คลังเก็บป้ายกำกับ: NUTANIX_ERA

อัปเดตของใหม่ในงาน Nutanix .NEXT 2019

ปกติแล้วทาง Nutanix จะมีการจัดงานประจำปีภายใต้ชื่องาน .Next โดยสำหรับในปี 2019 นี้ได้มีการประกาศฟีเจอร์ ความร่วมมือ และบริการใหม่หลายรายการ ซึ่งทางทีมงาน TechTalkThai ได้มีโอกาสเข้าร่วมฟังอัปเดตจากทาง Nutanix ประเทศไทยเมื่อสัปดาห์ก่อนจึงขออนุญาตสรุปและนำเสนอให้ผู้สนใจได้อ่านกันครับ

คุณทวิพงศ์ อโนทัยสินทวี ผู้จัดการประจำประเทศไทยของนูทานิกซ์

1.Nutanix Mine

สำหรับส่วนนี้มี 2 ประเด็นคือ

  • Secondary Storage appliance – Mine ก็คือ Box สำหรับสำรองข้อมูลจาก Nutanix เองที่ออกมาเพื่องาน Backup โดยเฉพาะ 
  • Software Manager via Prism – ในส่วนซอฟต์แวร์ Backup ผู้ใช้งานยังคงต้องใช้ซอฟต์แวร์ Backup จาก Third-party เช่นเคยเพียงแต่ Nutanix ได้จับมือกับ Vendor อย่าง Veritas, Commvault, HYCU, Unitrends และ Veeam ให้สามารถบริหารจัดการได้ภายใต้ Prism นั่นเอง
credit : Nutanix, แก้ไขโดย TTT (เพิ่มลูกศร)

2.Nutanix Xi Frame และ Xi Beam

สำหรับใครที่ไม่คุ้นเคยกับ Nutanix Xi (ออกเสียว่า ‘ซายน์’) นั้นหมายถึงบริการ Cloud Services ของ Nutanix เองซึ่งมีทั้งส่วน Datacenter ของตัวเองและส่วนที่เป็นพันธมิตรอยู่บน Public Cloud เช่น GCP, Azure และ AWS เป็นต้น อย่างไรก็ตาม Nutanix ไม่ได้ตั้งตัวเองเป็นคู่แข่งในด้าน IaaS โดยเฉพาะแต่จะให้บริการเป็น PaaS หรือ SaaS แทน เช่น Xi IoT หรือ Xi Epoch เป็นต้น (อ่านข่าวเก่าจาก TechTalkThai) นอกจากนี้ Experience การใช้งานของ Xi และ Prism นั้นมีความคล้ายคลึงกันมากซึ่งผู้ใช้ไม่ต้องปรับตัวมากเลย โดยบริการใหม่บน Xi ในงานมีดังนี้

  • Xi Frame – เป็น Cloud VDI แต่การใช้งานนั้นสามารถทำได้จาก Web UI นั่นหมายความถึงความเร็วและง่ายต่อการใช้งานไม่ต้องติดตั้ง Agent เพิ่มเติมให้ยุ่งยาก
  • Xi BEAM – เป็นบริการ Multi-cloud Management กับ Azure, GCP และ AWS ได้เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถวางแผนค่าใช้จ่าย รวมถึงทำรายงานค่าใช้จ่ายและประเมินความมั่นคงปลอดภัยในการใช้งานตาม Compliance  (ลักษณะคือผู้ให้บริการ Cloud มี API ให้อยู่แล้ว ดังนั้น Beam จะไปใช้ API เช่น เรียกดูว่าถ้าต้องการใช้ Virtual Machine จากค่ายต่างๆ มีราคาเท่าไหร่ พร้อมทั้งทำรายงานเปรียบเทียบกันทั้ง 3 ค่ายหรือหากใช้ Nutanix จะคุ้มกว่าหรือไม่ผ่านหน้าจอ Beam เพียงตัวเดียว) 

นอกจากนี้การเป็น Cloud หมายความว่าผู้ใช้งานอาจจะไม่ได้ซื้อ Appliance ของ Nutanix ก็สามารถใช้บริการ Xi อย่างเดียวได้

3.Nutanix Cluster on AWS

Nutanix ได้จับมือเป็นพันธมิตรกับ AWS ทำให้ลูกค้าสามารถเลือกใช้ EC2 Bare Metal Instance (HW เปล่าแต่ไม่ต้องดูแลเอง) จาก AWS และลง Acropolis OS กับ AHV ตอบโจทย์การใช้งาน Hybrid ได้อย่างแท้จริงที่สามารถบริหารจัดการผ่าน Prism (ภาพประกอบด้านล่าง)

credit : nutanix

4.Nutanix Cloud Native

Nutanix ยังมีการรองรับกับสภาพแวดล้อมแบบ Cloud native application ด้วยการอำนวยให้สามารถติดตั้งโซลูชันที่จำเป็นสำหรับ DevOps ได้ง่ายขึ้นด้วย PaaS และ IaaS ดังนี้

