คลังเก็บป้ายกำกับ: NUTANIX

งาน Nutanix .NEXT จะจัดแบบเวอร์ช่วลแทน เนื่องจากปัญหาไวรัสโคโรน่า

งานประชุมประจำปีที่ใหญ่ที่สุดของ Nutanix อย่าง .NEXT จะเปลี่ยนรูปแบบการจัดงานเป็นแบบดิจิตอลแทนด้วยเหตุผลของปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า ที่มีความกังวลเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับ COVID-19

และเพื่อปกป้องสุขภาพความเป็นอยู่ของทั้งพนักงาน ลูกค้า พาร์ทเนอร์ และสังคมโดยรวม ทาง Nutanix จึงตัดสินใจเปลี่ยนรูปแบบของการประชุม .NEXT 2020 ของตัวเองมาจัดภายใต้สภาพแวดล้อมแบบดิจิตอลแทน

ตามประกาศของ Nutenix นั้น ก่อนหน้านี้ งาน Nutanix .NEXT 2020 กำหนดจะจัดขึ้นในชิคาโก้ช่วงวันที่ 29 มิถุนายนถึง 2 กรกฎาคม แต่ล่าสุดจะจัดให้รับชมผ่านระบบดิจิตอลโดยไม่มีค่าใช้จ่ายแทนในช่วงวันจัดงานเดียวกัน

ทางสำนักงานใหญ่ที่ตั้งอยู่ในซานโจเซ่ รัฐแคลิฟอร์เนียกล่าวเพิ่มว่า งาน .NEXT 2020 ที่จะแปลงสภาพเป็นอีเวนต์แบบเวอร์ช่วลที่จัดต่อเนื่องหลายวันนี้จะมีทั้งการสตรีมมิ่งคีย์โน้ต เซสชั่นที่น่าสนใจต่างๆ การถามตอบแบบถ่ายทอดสด เป็นต้น

from:https://www.enterpriseitpro.net/nutanix-next-becomes-virtual-event-due-to-coronavirus/

TechTalk Webinar: ทำอย่างไรให้พนักงานสามารถเริ่มทำงานที่บ้านภายใน 1 ชั่วโมง โดย Nutanix

TechTalkThai ขอเรียนเชิญ IT Manager, Data Center Engineer, ผู้ดูแลระบบ IT, และผู้ที่สนใจทุกท่าน เข้าร่วมฟัง TechTalk Webinar ในหัวข้อเรื่อง “ทำอย่างไรให้พนักงานสามารถเริ่มทำงานที่บ้านภายใน 1 ชั่วโมง โดย Nutanix” เพื่อทำความรู้จักกับเทคโนโลยี VDI และ Cloud Desktop จาก Nutanix สำหรับใช้ตอบรับต่อนโยบาย Work from Home ของธุรกิจองค์กร พร้อมรับชม Demo การใช้งานจริง ในวันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน 2020 เวลา 10.30 – 12.00 น. โดยมีกำหนดการและวิธีการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: ทำอย่างไรให้พนักงานสามารถเริ่มทำงานที่บ้านภายใน 1 ชั่วโมง โดย Nutanix
ผู้บรรยาย: คุณทวิพงศ์ อโนทัยสินทวี, Country Manager, บริษัท นูทานิคซ์ ประเทศไทย และคุณถนอมศักดิ์ จันทร์ตรี, Senior Systems Engineer – Channel, บริษัท นูทานิคซ์ ประเทศไทย
วันเวลา: วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน 2020 เวลา 10.30 – 12.00 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 100 คน
ภาษา: ไทย

เพื่อรับมือกับการทำงานแบบ Work from Home ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและมั่นคงปลอดภัย ทางเลือกหนึ่งที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจองค์กรก็คือ Virtual Desktop Infrastructure (VDI) และ Cloud Desktop ที่จะช่วยลดความเสี่ยงด้านข้อมูลรั่วไหลลง และช่วยให้ธุรกิจองค์กรยังคงสามารถบริหารจัดการ Endpoint ให้มีความมั่นคงปลอดภัยได้ ในขณะที่ยังคงควบคุม Environment การทำงานของผู้ใช้งานแต่ละคนได้อย่างเหมาะสม

ใน Webinar ครั้งนี้ ทีมงาน Nutanix จะพาทุกท่านไปรู้จักกับ Nutanix Xi Frame โซลูชั่นที่ช่วยให้พนักงานเข้าถึงแอพลิเคชั่นขององค์กรด้วยประสบการณ์แบบเดิมบนสภาพแวดล้อมที่มีความปลอดภัยสูง และผู้ดูแลระบบสามารถขึ้น VDI ได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงยังมี Live Demo ที่จะช่วยให้เห็นภาพการใช้งานจริง พร้อมแจกให้ทุกท่านได้ทดลองใช้งานฟรี 30 วัน

