คลังเก็บป้ายกำกับ: NOKIA

Nokia เปิดตัวหูฟังไร้สาย Power Earbuds Lite และลำโพงไร้สาย Portable Wireless Speaker

นอกจาก Nokia จะเปิดตัวมือถือราคาประหยัดรุ่นใหม่ ทั้ง Nokia 3.4 และ Nokia 2.4 แล้ว ยังได้เปิดตัว Gadget เท่ๆ อย่างหูฟังไร้สาย Power Earbuds Lite และลำโพงไร้สาย Portable Wireless Speaker ให้เอามาใช้คู่กันกับมือถืออีกด้วย ซึ่ง Gadget แต่ละตัวก็มากับฟีเจอร์ที่น่าไปหามาเป็นเจ้าของทั้งนั้นเลย

Power Earbuds Lite

หูฟังไร้สาย True Wireless ที่มากับ Nordic Design เรียบๆ แต่ดูสวยหรูทั้งหูฟังและตัวเคส ซึ่งตัวหูฟังได้รับการออกแบบให้ใส่สบายๆ ได้เป็นเวลานานโดยไม่อึดอัดและเมื่อยหู มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี คือ สีดำ Charcoal, สีน้ำเงิน Fjord และสีขาว Snow

แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวต่อเนื่องกว่า 5 ชั่วโมง จากการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ส่วนเคสก็สามารถชาร์จแบตเตอรี่กลับได้อีก 6 ครั้ง รวมๆ แล้วก็จะใช้งานได้กว่า 30 ชั่วโมงเลยทีเดียว

ตัวหูฟังไม่มีปุ่มกดใดๆ ทั้งสิ้น แต่จะใช้ระบบสัมผัสเพื่อควบคุมการใช้งานต่างๆ ไม่ว่าจะเปลี่ยนเพลง หยุดเพลง หรือเล่นเพลง

นอกจากนี้ยังเหมาะกับสายสปอร์ตที่ชอบออกกำลังกายจนเหงื่อท่วมตัว เพราะ Power Earbuds Lite มากับมาตรฐานกันน้ำ IPX7 ไม่ว่าจะวิ่ง จะขี่จักรยานกลางฝน หรือบังเอิญทำตกแอ่งน้ำ ก็ไม่มีปัญหา

Nokia Portable Wireless Speaker

ต่อด้วยลำโพงไร้สายขนาดกะทัดรัดดีไซน์วงกลม โค้งมน แถมยังมีสายคล้องให้เอาไว้แขวนกับกระเป๋าพาไปไหนต่อไหนได้สะดวกขึ้น ตัวเครื่องเป็นสีดำทั้งตัว ด้านตะแกรงลำโพงหุ้มด้วยผ้าที่ใช้สีเดียวกับตัวเครื่อง และมีน้ำหนักเบาๆ แค่ 160 กรัมเท่านั้น

ลำโพงตัวนี้มากับแบตเตอรี่ขนาด 800 mAh ทำให้ใช้งานต่อเนื่องได้ถึง 4 ชั่วโมง ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ส่วนการชาร์จไฟกลับจะทำผ่านพอร์ต Micro USB ที่มีสายชาร์จมาให้ในกล่องด้วย

Nokia Portable Wireless Speaker ยังมากับความสามารถในการเชื่อมต่อลำโพงอีกตัวเข้าด้วยกัน เพื่อให้เสียงแบบ Stereo เพิ่มความกระหึ่ม และมิติของเสียงให้มากขึ้น นอกจากนี้ยังมีไมโครโฟนในตัว ใช้สำหรับคุยโทรศัพท์ได้อีก

ทั้งหูฟังไร้สาย Power Earbuds Lite และลำโพงไร้สาย Nokia Portable Wireless Speaker ยังไม่มีข้อมูลในเรื่องของราคา ว่าจะเปิดมาที่เท่าไหร่ ทาง Nokia บอกแค่ว่าจะเริ่มวางจำหน่ายภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ครับ

 

ที่มา : Nokia 1, 2

from:https://droidsans.com/nokia-announced-power-earbuds-lite-portable-wireless-speaker/

HMD Global เปิดตัว Nokia 3.4 และ Nokia 2.4 สมาร์ทโฟนราคาประหยัด

HMD Global ประกาศเปิดตัวสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้น 2 รุ่น ในราคาสุดคุ้ม ได้แก่ Nokia 3.4 ที่ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 460 จาก Qualcomm และมีกล้องหลัง 3 ตัว ส่วนอีกรุ่นคือ Nokia 2.4 ที่ขับเคลื่อนด้วย Helio P22 จาก MediaTek ชูจุดเด่นแบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh ใช้งานได้ข้ามวัน

Nokia 3.4

หน้าจอของ Nokia 3.4 นั้นมีขนาดอยู่ที่ 6.39 นิ้ว และมีความละเอียด HD+ ถือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกในซีรีส์นี้ของ Nokia ที่เลือกใช้หน้าจอแบบเจาะรู เป็นที่สำหรับวางกล้องเซลฟี่ 8MP ด้านข้างมีปุ่มพิเศษเพื่อเรียกใช้งานผู้ช่วยอัจฉริยะ Google Assistant แยกเป็นอีก 1 ปุ่มต่างหากไปเลย

