คลังเก็บป้ายกำกับ: NVIDIA

[ข่าวลือ] NVIDIA จะออก GeForce 3050/3050 Ti สำหรับเดสก์ท็อป, 3080 แรม 12GB

เราเห็น NVIDIA เปิดตัว GeForce RTX 3050/3050 Ti สำหรับโน้ตบุ๊กมาได้สักพักใหญ่ๆ แต่การ์ดสำหรับเดสก์ท็อปยังไร้วี่แวว แม้มีข่าวลือมาตั้งแต่ปีที่แล้ว สาเหตุน่าจะมาจากข้อจำกัดซัพพลายเชน ทำให้ NVIDIA ตัดสินใจเลื่อนการ์ดรุ่นราคาต่ำออกไป หันไปผลิตการ์ดราคาแพงขายให้ทันก่อน

ล่าสุดเริ่มมีข่าวลือจากบัญชี @kopite7kimi ที่เคยมีประวัติปล่อยข่าวสาย NVIDIA แม่นยำมาหลายครั้ง ระบุว่าเราจะได้เห็น GeForce RTX 3050/3050 Ti กันในเร็วๆ นี้

  • RTX 3050 Ti ใช้ชิปรหัส GA106-150-A1 มีรุ่นแรม 6GB และ 12GB
  • RTX 3050 ใช้ชิปรหัส GA107-350-A1 คาดว่าจะมีแรม 4GB และ 8GB

การมาถึงของ GeForce RTX 3050/3050 Ti จะออกมาชนกับ Radeon RX 6600/6600 XT ตามลำดับ และการที่ฝั่ง GeForce มีแรมมากกว่า อาจกดดันให้ Radeon ต้องลดราคาลง

นอกจากนี้ยังมีข่าวลือของ GeForce RTX 3080 รุ่นแรม 12GB (รุ่นเดิมแรม 10GB) ออกมาด้วย ตอนนี้ยังไม่ชัดเจนว่าจะเป็นการวางขายคู่กัน หรือจะเลิกขายรุ่น 10GB เปลี่ยนมาขายรุ่นแรม 12GB แทน

No Description

ที่มา – Videocardz (1), Videocardz (2) via Notebookcheck

from:https://www.blognone.com/node/125272

Jensen Huang ซีอีโอของ NVIDIA เตรียมเปิดตัวเทคโนโลยี AI ใหม่ ผลิตภัณฑ์ใหม่ ในงาน GTC; โดยมีผู้นำอุตสาหกรรมและ AI หลายร้อยคนมากล่าวสุนทรพจน์ในงานนี้ ที่จะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน

NVIDIA
วิทยากรชั้นนำสำหรับการประชุม 8-11 พ.ย. รวมถึง Fei-Fei Li จาก Stanford, Tim Sweeney จาก Epic Games, Samy Bengio จาก Apple, Ilya Sutskever จาก OpenAI

NVIDIA ประกาศในวันนี้ว่าจะเป็นเจ้าภาพจัดงาน GTC เสมือนจริงระดับโลกตั้งแต่วันที่ 8-11 พ.ย. โดยมีคำปราศรัยที่เต็มไปด้วยข่าวที่น่าสนใจโดย Jensen Huang ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ NVIDIA และการเสวนาจากผู้นำด้านการวิจัย AI และอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก


คำปราศรัยที่เป็นประเด็นสำคัญของ Huang จะถ่ายทอดสดในวันที่ 9 พ.ย. เวลา 9.00 น. ตามเวลายุโรปกลาง 16:00 น. เวลามาตรฐานของจีน (เวลา 12.00 น. ตามเวลามาตรฐานแปซิฟิก) โดยจะออกอากาศซ้ำเวลา 8.00 น. PST สำหรับผู้ชมในอเมริกา การลงทะเบียนฟรีและไม่จำเป็นต้องระบุรายละเอียด

คาดว่าจะมีนักพัฒนา ผู้สร้างนวัตกรรม นักวิจัย และครีเอเตอร์มากกว่า 200,000 รายลงทะเบียนเข้าร่วมงาน ซึ่งจะเน้นที่การเรียนรู้เชิงลึก วิทยาศาสตร์ข้อมูล การคำนวณประสิทธิภาพสูง วิทยาการหุ่นยนต์ ศูนย์ข้อมูล/เครือข่าย และกราฟิก โดยวิทยากรจะเข้ามาแบ่งปันความก้าวหน้าล่าสุดที่เปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก เช่น การดูแลสุขภาพ การขนส่ง การผลิต การค้าปลีกและการเงิน

วิทยากรหลักภายในงาน ได้แก่

  • Anima Anandkumar ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย ML ที่ NVIDIA และ Bren Professor ที่ Caltech
  • Alan Aspuru-Guzik ศาสตราจารย์ด้านเคมีและวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยโตรอนโต
  • Alan Bekker หัวหน้าฝ่ายการสนทนาด้วย AI ของ Snap
  • Samy Bengio ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัย AI และ ML ของ Apple
  • Kay Firth-Butterfield หัวหน้า AI และ ML จาก World Economic Forum
  • Axel Gern, CTO จาก Daimler Trucks
  • Fei-Fei Li ศาสตราจารย์ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด
  • Keith Perry, CIO, โรงพยาบาลเด็กเซนต์จูด[1]
  • Venkatesh Ramanathan ผู้อำนวยการ Data Science ของ PayPal
  • Ilya Sutskever ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ จาก OpenAI
  • ทิม สวีนีย์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Epic Games
  • Nir Zuk ผู้ก่อตั้งและ CTO Palo Alto Networks

nvidia gtc techconf 2019 logo rgb blk for screen

นอกจากนี้ยังมีผู้นำจากองค์กรอื่น ๆ อีกหลายร้อยแห่งที่จะมานำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจ เช่น Amazon, Arm, AstraZeneca, Baidu, BMW, Domino’s, Electronic Arts, Facebook, Ford, Google, Kroger, Microsoft, MIT, Oak Ridge National Laboratory, Red Hat, Rolls-Royce, Salesforce, Samsung, ServiceNow, Snap, Volvo, Walmart และ WPP

“GTC เป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักพัฒนาและผู้นำทางธุรกิจในการเรียนรู้ความก้าวหน้าล่าสุดในด้าน AI, การแรงความเร็วในการประมวลผล และคอมพิวเตอร์กราฟิกจากผู้คิดค้นนวัตกรรม นักวิทยาศาสตร์ และนักวิจัยชั้นนำของโลก” Greg Estes รองประธานฝ่ายโครงการนักพัฒนาของ NVIDIA กล่าว “สตาร์ทอัป, สถาบันการศึกษา และองค์กรขนาดใหญ่ทั้งหมดมารวมกันที่ GTC ทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมมีโอกาสพิเศษในการแบ่งปันแนวคิดและทำงานร่วมกันข้ามขอบเขตเพื่อสร้างอนาคต”

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา GTC ได้ขยายขอบเขตจากงานด้านการประมวลผลและกราฟิกที่มีประสิทธิภาพสูงมาสู่งานด้านการประมวลผลอื่น ๆ อย่างครอบคลุม เช่น การประมวลผลแบบคลาวด์ และการประมวลผลระดับองค์กร ซึ่งมักจะมีการนำนวัตกรรมด้าน AI มาใช้ ประเด็นสำคัญและการพูดคุยอื่นๆ ช่วยให้องค์กรและผู้นำด้านไอทีได้รับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับวิธีกำหนดค่าศูนย์ข้อมูลที่ปลอดภัยและเร่งความเร็วได้ ซึ่งสนับสนุนปริมาณงานสมัยใหม่ ซึ่งรวมถึง AI การเรียนรู้ของเครื่อง และการประมวลผลภาษาธรรมชาติ


เนื้อหาพิเศษสำหรับสตาร์ทอัป ข้อเสนอการฝึกอบรม

umhjqdti0vtj4leppovp

NVIDIA Inception เป็นโครงการสตาร์ทอัปที่มีสมาชิกมากกว่า 8,500 คน, จะเป็นเจ้าภาพจัดงาน GTC เต็มรูปแบบที่ออกแบบมาเพื่อให้ความรู้ ให้ข้อมูล และบ่มเพาะบริษัทรุ่นใหม่ที่กำลังปฏิวัติอุตสาหกรรม สตาร์ทอัปกว่า 70 รายรวมถึงผู้ก่อตั้งบริษัทที่โดดเด่นและพันธมิตรในอุตสาหกรรมที่มีชื่อเสียงจะร่วมกันนำเสนอประเด็นต่าง ๆ ที่น่าสนใจ และรวมถึงการสนทนาด้วย AI, การค้นคว้ายา, ระบบอัตโนมัติ, ตลาดเกิดใหม่ และอื่นๆ

ผู้เข้าร่วม GTC จะสามารถสร้างและฝึกฝนทักษะของพวกเขาด้วย NVIDIA Deep Learning Institute ซึ่งมีแหล่งข้อมูลด้านการศึกษาสำหรับทุกคนที่ต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับ AI ทั้งหมด DLI จะมีเวิร์กช็อปฝึกอบรมเต็มวัน 14  ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงระดับสูง สามารถรับฟังได้สี่ภาษาในโซนเวลาต่าง ๆ หัวข้อต่าง ๆ รวมถึงหลักสูตร DLI แบบคลาสสิก เช่น “The Fundamentals of Deep Learning” พร้อมด้วยหลักสูตรการฝึกอบรมใหม่ ๆ เช่น “Scaling CUDA C++ Applications to Multiple Nodes” และ “Accelerating Data Engineering Pipelines”

การประชุมเชิงปฏิบัติการนี้ สอนโดยอาจารย์ผู้สอนที่ได้รับการรับรอง NVIDIA DLI ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาของตน โดยให้ความรู้ทางเทคนิคระดับชั้นนำของอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยผลลัพธ์ที่ก้าวล้ำ ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถรับใบรับรองความสามารถเพื่อสนับสนุนการพัฒนาในระดับวิชาชีพได้


AI ที่เป็นประชาธิปไตย

NVIDIA ได้จัดโครงสร้าง GTC ให้เป็นกิจกรรมแบบเปิดและเข้าถึงได้ทั้งหมดซึ่งมีให้สำหรับชุมชนแทบทุกแห่งทั่วโลก

เซสชันและวิทยากรได้รับการจัดการเพื่อให้ข้อมูลและสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักพัฒนา นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ นักการศึกษา ผู้เชี่ยวชาญ และนักศึกษาจากกลุ่มผู้ด้อยโอกาสในอดีต หัวข้อต่างๆ เช่น การสร้างชุดข้อมูลที่ดีขึ้นและการทำให้ AI ครอบคลุมมากขึ้น เป็นหัวข้อที่จะกล่าวถึง NVIDIA ร่วมมือกับองค์กรต่าง ๆ รวมถึง LatinX ใน AI, Tech Career และ W.AI ในอิสราเอล และ Ewha Womans University of Korea เพื่อเสนอการเข้าถึงเวิร์กช็อป DLI ฟรีสำหรับชุมชนที่หลากหลาย

