คลังเก็บป้ายกำกับ: NOKIA

Nokia 9.3 PureView ถูกเลื่อนไปเปิดตัวปี 2021 และอาจเปลี่ยนชื่อเป็น Nokia 10 PureView แทน

ก่อนหน้านี้ไม่นานพึ่งจะมีข่าวออกมาว่า HMD Global อาจเปิดตัวมือถืออีก 3 รุ่น ส่งท้ายปี 2020 นั่นคือ Nokia 9.3 PureView, Nokia 7.3 5G และ Nokia 6.3 แต่ไม่ทันไรก็มีข่าวออกมาให้เหล่าแฟนๆ Nokia ต้องใจแป้วกันซะแล้ว เพราะเราอาจต้องรอการเปิดตัวของมือถือเรือธง Nokia 9.3 PureView ยาวไปจนถึงช่วงครึ่งปีแรกของปี 2021 นู่นเลยค่ะ

ทำเอาแฟนๆ Nokia เซ็งไปตามๆ กัน เมื่อล่าสุดมีแหล่งข่าวออกมาบอกว่าทาง HMD Global ยืนยันว่าต้องชะลอการเปิดตัวของ Nokia 9.3 PureView ออกไปจนถึงครึ่งปี 2021 แทน และอาจจะมีการเปลี่ยนชื่อเป็น Nokia 10 PureView ด้วย ซึ่งช่วงเวลาที่จะเปิดตัวก็ยังไม่แน่ชัดเหมือนกัน แต่มีการคาดการณ์ว่าจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม จนถึงเดือนมิถุนายนของปี 2021 ขึ้นอยู่กับว่าต้องใช้เวลาในการพัฒนามือถือรุ่นนี้นานขนาดไหน กว่าที่มันจะออกมาเพอเฟ็คท์

สำหรับชิปเซ็ตที่ก่อนหน้ามีข่าวว่า Nokia 9.3 PureView จะใช้ Snapdragon 865 ซึ่งก็คงจะไม่น่าสนใจเท่าไรถ้าหากยังจะใช้ชิปของปี 2020 กับมือถือเรือธงที่จะเปิดตัวในปี 2021 ก็เลยต้องมารอลุ้นว่าสุดท้ายแล้ว Nokia 9.3 PureView จะมากับ Snapdragon 875 เลยหรือไม่

รูปเรนเดอร์ของ Nokia 9.3 pureview

ส่วนสเปคอื่นๆ ของมือถือเรือธงรุ่นนี้ตามที่หลุดออกมาบอกว่าจะใช้หน้าจอที่มีค่ารีเฟรชเรท 120Hz, กล้องเซลฟี่ที่ซ่อนอยู่ใต้จอ และกล้องหลังที่จะมีถึง 5 ตัว และจะสามารถถ่ายวิดีโอได้สูงสุดที่ความละเอียด 8K

รูปเรนเดอร์ของ Nokia 9.3 pureview

สุดท้ายก็ต้องมารอลุ้นกันต่อไปค่ะ ว่าเราจะได้เห็น Nokia 9.3 หรือ Nokia 10 PureView เปิดตัวตามกำหนดการช่วงครึ่งแรกของปี 2021 จริงหรือเปล่า และถ้าหากเปิดตัวมาแล้วจะมีสเปค + ฟีเจอร์อะไรที่เอามาสู้กับคู่แข่งได้บ้างค่ะ

 

ที่มา : PhoneArena, LetsGoDigital 

from:https://droidsans.com/nokia-9-3-pureview-delay/

Nokia จัดเต็มเปิดตัว Android TV พร้อมกันทีเดียว 7 รุ่น

Nokia ได้ร่วมกับทาง Streamview บริษัทค้าปลีกชื่อดังสัญชาติออสเตรียทำการเปิดตัวสมาร์ททีวีรุ่นใหม่ของตัวเองในนาม Nokia TV ออกมาถึง 7 รุ่น 7 ขนาดด้วยกันเลยทีเดียว โดยแต่ละรุ่นนั้นจะมีความต่างกันในส่วนของหน้าจอที่มีขนาดตั้งแต่ 32 นิ้ว ไปจนถึง 75 นิ้ว รายละเอียดจะเป็นเช่นไรนั้นไปติดตามกัน

Nokia Smart TV 7500A big hero 130
Nokia TV 7500A รุ่นขนาดจอ 75 นิ้ว

Nokia TV สมาร์ททีวีระบบ Android TV

อย่างที่บอกไปว่าสเปคของทุกๆ รุ่นนั้นจะเหมือนกันทั้งหมดซึ่งสเปคนั้นจะมีดังต่อไปนี้

  • หน้าจอพาเนล LED รองรับความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K(ยกเว้นรุ่นขนาดจอ 32 นิ้วจะรองรับความละเอียดสูงสุดที่ 1080p เท่านั้น)
  • ชิปเซ็ท ARM CA55 Quad-Core
  • ชิปกราฟิก Mali470 MP3
  • หน่วยความจำขนาด 1.5 GB(ยกเว้นรุ่นขนาดหน้าจอ 32 นิ้วที่มาพร้อมกับหน่วยความจำ 1 GB เท่านั้น)
  • แหล่งเก็บข้อมูลภายในความจุ 8 GB

ลำโพงบนตัวทีวีแบบ 2 ลำโพงโดยจะมีกำลังต่างกันคือ

  • รุ่นขนาดจอ 32 นิ้วมีลำโพงกำลัง 12 W
  • รุ่นขนาดหน้าจอ 43 นิ้ว, 50 นิ้ว, 55 นิ้วและ 58 นิ้วมีลำโพงกำลัง 20 W
  • รุ่นขนาดหน้าจอ 65 นิ้วและ 75 นิ้วมีลำโพงกำลัง 24 W

