คลังเก็บป้ายกำกับ: NUTANIX

CSL Webinar: Drive Business with Modernize IT Infrastructure

CSL ร่วมกับ Nutanix ขอเชิญผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานด้าน IT เข้าฟังบรรยาย CSL Webinar เรื่อง “Drive Business with Modernize IT Infrastructure” ด้วยเทคโนโลยี Enterprise Cloud Platform จาก Nutanix ในวันอังคารที่ 22 กันยายน 2020 เวลา 14:00 ผ่าน Live Webinar ฟรี

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: Drive Business with Modernize IT Infrastructure
ผู้บรรยาย: คุณวัชระ กิ่งแก้ว ICT Partner Management Specialist จาก CSL และคุณทวิพงศ์ อโนทัยสินทวี Country Manager จาก Nutanix
วันเวลา: วันอังคารที่ 22 กันยายน 2020 เวลา 14:00 – 15:30 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 500 คน
ภาษา: ไทย
ลิงค์ลงทะเบียน: https://zoom.us/webinar/register/WN__0Y7Y5UxTbKZZmwSP7UdPQ

แน่นอนว่าสถานการณ์ Covid-19 ในช่วงที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในวงกว้าง หลายองค์กรจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและสร้างโอกาสทำกำไรใหม่ๆ ในขณะเดียวกัน เทคโนโลยีก็มีความเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับการทำงานแบบ New Normal ทำให้องค์กรต้องติดตามและนำเทคโนโลยีเหล่านั้นมาปรับใช้กับระบบ IT ซึ่งเป็นหัวใจในการดำเนินธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ผู้ดูแลระบบจึงต้องสร้างสมดุลระหว่างการนำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนระบบ IT ควบคู่ไปกับการลดต้นทุน เพราะการลงทุนล่วงหน้ามากๆ โดยใช้เวลายาวนานกับระบบ IT ใหม่ๆ เช่นในอดีต อาจไม่ตอบโจทย์ความคุ้มค่าอีกต่อไป

CSL ขอเชิญผู้ดูแลระบบเข้าร่วม Webinar เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับโซลูชัน Enterprise Cloud Platform ของ Nutanix ที่ช่วยให้ระบบ IT ขององค์กร ทำงานได้รวดเร็ว มีเสถียรภาพ คุ้มค่าต่อการลงทุน รองรับการใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชันและนวัตกรรมใหม่ๆ อย่าง Cloud Native Apps และ Multicloud ได้ทันที ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจขนาดเล็ก ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ในยุคดิจิทัลทั้งด้านความเร็วและพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลแบบไม่จำกัด

กด Interested หรือ Going เพื่อติดตามอัปเดตและรับการแจ้งเตือนบน Facebook Event: https://www.facebook.com/events/1025465587924007/

from:https://www.techtalkthai.com/csl-webinar-drive-business-with-modernize-it-infrastructure/

[Guest Post] นูทานิคซ์ เปิดตัว Kubernetes Platform-as-a-Service เพื่อใช้กับมัลติคลาวด์

Karbon Platform Services มอบการบริหารจัดการที่ช่วยให้การใช้งานแอปพลิเคชันแบบ Container-Based บนคลาวด์ทุกประเภทเป็นไปอย่างรวดเร็ว 

ณ งาน .NEXT ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 8-11 กันยายน 2563 –นูทานิคซ์  (NASDAQ: NTNX)  ผู้นำด้านเอ็นเตอร์ไพรซ์คลาวด์คอมพิวติ้งประกาศเปิดตัว Karbon Platform Services ซึ่งเป็นการให้บริการรูปแบบ Platform-as-a-Service (PaaS) เป็นแพลตฟอร์มมัลติคลาวด์ที่ทำงานกับ Kubernetes มาพร้อมระบบจัดการด้านความปลอดภัยอัตโนมัติ เพื่อช่วยให้การพัฒนาและการใช้งานไมโครเซอร์วิสแอปพลิเคชันทำงานได้เร็วขึ้นไม่ว่าจะอยู่บนคลาวด์ประเภทใดก็ตาม ซึ่งช่วยให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ได้รับประสบการณ์จากบริการแบบครบวงจร (managed services) ที่พร้อมใช้งาน ไม่ว่าจะใช้งานที่ on-premises บนพับลิคคลาวด์ และที่อุปกรณ์ปลายทาง (edge) เพื่อสร้างและรันคลาวด์ เนทีฟแอปพลิเคชันต่าง ๆ รวมถึงสามารถแยกแอปพลิเคชันออกจากกันอย่างเป็นอิสระจากโครงสร้างพื้นฐานหลัก  นอกจากนี้ยังช่วยให้ทีมงานด้านไอที มีระบบบริหารจัดการไลฟ์ไซเคิลของแอปพลิเคชัน และกรอบการทำงานด้านความปลอดภัยที่ใช้งานง่ายและสอดคล้องกัน การเปิดตัวครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของนูทานิคซ์ที่มีต่อเป้าหมายในการขยายบริการและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อช่วยให้องค์กรทุกแห่งสามารถใช้งานคลาวด์เนทีฟได้เร็วขึ้น

 

 

องค์กรต่าง ๆ ที่ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะต้องได้รับประโยชน์จากการเริ่มดำเนินการด้านดิจิทัล มักต้องใช้ความพยายามเพื่อให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ขององค์กรปลดปล่อยศักยภาพสูงสุดออกมา และใช้กระบวนการ DevOps ที่คล่องตัว ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่องค์กรจำเป็นต้องทำให้เป็นจริง  Kubernetes ที่ทำงานควบคู่กับเทคโนโลยีคลาวด์เนทีฟต่าง ๆ มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วมาอย่างต่อเนื่อง เพิ่มความยากในการนำไปใช้งานเพราะขาดทรัพยากรทางเทคนิคที่จำเป็นต้องขยายเพิ่มตามความยากนั้น ๆ นอกจากนี้ องค์กรต่าง ๆ ต้องได้รับประโยชน์จากการใช้งาน Kubernetes ทั้งที่อยู่ที่ on-premises และบนพับลิค คลาวด์ โดยยังคงความสามารถในการบริหารจัดการดาต้า แอปพลิเคชัน ประสิทธิภาพและความไม่ยุ่งยากในการใช้ทรัพยากรด้านไอทีของตนไว้ได้

นายราจีฟ มิรานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยีของนูทานิคซ์ กล่าวว่า “ทรัพยากรไอทีเป็นกลไกที่ขับเคลื่อนองค์กรดิจิทัล แต่เมื่อบริษัทต้องการขยาย ต้องใช้ไฮบริดคลาวด์ และต้องจัดการกับแอปพลิเคชั่นที่มีจำนวนมากขึ้น การรองรับความต้องการต่าง ๆ ทางวิศวกรรมอาจกลายเป็นความท้าทายด้านไอทีได้ เราตั้งเป้าให้ Karbon Platform Services ช่วยลดความซับซ้อนในการพัฒนาและจัดระเบียบการทำงานของแอปพลิเคชันให้สอดคล้องกัน ในขณะเดียวกัน ก็ช่วยทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างทีมไอทีและทีมพัฒนาเป็นไปอย่างราบรื่น เพื่อการสนับสนุนกลยุทธ์ DevOps ของลูกค้าของเรา”

คลาวด์เนทีฟ PaaS ใหม่นี้จะช่วยให้วิศวกรซอฟต์แวร์พัฒนาและจัดระเบียบการทำงานให้กับแอปพลิเคชันอย่างราบรื่นสอดคล้องกัน โดยไม่จำเป็นต้องจัดการกับโครงสร้างพื้นฐานหลัก Karbon Platform Services สร้างอยู่บนระบบการจัดการไลฟ์ไซเคิลหลักของ Kubernetes ที่เริ่มเปิดตัวกับ Karbon ในลักษณะผสานเป็นส่วนหนึ่งของซอฟต์แวร์ HCI ของนูทานิคซ์  Karbon Platform Services เป็นระบบอัตโนมัติ มีระบบบริหารจัดการด้านความปลอดภัยและ multi-tenancy ที่โครงสร้างซอฟต์แวร์ชุดหนึ่งสามารถบริการผู้ใช้ได้หลายราย เพื่อใช้ในการรันไมโครเซอร์วิสแอปพลิเคชันได้หลากหลายบนโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์หลายประเภท

นายเดเมียน พาสกวิเนลลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยีของ Hardis Group กล่าวว่า “เรากำลังมองหาแพลตฟอร์ม PaaS หนึ่งเดียวที่สามารถโฮสต์ Reflex และ Vision Insights ของเราได้ทั้งที่ edge และบนไพรเวทคลาวด์ของเรา เพื่อใช้ประโยชน์จาก distributed architecture ของสภาพแวดล้อม ทั้งสอง และสนับสนุนการพัฒนาซอฟต์แวร์และการฝึกอบรมการใช้เครื่องจักรบนพับลิคคลาวด์  Karbon Platform Services มีบริการมากมายและมีทุกสิ่งที่เราต้องการจากโซลูชัน PaaS ทั้งยังบริหารจัดการง่ายและสะดวกบนคลาวด์ทุกประเภท ซึ่งเป็นคุณสมบัติของนูทานิคซ์ที่เป็นที่รู้จักกันดี  การใช้ Karbon Platform Services ทำให้การพัฒนา Vision Insight และทีม DevOps ของเราสามารถเริ่มทำงานจากศูนย์จนสำเร็จเป็นตัวต้นแบบได้ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งในสี่จากที่เคยใช้มา  ลูกค้าที่ใช้งานซอฟต์แวร์นี้บน Karbon Platform Services ได้แก่ Schneider Electric ผู้เชี่ยวชาญชั้นนำระดับโลกด้านการจัดการพลังงาน และระบบอัตโนมัติ เป็นต้น

