คลังเก็บป้ายกำกับ: NOKIA

เผย Nokia กำลังซุ่มพัฒนามือถือ 5G ราคาประหยัด ใช้ชิป Dimensity 800

เมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา HMD Global ได้เปิดตัว Nokia 8.3 มือถือรุ่นแรกของแบรนด์ที่รองรับการใช้งาน 5G โดยมือถือดังกล่าวมาพร้อมกับชิป Snapdragon 765G แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีประกาศวันวางขายออกมาซักที และล่าสุด HMD Global ก็เอาอีกแล้ว เพราะมีข่าวว่าพวกเขากำลังซุ่มพัฒนามือถือ 5G อีกหนึ่งรุ่น ซึ่งคราวนี้เป็นมือถือราคาประหยัด ที่จะมาพร้อมกับชิป Dimensity 800 ของ MediaTek ด้วย

โดยเว็บไซต์ Nokia Power User ที่มักจะออกมาให้ข่าวเกี่ยวกับมือถือค่าย Nokia ได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยำอยู่บ่อยๆ ได้ออกมาประกาศว่า HMD Global กำลังมีแผนที่จะเปิดตัวมือถือ Nokia 5G ที่มาพร้อมกับชิป Dimensity 800 ชิปตัวแรงจาก MediaTek ที่มีโมเด็ม 5G ในตัวนั่นเอง (หรืออาจจะเป็น Dimensity 820 ก็ได้)

ส่วนชื่อของมือถือ Nokia 5G ดังกล่าว ในตอนนี้ยังไม่มีการเปิดเผย หรือมีข่าวหลุดจากวงในนะครับว่ามันจะใช้ชื่อรุ่นว่าอะไร แต่คาดว่าน่าจะตัดชื่อรุ่น Nokia 7.3 ออกไปได้เลย เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยมีรายงานว่า Nokia 7.3 จะเป็นมือถือที่เลือกใช้ชิป Snapdragon ของ Qualcomm แทน ซึ่งตรงนี้ก็ต้องมาลุ้นกันอีกทีว่า Nokia 7.3 จะใช้ชิป Snapdragon ซีรีส์ไหน ระหว่าง 700 กับ 600 โดยไม่แน่ว่า Nokia 7.3 อาจจะมีให้เลือก 2 เวอร์ชั่น ทั้งแบบรุ่น 4G และ 5G

คาดว่ากว่าจะแล้วเสร็จ ผ่านขั้นตอนการทดลองใช้งานเพื่อดูว่าจะเจอปัญหาอะไรหรือไม่ HMD Global น่าจะพร้อมนำเจ้า Nokia 5G รุ่นลึกลับ (ไม่ใช่ Nokia 7.3) ที่มาพร้อมกับชิป Dimensity 800 นี้ มาเปิดตัวในช่วงต้นปี 2021 หรือปีหน้ากันอย่างแน่นอน 

 

ที่มา: NokiaPowerUser via gizmochina 

from:https://droidsans.com/hmd-global-developing-nokia-cheap-5g-in-the-work/

เปิดตัว Nokia 5310 การกลับมาของ Xpress Music ในตำนานที่ประเทศจีน ในราคาไม่ถึง 2 พันบาท

 

ก่อนหน้านี้ HMD Global ได้เปิดตัว Nokia 5310 (2020) พร้อมกับ Nokia 8.3 5G, Nokia 5.3 และ Nokia 1.3 อย่างเป็นทางการไปเมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ล่าสุดได้เปิดตัวสมาร์ตโฟนดังกล่าวที่ประเทศจีนในราคาไม่ถึง 2 พันบาท

 

Nokia 5310

สำหรับสเปกของ Nokia 5310 (2020) ตัวเครื่องมีขนาด 123.7 x 52.4 x 13.1 มม. และน้ำหนัก 88.2 กรัม หน้าจอแสดงผลความละเอียด 240 x 320 พิกเซล ขนาด 2.4 นิ้ว

ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต MediaTek MT6260A, RAM 8MB, หน่วยความจำภายใน 16MB เพิ่มได้ด้วย microSD Card 32GB และรันบนระบบปฏิบัติการ Series 30+

ติดตั้งกล้องหลังความละเอียดระดับ VGA พร้อมไฟแฟลช LED ส่วนข้างหน้าจอมีปุ่มลัดเข้าสู่เครื่องเล่นเพลงตามสไตล์ Express Music ในรุ่นดั้งเดิม พร้อมกับลำโพงคู่สเตอริโอเสียงกระหึ่ม รวมถึงมีฟังก์ชั่นวิทยุ FM และช่องหูฟังขนาด 3.5 มม.

