คลังเก็บป้ายกำกับ: NVIDIA

วิธีดูสเปค CPU และ GPU ของโน้ตบุ๊ค เลือกซื้อยังไง ให้เหมาะการใช้งาน

โน้ตบุ๊คถือเป็นอีกอุปกรณ์หนึ่งที่ก่อนเลือกซื้อควรทำการบ้านมาก่อน เพราะโน้ตบุ๊คแบ่งออกเป็นหลายประเภทมาก ไม่ว่าจะเป็นแบบสายทำงานเล่นเกมหนักๆ สายพกพาน้ำหนักเบาแบตเตอรี่นานๆ หรือสายจอสัมผัสใช้งานปากกา ก็มีให้เลือกหลากหลายแบรนด์หลายสเปคสุดๆ โดยหลักๆ แล้วเวลาจะไปดูโน้ตบุ๊คสิ่งที่ต้องดูเป็นอันดับแรกคือ หน่วยประมวลผล (CPU) และการ์ดจอ (GPU)

ซึ่งบทความนี้เองทีมงานจะมาแนะนำวิธีดูสเปค CPU และ GPU ของโน้ตบุ๊คจะมีวิธีอย่างไรบ้างไปดูกันเลยครับ

หน่วยประมวลผล (CPU)

คำว่า CPU ย่อมาจาก Central Processing Unit หมายความว่า หน่วยประมวลผลกลาง เปรียบเสมือนสมองของโน้ตบุ๊คในการคำนวณจากคำสั่งที่ได้รับมา ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักในการประมวลผล โดยปัจจุบัน CPU บนตลาดโน้ตบุ๊ค แบ่งออกเป็น 2 แบรนด์ด้วยกัน คือ Intel และ AMD

Intel

สำหรับแบรนด์ Intel ค่ายน้ำเงินหลายคนก็น่าจะรู้จักกันหมดอยู่แล้ว เพราะเป็นเจ้าตลาดมานาน โน้ตบุ๊คที่ใช้ CPU Intel มีหลายราคาให้เลือกตั้งแต่ไม่ถึงหมื่น ไปจนถึงหลักแสน ซึ่งรุ่นที่มีวางขายในปัจจุบันแบ่งเป็น 2 ตระกูลใหญ่ๆ คือ

1. Pentium ตระกูลน้องเล็กสุด ความเร็วเพียงพอใช้ทำงานเอกสาร ดูหนังฟังเพลง แต่งรูปเบาๆ ซึ่งจะอยู่ในโน้ตบุ๊คราคาไม่แพง หลักพันปลายๆ ไปจนถึงหมื่นกลางๆ เช่น Pentium Gold 5405U,  Pentium Silver N5000 เป็นต้น ซึ่งความแรงแต่ละตัวห่างกันไม่มาก แต่จะต่างกันที่การรองรับอะไรใหม่ๆ เช่น DirectX 12 , ใส่ Ram ได้มากกว่า 16 GB เป็นต้น โดยสุดล่าสุดปี 2019 ของตระกูล Pentium จะมีตัว U ต่อท้ายตัวเลขเสมอ (ส่วนตัว N ที่อยู่ด้านหน้าจะเป็นรุ่นเก่าตั้งแต่ปี 2017)

ดูตารางเปรียบเทียบทั้ง 3 รุ่นได้ >>ที่นี่<<

2. Core i ตระกูลหลักของทางฝั่ง Intel แบ่งออกเป็น 4 รุ่น ได้แก่ Core i3, Core i5, Core i7 และ Core i9 เรียงความแรงจากน้อยไปมาก โดยตระกูล Core i ยังแบ่งอีก 2 ประเภทคือ รหัส U กับ H เช่น Core i5-8265U, Core i5-8300H โดยตัว U จะเป็นรุ่นประหยัดพลังงาน มักจะอยู่ในโน้ตบุ๊คน้ำหนักเบา และตัว H หรือ HK จะเป็นรุ่นประสิทธิภาพสูง มักจะอยู่โน้ตบุ๊คเครื่องหนา กินไฟเยอะ และน้ำหนักมาก

ดูตารางเปรียบเทียบทั้ง 4 รุ่นได้ >>ที่นี่<<

  • Core i3 จะอยู่ในโน้ตบุ๊ตปัจจุบันจะมีแค่รหัส U เท่านั้น เช่น i3-8130U, i3-8145U เป็นต้น ซึ่งจะอยู่ในโน้ตบุ๊คราคาหมื่นกลางๆ ถึง สองหมื่นต้นๆ ซึ่งประสิทธิภาพจะแรงกว่า Pentium พอสมควรในเรื่องการประมวลกราฟิค โดย Core i3 ในโน้ตบุ๊คปัจจุบันจะมี 2 Core/4 Thread
  • Core i5 รุ่นยอดนิยมที่ขยับขึ้นมาแรงอีกขั้นเป็น 4 Core/ 8 Thread มีทั้งรหัส U และ H เช่น i5-8250U, i5-9300H เป็นต้น มักจะอยู่โน้ตบุ๊คในช่วงราคาหมื่นปลายๆ ไปจนถึงสามหมื่นบาท
  • Core i7 รุ่นท็อปสำหรับเกมเมอร์ หรือสายทำงานหนักๆ มีทั้งที่เป็น 4 Core/ 8 Thread บนรหัส U และ 6 Core/12 Thread บนรหัส H เช่น i7-8565U, i7-9750H เป็นต้น ซึ่งจะอยู่ในช่วงราคาสองหมื่นบาทปลายๆ ขึ้นไป
  • Core i9 พี่เบิ้ม Hi-End แรงสุดจัดปลัดบอกสำหรับคนที่ต้องการความแรงที่สุด โดยมีจำนวนสูงสุดถึง 8 Core/ 16 Thread จะมีเฉพาะที่เป็นรหัส H หรือ HK (Overclock ได้) เช่น i9-9880H, i9-9980HK เป็นต้น โดยจะอยู่ในโน้ตบุ๊คราคาเกือบแสนหรือหลักแสนขึ้นไป