 

ประโยชน์หลักของ Karbon Platform Services

 

  • Managed Services ที่ครบครัน: PaaS ที่นำเสนอนี้ช่วยให้การพัฒนาและการใช้งานแอปพลิเคชันเป็นไปอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชั่นแบบ stateful containerized ที่เรียบง่ายไปจนถึง web-scale applications ที่ซับซ้อน โดยใช้ประโยชน์จากบริการแบบ open abstraction ที่หลากหลายและเรียบง่าย นอกจากนี้ Karbon Platform Services ยังประกอบด้วย managed Kubernetes (K8s-aaS), Containers-as-a-Service (CaaS), serverless Functions, AI, message bus, ingress, service mesh, ความสามารถในการสังเกตเพื่อประเมินสถานการณ์ (observability) และบริการด้านการรักษาความปลอดภัย

 

  • การทำงานลักษณะ SaaS บนมัลติคลาวด์: ทีมปฏิบัติการจะได้รับประโยชน์จากการทำงานที่เรียบง่ายและ uniform application ข้อมูล และการบริหารจัดการไลฟ์ไซเคิลด้านความปลอดภัย โดยไม่ต้องคำนึงว่าจะทำงานอยู่บนคลาวด์ประเภทใด โดยใช้ประโยชน์จากการบริหารจัดการไลฟ์ไซเคิลโครงสร้างพื้นฐานที่เป็น SaaS  ส่วนนักพัฒนาแอปพลิเคชันจะได้ประโยชน์จากบริการแพลตฟอร์มที่พรั่งพร้อมเพื่อใช้ในการเขียนแอปพลิเคชันและใช้งานได้ทันทีบนคลาวด์ผ่านระบบบริหารจัดการไลฟ์ไซเคิลของแอปพลิเคชั่นที่เป็น SaaS

 

  • ไฮบริด PaaS ที่ขยายได้: Karbon Platform Services มีความสามารถในการเคลื่อนย้ายข้อมูลข้ามระบบคลาวด์ และการจัดการไฮบริดแอปพลิเคชัน ผ่านช่องทางที่โปร่งใสในการส่งข้อมูลแบบ WAN-optimized และ data interface ที่ปรับขยายได้ ซึ่งคุณลักษณะนี้จะช่วยให้องค์กรมีความยืดหยุ่นในการนำบริการของตนเองมาทำงานบนแพลตฟอร์ม และใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศ Kubernetes ที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

 

  • เพิ่มการรักษาความปลอดภัย – Karbon Platform Services ช่วยให้ทีมไอทีสามารถใช้ประโยชน์จาก API และการรักษาความปลอดภัยที่มีความเหนียวแน่น พร้อมความสามารถที่เป็นหนึ่งเดียวในการสังเกต และตรวจสอบข้อมูลและแอปพลิเคชั่นโดยรวมบนคลาวด์  นอกจากนี้ยังรวมถึงบริการที่ครอบคลุมการรักษาความปลอดภัยแบบอัตโนมัติ พร้อม multi-tenancy และ role-based access control (RBAC) ที่ติดตั้งไว้ในตัวอีกด้วย

 

นายบ๊อบ ลาลิเบอตี้ Practice Director และนักวิเคราะห์อาวุโสของ ESG Research กล่าวว่า “ความซับซ้อนในการจัดการ Kubernetes และโครงสร้างพื้นฐานมัลติคลาวด์ ไม่เพียงทำให้ทีมปฏิบัติการไอทีมีงานล้นมือเท่านั้น แต่ยังทำให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์แอปพลิเคชันสมัยใหม่มีทรัพยากรและเครื่องมือใช้อย่างจำกัด  Karbon Platform Services ช่วยแยกความซับซ้อนด้านโครงสร้างออก และให้การจัดการ Kubernetes คอนเทนเนอร์ และโฮสต์บริการต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับนักพัฒนาในสภาพแวดล้อมแบบ PaaS ที่ง่ายและพร้อมใช้งาน  และจากการสำรวจ[1]ที่เราทำเมื่อเร็ว ๆ นี้ พบว่า ลูกค้า 70% ชอบการรวมพับลิคคลาวด์กับไพรเวทดาต้าเซ็นเตอร์ไว้ด้วยกันสำหรับการใช้ containerized applications มากกว่า  ซึ่ง Karbon Platform Services ตอบสนองความต้องการนั้นได้จากความยืดหยุ่นด้วยความสามารถในการควบคุมได้ทั้งหมดและบริหารจัดการมัลติคลาวด์ได้อย่างเรียบง่าย

Karbon Platform Services ของนูทานิคซ์พร้อมให้บริการกับลูกค้าแล้ว กรุณาเยี่ยมชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่

นอกจาก Karbon Platform Services แล้ว นูทานิคซ์ยังได้ประกาศเปิดตัว Xi Calm ที่เป็นโฮสต์โซลูชันในการจัดการและจัดระเบียบแอปพลิเคชัน เพื่อสนับสนุนการทำงานของทีม DevOps ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา

[1] Source: ESG Master Survey Results, Trends in Modern Application Environments, December 2019

 

from:https://www.techtalkthai.com/nutanix-kubernetes-platform-as-a-service/

[Guest Post] นูทานิคซ์ ตอกย้ำความแข็งแกร่งความเป็นผู้นำตลาด ด้วยนวัตกรรมด้านซอฟต์แวร์สำหรับ HCI

นูทานิคซ์ ตอกย้ำความแข็งแกร่งความเป็นผู้นำตลาด ด้วยนวัตกรรมด้านซอฟต์แวร์สำหรับ HCI ประกอบด้วยซอฟต์แวร์ด้านการรักษาความปลอดภัยประสิทธิภาพล้ำหน้า ด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ด้านระบบเครือข่ายและระบบอัตโนมัติที่ใช้ได้กับคลาวด์ทุกประเภท 

ณ งาน .NEXT ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 8-11 กันยายน 2563 นูทานิคซ์ (NASDAQ: NTNX) ผู้นำด้านคลาวด์คอมพิวติ้งระดับองค์กรประกาศเพิ่มขีดความสามารถใหม่ ๆ ครั้งสำคัญให้กับซอฟต์แวร์โครงสร้างพื้นฐานไฮเปอร์คอนเวิร์จ (HCI) ที่ได้รับความนิยมจากลูกค้า โดยนำเสนอนวัตกรรมต่าง ๆ ที่สำคัญต่อตลาดดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์ ความพิเศษคือนวัตกรรมเหล่านี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้เร็วขึ้นถึง 50%, มีระบบเวอร์ชวลเน็ตเวิร์คกิ้ง (virtual networking) ที่ช่วยให้ใช้งานมัลติคลาวด์ง่ายขึ้น รวมถึงระบบการตรวจสอบความปลอดภัยแบบครบวงจร เพื่อรองรับกลยุทธ์ Zero-Trust ที่ทุกสิ่งต้องผ่านการตรวสอบ พร้อมเพิ่มความสามารถต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับระบบอัตโนมัติ และการจัดการงบประมาณให้กับทรัพยากรด้านคลาวด์ นอกจากนี้ยังเพิ่มความสามารถในการขยายซอฟต์แวร์ HCI ของตนเองขึ้นไปยังพับลิคคลาวด์ นูทานิคซ์สร้างนวัตกรรมเพื่อยกระดับมาตรฐานตลาด HCI ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วไว้อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้องค์กรต่าง ๆ เข้าถึงระบบไอทีที่ทันสมัยอย่างแท้จริง

HCI กลายเป็นมาตรฐานในการขับเคลื่อนระบบไพรเวทคลาวด์ที่ทันสมัย การที่ซอฟต์แวร์ของนูทานิคซ์ได้รับการยอมรับจากลูกค้ากว่า 17,000 ราย และจากนักวิเคราะห์อุตสาหกรรมชั้นนำในด้านความเรียบง่ายในการใช้งาน ความสามารถในการปรับขยาย ความยืดหยุ่นและความปลอดภัยที่เหนือชั้น เป็นการพิสูจน์ว่านูทานิคซ์เป็นผู้นำในตลาด HCI ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วโดยปราศจากข้อกังขาใด ๆ ล่าสุดบริษัทฯ ได้รับการระบุชื่อให้เป็นผู้นำในรายงาน The Forrester Wave™: Hyperconverged Infrastructure, Q3 2020 โดยได้รับการจัดให้อยู่ในตำแหน่งผู้นำด้วยคะแนนสูงสุดจากทุกหมวดหมู่ ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอ กลยุทธ์ และบทบาทในตลาดในปัจจุบัน รายงาน The Forrester Wave ยังระบุว่า “นูทานิคซ์ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาด HCI ได้ด้วยนวัตกรรม การลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา ยอดขายที่ต่อเนื่อง การร่วมมือกับพันธมิตร และการมีลูกค้าใหม่ ๆ จากทุกกลุ่มอุตสาหกรรมและจากทุกภูมิภาค ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแผนงานของกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของนูทานิคซ์มีความชัดเจนและน่าทึ่ง”