ทั้งนี้ในส่วนของลำโพงที่ใช้บนตัวเครื่องนั้นจะใช้ยี่ห้อแตกต่างกันไปคือจะมาทั้งจากกทาง Onkyo และ JBL แต่ไม่มีการเผยรายละเอียดออกมาว่าจะมีการแยกใช้งานในรุ่นไหนอย่างไร

Smart TV 3200A
Nokia TV 3200A รุ่นขนาดจอ 32 นิ้ว
TV 4300A
Nokia TV 4300A รุ่นขนาดจอ 43 นิ้ว
TV 5000A
Nokia TV 5000A รุ่นขนาดจอ 50 นิ้ว
TV 5500A
Nokia TV 5500A รุ่นขนาดจอ 55 นิ้ว
TV 5800A
Nokia TV 5800A รุ่นขนาดจอ 58 นิ้ว
TV 6500A
Nokia TV 6500A รุ่นขนาดจอ 65 นิ้ว

ทั้งนี้ Nokia TV ทั้ง 7 รุ่นดังกล่าวจะเริ่มวางจำหน่ายเป็นที่แรกในโซนประเทศยุโรปตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมที่จะถึงนี้เป็นต้นไป สำหรับราคานั้นในรุ่นขนาดหน้าจอ 32 นิ้วจะอยู่ที่ 14,450 บาท ส่วนรุ่นท๊อปสุดขนาดหน้าจอ 75 นิ้วนั้นจะมีราคาอยู่ที่ €1400 หรือประมาณ 50,600 บาท

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/web/550290-nokia-launches-android-tvs-in-europe

รายชื่อมือถือใหม่ผ่าน กสทช. นำโดย OPPO Reno 5, iPhone 12 มาครบทุกรุ่น, Xperia 5 II และอื่น ๆ อีกเพียบ [ต.ค.-พ.ย. 2020]

หายหน้าหายตากันไปนาน สำหรับรายชื่อมือถือและแท็บเล็ตที่ผ่านการรับรองจาก กสทช. เนื่องจากเว็บไซต์เกิดข้อผิดพลาดหรืออย่างไม่ทราบ จึงไม่มีการอัปเดตรายชื่ออย่างที่ควรจะเป็น แต่ตอนนี้กลับมาเป็นปกติแล้ว เราเลยสรุปมาให้แบบควบ 2 เดือนเลย ตั้งแต่ ตุลาคม – พฤศจิกายน 2020

หมายเลข ตราอักษร แบบ / รุ่น
B38731-20 OPPO CPH2159 (OPPO Reno5)
B38730-20 NOKIA TA-1314
B38718-20 realme RMX2111 (realme 7 5G)
B38706-20 TECNO KE5j (SPARK6 GO)
B38705-20 TECNO KE6j (SPARK6 AIR)
B38704-20 Motorola XT2075-3 (moto g 5G Plus)
B38693-20 OnePlus BE2029 (OnePlus Nord N10 5G)
B38692-20 Apple A2072 (iPad)
B38688-20 Motorola XT2095-3 (moto e(7))
B38686-20 Apple A2399 (iPhone 12 mini)
B38685-20 Apple A2411 (iPhone 12 Pro Max)
B38683-20 Wiko W-K211 (Sunny5 Lite)
B38679-20 SAMSUNG SM-A025F/DS (Galaxy A02s)
B38678-20 SONY Xperia 5 II (XQ-AS72)
B38656-20 Apple A2407 (iPhone 12 Pro)
B38655-20 Apple A2403 (iPhone 12)
B38654-20 NOKIA TA-1294
B38653-20 SAMSUNG SM-A426B/DS (Galaxy A42 5G)
B38636-20 Apple A2376
B38634-20 Apple A2429 (iPad)
B38633-20 Apple A2375
B38630-20 OPPO CPH2185 (OPPO A15)
B38626-20 Apple A2356
B38625-20 Apple A2355
B38617-20 realme RMX2121 (realme X7 Pro 5G)
B38616-20 NOKIA TA-1288
B38613-20 OnePlus KB2003 (OnePlus 8T 5G)
B38611-20 OPPO CPH2121 (OPPO A93)
B38610-20 MI M2007J3SY (Mi 10T)
B38609-20 MI M2007J3SG (Mi 10T Pro)
B38607-20 OPPO CPH2137 (OPPO A33)
B38605-20 realme RMX2163 (realme narzo 20 Pro)
B38604-20 vivo V2025 (V20)

Apple

หากดูจากรายชื่อด้านบนจะเห็นได้ว่า มีรายชื่ออุปกรณ์ของ Apple อยู่ถึง 10 รายการด้วยกัน เป็นจำนวนที่มากที่สุดเลย โดยใน 10 รายการนี้ แบ่งเป็น iPhone 12 4 รุ่น, iPad 2 รุ่น และ Apple Watch 4 รุ่น ดังนี้

  • iPhone 12 / iPhone 12 mini / iPhone 12 Pro / iPhone 12 Pro Max
  • iPad Air 4 / iPad 8th gen
  • Apple Watch Series 6 (40 มม., 44 มม.) / Apple Watch SE (40 มม., 44 มม.)


iPhone 12 ทั้ง 4 รุ่น

Samsung

มือถือจาก Samsung คราวนี้มีด้วยกัน 2 รุ่น คือ Galaxy A02s ที่พึ่งเปิดตัวไปสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อวันก่อนที่ต่างประเทศ ในราคาประมาณ 5,000 กว่าบาท แต่ให้กล้องหลังมากถึง 4 ตัว แบต 5000mAh แถมหน้าจอยังใหญ่ถึง 6.5 นิ้ว อีกต่างหาก


Galaxy A02ss

ส่วนอีกรุ่น คือ Galaxy A42 5G สมาร์ทโฟน 5G ในราคาไม่ถึงหมื่น แค่ 11,990 บาท คุ้มสุด ๆ ไปเลย สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ขับเคลื่อนด้วย Snapdragon 750G จาก Qualcomm มีหน้าจอแสดงผล sAMOLED ขนาด 6.6 นิ้ว กล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียดสูงสุด 48MP แบตเตอรี่ความจุ 5000mAh แถมยังรองรับชาร์จไว 15W อีกด้วยนะ

