คลังเก็บป้ายกำกับ: NOTEBOOK

วิธีดูสเปค CPU และ GPU ของโน้ตบุ๊ค เลือกซื้อยังไง ให้เหมาะการใช้งาน

โน้ตบุ๊คถือเป็นอีกอุปกรณ์หนึ่งที่ก่อนเลือกซื้อควรทำการบ้านมาก่อน เพราะโน้ตบุ๊คแบ่งออกเป็นหลายประเภทมาก ไม่ว่าจะเป็นแบบสายทำงานเล่นเกมหนักๆ สายพกพาน้ำหนักเบาแบตเตอรี่นานๆ หรือสายจอสัมผัสใช้งานปากกา ก็มีให้เลือกหลากหลายแบรนด์หลายสเปคสุดๆ โดยหลักๆ แล้วเวลาจะไปดูโน้ตบุ๊คสิ่งที่ต้องดูเป็นอันดับแรกคือ หน่วยประมวลผล (CPU) และการ์ดจอ (GPU)

ซึ่งบทความนี้เองทีมงานจะมาแนะนำวิธีดูสเปค CPU และ GPU ของโน้ตบุ๊คจะมีวิธีอย่างไรบ้างไปดูกันเลยครับ

หน่วยประมวลผล (CPU)

คำว่า CPU ย่อมาจาก Central Processing Unit หมายความว่า หน่วยประมวลผลกลาง เปรียบเสมือนสมองของโน้ตบุ๊คในการคำนวณจากคำสั่งที่ได้รับมา ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักในการประมวลผล โดยปัจจุบัน CPU บนตลาดโน้ตบุ๊ค แบ่งออกเป็น 2 แบรนด์ด้วยกัน คือ Intel และ AMD

Intel

สำหรับแบรนด์ Intel ค่ายน้ำเงินหลายคนก็น่าจะรู้จักกันหมดอยู่แล้ว เพราะเป็นเจ้าตลาดมานาน โน้ตบุ๊คที่ใช้ CPU Intel มีหลายราคาให้เลือกตั้งแต่ไม่ถึงหมื่น ไปจนถึงหลักแสน ซึ่งรุ่นที่มีวางขายในปัจจุบันแบ่งเป็น 2 ตระกูลใหญ่ๆ คือ

1. Pentium ตระกูลน้องเล็กสุด ความเร็วเพียงพอใช้ทำงานเอกสาร ดูหนังฟังเพลง แต่งรูปเบาๆ ซึ่งจะอยู่ในโน้ตบุ๊คราคาไม่แพง หลักพันปลายๆ ไปจนถึงหมื่นกลางๆ เช่น Pentium Gold 5405U,  Pentium Silver N5000 เป็นต้น ซึ่งความแรงแต่ละตัวห่างกันไม่มาก แต่จะต่างกันที่การรองรับอะไรใหม่ๆ เช่น DirectX 12 , ใส่ Ram ได้มากกว่า 16 GB เป็นต้น โดยสุดล่าสุดปี 2019 ของตระกูล Pentium จะมีตัว U ต่อท้ายตัวเลขเสมอ (ส่วนตัว N ที่อยู่ด้านหน้าจะเป็นรุ่นเก่าตั้งแต่ปี 2017)

ดูตารางเปรียบเทียบทั้ง 3 รุ่นได้ >>ที่นี่<<

2. Core i ตระกูลหลักของทางฝั่ง Intel แบ่งออกเป็น 4 รุ่น ได้แก่ Core i3, Core i5, Core i7 และ Core i9 เรียงความแรงจากน้อยไปมาก โดยตระกูล Core i ยังแบ่งอีก 2 ประเภทคือ รหัส U กับ H เช่น Core i5-8265U, Core i5-8300H โดยตัว U จะเป็นรุ่นประหยัดพลังงาน มักจะอยู่ในโน้ตบุ๊คน้ำหนักเบา และตัว H หรือ HK จะเป็นรุ่นประสิทธิภาพสูง มักจะอยู่โน้ตบุ๊คเครื่องหนา กินไฟเยอะ และน้ำหนักมาก

ดูตารางเปรียบเทียบทั้ง 4 รุ่นได้ >>ที่นี่<<

  • Core i3 จะอยู่ในโน้ตบุ๊ตปัจจุบันจะมีแค่รหัส U เท่านั้น เช่น i3-8130U, i3-8145U เป็นต้น ซึ่งจะอยู่ในโน้ตบุ๊คราคาหมื่นกลางๆ ถึง สองหมื่นต้นๆ ซึ่งประสิทธิภาพจะแรงกว่า Pentium พอสมควรในเรื่องการประมวลกราฟิค โดย Core i3 ในโน้ตบุ๊คปัจจุบันจะมี 2 Core/4 Thread
  • Core i5 รุ่นยอดนิยมที่ขยับขึ้นมาแรงอีกขั้นเป็น 4 Core/ 8 Thread มีทั้งรหัส U และ H เช่น i5-8250U, i5-9300H เป็นต้น มักจะอยู่โน้ตบุ๊คในช่วงราคาหมื่นปลายๆ ไปจนถึงสามหมื่นบาท
  • Core i7 รุ่นท็อปสำหรับเกมเมอร์ หรือสายทำงานหนักๆ มีทั้งที่เป็น 4 Core/ 8 Thread บนรหัส U และ 6 Core/12 Thread บนรหัส H เช่น i7-8565U, i7-9750H เป็นต้น ซึ่งจะอยู่ในช่วงราคาสองหมื่นบาทปลายๆ ขึ้นไป
  • Core i9 พี่เบิ้ม Hi-End แรงสุดจัดปลัดบอกสำหรับคนที่ต้องการความแรงที่สุด โดยมีจำนวนสูงสุดถึง 8 Core/ 16 Thread จะมีเฉพาะที่เป็นรหัส H หรือ HK (Overclock ได้) เช่น i9-9880H, i9-9980HK เป็นต้น โดยจะอยู่ในโน้ตบุ๊คราคาเกือบแสนหรือหลักแสนขึ้นไป

ความหมายของตัวเลข CPU Intel

ยกตัวอย่าง Intel Core i7-9750H

  • เลข 9 คือ Gen ของ CPU ซึ่งปัจุบันคือ Gen 9 นี่แหละใช้โค้ดเนมว่า Coffee Lake
  • เลข 750 คือ เลข SKU ของรุ่นนั้นๆ ยิ่งเลขเยอะยิ่งแรง เช่น i7-9850H แรงกว่า i7-9750H

**สิ่งที่คนมักสงสัยกัน คือ i7-8565U กับ i5-8300H อันไหนแรงกว่ากัน คำตอบก็คือ i5-8300H แรงกว่าเพราะเป็นรุ่นประสิทธิภาพสูง กินไฟมากกว่า(กินไฟ 45w) และรองรับการทำงานหนักๆ ได้ดีกว่า ซึ่งถ้าเอาพวกรหัส U ที่กินไฟน้อย(15w) มาทำงานหนักๆ เป็นเวลานาน ประสิทธิภาพจะดรอปลงทันที ด้วยความร้อนที่สะสมในเครื่อง ทำให้โดนลดสปีดความเร็วนั่นเอง ถึงแม้ว่าผล Benchmark หรือ Clock สปีดบางตัวรหัส U จะสูงกว่ารหัส H ก็ไม่ได้หมายความว่า รหัส U จะใช้งานหนักๆ ได้ดีกว่ารหัส H เสมอไป

