คลังเก็บป้ายกำกับ: NVIDIA

NVIDIA โชว์สร้างซูเปอร์คอมพิวเตอร์อันดับ 22 ของโลกใน 3 สัปดาห์

NVIDIA สาธิตการใช้เซิร์ฟเวอร์ DGX-2H (ตัวเซิฟเวอร์เหมือน DGX-2 ที่เปิดตัวปีที่แล้ว แต่เร่งความเร็วกราฟิกให้สูงขึ้น) โดยใช้ DGX-2H จำนวน 96 ชุดมาเชื่อมเข้าด้วยกัน ให้ชื่อว่า DGX SuperPOD เป็นซูเปอร์คอมพิวเตอร์อันดับที่ 22 ของโลก พลังประมวลผลรวม 9.4 เพตาฟลอบ

จุดเด่นสำคัญของ DGX SuperPOD คือมันใช้เวลาสร้างสั้นมาก เพียงสามสัปดาห์เท่านั้น โดยเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ DGX-2H ผ่านทางเทคโนโลยีของ Mellanox การใช้เซิร์ฟเวอร์ DGX มาต่อกันทำให้กระบวนการออกแบบและตรวจสอบสั้นลงมาก จากเดิมมักใช้เวลา 6-9 เดือนก่อนเครื่องจะทำงานได้จริง

งานนี้ NVIDIA ทำ SuperPOD ออกมาเพื่อสาธิตว่าลูกค้าองค์กรสามารถสร้างเครื่องแบบเดียวกันได้โดยเร็ว เพียงแค่ซื้อเซิร์ฟเวอร์ DGX-2 ไปจำนวนมากๆ เท่านั้น

ทำหรับเครื่องระดับ SuperPOD เหมาะกับองค์กรที่มีข้อมูลต้องฝึกโมเดล deep learning จำนวนมหาศาล เช่น งานวิจัยรถไร้คนขับ โดยประสิทธิภาพรวมเครื่องทำให้สามารถฝึกโมเดลอย่าง ResNet-50 ภายใน 2 นาทีครึ่งเท่านั้น

ที่มา – NVIDIA

No Description

from:https://www.blognone.com/node/110409

โฆษณา

Nvidia จับมือ ARM เตรียมสร้าง Supercomputer

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา Nvidia ได้ประกาศว่ากำลังทำให้ชิปของตนสามารถทำงานได้กับโปรเซสเซอร์จาก ARM เพื่อร่วมกันสร้าง Supercomputer

Credit: ShutterStock.com

Nvidia เป็นผู้นำด้านชิปประมวลผลกราฟฟิค (GPU) สำหรับคอมพิวเตอร์แต่ปัจจุบันบริษัทยังมีชื่อเสียงในด้านการวิจัยเกี่ยวกับ AI ด้วยซึ่งปกติแล้วชิปของ Nvidia จะสามารถทำงานร่วมกับ CPU จาก Intel และ IBM ได้อยู่แล้วคือ x86 และ POWER โดยจากการประกาศของบริษัทคือพยายามทำให้ NVIDIA CUDA-AI และไลบรารี่ HPC, AI Framework สำหรับ GPU-Accelerate และซอฟต์แวร์ในการพัฒนา เช่น PGI Complier ร่วมกับ OpenACC ให้สามารถรองรับกับชิปจาก ARM ได้

ARM เป็นบริษัทภายใต้ SoftBank Group จากญี่ปุ่นเป็นผู้นำในด้านสถาปัตยกรรมชิปฝั่งมือถือและกำลังขยายสู่ตลาดอื่นๆ อย่างไรก็ตามบริษัทไม่ได้เป็นผู้ผลิตชิปด้วยตัวเองแต่ขาย license ให้บริษัทที่สนใจไปผลิตต่อ ทั้งนี้ความร่วมมือที่เกิดขึ้นทาง Nvidia ระบุว่านักวิจัยจากฝั่งญี่ปุ่นและยุโรปเห็นพ้องต้องกันว่าอยากสร้าง Supercomputer ที่ใช้ชิปของ ARM เพราะมีการเปิดกว้างให้เกิดการควบคุม (Open Architecture) ได้มากกว่าของ Intel หรือ IBM นั่นเอง