ทั้งนี้ Nokia 5310 (2020) ที่วางจำหน่ายที่ประเทศจีน รองรับเครือข่าย 2G เท่านั้น โดยมีให้เลือก 2 สีคือ Black/Red และ White/Red ในราคา 399 หยวนหรือประมาณ 1,850 บาท และจะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 21 เมษายนเป็นต้นไป

ที่มา : Playfuldroid

 

from:http://mobileocta.com/nokia-5310-is-the-return-of-the-legendary-xpress-music-in-china/

รายชื่อมือถือใหม่ผ่าน กสทช. Huawei P40 Pro 5G, nova 7i, Mi 10, Galaxy M21 และ Tab S6 Lite [มี.ค. 2020]

รายชื่อมือถือใหม่ๆ ที่ผ่าน กสทช. ของเดือนมีนาคม 2020 ออกมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นมือถือเรือธง 5G Huawei P40 และ P40 Pro ที่น่าจะวางในขายในบ้านเราเร็วๆ นี้ ส่วนรุ่นอื่นๆ ที่น่าสนใจก็มีทั้ง nova 7i, Xiaomi Mi 10, Redmi Note 9S, Samsung Galaxy M21 และ Tab S6 Lite ที่แทบเล็ตน้องเล็กรุ่นใหม่ก็มากับเขาด้วย สำหรับรายละเอียดต่างๆ จะเป็นไงบ้างไปดูกันครับ

หมายเลข

ตราอักษร

แบบ/รุ่น

B38115-20 SAMSUNG Galaxy M21
B38116-20 VIVO Y15s
B38125-20 OPPO OPPO Find X2 5G
B38126-20 OPPO OPPO Find X2 Pro 5G
B38131-20 Huawei P40 pro 5G
B38132-20 Huawei P40 5G
B38140-20 Nokia Nokia 105 (TA-1174)
B38143-20 Xiaomi Mi 10 (M2001J2G)
B38145-20 HUAWEI nova 7i
B38151-20 vivo V19
B38153-20 Redmi Redmi Note 9S
B38157-20 Lenovo Lenovo A7
B38171-20 SAMSUNG Galaxy Tab S6 lite

Huawei

สำหรับ Huawei P40 Series คราวนี้ที่เปิดตัวมาจะมีด้วยกันหมด 3 รุ่น คือ Huawei P40, P40 Pro และรุ่นท็อปสุด P40 Pro+ ซึ่งแน่นอนที่เข้าไทยผ่าน กสทช ตอนนี้มีเพียง P40 และ P40 Pro โดยจุดเด่นหลักของซีรีส์นี้คือเครื่องกล้องที่สามารถซูมได้สูงสุด 100x มีกล้องหลังสูงสุดถึง 5 ตัว  และที่สำคัญคือรองรับ 5G กันทุกรุ่นอีกด้วย

ถัดมาดูที่ตัว Huawei nova 7i กันบ้าง ซึ่งกระโดดข้ามจาก 5i ที่เพิ่งวางจำหน่ายช่วงกลางปีที่ผ่านมา โดยสเปคเบื้องต้นของเจ้า nova 7i ก็มีทั้งชิป Kirin 810 หน้าจอขนาด 6.4 นิ้วความละเอียด FHD+ และมาพร้อมกับกล้องหลัง 4 ตัว 48 + 8 +2 +2MP โดยมีราคาวางจำหน่ายที่ประเทศมาเลเซียแล้วอยู่ที่ 1,099 ริงกิต หรือประมาณ 8,300 บาทครับ