GTCจะนำเสนอชุดของการประชุมเกี่ยวกับตลาดเกิดใหม่ซึ่งมุ่งเน้นไปที่หัวข้อธุรกิจและด้านเทคนิคในแอฟริกา ตะวันออกกลาง และละตินอเมริกา วิทยากรจากองค์กร สตาร์ทอัป และมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง เช่น Kenya AI Center of Excellence, ชุมชน Ethiopian Motion Design and Visual Effects, Python Ghana, Nairobi Women in Machine Learning & Data Science และ Chile Inria Research Center จะบรรยายถึงวิธีที่นักพัฒนาในกลุ่มเกิดใหม่ ตลาดกำลังใช้ AI เพื่อจัดการกับความท้าทาย

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ GTC ได้ที่ www.nvidia.com/gtc และคุณสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่นี่

from:https://notebookspec.com/web/618370-nvidia-new-ai

ขอเชิญร่วมงานสัมมนาออนไลน์ NVIDIA GTC งาน AI Conference ระดับโลก [8-11 พ.ย. 2021]

TechTalkThai ขอเชิญ AI Developer, AI Researcher, AI Engineer, Software Engineer และผู้ที่สนใจทุกท่าน เข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ใหญ่ประจำปี NVIDIA GTC งาน AI Conference ที่ถูกจัดขึ้นมาเพื่อเหล่าผู้พัฒนานวัตกรรมทางด้าน AI ทั่วโลกโดยเฉพาะ ในวันที่ 8-11 พฤศจิกายน 2021 นี้ โดยมีรายละเอียด กำหนดการ และวิธีการเข้าร่วมงานโดยไม่มีค่าใช้จ่ายดังนี้

NVIDIA GTC


วันที่: 8-11 พฤศจิกายน 2021
กำหนดการ: https://www.nvidia.com/gtc/?ncid=GTC-NVMETU
ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน (ไม่มีค่าใช้จ่าย): https://reg.rainfocus.com/flow/nvidia/nvidiagtc/digitalreg/login?ncid=GTC-NVMETU

พลาดไม่ได้กับงานสัมมนาออนไลน์ NVIDIA GTC ที่เป็นงาน AI Conference สำหรับ Software Developer โดยเฉพาะ ร่วมสัมผัสประสบการณ์ระดับโลกที่รวบรวมเหล่าผู้สร้างสรรค์นวัตกรรม, นักวิจัย, ผู้นำทางวิสัยทัศน์ และผู้มีอำนาจตัดสินใจในธุรกิจจำนวนหลายพันคนที่จะมาร่วมเปลี่ยนโลกด้วยพลังของ AI, Computer Graphics, Data Science และเทคโนโลยีล้ำสมัยอื่นๆ

พบกับเนื้อหาหลากหลายภายในงาน NVIDIA GTC ดังนี้

  • รับชม Keynote จาก Jensen Huang ผู้ก่อตั้งและ CEO แห่ง NVIDIA
  • รับชม Session จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญในทั่วทุกมุมโลกราว 500 หัวข้อ ตรวจสอบเนื้อหาได้ที่ https://events.rainfocus.com/widget/nvidia/nvidiagtc/sessioncatalog
  • เข้าร่วม Workshop ความยาว 2 ชั่วโมงฟรี และสามารถซื้อบัตรเพื่อเข้าร่วม Workshop แบบเต็มวันได้ ตรวจสอบรายละเอียดได้ที่ https://www.nvidia.com/gtc/training/

ไม่ว่าคุณจะอยู่ในธุรกิจองค์กร, ธุรกิจ Startup หรือสถาบันศึกษา งานนี้พลาดไม่ได้สำหรับทุกท่านที่ต้องการสัมผัสกับนวัตกรรมทางด้าน AI ล่าสุดในทุกอุตสาหกรรม

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

สำหรับท่านที่สนใจเข้าร่วมงาน NVIDIA GTC ในครั้งนี้ สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายที่ https://reg.rainfocus.com/flow/nvidia/nvidiagtc/digitalreg/login?ncid=GTC-NVMETU 

from:https://www.techtalkthai.com/nvidia-gtc-2021-ai-conference/

[Guest Post] Jensen Huang ซีอีโอของ NVIDIA เตรียมเปิดตัวเทคโนโลยี AI ใหม่ ผลิตภัณฑ์ใหม่ ในงาน GTC; โดยมีผู้นำอุตสาหกรรมและ AI หลายร้อยคนมากล่าวสุนทรพจน์ในงานนี้ ที่จะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน

วิทยากรชั้นนำสำหรับการประชุม 8-11 พ.ย. รวมถึง Fei-Fei Li จาก Stanford, Tim Sweeney จาก Epic Games, Samy Bengio จาก Apple, Ilya Sutskever จาก OpenAI

 

 

ซานตาคลารา แคลิฟอร์เนีย—GTC—ก.ย. 29, 2021—NVIDIA ประกาศในวันนี้ว่าจะเป็นเจ้าภาพจัดงาน GTC เสมือนจริงระดับโลกตั้งแต่วันที่ 8-11 พ.ย. โดยมีคำปราศรัยที่เต็มไปด้วยข่าวที่น่าสนใจโดย Jensen Huang ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ NVIDIA และการเสวนาจากผู้นำด้านการวิจัย AI และอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก

คำปราศรัยที่เป็นประเด็นสำคัญของ Huang จะถ่ายทอดสดในวันที่ 9 พ.ย. เวลา 9.00 น. ตามเวลายุโรปกลาง 16:00 น. เวลามาตรฐานของจีน (เวลา 12.00 น. ตามเวลามาตรฐานแปซิฟิก) โดยจะออกอากาศซ้ำเวลา 8.00 น. PST สำหรับผู้ชมในอเมริกา การลงทะเบียนฟรีและไม่จำเป็นต้องระบุรายละเอียด

คาดว่าจะมีนักพัฒนา ผู้สร้างนวัตกรรม นักวิจัย และครีเอเตอร์มากกว่า 200,000 รายลงทะเบียนเข้าร่วมงาน ซึ่งจะเน้นที่การเรียนรู้เชิงลึก วิทยาศาสตร์ข้อมูล การคำนวณประสิทธิภาพสูง วิทยาการหุ่นยนต์ ศูนย์ข้อมูล/เครือข่าย และกราฟิก โดยวิทยากรจะเข้ามาแบ่งปันความก้าวหน้าล่าสุดที่เปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก เช่น การดูแลสุขภาพ การขนส่ง การผลิต การค้าปลีกและการเงิน

วิทยากรหลักภายในงาน ได้แก่

  • Anima Anandkumar ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย ML ที่ NVIDIA และ Bren Professor ที่ Caltech
  • Alan Aspuru-Guzik ศาสตราจารย์ด้านเคมีและวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยโตรอนโต
  • Alan Bekker หัวหน้าฝ่ายการสนทนาด้วย AI ของ Snap
  • Samy Bengio ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัย AI และ ML ของ Apple
  • Kay Firth-Butterfield หัวหน้า AI และ ML จาก World Economic Forum
  • Axel Gern, CTO จาก Daimler Trucks
  • Fei-Fei Li ศาสตราจารย์ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด
  • Keith Perry, CIO, โรงพยาบาลเด็กเซนต์จูด[1]
  • Venkatesh Ramanathan ผู้อำนวยการ Data Science ของ PayPal
  • Ilya Sutskever ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ จาก OpenAI
  • ทิม สวีนีย์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Epic Games
  • Nir Zuk ผู้ก่อตั้งและ CTO Palo Alto Networks

นอกจากนี้ยังมีผู้นำจากองค์กรอื่น ๆ อีกหลายร้อยแห่งที่จะมานำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจ เช่น Amazon, Arm, AstraZeneca, Baidu, BMW, Domino’s, Electronic Arts, Facebook, Ford, Google, Kroger, Microsoft, MIT, Oak Ridge National Laboratory, Red Hat, Rolls-Royce, Salesforce, Samsung, ServiceNow, Snap, Volvo, Walmart และ WPP

“GTC เป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักพัฒนาและผู้นำทางธุรกิจในการเรียนรู้ความก้าวหน้าล่าสุดในด้าน AI, การแรงความเร็วในการประมวลผล และคอมพิวเตอร์กราฟิกจากผู้คิดค้นนวัตกรรม นักวิทยาศาสตร์ และนักวิจัยชั้นนำของโลก” Greg Estes รองประธานฝ่ายโครงการนักพัฒนาของ NVIDIA กล่าว “สตาร์ทอัป, สถาบันการศึกษา และองค์กรขนาดใหญ่ทั้งหมดมารวมกันที่ GTC ทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมมีโอกาสพิเศษในการแบ่งปันแนวคิดและทำงานร่วมกันข้ามขอบเขตเพื่อสร้างอนาคต”

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา GTC ได้ขยายขอบเขตจากงานด้านการประมวลผลและกราฟิกที่มีประสิทธิภาพสูงมาสู่งานด้านการประมวลผลอื่น ๆ อย่างครอบคลุม เช่น การประมวลผลแบบคลาวด์ และการประมวลผลระดับองค์กร ซึ่งมักจะมีการนำนวัตกรรมด้าน AI มาใช้ ประเด็นสำคัญและการพูดคุยอื่นๆ ช่วยให้องค์กรและผู้นำด้านไอทีได้รับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับวิธีกำหนดค่าศูนย์ข้อมูลที่ปลอดภัยและเร่งความเร็วได้ ซึ่งสนับสนุนปริมาณงานสมัยใหม่ ซึ่งรวมถึง AI การเรียนรู้ของเครื่อง และการประมวลผลภาษาธรรมชาติ

เนื้อหาพิเศษสำหรับสตาร์ทอัป ข้อเสนอการฝึกอบรม

NVIDIA Inception เป็นโครงการสตาร์ทอัปที่มีสมาชิกมากกว่า 8,500 คน, จะเป็นเจ้าภาพจัดงาน GTC เต็มรูปแบบที่ออกแบบมาเพื่อให้ความรู้ ให้ข้อมูล และบ่มเพาะบริษัทรุ่นใหม่ที่กำลังปฏิวัติอุตสาหกรรม สตาร์ทอัปกว่า 70 รายรวมถึงผู้ก่อตั้งบริษัทที่โดดเด่นและพันธมิตรในอุตสาหกรรมที่มีชื่อเสียงจะร่วมกันนำเสนอประเด็นต่าง ๆ ที่น่าสนใจ และรวมถึงการสนทนาด้วย AI, การค้นคว้ายา, ระบบอัตโนมัติ, ตลาดเกิดใหม่ และอื่นๆ