ความหมายของตัวเลข CPU Intel

ยกตัวอย่าง Intel Core i7-9750H

  • เลข 9 คือ Gen ของ CPU ซึ่งปัจุบันคือ Gen 9 นี่แหละใช้โค้ดเนมว่า Coffee Lake
  • เลข 750 คือ เลข SKU ของรุ่นนั้นๆ ยิ่งเลขเยอะยิ่งแรง เช่น i7-9850H แรงกว่า i7-9750H

**สิ่งที่คนมักสงสัยกัน คือ i7-8565U กับ i5-8300H อันไหนแรงกว่ากัน คำตอบก็คือ i5-8300H แรงกว่าเพราะเป็นรุ่นประสิทธิภาพสูง กินไฟมากกว่า(กินไฟ 45w) และรองรับการทำงานหนักๆ ได้ดีกว่า ซึ่งถ้าเอาพวกรหัส U ที่กินไฟน้อย(15w) มาทำงานหนักๆ เป็นเวลานาน ประสิทธิภาพจะดรอปลงทันที ด้วยความร้อนที่สะสมในเครื่อง ทำให้โดนลดสปีดความเร็วนั่นเอง ถึงแม้ว่าผล Benchmark หรือ Clock สปีดบางตัวรหัส U จะสูงกว่ารหัส H ก็ไม่ได้หมายความว่า รหัส U จะใช้งานหนักๆ ได้ดีกว่ารหัส H เสมอไป

AMD

ถัดมาดูค่ายแดง AMD กันบ้าง ซึ่งปัจจุบันตอนนี้เริ่มตีตลาดในส่วนของโน้ตบุ๊คขึ้นมาเยอะเลยทีเดียว จากแต่ก่อนมีแค่ไม่กี่รุ่น โดยโน้ตบุ๊คที่ใช้ CPU AMD มักจะมีราคาไม่แพง ไม่เกินสามสี่หมื่นบาท โดยรุ่นที่มีขายอยู่ในปัจจุบันจะสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

1. A, FX Series ตระกูลรุ่นเล็ก ซึ่งปัจจุบันไม่ค่อยมีวางจำหน่ายเท่าไรแล้ว โดยซีรีส์นี้จะมีรหัสเป็น A8-xxxx, A12-xxxx, FX-xxxx **ไม่แนะนำ ควรข้ามไปเล่นตัว Ryzen จะดีกว่า

2. Ryzen ตระกูลยอดฮิตที่ทำให้ Intel ถึงกับต้องระส่ำระส่าย เพราะด้วยประสิทธิภาพเทียบกับราคาที่ได้คุ้มมากๆ ซึ่งก็แบ่งออกเป็น 3 รุ่นได้แก่ Ryzen 3, Ryzen 5 และ Ryzen 7 เรียงความแรงจากน้อยไปมาก โดยตระกูล Ryzen ก็แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือรหัส U และ H ยกตัวอย่างเช่น Ryzen 7 3750H, Ryzen 7 3700U เป็นต้น โดยตัว U จะเป็นรุ่นประหยัดพลังงาน ตัว H จะเป็นรุ่นประสิทธิภาพสูง (เหมือนกับ Intel)

  • Ryzen 3 ปกติแล้วจะอยู่ในโน้ตบุ๊คหมื่นกลางๆ มีเฉพาะรหัส U และเป็นแบบ 2 Core/4 Thread เช่นรุ่น Ryzen 3 3200U, Ryzen 3 2200U เป็นต้น ประสิทธิภาพใกล้เคียงกับ Intel Core i3
  • Ryzen 5 รุ่นยอดนิยมไม้เด็ดของ AMD มีทั้งรหัส U และ H เป็นแบบ 4 Core/8 Thread ประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับราคาแล้วคุ้มมาก จะอยู่ในช่วงราคา หมื่นปลายๆ จนถึงสองหมื่นกลางๆ เช่น Ryzen 5 3500U, Ryzen 5 3550H ประสิทธิภาพมากกว่า Core i3 แต่ต่ำกว่า Core i5 ในรุ่น Gen ปีเดียวกัน
  • Ryzen 7 รุ่นท็อปค่ายแดงประสิทธิภาพสูง มีทั้งรหัส U และ H เป็นแบบ 4 Core/8 Thread เช่น Ryzen 7 3750H, Ryzen 7 3700U เป็นต้น โดยจะแตกต่างกับ Ryzen 5 ตรงที่สปีดสูงกว่าและใช้การ์ดจอออนบอร์ดดีกว่า  ประสิทธิภาพใกล้เคียงกับ Intel Core i5 ในรุ่นปีเดียวกัน

