คลังเก็บป้ายกำกับ: NVIDIA

NVIDIA – หลุดผลทดสอบการ์ดจอ GeForce RTX 2060 ผ่านเกม Final Fantasy XV แรงกว่า GTX 1070 แค่ไหนไปดู

ได้มีข้อมูลหลุดของการทดสอบเกม Final Fantasy XV ด้วยการ์ดจอค่ายเขียว NVIDIA GeForce RTX 2060 ออกมาแล้วกับผลลัพธ์ที่ออกมานั้นเรียกว่าคะแนนดีใช้ได้เลยทีเดียวถึงแม้ว่าข้อมูลที่หลุดมารอบนี้จะยังไม่แน่ชัดว่าเป็นเวอร์ชั่น PC หรือเวอร์ชั่น Notebook กันแน่

แหล่งข้อมูลจาก TUM APISAK ได้เผยผล Benchmarks RTX 2060 ผ่านเกม Final Fantasy XV ด้วยคะแนน 2589 ซึ่งสูงกว่า GTX 1070 Max-Q variant แต่ต่ำกว่า RTX 2070 และจากผลลัพธ์นี้ก็มีการคาดเดากันว่าหากการ์ดจอนี้เป็นเวอร์ชั่น Notebook ถือว่ามีประสิทธิภาพที่สูงเอามาก ๆ ทั้งนี้สามารถดูผลการทดสอบเทียบกับการ์ดจอรุ่นอื่น ๆ ได้จากรูปด้านล่าง

เมื่อมาเปรียบเทียบกับการ์ดจอคู่แข่งก็พบว่ามันสามารถเอาชนะ AMD Vega 56 ได้เฉียดฉิวแต่อย่างไรก็ตามนี่ยังไม่ใช่ผลแบบทางการฉะนั้นเราก็ต้องติดตามผลการทดสอบแบบเป็นทางการกันอีกทีว่าทางฝั่ง AMD จะสามารถทำคะแนนเอาชนะได้หรือไม่ด้วยขุมพลังของชิป Turing

ถึงจะเป็นข้อมูลหลุดออกมาแต่ก็น่าจะทำให้เหล่าสาวก NVIDIA ตื่นเต้นแน่นอนกับผลลัพธ์ที่ออกมาด้วยการ์ดจอตระกูล xx60 ที่สามารถทำประสิทธิภาพได้อย่างยอดเยี่ยมถูกใจเกมเมอร์และก็ต้องมาลุ้นผลทดสอบในฉบับ Official กันต่อไปครับและเพื่อน ๆ คิดว่า RTX 2060 กับผลทดสอบนี้เป็นเวอร์ชั่น PC หรือ Notebook กันแน่

ที่มา: wccftech

from:https://notebookspec.com/nvidia-geforce-rtx-2060-final-fantasy-xv-benchmarks-graphic-card-leaked/463562/

Advertisements

Graphic Card – สำหรับการขุดเหมืองลดลงทำให้ NVIDIA อาจจะปล่อย RTX 2060 ออกมาช้ากว่าที่คิดไว้

ด้วยความที่ในช่วงปี 2017 ซึ่งเป็นปีที่กราฟิกการ์ดมีความต้องการสูงมากสำหรับผู้ที่จะนำเอาไปทำการขุดเหมืองดิจิทัลนั้นทำให้ทั้งทาง AMD และ NVIDIA เองต่างก็ผลิตชิปกราฟิกออกมาเป็นปริมาณมากเพื่อที่จะให้ตอบสนองกับตลาดในช่วงเวลานั้นครับ ทว่าด้วยการเปลี่ยนนโยบายรูปแบบการขุดเหมืองก็เลยทำให้มีการเทขายกราฟิกการ์ดออกมาเป็นอย่างมากซึ่งแน่นอนครับว่านั่นเลยส่งผลกระทบกับทาง NVIDIA และ AMD โดยตรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ

เมื่อมีการเทขายกันออกมาเป็นอย่างมากนั้นกราฟิกการ์ดก็ล้นตลาดครับทาง NVIDIA เองนั้นเจอผลกระทบโดยตรงโดยเฉพาะกับกราฟิกการ์ดในรุ่น GTX 1060 ที่มีการผลิตออกมามาก ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองครับก็เลยทำให้มีความเป็นไปได้สูงมากครับว่าทาง NVIDIA จะเลื่อนกำหนดการปล่อยกราฟิกการ์ด RTX 2060 รุ่นสืบทอดออกไปนานมากขึ้นกว่าเดิมเพื่อที่จะทำการระบายสินค้าคงคลังออกมาให้ได้มากที่สุดก่อนเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งนักวิเคราะห์นั้นก็ได้บอกเอาไว้ครับว่าทาง NVIDIA เองนั้นน่าจะเลื่อนการเปิดตัว RTX 2060 ไปอย่างน้อยก็ในไตรมาสที่ 1 – 2 ของปี 2019 เลยครับ

