นนี้เองก็ได้รับประกันในรูปแบบเดียวกันนี้ด้วย ทำให้ครอบคลุมต่องานของทั้งเหล่าวิศวกรและนักออกแบบทั่วไทย ไม่ว่าจะทำงานอยู่ในจังหวัดไหน หรือต้องเดินทางไปทำงานต่างถิ่นบ่อยๆ ก็ตาม

 

สั่งซื้อสินค้าได้จากตัวแทนจำหน่าย Dell ทั่วไทย

สำหรับผู้ที่สนใจ Dell Precision 5530 Mobile Workstation สามารถขอใบเสนอราคาหรือสั่งซื้อสินค้าได้กับตัวแทนจำหน่าย Dell ที่ท่านรู้จักได้ทันที รวมถึงสามารถเข้าไปทำการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.dell.com/th/business/p/precision-15-5530-laptop/pd

from:https://www.techtalkthai.com/dell-precision-5530-mobile-workstation/

Samsung – โชว์หน่วยความจำ GDDR6 บนการ์ดจอสายทำงานมืออาชีพระดับเทพ NVIDIA Quadro RTX

Samsung เปิดตัวหน่วยความจำ GDDR6 สำหรับ Graphic Card ทำงานรุ่นใหม่ในตระกูล Quadro RTX ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมใหม่ Turing ที่สามารถเพิ่มความจุได้เท่าตัว เมื่อเทียบกับ 8Gb ของ GDDR5 ในแบบ 20nm และยังใช้พลังงานน้อยกว่า 35% รวมไปถึงการทำงานที่เหนือกว่า GDDR5 ด้วยแบนด์วิทธ์ 14Gbps  อีกด้วย ซึ่งข่าวนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจสำหรับการ์ดจอ GTX2000 series รุ่นใหม่ที่กำลังออกมา เพราะเมื่อดูจากสเปคพื้นฐานที่เป็น GDDR6 ชัดเจนแล้ว แต่ยังไม่บอกถึงรายละเอียดว่าเป็นรุ่นความเร็วใด

ก็คงต้องเรียกว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่งในตลาดกราฟฟิกการ์ดสำหรับกลุ่มคนทำงาน ซึ่งก่อนหน้านี้ Samsung ได้เปิดตัวหน่วยความจำรุ่นใหม่ในแบบ 16Gb ไปแล้ว และสร้างความตื่นเต้นได้ไม่น้อย โดยทีมออกแบบและพัฒนาวางหน่วยความจำรุ่นใหม่นี้ให้กับผู้ผลิตอย่าง nVIDIA ในการผลิตกราฟฟิกการ์ด Quadro RTX ซึ่งจากข้อมูลล่าสุด จะเป็นกลุ่มของ Quadro RTX 8000, Quadro RTX 6000 และ Quadro RTX 5000 สำหรับมืออาชีพในด้านการสร้างสรรค์ เช่นงานกราฟฟิกและ 3 มิติ ซึ่งทาง Samsung น่าจะพร้อมสำหรับการส่งมอบให้กับผู้ผลิตการ์ดรุ่นใหม่ๆ ได้ในช่วงตุลาคมปีนี้

สำหรับการ์ด nVIDIA Quadro รุ่นใหม่รองรับการติดตั้งหน่วยความจำได้สูงสุดถึง 48GB ให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างโมเดลงานขนาดใหญ่ หรือการออกแบบด้วยโปรแกรมมืออาชีพขั้นสูง ภาพและซอฟต์แวร์สามมิติที่ให้ผลสำเร็จได้รวดเร็ว ใช้เวลาน้อยลง ประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นงาน CAD, วีดีโอดิจิตอล หรือจะเป็นการวิเคราะห์และจำลองทางวิทยาศาสตร์ รวมไปถึงวีดีโอ 8K Ultra HD, VR หรือ AR ก็ตาม ในภาพรวมต้องถือว่าการเปลี่ยนแปลงหน่วยความจำ ที่ส่งผลงานในภาพรวมของมืออาชีพได้แบบไม่ต้องสงสัย

