คลังเก็บป้ายกำกับ: NOKIA

เปิดตัว Nokia 1.4 มาพร้อมจอขนาดใหญ่ 6.51 นิ้ว, ชิปเซ็ท Snapdragon 215 และแบตเตอรี่ 4,000mAh ในราคาเพียง 3,600 บาท

HMD Global ประกาศเปิดตัว Nokia 1.4 อย่างเป็นทางการ โดยเป็นสมาร์ตโฟนระดับเริ่มต้นภาคต่อของ Nokia 1.3 ที่เปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว โดยมาพร้อมการอัปเกรดทั้งดีไซน์ฝาหลังใหม่ กล้อง และแบตเตอรี่

สเปก Nokia 1.4

Nokia 1.4

ตัวเครื่องมีขนาด 166.4 x 76.7 x 8.7 มม. และน้ำหนัก 178 กรัม หน้าจอแสดงผลทรงหยดน้ำ Waterdrop Design แบบ IPS LCD ความละเอียด HD+ 720 x 1600 พิกเซล ขนาด 6.51 นิ้ว ในสัดส่วน 20:9

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Quad-Core ความเร็ว 1.3 GHz Cortex-A53 โดยใช้ชิปเซ็ท Qualcomm QM215 Snapdragon 215 (28 nm), หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 308 จับคู่กับ RAM 1GB/2GB/3GB, หน่วยความจำภายใน 16GB/32GB/64GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 512GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 10 (Go edition)

ติดตั้งกล้องหลังคู่ พร้อมไฟแฟลช LED โดยกล้องหลักความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องรองเลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล

รวมทั้งมีปุ่มเฉพาะสำหรับ Google Assistantรองรับการปลดล็อคหน้าจอด้วยใบหน้า, รองรับ 2 SIM, รองรับ 4G LTE, Wi-Fi 802.11 b/g/n, hotspot, Bluetooth 4.2, วิทยุ FM, ช่องหูฟัง 3.5 มม., พอร์ต microUSB 2.0 และแบตเตอรี่ 4000mAh

ทั้งนี้ Nokia 1.4 มีให้เลือก 3 สีคือ Fjord, Charcoal และDusk โดยมีราคาอยู่ที่ 99 ยูโรหรือประมาณ 3,677 บาท และวางจำหน่ายแล้วที่ยุโรป และ Nokia 1.4 รุ่นนี้ก็ได้ผ่านการรับรองจากสำนักงาน กสทช.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดว่าคงจะเปิดจำหน่ายในไทย เร็ว ๆ นี้

ที่มา : Playfuldroid

from:https://www.mobileocta.com/nokia-1-4-announced/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=nokia-1-4-announced

Nokia 8.3 5G ทยอยได้อัปเดตเป็น Android 11 แล้ว รุ่นอื่น ๆ ตามมาเร็ว ๆ นี้

Google เปิดตัว Android 11 อย่างเป็นทางการในเดือนกันยายน ทาง Nokia ก็ได้ประกาศโร้ดแมปการอัปเดตมือถือของตัวเองออกมาภายในเดือนเดียวกันนั้น เริ่มจาก Nokia 8.3 5G เป็นรุ่นแรกในไตรมาส 4 อย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุขัดข้องบางประการจึงล่าช้ามาถึงตอนนี้ แต่แล้วในที่สุด HMD ก็ได้ปล่อยเฟิร์มแวร์ออกมาให้อัปเดตกันผ่าน OTA แล้ว

เฟิร์มแวร์ Android 11 ของ Nokia 8.3 5G มีขนาดไฟล์อยู่ที่ 1.89GB พ่วงมาด้วยแพตช์ความปลอดภัยประจำเดือนมกราคม ในการอัปเดตครั้งนี้หน้าตาอินเทอร์เฟซโดยรวมอาจไม่ค่อยต่างไปจากเดิมมากนัก แต่ก็ได้ฟีเจอร์ที่มีประโยชน์หลายอย่างเพิ่มเข้ามา เช่น แผงควบคุมเพลงแบบใหม่, การให้สิทธิ์การเข้าถึงแบบครั้งเดียว, ความสามารถในการบันทึกวิดีโอหน้าจอแบบเนทีฟ เป็นต้น

Nokia ขึ้นชื่อเรื่องความรวดเร็วและความครอบคลุมในการอัปเดตเฟิร์มแวร์ให้กับอุปกรณ์ของตัวเอง การันตีได้จากการเป็นแชมป์ในการจัดอันดับโดยบริษัทวิจัยตลาดอย่าง Counterpoint ถึง 2 ปีซ้อนด้วยกัน

แม้ว่า ในปีนี้การอัปเดต Android 11 ของ Nokia จะมีความล่าช้าไปบ้าง แต่ดูเหมือนทาง HMD เองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามเร่งความเร็วตีตื้นคืนมากับเวลาที่เสียไป เพราะล่าสุด ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ ได้ออกมากล่าวว่า ให้แฟน ๆ ตั้งตารอการอัปเดตของมือถือ Nokia รุ่นอื่น ๆ ในเร็ว ๆ นี้กันได้เลย

มือถือ Nokia รุ่นไหน จะได้อัปเดต Android 11 เมื่อไหร่ ?

  • ไตรมาส 4 ปี 2563 – ไตรมาส 1 ปี 2564
    Nokia 8.3 5G
    Nokia 2.2
    Nokia 5.3
    Nokia 8.1
  • ไตรมาส 1 ปี 2564
    Nokia 1.3
    Nokia 4.2
    Nokia 2.4
    Nokia 3.4
    Nokia 2.3
  • ไตรมาส 1 ปี 2564 – ไตรมาส 2 ปี 2564
    Nokia 3.2
    Nokia 7.2
    Nokia 6.2
  • ไตรมาส 2 ปี 2564
    Nokia 1 Plus
    Nokia 9 PureView

อย่างที่แจ้งไปด้านบนว่า แผนการอัปเดตของ Nokia ในคราวนี้มีความล่าช้ากว่าที่กำหนดไว้ในตอนแรก และโร้ดแมปด้านบนก็ยังไม่ได้มีการอัปเดตเพิ่มเติมจากทาง HMD มาตั้งแต่เดือนกันยายน ดังนั้น สำหรับรุ่นอื่น ๆ นอกเหนือจาก Nokia 8.3 5G ก็ต้องบวกเวลาเพิ่มเข้าไปก่อนนะครับ

 