Vivo

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกันยายน Vivo V20 SE ติดโผมาในรายชื่อของ กสทช. และวางขายไปแล้วในราคาที่น่าสนใจมาก ๆ เพียง 8,699 บาท เช่นเดียวกับ Vivo V20 Pro 5G ที่วางขายไปแล้วเช่นกัน ในราคา 14,999 บาท ส่วนคราวนี้ตามมาอีกรุ่นหนึ่งในซีรีส์เดียวกัน นั่นก็คือ พี่คนกลาง Vivo V20 นั่นเอง ซึ่ง Vivo เคลมว่า จุดเด่นของมือถือรุ่นนี้คือ เป็นมือถือ 5G ที่บางที่สุดในโลก


Vivo V20

OPPO

OPPO ไม่น้อยหน้าใครเหมือนกัน มีมือถือผ่าน กสทช. ด้วยกันถึง 4 รุ่น ได้แก่ OPPO A15, OPPO A33, OPPO A93 และปิดท้ายด้วยรุ่นที่น่าสนใจที่สุดอย่าง OPPO Reno 5 ที่ยังไม่ได้มีการเปิดตัวที่ไหนมาก่อน แต่ก็ดันมีรายชื่อโผล่มากับเค้าด้วยเหมือนกันเสียอย่างนั้น


OPPO Reno 4

ตามข้อมูลจาก TENAA (กสทช.ประเทศจีน) ทำให้เรายืนยันได้ว่า สมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะมาพร้อมกับจอภาพขนาด 6.43 นิ้ว แบตเตอรี่ความจุ 4200mAh รองรับชาร์จไว 65W ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ ColorOS บน Android 11

realme

ฝั่ง realme เองก็ไม่น้อยหน้า ยกขบวนมาทั้ง realme 7 5G, realme X7 Pro 5G และสมาร์ทโฟนในซีรีส์ใหม่ของตัวเองอย่าง narzo 20 Pro ซึ่งทั้ง 3 รุ่นนี้ก็เปิดตัวและวางจำหน่ายกันไปครบหมดแล้วครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง realme 7 5G ที่ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงเปิดให้พรีออร์เดอร์ มีทั้งของแถมและสิทธิพิเศษมากมายเลย


realme 7 5G

Xiaomi

ต่อกันด้วย Xiaomi ที่ทำเอาตลาดแทบแตกไปเมื่อเดือนก่อน กับ Mi 10T และ Mi 10T Pro ซึ่งมาพร้อมกับโปรฯ สุดเดือด แถมฟรี เครื่องเกม Nintendo Switch ให้กับผู้ที่สั่งจองเป็นลำดับแรก ๆ แค่ของแถมชิ้นนี้เพียงชิ้นเดียวก็มีมูลค่า 70-80% ของตัวเครื่องเข้าไปแล้ว เห็นแบบนี้แล้วใครเล่าจะไปอดใจไหว


Mi 10T Pro

Nokia

ถัดมากับ Nokia ที่ช่วงนี้เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง สำหรับชื่อรหัส TA-1288 ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นใด ส่วนอีก 2 รุ่นที่เหลือคือ Nokia 6300 4G ฟีเจอร์โฟนรุ่นใหม่ล่าสุด กับ Nokia C1 Plus ที่มีกำหนดการจะเปิดตัวช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ แต่ยังแทบไม่มีข้อมูลด้านตัวเครื่องเลย

Motorola

ต้นเดือนพฤศจิกายน Motorola ได้เปิดตัว moto razr 5G, moto g9 plus, moto g9 play รวมทั้ง moto g 5G plus ที่มีรายชื่ออยู่ในลิสต์ด้านบน เป็นจำนวนทั้งหมด 4 รุ่น พร้อมกันในคราวเดียว


moto e7

ดูเหมือนว่า Motorola ประเทศไทยยังไม่หนำใจพอ เพราะมีโผล่รายชื่อของ moto e7 ตามมาอีกรุ่นด้วย โดยสมาร์ทโฟนรุ่นนี้โดดเด่นในเรื่องของกล้องถ่ายภาพและความอึดของแบตเตอรี่ หากอ้างอิงจาก moto e รุ่นก่อน ๆ แล้วทำให้คาดเดาได้ว่า moto e7 จะมีราคาไทยไม่เกิน 4,000 บาท

OnePlus

OnePlus 8T 5G เรือธงที่ขับเคลื่อนด้วยชิป Snapdragon 865 มาพร้อมกล้องหลังจัดเต็ม 4 ตัว ความละเอียด 48MP จอภาพ Fluid AMOLED 120Hz และแบต 4500mAh รองรับ Warp Charge 65W เคาะราคาไทย 24,990 บาท

ส่วนอีก 2 รุ่นที่เหลือ คือ Nord N10 5G ตามที่ปรากฏในรายชื่อด้านบน และ Nord N100 5G เองก็มาเหมือนกัน แต่ไม่แสดงชื่อบนหน้าเว็บไซต์ ซึ่ง Nord 10 5G ได้ประกาศวันเปิดตัวในไทยแล้ว วันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ แต่ยังไม่มีการบอกราคาครับ


OnePlus Nord N10 5G

รายชื่อสมาร์ทโฟนทั้งหมดข้างต้น บางรุ่นก็อาจมีการขายวางในไทยไปแล้ว หรือบางรุ่นก็ยังไม่วางขาย ปะปนกันไป ใครสนใจรุ่นไหนก็สามารถคลิกเข้าไปดูรายละเอียดตามลิงก์ได้ นอกจากนี้ยังมีมือถือรุ่นอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกบางส่วย อาทิ Xperia 5 II เรือธงรุ่นปลายปีจาก Sony ที่มีขนาดตัวเครื่องกะทัดรัดสุด ๆ โดดเด่นทั้งภาพ เสียง และความบันเทิง เปิดให้สั่งจองกันไปแล้วในราคา 28,990 บาท หรือแม้แต่ Wiko Sunny5 Lite สมาร์ทโฟนรุ่นจิ๋วที่เปิดตัวไปแบบเงียบ ๆ กับแบรนด์ที่หลายคนอาจไม่คุ้นหูกับ TECNO ที่มีทั้ง SPARK6 AIR และ SPARK6 GO