AMD

ถัดมาดูค่ายแดง AMD กันบ้าง ซึ่งปัจจุบันตอนนี้เริ่มตีตลาดในส่วนของโน้ตบุ๊คขึ้นมาเยอะเลยทีเดียว จากแต่ก่อนมีแค่ไม่กี่รุ่น โดยโน้ตบุ๊คที่ใช้ CPU AMD มักจะมีราคาไม่แพง ไม่เกินสามสี่หมื่นบาท โดยรุ่นที่มีขายอยู่ในปัจจุบันจะสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

1. A, FX Series ตระกูลรุ่นเล็ก ซึ่งปัจจุบันไม่ค่อยมีวางจำหน่ายเท่าไรแล้ว โดยซีรีส์นี้จะมีรหัสเป็น A8-xxxx, A12-xxxx, FX-xxxx **ไม่แนะนำ ควรข้ามไปเล่นตัว Ryzen จะดีกว่า

2. Ryzen ตระกูลยอดฮิตที่ทำให้ Intel ถึงกับต้องระส่ำระส่าย เพราะด้วยประสิทธิภาพเทียบกับราคาที่ได้คุ้มมากๆ ซึ่งก็แบ่งออกเป็น 3 รุ่นได้แก่ Ryzen 3, Ryzen 5 และ Ryzen 7 เรียงความแรงจากน้อยไปมาก โดยตระกูล Ryzen ก็แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือรหัส U และ H ยกตัวอย่างเช่น Ryzen 7 3750H, Ryzen 7 3700U เป็นต้น โดยตัว U จะเป็นรุ่นประหยัดพลังงาน ตัว H จะเป็นรุ่นประสิทธิภาพสูง (เหมือนกับ Intel)

  • Ryzen 3 ปกติแล้วจะอยู่ในโน้ตบุ๊คหมื่นกลางๆ มีเฉพาะรหัส U และเป็นแบบ 2 Core/4 Thread เช่นรุ่น Ryzen 3 3200U, Ryzen 3 2200U เป็นต้น ประสิทธิภาพใกล้เคียงกับ Intel Core i3
  • Ryzen 5 รุ่นยอดนิยมไม้เด็ดของ AMD มีทั้งรหัส U และ H เป็นแบบ 4 Core/8 Thread ประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับราคาแล้วคุ้มมาก จะอยู่ในช่วงราคา หมื่นปลายๆ จนถึงสองหมื่นกลางๆ เช่น Ryzen 5 3500U, Ryzen 5 3550H ประสิทธิภาพมากกว่า Core i3 แต่ต่ำกว่า Core i5 ในรุ่น Gen ปีเดียวกัน
  • Ryzen 7 รุ่นท็อปค่ายแดงประสิทธิภาพสูง มีทั้งรหัส U และ H เป็นแบบ 4 Core/8 Thread เช่น Ryzen 7 3750H, Ryzen 7 3700U เป็นต้น โดยจะแตกต่างกับ Ryzen 5 ตรงที่สปีดสูงกว่าและใช้การ์ดจอออนบอร์ดดีกว่า  ประสิทธิภาพใกล้เคียงกับ Intel Core i5 ในรุ่นปีเดียวกัน

**ความหมายของตัวเลข CPU AMD เหมือนกับ Intel แลRyzen 5 3550H ก็แรงกว่า Ryzen 7 3700U เช่นเดียวกัน

คำแนะนำ

  • เวลาจะซื้อโน้ตบุ๊คต้องตั้งโจทย์ก่อนว่าเราต้องการโน้ตบุ๊คมาทำอะไร ถ้าเอามาเล่นเกม ทำงานตัดต่อ ใช้สเปคหนักๆ ยังไงก็ต้องไป CPU ที่มีรหัส H เท่านั้น และถ้าต้องการโน้ตบุ๊คน้ำหนักเบา เน้นพกพาบ่อยๆ แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานก็ต้องไปใช้รหัส U
  • ส่วนรุ่นอื่นๆ อย่าง Intel Pentium หรือ Ryzen 3 เหมาะกับคนที่ใช้งานเบาๆ เท่านั้น เช่น ใช้ทำงานเอกสาร ดูหนังฟังเพลง แต่งรูปนิดหน่อย และมีงบแค่หมื่นต้นๆ
  • CPU Intel กับ AMD ในโน้ตบุ๊คตอนนี้เทียบกันยังไง ใครแรงกว่ากัน ก็บอกกันตามตรงว่าตอนนี้ Intel ยังไงก็แรงกว่าถ้าเทียบกันแบบรุ่นต่อรุ่น เช่น Core i7-9750H วัดกับ Ryzen 7 3750H หรือ Core i5-9300H วัดกับ Ryzen 5 3550H ยังไง intel i5, i7 ก็แรงกว่า Ryzen 5, 7 เสมอ แต่ Intel ก็ร้อนกว่า กินไฟมากกว่า และก็แพงกว่าเช่นเดียวกัน (**ปล. Core i5-9300H แรงกว่า Ryzen 7 3750H นิดหน่อย)

สามารถดู Rank Score CPU โน้ตบุ๊คได้ >> ที่นี่ <<

การ์ดจอ (GPU)

 

GPU ย่อมาจาก Graphics Processing unit ไว้สำหรับเป็นหน่วยประมวลผลด้านกราฟิก 3 มิติ หรืออย่างที่คนเข้าใจกันคือเอาไว้ใช้เล่นเกม ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักได้แก่

การ์ดจอออนบอร์ด

คือ การ์ดจอที่อยู่ใน CPU ประสิทธิภาพของการ์ดจออนบอร์ดจะไม่สูงนัก เพียงพอต่อการใช้พื้นฐาน จำพวกดูหนัง ฟังเพลง แต่งรูป หรือเล่นเกมเบาๆ โดยการ์ดจอออนบอร์ดก็จะแบ่งเป็น 2 ประเภท ตามยี่ห้อซีพียูเลยคือ

1. Intel ชื่อของการ์ดจอออนบอร์ดจะเป็นตระกูล HD และ UHD เช่น Intel UHD Graphics 620, Intel HD Graphics 530 เป็นต้น ประสิทธิภาพ UHD จะดีกว่าตัว HD ธรรมดาพอสมควร

2. AMD จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ Radeon R ที่จะอยู่ในตระกูลซีพียู A, FX Series และ Radeon RX VEGA ที่จะอยู่ในตระกูลโน้ตบุ๊คซีพียู Ryzen และแน่นอนว่า RX VEGA ยังไงก็แรงกว่าตัว R ธรรมดาแน่นอน

การ์ดจอแยก

คือ ชิปประมวลผลที่แยกออกมาจาก CPU โดยมีหน้าที่ประมวลผลด้านกราฟิกโดยเฉพาะ ทำให้มีประสิทธิภาพเหนือกว่าการ์ดจอออนบอร์ดมากเลยทีเดียว สามารถแบ่งได้ออกเป็น 2 แบรนด์คือ