อย่างไรก็ดีหนึ่งเหตุผลที่เติมเต็มความร่วมมือในครั้งนี้ก็เนื่องมาจาก Nvidia เพิ่งเข้าซื้อกิจการของ Mellanox ที่ผลิตชิปที่ใช้งานในระดับเครือข่ายมาด้วย ติดตามเพิ่มเติมได้จาก Nvidia

ที่มา :  https://www.gadgetsnow.com/tech-news/nvidia-to-work-with-this-company-for-building-supercomputers/articleshow/69824329.cms? และ  https://www.itproportal.com/news/nvidia-and-arm-to-team-up-on-supercomputers/

from:https://www.techtalkthai.com/nvidia-is-supporting-arm-to-build-supercomputer/

Gadget – NVIDIA SHIELD TV อาจจะมีรุ่นใหม่ออกมาในเร็วๆ นี้ ปรับสเปกแรงขึ้น พร้อมรัน Android 9.0

NVIDIA SHIELD TV เป็นที่รู้จักกันดีในกลุ่ม Android TV โดยตอนนี้มีหลักฐานว่าทาง Nvidia จะทำการปล่อยรุ่นใหม่ออกมา ถึงแม้ว่าความแตกต่างจากรุ่นเดิมจะมีเพียงอย่างเดียวคือ SoC ที่ได้รับการปรับปรุงขึ้นเล็กน้อยและรันบน Android 9.0 ได้

Nvidia นั้นมีอุปกรณ์ที่สมบูรณ์น้อยมากและ SHIELD TV นี่ก็นับเป็นส่วนน้อยที่ว่า ซึ่งเหล่าเกมเมอรืก็ยินดีเมื่อมีการเปิดตัว แต่มันก็ไม่เพียงพอสำหรับยักษ์ใหญ่ด้าน GPU ถึงได้ไม่มีการปล่อยตัวใหม่ออกมาเลยตั้งแต่ปี 2017

แล้ว SHIELD TV ก็ได้รับการฟื้นฟูโปรเจค โดย XDA contributors ได้ยืนยันว่าได้พบเครื่องรุ่นใหม่ในรายชื่ออุปกรณ์ของคอนโซลนักพัฒนาซอฟต์แวร์  อย่างไรก็ตามก็ไม่ได้น่าตื่นเต้นเท่าไร ซึ่งเครื่องรุ่นใหม่นี่มีชื่อเรียกว่า mdarcy ซึ่งไม่ได้ต่างจากรุ่นก่อนในปี 2017 ที่ใช้ชื่อ darcy เลย

นอกจากนี้ในรายการยังแสดงให้เห็น่าอุปกรณ์นี้ทำงานด้วย SoC ที่มีชื่อว่า NVIDIA X1 Tegra T210 ที่เพิ่มความยืดหยึนในการ Overclock GPU อีกทั้งยังรันบน Linux 4.14 และสามารถใช้งาน Android 9.0 ได้อีกด้วย

จากการอัพเดตซอฟแวร์ล่าสุดในรุ่นปัจจุบันทำให้มีรีเฟรชเรทถึง 120Hz แต่ถึงยังไงก็ยังคงรันด้วย Android Oreo (8.x) ดังนั้นหากข้อมูลที่หลุดนี่เชื่อถือได้ โดยมันเป็นการหยามเล็กๆ น้อยๆ ของ NVIDIA ในการทำตลาดกล่องทีวีรุ่นใหม่ทั้งหมดซึ่งจะทำให้รุ่นที่มีอยุ่เดิมไม่สามารถใช้งานระบบที่ทันสมัยขึ้นได้