Xiaomi

หลังจากที่ Xiaomi เปิดตัว Mi 10 และ Mi 10 Pro เป็นที่เรียบร้อยในช่วงต้นเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ในที่สุด Mi 10 ก็ผ่าน กสทช เข้าไทยมาสักที สเปคจะมาพร้อมกับชิป Snapdragon 865, จอ 6.67 นิ้ว FHD+ 90Hz และมาพร้อมกับ RAM มาตรฐานใหม่ LPDDR5 อีกด้วย กล้องหลังก็ถูกอัปเกรดขึ้นมี 4 ตัว  108MP + 13MP + 2MP + 2MP แบต 4780 mAh รองรับชาร์จไวแบบมีสาย 30W ครับ

ราคา XIAOMI MI 10 จะมีวางจำหน่ายด้วยกัน 3 แบบ

  • 8+128GB : ราคา 3999 หยวน หรือประมาณ 18,000 บาท
  • 8+256GB: ราคา 4299 หยวน หรือประมาณ 20,000 บาท
  • 12+256GB : ราคา 4699 หยวน หรือประมาณ 21,000 บาท

 

ต่อไปเป็นรุ่น Redmi Note 9S ที่เพิ่งจะทำรีวิวไปหยกๆ โดยสเปคเบื้องต้นมาพร้อมกับ Snapdragon 720G หน้าจอขนาด 6.67 นิ้ว FHD+ กล้องหลัง 4 ตัว 48 + 8 + 5 + 2MP กล้องหน้า 16GB ที่สำคัญคือมาพร้อมกับแบตขนาดใหญ่ถึง 5020 mAh รองรับชาร์จไว 18W และยังมีรูหูฟังมาให้ด้วย

ราคา Redmi Note 9s จะวางจำหน่าย  2 รุ่น

  • 4+64GB มีราคาอยู่ที่ 6,499 บาท เริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 27 มีนาคม 2563 ผ่าน Lazada
  • 6+128GB มีราคาอยู่ที่ 7,999 บาท เริ่มจำหน่ายวันที่ 7 เมษายน 2563 ตามร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วไป

 

Samsung

มาดูทางด้านแบรนด์ Samsung กันที่คราวนี้ขนรุ่นน้องเล็กอย่าง Galaxy M21 ที่มีสเปคน่าสนใจใช้ได้เลย โดยมาพร้อมกับดีไซน์หน้าจอเป็นแบบ Infinity-U Display แบบ Super AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว FHD+ ใหญ่เต็มตา โดยตรงกลางจะมีติ่งเล็กๆ เป็นกล้องหน้า 20MP กล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียด 48 + 8 +5MP แถมยังให้แบเตอรี่มาจุใจถึง 6000 mAh  ส่วนราคาและวันวางจำหน่ายต้องรอติดตามกันเร็วๆ นี้ครับ

จากที่มีข่าวหลุดมาก่อนหน้านี้ในที่สุดก็ผ่าน กสทช เข้าไทยตามกันมาสำหรับเจ้า Samsung Galaxy Tab S6 Lite โดยคาดว่าจะมาพร้อมกับปากกา S-Pen เหมือนกับรุ่นพี่กับ Galaxy Tab S6 สเปคเบื้องต้นคาดว่ามาพร้อมกับ ชิปเซ็ต Exynos 9611 RAM 4GB ความจุ 64/128GB ส่วนราคาและวันวางจำหน่ายต่อรอติดตามกันต่อไปครับ

 

OPPO

ก่อนหน้านี้ OPPO Find X2 / Find X2 Pro ที่เข้ามาตอนแรกยังไม่ใช่รุ่นที่รองรับ 5G และเมื่อเร็วๆ นี้ รุ่นที่เป็นรองรับ 5G ก็เพิ่งตามเข้ามาสดร้อนๆ ซึ่งจะต่างกันเฉพาะเรื่องรองรับสัญญาณเท่าๆ สเปคอื่นๆ เหมือนรุ่นปกติหมดครับผม