**ความหมายของตัวเลข CPU AMD เหมือนกับ Intel แลRyzen 5 3550H ก็แรงกว่า Ryzen 7 3700U เช่นเดียวกัน

คำแนะนำ

  • เวลาจะซื้อโน้ตบุ๊คต้องตั้งโจทย์ก่อนว่าเราต้องการโน้ตบุ๊คมาทำอะไร ถ้าเอามาเล่นเกม ทำงานตัดต่อ ใช้สเปคหนักๆ ยังไงก็ต้องไป CPU ที่มีรหัส H เท่านั้น และถ้าต้องการโน้ตบุ๊คน้ำหนักเบา เน้นพกพาบ่อยๆ แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานก็ต้องไปใช้รหัส U
  • ส่วนรุ่นอื่นๆ อย่าง Intel Pentium หรือ Ryzen 3 เหมาะกับคนที่ใช้งานเบาๆ เท่านั้น เช่น ใช้ทำงานเอกสาร ดูหนังฟังเพลง แต่งรูปนิดหน่อย และมีงบแค่หมื่นต้นๆ
  • CPU Intel กับ AMD ในโน้ตบุ๊คตอนนี้เทียบกันยังไง ใครแรงกว่ากัน ก็บอกกันตามตรงว่าตอนนี้ Intel ยังไงก็แรงกว่าถ้าเทียบกันแบบรุ่นต่อรุ่น เช่น Core i7-9750H วัดกับ Ryzen 7 3750H หรือ Core i5-9300H วัดกับ Ryzen 5 3550H ยังไง intel i5, i7 ก็แรงกว่า Ryzen 5, 7 เสมอ แต่ Intel ก็ร้อนกว่า กินไฟมากกว่า และก็แพงกว่าเช่นเดียวกัน (**ปล. Core i5-9300H แรงกว่า Ryzen 7 3750H นิดหน่อย)

สามารถดู Rank Score CPU โน้ตบุ๊คได้ >> ที่นี่ <<

การ์ดจอ (GPU)

 

GPU ย่อมาจาก Graphics Processing unit ไว้สำหรับเป็นหน่วยประมวลผลด้านกราฟิก 3 มิติ หรืออย่างที่คนเข้าใจกันคือเอาไว้ใช้เล่นเกม ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักได้แก่

การ์ดจอออนบอร์ด

คือ การ์ดจอที่อยู่ใน CPU ประสิทธิภาพของการ์ดจออนบอร์ดจะไม่สูงนัก เพียงพอต่อการใช้พื้นฐาน จำพวกดูหนัง ฟังเพลง แต่งรูป หรือเล่นเกมเบาๆ โดยการ์ดจอออนบอร์ดก็จะแบ่งเป็น 2 ประเภท ตามยี่ห้อซีพียูเลยคือ

1. Intel ชื่อของการ์ดจอออนบอร์ดจะเป็นตระกูล HD และ UHD เช่น Intel UHD Graphics 620, Intel HD Graphics 530 เป็นต้น ประสิทธิภาพ UHD จะดีกว่าตัว HD ธรรมดาพอสมควร

2. AMD จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ Radeon R ที่จะอยู่ในตระกูลซีพียู A, FX Series และ Radeon RX VEGA ที่จะอยู่ในตระกูลโน้ตบุ๊คซีพียู Ryzen และแน่นอนว่า RX VEGA ยังไงก็แรงกว่าตัว R ธรรมดาแน่นอน

การ์ดจอแยก

คือ ชิปประมวลผลที่แยกออกมาจาก CPU โดยมีหน้าที่ประมวลผลด้านกราฟิกโดยเฉพาะ ทำให้มีประสิทธิภาพเหนือกว่าการ์ดจอออนบอร์ดมากเลยทีเดียว สามารถแบ่งได้ออกเป็น 2 แบรนด์คือ

1. NVIDIA การ์ดจอฝั่งค่ายเขียว ผู้เป็นเจ้าตลาดในตอนนี้ มีหลายรุ่นหลายแบบ หลายราคามาก ตามการใช้งานแต่ละประเภท โดยหลักๆ แบ่งออก 3 ตระกูลคือ ตระกูล MX Series (MX150, MX250) ที่ใช้สำหรับโน้ตบุ๊คประหยัดพลังงาน, GTX RTX Series (GTX 1050, RTX 2060)ที่ใช้สำหรับเกมมิ่งโน้ตบุ๊คหรือโน้ตบุ๊คประสิทธิภาพสูง และ Quadro Series (Quadro P6000, Quadro P3000) ที่ใช้สำหรับโน้ตบุ๊ค Workstation ทำงานออกแบบด้านกราฟิกโดยเฉพาะซึ่งจะมีราคาค่อนข้างสูงและไม่มีขายตามหน้าร้านทั่วไป

  • MX Series ปัจจุบันรุ่นล่าสุดที่ใช้คือ MX250 ประสิทธิภาพสูงพอสมควร เล่นเกมอย่าง PUBG ความละเอียด Full HD ปรับ Low ได้ในระดับหนึ่ง รุ่นที่แนะนำเลยคือ MX250, MX150 โดยจะอยู่ในช่วงโน้ตบุ๊คราคาหมื่นปลายๆ ไปจนถึงสามหมื่นบาท
  • GTX RTX Series รุ่นล่าสุดคือ RTX 2080 โดยคำว่า RTX จะหมายถึงรองรับการเล่นเกมแบบเปิด Ray Tracing ซึ่งปัจจุบันมีแค่ไม่กี่เกม สำหรับใครที่อยากจะซื้อโน้ตบุ๊คมาเล่นเกมแนะนำตัวที่ใช้ GTX 1060 ขึ้นไปจะดีมาก เล่น PUBG ความละเอียด Full HD ปรับ High สบายๆ ซึ่งจะอยู่ในโน้ตบุ๊คในช่วงราคาสองหมื่นกลางๆ ขึ้นไป
  • Quadro Series เป็นการด์จอสำหรับงานออกแบบ เขียนแบบโมเดล 2D 3D เฉพาะทางสุดๆ ไม่ควรซื้อมาใช้เพื่อเล่นเกม มักจะอยู่ในโน้ตบุ๊คราคาห้าหมื่นบาทขึ้นไป