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/nvidia-shield-tv-may-be-back-with-a-slightly-new-version/484962/

รองประธาน Nvidia ระบุกำลังนำชิป Arm มาใช้ในซูเปอร์คอมพิวเตอร์, พร้อมภายในปีนี้

Ian Buck รองประธาน Nvidia ฝ่าย accelerated computing ที่ดูแลธุรกิจซูเปอร์คอมพิวเตอร์ระบุกับสำนักข่าว Reuters ว่าลูกค้าที่เป็นนักวิจัยในยุโรปและญี่ปุ่นเรียกร้องให้บริษัทรองรับชิป Arm เป็นทางเลือกที่สามจากชิป POWER ของ IBM และ Xeon ของ Intel และคาดว่าจะเริ่มพร้อมใช้งานได้ในปีนี้

ที่ผ่านมา Nvdia ทำงานร่วมกับ Arm บ้างเช่นบอร์ด Jetson ที่ใช้ซีพียูเป็น Arm มาตลอด แต่ยังไม่มีการใช้งานกับซูเปอร์คอมพิวเตอร์พลังประมวลผลสูงๆ นัก การประกาศครั้งนี้ทาง Nvidia จะพอร์ตซอฟต์แวร์สำคัญๆ สำหรับการพัฒนาระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูง ให้รันบน Arm ได้ทั้งหมด เช่น CUDA-X, คอมไฟล์เลอร์ PGI, และไลบรารีสำหรับงานประมวลผลประสิทธิภาพสูงอื่น

ความได้เปรียบของ Arm คือการเปิดสถาปัตยกรรมให้ลูกค้าเข้าไปแก้ไขได้ เช่น การเพิ่มวงจรเร่งความเร็วในการประมวลผลเฉพาะทางบางอย่าง

ที่มา – Reuters, Nvidia

No Description

ภาพศูนย์ข้อมูลโดย skeez

from:https://www.blognone.com/node/110391

Gaming Notebook – RTX 2080 Max-Q มีความเร็วสูงกว่า GTX 1080 Max-Q เพียงแค่ 10% เท่านั้นในการเล่นเกม DirectX 11

ในปัจจุบันนี้นั้นเราเริ่มเห็นโน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมที่มาพร้อมกับกราฟิกชิป GeForce Turing Max-Q series กันมากขึ้นแล้วครับ ด้วยระยะเวลาประมาณ 6 เดือนที่ผ่านมานั้นทาง NotebookCheck เองก็ได้มีการทดสอบโน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมที่มาพร้อมกับกราฟิกชิป GeForce Turing Max-Q series มากขึ้น นี่จึงถึงเวลาที่ดีที่ทาง NotebookCheck จะได้นำเอาประสิทธิภาพของโน๊ตบุ๊คที่มาพร้อมกับกราฟิกชิป GeForce Turing Max-Q series มาเปรียบเทียบกับโน๊ตบุ๊คที่มาพร้อมกับกราฟิกชิป Pascal Max-Q series แล้วครับ

ทั้งนี้ดูเหมือนกับว่าผลการเปรียบเทียบกันนั้นดูจะไม่ค่อยดีสักเท่าไรนักครับ โดยถึงแม้ว่าคะแนนของกราฟิกฃิป GeForce Turing Max-Q series นั้นจะสามารถทำได้ดีกว่ากราฟิกชิป Pascal Max-Q series ในส่วนของการทดสอบการใช้งานกับ Time Spy บน 3D Mark ซึ่งใช้เอนจิ้น DirectX 12 กราฟิกฃิป GeForce Turing Max-Q series จะสามารถทำคะแนนได้ดีกว่ากราฟิกชิป Pascal Max-Q series ที่ราวๆ 24 % สำหรับการเปรียบเทียบบน RTX 2080 Max-Q กับ GTX 1080 Max-Q แต่ในการทดสอบ Fire Strike ที่ใช้เอนจิ้น DirectX 11 นั้นกลับสูงกว่าแค่เพียง 10% เท่านั้นครับ