1. NVIDIA การ์ดจอฝั่งค่ายเขียว ผู้เป็นเจ้าตลาดในตอนนี้ มีหลายรุ่นหลายแบบ หลายราคามาก ตามการใช้งานแต่ละประเภท โดยหลักๆ แบ่งออก 3 ตระกูลคือ ตระกูล MX Series (MX150, MX250) ที่ใช้สำหรับโน้ตบุ๊คประหยัดพลังงาน, GTX RTX Series (GTX 1050, RTX 2060)ที่ใช้สำหรับเกมมิ่งโน้ตบุ๊คหรือโน้ตบุ๊คประสิทธิภาพสูง และ Quadro Series (Quadro P6000, Quadro P3000) ที่ใช้สำหรับโน้ตบุ๊ค Workstation ทำงานออกแบบด้านกราฟิกโดยเฉพาะซึ่งจะมีราคาค่อนข้างสูงและไม่มีขายตามหน้าร้านทั่วไป

  • MX Series ปัจจุบันรุ่นล่าสุดที่ใช้คือ MX250 ประสิทธิภาพสูงพอสมควร เล่นเกมอย่าง PUBG ความละเอียด Full HD ปรับ Low ได้ในระดับหนึ่ง รุ่นที่แนะนำเลยคือ MX250, MX150 โดยจะอยู่ในช่วงโน้ตบุ๊คราคาหมื่นปลายๆ ไปจนถึงสามหมื่นบาท
  • GTX RTX Series รุ่นล่าสุดคือ RTX 2080 โดยคำว่า RTX จะหมายถึงรองรับการเล่นเกมแบบเปิด Ray Tracing ซึ่งปัจจุบันมีแค่ไม่กี่เกม สำหรับใครที่อยากจะซื้อโน้ตบุ๊คมาเล่นเกมแนะนำตัวที่ใช้ GTX 1060 ขึ้นไปจะดีมาก เล่น PUBG ความละเอียด Full HD ปรับ High สบายๆ ซึ่งจะอยู่ในโน้ตบุ๊คในช่วงราคาสองหมื่นกลางๆ ขึ้นไป
  • Quadro Series เป็นการด์จอสำหรับงานออกแบบ เขียนแบบโมเดล 2D 3D เฉพาะทางสุดๆ ไม่ควรซื้อมาใช้เพื่อเล่นเกม มักจะอยู่ในโน้ตบุ๊คราคาห้าหมื่นบาทขึ้นไป

**สำหรับคนที่เน้นใช้งานตัดต่อ Render ไฟล์วิดีโอทั่วไปแนะนำใช้แค่ MX, GTX RTX Series ก็พอ

ความหมายของตัวเลขการ์ดจอ NVIDIA

ยกตัวอย่าง GTX 1080Ti

  • GTX คือซีรีส์สำหรับเล่นเกม (GTX กับ RTX จะต่างตรงที่ RTX คือซีรีย์ล่าสุดรองรับ Ray Tracing และประสิทธิภาพเหนือกว่า)
  • เลข 10 คือ Gen ของ GPU ซึ่งก็คือ Gen 10 ใช้สถาปัตยกรรม PASCAL (ปัจจุบันตัวล่าสุดคือ RTX 2080Ti)
  • เลข 80 คือ เลข SKU ของรุ่นนั้นๆ ยิ่งเลขเยอะยิ่งแรง ตัวท็อปก็คือเลข 80
  • Ti หมายถึงรุ่นท็อปของ SKU เลขนั้น แน่นอนว่า GTX 1080Ti ย่อมแรงกว่า GTX 1080

2. AMD การ์ดจอฝั่งค่ายแดง ซึ่งตอนนี้ในตลาดมีน้อยรุ่นมาก หลักๆ จะแบ่งเป็น 2 ตระกูลคือ Radeon กับ Radeon RX ยกตัวอย่างเช่น AMD Radeon 530, AMD Radeon RX560X เป็นต้น

  • Radeon จะเป็นการ์ดจอรุ่นรองมักจะอยู่ในโน้ตบุ๊คที่ใช้ CPU ประหยัดพลังงาน ประสิทธิภาพใกล้เคียง NVIDIA MX Series แต่ต่ำกว่า ถ้าเลือกได้แนะนำหาตัวที่ใช้ MX Series ดีกว่าครับ
  • Radeon RX ในตลาดที่ใช้อยู่ตอนนี้มีอยู่แค่ไม่กี่ตัว ซึ่งก็คือ RX560X ประสิทธิภาพใกล้เคียงกับ GTX 1050 จะอยู่ในโน้ตบุ๊คตั้งแต่หมื่นกลางๆ ไปจนถึงสองหมื่นนิดๆ

คำแนะนำ

  • การ์ดจอแยกจำเป็นอย่างมากสำหรับคนที่ตั้งใจจะซื้อโน้ตบุ๊คมาเพื่อเล่นเกม ซึ่งประสิทธิภาพการเล่นเกมตัว GPU มีผลมากกว่า CPU ยกตัวอย่างเช่นมี โน้ตบุ๊ค 2 เครื่อง สเปค i7-9750H + GTX 1650 กับ i5-9300H + GTX 1660Ti จะเลือกตัวไหนดีมาเล่นเกมดีกว่ากัน คำตอบคือควรเลือกโน้ตบุ๊ค i5-9300H + GTX 1660Ti เพราะสเปคนี้มีการ์ดจอประสิทธิภาพแรงกว่านั่นเองครับ

สามารถดู Rank Score GPU ได้ >> ที่นี่ <<

สำหรับใครที่คิดไม่ออกว่าจะซื้อโน้ตบุ๊ครุ่นไหนดีทีมงานก็มีบทความสรุปมาให้อ่านกันครับ

from:https://droidsans.com/how-to-buying-notebook-cpu-gpu/

โฆษณา

แฟน ThinkPad โวย โน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ปี 2019 เปลี่ยนมาใช้แบตเตอรี่ถอดเองไม่ได้

การเปลี่ยนแปลงสำคัญของโน้ตบุ๊กซีรีส์ ThinkPad ประจำปี 2019 (บางรุ่นย่อย) คือเปลี่ยนมาใช้แบตเตอรี่แบบถอดเปลี่ยนไม่ได้ (internal battery) ขัดกับธรรมเนียมเดิมๆ ของ ThinkPad ที่สามารถถอดเปลี่ยนแบตได้เสมอ

ประเด็นนี้ทำให้แฟนๆ ThinkPad หลายคนไม่พอใจ และส่งเสียงวิจารณ์กันในโซเชียลต่างๆ เช่น YouTube และ Reddit

ThinkPad รุ่นที่เข้าข่ายคือ T490 และ P53 โดยเปลี่ยนมาใช้แบตเตอรี่ก้อนเดียวแบบถอดเปลี่ยนเองไม่ได้ ต่างไปจาก ThinkPad ตัวของปีก่อน (T480/P52) ที่ใช้ระบบแบตเตอรี่สองก้อน โดยมีก้อนเล็กที่เปลี่ยนเองไม่ได้ และก้อนใหญ่ที่เปลี่ยนเองได้ทันที

Louis Rossmann ยูทูบเบอร์เจ้าของช่องที่มีเนื้อหาด้านการซ่อมเมนบอร์ด วิจารณ์ว่านโยบายของ Lenovo ที่เปลี่ยนมาใช้แบตแบบถอดเปลี่ยนไม่ได้ ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย เพราะแบตมีขนาดเท่าเดิม (ต่างจากแอปเปิลที่ใช้แบตเปลี่ยนเองไม่ได้ เพื่อให้ความจุแบตเพิ่มขึ้น)

ThinkPad T490

ที่มา – Reddit, NotebookCheck

from:https://www.blognone.com/node/110849

Review – Acer Nitro 5 : AMD Ryzen 5 3550H + RX560X + RAM 8 + SSD 512 จัดเต็มจอ 144Hz ราคาแค่ 21,990 บาท