ทาง Nokia เลือกใช้ Snapdragon 460 เป็นหน่วยประมวลผลของ Nokia 3.4 ซึ่งหากเทียบกับ Nokia 3.2 ที่เป็นรุ่นก่อนหน้านี้แล้ว มันมีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิมถึง 70% เลยทีเดียว อีกทั้งตัวเลขนี้เองก็เคยถูกยืนยันมาแล้วครั้งหนึ่งโดย Qualcomm ที่เป็นผู้ผลิตเองอีกด้วย เพราะชิปเซ็ต Sandragon 460 มีการใส่ CPU kyro เข้ามา เป็นครั้งแรกในซีรีส์ 4 จึงมีประสิทธิภาพที่สูงขึ้นมากนั่นเอง

พลิกตัวเครื่องมาที่ด้านหลัง จะเห็นกล้องหลังของ Nokia 3.4 จำนวน 3 ตัว ที่มีการออกแบบการจัดวางค่อนข้างจะแปลกแหวกแนวในลักษณะวงกลม โดยกล้องแต่ละตัวนั้นประกอบด้วย กล้องหลัก 13MP กล้องจับความลึก 2MP และกล้องอัลตร้าไวด์สำหรับถ่ายภาพมุมกว้างพิเศษ 5MP ขยับลงมาด้านล่างเล็กน้อยก็จะพบกับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ที่กึ่งกลางเครื่อง

สเปค Nokia 3.4

  • หน้าจอ : 6.39 นิ้ว HD+
  • ชิปเซ็ต : Qualcomm Snapdragon 460
  • หน่วยความจำ :
    • RAM 3GB + 32GB
    • RAM 4GB + 64GB
    • รองรับ microSD card สูงสุด 512GB
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 10
  • กล้องหลัง :
    • Wide 13MP
    • Depth 2MP
    • Ultra-wide 5MP
  • กล้องหน้า : 8MP
  • การเชื่อมต่อ :
    • WiFi 802.11 b/g/n
    • Bluetooth 4.2
    • GPS, AGPS, GLONASS, BDS, Galileo
    • NFC (ขึ้นอยู่กับประเทศที่วางจำหน่าย)
    • วิทยุ FM
    • USB Type-C
  • เซ็นเซอร์ : สแกนลายนิ้วมือ (ด้านหลัง) Ambient, Proximity, Accelerometer, Gyroscope
  • แบตเตอรี่ : 4000 mAh
  • สี : Fjord, Dusk,  Charcoal

Nokia 2.4

มือถือ Android One ราคาประหยัด ผู้สืบทอดของ Nokia 2.3 รูปร่างหน้าตารวม ๆ จะไม่ต่างจากเดิมมาก ซึ่งดูเหมือน Nokia จะพอใจกับดีไซน์ลักษณะนี้อยู่แล้ว จึงไม่มีการปรับเปลี่ยนอะไรเท่าไหร่ โดยหน้าจอของ Nokia 2.4 จะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเป็น 6.5 นิ้ว ความละเอียดอยู่ที่ระดับ HD+ มีกล้องเซลฟี่ 5MP แบบหยดน้ำอยู่ที่ด้านบน มีปุ่ม Google Assistant อยู่ที่ด้านข้างเช่นเดียวกับ Nokia 3.4

จุดที่เปลี่ยนแปลงไปมากที่สุดของ Nokia 2.4 ก็คือ มีการใส่เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาให้แล้วที่ด้านหลัง และแบตเตอรี่ที่ขยับขยายความจุเพิ่มขึ้นเป็น 4500 mAh ซึ่งตรงส่วนนี้ Nokia เคลมว่า เมื่อผสานการทำงานร่วมกับฟีเจอร์ Adaptive Battery ที่เป็นการนำ AI มาช่วยประมวลผลการจัดการพลังงานแล้ว สมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะสามารถใช้งานได้นานถึง 2 วันเลยทีเดียว

กล้องหลังของ Nokia 2.4 จะมีด้วยกันทั้งหมด 2 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 8MP กล้องจับความลึก 2MP และในที่สุดฟีเจอร์ที่หลายคนต่างรอคอยอย่าง Night mode ก็มีมาให้ใช้กันแล้วในตอนนี้ ซึ่งจะทำงานในลักษณะการรวมภาพ (image fusion) แบบที่สมาร์ทโฟนหลาย ๆ แบรนด์นิยมใช้กันนั่นเอง รวมถึง Portrait mode สำหรับถ่ายภาพบุคคลแบบเบลอฉากหลังก็มีมาให้เช่นกัน

สเปค Nokia 2.4

  • หน้าจอ : 6.5 นิ้ว HD+
  • ชิปเซ็ต : MediaTek Helio P22
  • หน่วยความจำ :
    • RAM 2GB + 32GB
    • RAM 3GB + 64GB
    • รองรับ microSD card สูงสุด 512GB
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 10
  • กล้องหลัง :
    • Wide 8MP
    • Depth 2MP
  • กล้องหน้า : 5MP
  • การเชื่อมต่อ :
    • WiFi 802.11 b/g/n
    • Bluetooth 5.0
    • GPS, AGPS, GLONASS, BDS
    • NFC
    • วิทยุ FM
    • Micro-USB
  • เซ็นเซอร์ : สแกนลายนิ้วมือ (ด้านหลัง) Ambient, Proximity, Accelerometer
  • แบตเตอรี่ : 4500 mAh
  • สี : Fjord, Dusk,  Charcoal