ที่มา : Juho Sarvikas (@sarvikas) | Nokia

from:https://droidsans.com/nokia-8-3-5g-is-now-getting-android-11/

HMD Global อาจชุบชีวิตสมาร์ทโฟนในตำนาน Nokia 3650 คาดเปิดตัวในอีกไม่นานนี้

ถ้าใครที่ทันยุคสมาร์ทโฟน Nokia รุ่งเรืองในช่วงปี 2000 ต้น ๆ น่าจะรู้จักกับหนึ่งในสมาร์ทโฟนระบบ Symbian รุ่นแรก ๆ อย่าง Nokia 3650 ซึ่งสมัยนั้นใครมีใช้นี่เรียกว่าโคตรเท่ โคตรล้ำ โคตรไฮเทคเลยล่ะ (ผมก็เป็นคนนึงที่ใช้นะ 555) โดยล่าสุดได้มีข่าวลือออกมาว่า Nokia เตรียมจะชุบชีวิตมือถือรุ่นนี้ขึ้นมาใหม่อีกรอบ และอาจมีการเปิดตัวในอีกไม่นานนี้ด้วย

Nokia 3650 เปิดตัวไปเมื่อปี 2003 นับว่าเป็นสมาร์ทโฟนสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปที่สามารถติดตั้งแอปลงเครื่องได้ เพราะยุคนั้นสมาร์ทโฟนรุ่นอื่น ๆ หรืออุปกรณ์ประเภท PDA จะเน้นผู้ใช้งานด้านธุรกิจซะส่วนมาก แต่สำหรับ Nokia 3650 เป็นสมาร์ทโฟนที่มากับตัวเครื่องสีสันสดใส มีรูปร่างโฉบเฉี่ยวไม่เหมือนใคร มีกล้องดิจิทัลในตัว แถมยังถอดเปลี่ยนฝาหน้า-ฝาหลัง (เรียกว่า Xpress-On) หลากสีได้อีกต่างหาก

Nokia 3650

โดยล่าสุดได้มีสายข่าวจากประเทศรัสเซียออกมาบอกว่า Nokia 3650 อาจได้รับการชุบชีวิตขึ้นมาใหม่อีกครั้ง และจะเปิดตัวภายในปี 2021 นี้ด้วย แต่น่าเสียดายที่ไม่มีข้อมูลมากไปกว่านี้เลยว่ามันจะยังคงใช้รูปร่างหน้าตาในสไตล์ที่คุ้นเคย หรืออาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างเหมือนกับตอนที่คืนชีพ Nokia 3310 เมื่อปี 2017 หรือ Nokia 8110 4G เมื่อปี 2018

Nokia 3310

คาดว่าหลังจากนี้อีกซักพัก HMD Global น่าจะมีข่าวคราวของมือถือรุ่นนี้ออกมาเพิ่มเติมอีกครับ…พูดแล้วก็คิดถึงสมัยที่สมาร์ทโฟนของแต่ละค่ายกล้าที่จะออกแบบมือถือของตัวเองให้มีรูปร่างหน้าตาโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์จริง ๆ (แบบเห็นแล้วรู้เลยว่าใช้รุ่นอะไรแบรนด์อะไร)

 

ที่มา : Mobiltelefon

from:https://droidsans.com/nokia-might-revive-nokia-3650/

เปิดตัว Nokia 1.4 สมาร์ทโฟนกล้องคู่ราคาประหยัด ดีไซน์สวย คาดจ่อเข้าไทย เร็ว ๆ นี้

หลังจากที่มีข้อมูลสเปคและราคาหลุดออกมาก่อนหน้านี้ ทาง HMD Global ก็ได้เปิดตัว Nokia 1.4 สมาร์ทโฟนราคาประหยัดดีไซน์สวยอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อย พร้อมวางจำหน่ายในราคาเริ่มต้นเพียง 99 ยูโร (ประมาณ 3,590 บาท) ที่ต่างประเทศแล้ววันนี้ ส่วนรายละเอียดข้อมูลของรุ่นนี้จะเป็นอย่างไรนั้น ไปดูกันเลยครับ

Nokia 1.4 มาพร้อมกับหน้าจอขนาดใหญ่ 6.51 นิ้ว ความละเอียด HD+ ที่มีติ่งหยดน้ำเล็ก ๆ อยู่ที่บริเวณด้านบน ดีไซน์ตัวเครื่องนั้นดูดีไม่เบา พลิกมาที่ด้านหลังจะมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ส่วนด้านข้างของตัวเครื่องจะมีปุ่มทางลัดพิเศษที่สามารถกดเรียก Google Assistant ได้อย่างรวดเร็ว

ภายในขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 215 จาก Qualcomm แบบประหยัดพลังงานพร้อมใช้งานไปในทุก ๆ วัน ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 10 (Go edition) ที่พร้อมอัปเดตเป็น Android 11 (Go edition) ในอนาคต

พูดถึงการถ่ายภาพ รุ่นนี้ก็มากับกล้องคู่ความละเอียด 8MP ที่ทำงานร่วมกับกล้อง Macro ความละเอียด 2MP จะถ่ายใกล้หรือถ่ายไกลก็คมชัดเหมือนกันทั้งหมด ด้วยแอปพลิเคชั่น Google Camera Go ที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่กับการถ่ายภาพพร้อมปรับแต่งโดย AI อัตโนมัติ บวกกับมี Night Mode สำหรับถ่ายภาพกลางคืน และ Portrait Mode สำหรับถ่ายภาพบุคคลแบบละลายฉากหลังให้ใช้งานกันอีกต่างหาก

Nokia 1.4 มีแบตเตอรี่ความจุ 4000mAh ที่เคลมว่า สามารถใช้งานได้สูงสุดถึง 2 วันเต็ม ๆ เรียกได้ว่า หมดห่วงเรื่องแบตหมดระหว่างวันกันเลยทีเดียวครับ เล่นกันเพลิน ๆ ไปเลย

สเปค Nokia 1.4

  • หน้าจอ : LCD ขนาด 6.51 นิ้ว, ความละเอียด HD+, สัดส่วน 20:9
  • ชิปเซ็ต : Qualcomm Snapdragon 215
  • RAM : 1GB / 2GB / 3GB
  • ความจุ : 16GB / 32GB / 64GB, สามารถเพิ่ม microSD Card ได้สูงสุด 128GB
  • กล้องหลัง: 8 MP + 2 MP (Macro) พร้อม LED Flash
  • กล้องหน้า: 5 MP
  • การเชื่อมต่อ : 4G LTE, Dual Nano SIM, รองรับ Wi-Fi 2.4 GHz, Bluetooth 4.2, พอร์ต micro-USB, พอร์ต 3.5 mm, รองรับวิทยุ FM (เมื่อเชื่อมต่อเข้ากับหูฟัง)
  • เซนเซอร์ : สแกนลายนิ้วมือ (หลังเครื่อง), ambient light, proximity, accelerometer
  • แบตเตอรี่ : 4000mAh
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 10 (Go edition) พร้อมอัปเดตเป็น Android 11 (Go edition) ในอนาคต
  • ขนาดตัวเครื่อง : 166.42×76.72×8.70 มม.
  • น้ำหนัก : 178 กรัม
  • สี : ม่วง (Dusk), น้ำเงิน (Fjord), เทาดำ (Charcoal)

