คลังเก็บป้ายกำกับ: NOTEBOOK

Promotion – Acer Nitro 5 ลดราคา 7,000 สเปก i7-9750H + GTX 1650 แรงลื่นคุ้มค่า ฟรี SSD 500GB

โปรโมชั่นเด็ดจากทาง Acer ขอแนะนำ Acer Nitro 5 โน้ตบุ๊คเล่นเกมสเปก i7-9750H + GTX 1650 ราคาปกติ 36,990 บาท ลดไปเลย 7,000 เหลือเพียง 29,990 บาทเท่านั้น พร้อมแถมฟรี SSD M.2 ความจุ 500GB ในงาน TME 2020 (Thailand Mobile Expo 2020) ที่ร้าน Powerbuy ช่วงวันที่ 30 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์จั ดว่าเป็น Gaming Notebook ให้ประสิทธิภาพแรงพอตัว เล่นเกมลื่นไหล นับว่าเป็นอีกรุ่นที่น่าสนใจสำหรับการเลือกซื้อโน้ตบุ๊คที่เน้นนำมาเล่นเกม มาพร้อมด้วยดีไซน์ใหม่ขอบจอบางเฉียบ การออกแบบก็สวยล้ำกว่าเดิม เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook ที่ราคาคุ้มค่าสเปกโดนใจ ที่น่าจับตามองมากๆ

สำหรับ Acer Nitro 5 รุ่นนี้ (Acer Nitro AN515-54-72LW) มาพร้อมกับสเปกใหม่ล่าสุดด้วยชิปประมวลผล​อย่าง Core i7-9750H ตัวแรงสุดๆ รองมาจาก Core i9 ที่สำคัญได้การ์ดจอเล่นเกมประสิทธิภาพดี NVIDIA GeForce GTX 1650 (4GB GDDR5) ที่เป็นรุ่นใหม่ของ GTX เน้นความแรงและคุ้มค่าเป็นหลัก สเปกอื่นๆ ได้แรมขนาด 8GB ส่วน SSD ให้มาเป็นแบบ M.2 NVMe จำนวน 2 ช่อง ให้มาแล้ว 1 ตัวที่ความจุ 256GB (อัพเกรดได้อีก) อีกทั้งยังให้ HDD SATA 3 2.5″ มาเสริมที่ 1TB  สำคัญคือได้ประกัน 3 ปี On-site Service พร้อมซ่อมด่วนให้ใน 3 ชั่วโมงด้วย

นอกจากนี้ Acer Nitro 5 มาพร้อมจอแสดงผลแบบด้าน 15.6 นิ้ว ที่ความละเอียด Full HD ความละเอียด 1920 x 1080 พาเนล IPS ที่ Refresh Rate 144Hz ให้สีสันที่สวยงามทุกมุมมองแถมยังลื่นไหล และในส่วนของระบบเสียงเป็นลำโพงแบบสเตอริโอ 2.0 ให้เสียงที่ดีในระดับที่น่าพอใจกว่ารุ่นเดิม ประกอบกับมีซอฟต์แวร์จัดการเสียงอย่าง Wave MaxxAudio ทำให้มีคุณภาพที่ดียิ่งขั้นไปอีก ส่วนน้ำหนักจะอยู่ที่ 2.3 กิโลกรัมถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของ Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″

ตัวหน้าจอยังมาพร้อมกล้อง Webcam แบบ HD และมีไมค์ดิจิตอล 2 ตัวแบบตัดเสียง ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง HDMI, 2 x USB 3.1 Type-A, 1 x USB 2.0 Type-A, 1 x USB 3.1 Type-C, Kensington Lock, 2-in-1 SD, RJ-45 , Headset 3.5mm พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 4.0 และ Wi-Fi Intel Dual Band MU-Mimo มาตรฐาน 802.11a/b/g/n/ac แถมมีประกัน On-site Service ถึง 3 ปีเต็ม ถือว่าเป็น Gaming Notebook ที่คุ้มค่าที่สุด ณ เวลานี้อีกรุ่นเลยทีเดียว

Powerbuy จัดโปรโมชั่นแจ่มๆ อย่าง Acer Nitro 5 สเปก i7-9750H + GTX1650 + RAM 8GB + SSD 256GB + HDD 1TB + จอ IPS 144Hz เหลือ 29,990 บาท จากปกติที่ราคา 36,990 บาท เริ่มแล้ววันนี้นทุกสาขาทั่วประเทศ ส่วนที่แถม SSD M.2 512GB จะมีในงาน TME 2020 (Thailand Mobile Expo 2020) ที่ร้าน Powerbuy ช่วงวันที่ 30 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์เท่านั้น ใครสนใจตามไปจัดกันได้เลย

from:https://notebookspec.com/promotion-acer-nitro-5-i7-9750h-gtx-1650-by-powerbuy/508112/

กูเกิลขยายเวลาซัพพอร์ต Chromebook อัพเดตซอฟต์แวร์ให้นานสูงสุด 8 ปี

กูเกิลประกาศนโยบายการอัพเดต Chromebook ใหม่ จากแรกสุดที่การันตีอัพเดตนาน 3 ปี ขยายมาเป็น 6 ปี และล่าสุดคือ Chromebook บางรุ่นที่วางขายในปี 2020 จะได้อัพเดตนานถึง 8 ปี ไปจนถึงปี 2028 กันเลยทีเดียว