การเข้าร่วมฟัง Webinar ครั้งนี้จะนำเสนอเป็นภาษาไทยโดยทีมงาน Nutanix ที่พร้อมตอบทุกคำถามที่เกี่ยวข้อง

ลงทะเบียนเข้าร่วม TechTalk Webinar ได้ฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม TechTalk Webinar ในหัวข้อนี้ได้ฟรีๆ ทันทีที่ https://zoom.us/webinar/register/WN_4hTE9u_IQqKh8_QnUKZ3xg โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

from:https://www.techtalkthai.com/techtalk-webinar-create-work-from-home-infrastructure-in-1-hour-by-nutanix/

[Guest Post] In Case of Emergency, Press Nutanix Xi Frame 5 ขั้นตอนง่ายกับการ “work from everywhere” ในทุกสถานการณ์

เราอาศัยอยู่ในโลกของธุรกิจที่ไม่หยุดนิ่ง และเราก็อาศัยอยู่ในโลกที่ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน และเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดไม่ว่าจะเป็น การเมือง, ภัยธรรมชาติ, การระบาดของโรคติดต่อ และเมื่อเหตุการณ์ใดๆเกิดขึ้นก็จะส่งผลกระทบทั้งกับชีวิตส่วนตัว และการทำงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งประเทศไทยเคยได้ผ่านช่วงเวลาต่างๆเช่นการชุมนุม หรือเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อหลายปีก่อน ซีึ่งส่งผลกระทบกับบางองค์กร และในขณะนี้เราได้เผชิญกับการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 ซึ่งสร้างผลกระทบรุนแรง และเป็นวงกว้างกับผู้คน รวมถึงองค์กรมากมายไม่เลือกว่าจะเป็นองค์กรขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ ซึ่งทำให้พนักงานไม่สามารถเข้าไปทำงานได้ที่ออฟฟิศได้

องค์กรหลายๆแห่งจำเป็นที่จะต้องหันกลับมาพิจารณาเรื่องของ End-user computing เพื่อรับมือกับสถานะการณ์เหล่านี้กันอย่างจริงจังก่อนที่พนักงานของตนเองจะไม่สามารถปฏิบัติงานได้ การมองหาโซลูชั่นที่เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับพนักงานในการปฏิบัติงาน และเข้าระบบสารสนเทศในทุกสถานะการณ์เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และ Desktop-as-a-Service (DaaS) เป็นหนึ่งในโซลูชั่นทางเลือกต้นๆสำหรับพนักงานเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำงานจากที่ใดก็ได้ “work from everywhere” ด้วยการเข้าถึงแอพพลิเคชั่น และข้อมูลขององค์กรที่ปลอดภัย, ไม่ต้องลงทุนครั้งละมากๆ และไม่ยุ่งยากซับซ้อนเหมือนโซลูชั่น Virtual Desktop แบบดั่งเดิม

Nutanix Xi Frame เป็นผู้นำโซลูชั่น Desktop-as-a-Service ที่องค์กรสามารถนำมาใช้ในสถานะการณ์ฉุกเฉินที่กล่าวมา เพื่อให้พนักงานปฏิบัติงานได้จากทุกที่ บนอุปกรณ์ใดๆที่มี Web Browser ก็เพียงพอแล้ว

First : ทำไมต้องเป็น DaaS, ทำไมต้องเป็น Frame?

Nutanix Xi Frame เป็นโซลูชั่น Desktop-as-a-Service (DaaS) ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงเดสก์ท๊อป หรือแอพพลิเคชั่นได้จากทุกที่ และทุกอุปกรณ์ โดย Frame จะส่งผ่าน Virtual App หรือ Virtual Desktop ให้กับผู้ใช้จากผู้ให้บริการ Cloud เช่น AWS, Azure, Google Cloud หรือองค์กรสามารถติดตั้ง Frame บน Nutanix AHV ได้เช่นกัน และก่อนที่จะพูดถึงขั้นตอนง่ายๆของการเซ็ตอัพ และคอนฟิก Frame นั้น มาดูกันว่าทำไมการนำ DaaS โดยเฉพาะ Frame มาใช้สำหรับองค์กรจึงเหมาะสมกับแนวคิดของการ Work from Home

1. ความง่าย : ทีม IT ไม่ต้องเสียเวลาเรียนรู้, ติดตั้ง และดูแลระบบ VDI ที่ยุ่งยากแบบดั่งเดิม เพราะ Frame เป็นบริการของแพลตฟอร์ม VDI ที่พร้อมใช้ของ Nutanix ที่สามารถเข้าใช้ได้อย่างรวดเร็ว ในช่วงสถานะการณ์เร่งด่วนองค์กร และทีม IT มีเวลาจำกัดที่จะต้องมานั่งจัดซื้อ, ติดตั้ง, ดูแล และสอนการใช้งานกับพนักงานของตนเอง