ผู้เข้าร่วม GTC จะสามารถสร้างและฝึกฝนทักษะของพวกเขาด้วย NVIDIA Deep Learning Institute ซึ่งมีแหล่งข้อมูลด้านการศึกษาสำหรับทุกคนที่ต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับ AI ทั้งหมด DLI จะมีเวิร์กช็อปฝึกอบรมเต็มวัน 14  ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงระดับสูง สามารถรับฟังได้สี่ภาษาในโซนเวลาต่าง ๆ หัวข้อต่าง ๆ รวมถึงหลักสูตร DLI แบบคลาสสิก เช่น “The Fundamentals of Deep Learning” พร้อมด้วยหลักสูตรการฝึกอบรมใหม่ ๆ เช่น “Scaling CUDA C++ Applications to Multiple Nodes” และ “Accelerating Data Engineering Pipelines”

การประชุมเชิงปฏิบัติการนี้ สอนโดยอาจารย์ผู้สอนที่ได้รับการรับรอง NVIDIA DLI ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาของตน โดยให้ความรู้ทางเทคนิคระดับชั้นนำของอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยผลลัพธ์ที่ก้าวล้ำ ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถรับใบรับรองความสามารถเพื่อสนับสนุนการพัฒนาในระดับวิชาชีพได้

AI ที่เป็นประชาธิปไตย

NVIDIA ได้จัดโครงสร้าง GTC ให้เป็นกิจกรรมแบบเปิดและเข้าถึงได้ทั้งหมดซึ่งมีให้สำหรับชุมชนแทบทุกแห่งทั่วโลก

เซสชันและวิทยากรได้รับการจัดการเพื่อให้ข้อมูลและสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักพัฒนา นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ นักการศึกษา ผู้เชี่ยวชาญ และนักศึกษาจากกลุ่มผู้ด้อยโอกาสในอดีต หัวข้อต่างๆ เช่น การสร้างชุดข้อมูลที่ดีขึ้นและการทำให้ AI ครอบคลุมมากขึ้น เป็นหัวข้อที่จะกล่าวถึง NVIDIA ร่วมมือกับองค์กรต่าง ๆ รวมถึง LatinX ใน AI, Tech Career และ W.AI ในอิสราเอล และ Ewha Womans University of Korea เพื่อเสนอการเข้าถึงเวิร์กช็อป DLI ฟรีสำหรับชุมชนที่หลากหลาย

GTCจะนำเสนอชุดของการประชุมเกี่ยวกับตลาดเกิดใหม่ซึ่งมุ่งเน้นไปที่หัวข้อธุรกิจและด้านเทคนิคในแอฟริกา ตะวันออกกลาง และละตินอเมริกา วิทยากรจากองค์กร สตาร์ทอัป และมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง เช่น Kenya AI Center of Excellence, ชุมชน Ethiopian Motion Design and Visual Effects, Python Ghana, Nairobi Women in Machine Learning & Data Science และ Chile Inria Research Center จะบรรยายถึงวิธีที่นักพัฒนาในกลุ่มเกิดใหม่ ตลาดกำลังใช้ AI เพื่อจัดการกับความท้าทาย

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ GTC ได้ที่ www.nvidia.com/gtc และคุณสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่นี่

 

เกี่ยวกับ NVIDIA

การประดิษฐ์ GPU ของ NVIDIA (NASDAQ: NVDA) ในปี 2542 ได้จุดประกายการเติบโตของตลาดเกมพีซี และได้กำหนดนิยามใหม่ของกราฟิกคอมพิวเตอร์สมัยใหม่ การประมวลผลประสิทธิภาพสูง และปัญญาประดิษฐ์ งานบุกเบิกของบริษัทในด้านการประมวลผลแบบเร่งความเร็วและ AI กำลังพลิกโฉมอุตสาหกรรมมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์ เช่น การขนส่ง การดูแลสุขภาพ และการผลิต และกระตุ้นการเติบโตของอุตสาหกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย

แถลงการณ์บางส่วนในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงข้อความเกี่ยวกับ: การเปิดเผยข้อมูลเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ใหม่ของ NVIDIA ในประเด็นสำคัญของ GTC; เวลา, ขนาด, ธีม, ผู้บรรยาย, ความพร้อมใช้งาน และผลกระทบของ GTC; ผลกระทบ, หัวข้อ และจำนวนผู้นำเสนอของ NVIDIA Inception ที่งาน GTC; และผลกระทบและหัวข้อสำหรับ NVIDIA Deep Learning Institute เป็นแถลงการณ์เชิงคาดการณ์ล่วงหน้าที่อาจมีความเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่อาจทำให้ผลลัพธ์แตกต่างอย่างมากจากความคาดหวัง ปัจจัยสำคัญที่อาจทำให้ผลลัพธ์ที่แท้จริงแตกต่างไปอย่างมาก ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจโลก, การพึ่งพาบุคคลที่สามในการผลิต, การประกอบ, บรรจุหีบห่อ, และทดสอบผลิตภัณฑ์ของเรา; ผลกระทบของการพัฒนาเทคโนโลยีและการแข่งขัน การพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีใหม่หรือการปรับปรุงผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่มีอยู่ของเรา การยอมรับของตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ของเราหรือผลิตภัณฑ์ของคู่ค้าของเรา; ข้อบกพร่องด้านการออกแบบ, การผลิต, หรือซอฟต์แวร์; การเปลี่ยนแปลงความชอบหรือความต้องการของผู้บริโภค; การเปลี่ยนแปลงมาตรฐานอุตสาหกรรมและส่วนต่อประสาน; การสูญเสียประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์หรือเทคโนโลยีของเราโดยไม่คาดคิดเมื่อรวมเข้ากับระบบ; ตลอดจนปัจจัยอื่น ๆ ที่มีรายละเอียดเป็นครั้งคราวในรายงานล่าสุดในเอกสารของ NVIDIA กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ (Securities and Exchange Commission) SEC ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงรายงานประจำปีในแบบฟอร์ม 10-K และรายงานรายไตรมาสในแบบฟอร์ม 10-Q; สำเนารายงานที่ยื่นต่อ SEC จะถูกโพสต์บนเว็บไซต์ของบริษัทและหาได้จาก NVIDIA โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ข้อความที่เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าเหล่านี้ไม่ได้รับประกันประสิทธิภาพในอนาคตและพูดเฉพาะ ณ วันที่ในที่นี้เท่านั้น และยกเว้นตามที่กฎหมายกำหนด NVIDIA ปฏิเสธภาระผูกพันใด ๆ ในการปรับปรุงข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าเหล่านี้เพื่อสะท้อนถึงเหตุการณ์หรือสถานการณ์ในอนาคต

© 2021 NVIDIA Corporation สงวนลิขสิทธิ์. NVIDIA และโลโก้ NVIDIA เป็นเครื่องหมายการค้าและ/หรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ NVIDIA Corporation ในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่น ๆ ชื่อบริษัทและผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน

from:https://www.techtalkthai.com/nvidia-gtc-2021-announcement/

NVIDIA ออกไดรเวอร์จีพียู Windows 11, ฟีเจอร์ใหม่ DLAA ใช้ AI ช่วยลบรอยหยัก

NVIDIA ออกไดรเวอร์จีพียู GeForce สำหรับ Windows 11 อย่างเป็นทางการ เตรียมรับ Windows 11 ตัวจริงที่จะปล่อยในวันที่ 5 ตุลาคมนี้

ไดรเวอร์ตัวนี้รองรับ DirectX 12 Ultimate ซึ่งมีใช้ทั้งบน Windows 10/11, รองรับฟีเจอร์ Auto HDR ของ Windows 11, ฟีเจอร์การจัดการหน้าต่างและหลายหน้าจอของ Windows 11, การรัน CUDA บน Windows Subsystem for Linux (WSL)

ฟีเจอร์ฝั่งเกมของใหม่ที่น่าสนใจคือฟีเจอร์ DLAA (Deep Learning Anti-Aliasing) ดูจากชื่อแล้วน่าจะเดากันได้ว่าเป็นการนำเทคนิค AI แบบเดียวกับ DLSS มาใช้การลบเหลี่ยม-รอยหยัก (anti-alias) เพิ่มเติม เทคนิคนี้ไม่ได้ช่วยเรื่องประสิทธิภาพเหมือน DLSS แต่ช่วยให้ภาพสวยงามขึ้น ตอนนี้ยังใช้ได้ในเกมเดียวคือ Elder Scrolls Online และจะค่อยๆ ขยายผลไปยังเกมอื่นในอนาคต

เกมใหม่ๆ ที่รองรับมีจำนวน 8 เกม เช่น Alan Wake Remastered, Deathloop, Diablo II Resurrected, Far Cry 6

No Description

ที่มา – NVIDIA, NVIDIA, TechRadar, PCGamer

from:https://www.blognone.com/node/124849

ไดรเวอร์ nVIDIA 2021 ตั้งค่าการ์ดจอ เพิ่มเฟรมเรต ภาพในเกมสวย ปรับแต่งง่าย แค่นิ้วคลิ๊ก

ไดรเวอร์ nVIDIA 2021 ตั้งค่าการ์ดจอ เพิ่มเฟรมเรต ภาพในเกมสวย ปรับแต่งง่าย แค่นิ้วคลิ๊ก

ไดรเวอร์ NVIDIA

ไดรเวอร์ nVIDIA หลายคนที่ใช้การ์ดจอ GeForce อาจจะเป็นรุ่นเก่า ที่ซื้อมานาน บางทีที่เล่นเกมแล้ว อยากจะให้เฟรมเรตไหลลื่นยิ่งขึ้น หรือบางคนเพิ่งซื้อการ์ดจอมาใหม่ ประกอบลงเครื่องแล้วเล่นเกมเลย ภาพที่ได้อาจจะไม่ต่อเนื่องเท่าที่ควร แม้จะเป็นการ์ดจอแรงๆ แต่ก็ไม่ได้เฟรมเรตตามที่คิด สิ่งหนึ่งอาจเป็นเพราะยังไม่ได้ทำการ Optimize Driver ให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ หรือใช้ไดรเวอร์เก่า ที่เคยใช้กับการ์ดจอตัวเดิม ประสิทธิภาพของตัวการ์ดจอใหม่ จึงไม่ได้ถูกรีดออกมาอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย การอัพเดตไดรเวอร์ก็เป็นช่องทางหนึ่งในการเพิ่มประสิทธิภาพได้ แต่การปรับแต่งไดรเวอร์อย่างเหมาะสม ก็จะช่วยให้การเล่นเกมลื่นขึ้น และบางส่วนก็ทำให้ภาพสวยขึ้นได้เช่นเดียวกัน ถ้าวันนี้คุณเจอกับอาการนั้นอยู่ เรามีวิธีในการปรับปรุงประสิทธิภาพในการเล่นเกมมาแนะนำกัน สำหรับผู้ใช้การ์ดจอ GeForce นี้