Chromebook รุ่นที่ระบุชื่อคือ Acer Chromebook 712 ที่เพิ่งเปิดตัววันนี้ และ Lenovo 10e Chromebook Tablet ที่เปิดตัวช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จะได้อัพเดตอัตโนมัติไปจนถึงเดือนมิถุนายน 2028

กูเกิลให้เหตุผลว่า Chromebook ที่ใช้งานในโรงเรียนมักซื้อกันเป็นล็อตใหญ่ๆ การที่เพิ่มระยะเวลาการอัพเดตให้นานๆ ยิ่งช่วยให้โรงเรียนตัดสินใจลงทุนกับ Chromebook ได้ง่ายขึ้น

No Description

สำหรับ Pixelbook Go ตัวล่าสุดของกูเกิลเองที่เปิดตัวเมื่อปลายปีที่แล้ว จะได้อัพเดตไปจนถึงเดือนมิถุนายน 2026 (ประมาณเกือบ 7 ปี) ในขณะที่สมาร์ทโฟนแบรนด์ Pixel ได้การันตีอัพเดตนาน 3 ปี

ถ้าเปรียบเทียบกับระบบปฏิบัติการฝั่งไมโครซอฟท์ ตามปกติแล้ว Windows มีระยะเวลาซัพพอร์ตนาน 10 ปี โดยแบ่งเป็นระยะซัพพอร์ตปกติ (mainstream support) 5 ปี และระยะอัพเดตแพตช์ความปลอดภัยอย่างเดียว (extended support) อีก 5 ปี

Chromebook แต่ละรุ่นมีระยะเวลาอัพเดตไม่เท่ากัน สามารถดูข้อมูลของทุกรุ่นได้จาก Chrome Enterprise

ที่มา – Google

from:https://www.blognone.com/node/114267

Preview – Acer Swift 3 ปี 2020 จอ 13.5″ สเปก Core i Gen 10 / Ryzen 4000 เริ่ม 18,000 บาท

ที่ผ่านมา 2019 Acer Swift 3 จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่จัดเต็มเรื่องความคุ้มค่า การพกพา งานประกอบ และสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม ล่าสุดในงาน CES 2020 ก็มีการนำเสนอ Acer Swift 3 รุ่นใหม่ จอ 13.5″ ที่ได้สัดส่วนเป็น 3:2 พร้อมความละเอียด 2256 x 1504 พิกเซล พาเนล IPS ที่ดีกว่าเดิม (รุ่นก่อนเป็น 14″ 1920 x 1080 พิกเซล) ซึ่งอย่างที่รู้กัน Acer ได้พัฒนาในส่วนของโน้ตบุ๊คที่เน้นการพกพามาโดยตลอด แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานสุด 16 ชั่วโมง พร้อมยังสามารถชาร์จได้รวดเร็วเพียง 30 นาที ก็สามารถใช้งานได้ถึง 4 ชั่วโมง

อีกทั้งได้สเปกเป็น Intel Core i Gen 10 และเพิ่มสเปก AMD Ryzen 4000 เข้ามา ส่งผลให้เป็นโน้ตบุ๊คบางเบารุ่นใหม่ที่คุ้มค่าที่น่าจับตามองที่สุด ด้วยราคาเริ่มต้นที่ $599 หรือประมาณ 18,000 บาท สำหรับสเปก AMD หรือถ้าเป็นสเปก Intel จะมีราคาเริ่มต้นที่ $699 หรือประมาณ 21,000 บาท แต่ได้สเปกครบครันครบเครื่อง พร้อมมีพอร์ตเทพ Thunderbolt 3 ด้วย (สำหรับสเปก Intel)

Acer Swift 3 ปี 2020 ได้สเปกชิปประมวลผล Intel  Core i Gen 10 สถาปัตยกรรม Ice Lake เทคโนโลยีการผลิตที่ 10 นาโนเมตร ทั้ง Core i3-1005G1 / Core i5-1035G1 / Core i7-1065G7  ที่แรงกว่าเดิม จับคู่มากับการ์ดจอ NVIDIA GeForce MX250 หรือ AMD Ryzen 7 4700U ที่สถาปัตยกรรม 7 นาโนเมตร พร้อมการ์ดจอออนชิป Radeon Vega 7 พร้อมจัดเต็มเรื่องความคุ้มค่า การพกพา

สเปก Acer Swift 3 ปี 2020 รุ่น Intel Core i Gen 10 จะได้การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX250 ที่แรงระดับเทียบเคียง GTX 950M ทำให้พอเล่นเกมออนไลน์ได้สบายๆ แต่ให้ความร้อนที่น้อย แรมให้มาขนาด 8GB LPDDR4X (รองรับสูงสุด 16GB )เพียงพอต่อการใช้งานทันที ส่วน SSD M.2 NVMe มีมาให้ขนาด 512GB มาพร้อมความเร็วสูงและพื้นที่ใส่ไฟล์ใหญ่ๆ ได้สบายๆ ส่วนสเปก AMD Ryzen 4000 เท่าที่ทราบตอนนี้จะมีเพียง AMD Ryzen 7 4700U ทำงานแบบ 8 คอร์ 8 เธรด ที่ความเร็ว 2.1 – 4.0GHz ส่วนสเปกอื่นๆ น่าจะใหล้เคียงกัน