VIVO

หลังจากที่มีข่าวลือข่าวหลุดไปก่อนหน้านี้ ในที่สุด vivo V19 รุ่นที่เข้าไทยผ่าน กสทช สักที่ ซึ่งจุดเด่นของรุ่นนี้เลยคือ เป็นกล้องหน้าคู่ ซึ่งจะแตกต่างจากโมเดลที่เปิดตัวในประเทศอินโดนีเซียไปก่อนหน้านี้ โดยสเปคหลักๆ จะมาพร้อม Snapdragon 712 หน้าจอ sAMOLED ขนาด 6.44 นิ้ว ความละเอียด FHD+ พร้อมล้องเซลฟี่คู่ขนาด 32MP + 8MP (Ultra wide) กล้องหลัง 4 ตัว 48 + 8 + 2 + 2MP แบต 4500 mAH ชาร์จไว 33W เตรียมเปิดตัวในไทยเร็วๆ นี้ครับ

NOKIA

ปิดท้ายด้วยฟีเจอร์โฟนของ Nokia กับรุ่น Nokia 105 (TA-1174) มาพร้อมกับหน้าจอรูปทรงสุดคลาสสิค ใช้งานได้ 2 ซิม หน้าจอขนาด 1.77 นิ้ว แบต 800 mAh มีวิทยุและช่องเสียบหูฟังในตัว รวมถึงสามารถเปิดเครื่องสแตนบายรอรับสายได้สูงสุดถึง 26 วันด้วยกัน ส่วนราคาและวันวางจำหน่ายยังไม่มีการเปิดเผยออกมาแต่อย่างใดครับ

 

ที่มา :  nbtc

from:https://droidsans.com/nbtc-new-phone-march-2020/

HMD เตรียมเปิดตัว Nokia C1 และ Nokia C2 ในไทย สมาร์ตโฟนระดับเริ่มต้น แต่ฟีเจอร์ครบครันพร้อมใช้งาน!

นาทีนี้สิ่งที่ได้เปรียบในตลาดสมาร์ตโฟนคือเรื่อง ความคุ้มค่าในการใช้งานต่อเม็ดเงินที่จ่ายไป เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้คนเลือกซื้อสมาร์ตโฟนมาใช้งาน และด้วย Nokia C1 และ Nokia C2 ที่จาก HMD Global ก็นับว่าเป็นสมาร์ตโฟนที่ตอบโจทย์เรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง

Nokia C1

Nokia C1 สมาร์ทโฟนที่ออกแบบมาเพื่อความบันเทิงทุกที่ทุกเวลา ด้วยจอแสดงผลขนาด 5.45 นิ้วที่น่าประทับใจแฟน ๆ สามารถชมวิดีโอโปรดและฟังเพลงได้อย่างง่ายดาย ด้วยแอพที่ไม่กินเนื้อที่ในตัวเครื่อง ทำให้จัดเก็บเพลงได้มากถึง 3,000 เพลง ประหยัดในการใช้อินเตอร์เน็ต รวมถึงความจุแบตเตอรีที่มากพอที่จะให้คุณฟังเพลงและพูดคุยตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น โดย HMD ได้ออกแบบ Nokia C1 เป็นทางเลือก 3G ในราคาที่ไม่แพงสำหรับผู้บริโภคกลุ่มนี้ด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ 5.45 นิ้วและการใช้งานแบตเตอรี่ตลอดทั้งวัน

ความบันเทิงที่ไปกับคุณทั้งวัน

หน้าจอ 5.45 นิ้วทำให้คุณดื่มด่ำกับวิดีโอโปรดของคุณได้ทุกที่ อีกทั้ง HMD ได้เลือกใช้ Android Pie Go edition ที่ประหยัดเนื้อที่และสเปก อีกทั้งยังมาพร้อมกับที่จัดเก็บข้อมูลภายในเพียงพอต่อการเก็บเพลงสูงสุด 3,000 เพลง และสามารถเพิ่มเติมหน่วยความจำด้วย micro SD สูงสุด 64GB