ซึ่งทาง Samsung ยังให้ข้อมูลถึงหน่วยความจำใหม่นี้ ทำงานที่ความเร็ว 14Gbps ทำให้แบนด์วิทธ์เพิ่มได้ถึง 56GB/s สูงขึ้นกว่า 75% เมื่อเทียบกับ 8Gb GDDR5 โดยที่ใช้ไฟเลี้ยงที่ 1.35V ที่ต่ำกว่า 1.55V ของ GDDR5 ได้ทั้งแบนด์วิทธ์มากกว่า แถมยังใช้ไฟน้อยกว่า อนาคตกราฟฟิกการ์ดรุ่นใหม่น่าจะไปได้สวย ไม่ว่าจะเป็นสายทำงานหรือเกมเมอร์ก็ตาม คงต้องตามดูในวันที่ 20 สค นี้กันอย่างใกล้ชิดอีกครั้ง หากสนนราคาออกมาตามที่หลุดออกมา คือเริ่มต้นราวๆ 22,000 บาทสำหรับ 2080 ก็น่าจะเป็นนิมิตรหมายอันดีสำหรับเกมเมอร์ ที่จะได้จับของแรงๆ มาใส่ในพีซีของตน อีกทั้งช่วงนี้ราคาของเหรียญสายขุด ก็ยังทรงตัวอยู่เช่นนี้ โอกาสที่จะทำให้การ์ดราคาแพงโอเวอร์ก็น่าจะน้อยลงเช่นกัน ก็ต้องดูกันยาๆ สำหรับตลาดการ์ดจอทั่วโลกในครั้งนี้

ที่มา: Quadro RTX series

from:https://notebookspec.com/samsungs-gddr6-nvidia-quadro-rtx-gpu/450705/

เปิดตัว NVIDIA Quadro RTX การ์ดจอตระกูลใหม่สำหรับงานด้านวิดีโอและกราฟฟิกโดยเฉพาะ

ในงาน SIGGRAPH ทาง NVIDIA ได้ออกมาเปิดตัวการ์ดจอตระกูลใหม่ที่ใช้สถาปัตยกรรม Turing ภายใต้ผลิตภัณฑ์ตระกูล NVIDIA Quadro RTX GPU ที่เปิดตัวมา 3 รุ่น พร้อมเปิดตัว Quadro RTX Server ซึ่งเป็น Reference Architecture สำหรับระบบ Virtual Workstation ที่ทำงานอยู่ภายใน Data Center ด้วย

 

Credit: NVIDIA

 

NVIDIA Quadro RTX GPU นี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับงานด้านภาพยนตร์, วิดีโอ, การออกแบบยานยนต์, การออกแบบเชิงสถาปัตยกรรม และการแสดงผลข้อมูลทางวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะ และมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ดังนี้

  • เพิ่ม RT Core สำหรับการทำ Real-time Ray Tracing สำหรับวัตถุและสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้ด้วยเงาและเงาสะท้อนที่แม่นยำ
  • เพิ่ม Turing Tensor Core สำหรับการทำ Deep Neural Network Training และ Inference เพื่อรองรับงานด้าน AI
  • ใช้สถาปัตยกรรม Turing Streaming Multiprocessor ที่มี CUDA Core สูงสุดถึง 4,608 Core และรองรับการประมวลผล Floating Point ได้มากถึง 16 ล้านล้าน Operation ต่อวินาทีพร้อมๆ กับการประมวลผล Integer ได้มากถึง 16 ล้านล้าน Operation ต่อวินาที
  • เพิ่มเทคโนโลยี Programmable Shading ขั้นสูง รองรับการแสดงผลภาพที่มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น
  • ใช้ Samsung 16Gb GDDR6 รองรับข้อมูลขนาดใหญ่ขึ้นด้วยประสิทธิภาพการทำงานที่สูงขึ้นได้
  • เชื่อม GPU 2 ชุดเข้าด้วยกันได้ผ่าน NVIDIA NVLink ทำให้มีหน่วยความจำรวมกันได้สูงสุด 96GB และรับส่งข้อมูลได้ด้วยความเร็ว 100GB/s
  • รองรับการเชื่อมต่อผ่าน USB Type-C และ VirtualLink ซึ่งเป็นมาตรฐานเปิดใหม่สำหรับการแสดงผลและจ่ายพลังงานเพื่อรองรับ Virtual Reality (VR) Headset โดยเฉพาะ
  • เพิ่มเทคโนโลยีสำหรับ VR เช่น Variable Rate Shading, Multi-View Rendering, VRWorks Audio