2. ที่ไหนก็ได้ : ผู้ใช้ Frame ไม่จำเป็นต้องติดตั้งซอฟท์แวร์ หรือ Agent ใดๆบนอุปกรณ์ของตัวเอง Frame ต้องการเพียงแค่ Web Browser ที่รองรับ HTML5 เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้งาน Windows Application และ แอพพลิเคชั่นที่มีความต้องการด้านการประมวลผลกราฟฟิก รวมถึง Clien-Server Application ใดๆได้อย่างง่ายดาย

3. ยืดหยุ่น และควบคุมต้นทุนได้ดีกว่า : ในสภาวะการณ์ที่ความต้องการใช้ VDI ไม่แน่นอน อาจปรับขึ้นลงตามช่วงเวลา การลงทุนติดตั้ง และค่าใช้จ่ายไลเซนส์ของ VDI แบบเดิมล่วงหน้าจะเป็นภาระ และมีค่าใช้จ่ายที่สูง อีกทั้งเมื่อผ่านพ้นวิกฤตแล้วองค์กรอาจไม่มีความจำเป็นต้องใช้อีกต่อไปทำให้การลงทุน VDI รูปแบบเดิมไม่สามารถตอบโจทย์ และอาจได้รับการปฏิเสธจากผู้บริหารเนื่องด้วยเม็ดเงินที่ใช้อาจสูงเกินความจำเป็น Frame DaaS ทำให้องค์กรเร่ิมใช้ VDI กับพนักงานจำนวนน้อยๆได้โดยไม่ต้องลงทุนติดตั้ง Infrastructure หรือซื้อซอฟท์แวร์ VDI มาไว้ล่วงหน้า องค์กรสามารถจ่ายเงินเป็นรายเดือนได้ สามารถปรับจำนวน VDI เพิ่มขึ้น หรือลดลงได้รวดเร็ว

4. ปลอดภัย : ผู้ดูแลระบบสามารถกำหนดการเข้าถึงFrameของพนักงาน หรือผู้ใช้ในรูปแบบ Role-Based Access แยกระบบการจัดเก็บข้อมูล สามารถทำงานร่วมกับ Multi-Factor Authentication ได้ และที่สำคัญด้วย Frame ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องติดตั้ง VPN Client Software บนอุปกรณ์ใดๆ ทำให้ Frame เป็น DaaS ที่ทำให้ผู้ใช้มีความคล่องตัว และปลอดภัย

5 ขั้นตอนง่ายๆ กับการนำ Frame มาใช้งาน

ประสบการณ์ใช้งานของผู้ใช้เป็นเรื่องสำคัญสำหรับ VDI และ Frame ที่อนุญาติให้ผู้ใช้เข้าถึงแอพพลิเคชั่น และเดส์กท๊อปของตนเองผ่าน Web Browser ก็เป็นเรื่องง่ายๆที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานของผู้ใช้ออกไปนัก องค์กรสามารถซื้อ Frame ผ่านตัวแทนจำหน่ายของ Nutanix ซึ่งสามารถเริ่มต้นจากจำนวนผู้ใช้น้อยๆ และการจ่ายทั้งที่เป็นแบบรายเดือน หรือรายปีตามความเหมาะสม โดยสามารถเลือกรูปแบบการใช้งานได้ทั้งแบบ Named User หรือ Concurrent User และหลังจากได้สิทธิการใช้มาแล้ว เพียงแค่ Login เข้า my.nutanix.com และเลือกไปที่ Frame และทำตามขั้นตอนง่ายๆ 5 ขั้นตอนนี้

1. เลือก Infrastructure ที่ต้องการ (ใช้เวลาประมาณ 20 นาที)

การใช้งาน Frame เพื่อสร้าง Virtual Application หรือ Desktop ให้กับผู้ใช้จะเริ่มจากการเลือก Cloud Infrastructure ให้กับผู้ใช้ องค์กรสามารถใช้ Account Cloud ที่ตนเองมีอยู่ไม่ว่าจะเป็น AWS, Azure หรือ Google Cloud หรือจะเป็น Private Cloud ที่ทำงานบน Nutanix AHV ตามความเหมาะสมของลักษณะการใช้งานของผู้ใช้

นอกจากนั้นองค์กรที่ยังไม่มี Cloud Infrastructure ของ AWS, Azure หรือ Google Cloud สามารถที่จะทำการซื้อจากทาง Nutanix Frame ได้โดยตรงเช่นเดียวกัน ซึ่งจะเป็นการจ่ายเงินผ่านทางช่องทางเดียวเบ็ดเสร็จทั้ง Cloud Infrastructure และFrame Subscription