เซลฟี่ไม่หยุด พร้อมไฟแฟลช

ยกระดับการเซลฟี่ของคุณด้วยแฟลชด้านหน้าและกล้องหน้า 5MP ช่วยให้คุณได้ภาพที่สมบูรณ์แบบแม้ในที่มืด นอกจากนี้ยังมี Gallery Go ที่จะช่วยแก้ไขไฟล์สื่อได้แบบออฟไลน์ โดยได้รับการปรับให้เหมาะกับโทรศัพท์ของคุณ เพลิดเพลินไปกับการแก้ไขด้วยการแตะเพียงครั้งเดียวก็สามารถบันทึกความประทับใจได้แบบอัตโนมัติแม้เครื่องจะไม่ได้ต่ออินเตอร์เน็ตก็ตาม

ดีไซน์โดดเด่น

Nokia C1 มีดีไซน์โดดเด่นด้วยผิวโลหะที่มีสไตล์ ถูกสร้างขึ้นด้วยฝาครอบโพลีคาร์บอเนตที่ทนทานเพื่อมั่นใจว่าตัวเครื่องจะทนต่อการกระแทกในชีวิตประจำวันและที่สำคัญคือสามารถถอดฝาหลังเพื่อเปลี่ยนแบตเตอรีได้ครับ โดย Nokia C1 พร้อมจำหน่าย 28 มีนาคม 2563 มีสีให้เลือกเพียงสีเดียวคือ สีเทาดำ ราคาขายอยู่ที่ 1,890 บาท


 

 

Nokia C2

จุดแตกต่างที่สำคัญใน Nokia C2 เมื่อเทียบกับ Nokia C1 คือรุ่นนี้รองรับการเชื่อมต่อ 4G ในขณะที่ Nokia C1 จะรองรับเพียง 3G เท่านั้น และยังมีการอัปเกรดฮาร์ดแวร์รวมถึงสเปกภายในที่ดูเหนือขึ้นมาอีกด้วย

ความบันเทิงแบบ HD และแบตเตอรี่ที่ใช้ได้อย่างยาวนานตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก

ด้วยหน้าจอขนาด 5.7 นิ้วความละเอียด HD+ บน Nokia C2 ช่วยให้คุณดื่มด่ำกับคอนเทนต์ได้อย่างเต็มตา โดย HMD แนะนำให้ใช้งาน YouTube Go ซึ่งเป็น YouTube เวอร์ชั่นขนาดเล็กกว่า ช่วยประหยัดเนื้อที่ และสามารถดาวน์โหลดคอนเทนต์มาเก็บไว้ในเครื่องได้ เรียกว่าประหยัดทั้งเน็ตและพื้นที่ในเครื่องได้อย่างดี

Nokia C2 ช่วยให้คุณจัดเก็บเพลงได้มากถึง 3,000 เพลงหรือวิดีโอระดับ HD นานถึง 13 ชั่วโมงด้วยแอพที่เบากว่าบนระบบปฏิบัติการ Android Go แถมยังรองรับการเพิ่มหน่วยความจำด้วย microSD และสามารถใช้งานได้ทั้งวันจนพระอาทิตย์ตกดินด้วยแบตเตอรีความจุ 2,800 mAh

ถ่ายภาพแบ่งปันที่มีค่าที่สุด

ยกระดับการเซลฟี่ของคุณไปอีกระดับด้วยกล้องหน้าและแฟลชของ Nokia C2 โดยเฉพาะการถ่ายภาพเซลฟี่หลังพระอาทิตย์ตกนั้นไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป อีกทั้งยังรองรับการถ่ายภาพ HDR ผ่านกล้องหลังได้อีกด้วย และ Nokia C2 ก็มีฟีเจอร์ Gallery Go เหมือนกับ Nokia C1 เช่นเดียวกันครับ

Nokia C2 พร้อมจำหน่าย 28 มีนาคม 2563 สีเทาดำ ราคา 2,290 บาท


ข่าว: HMD เตรียมเปิดตัว Nokia C1 และ Nokia C2 ในไทย สมาร์ตโฟนระดับเริ่มต้น แต่ฟีเจอร์ครบครันพร้อมใช้งาน! มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/03/28/nokia-c1-and-nokia-c2-to-be-introduced.html