สำหรับ Spec ของ GPU 3 รุ่น เป็นดังนี้

Credit: NVIDIA

 

ราคาของ Quadro RTX 8000 จะอยู่ที่ประมาณ 10,000 เหรียญ ส่วนรุ่น 6000 จะอยู่ที่ 6,300 เหรียญ และรุ่น 5000 จะอยู่ที่ 2,300 เหรียญ

ส่วน NVIDIA Quadro RTX Server นี้จะเป็นการใช้ Quadro RTX GPU ร่วมกับ Quadro Infinity Software ที่จะเปิดตัวในต้นปี 2019 เพื่อช่วยให้การ Render ภาพนั้นสามารถทำได้แบบ On-demand ที่ Data Center ทำให้ผู้ใช้งานหลายคนสามารถเข้าถึง GPU กลางชุดเดียวกันและใช้งานร่วมกันเพื่อ Render ได้

 

ที่มา: https://nvidianews.nvidia.com/news/nvidia-unveils-quadro-rtx-worlds-first-ray-tracing-gpu

from:https://www.techtalkthai.com/nvidia-quadro-rtx-with-turing-architecture-is-announced/

NVIDIA – เปิดตัว Quadro GV100 การ์ดจอประสิทธิภาพแรงที่สุดในโลก สำหรับงานประมวลผลโคตรมืออาชีพ

ในงาน GTC 2018 นั้นทาง NVIDIA ได้ทำการเปิดตัวกราฟิกการ์ดสำหรับใช้งานทางด้านกราฟิกมืออาชีพรุ่นใหม่อย่าง Quadro GV100 ออกมาครับ ด้วยการมาพร้อมกับชิปกราฟิกสถาปัตยกรรม Volta ใหม่พร้อมด้วย CUDA cores จำนวนสูงถึง 5,120 cores ทำให้ Quadro GV100 กลายเป็นกราฟิกการ์ดสำหรับงานทางมืออาชีพที่มีประสิทธิภาพสูงมากที่สุดในปัจจุบันนี้ครับ

ด้วยจำนวน CUDA cores มากถึง 5,120 cores นั้นทำให้ Quadro GV100 มีตวามเร็วในการประมวลผลแบบ double-precision rendering ถึง 7.4 TFLOPs, single-precision workloads ถึง 14.8 TFLOPs, half-precision ถึง 29.6 TFLOPs และ deep learning ผ่านทาง Tensor Cores ถึง 118.5 TFLOP ภายใต้หน่วยความจำแบบ HBM2 ขนาด 32 GB ซึ่งมีแบนด์วิดธ์ ทั้งหมดอยู่ที่ 1.7 Gbps ครับ

ในส่วนของสเปคอื่นๆ นั้น Quadro GV100 จะมี Tensor cores จำนวน 640 cores, texture units จำนวน 320 หน่วยและ 128 ROPs โดยตัวชิปกราฟิกนั้นจะมีความเร็วสุญญาณนาฬิกาขณะ boost อยู่ที่ 1450 MHz สำหรับในส่วนของหน่วยความจำนั้นจะทำงานอยู่ภายใต้บัสขนาด 4069 bit พร้อมด้วยฟีเจอร์การรองรับ ECC (error correction for data-critical workloads) แต่ทว่าตัวการ์ดนั้นจะมีอัตราการคายความร้อนอยู่ที่ 250 W TDP ซึ่งถือว่ามากกว่าการ์ดรุ่น Quadro P100 รุ่นก่อนหน้าอยู่ที่ประมาณ 20 W ครับ

