คลังเก็บป้ายกำกับ: NVIDIA

NVIDIA – GeForce GTX 1650 การ์ดจอน้องเล็กสเปค CUDA 896 Cores, 4 GB GDDR5 จัดสเปก PC กันได้

ดูเหมือนว่าจะมีข้อมูลรายละเอียดสเปคของการ์ดจอตัวน้องเล็กสุดอย่าง GTX 1650 ออกมาเป็นที่เรียบร้อย จาก benchmark.pl ของเว็บไซต์ที่ไม่ระบุ

GTX 1650

NVIDIA GeForce GTX 1650 การ์ดจอน้องเล็กสเปค CUDA 896 Cores, 4 GB GDDR5

โดยเป็นที่ยืนยันเรียบร้อยว่า GTX 1650 จะมาพร้อมกับ CUDA Core ที่ 896 ในรุ่น 4 GB นอกจากนี้ราคา ยังบอกไว้อีกด้วยว่าจะอยู่ที่ 149 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4700 กว่าบาทนั่นเอง จะทำให้อยู่ในหมวดเดียวกับอีกค่ายอย่าง RX570 และในเว็บ Amazon ก็ได้มีตัวการ์ด 1650 ขายด้วยเช่นกัน

โดยจะสามารถเทียบกับรูปอื่นๆ ได้ตามตารางด้านล่าง

นอกจากนี้ยังแบรนอย่าง ZOTAC และ ASUS ออกรุ่น 1650 นี้ออกมาอีกด้วย โดยตัวการ์ดนั่นจะทำการ OC มาจากโรงงาน

ที่มา: wccftech.com

from:https://notebookspec.com/nvidia-geforce-gtx-1650/478413/

โฆษณา

NVIDIA – เผยประสิทธิภาพในการใช้การ์ด GeForce GTX 1080 เล่นเกมแล้วเปิดฟีเจอร์ Ray Tracing

หลายๆ ท่านนั้นน่าจะทราบข่าวกันแล้วครับว่า driver เวอร์ชัน 425.31 ที่ทาง NVIDIA ได้ทำการเปิดให้อัพเดทกันไปเมื่อไม่นานนี้นั้นสิ่งหนึ่งเพิ่มเติมสุดเด็ดของผู้ใช้กราฟิกการ์ดซีรีส์ GTX 1XXX ก็คือการที่ทาง NVIDIA ได้ทำการเปิดให้สามารถใช้งาน DXR หรือฟีเจอร์ Ray Tracing ที่อยู่บน API DirectX 12 ได้ ซึ่งหลายๆ คนน่าจะมีข้อสงสัยกันอยู่ว่าในเมื่อตัวการ์ดนั้นไม่ได้มาพร้อมกับความสามารถในการประมวลผลแบบ Ray Tracing ตั้งแต่ต้นแบบนี้แล้วประสิทธิภาพในการใช้งานของมันนั้นจะดีรึเปล่า วันนี้เราจึงอยากขอนำเอาข้อมูลจาก wccftech มาให้ทุกท่านได้รับชมกันครับ

ในการทดสอบครั้งนี้นั้นทาง wccftech จะทำการทดสอบที่ต่างจากทาง NVIDIA ก่อนหน้านี้ ซึ่งนั่นก็คือทาง wccftech จะทำการทดสอบที่ความละเอียดของหน้าจอ 1080p ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นความละเอียดในการเล่นเกมที่ยังคงมีคนใช้มากที่สุดในปัจจุบัน ในการทดสอบนั้นเพื่อให้ผลเป็นไปอย่างตรงไปตรงมาที่สุดทาง wccftech จึงจะใช้เครื่องที่มีสเปคดังต่อไปนี้เหมือนกันหมดในกับทุกการ์ดครับ

  • หน่วยประมวลผล Intel Core i9-9900k
  • หน่วยความจำขนาด 16 GB รุ่น G.Skill Trident Z DDR4 3200
  • เมนบอร์ดชิปเซ็ท Z370 รุ่น EVGA Z370 Classified K
  • แหล่งเก็บข้อมูลแบบ NVMe SSD ของ Crucial P1 ความจุ 1 TB
  • แหล่งจ่ายไฟของ Cooler Master V1200 Platinum
  • กราฟิกการ์ดที่ใช้ในการทดสอบจะประกอบไปด้วย GeForce RTX 2060, GeForce GTX 1080 และ GeForce GTX 1660