ทั้งนี้นั้นจะเห็นได้ว่าในปัจจุบันนั้นกราฟิกการ์ด GTX 1060 มีราคาลดลงมาจากเดิมเป็นอย่างมากเลยทีเดียวครับ ดังนั้นแล้วสำหรับผู้ที่มองกราฟิกการ์ดรุ่นนี้อยู่นั้นก็อาจจะได้เวลาเสียเงินกันแล้วครับ เนื่องจากว่าหากดูจากประสิทธิภาพของกราฟิกการ์ดรุ่นท๊อปที่เปิดตัวออกมาใหม่อย่าง RTX 2080 Ti, RTX 2080 และ RTX 2070 ที่เมื่อเทียบรุ่นต่อรุ่นแล้วนั้นแรงกว่าของเดิมอยู่ที่ประมาณ 30 – 40 % ซึ่ง RTX 2060 เองก็น่าจะแรงกว่า GTX 1060 ประมาณ 30 – 40% เหมือนกัน ส่วนเรื่องเทคโนโลยี Ray Tracing นั้นสำหรับ RTX 2060 ผมว่าคงไม่เหมาะกับการที่จะเปิดใช้งานจริงๆ(โดยดูจากรุ่นท๊อปที่เวลาเปิดใช้งานแล้ว FPS ลดลงกว่าครึ่งครับ)

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/crypto-hangover-likely-reason-for-nvidia-rtx-2060-delay/463478/

NVIDIA – หุ้นลดลงกว่า 20% หลังการรายงานผลกำไรประจำไตรมาสที่ 3 และการประเมินกำไรในไตรมาสที่ 4 ที่น่าผิดหวัง

เมื่ออาทิตย์ก่อนที่ผ่านนั้นทาง NVIDIA ได้มีการออกมารายงานผลกำไรประจำไตรมาสที่ 3 และการประเมินกำไรในไตรมาสที่ 4 ซึ่งจากการรายงานนั้นพบว่าเป็นไปในทิศทางเดียวกับทาง AMD ที่มีออกมาก่อนหน้านี้ครับกับ โดยรายได้ในไตรมาสที่ 3 ของทาง NVIDIA นั้นน้อยกว่าที่ประเมินเอาไว้ก่อนหน้านี้ไม่มากนัก(อยู่ในหลัก 2 – 3 ล้านดอลลาร์) ซึ่งเป็นเรื่องที่ยังพอให้อภัยกันได้ ทว่าการประเมินรายรับประจำไตรมาสที่ 4 ที่อยู่ที่ $2.7 billion นั้นดันน้อยกว่าการประเมินของบริษัทวิเคราะห์และสำรวจตลาดถึง $700 million เลยทีเดียวครับ

ด้วยการที่ทาง NVIDIA ประเมินรายได้รวมว่าจะต่ำกว่าไตรมาสที่ 4 ของปี 2017 ถึง 7% นั้นเป็นผลหุ้นของทาง NVIDIA เองนั้นก็ตกลงเช่นเดียวกันกับทาง AMD โดยลดลงมาอยู่ที่ $164 ต่อหุ้นแถมยังมีท่าทีว่าจะตกลงอย่างต่อเนื่องแบบนี้ไปอีกซึ่งการที่เป็นเช่นนี้นั้นทางบริษัทวิเคราะห์เองก็ได้ออกมาบอกถึงสาเหตุที่รายได้รวมของทาง NVIDIA ลดลงไว้ 2 ข้อใหญ่ๆ ด้วยกันครับดังนี้ครับ