**สำหรับคนที่เน้นใช้งานตัดต่อ Render ไฟล์วิดีโอทั่วไปแนะนำใช้แค่ MX, GTX RTX Series ก็พอ

ความหมายของตัวเลขการ์ดจอ NVIDIA

ยกตัวอย่าง GTX 1080Ti

  • GTX คือซีรีส์สำหรับเล่นเกม (GTX กับ RTX จะต่างตรงที่ RTX คือซีรีย์ล่าสุดรองรับ Ray Tracing และประสิทธิภาพเหนือกว่า)
  • เลข 10 คือ Gen ของ GPU ซึ่งก็คือ Gen 10 ใช้สถาปัตยกรรม PASCAL (ปัจจุบันตัวล่าสุดคือ RTX 2080Ti)
  • เลข 80 คือ เลข SKU ของรุ่นนั้นๆ ยิ่งเลขเยอะยิ่งแรง ตัวท็อปก็คือเลข 80
  • Ti หมายถึงรุ่นท็อปของ SKU เลขนั้น แน่นอนว่า GTX 1080Ti ย่อมแรงกว่า GTX 1080

2. AMD การ์ดจอฝั่งค่ายแดง ซึ่งตอนนี้ในตลาดมีน้อยรุ่นมาก หลักๆ จะแบ่งเป็น 2 ตระกูลคือ Radeon กับ Radeon RX ยกตัวอย่างเช่น AMD Radeon 530, AMD Radeon RX560X เป็นต้น

  • Radeon จะเป็นการ์ดจอรุ่นรองมักจะอยู่ในโน้ตบุ๊คที่ใช้ CPU ประหยัดพลังงาน ประสิทธิภาพใกล้เคียง NVIDIA MX Series แต่ต่ำกว่า ถ้าเลือกได้แนะนำหาตัวที่ใช้ MX Series ดีกว่าครับ
  • Radeon RX ในตลาดที่ใช้อยู่ตอนนี้มีอยู่แค่ไม่กี่ตัว ซึ่งก็คือ RX560X ประสิทธิภาพใกล้เคียงกับ GTX 1050 จะอยู่ในโน้ตบุ๊คตั้งแต่หมื่นกลางๆ ไปจนถึงสองหมื่นนิดๆ

คำแนะนำ

  • การ์ดจอแยกจำเป็นอย่างมากสำหรับคนที่ตั้งใจจะซื้อโน้ตบุ๊คมาเพื่อเล่นเกม ซึ่งประสิทธิภาพการเล่นเกมตัว GPU มีผลมากกว่า CPU ยกตัวอย่างเช่นมี โน้ตบุ๊ค 2 เครื่อง สเปค i7-9750H + GTX 1650 กับ i5-9300H + GTX 1660Ti จะเลือกตัวไหนดีมาเล่นเกมดีกว่ากัน คำตอบคือควรเลือกโน้ตบุ๊ค i5-9300H + GTX 1660Ti เพราะสเปคนี้มีการ์ดจอประสิทธิภาพแรงกว่านั่นเองครับ

สามารถดู Rank Score GPU ได้ >> ที่นี่ <<

สำหรับใครที่คิดไม่ออกว่าจะซื้อโน้ตบุ๊ครุ่นไหนดีทีมงานก็มีบทความสรุปมาให้อ่านกันครับ

from:https://droidsans.com/how-to-buying-notebook-cpu-gpu/

โฆษณา

Nvidia – แก้ปัญหาการ์ดจอเจออาการ Blue Screen of Death เมื่อใช้งานร่วมชิป AMD Ryzen 3000 ได้แล้ว

ก่อนหน้านี้ AMD Ryzen 3000 ได้ประสบปัญหา random WHEA (Windows Hardware Error Architecture) ซึ่งเป็น error ที่จะไปทำให้ระบบกับการ์ดจอสำหรับเล่นเกมมีปัญหา และด้วยข้อมูลจากผู้ใช้ที่เกิดปัญหา ก็ทำให้ Nvidia สามารถรวบรวมข้อมูลได้มากพอที่จะแก้ไขข้อผิดพลาดนี้ได้

BSOD (Blue Screen of Death) ปัญหาจอฟ้าที่ไม่รู้ว่าจะขึ้นมาเมื่อไร แต่ถึงอย่างนั้นโอกาสเกิดจะสูงขึ้นมากหากใช้งานการ์ดจอหนักๆ แต่เป็นไปได้ว่าปัญหาที่เกิดอาจจะคล้ายกัน เพราะทั้ง Nvidia และ AMD ก็เจอข้อผิดพลาดนี้เหมือนกัน ถึงอย่างนั้นการร้องเรียนส่วนมากก็เป็นของทาง Nvidia มากกว่า

การนำอินเทอร์เฟส PCIe 4.0 รุ่นใหม่มาใช้นั้นเป็นที่ครหาอยู่พอสมควรเนื่องด้วยความกังวลว่าการ์ดจอ Nvidia อาจใช้งานร่วมกับ PCIe 4.0 ไม่ได้ โดยในผู้ใช้บางรายแก้ปัญหาด้วยการตั้งค่าอินเทอร์เฟสให้กลับไปเป็น PCIe 3.0 แทน ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่รู้สาเหตุการเกิด BSOD บางทีอาจจะเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับชิปเซ็ต CPU Ryzen 3000 ก็ได้ โดยในปัจจุบันยังไม่มีใครรู้สาเหตุที่แท้จริงจนกว่า Nvidia จะออกมาประกาศ ซึ่ง Nvidia ยังไม่ประกาศว่าจะเริ่มแก้ไขปัญหานี้เมื่อไร

ที่มา : tomshardware

 

from:https://notebookspec.com/nvidia-amd-ryzen-3000-bsod-error-fix/488133/

NVIDIA – RTX 2070 SUPER แรงกว่า RTX 2070 และ RTX 2060 SUPER เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ก่อนหน้านี้ได้มีผลการทดสอบ Benchmark ของ RTX 2070 SUPER ออกมาแล้วนั้น ในคราวนี้ก้ได้มีการเปิดเผยผลการทดสอบกับเกม Final Fantasy XV ที่ high quality ความละเอียด 2560 x 1440 โดยผู้ที่เผยข้อมูลออกมาคือผู้ใช้ทวิตเตอร์ชื่อ @TUM_APISAK โดยได้ทำการเผยให้เห็นค่าเฟรมเรทสูงสุดและต่ำสุดออกมา ซึ่ง RTX 2070 SUPER ทำเฟรมเรทได้เฉลี่ยสูงกว่า RTX 2070 เพียง 4% เท่านั้น