และเมื่อทำการทดสอบเปรียบเทียบระหว่า RTX 2080 Max-Q กับ RTX 2070 Max-Q แล้วนั้นกลายเป็นว่า RTX 2080 Max-Q สามารถที่จะทำคะแนนได้สูงกว่า RTX 2070 Max-Q ที่ 17% บน DX12 และ 15% บน DX11 เท่านั้น ขณะที่ GTX 1080 Max-Q สามารถที่จะทำคะแนนได้สูงกว่า GTX 1070 Max-Q ที่ 21% บน DX11 ครับ

สิ่งที่น่าสนใจก็คือในส่วนของราคาครับ เนื่องจากว่าโน๊ตบุ๊คที่มาพร้อมกับ RTX 2080 Max-Q นั้นจะมีราคาสูงกว่าโน๊ตบุ๊คที่มาพร้อมกับ GTX 1080 Max-Q ถึง $400 – $500 หรือประมาณ 12,550 – 15,680 บาท เลยทีเดียวครับ งานนี้นั้นเรียกได้ว่าหากคุณจะซื้อโน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมที่ใช้เอนจิ้น DirectX 11 เป็นส่วนใหญ่แล้วนั้น ด้วยความต่างของราคาเมื่อเปรียบเทียบกับความแตกต่างของคะแนนที่ได้ก็ดูจะไม่ค่อยดีสักเท่าไรนัก แถมเกมที่มาพร้อมกับเอนจิ้น DirectX 12 นั้นก็ยังคงมีไม่มากเท่าไรนักด้วยครับ

หมายเหตุ – ในเรื่องของอัตราการคายความร้อนนั้นทาง NotebookCheck เองก็ได้ทำการเทียบเอาไว้ด้วยเช่นเดียวกันครับ โดยโน๊ตบุ๊คที่มาพร้อมกับ RTX 2080 Max-Q นั้นจะมีอัตราการคายความร้อนอยู่ที่ 143 W TDP ส่วน GTX 1080 Max-Q นั้นจะอยู่ที่ 148 W TDP กับการเล่นเกม Witcher 3 ซึ่งเรียกได้ว่าต่างกันน้อยมากเลยครับ

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/the-geforce-rtx-2080-max-q-is-only-10-percent-faster-than-the-gtx-1080-max-q-when-running-dx11-games/483824/

NVIDIA – หลุดราคาการ์ดจอ RTX 2060S / 2070S / 2080S (Super) พร้อม RTX รุ่นเดิมลดราคา เริ่ม 9,500 บาท

คาดว่าอีกไม่นานคงเปิดตัวสำหรับการ์ดจอรุ่นใหม่จากทาง NVIDIA อย่าง RTX 2060S/ RTX 2070S / RTX 2080S ซึ่งก่อนหน้านี้ NVIDIA เองก็ได้ทำการปล่อยทีเซอร์เป็นคำว่า “ Super ” ออกมา ที่เป็นตัวต่อท้าย “S” นั่นเอง แน่นอนว่าต้องไม่ใช่แค่ข่าวลืออย่างแน่นอน ล่าสุดจากข้อมูลต่างประเทศได้มีการหลุดราคาออกมาแล้ว เรียกได้น่าสนใจทีเดียว พร้อมกันนั้นก็เทียบกับ RTX รุ่นเดิมด้วย จะได้เห็นถึงความต่างชัดเจน

โดยมีราคาตามที่คาดการณ์ดังต่อไปนี้

  • GeForce RTX 2060S : 11,000 – 12,700 บาท (GeForce RTX 2060: 11,000 บาท)
  • GeForce RTX 2070S: 17,500 บาท (GeForce RTX 2070: 16,000 บาท)
  • GeForce RTX 2080S : 22,000 บาท (GeForce RTX 2080: 22,000 บาท)