HMD Global เปิดตัว Nokia 8.3 5G, Nokia 5.3, Nokia 1.3

นอกจาก Nokia 5310 รุ่น XpressMusic รีเมค ทาง HMD Global ยังเปิดตัวสมาร์ทโฟนใหม่อีก 3 รุ่นมาพร้อมกัน

Nokia 8.3 5G เป็นสมาร์ทโฟน 5G ตัวแรกของแบรนด์ Nokia, Snapdragon 765G, กล้องหลัก 64MP + ultrawide + depth + macro เลนส์ ZEISS, จอใหญ่ 6.81″ เจาะรู punchhole ตรงมุมซ้ายบน, ตัวเครื่องใช้สี Polar Night ที่ได้แรงบันดาลใจจากท้องฟ้าขั้วโลกเหนือยามค่ำคืน

ราคาขาย 599 ยูโร (ประมาณ 21,000 บาท) สำหรับรุ่นแรม/ความจุ 6GB/64GB เริ่มวางขายช่วงฤดูร้อน 2020

No Description

Nokia 5.3 หน้าจอใหญ่ 6.55″ กล้องหน้าเป็นหยดน้ำ, Snapdragon 665, แบตเตอรี่ 4000 mAh, กล้องหลัง 4 ตัว

ราคา 189 ยูโร (ประมาณ 7,000 บาท) สำหรับรุ่น 4GB/64GB เริ่มวางขายเดือนเมษายน 2020

No Description

Nokia 1.3 น้องเล็กสุดในการเปิดตัวรอบนี้ หน้าจอ 5.71″, Snapdragon 215, แบตเตอรี่ 3000 mAh, ระบบปฏิบัติการเป็น Android 10 (Go) การันตีอัพเกรดเป็น Android 11 (Go)

ราคา 95 ยูโร (ประมาณ 3,600 บาท) เริ่มขายเดือนเมษายน 2020

No Description

ที่มา – HMD Global

from:https://www.blognone.com/node/115315

Nokia 1.3 สมาร์ทโฟนรุ่นแรกของ Android Go ที่มาพร้อม Camera Go ราคาราว 3,330 บาท

HMD Global เปิดตัวสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้น Nokia 1.3 มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 10 (Go edition) ที่มีแอพกล้องใหม่เรียกว่า Camera Go ที่ยืมคุณสมบัติเด่นมาจากแอพกล้องของ Google Pixel และผู้ผลิตยืนยันว่า สามารถถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดีขึ้น

Nokia 1.3 มาพร้อมจอแสดงผล HD+ ขนาด 5.71 นิ้ว อัตราส่วนภาพ 19:9 มีรอยบากแบบหยดน้ำสำหรับวางกล้องเซลฟี่ 5 ล้านพิกเซล ส่สนกล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล มาพร้อม AI ช่วยถ่ายภาพในที่แสงน้อย

Nokia 1.3 ใช้ชิปประมวลผล Qualcomm QM215 ความจำ RAM 1GB จับคู่กับ ROM 16GB รองรับการ์ด MicroSD สูงสุด 400GB ความจุแบตเตอรี่ 3000mAh รองรับการเชื่อมต่อ 4G LTE Cat 4, Wi-Fi 802.11 b/g/n, Bluetooth 4.2, GPS/AGPS+GLONASS+Beidou และยังใช้พอร์ตเชื่อมต่อ Micro USB

Nokia 1.3 จะเริ่มวางจำหน่ายในเดือนเมษายนนี้ ราคา 95 ยูโร หรือราว 3,330 บาท มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Cyan, Charcoal, Sand

ที่มา – Nokia
https://www.flashfly.net/wp/291504

from:https://www.flashfly.net/wp/291504

Nokia 5310 กลับมาอีกครั้ง ถึงแม้จะไม่มี XpressMusic ต่อท้าย แต่ยังคงดีไซน์คล้ายของเดิม

HMD Global เปิดตัวฟีเจอร์โฟน Nokia 5310 ซึ่งมีความคล้ายกับ Nokia 5310 XpressMusic ที่เคยเปิดตัวในปี 2007 โดยเฉพาะแถบปุ่มกดสีแดงทั้ง 2 ข้างของจอแสดงผล ข้างหนึ่งใช้ควบคุมเครื่องเล่นเพลง อีกครั้งสำหรับปรับระดับเสียง