 

การประกาศในครั้งนี้ได้เน้นให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของนูทานิคซ์ในการสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อตอบสนองความต้องการใหม่ ๆ ของลูกค้า และรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในวงการอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้นต่อไป 
การเพิ่มประสิทธิภาพใหม่ ๆ ให้กับ HCI ในครั้งนี้จะช่วยให้ลูกค้าของนูทานิคซ์ได้รับประโยชน์ดังนี้

ประสิทธิภาพการทำงานที่เร็วขึ้น 50%

การเพิ่มความสามารถให้กับสถาปัตยกรรม HCI ของนูทานิคซ์อีกครั้ง ช่วยให้ลูกค้าได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีล่าสุดด้านการจัดเก็บข้อมูล ซึ่งประกอบด้วย NVMe based SSDs และ Intel Optane SSDs  ค่าลาเทนซี่ที่ต่ำลงจะทำให้เวิร์กโหลด I/O ที่ต้องใช้การคำนวณจำนวนมาก เช่น ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ และแอปพลิเคชั่นด้านเฮลธ์แคร์ขนาดใหญ่ทำงานได้เร็วขึ้นถึง 50% ความสามารถใหม่ ๆ ที่เพิ่มเข้ามาในครั้งนี้ยังรวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการใช้เวอร์ชวลแมชชีนได้มากขึ้น เพื่อลดค่าใช้จ่ายโดยรวมของการใช้แอปพลิเคชั่นทั้งหมด

Blockstore เป็นเทคโนโลยีใหม่ของนูทานิคซ์ ซึ่งเป็นสตอเรจที่สามารถบริหารจัดการตัวเองได้และมีประสิทธิภาพสูงกว่าระบบการจัดเก็บไฟล์แบบดั้งเดิมอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ซอฟต์แวร์ HCI ของนูทานิคซ์ยังรองรับ Storage Performance Development Kit (SPDK) ซึ่งขณะนี้พร้อมให้ลูกค้าทดลองใช้ในลักษณะ technology preview ทั้งนี้ SPDK เป็นโอเพ่นซอร์สไลบรารี่ (open source library) ที่พัฒนาโดยอินเทล ที่ช่วยให้แอปพลิเคชั่นต่าง ๆ สามารถใช้ NVMe ได้โดยตรง เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ระบบปฏิบัติงานอื่น หลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายที่เกิดจากโปรแกรมที่ทำหน้าที่เชื่อมการทำงานระหว่างซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์เข้าด้วยกัน (kernel-level overhead) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้เร็วขึ้น การทำงานร่วมกันของ Blockstore และ SPDK จะช่วยเสริมคุณประโยชน์ของสถาปัตยกรรมที่ควบคุมการทำงานด้วยซอฟต์แวร์ (software-defined architecture) ของนูทานิคซ์ ช่วยให้เกิดความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องทั้งด้านประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นในการทำงาน

นายคริส โทเบียส ผู้จัดการทั่วไป แผนก Optane Solutions ของอินเทล กล่าวว่า “ในการเปิดตัว Joint Innovation Lab เมื่อเร็ว ๆ นี้ เรากำลังร่วมมือกับนูทานิคซ์ในการผสานรวมเทคโนโลยีล่าสุดและดีที่สุดของอินเทลเข้ากับซอฟต์แวร์ สแต็คของนูทานิคซ์ นอกเหนือจาก Intel® Optane™ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีลาเทนซี่ต่ำเป็นพิเศษ และเทคโนโลยี NVMe ซึ่งเป็นสตอเรจที่มีแบนด์วิดท์สูงจากอินเทลแล้ว ความสามารถต่าง ๆ ที่มีประสิทธิภาพล้ำหน้าซึ่งนูทานิคซ์ประกาศเพิ่มเติมนี้ จะช่วยให้ลูกค้าของเราทั้งสองบริษัทได้ใช้โซลูชั่น HCI เพื่อรองรับแอปพลิเคชั่นที่ต้องใช้การคำนวณจำนวนมาก และช่วยให้พวกเขามีความพร้อมในการสร้างสรรค์และพัฒนาการทำธุรกิจรูปแบบใหม่ ๆ

Zero-Trust Security ที่ไม่ยุ่งยาก

เพื่อคงไว้ซึ่งความมุ่งมั่นที่มีมาอย่างยาวนานในการให้บริการโครงสร้างพื้นฐานที่ปลอดภัย นูทานิคซ์ได้เปิดตัว Flow Security Central ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการแบบรวมศูนย์ในลักษณะ software as a service (SaaS) ซึ่งช่วยในเรื่องของการทำ Compliance Monitoring, มองเห็นรูปแบบการเชื่อมต่อและความเคลื่อนไหวของเน็ตเวิร์ค และการดำเนินการด้านการรักษาความปลอดภัยบนสภาพแวดล้อมทั้งแบบไพรเวทและพับลิคคลาวด์ที่ขับเคลื่อนด้วยนูทานิคซ์  

การใช้กลยุทธ์ Zero-Trust จำเป็นต้องมีการควบคุมนโยบายด้านเน็ตเวิร์คที่ละเอียดถี่ถ้วน รวมถึงความสามารถในการติดตามตรวจสอบ และอัปเดตการควบคุมเหล่านั้นแบบเรียลไทม์  อย่างไรก็ดี องค์กรหลายแห่งยังคงเผชิญกับความยุ่งยากที่ไม่สามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวของแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ และการจัดการด้านความปลอดภัยให้เป็นหนึ่งเดียว Security Central จัดสรรศูนย์ (hub) สำหรับดำเนินการด้านความปลอดภัยให้กับลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าสามารถประเมินระบบการรักษาความปลอดภัยโดยรวมของการใช้โซลูชั่นของนูทานิคซ์ได้อย่างง่ายดาย สามารถสร้างคำแนะนำอย่างละเอียดเพื่อนำพาสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ให้อยู่ในกฎระเบียบ และสามารถมองเห็นการทำงานของเน็ตเวิร์ค (network visibility) และบริบทที่จำเป็นต่อความปลอดภัยของคลาวด์เน็ตเวิร์คและแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ได้อย่างไม่ยุ่งยาก 

นอกจาก Security Central แล้ว นูทานิคซ์ยังเปิดเผยว่ากำลังพัฒนาความสามารถใหม่ด้านความปลอดภัยต่าง ๆ เพื่อเสริมแกร่งให้กับลูกค้าด้วยกลยุทธ์ Zero-Trust ประกอบด้วยส่วนขยายไปยัง native key manager และ การเข้ารหัสข้อมูลของนูทานิคซ์ เพื่อมอบสภาพแวดล้อมที่สะดวกและปลอดภัยให้กับการใช้งาน edge และ ROBO และยังประกอบด้วย AHV ที่รองรับการใช้งานกับ Virtualization-based Security (VBS) ของไมโครซอฟต์ และ Credential Guard ที่ช่วยปกป้อง Windows VDI เด็สก์ท็อปจากการโจมตีด้วยเล่ห์เหลี่ยมซับซ้อนไปยังหน่วยความจำ  และล่าสุดนูทานิคซ์ได้เปิดตัว security certifications ใหม่ เช่น updated FIPS 140-2 ซึ่งเป็นงานประเมินความปลอดภัยตามหลักเกณฑ์ทั่วไปที่ภาครัฐยอมรับ รวมถึงความสำเร็จในการทดสอบให้อยู่ใน DoDIN Approved Products List (APL) ของหน่วยการสื่อสารของกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา (Department of Defense Information Network: DoDIN)

ลดความซับซ้อนในการใช้คลาวด์ด้วยเวอร์ชวลเน็ตเวิร์คกิ้ง

นูทานิคซ์ประกาศว่ากำลังพัฒนาการเพิ่มขีดความสามารถใหม่ด้านเวอร์ชวลเน็ตเวิร์คกิ้งให้กับ Nutanix Flow ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในชุดซอฟต์แวร์ Nutanix HCI อยู่แล้ว  Flow Networking ทำงานอยู่บนโครงสร้างเวอร์ชวลไพรเวทคลาวด์ (virtual private cloud: VPC) ที่ผู้ให้บริการพับลิคคลาวด์รายใหญ่ใช้อยู่ จะช่วยลดความยุ่งยากของการสร้าง การแยก และการจัดการระบบเน็ตเวิร์คที่ควบคุมการทำงานด้วยซอฟต์แวร์ที่เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ที่ทำงานอยู่ในดาต้าเซ็นเตอร์ในองค์กร และบนพับลิคคลาวด์ โดยจะช่วยลดความซับซ้อนของระบบเน็ตเวิร์คเมื่อจะใช้ไฮบริดและมัลติคลาวด์ได้อย่างมีนัยสำคัญ