*ในวงเล็บ คือเทียบตอนราคาที่ RTX รุ่นก่อนเปิดตัว

และตามมปกติที่ของใหม่ ซึ่งส่งผลโดยตรงให้การ์ดจอ RTX 2060 / 2070 / 2080 รุ่นปัจจุบันลดราคาลงมาให้เราสามารถจับต้องกันง่ายยิ่งขึ้น โดยคาดการณ์ราคารุ่นต่างๆ ไว้ดังนี้

  • GeForce RTX 2060: 9,500 บาท
  • GeForce RTX 2070: 14,000 บาท (หรือคงไว้ 16,000 บาท)
  • GeForce RTX 2080: 17,500 – 19,000 บาท

การมาของการ์ดจอ GeForce RTX 20 series ที่ตามต่อมาด้วยคำว่า Super อย่าง RTX 2060 Super / RTX 2070 Super / RTX 2080 Super นั้น เป็นการนำ เอาการ์ดจอ RTX 2060, RTX 2070 และ RTX 2080 มาอัพเกรดให้ความเร็ว Clock สูงขึ้น พร้อมทั้งเพิ่ม CUDA Core ในรุ่น RTX 2060S และ 2070S จะมากขึ้นกว่าตัวปัจจุบัน 256 หน่วย แต่กับ 2080S จะมากกว่าเดิมเพียง 128 หน่วย โดยการ์ดจอตัวนี้ก็ยังเป็นรอง RTX 2080Ti ที่เป็นเรือธงของซีรี่ย์เหมือนเดิม

โดยที่คาดการณ์ว่า RTX 2070S นั้น จะมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับ GeForce RTX 2080 ตัวปัจจุบัน ในขณะที่ตัว RTX 2060S นั้น ก็จะเทียบเท่ากับ GeForce RTX 2070 สรุปคือ ทำราคาให้ถูกลงแต่ได้ประสิทธิภาพแรงยิ่งขึ้นไปอีกระดับนั่นเอง

อย่างไรด็ตามการที่ทาง NVIDIA มีการเปิดตัวการ์ดจอรุ่นใหม่ อาจเป็นเพราะ AMD ได้มีแผนการเปิดตัว Radeon RX 5700 series ออกมาในเร็วๆ นี้ก็เป็นไปได้ พร้อมกันนั้น NVIDIA ก็เลยลดราคา RTX รุ่นปัจจุบันลงมาเพื่อเตรียมชนกับ Radeon RX 5700 series อีกด้วย อีคาดว่าทาง NVIDIA อาจแถลงข่าวเปิดตัว RTX 2060S / 2070S / 2080S (Super) ในงาน E3 2019 นี้ก็เป็นไปได้

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/rumored-nvidia-super-graphics-card-prices-should-lead-to-super-price-drops-for-current-geforce-rtx-20-series-cards/483814/

์Notebook 2019 – สำหรับช่วงขาลงของ Intel และ Nvidia อาจเป็นผลดีต่อ Notebook รุ่นใหม่ๆ ที่กำลังจะมา

Notebookcheck ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับการตกต่ำของ Intel และ Nvidia ในปัจจุบันนี้ว่า บางคนอาจสังเกตเห็นถึงจุดจบของ Moore’s Law แล้วทั้งปัญหาจากการผลิตระดับ 10nm ของ Intel, แรงต่อต้านในสายการผลิต mobile-RTX และปัญหาจากธุรกิจด้าน notebook ซึ่งพวกเขาเห็นว่ามันอาจเป็นการดีต่ออุตสาหกรรม notebook ในปีนี้เลย เดิมหากอยากจะเล่นเกมหรือโปรแกรมใหม่ๆ ก็จำเป็นต้องซื้อเครื่องใหม่ทุกปีหรือสองปี โดย CPU และการ์ดจอนั้นจะเร็วและแรงขึ้นในทุกๆ รุ่น ทำให้ไม่แปลกที่จะเห็นว่าประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอย่างมาก