ในการทดสอบ Benchmark ด้วยเกม FFXV นั้น RTX 2070 SUPER มีคะแนนเหนือกว่า RTX 2070 ถึง 12% ในการตั้งค่าแบบ high quality 1440p แต่ถึงอย่างนั้นคะแนน Benchmark ก็ไม่ได้มีผลกับค่าเฟรมเรทเลย ซึ่ง @TUM_APISAK ได้สาธิตผลการทดสอบด้วย FFXV Benchmark แบบอื่นที่มีข้อมูลการ์ดจอของ NVIDIA และ AMD จำนวนมาก

ใน Benchmark ชุดที่ 2 นี้ใช้การตั้งค่า FFXV แบบเดียวกับชุดแรก และเป็น DirectX 11 ซึ่งจากรูปจะเห็นว่า Radeon RX 5700และRX 5700 XT นั้นได้คะแนนน้อยกว่า NVIDIA ซึ่งก็ไม่ค่อยน่าแปลกใจเท่าไรเพราะ FFXV นั้นใช้งาน NVIDIA ได้ดีที่สุด นอกจากนี้ RTX 2060 SUPER นั้นทำเฟรมเรทได้สูงกว่ารุ่นก่อนถึง 20% และสูงกว่า RTX 2070 1% 

ส่วน RTX 2070 SUPER นั้นทำเฟรมเรทได้สูงกว่า RTX 2070 เพียง 4% เท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้น RTX 2070 SUPER ก็ให้เฟรมเรทคงที่มากกว่า RTX 2060 SUPER, RTX 2070 และ RTX 2080 ถึงแม้ว่าจะเป็นที่ 1440p เฟรมเรทก็ไม่ลดลงต่ำกว่า 60FPS เลย แต่ถึงอย่างนั้น สำหรับRTX 2070 SUPER นั้นส่วนต่างของประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนก็ถือว่าน้อยที่สุดใน 4รุ่น(RTX 2060 SUPER, RTX 2070, RTX 2070 SUPER, RTX 2080) นี้เลย

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/the-nvidia-geforce-rtx-2070-super-offers-little-more-than-the-rtx-2060-super-and-its-predecessor-in-final-fantasy-xv/487780/

NVIDIA – เปิดตัวการ์ดจอ GeForce RTX 2000 Super ซีรีย์ซัด AMD Radeon RX 5700 แบบชิล ๆ

มาเร็วเคลมเร็วจริงๆ ครับกับ NVIDIA ที่หลังจากเผยข้อมูลของกราฟิกการ์ดรุ่นใหม่อย่าง RTX 2000 Super ซีรีย์ได้ไม่นาน NVIDIA ก็เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการชิงตัดหน้าการวางจำหน่ายกราฟิกการ์ดสถาปัตยกรรม Navi ของทาง AMD ด้วยความรวดเร็ว โดยตัว RTX 2000 Super ซีรีย์เรียกได้ว่าพี่ท่านเปิดมาบล๊อคไม่ให้ AMD Navi เกิดเลยจริงๆ ครับ

ในการเปิดตัวนี้นั้นก็เรียกได้ว่าครบถ้วนทุกรุ่นเลยครับทั้ง RTX 2080 Super, RTX 2070 Super และ RTX 2060 Super โดยทาง NVIDIA ก็ได้ทำการจัดรุ่นสำหรับชน AMD Navi ในแต่ละรุ่นไว้ด้วยดังต่อไปนี้ครับ

  • RTX 2080 Super ชนกับ AMD Radeon VII
  • RTX 2070 Super ชนกับ Radeon RX 5700 XT
  • RTX 2060 Super ชนกับ Radeon RX 5700

ซึ่งการเปิดตัวครั้งนี้นั้นเรียกได้ว่าทาง NVIDIA จะตัดราคาของตัวเองพอสมควรก็ได้ครับเนื่องจากว่าราคาในการเปิดตัวของซีรีย์ Super แต่ละรุ่นนั้นจะเท่ากับรุ่นพี่อย่าง RTX 2000 ซีรีย์โดย RTX 2080 Super นั้นจะมีราคากลางอยู่ที่ $699 หรือประมาณ 21,500 บาท, RTX 2070 Super จะมีราคากลางอยู่ที่ $499 หรือประมาณ 15,320 บาทและ RTX 2060 Super จะมีราคากลางอยู่ที่ $399 หรือประมาณ 15,320 บาท 12,250 บาทครับ

ทั้งนี้กราฟิกการ์ดซีรีย์ Super นั้นจะยังคงใช้สถาปัตยกรรม Turing ที่มาพร้อมกับกระบวนการผลิตที่ระดับ 12 nm เท่าเดิมอยู่ครับทว่าในส่วนของสเปคในแต่ละรุ่นนั้นจะมีการเพิ่มเติมเสริมแต่งมามากขึ้นพอสมควรทำให้ในส่วนของประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นมานั้นเมื่อเทียบกับซีรีย์ RTX 2000 แล้วนั้นจะมีความแรงเพิ่มขึ้นประมาณ 10% – 20% ครับ ซีรียย์ Super จะมีการปรับแต่งในส่วนไหนบ้างนั้นไปติดตามกันได้เลยครับ