โดย Frame จะทำการเชื่อมต่อกับ Cloud Infrastructure ที่เลือกให้อัตโนมัติโดยไม่ต้องเสียเวลาเซ็ตอัพเอง และเมื่อเชื่อมต่อเสร็จแล้วก็จะสามารถสร้าง Frame User Account ขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว

2. เลือก และเชื่อมต่อกับระบบยืนยันตัวตน (Indentity System) (ใช้เวลาประมาณ 10 นาที)

ในขั้นตอนต่อไปเป็นการกำหนดว่าผู้ใช้คนใดสามารถเข้าใช้งาน Virtual Desktop หรือ Virtual Application ผ่านทาง Frame ได้บ้างด้วยการเซ็ตอัพ Indetity ซึ่ง Frame Identity Management Gateway สามารถผสานเข้ากับ Identity Provider ต่างๆเช่น Google IdP ร่วมถึง SAML2-Based Provider เช่น Azure Active Directory, Okta, Ping และ Auth0 เป็นต้น สามารถกำหนดบทบาทของผู้ใช้ และผู้ดูแลระบบ Frame ให้เหมาะสมได้ และแน่นอนว่า ผู้ใช้ Frame สามารถเชื่อมโยงกับ Classic Active Directory ได้เช่นกัน

3. ติดตั้ง, คอนฟิก และอัพเดทแอพลิเคชั่นขึ้นบน Frame (เวลาที่ใช้ขึ้นอยู่กับจำนวนแอพพลิเคชั่น)

ในขั้นตอนนี้จะเป็นการติดตั้ง และคอนฟิกแอพพลเคชั่นเพื่อให้พนักงานเข้าใช้งานผ่าน Web Browser ของตนเอง ซึ่งอาจจะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ไปจนถึงหลักชั่วโมงขึ้นอยู่กับจำนวนแอพพลิเคชั่นขององค์กรนั้นๆ นอกจากนั้นผู้ดูแลระบบสามารถ Import แอพพลิเคชั่นของตนเองจาก Windows OS image ที่มีอยู่ได้เช่นกัน

ในขณะที่ติดตั้งแอพพลิเคชั่น Frame Guest Agent จะตรวจสอบแอพพลิเคชั่นที่ติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ และทำการนำแอพพลิเคชั่นนั้นเข้าสู่ Sandbox ของ Frame ให้แบบอัตโนมัติ

4. เชื่อมต่อกับระบบจัดเก็บข้อมูล (ใช้เวลาประมาณ 5 นาที)

ผู้ใช้สามารถ Upload หรือ Download File จากเครื่องของตนเองเข้าสู่ Virtual Desktop หรือ Virtual App ได้ นอกจากนั้น Frame ยังสามารถเชื่อมต่อกับ Cloud Storage Providerชั้นนำอย่างเช่น Microsoft OneDrive, GDrive, Box หรือ Dropbox ได้

ผู้ใช้สามารถเข้าถึง Network ขององค์กรในการใช้ Files Servers, Nutanix Files หรือ Distributed File Service เช่น Azure Files ในการเข้าถึง และจัดเก็บข้อมูล

ในกรณีที่ผู้ใช้ต้องมีการเชื่อมต่อเพื่อใช้งาน Back-End Services เช่น File Servers, Print Servers, Web Server, Database หรือ Classic Active Directory ผู้ดูแลระบบสามารถเชื่อมต่อ Frame กับโซลูชั่น Network เช่น VPN Gateway, Direct Connect/E
press Route หรือ VNET/VPC ได้ นอกจากนั้นยังมี Option Frame Utility Servers เพื่อเชื่อมต่อกับ Back-End Services โดยการบริหารจัดการ Utility Servers จะทำผ่านหน้าจอของ Frame Admin

5. สร้าง Launchpads, กำหนดนโยบาย และจำนวน Virtual Machine (ใช้เวลาประมาณ 10-20 นาที)

เมื่อติดตั้งแอพพลิเคชั่นต่างๆเรียบร้อยแล้ว เราสามารถสร้าง Launchpads ซึ่งเป็น web interface สำหรับผู้ใช้ในการเข้าถึง และเรียกใช้ Application และ Desktop ของตนเอง ผู้ใช้สามารถ Login ผ่านทาง Web Browser ไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์พิเศษ, ไม่ต้องลง Agent หรือ Plugin ใดๆในการเข้าถึง Virtual App และ Desktop บน Frame

ผู้ดูแลระบบสามารถสร้าง Launchpads ที่หลากหลายให้กับผู้ใช้ ตามแต่ Usecases ที่เหมาะสม และผู้ใช้สามารถเข้าถึง และเรียกใช้ Launchpads ที่เหมาะสมกับสถานะการณ์ และงานที่ต้องทำในเวลานั้นๆได้อย่างรวดเร็ว