Nokia 5310 มาพร้อมลำโพงคู่หน้า ติดตั้งไว้ที่ด้านบนกับด้านล่าง ชัดเจนว่าถูกออกแบบมาเป็นมิวสิคโฟน รองรับเครื่องเล่น MP3 และวิทยุ FM สามารถเก็บเพลงไว้ในการ์ด MicroSD ได้สูงสุด 32GB

Nokia 5310 มาพร้อมจอแสดงผล QVGA ขนาด 2.4 นิ้ว ใช้ชิป MediaTek MT6260A ความจำ RAM 8MB จับคู่กับ ROM 16GB กล้องหลัง VGA ความจุแบตเตอรี่ 1200mAh

Nokia 5310 จะเริ่มวางจำหน่ายภายในเดือนมีนาคมนี้ ราคา 39 ยูโร หรือราว 1,390 บาท

ที่มา – Nokia

from:https://www.flashfly.net/wp/291496

Nokia 8.3 5G เปิดตัวทางการ มาพร้อมชิป Snapdragon 765G กล้องหลัง PureView Quad Camera

HMD Global เปิดตัว Nokia 8.3 5G สมาร์ทโฟน 5G รุ่นแรกของแบรนด์ มาพร้อมชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 765G ทำงานบน Android 10 พร้อมรับประกันการอัพเดทเวอร์ชั่นใหม่ในอีก 2 ปีข้างหน้า เริ่มวางจำหน่ายในช่วงซัมเมอร์ปีนี้ ราคา 599 ยูโร หรือราว 21,020 บาท

Nokia 8.3 5G มาพร้อมจอแสดงผล PureDisplay Full HD+ ขนาด 6.81 นิ้ว อัตราส่วนภาพ 20:9 เจาะรูไว้ที่มุมบนขวาสำหรับวางกล้องเซลฟี่ 24 ล้านพิกเซล และติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือไว้กับปุ่มเพาเวอร์ที่ขอบด้านข้าง

กล้องหลัง PureView Quad Camera จัดวางไว้ในกรอบวงกลม ประกอบด้วยกล้องหลัก 64 ล้านพิกเซล กล้องอัลตร้าไวด์ 12 ล้านพิกเซล กล้องจับระยะชัดลึก 2 ล้านพิกเซล และกล้องมาโคร 2 ล้านพิกเซล ทั้งหมดใช้เลนส์ ZEISS Optics

ที่มา – Nokia
https://www.flashfly.net/wp/291489

from:https://www.flashfly.net/wp/291489

เปิดตัว Nokia 5310 รุ่นคลาสสิค ตระกูล Express Music มาพร้อมลำโพงสเตอริโอเสียงกระหึ่ม

การกลับมาของหนึ่งในมือถือรุ่นคลาสสิค Nokia 5310 กับโฉมใหม่ที่ HMD Global ได้เปิดตัวไปในวันนี้ยังคงเอกลักษณ์ในเรื่องของสีสัน ขาว/ดำ ตัดกับแถบสีแดงข้างหน้าจอที่เป็นปุ่มลัดเข้าสู่เครื่องเล่นเพลงตามสไตล์ Express Music พร้อมกับลำโพงคู่สเตอริโอเสียงกระหึ่ม

สานต่อตำนานเครื่องเล่นเพลงที่รองรับทั้งวิทยุ FM Radio และเครื่องเล่น MP3 ด้วยปุ่มลัดข้างจอภาพ เมื่อกดปุ๊บก็เอนจอยกับเสียงเพลงได้ทันที Nokia 5310 ด้วยลำโพงสเตอริโอคู่หน้า หรือจะเพลิดเพลินไปกับหูฟังคู่โปรดผ่านช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรก็ได้ ตัวเครื่องมาพร้อมระบบปฏิบัติการณ์ Series 30+ เน้นการใช้งานแบบฟีเจอร์โฟน