NVIDIA GeForce RTX 2080 SUPER

เริ่มกันที่รุ่นท๊อปของซีรีย์ Super อย่าง RTX 2080 Super นั้นจะยังคงใช้ขิปกราฟิกรหัส TU104-450 ครับ โดยได้มีการเพิ่ม CUDA Core มาอยู่ที่ 3072 cores ความเร็วสัญญาณนาฬิกาฐานจะอยู่ที่ 1650 MHz และ boost ที่ 1815 MHz หน่วยความจำบนตัวการ์ดยังคงมาพร้อมกับ GDDR6 ขนาด 8 GB เช่นเดิมภายใต้ 256-bit bus interface ทว่าจะมีการเพิ่มความเร็วสัญญาณนาฬิกาของหน่วยความจำเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 15.5 Gbps ทำให้มีแบนด์วิดธิ์อยู่ที่ 496 GB/s อัตราการคายความร้อนจะอยู่ที่ 250 W TDP ในขณะที่ TMUs/ROPs นั้นยังคงเท่า RTX 2080 ครับ

ในด้านประสิทธิภาพนั้น RTX 2080 Super จะเร็วกว่า Titan XP ราวๆ 10% – 15% และเร็วกว่า GTX 1080 Ti มากพอสมควร ตัวการ์ดสามารถประมวมลผล FP32 ได้ที่ 11 TFLOPs และ INT ได้ที่ 11 TFLOPs ตัวการ์ดมีการเพิ่ม Tensor cores มาอยู่ที่ 89 cores จากเดิมที่อยู่ที่ 81 cores จะว่าไปแล้วในส่วนสเปคของ RTX 2080 Super นั้นจะเพิ่มขึ้นมาไม่มากเท่าไร ทว่าก็คงต้องรอดูการทดสอบอย่างเป็นทางการอีกทีหลังจากวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในช่วงปลายเดิมกรกฎาคมนี้ครับ

NVIDIA GeForce RTX 2070 SUPER

ตามมาด้วย RTX 2070 SUPER ที่คาดว่าน่าจะได้รับความนิยมมากกว่ารุ่นพี่อย่าง RTX 2070 พอควรเนื่องจากในส่วนของสเปคนั้นค่อนข้างจะมีการเพิ่มขึ้นมาพอดูครับ ตัวการ์ดนั้นจะเปลี่ยนมาใช้ขิปกราฟิกรหัส TU104-410 ครับ โดยได้มีการเพิ่ม CUDA Core มาอยู่ที่ 2560 cores ความเร็วสัญญาณนาฬิกาฐานจะอยู่ที่ 1605 MHz และ boost ที่ 1770 MHz หน่วยความจำบนตัวการ์ดยังคงมาพร้อมกับ GDDR6 ขนาด 8 GB เช่นเดิมภายใต้ 256-bit bus interface ทว่าแต่ไม่มีการเพิ่มความเร็วสัญญาณนาฬิกาของหน่วยความจำเพิ่มขึ้นคือยังอยู่ที่ 14.0 Gbps ทำให้มีแบนด์วิดธิ์เท่าเดิมที่ 448 GB/s อัตราการคายความร้อนจะอยู่ที่ 215 W TDP ในขณะที่ TMUs/ROPs นั้นเพิ่มขึ้นเป็น 184/64 ครับ

ในด้านประสิทธิภาพนั้น RTX 2070 Super จะเร็วกว่า RTX 2070 ราวๆ 16% – 24% และเร็วกว่า GTX 1080 Ti มากพอสมควร ตัวการ์ดสามารถประมวมลผล FP32 ได้ที่ 9.1 TFLOPs และ INT ได้ที่ 9.1 TFLOPs  มีการเพิ่ม Tensor cores มาอยู่ที่ 320 cores  ทำให้ RTX 2070 Super นั้นสามารถที่จะเอาชนะ Radeon RX 5700 XT ได้แบบสบายๆ โดยตรงนี้นั้นก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้แล้วครับว่าจะเลือกกราฟิกการ์ดจากของใครโดยจุดที่ RTX 2070 Super ต่างไปจาก Radeon RX 5700 XT นั้นก็คือการรองรับเทคนิด Ray-Tracing ทว่าราคานั้นก็มากกว่ากันราวๆ  $50 หรือประมาณ 1,550 บาทเท่านั้นครับ

NVIDIA GeForce RTX 2060 SUPER

ปิดท้ายกันที่น้องเล็กอย่าง RTX 2060 Super ที่ต้องบอกเลยจริงๆ ครับว่าค่อนข้างที่จะน่าสนใจเป็นอย่างมากเนื่องจากราคาเท่าเดิมแต่สเปคที่เพิ่มมานั้นค่อนข้างจะดีกว่ากันพอควรครับ ตัวการ์ดนั้นจะเปลี่ยนมาใช้ขิปกราฟิกรหัส TU106-410 ครับ โดยได้มีการเพิ่ม CUDA Core มาอยู่ที่ 2176 cores ความเร็วสัญญาณนาฬิกาฐานจะอยู่ที่ 1470 MHz และ boost ที่ 1650 MHz หน่วยความจำบนตัวการ์ดยังคพร้อมกับ GDDR6 แต่เพิ่มขนาดมาที่ 8 GB ภายใต้ 256-bit bus interface พร้อมเพิ่มความเร็วสัญญาณนาฬิกาของหน่วยความจำเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 14.0 Gbps ทำให้มีแบนด์วิดธิ์เท่าเดิมที่ 448 GB/s อัตราการคายความร้อนจะอยู่ที่ 175 W TDP ในขณะที่ TMUs/ROPs นั้นเพิ่มขึ้นเป็น 136/64 ครับ