Acer Nitro 5 รุ่นใหม่มีความพิเศษตรงที่ได้สเปกที่เป็น AMD ทั้งชิปประมวลผล Ryzen 5 3550H และใช้การ์ดจอเป็น AMD Radeon RX560X ในราคา 21,990 บาท ที่สำคัญได้หน้าจอเป็นพาเนล IPS ที่ 144Hz ซึ่งดูจากราคาค่าตัวแล้วคุ้มค่ามากๆ แน่นอนว่ามี Windows 10 แท้พร้อมใช้งานทันที จากที่ก่อนหน้านี้มีสเปก Core i Gen 9 + GTX ให้เลือกเท่านั้น พร้อมด้วยดีไซน์ขอบจอบางเฉียบซึ่งต้องบอกว่าได้รับการออกแบบที่เหมือนกันสำหรับภายนอก แต่ภายในนั้นต่างด้วยสเปกชัดเจน ส่วนฟีเจอร์ CoolBoots ช่วยระบายความร้อนก็ยังมีอยูเช่นเดิม

เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook สายพันธุ์ AMD ที่ราคาคุ้มค่าสเปกโดนใจ ที่น่าจับตามองมากๆ จากการที่เป็น AMD Ryzen 3000 ซีรีส์ H ที่ทั้งแรงและร้อนน้อย แบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนาน แม้การ์ดจออาจจะแรงสูง GTX ไม่ได้ แต่ก็ถือว่าใกล้เคียง สเปกอื่นๆ ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ด้วยแรม 8GB ส่วน SSD M.2 NVMe ใส่ให้มาเลย 512GB รองรับอัพเกรด M.2 SATA อีก 1 ช่อง พร้อม HDD 2.5″  ได้ประกัน 3 ปี On-site Service หรือจะส่งศูนย์ซ่อมด่วนภายใน 3 ชั่วโมงก็สามารถทำได้

from:https://notebookspec.com/review-acer-nitro-5-amd-ryzen-5-3550h-rx560x/488021/

Review | รีวิว ASUS VivoBook S15 S531F โน้ตบุ๊คจอ 15.6 นิ้ว น้ำหนักเบา 1.8 กิโล สเปคแรง ได้ SSD m.2 512 GB ราคา 29,900 บาท

ไม่บ่อยนักที่จะได้เห็นโน้ตบุ๊คจอ 15.6 นิ้ว สเปคแรงมีการ์ดจอแยกแบบนี้ในน้ำหนักไม่ถึง 2 กิโล แถมราคาแค่ 29,900 บาทกับเจ้าตัว ASUS VivoBook S15 S531F เห็นแวบแรกก็ต้องสะดุดกับสีสันที่สะดุดตา โดยตัวเครื่องที่ทีมงานได้มารีวิวนั้นจะเป็นสีชมพู Punk Pink สวยงามน่าจะถูกใจสาวๆ ไม่น้อยเลยทีเดียว (รุ่นนี้จะมีทั้งหมด 5 สีด้วยกัน ได้แก่ ดำ, ชมพู, น้ำเงิน, เขียว และ เทาเงิน)

สเปคเบื้องต้น

  • CPU : Intel Core i7-8565U
  • GPU : NVIDIA GeForce MX250 (2GB GDDR5)
  • Ram : 8 GB DDR4, 2400 MHz
  • Storage : HDD 1 TB 5400 RPM + SSD m.2 PCIe ขนาด 512 GB
  • Display : 15.6 inch (1920×1080) Full HD IPS 60 Hz
  • Network : Wi-Fi 802.11 ac (2×2) Bluetooth 4.2
  • Size : 357.2 x 230.25 x 18.5 mm
  • Weight : 1.80 Kg
  • Warranty : 2 Years
  • Price : 29,900 บาท

ดีไซน์ตัวเครื่อง

เริ่มกันจากที่ฝาหลังตัวเครื่องกันก่อน วัสดุจะเป็นอะลูมิเนียมผิวด้านพ่นทรายทำให้ไม่เป็นรอยนิ้วมือง่าย บอกเลยสีชมพูสวยเจ็บจี๊ดมาก ตรงกลางเยื้องไปทางด้านขวาจะมีโลโก้ ASUS VivoBook แปะสติ๊กเกอร์ไว้อยู่ ด้านหลังตัวเครื่องก็จะมีลายสกรีนว่า VIVOBOOK SERIES พร้อมยางรอง ErgoLift ไว้สำหรับยกตัวเครื่องให้สูงขึ้นทำมุมเอียง 3.5 องศา เพื่อช่วยในเรื่องของการพิมพ์ที่สะดวกสบายกับช่วยในเรื่องของการระบายความร้อน

ถัดมาดูบอดี้ด้านในตัวเครื่องวัสดุจะเป็นอะลูมิเนียมเช่นเดียวกับตัวเครื่อง สีสันเป็นชมพูอ่อนตัวกับสีฝาหลังชัดเจน คีย์บอร์ดเป็นแบบ Full Size มาตรฐาน มีแป้นตัวเลขมาให้ พร้อมกับมีไฟ Backlit ที่สามารถปรับระดับความสว่างได้ 3 ระดับ การใช้งานพิมพ์กดปุ่มถือว่าทำได้ดีคล่องมือ แต่อาจจะขัดใจนิดหน่อยที่ปุ่ม Enter ด้านขวาอันเล็กนิดเดียว

ทัชแพดให้มาขนาดพอดีๆ ไม่เล็กจนเกินไป มีความแข็งแรงแน่น กดแล้วไม่ยวบยาบ นอกจากนี้ทางด้านหน้ามีการเซาะร่องไว้ตรงกลางทำให้เปิดฝาหลังเครื่องได้ง่ายขึ้น

ทางหน้าหน้าจอ ASUS VivoBook S15 S531F เลือกใช้เป็นแบบขอบจอบาง NanoEdge ทั้งสี่ด้าน ทำให้มีพื้นที่หน้าจอถึง 88% ของพื้นที่ทั้งหมด พร้อมกับมีกล้อง IR ที่ใช้สำหรับปลดล็อคหน้าจอผ่านใบหน้าได้

พอร์ตเชื่อมต่อ

สำหรับพอร์ตเชื่อมต่อตัวเครื่อง ASUS VivoBook S15 S531F ถือว่าให้มาค่อนข้างครบครันเลยทีเดียว เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป โดยทางด้านซ้ายตัวเครื่องจะเป็นพอร์ต USB Type-A 2.0 จำนวน 2 ช่อง ทางด้านขวาก็จะมี ช่องเสียบสายชาร์จ, HDMI, USB Type A 3.1, USB Type C 3.1, Microphone-in/Headphone-out jack, และ micro SD card

ด้านใน / การอัปเกรด


ตัวเครื่อง ASUS VivoBook S15 S531F สามารถแกะฝาหลังออกมาได้โดยการไขน็อตออกทั้งหมดแล้วค่อยใช้บัตรแข็งรูดจากด้านหลังก็สามารถเปิดออกได้อย่างง่ายดาย โดยตัวเครื่องจะมีพัดลมระบายความร้อน 1 ตัว ฮีทไปป์เส้นใหญ่ 1 เส้น แบตเตอรี่ขนาด 3,550 mAh มีช่องใส่ Ram 1 ช่อง, SSD m.2 1 ช่อง และ HDD 2.5 นิ้ว 1 ลูก ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถแกะตัวเก่าออกเพื่ออัปเกรดได้ (Ram อัปได้สูงสุด 12 GB)