ผู้ที่สนใจโซลูชันของ Nutanix สามารถติดต่อทีมงาน Nutanix ประจำประเทศไทยได้ที่อีเมล์ thailand@nutanix.com หรือ LINE @nutanixthailand

from:https://www.techtalkthai.com/in-case-of-emergency-press-nutanix-xi-frame/

ทำงานอย่างไรให้ได้งาน ผ่านเทคโนโลยีที่ใช้งานกันอยู่ทุกวัน

ในสถานการณ์ที่ทุกคนยังคงกังวลเรื่อง COVID-19 ทำให้การเลือกทำงานจากที่บ้าน เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยลดความเสี่ยง แต่เมื่อทำงานที่บ้านหลายคนก็กังวลว่าจะทำงานอย่างไรให้ได้งาน วันนี้ เราจึงมีเทคโนโลยีที่ใช้คุยงานและส่งงานกันได้แบบสะดวกขึ้น ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ตาม

 

LINE

แน่นอนว่าทุกคนรู้จักแอปพลิเคชั่นนี้เป็นอย่างดี เพราะเป็นช่องทางหลักในการสื่อสาร ดังนั้น LINE จึงมีฟีเจอร์ที่เรียกว่า LINE Group Chat เพื่อให้แชทคุยงานกันได้พร้อมกันสูงสุดถึง 500 คนต่อกรุ๊ป โดยเข้าประชุมพร้อมกันได้ทั้ง VOice และ VDO ได้ครั้งละ 200 คน แถมยัง LIVE สดได้ด้วย

แต่ถ้ากังวลเรื่องการส่งไฟล์งานหากัน LINE มีฟีเจอร์ที่ชื่อว่า Drag & Drop Files Transfer ช่วยรับส่งไฟล์สูงสุดวันละ 1 GB หรือหากต้องการใช้งานเอกสาร ไฟล์รูปภาพหรือไฟล์ขนาดใหญ่ก็ใช้ฟีเจอร์ Scan QR / Scan Text เพื่อแสกน QR Code ทันทีโดยไม่ต้องยกโทรศัพท์

สำหรับงานที่ต้องเก็บไฟล์ได้สูงสุดถึง 1GB ทั้งไฟล์เอกสาร ไฟล์รูป และไฟล์วีดีโอ ในฟีเจอร์ Keep หรือ Note หรือ Album เพื่อให้สมาชิกในกลุ่มเข้าดูได้ตลอดแบบไม่หมดอายุ

หรือคนที่ต้องประชุมคุยงานกัน ก็เลือกฟีเจอร์ Screen Sharing during Group VDO Call ก็จะสามารถคุย แชร์หน้าจอและเห็นไฟล์งานพร้อมกันได้

Microsoft

สำหรับคนที่ใช้เทคโนโลยีของ Microsoft ในการทำงานนั้นก็ต้องไม่พลาด Microsoft Team ที่จะช่วยให้การทำงานร่วมกันสะดวกเช่นกัน ทั้งการแชร์ข้อมูล แจ้งเตือนให้เข้าประชุม ส่งเอกสารให้อ่านร่วมกันก่อนเข้าทำการประชุม รวมทั้งบันทึกการประชุมด้วย

หากต้องการทำงานผ่านการคุยแบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ แต่ไม่สะดวกจะเปิดกล้อง ก็สามารถเลือกเปิดแต่เสียงได้

ส่วนคนที่ต้องการจดบันทึกและแบ่งปันรายงานผ่านแชทก็สามารถสร้างหมวดหมู่ (tap) เฉพาะที่มีไฟล์ เว็บไซต์ หรือกระดานข้อมูลที่สำคัญเพื่อให้เข้าถึงพร้อมกันสำหรับทุกคนในทีมได้

สำหรับคนที่ต้องใช้ห้องแชทรวมบ่อยๆ ก็สามารถดึงเอาทีมมาจัดเรียงลำดับความสำคัญด้วยการปรับแต่งทีม แจ้งเตือนในโปรไฟล์ด้วยการติดตั้งแอป Teams เพื่อเข้าถึงผ่านอุปกรณ์พกพาได้ ทำให้คุณทราบกำหนดการและเตรียมพร้อมประสานงานกับทีมได้ทันท่วงที 

ลองดาวน์โหลดโปรแกรมสำหรับ Microsoft Teams ได้ฟรี https://products.office.com/th-th/microsoft-teams/free

Kaspersky

สำหรับคนที่ต้องทำงานที่บ้านเพิ่มขึ้น ผ่านอุปกรณ์สื่อสารของตนเอง แถมยังต้องแชร์ไฟล์ข้อมูลสำคัญกันอีก ทีมบริหารคงกลัวปัญหาของแฮคเกอร์ที่จะมาขโมยข้อมูลสำคัญไป ทางแคสเปอร์สกี้เองก็ได้แจ้งเตือนให้ระวังอาชญากรไซเบอร์เหล่านี้ ด้วยข้อแนะนำดังนี้