ส่วนเรื่องของพอร์ตเชื่อมต่อนั้นก็ยังมีพอร์ตมาตรฐานซึ่งมาให้ค่อนข้างครบ Thunderbolt 3 รองรับการใช้งานหลากหลายทั้ง USB 3.1 Type-C + DisplayPort + Power Delivery (ส่วนสเปก AMD เป็น USB 3.1 Type-C), USB 3.1 Type-A, USB 2.0 Type-A, HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอก ที่สำคัญยังมาพร้อม Dual-Band Intel Wi-Fi 6 AX ที่แรงขึ้น 3 เท่า และการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0 ใหม่ล่าสุด

ซึ่งสเปก Intel จะมีน้ำหนักเพียง 1.19 ก.ก. และบางเพียง 15.95 ม.ม. เท่านั้น ส่วนสเปก AMD จะมีน้ำหนักที่ 1.19 ก.ก. เหมือนกัน โดยมีความบางมากกว่าที่ 16.6 ม.ม. ได้ดีไซน์ขอบจอบางเฉียบ และสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมกว่าเดิม เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน ที่ต้องการโน้ตบุ๊คคุ้มค่า หรูหรา บางเบา จบครบในเครื่องเดียว แน่นอนว่าในการที่จอเป็นเป็นสัดส่วน 3:2 ที่ความละเอียด 2256 x 1504 พิกเซล ทำให้ได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ เพราะได้พื้นที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน พร้อมความเรียบเนียนตาด้วย

Acer Swift 3 ปี 2020 เครื่องนี้ใช้วัสดุประกอบหลักเป็นอลูมิเนียมอัลลอยด์คุณภาพดีให้สัมผัสใกล้เคียงกับรุ่นปีอย่าง Acer Swift 5 โดยสีสันเป็น ออกแนวเทาๆ เงินๆ (น่าจะมีสีอื่นๆ ตามมาอีก) ที่เหมาะกับทั้งหนุ่มๆ ลุคเท่แบบคลูๆ หรือสาวๆ ที่ดูน่ารักสดใส  ซึ่งทั้งตัวเครื่องให้ความบางเบาแต่แข็งแรง เรียกได้ว่าได้รับการพัฒนาต่อยอดจากโน้ตบุ๊คบางเบาของทาง Acer ได้เป็นอย่างดีที่มาพร้อมราคาที่คุ้มค่ากว่ารุ่นเดิม

ฝาหลังเป็นวัสดุอลูมิเนียมอัลลอยด์เช่นกัน ให้ผิวสัมผัสที่ดีมีความพรีเมียมกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไป พร้อมโลโก้ Acer ตามมาตรฐานกลางฝาหลัง ให้สีสันเป็นทองมันวาว สำหรับขอบตัวเครื่องมีความโค้งมนเพื่อความสวยงาม ส่วนด้านในก็จะเป็นอลูมิเนียมที่ดูหรูหรา ตัดกับคีย์บอร์ดสีดำยิ่งให้ความสวยงามและโดดเด่น โดยตัวบานพันเป็นแบบแถวยาวแถวเดียวโดยมีคำว่า Swift อยู่ เรียกได้ว่าดีไซน์ไปในทิศทางเดียวกันทั้งซีรีย์

เรียกได้ว่าตัวเครื่องและดีไซน์การออกแบบของ Acer Swift 3 ปี 2020 นั้น เป็นการต่อยอดจากรุ่นเดิมที่ดูลงตัว เพราะดูแล้ว Acer ทำการบ้านมาเป็นอย่างดีกับโน้ตบุ๊คบางเบาราคาคุ้มค่า ที่ราคาไม่แพง โดยเริ่มต้นเพียงสองหมื่นบาทต้นๆ เท่านั้น ที่ให้ภาพลักษณ์โดยรวมนั้นทำได้เป็นอย่างดีน่าประทับใจ ที่สำคัญคือเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนๆ จัดได้ว่ามีราคาที่ถูกลงกว่าเดิมมากๆ อีกทั้งยังได้ความบางเบาและมีพอร์ต Thunderbolt 3 ด้วย อย่างที่โน้ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ Intel Core i Gen 10 ที่แบรนด์อื่นๆ ไม่ให้มา ส่วนถ้าสเปกเป็น AMD Ryzen 4000 จะได้เป็น USB 3.1 Type-C

คีย์บอร์ดที่ติดตั้งมาใน Acer Swift 3 ปี 2020 เป็นแบบ Chiclet Keyboard ซึ่งระยะเว้นระหว่างปุ่มพิมพ์ทำออกมาได้พอดีไม่ชิดกันมากเกินไปและระยะยุบตัวของปุ่มพิมพ์นั้นอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ผิวสัมผัสของปุ่มแต่ละปุ่มนั้นให้ความรู้สึกที่ติดนิ้ว ส่งผลให้พิมพ์ได้อย่างสะดวกไม่แพ้คีย์บอร์ดของโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ เลย พร้อมมีไฟคีย์บอร์ดสีขาวส่องสว่างปรับระดับได้ ส่วนปุ่มเปิดเครื่องจะไปอยู่ที่มุมขวาบน สีกลืนไปกับเครื่อง