ราคาและการวางจำหน่าย

ทั้ง Nokia 3.4 และ Nokia 2.4 ต่างก็เป็นสมาร์ทโฟนที่อยู่ในโครงการ Android One ซึ่งทาง Nokia การันตีว่า ทั้งคู่จะได้รับการอัปเดต OS เป็นระยะเวลา 3 ปี และอัปเดตแพทช์ความปลอดภัยเป็นเวลา 2 ปี โดย Nokia 3.4 มีราคาเริ่มต้นที่ 159 ยูโร (~5,800 บาท) ในขณะที่ Nokia 2.4 ซึ่งเป็นรุ่นเล็กกว่าจะมีราคาเริ่มต้นที่ 119 ยูโร (~4,400 บาท)

อย่างไรก็ตาม ราคาข้างต้นนี้เป็นราคาของโซนยุโรป ซึ่งจะมีราคาแพงกว่าประเทศอื่น ๆ อยู่พอสมควร เนื่องจากอัตราภาษีที่สูงกว่านั่นเอง ดังนั้นหากในอนาคตทาง Nokia ประเทศไทยมีการนำมือถือ 2 รุ่นดังกล่าวเข้ามาจำหน่าย มันก็อาจไม่ได้มีราคาที่สูงขนาดนี้ครับ

 

ที่มา : Nokia (1, 2)

from:https://droidsans.com/hmd-global-unveils-nokia-3-4-and-nokia-2-4/

[Guest Post] โนเกีย ชี้ช่องทางประยุกต์ใช้ 5G ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยุค 4.0 ของประเทศไทย

เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งเศรษฐกิจในยุค 4.0 นี้มีศักยภาพและความเป็นไปได้ที่จะเปลี่ยนแปลงทุกอุตสาหกรรม โดยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทยถือเป็นผู้นำในการแข่งขันการพลิกโฉมทางด้านดิจิทัล และเป็นหนึ่งในประเทศแรกๆของภูมิภาคที่ให้บริการ 5G ถึงแม้ว่าจะอยู่ในห้วงของการระบาดของโควิด-19

 

ในวงสัมมนากับสื่อวันนี้ โนเกียได้แสดงให้เห็นว่าผู้ให้บริการด้านการสื่อสารของไทยสามารถช่วยสนับสนุนและเตรียมความพร้อมของประเทศไปสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ได้อย่างไร โดยมุ่งประเด็นไปที่การให้บริการ 5G ที่มีความสามารถในด้านความเร็วสูง ความหน่วงต่ำ น่าเชื่อถือได้มากขึ้น มีประสิทธิภาพคงที่ มีระบบรักษาความปลอดภัยในตัว และการเชื่อมต่อที่จำเป็นสำหรับการใช้งานเชิงดิจิทัลปริมาณสูงขององค์กรต่างๆ ในประเทศไทย  

โนเกียเริ่มต้นด้วยการอธิบายภาพรวมของการเป็นพันธมิตรที่ได้รับการคัดเลือกจากทั้งผู้ให้บริการด้านการสื่อสาร องค์กร และหน่วยงานต่าง ๆ จากภาครัฐ ในการรังสรรค์เทคโนโลยีการสื่อสารชั้นนำระดับโลก ที่ปฎิรูปชีวิตผู้คน ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยี 5G โนเกียเป็นเพียงบริษัทเดียวในปัจจุบันที่มีโซลูชัน 5G ครบวงจรประสิทธิภาพสูงที่มีให้บริการทั่วโลก และยังมุ่งเน้นไปที่โอกาสเติบโตของอุตสาหกรรมยุค 4.0 จนถึงปัจจุบันนี้ โนเกียมี มีดีลการค้า 5G เชิงพาณิชย์ จำนวน 90 ฉบับ และเป็นผู้ให้บริการอุปกรณ์ในเครือข่าย 5G ที่ดำเนินการจริงแล้ว (live) จำนวน 34 เครือข่ายทั่วโลก

นอกจากนี้ โนเกียยังได้แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีของบริษัทฯ ถูกประยุกต์ใช้ในงานบรรเทาสถานการณ์โรคโควิด-19 ที่กำลังระบาดอยู่ ในวีดิทัศน์ โนเกียอธิบายถึงการใช้โซลูชันการสื่อสารของโนเกียเพื่อช่วยเหลือหน่วยงานสาธารณสุขของสหรัฐอเมริกาโดยการใช้โซลูชัน Cloud เพื่อสนับสนุนกระบวนการรักษา, สร้างระบบการสื่อสารเชื่อมโยงห้อง ICU เครื่องช่วยหายใจ และเตียงผู้ป่วย ทำให้สามารถเฝ้าระวังการผู้ป่วยแบบเรียลไทม์ และให้การฝึกอบรมทางไกลแก่บุคลากรที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ

ประเทศไทยเป็นตลาดที่สำคัญของโนเกีย ซึ่งโนเกียมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนผ่านระบบการสื่อสารของประเทศไทยมากว่า 30 ปี เริ่มตั้งแต่การวางเครือข่าย 2G, 3G และ 4G ทั่วประเทศ โนเกียมุ่งหวังที่จะนำพาประเทศไทยเข้าสู่ยุคใหม่ของการเชื่อมต่อ และจะเน้นตอบสนองการใช้งานอุตสาหกรรมยุค 4.0

โนเกียเล็งเห็นศักยภาพอันมหาศาลในการใช้งาน 5G ในองค์กรและกิจการต่าง ๆ ในประเทศไทย และมั่นใจว่าโนเกียมีทรัพยากร เทคโนโลยี และความสามารถในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าองค์กรในประเทศได้

อุตสาหกรรมยุค  4.0 จะนำมาซึ่งประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด ซึ่ง 5G จะเป็นเทคโนโลยีสำคัญในการทำให้เครื่องมือเครื่องจักรทำงานผสานร่วมกับโลกดิจิทัลได้ ทำให้เกิดการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมต่าง ๆ การจะไปสู่จุดนั้น องค์กรจำเป็นต้องมีโซลูชันเครือข่ายไร้สายส่วนตัวระดับอุตสาหกรรม ที่มีความน่าเชื่อถือสูง มีความยืดหยุ่น มีประสิทธิภาพคงที่ มีระบบรักษาความปลอดภัยในตัว และมีความสามารถในการเชื่อมต่อกับทุกอุปกรณ์

โนเกียยังได้สาธิตการใช้งานเทคโนโลยีการสื่อสารในท่าเรืออุตสาหกรรมและอุตสาหกรรมไฟฟ้าสาธารณูปโภค ซึ่งต้องการการเชื่อมต่อแบบไร้สายแบบ Mission Critical โดยมีไฮไลต์ที่สำคัญคือ

  • ท่าขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ (Container Terminal Use Case)
    • การเชื่อมต่อแบบไร้สายของระบบปฏิบัติการระหว่าง Terminal กับ Terminal ลูกข่าย
    • การทำงานผ่านการสื่อสารความเร็วสูงและมีความหน่วงต่ำ ในการควบคุมเครนยกสินค้าระยะไกลแบบกึ่งอัตโนมัติ
    • ตัวอย่างเพิ่มเติมหลากหลายรูปแบบ เช่นการควบคุมตรวจจับอุณหภูมิตู้สินค้าแช่เย็น อายุของสินค้า การควบคุมกระบวนการผลิตและจัดการขั้นตอนการทำงาน และการตรวจจับวิเคราะห์โดยใช้วีดีโอ
  • ตัวอย่างสาธารณูปโภค (Utility Use Case)
    • การทำให้เครือข่ายเฉพาะกิจแบบต่าง ๆ ทำงานร่วมกันได้
    • ทำให้ฟาร์มพลังงานลมเชื่อมต่อกันได้
    • การใช้เทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือน (Virtual Reality) ในการอบรมบุคลากรภาคสนามและการสร้างห้องควบคุมเสมือนจริง

เดวิด ออกซฟอร์ด ผู้อำนวยการ บริษัท โนเกีย (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทยมีความพร้อมในการก้าวสู่มาตรฐานอุตสาหกรรมยุค 4.0 โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ไทยได้แสดงความพร้อมไปสู่เทคโนโลยียุคใหม่โดยการเริ่มใช้งานระบบ 5G ท่ามกลางวิกฤติการณ์ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งที่โลกกำลังเผชิญอยู่  โนเกียได้อยู่เคียงข้างประเทศไทยในการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีการสื่อสารมาโดยตลอด ในการเข้าสู่ยุค 5G เรามุ่งหวังที่จะนำเสนอเครือข่ายที่ช่วยให้เกิดการปรับกระบวนการทำงานเข้าสู่ระบบดิจิทัล และการใช้งานแอปพลิเคชันของอุตสาหกรรม 4.0  เราพร้อมที่จะสนับสนุนผู้ให้บริการด้านการสื่อสารและลูกค้าองค์กรของเราในการเร่งพัฒนาไปสู่เศรษฐกิจยุคใหม่โดยการนำเทคโนโลยีสื่อสารที่ก้าวหน้าล้ำสมัยมาการปรับใช้กับกระบวนการทางธุรกิจ”

 

เกี่ยวกับโนเกีย 

เราสร้างสรรค์เทคโนโลยีเพื่อเชื่อมต่อโลก เราพัฒนาและส่งมอบอุปกรณ์เครือข่ายที่ครอบคลุม และครบวงจร ที่สุดในอุตสาหกรรมนี้ รวมถึงซอฟท์แวร์ บริการและการให้ใบอนุญาต (licensing) ที่ครอบคลุมทั่วโลก ด้วยพันธกิจที่มุ่งมั่นในการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ขับเคลื่อนโดย โนเกียเบลล์ แล็บส์ (Nokia Bell Labs) เราเป็นหนึ่งในผู้นำในการพัฒนาและนำเครือข่าย 5G ออกสู่การให้บริการ