  • Nutanix Karbon – เป็นโมดูลของ Kubernetes ที่มีให้อยู่แล้วเพราะการติดตั้งเองนั้นทำได้ยากหรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือมีองค์ประกอบที่จำเป็นในการติดตั้ง Kubernetes ช่วยลดเวลาและลดงานได้อย่างมาก
  • Nutanix Bucket (IaaS) –  รองรับการใช้งาน Object Storage เช่น ติดต่อกับ S3 ของ AWS ได้ หรือทำ Object Storage ไว้ใช้งานเองภายในองค์กรโดยไม่ต้องซื้อ Storage แยกมาทำ เป็นต้น
  • Nutanix ERA – ช่วยทำ Provision และ Deploy Database ได้หลายตัว เช่น Oracle, PostgreSQL, SQL Server และ MySQL เป็นต้น

นอกจาก PaaS และ IaaS แล้ว Nutanix ยังมี SaaS ที่ชื่อ Xi Epoch ที่ช่วยเรื่อง Visibility ในการใช้งานว่าแอปพลิเคชันต่างๆ เชื่อมต่อกันอย่างไรทั้งจาก On-premise และ Cloud ยกตัวอย่างสถานการณ์ เช่น Database อยู่ On-premise, UI อยู่บน GCP และมีการ Analytics จาก Azure จะแสดงภาพกราฟฟิคให้เห็น Flow การทำงานได้ เป็นต้น

5.ความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์

  • Nutanix ไม่ได้ผลิตฮาร์ดแวร์เองซึ่งตอนนี้ได้ประกาศให้ HPE มาร่วมผลิตฮาร์ดแวร์ให้ด้วย
  • Fujisu Server Primergy ทำการ OEM Nutanix เตรียมจำหน่ายปลายปีนี้
  • Nutanix และ Huawei ได้ทำการ Certified ให้ลง Acropolis OS/AHV บนฮาร์ดแวร์ในรุ่นที่ได้รับการรับรองซึ่งจากเดิมมี Lenovo, DellEMC, Cisco และ IBM (เซิร์ฟเวอร์ทั่วไปไม่ใช่ HCI ของเจ้าเหล่านั้น)  

สรุป

credit : nutanix

จะเห็นได้ว่าตอนนี้ Nutanix ไม่ใช่แค่ Vendor HCI เจ้าตลาดอย่างเดียวแล้วนะครับ แต่ยังขยายตลาดครอบคลุมไปในส่วนของ PaaS และ SaaS เพื่อรองรับกับทุกการใช้งานตั้งแต่ Private Cloud, Multi-cloud และ Hybrid-cloud ทั้งนี้ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงประสบการณ์การใช้งานเพราะยังมีพระเอกคนเดิมคือ One OS (AOS) และ One Click (Prism) ตามคอนเซปต์ Nutanix Enterprise Cloud Platform ครับ (Marketing Concept Term)

สำหรับผู้สนใจ Xi Frame, Beam และ Leap สามารถเข้าไปทดลองใช้งานได้ที่ https://www.nutanix.com/nextoffers ครับ

from:https://www.techtalkthai.com/summary-nutanix-next-2019-keys-announcement/

สรุปงานสัมมนา Nutanix .NEXT on Tour Bangkok 2018: จาก HCI ไปสู่ Multi-Cloud

เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา Nutanix ได้จัดงานสัมมนาใหญ่ประจำปี Nutanix .NEXT on Tour Bangkok 2018 ขึ้น ซึ่งนอกจากจะเป็นงานสัมมนาแรกที่จัดขึ้นในโรงภาพยนตร์พารากอนซีนีเพล็กซ์ทำให้มีความแปลกใหม่และรองรับผู้เข้าร่วมงานกว่าพันคนได้แล้ว เนื้อหาในงานเองนั้นก็ยังถือว่าเข้มข้นไม่แพ้กัน ทางทีมงาน TechTalkThai มีโอกาสได้ไปร่วมงานสัมมนาในครั้งนี้ จึงขอสรุปเนื้อหาให้ผู้อ่านทุกท่านได้อ่านกันดังนี้ครับ

 

 

Digital Transformation คือสิ่งที่ทุกธุรกิจต้องทำ แต่ระบบ IT ที่เอื้อให้สร้างนวัตกรรมได้ดีนั้นก็สำคัญไม่แพ้กัน