ทดสอบประสิทธิภาพ

สเปค CPU ด้านในตัวเครื่อง ASUS VivoBook S15 S531F จะใช้เป็น Intel Core i7-8565U ความเร็ว 1.80 – 4.60 Ghz แบบ 4 Core/ 8 Thread ขนาด 14 nm การ์ดจอ GPU ใช้เป็น NVIDIA GeForce MX250 (2GB GDDR5) ส่วน Ram ตัวเครื่องจะเป็น On Board 4 GB กับใส่มาเพิ่มเป็นของ Samsung อีก 4 GB รวมเป็น 8 GB ส่วนของ HDD เลือกใช้ของ Toshiba 1 TB 5400 RPM และ SSD m.2 NVMe ใช้ของ WDC PC SN520 (มีร่องบาก 2 ช่อง)

ทดสอบความเร็วของ SSD m.2 512 GB ได้ค่า Read อยู่ที่ 1670.4 MB/s และ Write อยู่ที่ 1371.7 ถือว่าค่อนข้างแรงในระดับหนึ่งเลยทีเดียวครับ ส่วนความจุจาก 512 GB จะสามารถใช้งานได้สูงสุด 476 GB ด้วยกัน

มาดูทางด้านระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่กันบ้าง ทดสอบโดยการต่อ Wifi ดู YouTube ปรับแสงหน้าจอต่ำสุด ผลปรากฏว่าสามารถใช้งานได้สูงสุดอยู่ที่ 7 ชั่วโมง 41 นาที บนแบตเตอรี่ขนาด 3,550 mAh

คราวนี้มาทดสอบเล่นเกมกับบ้างโดยทีมงานได้ทำการทดสอบเล่นเกม 2 เกม ปรับภาพบนความละเอียด Full HD ตาม Native หน้าจอ เกมแรกคือ DOTA 2 ตั้งค่าแบบ Best Looking ได้ค่า FPS เฉลี่ยอยู่ที่ 63 ต่ำสุด 20 สูงสุด 83 และ PUBG ตั้งค่าแบบ Low ได้ค่า FPS เฉลี่ยอยู่ที่ 30 ต่ำสุด 18 สูงสุด 39

หลังจากที่ทดสอบเล่นเกมไปแล้วมาดูที่อุณหภูมิตัวเครื่องกันบ้างจะเห็นว่า CPU วิ่งไปสูงสุดอยู่ที่ 98 องศา กับ GPU วิ่งสูงสุดอยู่ที่ 83 องศา ครับ

สรุป

ASUS VivoBook S15 S531F ก็ถือเป็นอีกโน้ตบุ๊คสายทำงานที่หลายคนคงจะชอบไม่น้อย ด้วยน้ำหนักที่ค่อนข้างเบา อะแดปเตอร์ขนาดเล็กพกพาสะดวก แบตเตอรี่ใช้ได้ยาวๆ 7 ชั่วโมงบวกๆ และสเปคเครื่องที่ให้มีครบทั้ง CPU ที่เป็น i7 + การ์ดแยก MX250 ทำให้สามารถทำงานได้ครอบคลุมในหลายๆ ด้าน อีกทั้งตัวเครื่องยังให้ความจุที่แบบจัดหนักจัดเต็มที่ HDD 1 TB กับ SSD m.2 PCIe 512 GB แทบไม่ต้องเพิ่ง External HDD เลย เรียกได้ว่าเป็นอีกโน้ตบุ๊คที่ครบเครื่องสุดๆ รุ่นหนึ่งไม่ต้องอัปเกรดอะไรเพิ่มแล้ว

นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมาพร้อมกับ Windows 10 แท้สามารถเปิดใช้งานได้ทันที และภายในกล่องยังมีสติ๊กเกอร์มาให้อีก 8 ชิ้นสวยๆ ไว้แปะตามฝาหลังโน้ตบุ๊คให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเราให้ไม่ซ้ำเหมือนใคร

แต่อย่างไรก็ตามตัวเครื่อง ASUS VivoBook S15 S531F ก็ยังพอมีข้อสังเกตอยู่บ้างในเรื่องของการระบายความร้อนที่ตัวเครื่องเวลาทำงานหนักๆ อุณหภูมิ CPU ขึ้นค่อนข้างสูง ทำให้การทำงานดรอปลงไปบ้าง แต่อย่างว่าตัวเครื่องไม่ได้ออกแบบมาให้ทำงานหนัก ถ้าเพื่อนๆ คนไหนที่อยากได้โน้ตบุ๊คที่ไว้ทำงานหนักๆ เล่นเกมจ๋าๆ ยังไงก็แนะนำซื้อตัวเกมมิ่งโน้ตบุ๊คก็จะดีกว่านะครับ




จุดเด่น

  • บอดี้ตัวเครื่องสีสันโดดเด่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร ที่สำคัญวัสดุเป็นอะลูมิเนียมแข็งแรงทนทาน
  • สเปคที่ให้ถือว่าค่อนข้างแรงใช้งานได้ครอบคลุม i7-8565U + MX250 + Ram 8 GB
  • ความจุตัวเครื่องให้มาเยอะมากทั้ง HDD ธรรมดา 1 TB และ SSD m.2 PCIe 512 GB
  • หน้าจอ 15.6 นิ้วขอบบาง Full HD พาเนล IPS ให้มุมมองภาพที่ชัดเจนทุกมุมมอง
  • มีระบบ IR Camera สแกนใบหน้าปลดล็อคหน้าจอ
  • ลำโพงใช้ของ Harman Kardon ให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปอย่างรู้สึกได้
  • แบตเตอรี่ถึกใช้ได้นานเกิน 7 ชั่วโมง
  • น้ำหนักตัวเครื่องหนักเพียง 1.80 กิโลกรัม

ข้อพิจารณา

  • ตัวเครื่องค่อนข้างร้อนเมื่อใช้งานหนักๆ (เพราะตัวเครื่องไม่ได้ออกแบบมาทำแบบนี้)
  • พอร์ต USB Type A เป็น 2.0 อยู่ 2 ช่อง ซึ่งควรเป็น 3.0 ขึ้นไปทั้งหมดได้แล้ว
  • ปุ่ม Enter ตรง Numpad เล็กไปหน่อย ต้องใช้สักพักถึงจะชิน

from:https://droidsans.com/review-asus-vivobook-s15-s531f/

VAIO SX12 แล็ปท็อปขนาดเล็ก ที่เต็มไปด้วยพอร์ตเชื่อมต่อ ราคาเริ่มต้นราว 33,920 บาท

VAIO เปิดตัวแล็ปท็อปขนาดเล็ก SX12 ที่มีพอร์ตเชื่อมต่อมากมายอย่าง USB-A (3 ช่อง), USB-C สำหรับชาร์จ 1 ช่อง, HDMI, VGA, การ์ด SD, Ethernet และหูฟังหรือไมโครโฟน โดยมาพร้อมจอแสดงผล 12.5 นิ้ว น้ำหนัก 888 กรัม

VAIO SX12 ใช้โปรเซสเซอร์ 8th Gen Intel Core i5 หรือ i7 และรองรับ LTE เป็นโมดูลเสริม เริ่มวางจำหน่ายในญี่ปุ่นภายในสัปดาห์นี้ ราคาอยู่ในช่วง 119,800 – 216,800 เยน หรือราว 33,920 – 61,390 บาท ขึ้นอยู่กับโปรเซสเซอร์และความจำ