ผลการทดสอบต่างๆ นั้นจะมีผลดังกราฟต่อไปนี้ครับ

ก่อนอื่นนั้นต้องขอแสดงความโชคดีกับทุกท่านที่ยังคงใช้กราฟิกการ์ดในซีรีส์ GTX 1xxx ตั้งแต่ GTX 1060 6 GB ขึ้นไปนะครับเพราะนั่นหมายความว่าคุณนั้นสามารถที่จะเปิดรับประสอบการณ์การสะท้อนแสงในรูปแบบใหม่อย่าง Ray Tracing ได้ แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นก็ตามเมื่อทำการดูผลจริงๆ แล้วนั้นจะเห็นได้ว่าเกมที่สามารถทำการเล่นแบบเปิด Ray Tracing ได้จริงๆ ก็จะมีเฉพาะ Shadow of the Tomb Raider เท่านั้น ส่วนเกมอื่นนั้นจะมีเฟรมเรทลดลงไปมากพอสมควรครับ

ยิ่งเมื่อไปเปรียบเทียบกับ RTX 2060 แล้วนี่ยิ่งเห็นชัดมากขึ้นเลยครับเนื่องจากว่าเฟรมเรมที่ได้ออกมานั้นแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ตรงจุดนี้นั้นก็ต้องยกข้อดีในกับ RT cores ที่อยู่บนกราฟิกการ์ดซีรีส์ RTX 2xxx นั่นล่ะครับ สรุปแล้วนั้นกราฟิกการ์ดซีรีส์ GTX 1xxx นั้นก็สามารถที่จะเล่นเกมโดยเปิดฟีเจอร์ Ray Tracing ได้จริงแต่ถามว่าจะเล่นได้รอดไหมนั้นคงบอกได้เลยครับว่าอาจจะเป็นบางเกมไป แต่ถ้าดูโดยรวมแล้วนั้นผมว่าไม่รอดครับถ้าไม่ตั้งความละเอียดของหน้าจอให้ต่ำลงกว่านี้ครับ

ที่มา : wccftech

from:https://notebookspec.com/geforce-gtx-ray-tracing-1080p-performance-snapshot/478292/

NVIDIA – เปิดให้ใช้แล้ว เทคโนโลยี Ray Tracing บนกราฟิกการ์ด GTX 1060 ขึ้นไป แต่ก็ไม่ดีเท่า RTX นะ

ถึงเวลาที่เจ้าของกราฟิกการ์ดซีรีส์ GTX 1000 จะได้ดีใจแล้วครับเมื่อในที่สุดทาง NVIDIA ก็ได้ส่งอัพเดท driver การ์ดจอรุ่น 425.31 ออกมา ซึ่งในเวอร์ชันนี้นั้นจำทำให้ผู้ใช้กราฟิกการ์ดสถาปัตยกรรม Pascal หรือซีรีส์ GTX 1000 เปิดใช้งานฟีเจอร์ Ray tracing ได้เหมือนกับบนกราฟิกการ์ดสถาปัตยกรรม Turing กันสักที โดยมีข้อแม้อยู่ว่ากราฟิกการ์ดที่จะใช้ Ray tracing ได้นั้นจะต้องเป็นกราฟิกการ์ดในรุ่น GTX 1060 6GB ขึ้นไปเท่านั้นตามภาพทางด้านล่างต่อไปนี้ครับ

ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อย่าพึ่งดีใจไปนะครับว่าจะใช้งานได้เร็วและแรงเหมือนกับกราฟิกการ์ดซีรีส์ RTX 2000 เพราะทาง NVIDIA เองนั้นเป็นคนที่ออกมาบอกในการประกาศเอาไว้ครับว่าในการเปิดใช้งาน Ray tracing บนกราฟิกการ์ดสถาปัตยกรรม Pascal นั้นไม่ได้เป็นการเปิดฟีเจอร์ในการทำงานทั้งหมดเหมือนกับกราฟิกการ์ดที่ใช้สถาปัตยกรรม Turing เท่านั้น แถมอีกฟนึ่งฟีเจอร์เด็ดในการลดลอยหยักของวัตถุในเกมอย่าง DLSS นั้นก็ยังไม่สามารถที่จะเปิดได้เช่นครับครับ

อีกจุดหนึ่งที่ทาง NVIDIA เตือนเอาไว้นั่นก็คือเฟรมเรทของตัวเกมนั้นจะลดลงพอสมควร โดยทาง NVIDIA ได้บอกเอาไว้ว่าเพื่อให้การเปิดใช้งานฟีเจอร์ Ray tracing บนกราฟิกการ์ดสถาปัตยกรรม Pascal นั้นคุณอาจจะมีความจำเป็นที่จะต้องทำการลดความละเอียดของหน้าจอขณะเล่นเกมลงมา ซึ่งอาจจะต้องกว่า 1080p ด้วย ดังนั้นแล้วหากคุณคิดว่าการแลก Ray tracing กับความเร็วของเฟรมเรทเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นเท่าไรนักก็ไม่ต้องเปิดใช้งาน Ray tracing ก็ได้ครับเนื่องจากในปัจจุบันนั้นมีเกมแบบ AAA เท่านั้นที่จะมาพร้อมกับฟีเจอร์ Ray tracing ครับ