ในช่วงแรกของงานสัมมนานั้น Chirs Kozup ผู้ดำรงตำแหน่ง SVP ด้าน Marketing แห่ง Nutanix ได้มาเล่าถึงความสำคัญของการปรับตัวของธุรกิจ ที่เกิดขึ้นมาโดยตลอดตั้งแต่ในอดีต จนกระทั่งปัจจุบันนี้ที่เป็นยุคของการทำ Digital Transformation ซึ่งก็เห็นได้จากการที่หลายๆ ธุรกิจซึ่งไม่ปรับตัวเข้าหาโลก Digital เลยนั้นก็เริ่มหายไปจากตลาดบ้างแล้ว

ประเด็นนี้เองที่ทำให้เหล่า CEO ของธุรกิจในทุกๆ อุตสาหกรรมต้องหันมาให้ความสำคัญกับ Digital มากขึ้น รวมถึงยังต้องให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ทางด้าน IT ขึ้นมาให้ได้เพื่อให้ธุรกิจยังคงเติบโตและแข่งขันต่อไปได้ในอนาคต โดยมีการอ้างอิงถึงตัวเลขผลสำรวจจาก Gartner ด้วยว่า 57% ของเหล่า CEO นั้นกำลังมุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนแปลง IT และ Digital ภายในองค์กรของตน

อย่างไรก็ดี ทุกคนคงเคยผ่านยุคสมัยที่ระบบ IT ภายในองค์กรนั้นเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิงและวุ่นวายจากการที่มีผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตหลากหลายรายอยู่ภายในระบบเดียวกันและต้องทำงานร่วมกัน ซึ่งถือเป็นปัญหาของเหล่าผู้ดูแลระบบทั่วโลกเลยทีเดียว ปัญหานี้ทำให้การพัฒนานวัตกรรมทางด้าน IT ในอดีตนั้นเกิดขึ้นช้ากว่าที่ควร โดย Nutanix ระบุว่าที่ผ่านมานั้นธุรกิจต่างๆ มีเวลาในการพัฒนา Application เพียงแค่ 20% เท่านั้น ในขณะที่เวลา 80% ที่เหลือนั้นตกไปกับการจัดการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในระบบ IT Infrastructure นั่นเอง

Nutanix ที่ถือเป็นผู้ให้กำเนิดตลาด Hyper-Converged Infrastructure หรือ HCI ในระดับองค์กรนั้นก็ได้เข้ามาแก้ไขปัญหาเรื่องความยุ่งยากซับซ้อนในการดูแลรักษาระบบ IT Infrastructure มาตั้งแต่ก่อนที่คำว่า Digital Transformation จะเกิดขึ้นด้วยซ้ำ ดังนั้นเมื่อยุคของ Digital Transformation มาถึง Nutanix จึงเติบโตได้อย่างรวดเร็วควบคู่ไปด้วยกับกระแสนี้

 

Nutanix ยังคงเติบโตต่อเนื่อง และตั้งเป้าจะเป็นบริษัท Software ชั้นนำให้ได้

แรกเริ่มนั้น Nutanix เริ่มต้นจากการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ของการสร้างระบบ Private Cloud ภายในองค์กร โดยพัฒนาชั้นของ Software ต่างๆ ที่เป็นส่วนประกอบของ HCI ขึ้นมา ตั้งแต่การพัฒนา Nutanix AOS ขึ้นมาทำหน้าที่เป็นระบบ Software-Defined Storage (SDS) เพื่อเชื่อมผสาน Physical Storage ระหว่าง Server เข้าด้วยกัน พร้อมเสริมความสามารถด้านประสิทธิภาพและความทนทานเข้าไป และเสริมให้ทำงานร่วมกับ Hypervisor อย่าง VMware และ Hyper-V ได้ โดยบริหารจัดการจากศูนย์กลางได้ผ่าน Nutanix Prism เพื่อให้ง่ายต่อการดูแลรักษาและการใช้งาน

จากนั้น Nutanix ก็ค่อยๆ รองรับการทำงานร่วมกับ Hardware ของผู้ผลิต Server หลากหลายค่ายมากขึ้นเรื่อยๆ ไปพร้อมๆ กับการพัฒนา Hypervisor ของตนเองอย่าง Nutanix AHV เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับเหล่าองค์กร ทั้งหมดนี้ก็ทำให้ภาพของ Nutanix นั้นกลายเป็นโซลูชันระบบ HCI ที่มีความยืดหยุ่นสูง ผู้ใช้งานเลือกได้ทั้ง Hardware จากผู้ผลิตค่ายที่ต้องการได้ และยังเลือกใช้ Hypervisor ที่ต้องการได้อีกด้วย