ลูกค้าผู้ให้บริการด้านการสื่อสารของเรามีเครือข่ายรวมที่พร้อมรองรับผู้ใช้บริการจำนวน 6.4 พันล้านเลขหมาย ลูกค้าองค์กรของเราใช้งานเครือข่ายสื่อสารระดับอุตสาหกรรมกว่า 1,300 เครือข่ายทั่วโลก เราปฎิรูปชีวิตผู้คน ในด้านการทำงานและการสื่อสาร โดยยึดมั่นในมาตรฐาน สูงสุดของจรรยาบรรณทางธุรกิจ 

ศึกษาข้อมูล เพิ่มเติมได้ที่ http://www.nokia.com และติดตามเราได้ ทางบัญชีทวิตเตอร์ @nokia 

from:https://www.techtalkthai.com/nokia-demonstrates-how-thailand-can-leverage-5g-for-industry-4-0-applications/

Nokia เปิดตัวหูฟัง True Wireless รุ่น E3500 มากับแบต 7 ชม. และระบบ Ambient Sound เคาะราคาราว 1,500 บาท

เรียกว่าช่วงนี้เทรนด์หูฟังไร้สายกำลังมาแรงสุดๆ เพราะมือถือระดับกลางไปจนถึงระดับเรือธงต่างก็ตัดรูหูฟัง 3.5 มม. ทิ้งกันไปหมดแล้วนั่นเอง ทำให้หลายๆ แบรนด์ต่างผลิตหูฟังไร้สายของตัวเองออกมาสู่ตลาดมากขึ้นโดยมีให้เลือกตั้งแต่ราคาหลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่นบาท และล่าสุด Nokia ก็ได้เปิดตัวหูฟังไร้สายแบบ True Wireless รุ่น E3500 ออกมาแล้ว โดยอัดฟีเจอร์มาให้แน่นเอี๊ยดในราคาเบาๆ ประมาณ 1,500 บาทเท่านั้นเอง

Nokia E3500 เป็นหูฟังไร้สาย True Wireless แบบ In-ear ที่มาในดีไซน์พิมพ์นิยม (มีก้านยื่นลงมาด้านล่าง) ตัวหูฟังแต่ละข้างจะมีปุ่มสำหรับบังคับการใช้งาน เล่นเพลง, เปลี่ยนเพลง, เรียกผู้ช่วยอัจฉริยะ Google Assistant หรือ Siri ก็ได้

หูฟังรุ่นนี้มีแบตเตอรี่ที่เรียกว่าค่อนข้างอึดเลยทีเดียว เพราะจากการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง จะสามารถฟังเพลงได้นานสูงสุดถึง 7 ชม. และยังชาร์จกลับผ่านเคสเพื่อฟังต่อได้รวมๆ แล้วถึง 25 ชม. เลยทีเดียว

Nokia E3500 มากับไมโครโฟนคู่ ที่จะทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Qualcomm cVc ในการตัดเสียงรบกวนเวลาใช้งานสนทนา ทำให้เสียงจากต้นสาย และปลายสาย ใสปิ๊งแม้อยู่ในที่ชุมชน นอกจากนี้ยังมีระบบ Ambient Sound สำหรับรับเสียงภายนอกเผื่อไว้ใช้เวลาวิ่งออกกำลัง, ข้ามถนน, ขี่จักรยาน เพื่อความปลอดภัยเวลาใช้งานในสถานที่ที่มีรถวิ่งไปมา หรือกลัวว่านั่งรถไฟฟ้าแล้วจะไม่ได้ยินเสียงบอกสถานี

ระบบเสียงก็ไม่ใช่เล่นๆ เพราะหูฟังรุ่นนี้มี Dynamic driver ขนาด 10 มม. ที่ Nokia เคลมว่าให้เสียงเบสที่ตึ้บ และมีเสียงกลางกับเสียงสูงที่นุ่มไม่บาดหู แถมยังใช้เทคโนโลยี Qualcomm aptX เพื่อความเสถียรในการเชื่อมต่อที่ไม่ติดขัดอีกด้วย

จะใส่ออกกำลังกายจนเหงื่อท่วม หรือจะวิ่งตากฝนก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะ Nokia E3500 ได้รับมาตรฐานกันน้ำ IPX5 ด้วยนั่นเอง

หูฟังไร้สาย Nokia E3500 ในตอนนี้วางจำหน่ายที่ประเทศจีนเท่านั้น โดยมีราคาอยู่ที่ 329 หยวน หรือราวๆ 1,500 บาท เท่านั้น ส่วนหลังจากนี้จะมีวางจำหน่ายตามประเทศอื่นๆ ด้วยหรือเปล่า…ต้องรออัปเดตข้อมูลกันอีกรอบครับ

 

ข้อมูลเพิ่มเติม : Nokia

from:https://droidsans.com/nokia-true-wireless-e3500-earphones/

Samsung คว้าข้อตกลงทำคลื่น 5G ให้เครือข่าย Verizon ที่อเมริกา มูลค่ากว่า 2.07 แสนล้านบาท ในขณะที่ Huawei ถูกแบน