หน้าจอเล็กกระทัดรัดขนาด 2.4 นิ้ว ความละเอียด QVGA พร้อมปุ่มกดและปุ่มนำทาง กล้องหลังมีความละเอียด VGA หรือ 0.3MP แบตเตอรี่ถอดเปลี่ยนได้ และสามารถสแตนด์บายได้ยาวนานเป็นสัปดาห์ รองรับการใช้งาน 2 ซิม

สเปค Nokia 5310

  • หน้าจอ 2.4 นิ้ว ความละเอียด QVGA
  • ชิปเซ็ต MT6260A
  • RAM 8MB
  • ROM 16MB (เพิ่มเมมได้ รองรับ micro SD 32GB)
  • กล้องหลัง VGA + LED Flash
  • มีช่องหูฟัง 3.5 มม.
  • รองรับวิทยุ FM Radio
  • Bluetooth 3.9
  • แบตเตอรี่ 1200 มิลลิแอมป์ (ถอดเปลี่ยนได้)
  • ระบบปฏิบัติการณ์ Series 30+
  • ขนาด 123.7 x 52.4 x 13.1 มม.
  • น้ำหนัก 88.2 กรัม
  • สี ขาว/แดง , ดำแดง

สำหรับแฟนๆ Nokia อาจจะแอบขัดใจเล็กน้อย เพราะหน้าตาของเจ้า Nokia 5310 ที่นำมาทำใหม่นั้น มันไมไ่ด้เพรียวบางเหมือนรุ่นแรก แต่เหมือนเป็ยลูกผสมระหว่าง Nokia 5300 ที่เป็นแบบสไลด์ซะมากกว่า เพราะมันดูหนาๆ อ้วนๆ อยู่พอสมควร โดยในตอนนี้ทาง HMD Global จะวางจำหน่ายรุ่นที่รองรับ 3G ในเดือนมีนาคมนี้ มีราคาอยู่ที่ 39 ยูโร หรือราวๆ 1,350 บาท

 

source : Nokia

from:https://droidsans.com/hmd-global-launch-nokia-5310-classic-express-music/

HMD Global เปิดตัว Nokia 5310 ฟีเจอร์โฟนรีเมคจากรุ่น XpressMusic เมื่อ 13 ปีที่แล้ว

HMD Global เปิดตัวมือถือโนเกียรีเมคใหม่คือ Nokia 5310 ที่รีเมคจาก Nokia 5310 XpressMusic มือถือที่เน้นเรื่องการเล่นเพลงในยุคปี 2007 หรือราว 13 ปีที่แล้ว

ตัวมือถือ Nokia 5310 รุ่นดั้งเดิมจะมีปุ่มเล่นเพลง 3 ปุ่ม, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร และช่องเสียบ microSD สูงสุด 4GB ซึ่งรุ่นรีเมคจะมาพร้อมกับดีไซน์แคนดี้บาร์พร้อมแถบข้างสีแดงที่วางปุ่มเล่นเพลง โดยฝั่งซ้ายจะเป็นปุ่มปรับเสียง และฝั่งขวาจะเป็นปุ่มเล่น/หยุด, ไปข้างหน้า และถอยกลับ ซึ่งจะมาพร้อมระบบรับวิทยุเอฟเอ็ม และคงช่องเสียบหูฟังไว้ ส่วนช่องเสียบ microSD จะรองรับสูงสุดถึง 32GB

ในด้านจอ รุ่นรีเมคจะใช้จอ QVGA 2.4 นิ้ว พร้อมปุ่มกด T9 ภายในตัวเครื่องใช้ชิพ MT6260A MediaTek พร้อมแรม 8MB และแบตเตอรี่ 1,200mAh แบบถอดเปลี่ยนได้ อยู่ในโหมดสแตนด์บายได้นานสุด 30 วัน

Nokia 5310 รุ่นรีเมคจะวางจำหน่ายในสีขาวหรือดำราคา 39 ยูโร โดย Nokia 5310 ถือเป็นรุ่นรีเมครุ่นที่ 3 ถัดจาก Nokia 3310 และ Nokia 8110 ทรงกล้วย

ที่มา – Engadget

No Description
ภาพจาก HMD Global

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/115296