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/nvidia-launches-ray-tracing-driver-support-for-previous-gen-pascal-gpus/478093/

NVIDIA อัพเดตไดรเวอร์ เปิดฟีเจอร์ Ray Tracing ให้ GeForce ซีรีส์ 10/16 แล้ว

NVIDIA สัญญาไว้ว่าจะเปิดฟีเจอร์ Ray Tracing ให้กับการ์ดจอ GTX ได้แก่ Pascal รุ่นเก่า (ซีรีส์ 10) และ Turing รุ่นเล็ก (ซีรีส์ 16)

ล่าสุดฟีเจอร์นี้ออกมาแล้วในไดรเวอร์เวอร์ชัน 425.31 ที่ออกเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2019 โดยจีพียูรุ่นที่ได้ฟีเจอร์นี้คือ GeForce GTX 1060 (6GB) ขึ้นไป และ GeForce GTX 1660 ขึ้นไป

แน่นอนว่าการ์ดตระกูล GTX ไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับเร่งความเร็วการทำ Ray Tracing โดยตรง ประสิทธิภาพจึงออกมาค่อนข้างแย่เมื่อเทียบกับการ์ดตระกูล RTX ตามตัวเลขเบนช์มาร์คที่ NVIDIA เผยแพร่ออกมา

ที่มา – NVIDIA, ExtremeTech

No Description

No Description

from:https://www.blognone.com/node/109180

Steam – เผยผลสำรวจล่าสุด มีผู้ใช้การ์ดจอ GeForce RTX 2000 Series เพิ่มขึ้น มากสุดเป็น RTX 2060

Steam ได้เผยผลการสำรวจฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของเดือนมีนาคม 2019 ผลปรากฏว่ามีผู้ใช้การ์ดจอ NVIDIA เพิ่มขึ้นตลอด โดยการ์ดจอที่มีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นมากที่สุดได้แก่ GeForce RTX 2060 เป็นสัญญาณที่บ่งบอกการ์ดจอ RTX กำลังจะมีอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้น จากที่ก่อนหน้านี้เปิดตัวมาแป๊ก ด้วยราคาที่สูงเกิน ผสมกับคนหันไปเล่นการ์ดจอ GTX 1000 Series มือสอง

โดย GeForce RTX 2060 มีอัตราการเติบโตตัวเลขอยู่ที่ 0.27% ซึ่งถือเป็นการเข้ามาเดือนแรกอย่างเป็นทางการ ส่วน RTX 2070 และ RTX 2080 ที่เข้ามาก่อนสามเดือนก็มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นเช่นกันที่ 0.15% และ 0.10% ตามลำดับ

นอกจากนี้สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือการ์ดจอ AMD Radeon RX 580 ก็ได้รับความนิยมซึ่งเพิ่มขึ้นอีก 0.16% แซงหน้า NVIDIA รุ่นใหม่อื่นๆ หลายรุ่น ซึ่งก็จะเป็นผลของการลดราคาที่หนักหน่วงในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตามการ์ดจอที่ผู้ใช้งาน Steam เลือกใช้มากสุดก็ยังคงเป็น GTX 1060 เหมือนเดิม

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/latest-steam-hardware-survey-suggests-geforce-rtx-20-series-sales-are-on-the-up/477794/

Steam – เผยสถิติอันดับการ์ดจอ NVIDIA ยอดนิยมที่เกมเมอร์ใช้มากที่สุด โดย AMD ยังคงรั้งท้าย

ผลสำรวจจาก Steam ได้เผยอันดับสถิติการ์ดจอที่เหล่าเกมเมอร์ใช้มากที่สุด โดยจะทำให้เราได้ทราบถึงความเปลี่ยนแปลงของตลาดสำหรับ 2 ค่ายชื่อดังอย่าง Intel และ AMD โดย Intel ครองส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 82% ในขณะที่ AMD อยู่ที่ 18% แต่จากข้อมูล AMD กำลังไล่ตามมา