แน่นอนว่าการมาของ Nutanix AHV ซึ่งเป็นน้องใหม่ในตลาด Hypervisor นี้ได้รับกระแสตอบรับที่ดียิ่งขึ้นเรื่อยๆ และเติบโตเรื่อยๆ ในแต่ละไตรมาส โดยปัจจุบันนี้ทั่วโลกลูกค้าของ Nutanix มีการใช้งาน Nutanix AHV มากถึง 35% โดยบางประเทศในภูมิภาคเอเชียนั้นก็มีอัตราการใช้งาน Nutanix AHV ที่สูงมากจนน่าตกใจ อย่างอินโดนีเซียเองก็มีการใช้งาน AHV ถึง 45% และยังสูงกว่านี้อีกโดยเฉพาะในเกาหลีและอินเดีย ส่วนรัสเซียนั้นก็มีการใช้งาน Nutanix AHV มากถึง 80% เลย ดังนั้นเหล่าธุรกิจองค์กรต่างๆ จึงสามารถมั่นใจได้ในคุณภาพของ Nutanix AHV

ปัจจุบันนี้ Nutanix มีลูกค้าด้วยกันมากถึง 10,610 รายใน 145 ประเทศทั่วโลก โดยมีพนักงานทั้งสิ้น 4,010 คน และมีการเติบโตของธุรกิจต่อปีที่สูงถึง 54% โดยโซลูชันของ Nutanix นั้นถูกนำไปใช้งานเพื่อรองรับ Mission Critical Workload สูงถึง 50% ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ทำให้ Nutanix กลายเป็นบริษัทระดับ 1,000 ล้านเหรียญไปแล้ว ซึ่งปัจจุบันในโลกนี้มีธุรกิจ Software เพียงแค่ 45 รายเท่านั้นที่อยู่ในระดับ อีกทั้งยังมีเป้าหมายว่าจะเป็นบริษัทระดับ 3,000 ล้านเหรียญให้ได้ภายในปี 2021 ซึ่งปัจจุบันนี้มีบริษัท Software เพียงแค่ 15 แห่งเท่านั้นที่ไปถึงเป้าหมายตรงนั้นได้

สำหรับมุมมองของบริษัทจัดอันดับอย่าง Gartner, Forrester Wave และ IDC นั้น ต่างก็ยกให้ Nutanix เป็นอันดับหนึ่งในตลาด HCI ตรงกันทุกเจ้า ก็ถือว่าเป็นอีกมุมหนึ่งที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับเหล่าธุรกิจองค์กรต่างๆ ให้กล้าหันมาใช้งาน Nutanix กันมากขึ้นไปด้วยอีกทาง

 

ไม่ได้จบแค่ HCI แต่จะไปให้ถึง Cloud

ใน Session ถัดมานั้น Sunil Potti แห่ง Nutanix ก็ได้มาเล่าถึงวิสัยทัศน์ของ Nutanix และความเกี่ยวโยงกันของแต่ละเทคโนโลยีที่ Nutanix ได้พัฒนาหรือเข้าซื้อกิจการในช่วงที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่องจนทำให้ Nutanix ต้องออกมาเปิดตัวผลิตภัณฑ์หลายรายการในระยะหลังๆ นี้

 

 

เป้าหมายของ Nutanix นั้นก็คือการทำให้ระบบประมวลผลภายในองค์กรนั้น กลายเป็นเรื่องที่ง่ายดายจนกลายเป็นสิ่งที่ใครๆ ก็สามารถใช้งานและดูแลรักษาได้ ซึ่ง Nutanix ก็ใช้คำศัพท์ว่า Invisible เสมือนกับว่าระบบเหล่านี้ไม่มีตัวตน มองไม่เห็น แต่สามารถทำงานได้ตามที่เราต้องการ โดย Nutanix ได้แบ่งระดับของการทำให้เทคโนโลยีเหล่านี้เข้าสู่สถานะ Invisible เอาไว้ดังนี้

  • Invisible Infrastructure เปลี่ยนการเชื่อมต่อระหว่าง Server, Storage, Network ให้กลายเป็นเรื่องง่ายด้วย HCI
  • Invisible Data Center เปลี่ยนการบริหารจัดการ Data Center ให้ง่ายขึ้นด้วย Private Cloud
  • Invisible Cloud เปลี่ยนการใช้งานระบบ Cloud ที่หลากหลายให้ง่ายขึ้นด้วย Multi-Cloud

แน่นอนว่าเทคโนโลยีทั้ง 3 ระดับนี้ต่างก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ในตัวเองดี เพราะเทคโนโลยีใหม่ๆ เองก็ได้เข้ามาเสริมระบบเหล่านี้ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ และ Nutanix เองก็จะยังคงพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ หรือเข้าซื้อกิจการใหม่ๆ เข้ามาเสริมทั้ง HCI, Private Cloud, Multi-Cloud ให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต โดย Nutanix เองก็มีเทคโนโลยีที่น่าสนใจดังนี้