  • สำหรับในข้อแรกเลยนั้นก็คือการที่ทาง NVIDIA ประเมินตลาดผู้ต้องการกราฟิกการด์สำหรับขุดเหมืองดิจิทัลพลาดไปซึ่งสาเหตุดังกล่าวนี้นั้นทาง AMD ก็โดนเช่นเดียวกัน โดยของทาง NVIDIA เองนั้นตามข้อมูลได้บอกเอาไว้ว่าทาง NVIDIA เพิ่มกำลังผลิตกราฟิกชิปสถาปัตยกรรม Pascal ในรุ่น GTX 1080, GTX 1070, GTX 1070 และ GTX 1060 มากจนเกินไปทำให้พอมาในไตรมาสที่ 3 นี้กราฟิกการ์ดที่ใช้ชิปกราฟิกดังกล่าวจึงเริ่มล้นตลาดและมีแนวโน้มว่าจะยังคงขายไม่ออกไปจนตลอดในไตรมาสที่ 4 อันเนื่องมาจากสาเหตุที่ 2 ครับ
  • สาเหตุที่ 2 นั้นก็เนื่องมาจากว่าชิปกราฟิกสถาปัตยกรรม Turing ที่เปิดตัวออกมาด้วยกัน 3 รุ่นท๊อปและวางจำหน่ายแล้วนั้นมีผลการรีวิวจากสื้อหลายๆ สำนักที่ไม่ค่อยจะดีสักเท่าไรนักแถมเกิดปัญหาขึ้นกับรุ่นใหญ่อย่าง RTX 2080 Ti อีกซึ่งแน่นอนครับว่างานนี้เลยทำให้ทางผู้ซื้อนั้นอาจจะชะลอการซื้อเอาไว้ก่อนเพื่อดูการแก้ไขจากทาง NVIDIA ว่าจะมีทิศทางไปในทางใดครับ

ทั้งนี้ทางนักวิเคราะห์เองก็ได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจสำหรับการแก้ปัญหาในครั้งนี้ของทาง NVIDIA เอาไว้ครับว่ามีความเป็นไปได้ที่ทาง NVIDIA นั้นจะเร่งแก้ไขกราฟิกชิปสถาปัตยกรรม Turing ใหม่เพื่อการวางจำหน่ายในตลาดอย่างรวดเร็วรวมไปถึงอาจจะมีการปล่อยชิปกราฟิกสถาปัตยกรรม Turing รุ่นระดับกลางไปจนถึงล่างออกมาเร็วขึ้นกว่าที่ได้มีการกำหนดเอาไว้(ซึ่งคาดว่าอาจจะเป็นช่วงต้นปี 2019) และยังมีความเป็นไปได้อีกอย่างหนึ่งซึ่งนั่นก็คือทาง NVIDIA เองอาจจะเปิดตัวชิปกราฟิกที่มาพร้อมกับกระบวนการผลิตที่ระดับ 7nm เร็วมากขึ้นกว่าเดิมครับ

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/nvidia-stock-plummets-20-after-disappointing-q3-earnings-report-and-q4-guidance/463469/

NVIDIA – กราฟิกชิปซีรีส์ RTX เปิดใช้งาน Ray Tracing กับเกม Battlefield V พบประสิทธิภาพร่วงไปกว่าครึ่ง ?!?!

ในช่วงแรกของการเปิดตัวชิปกราฟิกรุ่นใหม่ของทาง NVIDIA อย่างซีรีส์ RTX ที่เน้นเทคโนโลยีใหม่อย่าง Ray Tracing นั้นยังคงไม่มีเกมใดๆ ที่ออกมารองรับฟีเจอร์ดังกล่าวครับ ทว่าในตอนนี้นั้นก็เริ่มมีเกมที่รองรับฟีเจอร์ดังกล่าวแล้วซึ่งเกมแรกเลยที่รองรับนั้นก็คือ Battlefield V

และแน่นอนครับว่าเมื่อมีเกมรองรับฟีเจอร์ดังกล่าวนี้ออกมาอย่างเป็นทางการก็ต้องมีผู้ใช้และสื่อต่างๆ ทำการทดสอบว่าเจ้าฟีเจอร์ Ray Tracing จะเจ๋งเหมือนกับที่ทาง NVIDIA ได้คุยเอาไว้หรือไม่ ซึ่ง ณ ตอนนี้นั้นเราก็มีผลการทดสอบออกมาแล้วโดยผลดังกล่าวนั้นดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยดีเท่าไรครับ

จากการทดสอบของ Tim Schiesser แห่ง Hardware Unboxed และ Techspot โดยการใช้การ์ก RTX 2080 Ti, RTX 2080 และ RTX 2070 นั้นพบว่าในการเล่นเกม Battlefield V จะมีผลแตกต่างกันไปดังต่อไปนี้ครับ