 

from:https://droidsans.com/nbtc-new-phones-oct-nov-2020/

HMD Global เตรียมเปิดตัว Nokia 9.3 PureView, Nokia 7.3 5G และ Nokia 6.3 ส่งท้ายปี 2020

ก่อนหน้านี้ HMD Global มีกำหนดการเปิดตัว Nokia 7.3 5G ในเดือนกันยายน จากนั้นได้เลื่อนเป็นเดือนพฤศจิกายน และจากรายงานล่าสุด ดูเหมือนจะถูกเลื่อนออกไปอีกครั้งเป็นช่วงปลายปีแทน ซึ่งจะเป็นการเปิดตัวพร้อม ๆ กับ Nokia 9.3 PureView และ Nokia 6.3 เลย

แหล่งข่าววงในได้ระบุว่า HMD Global เตรียมจัดงานอีเวนต์ใหญ่ในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งยังไม่มีการยืนยันที่แน่นอนสำหรับข่าวลือนี้ แต่คาดว่า Nokia 9.3 PureView นั้นจะเป็นมือถือระดับเรือธง ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Qualcomm หน้าจอ OLED ค่ารีเฟรชเรท 120Hz และกล้องหลักความละเอียด 108 MP พร้อมเลนส์ Ziess

ภาพจาก LetsGoDigital : รูปเรนเดอร์ของ Nokia 9.3 pureview

Nokia 7.3 นั้นอาจจะมาพร้อมกับ Snapdragon 690 รองรับ 5G มีกล้องหลังจำนวน 4 ตัว โดยกล้องหลักมีความละเอียด 48 MP ส่วนหน้าจออาจมีรีเฟรชเรทอยู่ที่ 90Hz หรือ 120Hz เลยทีเดียว ในขณะที่ Nokia 6.3 นั้นเป็นรุ่นกลางที่จะมาพร้อมกับ Snapdragon 670 หรือไม่ก็ 675 ซึ่งจะรองรับแค่ LTE และกล้องหลังที่มี 4 ตัว พร้อมเลนส์ Ziess เช่นเดียวกัน

รูปเรนเดอร์ของ Nokia 7.3 

คราวนี้ HMD Global จะเลื่อนการเปิดตัวอีกหรือเปล่า เราจะได้เห็นโทรศัพท์ทั้งสามรุ่นภายในปีนี้หรือว่าจะต้องรอกันไปในปีหน้า ก็คงต้องมารอดูกันค่ะ

 

ที่มา : Nokiapoweruser via GSMArena

from:https://droidsans.com/nokia-93-nokia-73-5g-nokia-63-delays/

เปิดตัว Nokia 6300 4G ฟีเจอร์โฟนสุดคลาสสิก ดีไซน์ใหม่มาพร้อม 4G และ WhatsApp เพื่อเชื่อมการติดต่อในทุกวัน

เปิดตัว Nokia 6300 4G ใหม่ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่นก่อน มาพร้อมการเชื่อมต่อ 4G ที่เป็นที่ชื่นชอบและเชื่อถือได้ และการเข้าถึงความบันเทิงใหม่ล่าสุด ในราคาที่เหลือเชื่อ โดยได้รับการออกแบบเพื่อความสะดวกในการใช้งาน เป็นการเติมเติมโทรศัพท์กลุ่มฟีเจอร์โฟนให้มีความหลากหลายเพิ่มขึ้น ทั้งยังมาพร้อมกับคุณภาพ และประสบการณ์ 4G สำหรับผู้ที่ต้องการเชื่อมต่อสื่อสังคมออนไลน์อย่างไม่สะดุด

Nokia 6300 4G

Nokia 6300 4G มาพร้อมกับความทันสมัยในการออกแบบที่มีความคลาสสิก โดยได้นำ Whatsapp เข้ามารวมอยู่ในตัวโทรศัพท์ นอกจากนี้ ยังนำการเชื่อมต่อที่คล่องตัวเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าถึงสิ่งจำเป็นทั้งหมดในราคาเบาๆ ที่ให้คุณเชื่อมต่อกับคนที่คุณรักบนสื่อสังคมอย่าง Facebook ดูวิดีโอที่ชื่นชอบบน YouTube ค้นหาเส้นทางไปกับ Google Maps 

แฟนๆ ยังสามารถสำรวจค้นหาสิ่งต่างใน KaiStore ที่รวบรวมแอปพลิเคชั่นมากมาย ทั้งข่าวสาร สุขภาพ ความบันเทิงและอื่นๆอีกมากมาย ทั้งยังเพิ่มความพิเศษให้ Nokia 6300 4G ใช้เป็น WIFI Hotspot เพื่อขจัดความกังวลให้แท็บเล็ตและแล็ปท็อปของคุณยังคงเชื่อมต่ออยู่เสมอ พร้อม Google Assistant  ที่ช่วยในการค้นหาทิศทางและติดต่อเพื่อนได้ด้วยเสียงของคุณเอง[i]

ยูโฮ ซาร์วิกาส ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์และรองประธานของอเมริกาเหนือ บริษัท เอชเอ็มดี โกลบอล จำกัด กล่าวว่า