  1. จัดหา VPN สำหรับพนักงานเพื่อใช้เชื่อมต่อกับเน็ตเวิร์กองค์กรอย่างปลอดภัย
  2. ดีไวซ์องค์กรทุกชิ้น รวมทั้งโทรศัพท์มือถือและแล็ปท็อป ควรติดตั้งซอฟต์แวร์ความปลอดภัยที่เหมาะสม ที่มีฟังก์ชั่นลบข้อมูลจากดีไวซ์ที่สูญหายหรือถูกขโมย ฟังก์ชั่นแยกข้อมูลองค์กรกับข้อมูลส่วนตัว และการจำกัดการติดตั้งแอปพลิเคชั่น เป็นต้น
  3. อัพเดทระบบปฏิบัติการและแอปต่างๆ ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดอย่างสม่ำเสมอ
  4. จำกัดสิทธิ์การเข้าถึงของพนักงานที่เชื่อมต่อกับเน็ตเวิร์กขององค์กร
  5. แจ้งเตือนพนักงานให้ตระหนักถึงอันตรายของการตอบข้อความที่ไม่พึงประสงค์
  6. จัดอบรมและกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้ความรู้แก่พนักงานเกี่ยวกับพื้นฐานความปลอดภัยไซเบอร์ เช่น ไม่เปิดหรือเก็บไฟล์จากอีเมลที่ไม่รู้จัก เพราะอาจทำอันตรายต่อทั้งบริษัทได้
  7. บังคับการใช้ซอฟต์แวร์ถูกกฎหมายและดาวน์โหลดจากแหล่งที่เชื่อถือได้อย่างเป็นทางการเท่านั้น
  8. สำรองข้อมูลสำคัญอย่างสม่ำเสมอ และอัพเดทแพทช์เพื่อป้องกันช่องโหว่การรั่วไหลของข้อมูล

Nutanix

ส่วนทางด้าน นูทานิคซ์ ผู้ให้บริการด้านการประมวลผลคลาวด์บนองค์กรเองก็ได้ประกาศความช่วยเหลือแก่ธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น ในการเข้าใช้งาน Xi Frame ซึ่งเป็นบริการเวอร์ชวลเดสก์ท็อปของนูทานิคซ์ เนื่องด้วยธุรกิจต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้ยังคงต้องต่อสู้กับผลกระทบที่เกิดจากการระบาดอย่างต่อเนื่องของไวรัสโควิด-19

Xi Frame เป็นโซลูชั่นที่ทำงานบนระบบคลาวด์ เป็นเวิร์คสเปซแบบเสมือนจริงสำหรับพนักงาน ทีมงาน ลูกค้า และพาร์ทเนอร์ ที่สามารถติดตั้งและเริ่มทำงานได้ภายในหนึ่งชั่วโมง โดยระบบจะช่วยให้ทำงานได้จากทุกที่บนอุปกรณ์ทุกประเภทอย่างปลอดภัย และสามารถเข้าใช้งานเดสก์ท็อป ไฟล์ และเน็ตเวิร์ค

ซึ่งโซลูชั่น Xi Frame พร้อมให้บริการบนดาต้าเซ็นเตอร์ทั้ง 25 แห่ง บน Azure, AWS และ GCP ทั่วทั้งภูมิภาค ซึ่งจะทำให้ธุรกิจต่าง ๆ เข้าถึงการบริการได้ง่ายขึ้น โดยจะยังคงประสิทธิภาพและดำเนินงานได้ในช่วงวิกฤตเวลานี้ 

โดย Xi Frame เปิดให้ใช้งานบน “cloud regions” จำนวน 7 แห่ง ที่เพิ่มขึ้นคือ บน Google Cloud Platform (GCP) ในโอซาก้าประเทศญี่ปุ่นและกรุงโซลประเทศเกาหลีใต้  และอีก 3 แห่งบน Microsoft Azure อยู่ที่ตอนกลางและตอนใต้ของประเทศเกาหลีใต้ และอีกหนึ่งแห่งอยู่ที่ตอนกลางของประเทศออสเตรเลีย รวม ณ ขณะนี้มีการให้การสนับสนุนทั้งหมด 63 แห่งทั่วโลก

การเพิ่มจุดให้บริการ Clouds Regions นี้ จะช่วยให้ธุรกิจจำนวนมากทั่วภูมิภาคเข้าถึงบริการ “work from home” บนระบบคลาวด์ได้ง่ายขึ้น ท่ามกลางผลกระทบทวีคูณที่เกิดจากการระบาดของไวรัสต่อระบบเศรษฐกิจของภูมิภาคและของโลก

from:https://www.thumbsup.in.th/work-from-home

Nutanix แจกฟรี ‘Desktop as a Service’ ให้ใช้งานฟรี รับมือสถานการณ์ Covid-19

Nutanix ได้ประกาศให้ใช้งานบริการ Desktop as a Service หรือ Frame ให้ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนใช้ฟรีได้ถึง 30 วันเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ภัยจาก Covid-19