เรียกได้ว่าเป็นการประกาศชัยชนะครั้งสำคัญของ Samsung กันเลยทีเดียวที่สามารถชนะคว้าข้อตกลงในการทำคลื่น 5G ให้กับบริษัท Verizon ที่เป็นผู้ให้บริการทางด้านเครือข่ายยักษ์ใหญ่ในสหรัฐอเมริกา รวมเป็นเงินมูลค่ากว่า 6.6 พันล้านเหรียญ หรือราว 206,850 ล้านบาท ขณะที่ Huawei ที่เป็นผู้นำอุปกรณ์เครือข่าย 5G ในปัจจุบันยังคงถูกคว่ำบาตร โดนแบนจากอเมริกาอยู่

สำหรับสัญญาข้อตกลงดังกล่าวจะมีผล 5 ปีจนถึงธันวาคม 2025 ซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในสัญญา 5G ที่ใหญ่ที่สุดของ Samsung เท่าที่เคยได้มา โดยในตลาดอุปกรณ์ 5G นี้ มาร์เก็ตแชร์ทั่วโลกแบรนด์หลักๆ จะมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 เจ้าคือ

  • Huawei มีสัดส่วนมาร์เก็ตแชร์อยู่ที่ 28%
  • Nokia มีสัดส่วนมาร์เก็ตแชร์อยู่ที่ 16%
  • Ericsson มีสัดส่วนมาร์เก็ตแชร์อยู่ที่ 14%

ส่วนมาร์เก็ตแชร์ของ Samsung จากแหล่งข่าวไม่ได้ระบุตัวเลขที่แน่ชัด เพียงแต่ระบุว่าไม่ติด Top 5 ของโลก ซึ่งการที่ Samsung คว้าข้อตกลงสัญญานี้กับ Verizon ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้มีส่วนแบ่งมาร์เกตแชร์ทางด้านผู้ให้บริการจัดหาอุปกรณ์ทำคลื่น 5G มากขึ้นนั่นเอง รวมถึงจากข่าวนี้ทำให้หุ้นของ Samsung เด้งเพิ่มขึ้น 1.8% เมื่อเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมาด้วย

(แผนที่โลก แสดงตำแหน่งการบริการ 5G ของ Huawei)

อย่างไรก็ตามจากในรูปจะเห็นว่า Huawei ยังคงครองส่วนแบ่งค่อนข้างเยอะอยู่ สังเกตจากสีเขียวที่หลายๆ ประเทศยังอนุญาตให้ Huawei จัดหาอุปกรณ์ 5G ได้ ซึ่งในประเทศไทยเองเป็นสีน้ำเงินคือเป็นกลางจะใช้ก็ได้หรือไม่ใช้ก็ได้ ซึ่งต้องรอดูติดตามกันต่อไปครับ

 

ที่มา : bloomberg, nikkei

from:https://droidsans.com/samsung-wins-6-6-billion-5g-verizon-deal-while-huawei-struggles/

Nokia เปิดตัว Nokia C3 ในอินเดีย มือถือรุ่นเล็กราคาถูก รันแอนดรอยด์ 10 ถอดแบตเตอรี่ได้

Nokia C3 เพิ่งเปิดตัวไปในประเทศจีนเมื่อช่วงต้นเดือน และเปิดตัวในอินเดียแล้ววันนี้ โดยเป็นมือถือรุ่นเล็ก หน้าจอ IPS LCD ขนาด 5.99 นิ้ว ใช้ชิป Unisoc SC9863A พร้อมแรม 3GB มีกล้องเดี่ยว 8 MP ด้านหลัง และกล้องหน้า 5MP มีรุ่นความจุ 16 GB และ 32 GB สแกนลายนิ้วมือด้านหลัง มีปุ่ม Google Assistant รันแอนดรอยด์ 10 แบตเตอรี่ 3,040 mAh ถอดได้ ชาร์จผ่าน micro USB รองรับ Bluetooth แค่ 4.2 และไม่รองรับ 5G หรือ WiFi-6 เช่นเดียวกัน มีสองสีคือน้ำเงิน Cyan และสีทราย Sand เริ่มจองได้ในวันที่ 10 กันยายน และวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในอินเดีย 17 กันยายนนี้

  • รุ่น 2GB + 16GB ราคา 7,499 รูปี (ประมาณ 3,190 บาท)
  • รุ่น 3GB + 32GB ราคา 8,999 รูปี (ประมาณ 3,890 บาท)

No Description

ที่มา – Gadgets 360

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/118124

Nokia เปิดตัว Nokia 5.3 มือถือเพียว Android 10 (Android One) ในอินเดีย

หลังเปิดตัว Nokia 5.3 เวอร์ชั่น global ไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา วันนี้ Nokia เปิดตัว Nokia 5.3 ในอินเดียแล้ว

Nokia 5.3 เป็นมือถือหน้าจอขนาด 6.55 นิ้ว ชนิด IPS LCD ความละเอียด 720 x 1600 พิกเซล อัตราส่วน 20:1 ใช้ชิป Snapdragon 665 พร้อมแรม LPDDR4x มีรุ่นแรม 4GB และ 6GB มี 4 กล้องหลัก คือกล้องหลัก 13MP กล้องอัลตร้าไวด์ 5MP, depth sensor 2 MP กล้องมาโคร 2MP และกล้องหน้า 5 MP