ไดรเวอร์ nVIDIA

วิธีดาวน์โหลดไดรเวอร์ nVIDIA อย่างง่าย

ไดรเวอร์ NVIDIA

เริ่มดาวน์โหลดไดรเวอร์ nVIDIA GeForce ด้วยการเข้าไปที่ลิงก์ของ nVIDIA.com โดยตรง หรือจะเข้าทางลิงก์นี้ Click ก็สามารถเข้าไปยังหน้าดาวน์โหลดไดรเวอร์ได้แล้ว โดยในขั้นตอนนี้ค่อนข้างสำคัญทีเดียว เพราะคุณจะต้องจำให้ได้ว่า การ์ดจอหรือกราฟิกการ์ด ที่คุณใช้อยู่นั้นเป็นรุ่นอะไร จากนั้นจึงเลือกไปทีละขั้นตอน ซึ่งจะมีให้เลือก ซีรีส์ เช่น Product Type จะมีทั้ง GeForce, Quadro รวมถึงซีรีส์ จะแยกเป็นทั้งพีซีและโน๊ตบุ๊ค ไปจนถึงรุ่น ที่จะมีต่อท้าย Ti, SUPER และอื่นๆ สุดท้ายจะเป็นระบบปฏิบัติการที่คุณใช้ เมื่อได้ทั้งหมดแล้ว ให้คลิ๊กที่ Search ระบบจะทำการค้นหาไดรเวอร์ ที่เหมาะสมกับการ์ดจอที่คุณใช้มากที่สุด

ไดรเวอร์ NVIDIA

เมื่อระบบค้นหาไดรเวอร์ nVIDIA เสร็จสิ้น ก็จะได้ไดรเวอร์ที่ระบบแนะนำและเหมาะสมที่สุด ให้ได้ใช้งาน โดยบางเวอร์ชั่น จะเป็นไดรเวอร์ที่เรียกว่า WHQL กำกับมาด้วย แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีแล้วจะใช้ไม่ได้ แต่อาจจะมีการปรับปรุงเพิ่มเติมในภายหลัง และหากเป็นเวอร์ชั่นใหม่กว่าที่มีอยู่ในระบบเดิมของคุณ ให้คลิ๊กที่ปุ่ม Download ได้ทันที

*WHQL เป็นไดรเวอร์ที่ผ่านการทดสอบจาก Windows Hardware Quality Labs แล้ว ว่ามีความเสถียรและพร้อมสำหรับการใช้งานบน Windows ในเวอร์ชั่นที่กำหนด

ไดรเวอร์ NVIDIA

เมื่อเลือกไดรเวอร์ nVIDIA GeForce ในเวอร์ชั่นที่ต้องการได้แล้ว ให้คลิ๊กที่ปุ่ม Download สีเขียวที่อยู่ตรงกลางได้เลย

ไดรเวอร์ NVIDIA

เมื่อดาวน์โหลดไฟล์ไดรเวอร์เสร็จสิ้น ก็เตรียมพร้อมสำหรับการติดตั้งได้แล้ว ตัวไฟล์จะมีขนาดประมาณ 700MB

ไดรเวอร์ NVIDIA

เมื่อดับเบิลคลิ๊กที่ไฟล์ไดรเวอร์ nVIDIA ที่ดาวน์โหลดมาจากเว็บไซต์ เพื่อ Unzip หรือแตกไฟล์ แล้วระบบจะเข้าสู่หน้าต่างเริ่มการติดตั้ง ซึ่งจะมีให้เลือกทั้ง 2 แนวทาง คือ

ไดรเวอร์ NVIDIA
  • แบบแรก nVIDIA GeForce Driver & GeForce Experience: ใช้สำหรับคนที่ต้องการอัพเดตโปรแกรม GeForce Experience เวอร์ชั่นใหม่ พร้อมไปกับการอัพเดตไดรเวอร์
  • แบบที่สอง nVIDIA GeForce Driver: เหมาะสำหรับคนที่ต้องการติดตั้งเพียงแค่ไดรเวอร์การ์ดจอ nVIDIA GeForce เท่านั้น ไม่ต้องการอัพเดตส่วนเพิ่มเติมอื่นๆ หรือคนที่ไม่ได้ต้องการจะใช้ GeForce Experience เพื่อลดการใช้พื้นที่และใช้แรมน้อยลง

เมื่อเลือกแล้ว ให้คลิ๊กที่ Agree and Continue ที่เป็นปุ่มสีเขียว ซึ่งอยู่ด้านล่างสุดของหน้าต่าง

ไดรเวอร์ NVIDIA

หน้าต่างการติดตั้งไดรเวอร์ต่อมาจะเป็นทางเลือกสำหรับการ Install ซึ่งจะมีแบบแรก ที่ทาง nVIDIA แนะนำคือ Express เพราะจะเป็นการติดตั้งทุกสิ่งที่เหมาะกับการใช้งานให้ ไม่ว่าจะเป็นไดรเวอร์หรือซอฟต์แวร์ ไม่ยุ่งยาก ซึ่งเป็นรูปแบบที่ส่วนใหญ่มักจะใช้กันเพราะรวดเร็ว ส่วนถ้าต้องการเลือกติดตั้งเฉพาะบางอย่าง ไม่เอาทั้งหมด สามารถใส่เครื่องหมายหน้าหัวข้อ Custom ได้ จากนั้นคลิ๊ก Next

ไดรเวอร์ NVIDIA

ในกรณีที่เลือก Custom (Advanced) จะเห็นได้ว่าหน้าต่างติดตั้ง จะมีตัวเลือกอยู่ด้านใน 4 หัวข้อ ซึ่งในแต่ละอันนั้น คุณสามารถเลือกจะติดตั้งหรือไม่ก็ได้ ผ่านทางการใส่เครื่องหมายถูก ในแต่ละช่อง ประกอบด้วย

  • Graphic Driver: ไดรเวอร์ จำเป็นต้องติดตั้งหรืออัพเดต
  • HD Audio Driver: เป็นการอัพเดตไดรเวอร์ Sound เมื่อใช้สายต่อร่วมกับการ์ดจอ
  • nVIDIA GeForce Experience: ซอฟต์แวร์อเนกประสงค์ ข่วยเพาเวอร์อัพให้กับการเล่นเกมได้ แต่ถ้าไม่ต้องการใช้ ก็ไม่ต้องติดตั้งได้เช่นกัน
  • PhysX System Software: อัพเดตการทำงานของ PhysX ที่ผู้พัฒนาเกมหรือซอฟต์แวร์หลายค่ายยังคงรองรับ โดยจะเริ่มจากกราฟิกซีรีส์ 900 series ของทาง nVIDIA ขึ้นไป
ไดรเวอร์ NVIDIA

ในส่วนนี้ รอจนกว่ากระบวนการติดตั้ง ที่เป็นแถบสีเขียวจะสิ้นสุด ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป จะใช้เวลาไม่นานมาก

ไดรเวอร์ NVIDIA

สุดท้าย เมื่อระบบติดตั้งไดรเวอร์และซอฟต์แวร์เสร็จสิ้น ทางด้านซ้ายมือจะแจ้งว่าเป็น Finish และระบบจะให้ผู้ใช้ทำการ Restart ระบบปฏิบัติการใหม่อีกครั้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่แนะนำ ให้กด Restart Now ได้ทันที แต่ถ้ายังทำงานอยู่ และยังไม่อยากเริ่มต้นระบบใหม่ ก็ให้คลิ๊กที่ Restart Later ไปก่อน และพร้อมเมื่อใด ก็ค่อยรีสตาร์ทอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ดี หากคุณต้องการจะเริ่มเล่นเกมกับไดรเวอร์ใหม่ในทันที แนะนำว่าในขั้นนี้ ให้คุณกด Restart Now จะดีที่สุด เพื่อให้ระบบ Windows และ Driver ทำการ Optimize ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงานนั่นเอง

ปรับแต่งไดรเวอร์ nVIDIA อัพเกรดประสิทธิภาพให้กับการเล่นเกม

ไดรเวอร์ NVIDIA

เริ่มต้นเมื่อต้องการจะปรับแต่งไดรเวอร์ nVIDIA ให้เข้าไปที่ nVIDIA Control Panel ด้วยการคลิ๊กเมาส์ขวาบนหน้าเดสก์ทอป จากนั้นคลิ๊กเพื่อเปิดใช้งาน

ไดรเวอร์ NVIDIA

สิ่งแรกที่ควรจะต้องปรับให้ใช้งาน โดยเฉพาะคนที่ใช้โน๊ตบุ๊คที่มีทั้งกราฟิกบนซีพียู เช่น Intel HD Graphic หรือ AMD RX Vega และมีการ์ดจอแยกมาด้วยก็คือ ให้ผู้ใช้เลือกการทำงานของกราฟิกการ์ด แม้ว่าในบางครั้งระบบจะสามารถจัดการสลับกราฟิกที่ใช้ให้เหมาะสมได้ ซึ่งค่าเริ่มต้นจะเป็น Auto-select ก็ตาม แต่การกำหนดให้ใช้กราฟิกแยกโดยตรง ก็จะเป็นเหมือนต้องการใช้ศักยภาพของการ์ดจอแยกเฉพาะ ในหัวข้อ Preferred graphic processor: ให้เลือก High-performance nVIDIA processor ด้วยการระบุไปเลยว่า หากเปิดแอพฯ นี้ ให้ใช้การ์ดจอแยกนั่นเอง

ไดรเวอร์ NVIDIA

ในแท็ปแรกของหน้า nVIDIA Control Panel เมื่อหน้าต่างนี้ปรากฏขึ้น จะปรากฏเมนู Adjust Image settings with preview ในส่วนนี้จะเป็นการปรับเปลี่ยนการทำงานของ Hardware-accelerated 3D ที่ใช้งานบน Direct3D หรือ OpenGL มีให้เลือกว่าต้องการความสวยงามของกราฟิกที่จะใช้ ให้เลือกที่ Quality แต่ถ้าต้องการความลื่นไหล ให้ภาพที่ต่อเนื่อง ความละเอียดบางส่วนจะลดลงบ้าง ให้เลือกที่ Performance ในส่วนนี้สามารถกำหนดไว้ตั้งแต่เริ่มต้นได้เลย

ไดรเวอร์ NVIDIA

Power management mode – ให้ตั้งเป็น Optimal Power หรือ Prefer maximum performance ได้เลย บนพีซี

Preferred graphic processor – ส่วนใหญ่ค่าเริ่มต้นจะเป็น Auto-Select สำหรับโน๊ตบุ๊ค แต่ถ้าเป็นพีซี ก็มักจะใช้การ์ดจอที่เราเสียบต่อเอาไว้เป็นหลัก เช่น ต่อจอแสดงผลบนการ์ดจอแยก ก็จะเริ่มต้นด้วยการ์ดจอนั้นๆ ซึ่งเราสามารถกำหนดให้เป็น High Performance ได้เลยในกรณีที่เน้นเล่นเกมเป็นหลัก หรือการทำงานอื่นๆ ที่ใช้การประมวลผลจากการ์ดจอนั่นเอง