Credit: Nutanix

Nutanix ได้ประกาศให้ฟรีบริการ Desktop as a Service (VDI) หรือ Xi Frame ของตน (ข้อมูลจากคุณทวิพงศ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทยของ Nutanix) ให้ผู้สนใจลงทะเบียนใช้งานฟรีได้ 30 วัน โดยผู้ใช้งานจะสามารถเลือกผู้ให้บริการคลาวด์ที่ต้องการได้เช่น Azure, GCP, AWS และคลาวด์จาก Nutanix เอง ซึ่งใช้เวลา Provision แค่ไม่เกิน 1 ชั่วโมง ลงทะเบียนได้ที่  https://www.nutanix.com/work-from-home

นอกจากนี้ Nutanix ยังมีการขยายฐานการให้บริการ Xi Frame เพิ่มอีก 5 แห่งในเอเซียและญี่ปุ่นเพื่อรับมือกับ Covid-19 ประกอบด้วย GCP ในโอซาก้าและกรุงโซล Azure ในเกาหลีใต้ (Central และ South) รวมถึงออสเตรเลีย (Central) ทำให้ปัจจุบัน Nutanix สามารถให้บริการนี้ได้บนดาต้าเซ็นเตอร์ของ Azure, AWS และ GCP ได้รวมกันถึง 25 แห่งแล้ว และทั้งหมดถึง 63 แห่งทั่วโลก

ที่มา :  https://www.telecompaper.com/news/nutanix-expands-covid-19-response-to-asia-pacific-businesses–1330219

from:https://www.techtalkthai.com/nutanix-give-free-30-days-for-frame-service-react-to-covid19/

บทวิเคราะห์ : 5 เหตุผลที่ราคาหุ้น Nutanix ร่วงดิ่งพสุธาทำสถิติ

ราคาหุ้นของบริษัทผู้บุกเบิกโครงสร้างพื้นฐานไฮเปอร์คอนเวิร์จรายนี้ร่วงลงมากกว่า 28 เปอร์เซ็นต์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังจากทาง Nutanix รายงานผลประกอบการของไตรมาสที่สองของปีงบประมาณในคืนวันพุธก่อนหน้า

จนทำให้ช่วงเช้าของวันพฤหัส ราคาหุ้นของ Nutanix ลงมาอยู่ที่ 23.28 ดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับบริษัทที่ตั้งอยู่ที่ซานโจเซ่ รัฐแคลิฟอร์เนียรายนี้เคยแสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจซอฟต์แวร์หลักของตัวเองและยอดขายจากการซัพพอร์ต ซึ่งล้วนแต่เป็นธุรกิจหลักของ Nutanix และจากผลประกอบการไตรมาสที่สองที่ระบุรายรับของทั้งซอฟต์แวร์และการซัพพอร์ตขึ้นมาแตะ 338 ล้านเหรียญ มากกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วถึง 14 เปอร์เซ็นต์

ขณะที่เงินที่ได้จากซอฟต์แวร์และการซัพพอร์ตรวมกันกว่า 420 ล้านดอลลาร์ฯ เพิ่มขึ้นถึง 12% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา ทำให้รายรับทั้งหมดของ Nutanix ในไตรมาสที่สองนั้นเพิ่มขึ้นประมาณ 4 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบปีต่อปี คิดเป็น 347 ล้านเหรียญ

จึงน่าแปลกใจว่าทำไมราคาหุ้นของ Nutanix ถึงร่วงลงมาถึง 28 เปอร์เซ็นต์ได้ ซึ่งทาง CRN ได้วิเคราะห์เหตุผลหลัก 5 ประการที่ทำให้หุ้นของบริษัทนี้ร่วงลงอย่างถล่มทลาย

1. การลดตัวเลขประมาณการณ์จากความหวาดกลัวปัญหาไวรัสโคโรน่า

การระบาดของไวรัสโคโรน่าได้ส่งผลกระทบกับอุตสาหกรรมไอทีทั่วโลกอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง ซึ่งจากความไม่แน่นอนของผลกระทบจากไวรัสนี้จึงถูกใช้เป็นหนึ่งในสองเหตุผลหลักที่ทาง Nutanix ลดตัวเลขรายรับประมาณการณ์

2. การเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจมาเป็นการสมัครสมาชิกเร็วเกินไป