 

 

ความสามารถในสร้างประสบการณ์เดียวกับ Cloud ระดับโลกได้ภายใน Data Center

ด้วยการที่ Nutanix สามารถให้บริการได้ทั้ง Virtual, Volume, Files, ACS จึงสามารถนำเสนอบริการได้เทียบเท่ากับบริการ Cloud ชั้นนำที่มี Compute, Blocks, Files, Container ในตัวได้

จัดการ Application แบบอัตโนมัติด้วย Nutanix Calm

การ Provision, Scale และ Manage ระบบ Application ต่างๆ ที่มีส่วนประกอบหรือ Service ภายในที่เกี่ยวข้องเยอะจะกลายเป็นงานอัตโนมัติที่ผู้ใช้งาน Nutanix Calm สามารถทำได้ทั้งบน Cloud และบน Nutanix

จัดการ Network และ Security ได้ด้วย Nutanix Flow

เดิมที Nutanix นั้นมีทั้ง Compute และ Storage อยู่แล้ว Nutanix จึงได้เสริม Nutanix Flow เข้ามาเพื่อเติมเต็มความสามารถทางด้านการจัดการ Network และ Security ตั้งแต่การกำหนดการตั้งค่า, การทำ Micro-segmentation และการติดตามการเชื่อมต่อเครือข่ายของระบบ Application ต่างๆ ที่ทำงานอยู่บน Nutanix

ติดตามการทำงานของ Application ด้วย Netsil

Nutanix เพิ่งเข้าซื้อกิจการของ Netsil เข้ามาเพื่อทำระบบ Application Monitoring บน Cloud พร้อมกับบน Nutanix โดยเฉพาะ ทำให้ไม่ว่าจะทำการ Deploy Application ไปบนที่ใด และระบบจะทำงานเชื่อมต่อกันอย่างไร ผู้ดูแลระบบก็สามารถตรวจสอบการทำงานของระบบทั้งหมดได้ผ่าน Netsil

สร้างและใช้งาน Database ได้อย่างง่ายดายด้วย Nutanix Era

ปกติแล้วการดูแลรักษาระบบ Database นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะการสร้างระบบ Database ใหม่ขึ้นมาให้ Application ใดๆ ใช้งานนั้นก็มีขั้นตอนซับซ้อนกว่าที่คิด ไม่ว่าจะเป็นการเตรียม VM หรือ Server, การทำ HA Cluster, การติดตั้ง Database และจัดการ License, การปรับแต่งการตั้งค่าต่างๆ และการตั้งค่าการสำรองข้อมูล Nutanix จึงได้พัฒนา Nutanix Era ขึ้นมาช่วยจัดการระบบตรงนี้ให้แบบอัตโนมัติ สามารถเลือกสร้าง Database ใหม่และกำหนดค่าได้ง่ายๆ เหมือนใช้งาน Cloud Database ได้เลย

ควบคุมค่าใช้จ่ายและความมั่นคงปลอดภัยของระบบบน Cloud ด้วย Nutanix Beam

เมื่อเข้าสู่ยุคของ Multi-Cloud การติดตามว่าระบบต่างๆ ที่ทำงานอยู่บนแต่ละ Cloud นั้นมีความมั่นคงปลอดภัยตามที่กำหนดใน Security Compliance หรือไม่ และการวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นบนแต่ละ Cloud นั้นก็จะกลายเป็นประเด็นสำคัญ Nutanix จึงได้นำเสนอโซลูชัน Nutanix Beam เพื่อตอบโจทย์เหล่านี้โดยเฉพาะ

รองรับการทำ Desktop-as-a-Serivce ได้ด้วย Nutanix Frame

สุดท้าย Nutanix ก็ได้เล่าถึงเทคโนโลยีล่าสุดที่เพิ่งเข้าซื้อกิจการมาก็คือ Nutanix Frame ซึ่งจะช่วยให้สามารถสร้าง Virtual Desktop บนบริการ Cloud และบน Nutanix ให้พร้อมใช้งานได้อย่างง่ายดาย ง่ายกว่าการติดตั้งใช้งานระบบ VDI เองเป็นอย่างมาก ซึ่งทาง Nutanix ก็ได้ทำการ Demo สดระบบ Nutanix Frame บน Cloud ทีสิงคโปร์ และทำการเปิดไฟล์ PowerPoint เพื่อแก้ไข, จัดการกับวัตถุ 3D, เปิด YouTube ดูได้อย่างลื่นไหลไม่กระตุก และยังใช้ Google Earth ได้แบบตอบสนองอย่างรวดเร็วอีกด้วย

 