การพัฒนาของ NVIDIA จาก Maxwell ไป Pascal ทำให้การ์ดจอ PC ใช้พลังงานเทียบเท่ากับการ์ดจอโน๊ตบุ๊คที่มี TDP ต่ำกว่ารุ่นก่อนหน้านี้  และในส่วนของทาง Intel จาก Braswell ถึง Skylake จะเห็นว่ามีการเพิ่มขึ้นของประสิทธิภาพโดยรวมอย่างมาก และในสองปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาในเรื่องจำนวน Core เช่น Dual-core 7th gen U-series ที่มีการเพิ่มจำนวน Core ขึ้นเป็นสองเท่าใน Kaby Lake-R และ  Intel’s 7th gen H-seriesที่เพิ่มจาก 4 Core เป็น 6 Core ใน Coffee Lake ซึ่งประสิทธิภาพนั้นเพิ่มขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ

ในปีที่ผ่านมาเราได้เห็นผู้เล่นรายใหญ่อย่าง Nvidia และ Intel พยายามแข่งขันกันนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ที่น่าสนใจ เช่นการอัพเกรดเทคโนโลยีของ NVIDIA จาก Pascal เป็น Turing แต่นั่นกลับไม่ได้ทำให้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นมากนักทั้งๆที่ราคากลับแพงขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีหลักฐานบ่งชี้อีกว่าทาง Intel กำลังจะเปลี่ยนการผลิตจาก 14 nm ไป 10 nm ซึ่งแสดงให้เห็นว่า Intel นั้นใช้ชิปขนาด 14nm มาเป็นเวลา 5ปีแล้ว อีกทั้งในการพัฒนาจากรุ่น Kaby Lake-R ไปรุ่น Whiskey Lake นั้นแทบไม่ได้แตกต่างกันมากนัก

ซึ่งการที่มุ่งเน้นแต่การอัพเกรดภายในนั้นทำให้ดีไซน์ภายนอกไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย ดั้งนั้นเมื่อIntel และ NVIDIA เกิดการชะลอการพัฒนาเทคโนโลยีเลยทำให้ฝั่งผู้ผลิดสามารถออกแบบดีไซน์ภายนอกใหม่ๆได้ ซึ่งในปีนี้การออกแบบค่อนข้างน่าประทับใจโดยเฉพาะ Asus ที่ในปีนี้เครื่องที่ออกมามีดีไซน์ที่ทันสมัยและยังจัดเต็มกับสเปคมาให้อีก อย่างเช่น Asus ROG Zephyrus  และ Asus Studiobooks ที่ออกแบบได้แบบ Professional และ minimal อีกทั้งเมื่อปีที่แล้ว Asus ได้เปิดตัว Touchpad รุ่นใหม่ที่สามารถใช้งานเป็นจอที่สองได้ ซึ่งในงาน computex ปีนี้ Asus ได้เปิดตัว ZenBook Pro Duo ที่มีหน้าจอที่สองขนาดใหญ่ขึ้นกว่ารุ่นแรก และยังสามารถใช้งานได้หลากหลายกว่า TouchBar ของ Apple

ดูเหมือน Intel จะคิดแบบเดียวกันเพราะคอนเซ็ปต์ของ “ Honeycomb Glacier ” ที่เพิ่มข้อพับที่สองทำให้จอที่สองสามารถยกขึ้นมาได้ ซึ่งนี่อาจกลายเป็นต้นแบบของโน๊ตบุ๊คในอนาคตก็ได้ นี่อาจกลายเป็นสิ่งที่น่าสนใจสำหรับโน๊ตบุ๊คตั้งแต่ Microsoft เปิดตัว Surface เลย

ที่มา : notebookcheck

 

from:https://notebookspec.com/intel-and-nvidias-stagnation-might-be-the-best-thing-to-happen-to-notebooks-in-years/483739/