ซึ่งแม้ว่าเราจะไปเผลอกดระหว่างการใช้งานก็ไม่ได้ทำให้เครื่องปิดแต่อย่างใด (ต้องกดค้างซัก 3 วินาทีถึงจะมีเมนูของ Acer ขึ้นมา)ทัชแพดถูกออกแบบมาให้มีขนาดที่ใหญ่กำลังดี โดยจะซ่อนปุ่มคลิกซ้ายและคลิกขวาเอาไว้ทำให้ดูเรียบง่ายหรูหรา จากการทดสอบแล้วทัดแพชนี้รองรับ Gesture Control ได้ดีและมีการตอบสนองที่รวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือแบบใหม่ที่เพียงแตะเท่านั้น

เป็นว่าเป็นรอชมรีวิวตัวเต็มของ Acer Swift 3 ปี 2020 จอ 13.5″ สเปก Core i Gen 10 / Ryzen 4000 กันอีกทีนะครับ เชื่อได้ว่าคุ้มค่าน่าซื้อเหมือนเดิมแน่นอน พร้อมสเปกและหน้าจอที่ดีขึ้น แน่นอนว่าราคาไม่แพง ทำให้ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายๆ ด้วย

 

 

from:https://notebookspec.com/preview-acer-swift-3-model-2020-core-i-gen-10-or-ryzen-4000/507729/

Preview – Acer Nitro 5 เพิ่มสเปก Ryzen 5 3550H/7 3750H + GTX 1050Ti/1650 เริ่ม 20,900 บาท

เปิดตัวกันไปที่งาน CES 2020 สำหรับ Acer Nitro 5 รุ่นใหม่ ใช้สเปกที่เป็น AMD ชิปประมวลผล Ryzen 5 3550H/7 3750H และใช้การ์ดจอเป็น NVIDIA GeForce GTX 1050Ti/1650 ในราคาคุ้มค่าเริ่มต้นที่ 20,900 บาท ที่สำคัญได้หน้าจอเป็นพาเนล IPS ที่ 120Hz แน่นอนว่ามี Windows 10 แท้พร้อมใช้งานทันที จากที่ก่อนหน้านี้มีสเปก AMD ก็จริง แต่เป็น Ryzen + Radeon ให้เลือกเท่านั้น พร้อมด้วยดีไซน์ขอบจอบางเฉียบซึ่งต้องบอกว่าได้รับการออกแบบที่เหมือนกันสำหรับภายนอก แต่ภายในนั้นต่างด้วยสเปกชัดเจน ส่วนฟีเจอร์ CoolBoots ช่วยระบายความร้อนก็ยังมีอยูเช่นเดิม

เรียกได้ว่าเป็น Gaming Notebook ชิปประมวลผลสายพันธุ์ AMD ที่ผนวกกับการ์ดจอ NVIDIA ที่ราคาคุ้มค่าสเปกโดนใจ ที่น่าจับตามองมากๆ จากการที่เป็น AMD Ryzen 3000 ซีรีส์ H ที่ทั้งแรงและร้อนน้อย แบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนาน โดยได้การ์ดจอ GTX 1650 ที่แรงลื่นยิ่งกว่า RX560X ถือว่าใกล้เคียงกับแบรดน์อื่น สเปกที่เหลือก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ได้แรมขนาด 8GB ส่วน SSD M.2 NVMe ใส่ให้มาเลย 512GB รองรับอัพเกรด M.2 SATA อีก 1 ช่อง พร้อม HDD 2.5″  ส่วนประกันได้เป็น 3 ปี On-site Service หรือจะส่งศูนย์ซ่อมด่วนภายใน 3 ชั่วโมงก็สามารถทำได้

ในส่วนของระบบเสียงเป็นลำโพงแบบสเตอริโอ 2.0 ให้เสียงที่ดีในระดับที่น่าพอใจกว่ารุ่นเดิม ประกอบกับมีซอฟต์แวร์จัดการเสียงอย่าง Wave MaxxAudio ทำให้มีคุณภาพที่ดียิ่งขั้นไปอีก น้ำหนักจะอยู่ที่ 2.3 กิโลกรัมถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของ Gaming Notebook หน้าจอ 15.6″ มาพร้อมกล้อง Webcam แบบ HD และมีไมค์ดิจิตอล 2 ตัวแบบตัดเสียง การเชื่อมต่อไร้สายก็มาพร้อมกับ Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 5 2×2 MU-MIMO พร้อมซอฟต์แวร์อย่าง NitroSense มาช่วยปรับแต่งเหมือนเดิม

วัสดุของตัวเครื่องทั้งหมดจะเป็นพลาสติกเกรดดี ส่งผลให้ตัวเครื่องมีความบางเบากว่าเดิมแน่นอน รวมไปถึงการพกพาก็สะดวกยิ่งขึ้น อย่าง Acer Nitro 5 หน้าจอ 15.6″ พาเนล IPS ขอบจอบางเพียง 7.18 มิลลิเมตร พื้นที่สัดส่วนกว่า 80% ทำให้มีขนาดเครื่องพอๆ กับโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14″ แบบก่อน โดยเป็นหน้าจอ Refresh Rate ที่ 120Hz  ซึ่งดูรวมๆ แล้งทั้งสีสันและความคมชัดจัดว่าใช้ได้เลยทีเดียว เหมาะกับการใช้งานทั่วไปหรือการเล่นเกม ดูหนังก็ทำได้ย่อมทำได้อย่างน่าประทับใจไม่มีปัญหา