เมื่อการบริหารจัดการและดูแลรักษาเป็นไปได้อย่างง่ายดาย ธุรกิจก็ได้อิสระในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ กลับคืนมา

หลังจากที่จบช่วงเช้าไปแล้ว ช่วงบ่ายก็เป็นเวลาของ Break Out Session ด้วยกันมากถึง 9 ประเด็น ซึ่งก็มีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

  • เจาะลึกการทำงานของ Nutanix Acropolis Hyperviser (AHV)
  • การทำ VM Micro-segmentation ด้วย Nutanix Flow
  • การบริหารจัดการ Data Center และวิเคราะห์ข้อมูลรวมถึงวางแผนได้อย่างแม่นยำด้วย Prism Pro
  • การติดตั้งใช้งาน SAP บน Nutanix
  • การปรับแต่งประสิทธิภาพการทำงานให้กับ Microsoft SQL Server บน Nutanix
  • การใช้ Nutanix Era ทำ Database Provisioning และบริหารจัดการ Lifecycle ของ Database
  • การใช้ Nutanix Beam ควบคุมการใช้บริการ Public Cloud ในแง่ของค่าใช้จ่ายและการทำ Security Compliance
  • การใช้ Nutanix Calm ทำ Application Auotmation และ Life Cycle Management ให้กับ Nutanix และบริการ Public Cloud
  • การใช้งาน Kubernetes ด้วย Nutanix Acropolis Container Service

 

เรียกได้ว่าหลายๆ เทคโนโลยีที่เพิ่งนำมาเล่าให้กับผู้เข้าร่วมงานในช่วงเช้านั้น ก็มี Session แยกย่อยให้ตอนบ่ายเพื่อให้ผู้ที่สนใจได้เข้าไปเรียนรู้เพิ่มเติมได้ทันที ซึ่งเนื้อหาเหล่านี้เองก็ได้ถูกนำเสนอในเชิงที่ว่า Nutanix นั้นได้ทำให้ภาระงานต่างๆ ในการดูแลรักษาระบบ IT หลากหลายประการนั้นง่ายและเป็นอัตโนมัติมากยิ่งขึ้น คล้ายคลึงกับการใช้บริการ Cloud ชั้นนำ ทำให้เหล่าธุรกิจองค์กรต่างๆ สามารถนำแนวคิดและเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้งานได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องกังวลต่อความซับซ้อนภายในระบบ IT Infrastructure ไปจนถึงการใช้งาน Cloud และทำให้การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่องยิ่งกว่าในอดีตนั่นเอง

from:https://www.techtalkthai.com/nutanix-next-on-tour-bangkok-2018-event-summary/

Nutanix Era ประกาศ GA สำหรับจัดการ Oracle และ PostgreSQL แล้ว

ภายในงาน Nutanix .NEXT London ทาง Nutanix ได้ออกมาประกาศ General Availability สำหรับการสนับสนุน Oracle และ PostgreSQL ภายใน Nutanix Era ระบบบริหารจัดการ Database แบบอัตโนมัติของ Nutanix แล้ว

 

Credit: Nutanix

 

Nutanix Era นี้รองรับการทำ Database Provisioning และ Database Lifecycle Management (LCM) พร้อมทั้งสามารถทำ Copy Data Management (CDM), Clone, Refresh, Backup สำหรับ Database ได้ ช่วยให้การทำงานของ Database Administrator (DBA) เป็นไปได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้นผ่านระบบ GUI ทั้งหมด

ในงานสัมมนาครั้งนี้ Nutanix ได้ออกมาประกาศรองรับ Oracle Database และ PostreSQL ก่อน โดยในอนาคตก็มีแผนที่จะรองรับ Database อื่นๆ เพิ่มเติมได้ด้วย

ความสามารถของ Nutanix Era นี้เปรียบเสมือนการยก Cloud Database มาให้บริการภายใน On-Premises Data Center ภายในองค์กรได้ ด้วยความง่ายในการสร้างบริการ Database ใหม่ๆ ขึ้นมา และสามารถควบคุมมาตรฐานในการตั้งค่าใช้งาน รวมถึงยังจัดการเรื่องการสำรองข้อมูลและบริหารจัดการข้อมูลได้อย่างง่ายดายโดยที่ผู้ดูแลระบบไม่ต้องลงไปใช้คำสั่งเชิงลึกของ Database ค่ายต่างๆ ด้วยตัวเองอีกต่อไป

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.nutanix.com/products/era/

 

 