เมื่อปี 2018 ทาง Nutanix ได้ตัดสินใจเปลี่ยนตัวเองจากการเป็นผู้จำหน่ายฮาร์ดแวร์ด้านไอที มาเป็นบริษัทด้านซอฟต์แวร์และการให้บริการ ซึ่งในช่วงสองปีที่ผ่านมานั้น ได้เปลี่ยนรูปแบบผลิตภัณฑ์ แผนการ และยุทธศาสตร์ทั้งหมดมาเป็นการขายการสมัครสมาชิกซอฟต์แวร์แทน

3. การเติบโตที่หยุดชะงักในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น

Nutanix ระบุว่าการลดตัวเลขประมาณการณ์นั้นมีสาเหตุหลักมาจากการถดถอยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่นหรือ APJ เนื่องจากการเติบโตของยอดขายในภูมิภาคนี้ขึ้นกับธุรกิจเปิดใหม่เป็นหลัก ซึ่งแน่นอนว่าโดนผลกระทบจากไวรัสอย่างแรง

4. การหยุดการจ้างงาน

ทาง Nutanix เคยเพิ่มจำนวนพนักงานทั่วโลกในทุกแผนกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ทว่าจากความไม่แน่นอนของตลาด ทำให้บริษัทตัดสินใจระงับการจ้างงานเพิ่มในระยะสั้นนี้ โดยเฉพาะทีมงานด้านอื่นนอกจากฝ่ายขาย

5. การขาดทุนเป็นมูลค่า 217 ล้านเหรียญฯ

ในไตรมาสที่สองของปี 2020 นี้ ทาง Nutanix รายงานการขาดทุนต่อหุ้นอยู่ที่ 1.13 ดอลลาร์ฯ หรือคิดเป็นมูลค่ารวมที่ 217 ล้านดอลลาร์ฯ ขณะที่ไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้วรายงานการขาดทุนอยู่ที่ 123 ล้านดอลลาร์ฯ

ที่มา : CRN

from:https://www.enterpriseitpro.net/here-are-5-reasons-why-nutanixs-stock-price-is-dropping/

Nutanix เผยผลสำรวจองค์กรกว่า 73% ย้ายแอปจากพับลิกคลาวด์กลับ on-premise

Nutanix เปิดเผยผลสำรวจดัชนีการใช้งานคลาวด์องค์กร (Enterprise Cloud Index) โดยสำรวจผู้มีอำนาจด้านไอที 2,650 รายทั่วโลกในประเด็นการใช้งานแอปทางธุรกิจบนระบบใดในปัจจุบัน, แผนในอนาคตและลำดับความสำคัญไปจนถึงความท้าทายในการใช้งานคลาวด์ ซึ่งมีทั้งรายงานทั่วโลกและเฉพาะของประเทศไทย

ส่วนข้อมูลทั่วโลกที่น่าสนใจคือผู้ตอบสำรวจกว่า 73% ระบุว่าได้ย้ายแอปพลิเคชันของตัวเองกลับจากพับลิกคลาวด์มายัง on-premise สาเหตุสำคัญคือเรื่องของค่าใช้จ่าย ที่ควบคุมไม่ได้และ/หรือมากเกินกว่าที่ประเมินไว้ ขณะที่ 85% ของผู้ตอบระบุว่าไฮบริดคลาวด์คือสถาปัตยกรรมที่ดีที่สุด (ideal) และ 60% ระบุว่าความปลอดภัยคือปัจจัยสำคัญในการพิจารณาการใช้งานคลาวด์

No Description

ขณะที่ผลสำรวจของประเทศไทยก็เห็นแนวโน้มแบบเดียวกัน ที่ผู้ตอบกว่า 52% ระบุว่าจะเปลี่ยนไปใช้งานไฮบริดคลาวด์ภายใน 3-5 ปี แม้ตอนนี้จะมีเพียง 15% ของผู้ตอบแบบสำรวจเท่านั้นที่ใช้ไฮบริด โดยดาต้าเซ็นเตอร์ยังมีสัดส่วนการใช้งานเยอะที่สุดที่ 59% ของผู้ตอบแบบสำรวจ

ที่น่าสนใจคือคุณสมบัติของคลาวด์ที่บ้านเราให้ความสำคัญสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกและเอเชียแปซิฟิกคือเรื่อง ความสามารถในการสเกลเพื่อรองรับทราฟฟิคที่สูงในบางช่วงเวลา อย่างไรก็ตามประเด็นที่บ้านเราไม่ให้ความสำคัญคือเรื่อง vendor lock-in ขณะที่ระบบความปลอดภัย การขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะด้านไอที และเรื่องกฎระเบียบเป็นความกังวลระดับต้น ๆ ของบริษัทในไทย ซึ่งเป็นไปในแนวทางเดียวกันกับแนวโน้มทั่วโลก

หากสนใจสามารถดู Enterprise Cloud Index

No Description

from:https://www.blognone.com/node/114334