อย่างไรก็ตามสำหรับท่านที่ทำงานทางด้านกราฟิกแบบมืออาชีพนั้นอาจจะต้องพิจารณามากหน่อยในการซื้อ Quadro GV100 มาใช้เนื่องจากว่าตัวการ์ดนั้นมาพร้อมกับพอร์ทการเชื่อมต่อแบบ DisplayPort 1.4 จำนวน 4 พอร์ทเท่านั้น ดังนั้นแล้วหากหน้าจอของท่านไม่มี DisplayPort อยู่ด้วยล่ะก็ท่านอาจจะต้องซื้อหน้าจอใหม่ด้วย น่าเสียดายที่การเปิดตัวในครั้งนี้นั้นทาง NVIDIA ยังไม่ได้เผยราคาและวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Quadro GV100 ออกมาครับ

ที่มา : techpowerup

from:https://notebookspec.com/nvidia-announces-worlds-most-powerful-professional-gpu-the-quadro-gv100/435875/

[NVIDIA] เปิดตัว Quadro M6000 พร้อม VRAM มากถึง 24 GB ราคาจิ๊บๆ 180,000 บาท

สำหรับทุกท่านที่อยู่ในวงการการออกแบบเขียนภาพ 3 มิตินั้นน่าจะคุ้นเคยกับกราฟิกการ์ดในซีรีส์ Quadro กันเป็นอย่างดีครับ โดยเมื่อปี 2015 ที่ผ่านมานั้นทาง NVIDIA ได้ทำการเปิดตัว Quadro M6000 ออกมา(ติดตามได้จากข่าวเก่า Nvidia ปล่อย Quadro M6000 GPU ที่มาพร้อม VRAM ขนาด 12 GB ออกมาอย่างเป็นทางการ) ล่าสุดในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมามนั้นทาง NVIDIA ได้ทำการเปิดตัว Quadro รุ่นอัพเดทประจำปี 2016 ที่มาพร้อมกับหน่วยความจำบนตัวการ์ด(VRAM) มากถึง 24 GB เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าตัวจากรุ่นเดิมครับ

NVIDIA Quadro M6000 with 24 GB VRAM 600 01

อย่างไรก็ตามแต่ถึงแม้ว่าจะมีการอัพสเปคเพิ่มขึ้น ทว่าสิ่งที่เพิ่มขึ้นนั้นก็มีเพียงแค่หน่วยความจำบนตัวกราฟิกการ์ด(VRAM) เท่านั้นในส่วนของสเปคอื่นๆ ของตัวกราฟิกการ์ดรุ่นนี้ยังคงเท่ากับรุ่นเดิมหมดทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นการใช้ชิป GM200 บนสถาปัตยกรรม Maxwell ที่มาพร้อมกับ CUDA core จำนวน 3,072 cores, 192 Texture Units และ 96 ROPs แถมในส่วนของความเร็วสัญญาณนาฬิกาของตัวชิปนั้นก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นด้วยคือยังคงเดิมอยู่ที่ 1,140 MHz เมื่อทำงานแบบ boost clock ครับ

NVIDIA Quadro M6000 with 24 GB VRAM 600 02

ถึงแม้ว่าสเปคต่างๆ นอกเหนือไปจากหน่วยความจำ(VRAM) จะยังคงเท่าเดิมแต่ในเรื่องของประสิทธิภาพนั้นจากการอัพเกรด Quadro M6000 ก็เลยกลายเป็นกราฟิกการ์ดสำหรับการออกแบบ 3 มิติที่มาพร้อมกับหน่วยความจำ(VRAM) ที่มากที่สุดในตลาดตอนนี้(มากกว่า AMD FirePro W9100 ที่มีหน่วยความจำอยู่ที่ 16 GB) แถมทาง Sony Pictures ยังได้มีการยืนยันออกมาอีกด้วยว่าเมื่อใช้ Quadro M6000 รุ่นอัพเดทใหม่นั้นทำให้พวกเขาสามารถทำงานได้ลื่นไหลมากกว่าเดิมเยอะ(อ้างอิงจากรูปบอกว่าดีกว่าเดิม 10 เท่า) … อ้อเรื่องที่เด็ดที่สุดที่ถือว่าเหลือเชื่อมากสำหรับการอัพเดทในครั้งนี้ก็คือ Quadro M6000 รุ่นอัพเดทนั้นจะมีราคาจำหน่ายเท่ากับรุ่นเดิมคืออยู่ที่ $5,000 หรือประมาณ 180,000 บาทครับ(คนที่ซื้อไปก่อนหน้านี้คงกุมขมับแย่เลยครับ)