ในด้านประสิทธิภาพนั้น RTX 2060 Super จะเร็วกว่า RTX 2060 ราวๆ 15% เมื่อรันที่ความละเอียดระดับ 2K และเร็วกว่า Radeon RX 5700 พอสมควร ตัวการ์ดสามารถประมวมลผล FP32 ได้ที่ 7.5 TFLOPs และ INT ได้ที่ 7.5 TFLOPs  มีการเพิ่ม Tensor cores มาอยู่ที่ 272 cores ซึ่งทาง NVIDIA นั้นได้บอกเอาไว้ว่า RTX 2060 Super นั้นมันแรงกว่ารุ่นพี่อย่าง RTX 2070 อยู่เล็กน้อยทว่าในส่วนของราคานั้นยังคงเท่ากันกับ RTX 2060 ตอนเปิดตัวครับ(งานนี้คนที่พึ่งซื้อ RTX 2060 ไปก่อนหน้านี้มีเลือดออกกันได้ครับ)

การใช้งาน Ray-Tracing ที่ดีกว่าเดิม

อย่างที่ทุกท่านน่าจะทราบกันครับว่าในอดีตนั้นกราฟิกการ์ดซีรีส์ RTX 2000 สามารถใช้งานฟีเจอร์ Ray-Tracing แต่ความเร็วในการรันเกมนั้นจะลดลงพอดู ทว่ากับ RTX 2000 Super ซีรีย์นั้นทาง NVIDIA รับรองไว้ว่าคุณจะได้พบกับประสบการณ์ที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างแน่นอน แถมในปัจจุบันนั้นก็คงไม่สามารถที่จะปฎิเสธกันได้เลยครับว่าเทคนิค Ray-Tracing นั้นเริ่มได้รับความนิยมกันมากขึ้นโดยเฉพาะกับในเกมระดับ AAA

ทั้งนี้นั้นกราฟิกการ์ดรุ่น RTX 2060 Super และ RTX 2070 Super นั้นเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วท่านใดสนใจก็สามารถที่จะลองหาซื้อมาใช้งานกันได้เลยครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ที่ใช้กราฟิกการ์ดในรุ่นที่ต่ำกว่าซีรีส์ GTX 1000 ลงไปนั้นรับรองได้ว่าคุณจะได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ดีขึ้นในการเล่นเกมอย่างแน่นอนครับ

ที่มา : wccftech

from:https://notebookspec.com/nvidia-geforce-rtx-2070-super-for-499-us-rtx-2060-super-for-399-us-officially-launched-rtx-2080-super-specs-detailed-competing-against-amd-navi-radeon-rx-5700/487474/

เปิดตัว GeForce RTX SUPER การ์ดจอ Turing เวอร์ชันอัพเกรด เพิ่มคล็อค-เพิ่มคอร์

เราเห็นข่าวของ GeForce Super กันมาได้สักพักใหญ่ๆ วันนี้มันก็เปิดตัวอย่างเป็นทางการในชื่อ GeForce RTX SUPER

GeForce RTX SUPER คือเวอร์ชันอัพเกรดของ GeForce RTX ที่ใช้สถาปัตยกรรม Turing ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นด้วยการเพิ่มคอร์และเพิ่มคล็อค โดยมันจะมาแทนไลน์อัพของ GeForce RTX เดิมเป็นบางส่วน นั่นคือจีพียูตัวท็อปสุดจะยังเป็น GeForce RTX 2080 Ti เหมือนเดิม (999 ดอลลาร์) และตัวล่างสุดจะเป็น GeForce RTX 2060 เหมือนเดิม (349 ดอลลาร์) แต่ตรงกลางจะเปลี่ยนมาเป็นเวอร์ชัน Super แทน

GeForce RTX SUPER แบ่งออกเป็น 3 รุ่นย่อยคือ

  • GeForce RTX 2080 SUPER ประสิทธิภาพดีขึ้นกว่า 2080 (ไม่ระบุตัวเลข), ราคาเท่าเดิม 699 ดอลลาร์
  • GeForce RTX 2070 SUPER ประสิทธิภาพดีขึ้นกว่า 2070 เฉลี่ย 16%, ราคาเท่าเดิม 499 ดอลลาร์
  • GeForce RTX 2060 SUPER ประสิทธิภาพดีขึ้นกว่า 2060 เฉลี่ย 15%, ราคา 399 ดอลลาร์

GeForce RTX 2060 SUPER และ 2700 SUPER จะเริ่มวางขายก่อนในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ ตามมาด้วย 2080 SUPER วันที่ 23 กรกฎาคม โดย NVIDIA จะมีแถมเกม ControlTM กับ Wolfenstein Youngblood ให้ด้วย

No Description

No Description

No Description

ที่มา – NVIDIA, NVIDIA Blog

from:https://www.blognone.com/node/110675

NVIDIA – การ์ดจอ GeForce RTX 2070 Super แรงแซง Radeon RX 5700 XT ไปแล้ว

คะแนน Benchmark ของ Nvidia GeForce RTX 2070 Super และ AMD Radeon RX 5700 XT ได้โผล่ออกมาและได้รับความสนใจจากแฟนๆ ค่ายเขียวเป็นอย่างมาก โดย Nvidia Super นั้นเหนือกว่า  RX 5700 XT ใน Final Fantasy XV benchmark ถึงอย่างไรก็เชื่อว่าเกณฑ์มาตรฐานนี้โดยทั่วไปมีน้ำหนักตามความเหมาะสมของ Nvidia

การแข่งขันระหว่าง Super และ Navi นั้นก็ใกล้เข้ามาแล้วเนื่องด้วยการที่ข่าวเริ่มรั่วลงอินเทอร์เน็ตอยู่เรื่อยๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีรายงานเปรียบเทียบ Radeon RX 5700 XT กับ GeForce RTX 2060 Super ไปแล้ว ซึ่ง Nvidia ก็ได้ออก GeForce RTX 2070 Super มาแก้แค้นทันที