  • สำหรับ RTX 2080 Ti นั้นเมื่อเปิดฟีเจอร์ Ray Tracing จะไม่สามารถเล่นได้ดีเลยเมื่อรันที่ความละเอียดระดับ 4K พอลดลงมาที่ความละเอียดระดับ 1080p นั้นสามารถที่จะเปิดฟีเจอร์ Ray Tracing ไปที่ ultra(พร้อมกับค่าอื่นๆ) จะเล่นเกมได้ไม่ถึงที่ 60 FPS เมื่อลดการตั้งค่า Ray Tracing ลงมาที่ Low แล้วเล่นที่ความละเอียด 1080p พบว่าสามารถเล่นได้ที่ 72 FPS แต่ถ้าไม่เปิด Ray Tracing เลยนั้นจะสามารถเล่นได้ที่ 150 FPS สรุปแล้วนั้น RTX 2080 Ti จะมีประสิทธิภาพหายไปกว่า 108% เมื่อทำการเปิด Ray Tracing ครับ
  • สำหรับ RTX 2080 นั้นเมื่อเปิดฟีเจอร์ Ray Tracing จะไม่สามารถเล่นได้ดีเลยเมื่อรันที่ความละเอียดระดับ 4K หรือแม้กระทั่งที่ระดับ 2K พอลดลงมาที่ความละเอียดระดับ 1080p นั้นสามารถที่จะเปิดฟีเจอร์ Ray Tracing ไปที่ Low พบว่าสามารถเล่นได้ที่ 60 FPS ครับ
  • สำหรับ RTX 2070 นั้นเมื่อเปิดฟีเจอร์ Ray Tracing จะไม่สามารถเล่นได้ดีเลยเมื่อรันที่ความละเอียดระดับ 4K หรือแม้กระทั่งที่ระดับ 1080p แต่ถ้าลดลงมาอยู่ที่ 720p นั้นสามารถที่จะเปิดฟีเจอร์ Ray Tracing ไปที่ Low พบว่าสามารถเล่นได้ที่ 60 FPS ครับ

จากการทดสอบดังกล่าวนี้นั้นทำให้เห็นได้เลยครับว่านี่ยังคงไม่ถึงช่วงเวลาที่ฟีเจอร์อย่าง Ray Tracing จะได้เกิดอย่างเป็นทางการได้อย่างแน่นอนแถมเพราะรุ่นท๊อปอย่าง RTX 2080 Ti นั้นยังแทบจะเปิดเล่นแบบเต็มเหนี่ยวไม่ได้ แน่นอนว่าหากเป็นรุ่นกลางหรือล่างที่จะออกตามกันมานั้นก็คงจะไม่สามารถที่จะเล่นได้ดีเช่นเดียวกันครับ

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/rtx-on-or-off-battlefield-vs-rtx-implementation-cuts-performance-in-half-for-nvidias-rtx-series-gpus/463136/

Tech – อเมริกาเตรียมใช้ Perlmutter Supercomputer ที่มาพร้อมกับ AMD EPYC Milan ร่วมกับ Nvidia Volta-Next

บางทีแล้วนั้นข้อมูลของฮาร์ดแวร์รุ่นถัดไปก็ไม่ได้หลุดออกมาจากบริษัทผู้พัฒนาหรือสื่อต่างๆ ครับ อย่างเช่นล่าสุดนั้นทางกระทรวงพลังงานของสหรัฐอเมริกาได้ออกมาเผยครับว่าทางกระทรวงนั้นจะเตรียมใช้เครื่อง Perlmutter supercomputer ที่มาพร้อมกับหน่วยประมวลผลของทาง AMD อย่าง EPYC Milan ที่เป็นรุ่นสานต่อจาก EPYC Rome ร่วมกับการใช้งานกราฟิกชิป Volta-Next ของทาง NVIDIA เรียกได้ว่างานนี้ถึงทาง AMD และ NVIDIA จะยังไม่ได้เปิดตัวออกมาอย่างเป็นทางการแต่ทางกระทรวงก็มีความพร้อมเต็มที่แล้วครับ