Nokia 6300 4Gนำเสนอคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมในการส่งข้อความผ่าน WhatsApp ให้กับผู้คนในวงกว้างควบคู่ไปกับคุณภาพและความน่าเชื่อถือที่คุณสามารถคาดหวังจากโทรศัพท์โนเกีย เราได้รับแรงบันดาลใจจากความคลาสสิกของ N Nokia 6300 4G ที่มีคุณภาพ การใช้งานง่าย และการสร้างขึ้นเพื่อที่ใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ด้วยการเชื่อมต่อ 4G ที่ทันสมัย โดยนำเสนอคุณภาพการสตรีมมิ่งที่รวดเร็วมากขึ้น ให้คุณสนุกไปกับแอปพลิเคชั่นยอดนิยมอย่าง Facebook, YouTube และ Google Maps โดย Nokia 6300 4G ใหม่เป็นเพื่อนคุณในทุกๆวัน โดยสามารถแชร์ Wifi Hotspot เพื่อขยายการเชื่อมต่อได้ในทุกที่ 

เชื่อมต่อไม่สะดุด และแบ่งปันความรักผ่าน Hotspot

Nokia 6300 4Gมาพร้อมกับการเชื่อมต่อ 4G  ที่มอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับคุณ ไม่ว่าคุณจะสตรีมวิดีโอบน YouTube หรือเล่นเพลงยอดนิยมได้ทุกที่ทุกเวลา เพียงแค่เปิด WiFi Hotspot ของคุณให้เพื่อนของคุณได้รับการเชื่อมต่อเพื่อแบ่งปันความสนุกสนาน โดยมาพร้อมกับแอพมากมายทำให้คุณไม่ขาดการติดต่ออย่าง WhatsApp และ Facebook ทำให้การติดต่อกับครอบครัว หรือเพื่อนร่วมงานของคุณเป็นเรื่องง่าย โดยสามารถเข้าถึงแอพสโตร์ได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังมี Google Assistant ที่จะช่วยให้คุณสามารถจัดตารางเวลาล่วงหน้า หรือใช้เสียงของคุณในการสั่งพิมพ์ข้อความ หรือเปิดแอพ การตรวจสอบสภาพอากาศ การโทรหาเพื่อนของคุณ และการวางแผน

ประสิทธิภาพและความทนทานที่คุณสามารถวางใจในระยะยาว

ด้วยการทำงานบน KaiOS ทำให้ Nokia 6300 4Gทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย Qualcomm® Snapdragon™ 210 ที่ช่วยให้งานประจำวันของคุณทำงานได้ราบรื่น ด้วยส่วนประกอบของโพลีคาร์บอเนตที่มีความทนทานกับ Nokia 6300 4Gที่ให้คุณเพลิดเพลินไปกับแผนการของคุณโดยไม่ปราศจากความกังวลในการตกกระแทก นอกจากนี้แบตเตอรี่ยังสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องได้นานหลายวัน

ราคาและการวางจำหน่าย 

  • Nokia 6300 4Gจะวางจำหน่ายที่ประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2563 ในราคา 1,890 บาท โดยมีจำหน่ายในสี สีเทาเข้ม(Light Charcoal) และ สีขาว(Power White)

[i] Google Assistant มีให้บริการในบางประเทศเท่านั้น

from:https://www.mobileocta.com/nokia-6300-4g-launched/

แนะนำ Nokia 6300 4G โทรศัพท์ฟีเจอร์โฟน 4G พร้อมใช้งาน Google, Facebook, YouTube และ Google Maps ราคา 1,890 บาท

เปิดตัว Nokia 6300 4G ฟีเจอร์โฟนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่นก่อน มาพร้อมการเชื่อมต่อ 4G 

Nokia 6300 4G ให้คุณเชื่อมต่อกับ Facebook และดูวิดีโอบน YouTube สามารถค้นหาเส้นทางกับ Google Maps และสามารถติดตั้งแอพเพิ่มเติมได้จาก KaiStore ที่รวบรวมแอปพลิเคชั่นมากมาย ทั้งข่าวสาร สุขภาพ ความบันเทิงและอื่นๆอีกมากมาย ทั้งยังเพิ่มความพิเศษให้ Nokia 6300 4G ใช้เป็น WIFI Hotspot ได้ พร้อม Google Assistant  ที่ช่วยในการค้นหาทิศทางและติดต่อเพื่อนได้ด้วยเสียงของคุณเอง


เชื่อมต่อไม่สะดุด และแบ่งปันความรักผ่าน Hotspot

Nokia 6300 4G มาพร้อมกับการเชื่อมต่อ 4G  ที่มอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับคุณ ไม่ว่าคุณจะสตรีมวิดีโอบน YouTube หรือเล่นเพลงยอดนิยมได้ทุกที่ทุกเวลา เพียงแค่เปิด WiFi Hotspot ของคุณให้เพื่อนของคุณได้รับการเชื่อมต่อเพื่อแบ่งปันความสนุกสนาน โดยมาพร้อมกับแอพมากมายทำให้คุณไม่ขาดการติดต่ออย่าง WhatsApp และ Facebook ทำให้การติดต่อกับครอบครัว หรือเพื่อนร่วมงานของคุณเป็นเรื่องง่าย โดยสามารถเข้าถึงแอพสโตร์ได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังมี Google Assistant ที่จะช่วยให้คุณสามารถจัดตารางเวลาล่วงหน้า หรือใช้เสียงของคุณในการสั่งพิมพ์ข้อความ หรือเปิดแอพ การตรวจสอบสภาพอากาศ การโทรหาเพื่อนของคุณ และการวางแผน

ประสิทธิภาพและความทนทานที่คุณสามารถวางใจในระยะยาว

ด้วยการทำงานบน KaiOS ทำให้ Nokia 6300 4G ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย Qualcomm Snapdragon 210 ที่ช่วยให้งานประจำวันของคุณทำงานได้ราบรื่น ด้วยส่วนประกอบของโพลีคาร์บอเนตที่มีความทนทานกับ Nokia 6300 4Gที่ให้คุณเพลิดเพลินไปกับแผนการของคุณโดยไม่ปราศจากความกังวลในการตกกระแทก นอกจากนี้แบตเตอรี่ยังสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องได้นานหลายวัน