เทคโนโลยี VPC ใหม่นี้เป็นผลจากการที่นูทานิคซ์ลงทุนมานานหลายปีในการพัฒนา Nutanix Xi Cloud ที่สนับสนุนการทำงานให้กับโซลูชั่นด้านคลาวด์ของนูทานิคซ์ และเมื่อผสานรวมเข้ากับ AHV ซึ่งเป็นโซลูชั่นด้านเวอร์ชวลไลเซชั่นของบริษัทฯ แล้ว จะช่วยให้ลูกค้ามีทางเลือกเพิ่มขึ้นในการเชื่อมต่อกันระหว่างคลาวด์ประเภทต่าง ๆ ในการรวมฟีเจอร์เครือข่ายระดับสูง และในการสนับสนุนการทำงานของทีม DevOps ผ่านระบบเน็ตเวิร์คที่คล่องตัว ซึ่งจะช่วยให้การจัดเตรียมแอปพลิเคชั่นใหม่ ๆ ไปยังทุกสภาพแวดล้อมเป็นไปอย่างอัตโนมัติและรวดเร็ว

Applications Insight และระบบอัตโนมัติ

นูทานิคซ์ยังได้ประกาศเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการบริหารจัดการการทำงานของโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้บริการทีมงานด้านไอทีและนักพัฒนาแอปพลิเคชั่นได้ดีขึ้น ผ่าน Prism Ultimate ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ของ Prism ที่จะช่วยให้ผู้ดูแลระบบเข้าใจพฤติกรรมการทำงานของ Application และระบบอัตโนมัติที่ล้ำหน้ากับการแก้ปัญหาคอขวดด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับแอปพลิเคชั่น ทั้งยังช่วยให้มองเห็นความเคลื่อนไหวในการใช้ทรัพยากรไอทีด้านคลาวด์ เพื่อลดต้นทุนด้านไอที และการจัดทำงบประมาณได้เที่ยงตรงมากขึ้น Nutanix Prism ยังสามารถมอนิเตอร์สภาพแวดล้อมที่ไม่ได้ใช้โซลูชั่นของนูทานิคซ์ได้ ซึ่งรวมถึงเวอร์ชวลไลเซชั่นสแต็คที่เป็นที่นิยมต่าง ๆ เพื่อช่วยให้ลูกค้าของนูทานิคซ์สามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวของโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ทั้งหมด รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานแบบดั้งเดิมได้จากหน้าจอเดียว

นายราจีฟ มิรานี ประธานฝ่ายไอทีของนูทานิคซ์ กล่าวว่า “วิศวกรและสถาปนิกของเรากำลังสร้างรากฐาน ให้กับสถาปัตยกรรมไฮบริด เพื่อใช้งานแอปพลิเคชั่น และจัดการกับปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากในปัจจุบันเพราะระบบไอทีกำลังเข้ามามีบทบาทด้านกลยุทธ์มากขึ้น  และเพื่อเป็นการช่วยลูกค้าของเราปรับเปลี่ยนสู่รูปแบบการดำเนินงานแบบไฮบริดและมัลติคลาวด์ นูทานิคซ์จึงได้ลงทุนครั้งสำคัญในการวิจัยและพัฒนากลุ่มซอฟต์แวร์หลักของเราให้ล้ำหน้ามากยิ่งขึ้น  ความสามารถใหม่เหล่านี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับซอฟต์แวร์ของเรา ทั้งในด้านประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือ ช่วยขยายการทำงานข้ามเน็ตเวิร์ค การรักษาความปลอดภัย ประสิทธิภาพการทำงาน และระบบอัตโนมัติ”

ความสามารถใหม่ด้านเน็ตเวิร์คที่กำหนดการทำงานด้วยซอฟต์แวร์ใน Nutanix Flow ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา

from:https://www.techtalkthai.com/nutanix-hcl-dot-next/

Nutanix เตรียมเปิดบริการคลัสเตอร์บน Azure, เพิ่มฟีเจอร์ Software-Defined Network

Nutanix จัดงาน .NEXT วันนี้พร้อมกับประกาศบริการชุดใหม่ โดยบริการสำคัญคือ Nutanix Clusters on Azure เปิดทางให้ลูกค้าสามารถใช้ Azure สำหรับขยายคลัสเตอร์ออกไป จากเดิมที่รองรับเฉพาะ AWS ทำให้ลูกค้า Nutanix สามารถย้ายโหลดไปยังคลาวด์ที่ต้องการ ทั้งกรณีต้องการขยายระบบชั่วคราว, ย้ายระบบถาวร, หรือใช้คลาวด์เป็นศูนย์ข้อมูลสำรอง

สำหรับลูกค้าที่ใช้ Azure อยู่แล้ว ทาง Nutanix ระบุว่าการใช้งาน Nutanix Clusters on Azure จะนับเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาการใช้งาน Microsoft Azure Consumption Commitment (MACC)

สำหรับผู้ใช้ระบบจัดการ VM ของ Nutanix ในงานมีการเปิดตัว Flow Networking ระบบจัดการเน็ตเวิร์คแบบ software-defined network จัดการการเชื่อมต่อ VPC ไปยังคลาวด์, NAT, Access Control Lists (ACL), ไปจนถึง VPN โดยหน้าจอจัดการยังอยู่ใน Prism เช่นเดิม และสามารถจัดการได้ไม่ว่าเซิร์ฟเวอร์จริงจะอยู่ on-premise หรือบนคลาวด์

Flow Networking จะปล่อยฟีเจอร์จริงปีหน้า ส่วน Nutanix Clusters on Azure เปิดให้ลงทะเบียนรอคิวทดสอบพรีวิวแล้ว

ที่มา – Nutanix (Azure), Nutanix (Flow)

No Description

from:https://www.blognone.com/node/118340

Nutanix ระดมทุนเพิ่มได้อีก 24,000 ล้านบาท และ CEO ประกาศเตรียมวางมือ เปิดโอกาสให้ผู้บริหารใหม่เข้ามาผลักดันการเติบโต

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา Nutanix ได้ออกมาเผยถึงการระดมทุนรอบล่าสุดที่นำโดย Bain Capital เป็นมูลค่าสูงถึง 750 ล้านเหรียญหรือราวๆ 24,000 ล้านบาท ส่งผลให้หุ้นของ Nutanix สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และ Dheeraj Pandey ผู้ดำรงตำแหน่ง CEO และหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งของ Nutanix ก็ได้ประกาศเตรียมวางมือในระหว่างที่รอจ้าง CEO คนใหม่เข้ามาบริหารไปในเวลาเดียวกัน

Credit: Nutanix

Dheeraj Pandey นั้นบริหาร Nutanix มาตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทเมื่อปี 2009 และทำให้บริษัทเติบโตจนมีรายรับต่อปีสูงถึง 1,310 ล้านเหรียญหรือราวๆ 41,920 ล้านบาทแล้ว โดยการประกาศวางมือครั้งนี้เขามองว่าเมื่อบริษัทเติบโตขึ้นจนถึงระดับนี้และยังได้รับการระดมทุนครั้งใหญ่เพิ่มเติม ก็ถือเป็นโอกาสดีที่ Nutanix จะได้เปลี่ยนถ่ายไปสู่ยุคใหม่และสร้างความสำเร็จต่อไปในทศวรรษถัดไป

หลังจากวางมือ เขาตั้งใจจะใช้เวลากับครอบครัวให้มากขึ้น และมีเวลาให้กับตัวเองในการเขียนและการอ่านในเรื่องที่เขาสนใจ เรียนรู้ในศาสตร์ด้านใหม่ๆ เพิ่มเติม ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยทำได้เลยในระหว่างที่ดำรงตำแหน่ง CEO ซึ่งเต็มไปด้วยความรับผิดชอบมากมาย

ในส่วนของการระดุมทุนนั้น นอกจากการลงทุนโดย Bain Capital ที่มูลค่าสูงถึง 24,000 ล้านบาทแล้ว ทาง Bain Capital เองก็จะมีที่นั่งในบอร์ดบริหารอีก 2 ที่ด้วย ซึ่งการลงทุนครั้งนี้จะทำให้ Nutanix มีความยืดหยุ่นด้านการเงินมากขึ้น และมีทรัพยากรสำหรับสร้างการเติบโตต่อไปในอนาคต โดยเป้าหมายของ Nutanix นอกจากการเพิ่มยอดขายนั้นก็คือการเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจไปสู่การเป็น Annual Contract Value หรือ ACV แทน

ส่วนผลประกอบการของ Nutanix ในปีงบประมาณ 2020 นั้น รายรับโดยรวมเติบโตขึ้น 5.7% ที่มูลค่า 1,310 ล้านเหรียญหรือราวๆ 41,920 ล้านบาท แต่โดยรวมแล้วธุรกิจโดยรวมยังคงขาดทุนอยู่ที่ 872 ล้านเหรียญหรือราวๆ 27,904 ล้านบาท

ทีมงาน TechTalkThai เองสมัยก่อนที่ออกมาทำเว็บก็มีโอกาสได้เมล์คุยธุรกิจตรงกับคุณ Dheeraj Pandey อยู่บ้าง ก็ขอให้เส้นทางในอนาคตของคุณ Dheeraj มีความสุขและประสบความสำเร็จต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ครับ