ไดรเวอร์ NVIDIA

Image Sharpening – ความคมชัดของภาพ ในที่นี้จะเกี่ยวกับการแสดงผลภาพกราฟิกอยู่ด้วย โดยจะเพิ่มความคมชัดและรายละเอียดของพื้นผิวและสิ่งต่างๆ ของออปเจกต์ให้เด่นชัดขึ้น หากมีการ Enable หรือ On และยังเลือกระดับได้ตั้งแต่ 0, 0.5 และ 1.0 ซึ่งจะได้ความสวยงามและสมจริง แต่ก็จะใช้ทรัพยากรของระบบมากขึ้นตามไปด้วย อย่างไรก็ดี Sharpening จะไม่สามารถใช้งานร่วมกับหน้าจอในโหมด HDR ได้

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกมให้สูงขึ้น หากคุณใส่เครื่องหมายหน้า GPU Upscale เพื่อการเรนเดอร์บนความละเอียดที่ต่ำกว่า และใช้ GPU ในการ Upscale บนความละเอียดที่เป็น Native ของจอคุณได้

ไดรเวอร์ NVIDIA

Ambient occlusion – คือการจำลองแสงเงาระหว่างวัตถุในฉาก ตัวอย่างตามภาพจะเห็นได้ว่าตัวฉากมีความมืดเพิ่มขึ้นตามสภาพแวดล้อม ซึ่งจะมีผลต่อเงาในฉากมีความลึกตื้นแตกต่างกัน ตัวเลือกนี้ไม่เกี่ยวข้องกับคุณภาพของเงาหรือ Shadow Quality เป็นเพียงการแสดงผลเงาโดยรวมของฉากเท่านั้น ซึ่งหากคุณไม่ซีเรียสเรื่องนี้ แต่เน้นที่เฟรมเรตให้ลื่นมากกว่า การเลือก Off ก็ดูน่าสนใจ แต่ถ้าอยากให้สวยสมจริงขึ้นอีกนิด เน้นเป็น Performance ก็ได้ ส่วนถ้าจะไปขั้นสุด เครื่องที่ใช้แรงดีอยู่แล้ว ก็เปิดเป็น Quality ได้เช่นกัน

ไดรเวอร์ NVIDIA

Anisotropic filtering – การลดความไม่คมชัดเจนของสภาพแวดล้อมและพื้นผิวในตัวเกมในระยะที่ห่างไกลออกไป แบ่งเป็นหลายระดับ เช่น bilinear, trilinear, anisotropic 2x 4x 8x 16x ตัวเลขเหล่านี้ มีค่ายิ่งมากก็จะเห็นวัตถุในระยะไกลชัดเจนยิ่งขึ้น แต่ก็แลกกับการประมวลผลของการ์ดจอที่หนักขึ้นด้วยเช่นกัน ดังนั้นถ้าสเปคไม่แรงมาก แนะนำเลือกให้ค่าน้อยเข้าไว้ หรือ Off ไปเลย กรณีที่อยากให้เฟรมเรตลื่น

ไดรเวอร์ NVIDIA

Antialiasing FXAA – เน้นการเกลี่ยขอบภาพให้ดูเบลอ นุ่มกลมกลืน มากกว่าจะเป็นการเน้นให้ขอบภาพคมชัดเหมือน AA ตัวอื่น FXAA มันจะดูเหมือนว่าไม่ค่อยมีมิติ แต่ข้อดีคือ ไม่ใช้ทรัพยากรเครื่องมากนัก ถ้าเทียบกับ MSAA ที่ให้ภาพคมชัดสมจริง ไม่เน้นเบลอให้กับการเกลี่ยภาพ สิ่งที่ได้คือ ภาพจะคมทั้งฉาก และแน่นอนว่าใช้ทรัพยากรหนักหน่วงพอสมควร (เครื่องไม่แรงให้ Off ไว้ได้)

ไดรเวอร์ NVIDIA

CUDA – GPUs – เปิดเป็น All

ไดรเวอร์ NVIDIA

Low Latency Mode – จะเป็นการนำเฟรมของภาพที่ได้ไปยังคิวการเรนเดอร์ได้ก่อนที่ GPU จะเรียกร้องมาเพื่อเรนเดอร์เป็นภาพแสดงผลบนหน้าจอ ซึ่งเป็นนัยว่าจะลดเวลาในการตอบสนองที่สั้นลงกว่าการทำงานปกติ อย่างไรก็ดีกรณีที่เกมนั้น เน้นหนักที่การทำงานของ GPU ก็จะค่อนข้างเห็นผลได้ดี โดยเฉพาะในช่วง 60fps. ขึ้นไป แต่ถ้าเกมเน้นหนักไปที่ซีพียู ฟีเจอร์นี้อาจไม่จำเป็นมากนัก แนะนำว่าให้เปิดการทำงานหัวข้อ Max Frame Rate ดีกว่า

ไดรเวอร์ NVIDIA

Max frame rate – เปิดการทำงานของเฟรมเรตให้สูงสุด ไม่จำกัด ข้อดีคือ เฟรมก็จะไปถึงจุดสูงสุดได้ แต่ก็อาจจะสะดุดได้ ตรงนี้ให้ Off เป็นค่าเริ่มต้นไว้ แต่ถ้าอยากให้สอดคล้องกับจอที่ใช้ กรณีที่เล่นเกมใดเป็นประจำ และพอจะเห็นเฟรมเรตเฉลี่ยที่เกิดขึ้น ก็สามารถตั้งเป็น On และเลือกระดับเฟรมเรตให้เหมาะสม เพื่อให้ภาพที่ได้มีความนุ่มนวลเข้ากับจอแสดงผลได้ดี

ไดรเวอร์ NVIDIA

MFAA – เป็นเทคโนโลยีลดรอยหยักในเกม ที่มีมาตั้งแต่ในยุค GPU Maxwell ว่ากันตั้งแต่ GeForce GTX970/ 980 และรุ่นใหม่ๆ ต่อมา ซึ่งมี MSAA มาเป็นตัวช่วยให้ภาพมีความสวยงาม เรียบเนียนมากขึ้น แต่ก็แลกมาด้วยการใช้ทรัพยากรที่หนักหน่วง ดังนั้น MFAA จึงได้รับการพัฒนามาให้กับผู้เล่น ที่ทำให้ภาพมีความเรียบเนียนเช่นกัน แต่ใช้ทรัพยากรน้อยลงกว่า และให้ภาพที่ดูสวยงามไม่แพ้กัน โดยที่ MFAA จะให้ผลเทียบเท่าการทำงาน 4x MSAA ซึ่งหากกราฟิกที่คุณใช้อยู่ในระดับกลางๆ จะ On ไว้ก็ไม่เสียหาย

ไดรเวอร์ NVIDIA

Texture filtering Quality – คือตัวเลือกที่ช่วยให้เวลาคุณเคลื่อนที่เข้าใกล้วัตถุอย่างกำแพง พื้นผิวของกำแพงจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงกระทันหันให้คุณเห็นเด่นชัด ส่วนใน Anisotropic คุณจะเห็นวัตถุที่ยื่นออกจากคุณไปไกล ๆ อย่างถนนหรือทางเดินชัดเจนมากยิ่งขึ้น ในนี้มีให้เลือกทั้ง Quality, High Quality, Performance และ High Performance ถ้าเล่นเกมที่เน้นการเคลื่อนไหวเร็วๆ เปิดแค่ Performance ก็พอ แต่ถ้าเล่นสไตล์ที่เก็บรายละเอียดฉาก หรืออยากได้ภาพสวยงาม ก็ไป High Quality ได้เลย

ไดรเวอร์ NVIDIA

Threaded optimization – ให้เกมสามารถตอบสนองกับซีพียูได้เต็มที่ โดยเฉพาะซีพียูที่มีหลายเธรด เท่าที่เกมจะกำหนดมาให้ ตั้งไว้เป็น Auto ได้เลย

Conclusion

ไดรเวอร์ NVIDIA

สำหรับวิธีการในการปรับแต่งไดรเวอร์ ให้สามารถเล่นเกมได้ดีขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการ์ดจอ nVIDIA ที่คุณใช้งาน เหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ยังมีรายละเอียดเล็กๆ และการใช้ซอฟต์แวร์ในการรีดพลังออกมาได้อีก เช่น การโอเวอร์คล็อก หรือเพิ่มสัญญาณนาฬิกาให้กับ GPU และ VRAM ซึ่งก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ แต่อาจจะมีผลต่ออายุการใช้งานของการ์ดจอที่ใช้งานอยู่ด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี แม้จะเป็นเพียงการปรับแต่งในเบื้องต้น แต่ก็มีผลต่อคุณภาพ อัตราเฟรมเรต และการเล่นเกมอยู่ไม่น้อย ดังนั้นแนะนำว่าให้เลือกใช้งานตามความเหมาะสม ซึ่งต้องดูว่าคุณชื่นชอบในเรื่องของภาพ หรือให้ความสำคัญกับเฟรมเรตมากกว่ากัน ก็สามารถเลือกปรับไปตามการ์ดจอที่คุณใช้ได้อย่างเหมาะสม สุดท้ายนี้ก็ขอให้สนุกกับการเล่นเกมโปรดตามที่คุณต้องการครับ หากมีข้อมูลเพิ่มเติมในจุดใด เราจะมาเสริมกันในบทความนี้กันต่อครับ

from:https://notebookspec.com/web/613343-customize-nvidia-driver-2021

เซิร์ฟเวอร์ GIGABYTE พร้อมแพลตฟอร์ม End-to-End จาก NVIDIA และ VMware

NVIDIA AI Enterprise: Complete Ecosystem for Virtualization

เทคโนโลยีที่กำลังแพร่หลาย เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มักจะอยู่ตรงหน้าเราโดยที่เราไม่ได้สังเกตหรือถามว่าทำไมมันถึงทำในสิ่งที่มันทำ โทรศัพท์ของคุณปลดล็อกเมื่อคุณมองมัน, บัญชี Netflix ของคุณแนะนำสารคดีที่คุณชื่นชอบ, คุณถาม Google Assistant ว่าจะซื้อรองเท้าวิ่งที่ไหนดี, งานทั้งหมดเหล่านี้ได้รับการปรับแต่งให้เหมาะกับผู้ใช้ด้วยพลังของ AI อย่างไรก็ตาม AI ไม่ได้มีผลกระทบมากกว่าผู้บริโภครายบุคคล และส่งผลกระทบต่อขอบเขตของแอปพลิเคชันระดับองค์กร ไม่ว่าจะเป็นเพื่อการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นหรือการดูแลสุขภาพที่ดีขึ้นอันเป็นผลมาจากการนำ AI ไปใช้