สำหรับสีสันก็ยังคงเอกลักษณ์สีดำแซมด้วยสีแดงเอาไว้อยู่ อย่างโดดเด่นและสวยงาม ที่ต้องว่า Acer Nitro 5 ฝาหลังจะมีลักษณะลวดลายผิวไม่เรียบบริเวณด้านข้างซ้ายและขวา ฝาบนจะโลโก้คำว่า Acer สีดำคมเข้มไม่ธรรมดา ผิวฝาบนพื้นผิวเป็นพลาสติกมีสีดำด้านให้สัมผัสดีมีคุณภาพสูง พร้อมมีเกล็ดเล็กๆ แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นรอยนิ้วมือง่ายนิดหนึ่ง ซึ่งคงต้องหมั่นคอยเช็ดทำความสะอาดสักหน่อย เวลามือมีเหงื่อออกแล้วไปจับ รวมไปถึงขอบตัวเครื่องบริเวณฝาพับ Acer Nitro 5 จะเป็นสีแดงพร้อมกับมีคำว่า Nitro เอาไว้ โดยสามารถกางหน้าจอได้มากกว่า 145 องศาทีเดียว

ด้านในตัวเครื่องงานดีไซน์ก็เหมือนกับ Acer Nitro 5 รุ่นปี 2019 โดยมีพื้นผิวคล้ายกับด้านนอก ที่มีการติดตั้งปุ่ม Power ไว้มุมขวาบนสุดของชุดคีย์บอร์ด รวมไปถึงยังมีการติดตั้งปุ่ม NitroSense ไว้เหนือแป้นตัวเลขด้วย กดใช้งานได้สะดวกดี การอัพเกรดแรมและ SSD ในอนาคตนั้น แน่นอนว่าเราจำเป็นต้องถอดฝาล่างของตัวเครื่องออกมา โดยวัสดุของฝาหลังนี้ก็เป็นพลาสติกเกรดดี พื้นผิวเป็นแบบสากๆ ทำให้หยิบจำแล้วไม่ลื่นไหล พร้อมยางรองตัวเครื่องขนาดใหญ่ 4 จุดด้วยกัน ซึ่งมีความมั่นคงดี ซึ่งเมื่อมองไปที่ช่องด้านล่างก็จะพบกับช่องดูดลมเย็นพร้อมกับพัดลม 2 ตัว

ทางด้านหลังตัวเครื่องก็จะมีช่องระบายความร้อน 1 ช่องขนาดใหญ่ทางซ้ายเห็นเป็นลักษณะของฟินสีดำสนิท ส่วนช่องทางขวาจะเป็นช่องที่ดีไซน์คล้ายกันเป็นตะแกรงสีดำ แต่ไม่มีพัดลมติดตั้งอยู่ พร้อมแกนฝาพับจะเป็นสีแดง พร้อมมีตัวอักษรเขียนไว้ว่า Nitro แสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะรุ่น ซึ่งดูสวยงามโดดเด่นมากเลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี Acer CoolBoost และช่องระบายความร้อนคู่ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและระบายความร้อนด้วยพัดลมคู่ เมื่อมีการใช้งานที่หนักหน่วง CoolBoost จะเพิ่มความเร็วพัดลมมากขึ้น 10% และการระบายความร้อน CPU/GPU มากขึ้น 9% เมื่อเทียบกับโหมดอัตโนมัติ (ตามที่ Acer เคลมไว้) พร้อมจัดการระบบของเราแบบเรียลไทม์ด้วยซอฟต์แวร์ NitroSense ซึ่งครอบคลุมถึงอุณหภูมิ ความเร็วพัดลมและอีกมากมาย

ไว้อย่างไรมีโอกาสเราคงได้ทำการรีวิว Acer Nitro 5 สเปก 7 3750H + GTX 1650 กันอีกที เรียกได้ว่าตลาด Gaming Notebook ปี 2020 ต้องสนุกสนานอย่างแน่นอน เพราะทาง Acer ต้องเปิดราคามาคุ้มค่าเช่นเดิม แถมได้ประสิทธิภาพความแรงที่ดียิ่งขึ้น (หรือไม่แน่ว่าอาจจะรออัพเดทเป็น AMD Ryzen 4000 Series อีกที) รวมไปถึงส่วนของประกันก็ดีอยู่แล้วที่เป็น 3 ปี On-site Service หรือจะส่งศูนย์ซ่อมด่วนภายใน 3 ชั่วโมง ซึ่งทุกๆ เชื่อมั่นกัน

from:https://notebookspec.com/preview-acer-nitro-5-ryzen-5-3550h7-3750h-gtx-1050ti1650/507607/

Review | รีวิว Microsoft Surface Laptop 3 13 โน้ตบุ๊คสุดหรู สเปคใหม่จัด Intel Gen 10 รหัส G เริ่มต้น 34,990 บาท

ถ้าพูดถึงโน้ตบุ๊ค Windows สุดหรู เห็นแล้วดูรู้เลยว่าเครื่องนี้ไม่ธรรมดา คงต้องยกให้เจ้าตัว Micorsoft Surface Laptop ที่คราวนี้มาถึงรุ่นที่ 3 กันแล้ว ซีพียูก็อัปเกรดตีบวกมาเป็น Intel Gen 10 รหัส G Ice Lake ที่เป็น 10 nm ตัวล่าสุด พร้อมกับน้ำหนักเบาเพียง 1.25 กิโลเบาๆ พกพาสะดวก โดยมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 34,990 บาท รีวิวและประสิทธิภาพตัวเครื่องจะเป็นยังไงบ้างไปดูกันเลยครับ