 



 

ยิ่งไปกว่านั้น Nokia 1.4 รุ่นนี้ก็ได้ผ่านการตรวจสอบจากสำนักงาน กสทช.เป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย (จากที่เคยรายงานไปก่อนหน้านี้) คาดว่าคงจะเปิดจำหน่ายในไทย เร็ว ๆ นี้ก็เป็นได้ครับ ไว้หากทาง DroidSans มีข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว ก็จะรีบเอาข่าวมาฝากกันแน่นอน

 

ที่มา : HMD Global ผ่าน Nokia

from:https://droidsans.com/nokia-1-4-officially-announced/

เผยสเปคเต็ม ๆ ของ Nokia 1.4 สมาร์ทโฟนราคาประหยัดรุ่นใหม่ อาจเปิดตัวในไทยเร็ว ๆ นี้

หลังจากที่ HMD Global เปิดตัวสมาร์ทโฟนสามพี่น้องตระกูลจุด 4 อย่าง Nokia 5.4, Nokia 3.4 และ Nokia 2.4 ไปได้ไม่นาน ล่าสุดก็มีข้อมูลของว่าที่มือถือราคาประหยัดรุ่นใหม่ในตระกูลเดียวกันอย่าง Nokia 1.4 ออกมาแล้ว ซึ่งมีทั้งสเปคเต็ม ๆ รวมถึงราคาจำหน่ายในต่างประเทศหลุดออกมาแล้วครับ โดยเบื้องต้นนั้นจะยังใช้ระบบปฏิบัติการเป็น Android 10 (Go Edition) อยู่ ส่วนรายละเอียดเต็ม ๆ จะเป็นอย่างไรนั้น ไปดูกันเลย!

ข้อมูลดังกล่าวมาจากเว็บไซต์ช้อปปิ้งออนไลน์ที่ชื่อ egenisys ใน UK ที่ดันทำราคาของ Nokia 1.4 หลุดออกมาให้เห็นว่ามันมีราคาอยู่ที่ 83 ยูโร (รวม vat) หรือตีเป็นเงินไทยอยู่ที่ ราว ๆ 3,000 บาท แถมยังมีข้อมูลสเปคแบบเต็ม ๆ หลุดออกมาอีกด้วย

สเปค Nokia 1.4

  • หน้าจอ LCD ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด HD+
  • ชิปเซ็ต : Quad-Core ความเร็ว 1.3 GHz (คาดว่าเป็น Qualcomm Snapdragon 215)
  • RAM : 1GB
  • ความจุ : 16GB สามารถเพิ่ม microSD Card ได้สูงสุด 128GB
  • กล้องหลัง: 8 MP + 2 MP พร้อม LED Flash
  • กล้องหน้า: 5 MP
  • การเชื่อมต่อ : 4G LTE, Dual Nano SIM (4G+2G), รองรับ WiFi 2.4 GHz, Bluetooth 4.2, พอร์ต microUSB
  • เซ็นเซอร์ : สแกนนิ้วมือ (หลังเครื่อง), Ambient Light, Proximity, Accelerometer
  • แบตเตอรี่ขนาด 4,000 mAh
  • ระบบปฏิบัติการ Android 10 (Go Edition)
  • ขนาดตัวเครื่อง : 166.42×76.72×8.70 มม.
  • มีให้เลือก 2 สี คือ สีน้ำเงิน (Blue) และสีเทา (Grey)

สมาร์ทโฟน Nokia รหัส TA-1322 ได้ผ่านการรับรองจาก กสทช. แล้ว

นอกจากจะมีข้อมูลสเปคแล้ว ก็มีข้อมูลว่ามือถือรุ่นนี้ได้ผ่านการรับรองจาก กสทช. บ้านเราเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย อย่างไรก็ตาม คาดว่าทาง HMD Global คงจะเปิดตัวเจ้า Nokia 1.4 และอาจจะวางจำหน่ายในบ้านเรา เร็ว ๆ นี้ก็เป็นได้ครับ

 

ที่มา : 91mobiles ผ่าน mysmartprice และ NBTC

from:https://droidsans.com/nokia-1-4-full-specs-leak/

Nokia ยกขบวนมือถือและหูฟังลดราคา สูงสุดกว่า 20% เฉพาะวันที่ 2 ก.พ. นี้เท่านั้น

Nokia จัดแคมเปญลดราคาสินค้า Shopee 2.2 มีทั้งสมาร์ทโฟน ฟีเจอร์โฟน และหูฟังมาขายในราคาพิเศษ แถมสามารถใช้โค้ดลดเพิ่มได้อีก 20% สูงสุดเกือบ 1,800 บาท ด่วน ! เฉพาะวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 นี้เท่านั้น

มือถือ Nokia ราคาพิเศษ Shopee 2.2

  • Nokia C3ปกติ 2,990 บาท เหลือ 2,152 บาท
  • Nokia 3.4ปกติ 4,990 บาท เหลือ 3,192 บาท
  • Nokia 5.4ปกติ 5,990 บาท เหลือ 4,490 บาท
  • Nokia Power Earbuds Liteปกติ 1,990 บาท เหลือ 1,592 บาท
  • Nokia Power Earbudsปกติ 2,590 บาท เหลือ 2,072 บาท
  • Nokia 215 4Gปกติ 1,190 บาท เหลือ 952 บาท

สินค้าต่าง ๆ จาก Nokia ที่วางจำหน่ายใน Official Shop วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 บางชิ้นมีลดราคาอยู่แล้วก็จริง แต่เพื่อน ๆ สามารถใช้โค้ดส่วนลดจาก Shopee เพิ่มได้อีก 20% ซึ่งก็จะได้ราคาสุดท้ายตรงกับที่แจ้งไว้ด้านบน สามารถเก็บโค้ดล่วงหน้าได้แล้วที่นี่ (คลิก) รีบกันหน่อยนะครับ เพราะมีจำนวนจำกัด