Nokia 5.3 มีแค่รุ่นความจุ 64GB เท่านั้น แต่รองรับ microSD card รองรับ 4G รองรับ Bluetooth แค่ 4.2 แต่มีรูหูฟัง สแกนลายนิ้วมือด้านหลัง รันแอนดรอยด์ 10 (Android One) มีปุ่ม Google Assistant แบต 4,000 mAh ไม่รองรับ 5G หรือ WiFi-6 วางจำหน่ายสามสี คือสีน้ำเงิน Cyan สีทราย Sand และสีดำ Charcoal เริ่มจองได้วันนี้ วางจำหน่ายในอินเดียอย่างเป็นทางการวันที่ 1 กันยายนเป็นต้นไป

  • รุ่น 4GB ราคา 13,999 รูปี (ประมาณ 5,990 บาท)
  • รุ่น 6GB ราคา 15,499 รูปี (ประมาณ 6,190 บาท)

No Description

ที่มา – Gadgets 360

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/118123

Nokia 3.4 โผล่บน Geekbench โค้ดเนม DoctorStrange มาพร้อม Snapdragon 460 และ RAM 3GB

มีข่าวลือมาระยะหนึ่งแล้วว่า Nokia เตรียมจะเปิดตัวมือถือรุ่นใหม่หลายรุ่น ในงาน IFA 2020 ที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 3 – 5 กันยายนที่จะถึงนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีข้อมูลเกี่ยวกับมือถือ 2 รุ่นที่มีโค้ดเนมเป็นตัวละครจากค่าย MARVEL คือ Nokia 2.4 (Wolverine) และ Nokia C3 (GamoraPlus) โดยในคราวนี้ด้วย Nokia 3.4 ที่มีโค้ดเนมว่า DoctorStrange ที่มีชื่อไปโผล่อยู่บน Geekbench เผยให้เห็นว่า มือถือรุ่นนี้จะมาพร้อมกับ Snapdragon 460 และ RAM 3GB 

ทั้ง Nokia 2.4 และ Nokia C3 ต่างก็เป็นมือถือในระดับเริ่มต้นทั้งคู่ โดยพวกมันจะมาพร้อมกับชิปเซ็ต Helio P22 และ Unisoc ตามลำดับ ส่วนในคราวนี้ Nokia 3.4 เองก็เป็นมือถือในระดับเริ่มต้นเช่นเดียวกัน จากรายละเอียดที่ปรากฏอยู่บน Geekbench เผยให้เห็นว่า มันจะขับเคลื่อนด้วชิปเซ็ต Snapdragon 460 พ่วงด้วย RAM 3GB และทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 10

มือถือที่มีโค้ดเนมสุดเท่ว่า DoctorStrange ตัวนี้ สามารถทำคะแนนในส่วน Single-Core ไปได้ 252 แต้ม และ Multi-Core สามารถทำได้ 1,259 แต้ม ซึ่งนอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้ว ในตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดอะไรไปมากกว่านี้เลย อย่างไรก็ดี เหลือเวลาอีกเพียงแค่ 2 สัปดาห์กว่า ๆ ก็จะถึงวันจัดงาน IFA 2020 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 3 – 5 กันยายนนี้แล้วครับ รอติดตามกันได้เลย

 

ที่มา Geekbench จาก 91mobiles

from:https://droidsans.com/nokia-3-4-geekbench-visit-launch-ifa-2020/

HMD Global รับเงินลงทุน 230 ล้านดอลลาร์ฯ จาก Google, Qualcomm, Nokia พัฒนามือถือ 5G

HMD Global ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือภายใต้แบรนด์ Nokia เตรียมรับเงินทุนรอบใหม่จาก Google, Qualcomm และ Nokia อีก 230 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7.13 พันล้านบาท เพื่อพัฒนาโทรศัพท์มือถือในระบบ 5G

ภาพจาก nokia.com

ถ้าพูดถึง HMD Global หลายๆ คนอาจไม่เคยได้ยินชื่อ แต่ความจริงแล้ว HMD Global นี้เป็นบริษัทที่อยู่เบื้องหลังการออกแบบ ทำตลาด และใช้ชื่อแบรนด์โทรศัพท์มือถือ Nokia ตั้งแต่ปี 2016 จนถึงปัจจุบัน และ Nokia จะได้ส่วนแบ่งจากโทรศัพท์ทุกเครื่องที่ HMD Global ผลิต หลังจากที่ก่อนหน้านั้น Nokia ถูกซื้อไปโดย Microsoft ในปี 2014 ซึ่งในขณะนั้นโทรศัพท์มือถือ Nokia จะใช้ระบบปฎิบัติการ Windows Phone แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จมากเท่าไหร่นัก

ล่าสุด HMD Global ได้รับเงินลงทุนจาก Google, Qualcomm และ Nokia มูลค่า 230 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7.13 พันล้านบาท โดยคาดการณ์ว่าเงินที่ได้นี้ HMD Global จะนำไปใช้ในสามส่วนหลักๆ ด้วยกัน ได้แก่