ที่มา: https://blocksandfiles.com/2020/08/28/nutanix-bain-capital-investment/

from:https://www.techtalkthai.com/nutanix-secures-24000-million-thb-investment-and-dheeraj-pandey-is-going-to-retire/

ซีอีโอ Nutanix เตรียมลาออกแล้ว หลังทำงานมากว่า 11 ปี

ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Nutanix อย่าง Dheeraj Pandey กำลังจะเกษียณจากบริษัทที่เขาร่วมก่อตั้งเมื่อ 11 ปีที่แล้วจนกระทั่งเติบโตเป็นผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ยักษ์ใหญ่มูลค่า 1.6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปัจจุบัน

โดยเขาออกแถลงการณ์ว่า “การได้ร่วมก่อตั้งและพาบริษัท Nutanix ก้าวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องในช่วง 11 ปีที่ผ่านมาถือเป็นประสบการณ์ที่เป็นดั่งรางวัลชีวิตมากที่สุดหนึ่งเดียวในการทำงานของตัวเอง ด้วยวิสัยทัศน์ในการทำให้โครงสร้างพื้นฐานไอทีเรียบง่ายจนแทบมองไม่เห็น”

“ทีมงานของเราได้สร้าง Nutanix ให้กลายเป็นผู้นำด้านซอฟต์แวร์สำหรับคลาวด์ และเป็นผู้บุกเบิกโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานแบบไฮบริดจ์คลาวด์จนประสบความสำเร็จ จึงมั่นใจได้ว่าไม่มีเวลาอื่นที่เหมาะแก่การถ่ายทอดตำแหน่งให้ผู้นำคนใหม่เท่าตอนนี้อีกแล้ว”

“ผมคาดหวังให้ผู้นำคนใหม่สามารถผลักดัน Nutanix ไปสู่ทศวรรษหน้าที่ยิ่งใหญ่และประสบความสำเร็จขึ้นไปอีกขั้น” ทั้งนี้ Pandey ถือเป็นหนึ่งในผู้นำนวัตกรรมใหม่ด้านโครงสร้างพื้นฐานไฮเปอร์คอนเวอร์เจนต์ ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทในปี 2009

ที่มา : CRN

from:https://www.enterpriseitpro.net/nutanix-ceo-dheeraj-pandey-is-leaving/

[Guest Post] SiS จับมือ Nutanix เปิดตัว “Private Cloud as a Service” ตอบโจทย์ความต้องการของ IT ยุคใหม่ เน้นความคุ้มค่าในการใช้งาน

บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้นำธุรกิจ IT Distribution ในประเทศไทย ดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2535 และเป็นผู้ให้บริการ Cloud สำหรับองค์กรภายใต้ชื่อ “SiS Cloud Services” ร่วมมือกับ Nutanix Thailand ผู้นำด้าน platform สำหรับ Enterprise Cloud จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวบริการ “Private Cloud as a Service” บริการคลาวด์รูปแบบใหม่ เจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการระบบที่ยืดหยุ่นเหมือน public cloud เพิ่ม ลดการใช้งานได้อย่างรวดเร็ว และจ่ายค่าบริการเป็นรายเดือนได้ รวมถึงมี infrastructure สำหรับใช้งานแบบส่วนตัว ตอบโจทย์ความต้องการของ IT ยุคใหม่ที่เน้นเรื่องความคุ้มค่าในการใช้งาน และปรับเปลี่ยนปริมาณการใช้งานได้อย่างคล่องตัวเพื่อตอบรับสถานการณ์ความไม่แน่นอนในอนาคต ณ โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว กรุงเทพ ฟอร์จูน

นายสมชัย สิทธิชัยศรีชาติ กรรมการผู้จัดการ  บริษัทเอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงที่มาของธุรกิจคลาวด์เซอร์วิสว่า “บริษัทดำเนินธุรกิจด้าน IT ที่มีสินค้าหลากหลาย จำหน่ายให้กับผู้ใช้ผ่านคู่ค้าทั่วประเทศ โดยหนึ่งในกลุ่มสินค้าสำคัญที่บริษัทฯ ให้บริการคือโซลูชั่นด้าน Server และ Storage ที่มีตั้งแต่ Server/Storage ขนาดเล็ก ระบบขนาดใหญ่ที่มี Server หลายเครื่อง เชื่อมต่อผ่าน Storage Area Network และระบบ Hyper-Converged ที่ขยายระบบได้ง่าย ซึ่งบริษัทฯ เป็นผู้แทนจำหน่ายให้กับผู้ผลิตชั้นนำของโลก ไม่ว่าจะเป็น Dell EMC, Hewlett Packard Enterprise, Lenovo, VMware, Nutanix และให้บริการได้ครบทั้ง Hardware, Software และบริการให้คำแนะนำพร้อมการติดตั้ง 

ที่ผ่านมาในอดีตการนำระบบ Server/Storage ไปใช้งาน ผู้ใช้จะจัดซื้อระบบต่างๆ ที่ต้องใช้เงินลงทุนตามขนาดระบบ ซึ่งเพื่อให้ลงทุนได้ง่ายขึ้น บริษัทฯ ให้บริการด้านเช่าซื้อที่ช่วยให้การนำระบบไปใช้ทำได้ง่ายและสะดวกต่อการใช้งาน และล่าสุดได้เปิดให้บริการด้านเช่าใช้ผ่านบริการ SiS Cloud Services ที่ผู้ใช้สามารถใช้งานระบบ Server/Storage ขนาดใหญ่ที่ SiS ลงทุนไว้ ในลักษณะเช่าใช้งาน โดย SiS เป็นผู้ดูแลระบบให้สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าบริการคลาวด์เซอร์วิสจะเป็นเรื่องใหม่ในประเทศไทย แต่ได้ความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะในภาวะวิกฤต Covid-19 ที่เกิดความผันผวนสูง ทำให้หลายองค์กรหันมาพิจารณาการเช่าใช้ผ่านคลาวด์เซอร์วิสเพิ่มขึ้น ซึ่งบริษัทฯ มีความยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลูกค้าฝ่าวิกฤตสำคัญที่กำลังเกิดขึ้น”

ด้านคุณพันธนา ณ ตะกั่วทุ่ง ผู้จัดการทั่วไปแผนกคลาวด์  บริษัทเอสไอเอส  ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงบริการ Private Cloud as a Service ที่ทาง SiS Cloud Services ได้จับมือกับ Nutanix Thailand ว่า “SiS และ Nutanix ได้เป็นพาร์ตเนอร์กันมานานแล้ว SiS เป็นตัวแทนนำเข้า Nutanix มากว่า 7 ปี และมีทีมงานที่เชี่ยวชาญด้านการติดตั้งและดูแล Nutanix ครบทุกๆโซลูชั่น นอกจากนั้นเราได้นำ Nutanix เข้ามาเป็นหนึ่งใน platform หลักสำหรับให้บริการ public cloud มากว่า 3 ปีแล้ว

และที่ผ่านมา Nutanix ได้แสดงให้เห็นว่าสามารถลดต้นทุนในการให้บริการ และเพิ่มเสถียรภาพให้กับระบบ cloud ที่เราให้บริการอยู่ได้มาก วันนี้เราจึงตัดสินใจที่จะนำ Nutanix มาเป็น platform หลักในการให้บริการ Private Cloud as a Service โดยทางเราจะจัดหาอุปกรณ์และ software ที่เกี่ยวข้องสำหรับใช้งาน private cloud ให้อย่างครบถ้วนและครอบคลุมไปถึงการติดตั้งพร้อมการดูแลระบบหลังการขายให้แบบ 24×7 โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ที่สำคัญคือผู้ใช้งานสามารถปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ได้ตามความต้องการและสามารถชำระค่าบริการได้ทั้งแบบรายเดือนหรือรายปี”

ด้านคุณทวิพงศ์ อโนทัยสินทวี ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท Nutanix (Thailand) กล่าวว่า “Nutanix เป็นบริษัทผู้พัฒนาและเป็นผู้นำเทคโนโลยี Enterprise Cloud Platform ที่ช่วยให้องค์กรสามารถสร้างสภาพแวดล้อม Private Cloud ที่มีประสิทธิภาพ ความแข็งแกร่ง ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า ซึ่งสามารถรองรับแอพพลิเคชั่นได้ทุกรูปแบบ ในช่วงเวลาที่องค์กรต่างๆต้องเผชิญแรงกดดันในการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน และในอีกมุมก็จำเป็นที่จะต้องลดต้นทุนต่างๆ ในสภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวน เทคโนโลยีของ Nutanix สามารถช่วยสนับสนุนให้องค์กรบรรลุเป้าประสงค์ทั้ง 2 ประเด็นนี้ได้ด้วยแพลตฟอร์มที่รองรับทั้ง Legacy Application และ Cloud Native Application โดยมี Virtualization และ Container Services รวมเข้ามาให้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