Nokia C3

Nokia C3 เป็นซีรีส์น้องเล็ก มีค่าตัวที่เป็นมิตร ตอบโจทย์การใช้งานฟังก์ชั่นพื้นฐานและเล่นโซเชี่ยลมีเดียทั่วไป หน้าจอขนาด 5.99 นิ้ว กำลังพอดีมือ อีกทั้งยังฟังวิทยุ FM ได้ในตัวด้วย ด้านหน่วยความจำให้มา 16GB รองรับ microSD card เพิ่มได้อีก (มีแถมมาให้)

Nokia 3.4 & Nokia 5.4

Nokia 3.4 และ Nokia 5.4 มาพร้อมหน้าจอ IPS LCD ขนาด 6.39 นิ้ว ความละเอียด HD+ ทั้งคู่ ใหญ่ชัดเต็มตา รับชมคอนเทนต์สบายใจ แบตเตอรี่เองก็มีความจุ 4000mAh เท่า ๆ กัน ฝ่ายแรกนั้นขับเคลื่อนด้วยชิป Snapdragon 460 ส่วนฝ่ายหลังขยับขึ้นมาใช้ Snapdragon 662 มีกล้องหลัง 3 ตัว และ 4 ตัว ตามลำดับ

Nokia 215 4G

Nokia 215 4G เป็นฟีเจอร์โฟน แบตอึดมหาอึด ในกรณีที่ใช้งานซิมเดียว สามารถสแตนด์บายได้สูงสุด 24 วันโดยที่ไม่ต้องชาร์จเลย มีวิทยุ FM ในตัว เปิดฟังได้ทันที ไม่จำเป็นต้องเสียบชุดหูฟังเพื่อเป็นเสารับสัญญาณเหมือนมือถือรุ่นอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมี “เกมงู” สุดคลาสสิกให้เล่นแก้เบื่ออีกต่างหาก

Nokia Power Earbuds

หูฟังไร้สาย TWS ที่ชูจุดเด่นคุณสมบัติกันน้ำตามมาตรฐาน IPX7 ใส่ออกกำลังกายสบาย ๆ เลย ทั้งคู่มาพร้อมไดร์เวอร์ขนาด 6 มม. เชื่อมต่อด้วยเทคโนโลยี Bluetooth 5

จุดแตกต่างระหว่าง Nokia Power Earbuds และ Power Earbuds ก็คือ ความจุของแบตเตอรี่ เมื่อจับคู่กับเคสชาร์จ ฝ่ายแรกจะใช้งานได้สูงสุด 150 ชั่วโมง ส่วนฝ่ายหลังใช้งานได้สูงสุด 35 ชั่วโมง

ทั้งนี้ย้ำกันอีกทีนะครับว่า เพื่อน ๆ สามารถโค้ดส่วนลดล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันนี้ ส่วนสินค้าราคาพิเศษจะมีเฉพาะวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 เท่านั้น

  • เก็บโค้ดส่วนลด 20% แคมเปญ Shopee 2.2  (คลิก)
  • รายการสินค้า Nokia จาก Official Shop (คลิก)

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : Nokia ประเทศไทย

from:https://droidsans.com/nokia-shopee-2-2/

รายชื่อมือถือใหม่ผ่าน กสทช. นำโดย Galaxy S21 Series, Mi 11, Reno5, OnePlus Nord N100 และ Infinix NOTE 8i [ธ.ค. 2020-ม.ค. 2021]

เพิ่งจะเปิดศักราชปี 2021 มาไม่ทันไรก็มีสมาร์ทโฟนที่ผ่าน กสทช. เพื่อเตรียมวางขายในประเทศไทยกันเพียบ แม้ว่าในช่วงเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมาค่อนข้างเงียบเหงา เพราะกำลังจะเข้าสู่ช่วงปีใหม่ โดยรายชื่อมือถือที่ผ่านการรับรอง มีทั้ง Xiaomi Mi 11Samsung Galaxy S21, OPPO Reno5, Moto G30, OnePlus Nord N100 และ Infinix Note 8i และรุ่นอื่น ๆ อีกเพียบ แถมบางรุ่นที่เข้ามานั้นยังไม่ทันมีงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการเลยด้วยซ้ำ ส่วนรายละเอียดจะเป็นยังไงบ้างไปดูกันครับ

หมายเลข ตราอักษร แบบ / รุ่น
B38539-20 HUAWEI AGR-L09 (HUAWEI MatePad T)
B38541-20 HUAWEI AGS3-L09 (HUAWEI MatePad T)
B38595-20 HUAWEI NOH-NX9 (Mate 40 Pro)
B38784-20 Infinix X687B (Zero 8i)
B38845-20 Infinix X683 (NOTE 8i)
B38639-20 MI M2007J17G (Mi 10T Lite)
B38013-21 Motorola XT2129-2 (moto g30)
B38015-21 NOKIA TA-1322
B38802-20 NOKIA TA-1325
B38643-20 OnePlus BE2013 (OnePlus Nord N100)
B38789-20 OPPO CPH2179 (OPPO A15s)
B38833-20 OPPO CPH2145 (OPPO Reno5 5G)
B38838-20 OPPO CPH2201 (OPPO Reno5 Pro 5G)
B38785-20 POCO M2010J19CT (POCO M3)
B38011-21 realme RMX3201 (realme C21)
B38811-20 realme RMX3061 (realme C20)
B38775-20 Redmi M2007J22G (Redmi Note 9T)
B38824-20 Redmi M2010J19ST (Redmi 9T)
B38006-21 SAMSUNG SM-A326B/DS (Galaxy A32 5G)
B38601-20 SAMSUNG SM-T575 (Galaxy Tab Active 3)
B38788-20 SAMSUNG SM-A125F/DS (Galaxy A12)
B38821-20 SAMSUNG SM-M127F/DS (Galaxy M12)
B38839-20 SAMSUNG SM-G998B/DS (Galaxy S21 Ultra 5G)
B38841-20 SAMSUNG SM-G991B/DS (Galaxy S21 5G)
B38843-20 SAMSUNG SM-G996B/DS (Galaxy S21+ 5G)
B38782-20 vivo vivo V2043 (Y20 2021)
B38810-20 vivo V2036 (Y31)
B38801-20 Wiko W-V750 (Power U20)
B38828-20 Wiko W-V745 (Power U10)
B38834-20 Wiko W-K610 (Y62)
B38014-21 Xiaomi M2011K2G (Mi 11)