    • พัฒนาโทรศัพท์มือถือในระบบ 5G เพื่อวางขายในประเทศสหรัฐอเมริกา ร่วมกับเครือข่ายโทรศัพท์ในประเทศ
    • ขยายฐานสู่ประเทศบราซิล แอฟริกา และอินเดีย
    • พัฒนาระบบซอร์ฟแวร์ และบริการอื่นๆ นอกเหนือจากการพัฒนาฮาร์ดแวร์ (ตัวเครื่อง) เพียงอย่างเดียว
โทรศัพท์รุ่นต่างๆ ของ Nokia ที่ออกแบบและทำตลาดโดย HMD Global ในปัจจุบัน ภาพจาก nokia.com

ในขณะนี้นอกจาก HMD Global จะพยายามตีตลาดด้วยโทรศัพท์สมาร์ทโฟนระบบ Android แล้ว HMD Global ยังต้องการจับตลาดกลุ่มคนที่คิดถึงโทรศัพท์มือถือ Nokia รุ่นเก่าๆ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกด้วย เช่น Nokia 8110 ที่มีรูปทรงคล้ายกล้วย Nokia 2720 โทรศัพท์ปุ่มกดฝาพับ และ Nokia 3310 ในตำนาน

นอกจากนี้ HMD Global ยังเห็นแนวโน้มในการเปลี่ยนโทรศัพท์ จากโทรศัพท์ฟีเจอร์โฟน ที่มีฟังค์ชันไม่มาก มาเป็นโทรศัพท์สมาร์ทโฟน โดยเฉพาะในตลาดทวีปแอฟริกา ดังนั้นเป้าหมายของ HMD Global คือการพยายามทำตลาดโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ที่มีราคาย่อมเยาว์ เพื่อเป็นตัวเลือกให้ผู้บริโภคนอกเหนือจากโทรศัพท์แบรนด์ดังๆ อย่าง Apple และ Samsung

ที่มา – cnbc

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/hmd-global-get-fund-230-million-from-google-qualcomm-and-nokia/

เปิดตัว Nokia C3 มากับชิป Unisoc แบตเตอรี่ 3040 mAh ถอดเปลี่ยนเองได้ เคาะราคาไม่ถึง 3,000 บาท

หลังจากที่ HMD Global ได้มีการเปิดตัวมือถือรุ่น Entry ราคาประหยัดอย่าง Nokia C2 กันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ล่าสุดก็ได้มีการปล่อย Nokia C3 ตามมาติด ๆ เป็นรุ่นอัปเกรด ซึ่งจะเปิดตัวที่ประเทศจีนเป็นที่แรกในราคาเพียง 669 หยวน (ราว ๆ 2,980 บาท) 

ก่อนหน้านี้เพิ่งเคยมีผลคะแนนของ Nokia C3 บนฐานข้อมูลของเว็บ Geekbench ซึ่งจะมากับชิปเซ็ต Unisoc ที่มีโค้ดเนมว่า GamoraPlus โดยจะประกอบไปด้วย CPU ทั้งหมด 8 หัว ค่าสัญญาณนาฬิกาสูงสุด 1.2GHz พร้อม RAM ขนาด 3GB และความจุ 32GB สามารถใส่ microSD Card เพิ่มได้

Nokia C3 จะมาพร้อมกับหน้าจอ LCD ขนาด 5.99 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1440 x 720 พิกเซล) ไม่มีรอยบาก หรือติ่งหยดน้ำเหมือนสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้นทั่วไป แต่จะมีขอบหน้าจอซ้าย-ขวา-บน-ล่างที่ค่อนข้างหนาพอสมควร ในขณะที่กล้องหน้า Nokia C3 จะใส่มาให้ที่ความละเอียด 5MP และมีลำโพงสำหรับเอาไว้สนทนาที่ด้านบน

ด้านหลังตัวเครื่อง Nokia C3 จะมาพร้อมกับกรอกที่ทำจากวัสดุพลาสติก มีแบตเตอรี่ขนาด 3040 mAh ชาร์จไฟผ่านพอร์ต micro-USB อีกทั้งยังมากับฝาหลังที่ถอดเปลี่ยนเองได้ ทำให้สมาร์ทโฟนรุ่นนี้สามารถถอดเปลี่ยนแบตได้ สำหรับกล้องหลังจะมีด้วยกันทั้งหมด 1 ตัว ที่ความละเอียด 8MP + ไฟแฟลช และมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่บริเวณด้านล่างของตัวกล้อง

Nokia C3 ยังคงไม่ตัดช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม., WiFi, Bluetooth, FM Radio, รองรับการใช้งาน 2 ซิม และแน่นอนว่าระบบปฏิบัติการ Android 10 โดยราคาจะอยู่ที่ 699 หยวน หรือแปลงเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 2,980 บาท จะมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน Nordic Blue และสีทอง Sand Gold ส่วนจะเข้าไทยไหม อันนี้ก็ต้องรอติดตามข่าวสารกันต่อไปครับ

 

Source: Gizmochina, Nokiachina

 

from:https://droidsans.com/nokia-c3-china-official-launch/