AI Solutions

ดังนั้น อะไรเป็นตัวขับเคลื่อนความต้องการโซลูชัน AI ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น? ความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ของโมเดลกำลังต้องการความสามารถในการคำนวณที่สูงขึ้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่มีประสิทธิภาพ เซิร์ฟเวอร์ฮาร์ดแวร์และคลัสเตอร์จำนวนมากขึ้นสามารถถูกดึงเข้าสู่สภาพแวดล้อมเสมือนจริงเพื่อจัดการกับข้อมูลจำนวนมหาศาลในการเรียนรู้เชิงลึกและการเรียนรู้ด้วยเครื่อง

ธุรกิจต่างๆ ได้รับทราบอย่างรวดเร็วและกำลังนำ AI มาใช้อย่างจริงจัง พวกเขากำลังใช้มันเพื่อปรับปรุงการวางแผนและการดำเนินงาน ตรวจจับการละเมิดข้อมูล คาดการณ์ด้วยความแม่นยำที่มากขึ้น และคาดการณ์ยอดขาย เพียงไม่กี่ชื่อ อุตสาหกรรมหลักบางส่วนที่นำ AI มาใช้ ได้แก่ การผลิต โทรคมนาคม การดูแลสุขภาพ การเกษตร และการค้าปลีก

เห็นได้ชัดว่าอุตสาหกรรมเหล่านี้สังเกตเห็นและไม่สามารถหยุดการเติบโตของ AI ได้ แม้จะเกิดการระบาดใหญ่ทั่วโลกก็ตาม ตามรายงานของ International Data Corporation (IDC) Worldwide Semiannual Artificial Intelligence Tracker “รายรับทั่วโลกสำหรับตลาดปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และบริการ คาดว่าจะเติบโต 16.4% เมื่อเทียบเป็นรายปีในปี 2564 เป็น 327.5 พันล้านดอลลาร์” IDC กล่าวต่อไปว่า “ภายในปี 2567 คาดว่าตลาดจะทะลุ 5 แสนล้านเหรียญ” นอกจากนี้ “…ซอฟต์แวร์คิดเป็น 88% ของรายรับในตลาด AI ทั้งหมดในปี 2020” แล้วอะไรเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตในกลุ่มซอฟต์แวร์ AI? AI Software Platforms และ AI Application Development & Deployment เป็นผู้นำด้านค่าใช้จ่าย เนื่องจากคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตสูงสุด แพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ AI มีความสำคัญสำหรับนักพัฒนาและนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลที่ต้องการปรับใช้เซิร์ฟเวอร์ระดับองค์กรสำหรับ AI อย่างรวดเร็ว

Enterprise Solutions

ตลาดองค์กรเป็นพรมแดนใหม่และยังคงเปิดกว้างสำหรับการเป็นพันธมิตรด้าน AI กับผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ เช่น VMware ซึ่งเป็นผู้นำในส่วนแบ่งตลาดสำหรับ Cloud Computing และ Virtualization แลมีประวัติที่พิสูจน์แล้วจากประสบการณ์กว่า 20 ปี  เมื่อเร็วๆ นี้ VMware ได้นำตลาดด้วยชุดผลิตภัณฑ์ VMware vSphere ซึ่งเป็น Bare-metal Hypervisor ที่สร้างและจัดการ virtual machines ด้วยเหตุนี้ เมื่อตระหนักถึงความสำคัญของการจับคู่ Hypervisor กับฮาร์ดแวร์ของเซิร์ฟเวอร์ GIGABYTE จึงได้ทำงานร่วมกับ VMware ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเพื่อให้ได้ระบบ Virtualized Servers มีคุณสมบัติตรงตาม ESXi

ในช่วงแรกๆ ของเซิร์ฟเวอร์เสมือน พวกเขาไม่สามารถจำลองส่วนประกอบทั้งหมดของเซิร์ฟเวอร์ได้ โดยเฉพาะ GPU และ DPU ที่พัฒนาขึ้นล่าสุด อย่างไรก็ตาม ด้วยการเติบโตของ AI และความสำคัญของ GPU สำหรับ AI และวิทยาศาสตร์ข้อมูล NVIDIA ได้สร้างโซลูชัน GPU เสมือนที่ช่วยให้เซิร์ฟเวอร์สร้างเครื่องเสมือนจากฮาร์ดแวร์ทั้งหมดโดยใช้ไฮเปอร์ไวเซอร์ ก้าวสำคัญนี้เป็นการปูทางสำหรับ NVIDIA AI Enterprise Suite

NVIDIA AI Enterprise

NVIDIA AI Enterprise เป็นชุดแอปพลิเคชันและเฟรมเวิร์ก AI และคลาวด์เนทีฟแบบ End-to-end ชุดเครื่องมือนี้รับรองว่า VMware vSphere จะทำงานร่วมกับ NVIDIA-Certified Systems การสนับสนุน Tanzu จะมาเร็ว ๆ นี้ GIGABYTE ได้ทำงานร่วมกับ NVIDIA เพื่อให้ฮาร์ดแวร์เซิร์ฟเวอร์ได้รับการรับรอง ตอนนี้ แพ็คเกจฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ครบชุดสามารถจัดการและปรับขนาดปริมาณงาน AI ได้แล้ว

ประโยชน์ของ NVIDIA AI Enterprise กับ VMware และ GIGABYTE:

  1. การใช้งานที่มั่นใจและรวดเร็ว ผสมผสานกับฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
  2. ลดความซับซ้อนในการจัดการและปรับใช้ในสภาพแวดล้อมที่มีอยู่อย่างราบรื่น
  3. ประสิทธิภาพการทำงานแบบ Bare-metal สำหรับ AI พร้อมคุณสมบัติระดับองค์กร
  4. ความพร้อมใช้งานสูงพร้อมโครงสร้างพื้นฐานที่บำรุงรักษาง่ายสำหรับการปรับขนาดขึ้นหรือลง
R282-Z93: (ระบบที่ผ่านการรับรอง NVIDIA และเข้ากันได้กับ VMware)

from:https://www.techtalkthai.com/gigabyte-server-with-end-to-end-platform-from-nvidia-vmware/

EVGA ระบุ การ์ดจอพังหลังเล่นเกม New World เป็นเพราะตัวการ์ดเอง

หลังมีผู้เล่นพบปัญหาการ์ดจอพังหลังเล่นเกม New World เกม MMORPG ของ Amazon ซึ่งส่วนใหญ่การ์ดจอที่พังเป็นการ์ดจอรุ่น RTX 3090 ของ EVGA จน Amazon Games ต้องออกแพทช์ล็อกเฟรมให้เกมเพิ่มเติม รวมถึง EVGA ก็ต้องส่งการ์ดจอใหม่ให้ผู้ใช้

ล่าสุด EVGA ให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับเว็บไซต์ PCWorld หลังตรวจสอบการ์ดจอที่เกิดอาการนี้ประมาณ 24 ชิ้นที่รับมาจากผู้ใช้แล้ว

EVGA ระบุว่าปัญหานี้เกิดขึ้นเฉพาะกับการ์ดที่ผลิตชุดแรกๆ ในปี 2020 และหลังจากตรวจสอบด้วยเครื่องเอ็กซ์เรย์ พบปัญหาที่การเชื่อมแผงวงจร MOSFET ที่เป็นตัวจัดการพลังงานของการ์ด แต่ไม่เปิดเผยจำนวนการ์ดจอที่มีปัญหาอย่างชัดเจน นอกจากบอกว่าพบน้อยกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ของการ์ดจอทั้งหมด

EVGA ร่วมกับ NVIDIA และ Amazon Games พยายามทดสอบการ์ด RTX 3090 ด้วยตัวเกมเวอร์ชั่นเบต้าที่ทำให้เกิดปัญหานี้ แต่ไม่พบปัญหาแบบที่ผู้ใช้เจอ อย่างไรก็ตามบริษัทก็กำลังเตรียมหาวิธีป้องกันปัญหาด้านพลังงานที่เกิดจากเหตุการณ์คล้ายกันนี้ คือหน้าเมนูของตัวเกมเวอร์ชั่นเบต้า ไม่มีการลิมิตเฟรมต่อวินาทีไว้ ทำให้เฟรมเรตพุ่งจาก 100 fps ไปถึง 800 fps ได้

EVGA ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าสาเหตุที่มีผู้วิเคราะห์ก่อนหน้าว่าอาจเกี่ยวกับตัวควบคุมพัดลมของการ์ด ไม่ใช่สาเหตุที่แท้จริง แต่เพราะเมื่อเฟรมเรตในหน้าเมนูพุ่งอย่างที่กล่าวไปข้างต้น ข้อมูลพัดลมที่ส่งผ่านบัส i2c อาจทำให้โปรแกรมเช่น HWInfo หรือ GPU-Z แสดงผลว่าตัว micro-controller ของพัดลมทำงานผิดพลาดได้ และบริษัทออกอัพเดต micro-controller แก้ปัญหานี้แล้ว

ที่มา – PCWorld

from:https://www.blognone.com/node/124558

NVIDIA โชว์ปัญญาประดิษฐ์แปลงข้อความเป็นเสียง ควบคุมได้ระดับร้องเป็นเพลง มีอารมณ์ในน้ำเสียง

NVIDIA สาธิตปัญญาประดิษฐ์แปลงข้อความเป็นเสียง RAD-TTS ที่เคยเปิดตัวในงาน SIGGRAPH’s Real-Time Live จากเดิมที่เคยระบุว่า RAD-TTS สามารถแปลงข้อความเป็นเสียงโดยควบคุมได้อย่างละเอียดทั้งน้ำเสียง, ระยะเวลาเปล่งเสียง, และพลังในการเปล่งเสียง

การสาธิตรอบนี้แสดงให้เห็นว่าปัญญาประดิษฐ์สามารถแปลงเสียงจากโปรดิวเซอร์ให้กลายเป็นเสียงสังเคราะห์โดยยังเก็บน้ำหนักเสียง, อารมณ์ไว้ได้ครบ แม้เสียงที่สังเคราะห์ออกมาจะเป็นคนละเพศกับผู้พูดก็ตามที และเนื่องจากตัวปัญญาประดิษฐ์สร้างเสียงจากข้อความ ทำให้ก่อนสังเคราะห์เสียงเราสามารถปรับแต่งน้ำโทนเสียงให้ต่างจากตอนบันทึกได้ตามต้องการ

การใช้งานปัญญาประดิษฐ์เช่นนี้อาจใช้สำหรับคนพิการ (แบบเดียวกับกูเกิล) หรือใช้สังเคราะห์เสียงในเกมที่ตัวละครสามารถพูดตามบทพูดตามเนื้อเรื่องได้โดยไม่ต้องอาศัยนักแสดงอัดเสียงไว้ล่วงหน้าทุกบทสนทนา