Xiaomi

เริ่มกันที่รุ่นท็อปอย่าง Mi 11 5G สมาร์ทโฟนเรือธงชิป Snapdragon 888 รุ่นแรกของโลก ที่อัดสเปคมาแบบจัดเต็ม ทั้ง หน้าจอ AMOLED ความละเอียด 2K รองรับอัตรารีเฟรช 120Hz แถมยังให้กล้องมาถึง 3 ตัว ความละเอียดสูงสุด 108 ล้านพิกเซล และก็ยังพ่วงด้วยระบบปฏิบัติการเวอร์ชันใหม่ล่าสุดอย่าง MIUI 12.5 อีกด้วย

คราวนี้มาดูรุ่นน้องเล็กในซีรีส์ Mi 10 อย่าง Mi 10T Lite ซึ่งในที่สุดก็ผ่าน กสทช เข้าไทยมาสักที สเปคจะมาพร้อมกับชิป Snapdragon 750G, จอขนาด 6.67 นิ้ว พาแนล IPS LCD ความละเอียด Full HD+ และมาพร้อมกับ RAM มาตรฐานLPDDR4x อีกด้วย, กล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียดสูงสุด 64MP และแบต 4820mAh รองรับชาร์จไว 33W

SAMSUNG


มาต่อกันที่สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดของ Samsung อย่าง Galaxy S21 Series ที่ตอนนี้ได้เปิดราคาและวางจำหน่ายพร้อมกันทั่วโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมาด้วยกันถึง 3 รุ่น ได้แก่ Galaxy S21, Galaxy S21+ และ Galaxy S21 Ultra ซึ่งสเปคของน้องเล็กและพี่คนกลางอย่าง Galaxy S21 กับ Galaxy S21+ นั้นใกล้เคียงกันแทบทุกประการ ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอ Dynamic AMOLED 2X ความละเอียด Full HD+ รองรับรีเฟรชเรท 48Hz – 120Hz แบบ Adaptive, ชิปรุ่นใหม่ล่าสุด Exynos 2100 ของ Samsung เอง, RAM สูงสุด 8GB กล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียดสูงสุด 64MP และรองรับการใช้งาน 5G

ส่วนรุ่นพี่ใหญ่สุด Galaxy S21 Ultra มาพร้อมหน้าจอ Dynamic AMOLED 2X เหมือนกัน แต่ใช้ความละเอียด QHD+ รองรับรีเฟรชเรทที่ 10HZ – 120Hz แบบ Adaptive, RAM สูงสุด 16GB, กล้องหลัง 4 ตัว ประกอบไปด้วย กล้องหลัก 108MP, กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 12MP, กล้อง Telephoto 10x ความละเอียด 10MP, กล้อง Telephoto 3x ความละเอียด 10MP และพ่วงด้วยเซ็นเซอร์ Laser AF แถมยังรองรับปากกา S Pen และ S Pen Pro อีกด้วย

ถัดมากับ Galaxy Tab Active 3 แท็บเล็ตพันธุ์แกร่งที่เปิดตัวหลังจากหายหน้าหายตาไปกว่า 3 ปี คราวนี้มาพร้อมความทนทานทั้งกันน้ำ กันฝุ่นที่ระดับ IP68 กันน้ำลึก 1.5 เมตร เป็นเวลาสูงสุด 30 นาที และทนต่อการตก การกระแทกได้ถึง 1.2 เมตร ใช้ชิป Exynos 9810 ให้หน่วยความจำมาที่ 128GB พร้อม RAM 4GB และแบตเตอรี่สุดอึดขนาด 5050mAh ซึ่งสามารถถอดได้ โดยเปิดตัวในไทยด้วยราคา 21,900 บาท

เพิ่งจะเปิดตัวกันไปไม่นานสำหรับ Galaxy A32 5G มือถือ 5G ที่มีราคาถูกที่สุด ซึ่งมาพร้อมกับหน้าจอ TFT ขนาด 6.5 นิ้ว แบบ Infinity-V บนความละเอียด HD+, ขับเคลื่อนด้วยชิป Dimensity 720 5G (คาดว่า), RAM 4GB พ่วงด้วยความจุขนาด 64GB รองรับ microSD card สูงสุด 1TB และให้กล้องหลังมาแบบจัดเต็ม 4 ตัว ประกอบไปด้วย กล้องหลัก 48MP + กล้องอัลตร้าไวด์ 8MP + กล้องมาโคร 5MP + กล้องจับความลึก 2MP  รวมไปถึงแบตเตอรี่สุดอึดขนาด 5000mAh รองรับชาร์จเร็ว 15W

หลังจากมีภาพเรนเดอร์และสเปคเล็กน้อยของ Galaxy M12 หลุดออกมา ล่าสุดก็ผ่าน กสทช. มาแล้ว ซึ่งจากข้อมูลเผยให้เห็นหน้าจอขนาด 6.5 นิ้ว ที่ใช้ Notch หยดน้ำเพื่อวางกล้องเซลฟี่ ส่วนกล้องหลังก็ให้มามากถึง 4 ตัว วางอยู่บนโมดูลสี่เหลี่ยมที่มุมซ้ายบน และมีไฟแฟลชห้อยลงมาอยู่ด้านล่าง นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่มีความจุสูงถึง 7,000 mAh แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับสเปคอื่นๆ เลย

เปิดตัวไปไม่ทันไรก็เข้าไทยตามมาติด ๆ กับ Galaxy A12 มือถือสุดคุ้มจอ PLS LCD ขนาด 6.52 นิ้ว ความละเอียด HD+ ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 450 พ่วงมาด้วย RAM 4GB กับ ความจุ 64G ให้กล้องหลังมาถึง 3 ตัว ความละเอียดสูงสุด 13 MP และใส่แบตเตอรี่มาแบบเหลือ ๆ ขนาด 5,000 มิลลิแอมป์ โดยเปิดราคาไทยมาแบบสุดคุ้มเพียง 4,999 บาท

HUAWEI

ถัดมาที่มือถือซีรีส์เรือธงกล่องเทพอย่าง Mate 40 Pro 5G ที่ใช้ดีไซน์เครื่องแบบ The Iconic Symmetry หรือแบบสมมาตรในการวางกล้องหลัง 3 ตัว บนโมดูลวงแหวน ความละเอียด 50 + 20 +12 มาพร้อมหน้าจอพาเนลแบบ Flex OLED แบบขอบโค้ง 88 องศา มีรีเฟรชเรทหน้าจอที่ 90Hz ขับเคลื่อนด้วยชิปไฮเอนด์ KIRIN 9000 ผลิตบนสถาปัตยกรรมขนาด 5nm และให้แบตเตอรี่มาที่ขนาด 4400 mAh รองรับระบบชาร์จไวสุด ๆ ด้วย Huawei Wired SuperCharge สูงถึง 66W โดยเปิดราคาไทยอยู่ที่ 34,990 บาท