อีกทั้งแพลตฟอร์มของ Nutanix นั้นสามารถเริ่มต้นเท่าที่ใช้ และขยายเพิ่มเมื่อมีความต้องการได้แบบออนไลน์ (Pay-as-You-Grow) ทำให้องค์กรสามารถพัฒนาแอพพลิเคชั่นของตนเองได้อย่างรวดเร็ว และควบคุมต้นทุนของต้นเองได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนั้นองค์กรยังสามารถต่อยอดการนำเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาปรับใช้ได้ทันทีเมื่อต้องการไม่ว่าจะเป็น Database as a Service, Storage Service เป็นต้น โดยความร่วมมือกับ SiS Cloud สร้างประโยชน์ให้กับองค์กร และผู้ใช้มากยิ่งขึ้นด้วยการสนับสนุนจากทีมงานที่มีทักษะ และองค์ความรู้ขั้นสูง และการคิดค่าใช้จ่ายกับองค์กรที่มีความยืดหยุ่นด้วยรูปแบบของ As a Service”

สำหรับองค์กรที่สนใจบริการ “Private Cloud as a Service” สามารถติดต่อบริษัทได้ที่อีเมล์ cloud@sisthai.com หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.siscloudservices.com/th/our-services/private-cloud-as-a-service/nutanix-private-cloud ซึ่งทาง SiS Cloud Services มีโปรโมชั่นพิเศษ เริ่มต้นเพียงเดือนละ 39,000 บาท วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2563

—————————————————–

ข้อมูลเพิ่มเติม

SiS Cloud Services เป็นบริการ Cloud สำหรับองค์กร โดยปัจจุบันเรามีผู้ใช้บริการแล้วกว่า 200 องค์กร ซึ่งทั้งหมดได้มาจากการทำงานร่วมกับคู่ค้าของบริษัท โดยบริการของเรามีจุดเด่นอยู่ที่ความปลอดภัยของข้อมูลและบริการที่หลากหลาย โดยเราได้ผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO 27001:2013 ด้าน Cloud Service ซึ่งเป็นมาตรฐานที่เกี่ยวกับความปลอดภัยทางด้านสารสนเทศโดยเฉพาะ อีกทั้งศูนย์ Datacenter ที่เราใช้อยู่ก็ยังได้มาตรฐานระดับสากล ไม่ว่าจะเป็น PCI DSS, ISO 27001:2013 และ มาตรฐาน Tier 3 จาก Uptime Institute ที่สำคัญคือเราใช้งานศูนย์ Datacenter 2 แห่งที่อยู่ห่างกัน 30 กิโลเมตรเพื่อปกป้องข้อมูลไม่ให้สูญหายเมื่อเกิดภัยพิบัติ โดยเรามีบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนระบบ IT ของหน่วยงานให้เป็น Cloud ทั้งหมด หรือการทำไซต์สำรองข้อมูลบน Cloud สำหรับกู้คืนระบบจากภัยพิบัติ

from:https://www.techtalkthai.com/sis-and-nutanix-launches-private-cloud-as-a-service/

Nutanix เปิดตัว Nutanix Clusters on AWS ใช้ไลเซนส์เดิมไปรันบนคลาวด์หรือซื้อเพิ่มตามการใช้งานจริงก็ได้

Nutanix ประกาศความร่วมมือกับ AWS ให้บริการ Nutanix Clusters บน AWS เปิดทางให้องค์กรที่ใช้งานอยู่แล้วสามารถย้ายโหลดขึ้นไปยังคลาวด์ได้ โดยรองรับงานทั้งการให้บริการ Virtual Desktop และงานที่ต้องการ I/O สูงๆ

Nutanix Clusters ใช้เซิร์ฟเวอร์แบบ bare metal บน AWS (รองรับ m5d.metal, i3.metal, i3em.metal, และ z1d.metal) และบริการนี้สามารถเลือกโหนดบน AWS โดยระบุให้โหนดอยู่คนละตู้เซิร์ฟเวอร์ (rack aware) เพิ่มความมั่นใจว่าระบบจะมีโอกาสดาวน์ต่ำ และหากโหนดมีปัญหาจริงก็สร้างเครื่องใหม่อัตโนมัติ ตัวคลัสเตอร์บนคลาวด์สามารถเชื่อมต่อกลับเข้ามาในศูนย์ข้อมูลขององค์กรเพื่อทำตัวเป็นระบบสำรอง

ทาง Nutanix ระบุว่าการจัดการคลัสเตอร์ทั้งในศูนย์ข้อมูลและบนคลาวด์ยังจัดการผ่าน Prism Central ได้ทั้งระบบ

ลูกค้าสามารถนำไลเซนส์เดิมย้ายมาใช้งานบนคลาวด์ได้ หรือหากซื้อไลเซนส์ใหม่สามารถซื้อแบบจ่ายตามจริง เริ่มต้นชั่วโมงละ 1.07 ดอลลาร์ หรือปีละ 9,361.60 ดอลลาร์ โดยมีส่วนลด 25% สำหรับการสัญญาว่าใช้เกิน 35,000 ดอลลาร์ต่อปี ละ 40% สำหรับการสัญญาว่าใช้งานเกิน 100,000 ดอลลาร์ต่อปี

ที่มา – Nutanix

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/117962

[Guest Post] โครงสร้างพื้นฐานไฮบริดคลาวด์ของ Nutanix พร้อมให้บริการแล้วบน Amazon Web Services

ซอฟต์แวร์  Nutanix Clusters ช่วยให้การโยกย้ายแอปพลิเคชัน และการทำงานร่วมกันบนคลาวด์ต่าง ๆ เป็นไปอย่างราบรื่น ช่วยให้การโยกย้ายสู่คลาวด์ขององค์กรทำได้เร็วขึ้นบน AWS

Preview(opens in a new tab)

 

  นูทานิคซ์  (NASDAQ: NTNX) ผู้นำด้านเอ็นเตอร์ไพรส์คลาวด์คอมพิวติ้ง ประกาศความพร้อมใช้งานซอฟต์แวร์ Nutanix Clusters บน AWS ซึ่งจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวและความง่ายในการใช้ซอฟต์แวร์โครงสร้างพื้นฐานไฮเปอร์คอนเวิร์จ (HCI) รวมถึงผลิตภัณฑ์และบริการของ Nutanix บน Amazon Elastic Compute Cloud (Amazon EC2) ซึ่งเป็นเซิร์ฟเวอร์เสมือนที่อยู่บน Amazon Web Services (AWS)  โดยการเปิดตัวในครั้งนี้ Nutanix จะเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานไฮบริดคลาวด์ที่ช่วยให้ธุรกิจทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัลได้เร็วขึ้น และควบคุมค่าใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างเหมาะสม ซึ่งสองสิ่งนี้สำคัญมากในช่วงวิกฤตโควิด  Nutanix นำเสนอการผสานรวมระบบประมวลผลและการจัดเก็บข้อมูลเข้าไว้ด้วยกัน, รวมการบริหารจัดการทั้งไพรเวทและพับลิคคลาวด์ไว้บนหน้าจอเดียวกัน, เชื่อมโยงและผสานการทำงานกับระบบเครือข่ายของ AWS โดยตรง และความสามารถในการนำไลเซนส์ซอฟต์แวร์ไปใช้งานได้ทั้งบนไพรเวทและพับลิคคลาวด์ เพื่อแก้ปัญหาความท้าทายด้านเทคนิคและการปฏิบัติงานที่สำคัญที่เกิดขึ้นในยุคของไฮบริดคลาวด์

รายงานของ Gartner ระบุว่าภายในปี 2564 องค์กรกว่า 90% จะมีการใช้งานมัลติคลาวด์หรือไฮบริดคลาวด์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านไอทีของตน[1] ในขณะที่บริษัทต่าง ๆ ต้องการใช้ความคล่องตัวซึ่งเป็นคุณสมบัติของมัลติคลาวด์ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องติดขัดอยู่กับความซับซ้อน การทำงานแบบไซโล และค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการทั้งไพรเวทและพับลิคคลาวด์ ดังนั้นการมีโซลูชันรวมศูนย์หนึ่งเดียวที่ให้ประสบการณ์ ให้เครื่องมือ และการปฏิบัติงานที่สอดคล้องกันทั่วทุกระบบคลาวด์ จะช่วยให้บริษัทฯ สามารถทลายกำแพงของการทำงานแบบไซโลลงได้ และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ในขณะเดียวกันก็ได้ใช้ประโยชน์จากความยืดหยุ่นในการเลือกใช้คลาวด์ที่เหมาะสมกับงานแต่ละประเภท  

Nutanix ส่งต่อความเรียบง่ายในการใช้ซอฟต์แวร์ของตนไปยังการใช้งานพับลิคคลาวด์ ช่วยลดค่าใช้จ่าย และขจัดความซับซ้อนในการบริหารจัดการการใช้งานแบบไฮบริดคลาวด์ นอกจากนี้การที่มีระบบเน็ตเวิร์กที่ผสานการทำงานกับ AWS ที่ติดตั้งมาพร้อม ช่วยให้สามารถเคลื่อนย้ายแอปพลิเคชันและข้อมูลระหว่างไพรเวทและพับลิคคลาวด์ได้อย่างราบรื่นโดยไม่ต้องทำการปรับสถาปัตยกรรมของแอปพลิเคชันใด ๆ ทำให้ปัจจุบันลูกค้าสามารถเลือกใช้คลาวด์ที่เหมาะสมกับแอปพลิเคชันแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ พร้อมด้วยประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นในการนำไลเซนส์ซอฟต์แวร์ไปใช้กับคลาวด์ได้ทุกประเภท ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการลดต้นทุนและการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร

นอกจากนี้ ลูกค้าจะสามารถใช้ประโยชน์จากชุดซอฟต์แวร์ครบวงจรของ Nutanix กับไพรเวทและพับลิคคลาวด์ ซึ่งประกอบโซลูชัน Files สำหรับจัดเก็บข้อมูลสำหรับไฟล์แชร์, โซลูชัน Calmที่ช่วยประสานการใช้งานแอปพลิเคชัน, โซลูชัน Era ที่ใช้ในการดูแลระบบฐานข้อมูล และอื่น ๆ

นาย Doug Yeum หัวหน้าฝ่ายพันธมิตรช่องทางการขายระดับโลกของ Amazon Web Services, Inc. กล่าวว่า “การเปิดตัว Clusters on AWS ทำให้เราตื่นเต้นที่จะได้ช่วยสนับสนุนให้ลูกค้าขยายการใช้งานไพรเวทคลาวด์ไปยัง AWS ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้ามีความยืดหยุ่นในการใช้ประโยชน์สูงสุดทั้งจากสภาพแวดล้อมของ AWS และ Nutanix โดยลูกค้ามีโอกาสใช้ประโยชน์จาก Nutanix Clusters on AWS  เพื่อใช้งานแอปพลิเคชันคลาวด์-เนทีฟของตนได้บน AWS และเป็นช่องทางลัดสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล”

 

 

ฟีเจอร์สำคัญ ๆ ของ Nutanix Clusters

  • การเคลื่อนย้ายแอปพลิเคชันและข้อมูล: ซอฟต์แวร์ Nutanix Clusters ช่วยแก้ปัญหาสำคัญที่องค์กรต้องประสบในการปรับเปลี่ยนไปใช้คลาวด์ โดยช่วยทำให้การโยกย้ายแอปพลิเคชันและข้อมูลเดิมไปยังระบบคลาวด์เป็นไปอย่างราบรื่น ช่วยให้เกิดความคล่องตัวโดยไม่จำเป็นต้องออกแบบแอปพลิเคชันใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาและมีค่าใช้จ่ายสูง
  • การทำงานที่คล่องตัวด้วยสภาพแวดล้อมคลาวด์หนึ่งเดียว: ซอฟต์แวร์ Nutanix Clusters ช่วยให้ลูกค้าสามารถสร้าง จัดการ และทำให้โครงสร้างพื้นฐานและแอปพลิเคชันทำงานร่วมกันได้ทั้งบนไพรเวทและพับลิคคลาวด์ภายใต้อินเทอร์เฟสเดียว แตกต่างจากโซลูชันของคู่แข่งอื่น ๆ ที่มีการบริการจัดการคลาวด์แบบไซโล แต่ Nutanix Clusters สามารถบริหารจัดการได้ทั้งบนไพรเวทและพับลิคคลาวด์ การทำงานเป็นหนึ่งเดียวนี้ช่วยให้องค์กรไม่จำเป็นต้องมีทีมทำงานหลายทีมเพื่อบริหารจัดการคลาวด์แต่ละประเภท หรือไม่จำเป็นต้องมีการเพิ่มเสริมทักษะเฉพาะให้กับทีม ทั้งยังทำให้การใช้งานแอปพลิเคชันข้ามคลาวด์ประเภทต่าง ๆ เป็นไปอย่างราบรื่น
  • ผสานการทำงานร่วมกับระบบเน็ตเวิร์กของ AWS: การมีฟีเจอร์ในการทำงานร่วมกับเลเยอร์ของ AWS networking ที่ติดตั้งมาเรียบร้อยในซอฟต์แวร์ Nutanix Cluster ช่วยให้เกิดประโยชน์ ทั้งต่อประสิทธิภาพและความง่ายในการใช้งาน ช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้บัญชี AWS ที่มีอยู่ ซึ่งรวมถึงเครดิตที่ยังไม่ได้ใช้ ระบบเวอร์ชวล ไพรเวทคลาวด์ และ เน็ตเวิร์กย่อยอื่น ๆ ได้ สิ่งเหล่านี้ทำให้สามารถรวมศูนย์การบริหารจัดการไพรเวทและพับลิคคลาวด์เป็นหนึ่งเดียวได้อย่างแท้จริง และช่วยให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ในการบริหารจัดการระบบไฮบริคคลาวด์ที่เรียบง่าย
  • ลงทุนด้านคลาวด์อย่างมีประสิทธิภาพ: นอกจากจัดการกับความท้าทายหลัก ๆ ด้านเทคนิคและการดำเนินงานแบบไฮบริดคลาวด์แล้ว ซอฟต์แวร์ Clusters ช่วยประหยัดต้นทุนให้กับลูกค้าได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยช่วยขจัดต้นทุนที่เกิดจากความจำเป็นที่ต้องใช้ทีมงานดูแลคลาวด์แต่ละประเภท ขจัดค่าใช้จ่ายที่เกิดจากความจำเป็นในการโยกย้ายแอปพลิเคชันเดิม ๆ และจัดการกับพับลิคคลาวด์คลัสเตอร์ที่ไม่ได้ใช้งานได้เพียงคลิกเดียวเพื่อช่วยขจัดความสิ้นเปลืองนอกจากนี้ Xi Beam ของ Nutanix ยังมีคุณสมบัติที่ช่วยให้สามารถนำไลเซนส์ซอฟต์แวร์ไปใช้บนคลาวด์ประเภทใดก็ได้ มีรูปแบบการซื้อที่ยืดหยุ่น สามารถมองเห็นและรับรู้การใช้จ่ายด้านคลาวด์ได้มากขึ้น ซึ่งช่วยให้ธุรกิจใช้การลงทุนด้านคลาวด์อย่างคุ้มค่าและเลือก    คลาวด์ที่ใช่สำหรับเวิร์กโหลดแต่ละประเภทได้อย่างแท้จริงโดยไม่ต้องล็อคอิน
  • อิสระในการเลือกใช้: Nutanix Clusters on AWS ช่วยให้ลูกค้ามีตัวเลือก ไม่ว่าจะเป็นการนำฮาร์ดแวร์ภายในองค์กรที่มีอยู่กลับมาใช้ใหม่ หรือใช้เครดิต AWS เมื่อต้องการสร้างไฮบริดคลาวด์ รวมถึงลูกค้ายังสามารถเลือกที่จะนำไลเซนส์ซอฟต์แวร์ในองค์กรมาใช้ หรือเลือกรูปแบบการชำระเงินตามการใช้งานจริง (pay-as-you-go) หรือรูปแบบ Cloud Commit

จากการสำรวจ และทำการประเมินกับลูกค้าทำให้ได้ลักษณะของงานหลัก ๆ ที่เหมาะสมกับการนำ Nutanix Clusters มาใช้ซึ่งประกอบด้วย

  • Lift and Shift: ลูกค้าสามารถย้ายแอปพลิเคชันไปยังระบบคลาวด์ หรือรวมดาต้าเซ็นเตอร์ขององค์กรได้ง่าย ๆ ด้วยการ “Lift and Shift” โดยไม่ต้องทำการปลี่ยนแปลงใด ๆ ซอฟต์แวร์ Clusters ช่วยให้ลูกค้าไม่จำเป็นต้องออกแบบสถาปัตยกรรมใหม่ให้กับแอปพลิเคชันซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาได้อย่างมีนัยสำคัญนอกจากนี้ Nutanix Move ยังให้ความคล่องตัวในการโยกย้ายแอปพลิเคชันระหว่างโซลูชันที่ไม่ใช่ของ Nutanix กับ Nutanix Clusters เพื่อช่วยลดความซับซ้อนของกระบวนการทำงาน
  • ยืดหยุ่นได้ตามต้องการ: ลูกค้าสามารถปรับขยายขนาด หรือขยายการทำงานไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที โดยการเข้าไปเพิ่มการใช้งานบนพับลิคคลาวด์เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นตามเทศกาลต่าง ๆ หรือปรับเปลี่ยนลำดับความสำคัญและอื่น ๆ  สิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งเมื่อมีเรื่องของความเร็วมาเกี่ยวข้อง และการเพิ่มขีดความสามารถที่เป็นกระบวนการทำงานที่ต้องอาศัยเวลา เช่น การขยายทรัพยากรด้าน VDI เป็นต้น
  • ความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ: ลูกค้าสามารถใช้ประโยชน์จาก AWS เพื่อให้เกิดความพร้อมใช้งานระดับสูงและการกู้คืนระบบโดยปราศจากความซับซ้อนที่จะเพิ่มขึ้นระหว่างการบริหารจัดการสภาพแวดล้อมคลาวด์ หรือโซลูชันการกู้คืนระบบที่เป็นแบบ stand-alone
  • การให้บริการคลาวด์เนทีฟ: ลูกค้าสามารถใช้บริการคลาวด์-เนทีฟกับแอปพลิเคชันที่ใช้อยู่แล้วภายในองค์กร โดยไม่มีค่าออกแบบใหม่ที่แพง ซึ่งจะส่งผลให้แอปพลิเคชันที่มีอยู่มีความทันสมัยมากขึ้นได้อย่างง่ายดาย โดยใช้ประโยชน์จากบริการต่าง ๆ ของคลาวด์เนทีฟ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) แมชชีนเลิร์นนิ่ง (ML) การวิเคราะห์ และอื่น ๆ เพื่อทำให้การสร้างสรรค์ทางดิจิทัลของลูกค้าล้ำหน้ามากขึ้น