ตามที่เราๆ ท่านๆ ได้ดูข้อมูลจากทาง AMD แล้วนั้นหน่วยประมวลผล EPYC Rome สำหรับใช้งานบนเครื่อง Server นั้นจะมาพร้อมกับแกนการประมวลผลที่มากถึง 64 แกนโดยมีความเร็วสัญญาณนาฬิกาอยู่ที่ 2.35 GHz ดังนั้นแล้ว EPYC Milan ที่เป็นรุ่นถัดไปนั้นก็จะมาพร้อมกับแกนการประมวลผลที่มากกว่า 64 แกนอย่างแน่นอนแถมสถาปัตยกรรมของ EPYC Milan นั้นก็น่าจะเป็น Zen 3 โดยหน่วยประมวลผลรุ่นดังกล่าวนี้นั้นจะถูกผลิตด้วยกระบวนการผลิตที่ระดับ 7 nm+ ครับ

สำหรับในส่วนของชิปกราฟิก Volta-Next ของทาง NVIDIA นั้น ณ ปัจจุบันนี้มีข้อมูลหลุดออกมาน้อยมากๆ เลยทีเดียวครับ นอกเหนือจากที่รู้กันอย่างแน่นอนว่ามันจะแรงกว่า V100 ซึ่งเป็นรุ่นที่ถูกใช้อยู่ในปัจจุบันแล้วนั้น ในส่วนอื่นๆ ของข้อมูลที่มีก็น้อยมากๆ ครับ อย่างไรก็ตามแต่ครับทางกระทรวงพลังงานของสหรัฐฯ ได้ให้ข้อมูลเอาไว้ว่าตัวหน่วยประมวลผลและกราฟิกการ์ดนั้นตะถูกเชื่อมใช้งานเป็นโมโุลเดียวกันผ่านทาง Shasta Compute platform จากทาง Cray ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วทางกระทรวงก็จะเริ่มเปลี่ยนมาใช้งานเครื่อง Perlmutter supercomputer รุ่นดังกล่าวนี้ภายในปี 2020 ที่จะถึงนี้ครับ

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/perlmutter-supercomputer-to-combine-amds-epyc-milan-cpus-with-nvidias-volta-next-gpus/463141/

NVIDIA ไตรมาสล่าสุด รายได้โต 21% แต่ก็น้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาด

NVIDIA รายงานผลประกอบการของไตรมาสที่ 3 ปี 2018 มีรายได้รวม 3,181 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 21% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 1,230 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 47%

ซีอีโอ Jensen Huan กล่าวว่าเทคโนโลยี AI มีความรุดหน้าและขยายไปทั่วโลก ส่งผลให้รายได้ส่วนธุรกิจแพลตฟอร์มศูนย์ข้อมูลทำสถิติใหม่อีกครั้ง และ GPU สถาปัตยกรรม Turing ก็ถือเป็นก้าวกระโดดที่สำคัญสำหรับวงการคอมพิวเตอร์กราฟิกและ AI

อย่างไรก็ตามรายได้ที่เพิ่มขึ้นนั้นก็ยังน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดหวังไว้ ซึ่ง NVIDIA อธิบายว่าเป็นผลกระทบระยะสั้น อันเนื่องจากสินค้าคงเหลือจากความนิยมในตลาดเงินคริปโตที่ยังคงมีแนวโน้มลดลง ซึ่งกำลังจะปรับสู่สมดุลแล้ว โดย NVIDIA บันทึกขาดทุนส่วนนี้ 57 ล้านดอลลาร์

กลุ่มธุรกิจเกมมีรายได้ 1,764 ล้านดอลลาร์ ซึ่งยังคงเป็นธุรกิจหลักของ NVIDIA ส่วนกลุ่มธุรกิจศูนย์ข้อมูลมีรายได้ 792 ล้านดอลลาร์

ที่มา: NVIDIA และ CNBC

alt="NVIDIA"

from:https://www.blognone.com/node/106459

เคยสงสัยไหม ซีพียูต่างจากชิปของการ์ดจอ (GPU) อย่างไร?

ในเมื่อทั้งสองอย่างก็เป็นหน่วยประมวลผลเหมือนกัน ประกอบด้วยทรานซิสเตอร์ตัวเล็กจิ๋วหลายล้านตัวเหมือนกัน สามารถประมวลผลชุดคำสั่งได้หลายพันคำสั่งต่อวินาที ต่างกันแค่ซีพียูนั้น ตัว C มาจากศูนย์กลางหรือเปรียบดังหัวใจการประมวลผลของอุปกรณ์ ขณะที่ G มาจากกราฟิก หรือน่าจะหมายถึงอุปกรณ์ประมวลผลที่อุทิศให้แก่งานด้านกราฟิกโดยเฉพาะ