ที่มา – The Verge
https://www.flashfly.net/wp/259176

from:https://www.flashfly.net/wp/259176

แนะนำ โน้ตบุ๊ค สายทำงาน สเปคโอเค เน้นเบา แบกขึ้นหลังไม่เมื่อย งบ 20,000 – 35,000 บาท

เบื่อไหมกับโน้ตบุ๊คหนักๆ เวลาพกพาไปทำงานที่ไหนก็บ่นโอดโอยปวดหลังปวดไหล่ ซึ่งปัจจุบันน้ำหนักโน้ตบุ๊คโดยเฉลี่ยเบาลงกว่าสมัยก่อนมาก บางรุ่นมีน้ำหนักไม่ถึงกิโลด้วยซ้ำ รวมถึงอะแดปเตอร์ชาร์จไฟเองก็มีขนาดเล็กลงไปด้วย ทำให้เราสามารถจะหยิบจับพกพาโน้ตบุ๊คไปทำงานที่ไหนได้สะดวกกว่าแต่ก่อนเยอะ แถมแบตเตอรี่ก็ใช้ได้ยาวนานขึ้นอีกด้วย

โดยในบทความนี้เองทีมงานจะมาแนะนำโน้ตบุ๊คสายทำงาน สเปคโอเคพอทำงานหนักๆ ได้บ้าง จะมีรุ่นอะไรบ้างไปดูกันเลยครับ (เรียงตามน้ำหนัก)

1. Acer Swift 5 SF514

 

เริ่มกันด้วยโน้ตบุ๊คจอ 14 นิ้วที่เบาที่สุด และหาซื้อได้ไม่ยากกับ Acer Swift 5 ตัวใหม่ของปี 2019 ที่มีน้ำหนักตัวแค่ 0.97 กิโล เท่านั้น วัสดุสุดพรีเมียมทำจากอะลูมิเนียมอัลลอย เรียกได้ว่าถ้าเพื่อนๆ ได้ลองถือแล้วจะคิดว่ามันใช่เหรอเนี่ย ข้างในกลวงรึเปล่า ซึ่งบอกเลยว่าตอนทีมงานได้สัมผัสเครื่องจริงครั้งแรกคิดว่าเป็นเครื่องโมเดลด้วยซ้ำ แถมสายชาร์จที่ให้มาก็ใหญ่กว่าของมือถือนิดเดียว (มี 3 สีคือ เทา, น้ำเงิน, ชมพูทอง)

  • CPU : Intel Core i5-8265U
  • GPU : Intel UHD Graphics 620
  • Ram : 8 GB DDR4 bus 2400 MHz
  • Storage : SSD m.2 PCIe ขนาด 256 GB
  • Display : 14 inch (1920 x 1080) Full HD IPS (จอสัมผัส)
  • Size : 329 mm (w) x 228 mm (d) x 14.9 mm(h)
  • Weight : 0.97 Kg
  • Price : 29,900 บาท

**คำแนะนำ**  รุ่นนี้เหมาะกับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คน้ำหนักเบาที่สุดในจอ 14 นิ้ว ขนาดเล็กกะทัดรัด ใส่กระเป๋าง่าย พกพาบ่อยๆ ออกนอกสถานที่ทุกวัน ใช้งานจอสัมผัส และไม่ได้เล่นเกม

 

2. Acer Swift 5 SF515

ถัดมาก็ยังคงเป็นแบรนด์ Acer เหมือนกัน โดยรุ่นนี้ก็จะเป็นโน้ตบุ๊คจอ 15.6 นิ้วที่เบาที่สุดอีกเช่นกัน ซึ่งมีน้ำหนักตัวแค่ 0.99 กิโล เท่านั้น หนักกว่าตัว 14 นิ้ว แค่ 0.02 กิโลทำไปได้ ส่วนก็ทำจากวัสดุอะลูมิเนียมอัลลอย เรียกได้ว่าเหมือนกัน 14 นิ้วทุกประการ ต่างแค่มีจอขนาดใหญ่ขึ้นกับ มีราคาเพิ่มขึ้น 1,000 บาท (มี 2 สีคือ เทา, น้ำเงิน)

  • CPU : Intel Core i5-8265U
  • GPU : Intel UHD Graphics 620
  • Ram : 8 GB DDR4 bus 2400 MHz
  • Storage : SSD m.2 PCIe ขนาด 256 GB
  • Display : 15.6 inch (1920 x 1080) Full HD IPS (จอสัมผัส)
  • Weight : 0.99 Kg
  • Size : 358 mm (w) x 230 mm (d) x 15.9 mm (h)
  • Price : 30,900 บาท

**คำแนะนำ**  รุ่นนี้เหมาะกับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คน้ำหนักเบาที่สุดในจอใหญ่ 15.6 นิ้ว ซึ่งตัวเครื่องจะมีขนาดที่ใหญ่กับหนากว่าตัว 14 นิ้วนิดหน่อย และไม่ได้เล่นเกม

 

3.  ASUS ZenBook 13 UX333FN

มาดูทางด้านแบรนด์ ASUS กันบ้างกับเจ้าตัว ZenBook 13 รุ่นใหม่ล่าสุด สีล่าสุดที่เป็นสีแดง Burgundy Red ที่เห็นแล้วต้องสะดุดตา โดยตัวเครื่องรหัส 333 คือจะใช้จอ 13.3 นิ้ว Full HD IPS สวยๆ ขนาดจอสัดส่วนจะยาวกว่าโน้ตบุ๊คปกตินิดหน่อย วัสดุตัวเครื่องตัวมีส่วนประกอบที่เป็นอะลูมิเนียมเกือบทั้งหมด จะมีส่วนที่เป็นพลาสติกอยู่บางส่วน ส่วนขนาดตัวเครื่องบอกเลยว่าเล็กมาก เล็กกว่าขนาด A4 ซะอีก เน้นพกพาหยิบออกจากกระเป๋าถือมือเดียวสบายๆ (มี 3 สีคือ แดง, น้ำเงิน, เทา)

  • CPU : Intel Core i5-8265U
  • GPU : NVIDIA GeForce MX150 (2GB GDDR5)
  • Ram : 8 GB DDR3L bus 2133 MHz
  • Storage : SSD m.2 PCIe ขนาด 512 GB
  • Display : 13.3 inch LED (1920×1080) Full HD IPS
  • Weight : 1.10 Kg
  • Size : 302 mm (w) x 189 mm (d) x 16.9 mm (h)
  • Price : 29,900 บาท

**คำแนะนำ**  รุ่นนี้เหมาะกับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คที่มีไซส์ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา พร้อมกับมีการ์ดจอแยกที่ไว้เล่นเกมกับทำงานกราฟิคหนักๆ พอได้ ที่สำคัญคือตัวเครื่องได้ SSD m.2 PCIe ขนาด 512 GB อีกด้วย (numpad ที่ touchpad จะมีเฉพาะตัวสเปค i7 เท่านั้น)

 