นายทาร์คาน เมเนอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ของ Nutanix กล่าวว่า “เราได้พยายามมาโดยตลอดที่จะทำให้ไอทีเป็นเรื่องง่ายและทำงานประดุจไร้ตัวตนเพื่อลูกค้าของเรา ในขณะที่อุตสาหกรรมพัฒนาขึ้น ความมุ่งมั่นของเราได้ขยายจากเรื่องดาต้าเซ็นเตอร์ออกไปไกลถึงการช่วยให้ลูกค้าของเราจัดการกับความซับซ้อนของการใช้คลาวด์หลากหลายประเภทได้ ไม่ว่าจะเป็นไพรเวทหรือพับลิคคลาวด์ Nutanix Clusters on AWS แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ด้านนี้ของเรา Nutanix Clusters on AWS ช่วยให้เกิดความยืดหยุ่นที่สมบูรณ์แบบ ด้วยการอนุญาตให้เขียนโค้ดเพียงครั้งเดียว และใช้งานได้จากทุกสถานที่ โดยใช้ประโยชน์จากการปรับขยาย ใช้งาน ณ ที่ใดก็ได้ การบูรณาการ และตัวเลือกด้านราคาที่หลากหลาย และทั้งหมดนี้คือวิสัยทัศน์ที่แท้จริงของไฮบริดคลาวด์”

ความคิดเห็นจากลูกค้า Nutanix

นายเคร็ก ไวลีย์ สถาปนิกอาวุโสระบบโครงสร้างพื้นฐาน, Penn National Insurance กล่าวว่า “เรากำลังมองหาโซลูชันใหม่เพื่อรองรับ VDI เวิร์กโหลด เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นที่ศูนย์ข้อมูลหลักของเรา ธุรกิจของเราจะยังคงดำเนินต่อไปได้ Nutanix Clusters ช่วยให้เราสร้างระบบไฮบริดและมัลติคลาวด์ที่เชื่อมต่อกับดาต้าเซ็นเตอร์ของ Nutanix และ AWS ได้อย่างง่ายดาย ทำให้เราสามารถเพิ่มขีดความสามารถบน AWS ได้ทันทีเมื่อเราต้องการเรียกคืนเวิร์กโหลดจากระบบสำรองข้อมูลอย่างรวดเร็ว  นอกจากความยืดหยุ่นที่โซลูชันนี้มีให้แล้ว ความสามารถในการตั้งค่า AWS networking ที่เรามีอยู่แล้ว ทำให้การใช้งาน Nutanix Clusters ทำได้ง่ายดายในขณะเดียวกันก็ให้ประสิทธิภาพตามที่คาดหวัง  เราทราบแล้วว่าเราสามารถขยายความสามารถของ VDI ได้ภายในคลิกเดียว และหยุดการใช้งานเวิร์กโหลดของไฮบริดคลาวด์ได้เมื่อไม่ได้ใช้งาน ดังนั้นเราจึงจ่ายเฉพาะที่เราต้องการใช้งานจริงเท่านั้น”

นายจูเลียน โด๊ก ผู้บริหารความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ, สำนักงานสถิติแห่งชาติของออสเตรเลีย กล่าวว่า “สำนักงานสถิติแห่งชาติของออสเตรเลีย เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการสำรวจสำมะโนประชากรของประเทศ ซึ่งเป็นการทำงานด้านโลจิสติกส์ในยามสงบที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย ความต้องการด้านไอทีที่เพิ่มขึ้นเพื่อใช้รองรับโครงการสำมะโนประชากรเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่เรามองหาแพลตฟอร์มไฮบริดคลาวด์ ไฮบริดคลาวด์มีความยืดหยุ่นและคล่องตัวที่จำเป็นต่อการปรับตัวรองรับความต้องการที่พุ่งขึ้นอย่างมาก เราเป็นลูกค้า Nutanix อยู่แล้ว โดยใช้ VDI และเวิร์กโหลดด้านการวิเคราะห์ในดาต้าเซ็นเตอร์ของเรา และเราใช้ AWS ด้วย โซลูชันเดียวที่ใช้บริหารคลาวด์ได้หลายประเภทจะช่วยให้เราปรับขยายความต้องการด้านไอทีได้อย่างไม่ยุ่งยาก  Nutanix Clusters ช่วยให้เรานำความสามารถไปใช้งานบนพับลิคคลาวด์ได้อย่างราบรื่นเพื่อเพิ่มการใช้งาน VDI เวิร์กโหลดเมื่อจำเป็นต้องใช้ในเวลาที่เราทำสำมะโนประชากร โดยที่เรารู้ว่าแอปพลิเคชันทั้งหมดของเราทำงานได้โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงหรือจัดโครงสร้างแอปฯ ใหม่”

ปัจจุบัน Nutanix Clusters on AWS พร้อมให้บริการสำหรับลูกค้าที่ใช้ดาต้าเซ็นเตอร์ของ AWS ทั้ง 20 แห่งตามภูมิภาคต่าง ๆ นอกจากลูกค้าจะสามารถนำไลเซนส์ซอฟต์แวร์ของ Nutanix ที่มีอยู่ไปใช้กับทั้งไพรเวทและพับลิคคลาวด์ได้อย่างง่ายดายแล้ว ลูกค้ายังสามารถเลือกการชำระเงินได้ทั้งแบบ Cloud Commit และแบบจ่ายตามการใช้งานจริง (pay-as-you-go) ได้อีกด้วย 

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Nutanix Clusters on AWS กรณีการใช้ หรือทดลองใช้ กรุณาเข้าเยี่ยมชมได้ที่นี่ หรือเข้าร่วมชมการประกาศนี้ได้ที่นี่

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

[1] แหล่งข้อมูล: Gartner, Inc, Market Insight: Cloud Imperative — Embrace Hybrid Cloud and Multicloud Architecture and Services, October 2019

from:https://www.techtalkthai.com/nutanix-clusters-on-aws/

เปิดตัว Nutanix Clusters on AWS ใช้งาน Nutanix ได้บน AWS ด้วยประสบการณ์แบบเดียวกับระบบ On-Premises

Nutanix ได้ออกมาประกาศเปิดตัวโซลูชันล่าสุด Nutanix Clusters on AWS โดยนำระบบ HCI และเทคโนโลยีอื่นๆ ของ Nutanix ไปติดตั้งเพื่อให้บริการบนระบบ Amazon Elastic Compute Cloud หรือ Amazon EC2 แบบ Bare Metal เพื่อให้ธุรกิจองค์กรที่กำลังต้องการขยายการใช้งาน Nutanix ไปสู่รูปแบบของ Hybrid Cloud อย่างเต็มตัวนั้น มีทางเลือกที่ง่ายดายเพิ่มเข้ามาอีกทางหนึ่ง

Credit: Nutanix

โซลูชันนี้จะทำให้ธุรกิจองค์กรสามารถเริ่มต้นใช้งาน Nutanix จากภายในองค์กรของตนเองหรือบน Public Cloud ก่อนก็ได้ จากนั้นหากจะทำ Hybrid Cloud ก็จะยิ่งง่ายดายขึ้น โดย Nutanix เองก็มีการผสานเชื่อมต่อระบบเครือข่ายเข้ากับ AWS ได้เป็นอย่างดี รวมถึงมีความสามารถในการย้าย License ระหว่าง Private Cloud และ Public Cloud ได้ ทำให้ตอบโจทย์ต่อการย้ายระบบ IT Infrastructure ได้อย่างยืดหยุ่น

ทั้งนี้เทคโนโลยีอื่นๆ ของ Nutanix ไม่ว่าจะเป็น Files, Calm, Era หรืออื่นๆ นั้นก็สามารถถูกนำไปใช้งานบน Nutanix Clusters on AWS ทั้งหมด ดังนั้นในการดูแลรักษาระบบและการใช้งานนั้น ผู้ดูแลระบบแทบไม่ต้องเรียนรู้อะไรใหม่ๆ และสามารถทำงานไดด้วยประสบการณ์เดิมต่อไป ในขณะที่หากต้องการผสานระบบหรือข้อมูลเข้ากับโซลูชันอื่นๆ ของ AWS นั้น ก็สามารถทำได้อย่างง่ายดายทันที และผู้ดูแลระบบยังสามารถบริหารจัดการระบบทั้งหมดบน Private Cloud และ Public Cloud รวมกันได้จากศูนย์กลาง

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ Nutanix Clusters on AWS ได้ที่ https://www.nutanix.com/products/clusters

ที่มา: https://www.nutanix.com/press-releases/2020/nutanix-clusters-on-aws

from:https://www.techtalkthai.com/nutanix-clusters-on-aws-is-announced/