ที่มา: https://www.nutanix.com/2018/11/27/nutanix-era-elegant-efficient-one-click-database-operations/

from:https://www.techtalkthai.com/nutanix-era-supports-oracle-and-postgresql/

เชิญร่วมงานสัมมนาใหญ่ประจำปี Nutanix .NEXT on Tour BKK 11 ตุลาคม 2561

พบคำตอบได้ภายในงาน Nutanix .NEXT in Bangkok 2018 งานใหญ่ประจำปีของ Nutanix ผู้นำ Enterprise Cloud Platform อันดับ 1 พร้อมด้วยพันธมิตรของเราอีกมากมาย ในวันที่ 11 ตุลาคม 2561 ณ พารากอนซีนีเพล็กซ์ สยามพารากอน ชั้น 6

นวัตกรรม และโซลูชั่นของ Nutanix พัฒนาอย่างก้าวกระโดดในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา เพื่อช่วยให้องค์กรรับมือกับเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วทั้ง Multi-Cloud, Edge Computing, Dev/Ops, AI ล้วนสร้างความตื่นตัวให้กับองค์กรที่จะก้าวตามเพื่อประโยชน์สูงสุดขององค์กรกับการแข่งขันทางธุรกิจในทุกวันนี้

ไม่ว่าองค์กรของคุณจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่, SMB หรือองค์กรภาครัฐ ในงานท่านจะได้เรียนรู้โซลูชั่นใหม่ล่าสุดจาก Nutanixซึ่งสามารถนำ ไปปรับใช้ได้กับทุกสภาพแวดล้อม, ทุกแอพพลิเคชั่น และงานทุกประเภท

ขอเชิญเข้าร่วมงานสัมมนาใหญ่ที่สุดในปีนี้ที่งาน .NEXT On Tour – Bangkok เพื่อเรียนรู้วิธีเรียกคืนอิสรภาพของคุณในโลกของมัลติคลาวด์ในปัจจุบัน

 

Nutanix .NEXT On Tour – Bangkok

Date วันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม 2561
Time เวลา 8:30 – 18:00
Location สถานที่ พารากอนซีนีเพล็กซ์ สยามพารากอน ชั้น 6
Register ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี https://bangkok.next-nutanix.com/

 

กำหนดการ

ตรววจสอบกำหนดการทั้งหมดได้ที่ https://bangkok.next-nutanix.com/agenda/

 

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรีๆ ทันที

ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรีๆ ทันทีที่ https://bangkok.next-nutanix.com/

ลงทะเบียนวันนี้ ร่วมลุ้นรับ กระเป๋า Rimowa – Salsa และของรางวัลอีกมากมาย

 

 

พลาดไม่ได้กับงานสัมมนาเชิงไอทีครั้งแรก ที่จัดในโรงภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ

 

Acropolis Operating System ใหม่ล่าสุด ที่พัฒนาเพื่อตอบโจทย์ในโลกของ Virtualization, Container, Object Storage

Acropolis Hypervisor และ Flow ที่ผนวกรวมความสามารถของ Virtualization ที่ทรงประสิทธิภาพ, แข็งแกร่ง และเสริมความปลอดภัยด้วย Software Defined Network and Security เข้าไว้ด้วยกัน

Self Services Portal และ Calm สร้าง Private Cloud, IaaS และ PaaS ด้วยเครื่องมือที่เรียบง่าย, ทรงพลัง และประหยัดให้กับองค์กรของคุณ

ERA ยกระดับการติดตั้ง ปกป้องดูแล และกู้คืนดาต้าเบสสำคัญของคุณตลอดเวลา

BEAM เมื่อโลกของ Multi-Cloud เป็นเรื่องใกล้ตัว การบริหารจัดการ และดูแลค่าใช้จ่ายในโลกของPrivate Cloud และ Public Cloud ที่แตกต่างกันเป็นความท้าทายของเหล่าไอที

Frame โซลูชั่น VDI, Workspace ที่ทำงานผ่านWeb Browser ของคุณ ไม่ว่าจะงานหนักงาน งานเบา งาน 3D งานกราฟฟิก Nutanix Frame เอาอยู่

 

รับชมบรรยากาศของงาน .NEXT On Tour 2017 ได้ที่นี่

 

from:https://www.techtalkthai.com/nutanix-next-on-tour-bangkok-2018-seminar-invitation/

มาแล้ว! Nutanix Era แพลตฟอร์มดาต้าเบสแบบ PaaS รุ่นใหม่

นูทานิคซ์ เปิดตัว Nutanix Era ณ .NEXT งานประชุมใหญ่ประจำปี Nutanix Era เป็นหนึ่งในโซลูชั่นที่เปิดตัวใหม่บนนูทานิคซ์ เพื่อสร้าง Platform-as-a-Service (PaaS) สำหรับดาต้าเบส ช่วยให้ผู้ดูแลงานด้านดาต้าเบสทั้งหลาย (DBAs) พุ่งความมุ่งมั่นไปยังการสร้างสรรค์เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตต่อไป