สเปคเบื้องต้น

  • CPU : Intel Core i5-1035G7 / i7-1065G7
  • GPU : Intel Iris Plus Graphics G7
  • Ram : 8 GB / 16GB DDR4x 3733MHz
  • Storage : SSD m.2 PCIe 128GB / 256GB
  • Display : หน้าจอสัมผัส 13.5 นิ้ว  ความละเอียด 2256 x 1504 QHD สัดส่วน 3:2 60 Hz
  • Network : Wi-Fi 6 802.11 ax / Bluetooth 5.0
  • Size : 308 x 223 x 14.5 mm
  • Weight : 1.25 kg
  • Warranty : 1 ปี

ราคา Microsoft Surface Laptop 3 13

  • i5-1035G7 / Ram 8GB / SSD m.2 128GB ราคา 34,990 บาท
  • i5-1035G7 / Ram 8GB / SSD m.2 256GB ราคา 44,990 บาท
  • i7-1065G7 / Ram 16GB / SSD m.2 256GB ราคา 52,990 บาท

ราคาอุปกรณ์เสริม

  • ปากกา Surface Pen ราคา 3,900 บาท (ใส่ถ่าน AAAA 1 ก้อน)
  • เมาส์ Surface Arc Mouse Bluetooth ราคา 3,100 บาท (ใส่ถ่าน AAA 2 ก้อน)

ดีไซน์ตัวเครื่อง

ดีไซน์ตัวเครื่อง Microsoft Surface Laptop 3 ยังคงเอกลักษณ์แบบเดิมคือสีโทนเดียวกันหมดโดยรุ่นที่ทีมงานได้มารีวิวจะเป็นตัวท็อป i7-1065G7 ตัวเครื่องเป็นสีดำด้าน  ส่วนถ้าเครื่องที่เป็นสีเงินแพลทินัม ตรงที่รองฝ่ามือหุ้มด้วยวัสดุ Alcantara แทน ซึ่งวัสดุบอดี้ตัวเครื่องทั้งหมดเป็นอะลูเนียมแข็งแรงทนทานหายห่วง

ด้านหลังตัวเครื่องเป็นโลโก้ธง Microsoft ดูสวยงามเป็นซิกเนเจอร์ที่ดูก็รู้ทันทีว่านี่คือเครื่อง Surface สำหรับผิวสัมผัสจะเป็นผิวเรียบไม่เป็นรอยนิ้วมือง่าย พร้อมกับแกนฝาพับที่เป็นแกนเดี่ยวตรงกลางแข็งแรงไม่มีโยกเยก และกางหน้าจอได้สูงสุดประมาณ 130 องศา


ถัดมาที่ด้านใต้ตัวเครื่องก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษ ดีไซน์ยังคงเรียบๆ มีแค่โลโก้ Microsoft ระบุชื่อโมเดล และซีเรียลนัมเบอร์เท่านั้น ไม่มีสติ๊กเกอร์อื่นแปะให้รำคาญตา

สำหรับหน้าจอตัวเครื่องเป็นจอกระจกรองรับการสัมผัสและขีดเขียนด้วยปากกา Surface ขนาด 13.5 นิ้ว QHD สัดส่วน 3:2 ซึ่งขอบจออาจจะไม่ได้บางมากเท่าไร โดยมาพร้อมกับกล้อง IR Camera ใช้งานร่วมกับ Windows Hello เพื่อปลดล็อคหน้าจอได้ ส่วนทัชแพทเป็นแบบซ่อนปุ่ม รองรับการใช้งานมัลติทัช ซึ่งถือว่าให้มาขนาดค่อนข้างใหญ่ใช้งานเลยทีเดียว

พอร์ตเชื่อมต่อ


ทางด้านพอร์ตเชื่อมต่อตัวเครื่อง Microsoft Surface Laptop 3 มีให้เท่าที่จำเป็นเท่านั้นคือฝั่งทางซ้ายตัวเครื่องจะมี USB Type A, USB Type C และช่อง Headset 3.5 mm อย่างละ 1 ช่องเท่านั้น ส่วนทางด้านขวาก็จะมีแค่ช่องเสียบสายชาร์จที่เป็นแบบแถบแม่เหล็ก ช่วยกันการดึงสายกระชากหลุดโดยตัวเครื่องจะไม่ติดไปกับสายด้วย

ทดสอบประสิทธิภาพ

Microsoft Surface Laptop 3 รุ่นที่ทีมงานได้มารีวิวจะใช้เป็น Intel Core i7-1065G7 ความเร็ว 1.30 – 3.90 Ghz แบบ 4 Core/ 8 Thread ขนาด 10 nm การ์ดจอออนบอร์ดเป็น
Intel Iris Plus Graphics ส่วน Ram ตัวเครื่องจะเป็น On Board 16GB DDR4x bus 3733 มาตรฐานใหม่ ทำงานแบบ Dual-Channel

คราวนี้มาผลทดสอบความเร็วของ SSD m.2 PCIe 256 GB กันบ้าง โดยได้ค่า Read อยู่ที่ 2015.4 MB/s และ Write อยู่ที่ 828.9 MB/s ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ระดับกลางๆ ค่อนบน ส่วนความจุจาก 256GB จะสามารถใช้งานได้จริงที่ 237GB ด้วยกัน