ต่อกันด้วย Huawei MatePad T10 และ T10s แท็บเล็ตสเปคคุ้มที่ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Kirin 710A มาพร้อมกล้องหลังความละเอียด 5MP และกล้องหน้า 2MP พร้อมด้วยแบตเตอรี่สุดอึดขนาด 5100 mAh ด้วยกันทั้งคู่ แต่จะมีความแตกต่างกันบางส่วน ซึ่ง MatePad T10s จะใช้หน้าจอ IPS ขนาด 10.1 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1200 รองรับ RAM 2GB/3GB กับ ความจุ 32GB/64GB ส่วนรุ่น MatePad T10 จะมาพร้อมหน้าจอ IPS ขนาด 9.7 นิ้ว ความละเอียด 1280 x 800 ใส่ RAM มาที่ 2GB และความจุภายใน 16GB

OPPO

คราวนี้มาดู OPPO A15s สมาร์ทโฟนสเปคสุดคุ้มรุ่นอัปเกรดมาจาก OPPO A15 ที่เปิดตัวไปช่วงเดือนตุลาคมปี 2020 โดยมีข่าวลือว่าจะมาพร้อมกับกล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียดสูงสุด 13MP ส่วนหน้าจอใช้ขนาด 6.52 นิ้ว บนความละเอียด HD+ และใส่ RAM มาที่ 4GB กับ ความจุ 64GB ส่วนข้อมูลอื่นๆ ต้องรอติดตามกันต่อไปอีกทีครับ

ต่อกันด้วยภาคต่อซีรีส์ Reno5 อย่าง OPPO Reno 5 4G น้องเล็กในซีรีส์ที่ได้ผ่าน กสทช. มาก่อนหน้านี้แล้ว คาดว่ามาพร้อมพร้อมกับชิป Snapdragon 720G, หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ อัตราการรีเฟรช 90Hz, กล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียดสูงสุด 64MP ส่วนแบตเตอรี่นั้นมีขนาดเท่ากับ 4,220 mAh แถมยังรองรับระบบชาร์จไว 50W อีกด้วย

ส่วนรุ่นพี่อย่าง OPPO Reno5 และ Reno5 Pro มาพร้อมกับหน้าจอ OLED ความละเอียด Full HD+ และค่ารีเฟรชเรท 90Hz ด้วยกันทั้งคู่ แต่จะมีความแตกต่างที่ชิปเซ็ต ซึ่งรุ่น Reno 5 Pro จะถูกขับเคลื่อนด้วยชิป Dimensity 1000+ ส่วน Reno 5 จะเลือกใช้เป็น Snapdragon 765G โดยทั้งคู่จะมีขนาดความจุ 2 แบบคือ RAM 8GB + 128GB และ RAM 12GB + 256GB

Redmi

ถัดมาดูสมาร์ทโฟนระดับกลางสเปคสุดคุ้มจาก Xiaomi ที่เพิ่งจะเปิดตัวกันไปแบบสดๆ ร้อนๆ ซึ่งก็ได้มีรายชื่อผ่านกสทช. มาถึงก่อนหน้านี้แล้วตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2020 โดยเปิดตัวมาทีเดียว 2 รุ่นพร้อมกัน คือ Redmi 9T และ Redmi Note 9T 5G

สำหรับน้องเล็กอย่าง Redmi 9T มาพร้อมกับชิป Snapdragon 662 หน้าจอ IPS LCD ความละเอียด FHD+ ขนาด 6.53 นิ้ว, ให้ RAM มาสูงสุด 8GB ความจุมากถึง 256GB, กล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียดสูงสุด 48MP และแบตเตอรี่สุดอึดขนาด 6000 mAh รองรับชาร์จไว 18W เปิดราคามาสุดคุ้มเริ่มต้น 4,499 บาท

ต่อไปเป็นรุ่นพี่ Redmi Note 9T มือถือ 5G สเปคครบครัน ขับเคลื่อนด้วยชิป Dimensity 800U จาก MediaTek ใช้หน้าจอ LCD ขนาด 6.53 นิ้ว ความละเอียด FHD+ พ่วงด้วยกระจกทนทานอย่าง Gorilla Glass 5 ทนทานด้วย, RAM 4GB กับ ความจุสูงสุด 128GB ใส่กล้องมาให้ 3 ตัว ความละเอียด 48MP + 2MP + 2MP และแบต 5000 mAh รองรับชาร์จไว 18W โดยได้ใช้เทคโนโลยียืดอายุจนสามารถใช้แบตเตอรี่ได้นานถึง 3 ปี

POCO

ต่อกันด้วยแบรนด์ POCO ที่นอกจากจะเปิดตัว POCO M3 มือถือสเปคคุ้มในราคาไทยเริ่มต้น 4,499 บาท ก็ยังประกาศแยกตัวออกจาก Xiaomi อย่างเป็นทางการเรียบร้อบแล้ว ซึ่งน่าจะมีแนวทางการในพัฒนามือถือของตัวเองได้อย่างอิสระ โดย POCO M3 มาพร้อมกับหน้าจอแบบ IPS LCD ขนาด 6.53 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 662, กล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียดสูงสุด 48MP, ลำโพงคู่แบบสเตอริโอ และแบตเตอรี่ขนาดมหึมา 6,000 มิลลิแอมป์

Motorola

ถัดมากับ Moto G30 ที่ตอนนี้ยังไม่เปิดเผยสเปคใด ๆ นอกจากผลทดสอบบนเว็บไซต์ Geekbench ซึ่งชี้ให้เห็นว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้น่าจะมาพร้อมกับชิป Snapdragon 662 จาก Qualcomm, RAM 4GB และทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 11 นอกจากนี้ยังมีข่าวลือว่า moto G30 จะมาเลือกใช้จอภาพความละเอียด HD+ รองรับอัตรารีเฟรช 90Hz ส่วนกล้องหลังมีด้วยกัน 3 ตัว ประกอบด้วย กล้องหลัก 64MP + กล้องอัลตร้าไวด์ 13MP สำหรับถ่ายภาพมุมกว้าง และกล้องจับความลึก 2MP อีกด้วย