ราคาและการวางจำหน่าย 

Nokia 6300 4G จะวางจำหน่ายที่ประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2563 ในราคา 1,890 บาท โดยมีจำหน่ายในสี สีเทาเข้ม(Light Charcoal) และ สีขาว(Power White)

ข่าว: แนะนำ Nokia 6300 4G โทรศัพท์ฟีเจอร์โฟน 4G พร้อมใช้งาน Google, Facebook, YouTube และ Google Maps ราคา 1,890 บาท มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/11/15/nokia-6300-4g-launch.html

Nokia เปิดตัวกล่อง Android TV รุ่น Streaming Box 8000 รองรับภาพ 4K พร้อมระบบเสียง Dolby Digital Plus

เชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะรู้จัก Nokia เป็นอย่างดีจากสินค้าประเภทสมาร์ทโฟน แต่ช่วงปีสองปีมานี้ เราเริ่มเห็นแบรนด์นี้โดดลงมาสู่ตลาดสินค้าประเภทอื่นๆ บ้างแล้ว อย่างเช่นหูฟังไร้สาย และสมาร์ททีวี ล่าสุด Nokia ยังได้เปิดตัวกล่อง Android TV รุ่น Streaming Box 8000 ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์เด็ดๆ หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นรองรับภาพระดับ 4K หรือจะเป็นระบบเสียงแบบ Dolby Digital Plus ด้วยค่ะ

Streaming Box 8000

Streaming Box 8000 เป็นกล่อง Android TV ที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 10 และมี Chromecast ในตัว ทำให้เราสามารถสั่งเล่นคอนเทนท์จากแอปมือถือ (ที่รองรับ) ไปยังทีวีได้อย่างง่ายดาย

ผู้ใช้งานยังสามารถเข้าถึงแอปพลิเคชั่นใน Google Play ได้กว่า 7,000 แอป ไม่ว่าจะเป็นแอปบันเทิงต่างๆ เช่น Netfilx, HBO Go, Disney+, Amazon Prime Video หรือถ้าอยากติดตั้งแอปพลิเคชั่นอื่นๆ ก็สามารถดาวน์โหลดผ่าน Google play ได้เลยค่ะ

รีโมทของ Android TV รุ่นนี้ ยังมากับปุ่มสั่งงานที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นปุ่มเปิด Netflix, YouTube, Prime Video แถมยังมีไมโครโฟนในตัวสำหรับสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Google Assistant ไม่ต้องคอยกดสั่งงานเอง อย่างเช่นเราอยากดูซีรีส์เรื่อง Stranger Things ก็สามารถกดเรียก Assistant จากรีโมทแล้วพูดว่า Play Stranger Things on Netflix จากนั้นมันก็จะเปิดแอปพร้อมเปิดซีรีส์เรื่องดังกล่าวให้ทันทีโดยที่เราไม่ต้องกดเลือกเองค่ะ

นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับคอนโทรลเลอร์ไร้สายผ่านระบบ Bluetooth แล้วดาวน์โหลดเกมมันๆ มานั่งเล่นได้อีก หรือจะเชื่อมกับเมาส์ + คีย์บอร์ดเพื่อการใช้งานที่ถนัดกว่าเดิมก็ยังได้ค่ะ

สเปค Nokia Streaming Box 8000

  • CPU : Amlogic S905X3 Quad-Core Cortex-A53
  • GPU : Mali-G31 MP2
  • RAM : DDR3 2GB
  • ความจุ : eMMC 8GB
  • รองรับการแสดงผล 4K Ultra HD
  • ระบบเสียง Dolby Digital Plus
  • พอร์ตเชื่อมต่อ : HDMI, USB-A 3.0, Digital audio, รูหูฟัง 3.5 มม., USB-C, Ethernet LAN, DC IN (12V 1A)
  • การเชื่อมต่อไร้สาย : WiFi IEEE 802.11b/g/n, 2.4 GHz, IEEE 802.11a/n/ac, 5 GHz, BT 4.2

Nokia Streaming Box 8000 มีราคาอยู่ที่ 99.90 ยูโร หรือประมาณ 3,600 บาท โดยจะวางจำหน่ายในประเทศโซนยุโรปอย่าง เยอรมนี, ออสเตรีย และสวิตเซอร์แลนด์ ส่วนประเทศอื่นๆ จะมีลุ้นด้วยหรือไม่ ต้องรออัปเดตข้อมูลกันค่ะ

 

ที่มา : Nokia

from:https://droidsans.com/nokia-announced-streaming-box-8000-android-tv/

เปิดตัว Nokia 8000 4G และ Nokia 6300 4G ฟีเจอร์โฟนดีไซน์คลาสสิค ใช้งาน Facebook และ Google Maps ได้

มีข่าวลือมาสักระยะหนึ่งแล้วว่า Nokia กำลังซุ่มพัฒนาฟีเจอร์โฟนรุ่นใหม่อยู่ ในที่สุดวันนี้ก็ได้ฤกษ์เผยโฉมอย่างเป็นทางการแล้ว มาพร้อมกันทีเดียว 2 รุ่นเลย ได้แก่ Nokia 8000 4G และ Nokia 6300 4G โดยเป็นการหยิบเอาชื่อพร้อมทั้งดีไซน์บางส่วนจากรุ่นดั้งเดิมกลับมาทำใหม่ ให้เป็นมือถือที่เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น โดย Nokia 8000 4G มีราคา 79 ยูโร (≈2,790 บาท) และ Nokia 6300 4G มีราคา 49 ยูโร (≈1,790 บาท)

Nokia 8000 4G

Nokia 8000 4G ถูกออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากความแวววาวของอัญมณี โดยจะเห็นได้ว่า ทั้งเฟรมรอบตัวเครื่องรวมถึงฝาหลังมีพื้นผิวเป็นลักษณะมันวาว แม้จะเป็นวัสดุพอลีคาร์บอเนต แต่ก็ให้ความรู้สึกหรูหราราวกับกระจก สะท้อนแสงวิบวับสวยงาม มีด้วยกัน 4 สี คือ Opal White, Onyx Black, Topaz Blue, และ Citrine Gold