หรือเราอาจจะมองง่ายๆ ว่าถ้าซื้อคอมพ์ที่ไม่มีการ์ดจอหรือจีพียู ตัวซีพียูหลักก็ต้องประมวลผลทั้งโปรแกรมทั่วไปและงานที่เกี่ยวกับกราฟิกด้วย จนอาจทำให้ไม่สามารถใช้งานโปรแกรมหรือเกมที่ต้องรันกราฟิกหนักๆ เช่น โฟโต้ช็อป หรือเกมสามมิติความละเอียดสูงได้อย่างเต็มที่ เพราะกำลังการประมวลผลไม่พอ (เผลอๆ ซีพียูร้อนจัดเกินจนเครื่องดับก็อาจเป็นได้ถ้าเราฝืนใช้งาน) ในเมื่องานด้านกราฟิกค่อนข้างใช้ทรัพยากรประมวลผลมากกว่างานด้านอื่น จึงเป็นที่มาของการแยกส่วนการประมวลผลเป็นการ์ดจอที่มีชิปที่เรียกว่า GPU แยกต่างหาก ที่ต่อสายเข้าส่งสัญญาณภาพขึ้นจอโดยตรง เป็นต้น

คำว่า Central ของซีพียูนั้นเปรียบดังสมองหลักของอุปกรณ์ไอทีนั้นๆ (ไม่ใช่แค่คอมพิวเตอร์ แต่สวิตช์ ไฟร์วอลล์ เราท์เตอร์ หรืออุปกรณ์อื่นๆ ต่างมีชิ้นส่วนพื้นฐานอย่างซีพียูและแรมด้วยกันทั้งนั้น) คอยคำนวณทุกอย่างที่มีการร้องขอจากชิ้นส่วนอื่นๆ จากประวัติแล้ว อินเทลเป็นบริษัทแรกที่ผลิตซีพียูในชื่อชิปรุ่น 4004 มีกำลังการประมวลผลทีละ 4 บิต จากนั้นจึงเริ่มพัฒนามาใช้สถาปัตยกรรมแบบ x86 มาจนถึง ARM แบบ 32 บิต

หลายครั้งที่คนเรียกซีพียูสับกันกับชิป ซึ่งก็หมายถึงชิ้นส่วนที่มีทรานซิสเตอร์จำนวนมากสำหรับประมวลผลเช่นกัน ซีพียูมาตรฐานปัจจุบันมีคอร์ตั้งแต่ 1 – 4 คอร์สำหรับประมวลผลหลายคำสั่งพร้อมกัน ให้ความเร็วสัญญาณนาฬิกาตั้งแต่ 1 – 5 GHz อย่างซีพียู 2.4GHz หมายความว่าสามารถประมวลผลได้ถึง 2.4 พันล้านคำสั่งต่อวินาที

ขณะที่ GPU เรียกได้ว่าเป็นซีพียูที่ออกแบบมาสำหรับอุทิศให้ประมวลผลสิ่งที่แสดงผลทางหน้าจอโดยเฉพาะ เช่น การเรนเดอร์กราฟิกความละเอียดสูง หรือรัน VR มักมีคอร์ย่อยหลายพันคอร์เพื่อคำนวณหลายพันพิกเซลสำหรับส่งสัญญาณไปยังหน้าจอได้แบบเรียลไทม์ บริษัทแรกที่พัฒนาขึ้นคือ NVIDIA ในชื่อชิป GeForce 256ซึ่งมาพร้อมการ์ดจอที่เป็นตัวควบคุมสัญญาณ VGA สำหรับเรนเดอร์ภาพขึ้นหน้าจอโดยเฉพาะ

การมีจีพียูแยกจากซีพียูนั้น ช่วยแบ่งเบาภาระการประมวลผลกราฟิกที่ปกติเป็นตัวถ่วงซีพียูอย่างมากได้เป็นอย่างดี แม้ที่ผ่านมาจะมีทั้งจีพียูแบบที่ฝังในตัวเดียวกันกับซีพียู และจีพียูที่แยกอีกสล็อตบนเมนบอร์ดหรืออยู่บนการ์ดจอแยก แต่จีพียูแบบแรกมักใช้เรนเดอร์ภาพสองมิติมากกว่า และผู้ที่ใช้งานสามมิติมักเหมาะกับการ์ดจอแยก

ที่มา : Technotification

from:https://www.enterpriseitpro.net/difference-between-cpu-and-gpu/