Steam เผยสถิติอันดับการ์ดจอที่เกมเมอร์ใช้มากที่สุด โดย AMD ยังคงรั้งท้าย

หากลองมามองที่ตลาดการ์ดจอ NVIDIA ยังคงครองส่วนแบ่งอยู่ที่สูงสุดถึง 75% โดยที่ทำมาได้นานแล้ว ด้าน AMD นั้นก็ค่อยๆ ตามมารั้งท้าย จากการที่ผ่านมาทาง AMD ได้เปิดตัว Radeon VII ไม่แปลกใจเลยที่จะเห็นตัวเลข AMD ดีขึ้นมาก และ การ์ดจอ AMD สมัยนี้ก็เริ่มมีคนใช้มากขึ้น จากผลการสำรวจฮาร์ดแวร์ของ Steam ในขณะนี้ NVIDIA ถือว่าครองตลาดมากสุดโดยจะแบ่งเป็น GTX 1060 15.58% ตามมาด้วย 1050Ti ที่ 9.68% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนถือว่าลดลงประมาณ 0.30%

AMD

แต่ที่น่าสนใจคือ AMD มีการืดจอที่กินส่วนแบ่งตลาดได้มากขึ้นนั้นคือ RX580 โดยกินไปที่ 1.10% แซงหน้าการดจอตะกูลโน้ตบุคของ NVIDIA กันเลยทีเดียวในขณะที่ทาง AMD พยามไล่ตาม NVIDIA มาทีละนิดๆ ทาง NVIDIA อาจจะต้องขยับตัวบ้างแล้วไม่อย่างนั้นอาจจะโดน AMD แซงหน้าได้

ที่มา: techpowerup.com

from:https://notebookspec.com/steam-static-vga/477684/

NVIDIA – GeForce MX230 มาพร้อมกับการลด shader cores ลงจาก MX130 แต่กลับเพิ่มความเร็วมากกว่า

สำหรับชิปกราฟิกแบบแยกสำหรับตลาดผู้ใช้โน๊ตบุ๊คเริ่มต้นนั้นทาง NVIDIA ยังคงมี GeForce MX130 อยู่ด้วยครับ และแน่นอนว่าเมื่อมีการอัพเกรด MX150 เป็น MX250 แล้วนั้นเจ้า MX130 ก็ได้รับการอัพเดทเป็น MX230 เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ดีครับในการอัพเดทครั้งนี้นั้นพบว่า MX230 นั้นมี shader cores ลดน้อยลงจาก MX130 ซึ่งเป็นที่น่าแปลกใจเป็นอย่างยิ่งทว่าสิ่งที่เพิ่มขึ้นมาจาก MX130 นั้นก็คือความเร็วสัญญาณนาฬิกาครับ

สำหรับจำนวน shader cores ของ MX230 นั้นจะถูกลดลงมาให้เท่ากันกับ MX110 คืออยู่ที่ 256 cores ครับ(MX130 จะอยู่ที่ 384 cores) ทว่าความเร็วสัญญาณนาฬิกานั้นจะถูกเพิ่มสูงขึ้นมาอยู่ที่ 1531 MHz ครับ(MX130 จะอยู่ที่ 1189 MHz) หลายๆ ท่านอาจจะคิดว่าการลด shader cores ลงแต่เพิ่มความเร็วสัญญาณนาฬิกาเพิ่มนี้เจ้า MX230 จะแรงขึ้นรึเปล่า ล่าสุดทาง NotebookCheck ได้ทำการทดสอบตัวเครื่อง Asus VivoBook 14 ที่มาพร้อมกับ MX230 ออกมาแล้วโดยได้ผลลัพธ์ดังนี้ครับ

ในการทดสอบแรกด้วย 3DMark 11 นั้นพบว่า MX230 สามารถทำคะแนนไปได้ที่ 3328 คะแนน ในขณะที่ MX130 นั้นสามารถที่จะทำคะแนนเฉลี่ยได้อยู่ที่ราวๆ 2762 คะแนนครับ

ทว่าในบางการทดสอบอย่างเช่น 3DMark Fire Strike นั้นกลับพบว่า MX230 ทำคะแนนได้ใกล้เคียงกับ MX130 เท่านั้นครับ ดังนั้นแล้วจะเห็นได้ว่า MX230 นั้นไม่เหมาะกับการประมวลผลที่หนักเอามากๆ ทว่ามันก็ยังสามารถที่จะเล่นเกมอย่าง Rocket League, DOTA 2 หรือ Fortnite ได้อยู่ งานนี้คงต้องดูกันดีๆ แล้วครับสำหรับผู้ซื้อเพราะรู้สึกว่า MX250 และ MX230 แทนที่จะพัฒนาเพิ่มให้เร็วมากขึ้นกลายเป็นว่าในการทดสอบนั้นแทบจะไม่ได้แตกต่างไปจากรุ่นเก่าเลยครับ

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/geforce-mx230-offers-fewer-shader-cores-but-faster-clock-rates-than-the-geforce-mx130/477389/