ที่มา – NVIDIA

No Description

from:https://www.blognone.com/node/124542

แนะนำจุดเด่น ASUS TUF Gaming F15 กับ MSI GF63 Thin เกมมิ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นเด็ดคุ้มค่า

ASUS TUF Gaming F15 หรือ MSI GF63 Thin ตัวไหนเด่นอะไรกันบ้าง?

asusmsi new cover

 

ช่วงนี้เกมเมอร์หลายคนหันมานิยมเกมมิ่งโน้ตบุ๊กมากขึ้น เพราะความสะดวกที่ซื้อมาเปิดเครื่องเล่นเกมหรือทำงานได้เลย อย่าง ASUS TUF Gaming F15 กับ MSI GF63 Thin ทั้ง 2 รุ่นนี้ก็มีเกมเมอร์ที่กำลังหาโน้ตบุ๊กเกมมิ่งราคา 2 หมื่นบาทถามหากันอยู่เป็นระยะๆ และสเปคก็ถือว่าแรงระดับเล่นเกม AAA ในปัจจุบันนี้ได้สบายๆ และรองรับเกมใหม่ๆ ได้อีกอย่างน้อย 2-3 ปี หรือจะเอาไปใช้ทำงาน, เรียนออนไลน์ก็ทำได้ไม่มีปัญหาเพราะว่าผู้ผลิตก็ยังติดตั้งกล้อง Webcam เอาไว้ให้ใช้ในช่วงที่หลายๆ โรงเรียนและบริษัทยังให้ทำงานหรือเรียนจากที่บ้านอยู่ ไม่ต้องเสียเงินหาซื้อกล้อง Webcam มาติดตั้งแยกอีกด้วย

แต่เมื่อเอาทั้งสองรุ่นมาวางเทียบกันแล้ว หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่าถ้าจะซื้อแล้วเราควรซื้อเครื่องรุ่นไหนดีถึงจะคุ้มและตอบโจทย์การใช้งานของเราที่สุด เพราะเมื่อดูจากหน้าสเปคแล้วเกมมิ่งโน้ตบุ๊กทั้งสองรุ่นนี้ก็มีประสิทธิภาพดีเหมือนกัน แต่ในส่วนของรายละเอียดก็จะมีจุดเด่นไปคนละแนว ซึ่งในบทความนี้ ผู้เขียนจะเน้นชี้จุดเด่นของทั้งสองรุ่นว่าเครื่องไหนมีจุดเด่นตรงไหนและเหมาะกับผู้ใช้กลุ่มไหนบ้าง จะได้เลือกซื้อรุ่นที่ถูกใจและตอบโจทย์การใช้งานของเราที่สุดด้วย

ASUS TUF Gaming F15
MSI GF63 Thin

สเปคของ ASUS TUF Gaming F15 และ MSI GF63 Thin

ถ้าเทียบสเปคของ ASUS TUF Gaming F15 และ MSI GF63 Thin ที่ใช้ซีพียู Intel รุ่นที่ 10 รหัส H ที่ประสิทธิภาพดีเท่ากัน สามารถใช้ทำงานกับโปรแกรมที่กินทรัพยากรเครื่องหนักและเล่นเกม AAA ได้ดีเท่ากันเลย ซึ่งในส่วนของสเปคจะเป็นดังนี้

สเปค

ASUS TUF Gaming F15

MSI GF63 Thin

ซีพียู

Intel Core i5-10300H

สถาปัตยกรรม Comet Lake

Intel Core i5-10500H

สถาปัตยกรรม Comet Lake

การ์ดจอ

NVIDIA GeForce GTX 1650 แรม 4GB GDDR6

NVIDIA GeForce GTX 1650 Max-Q แรม 4GB GDDR6

SSD

M.2 NVMe 512GB

มีช่องใส่ M.2 NVMe x 2 ช่อง และ 2.5” SATA III SSD x 1 ช่อง

M.2 NVMe 512GB

มีช่องใส่ M.2 NVMe x 1 ช่อง และ 2.5” SATA III SSD x 1 ช่อง

แรม

8GB DDR4 บัส 2933 MHz

อัพเกรดได้มากสุด 32GB

8GB DDR4 บัส 3200 MHz

อัพเกรดได้มากสุด 64GB

หน้าจอ

15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz

15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144 Hz

การเชื่อมต่อ

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1 รองรับการต่อหน้าจอเป็น DisplayPort 1.4

HDMI x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

น้ำหนักเครื่อง

2.3 กิโลกรัม

1.86 กิโลกรัม

ระบบปฏิบัติการ

Windows 10 Home (64-bit)

ราคา

24,990 บาท

27,990 บาท

จะเห็นว่าทั้งสองเครื่องเมื่อเทียบสเปคกันแล้ว ก็ถือว่าใช้ทำงานและเล่นเกม AAA ในปัจจุบันนี้ได้ทุกเกมแบบสบายๆ แต่ต่างก็จะมีฟีเจอร์เด่นแตกต่างกันไปตามที่ผู้ผลิตใส่มาให้ โดยจุดเด่นเฉพาะรุ่นจะเป็นดังนี้

ประสิทธิภาพตอนเล่นเกมของ ASUS TUF Gaming F15 และจุดเด่นเฉพาะรุ่น

  • รองรับ M.2 NVMe x 2 ช่อง ทำให้ซื้อ SSD มาเพิ่มได้เลยโดยไม่ต้องเปลี่ยนของเก่า
  • พอร์ต USB-C รองรับการต่อหน้าจอเสริมแบบ DisplayPort 1.4 ได้ด้วย
  • อ่านรีวิวของ TUF Gaming F15 ได้ที่นี่

ประสิทธิภาพตอนเล่นเกมของ MSI GF63 Thin และจุดเด่นเฉพาะรุ่น

  • อัพเกรดแรมได้มากสุด 64GB ใช้ทำงานหรือเล่นเกมได้สบายๆ
  • น้ำหนักตัวเครื่องเพียง 1.86 กิโลกรัม ไม่หนักมาก พกพาง่าย
  • อ่านรีวิวของ GF63 Thin ได้ที่นี่

นอกจากจุดเด่นในส่วนของสเปคในแง่ของการอัพเกรดและต่อหน้าจอแยกได้มากกว่า หรือเป็นรุ่นที่น้ำหนักน้อยกว่ายังถือเป็นฟีเจอร์เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะยังมีฟีเจอร์อื่นๆ เฉพาะตัวอีกหลายอย่างใส่อยู่ในเครื่องและมันอาจจะตอบโจทย์การใช้งานของผู้ใช้บางคนได้ตรงจุด ซึ่งถ้าให้โฟกัสที่ฟีเจอร์เด่นของแต่ละรุ่นจะเป็นดังนี้

จุดเด่นของ ASUS TUF Gaming F15 และ MSI GF63 Thin

สำหรับฟีเจอร์เฉพาะนั้น เทียบแล้วจะเป็นอัตลักษณ์เด่นของของเกมมิ่งโน้ตบุ๊คแต่ละรุ่น ซึ่งแต่ละเครื่อง ผู้ผลิตก็จะใส่ฟีเจอร์เด่นที่เป็นจุดขายเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้แตกต่างกันไป โดย ASUS TUF Gaming F15 และ MSI GF63 Thin มีฟีเจอร์เฉพาะรุ่นจะมีดังนี้

จุดเด่นของ ASUS TUF Gaming F15

showing

เริ่มต้นด้วยดีไซน์ตัวเครื่องแล้ว TUF Gaming F15 นั้นจะมีสีสันให้เลือก 2 สีด้วยกันคือสีเทา Fortress Grey หรือดำ Bonfire Black ให้เลือกตามความชอบว่าชื่นชอบเกมมิ่งโน้ตบุ๊กที่ดีไซน์เรียบร้อยสีสว่างๆ หรือเน้นเรื่องความเท่เป็นหลักก็ได้ และยังใส่รายละเอียดของการออกแบบในส่วนต่างๆ เอาไว้อีกด้วย ได้แก่

design2
self cleaning

ดีไซน์ตัวเครื่องแบลบรังผึ้งที่ฝาตัวเครื่องด้านล่าง ทำให้เวลาเล่นเกมหรือเปิดโปรแกรมหนักๆ แล้วสามารถระบายความร้อนออกจากตัวเครื่องได้ดียิ่งกว่าเดิมและพัดลมโบลเวอร์ในเครื่องสามารถดันฝุ่นที่สะสมในตัวเครื่องออกไปได้ด้วย ส่วนบอดี้ตัวเครื่องออกแบบลายโลหะขัด ให้ความสวยงามและเท่ไปในตัว นอกจากนี้ยังดีไซน์ให้บอดี้ตัวเครื่องดูแข็งแรงตามเอกลักษณ์ของ ASUS TUF Gaming Series

durability

ความแข็งแกร่งของ ASUS TUF Gaming F15 ผ่านการทดสอบด้วยมาตรฐาน MIL-STD-810H ซึ่งทดสอบความแข็งแกร่งของตัวเครื่องหลากหลายแบบ เช่น การตกกระแทกพื้นว่าตัวเครื่องจะไม่เสียหาย พกพาไปไหนมาไหนได้สบายใจ, การสั่นสะเทือนเมื่อพกเครื่องใส่กระเป๋าขึ้นยานพาหนะแล้วแรงสั่นสะเทือน ชิ้นส่วนภายในเครื่องจะไม่เสียหาย, ทดสอบความร้อน ความเย็นและความชื้นว่าปัจจัยทั้งสามอย่างนี้จะไม่ทำให้ตัวเครื่องเสียหาย

nanoedgemulti monitor
dts

ส่วนของความบันเทิงก็จัดเต็ม ด้วยหน้าจอตัวเครื่องขอบบาง “Nano-Edge Display” ขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มีค่า Refresh Rate 144Hz พร้อมพอร์ต่อหน้าจอเสริม 2 ช่อง ได้แก่ HDMI 2.0b ที่ต่อหน้าจอแยกได้ความละเอียดสูงสุด 4K 60Hz และพอร์ต USB-C 3.2 Gen 2 ที่ต่อหน้าจอแยกเป็น DisplayPort 1.4 ได้ รองรับความละเอียด 4K 120Hz และมี NVIDIA G-SYNC เพื่อลดอาการภาพฉีกขาดระหว่างเล่นเกม ซึ่งเป็นฟีเจอร์สำคัญอีกอย่างของเกมมิ่งโน้ตบุ๊กในปัจจุบัน