Tum Apisak ได้แชร์ผลใน Final Fantasy XV benchmark โดย Radeon RX 5700 XT นั้นได้คะแนนไป 5,473คะแนน ซึ่งเหนือกว่า AMD Radeon VII และ Nvidia GeForce GTX 1080 Max-Q แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังห่างจาก Nvidia GeForce RTX 2070 Super ที่ทำคะแนนได้ 7,579คะแนน ในการทดสอบ FFXV benchmark ที่ 2560×1440 high quality ซึ่งเหนือกว่า GeForce RTX 2070 12% อีกด้วย

แต่ผู้ที่โดดเด่นที่สุดคงไม่พ้น Nvidia GeForce GTX 1080Ti ที่ได้คะแนนถึง 7,827คะแนน โดยผลการทดสอบของ Final Fantasy XV ที่ 2560×1440 high quality นั้นค่อนข้างมีผลกับ Nvidia อย่างมาก เพราะ 14อันดับแรกนั้นเป็นของ Nvidia ทั้งหมด 

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/nvidia-geforce-rtx-2070-super-powers-past-amd-s-radeon-rx-5700-xt-in-final-fantasy-xv-benchmark/486811/

Graphic Card – Intel ส่งสารไปยัง AMD และ NVIDIA ว่ากราฟิกชิปสถาปัตยกรรม Xe จะเย็นยิ่งกว่า

ถึงแม้ว่าทาง Intel จะยังคงไม่มีการเผยรายละเอียดของกราฟิกชิปสถาปัตยกรรม Xe ที่จะลงทั้งตลาดระดับบนและผู้ใช้ทั่วไปออกมานั้น ทว่าทาง Intel เองก็ได้มีการเปิดเผยข้อมูลของตัวชิปกราฟิกสถาปัตยกรรม Xe ออกมาเรื่อยๆ ครับ ล่าสุดทาง Intel ในประเทศจีนนั้นได้มีการโพสภาพแรนเดอร์ภาพของกราฟิกการ์ดสถาปัตยกรรม Xe ออกมาพร้อมเป็นการสื่อสารไปยัง AMD และ NVIDIA โดยตรงครับว่ากราฟิกการ์ดที่ใช้ชิปกราฟิกสถาปัตยกรรม Xe นั้นจะเย็นกว่าของคู่แข่งอย่างแน่นอน

สิ่งแรกสุดที่ทาง Intel ประเทศจีนให้ข้อมูลออกมานั้นก็คือตัวกราฟิกการ์ดที่ใช้ชิปกราฟิกสถาปัตยกรรม Xe นั้นจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างแน่นอนในช่วงปี 2020 ที่จะถึงนี้ซึ่งในช่วงเวลานั้นกราฟิกชิปสถาปัตยกรรม Xe นั้นจะใช้กระบวนการผลิตที่ระดับ 10 nm FinFET หลังจากนั้นในปี 2021 นั้นจะถูกเปลี่ยนไปใช้กระบวนการผลิตที่ระดับ 7 nm โดยที่กราฟิกการ์ดรุ่นที่ 2 ที่ใช้กระบวนการผลิตที่ระดับ 7 nm นั้นจะรองรับเทคนิด Ray-Tracing ในระดับฮาร์ดแวร์อีกด้วยครับ

สิ่งหนึ่งที่ทาง Intel ประเทศจีนได้โพสออกมาด้วยนั้นก็คือภาพแรนเดอร์ของตัวกราฟิกการ์ดครับ ซึ่งจากภาพจะเห็นได้ว่าตัวกราฟิกการ์ดนั้นจะมาพร้อมกับซิงค์ที่มีพัดลมจำนวนทั้งหมด 3 ตัว ซึ่งทาง Intel ประเทศจีนนั้นได้บอกเอาไว้ว่าระบการระบายความร้อนของตัวกราฟิกการ์ดนั้นได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดีและมันจะทำให้ตัวกราฟิกการ์ดนั้นเย็นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนอีกด้วยครับ

นอกไปจากนั้นบนภาพแรนเดอร์ยังมีการเผยให้เราเห็นครับว่าตัวกราฟิกการ์ดนั้นจะมาพร้อมกับพอร์ตการเชื่อมต่อต่างๆ ที่ประกอบไปด้วย DisplayPort จำนวน 3 พอร์ตและ HDMI อีกจำนวน 1 พอร์ตซึ่งทาง Intel ประเทศจีนนั้นได้ให้ข้อมูลเอาไว้ว่าตัวพอร์ต DisplayPort นั้นจะเป็นมาตรฐานเวอร์ชัน 2.0 ที่พึ่งมีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการเมื่อไม่นานมานี้อีกด้วยครับ

ท้ายที่สุดแล้วนั้นะราจะยังได้เห็นกันครับว่าตัวกราฟิกการ์ดนั้นจะมาพร้อมกับพอร์ตการเชื่อมต่อแบบ dual 8-pin PCIe power connectors โดยบนตัวกราฟิกการ์ดที่แรนเดอร์ออกมานั้นจะมีการใช้ไฟ LED มาในตัวเป้นไฟสีฟ้า งานนี้เรียกได้ว่าหากเป็นจริงล่ะก็ตัวกราฟิกการ์ดนี้นั้นก็น่าสนใจเป็นอย่างมากเพราะโดยทั่วไปแล้วนั้นกราฟิกการ์ดรุ่นตัวมาตรฐานที่ออกมาจากผู้ผลิตเองนั้นมักจะไม่ค่อยได้รับการตกแต่งให้ดูสวยงานมาแบบนี้สักเท่าไรครับ อย่างไรแล้วนั้นก็คงต้องคอยดูกันต่อไปครับว่าจะเป็นเช่นไรเพราะถึงตัวกราฟิกการ์ดจะสวยแต่ถ้าประสิทธิภาพสู้ชาวบ้านเขาไม่ได้งานนี้ก็ขายไม่ออกเหมือนกันครับ

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/cold-as-ice-intel-sets-its-sights-on-amd-and-nvidia-with-new-xe-gpu-details-official-renders-and-a-2020-launch/486730/