4. MSI PS42 Modern 8RA

ปกติแล้วถ้าคิดถึงโน้ตบุ๊ค MSI จะคิดถึงโน้ตบุ๊คเกมมิ่ง สเปคแรง เครื่องหนา แต่ไม่ใช่ MSI ที่เป็นซีรีส์ PS ที่เป็นสายโน้ตบุ๊คทำงานบางเบา ซึ่งสเปคที่ให้ก็จัดเต็มแบบสุดๆ กับ ตัว PS42 8RA รุ่นใหม่นี้ ตัวเครื่องถือว่าค่อนข้างเล็ก ดีไซน์เป็นออกแนวบรัชลายอะลูมิเนียมสวยงาม มีพอร์ต USB Type C มาให้ 2 ช่อง และมีสแกนลายนิ้วมือมาให้ด้วยเพื่อความปลอดภัยยิ่งขึ้น

  • CPU : Intel Core i7-8565U
  • GPU : NVIDIA GeForce MX250 (2GB GDDR5)
  • Ram : 16 GB DDR4 bus 2400 MHz
  • Storage : SSD m.2 PCIe ขนาด 512 GB
  • Display : 14 inch LED (1920×1080) Full HD IPS
  • Weight : 1.19 Kg
  • Size : 322 mm (w) x 222 mm (d) x 15.9 mm (h)
  • Price : 35,900 บาท

**คำแนะนำ**  รุ่นนี้เหมาะกับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คน้ำหนักเบา ดีไซน์แนวมินิมอลเรียบง่าย สเปคแรง ไม่ต้องอัปเกรดอะไรเพิ่ม ได้ทั้ง i7, Ram 16 GB, SSD m.2 PCIe 512 GB และมีการ์ดจอแยกในตัวอีกด้วย นอกจากนี้จุดเด่นอีกอย่างคือตัวเครื่องมีพัดลมระบายความร้อนสองตัว ทำให้รองรับการทำงานหนักๆ ได้ดีระดับหนึ่งเลยทีเดียว

 

5. HP Envy x360 13 AR0006AU

สำหรับใครที่ต้องการโน้ตบุ๊คทำงานเน้นที่ต้องใช้ปากกา Stylus ก็ขอแนะนำเจ้าตัวนี้เลยกับ HP Envy x360 รุ่นใหม่ ซึ่งซีรีส์ Envy งานประกอบจะเป็นตัวระดับบนงานประกอบไม่ต้องพูดถึงว่าเนี้ยบขนาดไหน (สังเกตง่ายๆ ว่าโลโก้ HP จะดูโฉบเฉี่ยวกว่ารุ่นธรรมดา) โดยตัวเครื่องสามารถพับได้ 360 องศา ใช้งานเสมือนเป็น tablet ไว้พรีเซนต์งานก็ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียวครับ

  • CPU : AMD Ryzen 5 3500U
  • GPU : AMD Radeon RX Vega 8
  • Ram : 8 GB DDR4 bus 2400 MHz
  • Storage : SSD m.2 PCIe ขนาด 256 GB
  • Display : 13.3 inch LED (1920×1080) Full HD IPS (จอสัมผัส)
  • Weight : 1.30 Kg
  • Size : 325 mm (w) x 218 mm (d) x 16.0 mm (h)
  • Price : 29,900 บาท

**คำแนะนำ**  รุ่นนี้เหมาะกับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คพับจอได้ 360 องศา น้ำหนักเบา ใช้ปาก Stylus ไว้วาดรูป ออกแบบงานดีไซน์ต่างๆ งานประกอบแน่น ถือแล้วดูโดดเด่นมีระดับ

 

6. Acer Swift 3 SF314 55G

คราวนี้มาดูรุ่นน้องเล็กกันบ้างที่ให้สเปคสุดคุ้มราคาบางเบามีการ์ดจอแยกกับ Acer Swift 3 รุ่นใหม่ ดีไซน์บางเฉียบ วัสดุโลหะบรัสลายแนวขวางเรียบหรูสวยงาม ไม่เป็นรอยนิ้วมือง่าย ที่สำคัญตัวเครื่องให้ SSD m.2 PCIe ขนาด 512 GB มาให้เลยเต็มที่ และตัวเครื่องมีสแกนลายนิ้วมือมาให้ด้วย

  • CPU : Intel Core i5-8265U
  • GPU : NVIDIA GeForce MX250 (2GB GDDR5)
  • Ram : 8 GB DDR4 bus 2400 MHz
  • Storage : SSD m.2 PCIe ขนาด 512 GB
  • Display : 14 inch LED (1920×1080) Full HD IPS
  • Weight : 1.35  Kg
  • Size : 323 mm (w) x 228 mm (d) x 14.9 mm (h)
  • Price : 24,900 บาท

**คำแนะนำ**  รุ่นนี้เหมาะกับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คน้ำหนักเบาราคาไม่แพงสเปคครบๆ ตัวเครื่องบางเรียบ เล่นเกมพอได้ จอสีสวย เคลมว่าได้เฉดดีสูงถึง 72% NTSC เลยทีเดียวครับ

7. ASUS VivoBook S14 S431FL

หลังๆ มานี้ยอมรับเลยครับว่าดีไซน์ของโน้ตบุ๊ค ASUS มีการพัฒนาขึ้นมาเยอะกว่าแต่ก่อนมาก ซึ่งเจ้าตัว VivoBook S14 รุ่นใหม่นี้มาพร้อมกับสีสันที่โดดเด่นแนวทูโทนฝาหลังสีหนึ่ง บอดี้ด้านในสีหนึ่ง วัสดุงานประกอบจะเป็นกึ่งโลหะกึ่งพลาสติก ฝาหลังทำเป็นแบบ Ergolift ที่ยกคีย์บอร์ดให้สูงขึ้นเพื่อการพิมพ์งานที่สะดวกสบายและช่วยในเรื่องของการระบายความร้อน สเปคที่ให้ก็จัดเต็มสุดมีการ์ดจอแยก แถมได้ SSD m.2 PCIe ถึง 1 TB  เหลือๆ นอกจากนี้ตัวเครื่องยังให้กล้อง IR Camera ที่สามารถปลดล็อคผ่านใบหน้ามาให้อีกด้วย (มี 5 สี คือ น้ำเงิน, ชมพู, เขียว, เทาเงิน, ดำ)

  • CPU : Intel Core i7-8565U
  • GPU : NVIDIA GeForce MX250 (2GB GDDR5)
  • Ram : 8 GB DDR4 bus 2133 MHz on board
  • Storage : SSD m.2 PCIe ขนาด 1 TB
  • Display : 14 inch LED (1920×1080) Full HD IPS
  • Weight : 1.40  Kg
  • Size : 323 mm (w) x 213 mm (d) x 18.0 mm (h)
  • Price : 29,900 บาท

**คำแนะนำ**  รุ่นนี้เหมาะกับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คน้ำหนักเบา สีสันโดดเด่นดูมีความทันสมัย สเปคแรง มีการ์ดจอแยก ความจุเยอะๆ เพราะตัวเครื่องให้ SSD m.2 PCIe มาถึง 1 TB สุดจัดปลัดบอก

 

8. DELL Inspiron 5480

ถัดมากับ DELL Inspiron 5480 รุ่นใหม่ ที่ขยับสเปคให้แรงขึ้นและมาพร้อมกับการ์ดจอแยกในตัว ดีไซน์เรียบๆ ตามสไตล์ DELL วัสดุทำภายนอกเป็นกึ่งโลหะกึ่งพลาสติกผิวด้าน มีสแกนลายนิ้วมือตรงปุ่มเปิดเครื่อง จุดเด่นของรุ่นคือตัวเครื่องจะให้ทั้ง HDD ธรรมดาและ SSD m.2 ขนาด 128 GB มาให้ในตัวเครื่องเลย กับในเรื่องของประกัน DELL รุ่นนี้จะได้เป็นประกัน 2 ปี Onsite Services ซ่อมฟรีถึงบ้านครับ