ต่อมาเป็นการทดสอบโดยการต่อ WiFi ดู YouTube ปรับแสงหน้าจอ 30% ผลปรากฏว่าสามารถใช้งานได้สูงสุดอยู่ที่ 7 ชั่วโมง 51 นาที ด้วยกัน ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ธรรมดาทั่วไปสำหรับโน้ตบุ๊คบางเบาแบบนี้

ถัดมาทดสอบเล่นเกมใช้งานหนักๆ กันบ้าง โดยทีมงานได้ทำการทดสอบเล่นเก DOTA 2 ตั้งค่าแบบ Medium (2 ขีด) ความละเอียด QHD ตาม Native หน้าจอ ได้ค่า FPS เฉลี่ยอยู่ที่ 60 ต่ำสุด 39 สูงสุด 80 ถือว่าเล่นได้สบายๆ แต่ถ้าใครจะไปเล่นเกมกินสเปคหนักกว่านี้อย่าง PUBG, GTAV, Planet Zoo อันนี้บอกเลยว่าเล่นไม่ไหว ไม่แนะนำครับ

แน่นอนว่าด้วยหน้าจอมีสัดส่วน 3:2 เท่ากับภาพถ่ายกล้องใหญ่ ทีมงานถือโอกาสนี้มาทดสอบใช้งานแต่งภาพร่วมกับโปรแกรม Adobe LightRoom สักหน่อย ซึ่งบอกเลยว่าฟินมาก ภาพขยายได้สัดส่วนเป๊ะๆ เต็มจอ และด้วยความเป็นที่หน้าจอสัมผัส ใช้งานร่วมกับ Surface Pen ได้ลื่นไหลสุดๆ

ส่วนการใช้งานร่วมปากกา Surface Pen ถือว่าทำได้ดีมาก ทั้งน้ำหนักการกดและความรู้สึกเหมือนกับใช้ปากกาวาดลงบนกระดาษจริงๆ แต่จะติดตรงที่ลงน้ำหนักมือมากไม่ค่อยได้ เพราะจอคอยระวังจอจะกางหักเอา

สุดท้ายกับผลทดสอบอุณหภูมิหลังจากที่ทีมงานได้นั่งเล่นเกม DOTA 2 และทดสอบต่างๆ โปรแกรมต่างๆ ไป โดยตัวเครื่องจะมีพัดลมระบายความร้อน 1 ตัว อุณหภูมิซีพียูวิ่งไปสูงสุดอยู่ที่ 92 องศา ซึ่งถือว่าอยู่เกณฑ์กลางๆ พอรับได้ แต่ตัวเครื่องด้านบนเหนือปุ่มคีย์บอร์ดจะค่อนข้างร้อนเลยทีเดียว เพราะด้วยบอดี้เป็นอะลูเนียมช่วยระบายความร้อนด้วยนั่นเองครับ

สรุป

จากที่ทีมงานได้ทดลองใช้ Microsoft Surface Laptop 3 13 ตัวท็อปนี้มาตลอดทั้งสัปดาห์ การทำงานสายครีเอเตอร์ถือว่าทำได้อย่างลื่นไหลทุกๆ อย่างไม่มีสะดุด ไม่ว่าจะเป็นทั้งตัว Adobe Premirer Pro, Photoshop และ Lightroom ก็ถือใช้งานได้ดีเลย เพราะด้วยซีพียู i7-1065G7 รุ่นใหม่ 10nm มี AI คอยช่วยประมวลผลพวกโปรแกรมเหล่านี้ ทำงานได้เร็วขึ้นกว่าตัว Gen 8 รุ่นเก่าอย่างรู้สึกได้

สำหรับการพกพาต่างๆ ด้วยไซต์ที่ตัวเครื่องขนาดค่อนข้างเล็กและมีน้ำหนักเบาเพียง 1.25 กิโล เวลาพกเดินมือเดียวก็ทำได้สะดวก หรือจะแบกใส่กระเป๋าเป้ก็ไม่มีเมื่อย และบาลานซ์ตัวเครื่องกระจายน้ำหนักได้ดี ส่วนปากกา Surface Pen ก็เป็นแม่เหล็กแปะติดกับตัวเครื่องได้

ทางด้านแบตเตอรี่จากการทดสอบเปิดดูวิดีโอ YouTube ก็ได้ราวๆ ประมาณ 8 ชั่วโมง ถือว่าพอพึ่งพาได้อยู่ แต่หากนำมา YouTube แบบคลิปปกติ 16:9 แล้ว สังเกตว่าภาพที่ได้จะไม่เป็นจอ เพราะจอของตัวเครื่องเป็นแบบ 3:2 ทำให้จะโดนตัดขอบบนขอบล่างแทน

โดยรวมสรุป Microsoft Surface Laptop 3 13 เครื่องนี้เหมาะกับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊ค Windows ดีไซน์พรีเมียมให้ความรู้สึกไม่ต่างจากพวก MacBook และต้องการใช้งานจอสัมผัสร่วมกับปากกา ซึ่งเจ้าเครื่องนี้สามารถตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว แต่หากมองเครื่องความคุ้มค่าทางด้านสเปคเทียบราคายังถือว่าค่อนข้างสูงกว่าโน้ตบุ๊คตลาดทั่วไปพอสมควรครับ