Nutanix Era ทำให้ซอฟต์แวร์ Nutanix Enterprise Cloud OS ยกระดับศักยภาพของตนเองจาก Infrastructure-as-a-Service (IaaS) ขึ้นไปจนถึงการให้บริการของแพลทฟอร์ม ทำให้การปฏิบ้ติงานด้านดาต้าเบสลุล่วงไปได้อย่างง่ายดายเพียงคลิกเดียว มันมีความสามารถที่หลากหลายสำหรับการทำสำเนาข้อมูล และจัดการกับดาต้าเบส ช่วยลดความยุ่งยากซับซ้อนในการทำสำเนา ปกป้องและกู้คืนดาต้าเบส และลดปัญหาด้านค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการสำเนาชุดข้อมูลปริมาณมาก

Nutanix Era ออกมาแก้ปัญหาที่ทำให้การใช้งานระบบจัดเก็บข้อมูลในองค์กรไม่มีประสิทธิภาพ และค่าใช้จ่ายสูง ข้อมูลจากไอดีซี ระบุว่า มากกว่า 60% ของงบประมาณของสตอเรจใช้ไปกับการให้การสนับสนุนการทำสำเนาข้อมูลของดาต้าเบสที่สำคัญ และค่าใช้จ่ายรวมของการทำสำเนาข้อมูลจะเพิ่มขึ้นไปถึง 55.63 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2563 โดย Era จะเอื้อให้องค์กรสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านสตอเรจสำหรับดาต้าเบส มีระบบบริหารจัดการที่เรียบง่าย ควบคุมและป้องกันความปลอดภัยของข้อมูล ในขณะเดียวกันทำให้กระบวนการดูแลดาต้าเบสลดความซับซ้อนลงได้

การจัดการการทำสำเนาข้อมูลของดาต้าเบสด้วย Nutanix Era เริ่มต้นจะรองรับกับผู้ใช้ดาต้าเบสของ Oracle และ Postgres รวมถึงจะสนับสนุนดาต้าเบสอื่นๆ เพิ่มขึ้นในอนาคต Nutanix Era มีความสามารถในการทำ Time-Machine หรือการย้อนเวลาเพื่อกลับไปยังช่วงเวลาที่ต้องการ ร่วมกับความสามารถในการทำ Snapshot ของนูทานิคซ์ และ APIs ของดาต้าเบสเหล่านั้น เพื่อสร้างการทำสำเนาข้อมูล ณ เวลาที่ต้องการ ศักยภาพเหล่านี้ทำให้นักพัฒนาแอปพลิเคชั่นต่างๆ สามารถเลือกชุดสำเนาดาต้าเบสที่ตนต้องการได้ ให้อำนาจผู้ดูแลดาต้าเบสกู้คืนหรือรีเฟรชดาต้าเบสต่างๆ ได้ทันท่วงทีด้วยความมั่นใจว่าทุกๆ กิจกรรมที่เกิดขึ้นมีการบันทึกไว้ครบถ้วน

from:https://www.enterpriseitpro.net/nutanix-era-paas-cloud/

เปิดตัว Nutanix Era สร้างและจัดการ Database บน Nutanix ได้ง่ายๆ

Nutanix ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Nutanix Era เทคโนโลยีล่าสุดที่จะทำให้การบริหารจัดการ Database บน Nutanix เกิดขึ้นได้อย่างง่ายดายและอัตโนมัติ โดยมีความสามารถต่างๆ ที่น่าสนใจดังนี้

 

Credit: Nutanix

 

  • ทำ Database Provisioning ได้ในตัวตั้งแต่ระดับของการเตรียม VM ขึ้นมา
  • ทำ Database Lifecycle Management (LCM) ได้ ด้วยความสามารถในการทำ Copy Data Management (CDM) ทำให้สามารถ Clone, Refresh, Restore ข้อมูลใน Database ย้อนไปช่วงเวลาใดก็ได้ตามต้องการ
  • มี Snapshot และ Application-Centric API ทำให้สามารถจัดการข้อมูลใน Database ได้ตามต้องการ
  • กู้คืนข้อมูลใน Database ได้ด้วยคลิกเดียว โดย Nutanix จะทำ Automation งานเชิงเทคนิคให้ทั้งหมด

ปัจจุบัน Nutanix Era นี้รองรับ Oracle Database และ Postgres แล้ว โดยในอนาคตมีแผนที่จะรองรับ Microsoft SQL Server และ MySQL เพิ่มเติม

 

ที่มา: https://www.nutanix.com/2018/05/09/nutanix-era-databases-made-simple/

from:https://www.techtalkthai.com/nutanix-era-for-automated-database-management-is-announced/