จอภาพของ Nokia 8000 4G มีขนาด 2.8 นิ้ว เป็นขนาดที่ใหญ่พอสมควรหากเทียบกับฟีเจอร์โฟนด้วยกัน เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างถนัดถนี่ แผงปุ่มกดจะมีลักษณะโค้งที่บริเวณขอบแบบ 3D ทำให้จับถือได้กระชับมือ

หากใครกำลังคิดว่า ฟีเจอร์โฟนคงทำได้แค่รับสายและโทรออก คุณกำลังคิดผิด เพราะ Nokia 8000 4G เป็นฟีเจอร์โฟนที่ถูกปรับปรุงให้มีความทันสมัย มาพร้อมกับแอปชื่อดังต่าง ๆ มากมาย อาทิ WhatApp, Facebook, YouTube และ Google Maps เป็นต้น อีกทั้งยังมี Google Assistant ผู้ช่วยอัจฉริยะในตัวที่จะเข้ามาช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความสะดวกมากขึ้นด้วย

ตามชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า Nokia 8000 4G แน่นอนว่า ต้องรองรับการเชื่อมต่อเครือข่าย 4G ซึ่งประโยชน์ของมันไม่ได้มีเพียงแค่การเล่นอินเทอร์เน็ตหรือการแชร์ Wi-Fi hotspot ด้วยความเร็วสูงเพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นการช่วยเพิ่มความคมชัดของการสนทนาขณะคุยโทรศัพท์อีกด้วย แถมยังใช้งาน 4G ได้ทั้ง 2 SIM อีกต่างหาก

สเปค Nokia 8000 4G

  • จอภาพ : 2.8 นิ้ว, ความละเอียด QVGA
  • ชิป : Qualcomm Snapdragon 210
  • หน่วยความจำ : RAM 512GB + 4GB, รองรับ microSD card สูงสุด 32GB
  • กล้อง : 2MP, แฟลช LED
  • การเชื่อมต่อ :
    – เครือข่าย GSM, WCDMA (LTE Cat 4)
    – Wi-Fi
    – GPS, A-GPS
    – Bluetooth
    – วิทยุ FM
    – ช่องหูฟัง 3.5 มม.
    – Micro-USB
  • แบตเตอรี่ : 1500mAh (สามารถถอดได้)
  • ระบบปฏิบัติการ : KaiOS
  • ขนาด : 132.2 × 56.5 × 12.34 มม.
  • น้ำหนัก : 110.2 กรัม
  • สี : Opal White, Onyx Black, Topaz Blue, Citrine Gold

Nokia 6300 4G

ต่อกันด้วย Nokia 6300 4G กันบ้าง ซึ่งต้องบอกว่า ฟีเจอร์การใช้งานหลัก ๆ นั้นไม่มีอะไรแตกต่างจาก Nokia 80004G เลย แต่สิ่งที่แตกต่างอยู่ในส่วนของดีไซน์ยิบย่อย Nokia 6300 มาพร้อมกับจอภาพขนาด 2.4 นิ้ว การออกแบบของมือถือรุ่นนี้จะตรงข้ามกับ Nokia 8000 4G อยู่ประมาณหนึ่ง คือ ฝาหลังมีลักษณะโค้งมน แต่เฟรมเครื่องจะเป็นแบบเหลี่ยม ๆ และมีผิวสัมผัสแบบด้าน

ฟีเจอร์การใช้งานอื่น ๆ ที่เหลือนั้นเหมือนกันทั้งหมด เช่น แอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ความสามารถในการแชร์ Wi-Fi hotspot โดย Nokia 6300 4G มีให้เลือก 3 สี คือ Light Charcoal, White และ Cyan Green

สเปค Nokia 6300 4G

  • จอภาพ : 2.4 นิ้ว, ความละเอียด QVGA
  • ชิป : Qualcomm Snapdragon 210
  • หน่วยความจำ : RAM 512GB + 4GB, รองรับ microSD card สูงสุด 32GB
  • กล้อง : VGA, แฟลช LED
  • การเชื่อมต่อ :
    – เครือข่าย GSM, WCDMA (LTE Cat 4)
    – Wi-Fi
    – GPS, A-GPS
    – Bluetooth
    – วิทยุ FM
    – ช่องหูฟัง 3.5 มม.
    – Micro-USB
  • แบตเตอรี่ : 1500mAh (สามารถถอดได้)
  • ระบบปฏิบัติการ : KaiOS
  • ขนาด : 131.4 x 53.0 x 13.7 มม.
  • น้ำหนัก : 104.7 กรัม
  • สี : Light Charcoal, White, Cyan Green

ราคาและการวางจำหน่าย Nokia 8000 4G และ Nokia 6300 4G

ในเบื้องต้นทั้ง Nokia 8000 4G และ Nokia 6300 4G จะวางจำหน่ายแบบจำกัดเฉพาะบางประเทศเท่านั้น ในราคา 79 ยูโร (≈2,790 บาท) และ 49 ยูโร (≈1,790 บาท) ตามลำดับ ทั้งนี้ สำหรับ Nokia ประเทศไทยของเราก็พึ่งวางขาย Nokia 225 4G และ Nokia 215 4G รวมทั้ง Nokia 3.4 กับ Nokia C3 ไปหมาด ๆ เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมานี่เองครับ

 

ดูข้อมูลเพิ่มเติม : Nokia 8000 4G | Nokia 6300 4G | HMD Global (press releases)

from:https://droidsans.com/hmd-global-nokia-8000-4g-and-nokia-6300-4g/

HMD Global เตรียมคืนชีพ Nokia 8000 ฟีเจอร์โฟนสุดคลาสสิค รองรับ 4G ใช้เล่น Facebook ได้