จุดเด่น

  • ดีไซน์ออกแบบได้ดูหรูพรีเมียม และวัสดุบอดี้ตัวเครื่องเป็นอะลูมิเนียมทั้งหมด
  • สเปคใช้ซีพียูเป็น Intel Gen 10 รหัส G Ice Lake รุ่นล่าสุดที่เป็น 10nm
  • หน้าจอความละเอียดสูง 2256 x 1504 QHD สัดส่วน 3:2 เหมาะกับสายทำภาพ
  • การทัชหน้าจอทำได้ลื่นไหลสุดๆ แทบไม่ต่างจากใช้งานบนมือถือ
  • มีพอร์ต USB Type A มาให้แล้ว
  • ทัชแพทมีขนาดค่อนข้างใหญ่และใช้งานได้ลื่นไหลมาก
  • มีกล้อง IR Camera สแกนใบหน้าปลดล็อคหน้าจอได้
  • ที่อะแดปเตอร์มีชาร์จไฟ USB Type A มาให้

ข้อพิจารณา

  • พอร์ต USB Type C ไม่ใช่ Thuderbolt 3 และไม่สามารถใช้ชาร์จไฟได้
  • ราคาเทียบสเปคถือว่าสูงกว่าแบรนด์ตลาดทั่วไปพอสมควร
  • การแกะอัปเกรดตัวเครื่องทำได้ยากมาก (แทบจะถือว่าทำไม่ได้เลย)
  • อุปกรณ์เสริมแต่ละอย่างราคาค่อนข้างสูง

from:https://droidsans.com/review-microsoft-surface-laptop-3-13/

พบข้อความ string ใน macOS Catalina พูดถึงโหมด Pro บน MacBook Pro

เว็บไซต์ข่าวแอปเปิ้ล 9to5Mac รายงานว่าพวกเขาเจอข้อความ string ในระบบปฏิบัติการ macOS Catalina 10.15.3 เบต้าที่พูดถึง Pro Mode ที่เร่งความสามารถในการประมวลผล ทำให้แอปทำงานได้เร็วขึ้น แต่กินแบตเตอรี่มากยิ่งขึ้น รวมถึงความเร็วพัดลมและเสียงของพัดลมจะเพิ่มขึ้นด้วย

ข้อความที่พบในระบบเขียนว่า “Apps may run faster, but battery life may decrease and fan noise may increase” โดยทาง 9to5Mac เห็นว่าโหมด Pro นี้มีหลักการทำงานเหมือนโหมด Do Not Disturb ที่จะหยุดใช้งานเมื่อขึ้นวันใหม่โดยอัตโนมัติ และคาดว่าฟีเจอร์นี้จะมีให้ใช้ใน MacBook Pro 16 นิ้ว ที่ใช้ระบบระบายความร้อนแบบใหม่เท่านั้น

ที่มา: 9to5Mac

No Descriptionภาพจาก Apple

from:https://www.blognone.com/node/114134

HP เปิดตัวโน้ตบุ๊กธุรกิจพรีเมียม Elite Dragonfly ในไทย ราคาเริ่มต้น 46,990 บาท

HP Thailand เปิดตัวโน้ตบุ๊กธุรกิจพรีเมียม HP Elite Dragonfly ในประเทศไทย ราคาเริ่มต้นที่ 46,990 บาท โดยไม่ได้ระบุสเปกชัดเจน (รุ่นที่นำมาขายเป็น Dragonfly G1 ที่ยังใช้ Core 8th Gen ยังไม่ใช่ G2 ที่เป็น Core 10th Gen ซึ่งเพิ่งเปิดตัวและยังไม่เริ่มขาย)

HP Elite Dragonfly เป็นโน้ตบุ๊กแบบ 2-in-1 สำหรับลูกค้าธุรกิจที่ต้องการความหรูหรา ดีไซน์พรีเมียม มีจุดเด่นที่น้ำหนักเพียง 990 กรัม แต่มีฟีเจอร์ครบครัน และใช้สีน้ำเงิน Dragonfly Blue ดูแตกต่างแปลกตาไปจากโน้ตบุ๊กธุรกิจที่มักใช้สีเงินหรือสีดำ

ผมลองเช็คในหน้าเว็บ HP Online Store Thailand พบว่านำ Elite Dragonfly มาขาย 3 รุ่น รุ่นล่างสุดที่แสดงบนหน้าเว็บเป็น Core i7-8565U, แรม 8GB, SSD 256GB ขายราคา 56,990 บาท ส่วนรุ่นที่สเปกเดียวกันแต่เพิ่มแรมเป็น 16GB ราคา 61,390 บาท

HP Thailand ยังเปิดตัวโน้ตบุ๊กคู่แฝดกัน แต่เป็นตัวพรีเมียมฝั่งคอนซูเมอร์คือ HP Spectre x360 13 รุ่นใหม่ที่เปิดตัวในสหรัฐเมื่อเดือนตุลาคม 2019 โดยใช้ดีไซน์ที่ขอบจอบางลง เครื่องมีขนาดเล็กลง และอัพเดตซีพียูเป็น Core 10th Gen แล้ว ราคาเริ่มต้นที่ 42,990 บาท

ข้อมูลจากหน้าเว็บ HP Online Store Thailand ตัวที่เป็น 10th Gen เริ่มต้นที่ 45,990 บาท ซีพียูเป็น Core i7-1065G7, แรม 8GB, SSD 512 GB และมีรุ่นที่อัพแรมเป็น 16GB และเพิ่มจอเป็น OLED 4K ด้วยในราคา 55,990 บาท

from:https://www.blognone.com/node/114115