OnePlus

หลังจากพี่ใหญ่ Nord N10 5G เปิดตัวในไทย และผ่านกสทช ไปไม่ทันไร ก็ถึงคราวน้องเล็ก Nord N100 ซึ่งได้เปิดตัวไปเมื่อเดือนตุลาคมปี 2020 ซึ่งมาพร้อมกับหน้าจอขนาด IPS LCD ขนาด 6.52 นิ้ว ความละเอียด HD+ ใช้ชิปเซ็ตเป็น Snapdragon 460 พ่วงกับ RAM ขนาด 4GB และความจุ 64GB ส่วนกล้องให้มาถึง 3 ตัว ความละเอียด 13MP + 2MP + 2 MP และแบตเตอรี่ 5,000 mAh รองรับชาร์จไว 18W โดยมีราคาอยู่ที่ 179 ยูโร หรือราว ๆ 6,600 บาทเท่านั้นเอง

 

Infinix

มาดูทางด้านแบรนด์น้องใหม่อย่าง Infinix ที่เน้นสมาร์ทโฟนราคาประหยัดสเปคคุ้มค่า ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้เปิดตัว NOTE 8i ไปช่วงปลายเดือนตุลาคมปี 2020 และล่าสุดเพิ่งจะเปิดตัว ZERO 8i ไปเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

เริ่มกันด้วยพี่ใหญ่อย่าง Infinix ZERO 8i ที่จัดเต็มมาด้วยหน้าจอพาแนล IPS LCD ขนาด 6.85 นิ้ว บนความละเอียด Full HD+ รองรับรีเฟรชเรท 90Hz ขับเคลื่อนด้วยชิปสำหรับสายเกมมิ่งอย่าง Helio G90T ตัวแรงจาก MediaTek พร้อมมี Liquid Cooling ช่วยระบายความร้อน ใส่ Ram 8GB ความจุ 128GB กล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียดสูงสุด 48MP, กล้องหน้าสองตัวความละเอียด 16MP + 8MP และแบต 4500mAh รองรับระบบชาร์จไว 33W Super Charge

ถัดมาที่น้องเล็กอย่าง Infinix Note 8i ซึ่งตอนนี้ได้เข้าไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมาพร้อมกับดีไซน์หน้าจอเป็นแบบ IPS LCD ขนาด 6.78 นิ้ว ใหญ่เต็มตา ใช้ชิปเซ็ตเป็น MediaTek Helio G80 ใส่ Ram 6GB ความจุ 128GB ส่วนกล้องหลังก็จัดเต็มมาถึง 4 ตัว ความละเอียดสูงสุด 48MP แบต 5200 mAh และระบบชาร์จไว 18W

Vivo

มาต่อกันที่ Vivo Y20 (2021) สมาร์ทน้องใหม่รุ่นอัปเกรดจาก Vivo Y20 ที่เปิดตัวไปเมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคมปี 2020 ที่ผ่านมา ซึ่งมาพร้อมหน้าจอติ่งหยดน้ำพาแนล IPS LCD ขนาด 6.51 นิ้ว บนความละเอียด HD+ ขับเคลื่อนด้วยชิป Helio P35 จาก MediaTek ให้ RAM มาที่ 4GB ส่วนหน่วยความจำภายในขนาด 64GB, กล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียดสูงสุด 13MP และแบตเตอรี่สุดอึดความจุ 5,000 mAh โดยเปิดราคามาที่ 599 ริงกิตมาเลเซีย หรือราวๆ 4,400 บาท

ถัดมาที่ Vivo Y31 (2021) สมาร์ทโฟนราคาประหยัดสเปคเทพ ที่มาพร้อมกับหน้าจอแบบมีติ่งหยดน้ำ ขนาด 6.58 นิ้ว พาแนล LCD ความละเอียด FHD+ ขับเคลื่อนด้วยชิป Snapdragon 662 ให้ RAM มาสูงสุด 6GB, หน่วยความจำ 128GB รองรับ microSD card สูงสุด 1TB แถมยังให้กล้องหลังมามากถึง 3 ตัว ประกอบไปด้วย กล้องหลักความละเอียด 48MP, กล้องจับความลึก 2MP, กล้องมาโคร 2MP และยังให้แบตเตอรี่มาแบบจุใจด้วยขนาด 5000 mAh รองรับชาร์จไว 18W อีกด้วย โดยเปิดราคาได้น่าสนใจมาก ๆ ด้วยจำนวน 7,499 บาทครับ

realme

หลังจากที่หลุดสเปคมาตั้งแต่ช่วงเดือนเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ในที่สุดก็เข้าไทยผ่าน กสทช. มาสักทีสำหรับ realme C20 กับ realme C21 มือถือโฟนตระกูล C-Series น้องเล็กที่โผล่มาแค่ข้อมูลดราฟตัวเครื่องจาก FCC เผยให้เห็นกล้องหลัง 3 ตัว + ไฟแฟลช LED วางอยู่บนโมดูลสี่เหลี่ยม มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 4,880mAh และรองรับ 4G ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีการเปิดตัว ดังนั้นข้อมูลอื่น ๆ ก็ต้องรอติดตามกันต่อไปอีกทีครับ

Wiko

ปิดท้ายกันด้วย Wiki แบรนด์มือถือจากฝรั่งเศส ที่เพิ่งจะเปิดตัว Wiko Power U20 ไปสด ๆ ร้อน ๆ ซึ่งเปิดราคามาอย่างคุ้มค่า ด้วยจำนวน 2,990 บาท โดยขับเคลื่อนด้วยสเปค หน้าจอขนาด 6.82 นิ้ว ความละเอียด HD+, ชิป Helio G35 จาก MediaTek, RAM 3GB, หน่วยความจำ 32GB รองรับ microSD card สูงสุด 256GB แถมยังให้กล้องมาถึง 3 ตัว ความละเอียดสูงสุด 13MP และกล้องเซลฟี่ 5MP แต่ที่สำคัญก็คือความจุของแบตเตอรี่ที่ให้มาแบบจัดเต็มถึง 6000 mAh ซึ่งทาง Wiko เคลมว่าชาร์จใช้ได้สูงสุดถึง 4 วันกันเลยทีเดียว

 

ที่มา : nbtc

from:https://droidsans.com/nbtc-new-phones-dec-2020-jan-2021/

No Time to Die ถูกเลื่อนซ้ำสาม หลัง Nokia อยากให้ Bond เปลี่ยนมือถือใหม่ เพราะ 8.3 เก่าแล้ว

ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว ผู้บริหารระดับสูงของ Nokia ได้ออกมาเปิดเผยว่าพวกเขาได้จับมือร่วมกับหนังแฟรนไชส์ระดับโลกอย่าง James Bond 007 โดยไฮไลท์หลักๆ คือตัวเอกของเรื่องจะถือสมาร์ทโฟน Nokia เป็นเครื่องหลักนั่นเอง แต่แล้ว COVID-19 ก็ทำให้หนังเรื่องนี้เลื่อนแล้วเลื่อนอีก จนล่าสุดก็มีข่าวออกมาว่า No Time to Die จะโดนเลื่อนอีกรอบแล้ว ครั้งนี้ Nokia รีเควสเองเลย