  • CPU : Intel Core i7-8565U
  • GPU : NVIDIA GeForce MX250 (2GB GDDR5)
  • Ram : 8 GB DDR4 bus 2666 MHz
  • Storage : HDD 1 TB 5400 RPM + SSD m.2 PCIe ขนาด 128 GB
  • Display : 14 inch LED (1920×1080) Full HD IPS
  • Weight : 1.48  Kg
  • Size : 324 mm (w) x 232 mm (d) x 19.1 mm (h)
  • Price : 31,900 บาท

**คำแนะนำ**  รุ่นนี้เหมาะกับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คความจุเยอะที่ต้องการทั้ง HDD ธรรมดาและ SSD m.2 ในตัว กับเน้นความชัวร์เรื่องของประกันซ่อมฟรีถึงบ้าน 2 ปี

 

9. Lenovo IdeaPad S540

มาดูทางฝั่ง Lenovo กันบ้างในรุ่น IdeaPad S540 รุ่นใหม่ที่คราวนี้พร้อมดีไซน์แบบใหม่สไตล์เรียบง่ายสีโทนเดียวทั้งตัวเครื่อง บอดี้วัสดุมาจากอะลูมิเนียมแข็งแรง แกนฝาพับสามารถพับจอได้ 180 องศา มีสแกนลายนิ้วมือ ลำโพงก็ให้มาขนาดใหญ่ด้านข้างทั้งซ้ายขวาเป็นของ Harman ส่วนสเปคก็ให้มาจัดเต็ม มีการ์ดจอแยก จุดเด่นที่แตกต่างจากแบรนด์อื่นก็คือกล้อง Webcam มีม่านชัตเตอร์เปิดปิดแบบแมนนวล ป้องกันเรื่องของการอาจจะถูกสอดแนมแอบถ่ายได้

  • CPU : Intel Core i5-8265U
  • GPU : NVIDIA GeForce MX250 (2GB GDDR5)
  • Ram : 8 GB DDR4 bus 2400 MHz
  • Storage : SSD m.2 PCIe ขนาด 512 GB
  • Display : 14 inch LED (1920×1080) Full HD IPS
  • Weight : 1.50  Kg
  • Size : 323 mm (w) x 227 mm (d) x 15.9 mm (h)
  • Price : 26,900 บาท

**คำแนะนำ**  รุ่นนี้เหมาะกับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คเน้นเรื่องความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัวเป็นหลัก เพราะมีทั้งม่านชัตเตอร์ปิดกล้องและสแกนลายนิ้วมือ ตัวเครื่องสเปคก็โอเคเล่นเกมพอได้ กับมีฟีเจอร์ชาร์จไว 15 นาทีใช้งานได้ 2 ชั่วโมงด้วย

 

10. HP Pavilion x360 14-dh0076tx

รุ่นสุดท้ายที่อยากแนะนำสำหรับคนงบน้อย แต่อยากได้สเปคครบๆ กับ HP Pavilion x360 โฉมใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมกับหน้าจอพับได้ 360 องศา และมีการ์ดจอแยกด้วย ตัวเครื่องวัสดุจะเป็นพลาสติก สีออกน้ำเงินเทา หน้าจอ 14 นิ้วเป็นแบบสัมผัส มีปากกา Stylus แถมมาให้ ใช้สำหรับวาดรูป ส่วนสเปคจะเป็นตัวเริ่มต้นที่เพียงพอต่อการใช้งานทั่วๆ ไป และตัวเครื่องก็มีการ์ดแยกรุ่นเล็กมาให้ด้วย พอเล่นเกมเบาๆ ได้บ้าง

  • CPU : Intel Core i3-8145U
  • GPU : NVIDIA GeForce MX130 (2GB GDDR5)
  • Ram : 8 GB DDR4 bus 2400 MHz
  • Storage : SSD m.2 PCIe ขนาด 256 GB
  • Display : 14 inch LED (1920×1080) Full HD IPS
  • Weight : 1.59 Kg
  • Size : 324 mm (w) x 223 mm (d) x 19.7 mm (h)
  • Price : 20,900 บาท

**คำแนะนำ**  รุ่นนี้เหมาะกับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คน้ำหนักสเปคโอเคใช้งานได้ดีระดับหนึ่ง ในราคาที่ถูกที่สุด แถมได้จอสัมผัสอีกด้วย

from:https://droidsans.com/notebook-buyer-guide-mid-2019-working-lightweight/

VAIO สวนกระแสโน้ตบุ๊คมีพอร์ตน้อย เปิดตัว SX12 ไซส์เล็กจิ๋ว พอร์ตเชื่อมต่ออย่างครบ แถมหนักแค่ 8 ขีด

VAIO ได้เปิดตัวโน้ตบุ๊ค SX12 ที่เป็นหน้าจอขนาด 12.5 นิ้วไซส์เล็ก น้ำหนักตัวเครื่องแค่ 888 กรัม ที่สำคัญตัวเครื่อให้พอร์ตเชื่อมต่อมามากกว่าโน้ตบุ๊คเครื่องหนาปกติเสียอีก โดยมีทั้ง USB Type A ถึง 3 พอร์ต, USB Type C (ใช้ชาร์จไฟ), HDMI,  SD Card ตัวเต็ม, Headphone/mic 3.5 mm, Lan Ethernet และมีพอร์ต VGA สำหรับเชื่อมต่อจอรุ่นเก่ามาให้ด้วย

สเปคเบื้องต้น

  • CPU : Inte Core i5-8265U / i7-8565U
  • GPU : Intel UHD Graphics 620
  • Ram : 8 GB / 16 GB DDR3L
  • Storage : SSD NVMe 512 GB / 1 TB แบบ PCI Express×4(32Gb/s)
  • Display : 12.5 inch (1920×1080) Full HD
  • Weight : 0.88 Kg

สำหรับสเปคของ SX12 จะใช้หน่วยประมวลผล Intel Gen 8 และอาจจะมีบางรุ่นที่สามารถรองรับ LTE ซึ่งราคาวางจำหน่ายสำหรับ SX12 จะอยู่ที่ 119,800 – 216,800 เยน(ประมาณ 34,000 – 62,000 บาท) โดยราคาจะขึ้นอยู่กับสเปค, พื้นที่เก็บข้อมูล และสีของตัวเครื่อง

นอกจากนี้ในอนาคตโน้ตบุ๊ค VAIO รุ่น SX11 และ SX14 ก็มีแนวโน้มที่จะใช้พอร์ตเชื่อมต่อแบบนี้เหมือนกัน อย่างไรก็ตามจากการเปิดตัวของ VAIO SX12 รุ่นนี้ ก็เป็นข้อพิสูจน์แล้วว่า โน้ตบุ๊คไซส์เล็กไม่จำเป็นต้องมีพอร์ตเชื่อมต่อน้อยอีกต่อไป แต่ก็อาจจะทำให้เสียพื้นที่สำหรับความจุแบตเตอรี่ลงไปด้วย ทำให้ระยะการใช้งานแบตเตอรรี่ก็น้อยลงตาม

ที่มา : theverge vaio

from:https://droidsans.com/vaio-announces-tiny-laptop-with-tons-of-ports/