Nokia 8000 4G ว่าที่ฟีเจอร์โฟนรุ่นใหม่ของ Nokia ได้มีภาพตัวเครื่องแบบ Official เปิดเผยออกมาแล้ว โดยรอบนี้จะเห็นว่ารูปร่างมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย คือเอาฝาปิดปุ่มกดแบบสไลด์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Nokia 8000 ออก อีกทั้งยังรองรับการใช้งาน 4G พร้อมกัน 2 ซิมอีกด้วย

Nokia 8800 ปี 2005

โดยดีไซน์ตัวเครื่องของ Nokia 8000 4G นั้นจะเหมือนกับฟีเจอร์โฟนปกติทั่วไป แต่จะเพิ่มความพรีเมี่ยมเข้ามาด้วยขอบตัวเครื่องตลอดไปจนถึงปุ่มกดที่มีความโค้งและมีการออกแบบมาให้มีความรู้สึกจับถือเหมือนกับกระจก

Nokia 8000 4G

Nokia 8000 4G จะมาพร้อมกับหน้าจอ LCD ขนาด 2.8 นิ้ว ความละเอียด 240 x 340 ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 210 บวกกับ RAM ขนาด 512MB และความจุ 4GB สามารถใส่ microSD Card สำหรับเพิ่มหน่วยความจำได้ ขณะที่แบตเตอรี่จะให้มา 1,500 mAh ส่วนกล้องหลังมีหนึ่งตัวความละเอียด 2MP เท่านั้น

ส่วนระบบปฏิบัติการจะมาเป็น Kai OS สามารถใช้งาน Facebook และ WhatsApp ได้ นอกจากนี้ยังรองรับ 4G และแชร์ WiFi Hotspot ให้กับอุปกรณ์อื่นๆ ได้อีกด้วย

ตัวเครื่อง หน้า – หลัง Nokia 8000 4G

สเปค Nokia 8000 4G

  •  ขนาด : 132.2 x 56.5 x 12.3 มิลลิเมตร
  • หน้าจอ : LCD 2.8 นิ้ว ความละเอียด 240 x 320 พิกเซล
  • ระบบปฏิบัติการ : kiaOS
  • CPU : Snapdragon 210
  • GPU : Adreno 304
  • RAM : 512 MP
  • ความจุ : 4 GB
  • กล้อง : 2 MP
  • การเชื่อมต่อ : Bluetooth 4.0, A2DP
  • ใช้งาน 2 ซิม (แบบนาโนซิม)
  • แบตเตอรี่ : 1500 aMh

นอกจาก Nokia 8000 4G แล้ว HMD Global มีแผนจะวางขาย Nokia 6300 4G โทรศัพท์รุ่นคลาสสิคจากปี 2006 ที่ลือกันว่าสเปคจะคล้ายกันกับ  Nokia 8000 4G แต่ตัวหน้าจอจะมีขนาดเล็กกว่าเป็น 2.4 นิ้ว ต้องมารอดูกันว่า Nokia 8000 4G นั้นจะวางขายในประเทศไทยเมื่อไร และจะตั้งราคาขายอย่างเป็นทางการเท่าไร หวังว่าเราจะได้เห็นโทรศัพท์ระดับตำนานแบบนี้ได้รับการปลุกขึ้นมาอีกหลายๆ รุ่นในตลาดปัจจุบัน

 

ที่มา : GSMArena via Win Future

from:https://droidsans.com/rumor-nokia-8000-4g/

HMD Global เคยจะนำ Nokia N95 มาสร้างใหม่เป็นสมาร์ทโฟนแบบสไลด์ได้ แต่ยกเลิกไปซะก่อน

Juho Sarvikas ซีพีโอ (Chief Product Officer) ของ HMD Global นำภาพร่างดีไซน์มือถือ Nokia N95 รุ่นรีบูตที่ HMD เคยมีแผนจะนำมาสร้างใหม่ในยุคสมาร์ทโฟน ก่อนโปรเจกต์จะถูกยกเลิกไป มาโพสต์ลงทวิตเตอร์เพิ่มเติม หลังให้ยูทูบเบอร์ MrMobile ยืมเครื่องต้นแบบไปพูดถึงในวิดีโอเกี่ยวกับ Nokia N95

Sarvikas โชว์ภาพสเก็ตช์การนำฟังก์ชั่นสไลด์หน้าจอเหมือนกับ Nokia N95 รุ่นแรก มาผนวกกับฟีเจอร์ของสมาร์ทโฟน เช่นสไลด์ไปด้านบนเพื่อใช้ลำโพงขนาดใหญ่ที่อยู่ใต้จอด้านล่าง สไลด์ไปด้านล่างเพื่อใช้กล้องหน้า และอื่นๆ แต่เขาระบุว่าวิธีนี้ติดปัญหาบางอย่าง เช่น ผู้ใช้จะไม่สามารถใช้กล้องหน้าพร้อมกับลำโพงได้

นอกจากนี้ Sarvikas ยังโพสต์รูปต้นแบบมือถือที่สไลด์ได้ทุกทิศทาง ที่มีเป้าหมายคือให้ผู้ใช้ใช้งานได้ถนัดทุกรูปแบบหน้าจออีกด้วย ภาพร่างและต้นแบบเหล่านี้เป็นไอเดียที่ยังไม่มีการผลิตจริง แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ในอนาคต เพราะตลาดสมาร์ทโฟนปัจจุบันที่เริ่มขาดความแปลกใหม่ ตอนนี้หันมาเปลี่ยนรูปแบบและรูปทรงของมือถือเพื่อโชว์นวัตกรรมบ้างแล้ว ทั้งหน้าจอพับได้ของ Samsung Galaxy Z Fold2 ไปจนถึงหน้าจอแบบไขว้ของ LG Wing และหน้าจอพับแบบเรโทรของ Moto Razr 5G

ที่มา – Android Community, @theMrMobile, @sarvikas

No DescriptionNo Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/119514