ที่มา : vr-zone

from:http://notebookspec.com/nvidia-announces-an-updated-quadro-m6000-with-24gb-vram/341599/

Dell เปิดตัว Precision Workstation รุ่นล่าสุด ตอบโจทย์การทำงาน Graphic ได้แรงสุดด้วย Intel Xeon ใน Laptop

dell_precision_workstations

พอดีวันนี้ทีมงาน TechTalkThai ได้มีโอกาสมาร่วมงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Dell ครับ ก็เลยขอเขียนถึงส่วนที่เกี่ยวข้องกับตลาด Enteprise ก็คือ Dell Precision Workstation สำหรับการทำงาน Graphic หนักๆ ได้ในราคาที่ไม่ถือว่าแพง และมี Form Factor ทั้งที่เป็น Tower และ Laptop แต่ส่วนที่ทำให้ตัดสินใจเขียนถึงเจ้าตัว Dell Precision นี้ก็คือการมี Notebook รุ่นที่ใช้ CPU Intel Xeon E3 ที่เรามักจะพบเห็นใน Server, การ์ดจอ NVIDIA Quadro สำหรับทำงานเป็นหลัก และ M.2 NVMe PCIe SSD ที่มีความเร็วสูงและยังไม่ค่อยเห็นใครใช้กันนักนั่นเอง

หลักๆ แล้ว Dell Precision จะแบ่งรุ่นออกจาก Form Factor ได้แก่ Precision Mobile Workstations ที่เป็น Notebook/Laptop ที่แบ่งรุ่นตามขนาดหน้าจอ และ Precision Fixed Workstation ที่เป็น Tower และ Rack Mount Workstations สำหรับใช้งานภายในองค์กรด้วยราคาที่ประหยัดกว่า ต่อเข้ากับจอความละเอียดสูงของ Dell นั่นเองครับ ดูหน้าตาและราคาเริ่มต้นได้ตามภาพเลย

dell_precision_mobile_workstations

dell_precision_fixed_workstations

สำหรับ CPU นี้มีให้เลือกตั้งแต่ 4th Gen Intel Core i3/i5/i7, 6th Gen Intel Core i5/i7, Quad Core Intel Xeon E3-1505M v5 (4C, 2.8-3.7GHz, ) และ Six Core Intel Xeon E5-1650 v3 (6C, 3.5GHz, Turbo, HT) ในขณะที่การ์ดจอนั้นก็มีทั้ง NVIDIA Quadro และ AMD FirePro ให้เลือกใช้ พร้อม RAM ขนาด 8-32GB แล้วแต่รุ่น และเลือกตืดตั้ง M.2 NVMe PCIe SSD ขนาดสูงสุดได้ถึง 1TB เลยทีเดียว

อีกสิ่งที่น่าสนใจคือ Software ที่มา Bundle เข้ากับ Workstation เหล่านี้ นอกจาก Microsoft Windows/Office แล้ว ก็ยังมี Adobe Creative Cloud และ Acrobat DC ให้เลือกซื้อ Subscription ได้เลยอีกด้วย

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและราคาคร่าวๆ ได้เลยที่ http://www.dell.com/us/business/p/workstations นะครับ แต่พอจะสั่งซื้อก็สั่งกับตัวแทนในไทยน่าจะพอต่อรองราคาหรือพูดคุยเรื่องบริการกันได้มากกว่าครับ

from:https://www.techtalkthai.com/dell-launched-latest-precision-workstation-with-intel-xeon-on-laptop/