ส่วนลำโพงเป็น DTS:X Ultra ที่ให้เสียง Surround 7.1 แชนแนล และปรับแต่งเสียงให้เข้ากับเพลง, หนังหรือเกมที่เล่นอยู่ได้ด้วย โดยปรับได้ในซอฟท์แวร์ของทาง ASUS ซึ่งมีโหมดเสียงให้ปรับทั้งหมด 8 โหมดและมี Equalizer ให้ปรับเสียงได้ตามชอบ ถือว่าเรื่องเสียงจากลำโพงของตัวเครื่องก็ทำได้จัดเต็มไม่แพ้กับเรื่องหน้าจอเช่นกัน

upgrade

สุดท้ายคือ การอัพเกรดตัวเครื่อง ต้องถือว่า ASUS TUF Gaming F15 เองก็เปิดฝาอัพเกรดเครื่องได้ง่ายเครื่องหนึ่ง เพียงขันน็อตหัวแฉก (Philip Head) ด้านใต้ตัวเครื่องแล้วเอาการ์ดแข็งเปิดได้เลย และมีอินเตอร์เฟสให้ใช้เยอะ ได้แก่ M.2 NVMe x 2 ช่อง กับ 2.5” SATA III SSD อีก 1 ช่อง รองรับความจุฮาร์ดดิสก์ช่องละ 1TB รวมทั้งหมดใส่ได้ 3TB จัดว่ามีพื้นที่เซฟงานหรือลงเกมได้เยอะแบบจัดเต็มทีเดียว ส่วนแรมเป็นแบบ SO-DIMM DDR4 จำนวน 2 ช่อง โดยติดตั้งมาในเครื่องแล้ว 8GB แล้วจะเพิ่มเป็น 16GB ก็ใช้เล่นเกมได้ทุกเกมและทำงานต่างๆ ได้สบายๆ ส่วนโปรแกรมไหนกินแรมเยอะก็อัพเกรดแรมได้มากสุด 32GB เรียกว่าอัพเกรดให้ตอบโจทย์การใช้งานได้ดีแน่นอน

จุดเด่นของ MSI GF63 Thin

sleek

เกมมิ่งโน้ตบุ๊กจาก MSI รุ่นนี้เรียกว่าออกแบบตัวเครื่องได้ตรงกับชื่อรุ่น โดยเน้นความบางเบาพกพาง่ายเป็นหลัก ตัวเครื่องหนักเพียง 1.86 กิโลกรัมและบางเพียง 21.7 มิลลิเมตร จัดว่าไล่เลี่ยกับโน้ตบุ๊ก 15.6 นิ้วรุ่นบางเบาหลายๆ รุ่นเลย ดังนั้นใครที่หาเกมมิ่งโน้ตบุ๊กดีไซน์เรียบ พกพาไปทำงานตามที่ต่างๆ ได้สะดวกล่ะก็ ต้องถือว่ารุ่นนี้น่าสนใจมาก

small design
sleek2

ส่วนหน้าจอ 15.6 นิ้ว ก็เป็นหน้าจอแบบขอบบางหรือ Thin Bezel Design ที่ขอบหน้าจอจะบางและมีพื้นที่การมองเห็นมากขึ้น โดยทาง MSI เทียบให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเมื่อเอา MSI GF63 Thin ไปเทียบกับโน้ตบุ๊กขนาด 14 นิ้วแล้ว จะมีขนาดหน้าขอเท่ากันแต่กรอบหน้าจอ Thin Bezel จะมีขนาดเท่ากัน ส่วนขนาด 15.6 นิ้วเหมือนกันก็จะมีกรอบที่บางกว่าอย่างชัดเจน ทำให้ตัวเครื่องดูบางกว่าอย่างเห็นได้ชัด ส่วนพอร์ต HDMI ที่ตัวเครื่องจะต่อหน้าจอแยกได้ความละเอียดสูงสุด 4K 30Hz

cool

ด้านระบบระบายความร้อนและอุณหภูมิตัวเครื่องนั้น ทาง MSI เคลมประสิทธิภาพว่า GF63 Thin จะเย็นและมีเสียงรบกวนเวลาใช้งานน้อยกว่าแบรนด์อื่นๆ ร่วม 10% ช่วยลดเสียงรบกวนระหว่างใช้งานได้มาก จะเอาไปใช้งานในออฟฟิศก็ได้ รวมทั้งลดปัญหาเรื่อง throttle หรืออาการเครื่องลดประสิทธิภาพการทำงานลงเมื่อตัวเครื่องมีอุณหภูมิสูงเกินไปได้อีกด้วย

nahimic

ส่วนของระบบเสียง Nahimic 3 พร้อมชิป Audio Boost จะเน้นเรื่องเสียงและการฟังเพลงให้ผู้ใช้สามารถฟังเพลงหรือดูหนังให้ได้อรรถรสยิ่งกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีระบบปรับ Equalizer ได้ด้วย ถือว่าเทียบชั้นกับ DTS:X Ultra ของทาง ASUS ได้อย่างสมน้ำสมเนื้อเลย

msi bluestacks

อีกฟีเจอร์อย่าง MSI App Player ที่ทาง MSI พัฒนาร่วมกับทาง BlueStacks นั้น เป็นซอฟท์แวร์เพิ่มประสิทธิภาพตอนเล่นเกมมือถือในคอมพิวเตอร์ให้แสดงผลได้ลื่นไหลกว่าเดิม โดยทาง MSI เคลมประสิทธิภาพเอาไว้ว่าซอฟท์แวร์นี้สามารถรันเกมได้ดีกว่าเล่นบนแท็บเล็ตหรือมือถืออย่างมาก รวมทั้งมี Console Mode ที่ใช้จอยคอนโทรลเลอร์บังคับคุมตัวละครได้ รีดเฟรมเรทไหลลื่นสูงสุด 240 fps และรองรับ Multi-Instance หรือการเปิดแอพฯ หรือเกมหลายๆ หน้าจอพร้อมกันได้ด้วย เรียกว่าเป็นอีกจุดเด่นที่ไม่ควรมองข้าม และเหมาะกับคนที่มีเกมมือถือหลายเกมแล้วอยากแบ่งมาเล่นบนพีซีด้วยเป็นอย่างมาก

ASUS TUF Gaming F15 และ MSI GF63 Thin เหมาะกับใครเป็นพิเศษ?

สุดท้าย เมื่อเกมมิ่งโน้ตบุ๊กทั้งสองเครื่องนี้ประสิทธิภาพดีและมีฟีเจอร์เฉพาะตัวดีเหมือนกัน แล้วโน้ตบุ๊กทั้งสองเครื่องนี้เหมาะกับคนกลุ่มไหนบ้าง จากมุมมองของผู้เขียนจะเป็นดังนี้

ASUS TUF Gaming F15

TUF F15 Grey c

จะเห็นว่า ASUS TUF Gaming F15 เน้นกลุ่มเกมเมอร์ที่อยากได้เกมมิ่งโน้ตบุ๊กสเปคแรง อัพเกรดได้และราคาคุ้มค่าเป็นหลัก สังเกตได้จาก NVIDIA G-SYNC ที่ช่วยแก้ปัญหาภาพฉีกขาดตอนเลื่อนเมาส์เร็วๆ ทำให้เกมเมอร์สาย FPS เล่นเกมได้สนุกเต็มอรรถรส นอกจากนี้ยังต่อหน้าจอแยกได้ 2 จอผ่านทาง USB-C, HDMI รวมกับหน้าจอแล้วจะมีหน้าจอทั้งหมด 3 จอ และยังอัพเกรดเพิ่ม  M.2 NVMe ได้ 2 ตัวและ 2.5” SATA III SSD ได้อีก 1 ตัว ทำให้มีพื้นที่ลงเกมมากยิ่งขึ้นด้วย

ดังนั้น TUF Gaming F15 เครื่องนี้เรียกว่าเหมาะกับกลุ่มเกมเมอร์เป็นหลักด้วยฟีเจอร์ที่เน้นเอื้อการเล่นเกม และยังใส่ SSD เอาไว้ลงเกมเพิ่มหรือจะเอาไว้เซฟคลิปที่สตรีมเอาไว้ตัดเป็นไฮไลท์ได้อีกด้วย ดังนั้นถ้าโจทย์การใช้งานเน้นทางเกมมิ่งและไลฟ์สตรีม นี่คือเกมมิ่งโน้ตบุ๊กรุ่นที่น่าใช้งานเป็นอย่างมาก

MSI GF63 Thin

GF63 8RC f

ด้าน MSI GF63 Thin ถ้าสังเกตแล้วจะเห็นว่าเป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊กที่สเปคดีไม่แพ้กัน และยังเล่นเกมต่างๆ ได้ดี แต่จะเห็นว่าทาง MSI จะเน้นเรื่องตัวเครื่องบางเบาพกพาสะดวกด้วยน้ำหนัก 1.86 กิโลกรัมและบางไล่เลี่ยกับโน้ตบุ๊ก 15.6 นิ้วดีไซน์บางเบาหลายรุ่น และยังเพิ่มแรมได้ 2 ช่อง สูงสุด 64GB ทีเดียว

 

จะเห็นว่า MSI GF63 Thin จะเน้นผู้ใช้ที่ต้องการเกมมิ่งโน้ตบุ๊กสเปคดีสักเครื่อง ดีไซน์เรียบง่ายพกไปออฟฟิศแล้วดีไซน์ไม่หวือหวาแบบเกมมิ่งโน้ตบุ๊กเกินไป แต่พอเลิกงานกลับบ้านก็เอามาต่อหน้าจอแยกเล่นเกมดูหนังได้ดี ซึ่งถ้าสไตล์การใช้งานของใครเป็นอย่างที่ผู้เขียนยกตัวอย่างไปล่ะก็ MSI เครื่องนี้ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากเช่นกัน

โดยสรุปแล้ว จะเห็นว่าเกมมิ่งโน้ตบุ๊กทั้งสองรุ่นนั้นต่างมีความน่าใช้และจุดเด่นในตัวเองทั้งคู่ ซึ่งอยู่ที่โจทย์การใช้งานของแต่ละคนว่าโน้ตบุ๊กเครื่องนั้นของเราจะต้องเป็นแบบไหน บางคนอยากได้เครื่องที่สเปคจัดเต็มอัพเกรดเพิ่มฮาร์ดดิสก์และแรมได้แบบไม่กั๊ก หรือขอเครื่องเบาพกง่ายใช้สะดวก ใส่กระเป๋าเข้าออฟฟิศไปนั่งทำงานแล้วเครื่องดูเรียบร้อยไม่หวือหวาก็มีเช่นกัน ดังนั้นถ้าเราตอบโจทย์ตัวเองได้ชัดว่าต้องการเกมมิ่งโน้ตบุ๊กแบบเน้นพกพาหรือเน้นแรงก็เลือกซื้อได้ตามความต้องการ ส่วนใครที่สนใจต้องการซื้อโน้ตบุ๊กทั้งสองรุ่นนี้ล่ะก็ สามารถคลิกเข้าไปเลือกซื้อได้ที่ลิ้งค์นี้เลย https://bit.ly/3ytxXgK

from:https://notebookspec.com/web/611387-asus-tuf-gaming-f15-msi-gf63-thin