เดิมที No Time to Die ถูกวางเอาไว้ว่าจะเข้าโรงภาพยนตร์ทั่วโลกในช่วงเดือนเมษายนปี 2019 แต่แล้วก็ถูกเลื่อนออกไป เนื่องจากปัญหาส่วนตัวของผู้เขียนบทและผู้กำกับ ทว่าพอถึงกำหนดการใหม่ กลับต้องถูกเลื่อนซ้ำสองเนื่องจากการระบาดของโรค COVID-19 ที่กลายเป็นปัญหาระดับโลก โดยในส่วนนี้ทางทีมงานได้เคาะกันว่า No Time to Die จะเข้าฉายแน่ๆ เมษายนที่จะถึงนี้

ล่าสุด The Sun สื่อแท็บลอยด์ชื่อดังจากเมืองผู้ดีได้ออกมารายงานว่า No Time to Die ได้เจอกับโรคเลื่อนซ้ำสามแล้ว โดยรอบนี้สาเหตุมาจาก Nokia หนึ่งในสปอนเซอร์หลักของหนัง ต้องการให้ทางทีมงานถ่ายทำบางฉากใหม่ เพราะ Nokia 8.3 5G ที่ตัวเอกในเรื่องถือนั้น มันเก่ามากๆ แล้วนั่นเอง

นอกจาก Nokia 8.3 5G แล้ว สินค้าชิ้นอื่นๆ อย่างรองเท้า แชมเปญ หรือนาฬิกา ก็อาจจะโดนแบรนด์อื่นๆ ขอร้องให้ถ่ายใหม่อีกด้วย เพราะทุกอย่างล้วนแต่เป็นของเก่าหมดทั้งสิ้น (หนังถ่ายทำตั้งแต่ปี 2019)

อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวไม่ได้ออกมาเปิดเผยว่ามือถือ Nokia รุ่นไหนจะเข้ามาแทนที่ Nokia 8.3 5G ในเรื่อง No Time to Die นะครับ ส่วน No Time to Die จะเข้าโรงวันไหน อันนี้จากข้อมูลล่าสุดเผยว่าน่าจะมาในช่วงๆ เดือนตุลาคมที่จะถึงนี้นี่แหละ…ถ้าไม่โดนเลื่อนไปอีกรอบก็ซะนะ

 

ที่มา: GSMArena

from:https://droidsans.com/no-time-to-die-postponed-nokia-8-3-outdated/

No Time to Die เลื่อนฉายอีกครั้ง เนื่องจาก Nokia ต้องการให้สมาร์ทโฟนในหนังเป็นรุ่นที่ใหม่ขึ้น

No Time to Die ภาพยนตร์ในชุดสายลับเจมส์ บอนด์ 007 ลำดับที่ 25 ซึ่งเดิมกำหนดฉายทั่วโลกเดือนเมษายน 2020 แต่เลื่อนออกไปจากการระบาดของโควิด-19 (BrandInside: ข่าวเก่า) เป็นปลายปี 2020 และประกาศเลื่อนอีกครั้งเป็นเมษายน 2021 เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ยังไม่ดีขึ้น ล่าสุดหนังได้เลื่อนกำหนดฉายอีกครั้งเป็นตุลาคม 2021 แต่ด้วยสาเหตุที่ต่างออกไป

มีรายงานว่าโนเกีย หนึ่งในผู้สนับสนุนหลักของภาพยนตร์ No Time to Die ได้ขอให้มีการถ่ายทำซ่อมในฉากที่มีสมาร์ทโฟนโนเกียปรากฏอยู่ เพื่อให้เป็นอุปกรณ์รุ่นใหม่ล่าสุด มากกว่ารุ่นที่ใช้ขณะถ่ายทำครั้งแรก ซึ่งเป็นรุ่นที่กำหนดวางขายในปี 2020 ผลดังกล่าวทำให้ภาพยนตร์ต้องเลื่อนกำหนดการฉายออกไปอีกครั้ง

เดิมสมาร์ทโฟนที่เจมส์ บอนด์ใช้ในเรื่องคือ Nokia 8.3 5G ซึ่งวางขายไปแล้วตั้งแต่ช่วงกลางปี 2020

ที่มา: GSM Arena ภาพจาก Trailer

alt="No Time to Die"

from:https://www.blognone.com/node/120854

Google จับมือ Nokia พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์สำหรับโทรคมนาคม

Google Cloud ได้ร่วมมือกับลูกค้ารายล่าสุดที่เพิ่งเซ็นสัญญาไปอย่าง Nokia ในการพัฒนาโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนบริษัทด้านโทรคมนาคมที่กำลังสร้างโครงข่าย 5G ที่มีโหลดประมวลผลอยู่ที่ฝั่ง Edge ของเครือข่าย

ความร่วมมือครั้งนี้ประกาศออกมาเมื่อวันพฤหัสบดีก่อน มีเป้าหมายในการสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานให้บริษัทโทรคมนาคมใช้ในการพัฒนาและติดตั้งแอพพลิเคชั่นสำหรับทำงานบนคลาวด์โดยเฉพาะ ทั้งบนคลาวด์แบบพับลิกและไพรเวท ไปจนถึงส่วนของ Edge

ด้วยการผสานทั้งหมดเข้าด้วยกันผ่าน Anthos ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มจัดการแอพพลิเคชั่นบน Kubernetes ของกูเกิ้ล ที่เปิดให้พัฒนาและจัดการระบบทั้งบนคลาวด์และฝั่ง On Premises ได้อย่างเป็นหนึ่งเดียวกันทั้งหมด

หลายปีที่ผ่านมานั้น เหล่าบริษัทโทรคมนาคมต่างจำเป็นต้องเปลี่ยนอุปกรณ์กายภาพที่มีราคาแพงบนเครือข่ายตัวเองมาใช้ระบบเครือข่ายเวอร์ช่วลที่รันบนเซิร์ฟเวอร์ทั่วไปที่ค่าใช้จ่ายต่ำ ซึ่งความร่วมมือครั้งใหม่นี้จะทำให้ก้าวไปอีกขั้นด้วยการทำให้แอพพลิเคชั่นเครือข่ายเหล่านี้เป็นแบบสำหรับทำงานบนคลาวด์โดยเฉพาะ (Cloud-native)

ที่มา : Datacenterknowledge

from:https://www.enterpriseitpro.net/google-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad-nokia-%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/